จังหวดั นครราชสีมา
เสนอ
คุณครูสุวารีย์ ยภี ู่
จดั ทาํ โดย
นายสิริโรจน์ มดนอ้ ย
เลขที ชนั มธั ยมศึกษาปี ที /
สารบญั
ธงและตราสญั ลกั ษณ์ 1
ประวตั ิความเป็นมา
ภูมิศาสตร์ 5
การเมืองการปกครอง 7
เศรษฐกิจ 16
ประชากรศาสตร์ 17
การศึกษา 22
การสาธารณสุข 23
การคมนาคม 24
สถานทีท่องเทียว 26
ร้านอาหาร
โรงแรม
ธง
รูปอนุสาวรียท์ า้ วสุรนารีหนา้ ประตูชุมพล ในพืนธงสีเหลียมผนื ผา้ สีแสด
ประวตั ิความเป็นมา
สมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์
ภาพเขียนสีเขาจนั ทร์งามทีวดั เขาจนั ทร์งามอาํ เภอสีคิวเป็นภาพเขียนสีของมนุษยย์ คุ ก่อนประวตั ิศาสตร์ จาก
หลกั ฐานทางโบราณคดีพบวา่ มีชุมชนโบราณยคุ ก่อนประวตั ิศาสตร์ตงั แต่ยคุ หินใหมต่ ่อเนืองมาถึงยคุ สาํ ริด
และยคุ เหลก็ อยทู่ ีอาํ เภอโนนสูงประกอบดว้ ยแหล่งโบราณคดีบา้ นปราสาทและแหล่งโบราณคดีบา้ นโนนวดั
ซึงเป็นชุมชนทีมีการอาศยั อยา่ งต่อเนืองตงั แตป่ ระมาณ 3000 ปี ก่อนตงั แต่ยคุ หินจนถึงยคุ ประวตั ิศาสตร์ ใน
ยคุ สาํ ริดมีการคน้ พบเครืองประดบั สาํ ริดต่างๆและเครืองปันดินเผา แหล่งโบราณคดีบา้ นโนนวดั เป็นแหล่ง
โบราณคดียคุ ก่อนประวตั ิศาสตร์ทีใหญท่ ีสุดในประเทศไทย มีพบการฝังศพผใู้ หญ่ไวใ้ นภาชนะดินเผา ที
อาํ เภอพมิ ายพบภาชนะดินเผาแบบพมิ ายดาํ (Phimai Black Ware) เมือเขา้ สู่ยคุ ประวตั ิศาสตร์วฒั นธรรมเขมร
อินเดียและพระพทุ ธศาสนาเขา้ มาในพืนที ทาํ ใหช้ ุมชนในยคุ ก่อนประวตั ิศาสตร์ถูกแทนทีดว้ ยชุมชนในยคุ
ประวตั ิศาสตร์ซึงไดร้ ับอิทธิพลทางวฒั นธรรมจากภายนอก
สมยั โบราณ
อาณาจกั รศรีจนาศะในยคุ ทวารวดีปรากฏมีอาณาจกั รศรีจนาศะ หรือ "จนาศะปุระ" ขึนซึงสนั นิษฐานวา่ มี
ศูนยก์ ลางอยทู่ ีเมืองโบราณเสมา ในตาํ บลเสมาอาํ เภอสูงเนินในปัจจุบนั พบหลกั ฐานเกียวกบั อาณาจกั รศรีจ
นาศะจากจารึกสองชินไดแ้ ก่ จารึกบอ่ อีกาพบทีบา้ นอีกาอาํ เภอสูงเนิน กาํ หนดอายทุ ีพ.ศ. 1411 ใชอ้ กั ษร
หลงั ปัลลวะและจารึกดว้ ยภาษาสันสกฤตและภาษาเขมร กล่าวถึงพระราชาแห่งศรีจนาศะประทานสัตวแ์ ละ
ทาสแก่พระสงฆแ์ ละสรรเสริญองั ศเทพผสู้ ร้างศิวลึงค์ และจารึกศรีจนาศะซึงพบทีอยธุ ยาเป็นอกั ษรขอม
โบราณในภาษาสนั กฤตและเขมรกล่าวถึงรายพระนามกษตั ริยแ์ ห่งศรีจนาศะจารึกขึนเมือปี พ.ศ. 1480 เมือง
เสมาเป็นเมืองมีคูนาํ คนั ดินลอ้ มรอบเป็นรูปวงกลมรีพบโบราณสถานจาํ นวนเกา้ แห่ง นอกจากนียงั มีพระ
นอนหินทรายทีวดั ธรรมจกั รเสมารามซึงสนั นิษฐานวา่ สร้างขึนในยคุ ศรีจนาศะ หลกั ฐานทีพบแสดงวา่ ถึง
พระพทุ ธศาสนาในศรีจนาศะซึงไดร้ ับอิทธิพลจากทวารวดีอยคู่ ูก่ บั ศาสนาพราหมณ์ไศวนิกาย เมืองศรีจ
นาศะมีความสัมพนั ธ์กบั เมืองศรีเทพจงั หวดั เพชรบูรณ์และเมืองละโวซ้ ึงอยภู่ ายใตม้ ณั ฑละเดียวกนั
ปราสาทพมิ ายและอาณาจกั รขอมโบราณ
ปราสาทหินพิมาย สร้างขึนราวราวพุทธศตวรรษที 16 เป็ นโบราณสถานทรงขอมแบบบาปวนทีใหญท่ ีสุดใน
ประเทศไทยสันนิษฐานวา่ ปราสาทหินพิมายถูกสร้างขึนในสมยั ของพระเจา้ สุริยวรมนั ที 1เนืองจากรูปแบบ
ศิลปะของซุม้ และมุขหนา้ ปราสาทประธานเป็นศิลปะแบบบาปวนซึงเป็นศิลปะในสมยั ของพระเจา้ สุริยวร
มนั ที 1 นอกจากปราสาทหินพมิ ายยงั มีปราสาทหินพนมวนั ทีตาํ บลบา้ นโพธิซึงสร้างขึนในยคุ เดียวกนั พบ
จารึกทีปราสาทพมิ ายทงั หมดหกหลกั กล่าวถึงการบูชาและถวายของแด่พระพทุ ธเจา้ การกล่าวสรรเสริญ
พระเจา้ สูรยวรมนั ที 1 และการสร้างรูปเคารพรวมทงั พธิ ีกรรมตา่ งๆ จารึกปราสาทหินพิมาย 2 พ.ศ. 1579
กล่าวถึงพระนาม“ศรีสูรยวรมะ” ปราสาทหินพิมายเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนาวชั รยาน ทบั หลงั ของ
ปราสาทประธานสลกั เป็นรูปของพระชินพทุ ธะและพบสัญลกั ษณ์และรูปเคารพของวชั รยานอืนๆ เมืองพิ
มายหรือ "วมิ ายปุระ" เป็นฐานทีมนั ของราชวงศม์ หิธรปุระซึงเริมตน้ ขึนทีพระเจา้ ชยั วรมนั ที 6 และต่อมาได้
ครองจกั รวรรดิเขมร จารึกปราสาทหินพมิ าย 3 พ.ศ. 1651 ซึงตรงกบั สมยั พระเจา้ ธรณีนทรวรมนั ที 1 กล่าววา่
“...กมรเตงอญั ศรีวเิ รนทราธิบดีวรมะเมืองโฉกวะกุลสถาปนากมรเตงชคตเสนาบดีไตรโลกยวชิ ยั ซึงเป็น
เสนาบดีแห่งกมรเตงชคตวมิ ายะ" ในยคุ นีมีการสร้างปราสาทพิมายเพมิ เติมในศิลปะยคุ นครวดั ซึงเป็นศิลปะ
ในสมยั ของพระเจา้ สุริยวรมนั ที 2 ปราสาทหินพมิ ายจึงเป็ นการรวมกนั ของศิลปะยคุ บาปวนและศิลปะยคุ
นครวดั เมือราชวงศม์ หิธรปุระไดข้ ึนครองจกั รวรรดิเขมรเมืองวมิ ายประทวคี วามสาํ คญั ขึนในฐานะศูนยก์ ลาง
การปกครองของขอมโบราณในลุ่มแมน่ าํ มูลตอนบน ในสมยั ของพระเจา้ ชยั วรมนั ที 7 บูรณะปราสาทพิมาย
เนืองจากเป็นเมืองเกิดของพระมารดา จากทีปรากฏในจารึกปราสาทพระขรรคพ์ .ศ. 1734 ทีนครธมซึง
กล่าวถึงเส้นทางการคมนาคมในสมยั พระเจา้ ชยั วรมนั ที 7 กล่าววา่ “จากเมืองหลวงไปยงั เมืองวมิ าย (มี) ทีพกั
พร้อมดว้ ยไฟ 17 แห่ง” แสดงใหเ้ ห็นวา่ เมืองวมิ ายเป็นเมืองจุดหมายปลายทางทีสาํ คญั พบรูปประติมากรรม
เหมือนของพระเจา้ ชยั วรมนั ที 7 ทีปราสาทพิมาย ต่อมาเมือจกั รวรรดิเขมรเสือมอาํ นาจลงและอาณาจกั ร
อยธุ ยาแผข่ ยายอาํ นาจเขา้ มาเมืองพิมายจึงลดความสาํ คญั ลง
สมยั อยธุ ยา
พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยธุ ยาฉบบั ปลีก เลขทะเบียน ๒๒๒ ๒/ก ๑๐๔ กล่าวถึงสมเด็จพระบรม
ราชาธิราชที 2 (เจา้ สามพระยา) “อยปู่ ี หนึง ทา่ นใหก้ ต็ กแต่งชา้ งมา้ รีพล ทงั ปวงจะยกไปเมืองพิมายพนมรุ้ง
ไซร้ พอเจา้ เมืองทงั หลายถวายบงั คมพระบาทผเู้ ป็นเจา้ ๆก็ใหพ้ ระราชทานรางวลั แลว้ คืนไปอยตู่ ามภูมิลาํ เนา”
ซึงตรงกบั ศิลาจารึกขนุ ศรีไชยราชมงคลเทพซึงจารึกขึนเมือพ.ศ. 1974 และพบทีอาํ เภอลาํ สนธิจงั หวดั ลพบุรี
กล่าวถึงสมเดจ็ พระอินทราบรมจกั รพรรดิธรรมิกราชโปรดฯใหข้ นุ ศรีไชยราชมงคลเทพ "เอาจตุรงคช์ า้ งมา้ รี
พลไปโจมจบั พระนครพิมายพนมรุ้ง" แสดงใหเ้ ห็นวา่ อาณาจกั รอยธุ ยาแผข่ ยายอาํ นาจเขา้ มาในเขตลุ่มแม่นาํ
มูลตอนบนและทีราบสูงโคราชดา้ นตะวนั ตกในรัชสมยั ของสมเด็จพระบรมราชาธิราชเจา้ สามพระยาฯใน
สมยั อยธุ ยาเมืองนครราชสีมาคือ "เมืองโคราฆะ" ริมแมน่ าํ ลาํ ตะคองในตาํ บลโคราชอาํ เภอสูงเนินในปัจจุบนั
ซึงอยใู่ กลช้ ิดกบั เมืองเสมา เมืองนครราชสีมามีความสาํ คญั ในฐานะเป็นฐานการปกครองของอยธุ ยาในลุ่ม
แมน่ าํ มูลตอนบนและเป็นรอยตอ่ อาณาเขตของอยธุ ยากบั อาณาจกั รลา้ นชา้ งและเขมรป่ าดง ในรัชสมยั สมเด็จ
พระบรมไตรโลกนาถจากกฎมณเฑียรบาลเมืองนครราชสี มาเป็ นหนึงในเมืองพระยามหานครแปดเมืองซึง
เจา้ เมืองตอ้ งถือนาํ พพิ ฒั น์สัตยา ในพระไอยการตาํ แหน่งนาพลเรือน นาทหารหวั เมือง ปรากฏราชทินนาม
ของเจา้ เมืองนครราชสีมาวา่ ออกญากาํ แหงสงครามรามภกั ดีอภยั พริ ียบรากรมภาหุ ศกั ดินา 10,000 ไร่
พงศาวดารเขมรระบุวา่ ในพ.ศ. 2113 เมือสมเด็จพระบรมราชาที 3 แห่งอาณาจกั รเขมรละแวกเขา้ ตีกรุงศรี
อยธุ ยาไมส่ าํ เร็จจึงยกทพั เขา้ มายดึ เมืองนครราชสีมาไดส้ าํ เร็จ สมเดจ็ พระนเรศวรฯทรงจดั การปกครองหวั
เมืองขึนใหม่โดยเมืองนครราชสีมามีฐานะเป็นเมืองชนั โท นอกจากนีพงศาวดารเขมรยงั ระบุอีกวา่ ในพ.ศ.
2173 รัชกาลสมเด็จพระเจา้ ปราสาททอง พระศรีธรรมราชาที 2 แห่งอาณาจกั รเขมรอุดงยกทพั มากวาดตอ้ น
ผคู้ นในเขตเมืองนครราชสีมา
สมยั กรุงธนบุรี
หลงั กรุงศรีอยธุ ยาล่มสลายในพ.ศ. เจา้ เมืองพมิ ายจึงยกใหก้ รมหมืนเทพพิพิธขึนเป็น"เจา้ พมิ าย" เกิด
ชุมนุมเจา้ พมิ ายขึน เจา้ พมิ ายกรมหมืนเทพพิพธิ ทรงแตง่ ตงั เจา้ เมืองพมิ ายเดิมเป็ นเจา้ พระยาศรีสุริยวงษ์
เจา้ พระยาศรีสุริยวงศ์ (พระพิมาย) ยกทพั เขา้ ลอบสังหารพระยานครราชสีมา (หลวงแพง่ ) ชุมนุมเจา้ พมิ ายมี
เขตอาํ นาจตงั แต่สระบุรีขึนไปจรดเขตแดนของอาณาจกั รลา้ นชา้ ง เป็นหนึงในชุมนุมต่างๆทีเกิดขึนหลงั การ
เสียกรุงศรีอยธุ ยาโดยมีกรมหมืนเทพพิพธิ หรือเจา้ พิมายป็ นผนู้ าํ ในพ.ศ. หลงั จากทีสมเด็จพระเจา้ กรุง
ธนบุรีทรงตีคา่ ยโพธิสามตน้ แตกแลว้ มองยา่ ปลดั ทพั ฝ่ ายพม่าหลบหนีมาเขา้ พวกกบั ชุมนุมพิมาย สมเดจ็ พระ
เจา้ กรุงธนบุรีจึงยกทพั ติดตามขึนมาตีชุมนุมเจา้ พมิ าย เจา้ พิมายใหเ้ จา้ พระยาศรีสุริยวงษ์ (พระพิมาย) ตงั รับ
อยทู่ ีด่านจอหอ (ตาํ บลจอหอ อาํ เภอเมือง) และใหพ้ ระยาวรวงษาธิราชบุตรชายของเจา้ พระศรีสุริยวงษต์ งั ทพั
อยทู่ ีด่านขนุ ทด ทพั หลวงของสมเด็จพระเจา้ กรุงธนบุรีทรงยกทพั เขา้ ยดึ คา่ ยของเจา้ พระยาศรีสุริยวงษ์ (เจา้ พิ
มาย) ทีจอหอไดส้ าํ เร็จ เจา้ พระยาศรีสุริยวงษ์ (พระพิมาย) ถูกจบั กมุ และประหารชีวติ พระราชวรินทร์ (ทอง
ดว้ ง) ต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลก และพระมหามนตรี (บุญมา) ต่อมาคือกรม
พระราชวงั บวรมหาสุรสิงหนาท เขา้ ยดึ คา่ ยของพระยาวรวงษาธิราชทีด่านขนุ ทดไดส้ าํ เร็จ เมือทพั ทงั สอง
พา่ ยแพแ้ ก่ธนบุรีเจา้ พมิ ายจึงหลบหนีจากเมืองพมิ ายไปยงั ลาวลา้ นชา้ งแต่ขนุ ชนะจบั เจา้ พมิ ายมาถวายแด่พระ
เจา้ กรุงธนบุรี พระเจา้ กรุงธนบุรีฯทรงสาํ เร็จโทษเจา้ พมิ ายและแตง่ ตงั ใหข้ นุ ชนะเป็นพระยากาํ แหงสงคราม
ครองเมืองนครราชสีมา ชุมนุมเจา้ พมิ ายจึงสินสุดลงและนครราชสีมาจึงเขา้ มาอยภู่ ายใตก้ ารปกครองของ
ธนบุรีในสมยั ธนบุรีปรากฏมีนามเจา้ เมืองนครราชสีมาไดแ้ ก่ พระยากาํ แหงสงคราม (ขุนชนะ) และ"
เจา้ พระยานครราชสีมา" (ปิ น) เมือสมเดจ็ เจา้ พระยามหากษตั ริยศ์ ึกทรงยกทพั ไปอาณาจกั รลา้ นชา้ ง
เวยี งจนั ทน์ปี พ.ศ. นนั เจา้ พระยานครราชสีมา (ปิ น) ไดเ้ ป็นทพั หนา้ ในพ.ศ. สมเด็จพระเจา้ กรุง
ธนบุรีทรงใหพ้ ระยากาํ แหงสงคราม (ขนุ ชนะ) ยา้ ยไปรับราชการทีธนบุรีและแต่งตงั ใหห้ ลวงนายฤทธิ (ทอง
อิน) เป็นพระยาสุริยอภยั (ทองอิน) เป็นเจา้ เมืองนครราชสีมา (ตอ่ มาคือเจา้ ฟ้ากรมพระอนุรักษเ์ ทเวศร์) และ
พระอภยั สุริยา (บุญเมือง) เป็ นปลดั เมืองนครราชสีมา (ต่อมาคือเจา้ ฟ้ากรมหลวงธิเบศรบดินทร์) ในช่วง
ปลายรัชสมยั พระเจา้ กรุงธนบุรีฯเมือเกิดการกบฏพระยาสรรคข์ ึน พระยาสุริยอภยั เจา้ เมืองนครราชสีมาไดน้ าํ
กาํ ลงั ทหารของนครราชสีมาเขา้ ควบคุมสถานการณ์ทีกรุงธนบุรีไวก้ ่อนทีเจา้ พระยาจกั รีและเจา้ พระยาสุรสีห์
จะยกทพั กลบั มาจากกมั พูชาและเกิดการเปลียนแผน่ ดิน
สมยั รัตนโกสินทร์
ในรัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงแต่งตงั ใหพ้ ระยานครราชสีมา (เทียง) บุตรของ
เจา้ พระยานครราชสีมา (ปิ น) เป็นเจา้ เมืองนครราชสีมา เมือสยามมีอาํ นาจเหนือหวั เมืองประเทศราชลาวลา้ น
ชา้ งทาํ ใหเ้ มืองนครราชสีมามีความสาํ คญั ในฐานะเป็นช่องทางและสือกลางระหวา่ งส่วนกลางทีกรุงเทพฯ
และประเทศราชลาว เมืองนครราชสีมาจึงถูกยกฐานะขึนมาเป็นเมืองชนั เอก เจา้ เมืองนครราชสีมามีอาํ นาจ
ในการสอดส่องดูแลประเทศราช ๓ เมือง คือ เวยี งจนั ทน์ นครพนม จาํ ปาศกั ดิ รวมทงั หวั เมืองเขมรป่ าดง ใน
สมยั รัชกาลที 2 พ.ศ. 2362 เกิดกบฏอา้ ยสาเกียดโงง้ ทีอาณาจกั รลา้ นชา้ งจาํ ปาศกั ดิ มีรับสงั ใหพ้ ระยา
นครราชสีมา (เทียง) นาํ กองทพั ไปปราบ ผดู้ าํ รงตาํ แหน่งเจา้ เมืองนครราชสีมาต่อจากพระยานครราชสีมา
(เทียง) คือเจา้ พระยานครราชสีมา (ทองอิน) เป็นบุตรบุญธรรมของเจา้ พระยานครราชสีมา (ปิ น)ในสมยั
รัชกาลที 3 พ.ศ. 2369 ขณะทีเจา้ พระยานครราชสีมา (ทองอิน) กบั พระปลดั เมืองนครราชสีมากาํ ลงั อยใู่ น
ราชการทีเมืองขขุ นั ธ์อยนู่ นั เจา้ อนุวงศย์ กทพั ลาวมายดึ ครองเมืองนครราชสีมาไดแ้ ละสังใหก้ วาดตอ้ น
ชาวเมืองนครราชสีมาไปยงั เวยี งจนั ทน์ พระยาพรหมยกกระบตั รเมืองนครราชสีมาจาํ ตอ้ งยอมจาํ นนต่อเจา้
อนุวงศ์ ฝ่ ายพระปลดั เมืองนครราชสีมาเมือทราบวา่ ฝ่ ายลาวเขา้ ยดึ เมืองนครราชสีมาแลว้ จึงรีบเดินทาง
กลบั มายงั นครราชสีมาแสร้งทาํ ทีวา่ เขา้ สวามิภกั ดิต่อเจา้ อนุวงศ์ พระปลดั เมือง พระยาพรหมยกกระบตั ร จึง
นาํ ชาวเมืองนครราชสีมาติดตามเจา้ อนุวงศไ์ ปจนกระทงั ถึงทุ่งสมั ฤทธิ (ตาํ บลสมั ฤทธิ อาํ เภอพิมาย) พระ
ปลดั เมืองและพระยาพรหมจึงนาํ กองกาํ ลงั ชาวเมืองนครราชสีมาเขา้ โจมตีฝ่ ายลาว ในขณะทีคุณหญิงโม
ภริยาของพระปลดั เมืองฯนาํ ทพั ของผหู้ ญิงถืออาวธุ เป็นกระบองและหลาวทาํ จากไม[้ 14]เขา้ ต่อสู้กบั ฝ่ ายลาว
นาํ ไปสู่วรี กรรมทีทุ่งสมั ฤทธิ นางสาวบุญเหลือบุตรีของหลวงเจริญกรมการเมืองผนู้ อ้ ยฯวงิ นาํ คบเพลิงไป
จุดชนวนเกวยี นบรรทุกกระสุนดินดาํ ทาํ ให้เกิดระเบิดอยา่ งรุนแรง นางสาวบุญเหลือสละชีพเสียชีวติ ไป
พร้อมกบั เพียรามพิชยั ขนุ พลฝ่ ายลาว เหตุการณ์วรี กรรมทีทุง่ สัมฤทธิทาํ ใหเ้ จา้ อนุวงศต์ อ้ งถอยทพั กลบั ไป
โดยใหเ้ จา้ โถงผเู้ ป็ นหลานตงั มนั อยทู่ ีเมืองพิมาย ตอ่ มาในพ.ศ. 2370 คุณหญิงโมจึงไดร้ ับการปูนบาํ เหน็จ
แตง่ ตงั ให้เป็น "ทา้ วสุรนารี" กรมพระราชวงั บวรมหาศกั ดิพลเสพทรงยกทพั มาตงั มนั ทีนครราชสีมา
เจา้ พระยานครราชสีมา (ทองอิน) เขา้ เฝ้ากรมพระราชวงั บวรฯ กรมพระราชวงั บวรฯมีพระบณั ฑูรให้
เจา้ พระยานครราชสีมา (ทองอิน) อยฟู่ ื นฟูเมืองนครราชสีมาใหก้ ลบั ขึนมาดงั เดิม พระยาราชสุภาวดี (สิงห์)
ตอ่ มาคือเจา้ พระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) สามารถตีทพั ของเจา้ โถงแตกพา่ ยไปแลว้ ยดึ เมืองพมิ ายคืน
มาได้
ภูมศิ าสตร์
ภูมิประเทศ
จงั หวดั นครราชสีมาเป็นจงั หวดั ทีตงั อยใู่ นภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ อยบู่ นทีราบสูงโคราช ห่างจากกรุงเทพ
259 กิโลเมตร มีพืนทีทงั หมด 20,493.964 ตารางกิโลเมตร (12,808,728 ไร่) เป็นพืนทีป่ าไม้ 2,297,735 ไร่
โดยส่วนใหญ่เป็นพืนทีอุทยานแห่งชาติคืออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทบั ลานร้อยละ 61.4
และเป็นแหล่งนาํ 280,313 ไร่ ทิศเหนือติดต่อกบั จงั หวดั ชยั ภูมิ และขอนแก่น ทิศใตต้ ิดต่อกบั จงั หวดั
ปราจีนบุรี นครนายก และสระแกว้ ทิศตะวนั ออกติดตอ่ กบั จงั หวดั บุรีรัมย์ และทิศตะวนั ตกติดต่อกบั จงั หวดั
สระบุรี ชยั ภูมิ และลพบุรีพืนทีส่วนใหญ่เป็ นทีราบ สูงจากระดบั นาํ ทะเลปานกลางระหวา่ ง 150-300 เมตร มี
เทือกเขาสนั กาํ แพง และเทือกเขาพนมดงรัก เป็นแนวยาวทางดา้ นทิศใตแ้ ละทิศตะวนั ตก ส่วนบริเวณ
ตอนล่างค่อนไปทางเหนือและตะวนั ออกเป็นทีราบลุ่ม โดยมีลาํ ตะคองและลาํ นาํ สาขาอืน ๆ ไหลหล่อเลียง
บริเวณดา้ นเหนือของเมือง และ เป็นสาขาหนึงของแม่นาํ สาํ คญั คือแม่นาํ มูลซึงเป็นแม่นาํ สายหลกั ของภาค
ตะวนั ออกเฉียงเหนือ
ภูมอิ ากาศ
สภาพภูมิอากาศของจงั หวดั นครราชสีมาจดั อยใู่ นประเภททุง่ หญา้ เขตร้อน มีลมมรสุมหลกั พดั ผา่ นคือ ลม
มรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือ ทาํ ใหอ้ ากาศหนาวเยน็ และแหง้ แลง้ กบั ลมมรสุมตะวนั ตกเฉียงใต้ ทาํ ใหม้ ีอากาศ
ชุ่มชืนและมีฝนตกชุก โดยทวั ไปสามารถแบ่งฤดูกาลออกไดเ้ ป็น 3 ฤดู คือ ฤดูฝน เริมตงั แตเ่ ดือนพฤษภาคม
ถึงเดือนตุลาคม มีฝนตกชุก ตงั แต่เดือนเมษายนจนถึงเดือนตุลาคม โดยมีปริมาณนาํ ฝนสูงสุดในเดือนตุลาคม
ฤดูหนาว สภาพอากาศจะเริมเปลียนจากฤดูฝนไปสู่ฤดูหนาวตงั แต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพนั ธ์
ระยะนีไดร้ ับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือ ซึงเป็นลมหนาวและแหง้ พดั จากประเทศจีน และฤดู
ร้อน เริมตงั แต่กลางเดือนกมุ ภาพนั ธ์ ถึงกลางเดือนพฤษภาคม
เนืองจากพืนทีส่วนใหญ่ของจงั หวดั นครราชสีมาเป็นพืนทีราบสูง มีป่ าและทิวเขาสูงกนั เขตแดนเป็นแนวยาว
อากาศจึงคอ่ นขา้ งร้อนอบอา้ วในฤดูร้อน และในฤดูหนาวก็ค่อนขา้ งหนาวเยน็ โดยอุณหภูมิเฉลียตลอดทงั ปี
ประมาณ 27.4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิตาํ สุดเฉลีย 22.7 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดเฉลีย 33 อาศา
เซลเซียส มีคา่ ความชืนสมั พทั ธ์เฉลียตลอดทงั ปี 71 % ความชืนสมั พทั ธ์สูงสุดเฉลีย 89% ความชืนสัมพทั ธ์
ตาํ สุดเฉลีย 49 %
การเมืองการปกครอง
การปกครองส่วนภูมิภาค
แบง่ ปกครองแบ่งออกเป็น 32 อาํ เภอ 289 ตาํ บล 3,743 หมูบ่ า้ น
อาํ เภอเมืองนครราชสีมา
อาํ เภอครบุรี
อาํ เภอเสิงสาง
อาํ เภอคง
อาํ เภอบา้ นเหลือม
อาํ เภอจกั ราช
อาํ เภอโชคชยั
อาํ เภอด่านขุนทด
อาํ เภอโนนไทย
อาํ เภอโนนสูง
อาํ เภอขามสะแกแสง
อาํ เภอบวั ใหญ่
อาํ เภอประทาย
อาํ เภอปักธงชยั
อาํ เภอพมิ าย
อาํ เภอหว้ ยแถลง
อาํ เภอชุมพวง
อาํ เภอสูงเนิน
อาํ เภอขามทะเลสอ
อาํ เภอสีคิว
อาํ เภอปากช่อง
อาํ เภอหนองบุญมาก
อาํ เภอแกง้ สนามนาง
อาํ เภอโนนแดง
อาํ เภอวงั นาํ เขียว
อาํ เภอเทพารักษ์
อาํ เภอเมืองยาง
อาํ เภอพระทองคาํ
อาํ เภอลาํ ทะเมนชยั
อาํ เภอบวั ลาย
อาํ เภอสีดา
อาํ เภอเฉลิมพระเกียรติ
การปกครองส่วนทอ้ งถิน
มีจาํ นวนทงั สิน 334 แห่ง แบ่งออกเป็ น องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั 1 แห่ง เทศบาลนคร 1 แห่ง เทศบาลเมือง
4 แห่ง เทศบาลตาํ บล 85 แห่ง และ องคก์ ารบริหารส่วนตาํ บล 243 แห่ง โดยเทศบาลสามารถจาํ แนกไดต้ าม
พืนทีดงั นี
อาํ เภอเมืองนครราชสีมา
เทศบาลนครนครราชสีมา
เทศบาลตาํ บลโคกกรวด
เทศบาลตาํ บลโคกสูง
เทศบาลตาํ บลจอหอ
เทศบาลตาํ บลปรุใหญ่
เทศบาลตาํ บลโพธิกลาง
เทศบาลตาํ บลหนองไข่นาํ
เทศบาลตาํ บลหนองไผล่ อ้ ม
เทศบาลตาํ บลหวั ทะเล
เทศบาลตาํ บลเมืองใหม่โคกกรวด
เทศบาลตาํ บลบา้ นใหม่
เทศบาลตาํ บลสุรนารี
เทศบาลตาํ บลบา้ นโพธิ
เทศบาลตาํ บลไชยมงคล
เทศบาลตาํ บลพุดซา
เทศบาลตาํ บลตลาด
อาํ เภอปากช่อง
เทศบาลเมืองปากช่อง
เทศบาลตาํ บลกลางดง
เทศบาลตาํ บลหมูสี
เทศบาลตาํ บลวงั ไทร
เทศบาลตาํ บลสีมามงคล
อาํ เภอสีคิว
เทศบาลเมืองสีคิว
เทศบาลตาํ บลคลองไผ่
เทศบาลตาํ บลลาดบวั ขาว
เทศบาลตาํ บลหนองนาํ ใส
อาํ เภอบวั ใหญ่
เทศบาลเมืองบวั ใหญ่
เทศบาลตาํ บลหนองบวั สะอาด
อาํ เภอปักธงชยั
เทศบาลเมืองเมืองปัก
เทศบาลตาํ บลปักธงชยั
เทศบาลตาํ บลตะขบ
เทศบาลตาํ บลนกออก
เทศบาลตาํ บลบ่อปลาทอง
เทศบาลตาํ บลลาํ นางแกว้
อาํ เภอด่านขุนทด
เทศบาลตาํ บลด่านขนุ ทด
เทศบาลตาํ บลหนองกราด
เทศบาลตาํ บลหนองบวั ตะเกียด
อาํ เภอพิมาย
เทศบาลตาํ บลพิมาย
เทศบาลตาํ บลรังกาใหญ่
อาํ เภอโนนสูง
เทศบาลตาํ บลโนนสูง
เทศบาลตาํ บลดอนหวาย
เทศบาลตาํ บลตลาดแค
เทศบาลตาํ บลด่านคลา้
เทศบาลตาํ บลมะคา่
เทศบาลตาํ บลใหม่
อาํ เภอโชคชยั
เทศบาลตาํ บลโชคชยั
เทศบาลตาํ บลด่านเกวยี น
เทศบาลตาํ บลทา่ เยยี ม
อาํ เภอครบุรี
เทศบาลตาํ บลครบุรีใต้
เทศบาลตาํ บลจระเขห้ ิน
เทศบาลตาํ บลแชะ
เทศบาลตาํ บลไทรโยง-ไชยวาล
เทศบาลตาํ บลอรพมิ พ์
อาํ เภอเทพารักษ์
ไม่มีเทศบาล
อาํ เภอสูงเนิน
เทศบาลตาํ บลกุดจิก
เทศบาลตาํ บลสูงเนิน
อาํ เภอขามทะเลสอ
เทศบาลตาํ บลขามทะเลสอ
เทศบาลตาํ บลพนั ดุง
อาํ เภอขามสะแกแสง
เทศบาลตาํ บลขามสะแกแสง
เทศบาลตาํ บลหนองหวั ฟาน
เทศบาลตาํ บลโนนเมือง
อาํ เภอคง
เทศบาลตาํ บลเมืองคง
เทศบาลตาํ บลเทพาลยั
อาํ เภอโนนไทย
เทศบาลตาํ บลโนนไทย
เทศบาลตาํ บลโคกสวาย
เทศบาลตาํ บลบลั ลงั ก์
อาํ เภอหว้ ยแถลง
เทศบาลตาํ บลหว้ ยแถลง
เทศบาลตาํ บลหินดาด
เทศบาลตาํ บลกงรถ
อาํ เภอเสิงสาง
เทศบาลตาํ บลเสิงสาง
เทศบาลตาํ บลโนนสมบูรณ์
อาํ เภอบา้ นเหลือม
เทศบาลตาํ บลบา้ นเหลือม
อาํ เภอจกั ราช
เทศบาลตาํ บลจกั ราช
อาํ เภอเฉลิมพระเกียรติ
เทศบาลตาํ บลทา่ ชา้ ง
อาํ เภอชุมพวง
เทศบาลตาํ บลชุมพวง
อาํ เภอโนนแดง
เทศบาลตาํ บลโนนแดง
เทศบาลตาํ บลวงั หิน
อาํ เภอบวั ลาย
เทศบาลตาํ บลหนองบวั ลาย
อาํ เภอประทาย
เทศบาลตาํ บลประทาย
อาํ เภอพระทองคาํ
เทศบาลตาํ บลพระทองคาํ
เทศบาลตาํ บลสระพระ
อาํ เภอเมืองยาง
เทศบาลตาํ บลเมืองยาง
อาํ เภอลาํ ทะเมนชยั
เทศบาลตาํ บลหนองบวั วง
เทศบาลตาํ บลขยุ
เทศบาลตาํ บลช่องแมว
เทศบาลตาํ บลบา้ นยาง
เทศบาลตาํ บลไพล
อาํ เภอวงั นาํ เขียว
เทศบาลตาํ บลศาลเจา้ พอ่
อาํ เภอสีดา
เทศบาลตาํ บลสีดา
อาํ เภอหนองบุญมาก
เทศบาลตาํ บลหนองหวั แรต
เทศบาลตาํ บลแหลมทอง
อาํ เภอแกง้ สนามนาง
เทศบาลตาํ บลบึงสาํ โรง
เศรษฐกจิ
โครงสร้างเศรษฐกิจทีสาํ คญั ของจงั หวดั นครราชสีมามีโครงสร้างทีสาํ คญั ไดแ้ ก่ ภาคอุตสาหกรรม ภาค
การเกษตร และการคา้ ส่งคา้ ปลีก ซึงมีอตั ราสดั ส่วนโครงสร้างร้อยละ 22.46, 19.82 และ 14.91 ตามลาํ ดบั
[17] ในภาคการเกษตร จงั หวดั มีพืนทีเกษตรกรรมทงั สิน 8,931,032 ไร่ แบ่งเป็ น ปลูกขา้ ว จาํ นวน 4,329,724
ไร่ พืชไร่จาํ พวกขา้ วโพด มนั สาํ ปะหลงั ปอ ฝ้าย และขา้ วฟ่ าง จาํ นวน 3,793,602 ไร่ และปลูกพืชสวน
632,170 ไร่ มีครัวเรือนเกษตรกรรวมทงั สิน 326,587 ครัวเรือน โดยมีพืชเศรษฐกิจ 3 อนั ดบั แรก คือ ขา้ ว มนั
สาํ ปะหลงั และขา้ วโพดเลียงสัตว์ นอกจากนียงั มีการเลียงสตั ว์ เพาะเลียงสัตวน์ าํ จืด การเลียงไหมโดย
เฉพาะทีอาํ เภอปักธงชยั เป็นแหล่งผา้ ไหมทีขึนชือ อาชีพการทาํ ป่ าไม้ และการประมงนาํ จืดตามลุ่มนาํ
ในภาคอุตสาหกรรม ปี พ.ศ. 2560 จงั หวดั นครราชสีมามีโรงงานทงั สิน 7,513 โรงงาน มีมูลค่าการลงทุน
ประมาณ 188,074 ลา้ นบาท มีจาํ นวนคนงานรวม 129,531 คน ซึงโรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็ น
อุตสาหกรรมการเกษตรมีสัดส่วนเฉลียร้อยละ 18.84 อุตสาหกรรมขนส่งเฉลียร้อยละ 12.27 อุตสาหกรรม
อโลหะเฉลียร้อยละ 11.38 และอุตสาหกรรมอาหารเฉลียร้อยละ 10.02[18] สาํ หรับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ มี
แร่ทีสาํ คญั คือ หินบะซอลต์ หินปูน และ เกลือหิน โดยเฉพาะเกลือหิน พบมากในตอนเหนือและตอนกลาง
ของจงั หวดั
ในปี พ.ศ. 2560 (year 2017) จงั หวดั นครราชสีมามีผลิตภณั ฑม์ วลรวมจงั หวดั (Gross Provincial Product -
GPP) เท่ากบั 274,898 ลา้ นบาท ( 8.9 Billion US$) อยใู่ นลาํ ดบั ที 1 ของภาตตะวนั ออกเฉียงเหนือ ลาํ ดบั ที 10
ของประเทศ และ ผลิตภณั ฑ์จงั หวดั ตอ่ คน (GPP per capita) เทา่ กบั 110,301 บาท ( 3,586 US$)[19] อยใู่ น
ลาํ ดบั ที 2 ของภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ลาํ ดบั ที 32 ของประเทศ
ภาคการเงินการธนาคาร จงั หวดั นครราชสีมามีจาํ นวนสาํ นกั งานของธนาคารทงั สิน 152 สาํ นกั งาน(มีนาคม
พ.ศ. 2562) เงินรับฝากรวมทุกประเภท (มีนาคม พ.ศ. 2562) ทงั สิน 153,649 ลา้ นบาท และ เงินใหส้ ินเชือ
รวมทุกประเภท (มี.ค.2562) ทงั สิน 169,203 ลา้ นบาท
เขตอุตสาหกรรมในนครราชสีมา
นิคมอุตสาหกรรมนวนคร นครรราชสีมา
ประชากรศาสตร์
ปัจจุบนั จงั หวดั นครราชสีมามีประชากรมากเป็นอนั ดบั หนึงของภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ และมากเป็น
อนั ดบั สองของประเทศรองจากกรุงเทพมหานคร ประกอบดว้ ยประชากรหลากหลายเชือชาติหรือหลายชาติ
พนั ธุ์ แต่กลุ่มชาติพนั ธุ์ในจงั หวดั นครราชสีมาทีมีจาํ นวนมากมีอยสู่ องกลุ่มใหญ่คือ ไทย (หรือเรียกอีกอยา่ ง
วา่ ไทโคราช) และอีกกลุ่มคือชาวลาว และ ชาวอีสาน(ตอนบนและดา้ นตะวนั ออกเฉียงเหนือของเขตจงั หวดั )
และมีชนกลุ่มนอ้ ยอีกไดแ้ ก่ มอญ กุย (หรือส่วย) ชาวบน จีน ไทยวน ญวน และแขก
ไทโคราช
ชาวไทยสยามเก็บนาํ ตาล
กลุ่มชาติพนั ธุ์ไทยทีอยใู่ นนครราชสีมาเรียกอีกอยา่ งวา่ ไทโคราช เป็นคนกลุ่มใหญ่ทีสุดในจงั หวดั
นครราชสีมา คนกลุ่มนีใชภ้ าษาคลา้ ยคนไทยภาคกลาง เพยี งแต่เสียงวรรณยกุ ตเ์ พยี นไปบา้ ง และมีคาํ ศพั ท์
สาํ นวนบางอยา่ งทีมีลกั ษณะเป็นของตนเอง เดิมถินนีชาวพืนเมืองเป็นละวา้ ชาวไทยภาคกลางไดอ้ พยพเขา้
มาอยอู่ าศยั สมยั กรุงศรีอยธุ ยา พระเจา้ อูท่ องใหข้ นุ หลวงพะงวั ยกกองทพั มารวบรวมดินแดนแถบนีเขา้ กบั
กรุงศรีอยธุ ยา พระเจา้ อูท่ องโปรดฯใหก้ องทหารอยธุ ยาตงั ด่านอยปู่ ระจาํ และส่งช่างชาวอยธุ ยามาก่อสร้าง
บา้ นเรือนและวดั วาอารามเป็ นอนั มาก ชาวไทยอยธุ ยาไดอ้ พยพเขา้ มาอยอู่ าศยั เพิมขึนในสมยั สมเด็จพระ
นารายณ์มหาราช และไดอ้ พยพมาอยนู่ ครราชสีมาอีกระลอกหนึงคือ คราวเสียกรุงครังที2 โดยมีชาวไทย
ชายฝังทะเลภาคตะวนั ออกไดอ้ พยพเขา้ มาเพิมดว้ ย ชาวไทยกลุ่มนีและชาวไทยพนื เมืองเดิม (เขา้ ใจวา่ เป็น
ชาวสยามลุ่มนาํ มูล) สืบเชือสายเป็นชาวไทยโคราชและรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีสืบทอดกนั มา
กลุ่มไทโคราชเป็นกลุ่มทีแสดงเอกลกั ษณ์ของเมืองนครราชสีมา เพราะสาํ เนียงแตกตา่ งจากกลุ่มอืน เป็นกลุ่ม
ทีพูดภาษาไทยโคราชซึงคลา้ ยคลึงภาษาไทยกลางแต่สาํ เนียงเพียน เหน่อ หว้ นสัน เกินเสียง มีคาํ ไทยลาว
(อีสาน) ปะปนบา้ งเล็กนอ้ ย ชาวไทยโคราชแตง่ กายแบบไทยภาคกลาง รับประทานขา้ วเจา้ อาหารทวั ไป
คลา้ ยคลึงภาคกลาง ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวฒั นธรรมคลา้ ยไทยภาคกลาง ปัจจุบนั กลุ่มไทยโคราช
อาศยั อยใู่ นทุกอาํ เภอในจงั หวดั นครราชสีมา ยกเวน้ บางอาํ เภอทีมีชาวไทอีสานมากกวา่ (อาํ เภอบวั ใหญ่ ปัก
ธงชยั และสูงเนิน) และยงั พบชาวไทยโคราชในบางส่วนของจงั หวดั สระบุรี จงั หวดั ลพบุรี จงั หวดั ชยั ภูมิ
(อาํ เภอบาํ เหน็จณรงค์ อาํ เภอเนินสง่า อาํ เภอจตั ุรัส อาํ เภอเทพสถิต อาํ เภอซบั ใหญ่ อาํ เภอคอนสวรรค์ และ
อาํ เภอเมืองชยั ภูมิ) และจงั หวดั บุรีรัมย์ (อาํ เภอเมืองบุรีรัมย์ นางรอง และหนองกี)
ชาวไทอีสาน
ชาวไทอีสานเป็นกลุ่มหนึงทีมีจาํ นวนประชากรมากรองจากกลุ่มไทโคราช อาศยั อยมู่ ากในบางอาํ เภอของ
จงั หวดั นครราชสีมา เช่น อาํ เภอบวั ใหญ่ อาํ เภอบวั ลาย อาํ เภอสีดา อาํ เภอแกง้ สนามนาง อาํ เภอประทาย
อาํ เภอโนนแดง อาํ เภอบา้ นเหลือม อาํ เภอเมืองยาง อาํ เภอลาํ ทะเมนชยั อาํ เภอปักธงชยั อาํ เภอสูงเนิน อาํ เภอ
คง อาํ เภอหว้ ยแถลง อาํ เภอชุมพวง และบางส่วนของ อาํ เภอครบุรี อาํ เภอเสิงสาง และ อาํ เภอสีคิว เป็นตน้
ชาวไทยอีสานพูดภาษาอีสานทอ้ งถินคลา้ ยกบั จงั หวดั อืนๆในภาคอีสาน และมีขนบธรรมเนียมประเพณี
เหมือนชาวอีสานทวั ไป กลุ่มชาวไทยอีสานอพยพเขา้ มาอยใู่ นจงั หวดั นครราชสีมาหลายรุ่นตามความเจริญ
ของเศรษฐกิจ ในบางขอ้ สนั นิฐานใหข้ อ้ มูลวา่ เดิมชาวโคราชพูดภาษากลางแบบชาวสยาม และมีชาวไทย
อีสานอพยพเขา้ มาอยปู่ ะปนกนั จึงเกิดการผสมผสานเป็นภาษาไทโคราช แต่อยา่ งไรก็ดีชาวไทยอีสานดงั เดิม
มีถินอาศยั อยใู่ นภาคอีสานมานานแลว้ และอีกส่วนมากไดม้ ีการอพยพมาจากฝังซา้ ยแม่นาํ โขง มี
ความสมั พนั ธ์ในดา้ นตา่ งๆ กบั อาณาจกั รลา้ นชา้ ง ซึงกล่าวไดว้ า่ ชาวไทยอีสานเป็นชนพืนเมืองเดิมของภาค
อีสานมาชา้ นานแลว้ และมีอีกส่วนมากทีอพยพมาจากฝังซา้ ยของแมน่ าํ โขงดว้ ยเช่นกนั
ชาวไทยเชือสายลาว
อพยพเขา้ มาอยสู่ มยั สงครามปราบปรามเมืองเวยี งจนั ทน์ในสมยั กรุงธนบุรี และสมยั ปราบเจา้ อนุวงศใ์ น
รัชกาลที3 มีการกวาดตอ้ นครอบครัวลาวเขา้ มาอยใู่ นหวั เมืองชนั ในหลายครัง และมีการอพยพเขา้ มาโดย
สมคั รใจเพิมขึนในระยะหลงั คนกลุ่มทีนีมกั เรียกกนั วา่ "ลาวเวยี ง" มีการใชภ้ าษาลาวสาํ เนียงเวยี งจนั ทนซ์ ึง
ต่างกบั ภาษาอีสานสาํ เนียงทอ้ งถินอยา่ งสินเชิง กระจายอาศยั กนั อยทู่ วั ไปในจงั หวดั นครราชสีมา โดย
ส่วนมากมกั พบทีอาํ เภอสูงเนินและอาํ เภอปักธงชยั ปัจจุบนั สืบหาแทบไมไ่ ดแ้ ลว้ เนือจากการเทครัวมีมานบั
200ปี และมีการแต่งงานกบั คนพืนเมือง มีจาํ นวนนอ้ ยทีสืบหาไดว้ า่ มีเชือสาวลาวเวยี งจนั ทนต์ ามคาํ บอกเล่า
ของคนเฒา่ คนแก่ เช่น การเก็บรักษาผา้ ซินแต่เดิมไว้ และขา้ วของเครืองใชต้ า่ งๆ เนืองจากชาวลาวเวยี งจนั ทน์
อพยพมาจากเมืองทีมีวฒั นธรรมสูง มกั จะมีของมีคา่ ติดตวั มาดว้ ย เช่น ผา้ ซิน ขา้ วของเครืองใช้ รวมถึง
วฒั นธรรมและวถิ ีชีวติ แบบชาวเวยี งจนั ทนท์ ียงั สืบทอดมาจนถึงปัจจุบนั ชาวลาวเวยี งจนั ทน์อพยพมากทีสุด
ในสมยั รัชกาลที3 เนืองจากมีการทาํ สงครามกบั เวยี งจนั ทน์หลายครัง และเป็นครังใหญท่ ีทาํ ลายนคร
เวยี งจนั ทน์อยา่ งราบคราบ จึงทาํ ใหช้ าวลาวเวยี งจนั ทน์ถูกเกณฑเ์ ป็นเชลยจาํ นวนมาก โดยหวั เมืองใหญ่อยา่ ง
นครราชสีมารับชาวเชลยไวเ้ ป็นจาํ นวนหนึง ส่วนทีเหลือกระจายไปตามหวั เมืองตา่ งๆในภาคกลาง
มอญ
จากการสาํ รวจสาํ มะโนประชากรของจงั หวดั นครราชสีมา เมือปี พ.ศ. 2446 ในสมยั รัชกาลที 5 พบวา่ มีชาว
มอญอยจู่ าํ นวน 2,249 คน จากจาํ นวนประชากรของนครราชสีมา 402,668 คน ชาวมอญอพยพเขา้ มาอยู่
บริเวณเมืองนครราชสีมา ตงั แต่ปี พ.ศ. 2318 ในสมยั กรุงธนบุรี สมเด็จพระเจา้ กรุงธนบุรี พระราชทานครัว
มอญทีอพยพเขา้ มาสวามิภกั ดิ มีเจา้ พระยามหาโยธา (พญาเจ่ง) ตน้ สกลุ "คชเสนี" เป็นหวั หนา้ แบง่ ใหพ้ ระยา
นครราชสีมานาํ ขึนมาอยทู่ ีเมืองนครราชสีมา ตงั ครัวมอญทีลาํ พระเพลิง เขตอาํ เภอปักธงชยั ทีบา้ นพลบั พลา
อาํ เภอโชคชยั พระยาศรีราชรามญั ผเู้ ป็นหวั หนา้ พาญาติพีนอ้ งมาอยใู่ นเมืองเป็ นสายกองส่วยทอง ตงั
บา้ นเรือนเรียกวา่ บา้ นมอญ เมือเกิดกบฏเจา้ อนุวงศ์ เมือปี พ.ศ. 2336 พระบาทสมเด็จพระนงั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ได้
โปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ จา้ พระยามหาโยธา (ทอเรียะ คชเสนี) คุมกองมอญมาสมทบมาร่วมรบกบั กาํ ลงั ฝ่ ายไทย เมือ
เสร็จศึกแลว้ พวกมอญเห็นเมืองปักธงชยั อุดมสมบูรณ์จึงมาตงั ถินฐาน ปัจจุบนั ชาวมอญในนครราชสีมายงั
รักษาวฒั นธรรมประเพณีมอญไว้ เช่น ภาษา การไหวผ้ ี การเล่นสะบา้ ในเขตบา้ นทา่ โพธิ บา้ นสาํ ราญเพลิง
ตาํ บลนกออก อาํ เภอปักธงชยั ประกอบอาชีพทาํ นา ทาํ สวน ทาํ เครืองปันดินเผา ภาษามอญจะใชพ้ ูดในชาว
ไทยมอญทีอายเุ กิน 60 ปี ขึนไป คนรุ่นหลงั จากนีจะพดู ภาษาไทยโคราชทงั สิน
ส่วย
ส่วย หรือ ข่า เป็นชนพืนเมืองของหวั เมืองเขมรป่ าดงและเมืองนครราชสีมา พูดภาษาตระกูลมอญ-เขมร ได้
อยใู่ นพืนทีนีก่อนทีคนไทยจะเขา้ มามีอิทธิพลเหนือดินแดนบริเวณลุ่มแมน่ าํ มูลตอนบน เมือปี พ.ศ. 2362 เจา้
เมืองนครราชสีมา (ทองอินทร์) ตีข่าได้ แลว้ นาํ มายงั เมืองนครราชสีมา ภาษาส่วย เป็นภาษาของชาวส่วยที
อพยพมาจากจงั หวดั สุรินทร์ จงั หวดั ศรีสะเกษ และจงั หวดั บุรีรัมย์ ทีมาตงั หลกั แหล่งอยทู่ ี ตาํ บลหว้ ยแถลง
อาํ เภอหว้ ยแถลง ปัจจุบนั มีเฉพาะผทู้ ีอายเุ กิน 40 ปี ขึนไป ทียงั คงใชภ้ าษาส่วยในกลุ่มของตนเอง นอกจากนนั
จะใชภ้ าษาไทยโคราชเป็นพืน
ญฮั กรุ
ญฮั กรุ หรือ เนียะกุล เป็นชนกลุ่มนอ้ ยทีอาศยั อยตู่ ามไหล่เขาหรือเนินเขาเตีย ๆ บริเวณดา้ นในของทีราบสูง
โคราช ชาวบนอาจสืบเชือสายมาจากคนในสมยั ทวารวดี อยใู่ นบางหมู่บา้ นของอาํ เภอปักธงชยั อาํ เภอครบุรี
และอาํ เภอหนองบุญมาก ภาษาชาวบน เป็นภาษาตระกูลมอญ-เขมร ปัจจุบนั ชาวบนพูดภาษาชาวบนเฉพาะผู้
ทีอายเุ กิน 60 ปี ขึนไป นอกจากนนั ใชภ้ าษาไทยโคราช
ไทยวน
ไทยวน หรือ ไทยโยนก เป็นเผา่ ไทยในภาคเหนือของไทย ไดอ้ พยพเขา้ มาอยทู่ ีอาํ เภอสีคิวสองทางดว้ ยกนั คือ
พวกแรกอพยพจากทางเหนือมาอยทู่ ีอาํ เภอเสาไห้ จงั หวดั สระบุรี ต่อมาเจา้ เมืองสระบุรีตอ้ งการตงั กองเลียง
โคนมทีเมืองนครจนั ทึก จึงไดแ้ บง่ ครอบครัวชาวไทยวนจากอาํ เภอเสาไหไ้ ปอยทู่ ีอาํ เภอสีคิว ส่วนอีกพวก
หนึงอพยพมาจากเวยี งจนั ทน์ ชาวไทยวนยงั รักษาประเพณีและวฒั นธรรมแบบโยนกไวไ้ ดด้ ีมาก ภาษาไทย
วน ใชพ้ ูดในหมูไ่ ทยวนดว้ ยกนั เองซึงมีอยปู่ ระมาณ 5,000 คน ในเขตอาํ เภอสีคิว ในทอ้ งทีตาํ บลลาดบวั ขาว
ตาํ บลสีคิว และตาํ บลบา้ นหนั
นอกจากนียงั มีกลุ่มเชือสาย ชาวจีน, ชาวเวยี ดนาม, และแขก(อินเดีย, บงั คลาเทศ, ปากีสถาน ฯลฯ)
การศึกษา
จงั หวดั นครราชสีมามีสถาบนั การศึกษาหลายแห่ง โดยแบง่ เป็นระดบั ประถมศึกษา ทงั หมด 7 เขต และ
มธั ยมศึกษา 1 เขต (ไม่รวมสังกดั อปท.)
โรงเรียน
ดูบทความหลกั ที: รายชือโรงเรียนในจงั หวดั นครราชสีมา
สถาบนั อุดมศึกษา
สถาบนั อุดมศึกษาของรัฐ
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยสี ุรนารี
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครราชสีมา
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน (ศูนยก์ ลางภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ นครราชสีมา)
มหาวทิ ยาลยั รามคาํ แหง สาขาวทิ ยบริการเฉลิมพระเกียรติ จงั หวดั นครราชสีมา
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั วทิ ยาเขตนครราชสีมา
มหาวทิ ยาลยั มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั มหาปชาบดีเถรีวทิ ยาลยั และศูนยก์ ารศึกษาโคราช
สถาบนั บณั ฑิตพฒั นบริหารศาสตร์ (นิดา้ สีคิว)
สถาบนั บณั ฑิตพฒั นศิลป์ (วนศ.นครราชสีมา)
วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา
สถาบนั อุดมศึกษาเอกชน
มหาวทิ ยาลยั วงษช์ วลิตกุล
วทิ ยาลยั นครราชสีมา
วทิ ยาลยั เทคโนโลยพี นมวนั ท์
สถาบนั การเรียนรู้เพือปวงชน ศูนยก์ ารเรียนรู้จงั หวดั นครราชสีมา
วทิ ยาลยั พชิ ญบณั ฑิต นครราชสีมา
วทิ ยาลยั พุทธศาสนานานาชาติ วทิ ยาเขตนครราชสีมา
สถาบนั การจดั การปัญญาภิวฒั น์ หน่วยการเรียนทางไกลจงั หวดั นครราชสีมา
การสาธารณสุข
โรงพยาบาลศูนย์
โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา (1,619 เตียง) เป็ นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ทีสุดในประเทศ สงั กดั สาํ นกั งาน
ปลดั กระทรวงสาธารณสุข
โรงพยาบาลทวั ไป
โรงพยาบาลปากช่องนานา (300 เตียง)
โรงพยาบาลบวั ใหญ่ (268 เตียง)
โรงพยาบาลเทพรัตน์นครราชสีมา (200 เตียง)
โรงพยาบาลพิมาย (144 เตียง)
การคมนาคม
วนั ที กนั ยายน ทีทา่ อากาศยานนครราชสีมา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา บริษทั Thai Regional
Aviation จาํ กดั ไดท้ าํ การเปิ ดเทียวบิน สุวรรณภูมิ-โคราช-สุวรรณภูมิ บริษทั เลือกใชเ้ ครืองบินรุ่น Piper
Navajo Chieftain ซึงเป็นเครืองบินทีไดร้ ับความนิยมสูง และ มีความปลอดภยั จากประเทศสหรัฐอเมริกา ใช้
เวลาในการเดินทาง นาที (ปัจจุบนั หยดุ ใหบ้ ริการในสายนีแลว้ )
วนั ที กุมภาพนั ธ์ สายการบิน กานตแ์ อร์ ไดท้ าํ การเปิ ดเทียวบิน จาก ทา่ อากาศยานเชียงใหม่ - ทา่
อากาศยานนครราชสีมา โดยทาํ การบิน เทียวบินตอ่ สปั ดาห์ ( จนั ทร์,พธุ ,พฤหสั บดี,เสาร์ ) โดยใชเ้ ครืองบิน
รุ่น ATR- (ปัจจุบนั หยดุ ใหบ้ ริการในสายนีแลว้ )
วนั ที ธนั วาคม สายการบินนิวเจน แอร์เวยส์ เปิ ดให้บริการเส้นทางบิน นครราชสีมา - เชียงใหม่ และ
ภูเกต็ (ปัจจุบนั สายนีหยดุ ให้บริการแลว้ )
วนั ที ธนั วาคม สายการบินนิวเจน แอร์เวยส์ เปิ ดใหบ้ ริการเส้นทางบิน นครราชสีมา - กรุงเทพฯ
(ดอนเมือง) (ปัจจุบนั สายนีหยดุ ใหบ้ ริการแลว้ )
รถยนต์
จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางดว้ ยรถยนต์ มายงั จงั หวดั นครราชสีมาไดห้ ลายเส้นทาง คือ
เส้นทางผา่ นทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข (พหลโยธิน) ผา่ นรังสิต วงั นอ้ ย จนถึงจงั หวดั สระบุรี ขา้ มทางต่าง
ระดบั มิตรภาพ ทางทิศตะวนั ออก ไปยงั ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข (ถนนมิตรภาพ) ผา่ นอาํ เภอแก่งคอย
มวกเหล็ก จงั หวดั สระบุรี เรือยไปจนถึงอาํ เภอปากช่อง สีคิว สูงเนิน และจงั หวดั นครราชสีมา รวมระยะทาง
ประมาณ กิโลเมตร
ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข เส้นทางผา่ นเขตมีนบุรี อาํ เภอเมืองฉะเชิงเทรา อาํ เภอพนมสารคาม อาํ เภอ
กบินทร์บุรี อาํ เภอวงั นาํ เขียว อาํ เภอปักธงชยั จนถึงจงั หวดั นครราชสีมา รวมระยะทางประมาณ
กิโลเมตร
ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข เส้นทางรังสิต-นครนายก ต่อทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข ไปกบินทร์บุรี
แลว้ แยกเขา้ ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข ผา่ นอาํ เภอวงั นาํ เขียว ปักธงชยั เรือยไปจนถึงจงั หวดั นครราชสีม
สถานทที ่องเทียว
ตลาดนาํ เขาใหญ่ อ.ปากช่อง
ตลาดนาํ เขาใหญ่ เป็ นตลาดนาํ บนเนินเขาทีใหญ่ทีสุดในประเทศไทย มีเจา้ ของเป็นเจา้ เดียวกนั กบั ตลาดนาํ
สามพนั นาม (หวั หิน), ตลาดนาํ อโยธยา, ตลาดอโยเดีย และปางชา้ งอโยธยา โดยตลาดนาํ แบง่ ออกเป็น
โซน คือโซนตลาดนาํ และโซนสวนดอกไม้ นกั ท่องเทียวทีมาเยอื นจะไดพ้ บกบั ความสวยงามของทุง่ ดอกไม้
สีเหลืองทีปกคลุม เขาตลอดทงั ปี พร้อมสวนสตั ว์ (mimi zoo) ทา่ ม กลางธรรมชาติ ซึงนกั ทอ่ งเทียวจะไดพ้ บ
กบั เหล่าสตั วน์ ่ารักอนั ไดแ้ ก่ แกะ กระต่าย อูฐ ทีนกั ท่องเทียวสามารถใหอ้ าหารไดก้ บั มือ นอกจากนีภายใน
ตลาดยงั มีสถานทีถ่ายรูปสาํ หรับคูร่ ัก (swiss Love) พร้อมทีจอดรถกวา่ คนั
วดั ศิมาลยั ทรงธรรม อ.ปากช่อง
วดั ศิมาลยั ทรงธรรม ตงั อยทู่ ่ามกลางภูเขา ภายในมีถาํ หินงอก หินยอ้ ย ตกแต่งพืนทีสาํ หรับนงั สมาธิภาวนา
บนยอดพระบรมธาตุเจดียต์ กแต่งเป็นบนั ไดพญานาค ขนั มีฝ่ าพระหตั ถจ์ าํ ลอง และกฏุ ิหลงั เลก็ ๆ ตาม
แมกไมบ้ นภูเขา เป็ นวดั ทีมีความหลากหลายทางพระพุทธศาสนามากทีสุดเลยกว็ า่ โดยมีการรวมศิลปะ
ประติมากรรมจากหลายพืนทีมาไวด้ ว้ ยกนั ไมว่ า่ จะเป็น อินเดีย ศรีลงั กา ขอม ทิเบต ฯลฯ รับรองวา่ คุณ
จะตอ้ งเพลิดเพลินไปกบั ความอศั จรรยใ์ นแนวคิดของการสร้างวดั นี พร้อมมีเจา้ นกยงู แสนสวย สัตวเ์ ลียง
ประจาํ วดั คอยตอ้ นรับคุณอยา่ งเป็นมิตร
เขาใหญ่ อาร์ต มวิ เซียม อ.ปากช่อง
เขาใหญ่อาร์ตมิวเซียม (Khao Yai Art Museum) เป็นพืนทีทางศิลปะใหผ้ ทู้ ีสนใจสามารถเดินทางมาศึกษา
เยยี มชม โดยอยใู่ นฐานะของหอศิลป์ และศูนยร์ วมการเรียนรู้ทางศิลปะ ภายในจดั แสดงผลงานศิลปะร่วม
สมยั ทีสร้างสรรคข์ ึนโดยศิลปิ นระดบั แนวหนา้ ของเมืองไทย ซึงแสดงใหเ้ ห็นถึงผลผลิตทางพทุ ธิปัญญาของ
มนุษยท์ งั้ ทางดา้ น ศิลปกรรม สถาปัตยกรรม มณั ฑนศิลป์ และการจดั วางองคป์ ระกอบของทิวทศั น์ท่ามกลาง
บรรยากาศของธรรมชาติที งดงาม เงียบสงบ และอบอวลดว้ ยสนุทรียะแห่งการใชช้ ีวตี อยา่ งมีรสนิยม
จมิ ทอมป์ สัน ฟาร์ม อ.ปักธงชัย
จิม ทอมป์ สนั ฟาร์ม แหล่งท่องเทียวเชิงเกษตรทีเหมาะกบั ทุกเพศทุกวยั เทียวชมวถิ ีชีวติ พืนบา้ นแบบดงั เดิม
การปลูกหมอ่ นเลียงไหม แปลงเก็บผกั ปลอดสารพษิ ตลอดจนทุ่งดอกไมน้ านาพรรณ และความงามของ
ธรรมชาติ ทา่ มกลางภูเขาและทุ่งหญา้ โดยจะเปิ ดให้เทียวชมเพยี งปี ละ เดือนเทา่ นนั เพือเป็นแหล่งเรียนรู้
ใหก้ บั นกั ท่องเทียว พร้อมให้ไดเ้ ทียวชมและเลือกซือผกั ดอกไมน้ านาชนิด พร้อมทงั เรียนรู้สถาปัตยกรรม
และวฒั นธรรมประเพณีแบบดงั เดิมของชาวอีสาน
นําพธุ รรมชาติ นําผุด ปากช่อง
สระนาํ ผดุ ตงั อยใู่ นตาํ บลหมูสี อาํ เภอปากช่อง เป็นตานาํ ทีมีนาํ ไหลตลอดปี มีนาํ ผดุ ออกมาโดยธรรมชาติ
ลกั ษณะของนาํ จะใสมาก และไหลอยตู่ ลอดเวลา ถา้ เป็นช่วงหนา้ ฝนกจ็ ะมีนาํ เยอะกวา่ ปกติ นาํ ผดุ นีจะมี บ่อ
หรือชนั ลดหลนั กนั ไปเป็ นบอ่ ๆ มีประมาณ บอ่ สามารถลงเล่นนาํ ได้ ส่วนบ่อทีเป็ นตานาํ จะไมม่ ีใครไป
ลงเล่นนาํ เพราะถือวา่ เป็นตานาํ นาํ ผดุ บ่อนาํ จะสามารถลงเล่นนาํ ได้ มีสะพานขา้ มไปฝังตรงขา้ ม โดยมีถนน
ทางเดินเลก็ ๆ เดินเขา้ ไป
วดั โนนก่มุ (วดั หลวงพ่อโต) อ.สีควิ
วดั โนนกุ่ม อ. สีคิว หรือทีรู้จกั กนั ดีในชือ วดั หลวงพอ่ โต ทีมีการสร้างรูป หล่อทองเหลืองรมดาํ ของสมเดจ็
พฒุ าจารยโ์ ต พรหฺมรังสี ขนาดใหญ่ทีสุดในโลก โดยโบสถม์ ีการสร้างอยา่ งงดงามและใหญ่โต โดยมีคุณสร
พงษ์ ชาตรี ดารานกั แสดงไดเ้ ป็นผเู้ ริมดาํ เนินการสร้าง นอกจากนีบิริวณโดยรอบ ยงั มีสวนอุทยานทีสวยงาม
ทาํ ใหเ้ ป็นสถานทีน่าทอ่ งเทียวอีกแห่งหรึงในเมืองโคราช
ผาเกบ็ ตะวนั อ.วงั นําเขียว
ผาเกบ็ ตะวนั อยใู่ นเขตอุทยานแห่งชาติทบั ลาน มีทางขึนอยดู่ า้ นอาํ เภอวงั นาํ เขียว เป็ นจุดชมพระอาทิตยต์ กที
สวยงามทีสุดแห่งหนึง ไฮไลทส์ าํ คญั ของทีนี คือ การดีดหนงั สติก เป็นหนงั สติกขนาดใหญ่ ทีใหเ้ อาไวใ้ ห้
นกั ท่องเทียวไดเ้ ล่น แต่ไมใ่ ช่ดีดไปส่งเดชนะครับ เพราะวา่ กระสุนทีใช้ มนั คือเมล็ดพนั ธุ์ (ขายลูกละ 10
บาท) ทียงิ ออกไปไกลแค่ไหนก็แลว้ แต่กาํ ลงั มนั ก็จะเจริญเติบโตเป็นตน้ ไมใ้ หญ่ต่อไป ถือเป็นกุศโลบายชนั
เยยี ม ทีคอยช่วยเหลือผืนป่ าใหย้ นื ยาว
บ้านไม้ชายนํา อ.ปากช่อง
พพิ ธิ ภณั ฑข์ องเก่าและร้านอาหาร ในหนึงเดียว คุณจะเพลิดเพลินไปกบั การเดินชมของเก่าจากหลายยคุ หลาย
สมยั มีทงั ของเล่น เครืองมือเครืองใช้ เครืองอุปโภคบริโภคในสมยั ก่อน ทีเป็นของหายาก ถา้ มีคนแก่ไปดว้ ย
ทา่ นอาจจะไดร้ าํ ลึกความหลงั ภายในโซนสวนอาหารก็ตกแตง่ ในแบบไทยยอ้ นยคุ มีโคมไฟสีสันสดใส
ตกแตง่ อยา่ งสวยงาม อีกทงั ยงั มีรูปปันเหล่าบรรดาซุปเปอร์ฮีโร่ ทีเดก็ ๆ จะตอ้ งชอบ ขอบอกเลยวา่ การมาทีนี
ระวงั เมมกลอ้ งเตม็ โดยไม่รู้ตวั
นําตกเหวสุวตั อทุ ยานแห่งชาติเขาใหญ่
นาํ ตกเหวสุวตั เป็ นนาํ ตกทีมีชือเสียงมาก เป็นทีรู้จกั ของประชาชนทวั ไป ตงั อยใู่ นเขตอุทยานแห่งชาติเขา
ใหญ่ อยสู่ ุดถนนธนะรัชต์ หรือจะเดินเทา้ ต่อจากนาํ ตกผากลว้ ยไมไ้ ปประมาณ 3 กิโลเมตร นาํ ตกแห่งนีนีมี
ลกั ษณะเป็นสายนาํ ตกลงมาจากหนา้ ผาสูงประมาณ 20 เมตรเศษ บริเวณดา้ นล่างของนาํ ตกเป็นแอ่งนาํ และลาํ
ธาร เหมาะทีจะลงเล่นนาํ แต่สาํ หรับฤดูฝนนาํ จะมาก ไหลแรง และคอ่ นขา้ งเยน็ จดั ควรระมดั ระวงั ความ
ปลอดภยั
วหิ ารเทพวทิ ยาคม วดั บ้านไร่ อ.บ้านไร่
ดว้ ยความอุตสาหะและความสามคั คีของชาวบา้ น ทาํ ใหเ้ กิดวหิ ารเซรามิคโมเสกกลางนาํ ทีใหญท่ ีสุดใน
เอเชีย! สร้างขึนจากความตงั ใจของหลวงพอ่ คูณ ปริสุทโธ ทีตอ้ งการใหค้ นเขา้ ใจพระพุทธศาสนาไดอ้ ยา่ ง
ง่ายๆ โดดเด่นดว้ ยสถาปัตยกรรมทีสุดแสนอลงั การ ตงั แต่ รูปปันพญานาค19 เศียร ประตูทา้ วจตุโลกบาล
และเศียรชา้ งขนาดใหญ่ เป็ นสถานทีทอ่ งเทียวทีสุดแสนจะจรรโลงใจ ตอ้ งไปใหเ้ ห็นกบั ตา
ร้านอาหาร
ครัวจนั ผา เขาใหญ่
มาเทียวเขาใหญ่หา้ มพลาดร้านนีค่ะ ร้านอาหารโคราชบรรยากาศดี อยรู่ ิมถนนธนะรัชต์ ร้านนีมีชือเสียง
เพราะขายมานานกวา่ 10 ปี แลว้ ร้านโล่งโปร่งสบาย มีลมธรรมชาติพดั ผา่ นตลอดเวลา น่านงั มาก จุดเด่นอยทู่ ี
อาหารไทยสูตรโบราณหลากเมนู จานเดด็ หา้ มพลาดตอ้ ง “ปลาช่อนเผาแมล่ า” ทีจะใชป้ ลาช่อนพนั ธุ์แมล่ า
จากแหล่งนาํ ธรรมชาติเท่านนั ทาํ ใหเ้ นือแน่น มนั นอ้ ย ยา่ งสูตรพเิ ศษกินกบั นาํ จิมสุดแซ่บ ใครกินก็ติดใจ”
กา้ มทอง
เรากินร้านอาหารโคราชร้านนีมา 6 ปี แลว้ คะ ไปแตล่ ะครังไม่เคยผดิ หวงั เลย กุง้ ตวั ใหญ่ สด เนือแน่น เตม็
ปากเตม็ คาํ มาก ๆ นาํ จิมรสเด็ดสุดๆ ซีฟู้ดถึงใจ บรรยากาศร้านร่มรืน มีหลายโซนใหเ้ ลือก ดา้ นนอกร้านเป็น
พดั ลม และดา้ นในเป็นแอร์ ทีจอดรถกวา้ งขวาง แถมทีร้านมีร้านกาแฟและซูชิใหเ้ ลือกกินดว้ ย
ตําระรัว
ร้านอาหารโคราชบรรยากาศดี ทีอยใู่ นตวั เมืองโคราช ร้านนีมีทงั โซน Outdoor นงั รับลมชิล ๆ ใตร้ ่มไม้ หรือ
จะนงั ในหอ้ งแอร์เยน็ ๆ กด็ ี นอกจากบรรยากาศดีแลว้ อาหารกห็ นา้ ตาดีไม่แพก้ นั ถึงถินอีสานทงั ทีตอ้ งจดั
“ปลาส้มทอดสมุนไพร” กรอบนอกนุ่มใน แต่ถา้ พูดถึงเมนูไฮไลตต์ อ้ ง “ตาํ ระรัว” เป็นตาํ ถาดไซส์ยกั ษท์ ีใส่
เครืองเคียงซีฟู้ดเนน้ ๆ กงุ้ ปู ปลาหมึก ตวั ใหญ่ และตบทา้ ยดว้ ยอาหารอีสานฟิ วชนั อยา่ ง “ไข่ฟูลาบหมู” ที
ผสานไข่เจียวและลาบหมูไดอ้ ยา่ งลงตวั
บรรณานุกรม
https://www.wongnai.com/listings/family-restaurants-korat
https://travel.mthai.com/blog/111631.html
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%
E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0
%B8%8A%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B2