1
คู่มอื โครงการอบรมเชงิ ปฏิบตั กิ าร
เรอ่ื ง “อบรมเทคนคิ การถา่ ยภาพ และแต่งภาพด้วยโปรแกรม Lightroom”
“เทคนคิ การถ่ายภาพและการใชก้ ล้อง”
1. ประเภทของกล้อง
2. เลอื กเลนส์กล้องอย่างไร ใหไ้ ดภ้ าพถกู ใจ
3. เปรยี บเทียบเลนส์ฟิกในการถ่ายภาพบคุ คล
4. ความสมั พนั ธข์ องค่า Aperture, speed shutter, ISO
5. ขนาดภาพ และ มมุ กล้อง
6. แนวทางในการถ่ายภาพ ต่อยอดไอเดยี อย่างมสี ไตล์
7. 5 พน้ื ฐานทีต่ ้องรใู้ นการถา่ ยภาพบคุ คล
กอ่ นท่ีจะทำการถ่ายภาพ ควรเรยี นร้หู ลักการและความสามารถของกล้อง วิธีการปรับต้ังกล้องที่จะ
นำมาใช้ เช่น ตอ้ งการทำให้พื้นฉากหลงั มวั เพื่อยังผลใหว้ ัตถุท่เี ราถ่ายโดดเด่นขน้ึ หรือต้องการถ่ายวัตถุทก่ี ำลัง
เคล่อื นไหวให้คมชัด หรอื อยากได้ภาพทม่ี ีโทนสีท่ีอบอนุ่ ข้ึน ถ้าเราเข้าใจการทำงานของปุ่มควบคุมตา่ ง ๆ ของกล้อง
เรากส็ ามารถจัดการกับความตอ้ งการเหลา่ นี้ได้ เริม่ จากการเรยี นรเู้ กีย่ วกับประเภทของกล้อง
ประเภทของกล้อง
1. กลอ้ งคอมแพค (Compact)
กลอ้ งคอมแพค (Compact) เปน็ กลอ้ งขนาดเล็กกะทดั รัดพกพาสะดวก เปล่ยี นเลนส์ไม่ได้ มีทัง้ เลนส์
ฟกิ ซ์และเลนสซ์ ูม กล้องคอมแพคท่ีซูมได้จะมีการซูม 2 แบบ คือ ออปติคอลซูม (ซมู ที่เลนสจ์ ริงๆ) และดจิ ิตอลซมู
(เมือ่ เราใช้ออปตคิ อลซมู จนสุดจะเป็นดจิ ติ อลซูมต่อ มนั คือการขยายภาพข้ึนมา เม่ือขยายมากๆภาพจะไมค่ ่อย
ละเอียด) กล้องคอมแพคส่วนใหญจ่ ะใช้เซนเซอรข์ นาดเลก็ กวา่ กลอ้ งมิเรอรเ์ ลส (APS-C)
โครงการ “อบรมเทคนิคการถ่ายภาพ และแต่งภาพดว้ ยโปรแกรม Lightroom”
2
2. กลอ้ งมเิ รอรเ์ ลส (Mirrorless)
กลอ้ งมิเรอรเ์ ลส (Mirrorless) คือ กล้องถ่ายรูป ที่ได้รบั การพฒั นาต่อยอดมาจากกลอ้ ง DSLR เปลยี่ น
เลนสไ์ ด้เหมือนกนั แต่จดุ ท่สี ำคญั คือ ตัดกระจกสะทอ้ นภาพออก ทำให้ได้ตัวกล้องที่มีขนาดเล็กลงและมนี ้ำหนัก
เบา พกพาสะดวก เลนสท์ ่ใี ชก้ ็มีขนาดเลก็ ลงตามไปดว้ ย เมอื่ ไม่มีกระจกสะท้อนภาพจำเป็นต้องใช้จอ LCD ในการ
ถา่ ยภาพ ผลทีต่ ามมาทำใหแ้ บตหมดเรว็ ควรจะซอื้ แบตเพิ่มเลยหากจะใช้กล้องมิเรอร์เลส ส่วนใหญ่ใช้เซนเซอร์
แบบตัวคูณ (APS-C) แต่มี Sony ท่ผี ลิตกล้องมเิ รอรเ์ ลสที่ใช้เซนเซอร์แบบฟูลเฟรม
3. กลอ้ งดิจิตอล (DSLR)
เปน็ กล้องดิจติ อลแบบเปล่ยี นเลนส์ได้ (Digital single lens reflex : DSLR) ไดร้ ับการพัฒนามาจาก
กลอ้ งฟลิ ์ม (SLR) โดยใชเ้ ซนเซอร์ในการรบั แสงแทนฟลิ ม์ มีชพิ ประมวลผลแปลงคา่ สญั ญาณท่ไี ด้จากเซนเซอร์มา
สร้างเป็นภาพ มโี หมดออโต้ใหใ้ ชง้ านและยังใช้โหมดเแมนวลเพือ่ ตง้ั คา่ ตา่ งๆ ไดเ้ อง มรี ะบบออโตโ้ ฟกัส เพ่ือชว่ ยให้
โฟกัสได้แมน่ ยำและเร็วขึน้ เปลีย่ นเลนสไ์ ด้ ข้อดีของการเปล่ียนเลนส์ไดค้ อื สามารถเลือกช่วงความยาวโฟกสั ของ
เลนส์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์เซนเซอร์ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของกล้องดจิ ิตอล
โครงการ “อบรมเทคนิคการถ่ายภาพ และแต่งภาพดว้ ยโปรแกรม Lightroom”
3
4. กล้องฟลิ ์ม
กล้องฟิลม์ มหี ลายแบบทั้ง Large format , Medium format , Rangefinder และท่ีไดร้ ับความนิยม
อย่างแพรห่ ลายคือ SLR กล้องแบบนีส้ ามารถเปลี่ยนเลนสไ์ ด้เรียกวา่ single lens reflex (SLR) reflex แปลวา่
สะทอ้ น หมายความวา่ เม่ือเรามองเข้าไปท่ชี ่องมองภาพ (Viewfinder) เราจะเห็นภาพผา่ นเลนส์โดยกระจก
(Mirror) สะท้อนภาพทีอ่ ยูภ่ ายในตัวกล้อง เมื่อเรากดชตั เตอรถ์ ่าย กระจกจะยกขึน้ แสงจะเขา้ สู่ฟลิ ม์ เป็นอนั จบ
กระบวนการการบนั ทึกภาพ แล้วจากนน้ั จึงนำฟิลม์ ไปลา้ งและอดั เปน็ รูปหรือสมยั นน้ี ำฟิล์มที่ล้างแล้วไปสแกนและ
เปิดดูในคอมได้
โครงการ “อบรมเทคนิคการถ่ายภาพ และแต่งภาพดว้ ยโปรแกรม Lightroom”
4
เลอื กเลนส์กล้องอย่างไร ใหไ้ ดภ้ าพถกู ใจ
เป็นท่ีทราบกนั ดวี า่ ในกล้องถ่ายภาพเลนส์เป็นสว่ นประกอบทสี่ ำคัญทส่ี ุดของกลอ้ งถ่ายภาพ เลนส์กล้อง
ถา่ ยภาพ ไม่ว่าจะเป็นกลอ้ ง DSLR ,Mirrorless Compact หรือ แมแ้ ต่กระทั่งกล้องจากมือถือก็มเี ลนส์อยู่ขา้ งใน
แลว้ เอาเลนสอ์ ะไรมาใสก่ นั บา้ ง ให้มมุ มองภาพแต่ละแบบเป็นอยา่ งไร มาแยกประเภทพร้อมกับมมุ มองของเลนส์
แตล่ ะชว่ งกนั เลย มีดงั ต่อไปน้ี ประเภทของเลนส์หลัก ๆ แบ่งเป็น 2 แบบ
1. เลนสฟ์ ิกซ์ – Fixed Lens
คอื เลนสท์ ม่ี ีทางยาวโฟกัสตวั เดียว จะมีตัง้ แตช่ ว่ งไวด์ มาตรฐาน และเทเลโฟโต้ เชน่ 28 ,50 ,200
เปน็ ตน้ เลนสฟ์ กิ ซช์ ิน้ เลนสจ์ ะนอ้ ย น้ำหนักเบา ใหภ้ าพคมชัด แตไ่ ม่สามารถซูมได้ ต้องใช้การขยบั รา่ งกายเพ่ือหา
องค์ประกอบท่ีต้องการเอง
2. เลนส์ซูม (Zoom Lens)
เปน็ เลนส์ที่มีทางยาวโฟกสั หลายชว่ งในการปรบั กจ็ ะมีต้งั ช่วงไวด์ ไปจนถงึ เทเลโฟโตเ้ ช่นเดียวกนั
เลนส์ซมู บางตัวรวมทุกชว่ งไว้ในตัวเดยี วกันก็มี เราเรียกวา่ เลนสอ์ เนประสงค์ หรือต้องการซูมแค่ชว่ งไวด์ถึง
มาตรฐานกไ็ ด้ หรือ มาตรฐานหรอื เทเลโฟโต้กม็ ี เช่น 16-35,24-70,70-200-18-200 เปน็ ตน้ เลนสซ์ ูมกส็ ะดวก ท่ีมี
หลายช่วงการโฟกสั ใหถ้ า่ ยภาพที่เราต้องการ โดยทค่ี นภาพยืนอยู่ทเี่ ดมิ แลว้ ใชก้ ารซูมจากกระบอกเลนสเ์ อา แตช่ ิ้น
เลนส์ค่อนข้างเยอะ ทำให้บางตวั มีน้ำหนกั มาก
โครงการ “อบรมเทคนิคการถ่ายภาพ และแต่งภาพด้วยโปรแกรม Lightroom”
5
หลังจากรู้ประเภทของเลนสก์ ันไปแล้วมาดู การแบง่ ทางยาวโฟกสั ของเลนส์ ว่าแต่ละชว่ งเค้าเรยี ก
อยา่ งไรบ้างและตัวเลนส์ท่เี ราเหน็ ทต่ี วั เลนส์หมายถึงอะไร มีดงั ต่อไปนี้
แบ่งเลนสต์ ามทางยาวระยะโฟกสั
1. เลนสม์ าตรฐาน (Normal Lens)
เปน็ ชว่ งทางยาวระยะโฟกัสปกติ ทมี่ ีความใกลเ้ คยี งกับมองของสายตามนุษย์ ความผดิ เพี้ยนของภาพ
จะมีน้อย จะมีการโฟกสั อยู่ทรี่ ะยะ50มม. โดย 50 มม. ยดึ ถือฟอร์แมทแบบฟลูเฟรมเปน็ หลกั ถ้าหากเราต้องการ
ถา่ ยภาพ ให้มีความใกล้เคยี งกับที่เรามองเห็น ก็จะมีเลนส์ 50 มม. ติดไวถ้ า่ ยบุคคลกนั
2. เลนส์มุมกว้าง (Wide-Angle Lens)
ระยะทางยาวโฟกัสท่นี ้อยกว่า 50 มม. ลงมา เรอ่ื ยๆ ยิง่ ตวั เลขทางยาวโฟกัสน้อย มุมรับภาพก็จะยงิ่
เพิม่ มากข้นึ หรือกวา้ งข้นึ นัน่ เอง เชน่ 10-18 ,10-24,10-22 สว่ นใหญ่จะนำไปถ่ายภาพววิ ทิวทัศน์ เพราะจะไดภ้ าพ
วิวท่อี ลังการ
โครงการ “อบรมเทคนิคการถ่ายภาพ และแต่งภาพด้วยโปรแกรม Lightroom”
6
3. เลนสเ์ ทเลโฟโต้ (Telephoto)
เลนส์ช่วงนจ้ี ะมีมมุ รบั ภาพทแี่ คบมาก ย่ิงตัวเลขมากกวา่ 50 มม. มากขึ้นไปเรอื่ ยๆย่งิ ตวั เลขเยอะ จะ
ทำให้มุมรบั ภาพแคบขึน้ จะได้ภาพท่ใี กล้วตั ถมุ ากขนึ้ เช่น 70-200,70-300,100-400 เลนสช์ ่วงนเ้ี รียกสน้ั ๆ วา่
เลนส์เทเล ส่วนใหญจ่ ะใช้ถา่ ยภาพนก ภาพการแข่งขนั กีฬา หรอื อืน่ ๆ
4. เลนส์มาโคร (Macro Lens)
ลักษณะชนิ้ เลนสค์ ล้ายแวน่ ขยาย ซง่ึ คณุ สมบัติของเลนส์มาโครคือ อตั ราขยายทเ่ี ทา่ กบั วัตถจุ ริงเมื่อภาพลง
บนเซน็ เซอร์ คือ 1:1 หรอื บางตวั มีความสามารถขยายไดเ้ กินวตั ถจุ ริง เปน็ 1 :5 เลยกม็ ีเลนส์มาโครสามารถเข้าใกล้
วตั ถุได้มากกว่าเลนสป์ กติ เราจะนำไปถ่าย สิ่งของต่าง ๆ ท่ีมีขนาดเลก็ และใหใ้ หญ่ข้นึ เพ่ือมองเหน็ ชัดๆ หรือแม้แต่
กระทั่งแมลงเองเราก็นิยมเอาเลนสม์ าโครไปถา่ ย เช่น 60 มม. ,100 มม.
โครงการ “อบรมเทคนคิ การถ่ายภาพ และแต่งภาพดว้ ยโปรแกรม Lightroom”
7
5. เลนส์ฟชิ อาย (Fisheye Lens)
หรอื ท่ีเราเรยี กกันว่า เลนสต์ าปลา เนอ่ื งจากเลนส์ดา้ นหนา้ จะมคี วามนนู โค้งมากกวา่ ปกติ ทำให้ภาพที่ได้
จะมีความแปลกตาไป เช่น 8 มม. ,10.5 มม. ภาพทไ่ี ดจ้ ะมีความกว้างถึง180องศา สว่ นใหญไ่ ว้ถ่ายภาพทมี่ ีความ
กว้างมาก ๆ ในสถานท่ีแคบ ๆ เชน่ ถ่ายสนามบอลใหด้ ูอลังการ หรือ ถา่ ยภาพคนใหด้ ูแปลกตาออกไปจากเดิม
สรุป
เลนสแ์ ต่ละแบบ และแต่ละช่วงทางยาวโฟกัส ไดม้ ีออกมาวางจำหนา่ ยหลากหลายแบบ แม้กระท่ังในมือถือยงั นำ
เลนส์ไปใสไ่ ว้ ที่นเ้ี รากด็ ูว่าใส่เลนสช์ ว่ งไหนเขา้ ไป และจะทำให้ภาพเปน็ แบบไหน เราก็จะเข้าใจเพิ่มมากข้ึนสามารถ
นำไปถา่ ยอะไรก็ได้อยา่ งทเ่ี ราต้องการไม่ไดจ้ ำกดั จินตนาการไว้ แต่เราควรเขา้ ใจพืน้ ฐานของลกั ษณะเลนสก์ อ่ น
เพ่อื ใหร้ ู้ถงึ เบสคิ เวลานำไปใช้จะได้เกดิ ประโยชนท์ ี่เราต้องการจรงิ ๆ
โครงการ “อบรมเทคนิคการถ่ายภาพ และแต่งภาพดว้ ยโปรแกรม Lightroom”
8
เปรยี บเทียบเลนส์ฟกิ ในการถ่ายภาพบุคคล
เวลาตัดสนิ ใจซ้อื เลนสซ์ ักตวั หลายคนคงอยากทราบภาพที่ได้จากเลนสน์ ้ัน ๆ และเปรยี บเทยี บกับตวั อน่ื ๆ
ซงึ่ เรอ่ื งของระยะน้ันบางคนก็ชอบไม่เหมอื นกัน บางคนกช็ อบกว้าง เก็บบรรยากาศ บางคนกอ็ ยากเจาะไปท่ี
นางแบบอย่างเดียว เปรยี บเทยี บระยะเลนส์ฟิกชว่ งตา่ ง ๆ
ใช้นางแบบคนเดยี วกันและใช้กล้อง Canon 5D Mark III และเลนส์ ดังน้ี
• Sigma 24 mm f/1.4
• Canon 35mm f/1.4
• Canon 50mm f/1.2
• Canon 85mm f/1.2
• Canon 135mm f/2
การทดสอบที่ 1 ช่างภาพและนางแบบอยู่จุด ๆ เดยี วไม่มีการเคล่ือนที่
โครงการ “อบรมเทคนิคการถ่ายภาพ และแต่งภาพด้วยโปรแกรม Lightroom”
9
การทดสอบท่ี 2 นางแบบอยู่ที่เดมิ ชา่ งภาพขยับ เพื่อให้ไดภ้ าพเตม็ ตัวขนาดนางแบบพอ ๆ กนั
(เตม็ ตัว)
การทดสอบท่ี 3 ถา่ ยต้ังแต่เข่าขน้ึ มา
โครงการ “อบรมเทคนิคการถ่ายภาพ และแต่งภาพด้วยโปรแกรม Lightroom”
10
การทดสอบสุดท้าย ถ่ายแบบใกลๆ้ ครง่ึ ตัวบน
แตล่ ะเลนสก์ ใ็ หภ้ าพทม่ี เี อกลักษณ์แตกตา่ งกันไป และมีผลต่อลกั ษณะใบหนา้ ขนึ้ อย่กู ับความคดิ
สรา้ งสรรคว์ า่ จะถา่ ยทอดออกมาแบบไหน
credits: Julia Trotti | petapixel
โครงการ “อบรมเทคนิคการถ่ายภาพ และแต่งภาพด้วยโปรแกรม Lightroom”
11
ความสัมพนั ธ์ของค่า Aperture, speed shutter, ISO
Triangle Exposure พืน้ ฐานการถา่ ยภาพ เคล็ดลับการต้ังคา่ Speed, ISO, Aperture พ้นื ฐานท่คี นถ่ายภาพต้องรู้
Exposure มนั คอื อะไรกันแน่
แสงในแต่ละช่วงเวลาของวันก็เริม่ ตัง้ แตม่ ืด สว่าง แล้วกก็ ลบั ไปมดื ตอนชว่ งคำอีกที สงั เกตวา่ แสงทีเ่ ข้ามา
ในโลกของเรามีการเปล่ียนแปลงตลอดเวลาซ่งึ แสงแตล่ ะช่วง ส่งผลกบั ภาพ อารมณ์ของภาพ และมีผลกบั การต้ังคา่
กลอ้ งเพอื่ ใหไ้ ดแ้ สงตามท่ีต้องการ
ดังนั้นกล้องของเรามีหนา้ ท่ี “ท่ีจะเปิดรับแสง” ซง่ึ แสงน้นั จะว่ิงผา่ นเลนส์เข้ามาทำใหเ้ ซน็ เซอรส์ ามารถเก็บ
ค่าแสงเปน็ ข้อมูลดิจติ อลได้
เคล็ดลบั การตง้ั คา่ Speed – ISO – Aperture พื้นฐานทคี่ นถ่ายภาพต้องรู้
โครงการ “อบรมเทคนคิ การถ่ายภาพ และแต่งภาพด้วยโปรแกรม Lightroom”
12
ถา้ หากวา่ แสงที่เข้ากล้องเราน้อย เราก็จะไดภ้ าพทีแ่ สงคอ่ นขา้ งตำ่ (ติด Under) หรือถา้ หากมากเกนิ ไป
ภาพก็จะสวา่ งจ้า (ตดิ Over)
สรุปใหเ้ ป็นภาพเข้าใจง่าย ๆ ว่า Exposure มนั ก็เปน็ การเปิดรับแสงของตวั กล้อง เพ่ือใหไ้ ดแ้ สงดงั ทเ่ี รา
ต้องการ ดงั นั้นภาพทเี่ ราอยากจะได้ เราก็ไมต่ ้องการภาพไหนท่ีแสงมนั น้อยเกนิ ไป และมันมากเกินไป ทุกอยา่ งต้อง
พอดี และนน่ั ก็เป็นเหตุผลวา่ ทำไมเราควรจะเข้าใจเรอ่ื งน้ี
วิธีทจ่ี ะไดค้ ่าแสงที่เหมาะสมท่สี ดุ
ในโหมด Manual (M) กล้องจะช่วยบอกว่าแสงท่ีเราได้ ณ ตอนนัน้ การต้ังค่าแบบนัน้ แสงโดยรวมเปน็
ยงั ไง มากเกินไปหรือว่าน้อยเกินไป ปญั หาของมอื ใหม่อย่ตู รงท่ี แล้วดยู ังไงถึงจะรู้ว่าภาพมนั ตำ่ ไปหรือมากเกนิ ไป
ให้ดทู ส่ี เกลวัดแสง ถ้าเทไปทางด้านลบ (ซ้าย) คือมันมืดไป, ถ้าไปทางบวก (ขวา) คือสวา่ งไป เพราะอยา่ งนั้นเราก็
ควรจะต้ังคา่ กล้องให้ปรมิ าณแสงได้พอดี เราถึงจะได้คา่ แสงทถี่ กู ต้อง แต่ถา้ เกิดมันไปซา้ ยหรือขวา เราจะทำยังไงให้
ได้ค่าแสงทม่ี นั อยู่ตรงกลางแบบพอดี Exposure Triangle
Exposure Triangle คอื อะไร
ความเรว็ ชัตเตอร์ รรู ับแสง และ ความไวแสง จะสง่ ผลต่อการเปดิ รบั ภาพ ซึ่งทั้งสามค่านี้มีความสมั พันธก์ นั
(ถึงไดเ้ รียกวา่ เปน็ Triangle ไง) หากเราเปลี่ยนค่าใดค่าหนึ่งในน้ี มันกจ็ ะสง่ ผลกับภาพท้ังนนั้ เลย
เคล็ดลบั การตั้งค่า Speed – ISO – Aperture พนื้ ฐานทีค่ นถ่ายภาพต้องรู้
ซ่งึ น่นั กแ็ ปลวา่ เม่ือเราเปลยี่ นค่าใดค่าหนึ่งไปและมผี ลกับแสง เรากต็ อ้ งปรับค่าอีกสว่ นหน่ึงเพือ่ ให้ได้คา่
แสงเท่าเดมิ เช่น เราเพมิ่ ความเร็วชัตเตอรเ์ พ่ือจบั ภาพเด็กวิ่ง เมื่อเพม่ิ ความเร็วชัตเตอรท์ ่ีมากขึน้ จะสง่ ผลให้ปริมาณ
แสงทเี่ ขา้ กลอ้ งน้อยลงภาพก็จะมืดลง, เรากต็ ้องเลือกทีจ่ ะเปิดรรู บั แสงใหก้ วา้ งขน้ึ หรือไม่กเ็ พ่มิ ISO เพ่ือใหไ้ ด้
ปริมาณแสงที่เท่าเดิม เปน็ ต้น
โครงการ “อบรมเทคนคิ การถ่ายภาพ และแต่งภาพดว้ ยโปรแกรม Lightroom”
13
เราจะวัดค่ารรู บั แสงไดย้ ังไง
รูรับแสงเราวดั ค่าโดยใช้ F-Stop ซ่ึงทเี่ ราเหน็ ปจั จุบันกม็ ตี ่ำ ๆ F1.4 – F22 เลย ปรมิ าณแสงมากน้อยท่ี
สัมพนั ธ์กบั ค่า F ก็ตามท่ีไดก้ ล่าวไปข้างตน้ นน่ั เองครับ ตามทีบ่ อกไปแล้วว่า
F นอ้ ย = รรู ับแสงกวา้ ง, ถา้ F มาก = รรู บั แสงแคบ
คา่ รูรบั แสงจะสง่ ผลต่อระยะชัดของภาพ
ดา้ นลา่ งจะเปน็ ภาพเปรยี บเทียบทเ่ี ราเหน็ กนั มานานแล้ว F1.4 รรู ับแสงเปิดกวา้ ง จะทำให้ระยะชัดทัง้ ภาพ
นัน้ นอ้ ย เกดิ การละลายหลังที่เยอะมาก และทำให้เกิดโบเก้ทส่ี วยงาม แต่ไมใ่ ช่วา่ การตงั้ ค่าแบบนี้จะถ่ายภาพได้ทุก
แบบ ถา้ เราต้องการความคมชดั แบบทง้ั ภาพ เรากต็ ้องปรบั รรู ับแสงให้เลก็ ลง เพื่อคุมความชัดทงั้ หมดสำหรับภาพ
Landscape
ในภาพดา้ นล่างจะเหน็ วา่ ความคมชัดจะมีทั้งภาพเลย เพราะวา่ เราต้องการให้เมฆและทัง้ ภาพเกดิ ความ
คมชัด เราจะใชท้ ี่ F/16
เคล็ดลบั การตง้ั ค่า Speed – ISO – Aperture พื้นฐานท่ีคนถา่ ยภาพต้องรู้
ถา้ หากใช้รรู บั แสงท่ีมีขนาดใหญ่อยา่ ง F2.8 หรือ F4 กจ็ ะทำใหเ้ กิดชดั ตนื้ ง่ายกว่าเดมิ ข้อดีคอื ทำให้
สามารถแยกตวั วตั ถุออกมาจากฉากหลังได้ ยิ่งการถ่ายภาพ Portrait จะใช้ F1.4 และ F1.8 กนั บอ่ ย ๆ
โครงการ “อบรมเทคนิคการถ่ายภาพ และแต่งภาพดว้ ยโปรแกรม Lightroom”
14
ความเรว็ ชัตเตอร์คืออะไร
ความเร็วชัตเตอรค์ ือเวลาทกี่ ล้องปล่อยใหแ้ สงเขา้ ไปกระทบเซ็นเซอรก์ ล้องได้
เคล็ดลับการตัง้ ค่า Speed – ISO – Aperture พนื้ ฐานทคี่ นถา่ ยภาพต้องรู้
เร่ิมต้นนน้ั ชัตเตอร์จะปิดอยู่ การกดชตั เตอร์กเ็ หมือนการเปิดใหก้ ลอ้ งรับแสงและปิดลงอีกครง้ั นึง ซ่งึ
ระยะเวลาทเี่ ปดิ นานหรอื เร็วนั้น จะสง่ ผลกบั ปริมาณแสงท่ีว่ิงเขา้ มา ถ้าหากว่าต้องการปรมิ าณแสงที่มาก ความ
เร็วชัตเตอรก์ ็ควรจะนานหน่อย แต่ถา้ ต้องการแสงที่เข้านิดเดียว มา่ นชัตเตอร์ก็จะเรว็
ความเร็วชัตเตอร์ถูกวัดอย่างไร
ความเรว็ ชตั เตอร์เราจะเรยี กเปน็ สว่ นตอ่ วนิ าที เชน่ 1/8000, 1/4000, 1/160 เปน็ ตน้ ส่วนการเปิดมา่ น
นาน ๆ เรากจ็ ะเรียกเป็นวนิ าที สว่ นใหญค่ า่ เดมิ ๆ ในกล้องทีต่ ง้ั ได้แบบเปิดนาน ๆ โดยที่ไมใ่ ช้รีโมทจะเปดิ ได้
ประมาณ 30 วินาที
สงิ่ สำคญั ทีค่ วรทำความเข้าใจเอาไวค้ ือ คือเม่ือความเร็วชัตเตอรต์ ่ำ ปริมาณแสงกจ็ ะเข้าเยอะมากขึ้น แตถ่ า้
ความเร็วชัตเตอร์เพิ่มขึ้นกจ็ ะทำให้แสงเข้าน้อยลง
โครงการ “อบรมเทคนิคการถ่ายภาพ และแต่งภาพด้วยโปรแกรม Lightroom”
15
เคล็ดลับการตั้งค่า Speed – ISO – Aperture พน้ื ฐานที่คนถา่ ยภาพต้องรู้
นอกจากนีค้ วามเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำจะทำใหว้ ัตถทุ เ่ี คลือ่ นไหวเกดิ การเบลอ ถา้ กล้องขยับมนั กจ็ ะเบลอทั้งภาพ
แต่ถ้าหากชตั เตอรค์ วามเร็วเยอะ แสงก็จะเขา้ กล้องน้อย และจับวัตถุได้น่ิงเหมาะกบั การถ่ายภาพกีฬาท้ังหลาย
จะใชค้ วามเร็วชัตเตอรใ์ นการสรา้ งสรรค์ภาพได้ยังไง
ในการถ่ายภาพ Landscape นยิ มใชค้ วามเร็วชัตเตอร์ที่ช้า เพอ่ื ใหเ้ กิด Movement ของวตั ถทุ ่เี คลอื่ นไหว
เช่น นำ้ เมฆ หรอื รถว่งิ ผมเคยเขียนเรื่องการใชก้ ารเปิดชัตเตอรร์ บั แสงนาน ๆ ไวใ้ นบทความถา่ ยยังไงให้แสงเปน็
เส้น และ ถา่ ยภาพด้วยการใช้ Long Exposure
โครงการ “อบรมเทคนิคการถ่ายภาพ และแต่งภาพดว้ ยโปรแกรม Lightroom”
16
ถ่ายภาพควรใชค้ วามเร็วชัตเตอร์เท่าไหร่ดี
ในตารางนจ้ี ะแสดงให้เห็นรายละเอียดในการถ่ายควรใช้ความเรว็ ชตั เตอรเ์ ทา่ ไหรบ่ ้าง แตเปน็ รายละเอยี ด
คร่าว ๆ เพราะในการถา่ ยงานจรงิ ก็ต้องปรบั ตง้ั ค่าให้เหมาะสมเอง
ความเรว็ ชัต ลกั ษณะของภาพท่ีนำไปใช้
เตอรท์ ใ่ี ช้
30 วนิ าที / สร้างภาพถา่ ย Long Exposure รบั แสงที่ยาวนาน ทำให้นำ้ ดูฟุ้ง ๆ เมฆดูนุ่มนวล และ
โหมด Blub มองเห็นการเคล่ือนไหวของวัตถเุ ปน็ เส้น ๆ เลย ซึ่งถ้าถ่ายด้วยโหมด Blub จะลากได้ตามใจ
เลยวา่ อยากได้นานเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ก็ 2-4 นาทีเลยแหละ
20-30 sec. ถ่ายภาพทางชา้ งเผอื กกถ็ ่ายได้นะ หรอื ถ่ายภาพดาวหมนุ ก็ได้ แตม่ ักจะเอาภาพมาต่อ ๆ กนั
ดว้ ย
1 sec. ถา่ ยภาพชว่ ง Twilight ทำใหเ้ ก็บแสงได้นานข้ึน
1/8-1/10 ความเรว็ ชัตเตอร์แบบน้เี หมาะกับการถา่ ยภาพเพ่ือเก็บความเคลอ่ื นไหวของคลนื่ ทเ่ี คลื่อนตวั
sec. ออกจากหาด จะเห็นมูฟเมนต์หนอ่ ย ๆ
1/30 – 1/60 มปี ระโยชน์สำหรบั การถา่ ยภาพ Panning เพ่อื จับภาพคน หรอื อะไรท่ีเคลอ่ื นไหว แล้วใช้
sec. การ Panning เพ่อื เบลอฉากหลัง
1/125 sec. ถ่ายภาพได้หลากหลายลกั ษณะ สว่ นใหญถ่ า่ ยทวั่ ไปกป็ ระมาณนีค้ รับ
1/250 sec. ถา่ ยภาพท่ัวไปเหมือนกัน แต่ก็จะจับภาพการเคลื่อนไหวได้ดขี ึ้นมาหน่อยเมื่อเทียบกบั
1/125 ส่วนใหญก่ ต็ ้องดูปริมาณแสงทใี่ ชด้ ้วยครับ
1/500 sec. ถา่ ยภาพวัตถทุ ี่เคล่อื นไหวเร็วมาก ๆ พวกรถก็ได้
โครงการ “อบรมเทคนคิ การถ่ายภาพ และแต่งภาพดว้ ยโปรแกรม Lightroom”
17
ความเรว็ ชัต ลักษณะของภาพท่ีนำไปใช้
เตอรท์ ่ใี ช้
Above ถา่ ยภาพวัตถทุ ่ีเคลอ่ื นไหวเรว็ มาก ๆ พวกรถก็ได้
1/1000 sec.
Above ถ่ายภาพนก หรือวตั ถุทีเ่ คลื่อนที่ดว้ ยความเรว็ สูงมาก ๆ
1/2000 sec.
ความเรว็ ชัตเตอร์เท่าไหร่ถึงจะถอื ด้วยมอื ไดแ้ บบไม่ต้องใช้ขาต้ัง
ควรใชค้ วามเร็วชตั เตอรไ์ มต่ ่ำกวา่ ทางยาวโฟกสั เช่นใชท้ างยาวโฟกสั ท่ี 200 mm เรากค็ วรใช้ความเร็วชตั
เตอรท์ ่ี 1/200 แต่ถ้ามีกันส่นั ในกล้องหรือเลนสก์ ส็ ามารถท่ีจะใช้ต่ำกว่านี้ได้ ซ่งึ ก็แล้วแต่ความสามารถของกนั สน่ั ใน
ตัวกล้อง
โครงการ “อบรมเทคนิคการถ่ายภาพ และแต่งภาพดว้ ยโปรแกรม Lightroom”
18
ISO คืออะไร
การตัง้ คา่ ISO จะบอกใหเ้ ราทราบวา่ กลอ้ งเรามีความไวตอ่ การรับแสงมากนอ้ ยแค่ไหน ถ้าหากวา่ เราใช้
ความไวต่ำท่ี ISO 100 เราก็ต้องมปี รมิ าณแสงท่เี พยี งพอกับภาพ ซึ่งกต็ ้องไปดูท่ีคา่ ความเรว็ ชัตเตอรแ์ ละรรู บั แสงนั่น
องครบั แต่ถา้ หากว่าเราไม่สามารถปรบั ตง้ั ค่ารูรับแสง หรอื ความเร็วชัตเตอรไ์ ด้แล้ว การใช้ ISO ท่ีมากขน้ึ กท็ ำให้
ปรมิ าณแสงในภาพสงู ข้นึ
ในระดับ ISO ที่อย่รู ะหวา่ ง 100 – 400 เราอาจจะไม่สงั เกตเหน็ Noise ในภาพ (เรามกั จะได้ยนิ วา่ ISO
เยอะ Noise มันจะมาเยอะด้วย) ซ่ึงกล้องในปจั จุบัน ISO 1600-3200 มนั กย็ งั อยู่ในเกณฑท์ ่ีรบั ได้อยู่
เคล็ดลับการตัง้ ค่า Speed – ISO – Aperture พื้นฐานทค่ี นถ่ายภาพต้องรู้
ในการถ่ายภาพส่วนใหญ่เราจะพยายามใช้ ISO ให้นอ้ ยท่ีสุด เพราะเลย่ี งการเกิด Noise ในภาพครบั เห็น
ไหมครบั ว่าค่าแต่ละอยา่ งท่บี อกผา่ น ๆ มามนั มีความสัมพันธ์กนั อย่างชดั เจน
โครงการ “อบรมเทคนคิ การถ่ายภาพ และแต่งภาพด้วยโปรแกรม Lightroom”
19
แลว้ ควรเพิ่ม ISO เม่ือไหร่บ้าง
เม่ือต้องการหยุดความเคลือ่ นไหวของวตั ถุ เน่อื งจากว่าชตั เตอรต์ ่ำเกินไปทำใหเ้ ราต้องเพิ่มความเรว็ ชัต
เตอร์ และปริมาณแสงอาจจะน้อยเกินไป เราอาจจะต้องเพ่ิม ISO แลว้ หรือแม้แต่การถา่ ยภาพในท่แี สงน้อยอยา่ งอี
เวนต์ หรอื พวกงานปาร์ตี้ ซง่ึ หากวา่ เราไม่มีแฟลชภายนอก และแสงไม่พอ ยังไงก็ต้องดนั ISO ขึ้นเป็นเรือ่ งปกติ
เคลด็ ลบั การตัง้ คา่ Speed – ISO – Aperture พื้นฐานทค่ี นถา่ ยภาพต้องรู้
โหมดถา่ ยภาพ และวิธกี ารตง้ั คา่ ความเร็วชัตเตอร์, รรู บั แสง, ความไวแสง
ส่วนใหญ่แล้วเราจะสามารถเซต็ ค่าได้ประมาณ 3 โหมดซึง่ จะมีความแตกต่างกนั
- โหมด Aperture Priority โหมดนี้จะใหเ้ ราปรับค่ารรู บั แสงตามทเี่ ราต้องการ โดยปล่อยให้ความเร็วชัต
เตอรท์ ำงานตามทีก่ ลอ้ งคำนวณแล้วว่าเหมาะสมกบั สภาพแสงนน้ั
- โหมด Shutter Priority สามารถทำใหเ้ ราปรับค่าความเรว็ ชตั เตอรต์ ามกลอ้ งการได้ โดยปล่อยใหก้ ล้อง
คำนวณรูรับแสงเอง
- โหมด Manual เราสามารถปรับตงั้ ค่าทุกค่าไดต้ ามตอ้ งการ ความเร็วชัตเตอร์ รรู ับแสง ความไวแสง
เคล็ดลับการตั้งค่า Speed – ISO – Aperture พื้นฐานทคี่ นถา่ ยภาพต้องรู้
โครงการ “อบรมเทคนิคการถ่ายภาพ และแต่งภาพดว้ ยโปรแกรม Lightroom”
20
สว่ น ISO เราสามารถเลอื กได้ว่าจะตง้ั คา่ แบบตายตัว หรือว่าจะตั้งค่าให้กล้องปรับใหต้ ามความเหมาะสม
โดยสามารถกำหนด ISO ทยี่ อมรับไดเ้ อาไว้ เชน่ ISO ไม่เกนิ 3200 เม่ือแสงไมพ่ อ และกล้องจำเปน็ ต้องเพิ่ม ISO
คา่ สงู สดุ ทีก่ ล้องจะเพ่ิมได้คอื ไมเ่ กิน 3200 เป็นต้น
สุดทา้ ยคือการนำทุกอย่างมาใช้งานร่วมกัน โดยมีคียห์ ลกั ตามน้ี
1. การใช้รรู ับแสงกวา้ ง แสงจะเข้ากลอ้ งเยอะ และจะเกิดความชดั ตืน้ มากขึน้ ชว่ ยใหแ้ ยกวัตถอุ อกจากฉาก
หลงั ได้ และโบเก้สวย
2. เมื่อถ่ายภาพควรใชค้ วามเร็วชัตเตอร์ = ทางยาวโฟกสั เพอ่ื ไม่ให้ภาพเบลอ (ถ้ากล้องทม่ี ีกันสั่นในตัวจะลด
ความเร็วชตั เตอรไ์ ด้ต่ำกวา่ ปกติ
3. Shutter Speed ทแี่ ตกตา่ งกัน ช่วยให้เกดิ ลักษณะของภาพทต่ี ่างกนั ความเรว็ ชัตเตอร์สงู จะหยดุ ภาพได้
นงิ่ แตแ่ สงเข้ากลอ้ งน้อย ถ้าความเรว็ ชตั เตอรต์ ่ำ แสงเข้ากล้องเยอะ แต่ก็มขี ้อจำกัดคือต้องใชข้ าตง้ั กล้อง
สายลนั่ เปน็ ตน้
4. ถา่ ยภาพให้ใช้ ISO ต่ำทสี่ ุดเพื่อเลย่ี ง Noise แตถ่ า้ จำเปน็ ต้องเพิ่มก็ควรเพิม่ ข้นึ
เคล็ดลับการต้งั คา่ Speed – ISO – Aperture พ้ืนฐานท่ีคนถา่ ยภาพต้องรู้
โครงการ “อบรมเทคนิคการถ่ายภาพ และแต่งภาพด้วยโปรแกรม Lightroom”
21
ขนาดภาพ และ มมุ กลอ้ ง
ขนาดภาพ การส่ือความหมาย การแสดงอารมณ์ ความรสู้ กึ ของภาพ
ภาพระยะไกลมากหรือระยะไกลสดุ ภาพระยะไกล
(Extreme Long Shot / ELS) (Long Shot /LS)
ภาพระยะไกลปานกลาง ภาพระยะปานกลาง
(Medium Long Shot / MLS) (Medium Shot /MS)
ภาพระยะใกล้ปานกลาง ภาพระยะใกล้มาก
(Medium Close-Up / MCU) (Extreme Close-Up /ECU
ภาพระยะใกล้
(Close-Up / CU)
โครงการ “อบรมเทคนิคการถ่ายภาพ และแต่งภาพดว้ ยโปรแกรม Lightroom”
22
แนวทางในการถา่ ยภาพ ต่อยอดไอเดียอยา่ งมีสไตล์
1. การถา่ ย portrait สามารถแบง่ ไดห้ ลากหลายแบบไดแ้ ก่
1.1. Traditional Portrait คือการถ่ายภาพบุคคลแบบทวั่ ไป
1.2. Environment Portrait คอื ภาพบุคคลท่ีถ่ายแล้วมกี ารเกบ็ ฉากหลงั (บรรยากาศ) ให้
สอดคล้องและเข้ากับตัวแบบ
1.3. Candid Portrait คือการถา่ ยแบบแบบเผลอ
1.4. Glamor Portrait คอื การถ่ายเนน้ ไปท่ีเรือนร่างของตัวแบบ เช่น ความเซ็กซี่
1.5. Lifestyle Portrait คือการถ่ายแบบโดยใช้กิจกรรมชวี ิตประจำวันเขา้ มาสอดคล้องกันใน
ภาพ
1.6. Conceptual Portrait คือการถา่ ยภาพบุคคลท่ีมกี ารซ่อนความหมายในตวั ภาพ ให้ผชู้ มได้
คิดตาม
1.7. Abstract Portrait คือการถ่ายรปู แบบนามธรรม เปน็ เหมือนงาน art ทต่ี อ้ งคิดตามวา่ ผถู้ ่าย
ตอ้ งการจะสอื่ อะไร
1.8. Surreal Portrait คือการถ่ายภาพบคุ คลเหนือความจรงิ
เปน็ การถ่ายภาพบคุ คล แนวต้ัง ครงึ่ ตัว นอกจากการโฟกสั ที่ใบหนา้ แลว้ การโฟกัสทรี ปู ทรงของ
เรอื นร่างกส็ ำคัญไมแ่ พก้ นั การให้ความสำคญั ทั้งใบหนา้ และรปู ร่าง จะทำให้ภาพสมบูรณ์แบบมากขึ้น
โครงการ “อบรมเทคนคิ การถ่ายภาพ และแต่งภาพดว้ ยโปรแกรม Lightroom”
23
2. candid การถ่ายแคนดดิ
คอื การถา่ ยภาพคล้าย การแอบถ่าย ตัวแบบจะเหมือนกับวา่ โดนถ่ายแบบไมร่ ตู้ วั (ปจั จุบันการ
ถายภาพในลกั ษณะน้ีถ้าผู้ท่โี ดนแอบถ่ายไมย่ นิ ยอม อาจจะมีความผิดได้)
3. การถ่ายภาพ landscape สามารถแยกหลากหลายแนว ไดแ้ ก่
3.1 Nature Scape คือการถ่ายววิ ทวิ ทศั น์ ธรรมชาติ ภูเขา เป็นตน้
3.2 Cityscape คือการถา่ ยเน้นวิวเมือง ตกึ ตา่ ง ๆ ยามคำ่ คืน
3.3 Seascape คอื การถ่ายที่นเนน้ วิวทะเล ไมว่ ่าจะเช้าหรือเยน็ การถ่าย seascape ก็ถอื วา่ เปน็
nature scape เหมือนกัน
3.4 Sky scape คือการถ่ายแบบเนน้ เหน็ ทอ้ งฟา้ เหน็ ความเคลอื่ นไหวของทอ้ งฟา้ รวมถงึ การ
ถ่ายจากเครอ่ื งบินลงมาดว้ ย
3.5 Astronomical scape คอื การถา่ ยดาว ทางช้างเผือก เป็นต้น
ถ้าพดู ให้เห็นภาพชัด ๆ กค็ ือการถ่าย วิวทิวทัศน์ ธรรมชาติ ตึก สถาปตั ยกรรม ท้องฟ้า ทะเล
ดวงดาว เป็นต้น
โครงการ “อบรมเทคนิคการถ่ายภาพ และแต่งภาพด้วยโปรแกรม Lightroom”
24
4. Silhouette
การถ่ายภาพแบบซลิ เู อท หรือการถา่ ภาพแบบย้อนแสง โดยตัวแบบจะดำสนิทเหน็ แต่รูปทรง
ไม่เห้นรายละเอยด ในขณะท่ีฉากหลังมีความสว่าง มีความ contract ตดั กับตวั แบบ
5. Head Shot
เป็นการถ่ายภาพท่ีเน้นเฉพาะใบหนา้ ถึงช่วงไหลข่ องแบบ โดยคำนึงถึงองค์ประกอบทสี่ ำคญั ต่าง ๆ
เช่น ดวงตาหรือรอ้ ยยม้ิ เป็นต้น
6. Street photography
ภาพแนวสตรีทคือ ภาพชวี ิตประจำวัน ของคนทวั่ ไป โลเคช่ันจะไม่ถูกจำกัดวา่ ต้องเป็นที่ไหน ซึง
เพียงแค่เดินออกจากบา้ น จะโลเคชัน่ ไหน ๆ กถ็ ือว่าเปน็ การถา่ ยแนวสตรีท
โครงการ “อบรมเทคนคิ การถ่ายภาพ และแต่งภาพดว้ ยโปรแกรม Lightroom”
25
5 พื้นฐานท่ตี อ้ งรูใ้ นการถ่ายภาพบคุ คล
การถ่ายภาพบุคคล เปน็ เหตผุ ลในการซื้อกล้องของใครหลาย ๆ คน บ้างซ้อื มาถ่ายลูก ถ่ายแฟน ถา่ ยเพื่อน ยง่ิ
เดี๋ยวน้ีกล้อง Selfie เกิดใหม่กันเยอะหลายคนกซ็ อื้ มาเพื่อถา่ ยตัวเอง การจะถ่ายคนยงั ไงให้สวยจึงกลายเป็นคำถาม
ทถี่ ูกต้ังขนึ้ บ่อยอันดับต้นๆ ซงึ่ เทคนิคในการถ่ายภาพบคุ คลใหด้ นี น้ั มีมากมาย ดังนั้นควรรู้จักหลักพ้ืนฐาน 5 ข้อที่
คณุ จำเป็นต้องร้ใู นการถา่ ยภาพคนใหส้ วย
1. พืน้ ฐานการตั้งค่ากล้องสำหรับถา่ ยบคุ คล
การถ่ายภาพบุคคลส่วนใหญ่เราจะเน้นที่การละลายฉากหลังให้ความชดั เจนเฉพาะตัวแบบเนื่องจากเราต้องการ
ให้แบบโดดเดน่ มากท่ีสุดบนภาพ แตห่ ลายกรณีถ้าฉากหลังมีความสำคญั เราจะไม่ละลายฉากหลงั ออกนะครบั เช่น มี
ววิ ทสี่ วยงาม สถานท่ีสำคัญ หรือเสน้ สายสวยงามทชี่ ่วยเสริมใหภ้ าพโดนเดน่ เราจะไมล่ ะลายหลงั ออก
โหมดท่ีแนะนำใหใ้ ชส้ ำหรับถ่ายภาพคน
โหมดที่ผมแนะนำคือ A หรือ M หรือหากใครไม่ถนดั กใ็ ช้โหมด Manual ขอใหเ้ ลือกใช้โหมดออโต้แบบ Portrait
สงั เกตงา่ ย ๆ จะมสี ญั ลกั ษณ์รูปคนคร่ึงตวั ซง่ึ กล้องจะคำนวณคา่ ต่าง ๆ ให้เหมาะกบั การถ่ายคนใหส้ วย ส่วนใครที่
เลือกโหมด A หรอื M สาเหตุทีผ่ มให้เลือกโหมดน้ีคอื เราสามารถควบคุมความกวา้ งของรูรับแสงได้ซ่ึงขนาดความ
กวา้ งของรรู บั แสงจะมีผลโดยตรงวา่ จะละลายฉากหลงั ได้มากแค่ไหน
ต้งั คา่ กลอ้ งให้ละลายหลัง
หากเราอยากถ่ายภาพบุคคลใหล้ ะลายหลังมาก ๆ (ไมใ่ ช่เฉพาะถ่ายคนใช้ไดก้ ับการถา่ ยภาพทุกอย่าง) สิ่งท่ี
เราต้องทำคือตัง้ ค่ารูรบั แสงให้กว้าง โดยในกล้องจะแสดงค่าขนาดรูรบั แสงใหเ้ ราเห็นเป็นเลข F2.8 , F4, F5.6,
F8,… ยง่ิ ค่า F มีเลขน้อยเทา่ ไหรร่ ูรบั แสงจะยิง่ กว้างขึ้นทำใหล้ ะลายหลังได้มากขนึ้ เพราะระยะชดั มีอย่นู ้อยเรา
เรียกว่า ชดั ตื้น กลบั กนั ถ้าเลข F มากรูรบั แสงจะแคบภาพจะชัดต้งั แต่ข้างหนา้ จนถงึ ขา้ งหลังเพราะระยะชัดมีมากเรา
เรียกวา่ ชดั ลกึ
โครงการ “อบรมเทคนคิ การถ่ายภาพ และแต่งภาพด้วยโปรแกรม Lightroom”
26
เลข F มากรูรับแสงแคบ เลข F นอ้ ยรูรับแสงกว้าง
รรู ับแสงกวา้ งยิง่ ละลายหลัง รูรับแสงแคบหลงั จะชดั
การเลือกใช้ช่วงเลนส์มีผลกับการละลายหลัง
หากเราใชช้ ว่ งเลนส์ท่ีกวา้ งหรือเลนส์ไวด์จะมคี วามชัดลึกมาก สังเกตงา่ ยๆจากการใช้เลนส์คิทถ่ายภาพท่ี
ชว่ งกว้างสุดจะเหน็ วา่ ฉากหลงั ค่อนข้างชัดไม่ละลายมากนัก กลบั กันหากเราเลือกใชช้ ่วงเลนส์ที่ไกลหรอื เทเล
โฟโต้ เราจะได้ความชัดต้นื มากข้ึนทำให้ถ่ายภาพละลายฉากหลงั ได้ง่ายขน้ึ
หากเราอยากละลายหลังใหใ้ ช้ชว่ งเลนส์ท่ีไกล แต่ถา้ อยากให้หลังชดั ควรใช้ชว่ งเลนส์ท่ีกว้าง
สองภาพด้านบนใช้ชว่ งเลนส์ต่างกันแต่พยายามถ่ายให้นางแบบในภาพมีขนาดตวั เท่ากนั
ยงิ่ เขา้ ใกล้ยิ่งละลายหลัง
อกี พน้ื ฐานในการละลายฉากหลงั ของการถ่ายบคุ คลคือการเข้าใกล้แบบมากขึ้น ย่ิงกล้องเราอยู่ใกล้แบบมาก
เทา่ ไหรฉ่ ากหลังจะยง่ิ ละลายเยอะข้นึ โดยมเี ทคนิคคือนอกจากเราจะเขา้ ใกล้แบบแลว้ ใหเ้ ราเลือกฉากหลังที่อยู่ห่าง
ออกไปจากตัวแบบมาก ๆ จะยง่ิ ทำให้ภาพออกมาละลายหลังได้มากข้ึน
โครงการ “อบรมเทคนิคการถ่ายภาพ และแต่งภาพด้วยโปรแกรม Lightroom”
27
กลอ้ งยิ่งใกล้แบบยง่ิ ละลายหลังและฉากหลงั ยงิ่ หา่ งแบบก็ย่งิ ทำใหล้ ะลายหลงั
ตัวอยา่ งวิธกี ารใชเ้ ทคนิคนคี้ ือ สมมตผิ มจะถา่ ยคนดว้ ยเลนสค์ ทิ Olympus 14-42mm แล้วอยากใหล้ ะลาย
หลังมากสุดเท่าที่จะทำได้ผมจะทำ 4 อย่างดว้ ยกนั
o ซมู ระยะเลนส์ไปใหส้ ุดท่ี 42mm
o ใชค้ ่ารูรับแสงให้กว้างทส่ี ดุ เทา่ ที่จะทำได(้ คา่ F เลขน้อยทส่ี ุด)
o เดนิ เขา้ ไปใกล้แบบมากข้นึ
o ให้แบบเดนิ ออกมาหา่ งๆจากฉากหลังมากข้นึ
2. โฟกัสทดี่ วงตา
จุดสำคัญมากทีส่ ดุ ในการถ่ายภาพบุคคลคือการ โฟกสั ทด่ี วงตา เพราะดวงตาจะถ่ายทอดอารมณ์ของคนๆนั้น
ออกมาได้ การถ่ายภาพบคุ คลนน้ั ไม่ใช่แค่เราถ่ายรูปคน ๆ หนึ่งย้ิมเฉย ๆ แต่ยงั เป็นการเก็บอารมณ์ของเขามา การ
โฟกัสท่ีดวงตาขงึ เป็นส่ิงสำคญั มาก ซึ่งระบบโฟกัสที่ผมแนะนำใหใ้ ช้คือ AF-S(บางยห่ี ้อเรยี ก One Shot) เลือกใชจ้ ดุ
โฟกสั แบบจดุ เดียว และในการใชง้ านแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ
โฟกัสก่อนแล้วจึงจัดองค์ประกอบ
วธิ นี ใี้ หเ้ รากดชัตเตอร์ครงึ่ หน่ึงโดยเล็งไปโฟกสั ท่ีดวงตาแบบก่อน แชน่ ิ้วค้างไว้แลว้ ค่อย ๆ เลอื่ นกล้องอยา่ ง
ชา้ ๆ เพื่อจดั องคป์ ระกอบภาพ ระวังอย่าให้ระนาบระยะห่างระหวา่ งตัวแบบและกล้องเปลยี่ นไปมาก(จริง ๆ ไม่ควร
เปล่ียนเลย) เพราะจะทำให้ดวงตาที่เราโฟกัสไว้หลุดออกจากระยะโฟกสั เม่ือจัดองคป์ ระกอบภาพได้แลว้ จงึ ล่นั ชัต
เตอร์ วธิ ีนน้ี ยิ มใช้กันมากทส่ี ุดเนื่องจากมคี วามรวดเร็ว ในช่วงแรก ๆ เราจะยังไมช่ ำนาญและทำใหภ้ าพหลุดโฟกสั
บา้ งตอนชว่ งจดั องคป์ ระกอบ เป็นเร่ืองปกติครับอย่าเพ่ิงท้อ ทำต่อไปบอ่ ย ๆ เราจะย่ิงชำนาญจนแทบไม่พลาดเลย
จดั องค์ประกอบก่อนแล้วจึงโฟกสั
วธิ ีนโ้ี ฟกัสเขา้ แนน่ อนกว่าวิธแี รกใครที่ซีเรยี สงานมาก ๆ จะใชว้ ิธีนค้ี อื เราจัดองคป์ ระกอบไวก้ ่อนเลยจากนั้น
จึงค่อยเลื่อนจดุ โฟกัสไปหาดวงตานางแบบเพือ่ โฟกัสแลว้ กดถา่ ยไดเ้ ลย วิธนี ้ีโฟกัสเข้าตาแน่นอนแต่ค่อนข้างชา้ จน
บางครั้งอาจทำใหเ้ ราเสยี โอกาสจะไดร้ ปู นน้ั ไปเลย
โครงการ “อบรมเทคนิคการถ่ายภาพ และแต่งภาพด้วยโปรแกรม Lightroom”
28
3. จดั องค์ประกอบภาพ
อยา่ ลมื ที่จะปรบั ใช้องค์ประกอบภาพต่าง ๆ ร่วมกบั การถา่ ยภาพบุคคลเพราะจะช่วยทำให้ภาพดูมีความน่าสนใจ
มากข้นึ เช่นการใช้องค์ประกอบแบบจดุ ตัดเกา้ ชอ่ ง กฎสามส่วน ฉากหน้า หรือการสะทอ้ น ตลอดจนการใช้โทนสีเองก็
เป็นการจัดองค์ประกอบอยา่ งหนง่ึ สขี องภาพท่ีกลมกลืนจะให้ความรูส้ ึกท่ีไหลไปทางเดียวกนั เชน่ เขยี วและฟา้ แต่
หากเลือกใชส้ ีคู่ตรงขา้ มเชน่ แดงและเขียว จะทำใหเ้ กิดการตัดกนั อย่างรนุ แรงและความรุนแรงน้ีจะดึงความสนใจ
ของคนมองตั้งแต่แรกเหน็ ใครอยากศึกษาเร่ืองคูส่ ีสามารถเข้าไปอ่านต่อกนั ได้ที่
ภาพด้านบนน้วี างองคป์ ระกอบแบบจดุ ตัดเกา้ ชอ่ ง นำตาของนางแบบวางเอาไว้ในตำแหน่งของจุดตัด
ตัวอยา่ งการใช้องค์ประกอบแบบเส้นนำสายตา เสน้ ตา่ ง ๆ ที่พุ่งเขา้ หาตวั แบบช่วงดงึ ดูดสายตาคนดูเขา้ หาตวั คน
โครงการ “อบรมเทคนิคการถ่ายภาพ และแต่งภาพด้วยโปรแกรม Lightroom”
29
4. ระวังอย่าตัดตามข้อ
ในการจดั องค์ประกอบภาพถ่ายคนนัน้ ให้เราระวงั อย่าไปตัดร่างกายของแบบตามบริเวณข้อต่าง ๆ เช่น คอ
ข้อศอก ข้อมือ ข้อเขา่ ข้อเท้า เป็นต้น เพราะจะทำใหด้ ภู าพแลว้ รสู้ ึกเหมือนแขนขาขาด เป็นพื้นฐานท่เี ราจะต้อง
ระวงั ใหด้ ี
ภาพจาก animoto.com
5. ระวังฉากหลังใหด้ ี
ก่อนจะถา่ ยภาพอยา่ ลมื ระวังฉากหลงั ของแบบให้ดี ว่ามีอะไรรกเกินไปหรอื เปล่า อย่างเช่นถ่ายคนฉากหลงั
เป็นต้นไม้เขียว ๆ แตด่ ันมใี ครซกั คนใส่เส้ือสีแดงอยู่ในฉากหลังแบบนส้ี แี ดงจะแย่งความสนใจจากตัวแบบของเราจึง
ตอ้ งไมล่ ืมทร่ี ะวงั ฉากหลังทุกคร้งั
โครงการ “อบรมเทคนคิ การถ่ายภาพ และแต่งภาพดว้ ยโปรแกรม Lightroom”
30
หรอื ในกรณไี ปถา่ ยภาพชายหาดต้องระวงั เส้นขอบฟ้าไมใ่ หต้ ัดผา่ นคอของตัวแบบเรา
อกี ตัวอยา่ งท่ีไม่ดีคือภาพน้ีท่ีฉากหลงั ค่อนข้างรกและยงั มีใบไมห้ ย่อนลงมากลางหัวนางแบบเลยทเี ดียว
จากภาพบนจะเห็นไฟท้ังสองจุดซ่งึ แคใ่ ห้แบบถอยไปอีกหน่อยกจ็ ะไม่ติดมาแล้ว
ส่งทา้ ย…
ทา้ ยทีส่ ดุ การถ่ายภาพบุคคลใหส้ วยมันไม่มกี ฎเกณฑ์ตายตัว คุณอาจทำผิดพ้ืนฐานทง้ั 5 ข้อน้แี ต่ถา่ ยภาพคน
ออกมาสวยก็ได้ ฉะน้ันผมไม่อยากใหท้ กุ คนยดึ ตดิ วา่ จะต้องทำตาม 5 ข้อนี้ แต่อยากให้ใช้จินตนาการและความรสู้ ึกที่
อยากถ่ายทอดภาพนั้นออกมาสร้างสรรค์แนวทางในแบบของตัวเอง เพยี งแต่หากวันไหนเราตันๆคิดอะไรไม่ออก การ
ทำตามพนื้ ฐานนจ้ี ะช่วยใหเ้ ราได้ภาพที่ดไี ด้
โครงการ “อบรมเทคนิคการถ่ายภาพ และแต่งภาพด้วยโปรแกรม Lightroom”