The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การใส่สายเข้าสู่กระเพาะอาหาร หมายถึง การใส่สายเข้าทางปากหรือทางจมูกผ่านทางเดินอาหารเข้าไปยังกระเพาะอาหารโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้อาหาร ของเหลวหรือยา ในกรณีที่ผู้ใช้บริการไม่สามารถรับประทานทางปากได้ตามปกติ และดูดเอาของเหลวออกจากกระเพาะอาหารเพื่อการวินิจฉัยและการรักษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ณัฐวุฒิ คำสุขะ, 2023-06-29 10:55:34

การใส่สายยางเพื่อ สวนล้างและการสวน ล้างกระเพาะอาหาร

การใส่สายเข้าสู่กระเพาะอาหาร หมายถึง การใส่สายเข้าทางปากหรือทางจมูกผ่านทางเดินอาหารเข้าไปยังกระเพาะอาหารโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้อาหาร ของเหลวหรือยา ในกรณีที่ผู้ใช้บริการไม่สามารถรับประทานทางปากได้ตามปกติ และดูดเอาของเหลวออกจากกระเพาะอาหารเพื่อการวินิจฉัยและการรักษา

Keywords: การใส่ Nasogastric tube (NG Tube)

การใส่ส่ส ส่ ส ส่ ายยางเพื่พื่ พื่ อ พื่พื่ อ พื่ สวนล้ล้ ล้ า ล้ างและการสวน ล้ล้ ล้ า ล้ างกระเพาะอาหาร เสนอ อาจารย์สิริอร ข้อยุ่น


สารบัญ 1 การใส่ Nasogastric tube (NG Tube) อุปกรณ์ในการใส่ 2 NG tube การทดสอบตำ แหน่งของสาย และพยาธิสรีรภาพของผู้ป่วย 3 4 ขั้นตอนการปฏิบัติ Gastric lavage 5 6 Gastric Irrigation Gastric suction 7 8 9 การพยาบาล ข้อห้าม และข้อคำ นึง ในการล้างกระเพาะอาหาร บรรณานุกรม


การใส่ส่ ส่ส่Nasogastric tube (NG Tube) การใส่สายยางทางจมูกเป็นการใส่สาย ที่สามารถโค้งงอได้เข้าทางรูจมูกผ่านคอลงไปถึง กระเพาะอาหารหรือเรียกว่าสายให้อาหารหรือ สายยางให้อาหาร (Feeding tube) ตามตาราง แสดงขนาดของสายยางที่เหมาะสมในแต่ละวัย วัวั วั ต วั ตถุถุ ถุ ป ถุ ประสงค์ค์ ค์ ข ค์ ของการใส่ส่ ส่ส่NG tube 1. เพื่อให้อาหารทางสายยาง 2. ล้างกระเพาะกรณีผ่าตัดกระเพาะอาหารหรือล้างสารพิษ 3. หยุดเลือดกรณีมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร 4. ต้องการนำ น้ำ ย่อยไปตรวจวินิจฉัย การใส่สายเข้าสู่กระเพาะอาหาร หมายถึง การใส่สายเข้า ทางปากหรือทางจมูกผ่านทางเดินอาหารเข้าไปยังกระเพาะ อาหารโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้อาหาร ของเหลวหรือยา ใน กรณีที่ผู้ใช้บริการไม่สามารถรับประทานทางปากได้ตามปกติ และดูดเอาของเหลวออกจากกระเพาะอาหารเพื่อการวินิจฉัย และการรักษา Nasogastric tube หรืรื รื อ รื อ NG tube


อุอุ อุ ป อุ ปกรณ์ณ์ ณ์ใณ์ นการใส่ส่ ส่ส่ NG Tube 1.ถาดสี่เหลี่ยม 1 ใบ สำ หรับใส่ของใช้ 2.สายกระเพาะอาหารชนิดเลวิน (Levin tube) ขนาดที่ต้องการ 1 เส้น 3.Asepto syring ขนาด 50 cc 4.สารหล่อลื่น เช่น K.Y Jelly หรือ Glycerine 5.ชามรูปไต 1 ใบ 6.กระดาษสำ หรับเช็ดปาก 7.ผ้าก๊อส 1-2 ผืน 8.พลาสเตอร์ติด tube 9.Stethoscope 10.ไม้พันสำ ลีชุบน้ำ เพื่อ ทำ ความสะอาดรูจมูก 11.ถุงมือสะอาด 12.แก้วใส่น้ำ


พยาธิธิ ธิ สธิ สรีรี รี ร รี รภาพของผู้ผู้ผู้ป่ผู้ป่ป่ ว ป่ วย ที่ที่ ที่ ต้ ที่ ต้ ต้ อ ต้ องล้ล้ ล้ า ล้ างกระเพาะอาหาร วิธีที่2 ใช้กระบอกสูบดูดน้ำ ย่อยออกมา ดันลมจากกระบอกสูบประมาณ 10-15 cc. ฟังลมที่แนว กระดูกซี่โครงเยืองไปด้านซ้ายเล็กน้อย / เด็กหรือทารก ดันลม 5-10 cc. จะได้ยินเสียงดัง “ฟึด” การทดสอบตำตำตำตำแหน่น่ น่ ง น่ งของสาย ให้ห้ ห้ อ ห้ อยู่ยู่ยู่ใยู่ นกระเพาะอาหาร นําปลายสายจุ่มลงในแก้วน้ำ ซึ่งวิธีนี้ไม่ค่อยนิยมแล้ว 1.ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน ได้แก่ อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระดำ (melena) 2.ลำ ไส้อุดตัน หมายถึง ภาวะที่มีอุปสรรคต่อการเคลื่อนที่ของสิ่งที่อยู่ในลำ ไส้ จากการบีบตัวลดลงหรือถูกกด อาจเกิดจากการอุดตันเพียงบางส่วนหรือสมบูรณ์ก็ได้ วิธีที่1 วิธีที่3


3. ล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาด หรือใช้แอลกอฮอล์เจล เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ 4. เตรียมอุปกรณ์ให้ครบถ้วน เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงาน และสวมมือสะอาด เพื่อป้องกัน การแพร่กระจายเชื้อ 5. เลือกขนาดสายยางตามความเหมาะสม 6. วัดตำ แหน่งที่จะใส่ NG tubu ของแต่ละช่วง ได้ดังนี้ - ปฏิบัติในผู้ใหญ่ วัดตำ แหน่งที่จะใส่ NG tubu ลงสู่กระเพาะอาหารในผู้ใหญ่ จากติ่งหูไปที่ปลาย จมูก จากปลายจมูกวัดตรงไปยัง Xyphoid process - ปฏิบัติในเด็ก วัดตำ แหน่งที่จะใส่ NG tubu ลงสู่กระเพาะอาหารในเด็ก อายุ 2 เดือนขึ้นไป จาก ติ่งหูไปที่ปลายจมูก จากปลายจมูกไปที่กึ่งกลางระหว่าง xyphoid กับ สะดือเด็ก - ปฏิบัติในทารก วัดตำ แหน่งที่จะใส่ NG tubu ลงสู่กระเพาะอาหารในเด็กเล็กทารก จากระหว่างคิ้ว ไปยังกึ่งกลางระหว่าง xyphoid กับสะดือเด็ก 1. ประเมินสภาพผู้ป่วย โดยประเมินความ ผิดปกติ บาดแผลหรือการอุดตันภายในช่อง จมูก หากไม่พบความผิดปกติใดๆ จึงเลือกใส่สายในช่องจมูกด้านนั้น 2. แนะนำ ตนเองพร้อมทั้งอธิบายจุด ประสงค์ของการใส่สายผ่านทางจมูกเข้าสู่ กระเพาะอาหารให้ผู้ป่วยทราบ เพื่อคลาย ความวิตกกังวล และเป็นการเคารพสิทธิ ของผู้ป่วย ขั้ขั้ ขั้ น ขั้ นตอนปฏิฏิ ฏิ บั ฏิ บั บั ติ บั ติ ติติ


ขั้ขั้ ขั้ น ขั้ นตอนปฏิฏิ ฏิ บั ฏิ บั บั ติ บั ติ ติติ 7. หล่อลื่นสายด้วยสารหล่อลื่นในผู้ใหญ่ ในเด็กไม่ ต้องใช้สารหล่อลื่นมาก ในทารกไม่ต้องหล่อลื่น เพราะใส่ทางปาก 8. แนะนำ ให้ผู้ป่วยเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยขนาดใส่สาย เข้าทางจมูกหากเจ็บหรืออยากอาเจียนให้ยกมือขึ้น เมื่อถึงคอให้ผู้ป่วยอ้าปากเพื่อตรวจสอบว่าสายไม่ได้ ม้วนอยู่ในปาก ให้ผู้ป่วยก้มหน้าลงเล็กน้อยและบอก ผู้ป่วยกลืนน้ำ ลายตามจังหวะช้าๆพร้อมกับดัน สายอย่างนุ่มนวล จนถึงตำ แหน่งที่กำ หนดไว้ 9. ติดสายให้อาหารไว้กับข้างแก้มชั่วคราว 10. ตรวจสอบปลายสายว่าอยู่ในกระเพาะอาหารหรือไม่ 11. ใช้พลาสเตอร์ยึดสายให้มั่นคงกับจมูก 12. ปฏิบัติตามจุดประสงค์ของการใส่สายยาง เช่น ให้อาหารทางสายยางล้างสาร พิษในกระเพาะอาหาร 13. เก็บอุปกรณ์เครื่องใช้ไปเก็บทำ ความสะอาด 14. ถอดถุงมือ ล้างมือให้สะอาด 15. บันทึกกิจกรรมและผลการปฎิบัติลงในแบบบันทึก ทางการพยาบาล


การสวนล้างกระเพาะอาหาร หรือ gastric lavage ทำ โดยการใส่สายยาง เข้าทางจมูกให้ลงสู่กระเพาะอาหาร (เรียกสายยางว่า nasopgastric tube) แต่ในบางรายอาจใส่ทางปากแทนแล้วใส่สารละลายจำ นวนมากลงไปใน สายยางให้ลงสู่กระเพาะอาหารเพื่อชำ ระล้างทุกส่วนๆของเยื่อบุ ช่วยเจือจางสารพิษ ช่วยลดความหนืดของสารคัดหลั่ง และทำ ให้ถูกระบาย ออกมาอย่างสะดวก 1. เพื่อชำ ระล้างสิ่งแปลกปลอมออกจากกระเพาะอาหาร 2. เพื่อล้างกระเพาะอาหารสำ หรับการตรวจวินิจฉัยและเตรียมผ่าตัด 3. เพื่อขจัดสารพิษภายหลังการดื่มสารพิษ 4. เพื่อวินิจฉัยเลือดออกในกระเพาะอาหารและการห้ามเลือด Gastric lavage 1.ชุดสวนล้างกระเพราะอาหารปลอดเชื้อ ประกอบด้วย • Syringe สวนล้าง • ชามรูปไต (500 มิลลิลิตร) 1 ใบ 2. น้ำ ยาที่ใช้ในการสวนล้าง ชนิดของน้ำ ยาขึ้นอยู่กับแผลการรักษาของ แพทย์ เช่น NSS 3. ถังสำ หรับใส่สิ่งตกค้าง 4. หูฟัง (Stethoscope) 5. ผ้ากันเปื้อน 6. ถุงมือสะอาด 7. แผ่นเทปกาว (พลาสเตอร์ตัดเป็นรูป Y) สำ หรับดึงสายยางกับจมูก 8. K-Y Jelly 9. ผ้ายางกันเปื้อน อุอุ อุ ป อุ ปกรณ์ณ์ ณ์ ที่ ณ์ ที่ ที่ใที่ ช้ช้ ช้ช้ วัวั วั ต วั ตถุถุ ถุ ป ถุ ประสงค์ค์ ค์ค์


1. ล้างมือ 2. เตรียมเครื่องใช้ให้ครบ 3. บอกให้ผู้ป่วยทราบและแนะนำ วิธีการปฏิบัติตัวขณะสวนล้าง 4. รองผ้ายาง ผ้าขวางเตียงบริเวณศีรษะและลำ ตัวผู้ป่วยส่วนบน 5. จะถ้าให้ผู้ป่วยในท่าศีรษะสูง 30-90 องศา (High Fowler`s position) 6. ใส่ NG tube หรือตรวจสอบตำ แหน่งสายยางก่อนล้างกระเพาะอาหาร 7. ต่อ Syringe irrigate กับ gastric tube ดูดสิ่งตกค้างและสารตกค้าง ในกระเพาะอาหารออกให้หมดใส่ใน ชามรูปไต หรือภาชนะที่เตรียมมาเพื่อส่งตรวจ 8. บันทึกลักษณะสี ปริมาณสารคัดหลั่งและสิ่งตกค้าง 9. เทน้ำ ยา NSS ใส่ชามรูปไตใช้ Syringe สวนล้างดูดน้ำ ยา NSS ครั้งละประมาณ 30-50 มิลลิลิตร หรือตามคำ สั่ง การรักษายกให้สูงขึ้นกว่ากระเพาะอาหารให้น้ำ ยาไหลช้าๆตามแรงดึงดูดโลก (ไม่ใช่วิธีดันน้ำ ยาเข้าไปในสายยางให้อาหาร) จำ นวนของสารละลายที่ใช้ล้างในกระเพาะอาหารของ ผู้ป่วยแต่ละคนแตกต่างกันระหว่าง 250-500 มิลลิลิตร และในแต่ละครั้งก็ใส่สารละลายลงไปได้ถึง ครั้งละ 500 มิลลิลิตร 10. ใช้ Syringe ดูด content ออกมาเบาๆ ในช่วงแรกจนกระทั่งของเหลวระบายออกมาสะดวกโดย ทั่วไปผู้ใหญ่จะใส่สารละลาย 1000-5000 cc ในเด็กจะใส่สารละลาย 1,000-2000 cc 11. หลังจากล้างกระเพาะอาหารสะอาดแล้วอาจดึงสายยางออกได้เลย โดยการบีบสายยางให้แน่นและ ดึงออกช้าๆ หรือใส่สายยางคาไว้ตามแผนการรักษาแพทย์ 12. ทำ ความสะอาดปาก ฟันและเปลี่ยนเสื้อผ้าสกปรก เก็บอุปกรณ์ไปล้างทำ ความสะอาดและเก็บเข้าที่ 13. ถอดถุงมือและล้างมือให้สะอาด 14. สังเกตอาการและประเมินสัญญาณชีพผู้ป่วยขณะทำ และหลังทำ รวมทั้งความรู้สึกของผู้ป่วย บันทึก รายงานแบบบันทึกทางการพยาบาล (Nurse`s note) เกี่ยวกับลักษณะสีจำ นวนน้ำ ยาที่ใส่และจำ นวน สิ่งตกค้างที่ดูดออกมา 15. แจ้งผู้ป่วยหลังการทำ หัตถการเสร็จสิ้น Gastric lavage วิธีปฎิบัติ


1. เพื่อป้องกัน หรือลดการอุดตัน ของสายยาง ซึ่งเกิดจากสิ่งคัดหลั่งที่ ค้างอยู่ตามสายหรือลิ่มเลือดที่ค้างอยู่ทำ ให้ content ไม่สามารถระบายออกมาได้ 2. เพื่อลดอาการท้องอืดจากแก๊สและสิ่งหลั่งที่ค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร การสวนล้างสายยาง หมายถึง การใส่สารละลายปริมาณน้อย คือ ประมาณ 50-100 cc. เข้าไปในสายยาง แล้วดูดสารละลายออกมาหรือ ปล่อยให้ไหลออกมาเองเพื่อให้สิ่งที่อุดตันหรือตกค้างอยู่ในสายยางหลุด ออกมาได้ Gastric Irrigation 1.เท NSS (น้ำ เกลือ) 50-100 cc. ลงในชามรูปไตใบใหญ่ 2.ใช้ syringe ดูด NSS ครั้งละ 30-50 cc. ตามแผนการรักษา 3.ต่อ syringe เข้ากับสายยางและดันสารละลายเข้าไปช้าๆ ทำ การสวนล้างสายยางซ้ำ อีกครั้งจนกระทั่งได้ content ออกมาตามแผนการรักษา วิธีปฏิบัติ วัตถุประสงค์


1. รักษาภาวะลำ ไส้อุดตัน 2. เตรียมกระเพาะอาหารให้ว่างก่อนผ่าตัด 3. ป้องกันภาวะท้องอืดก่อนและหลังผ่าตัด 4. ป้องกันการสำ ลักอาหารสู่ทางเดินหายใจ 5. ป้องกันกระเพาะอาหารกดเบียดทางเดินหายใจ การใส่สายให้อาหารเพื่อระบายและต่อกับเครื่องควบคุมความดันสูญญากาศ เพื่อระบายสารคัดหลั่ง ลม ออกจากกระเพาะอาหาร ความหมาย วัต วั ถุป ถุ ระสงค์


การใส่สายดูดของเหลวในกระเพาะอาหาร (Nasogastric Tube suction) 1. สายยางขนาดตามอายุของเด็ก 8, 10, 12 Fr (ขนาดเล็กมากอุดตันง่าย) มี 2 ชนิด 1.1 Salem sump tube / Esophageal tube (continuous suction) ลักษณะปลายเปิด 2 หาง เพื่อช่วยปรับแรงดันอากาศระหว่างกระเพาะอาหารกับบรรยากาศภายนอก 1.2 Gastric tube / Suction tube (intermittent suction) ลักษณะปลายเปิดหางเดียวหรือ สาย ให้อาหาร (NG-tube feed) 1.3 สายยางควรเปลี่ยนทุก 72 ชั่วโมง (ระบุวันที่ เดือน ปี ที่เปลี่ยนทุกครั้ง) 2. กระบอกฉีดยาขนาด 5-10 มิลลิลิตร 3. สารหล่อลื่น เช่น น้ำ กลั่นหรือ K-Y jelly ที่ละลายน้ำ ได้หรือสเปร์ยยาชา (10% lidocaine) 4. ผ้าห่อตัวหรือผ้าผูกยึดตรึงมือและแขนทั้ง2ข้าง 5. พลาสเตอร์ 6. หูฟัง 7. ชามรูปไตเพื่อรองรับของเหลวจากกระเพาะอาหาร 8. ถุงมือสะอาด1คู่ 9. ผ้ารองกันเปื้อนกระดาษเช็ดหน้าผ้าก๊อส1-2ผืน 10. เครื่องดูดน้ำ ย่อยจากกระเพาะอาหาร นิยมใช้ 2 ระบบ 10.1 ระบบขวด (intercostals chest drain: ICD) ชนิด 2 ขวดและมอเตอร์ไฟฟ้า 10.2 ระบบท่อ (pine line) มีหน้าปัด-ตัวเลขบอกค่าแรงดูด 0-760 มิลลิเมตรปรอท โดยแยก แถบสีและแรงดูดเป็น 4 ช่วง คือ - แรงดูดต่ำ (Low) - แรงดูดปานกลาง (Medium) - แรงดูดสูง (High) - แรงดูดสูงสุด (Full) อุปกรณ์


1.บอกวัตถุประสงค์และขั้นตอนการใส่สายให้ ผู้ป่วยและผู้ดูแลทราบ พร้อม อธิบายวิธีการดูแล เมื่อคาสายยางเข้ากระเพาะ เช่น ระวังการหด รั้ง กด เสียดสี บริเวณผิวหนังรอบสายยาง ดูแล ช่องปากให้สะอาดและชุ่มชื้นเสมอ 2-10.ปฏิบัติเช่นเดียวกับการใส่สายอาหารลง กระเพาะอาหาร (NG tube insertion) 11.ต่อปลายสาย NG tube suction กับ อุปกรณ์ (ขึ้นกับระบบแหล่งฝึก เลือกใช้) 11.1 ระบบขวด ICD ต่อปลายสายโดยตรง 11.2 ระบบท่อ (pipe line) 12.เปิดเครื่องสวิทซ์ (On) 12.2 ระบบท่อ (pipe line) ให้ปรับการดูด ระบบ intermittent / continuous suction ตามแผนการรักษาเริ่มต้นที่แรงดูดตา60-80 มิลลิเมตร ปรอท 13.ตรวจสอบวงจรการทำ งานของระบบเป็น ระยะหรือทุก 2 ชั่วโมง 14.ตรวจสอบการเคลื่อนตัวของของเหลวใน สายยางหรือรีดสายยาง (milking) เป็นระยะ (อาจใช้น้าเกลือนอร์มอล 0.9% สวนล้างสาย ทุก 2-4 ชั่วโมง) 15.เททิ้งของเหลวเมื่อมีจานวนของเหลวในขวด รองรับประมาณ 3⁄4 ของขวด หรือทุก 8 ชั่วโมง 16. เก็บอุปกรณ์ ล้างมือ วิธีปฏิบัติ


ข้ข้ ข้ อ ข้ อห้ห้ ห้ า ห้ ามและข้ข้ ข้ อ ข้ อควรคำคำคำคำนึนึ นึ ง นึ งในการล้ล้ ล้ า ล้ างกระเพาะอาหาร 1. ตรวจสอบตำ แหน่งสายยางก่อนล้างกระเพาะอาหารทุกครั้ง 2. ใส่สายละลายครั้งละไม่เกิน 500 cc. และจำ นวนทั้งหมดไม่เกิน 10 ลิตร 3. ถ้าอาเจียนต้องดูดสิ่งที่อาเจียนออกจากปากและลำ คอให้หมด 4. ต้องใส่ถุงมือในกรณีผู้ป่วยดื่มยาฆ่าแมลงหรือยาฆ่าหญ้า เพื่อป้องกันการดูดซึมสารพิษเข้าทางผิวหนัง 5. ในผู้ป่วยที่ดื่มยาพิษ หรือรับประทานยาเกิน ขนาดต้องนำ content ส่งตรวจก่อนล้างกระเพาะอาหาร 6. บันทึก V/S , I/O การพยาบาลการล้ล้ ล้ า ล้ างกระเพาะอาหาร ในผู้ป่วยที่กินสารพิษประเภทกัดกร่อนอย่างแรง (strong corrosive) สารพิษพวกไอระเหย เช่น น้ำ มันรถยนต์ กรณีที่กินยานอนหลับ (barbiturate) เกินขนาดทำ ให้การคูดซึมยาเร็วขึ้น และกระตุ้นให้ทางเดิน อาหารเกร็งตัวตีบแคบลง ห้ามทำ ในผู้ป่วยที่รับประทานกรด ด่าง หรือสารในกลุ่ม hydrocarbon ซึ่งมีโอกาสที่ทำ ให้เกิด อาการสำ ลักได้ง่าย และระวังในผู้ที่สำ ลักได้ง่าย 1. ข้อห้ามล้างกระเพาะอาหาร 2. การล้างกระเพาะอาหารอาจมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้ เช่น เกิดบาดแผล มีเลือดออกในกระเพาะ อาหาร สำ ลักสิ่งที่ออกมาจากกระเพาะอาหาร 3. ขณะที่ทำ การล้างกระเพาะอาหาร ถ้ามีเลือดออกต้องหยุดทำ ทันที 4. หมั่นตรวจสอบสัญญาณชีพและอาการทั่วไปของผู้ป่วยตลอดเวลา 5. ในกรณีใช้เครื่องดูดเสมหะระบบสูญญากาศจะต้องพร้อมที่จะใช้ได้เสมอ เพราะสายยางที่ใส่ทางปากมักทำ ให้ผู้ป่วยมีอาการหลังสิ่งขับหลั่งออกมาก


บรรณานุนุ นุ ก นุ รม อัจฉรา พุ่มพวง. (2555). การพยาบาลพื้นฐาน:ปฏิบัติการพยาบาล (พิมพ์ครั้งที่3). กรุงเทพ: วิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย. ณัฐสุรางค์ บุญจันทร์ และ อรุณรัตน์. (2559). ทักษะพื้นฐานทางการพยาบาล. กรุงเทพ: มหาวิทยาลัยมหิดล. สิริอร ข้ออุ่น. (ม.ป.ป.). บทที่3 หลักการและเทคนิค การสวนล้างและการบันทึก ปริมาณน้ำ เข้า-ออก. อุดรธานี: วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี. กาญจนา ศิริเจริญวงศ์. (ม.ป.ป.). การใส่สายดูดของเหลวในกระเพาะอาหาร. จาก https://elnurse.ssru.ac.th/kanjana_si/pluginfile.php/27/ block_html/content/Gastric%20suction.pdf (สืบค้น 26 มิถุนายน 2566)


นายชุติพนต์ ศรีมนตรี เลขที่ 21 รหัสนักศึกษา 65118301032 นางสาวฐานิกา วารีย์ เลขที่ 22 รหัสนักศึกษา 65118301033 นางสาวฐานิดา สิทธิคำ เลขที่ 23 รหัสนักศึกษา 65118301034 นางสาวฐิติยา คำ พันธ์ เลขที่ 24 รหัสนักศึกษา 65118301035 นางสาวณัฐฐิชา คำ เชียง เลขที่ 25 รหัสนักศึกษา 65118301037 นายณัฐดนัย ภูจอมดาว เลขที่ 26 รหัสนักศึกษา 65118301038 นางสาวณัฐธยาน์ ยศทะศรี เลขที่ 27 รหัสนักศึกษา 65118301040 นายณัฐวุฒิ คําสุขะ เลขที่ 28 รหัสนักศึกษา 65118301042 นางสาวทิพยมนต์ ประเคนคะชา เลขที่ 29 รหัสนักศึกษา 65118301043 นางสาวทิพย์สุดา สมพงษ์ เลขที่ 30 รหัสนักศึกษา 65118301045 สมาชิกในกลุ่ม


Click to View FlipBook Version