๓๗
นพุทธพิ ิสัย(Cognitive Domain)
ารเรียนรCูของ Benjamin Bloom
การนำไปใ Dช ผลการวิเคราะห1
การ ิวเคราะ 3ห
การประเ ิมน Mคา
การส Dรางสรร 3ค
ü สรา] งสรรค+บทละครพูดได]
ü มีความสร]างสรรค+ภาพวาดหรือฉาก
ตามจินตนาการได]
วิเคราะห+สารสำคัญของนิทานเรื่อง
ü อน่ื ทีย่ กมาได]
วิเคราะห+จุดประสงค+และสัมฤทธิ์ผล
ü ในนิทานเรือ่ งทย่ี กมาได]
มีความรู]ความจำในจุดประสงค+และ
ความสำคญั ของประเพณไี ด]
พฤตกิ รรมดาC น
ตามทฤษฎกี า
กจิ กรรมการเรยี นรูC ความ ูDรความจำ
ความเ Dขาใจ
๒. อภิปรายแสดงความคิดเห็นว<า บทประพันธ+เรื่องกาพย+เห< ü
เรือพระนิพนธ+เจ]าฟ}าธรรมธิเบศรสะท]อนภาพวิถีชีวิตและ
วฒั นธรรมของคนไทยสมัยกอ< นอยา< งไรบา] ง ü
๓. ค]นคว]ารวบรวมความรู]จากวรรณคดีที่เกี่ยวข]องกับเรื่อง
กาพยเ+ หเ< รือพระนิพนธเ+ จ]าฟ}าธรรมธเิ บศร เชน<
“เรอื ครฑุ ยุดนาคห้ิว ลว่ิ ลอยมาพาผันผยอง”
“เพียงหงส+ทรงพรหมนิ ทร+ ลนิ ลาศเลื่อนเตอื นตาชม”
๔. เขียนสรุปความดีเด<นของกาพย+เห<เรือพระนิพนธ+เจ]าฟ}า
ธรรมธิเบศร
๕. ร<วมกันจัดนิทรรศการกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค
พันธุ+สัตว+ และพันธุ+ไม]ในกาพย+เห<เรือพระนิพนธ+เจ]าฟ}าธรรมธิ
เบศร
๓๘
นพทุ ธพิ ิสยั (Cognitive Domain)
ารเรียนรขCู อง Benjamin Bloom
การนำไปใ Dช ผลการวเิ คราะห1
การ ิวเคราะ 3ห
การประเ ิมน Mคา
การส Dรางสรร 3ค
นำความรู]มาใช]ในการแสดงความ
ü คิดเหน็ ได]
เขา] ใจในเนอื้ หาบทเรยี นได]ดี
มีความรู]ความจำเพื่อสรุปความเด<น
ของพระนพิ นธ+
ม ี ค ว า ม ส ร ] า ง ส ร ร ค + ใ น ก า ร จั ด
นิทรรศการได]
ü
พฤติกรรมดCาน
ตามทฤษฎีกา
กจิ กรรมการเรียนรูC ความ ูDรความจำ
ความเ Dขาใจ
พิจารณาภาษาการประพันธ3 ü
๑. รวบรวมกลวิธีการเปรียบเทียบแบบต<าง ๆ ในกาพย+เห< ü
เรือพระนพิ นธ+เจ]าฟ}าธรรมธิเบศร
๒. ฝก_ เหเ< รือโดยใชบ] ทเหพ< ระนิพนธข+ องเจ]าฟา} ธรรมธเิ บศร
และหาโอกาสเชิญวิทยากรมาสาธติ วิธกี ารเหเ< รือท่ถี ูกต]อง
๓. เลือกบทประพันธ+ที่ประทับใจไม<น]อยกว<า ๕ บท ถอดคำ
ประพนั ธ+ และท<องจำ
๔. จัดทำแผนผังคำประพันธ+ประเภทกาพย+เห<เรือ และฝ_ก
แต<งบทประพันธ+โดยมีเนื้อความตามความสนใจของนักเรียน
เช<น แต<งบทชมเรืออนื่ ๆ ในทอ] งถน่ิ ของนักเรียน
เลือกสรรนำไปใชD
๑. ชมวีดิทัศน+กระบวนเรือพระที่นั่งในการเสด็จพยุหยาตรา
ทางชลมารค แล]วเขียนแสดงความรู]สึกของนักเรียนในฐานะ
เจ]าของสมบตั ิทางวัฒนธรรมของไทยดว] ยผห]ู นงึ่
๓๙
นพุทธพิ สิ ัย(Cognitive Domain)
ารเรียนรูCของ Benjamin Bloom
การนำไปใ Dช ผลการวเิ คราะห1
การ ิวเคราะ 3ห
การประเ ิมน Mคา
การส Dรางสรร 3ค
เข]าใจกลวิธีเปรียบเทียบแบบต<าง ๆ
ในพระนิพนธไ+ ด]
ü นำความรมู] าใช]ในการฝ_กเห<เรอื ได]
มีความเข]าใจในบทประพันธ+ และ
ท<องจำบทประพนั ธไ+ ด]
นำความรู]มาใช]ในการทำแผนผังคำ
ü ประพนั ธ+ และแตง< คำประพันธ+ได]
ประเมินค<าความรู]สึกในการชมส่ือ
ü ได]
พฤตกิ รรมดCาน
ตามทฤษฎีกา
กจิ กรรมการเรียนรCู ความ ูDรความจำ
ความเ Dขาใจ
๒. ร<วมกันสังเคราะห+ประโยชน+ที่ได]รับจากการศึกษาเรื่อง ü
กาพยเ+ หเ< รือ
๓. ศึกษาเปรียบเทียบกาพย+เห<เรือพระนิพนธ+ของเจ]าฟ}า
ธรรมธิเบศร กับกาพย+เห<เรือพระราชนิพนธ+ใน
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล]าเจ]าอยู<หัว หรือกาพย+เห<เรือ
สำนวนอื่นๆ เช<น สำนวนของนาวาเอกทองย]อย แสงสินชัย
รน.
๔. เขียนแสดงความคิดเห็นว<าเหตุใดคนสมัยโบราณจึงสร]าง
โขนเรอื เปน; รปู สัตวต+ า< ง ๆ
๕. หาโอกาสทัศนศึกษาพิพิธภัณฑ+อู<เรือพระราชพิธี ณ
กองทพั เรือ กรงุ เทพมหานคร
๔๐
นพุทธพิ ิสยั (Cognitive Domain)
ารเรยี นรCขู อง Benjamin Bloom
การนำไปใ Dช ผลการวิเคราะห1
การ ิวเคราะ 3ห
การประเ ิมน Mคา
การส Dรางสรร 3ค
ü ประเมินค<าประโยชน+ที่ได]รับจาก
ü เรือ่ งได]
วิเคราะห+เพื่อเปรียบเทียบสำนวน
ü อืน่ ได]
เข]าใจความคิดของคนสมัยโบราณ
ในการสรา] งเรือ
นำความรู]ไปใช]ในการศึกษาแหล<ง
เรียนร]ูนอกสถานที่ได]
พฤตกิ รรมดาC น
ตามทฤษฎกี า
กจิ กรรมการเรียนรCู ความ ูDรความจำ
ความเ Dขาใจ
บทท่ี ๔ สามัคคเี ภทคำฉนั ท3 ü
วเิ คราะห3เน้ือหา
๑. จงกล<าวถึงกลอุบายและขั้นตอนการดำเนินงานของวัส-
สการพราหมณท+ ี่พบในเร่อื งสามคั คเี ภทคำฉันท+
๒. วิจารณ+บทบาทของตัวละครต<อไปนี้ ในแง<ของคุณธรรม
และป“ญญา
๒.๑ วสั สการพราหมณ+
๒.๒ กษัตริย+ลิจฉวี
๒.๓ พระกุมารโอรสของกษัตริย+ลิจฉวี
๓. ระบุข]อคิดที่ได]รับจากเรื่องมา ๓ ประการ พร]อมท้ัง
ยกตัวอย<างวิธีการนำข]อคิดไปใช]ในชีวิตประจำวันว<า จะต]อง
ปฏิบัติอย<างไรจึงจะเกิดประโยชน+ต<อการดำเนินชีวิตมาก
ท่ีสดุ
๔๑
นพทุ ธพิ ิสยั (Cognitive Domain)
ารเรยี นรขCู อง Benjamin Bloom
การนำไปใ Dช ผลการวเิ คราะห1
การ ิวเคราะ 3ห
การประเ ิมน Mคา
การส Dรางสรร 3ค
ü มีความร]คู วามจำในเนื้อเรื่อง
ü วิเคราะห+บทบาทของตัวละครในแง<
ของคณุ ธรรมและปญ“ ญาได]
นำความรู]ไปใช]ในชีวิตประจำวัน
เพื่อให]เกิดประโยชน+ต<อการดำเนิน
ชวี ิตได]
พฤตกิ รรมดCาน
ตามทฤษฎีกา
กจิ กรรมการเรียนรCู ความ ูDรความจำ
ความเ Dขาใจ
พจิ ารณาภาษาการประพนั ธ3 ü ü
ü
๑. คำประพันธ+ที่ใช]ในเรื่องสามัคคีเภทคำฉันท+ สอดคล]องกับ
อารมณ+ของเนื้อความอย<างไร อธิบาย พร]อมยกตัวอย<าง
ประกอบ
๒. จัดทำแผนผังแสดงฉันทลักษณ+ประเภทฉันท+ และแต<งคำ
ประพันธ+ประเภทฉันท+ตามความสนใจของนักเรียน
๓. เลือกบทประพันธ+ที่นักเรียนประทับใจ ถอดคำประพันธ+
และท<องจำไว]ใชป] ระโยชน+
เลอื กสรรนำไปใชD
๑. ศึกษาค]นคว]านิทานสุภาษิตเรื่องสามัคคีเภทในมหา
ปรินิพพานสูตร และอรรถกถาสุมังคลวิลาสินี ทีฆนิกาย
มหาวรรค
๒. เขยี นเรียงความเกย่ี วกับเรือ่ งความสามคั คี โดยสอดแทรก
อปรหิ านิยธรรม ๗ ประการ ลงไปในเน้ือเรื่องด]วย
๔๒
นพทุ ธพิ ิสัย(Cognitive Domain)
ารเรียนรCขู อง Benjamin Bloom
การนำไปใ Dช ผลการวิเคราะห1
การ ิวเคราะ 3ห
การประเ ิมน Mคา
การส Dรางสรร 3ค
เข]าใจอารมณ+ของเนื้อเรื่อง และ
ยกตวั อย<างได]
ü นำความรู]มาใช]ในการทำแผนผัง
ฉนั ทลักษณ+ และแตง< คำประพันธไ+ ด]
ü ประเมินค<าประโยชน+ของคำ
ประพนั ธไ+ ด] เพือ่ ใชป] ระโยชน+ได]
มีความรู]ความจำในการศึกษา
ค]นควา] เร่อื งอื่น
เข]าใจแล]วสอดแทรกหลักธรรมลง
ในเนื้อเรื่องได]
พฤตกิ รรมดCาน
ตามทฤษฎกี า
กิจกรรมการเรียนรCู ความ ูDรความจำ
ความเ Dขาใจ
๓. แต<งนทิ านสภุ าษิตเพอ่ื ใช]สอนใจเยาวชนและตนเอง
๔. จัดโต]วาทีในญัตติ “ป“ญญามีอานุภาพกว<าอาวุธ” หรือ ü
“วัสสการพราหมณ+ภักดีต<อพระเจ]าอชาตศัตรู ยังไม<เท<ากวน
อภู กั ดีต<อเล<าป’”Q
๕. จัดอภิปรายเรื่อง “สามัคคีธรรม เป;นธรรมที่ทำให]เกิด
ความเจรญิ
๖. จัดแสดงละครพูดเรือ่ งสามคั คเี ภทคำฉันท+
บทที่ ๕ ไตรภูมิพระรMวง ตอนมนุสสภูมิ ü
วเิ คราะหเ3 นอ้ื หา
๑. ไตรภูมิพระร<วงนำเสนอคำสอนที่เป;นปรัชญาทาง
พระพุทธศาสนาเรื่องใดบ]าง ให]นักเรียนระบุปรัชญาดังกล<าว
ตามความเข]าใจของนกั เรยี น
๔๓
นพุทธพิ สิ ัย(Cognitive Domain)
ารเรยี นรขูC อง Benjamin Bloom
การนำไปใ Dช ผลการวิเคราะห1
การ ิวเคราะ 3ห
การประเ ิมน Mคา
การส Dรางสรร 3ค
ü มีความสร]างสรรค+ในการแต<งนิทาน
สุภาษติ ได]
นำความร]ไู ปใช]ในการโต]วาทไี ด]
ü
มีความเข]าใจในหัวข]อที่กำหนด เพ่ือ
อภิปรายได]
ü มีความสร]างสรรค+ในการจัดแสดง
ละครได]
มีความรู]เรื่องปรัชญาทางพุทธ
ศาสนา
พฤติกรรมดCาน
ตามทฤษฎีกา
กิจกรรมการเรยี นรูC ความ ูDรความจำ
ความเ Dขาใจ
๒. วรรณคดีเรื่องไตรภูมิพระร<วงแสดงความชาญฉลาดใน ü
การปกครองของผู]ทรงพระราชนพิ นธอ+ ย<างไร
๓. เหตุใดมนุษย+ในอุตรกุรุทวีปจึงมีชีวิตยืนยาวกว<ามนุษย+ใน ü
แผ<นดินอื่นๆ และเหตุใดจึงกล<าวว<ามนุษย+ในดินแดนชมพู
ทวปี มีขึน้ มลี ง
๔. เขียนลำดับขั้นตอนการกำเนิดของมนุษย+จากวรรณคดี
เรื่องไตรภูมิพระร<วง แล]วเปรียบเทียบกับขั้นตอนตาม
คำอธิบายทางวทิ ยาศาสตร+
พิจารณาภาษาการประพนั ธ3 ü
๑. ลักษณะการแต<งที่ใช]คำ คำซ]อน และวลีที่ซ้ำ ๆ กัน เกิด
ประโยชน+ต<อเนื้อความอย<างไร ยกตัวอย<างคำและกลุ<มคำ
ดังกล<าว พร]อมทง้ั อธิบายความหมาย
๔๔
นพทุ ธพิ สิ ยั (Cognitive Domain)
ารเรียนรูขC อง Benjamin Bloom
การนำไปใ Dช ผลการวเิ คราะห1
การ ิวเคราะ 3ห
การประเ ิมน Mคา
การส Dรางสรร 3ค
เข]าใจในพระอัจฉริยภาพผู]พระราช
นิพนธ+
มีความรเ]ู กย่ี วกับเรอื่ งราวทวปี ทัง้ ส่ี
วิเคราะห+ลำดับการกำเนิดเพ่ือ
เปรียบเทียบขั้นตอนการกำเนิดทาง
ü วทิ ยาศาสตรไ+ ด]
มีความรู]ความจำเกี่ยวกับการใช]คำ
และกล<มุ คำได]
พฤตกิ รรมดาC น
ตามทฤษฎีกา
กจิ กรรมการเรียนรCู ความ ูDรความจำ
ความเ Dขาใจ
๒. ยกตัวอย<างความเปรียบที่ทำให]เห็นภาพได]ชัดเจน และ ü
วิเคราะหก+ ลวิธีดงั กลา< ว
ü
๓. เปรียบเทียบการใช]ภาษาในการชมความงามของสตรี ü
ระหว<างเรื่องไตรภูมิพระร<วงกับวรรณคดีเรื่องอื่น ๆ ที่มี
ลักษณะการชมความงามตามนัยเดยี วกนั
เลอื กสรรนำไปใชD
๑. ลักษณะสภาพสังคมในอุตรกุรุทวีปมีความแตกต<างจาก
สภาพสงั คมไทยในป“จจบุ นั อย<างไร
๒. สาระคำสอนในไตรภูมิพระร<วงจะนำมาใช]ในสังคม
ปจ“ จุบนั ไดห] รือไม< อยา< งไร
๓. เขียนเรียงความหรือกล<าวสุนทรพจน+เรื่อง “ความสุขอื่น
ย่งิ กว<าความสงบไมม< ี
๔. อภิปรายในประเด็นที่ว<า “การมีจิตใจสูงและมีความสงบ
จะช<วยใหส] งั คมเจรญิ ได]อย<างไร”
๔๕
นพทุ ธพิ ิสัย(Cognitive Domain)
ารเรียนรูขC อง Benjamin Bloom
การนำไปใ Dช ผลการวเิ คราะห1
การ ิวเคราะ 3ห
การประเ ิมน Mคา
การส Dรางสรร 3ค
ü วิเคราะห+การเปรียบให]เห็นภาพและ
กลวิธี
วิเคราะห+การชมความงามใน
ü บทเรียน เพื่อเปรียบเทียบความงาม
กับเรอื่ งอน่ื ได]
เข]าใจสภาพความแตกต<างในอุตร
ทวีปและสงั คมไทย
ü วิเคราะห+คำสอนว<าจะนำมาใช]ได]
หรือไม<
เข]าใจแล]วสามารถเขียนเรียงความ
หรือกลา< วสุนทรพจน+ได]
เข]าใจแล]วอภิปรายในหัวข]อที่
กำหนดได]
พฤติกรรมดCาน
ตามทฤษฎีกา
กจิ กรรมการเรียนรCู ความ ูDรความจำ
ความเ Dขาใจ
บทท่ี ๖ ขัตติยพนั ธกรณี ü
วเิ คราะห3เนอ้ื หา ü
ü
๑. ขัตติยพันธกรณี กล<าวถึงพระอาการประชวรของ
พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา] เจา] อยหู< วั วา< อย<างไรบ]าง ü
๒. เพราะเหตุใดพระองค+จึงทรงพระราชนิพนธ+ว<า "คิดใคร<ลา
ลาญหัก ปลดเปลื้อง" ให]บอกมา ๓ ประการ
๓. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล]าเจ]าอยู<หัวทรงกล<าวถึง
ชวี ิตมนุษยว+ <าเปน; อย<างไร
๔. พิจารณาบทพระนิพนธ+ของสมเด็จพระเจ]าบรมวงศ+เธอ
กรมพระยาดำรงราชานภุ าพแลว] ตอบคำถามตอ< ไปน้ี
๔.๑ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงรู]สึกอย<างไร
เมื่อได]รับพระราชทานพระราชนิพนธ+ของพระบาทสมเด็จ
พระจลุ จอมเกล]าเจา] อยห<ู วั และได]กราบทลู ตอบวา< อยา< งไร
๔๖
นพทุ ธพิ สิ ัย(Cognitive Domain)
ารเรยี นรขCู อง Benjamin Bloom
การนำไปใ Dช ผลการวิเคราะห1
การ ิวเคราะ 3ห
การประเ ิมน Mคา
การส Dรางสรร 3ค
มีความรู]ความจำในพระอาการ
ประชวรของพระองค+
มีความรู]ความจำของสาเหตุในเนื้อ
เร่ือง
มีความรค]ู วามจำในเน้อื หา
มีความรู]ความจำในบทพระราช
นิพนธ+ และพระนิพนธ+
พฤตกิ รรมดาC น
ตามทฤษฎีกา
กจิ กรรมการเรยี นรูC ความ ูDรความจำ
ความเ Dขาใจ
๔.๒ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเปรียบ ü
พระองคเ+ องประดจุ สงิ่ ใด และได]ต้งั สตั ยาธิษฐานวา< อยา< งไร
๔.๓ พระนิพนธ+ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ มี
วธิ ีการดำเนินความอยา< งไร (เร่ิมต]น เดนิ เรอ่ื ง และจบเรื่อง)
๕. เหตุการณ+ในขัตติยพันธกรณีสะท]อนคุณค<าและค<านิยม
ด]านการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
ในสมยั นัน้ อย<างไรบา] ง
พจิ ารณาภาษาการประพนั ธ3
๑. เขยี นข]อความตอ< ไปนใ้ี ห]เป;นสำนวนรอ] ยแกว]
๑.๑ ใครต<อเปน; จงึ ผู] นัน่ น้นั เหน็ จรงิ
๑.๒ ละอย<างละอย<างพาล หยอ< นเพราะ เผลอแฮ
๑.๓ ดจุ เหล<าพละนา- วะเหว<ว]ากะปŽตนั
๑.๔ เหลือแกก] ็จำจม ให]ปรากฏวา< ถงึ กรรม
๔๗
นพุทธพิ สิ ัย(Cognitive Domain)
ารเรียนรูCของ Benjamin Bloom
การนำไปใ Dช ผลการวิเคราะห1
การ ิวเคราะ 3ห
การประเ ิมน Mคา
การส Dรางสรร 3ค
วิเคราะห+คุณค<าและค<านิยมในด]าน
ü ตา< ง ๆ ได]
เขา] ใจในบทประพันธ+ และเรยี บเรยี ง
ใหม<ได]
พฤตกิ รรมดาC น
ตามทฤษฎีกา
กิจกรรมการเรยี นรูC ความ ูDรความจำ
ความเ Dขาใจ
๒. ถอดคำประพันธต+ อ< ไปนี้
๒.๑ กลัวเป;นทวริ าช บ ตริปอ} งอยธุ ยา
เสยี เมอื งจึงนินทา บ ละเว]น ฤ ว<างวาย
๒.๒ ธรรมดามหาสมุทร มคี ราวหยุดพายุผัน
มีคราวสลาตนั ตง้ั ระลอกกระฉอกฉาน ü
ü
๒.๓ เสยี ทกี ม็ ชี ื่อ ไดเ] ลอ่ื งลือสรรเสริญ
สงสารวา< กรรมเกิน กำลงั ดอกจงึ จมสญู
๓. ยกตวั อยา< งการใชภ] าพพจนท+ ป่ี รากฏในบทพระราชนพิ นธ+
และบทพระนิพนธ+อธิบายว<าเป;นภาพพจน+ชนิดใด มี
ความหมายวา< อย<างไร
๔. ขัตติยพันธกรณีใช]กวีโวหารใดได]ชัดเจนที่สุด ยกตัวอย<าง
บทพระราชนิพนธ+ที่แสดงกวีโวหารดังกล<าว (ดูเรื่องภาษาใน
วรรณคดีไทยในบทนำ หนังสือเรียนวรรณคดีวิจักษ+ ช้ัน
มัธยมศกึ ษาปทQ ี่ ๓)
๔๘
นพทุ ธพิ สิ ยั (Cognitive Domain)
ารเรยี นรCูของ Benjamin Bloom
การนำไปใ Dช ผลการวเิ คราะห1
การ ิวเคราะ 3ห
การประเ ิมน Mคา
การส Dรางสรร 3ค
เข]าใจในบทประพันธ+ และการถอด
ความบทประพนั ธ+
วิเคราะห+การใช]ภาพพจน+ที่ปรากฏ
ü ในบทพระราชนิพนธ+ และพระ
นิพนธไ+ ด]
ตอ] งเข]าใจการใชก] วีโวหาร
พฤติกรรมดาC น
ตามทฤษฎีกา
กจิ กรรมการเรียนรCู ความ ูDรความจำ
ความเ Dขาใจ
๕. นักเรียนเห็นด]วยหรือไม<กับคำกล<าวที่ว<า "Poetry ü
expands vision of human" สอดคล]องกับเรื่องขัตติย
พนั ธกรณหี รือไม< อย<างไร ü
ü
เลอื กสรรนำไปใชD
๑. ยกตัวอย<างบทประพันธ+ตอนที่นักเรียนชอบมากที่สุด
พรอ] มทัง้ ให]เหตผุ ลประกอบ
๒. เขียนบทร]อยแก]วหรือบทร]อยกรองให]กำลังใจเพื่อน หรือ
บุคคลในครอบครัวเมื่อเพื่อนหรือบุคคลในครอบครัวประสบ
เหตกุ ารณท+ ี่ทำให]เกิดความทอ] แท]และหมดกำลังใจ
๓. วาดภาพประกอบเร่อื งตามจินตนาการของนักเรยี น
๔. ค]นคว]าประวัติศาสตร+ ช<วง ร.ศ. ๑๑๒ อ<านเพิ่มเติม และ
ร<วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับทางออกอื่น ๆ
ของประเทศไทยตามหลกั เหตุผล
๔๙
นพทุ ธพิ ิสัย(Cognitive Domain)
ารเรียนรขCู อง Benjamin Bloom
การนำไปใ Dช ผลการวเิ คราะห1
การ ิวเคราะ 3ห
การประเ ิมน Mคา
การส Dรางสรร 3ค
ต]องประเมินข]อความ และหาความ
ü สอดคลอ] งกับบทเรียน
ต]องประเมินค<าบทประพันธ+ที่ชอบ
และเหตุผลประกอบ
ต]องนำความรู]มาใช]ในการแต<งบท
ü ประพนั ธ+ให]กำลังใจ
ตอ] งเข]าใจในเร่อื งราว
ต]องเข]าใจในเรื่องราวที่อ<านเพิ่มเติม
แลว] อภิปรายแสดงความคดิ เห็นได]
ตารางสรุปความสอดคลอD งระหวMางกิจกรรมชวนคิดพ ความ ูDรความจำ
ตามทฤษฎีการเรยี น
บทท่ี
บทท่ี ๑ เสภาเร่ืองขุนช]างขุนแผน ตอนขุนช]างถวายฎกี า ๔
บทที่ ๒ สามก•ก ตอนกวนอูไปรับราชการกบั โจโฉ ๒
บทที่ ๓ กาพย+เห<เรือ ๒
บทที่ ๔ สามคั คเี ภทคำฉันท+ ๒
บทที่ ๕ ไตรภูมพิ ระรว< ง ตอนมนสุ สภูมิ ๓
บทท่ี ๖ ขัตตยิ พนั ธกรณี ๔
๑๗
รวม
๕๐
พินจิ คณุ คาM กับพฤตกิ รรมดาD นพทุ ธพิสยั (Cognitive Domain)
นรขDู อง Benjamin Bloom
ผลการวเิ คราะห3
ความเ Dขาใจ
การนำไปใ Dช
การ ิวเคราะ 3ห
การประเ ิมน Mคา
การส Dรางสรร 3ค
๓๒๕ ๒ ๒
๔๐๖ ๐ ๒
๔๔๓ ๒ ๑
๓๓๑ ๑ ๒
๔๐๔ ๐ ๐
๖๑๒ ๑ ๐
๒๔ ๑๐ ๒๑ ๖ ๗
บทที่ ๕
วิเคราะหข1 อC ดแี ละขอC บกพรอL งของแบบเรยี น
จากการศึกษาวิเคราะห+หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย วรรณคดีวิจักษ+ ชั้นมัธยมศึกษาปQที่ ๖
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ศึกษาภัณฑ+พาณิชย+ องค+การค]าของ
สกสค. สามารถสรปุ ขอ] ดแี ละขอ] บกพร<องของแบบเรียนเป;นตารางไดด] ังนี้
ขอD ดี
๑. เนื้อหาในบทเรียนตรงตามสาระการเรียนรู]ทั้ง ๕ มาตรฐานในรายวิชาภาษาไทย โดยเฉพาะ
เนื้อหาสาระที่ ๕ มาตรฐาน ท ๕.๑ ซึ่งมีจุดมุ<งหมายให]นักเรียนเข]าใจและแสดงความคิดเห็นวิจารณ+
วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย<างเห็นคณุ ค<า และนำมาประยุกตใ+ ชใ] นชวี ิตจริงได]
๒. เนื้อหาในหนังสือเล<มนี้จัดแบ<งเนื้อหาได]ดีเพื่อให]ง<ายต<อการเรียนรู] โดยแบ<งเนื้อหาเป;น ๔ ส<วน
ประกอบด]วย ๑. บทวิเคราะห+วรรณคดี ๒. ตัวบทวรรณคดี ๓. คำอธิบายศัพท+และข]อความ ๔. กิจกรรม
ชวนคิดพินจิ คณุ คา<
๓. กิจกรรมในส<วนชวนคิดพินิจคุณค<า เป;นกิจกรรมที่ให]นักเรียนได]คิดวิเคราะห+ในบทเรียนนั้น ๆ
และให]นักเรียนได]มีการนำความรู]ในบทเรียนมาประยุกต+ใช]ได] ประกอบด]วย ๑. วิเคราะห+เนื้อหา
๒. พิจารณาภาษาการประพนั ธ+ และ ๓. เลือกสรรนำไปใช]
๔. ภาษาเป;นทางการ อ<านง<าย เรียบเรียงเนื้อหาได]ดี และมีคำอิบายศัพท+และข]อความเพื่อให]
เข]าใจในเน้อื หามากข้ึน
๕. ภาพประกอบภายในเล<มล]วนแต<สอดคล]องกับเนื้อหาในแต<ละบท ซ่ึงทำให]เข]าใจในเนื้อหา
บทเรียนมากขน้ึ
ขอD บกพรMอง
๑. บทที่ ๒ สามก•ก ตอนกวนอูไปรับราชการกับโจโฉ มีคำทับศัพท+ภาษาจีน ที่เป;นชื่อตัวละคร
จำนวนมาก อาจทำใหน] กั เรยี นอา< นออกเสยี งไมถ< กู ต]อง และจำตวั ละครสับสนได]
๒. บทที่ ๕ ไตรภูมิพระร<วง ตอนมนุสสภูมิ ในส<วนตัวบทวรรณคดีเป;นภาษาโบราณอาจทำให]
นกั เรียนอา< นเข]าใจได]ยาก
บรรณานกุ รม
กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๖๑). หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย วรรณคดีวิจักษ3
ชนั้ มธั ยมศึกษาปxท่ี ๖. พิมพ+ครั้งที่ ๑๐. กรงุ เทพฯ : สกสค. ลาดพร]าว
กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๕๑). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑.
กรงุ เทพฯ : ชมุ นุมสหกรณ+การเกษตรแห<งประเทศไทย จำกดั .
ทิพย+เกสร กำปนาท และคณะ. (๒๕๖๓). พฤติกรรมการเรียนรูDดDานพุทธิพิสัยตามแนวคิดของบลูมท่ี
ปรับใหม,M ๑๑(๒), ๑-๙.