โครงงานหลกั สูตรทอ้ งถิ่น
เรือ่ ง การทาขา้ วเมา่ ขา้ วตู
โรงเรยี นบา้ นนาอ้อม
โรงเรียนบ้านนาอ้อม
ตาบลนาออ้ ม อาเภอเกษตรวสิ ัย จงั หวัดรอ้ ยเอ็ด
สานักงานเขตพนื ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาร้อยเอด็ เขต ๒
โครงงานหลกั สูตรทอ้ งถิ่น
เรือ่ ง การทาขา้ วเมา่ ขา้ วตู
โรงเรยี นบา้ นนาอ้อม
โรงเรียนบ้านนาอ้อม
ตาบลนาออ้ ม อาเภอเกษตรวสิ ัย จงั หวัดรอ้ ยเอ็ด
สานักงานเขตพนื ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาร้อยเอด็ เขต ๒
ก
กติ ติกรรมประกาศ
โครงงานการทาข้าวเม่าข้าวตูเล่มน้ีสาเร็จสมบูรณ์ได้ด้วยความกรุณาและความ
ช่วยเหลืออย่างสูงยิ่งจาก คณะครูโรงเรียนบ้านน้าอ้อมและกลุ่มแม่บ้านจากแหล่งเรียนรู้ในชุมชน
ขอขอบพระคุณคณะครูโรงเรียนบ้านน้าอ้อมและกลุ่มแม่บ้านจากแหล่งเรียนรู้ในชุมชน ท่ีได้ให้คาช้ีแนะ
แนวทาง คาปรกึ ษาและชว่ ยแก้ไขข้อบกพรอ่ งต่างๆ ดว้ ยความเอาใจใส่อยา่ งดยี ่งิ
ขอขอบพระคุณผู้อานวยการโรงเรียนบ้านน้าอ้อม นายวิศาล นิวาสสิริพงศ์ ท่ีได้ให้
ความอนุเคราะห์งบประมาณและคาปรึกษาในการจัดทาโครงงาน
ขอขอบพระคุณคณะครูโรงเรียนบ้านน้าออ้ มทุกท่านที่คอยช่วยเหลือในด้านตา่ งๆ และ
คอยเป็นกาลังใจในการทาโครงงานฉบับนี้ประสบผลสาเร็จ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงงานฉบับนี้จะ
เปน็ ประโยชนส์ าหรับผู้ที่สนใจงานดา้ นนตี้ อ่ ไป
โรงเรยี นบ้านนา้ อ้อม
ข
ชือ่ เรื่อง การทาข้าวเม่าขา้ วตู
ผ้ทู ำโครงงำน โรงเรยี นบา้ นนาอ้อม
บทคดั ยอ่
ในปัจจุบนั การทาข้าวเม่าขา้ วตู ถือเป็นการนาเอาขา้ วเมา่ แหง้ มาสรา้ งรายไดเ้ สริมใหก้ ับ
ผู้ที่ทาจากข้าวเม่ามีหลายชนิด ดังกลุ่มผู้จัดทาการแปรรูปอาหาร ได้นาเอาข้าวเม่าแห้งมาแปรรูปเป็น
ข้าวเม่าข้าวตูเพื่อเป็นการสร้างรายได้เสริม เน่ืองจากคนในปัจจุบันชอบรับประทาน เป็นอาหารว่าง
ดังนันผู้จัดทาได้คิดค้นและศึกษาการทาข้าวเม่าข้าวตูจากปราชญ์ชาวบ้านและคนในหมู่บ้านที่ทากันกิน
เองและออกจาหน่ายสูตรการแปรรปู อาหารผสมกับส่วนผสมหลายชนิดท่ีอร่อย มาแปรรูปอาหารพฒั นา
ต่อยอดเป็นนวัตกรรมอาหารไทยอีกชนิดหนึ่ง ซ่ึงได้รวบรวมไว้ในเอกสารเล่มนี เพ่ือให้บุคคลที่สนใจ ได้
ศึกษาเพ่อื เปน็ แนวทางตอ่ ไป
คำสำคญั : ขา้ วเมา่ ข้าวตู
สารบัญ หนา้
ก
กิตติกรรมประกาศ ข
บทคัดยอ่ จ
สารบญั ตาราง ฉ
สารบัญภาพประกอบ 1
บทที่ 1 บทนา 1
2
1.1 ท่มี าและความสาคญั ของโครงงาน 2
1.2 วัตถปุ ระสงคข์ องโครงงาน 2
1.3 ขอบเขตของโครงงาน 3
1.4 สมมตฐิ านของโครงงาน 3
1.5 ประโยชน์ทีค่ าดวา่ จะไดร้ บั 4
1.6 สถานท่ีทาโครงงาน 4
บทที่ 2 เอกสารทเี่ กยี่ วข้อง 5
2.1 ข้าว 5
5
2.1.1 ข้าวทป่ี ลูกในประเทศไทย 5
2.1.1.1 ข้าวไร่ 5
2.1.1.2 ข้าวนาสวน 5
2.1.1.3 ขา้ วนาเมือง 6
6
2.1.2 คณุ สมบัตขิ องเมล็ดข้าว 7
2.1.2.1 ข้าวเจา้ 8
2.1.2.2 ขา้ วเหนียว 8
9
2.2 ขา้ วเม่า 10
2.3 ขา้ วเมา่ ขา้ วตู 11
2.4 ประเพณีตาข้าวเมา่
2.4.1 ประวตั คิ วามเป็นมาของประเพณตี าข้าวเม่า
2.4.2 พธิ กี รรมของประเพณตี าขา้ วเม่า
บทท่ี 3 วธิ ีดาเนินการงาน
3.1 วตั ถุดบิ และอปุ กรณ์
สารบัญ (ต่อ) ง
3.2.1 วตั ถุดบิ 11
3.2.2 อุปกรณ์ 11
3.2 ขนั้ ตอนการทาข้าวเม่าข้าวตู 11
3.3 ต้นทนุ การผลติ ข้าวเมา่ ข้าวตู 12
3.4 เทคนคิ เคลด็ ลับการผลิต 12
บทท่ี 4 ผลการศกึ ษา 13
บทที่ 5 สรปุ ผล 14
5.1 สรุปผล 14
5.2 ข้อเสนอแนะ 14
บรรณานกุ รม 15
ภาคผนวก 16
ภาคผนวก ก ภาพแสดงวัตถุดิบและอุปกรณ์ 17
ภาคผนวก ข ขัน้ ตอนการทาข้าวเมา่ ขา้ วตู 21
สารบัญตาราง จ
ตาราง 3.1 ต้นทนุ การผลติ หน้า
ตาราง 4.1 แสดงผลการประเมินความพงึ พอใจต่อผลิตภัณฑ์ขา้ วเมา่ ขา้ วตู 12
13
สารบญั ภาพประกอบ ฉ
ภาพประกอบ 2.1 ตน้ ขา้ ว หน้า
ภาพประกอบ 2.2 ขา้ วเจา้ และขา้ วเหนียว 4
ภาพประกอบ 2.3 ขา้ วเม่า 6
ภาพประกอบ 2.4 ข้าวเมา่ ข้าวตู 7
ภาพประกอบ 3.1 แผนผงั แสดงขนั้ ตอนการทาข้าวเม่าขา้ วตู 8
10
บทที่ 1
บทนำ
1.1 ทมี่ ำและควำมสำคัญ
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านน้าออ้ ม พุทธศักราช ๒๕๕๘ ตามหลกั สตู รแกนกลาง
การศึกษาขันพืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นแผน แนวทาง และข้อก้าหนดของการจัดการศึกษาของ
โรงเรียนบ้านน้าอ้อม ท่ีจะใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานท่ี
ก้าหนด มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบ
อาชีพ โดยมุ่งหวังให้มีความสมบูรณ์ทังด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา อีกทังมีความรู้และทักษะท่ี
จ้าเป็นส้าหรับการด้ารงชีวิต และมีคุณภาพดด้มาตรฐานสากลเพ่ือการแข่งขันในยุคปัจจุบัน ดังนัน
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านน้าอ้อม พุทธศักราช ๒๕๕๘ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน
พนื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ จึงประกอบดว้ ยสาระสา้ คัญของหลกั สตู รแกนกลาง สาระความรูท้ ี่เกี่ยวข้อง
กับชุมชนทอ้ งถ่ิน และสาระส้าคญั ท่สี ถานศกึ ษาพฒั นาเพิม่ เติม
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เป็น 1 ใน 8 กลุ่มสาระที่ช่วยพัฒนา
ให้ผู้เรียน มีความรู้ ความเข้าใจ มที ักษะพืนฐานท่จี ้าเป็นตอ่ การด้ารงชีวิต และรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง
ความสามารถน้าความรู้เกี่ยวกับการด้ารงชีวิต การอาชีพ และเทคโนโลยี มาประยุกต์ใช้ในการท้างาน
อย่างมคี วามคิดสร้างสรรค์ และแขง่ ขันในสงั คมดทยและสากลเห็นแนวทางในการประกอบอาชพี รักการ
ท้างาน และมีเจตคติทด่ี ีตอ่ การท้างาน สามารถชวี ิตด้ารงอย่ใู นสังคมดดอ้ ยา่ งพอเพยี งและมีความสุข
ต้าบลน้าอ้อม มีการจัดตังกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านน้าอ้อม ตังอยู่บ้านเลขท่ี 152 หมู่
ที่ 7 ต้าบลน้าอ้อม อ้าเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด จัดตังเม่ือวันที่ 25 สิงหาคม 2535 มีสมาชิกครัง
แรก จ้านวน 30 คน โดยมีการระดมทุนจัดเป็นหุ้นๆ ละ 500 บาท รวมทุนหมุนเวียนเร่ิมต้น 15,000
บาท โดยมีกิจกรรมหลัก คือ การผลิตข้าวเม่า ในอดีตกลุ่มแม่บ้านจะผลิตข้าวเมา่ ตามฤดูกาลซ่ึงจะท้าให้
การผลติ ในระหว่างเดือนตลุ าคม - พฤศจิกายนของทกุ ปี ในการผลิตนันจะท้าการผลิตเฉพาะข้าวเม่าแห้ง
หลังจากนันจะน้าข้าวเม่าแห้งดปท้าข้าวเม่าคลุก แล้วน้าดปจ้าหน่ายยังหมู่บ้านข้างเคียง และต่างจังหวัด
หลังจากนันก็พัฒนาแปรรูปผลิตภัณฑ์ขึนเรื่อยๆ โดยรับการสนับสนุนให้มีความโดดเด่นกว่ากลุ่มอ่ืนๆ
เพราะสามารถผลิตข้าวเม่าดด้ตลอดปีจนกระทั่งน้ามาสู่กระบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าวเม่า เช่น
กระยาสารทข้าวเม่า ข้าวเม่าหมี่ ข้าวเม่าข้าวตู ข้าวเม่าบ้าบิ่น คุกกีข้าวเม่า ข้าวเม่าอาหารเช้า ข้าวเม่า
อาหารเช้าผสมธัญพืช ข้าวเม่าอาหารเช้าผสมผลดม้ และข้าวเม่าอาหารเช้าผสมธัญพืชและผสมผลดม้
ปจั จุบันกลมุ่ มีสมาชกิ จา้ นวน 220 คน
2
โรงเรยี นบ้านน้าอ้อม จึงดดจ้ ัดท้าหลักสูตรการผลิตข้าวเม่าขึนโดยมีแนวคิดวา่ การผลิต
ข้าวเม่ามีความสา้ คัญทางด้านเศรษฐกิจชุมชนเป็นผลิตผลด้านสินค้าทีเ่ พ่ิมรายดด้ให้แกค่ รอบครัว ชุมชน
และเป็นมรดกทางนวัตกรรมภูมิปัญญาท้องถ่ินท่ีมีการเปล่ียนแปลงพัฒนาตนเอง และด้านผลผลิตท้าให้
เห็นคณุ คา่ ของผลผลติ และการใชเ้ ครื่องมอื ท่ีทันสมัยในการจดั ท้าอยา่ งเหมาะสม
สาระการเรียนรู้ สาระท่เี ปน็ องคป์ ระกอบความรขู้ องการผลติ ขา้ วเม่าประกอบด้วย
สาระท่ี 1 การศึกษาความรู้จากแหลง่ เรยี นรใู้ นท้องถ่ิน
สาระท่ี 2 การก้าหนดขันตอนการผลิต
สาระที่ 3 การคัดเลอื กวตั ถดุ บิ และเทคโนโลยีการผลิต
สาระท่ี 4 การผลติ กระบวนการจัดท้า
สาระท่ี 5 การจา้ หนา่ ย
สาระท่ี 6 วัดผลประเมนิ ผลน้ามาปรับปรงุ พัฒนา
สา้ หรับในโครงงานนีมุ่งเน้นดปที่การศึกษากระบวนกลุ่มของผู้เรียนหรือผู้ศึกษา เพื่อใช้
เปน็ แนวทางในการประกอบอาชีพ และเป็นมรดกทางนวัตกรรมภูมิปัญญาท้องถ่นิ ซึ่งผลผลิตท่ีดด้จะเป็น
ผลผลิตพืนฐานทมี่ ปี ระโยชน์ในการปรบั ปรงุ และพฒั นาส้าหรับน้าดปใช้ในดา้ นอนื่ ๆ ในอนาคต
1.2 วตั ถปุ ระสงค์ของโครงงำน
1. เพอ่ื ฝึกการทา้ ข้าวเม่าข้าวตู
2. เพื่อสง่ เสรมิ ทักษะกระบวนการท้างานเป็นกลมุ่
3. เพือ่ ให้ผู้เรยี นรูจ้ ักใชเ้ วลาวา่ งให้เป็นประโยชน์
4. เพ่อื สร้างผลิตภัณฑ์จากข้าวเม่าท่สี ามารถนา้ ดปต่อยอดทางอาชพี ดด้
5. เพ่ืออนรุ กั ษภ์ มู ิปัญญาท้องถ่นิ และพัฒนาผลิตภณั ฑใ์ ห้ดีย่งิ ขึน
1.3 ขอบเขตของโครงงำน
1. สถานท่ศี ึกษา คอื โรงเรียนบา้ นนา้ อ้อม
2. ประชากรเป้าหมาย คือ นกั เรียนโรงเรียนบ้านนา้ ออ้ ม
1.4 สมมติฐานของโครงงาน
1. ขา้ วเม่าแหง้ สามารถน้ามาทา้ เป็นขา้ วเมา่ ข้าวตูดด้
3
1.5 ประโยชนท์ คี่ าดว่าจะไดร้ บั
1. นกั เรยี นโรงเรียนบา้ นนา้ ออ้ มดดร้ ับความรูแ้ ละฝึกประสบการณใ์ นการทา้ ขา้ วเม่าขา้ วตู
2. นักเรยี นโรงเรียนบ้านนา้ อ้อมดด้รับทักษะกระบวนการท้างานเปน็ กลุ่ม
3. นักเรยี นร้จู กั ใชเ้ วลาว่างให้เป็นประโยชน์
4. นักเรยี นสามารถน้าผลิตภณั ฑ์จากขา้ วเม่าดปต่อยอดทางอาชีพดด้
5. นักเรียนรจู้ ักอนุรักษภ์ ูมิปัญญาทอ้ งถิน่ และพฒั นาผลิตภณั ฑใ์ ห้ดียง่ิ ขนึ
1.6 สถำนท่ีทำโครงงำน
โรงเรยี นบา้ นนา้ อ้อม ตา้ บลน้าออ้ ม อา้ เภอเกษตรวสิ ัย จังหวัดร้อยเอด็
บทท่ี 2
เอกสารท่ีเก่ยี วข้อง
โครงงานนี้เป็นโครงงานท่ีพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวเม่าข้าวตู โดยมีเอกสารที่เก่ียวข้อง ดังหัวข้อ
ตอ่ ไปน้ี
2.1 ขา้ ว
2.2 ขา้ วเม่า
2.3 ขา้ วเม่าข้าวตู
2.4 ประเพณีตาขา้ วเมา่
2.1 ข้าว
ข้าว เป็นธญั พืชท่ีใช้เป็นอาหารสาคญั อย่างหนึ่งของโลก ตามหลักวิชาพฤกษศาสตร์ ข้าวเป็นพืช
จาพวกใบเล้ยี งเด่ียว ในวงศ์ Gramineae อยู่ในสกุล Oryza ช่ือเฉพาะของข้าว คือ sativa ดังนน้ั ขา้ วจึง
มีช่ือในภาษาละตินว่า Oryza sativa พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 ให้คาจากัดความ
ข้าวว่า เปน็ เมล็ดพืชพวกหญ้า มีใบยาว ต้นเป็นลาข้อ และมดี อกในฤดูเก็บเกี่ยวทป่ี ลายยอดของแต่ละข้อ
จะมีก้านอ่อนเล็กๆ มากกว่า 5 ก้าน แต่ละก้านจะมีเมล็ดข้าวติดอยู่เป็นแถว มีเปลือกสีน้าตาลหุ้มเมล็ด
ขา้ งใน ถา้ เขย่าเบาๆ จะทาใหเ้ มลด็ หลดุ จากชอ่ เมล็ดข้างในจะหลุดออกจากเปลือกได้ โดยการตา หรอื สี
ข้าวเมล็ดข้าวท่ีเอาเปลือกออกแล้ว ทาใหส้ กุ โดยการต้ม หรอื นง่ึ เพื่อรับประทานเปน็ อาหาร
ภาพประกอบ 2.1 ตน้ ข้าว
( http://1.bp.blogspot.com )
5
2.1.1 ข้าวท่ีปลกู ในประเทศไทย
ขา้ วที่ปลูกในประเทศไทย แบง่ ออกได้เปน็ 3 ประเภท ได้แก่
2.1.1.1 ข้าวไร่
ขา้ วไร่ เป็นข้าวท่ีไม่ต้องการน้าหล่อเล้ียงในการเจริญเติบโต และมักจะตายถ้า
มนี ้าขังอยู่นาน แต่คงต้องการความชุ่มช้ืนของดินทานองเดียวกับพืชไร่ ข้าวไร่จึงมักนิยมปลูกกันบนที่สูง
หรือตามไหลเ่ ขา ในภาคเหนอื และภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื และทากนั เป็นหยอ่ มเล็กๆ
2.1.1.2 ขา้ วนาสวน
ข้าวนาสวน เปน็ ขา้ วทต่ี ้องการนา้ หล่อเล้ียงในระหว่างเจริญเติบโต มักปลูกกัน
เป็นส่วนมาก ทนความลึกของน้าได้ไม่เกิน 1 เมตร บริเวณทานาสวน มีประมาณร้อยละ 84 ของเน้ือท่ี
นาในประเทศไทย
2.1.1.3 ขา้ วนาเมอื ง
ข้าวนาเมือง เป็นข้าวที่ปลูกในแหล่งท่ีมีระดับน้าสูงกว่า 1 เมตรขึ้นไป เป็น
พันธขุ์ า้ วพิเศษท่เี รยี กกันว่า ข้าวขึน้ น้า หรือขา้ วลอย หรอื ขา้ วฟางลอย เพราะเป็นพันธุ์ทมี่ ีลาตน้ ยาว และ
ทอดออกไปแตกแขนงตามข้อและออกรากตามข้อได้ ลาต้นเจริญเติบโตได้รวดเร็วกว่าพันธุ์นาสวน เมื่อ
ระดับน้าเปลี่ยนแปลงสูงขึ้น ข้าวนาเมืองจึงปลูกกันบริเวณที่ลุ่มมากๆ ในภาคกลาง เช่น จังหวัด
พระนครศรอี ยธุ ยา พิจติ ร สุพรรณบรุ ี ลพบรุ ี อา่ งทอง ชัยนาท สิงห์บุรี เปน็ ต้น รวมท้ังบรเิ วณท่ีลุ่มมากๆ
ในภาคอื่นๆ ที่ไม่สามารถปลูกข้าวนาสวนได้ การปลูกข้าวนาเมืองใช้วิธีหว่านและปลูกในเนื้อที่นา
ประมาณร้อยละ 16 ของเนื้อท่ีนาในประเทศไทย
2.1.2 คณุ สมบตั ิของเมลด็ ขา้ ว
ข้าว แบง่ ตามคณุ สมบัตขิ องเมลด็ ได้เป็น 2 ชนิด ไดแ้ ก่
2.1.2.1 ข้าวเจา้
ข้าวเจ้า เป็นข้าวท่ีมีเนื้อเมล็ดใส เมื่อหุงแล้วเมล็ดจะร่วนและสวยไม่ติดกัน ใช้
รบั ประทานกนั เป็นประจาในภาคกลาง ภาคใต้ และภาคอีสานตอนใต้ของประเทศไทย ปรมิ าณข้าวเจ้าที่
ผลิตตามภาคต่างๆ คิดเป็นร้อยละของผลผลิตทั้งหมดของภาค คือ ภาคเหนือประมาณร้อยละ 8 ภาค
อสี านประมาณร้อยละ 26 ภาคกลางประมาณรอ้ ยละ 94
6
ภาพประกอบ 2.2 ข้าวเจา้ และขา้ วเหนียว
( https://upload.wikimedia.org )
2.1.2.2 ขา้ วเหนยี ว
ข้าวเหนียว เป็นข้าวท่ีเน้ือเมล็ดขุ่นกว่าข้าวเจ้า เมื่อหุงหรือน่ึงแล้ว เมล็ดจะ
เหนียวติดกันใช้รับประทานกันเป็นประจาในภาคเหนือ และภาคอีสานตอนเหนือ และใช้ทาขนมต่างๆ
ในภาคกลางและภาคใต้ ปริมาณข้าวเหนยี วท่ีผลิตตามภาคต่างๆ คิดเป็นร้อยละของผลผลิตท้ังหมดของ
แต่ละภาค มีดังนี้ ภาคเหนือประมาณร้อยละ 92 ภาคอสี านประมาณร้อยละ 74 ภาคกลางประมาณรอ้ ย
ละ 5 ภาคใต้ประมาณรอ้ ยละ 6
2.2 ขา้ วเมา่
ต้นข้าวเหนียวที่ตั้งท้อง ออกรวงและผ่านระยะน้านมมาประมาณ 5 – 7 วัน ข้าวจะเริ่มมีเมล็ด
แต่ยังไมแ่ ก่จัด ชาวบ้านอีสานจะเรียกว่า “กาลงั เม่า” เวลามีงานบุญประเพณีชาวบ้านจะใช้ข้าวในระยะ
น้ีมาแปรรูปเป็น “ข้าวเม่า” การแปรรูปจะเร่ิมจากนาข้าวระยะนี้มารูดเอาเฉพาะเมล็ด นาไปคั่วและตา
ด้วยครกกระเด่ือง หรือครกมอง เพ่ือแยกเปลือกข้าวออก ชาวบ้านในหลายจังหวัดของภาคอีสานมีการ
ผลิตข้าวเม่าท้ังเพ่ือบริโภคในครัวเรือนและเพื่อการจาหน่าย จังหวัดท่ีมีการผลิตกันมาก ได้แก่
อุบลราชธานี รอ้ ยเอ็ด นครพนม สกลนคร อดุ รธานี และหนองคาย ขา้ วเม่าทผี่ ลติ ออกสู่ตลาด โดยทั่วไป
จะอยู่ในรูปของข้าวเม่าสด หรือข้าวเม่าอ่อน ซึ่งเป็นข้าวเหนียวที่ยังคงมีสีเขียวอยู่ มีลักษณะเฉพาะตัวท่ี
ความหอมและสเี ขียวธรรมชาตขิ องเมลด็ ข้าว จึงเป็นท่นี ิยมและยอมรับของผู้บริโภค พนั ธุ์ข้าวเหนียวท่ีใช้
ในการผลิตข้าวเม่าในแต่ละท้องถ่ินมีหลายพันธุ์ ซ่ึงมีพันธ์ุพ้ืนเมืองและพันธุ์ส่งเสริมของหน่วยงาน
ราชการ พันธ์ุพ้ืนเมืองจะมีอายุส้ันประมาณ 3 เดือน และมีผลผลิตไม่สูงนัก พันธุ์ข้าวเหนียวที่ใช้ในการ
ผลิตข้าวเม่าในปัจจุบัน ได้แก่ พันธุ์ดอมะขาม พันธ์ุเหลืองบุญมา พันธ์ุดอฮี พันธุ์สันปาตอง พันธุ์หางยี
ตอนกลางพันธ์ุอีขาว พนั ธ์ุ กข 6 และพันธ์ุ กข 10 (ข้าวอีเตี้ย) สาหรับคุณภาพของขา้ วเมา่ จะเป็นอยา่ งไร
ขึ้นกับสายพันธ์ุข้าว เช่น พันธ์ุ กข 6 จะมีความหอมหวานและนุ่มกว่าทุกพันธุ์ ข้าวเม่ายังสามารถนาไป
ทาอาหาร ดัดแปลงได้อีกหลายชนิด ความเป็นมาของขนมไทยแต่ดั้งเดิม แปรรูปจากข้าว เน่ืองจากคน
ไทยปลูกข้าวไวก้ ินมาชา้ นานจึงนาสว่ นหนึง่ มาทาขนม โดยการผสมผสานกบั ผลิตผลรอบข้าง เช่น น้าตาล
7
ทราย น้าตาลมะพร้าว และมะพร้าว เกิดเป็นขนมหวานมากมาย ใช้ในเทศกาล งานบุญต่างๆ ขนมไทย
จึงทามาจากข้าวท้ังในรูปของเมล็ดและแป้ง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวไทยควรเป็นการปรับปรุงรูปแบบ
ของผลติ ภัณฑข์ ้าวแบบดัง้ เดิม ให้มกี ระบวนการผลติ ที่ทันสมยั สะดวกสาหรับผูบ้ รโิ ภคและมีอายุการเก็บ
รักษาที่นานกว่าเดิม ข้าวเหมาะที่จะเป็นผลิตภัณฑ์เพ่ือสุขภาพเพราะมีคุณค่าทางอาหารย่อยง่าย
โซเดียมตา่ ไมม่ คี อเลสเตอรอล และไม่ทาให้เกดิ อาการภมู ิแพ้
ภาพประกอบ 2.3 ข้าวเม่า
( http://oknation.nationtv.tv )
2.3 ข้าวเม่าขา้ วตู
ขา้ วเม่าข้าวตู คือ ข้าวเม่าคั่วแล้วโม่ให้ละเอียด นามาผสมกับมะพร้าวขูด น้าตาลทราย และน้า
ใบเตย ทเ่ี คย่ี วจนเหนียวให้เข้ากัน พอเย็นตักใสแ่ บบพมิ พ์ จัดเรียงใส่หมอ้ อบดว้ ยควนั เทียนอบ
8
ภาพประกอบ 2.4 ขา้ วเมา่ ขา้ วตู
2.4 ประเพณีตาขา้ วเมา่
ข้าวเม่า เป็นข้าวที่ได้มาจากรวงข้าวสีเขียวไล่มาจนถึงสีเขียวตกน้าตาล ข้าวเม่าพบในทุก
ประเทศที่ปลูกข้าว ได้แก่ ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่า ภูฏาน อินเดีย และทิเบต ท่ีใช้เป็นอาหาร
ว่างกินกับน้าชา ในประเทศไทยส่วนใหญ่จะนาข้าวเม่ามาทาเป็นขนมที่นิยมกินมาต้ังแต่สมัยโบราณ
จนกระท่ังถึงปัจจุบัน จึงได้มีการตาข้าวเม่าขึ้นในแต่ละท้องถิ่น สืบทอดกันมาจนกลายเป็นประเพณีตา
ขา้ วเมา่
2.4.1 ประวัตคิ วามเปน็ มาของประเพณีตาขา้ วเม่า
ประเพณีการตาข้าวเม่า เป็นประเพณีท่ีมาต้ังแต่สมัยโบราณ มีท้ังการร้องรา แข่งขัน
การตาข้าวเม่าอย่างสนุกสนานร่ืนเริงเสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน เม่ือทานาเสร็จแล้ว ผ่านเวลาสัก
ระยะหนึ่ง จนลมเหนือล่อง เข้าทานองออกพรรษา ก็ประมาณช่วง เดือนตุลาคม ถึงพฤศจิกายน ข้ึนอยู่
กับวา่ เร่ิมดานาเร็วหรือช้านนั่ เอง หรอื ขน้ึ อยกู่ บั ข้าวท่ีแก่พอทาขา้ วเมา่
ขา้ วเม่า เป็นอาหารหวานอย่างหน่ึงของชาวไทยท่ีประกอบอาชีพทานา ชาวนารู้จักทา
ข้าวเมา่ กันมาตง้ั แต่ครงั้ โบราณ โดยใช้เมลด็ ขา้ วเจ้าหรือขา้ วเหนียวที่มรี วงแก่ใกล้จะเก็บเกี่ยวได้ นามาคั่ว
ตา แล้วนาไปรับประทานได้เลย ถ้าทาสุกใหม่ๆ ก็จะน่ิม หรือบางคนก็จะนาไปคลุกเคล้าด้วยน้าตาล
ทราย มะพร้าวและเกลือ รับประทานแทนขนมหวาน แต่ในปัจจุบัน การตาข้าวเม่ากาลังจะสูญหายไป
จากชาวนาไทย เน่ืองจากสังคมเกษตรกรรมกาลังเปล่ียนแปลงไป แต่ในบางท้องถิ่นก็ยังคงมปี ระเพณีตา
ข้าวเม่า เนื่องจากสภาพชีวิตของชุมชนยังมีความผูกพันอยู่กับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ การตา
ข้าวเม่าเป็นประเพณีหนึ่งซ่ึงนอกจากจะนาความสนุกสนานรื่นเริงมาสู่ชาวบ้านแล้ว ยังทาให้ได้กินของ
อรอ่ ย และสามารถตากแห้งเกบ็ ไว้กนิ ได้ตลอดทั้งปี
9
ในสมัยก่อน การตาข้าวเม่ามักจะทาในเวลากลางคืน จะเป็นคืนเดือนมืดหรือคืนเดือน
หงายก็ได้แล้วแต่สะดวก ในระหว่างค่ัวข้าวเม่าบนเตาไฟจะมีประเพณีการเล่นของหนุ่มสาวโดยนาเอา
มะพร้าวทึนทึกขว้างไปทเ่ี ตาไฟทาให้ภาชนะท่ีใชค้ ่ัวข้าวเม่าแตกกระจายหรือบุบบู้บี้ จะทาให้บรรยากาศ
สนุกสนาน คนขว้างท่ีแอบอย่ใู นมุมมืดจะวิ่งหนี ผู้ที่กาลังทาข้าวเม่าก็จะช่วยกันวงิ่ ไล่จับเอาตัวมาทาโทษ
โดยเอาดินหม้อทาหน้า หลังจากนั้นก็จะช่วยกันตาข้าวเม่าโดยใช้ครกไม้ตาข้าวเปลือกและสากไม้มา
ช่วยกันตาให้เป็นข้าวเม่าในแต่ละจังหวัดและแต่ละท้องถิ่นในประเทศไทย มีประเพณีตาข้าวเม่ามานาน
แล้ว ซ่ึงแต่ละท้องถ่ินได้ฟื้นฟูวัฒนธรรมการทาข้าวเม่าไว้ให้ลูกหลานรุ่นหลังได้สืบทอด และระลึกถึง
วัฒนธรรมท่ีมีค่ามาแต่โบราณ และถือว่าจะต้องปฏิบัติสืบต่อไปทุกปี โดยมีจุดประสงค์เพ่ือให้ชาวนารุ่น
ใหม่ได้เรียนรู้และสืบทอดประเพณีการตาข้าวเม่า และเผยแพร่ออกไปให้กว้างขวาง เป็นการเสริมสร้าง
ความสามคั คขี องคนในท้องถน่ิ และสง่ เสริมให้อนุชนรุ่นหลังชว่ ยกนั อนุรักษ์ประเพณกี ารตาขา้ วเมา่
2.4.2 พธิ ีกรรมของประเพณีตาข้าวเมา่
ในสมัยก่อน ชาวบ้านจะมาพร้อมกันท่ีลานตากข้าว หลังจากนั้นจะมีการสาธิตการตา
ข้าวเม่า และมีกิจกรรมต่างๆ เพื่อความสนุกสนานในงาน เช่น การขูดมะพร้าว การตาข้าวเม่า การกิน
ข้าวเม่า พิธีกรรมการตาข้าวเม่าในสมัยก่อนนั้น ส่วนใหญ่การตาข้าวเม่ามักจะเป็นกิจกรรมของผู้หญิง
เวลาที่ลูกสาวบ้านใดตาข้าวเม่าก็มักจะมีหนุ่มในละแวกหมู่บ้านที่เป็นเพ่ือนหรือเป็นแฟนมาช่วยตาบ้าง
คั่ว ตา ฝัดกันไป ขบเค้ียวกินเล่นพลางพูดจาหยอกล้อกันบ้าง เก้ียวพาราสีกันตามประสาหนุ่มสาว แต่
ทัง้ นี้กอ็ ยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ทีน่ งั่ ดูนัง่ ฟังอยู่บนบา้ นหรอื ชานเรือน บางทีทา่ นเหลา่ นั้นก็ลงมานง่ั พูดน่งั คุย
แบบเป็นกันเองที่บริเวณลานบ้านท่ีตาข้าวเม่านั้นด้วย ในปัจจุบันยังมีการจัดกิจกรรมตาข้าวเม่า โดยแต่
ละทอ้ งถนิ่ ก็จะกาหนดการพธิ ตี าข้าวเม่าของท้องถนิ่ ตนเอง เพื่อความสะดวกและตามหลกั ทส่ี ืบต่อกันมา
บทท่ี 3
วธิ ีการดาเนินงาน
โครงงานการทาข้าวเม่าข้าวตู ได้แบ่งขั้นตอนของวิธีการดาเนินงานเป็นข้ันตอนต่างๆ
ออกเปน็ 5 สว่ นหลัก ซงึ่ รายละเอยี ดสามารถสรปุ ได้ดงั ภาพประกอบ 3.1 ดงั น้ี
ภาพประกอบ 3.1 แผนผังแสดงขัน้ ตอนการทาข้าวเม่าข้าวตู
11
3.1 วตั ถดุ บิ และอปุ กรณ์
3.1.1 วตั ถดุ บิ ประกอบดว้ ย
3.1.1.1 ขา้ วเมา่ แหง้ บด
3.1.1.2 นา้ กะทิ
3.1.1.3 เนอ้ื มะพร้าวปนั่ ละเอียด
3.1.1.4 นา้ ตาลทราย
3.1.1.5 ใบเตย
3.1.2 อปุ กรณ์ ประกอบด้วย
3.1.2.1 กระทะ
3.1.2.2 เตาแก๊ส
3.1.2.3 ถาดอลูมิเนยี ม
3.1.2.4 ตะหลวิ
3.1.2.5 เครือ่ งป่ัน
3.1.2.6 พิมพ์กดขา้ วตู
3.2 ขัน้ ตอนการทาขา้ วเมา่ ข้าวตู
3.2.1 เคี่ยวน้ากะทิ น้าตาลทราย และน้าใบเตย ให้เหนียวเป็นยางมะตูม ใส่เนื้อมะพรา้ วทึนทึก
ขดู ฝอย กวนจนมะพรา้ วฉ่า
3.2.2 เมอื่ สว่ นผสมที่กวนเหนยี วแล้ว ยกลงทง้ิ ไว้ให้เย็น
3.2.3 จากนัน้ นาข้าวเมา่ แห้งบดผสมกบั เนื้อมะพร้าวทเี่ คี่ยวไวค้ ลุกใหเ้ ขา้ กัน
3.2.4 จากน้ันอัดใสแ่ ม่พมิ พข์ น้ึ เป็นรูป
3.2.5 นาขนมมาเรียงใส่ ภาชนะท่ีมฝี าปิด อบดว้ ยดอกมะลิหรือควนั เทยี น
ข้อแนะนา
1. ขา้ วเม่าใชข้ ้าวเม่าตากแห้ง นาไปค่วั ไปอ่อนๆ ใหม้ สี ีสม่าเสมอ และปน่ ใหล้ ะเอียดดี
2. เลือกมะพร้าวทนึ ทกึ ทีไ่ ม่แขง็ มากจะทาให้ขนมนุ่มอรอ่ ย
3. หัวกะทิชว่ ยใหข้ นมมีความนมุ่
4. ถา้ กวนแล้วแขง็ ไปให้เติมนา้ หรือกะทิแลว้ นาไปตงั้ ไฟใหม่
12
3.3 ตน้ ทุนการผลติ ข้าวเมา่ ขา้ วตู
ตารางท่ี 3.1 ตารางตน้ ทนุ การผลิต
ที่ รายการ/วัสดุ-อุปกรณ์ ราคา (บาท)
1 ข้าวเม่าแห้งบด 1 กก. 50 บาท
2 นา้ ตาลทราย 20 บาท
3 มะพรา้ ว 35 บาท
4 ใบเตย 5 บาท
5 อืน่ ๆ 40 บาท
รวม 150
หมายเหตุ
บรรจุขา้ วเม่าข้าวตูในกลอ่ ง ได้ทั้งหมด 15 กล่อง จาหน่ายกลอ่ งละ 20 บาท รวมขาย 15 กลอ่ ง
ได้เงนิ 300 บาท กาไร 150 บาท
3.4 เทคนคิ เคล็ดลบั ในการผลิต
การคั่วข้าวเม่า ข้ันตอนนี้คือการทาให้ข้าวสุก น่ันเอง ข้าวที่กาลังเป็นข้าวเม่า เนื่องจากภายใน
เมล็ดยังมีส่วนท่ีเป็นน้าอยู่ จึงสามารถทาให้สุกโดยการค่ัวได้ โดยเมล็ดข้าวไม่แตกเหมือน ข้าวตอกแตก
ซง่ึ อุปกรณ์ท่ีจ้าเป็นสาหรับการค่ัวข้าวเม่า ก็คอื หม้อดิน ไมพ้ ายสาหรับคน และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ เตา
ไฟ ค้างหม้อดิน บนไฟอ่อนๆ นาเมล็ดข้าวเม่า ซ่ึงขูดเตรียมไว้แล้ว ใส่ลงในหม้อดิน พอประมาณ ใช้ไม้
พายคนไปมา เพื่อให้ข้าวสุกทั่วถึง คั่วพอสุก เทพักไว้ใน กระด้ง หรือตะกร้า แล้วค่ัวหม้อต่อไป จนเสร็จ
เพ่ือตา
บทท่ี 4
ผลการศึกษา
จากการทาขนมข้าวเม่าข้าวตู ทาให้ได้ขนมท่ีมีความนุ่มหอมของข้าวเม่าคั่ว รสหวานมันเค็ม
นิดๆ กลมกล่อมพอเหมาะย่ิงขนึ้
การบรรจผุ ลติ ภณั ฑน์ น้ั ได้ใชก้ ล่องพลาสติกใสเปน็ บรรจภุ ัณฑ์ สาหรบั บรรจขุ นม ทาให้มองเห็น
ผลติ ภัณฑไ์ ด้ชัดเจน ผูส้ นใจหรือลกู ค้าสามารถเลือกซื้อหรอื ตดั สินใจไดง้ ่ายขึน้ ซงึ่ กาหนดราคาไวท้ ี่กล่อง
ละ 20 บาท
จากการทาข้าวเม่าข้าวตู ซ่ึงเป็นผลงานท่ีได้ปรับปรุงพัฒนาต่อยอดจากข้าวเม่าแห้ง ที่เป็นอัต
ลักษณ์ของโรงเรียนบ้านน้าอ้อม โดยการศึกษาวิธีการทาข้าวเม่าแห้ง แล้วนามาดัดแปลงเพิ่มเติม
ส่วนผสมให้มีคณุ ค่าทางอาหารและรสชาติขนมไทยดั้งเดิมแล้วเรียกว่า ข้าวเม่าข้าวตู และได้จัดแสดงผล
งานให้คณะครู นักเรียนได้ทดลองชิม อีกท้ังยังได้ใช้ผลิตภัณฑ์เป็นอาหารว่างในการต้อนรับ
คณะกรรมการศึกษาของโรงเรียน และคณะผู้บริหารจากสถานศึกษาในโซนใกล้เคียง รวมทั้งจากคณะ
ประเมิน ตรวจเย่ียมโรงเรียนของเขต 2 ด้วย ซ่ึงในการน้ีได้จัดทาการประเมินผลของผลิตภัณฑ์จากผู้ที่
ไดร้ บั ประทานโดยใช้แบบสมั ภาษณ์ จานวน 60 คน ดงั ตารางตอ่ ไปน้ี
ตารางท่ี 4.1 ตารางแสดงผลการประเมินความพึงพอใจต่อผลติ ภณั ฑข์ า้ วเมา่ ข้าวตู
หัวข้อประเมิน ระดับความพึงพอใจ คิดเป็นร้อยละ
มากทส่ี ุด มาก ปานกลาง
1. ความพงึ พอใจดา้ นสว่ นผสม 60 - - 100
2. ความพึงพอใจดา้ นรสชาติ 60 - - 100
3. ความพึงพอใจต่อขนาดช้ินของ 60 - - 100
ข้าวเมา่ ขา้ วตู
4 . ค ว า ม พึ ง พ อ ใ จ ด้ า น ค ว า ม 60 - - 100
เหมาะสมของบรรจุภัณฑ์
5 . ค ว า ม พึ ง พ อ ใ จ ด้ า น ค ว า ม 60 - - 100
เหมาะสมของราคา
บทท่ี 5
สรุปผลและข้อเสนอแนะ
5.1 สรปุ ผล
จากการแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าวเม่าแห้งเป็นข้าวเม่าข้าวตู ท้าให้นักเรียนโรงเรียนบ้านน้าอ้อม
ได้รับความรู้และฝึกประสบการณ์ในการท้าข้าวเม่าข้าวตู และนอกจากนียังได้พัฒนารูปแบบของ
ผลิตภัณฑ์ข้าวเม่าข้าวตู ตลอดจนร่วมกันการพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ท่ีดี สวยงาม และคาดว่าจะช่วย
ให้ผลิตภัณฑ์ สามารถแข่งขันในเชิงธุรกิจได้ และจากผลการด้าเนินงานโดยสรุปพบว่าประสบผลส้าเร็จ
ดว้ ยดี
5.2 ข้อเสนอแนะ
5.2.1 ควรศึกษารูปทรงและขนาดของชินผลิตภัณฑ์ท่ีผู้บริโภคให้การยอมรับ เพ่ือพัฒนา
รปู ลกั ษณ์ของการบรรจุผลิตภณั ฑ์ต่อไป
5.2.2 ควรศึกษาการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์บรรจใุ นสภาวะสุญญากาศหรือบรรจุภัณฑ์อื่น เพอ่ื อายุ
เกบ็ รักษาท่นี านขึน
บรรณานุกรม
[1] กรมวิชาการเกษตร. อาหารไทย ขนมไทยและเครื่องด่ืมจากข้าว. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.
2545.
[2] กรมอนามัย. ตารางแสดงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไทย. กองโภชนาการ. กระทรวง
สาธารณสุข. โรงพมิ พอ์ งคก์ ารสงเคราะห์ทหารผ่านศกึ , กรงุ เทพฯ. 2535
[3] เพชรรัตน์ จงสกุลศรี. ผลิตภฑั ณ์ข้าวเม่าหมธี่ ัญพืชเสริมแครอทอัดแท่ง. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช
มงคลพระนคร. 2553
ภาคผนวก
17
ภาคผนวก ก
ภาพแสดงวัตถดุ ิบและอุปกรณ์
18
ภาพประกอบ ก.1 ข้าวเม่าแห้งค่ัว
ภาพประกอบ ก.2 ขา้ วเม่าแห้งบด
19
ภาพประกอบ ก.3 มะพร้าวขูด
ภาพประกอบ ก.4 เกลือป่น
20
ภาพประกอบ ก.5 นา้ ตาลทราย
ภาพประกอบ ก.6 ใบเตย
21
ภาคผนวก ข
ข้นั ตอนการทาข้าวเม่าข้าวตู
22
23
24