The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by owen Channel, 2020-11-04 09:02:35

จังหวัดลพบุรี

จังหวัดลพบุรี

จงั หวดั ลพบุรี

ลพบุรี เป็นจงั หวดั ในภาคกลางของประเทศไทย แบง่ การปกครองออกเป็น 11 อาํ เภอ มี
อาณาเขตติดตอ่ กบั จงั หวดั อืนจาํ นวน 8 จงั หวดั โดยวนตามเขม็ นาฬิกาจากทิศเหนือ ไดแ้ ก่ จงั หวดั
เพชรบูรณ์ ชยั ภูมิ นครราชสีมา สระบุรี พระนครศรีอยธุ ยา อา่ งทอง สิงห์บุรีและจงั หวดั
นครสวรรค์ ลพบุรีเป็นจงั หวดั ทีมีพืนทียทุ ธศาสตร์ทางการทหารทีสาํ คญั แห่งหนึงของประเทศ เนืองจาก
ตงั อยตู่ รงกึงกลางของประเทศไทย มีพืนทีทีอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การประกอบอาชีพเกษตรกรรมและการ
เพาะปลูก ลพบุรีเป็นจงั หวดั ทีมีความสาํ คญั ในดา้ นประวตั ิศาสตร์ โดยมีการคน้ พบโบราณสถาน
โบราณวตั ถุและการตงั ถินฐานของคนยคุ ก่อนประวตั ิศาสตร์และในอดีตเคยเป็นทีตงั ของศูนยก์ ลางอาณาจกั ร
ละโว้

ประวตั ศิ าสตร์

พืนทีของจงั หวดั ลพบุรี เคยเป็นทีตงั ของเมืองโบราณหลายสมยั เดิมเรียก ละโว้ นบั ตงั แตส่ มยั ขอม
เรืองอาํ นาจ มีหลกั ฐานทีสาํ คญั คือ พระปรางคส์ ามยอด (อยใู่ นเขตอาํ เภอเมืองลพบุรี) เป็นศิลปะเขมรสมยั
บายน อายรุ าวพทุ ธศตวรรษที 18 และมีศาลพระกาฬซึงเก่าแก่ในสมยั เดียวกนั

คาํ วา่ "ละโว"้ นีน่าสัณนิษฐานไดว้ า่ มาจากคาํ วา่ ลวะ นนั เอง (ลวบุรี กลายมาเป็น ลพบุรี ในทุกวนั นี)
[ใครกล่าว?] ซึงคาํ วา่ ลวะ ในภาษาสนั สกฤตแปลวา่ นาํ [ต้องการอ้างอิง] (ซึงอาจหมายความถึงวา่ เมืองนีมีนาํ มาก)
เมือนาํ เอามาสมาสกบั คาํ วา่ อุทยั (ลว + อุทยั ) กก็ ลายเป็นลโวทยั (ดงั เช่น สุข + อุทยั กลายเป็น สุโขทยั ) ซึง
คาํ จารึก "ลโวทยั ปุระ" ยงั พบปรากฏบนเหรียญเงินโบราณทีขดุ คน้ ไดท้ ีบริเวณจงั หวดั ลพบุรีอีกดว้ ย[ต้องการ
อ้างอิง] แตบ่ า้ งกว็ า่ คาํ วา่ ละโว้ มาจากภาษามอญซึงแปลวา่ ภูเขา คงเนืองเพราะเมืองนีมีลกั ษณะภูมิประเทศเป็ น
ภูเขา[ต้องการอ้างอิง]

ลพบุรีเป็นเมืองทีมีประวตั ิศาสตร์อนั ยาวนาน เพราะปรากฏร่องรอยการอยอู่ าศยั ของมนุษยต์ ิดต่อกนั
นานนบั แต่ยคุ ก่อนประวตั ิศาสตร์ไม่นอ้ ยกวา่ 3,000-4,000 ปี มาแลว้ จากการคน้ พบหลกั ฐานทาง
โบราณคดีจาํ นวนมาก รวมทงั มีหลกั ฐานเอกสารและจารึกตา่ ง ๆ กล่าวถึงเมืองลพบุรีอยหู่ ลายชินเช่นในพทุ ธ
ศตวรรษที 11-15 มีหลกั ฐานคือพงศาวดารเหนือ กล่าวถึงพระยากาฬวรรรณดิศไดใ้ หพ้ ราหมณ์ยกพลมา
สร้างเมืองละโวต้ งั แต่ พ.ศ. 1002 นอกจากนียงั มีตาํ นานชินกาลมาลีปกรณ์กล่าวถึงการสร้างเมืองหริภุญ
ไชยใน พ.ศ. 1204 ตอ่ มาอีก 2 ปี คือ พ.ศ. 1206 ไดส้ ่งทูตล่องลาํ นาํ ปิ งไปเมืองลวปุระทูลขอเชือสาย
กษตั ริยล์ วปุระใหไ้ ปปกครอง กษตั ริยล์ วปุระจึงไดพ้ ระราชทานพระนางจามเทวี พระราชธิดา ใหไ้ ปครอง
เมืองหริภุญไชย ทรงสร้างวดั จามเทวที ีเมืองหริภุญไชย ชือเมืองลวปุระในตาํ นานชินกาลมาลีปกรณ์เป็นที
ยอมรับวา่ คือเมืองลพบุรีในปัจจุบนั จึงสรุปไดว้ า่ ลพบุรีคงเป็นเมืองสาํ คญั เมืองหนึง แวน่ แควน้ อืนจึงได้
ยอมรับและขอเชือสายไปปกครอง

ในระยะราวพทุ ธศตวรรษที 16–18 ละโวห้ รือลพบุรีตกอยภู่ ายใตอ้ าํ นาจทางการของอาณาจกั ร
เขมรเป็ นครังคราว ปลายพทุ ธศตวรรษที 18 เกิดความอ่อนแอในอาณาจกั รเขมร ทาํ ใหร้ ัฐต่าง ๆ ทีเคยอยู่
ใตอ้ าํ นาจปลีกตวั เป็นอิสระ รวมทงั ละโวด้ ว้ ย ในราวพุทธศตวรรษที 19 ปรากฏหลกั ฐานวา่ เมืองลพบุรี
น่าจะเป็นเมืองทีพระเจา้ อู่ทองเคยครองราชยม์ าก่อนทีจะยา้ ยไปสถาปนาอาณาจกั รอยธุ ยา และในสมยั กรุงศรี
อยธุ ยานีเองทีลพบุรีเจริญรุ่งเรืองทีสุด เพราะสมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช (ครองราชย์ พ.ศ. 2199-
2231) ไดส้ ถาปนาลพบุรีเป็นราชธานีทีสอง หลงั แผน่ ดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแลว้ ลพบุรีก็ขาด
ความสาํ คญั ลงมากจนกระทงั ถึงรัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั รัชกาลที 4 แห่งกรุง
รัตนโกสินทร์ ไดโ้ ปรดสถาปนาเมืองลพบุรี

ตาํ นานเมือง

เมืองลพบุรีเป็ นเมืองเก่ามาตงั แต่สมยั ละโว้ ไดม้ ีตาํ นานทีกล่าวถึงไวอ้ ยมู่ าก และมีชือสถานทีทีตงั ตาม
ตาํ นานดว้ ย

 เมืองลงิ เล่ากนั วา่ จากเรือง รามเกียรติ สมยั ทีพระรามไปรบกบั ทศกณั ฐจ์ นชนะแลว้
เนืองจากการช่วยเหลือหลายครังของหนุมาน พระรามจึงคิดจะใหร้ างวลั กบั หนุมาน จึงใหม้ า
ดูแลเมืองละโวธ้ านี หนุมานก็นาํ ทหารลิงมาดว้ ยจาํ นวนหนึง จึงเป็นเหตุใหท้ ีลพบุรีมีลิง ซึง
อาจจะเป็ นลูกหลานทหารของหนุมาน และนอกจากนียงั มีเรืองเล่ากนั อีกวา่ ในสมยั ก่อน
ลพบุรีมกั ถูกไฟไหมต้ อ่ กนั เป็ นแนวยาว ๆ เนืองจากหนุมานไดเ้ หาะมาตรวจเมืองของตนเอง
แต่ดว้ ยความเร็วในการบินทีเร็วมาก และหางอนั ยาวของหนุมานกไ็ ดล้ ากทีพืนจนเกิดไฟ
ไหมด้ งั กล่าว

 เรืองของควายทรพี และทรพา ทีลพบุรีจะมีภูเขาทีชือวา่ เขาทบั ควาย ซึงจะมีแร่เหลก็ จาํ นวน
มาก และแร่เหลก็ นีจะทาํ ใหด้ ินเป็นสีออกแดงคลา้ ยกบั เลือด จึงมีเรืองเล่ากนั มาวา่ เมือก่อนมี
ฝงู ควายฝงู ใหญท่ ีอาศยั อยู่ หวั หนา้ ฝงู ชือ ทรพา เป็ นควายทีแขง็ แรงมาก และควายในฝงู ก็จะ
เป็นตวั เมียเทา่ นนั ทรพาจะฆ่าลูกทีเป็นตวั ผทู้ ิงหมด เพอื กนั ไม่ใหม้ าแยง่ ตาํ แหน่งหวั หนา้ ของ
ตน จนมีแมค่ วายตวั หนึงตกลูก เป็นตวั ผู้ แตก่ ลวั วา่ จะถูกฆ่าจึงนาํ ลูกไปซ่อนไว้ และตงั ชือลูก
วา่ ทรพี ใหค้ ลา้ ยกบั ชือพอ่ ลูกควายรู้วา่ ทาํ ไมแม่ตอ้ งซ่อนตนไว้ จึงเกิดความแคน้ พอ่ อยา่ ง
มาก และพยายามวดั เทา้ ตนกบั รอยเทา้ ของพอ่ ตลอดมา จนทรพโี ตเป็นหนุ่ม พอไดว้ ดั รอยเทา้
แลว้ เทา่ กบั พอ่ จึงออกไปทา้ สู้กบั พอ่ และดว้ ยความทียงั หนุ่มกวา่ เรียวแรงมากกวา่ จึง
เอาชนะพอ่ ทีแก่ชราได้ และฆา่ พอ่ ตาย ตอ่ มาทรพจี ึงเป็ นหวั หนา้ ฝงู แทน

 เขาวงพระจันทร์ ดูจาก เขาวงพระจนั ทร์

 ขนั หมากเจ้ากรุงจีน มีพอ่ คา้ จีนชือ กงจีน หรือ เจา้ กรุงจีน เดินทางมาคา้ ขายโดยเรือสาํ เภา
พอ่ คา้ คนนีราํ รวยเป็นเศรษฐี และไดม้ าพบสาวงามชือนางนงประจนั ทร์ เกิดรักใคร่ขึน จึงมา
สู่ขอกบั พอ่ ของนาง ตอนทีขบวนเรือขนั หมากแล่นมาใกลเ้ มืองลพบุรี (ต่อมาสถานทีนนั
กลายเป็นคลองชือ คลองบางขนั หมาก) เมือชายหนุ่มทีเป็ นคนรักของนางนงประจนั ทร์ทราบ
เรือง กแ็ ปลงกายเป็นจรเขต้ วั ใหญ่มากไปขวางขบวนเรือ และทาํ ลายเรือขนั หมาก ลูกเรือก็
กระโดดนาํ หนี (บริเวณตรงนนั ปัจจุบนั กลายเป็นภูเขาเตีย ๆ ชือเขาจีนโจน) มีลูกเรือบางส่วน
ขึนฝังไดก้ ็พากนั มามองหาเรือและตามเกบ็ ของทีลอยนาํ มา (บริเวณนีกลายเป็นภูเขาชือเขา
จีนแล) ส่วนเรือสาํ เภาทีล่มกลายเป็นภูเขาชือเขาตะเภา ขา้ วของทีพอ่ คา้ นาํ มาเป็นสินสอดมีผา้

แพรทีพบั ไวอ้ ยา่ งดีซึงจมนาํ ตอ่ มากลายเป็นภูเขามีลกั ษณะเป็นชนั ๆ ชือเขาพบั ผา้ หรือเขา
หนีบ ส่วนแกว้ แหวนเงินทองงมาจมลงทีเดียวกนั กลายเป็นภูเขาชือเขาแกว้ มีตะกร้าทีนาํ มา
ดว้ ยจมอยกู่ ลายเป็นภูเขาชือเขาตะกร้า และมีพวกขนมทีนาํ มารวมกองกนั อยกู่ ลายเป็นภูเขาที
มีลกั ษณะคลา้ ยขนมเขง่ ขึนรา ชือเขาขนมบูด ส่วนนางนงประจนั ทร์ระหวา่ งรอขบวน
ขนั หมากและเห็นเหตุการณ์ทีเกิดขึนเกิดตกใจตกลงไปในนาํ นางจึงจมนาํ ตายและกลายเป็น
ภูเขาชือเขานงประจนั ทร์ หรือเขานางพระจนั ทร์ (ต่อมาเรียกเพยี นไปเป็นเขาวงพระจนั ทร์
แต่เรืองนีเป็นคนละตาํ นานกบั ตาํ นานเขาวงพระจนั ทร์) สาํ หรับจรเขห้ นุ่มเมือล่มเรือ
ขนั หมากแลว้ เห็นคนรักตกนาํ พยายามจะวา่ ยไปช่วยแตห่ มดแรงก่อนจึงจมนาํ ตายกลายเป็น
ภูเขาชือเขาตะเข้ หรือเขาจรเข้

ภูมศิ าสตร์

ทตี ังและอาณาเขต

ประตูเมืองลพบุรีจากเมืองเก่าสู่เมืองใหม่
จงั หวดั ลพบุรีตงั อยใู่ นภาคกลางของประเทศไทย ระหวา่ งเส้นรุ้งที 14 องศา 48 ลิปดาเหนือ และ

เส้นแวงที 100 องศา 25 ลิปดาตะวนั ออก อยหู่ ่างจากกรุงเทพมหานครไปทางเหนือตามเส้นทางหลวง
แผน่ ดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ประมาณ 155 กิโลเมตร หรือทางรถไฟสายเหนือประมาณ
133 กิโลเมตร มีพืนที 6,586.67 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 4,116,668 ไร่

จงั หวดั ลพบุรีมีพืนทีติดต่อกบั จงั หวดั ตา่ ง ๆ 8 จงั หวดั ดงั นี
 ทิศเหนือ ติดกบั จงั หวดั เพชรบูรณ์
 ทิศตะวนั ออก ติดกบั จงั หวดั นครราชสีมาและจงั หวดั ชยั ภูมิ
 ทิศใต้ ติดกบั จงั หวดั สระบุรี จงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยา และจงั หวดั อา่ งทอง
 ทิศตะวนั ตก ติดกบั จงั หวดั นครสวรรคแ์ ละจงั หวดั สิงห์บุรี

ภูมปิ ระเทศ

จงั หวดั ลพบุรี มีพืนทีอยใู่ นลุ่มแมน่ าํ 3 ส่วน ดงั นี [4]

 ลุ่มแม่นาํ ชี
 ลุ่มแมน่ าํ ป่ าสัก
 ลุ่มแมน่ าํ เจา้ พระยา

ภูมิประเทศของจงั หวดั ลพบุรี แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ

 ทีราบลุ่ม มีพืนที 1,170 ตารางกิโลเมตร เป็นพืนทีของอาํ เภอทา่ วงุ้ ทงั หมด ตอนกลาง
และตะวนั ตกของอาํ เภอเมืองลพบุรี ตอนกลางและตะวนั ตกเฉียงใตข้ องอาํ เภอโคกสาํ โรง
และส่วนใหญข่ องอาํ เภอบา้ นหมี พืนทีราบตอนกลางของอาํ เภอเมืองลพบุรี บริเวณหมู่บา้ น
สะพานอิฐ และหมู่บา้ นหินสองกอ้ นจะมีดินสีขาวทีสามารถนาํ มาทาํ ดินสอพองได้ และ
ดินสอพองของจงั หวดั ลพบุรีไดช้ ือวา่ เป็ นดินสอพองทีดีทีสุดของเมืองไทย

 ทีราบสลบั เนินเขาและภูเขา มีเนือที 4,816.67 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพืนทีดา้ น
ตะวนั ออกของอาํ เภอเมืองลพบุรี ทิศตะวนั ตกเฉียงเหนือของอาํ เภอบา้ นหมีบางส่วน ทิศ
ตะวนั ตกเฉียงเหนือและตะวนั ออกของอาํ เภอโคกสาํ โรงและอาํ เภอท่าหลวง

มีแมน่ าํ สาํ คญั ไหลผา่ น นนั คือ แมน่ าํ ป่ าสัก โดยมีการสร้างเขือนป่ าสกั ชลสิทธิเพอื กกั เก็บนาํ และ
เป็นสถานทีพกั ผอ่ นหยอ่ นใจสาํ หรับชาวจงั หวดั ลพบุรี และจงั หวดั ใกลเ้ คียง รวมทงั ยงั มี แมน่ าํ ลพบุรีผา่ น
ทางฝังตะวนั ตกของจงั หวดั ดว้ ย รวมทงั มีระบบคลองชลประทานทีเป็นประโยชน์ในทางเกษตรกรรมอีกดว้ ย

ภูมอิ ากาศ

ภาพโดยทวั ไปมีภูมิอากาศแบบร้อนชืน อยภู่ ายใตอ้ ิทธิพลของลมมรสุมตะวนั ตกเฉียงใตแ้ ละลม
มรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือ และยงั ไดร้ ับอิทธิพลจากพายดุ ีเปรสชนั และพายไุ ตฝ้ ่ นุ อีกดว้ ย โดยเฉพาะในช่วง
เดือนสิงหาคมถึงเดือนกนั ยายน มีอุณหภูมิเฉลีย 28.3 องศาเซลเซียส มีปริมาณนาํ ฝนเฉลียปี ละประมาณ
1,147.6 มิลลิเมตร สาํ หรับมีฤดูกาลต่าง ๆ มี 3 ฤดู คือ

 ฤดูร้อน ระหวา่ งเดือน มีนาคม-พฤษภาคม อากาศจะร้อน และแหง้ แลง้
 ฤดูฝน ระหวา่ งเดือนมิถุนายน-ตุลาคม อากาศจะชุ่มชืนในเดือนกนั ยายน
 ฤดูหนาว ระหวา่ งเดือนพฤศจิกายน-กมุ ภาพนั ธ์ อากาศจะหนาวเยน็ สลบั กบั อากาศร้อน

ทรัพยากรธรรมชาติ

เขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ าซบั ลงั กา อาํ เภอลาํ สนธิ

จงั หวดั ลพบุรีเคยปกคลุมดว้ ยป่ าไมท้ ีมีคา่ ทางเศรษฐกิจค่อนขา้ งสมบูรณ์ เป็ นป่ าดิบแลง้ ผนื ใหญใ่ น
บริเวณลุ่มแม่นาํ ป่ าสัก ป่ าเบญจพรรณ และป่ าแดง หรือป่ าเตง็ รังในเขตเชิงเขา ทรัพยากรป่ าไมใ้ นจงั หวดั
ลพบุรีนบั วา่ มีสภาพเสือมโทรม และปริมาณนอ้ ยเมือเทียบกบั พืนทีของจงั หวดั มีการสาํ รวจทรัพยากรป่ าไม้
โดยใชข้ อ้ มูลภาพถ่ายจากดาวเทียมปี พ.ศ. 2525 พบวา่ สภาพป่ าไมม้ ีเนือทีร้อยละ 4.69 ของเนือที
จงั หวดั ต่างกบั ภาพถ่ายเมือปี พ.ศ. 2504 ซึงมีเนือทีป่ าร้อยละ 33.95 จะเห็นวา่ ในช่วงเวลา 21 ปี ที
ผา่ นมา พืนทีป่ าไมล้ ดลงร้อยละ 29.26 และมีสภาพเป็นป่ าทีถูกทาํ ลายใน 2528 จงั หวดั ลพบุรีมีเนือที
ป่ าไม้ 174,375 ไร่ หรือประมาณร้อยละ 4.50 ของเนือทีจงั หวดั และในปี 2540 มีการสาํ รวจ
พบวา่ พืนทีป่ าไดถ้ ูกบุกรุกทาํ ลายไป จนเหลือป่ าทีสมบูรณ์เพียง 123,125 ไร่ หรือประมาณร้อยละ
3.18 ของพืนทีจงั หวดั จากการทีป่ าไมใ้ นจงั หวดั มีสภาพลดลง กรมป่ าไมจ้ ึงไดอ้ นุรักษป์ ่ าทียงั มีสภาพ
สมบูรณ์ไว้ ปัจจุบนั มีป่ าสงวนแห่งชาติอยใู่ นพืนทีจงั หวดั ลพบุรี 4 แห่ง รวมเนือที 1,110,108.25
ไร่ (1,776.17 ตารางกิโลเมตร) ซึงพืนทีส่วนใหญ่เป็ นภูเขาสลบั ซบั ซอ้ น ไดแ้ ก่ ป่ าซบั ลงั กา ป่ าวงั เพลิง
ป่ าชยั บาดาล และป่ าเขาเพนียด

ป่ าสงวนแห่งชาติในจงั หวดั ลพบุรี ไดแ้ ก่ ป่ าสงวนแห่งชาติป่ าซบั ลงั กา มีพืนที (248,987.50
ไร่), ป่ าสงวนแห่งชาติป่ าวงั เพลิงมว่ งค่อมลาํ นารายณ์ มีพืนที 447,081.25 ไร่, ป่ าสงวนแห่งชาติป่ า
ชยั บาดาล มีพืนที 396,562.50 ไร่, และป่ าสงวนแห่งชาติป่ าเขาเพนียด มีพืนที 17,477 ไร่

เขตรักษาพนั ธุ์สตั วป์ ่ าในจงั หวดั ลพบุรี ไดแ้ ก่ เขตรักษาพนั ธุ์สตั วป์ ่ าซบั ลงั กา และเขตหา้ มล่าสัตวป์ ่ า
เขาสมโภชน์

เขือนป่ าสกั ชลสิทธิ

ในดา้ นทรัพยากรนาํ จงั หวดั ลพบุรีนบั เป็นอีกจงั หวดั หนึงทีมีประสิทธิภาพดา้ นการจดั การมาตงั แต่
สมยั กรุงศรีอยธุ ยา จากการทีสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทา่ นทรงเป็ นผสู้ ร้างเมืองลพบุรีและไดม้ ีการนาํ ท่อ
ดินเผาสูบนาํ จาก "อา่ งเก็บนาํ ซบั เหลก็ " มาใชใ้ นกิจการตา่ ง ๆ ภายในวงั นารายณ์ราชนิเวศน์ และในปัจจุบนั
ไดม้ ีการพฒั นาและบริหารจดั การนาํ ในเขือนป่ าสักชลสิทธิทีมีการปล่อยนาํ ไปสู่แหล่งการเกษตรและ
อุตสาหกรรม การอนุรักษน์ าํ ของคลองชลประธาน แม่นาํ และคลองทีสาํ คญั เช่น แมน่ าํ ลพบุรี แม่นาํ ป่ า
สัก แมน่ าํ บางขาม และคลองอนุศาสนนนั ท์

สัญลกั ษณ์ประจําจังหวดั

 ดอกไม้ประจําจังหวดั : ดอกพิกุล (Mimusops elengi)
 ต้นไม้ประจําจังหวดั : พิกุล (Mimusops elengi)
 คาํ ขวญั ประจําจังหวดั : วงั นารายณ์คูบ่ า้ น ศาลพระกาฬคู่เมือง ปรางคส์ ามยอดลือเลือง เมือง

แห่งดินสอพอง เขือนป่ าสักชลสิทธิเกริกกอ้ ง แผน่ ดินทองสมเด็จพระนารายณ์

ตน้ พิกลุ เป็นพนั ธุ์ไมม้ งคลพระราชทานประจาํ จงั หวดั ลพบุรี และเป็นตน้ ไมป้ ระจาํ เขตมีน
บุรี ในกรุงเทพมหานคร[1] ส่วนดอกพิกุลเป็นดอกไมป้ ระจาํ จงั หวดั กาํ แพงเพชร จงั หวดั
ยะลา และจงั หวดั ลพบุรี และเป็นดอกไมป้ ระจาํ โรงเรียนราชินี โรงเรียนราชินีบน โรงเรียน
สตรีวทิ ยา 2 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวทิ ยา๒ โรงเรียนวดั ราชโอรส โรงเรียนสกล
ราชวทิ ยานุกูล โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวทิ ยา 3 โรงเรียนบางบ่อวทิ ยาคม
และ มหาวทิ ยาลยั นราธิวาสราชนครินทร์พิกุลเป็นไมย้ นื ตน้ ใบเดียว เรียงเวยี นสลบั รูปรี รูป
ไข่กวา้ ง 2-6 เซนติเมตร ยาว 7-15 เซนติเมตร ปลายใบแหลมเป็นติงขอบใบเป็ นคลืน
ดอกเดียว อยรู่ วมกนั เป็นกระจุกทีปลายกิงหรือทีซอกใบ กลีบเลียง 8 กลีบ เรียงซอ้ นกนั 2
ชนั กลีบดอกประมาณ 24 กลีบ เรียงซอ้ นกนั โคนกลีบดอกเชือมติดกนั เลก็ นอ้ ย ดอกสีขาว
เมือใกลโ้ รยสีเหลืองอมนาํ ตาล ดอกบานวนั เดียวแลว้ ร่วง มีกลินหอม ออกดอกตลอดปี ผลสี
เหลือง รสหวานอมฝาด

หน่วยการปกครอง

การปกครองส่วนภูมิภาค

แผนทีอาํ เภอในจงั หวดั ลพบุรี

จงั หวดั ลพบุรีแบง่ เขตการปกครองออกเป็ น 11 อาํ เภอ, 121 ตาํ บล, 1,122 หมู่บา้ น

1. อาํ เภอเมืองลพบุรี 7. อาํ เภอท่าหลวง
2. อาํ เภอพฒั นานิคม 8. อาํ เภอสระโบสถ์
3. อาํ เภอโคกสาํ โรง 9. อาํ เภอโคกเจริญ
4. อาํ เภอชยั บาดาล 10. อาํ เภอลาํ สนธิ
5. อาํ เภอท่าวงุ้ 11. อาํ เภอหนองมว่ ง
6. อาํ เภอบา้ นหมี



1.อําเมอื งลพบรุ ี

ประวตั ิ

ทีวา่ การอาํ เภอเมืองลพบุรี ครังแรกยงั ไมม่ ีอาคารเป็ นเอกเทศ ตอ้ งอาศยั อาคารในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ร่วมกนั กบั
ศาลากลางจงั หวดั ลพบุรี[1] หลวงจารุมยั (อิว สิงหพนั ธ)์ เป็ นนายอาํ เภอคนแรก ตอ่ มาจนกระทงั ถึง พ.ศ. 2461 ร้อง
อาํ มาตยต์ รี หลีใจไทย ดาํ รงตาํ แหน่งนายอาํ เภอ เห็นวา่ บริเวณพระนารายณ์ราชนิเวศน์ สถานทีราชการคบั แคบ ใหส้ มกบั
เป็ นโบราณสถานทีเชิดหนา้ ชูตาของประกอบกบั ทางราชการมีโครงการทีจะบูรณะพระราชวงั ชาวจงั หวดั ลพบุรี จึงไดย้ า้ ย
สถานทีทีวา่ การอาํ เภอเมืองลพบุรีออกมาตงั อยรู่ ิมถนน ราชดาํ เนินทางทิศเหนือฝังถนนตรงขา้ มกบั กาํ แพงพระนารายณ์ราช
นิเวศน์ หรือทางทิศตะวนั ออกของวดั เสาธงทอง ซึงบริเวณนีมหี อทะเบียนทีดินจงั หวดั ลพบุรี (สาํ นกั งานทีดินจงั หวดั ลพบุรี)
ปัจจุบนั เป็นตลาดสดเทศบาลเมืองลพบุรี โดยเทศบาลเมืองลพบุรีไดใ้ หป้ ระชาชนปลูกสร้างอาคารพาณิชย์ จึงไมม่ ีสิงใดเป็ น
สญั ลกั ษณ์ใหเ้ ห็นวา่ สถานทีนีเคยเป็ นทีตงั ของทีวา่ การอาํ เภอเมืองลพบุรีเหลืออยเู่ ลย หลงั จากประเทศไทยไดเ้ ปลียนแปลง
การปกครองมาเป็ นระบอบประชาธิปไทย รัฐบาลสมยั นายกรัฐมนตรี จอมพลแปลก พบิ ูลสงคราม ไดม้ ีบญั ชาใหข้ ยายตวั
เมืองไปทางทิศตะวนั ออกของตลาดลพบุรีเริมตงั แต่ ปี พ.ศ. 2479 ซึงเป็ นสมยั ที เรือเอกขนุ ชาญ ใชจ้ กั ร์ ร.น. ดาํ รง
ตาํ แหน่งนายอาํ เภอ รัฐบาลไดส้ งั การใหก้ รมโยธาธิการมาวางผงั ปลกู สร้างศาลากลางจงั หวดั ลพบุรีทีทางทิศ
ตะวนั ออกเฉียงเหนือของวงเวยี นเทพสตรีและทีวา่ การอาํ เภอเมืองลพบุรี ทีทางทิศใตข้ องวงเวยี นเทพสตรี ถนนพหลโยธิน
ตาํ บลทะเลชุบศร อาํ เภอเมืองลพบุรี ซึงเป็ นทีตงั ของศาลากลางจงั หวดั ลพบุรีและทีวา่ การอาํ เภอเมืองลพบุรีในปัจจุบนั ศาลา
กลางจงั หวดั ลพบุรีและทีวา่ การอาํ เภอเมืองลพบุรี ไดเ้ ริมทาํ การก่อสร้างพร้อมกนั ในปี พ.ศ. 2480 พร้อมกนั นนั ไดส้ ร้าง
บา้ นพกั นายอาํ เภอ บา้ นพกั ปลดั ขวา บา้ นพกั ปลดั ซา้ ย บา้ นพกั เสมียนตราสมุห์บญั ชี บา้ นพกั ศึกษาธิการอาํ เภอ บา้ นพกั
พนกั งานของอาํ เภอ ซึงปัจจบุ นั ยงั คงสภาพอยคู่ รบ เมือทาํ การก่อสร้าง อาคารทีวา่ การอาํ เภอ และบา้ นพกั ขา้ ราชการเสร็จ
เรียบร้อยแลว้ ก็ขนยา้ ยสิงของมาเปิ ดทาํ การ ณ ทีวา่ การอาํ เภอหลงั ใหม่ เมือวนั ที 12 กมุ ภาพนั ธ์ 2482 ชาวบา้ นจึงพากนั
เรียกอาํ เภอทีตงั ใหม่วา่ " เมืองใหม่ " ส่วนทีตงั อาํ เภอเดิมชาวบา้ นเรียกกนั วา่ " เมืองเก่า " นายศกั ดิ ไทยวฒั น์ ไดย้ า้ ยมาดาํ รง
ตาํ แหน่งนายอาํ เภอ วนั ที 1 ธนั วาคม 2482 ไดท้ าํ การปรับปรุงพฒั นาบริเวณอาคารสถานทีอาํ เภอเมืองลพบุรี ตวั อาคาร
และบริเวณต่าง ๆ กไ็ ดร้ ับการพฒั นาใหเ้ จริญกา้ วหนา้ มาโดยลาํ ดบั และในปี พ.ศ. 2537 ไดส้ ร้างอาคารทีวา่ การอาํ เภอ
หลงั ใหมใ่ นบริเวณเดียวกนั ตงั แตต่ งั อาํ เภอเมืองลพบุรีมาจนถึงปัจจบุ นั นี

ทตี งั และอาณาเขต

อาํ เภอเมืองลพบุรีมีอาณาเขตติดตอ่ กบั อาํ เภอขา้ งเคียง ดงั นี

 ทิศเหนือ ติดตอ่ กบั อาํ เภอบา้ นหมีและอาํ เภอโคกสาํ โรง
 ทิศตะวนั ออก ติดต่อกบั อาํ เภอพฒั นานิคม
 ทิศใต้ ติดตอ่ กบั อาํ เภอพระพทุ ธบาท อาํ เภอหนองโดน อาํ เภอดอนพดุ (จงั หวดั สระบรุ ี) และอาํ เภอบา้ นแพรก (จงั หวดั

พระนครศรีอยธุ ยา)
 ทศิ ตะวนั ตก ติดต่อกบั อาํ เภอไชโย (จงั หวดั อ่างทอง) และอาํ เภอทา่ วุง้

.อาํ เภอพฒั นานิคม

ประวตั ิ

 วนั ที 6 กมุ ภาพนั ธ์ 2505 โอนพนื ทีตาํ บลดีลงั อาํ เภอโคกสาํ โรง มาขึนกบั อาํ เภอเมืองลพบุรี โอน
พนื ทีตาํ บลมะนาวหวาน ตาํ บลโคกสลุง อาํ เภอชยั บาดาล มาขึนกบั อาํ เภอเมืองลพบุรี[1] และเปลียนแปลง
เขตจงั หวดั ลพบุรี กบั จงั หวดั สระบุรี โดยโอนพนื ทีตาํ บลช่องสาริกา อาํ เภอพระพทุ ธบาท จงั หวดั สระบุรี
ไปขึนกบั อาํ เภอเมืองลพบรุ ี จงั หวดั ลพบุรี โอนพนื ทีตาํ บลหนองบวั อาํ เภอแก่งคอย จงั หวดั สระบุรี ไป
ขึนกบั อาํ เภอเมืองลพบุรี จงั หวดั ลพบุรี[2]

 วนั ที 13 มีนาคม 2505 แยกพืนทีตาํ บลดีลงั ตาํ บลมะนาวหวาน ตาํ บลโคกสลุง ตาํ บลช่องสาริกา
และตาํ บลหนองบวั อาํ เภอเมืองลพบุรี มาตงั เป็น กงิ อาํ เภอพฒั นานิคม ขึนกบั อาํ เภอเมืองลพบุรี[3]

 วนั ที 16 กรกฎาคม 250 ยกฐานะจากกิงอาํ เภอพฒั นานิคม อาํ เภอเมืองลพบุรี เป็น อาํ เภอพฒั นานิคม

[4]

 วนั ที 21 เมษายน 2507 จดั ตงั สุขาภิบาลพฒั นานิคม ในทอ้ งทีบางส่วนของตาํ บลดีลงั [5]
 วนั ที 19 กรกฎาคม 2509 จดั ตงั สุขาภิบาลแก่งเสือเตน้ ในทอ้ งทีบางส่วนของตาํ บลหนองบวั [6]
 วนั ที 21 สิงหาคม 2516 ตงั ตาํ บลพฒั นานิคม แยกออกจากตาํ บลดีลงั [7]
 วนั ที 10 มิถุนายน 2517 เปลียนแปลงเขตจงั หวดั ลพบุรี กบั จงั หวดั สระบุรี โดยโอนพนื ทีหมู่

12,13,15 (ในขณะนนั ) ของตาํ บลธารเกษม อาํ เภอพระพทุ ธบาท จงั หวดั สระบุรี ไปขึนกบั ตาํ บล
ช่องสาริกา อาํ เภอพฒั นานิคม จงั หวดั ลพบุรี[8]
 วนั ที 2 กรกฎาคม 2517 ตงั ตาํ บลหว้ ยขนุ ราม แยกออกจากตาํ บลมะนาวหวาน[9]
 วนั ที 12 ตลุ าคม 2519 ตงั ตาํ บลชอนนอ้ ย แยกออกจากตาํ บลช่องสาริกา และตาํ บลหนองบวั [10]
 วนั ที 29 มิถุนายน 2525 ตงั ตาํ บลนาํ สุด แยกออกจากตาํ บลหว้ ยขนุ ราม[11]
 วนั ที 25 พฤษภาคม 2542 ยกฐานะจากสุขาภิบาลพฒั นานิคม และสุขาภิบาลแก่งเสือเตน้ เป็ น
เทศบาลตาํ บลพฒั นานิคม และเทศบาลตาํ บลแก่งเสือเตน้ ตามลาํ ดบั

ทตี งั และอาณาเขต

อาํ เภอพฒั นานิคมมีอาณาเขตติดตอ่ กบั อาํ เภอขา้ งเคียง ดงั นี

 ทศิ เหนือ ติดต่อกบั อาํ เภอชยั บาดาลและอาํ เภอท่าหลวง
 ทิศตะวนั ออก ติดตอ่ กบั อาํ เภอมวกเหลก็ (จงั หวดั สระบรุ ี)
 ทศิ ใต้ ติดตอ่ กบั อาํ เภอมวกเหลก็ อาํ เภอวงั ม่วง อาํ เภอแก่งคอย อาํ เภอเฉลิมพระเกียรติ และอาํ เภอพระพทุ ธบาท (จงั หวดั

สระบรุ ี)
 ทิศตะวนั ตก ติดตอ่ กบั อาํ เภอเมืองลพบุรีและอาํ เภอโคกสาํ โรง

3.อาํ เภอโคกสาํ โรง

ประวตั ิ

มีนิยายเล่ากนั วา่ ตาํ บลอนั เป็ นทีตงั ของทีวา่ การอาํ เภอโคกสาํ โรงนี เดิมเป็ นเมืองเรียกวา่ "เมืองละครสามโรง"[ต้องการอ้างอิง] โดยเหตวุ า่ เมือ
เศรษฐีสร้างเมืองนีขึนไดม้ ีละครเล่นประจาํ อยู่ 3 โรง มีเนินดินและคูโดยรอบ มีวดั เก่า ๆ สลกั หกั พงั เหลือแต่ซากกาํ แพงอยหู่ ลายแห่ง และต่อมา
การเรียกชือกลายเป็น "โคกสาํ โรง" ตามขอ้ สนั นิษฐานทีเล่าสืบกนั มาวา่ เมืองละครสามโรงนีร้างแลว้ ตามเนินดินเหล่านนั จะมีตน้ สาํ โรงขึนอยู่
มาก จึงเรียกกนั วา่ โคกสาํ โรง[ต้องการอ้างอิง] เป็ นนิยายทีเล่ากนั มาเพียงนี พจิ ารณาแลว้ คงไดค้ วามวา่ บริเวณอาํ เภอโคกสาํ โรงตอ้ งเมืองเก่าแก่แน่
เพราะมีวดั วาอารามสลกั หกั พงั อยตู่ ามตาํ บลต่าง ๆ หลายแห่ง ฉะนนั ในสมยั ขอมเป็นใหญ่ในลพบรุ ี อาจมีเรืองราวอยบู่ า้ งไม่มากกน็ อ้ ย แตย่ งั
สอบคน้ ไมพ่ บหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ของอาํ เภอโคกสาํ โรง

ทีวา่ การอาํ เภอโคกสาํ โรงเดิมตงั อยทู่ างดา้ นตะวนั ตกของภเู ขาพคุ า ตาํ บลห้วยโป่ ง เรียกชือวา่ กงิ อาํ เภอพคุ า สงั กดั มณฑลอยธุ ยา สมยั
นนั ขนุ สุรณรงคเ์ ป็ นนายอาํ เภอ พ.ศ. 2342 ต่อมาสมยั หลวงอนุมานสารกรรม (กลิน) เป็นนายอาํ เภอ พ.ศ. 2342 ไดพ้ ิจารณาเห็นว่า สถาน
ทีตงั ทีวา่ การอาํ เภอเดิมมีพลเมืองนอ้ ย การคมนาคมลาํ บากมาก จึงไดย้ า้ ยมาตงั ทีวา่ การอาํ เภอใหม่ อยทู่ างทีวา่ การอาํ เภอปัจจุบนั ทางดา้ นเหนือ
ประมาณ 4 เสน้ แตด่ ว้ ยเหตุใดไม่ปรากฏไดใ้ ชช้ ืออาํ เภอว่า กงิ อาํ เภอสระโบถ[1] และยกฐานะเป็ นอาํ เภอในเวลาตอ่ มา แตส่ ถานทีตงั อยบู่ า้ น
โคกสาํ โรง ซึงปรากฏวา่ เป็นศูนยก์ ลางของพลเมืองทีจะมาติดต่อไดส้ ะดวก ขณะนนั ทีบา้ นโคกสาํ โรงมีราษฎรคนหนึงชือนายติง เป็นคนมีเงิน
และมีคนนบั ถือมาก ไดข้ อแรงราษฏรช่วยกนั สร้างทีวา่ การอาํ เภอโคกสาํ โรงเป็ นอาคารไมห้ ลงั คาแฝก อาํ เภอใหม่นียา้ ยมาสร้างระหว่าง พ.ศ.
2352 และต่อมาประมาณ พ.ศ. 2467 สมยั ขนุ ศรีนฤนาท (เต่า สมชนะ) เป็นนายอาํ เภอ ไดย้ า้ ยตวั ทีวา่ การอาํ เภอมาปลูกใหม่ ณ บริเวณ
ปัจจบุ นั โดยไดข้ อแรงราษฏรหาไมม้ าปลูกสร้างและมุงหลงั คากระเบืองอยมู่ าจนปัจจุบนั นี

 วนั ที 29 เมษายน 2460 เปลียนแปลงชืออาํ เภอสระโบถ จงั หวดั ลพบุรี มณฑลกรุงเก่า เป็ น อาํ เภอโคกสําโรง[2]
 วนั ที 14 มิถนุ ายน 2468 ตงั ตาํ บลถลุงเหลก็ แยกออกจากตาํ บลหลุมขา้ ว ตงั ตาํ บลชอนสารเดช แยกออกจากตาํ บลโคก

สาํ โรง และตงั ตาํ บลหว้ ยโป่ ง แยกออกจากตาํ บลโคกสาํ โรง[3]
 วนั ที 1 เมษายน 2480 เปลียนแปลงเขตจงั หวดั ลพบุรี และจงั หวดั นครสวรรค์ โดยโอนพนื ทีหมูท่ ี 5 ตาํ บลมหาโพธิ

อาํ เภอโคกสาํ โรง จงั หวดั ลพบุรี ไปขึนกบั ตาํ บลตะคร้อ อาํ เภอท่าตะโก จงั หวดั นครสวรรค[์ 4]
 วนั ที 10 มิถุนายน 2490 ตงั ตาํ บลหลุมขา้ ว แยกออกจากตาํ บลถลุงเหล็ก[5]
 วนั ที 17 กนั ยายน 2498 จดั ตงั สุขาภิบาลโคกสาํ โรง ในทอ้ งทีบางส่วนของตาํ บลโคกสาํ โรง[6]
 วนั ที 28 พฤศจิกายน 2499 จดั ตงั สุขาภิบาลชอนสารเดช ในทอ้ งทีบางส่วนของตาํ บลชอนสารเดช[7]
 วนั ที 19 กุมภาพนั ธ์ 2500 ยกฐานะสุขาภิบาลโคกสาํ โรง ขึนเป็ น เทศบาลตาํ บลโคกสําโรง[8]
 วนั ที 24 ตุลาคม 2504 ตงั ตาํ บลคลองเกตุ แยกออกจากตาํ บลโคกสาํ โรง และตาํ บลเพนียด ตงั ตาํ บลเกาะแกว้ แยกออก

จากตาํ บลโคกสาํ โรง และตาํ บลเพนียด ตงั ตาํ บลสะแกราบ แยกออกจากตาํ บลเพนียด และตาํ บลสระโบสถ[์ 9]
 วนั ที 6 กุมภาพนั ธ์ 2505 โอนพนื ทีตาํ บลดีลงั อาํ เภอโคกสาํ โรง ไปขึนกบั อาํ เภอเมืองลพบรุ ี[10] และจดั ตงั เป็ น กงิ

อาํ เภอพฒั นานคิ ม[11]
 วนั ที 13 กุมภาพนั ธ์ 2511 ตงั ตาํ บลบอ่ ทอง แยกออกจากตาํ บลชอนสารเดช[12]
 วนั ที 17 สิงหาคม 2514 ตงั ตาํ บลยางราก แยกออกจากตาํ บลมหาโพธิ ตงั ตาํ บลโคกเจริญ แยกออกจากตาํ บลมหาโพธิ

ตงั ตาํ บลชอนสมบรู ณ์ แยกออกจากตาํ บลชอนสารเดช และตาํ บลมหาโพธิ[13]
 วนั ที 22 สิงหาคม 2515 ตงั ตาํ บลดงมะรุม แยกออกจากตาํ บลเพนียด และตาํ บลสระโบสถ[์ 14]
 วนั ที 6 กุมภาพนั ธ์ 2516 จดั ตงั สุขาภิบาลสระโบสถ์ ในทอ้ งทีบางส่วนของตาํ บลสระโบสถ[์ 15]
 วนั ที 21 สิงหาคม 2516 ตงั ตาํ บลหนองมว่ ง แยกออกจากตาํ บลชอนสารเดช[16]
 วนั ที 7 ตลุ าคม 2518 ตงั ตาํ บลยางโทน แยกออกจากตาํ บลชอนสารเดช ตงั ตาํ บลวงั เพลิง แยกออกจากตาํ บลเพนียด

[17]

 วนั ที 14 ตลุ าคม 2518 ตงั ตาํ บลทุ่งทา่ ชา้ ง แยกออกจากตาํ บลสระโบสถ[์ 18]

 วนั ที 18 กรกฎาคม 2521 ตงั ตาํ บลวงั ขอนขวา้ ง แยกออกจากตาํ บลถลุงเหล็ก[19]
 วนั ที 19 กนั ยายน 2521 ตงั ตาํ บลดงดินแดง แยกออกจากตาํ บลบอ่ ทอง[20]
 วนั ที 1 มกราคม 2523 เปลียนแปลงชือสุขาภิบาลชอนสารเดช อาํ เภอโคกสาํ โรง เป็ น สุขาภิบาลหนองมว่ ง[21]
 วนั ที 12 สิงหาคม 2523 โอนพนื ทีหมู่ 7 บา้ นดงหนาม (ในขณะนนั ) ของตาํ บลเพนียด ไปตงั เป็ นหมู่ 8 ของตาํ บลดง

มะรุม[22]
 วนั ที 9 มิถุนายน 2524 แยกพนื ทีตาํ บลสระโบสถ์ ตาํ บลมหาโพธิ และตาํ บลทุ่งท่าชา้ ง อาํ เภอโคกสาํ โรง มาตงั เป็ น กงิ

อาํ เภอสระโบสถ์ ขึนกบั อาํ เภอโคกสาํ โรง[23]
 วนั ที 21 กรกฎาคม 2524 ตงั ตาํ บลวงั จนั แยกออกจากตาํ บลถลุงเหลก็ [24]
 วนั ที 28 กรกฎาคม 2524 โอนพืนทีหมู่ 6 บา้ นดอนไชโย (ในขณะนนั ) ของตาํ บลเพนียด ไปตงั เป็ นหมู่ 6 ของตาํ บล

วงั เพลิง และโอนพนื ทีหมู่ 6 บา้ นหนองปลอ้ ง (ในขณะนนั ) ของตาํ บลวงั เพลิง ไปตงั เป็ นหมู่ 6 ของตาํ บลเพนียด[25]
 วนั ที 7 กนั ยายน 2525 ตงั ตาํ บลหนองมะค่า แยกออกจากตาํ บลยางราก[26]
 วนั ที 30 สิงหาคม 2526 ตงั ตาํ บลหว้ ยใหญ่ แยกออกจากตาํ บลทุ่งท่าชา้ ง และตาํ บลสระโบสถ[์ 27]
 วนั ที 25 กนั ยายน 2527 ตงั ตาํ บลหนองแขม แยกออกจากตาํ บลชอนสารเดช[28]
 วนั ที 21 ตุลาคม 2528 ตงั ตาํ บลนิยมชยั แยกออกจากตาํ บลสระโบสถ[์ 29]
 วนั ที 26 กนั ยายน 2529 ตงั ตาํ บลวงั ทอง แยกออกจากตาํ บลโคกเจริญ[30]
 วนั ที 12 มีนาคม 2530 แยกพนื ทีตาํ บลโคกเจริญ ตาํ บลยางราก ตาํ บลหนองมะค่า และตาํ บลวงั ทอง อาํ เภอโคกสาํ โรง

มาตงั เป็ น กงิ อาํ เภอโคกเจริญ ขึนกบั อาํ เภอโคกสาํ โรง[31][32]
 วนั ที 31 ธนั วาคม 2530 ยกฐานะจากกิงอาํ เภอสระโบสถ์ อาํ เภอโคกสาํ โรง เป็ น อาํ เภอสระโบสถ์[33]
 วนั ที 10 พฤศจิกายน 2532 โอนพนื ทีหมู่ 4,7 บา้ นโคกแสมสาร และหมู่ 13 บา้ นใหม่ศรีอบุ ล (ในขณะนนั ) ของ

ตาํ บลมหาโพธิ อาํ เภอสระโบสถ์ ไปขึนกบั ตาํ บลโคกเจริญ กิงอาํ เภอโคกเจริญ อาํ เภอโคกสาํ โรง[34]
 วนั ที 13 กุมภาพนั ธ์ 2533 แยกพนื ทีตาํ บลหนองม่วง ตาํ บลบอ่ ทอง ตาํ บลดงดินแดง ตาํ บลชอนสมบรู ณ์ ตาํ บลยาง

โทน และตาํ บลชอนสารเดช อาํ เภอโคกสาํ โรง มาตงั เป็ น กงิ อําเภอหนองม่วง ขึนกบั อาํ เภอโคกสาํ โรง[35]
 วนั ที 4 ตลุ าคม 2533 กาํ หนดเขตตาํ บลโคกเจริญ กิงอาํ เภอโคกเจริญ อาํ เภอโคกสาํ โรง ให้มีเขตการปกครองรวม 15

หมูบ่ า้ น[36]
 วนั ที 9 เมษายน 2534 ตงั สถานีขนส่งผโู้ ดยสารโคกสาํ โรง จงั หวดั ลพบุรี[37]
 วนั ที 1 กรกฎาคม 2534 ตงั ตาํ บลโคกแสมสาร แยกออกจากตาํ บลโคกเจริญ และตาํ บลวงั ทอง[38]
 วนั ที 3 พฤศจิกายน 2536 ยกฐานะกิงอาํ เภอโคกเจริญ อาํ เภอโคกสาํ โรง เป็ น อาํ เภอโคกเจริญ[39]
 วนั ที 20 พฤศจิกายน 2539 ยกฐานะจากกิงอาํ เภอหนองม่วง อาํ เภอโคกสาํ โรง เป็ น อาํ เภอหนองม่วง[40]

ทตี งั และอาณาเขต[แก้]

อาํ เภอโคกสาํ โรงตงั อยทู่ างตอนกลาง ค่อนไปทางทิศตะวนั ตกของจงั หวดั มีอาณาเขตติดตอ่ กบั อาํ เภอขา้ งเคียง ดงั นี

 ทิศเหนือ ติดต่อกบั อาํ เภอหนองม่วงและอาํ เภอสระโบสถ์
 ทศิ ตะวนั ออก ติดต่อกบั อาํ เภอชยั บาดาลและอาํ เภอพฒั นานิคม
 ทิศใต้ ติดตอ่ กบั อาํ เภอเมืองลพบุรี
 ทิศตะวนั ตก ติดตอ่ กบั อาํ เภอบา้ นหมี

.อาํ เภอชัยบาดาล

ประวตั ิ

แต่เดิมอาํ เภอชยั บาดาล มีฐานะเป็นเมืองชนั โทชือ เมืองไชยบาดาล ขึนอยูใ่ นความปกครองของเมืองนครราชสีมา ทีทาํ การตงั อยูท่ ีบา้ นบวั ชุม
ตาํ บลบวั ชุม ในปี พ.ศ. 2457 ทางราชการไดล้ ดฐานะเป็น อาํ เภอไชยบาดาล โอนการปกครองไปขึนอยูก่ บั เมืองเพชรบูรณ์จนถึงปี พ.ศ. 2461 ไดโ้ อน
อาํ นาจไชยบาดาลไปขึนอยูก่ บั จงั หวดั สระบุรี และยา้ ยทีวา่ การอาํ เภอไปอยูบ่ า้ นไชยบาดาล ตาํ บลไชยบาดาล ตอ่ มาทางราชการไดส้ งั โอนอาํ เภอไชยบาดาลไป
ขึนอยูก่ บั การปกครองของจงั หวดั ลพบุรี เมือวนั ที 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2484 ส่วนตวั สะกดชือนนั ไดเ้ ปลียนจากคาํ วา่ "ไชยบาดาล" เป็น "ชยั บาดาล" เมือ
ปี พ.ศ. 2514 ครันปี พ.ศ. 2521 ไดร้ ับเรืองราวจากกรมทางหลวงแผน่ ดิน ขอใหร้ ือทีวา่ การอาํ เภอหลงั นีเพอื ตดั ถนนผา่ นตวั อาคารทีวา่ การอาํ เภอ และ
ไดร้ ับอนุมตั ิใหร้ ือถอนไดเ้ มือวนั ที 7 กนั ยายน พ.ศ. 2521 จึงไดย้ า้ ยทีวา่ การอาํ เภอมาอยูท่ ีอยูป่ ัจจุบนั นี

อาํ เภอชยั บาดาลเคยถูกเสนอยกฐานะเป็นอาํ เภอเมืองของจงั หวดั พระนารายณ์ เมือปี พ.ศ. 2546 แต่ไม่ไดร้ ับการอนุมตั ิ และไดม้ ีการเสนอขอ
จดั ตงั อีกครังในปี พ.ศ. 2553 แต่กย็ งั ไมไ่ ดร้ ับการพิจารณา เนืองจากไม่สอดคลอ้ งกบั หลกั เกณฑก์ ารจดั ตงั จงั หวดั [1]

 วนั ที 2 มีนาคม 2461 โอนพนื ทีอาํ เภอชยั บาดาล จงั หวดั เพชรบูรณ์ มาขึนกบั จงั หวดั สระบุรี[2]
 วนั ที 14 ตุลาคม 2484 เปลียนแปลงเขตจงั หวดั สระบุรี กบั จงั หวดั ลพบุรี โดยโอนพืนทีอาํ เภอไชยบาดาล นอกจากตาํ บลคาํ พราน

จงั หวดั สระบุรี ไปขึนกบั จงั หวดั ลพบุรี ส่วนทอ้ งทีตาํ บลคาํ พราน ใหข้ ึนกบั อาํ เภอแก่งคอย จงั หวดั สระบุรี[3]
 วนั ที 16 ธนั วาคม 2495 ตงั ตาํ บลมะกอกหวาน แยกออกจากตาํ บลไชยบาดาล[4]
 วนั ที 30 พฤษภาคม 2499 จดั ตงั สุขาภิบาลไชยบาดาล ในทอ้ งทีบางส่วนของตาํ บลไชยบาดาล[5]
 วนั ที 7 มิถุนายน 2503 ยา้ ยทีวา่ การอาํ เภอไชยบาดาล และสถานีตาํ รวจภูธรไชยบาดาล จากตาํ บลไชยบาดาล ไปอยทู่ ีตาํ บลบวั ชุม

[6]

 วนั ที 27 มิถุนายน 2504 จดั ตงั สุขาภบิ าลลาํ นารายณ์ ในทอ้ งทีบางส่วนของตาํ บลบวั ชุม[7]
 วนั ที 6 กมุ ภาพนั ธ์ 2505 โอนพนื ทีตาํ บลมะนาวหวาน และตาํ บลโคกสลุง อาํ เภอไชยบาดาล ไปขึนกบั อาํ เภอเมืองลพบุรี[8] และ

จดั ตงั เป็น กงิ อาํ เภอพฒั นานคิ ม[9]
 วนั ที 8 กนั ยายน 2513 ตงั และเปลียนแปลงเขตตาํ บลในทอ้ งทีอาํ เภอชยั บาดาล (1,2,3)[10]

o (1) ตงั ตาํ บลลาํ นารายณ์ แยกออกจากตาํ บลชยั บาดาล และตาํ บลบวั ชุม
o (2) ตงั ตาํ บลศิลาทิพย์ แยกออกจากตาํ บลบวั ชุม
o (3) ตงั ตาํ บลมว่ งคอ่ ม แยกออกจากตาํ บลมะกอกหวาน
 วนั ที 17 สิงหาคม 2514 ตงั ตาํ บลหนองรี แยกออกจากตาํ บลหนองยายโต๊ะ[11]
 วนั ที 7 ตุลาคม 2517 ตงั และเปลียนแปลงเขตตาํ บลในทอ้ งทีอาํ เภอชยั บาดาล (1,2,3,4,5,6,7,8)[12]
o (1) ตงั ตาํ บลทา่ มะนาว แยกออกจากตาํ บลลาํ นารายณ์
o (2) ตงั ตาํ บลท่าหลวง แยกออกจากตาํ บลชยั บาดาล
o (3) ตงั ตาํ บลนาโสม แยกออกจากตาํ บลหนองยายโต๊ะ
o (4) ตงั ตาํ บลเกาะรัง แยกออกจากตาํ บลบวั ชุม
o (5) ตงั ตาํ บลชยั นารายณ์ แยกออกจากตาํ บลลาํ นารายณ์
o (6) ตงั ตาํ บลลาํ สนธิ แยกออกจากตาํ บลหนองรี
o (7) ตงั ตาํ บลบา้ นใหมส่ ามคั คี แยกออกจากตาํ บลศิลาทิพย์
o (8) ตงั ตาํ บลหว้ ยหิน แยกออกจากตาํ บลมว่ งค่อม
 วนั ที 30 พฤศจิกายน 2519 ตงั และเปลียนแปลงเขตตาํ บลในทอ้ งทีอาํ เภอชยั บาดาล (1,2,3,4,5,6)[13]
o (1) ตงั ตาํ บลซบั จาํ ปา แยกออกจากตาํ บลท่าหลวง
o (2) ตงั ตาํ บลหนองผกั แวน่ แยกออกจากตาํ บลท่ามะนาว
o (3) ตงั ตาํ บลซบั ตะเคียน แยกออกจากตาํ บลนาโสม
o (4) ตงั ตาํ บลแกง่ ผกั กดู แยกออกจากตาํ บลมะกอกหวาน
o (5) ตงั ตาํ บลนิคมลาํ นารายณ์ แยกออกจากตาํ บลเกาะรัง ตาํ บลบา้ นใหม่สามคั คี และตาํ บลศิลาทิพย์

o (6) ตงั ตาํ บลกดุ ตาเพชร แยกออกจากตาํ บลลาํ สนธิ
 วนั ที 28 พฤศจิกายน 2521 แยกพนื ทีตาํ บลทา่ หลวง ตาํ บลซบั จาํ ปา ตาํ บลหนองผกั แวน่ และตาํ บลแก่งผกั กูด อาํ เภอชยั บาดาล มา

ตงั เป็น กงิ อาํ เภอท่าหลวง ขึนกบั อาํ เภอชยั บาดาล[14]
 วนั ที 3 มิถุนายน 2523 จดั ตงั สุขาภิบาลบา้ นท่าหลวง ในทอ้ งทีบางส่วนของตาํ บลทา่ หลวง[15]
 วนั ที 29 มิถุนายน 2525 ตงั ตาํ บลทะเลวงั วดั แยกออกจากตาํ บลท่าหลวง[16]
 วนั ที 7 มิถุนายน 2526 เปลียนแปลงเขตสุขาภิบาลลาํ นารายณ์ เพอื ความเหมาะสมในการบริหารกิจการและการทะนุบาํ รุงทอ้ งถิน

[17]

 วนั ที 16 มิถุนายน 2526 ตงั ตาํ บลซบั สมบูรณ์ แยกออกจากตาํ บลหนองรี [18]
 วนั ที 10 ตุลาคม 2529 ตงั ตาํ บลเขารวก แยกออกจากตาํ บลลาํ สนธิ[19]
 วนั ที 14 มีนาคม 2532 แยกพนื ทีตาํ บลลาํ สนธิ ตาํ บลซบั สมบูรณ์ ตาํ บลหนองรี ตาํ บลกดุ ตาเพชร และตาํ บลเขารวก อาํ เภอชยั

บาดาล มาตงั เป็น กงิ อาํ เภอลาํ สนธิ ขึนกบั อาํ เภอชยั บาดาล[20]
 วนั ที 25 พฤษภาคม 2532 ยกฐานะจากกิงอาํ เภอท่าหลวง อาํ เภอชยั บาดาล เป็น อาํ เภอท่าหลวง[21]
 วนั ที 20 สิงหาคม 2536 ตงั ตาํ บลเขาแหลม แยกออกจากตาํ บลหว้ ยหิน[22]
 วนั ที 18 มกราคม 2537 ตงั ตาํ บลเขานอ้ ย แยกออกจากตาํ บลซบั สมบูรณ์[23]
 วนั ที 26 ธนั วาคม 2537 จดั ตงั ศาลจงั หวดั ชยั บาดาล ในทอ้ งทีอาํ เภอชยั บาดาล[24]
 วนั ที 20 พฤศจิกายน 2539 ยกฐานะจากกิงอาํ เภอลาํ สนธิ อาํ เภอชยั บาดาล เป็น อาํ เภอลาํ สนธ[ิ 25]
 วนั ที 6 พฤษภาคม 2542 ยุบสุขาภิบาลชยั บาดาล[26] เนืองจากไมม่ ีพืนทีทีจะดาํ เนินกิจการตามอาํ นาจหนา้ ทีตอ่ ไปได้ เพราะมี

โครงการลุ่มนาํ ป่ าสกั ทาํ ใหป้ ระชาชน รวมทงั กรรมการสุขาภิบาลไดอ้ พยพออกจากพนื ทีในเขตสุขาภิบาลไปหมดแลว้ จึงไม่เขา้
หลกั เกณฑอ์ นั เป็นองคป์ ระกอบทีจะดาํ รงสถานภาพเป็นสุขาภิบาลตอ่ ไปได้
 วนั ที 25 พฤษภาคม 2542 ยกฐานะจากสุขาภิบาลลาํ นารายณ์ เป็นเทศบาลตาํ บลลาํ นารายณ์
 วนั ที 15 กนั ยายน 2547 ยุบสภาตาํ บลมะกอกหวาน รวมกบั องคก์ ารบริหารส่วนตาํ บลชยั บาดาล[27]

ทตี งั และอาณาเขต[แก้]

อาํ เภอชยั บาดาลตงั อยทู่ างทิศตะวนั ออกของจงั หวดั มีอาณาเขตติดต่อกบั อาํ เภอขา้ งเคียง ดงั นี

 ทิศเหนือ ติดต่อกบั อาํ เภอศรีเทพ (จงั หวดั เพชรบรู ณ์)
 ทิศตะวนั ออก ติดตอ่ กบั อาํ เภอลาํ สนธิ
 ทศิ ใต้ ติดต่อกบั อาํ เภอมวกเหล็ก (จงั หวดั สระบรุ ี) อาํ เภอท่าหลวงและอาํ เภอพฒั นานิคม
 ทิศตะวนั ตก ติดตอ่ กบั อาํ เภอโคกสาํ โรง อาํ เภอสระโบสถ์ และอาํ เภอโคกเจริญ

.อาํ เภอท่าวุ้ง

ทตี งั และอาณาเขต[แก้]

อาํ เภอท่าวงุ้ ตงั อยทู่ างทิศตะวนั ตกเฉียงใตข้ องจงั หวดั มีอาณาเขตติดตอ่ กบั อาํ เภอขา้ งเคียง ดงั นี

 ทศิ เหนือ ติดตอ่ กบั อาํ เภอบา้ นหมี
 ทศิ ตะวนั ออก ติดต่อกบั อาํ เภอเมืองลพบุรี
 ทศิ ใต้ ติดตอ่ กบั อาํ เภอเมืองลพบุรี และอาํ เภอไชโย (จงั หวดั อา่ งทอง)
 ทศิ ตะวนั ตก ติดต่อกบั อาํ เภอพรหมบุรีและอาํ เภอเมืองสิงหบ์ ุรี (จงั หวดั สิงหบ์ ุรี)

.อาํ เภอบ้านหมี

ประวตั ิ

ชาวพวน หรือ ไทยพวน ทีอพยพมาจากเชียงขวางในประเทศลาวมาตงั ภูมิลาํ เนาในทอ้ งทีอาํ เภอนีไดน้ าํ เอาชือบา้ น คือ "บา้ นหมี" หรือ "เซ่า" ติดมา
ดว้ ย แลว้ นาํ เอาชือบา้ นมาตงั หลกั แหล่ง คาํ วา่ เซ่า หรือ เซา เป็นภาษาพวนเดิม หมายถึง หยดุ หรือพกั ส่วนคาํ วา่ หมี นนั หมายถึง การมดั เสน้ ไหมเป็นเปลาะ
เพอื ใหม้ ีหลากสีสนั เนืองจากราษฎรในละแวกนนั มีความถนดั ในการทอผา้ ชนิดตา่ ง ๆ เมือมาตงั หลกั แหล่งจึงตงั ชือบา้ นเป็นเครืองหมายในการประกอบอาชีพ
วา่ "บา้ นหมี"

อาํ เภอบา้ นหมีตงั เป็นอาํ เภอเมือปี พ.ศ. 2426 ชือเรียกตงั ครังแรกวา่ อาํ เภอสนามแจง เนืองจากตงั อยูท่ ีริมเขาสนามแจง ตอ่ มายา้ ยไปตงั อยูบ่ า้ น
หว้ ยแกว้ ตาํ บลมหาสอน ไดเ้ ปลียนชือใหม่ตามทีตงั วา่ อาํ เภอห้วยแก้ว พ.ศ. 2441 มีการสร้างทางรถไฟสายเหนือผา่ น ทางราชการจึงยา้ ยอาํ เภอมา
สร้างใหม่ทีตาํ บลบา้ นเซ่า (ตาํ บลบา้ นหมีในปัจจุบนั ) ไดเ้ ปลียนชือเรียกอาํ เภอกลบั ไปเป็นอาํ เภอสนามแจงอีก

 วนั ที 29 เมษายน 2460 เปลียนแปลงชืออาํ เภอสนามแจง จงั หวดั ลพบุรี มณฑลกรุงเก่า เป็น อาํ เภอบ้านเซ่า[1]
 วนั ที 19 เมษายน 2474 ยกฐานะทอ้ งถินตลาดบา้ นหมี ตาํ บลบา้ นเซ่า และตาํ บลโพนทอง ใหเ้ ป็น สุขาภบิ าลท้องทบี ้านเซ่า[2]
 วนั ที 10 ธนั วาคม 2478 ยกฐานะทอ้ งถินสุขาภิบาลทอ้ งทีบา้ นเซ่า ใหเ้ ป็น เทศบาลเมืองบ้านเซ่า[3] ครอบคลุมพืนทีบางส่วนของ

ตาํ บลบา้ นเซ่า
 วนั ที 1 เมษายน 2480 เปลียนแปลงเขตจงั หวดั ลพบุรี กบั จงั หวดั สิงหบ์ ุรี (1,2)[4]

o (1) โอนพนื ทีตาํ บลโพธิชยั อาํ เภอบา้ นหมี จงั หวดั ลพบุรี ไปขึนกบั อาํ เภออินทร์บุรี จงั หวดั สิงห์บุรี
o (2) โอนพนื ทีตาํ บลหวั ไผ่ อาํ เภอบา้ นหมี ไปขึนกบั อาํ เภอบางพุทรา (อาํ เภอเมืองสิงห์บุรี) จงั หวดั สิงห์บุรี
 วนั ที 27 พฤศจิกายน 2482 เปลียนแปลงชือเทศบาลเมืองบา้ นเซ่า อาํ เภอบา้ นหมี เป็น เทศบาลเมืองบ้านหม[ี 5]
 วนั ที 5 ธนั วาคม 2487 โอนพนื ทีหมู่ 8,9 (ในขณะนนั ) ของตาํ บลหนองเมือง ไปขึนกบั ตาํ บลสายหว้ ยแกว้ และโอนพืนทีหมู่ 3
(ในขณะนนั ) ของตาํ บลดงพลบั ไปขึนกบั ตาํ บลหนองเมือง[6]
 วนั ที 10 กนั ยายน 2489 เปลียนแปลงเขตตาํ บลในทอ้ งทีอาํ เภอบา้ นหมี (1,2,3,4)[7]
o (1) ตงั ตาํ บลหนองทรายขาว แยกออกจากตาํ บลโพนทอง และตาํ บลพคุ า
o (2) ตงั ตาํ บลไผใ่ หญ่ แยกออกจากตาํ บลสายหว้ ยแกว้
o (3) โอนพนื ทีหมู่ 13,14,15 (ในขณะนนั ) ของตาํ บลเชียงงา และพืนทีหมู่ 5,6,7 (ในขณะนนั ) ของ

ตาํ บลหนองเมือง ไปขึนกบั ตาํ บลสายหว้ ยแกว้
o (4) ตงั ตาํ บลสนามแจง แยกออกจากตาํ บลเชียงงา ตาํ บลโพนทอง และตาํ บลบางพึง
 วนั ที 31 พฤษภาคม 2492 ตงั ตาํ บลดอนดึง แยกออกจากตาํ บลหนองเมือง และตาํ บลบางกะพี[8]

.อาํ เภอท่าหลวง

ทตี งั และอาณาเขต[แก้]

อาํ เภอท่าหลวงตงั อยทู่ างทิศตะวนั ออกของจงั หวดั มีอาณาเขตติดต่อกบั เขตการปกครองขา้ งเคียง ดงั นี
 ทศิ เหนือ ติดตอ่ กบั อาํ เภอชยั บาดาล
 ทิศตะวนั ออก ติดตอ่ กบั อาํ เภอชยั บาดาล และอาํ เภอมวกเหลก็ (จงั หวดั สระบุรี)
 ทศิ ใต้ ติดต่อกบั อาํ เภอมวกเหลก็ (จงั หวดั สระบุรี) และอาํ เภอพฒั นานิคม
 ทศิ ตะวนั ตก ติดต่อกบั อาํ เภอพฒั นานิคมและอาํ เภอชยั บาดาล

ประวตั ศิ าสตร์[แก้]

สาํ หรับทีมาของชืออาํ เภอคาดวา่ เกิดจาก เมือหลายสิบปี ก่อน บริเวณฝังตะวนั ออกของแม่นาํ ป่ าสกั ซึงเป็นป่ าสงวนแห่งชาติ ป่ าไมห้ นา
ทึบ มสี ตั วป์ ่ าอาศยั อยเู่ ป็นจาํ นวนมาก ผคู้ นจากฝังตะวนั ตกของแมน่ าํ ป่ าสกั จะขา้ มมาล่าสตั วแ์ ละตดั ฟื นเป็นประจาํ และโดยทีบริเวณป่ าทึบเป็น
เขตป่ าสงวน ชาวบา้ นจึงมกั เรียกวา่ "ป่ าหลวง" หมายถึงเป็นป่ าของหลวงทีสงวนไว้ ประกอบกบั ชาวบา้ นทีขา้ มมาจากฝังตะวนั ตกของแมน่ าํ ป่ า
สกั ตอ้ งอาศยั เรือแพขา้ มมา บริเวณทีชาวบา้ นใชเ้ รือแพขา้ มมาเป็นประจาํ จึงกลายเป็นท่าขา้ มเรือของชาวบา้ นไปในทีสุด ซึงเป็นทีตงั ของหมู่บา้ น
ในปัจจบุ นั จึงเรียกสถานทีนีวา่ "ท่าหลวง"

ตอ่ มาเมือวนั ที 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2521 ไดต้ งั เป็นกิงอาํ เภอขึนทีบา้ นท่าหลวง หมู่ที 4 ตาํ บลท่าหลวง โดยเกิดจากการรวมตวั ของ
4 ตาํ บลคือ ต.ทา่ หลวง ต.ซบั จาํ ปา ต.หนองผกั แวน่ และ ต.แก่งผกั กดู [1] และไดม้ ีพระราชกฤษฎีกายกฐานะกิงอาํ เภอท่าหลวงขึนเป็ นอาํ เภอท่า
หลวง ตงั แต่วนั ที 26 พฤษภาคม 2532[2] โดยแยก 6 ตาํ บลออกจากอาํ เภอชยั บาดาล เนืองจากพืนทีของอาํ เภอชยั บาดาลเดิมนนั กวา้ งขวาง
มาก ทาํ ให้ทางราชการดูแลไดไ้ มท่ วั ถึง

.อาํ เภอสระโบสถ์

ประวตั ิ

ทอ้ งทีอาํ เภอสระโบสถเ์ ดิมเป็นส่วนหนึงของอาํ เภอโคกสาํ โรง ทางราชการไดแ้ บง่ พนื ทีการปกครองอาํ เภอโคกสาํ โรง ออกมาตงั
เป็ น กงิ อาํ เภอสระโบสถ์ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวนั ที 5 มิถุนายน พ.ศ. 2524 โดยมีผลบงั คบั ตงั แตว่ นั ที 9 มิถุนายน ปี เดียวกนั

[2]

และตอ่ มาไดม้ ีพระราชกฤษฎีกายกฐานะกิงอาํ เภอสระโบสถ์ อาํ เภอโคกสาํ โรง ขึนเป็น อาํ เภอสระโบสถ์ ตามประกาศ
กระทรวงมหาดไทยลงวนั ที 30 ธนั วาคม พ.ศ. 2530 โดยให้มีผลตงั แต่วนั ที 31 ธนั วาคม ปี เดียวกนั [3]

 วนั ที 6 กุมภาพนั ธ์ 2516 จดั ตงั สุขาภิบาลสระโบสถ์ ในทอ้ งทีบางส่วนของตาํ บลสระโบสถ[์ 4] (ขณะนนั อยใู่ นทอ้ งที
อาํ เภอโคกสาํ โรง)

 วนั ที 9 มิถุนายน 2524 แยกพนื ทีตาํ บลสระโบสถ์ ตาํ บลมหาโพธิ และตาํ บลทุง่ ทา่ ชา้ ง อาํ เภอโคกสาํ โรง มาตงั เป็ น กงิ
อาํ เภอสระโบสถ์ ขึนการปกครองกบั อาํ เภอโคกสาํ โรง[2] และโอนสุขาภิบาลสระโบสถ์ มาขึนกบั กิงอาํ เภอสระโบสถ์
อาํ เภอโคกสาํ โรง

 วนั ที 30 สิงหาคม 2526 ตงั ตาํ บลหว้ ยใหญ่ แยกออกจากตาํ บลทุ่งท่าชา้ ง และตาํ บลสระโบสถ[์ 5]
 วนั ที 21 ตุลาคม 2528 ตงั ตาํ บลนิยมชยั แยกออกจากตาํ บลสระโบสถ[์ 6]
 วนั ที 31 ธนั วาคม 2530 ยกฐานะกิงอาํ เภอสระโบสถ์ อาํ เภอโคกสาํ โรง เป็ น อาํ เภอสระโบสถ์[3]
 วนั ที 10 พฤศจิกายน 2532 โอนพนื ทีหมู่ 4,7 บา้ นโคกแสมสาร และหมู่ 13 บา้ นใหมศ่ รีอบุ ล (ในขณะนนั ) ของ

ตาํ บลมหาโพธิ อาํ เภอสระโบสถ์ ไปขึนกบั ตาํ บลโคกเจริญ กิงอาํ เภอโคกเจริญ อาํ เภอโคกสาํ โรง[7]
 วนั ที 4 ตลุ าคม 2533 กาํ หนดเขตตาํ บลมหาโพธิ อาํ เภอสระโบสถ์ ใหเ้ หลือการปกครอง 10 หมู่บา้ น โดยตดั หมูท่ ี

4,7 บา้ นโคกแสมสาร และหมู่ 13 บา้ นใหม่ศรีอุบล เดิมทีโอนไปขึนกบั กิงอาํ เภอโคกเจริญ อาํ เภอโคกสาํ โรง[8]
 วนั ที 25 พฤษภาคม 2542 ยกฐานะสุขาภิบาลสระโบสถ์ เป็ นเทศบาลตาํ บลสระโบสถ[์ 9] ดว้ ยผลของกฎหมาย
 วนั ที 9 กรกฎาคม 2547 ยบุ องคก์ ารบริหารส่วนตาํ บลสระโบสถ์ รวมกบั เทศบาลตาํ บลสระโบสถ[์ 10] อาํ เภอสระ

โบสถ์ จงั หวดั ลพบุรี
 วนั ที 15 กนั ยายน 2547 ยบุ สภาตาํ บลหว้ ยใหญ่ รวมกบั องคก์ ารบริหารส่วนตาํ บลทุ่งท่าชา้ ง[11] อาํ เภอสระโบสถ์

จงั หวดั ลพบุรี

ทตี งั และอาณาเขต[แก้]

อาํ เภอสระโบสถต์ งั อยทู่ างทิศเหนือของจงั หวดั มีอาณาเขตติดต่อกบั อาํ เภอขา้ งเคียง ดงั นี

 ทิศเหนือ ติดตอ่ กบั อาํ เภอโคกเจริญ
 ทิศตะวนั ออก ติดตอ่ กบั อาํ เภอชยั บาดาล
 ทิศใต้ ติดตอ่ กบั อาํ เภอโคกสาํ โรง
 ทศิ ตะวนั ตก ติดต่อกบั อาํ เภอหนองม่วง

.อาํ เภอโคกเจริญ

ทตี งั และอาณาเขต[แก้]

อาํ เภอโคกเจริญตงั อยทู่ างตอนเหนือของจงั หวดั มีอาณาเขตติดต่อกบั อาํ เภอขา้ งเคียง ดงั นี

 ทิศเหนือ ติดตอ่ กบั อาํ เภอไพศาลี (จงั หวดั นครสวรรค)์ และอาํ เภอวิเชียรบรุ ี (จงั หวดั เพชรบรู ณ์)
 ทิศตะวนั ออก ติดต่อกบั อาํ เภอศรีเทพ (จงั หวดั เพชรบูรณ์)
 ทิศใต้ ติดต่อกบั อาํ เภอชยั บาดาล อาํ เภอสระโบสถ์ และอาํ เภอหนองม่วง
 ทศิ ตะวนั ตก ติดต่อกบั อาํ เภอหนองม่วง และอาํ เภอไพศาลี (จงั หวดั นครสวรรค)์

ประวตั ศิ าสตร์[แก้]

ก่อตงั โดยแยกพนื ทีบางส่วนออกมาจากอาํ เภอโคกสาํ โรง

.อาํ เภอลาํ สนธิ

ทตี งั และอาณาเขต[แก้]

อาํ เภอลาํ สนธิตงั อยทู่ างตะวนั ออกสุดของจงั หวดั มีอาณาเขตติดต่อกบั อาํ เภอและจงั หวดั ขา้ งเคียง ดงั นี

 ทศิ เหนือ ติดต่อกบั อาํ เภอวเิ ชียรบรุ ี (จงั หวดั เพชรบูรณ์) อาํ เภอภกั ดีชุมพล และอาํ เภอเทพสถิต (จงั หวดั ชยั ภูมิ)
 ทศิ ตะวนั ออก ติดตอ่ กบั อาํ เภอเทพสถิต (จงั หวดั ชยั ภูมิ) อาํ เภอเทพารักษ์ และอาํ เภอด่านขนุ ทด (จงั หวดั นครราชสีมา)
 ทิศใต้ ติดต่อกบั อาํ เภอสีคิว (จงั หวดั นครราชสีมา) อาํ เภอมวกเหลก็ (จงั หวดั สระบรุ ี) และอาํ เภอชยั บาดาล
 ทิศตะวนั ตก ติดต่อกบั อาํ เภอชยั บาดาล และอาํ เภอศรีเทพ (จงั หวดั เพชรบรู ณ์)

ประวตั ศิ าสตร์[แก้]

ทอ้ งทีอาํ เภอลาํ สนธิเดิมเป็นส่วนหนึงของอาํ เภอชยั บาดาล ทางราชการไดแ้ บ่งพืนทีการปกครองตาํ บลลาํ สนธิ ตาํ บลซบั สมบรู ณ์ ตาํ บล
หนองรี ตาํ บลกดุ ตาเพชร และตาํ บลเขารวก ออกมาตงั เป็น กงิ อาํ เภอลาํ สนธิ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวนั ที 21 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ.
2532 โดยมีผลบงั คบั ตงั แต่วนั ที 14 มีนาคม[1] ปี เดียวกนั

ในวนั ที 18 มกราคม 2537 ทางราชการไดแ้ บง่ ทอ้ งทีตาํ บลซบั สมบูรณ์ จาํ นวน 5 หมูบ่ า้ น มาจดั ตงั เป็ นตาํ บลเขานอ้ ย[2]
และต่อมาไดม้ ีพระราชกฤษฎีกายกฐานะขึนเป็น อาํ เภอลาํ สนธิ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวนั ที 12 พฤศจิกายน พ.ศ.
2539 โดยให้มีผลตงั แต่วนั ที 20 พฤศจิกายน ปี เดียวกนั [3]

.อาํ เภอหนองม่วง

ทตี งั และอาณาเขต

อาํ เภอหนองม่วงตงั อยทู่ างทิศตะวนั ตกเฉียงเหนือของจงั หวดั มอี าณาเขตติดต่อกบั เขตการปกครองขา้ งเคียงดงั ต่อไปนี

 ทศิ เหนือ ติดต่อกบั อาํ เภอไพศาลี (จงั หวดั นครสวรรค)์ และอาํ เภอโคกเจริญ
 ทศิ ตะวนั ออก ติดตอ่ กบั อาํ เภอโคกเจริญและอาํ เภอสระโบสถ์
 ทิศใต้ ติดตอ่ กบั อาํ เภอโคกสาํ โรงและอาํ เภอบา้ นหมี
 ทิศตะวนั ตก ติดตอ่ กบั อาํ เภอบา้ นหมี อาํ เภอตาคลี อาํ เภอตากฟ้า และอาํ เภอไพศาลี (จงั หวดั นครสวรรค)์

ประวตั ิ

อาํ เภอหนองม่วงก่อตงั โดยแยกพนื ทีบางส่วนออกมาจากอาํ เภอโคกสาํ โรง จดั ตงั เป็น กงิ อาํ เภอหนองม่วง เมือวนั ที 1 เมษายน พ.ศ.
2533[1] ซึงนายนิยม วรปัญญา สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร จงั หวดั ลพบรุ ี ไดย้ นื กระทูใ้ นสภาผแู้ ทนราษฎร[2] และไดร้ ับการยกฐานะ
เป็ น อาํ เภอหนองม่วง เมือปี พ.ศ. 2539 มีผลบงั คบั ใชต้ งั แตว่ นั ที 5 ธนั วาคม พ.ศ. 2539[3]

การปกครองส่วนทอ้ งถิน

ในดา้ นการปกครองส่วนทอ้ งถินของจงั หวดั ลพบรุ ีประกอบดว้ ยองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั 1 แห่ง คือ องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
ลพบุรี, เทศบาลเมือง 3 แห่ง ไดแ้ ก่ เทศบาลเมืองลพบุรี เทศบาลเมืองเขาสามยอด และเทศบาลเมืองบา้ นหมี, เทศบาลตาํ บล 19 แห่ง, และ
องคก์ ารบริหารส่วนตาํ บล 103 แห่ง โดยรายชือเทศบาลจาํ แนกตามอาํ เภอในจงั หวดั ลพบรุ ี มีดงั นี

อาํ เภอเมืองลพบุรี อาํ เภอโคกสําโรง อาํ เภอท่าหลวง

 เทศบาลเมืองลพบุรี  เทศบาลตาํ บลโคก  เทศบาลตาํ บลบา้ นทา่ หลวง
อาํ เภอสระโบสถ์
 เทศบาลเมืองเขาสาม สาํ โรง
 เทศบาลตาํ บลสระโบสถ์
ยอด อาํ เภอชัยบาดาล อาํ เภอโคกเจริญ
 เทศบาลตาํ บลโคกตูม
ไม่มีเทศบาล
 เทศบาลตาํ บลเขาพระ  เทศบาลตาํ บลลาํ อาํ เภอลาํ สนธิ

งาม นารายณ์ ไม่มีเทศบาล

 เทศบาลตาํ บลทา่ ศาลา อาํ เภอท่าว้งุ
 เทศบาลตาํ บลถนนใหญ่

 เทศบาลตาํ บลกกโก  เทศบาลตาํ บลทา่ วุง้

อาํ เภอพฒั นานิคม  เทศบาลตาํ บลท่าโขลง อาํ เภอหนองม่วง
เทศบาลตาํ บลโคกสลุด
  เทศบาลตาํ บลโพตลาด  เทศบาลตาํ บล
แกว้ หนองม่วง
 เทศบาลตาํ บลแกง่ เสือ  เทศบาลตาํ บลบางงา

 เตน้ เทศบาลเมืองบ้านหมี

เทศบาลตาํ บลพฒั นา 

นิคม อาํ เภอบ้านหมี
เทศบาลตาํ บลดีลงั

เทศบาลตาํ บลเขาพระยา 
เดินธง

ประชากร

การแต่งกายสมยั ลพบุรี
บา้ นเรือนของชาวลพบุรีในอดีต

ประชากรในจงั หวดั ลพบุรีมีดว้ ยกนั หลายกลุ่ม เช่น ไทยภาคกลาง ไทยพวน (เดิมเรียก ลาวพวน) และไทยเบิง (หรือไทยเดิง) ไทยอีสาน
(พดู ภาษาอีสาน) ไทยมอญ นอกจากนียงั มีชาวไทยเชือสายจีน และชาวไทยเชือสายอินเดียจาํ นวนไมน่ อ้ ยอีกดว้ ย

ประชากรของจงั หวดั ลพบรุ ีส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชือสายลาว แต่ปัจจบุ นั มีหลายกลุ่มทีมีความเป็นไทย ชาวไทยภาคกลางนนั จะ
หนาแน่นแถบอาํ เภอเมืองใกลร้ อยต่อระหวา่ งจงั หวดั ลพบุรี พระนครศรีอยธุ ยา และจงั หวดั อ่างทอง รอบนอกเมืองลพบุรีส่วนใหญจ่ ะมีเชือสาย
ลาวทกุ อาํ เภอ ซึงแต่เดิมปรากฏวา่ มีการใชภ้ าษาลาวดว้ ย แต่ปัจจบุ นั หลายชุมชนในอาํ เภอเมืองมีแนวโนม้ ในการใชภ้ าษาลาวลดลง และมชี นเชือ
สายจีนปะปนอยทู่ วั ไป นอกจากนียงั มีชนเชือสายลาวพวนส่วนใหญอ่ ยใู่ นทอ้ งทีอาํ เภอบา้ นหมี มีบา้ งในตาํ บลถนนใหญ่ และโคกกระเทียมใน
อาํ เภอเมือง ชนเชือสายมอญอาศยั อยใู่ นเขตทอ้ งทีตาํ บลบางขนั หมากส่วนล่าง (ส่วนบนส่วนใหญ่เป็นชาวไทย) อาํ เภอเมืองลพบรุ ี นอกจากนียงั มี
ชาวไทเบิง ซึงเป็ นชนกลุ่มเดียวกบั ชาวไทยโคราช ทีส่วนใหญอ่ าศยั ในอาํ เภอพฒั นานิคม ส่วนชาวอีสานนนั เขา้ มาทางตะวนั ออกซึงติดกบั
จงั หวดั นครราชสีมา กบั จงั หวดั ชยั ภมู ิ และอาศยั ทางโคกเจริญ ชยั บาดาล ฯลฯ ชาวไทยเชือสายปากีสถานและอินเดียกอ็ าศยั ในอาํ เภอเมืองและ
ชยั บาดาล ซึงชนเชือสายตา่ ง ๆ นียงั คงรักษาวฒั นธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี ภาษาพดู ทีเป็นเอกลกั ษณ์ของตนเอง ลกั ษณะนิสยั ต่าง ๆ จึง
แตกต่างกนั แตก่ ส็ ามารถปรับตวั ใหเ้ ขา้ กบั ประชากรส่วนใหญ่ไดด้ ี

จาํ นวนประชากรทงั หมดของจงั หวดั ลพบรุ ี จากรายงานฉบบั สมบูรณ์โครงการศึกษาแผนแมบ่ ทเพอื พฒั นาเศรษฐกิจ สงั คม และ
สิงแวดลอ้ มจงั หวดั ลพบรุ ี ช่วงปี พ.ศ. 2540-2550 มีประชากรนบั ถึงสินเดือนตลุ าคม พ.ศ. 2539 มีจาํ นวนทงั สิน 787,768 คน
แยกเป็ นเพศชาย 410,775 คน เพศหญิง 376,993 คน ความหนาแน่นของประชากรเฉลีย 127 คนตอ่ ตารางกิโลเมตร เนืองจาก
จงั หวดั ลพบรุ ีเป็ นเมืองยทุ ธศาสตร์การทหารจึงทาํ ให้มีประชากรเพศชายมากกวา่ เพศหญิงเล็กนอ้ ย แนวโนม้ จาํ นวนประชากรในช่วง 10 ปี
ขา้ งหนา้ (พ.ศ. 2540-2550) คาดวา่ ในปี พ.ศ. 2550 ประชากรจงั หวดั ลพบุรีจะมีจาํ นวนทงั สินประมาณ 906,149 คน

ประชากรส่วนใหญป่ ระกอบอาชีพเกษตรกร ทาํ นา ทาํ ไร่ขา้ วโพด ขา้ วฟ่ าง ออ้ ยนาํ ตาล ถวั เขียว ถวั เหลือง รายไดเ้ ฉลียของประชากร
ในปี พ.ศ. 2537 คือ 34,301 บาทตอ่ คนตอ่ ปี พ.ศ. 2540 จาํ นวน 47,335 บาทตอ่ คนตอ่ ปี และคาดวา่ ในปี พ.ศ. 2550 จะ
เทา่ กบั 76,446 บาทต่อคนตอ่ ปี

เศรษฐกจิ

วงเวยี นศรีสุริโยทยั หรือทีชาวลพบุรีนิยมเรียกกนั จนติดปากวา่ (วงเวยี นสระแกว้ ) ซึงเป็ นวงเวียนขนาดใหญส่ ถาปัตยกรรมชินนีถูกสร้างขึนใน ปี พทุ ธศกั ราช 2481 ในสมยั ที จอม
พล ป.พิบูลสงคราม ดาํ รงตาํ แหน่งนายกรัฐมนตรี

ยา่ นธุรกิจการคา้ การท่องเทียว โบราณสถานแหล่งเมืองเกา่ ทางดา้ นทิศตะวนั ตกของเมืองลพบุรี

จงั หวดั ลพบรุ ี เมืองทีมีความเป็นมาทางประวตั ิศาสตร์และวฒั นธรรมมายาวนานกวา่ 3,000 ปี นบั แตส่ มยั ก่อนประวตั ิศาสตร์ ยคุ
รุ่งเรืองสมยั สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เรือยมาจนถึงเมืองแห่งศูนยก์ ลางการทหารในยคุ เปลียนผา่ นการปกครอง และในปัจจุบนั ดว้ ยศกั ยภาพ
จากภูมิศาสตร์อนั เหมาะสมทาํ ให้จงั หวดั ลพบรุ ี กาํ ลงั กา้ วไปสู่ "เมืองแห่งพลงั งานทดแทน"

ปัจจบุ นั จงั หวดั ลพบุรีมีพนื ทีประมาณ 6,199.753 ตารางกิโลเมตร แบง่ การปกครองออกเป็น 11 อาํ เภอ ในปี พ.ศ. 2557 มี
ประชากรประมาณ 758,627 คน และปี พ.ศ. 2555 มีผลิตภณั ฑม์ วลรวมจงั หวดั 86,602 ลา้ นบาท รายไดต้ อ่ หวั 112,119 บาท
ต่อคนต่อปี โดยรายไดส้ ่วนใหญก่ วา่ ร้อยละ 50 มาจากภาคอุตสาหกรรม รองลงมาคือสาขาเกษตรกรรม และการทอ่ งเทียว บริการ

ในบรรดา 4 จงั หวดั กลุ่มภาคกลางตอนบน 2 ประกอบดว้ ย จงั หวดั ชยั นาท ลพบรุ ี สิงห์บรุ ี อ่างทอง ลพบุรีถือเป็นหวั ขบวนทาง
เศรษฐกิจ และจดั อยใู่ นเขตส่งเสริมการลงทนุ เขต 3 ทีไดร้ ับสิทธิประโยชนจ์ ากสาํ นกั งานส่งเสริมการลงทุนสูงสุด ทาํ ใหม้ ีโรงงานอุตสาหกรรม
ถึง 776 แห่ง โดยส่วนใหญเ่ ป็นอุตสาหกรรมการเกษตร อาหาร และเครืองจกั รกล มีแรงงานในภาคอุตสาหกรรมกวา่ 50,000 คน ซึง
แรงงานในภาคอตุ สาหกรรมสามารถสร้างมลู ค่าผลิตภณั ฑม์ วลรวมจงั หวดั ไดถ้ ึง 1 ลา้ นบาทต่อคนตอ่ ปี

จงั หวดั ลพบุรีมีสินคา้ หตั ถกรรมมากมาย เช่น ปลาสม้ ฟัก ดินสอพอง (มีการทาํ ไขเ่ คม็ จากดินสอพองดว้ ย) ผลิตภณั ฑจ์ ากดอก
ทานตะวนั ผา้ มดั หมี และผา้ ขาวมา้ ลายไสป้ ลาไหล เป็นตน้

วฒั นธรรม

ระบาํ ลพบรุ ี[แก้]

ระบาํ ลพบุรี เป็ นระบาํ โบราณคดีเพลงหนึง เกิดขึนโดยเลียนแบบลกั ษณะท่าทางของเทวรูป ภาพเขียน ภาพแกะสลกั
รูปปัน รูปหล่อโลหะและภาพศิลาจาํ หลกั -ทบั หลงั ประตู ตามโบราณสถาน ทีขดุ พบในสมยั ลพบุรี ระหวา่ งพทุ ธศตวรรษที
16-19 ศิลปวตั ถุโบราณประเภทนีอยทู่ างภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ เช่น ปราสาทหินพมิ าย ในจงั หวดั นครราชสีมา พระ
ปรางคส์ ามยอดลพบุรี แลว้ นาํ มากาํ หนดยดุ สมยั ตามความเก่าแก่ของโบราณสถานและโบราณวตั ถุ แลว้ มาสร้างเป็ นระบาํ
สมยั นนั ขึน ลีลาท่าทางของศิลปวตั ถุเป็ นภาพนิง (ท่าตาย) เหมาะเป็นท่าเทวรูปมากกวา่ เมืออาศยั หลกั ทางดา้ นนาฏศิลป์ เขา้
มาดดั แปลงเป็ นท่ารํา ทาํ ใหม้ คี วามอ่อนชอ้ ย สวยงาม

ผปู้ ระดิษฐท์ ่ารํา คือ ครูลมลุ ยมะคุปต์ ร่วมดว้ ยครูเฉลย ศขุ ะวณิช ผเู้ ชียวชาญนาฏศิลป์ ไทย กรม
ศิลปากร ผปู้ ระพนั ธ์ทาํ นองเพลง คือ ครูมนตรี ตราโมท

เพลง

บทเพลงทีเกียวขอ้ งกบั จงั หวดั ลพบุรี เช่น "ลพบุรีแดนทองของไทย" "ความหนาวทีลพบุรี" "เขด็ แลว้ ลพบุรี" เป็ นตน้

เทศกาลงานประจาํ ปี

 งานแผน่ ดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จดั ขึนในช่วงประมาณเดือนกมุ ภาพนั ธ์ ของทกุ ปี เพือเป็ นการราํ ลึกถึงพระมหา
กรุณาธิคุณของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทีมีต่อจงั หวดั ลพบุรี ณ.พระนารายณ์ราชนิเวศน์

 เทศกาลท่งุ ทานตะวนั บาน ทีลพบรุ ี ช่วงเวลาตงั แต่เดือนพฤศจิกายน - ธนั วาคม
 งานเทศกาลลอยกระทง ยอ้ นยคุ ไปในสมยั จอมพล ป. พบิ ูลสงคราม จดั ณ วงเวยี นสระแกว้ ลพบุรี

 งานเทศกาลกระทอ้ นหวานและของดีเมืองลพบุรี ช่วงเดือน มิถนุ ายน - กรกฎาคม เพอื เผยแพร่ประชาสมั พนั ธ์ ผลผลิต
กระทอ้ นของอาํ เภอเมืองลพบุรี

 เทศกาลโตะ๊ จีนลิง เป็ นหนึงใน 10 เทศกาลแปลกทสี ุดในโลก งานเลียงโตะ๊ จีนลิง จดั ขึนทกุ วนั อาทิตย์ สปั ดาห์สุดทา้ ยของ
เดือนพฤศจิกายน ณ บริเวณศาลพระกาฬ และพระปรางคส์ ามยอด ได้รับความสนใจจากนักท่องเทียวชาวไทยและ
ชาวต่างชาติ รวมไปถึงสือต่าง ๆ ทังในและต่างประเทศอีกด้วย

 เทศกาลกินเจลพบุรี
 งานฤดูหนาวลพบุรี จดั ระหวา่ งเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนธนั วาคม ของทุกปี ณ.สนามโรงเรียนพิบูลวทิ ยาลยั
 งานกาชาดลพบรุ ี
 เทศกาลงานแสดงไมด้ อกไมป้ ระดบั จงั หวดั ลพบุรี ในเดือนตลุ าคมของทกุ ปี
 ประเพณีชกั พระศรีอาริย์ 14 คาํ เดือน 6 ของทุกปี
 ประเพณีกาํ ฟ้า ตรงกบั วนั ขึน 2 คาํ เดือน 3

การขนส่ง

ทางถนน

บริษทั ขนส่ง จงั หวดั ลพบุรี

ท่ารถตูจ้ งั หวดั ลพบุรี

ทางหลวงแผน่ ดินในจงั หวดั ลพบุรีมีดงั นี

 ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน)

 ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข 21 (ถนนคชเสนีย)์

 ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข 205 (ถนนสุรนารายณ์)

 ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข 311 (ถนนนารายณ์มหาราช, ถนนลพบุรี–ชยั นาท)

 ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข 366 (ถนนเลียงเมอื งลพบุรี)

 ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข 2089 (สายมวกเหลก็ –ลาํ นารายณ์)

 ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข 2129 (ทางเขา้ ลาํ นารายณ์)

 ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข 2256 (สายถนนโคง้ –กุดม่วง)

 ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข 2321 (สายบา้ นใหมส่ ามคั ค–ี สระโบสถ)์
 ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข 3015 (สายสถานีรถไฟท่าแค-รพ.อานนั ทมหิดล)

 ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข 3016 (สายคา่ ยเอราวณั -สถานีรถไฟป่ าหวาย)
 ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข 3017 (สายสามแยกนิคม–วงั ม่วง)
 ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข 3019 (สายสถานีรถไฟโคกกะเทียม-สามแยกโคกกะเทียม)
 ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข 3024 (สายถนนพหลโยธิน-ถนนเทศบาล อาํ เภอบา้ นหมี
 ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข 3027 (สายทา่ วงุ้ –บา้ นเบิก อาํ เภอไชโย)

 ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข 3196 (สายดงพลบั อาํ เภอตาคลี – เจา้ ปลุก อาํ เภอมหาราช)
 ทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข 3562 (สายลพบุรี–ป่ าหวาย) บา้ นป่ าหวาย–วงเวยี นพลร่ม–วงเวยี นสระแกว้ –สีแยกสะพาน 7

ระยะทางจากอาํ เภอเมืองลพบุรีไปยงั อําเภอต่าง ๆ ระยะทางจากจงั หวัดลพบุรีไปยังจงั หวดั ใกล้เคยี ง

 อาํ เภอท่าวงุ้ ระยะทาง 15 กิโลเมตร  กรุงเทพมหานคร ระยะทาง 153 กิโลเมตร
 อาํ เภอบา้ นหมี ระยะทาง 32 กิโลเมตร  จงั หวดั สิงห์บุรี ระยะทาง 33 กิโลเมตร
 อาํ เภอโคกสาํ โรง ระยะทาง 35 กิโลเมตร  จงั หวดั อ่างทอง ระยะทาง 45 กิโลเมตร
 อาํ เภอพฒั นานิคม ระยะทาง 51 กิโลเมตร  จงั หวดั สระบุรี ระยะทาง 46 กิโลเมตร
 อาํ เภอหนองม่วง ระยะทาง 54 กิโลเมตร  จงั หวดั ชยั นาท ระยะทาง 86 กิโลเมตร
 อาํ เภอสระโบสถ์ ระยะทาง 65 กิโลเมตร  จงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยา ระยะทาง 91 กิโลเมตร
 อาํ เภอโคกเจริญ ระยะทาง 77 กิโลเมตร  จงั หวดั นครสวรรค์ ระยะทาง 129 กิโลเมตร
 อาํ เภอท่าหลวง ระยะทาง 83 กิโลเมตร  จงั หวดั นครราชสีมา ระยะทาง 195 กิโลเมตร
 อาํ เภอชยั บาดาล ระยะทาง 97 กิโลเมตร  จงั หวดั ชยั ภมู ิ ระยะทาง 230 กิโลเมตร
 อาํ เภอลาํ สนธิ ระยะทาง 120 กิโลเมตร  จงั หวดั เพชรบรู ณ์ ระยะทาง 236 กิโลเมตร

ทางราง

สถานีรถไฟลพบุรี

มีทางรถไฟทีผา่ นจงั หวดั ลพบรุ ีจาํ นวนสองสาย สายแรกคือทางรถไฟสายเหนือ (กรุงเทพมหานคร–เชียงใหม่) โดยผา่ นสถานีรถไฟ
และทีหยดุ รถไฟตามเสน้ ทางเทียวขึน ไดแ้ ก่ สถานีรถไฟบา้ นป่ าหวาย, สถานีรถไฟลพบุรี, สถานีรถไฟท่าแค, สถานีรถไฟโคกกระเทียม,
สถานีรถไฟหนองเต่า, สถานีรถไฟหนองทรายขาว, สถานีรถไฟบา้ นหมี, สถานีรถไฟหว้ ยแกว้ และทีหยดุ รถไฟไผใ่ หญ่ สายทีสองคือทาง
รถไฟสายตะวนั ออกเฉียงเหนือ (ช่วง ชุมทางแก่งคอย–ชุมทางบวั ใหญ)่ โดยผา่ นสถานีรถไฟและทีหยดุ รถไฟตามเสน้ ทางเทียวขึน ไดแ้ ก่ สถานี
รถไฟแก่งเสือเตน้ , ทีหยดุ รถไฟเขือนป่ าสกั ชลสิทธิ, ทีหยดุ รถไฟบา้ นหนองบวั , สถานีรถไฟโคกสลุง, สถานีรถไฟสุรนารายณ์, ทีหยดุ รถไฟ
โรงเรียนอสั สมั ชญั คอนแวนต,์ ทีหยดุ รถไฟเขายายกะตา, ทีหยดุ รถไฟตลาดลาํ นารายณ์, สถานีรถไฟลาํ นารายณ์, ทีหยดุ รถไฟบา้ นเกาะรัง,
สถานีรถไฟแผน่ ดินทอง, ทีหยดุ รถไฟบา้ นจงโกและสถานีรถไฟโคกคลี

ปัจจุบนั มีโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงลพบรุ ี–ปากนาํ โพ สาํ หรับจงั หวดั ลพบุรีนนั มีการก่อสร้างเส้นทางรถไฟใหม่เป็นเส้นทาง
รถไฟเลียงเมืองลพบรุ ี ช่วง บา้ นกลบั –โคกกระเทียม ระยะทาง 29 กม. และทางคู่ช่วง ท่าแค–ไผใ่ หญ่ โดยโครงการคาดวา่ จะเสร็จในปี พ.ศ.
2566[5]

ในอดีตจงั หวดั ลพบุรีเคยมีระบบรถราง เสน้ ทางช่วง ท่าโพธิ–เอราวณั โดยเปิ ดให้บริการตงั แต่ปี พ.ศ. 2498–2505

ทางอากาศ[แก้]

จงั หวดั ลพบุรีไม่มีทา่ อากาศยานเชิงพาณิชยใ์ ห้บริการ แตม่ ีท่าอากาศยานทีอยใู่ นสงั กดั ของกองทพั บก และกองทพั อากาศ

 สนามบินโคกกระเทียม หรือ ฐานทพั อากาศโคกกะเทียม กองบิน 2 กองพลบินที 1 กองบญั ชาการยทุ ธทางอากาศ
สงั กดั กองทพั อากาศ

 สนามบินทหารอากาศ ตงั อยทู่ ี อาํ เภอทา่ หลวง
 สนามบินทหารอากาศ ตงั อยทู่ ี อาํ เภอทา่ วงุ้
 สนามบินสระพรานนาค โรงเรียนการบิน ศนู ยก์ ารบินทหารบก ค่ายสมเด็จพระศรีนครินทรา สงั กดั กองทพั บก
 สนามบิน ค่ายวชิราลงกรณ์ สงั กดั กองทพั บก
 สนามบินบา้ นหมี ตาํ บลดอนดึง อาํ เภอบา้ นหมี ภายใตก้ ารกาํ กบั ดูแลของมลู นิธิอนุรักษแ์ ละพฒั นาอากาศยานไทย ในพระ

บรมราชูปถมั ภ์
 สนามบินฝึ กใชอ้ าวธุ ทางอากาศ สงั กดั กองทพั อากาศ
 สนามบินโคกสลุง

การทหาร

ปัจจุบนั จงั หวดั ลพบุรีเป็ นทีตงั ของกองกาํ ลงั ทงั ทหารบกและทหารอากาศหลายหน่วย เป็นศูนยก์ ลางทางดา้ น
การทหาร กองกาํ ลงั ทางการรบ ซึงจงั หวดั ลพบุรีนนั มีภมู ิประเทศทีเหมาะสม คืออยบู่ ริเวณจุดกึงกลางของประเทศ จึงทาํ ให้
เป็ นศูนยก์ ลางทางดา้ นการทหารซึงสามารถทีกระจายหรือแจกจ่ายกาํ ลงั พล อาวธุ ยทุ ธโทปกรณ์ ไปยงั ภมู ิภาคต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ ง
สะดวกและรวดเร็ว ภายหลงั การเปลียนแปลงการปกครอง ลพบุรีไดร้ ับการทาํ นุบาํ รุงอีกครงั สมยั จอมพล ป.พบิ ูล
สงคราม เป็ นนายกรัฐมนตรี และนอกจากนนั ไดม้ ีการวางผงั เมืองใหมแ่ ละตงั หน่วยทหารขึนมาในเมืองลพบุรี ซึงมีหน่วย
ทหารทีสาํ คญั ไดแ้ ก่ ศูนยก์ ารทหารปื นใหญ,่ ศูนยก์ ารบินทหารบก, หน่วยบญั ชาการสงครามพิเศษ, ศูนยอ์ าํ นวยการสร้าง
อาวธุ ศูนยก์ ารอตุ สาหกรรมป้องกนั ประเทศและพลงั งานทหาร, หน่วยรบพิเศษ เป็ นตน้ ดงั นนั เมอื งลพบุรีจึงไดช้ ือวา่ เป็ น
เมืองทหารเพราะมีหน่วยทหารทีสาํ คญั ตงั อยถู่ ึง 11 หน่วย ลพบุรีในปัจจุบนั จึงเป็ นเมืองเศรษฐกิจ เมืองท่องเทียว ศูนย์
การศึกษาของภาคกลางตอนบน และยงั เป็นเมืองทหารอีกดว้ ย

จงั หวดั ลพบุรี เป็นเมืองยทุ ธศาสตร์ทีสาํ คญั ของประเทศมาตงั แตส่ มยั โบราณ ดงั นนั จึงถูกเลือกใหเ้ ป็ นทีมนั แห่งที 2
ของประเทศมาตงั แต่สมยั กรุงศรีอยธุ ยา การพฒั นาดา้ นการทหารของจงั หวดั ลพบุรี ปรากฏวา่ เด่นชดั ในสมยั จอมพล ป.
พบิ ูลสงคราม ชือจริงคือ แปลก พิบูลสงคราม ตอนทีท่านดาํ รงตาํ แหน่งเป็ นนายกรัฐมนตรีทาํ ใหก้ ิจการดา้ นการทหารของ
ลพบุรีมีความสาํ คญั มากเป็ นอนั ดบั 2 รองจากกรุงเทพมหานคร ในยคุ หลงั การเปลียนแปลงการปกครองเป็ นระบอบ
ประชาธิปไตย ราว พ.ศ. 2480 จอมพล ป. พบิ ูลสงคราม ไดพ้ ฒั นาเมืองลพบุรี ใหเ้ ป็ นศูนยก์ ลางทางการทหาร และมีการ
วางผงั เมืองใหม่ โดยแยกชุมชนและสถานทีราชการออกจากเมืองเก่า ทาํ ใหด้ ูสง่างามกวา่ เดิมและไดส้ ร้างสิงก่อสร้างศิลปะ
แบบอาร์ตเดโด ขึนหลายแห่ง เช่น ตึกชาโต้ ตึกเอราวณั โรงภาพยนตร์ ทหารบก เป็ นตน้ ลพบุรีจึงเป็ นเมืองเลก็ ๆ เมืองหนึง
ทีอดุ มดว้ ยคุณคา่ ทางประวตั ิศาสตร์ชาติไทยและมีความเป็นอมตะนคร ไม่หายไปจากความทรงจาํ ของทุกยคุ ทุกสมยั และมี
การวางผงั เมืองใหม่ โดยยา้ ยศาลากลางจงั หวดั จากบริเวณพระนารายณ์ราชนิเวศน์มายงั สถานทีตงั ในปัจจุบนั น่าภมู ิใจใน
จงั หวดั ลพบุรี นอกจากไดช้ ือวา่ เป็ นเมืองทหาร ซึงมีทหารบกหลายเหล่าไดแ้ ก่ เหล่าทหารราบ เหล่าปื นใหญ่ หน่วยรบพิเศษ
และทหารอากาศ ไดแ้ ก่ กองบิน 2 และสนามฝึ กซอ้ มใชอ้ าวธุ ม่วงค่อมแลว้ นอกจากนีลพบุรียงั มีสนามบินของกองทพั บก
และกองทพั อากาศอยหู่ ลายที ลพบุรียงั ชือไดว้ า่ เป็ นศูนยก์ ลางการบินเฮลิคอปเตอร์ของไทยอีกดว้ ย เพราะศูนยก์ ลางการบิน
เฮลิคอปเตอร์ทงั ทหารบกและทหารอากาศ ต่างตงั อยใู่ นจงั หวดั ลพบุรี

สถานทีท่องเทียวในจังหวดั ลพบุรี

1. พระปรางคส์ ามยอด

2. ทุง่ ดอกทานตะวนั

3. ทุ่งดอกดาวกระจาย
4. เขือนป่ าสกั ชลสิทธิ

5. พระนารายณ์ราชนิเวศน์
6. บา้ นวชิ าเยนทร์

7. วดั พระศรีรัตนมหาธาตุ
8. วดั เขาวงพระจนั ทร์

9. วดั ถาํ เขาปรางค์
10. นาํ ตกวงั กา้ นเหลือง

คาํ ขวัญเมืองลพบุรี

วงั นารายณ์คูบ่ า้ น ศาลพระกาฬคูเ่ มือง ปรางคส์ ามยอดลือเลือง เมืองแห่งดินสอพอง เขือนป่ าสกั ชลสิทธิเกริก
กอ้ ง แผน่ ดินทองสมเด็จพระนารายณ์


Click to View FlipBook Version