The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

2-2563แบบบันทึกการเสวนา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wiphaporn29aoy, 2022-05-14 07:53:30

2-2563แบบบันทึกการเสวนา

2-2563แบบบันทึกการเสวนา

รายงานผลการดาเนินงาน 1

การจดั กจิ กรรมชมุ ชนแห่งการเรยี นรทู้ างวชิ าชพี
(Professional Learning Community : PLC )
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2563

นางณัฐฐนิ นั ท์ สมทุ รศรี
ตาแหนง่ ครชู านาญการ

โรงเรียนบ้านโพนทัน สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2

2

ศธ 04122.๑๙๒/พเิ ศษ ๑ โรงเรียนบ้านโพนทนั
อาเภอเกษตรวิสัย จงั หวดั รอ้ ยเอ็ด

หนังสอื รบั รอง

หนงั สือฉบับนใี้ หไ้ ว้เพอื่ รบั รองวา่ คณะครโู รงเรยี นบา้ นโพนทนั กลุ่ม “รกั การเขยี น เรียน อ่าน”

ซ่งึ มรี ายนามดังตอ่ ไปนี้

๑. นางเณรชั รา กา้ นจกั ร ผู้อานวยการโรงเรยี น

๒. นางสายยนต์ ทวีนันท์ ผู้เชย่ี วชาญ

๓. นางวนั ทนา ฉัตรสวุ รรณ หัวหนา้ งานวิชาการ

๔. นางสาวประภสั สร สมศรี ทปี่ รึกษา

๕. นางสาวสุดารตั น์ เทียมจนั ทร์ ครรู ่วมเรียนรู้
๖. นางสาวพรทิพา นามเคน ครูรว่ มเรียนรู้

๗. นายชนาธิป สายวเิ ศษ ครูร่วมเรียนรู้
๘. นายสุรศกั ด์ิ พอกสูงเนนิ ครูรว่ มเรยี นรู้
๙. นายณัฐพสิ ิษฐ์ ไชยคต ครูร่วมเรยี นรู้

๑๐.นางณัฐฐินันท์ สมุทรศรี ครูสอนหลัก/เลขานุการ

ได้ปฏิบัติงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community :PLC)
เร่ือง การแก้ปัญหาการอ่านของนักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น โรงเรียนบ้านโพนทัน
ภาคเรยี นที่ ๒ ปีการศึกษา 256๓ จานวน ๒๕ ช่วั โมง จรงิ จงึ ขอรับรองไว้ ณ โอกาสน้ี

ใหไ้ ว้ ณ วนั ท่ี ๓๐ กนั ยายน 256๓

ลงชอื่ ผ้รู ับรอง

(นางเณรชั รา กา้ นจักร)
ผูอ้ านวยการโรงเรียนบา้ นโพนทัน



คำนำ

รายงานผลการดาเนินงานการจัดกิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning
Community : PLC ) จัดทาขึ้นเพ่ือนาเสนอแนวทางในการดาเนินงานของกลุ่ม “รักการเขียน เรียน อ่าน” กลุ่ม
สาระการเรียนรู้ภาษาไทย เพ่ือแก้ไขปัญหานักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๒ มีผลสัมฤทธ์ิทาง การเรียนกลุ่มสาระ
การเรียนรู้ภาษาไทย ปีการศึกษา 256๒ ต่ากว่าเกณฑ์ท่ีโรงเรียนกาหนด โดยการสร้างนวัตกรรม “แบบฝึก
ทกั ษะการเขยี นมาตราตัวสะกด” กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๒ จากความร่วมมือของครู
ประจาวิชา และเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการปฏิบัติด้วยกระบวนการ PLC เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว
รวมท้ังระดมความคดิ แลกเปล่ียนเรยี นรู้ การตดิ ตามและประเมินผลในการดาเนนิ งานของโรงเรียนบ้านโพนแทน่

หวังเป็นอย่างย่ิงว่าเอกสารเล่มนี้ จะเกิดประโยชน์ต่อผู้ครูผู้สอน ผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากร
ทางการศึกษา รวมทั้งผสู้ นใจทว่ั ไป ในการนาไปใช้เพอ่ื ศกึ ษาเรียนรู้สรา้ งความเขา้ ใจและปฏบิ ัตติ ามแนวทางดังกล่าว
ได้เป็นอย่างดี

กลุ่ม “รักกำรเขียน เรยี น อ่ำน”

สำรบญั ข

1. ผลการดาเนินกิจกรรมชมุ ชนแหง่ การเรยี นรู้ทางวิชาชีพ หน้ำ
2. วตั ถปุ ระสงค์
3. วิธกี ารดาเนนิ งาน 1
4. วัน เวลา สถานที่ ในการดาเนนิ งาน
5. สรปุ ผลการดาเนนิ งาน 1
6. อภปิ รายผลการดาเนินงาน 2
7. ผลท่ีเกดิ จากการดาเนนิ งาน 2
8. ร่องรอย/หลักฐาน 3
9. บทเรยี นที่ไดจ้ ากการดาเนนิ งาน 4
10.สิ่งที่จะดาเนนิ การต่อไป 5
11.ปญั หา /อปุ สรรค 5
12.ข้อเสนอแนะ 5
13.บนั ทกึ กิจกรรมชมุ ชนแห่งการเรียนร้ทู างวชิ าชีพ ภาคเรยี นท่ี ๒/256๓ 5
14.ภาคผนวก ก. 6
15.ภาคผนวก ข. 6
8
๓2
๓6

1

ผลกำรดำเนนิ กิจกรรมชุมชนแหง่ กำรเรียนรู้ทำงวิชำชีพ

1. หลกั กำรและเหตผุ ล
ชุมชนแหง่ การเรยี นรูเ้ ชิงวชิ าชพี (Professional Learning community : PLC) หมายถึง การรวม

กลุ่มกันของครูผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษา ในลักษณะของชุมชนเชิงวิชาการที่มีเป้าหมายเพอื่ พัฒนาคุณภาพ
การศึกษา โดยใช้กระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติ การถอดบทเรียน และการแลกเปล่ียนเรียนรู้ ร่วมกันอย่าง
ต่อเน่ือง (ราชบณั ฑติ ยสถาน, 2558)

จากผลการวิจัยของ สุรพล ธรรมร่มดี (2553) ยืนยันว่าการดาเนินการในรูปแบบ PLC นาไปสู่การ
เปล่ียนแปลงเชิงคุณภาพท้ังด้านวิชาชีพและผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน โดย มีผลดีท้ังต่อครูผู้สอนและนักเรียน
ในแง่ผลดีต่อครูผู้สอน พบว่า PLC ส่งผลต่อครูผู้สอนกล่าวคือลดความรู้สึกโดดเด่ียวในงานสอนของครู
เพิม่ ความรู้สึกผูกพันต่อพนั ธกิจและเป้าหมายของโรงเรยี นมากข้ึน โดยเพ่ิมความกระตอื รือร้นท่ีจะปฏบิ ัติให้บรรลุพนั ธ
กิจอย่างแข็งขัน จนเกิดความรู้สึกว่า ต้องการร่วมกันเรียนรู้และรับผิดชอบต่อพัฒนาการโดยรวมของนักเรียน
ถือเป็นพลงั การเรยี นร้ซู ง่ึ ส่งผลให้การปฏบิ ตั ิการสอนในชัน้ เรียนให้มผี ลดียิ่งขน้ึ รวมท้ังเข้าใจบทบาทและพฤตกิ รรมการ
สอนที่จะช่วยใหน้ ักเรยี นเกิดการเรียนรู้ได้ดีทีส่ ุด ซง่ึ จะเกิดจากการคอยสังเกตอย่างใส่ใจในแงข่ องผลดตี ่อผู้เรียนพบว่า
PLC สามารถลดอัตราการตกซ้าชั้น และจานวนชั้นเรียนที่ต้องเลื่อนหรือชะลอการจัดการเรียนรู้ให้น้อยลง อัตราการ
ขาดเรียนลดลงมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขน้ึ อย่างเด่นชัด สุดท้ายคือมีความแตกต่างด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ระหว่างกลุ่มนักเรียนที่มีภูมหิ ลังไมเ่ หมอื นกันลดลงอยา่ งชดั เจน

จากการศึกษาประโยชน์ของกระบวนการดังกล่าว ผู้จัดทาจึงเกิดความคิดที่จะนากระบวนการ PLC
(Professional Learning Community) เพื่อเป็นการปรับปรุงแก้ปัญหาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกัน
และร่วมกันพัฒนานวัตกรรมที่ใช้ในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แก่นักเรียนในแต่ละกิจกรรมการเรียนรู้
ตลอดจนพัฒนาทกั ษะทางดา้ นคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยขี องนักเรยี นใหด้ ยี งิ่ ขึน้ โดยได้เรม่ิ ดาเนินกจิ กรรมกับนกั เรยี น
ทกุ ระดับชน้ั ของโรงเรยี นบา้ นโพนทัน เพ่ือแกไ้ ขปญั หาท่เี กิดข้ึนจริงในห้องเรียน คือ “ปัญหาการจัดการเรียนการสอน
ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคตดิ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทาให้ไม่สามารถจัดการเรียนการสอน
ได้ตามปกต”ิ เนอ่ื งจากสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) จาเปน็ ตอ้ งมีการ
เว้นระยะห่างทางสังคม มีการแบง่ กลุ่มนกั เรยี น แบ่งเวลาเรยี น ทาให้เวลาเรียนในห้องเรียนน้อยลง สง่ ผลให้การจัดการ
เรียนการสอนไม่ครอบคลุมตามเนอื้ หาการเรยี นรู้

2. วัตถปุ ระสงค์

1) เพ่ือให้นกั เรียนมที ักษะในการฟังและเหน็ คณุ คา่ ของการเป็นผู้ฟงั ท่ดี ี
2) เพือ่ ใหน้ ักเรยี นมผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดบั ทส่ี งู ข้ึน
3) เพม่ิ โอกาสในการเขา้ ถงึ เนื้อหาการเรียนไดจ้ ากอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น เครอื่ งคอมพวิ เตอร์

โทรศัพท์มอื ถอื ผ่านทางระบบเครอื ขา่ ยอินเทอรเ์ น็ต
4) มีนวัตกรรมหรอื คมู่ ือการใช้ทมี่ ีความเหมาะสมและเรา้ ความสนใจของผู้เรยี น

2

3. วธิ ีกำรดำเนนิ งำน
 แนวทำงกำรปฏิบตั ิกจิ กรรมกำรสรำ้ งชมุ ชนกำรเรียนร้ทู ำงวิชำชพี (PLC)
1. แบ่งกลุ่มย่อย ตามความเหมาะสม
2. ใหแ้ ต่ละกลุ่มคดิ แนวทางแก้ไขปัญหา 1 เรือ่ งจากประเดน็ ต่อไปน้ี
1) ปัญหาการเรยี นร้ขู องนกั เรยี น 1 เรื่อง/กลุ่ม
2) ปญั หาด้านการจดั การเรียนการสอนของครู หรือเทคนคิ วธิ กี ารสอนทค่ี รูควรพฒั นา
จานวน 1 เรอื่ ง/กลมุ่
3. จัดทาโครงการ/กิจกรรม การสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชพี (PLC)

 กระบวนกำรของ PLC
ขน้ั ตอนท่ี 1 Community สร้างทมี ครู
ข้ันตอนที่ 2 Practice จัดการเรียนรู้ เช่น การวิเคราะห์หน่วยการเรียนรู้ ร่วมกันออกแบบกิจกรรมการ
เรียนรู้ในการจัดทาแผนการเรียนรู้ เพ่ือแก้ปัญหา หรือพัฒนา และนาสู่การปฏิบัติ โดยมีการเปิดห้องเรียน
เพอื่ การสงั เกตการณส์ อน

เครอื่ งมือในการประเมิน
- แบบนิเทศ 01 แบบสังเกตการณจ์ ัดกจิ กรรมการเรียนการสอน

ข้นั ตอนท่ี 3 Reflection สะทอ้ นคดิ เพอื่ การพฒั นาการปฏบิ ัติ
ขนั้ ตอนที่ 4 Evaluation ประเมินเพ่ือพฒั นาสมรรถนะครู
ขั้นตอนที่ 5 Network Development สรา้ งเครือข่ายการพฒั นา

 บทบำทหนำ้ ท่ขี องสมำชิกกลุ่มตำมกระบวนกำร PLC
- Model Teacher หมายถึง ครูผรู้ บั การนิเทศ หรือ ครผู สู้ อน
- Buddy Teacher หมายถงึ ครคู ู่นเิ ทศ หรือ ครูร่วมเรยี นรู้
- Mentor หมายถึง หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
- Expert หมายถงึ ผเู้ ชีย่ วชาญ เช่น ครู คศ.3 นักวิชาการ อาจารยม์ หาวทิ ยาลัย ศึกษานเิ ทศก์
- Administrator หมายถึง ผ้บู ริหารโรงเรยี น
- Recorder หมายถงึ ผู้บนั ทกึ รายงานการประชุม

4. วนั เวลำ สถำนท่ี ในกำรดำเนนิ งำน
ระยะเวลำ : ตงั้ แต่ วันที่ ๔ ธนั วาคม พ.ศ. 256๓ – ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.256๔
สถำนท่ี : โรงเรยี นบ้านโพนทัน

3

5. สรุปผลกำรดำเนินงำน
 ประเดน็ ดำ้ นผูเ้ รยี น
- นักเรียนมีแรงจูงใจในการเรียนและสามารถศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองจากส่ือการสอน/บทเรียน
ออนไลน์ และจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ท่ีครูแนะนา ทาให้นักเรียนได้เรียนรู้ และพัฒนาความรู้
ความสามารถครบตามหลักสูตร
- นักเรียนมีความรับผิดชอบ มีความกระตือรือร้นในการเรียนมากกว่าปกติ มีความตั้งใจใฝ่หา
ความรู้ใหม่ ๆ ตรงกับระบบการเรียนรทู้ ่ีเนน้ ผเู้ รยี นเปน็ ศูนย์กลาง โดยมีผู้สอนเป็นเพียงผ้แู นะนา
ท่ีปรึกษา และแนะนาแหล่งความรู้ใหม่ ๆ ท่ีเก่ียวข้องกับการเรียน ผู้เรียนสามารถทราบผล
ย้อนกลับของการเรียน รู้ความก้าวหน้าได้จาก E-Mail การประเมินผล การประเมินย่อย โดยใช้
เว็บไซต์เป็นที่ทดสอบและการประเมินผลรวม ที่ใช้การสอบแบบปกติในห้องเรียน เพื่อเป็นการ
ยืนยันว่าผู้เรยี นเรยี นจรงิ และทาขอ้ สอบจรงิ ไดห้ รือไมอ่ ยา่ งไร
- สง่ เสริมให้นักเรียนเกิดการเปลีย่ นแปลงพฤติกรรมการใช้ส่อื สังคมออนไลน์และเครอื ข่ายอินเทอร์เน็ต
ในทางที่เหมาะสม เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวนักเรียน เปรียบเสมือนเป็นตัวกรองที่คอยช่วยให้
นักเรียนสามารถแยกแยะข่าวสารหรือข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วให้รับรู้ได้อย่างมี
คุณภาพ
- นักเรียนมีแรงจูงใจในการเรียนและศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เรียนอย่างมีความสุขและมีปฏิสัมพันธ์
ระหว่างครกู บั นกั เรียน และนักเรยี นกับนกั เรยี นดว้ ยกนั เองเพ่มิ มากขน้ึ
- นักเรียนมีพฤติกรรมท่ีพึงประสงค์หลายประการ เช่น ได้พูดคุย ถกเถียง อย่างมีเหตุผล และยอมรับ
ฟังความคิดเหน็ ของผู้อ่ืนมากข้นึ

 ประเดน็ ดำ้ นกิจกรรม
- ครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนผ่านสื่อเทคโนโลยี ICT ตลอดจนเอกสารประกอบการสอน
เป็นลักษณะการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้นอกชั้นเรียนท่ีทาให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกท่ี
ทุกเวลา
- การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนออนไลนท์ าให้การเรยี นการสอนครอบคลมุ ตามเนอ้ื หา
- ครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนผ่านสื่อเทคโนโลยี ICT ตลอดจนเอกสารประกอบการสอน
เป็นลักษณะการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้นอกช้ันเรียนท่ีทาให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกท่ี ทุก
เวลา
- ครูและผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์/การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทาให้บรรยากาศการเรียนสอนดาเนิน
ไปโดยเน้นผูเ้ รียนเป็นศนู ย์กลางการเรียนรู้

 ประเดน็ ดำ้ นครู
- ครูจะทาหน้าเป็นผู้อานวยท่ีคอยให้ความช่วยเหลือ คาปรึกษา และดึงศักยภาพของผู้เรียนให้
สามารถเรียนรไู้ ดด้ ว้ ยตนเอง สร้างแรงจงู ใจและแรงบันดาลใจในการเรียน

4

 ประเดน็ ส่อื กำรสอน
- สือ่ กจิ กรรมและแหล่งการเรียนรมู้ ีความถูกตอ้ งเหมาะสมมีประสทิ ธภิ าพ (ดา้ นคณุ ภาพ)
- สอ่ื มีความเพียงพอเหมาะสม (ดา้ นปรมิ าณ)
- ผู้เรียน และผู้สอนสามารถเข้าถึงส่ือการเรียนการสอนได้ง่าย โดยจะใช้ web browser
ใดก็ได้ ผู้เรยี นสามารถเรียนจากเครอ่ื งคอมพวิ เตอรท์ ี่ใดก็ได้ และในปัจจบุ นั นกี้ ารเข้าถึงเครอื ขา่ ย
อินเตอร์เนต็ กระทาไดง้ า่ ยขึน้ มาก และยังมคี ่าเชือ่ มตอ่ อินเตอรเ์ น็ตที่มีราคาถูกลงมากว่าแต่กอ่ น
- นักเรียนได้ใช้เคร่ืองมือที่ตนถนัดคือ เทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่ เครือข่ายอินเตอร์เน็ตและ
สังคมออนไลน์ เม่ือได้ใช้หรือทาอะไรที่ตนชอบหรือถนัด จงึ ทาให้ผเู้ รียนศึกษา ค้นคว้าเรียนด้วย
ตนเองได้อย่างอตั โนมัติ ผู้เรียนเกิดการเปลีย่ นแปลงพฤตกิ รรมเป็นไปตามที่ครูต้องการให้เกิดขึ้น
ในตวั ผ้เู รยี น

 ประเด็นด้ำนบรรยำกำศ
- การออกแบบบรรยากาศในห้องเรียนแบบออนไลน์ เป็นสิ่งที่สาคัญท่ีจะทาให้ผู้เรียนให้ความสนใจใคร่รู้และ

พรอ้ มท่จี ะร่วมพูดคุยแลกเปลยี่ นเรียนรอู้ ยา่ งมสี ่วนรว่ มมากขึ้น

6. อภิปรำยผลกำรดำเนนิ งำน

6.1 ผลลพั ธท์ เ่ี กิดจำกกระบวนกำร
1) มอี งค์ความรู้ นวตั กรรม และประเดน็ ความรูท้ ่ีนา่ สนใจ ท่เี กิดข้ึนจากการแลกเปลย่ี น

เรียนรู้ของสมาชิกเครือข่าย ท่ีเป็นประโยชน์กับครู และครูสามารถนาไปใช้ในการพัฒนาให้เกิดประโยชน์
กับผเู้ รียนไดอ้ ย่างเป็นรปู ธรรม (สมาชิกเครือขา่ ยมกี ารนาไปใช้ได้อยา่ งชดั เจน)

2) มรี อ่ งรอยการรายงานผลการนาองคค์ วามรู้ นวตั กรรม และประเดน็ ความรู้ทีน่ ่าสนใจ
ทเ่ี กิดขึน้ ของสมาชิกเครอื ขา่ ยไปใช้ตลอดระยะทดี่ าเนินโครงการทุกครั้งที่มกี ารแลกเปลยี่ นเรยี นรโู้ ดย
สมาชกิ ทุกคน

3) ผสู้ อนหลักและสมาชิกในกลุม่ PLC สามารถนาผลการปฏิบตั กิ ารจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
มาอภิปรายเพื่อแลกเปล่ียนความคิด โดยมีครูผู้สอนหลักเป็นผู้สะท้อนความคิดเก่ียวกับความสาเร็จ
จุดเด่นและจุดทีต่ ้องพัฒนาในการจัดการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

6.2 ผลลพั ธ์ทเ่ี กดิ กบั ผู้เรยี น / ครู / สมำชกิ ทเ่ี ข้ำร่วมเครือข่ำย PLC
1) ผู้เรียนได้การเรียนรู้ตามเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ท่ีกาหนดไว้ทุกประการ และมีความ
ชัดเจนทงั้ เชิงปรมิ าณและคณุ ภาพ
2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนดีข้ึน และทาให้ผู้เรียนได้พัฒนาและเกดิ คุณลักษณะอย่าง
ชัดเจน
3) ผู้สอนได้รับความรู้และประสบการณ์ ซ่ึงเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงและพัฒนาแผนการ
จัดการเรียนรู้ และผู้สอนได้รบั นวัตกรรมและเริ่มวางแผนจัดทาวจิ ยั ปฏบิ ัตกิ ารในชัน้ เรยี น
4) ผ้สู อนสามารถนาความรู้และประสบการณ์ทีไ่ ด้รบั จากการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ไปประยุกต์ใช้
ในการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ และสามารถนาวัตกรรมการเรียนรู้ท่ีได้รับจากการทา
วจิ ัยปฏิบตั กิ ารในชนั้ เรยี นไปใช้พัฒนาคุณภาพการจดั การเรียนรู้

5

6.3 คุณคำ่ ทีเ่ กิดต่อวงกำรศกึ ษำ
1) มีเครือข่ายท่ีชัดเจน และการขยายเครือข่ายแล้วและมีความชัดเจน เป็นรูปธรรมและมี
แนวโนม้ การเกิดเครือข่ายเพมิ่ ขึ้น
2) การร่วมกันรับผิดชอบต่อการเรียนรู้ของนักเรียน ให้ผลการเรียนรู้ที่ต้องการให้เกิดข้ึนในตัว
นกั เรยี น โดยครทู ีเ่ ป็นสมาชกิ ในชุมชนการเรยี นรู้ทางวิชาชพี ทุกคนวางเปา้ หมายรว่ มกัน

7. ผลทีเ่ กดิ จำกกำรดำเนินงำน
7.1 ไดน้ วตั กรรมในการแก้ไขปญั หา
7.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นของนกั เรยี นดขี ้ึน หรอื เปน็ ไปตามเกณฑท์ ี่ตกลงกนั ไว้
7.3 พฤติกรรมของนกั เรียนทม่ี ปี ญั หาเปล่ียนไปในทางที่ดขี ึ้นตามข้อตกลงทต่ี ัง้ ไว้
7.4 นาไปสกู่ ารอบรมคปู องพัฒนาครู และรวบรวมสง่ เพือ่ เกบ็ เป็นหลกั ฐานในการรายงานต่อไป

8. ร่องรอย/หลกั ฐำน
8.1 แผนการจัดการเรียนรู้ พรอ้ มบนั ทึกหลงั การสอน
8.2 ภาพการพูดคุย ปรกึ ษากบั สมาชกิ กลุม่ PLC
8.3 ภาพกิจกรรมการเรียนการสอน
8.4 แบบสงั เกตการณ์จัดกิจกรรมการเรียนการสอน
8.5 ภาพการนเิ ทศการสอน

9. บทเรียนที่ได้จำกกำรดำเนินงำน
ครูผู้สอนได้เล็งเห็นถึงปัญหาที่หลากหลายในห้องเรียน และพฤติกรรมของนักเรียนที่แตกต่างกันใน

แต่ละบคุ คล รวมไปถงึ เรียนรู้ท่ีจะหาแนวทางในการแก้ปัญหาในสถานการณท์ ี่แตกต่างกันผ่านการอภิปรายร่วมกัน
กับเพื่อนครแู ละนักเรยี น

ชมุ ชนการเรยี นรวู้ ชิ าชพี (Professional Learning Community) เป็นกระบวนการทีม่ ปี ระโยชนแ์ ละคมุ้ ค่า
สะท้อนผลเชิงวชิ าชีพ โดยการพูดคยุ สนทนากันระหว่างสมาชกิ ในชุมชนการเรยี นรู้ ทจี่ ะก่อให้เกิดผลทางบวกตอ่ การ
เรียนการสอนและคุณภาพการจัดการศกึ ษาในสถานศกึ ษา หรอื ช่วยพฒั นาการจัดการเรียนรแู้ ละสง่ ผลให้นักเรียนมี
ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นสูงข้นึ

10. สิ่งทีจ่ ะดำเนินกำรต่อไป
การจัดการเรียนการสอนออนไลน์มาใช้ในการแก้ไขปัญหา และเพ่ิมศักยภาพในการจัดการเรียนการสอน

เพื่ออานวยความสะดวกให้ผู้สอนสามารถจัดเตรียมการสอนด้วยสื่อการเรียนรู้ท่ีหลากหลาย น่าสนใจ
โดยพฒั นารปู แบบการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนเป็นแบบ distance learning การเรียนการสอนทางไกล ใช้สื่อ
การเรียนออนไลน์ เช่น Google Classroom , Google Site มาช่วยเพม่ิ เติมจากการเรียนในห้องเรยี นปกติ และทา
ให้ผู้เรียนสามารถอ่านทบทวนเน้ือหาย้อนหลังได้และยังเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้ทุกท่ี ทุกเวลา
จงึ ตอ้ งการเผยแพร่เทคนิคในการดูแลและบริหารชน้ั เรียนให้กับเพ่อื นครูในช้ันเรยี นอน่ื ๆ และผู้ท่ีสนใจตอ่ ไป

6

11. ปญั หำ /อุปสรรค
การพบปะพูดคุยระหว่างครูผู้สอนประจาวิชาไม่ค่อยต่อเนื่องเท่าท่ีควร เนื่องด้วยคาบสอนตรงกัน และใน

บางครัง้ ครผู ูส้ อนมภี าระนอกเหนืองานสอนมาก จึงไมส่ ะดวกในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

12. ขอ้ เสนอแนะ
ควรมีเครอื ข่ายออนไลน์เปน็ สอ่ื กลางในการติดต่อแลกเปล่ยี นประสบการณ์ระหว่างครูที่ทางานร่วมกัน เช่น

กลุ่ม Line หรือ Facebook และควรมีการวิจัยเพื่อหารูปแบบของบทเรียนออนไลน์ ที่เหมาะสมกับการเรียนการ
สอนในระดับช้ันต่าง ๆ เพื่อรองรับการเรียนการสอน เพราะผู้เรียนแต่ละช่วงวัยมีด้านความรู้ และทักษะท่ี
แตกตา่ งกนั

7

บันทกึ กิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนร้ทู างวชิ าชีพ
ภาคเรยี นที่ 2/2563

8

บันทกึ กจิ กรรมชมุ ชนแห่งกำรเรียนรู้ทำงวชิ ำชีพ (Professional Learning Community : PLC)
กล่มุ “รัก กำรเขียน เรียน อำ่ น”

โรงเรียนบ้ำนโพนทัน ต.ดงครง่ั ใหญ่ อ.เกษตรวิสัย

ชือ่ กลมุ่ “รักกำรเขยี น เรยี น อำ่ น”
ครัง้ ท่ี 1 ภำคเรยี นท่ี ๒/256๓ วัน/เดือน/ปี : 4 ธันวาคม 2563
เริ่มดำเนนิ กำรเวลำ 16.00น. เสรจ็ สน้ิ เวลำ 18.00น. รวมระยะเวลำท้งั สน้ิ 2 ช่วั โมง
กจิ กรรมครั้งนีอ้ ยคู่ วำมสอดคล้องกบั กำรพฒั นำบทเรียนร่วมกัน (Lesson study)

 ขน้ั ท่ี 1 วเิ คราะห์และวางแผนการจัดการเรียนรู้ (Analyze & Plan)
 ขัน้ ที่ 2 ปฏบิ ัตแิ ละสงั เกตการเรียนรู้ (Do & See)
 ขน้ั ที่ 3 สะท้อนความคิดและปรับปรงุ ใหม่ (Reflect & Redesign)

จำนวนครทู เี่ ขำ้ รว่ มกิจกรรม 10 คน โดยมรี ายชื่อและบทบาทต่อกิจกรรม ดงั นี้

ท่ี ชอื่ -สกลุ บทบำทหน้ำท่ี ลำยมอื ช่อื

1. นางเณรัชรา ก้านจักร์ ผอู้ านวยการโรงเรียน

2. นางสายยนต์ ทวีนันท์ ผูเ้ ช่ียวชาญ

3. นางวนั ทนา ฉัตรสวุ รรณ หวั หน้างานวิชาการ

4. นางสาวประภสั สร สมศรี ทีป่ รึกษา

5. นางสาวสดุ ารตั น์ เทียมจนั ทร์ ครรู ว่ มเรียนรู้

๖ นางสาวพรทพิ า นามเคน ครูรว่ มเรยี นรู้

๗ นายชนาธปิ สายวิเศษ ครรู ว่ มเรยี นรู้

๘ นายสรุ ศกั ดิ์ พอกสูงเนนิ ครูร่วมเรียนรู้

๙ นายณัฐพิสิษฐ์ ไชยคต ครรู ่วมเรยี นรู้

๑๐ นางณัฐฐินนั ท์ สมุทรศรี ครสู อนหลัก/เลขานกุ าร

1. งำน/กิจกรรม ประชุม วางแผน จดั ทาปฏิทินการดาเนนิ การงานชุมชนการเรยี นรูว้ ชิ าชีพ (PLC)

2. ประเดน็ ปญั หำ/ส่งิ ที่ตอ้ งกำรพัฒนำ (เน้นท่หี ้องเรยี น)
พูดคุยในเรือ่ งของนักเรยี นชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นกลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ปกี ารศึกษา 2563 ต่ากวา่ เกณฑ์ทโ่ี รงเรยี นกาหนด
3. สำเหตขุ องปญั หำ

นักเรียนเขียนสะกดคาที่มีตัวสะกดไม่ถูกต้อง จงึ ส่งผลใหผ้ ลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ากว่าเกณฑ์ที่โรงเรียน
กาหนด

9

4. ควำมรู้และหลักกำรทีน่ ำมำใช้
1.การระดมความคิด Brain Stroming ในการชว่ ยเหลือกันภายในโรงเรยี นเพ่ือวเิ คราะหผ์ ลสัมฤทธ์ิทางการ

เรยี น กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
2.การวเิ คราะห์หลกั สูตรตามมาตรฐานและตัวช้ีวัด กลมุ่ สาะการเรียนรภู้ าษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 3

ท่สี ่งผลให้นกั เรียนมผี ลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นต่ากว่าเกณฑท์ โี่ รงเรยี นกาหนด
5. แนวทำงกำรแก้ปัญหำ
ระดมความคิด วางแผนการวิเคราะห์ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้น

ประถมศกึ ษาปีท่ี 3
6. ผลท่ีได้รบั จำกกิจกรรม

ครูได้ร่วมกันระดมความคิด และร่วมกันวางแผนการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการ
เรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 ดังน้ี

1.การวเิ คราะหผ์ ลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นของผูเ้ รยี นเปน็ รายบุคคล
2.การวิเคราะห์หลักสตู รกลุม่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 3
๗. กำรนำผลท่ไี ดไ้ ปใช้
1.ครไู ดผ้ ลการวิเคราะผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 3
2.ครนู าผลการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน ตามมาตรฐานและตวั ช้ีวัดกล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 3 ไปค้นหาสาเหตุตวั ช้ีวัดและสาระการเรียนรทู้ ีส่ ่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ของนกั เรยี นตา่ กวา่ เกณฑ์

เลกิ ประชมุ เวลา 18.00น.

ลงช่ือ................................... ....................... ผบู้ ันทึก ลงช่อื ผเู้ ช่ียวชาญ
(นางสุจิตร พรหมบตุ ร) (นางสาวอาพร วรวงษ์)

ลงชื่อ ลงชื่อ........................ ...............................ผู้รบั รอง
(นางดวงใจ วิจารย์) (นางสาวอชั ฉรา ขันธวงค์)

หวั หนา้ งานฝา่ ยวชิ าการโรงเรยี นบา้ นโพนแทน่ ผอู้ านวยการโรงเรยี นบ้านโพนแทน่

10

บนั ทกึ กจิ กรรมชุมชนแห่งกำรเรยี นร้ทู ำงวิชำชีพ (Professional Learning Community : PLC)
กลุ่ม “รกั กำรเขยี น เรยี น อำ่ น”

โรงเรยี นบ้ำนโพนทนั ต.ดงคร่งั ใหญ่ อ.เกษตรวิสัย

ช่อื กล่มุ “รักกำรเขียน เรียน อำ่ น”
คร้ังท่ี ๒ ภำคเรยี นท่ี 1/256๓ วนั /เดือน/ปี : 11 ธันวาคม 2563
เริม่ ดำเนนิ กำรเวลำ 16.00น. เสรจ็ ส้นิ เวลำ 18.00น. รวมระยะเวลำทง้ั ส้ิน 2 ช่ัวโมง
กิจกรรมคร้ังนี้อยู่ควำมสอดคลอ้ งกับกำรพฒั นำบทเรียนรว่ มกัน (Lesson study)

 ขน้ั ท่ี 1 วเิ คราะห์และวางแผนการจัดการเรียนรู้ (Analyze & Plan)
 ขนั้ ท่ี 2 ปฏิบัติและสังเกตการเรยี นรู้ (Do & See)
 ข้ันที่ 3 สะทอ้ นความคิดและปรับปรงุ ใหม่ (Reflect & Redesign)

จำนวนครทู ี่เขำ้ รว่ มกิจกรรม 10 คน โดยมรี ายชื่อและบทบาทต่อกิจกรรม ดงั นี้

ท่ี ชื่อ-สกุล บทบำทหน้ำที่ ลำยมอื ชือ่

1. นางเณรัชรา กา้ นจักร์ ผอู้ านวยการโรงเรียน

2. นางสายยนต์ ทวีนันท์ ผู้เชย่ี วชาญ

3. นางวนั ทนา ฉัตรสวุ รรณ หัวหน้างานวิชาการ

4. นางสาวประภสั สร สมศรี ทีป่ รกึ ษา

5. นางสาวสดุ ารัตน์ เทียมจนั ทร์ ครูร่วมเรยี นรู้

๖ นางสาวพรทิพา นามเคน ครรู ว่ มเรยี นรู้

๗ นายชนาธิป สายวเิ ศษ ครูร่วมเรียนรู้

๘ นายสุรศักด์ิ พอกสูงเนนิ ครูร่วมเรยี นรู้

๙ นายณฐั พิสษิ ฐ์ ไชยคต ครรู ่วมเรยี นรู้

๑๐ นางณัฐฐนิ นั ท์ สมุทรศรี ครูสอนหลัก/เลขานุการ

1. งำน/กจิ กรรม วิเคราะห์ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 ของปีที่
ผ่านมา

2. ประเด็นปญั หำ/ส่งิ ท่ีต้องกำรพัฒนำ (เน้นท่ีหอ้ งเรยี น)
พูดคุยในเร่อื งของนักเรยี นช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ปีการศึกษา 2563 ตา่ กว่าเกณฑ์ทโ่ี รงเรียนกาหนด

3. สำเหตขุ องปัญหำ
นักเรียนเขียนสะกดคาที่มีตัวสะกดไม่ถกู ต้อง จึงส่งผลใหผ้ ลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ากว่าเกณฑ์ทีโ่ รงเรียน

กาหนด
4. ควำมรู้และหลักกำรทน่ี ำมำใช้

11

1.การระดมความคิด Brain Stroming ในการชว่ ยเหลือกนั ภายในโรงเรยี นเพ่ือวิเคราะห์ผลสัมฤทธิท์ างการ
เรยี น กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

2.การวเิ คราะหห์ ลกั สูตรตามมาตรฐานและตวั ช้วี ดั กลุ่มสาะการเรียนร้ภู าษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 3
ที่ส่งผลให้นกั เรยี นมผี ลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นต่ากว่าเกณฑ์ทีโ่ รงเรยี นกาหนด

5. แนวทำงกำรแก้ปญั หำ
ระดมความคิด วางแผนการวิเคราะห์ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ัน
ประถมศึกษาปที ี่ 3
6. ผลที่ได้รับจำกกจิ กรรม
ครูได้ร่วมกันระดมความคิด และร่วมกันวางแผนการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการ
เรยี นรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 ดงั น้ี
1.การวเิ คราะหผ์ ลสัมฤทธท์ิ างการเรียนของผูเ้ รียนเปน็ รายบุคคล
2.การวเิ คราะห์หลักสตู รกล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 3
๗. กำรนำผลทไี่ ด้ไปใช้
1.ครไู ดผ้ ลการวิเคราะผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 3
2.ครนู าผลการวเิ คราะหผ์ ลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ตามมาตรฐานและตวั ช้ีวดั กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 ไปคน้ หาสาเหตตุ วั ชว้ี ดั และสาระการเรยี นรทู้ ส่ี ่งผลให้ผลสมั ฤทธขิ์ องนักเรยี นต่ากวา่ เกณฑ์

เลกิ ประชมุ เวลา 18.00น.

ลงชอ่ื ................................... ....................... ผบู้ ันทึก ลงชื่อ ผเู้ ชย่ี วชาญ
(นางสุจิตร พรหมบุตร) (นางสาวอาพร วรวงษ์)

ลงชอ่ื ลงชื่อ........................ ...............................ผรู้ บั รอง
(นางดวงใจ วจิ ารย์) (นางสาวอชั ฉรา ขันธวงค์)

หวั หนา้ งานฝ่ายวชิ าการโรงเรียนบา้ นโพนแทน่ ผ้อู านวยการโรงเรียนบา้ นโพนแท่น

12

บนั ทกึ กิจกรรมชุมชนแหง่ กำรเรียนร้ทู ำงวชิ ำชีพ (Professional Learning Community : PLC)
กลมุ่ “รกั กำรเขียน เรียน อำ่ น”

โรงเรยี นบ้ำนโพนทนั ต.ดงครงั่ ใหญ่ อ.เกษตรวิสยั

ช่ือกลุ่ม “รกั กำรเขยี น เรยี น อ่ำน”
ครั้งที่ ๓ ภำคเรียนที่ ๒/256๓ วนั /เดือน/ปี : 18 ธนั วาคม 2563
เร่มิ ดำเนนิ กำรเวลำ 16.00น. เสรจ็ สน้ิ เวลำ 18.00น. รวมระยะเวลำทั้งสิ้น 2 ชวั่ โมง
กจิ กรรมครั้งนี้อยูค่ วำมสอดคล้องกบั กำรพฒั นำบทเรียนรว่ มกัน (Lesson study)

 ข้นั ที่ 1 วิเคราะหแ์ ละวางแผนการจดั การเรียนรู้ (Analyze & Plan)
 ข้นั ท่ี 2 ปฏิบตั แิ ละสังเกตการเรียนรู้ (Do & See)
 ขัน้ ท่ี 3 สะทอ้ นความคิดและปรับปรุงใหม่ (Reflect & Redesign)

จำนวนครทู ่ีเข้ำรว่ มกิจกรรม 10 คน โดยมรี ายช่ือและบทบาทต่อกจิ กรรม ดงั น้ี

ท่ี ชอ่ื -สกุล บทบำทหน้ำที่ ลำยมอื ชอ่ื

1. นางเณรัชรา กา้ นจกั ร์ ผูอ้ านวยการโรงเรยี น

2. นางสายยนต์ ทวีนนั ท์ ผู้เช่ียวชาญ

3. นางวนั ทนา ฉตั รสุวรรณ หวั หนา้ งานวิชาการ

4. นางสาวประภสั สร สมศรี ท่ปี รกึ ษา

5. นางสาวสดุ ารัตน์ เทียมจนั ทร์ ครูร่วมเรยี นรู้

๖ นางสาวพรทิพา นามเคน ครูรว่ มเรียนรู้

๗ นายชนาธิป สายวิเศษ ครรู ว่ มเรียนรู้

๘ นายสุรศกั ดิ์ พอกสูงเนิน ครูรว่ มเรียนรู้

๙ นายณัฐพสิ ษิ ฐ์ ไชยคต ครรู ว่ มเรยี นรู้

๑๐ นางณฐั ฐินันท์ สมุทรศรี ครสู อนหลัก/เลขานกุ าร

1. งำน/กิจกรรม กิจกรรมค้นหาปัญหาและหาสาเหตุของปัญหาท่ีส่งผลให้นกั เรยี นมผี ลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น

กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3 ต่ากวา่ เกณฑ์ท่ีโรงเรียนกาหนด
2. ประเดน็ ปญั หำ/สงิ่ ทต่ี ้องกำรพัฒนำ

นักเรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ต่ากว่าเกณฑ์ท่ี

โรงเรียนกาหนด
3. สำเหตขุ องปัญหำ

นักเรียนเขียนสะกดคาที่มีตัวสะกดไม่ถกู ต้อง จงึ ส่งผลให้ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนต่ากว่าเกณฑ์ท่ีโรงเรียน
กาหนด
4. ควำมรแู้ ละหลกั กำรทีน่ ำมำใช้

13

การระดมความคิด Brain Stroming ในการช่วยเหลือกันภายในโรงเรียนเพื่อค้นหาปัญหาและสาเหตุของ
ปัญหา ทีส่ ่งผลให้นกั เรยี นมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3
ต่ากวา่ เกณฑท์ โ่ี รงเรียนกาหนด

5. แนวทำงกำรแก้ปญั หำ
ระดมความคิด วางแผนร่วมกัน เพ่ือค้นหาปัญหาและสาเหตุของปัญหาจากการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์

ทางการเรยี น พบตวั ช้วี ัดท่ีสง่ ผลให้นักเรยี นมีผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนต่ากวา่ เกณฑ์ทโ่ี รงเรียนกาหนด ดังนี้
ท 2.1 ป.3/5 เขยี นเร่ืองตามจนิ ตนาการ
ท 2.1 ป.3/6 มีมารยาทในการเขยี น
ท 4.1 ป.3/1 เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา

6. ผลทไ่ี ด้รบั จำกกจิ กรรม
ครูได้ร่วมกันระดมความคิด ค้นหาปัญหาและสาเหตุของปัญหาที่ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธ์ิทางการ

เรยี น กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 3 ตา่ กว่าเกณฑท์ ่ีกาหนด สรุปผลดงั นี้
1. นักเรยี นเขยี นสะกดคาไม่ถูกตอ้ ง
2. นกั เรียนเขียนสือ่ สารดว้ ยคาและประโยคตา่ งๆ ไมถ่ กู ตอ้ งตามหลกั ภาษา
3. ครไู มม่ ีความรู้ความเข้าใจในการจัดการเรยี นร้แู บบ Active Learning
๗. กำรนำผลท่ไี ด้ไปใช้

ครูนาผลทไ่ี ด้จากการระดมความคิด คน้ หาปัญหาและสาเหตขุ องปญั หาไปออกแบบ คิดคน้ หาแนวทางใน
การแก้ปัญหา สรา้ งนวัตกรรมทางการศกึ ษา เพอื่ ยกระดบั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 3 ให้สูงข้นึ

เลิกประชุมเวลา 18.00น.

ลงช่ือ................................... ....................... ผูบ้ นั ทกึ ลงชอื่ ผเู้ ช่ยี วชาญ
(นางสุจิตร พรหมบตุ ร) (นางสาวอาพร วรวงษ์)

ลงชือ่ ลงชือ่ ........................ ...............................ผู้รบั รอง
(นางดวงใจ วจิ ารย์) (นางสาวอชั ฉรา ขนั ธวงค์)

หวั หน้างานฝ่ายวิชาการโรงเรียนบ้านโพนแท่น ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านโพนแท่น

14

บนั ทกึ กิจกรรมชมุ ชนแหง่ กำรเรียนรทู้ ำงวิชำชพี (Professional Learning Community : PLC)
กลุ่ม “รกั กำรเขยี น เรยี น อำ่ น”

โรงเรียนบำ้ นโพนทนั ต.ดงครง่ั ใหญ่ อ.เกษตรวิสยั

ช่อื กลุ่ม “รกั กำรเขียน เรยี น อำ่ น”
คร้ังท่ี ๔ ภำคเรยี นท่ี ๒/256๓ วนั /เดือน/ปี : 25 ธนั วาคม 2563
เริ่มดำเนินกำรเวลำ 16.00น. เสรจ็ ส้นิ เวลำ 18.00น. รวมระยะเวลำทง้ั สิ้น 2 ช่ัวโมง
กจิ กรรมครั้งนี้อยู่ควำมสอดคลอ้ งกับกำรพฒั นำบทเรยี นรว่ มกัน (Lesson study)

 ขั้นที่ 1 วิเคราะห์และวางแผนการจัดการเรยี นรู้ (Analyze & Plan)
 ขนั้ ที่ 2 ปฏิบตั ิและสงั เกตการเรยี นรู้ (Do & See)
 ขน้ั ที่ 3 สะทอ้ นความคิดและปรบั ปรงุ ใหม่ (Reflect & Redesign)

จำนวนครูท่ีเข้ำร่วมกิจกรรม 10 คน โดยมรี ายช่ือและบทบาทตอ่ กิจกรรม ดังน้ี

ท่ี ชอื่ -สกุล บทบำทหน้ำที่ ลำยมอื ชื่อ

1. นางเณรชั รา ก้านจักร์ ผู้อานวยการโรงเรยี น

2. นางสายยนต์ ทวีนนั ท์ ผเู้ ชย่ี วชาญ

3. นางวันทนา ฉตั รสุวรรณ หัวหน้างานวิชาการ

4. นางสาวประภสั สร สมศรี ทีป่ รึกษา

5. นางสาวสดุ ารัตน์ เทยี มจนั ทร์ ครรู ่วมเรยี นรู้

๖ นางสาวพรทพิ า นามเคน ครูรว่ มเรยี นรู้

๗ นายชนาธปิ สายวิเศษ ครูร่วมเรียนรู้

๘ นายสุรศกั ด์ิ พอกสูงเนิน ครรู ่วมเรยี นรู้

๙ นายณฐั พิสิษฐ์ ไชยคต ครรู ว่ มเรยี นรู้

๑๐ นางณัฐฐินนั ท์ สมุทรศรี ครูสอนหลัก/เลขานกุ าร

1. งำน/กจิ กรรม กิจกรรมรว่ มกนั หาแนวทางแกป้ ัญหา เพอื่ ยกระดบั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน กลุ่มสาระการ
เรยี นร้ภู าษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3

2. ประเด็นปัญหำ/สิ่งท่ีต้องกำรพัฒนำ
นักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ต่ากว่าเกณฑ์ที่

โรงเรียนกาหนด

3. สำเหตุของปัญหำ
นักเรียนช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 3 มีผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ต่ากวา่ เกณฑ์ท่ี

กาหนด พบสาเหตุดงั น้ี
1. นักเรียนเขียนสะกดคาไมถ่ ูกต้อง
2. นักเรยี นเขียนสือ่ สารด้วยคาและประโยคตา่ งๆ ไม่ถกู ต้องตามหลกั ภาษา

15

3. ครูไมม่ ีความรู้ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning
4. ควำมรูแ้ ละหลกั กำรทน่ี ำมำใช้

การระดมความคิด Brain Stroming ในการช่วยเหลือกันภายในโรงเรียนเพ่ือค้นหาปัญหาและสาเหตุของ
ปญั หา ทส่ี ง่ ผลใหน้ ักเรียนมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3
ต่ากวา่ เกณฑท์ ่โี รงเรยี นกาหนด
5. แนวทำงกำรแก้ปญั หำ

ระดมความคดิ วางแผนรว่ มกัน เพ่อื ค้นหาแนวทางในการแกป้ ญั หานักเรยี นมผี ลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นตา่

กว่าเกณฑท์ ่โี รงเรียนก่าหนด สรปุ ได้แนวทางการแก้ปญั หา ดังนี้

1.การวเิ คราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล
2.การวเิ คราะหห์ ลักสูตรกลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3
3.การปรบั เปลย่ี นวิธีการสอน
4.การจดั ทาวิจัยในชนั้ เรียน
5.การจัดทานวตั กรรมทางการศึกษาเพื่อแก้ปัญหา และยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
6. ผลท่ไี ด้รับจำกกจิ กรรม
ครูได้ร่วมกันระดมความคดิ และรว่ มกันวางแผน เพื่อยกระดบั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน กลุ่มสาระการ
เรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 3 ให้สงู ข้ึนดงั นี้
1.การวิเคราะห์ผูเ้ รยี นเป็นรายบุคคล
2.การวิเคราะห์หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3
3.การปรับเปลีย่ นวธิ กี ารสอน
4.การจดั ทาวจิ ัยในช้ันเรียน
5.การจดั ทานวตั กรรมทางการศกึ ษาเพอ่ื แกป้ ญั หา และยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน
๗. กำรนำผลที่ไดไ้ ปใช้
ครนู าผลทีไ่ ด้จากการระดมความคิด คน้ หาปญั หาและสาเหตุของปญั หาไปดาเนินการดงั น้ี
1. วเิ คราะห์ผู้เรียนเปน็ รายบุคคล
2. วิเคราะหห์ ลกั สตู รกล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3
3. คดิ ค้นออกแบบวิธกี ารสอนทีเ่ หมาะสมกบั เน้ือหาและผูเ้ รยี น
4. จัดทาวจิ ัยในช้นั เรยี น
5. ออกแบบนวัตกรรมทางการศึกษาเพ่ือแกป้ ญั หาการเขียน

เลกิ ประชมุ เวลา 18.00น.

ลงชอ่ื ................................... ....................... ผ้บู ันทกึ ลงชอื่ ผเู้ ชยี่ วชาญ
(นางสจุ ิตร พรหมบตุ ร) (นางสาวอาพร วรวงษ์)

ลงช่ือ ลงช่ือ........................ ...............................ผรู้ บั รอง
(นางดวงใจ วิจารย์) (นางสาวอัชฉรา ขนั ธวงค์)

หวั หนา้ งานฝา่ ยวชิ าการโรงเรยี นบ้านโพนแทน่ ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นโพนแท่น

16

บันทึกกจิ กรรมชุมชนแห่งกำรเรยี นรทู้ ำงวิชำชีพ (Professional Learning Community : PLC)

กลมุ่ “รกั กำรเขียน เรียน อ่ำน”
โรงเรียนบำ้ นโพนทนั ต.ดงคร่งั ใหญ่ อ.เกษตรวิสัย

ชื่อกล่มุ “รกั กำรเขียน เรยี น อำ่ น”
คร้ังท่ี ๕ ภำคเรียนท่ี ๒/256๓ วัน/เดือน/ปี : 31 ธนั วาคม 2563
เร่มิ ดำเนนิ กำรเวลำ 16.00น. เสร็จสนิ้ เวลำ 18.00น. รวมระยะเวลำทั้งสิ้น 2 ชัว่ โมง
กิจกรรมครั้งน้อี ยคู่ วำมสอดคลอ้ งกบั กำรพัฒนำบทเรยี นรว่ มกัน (Lesson study)

 ขั้นท่ี 1 วิเคราะห์และวางแผนการจดั การเรียนรู้ (Analyze & Plan)
 ขั้นท่ี 2 ปฏบิ ัตแิ ละสังเกตการเรยี นรู้ (Do & See)
 ขนั้ ท่ี 3 สะทอ้ นความคิดและปรบั ปรงุ ใหม่ (Reflect & Redesign)

จำนวนครูท่เี ขำ้ รว่ มกิจกรรม 10 คน โดยมีรายช่ือและบทบาทต่อกิจกรรม ดงั นี้

ท่ี ช่อื -สกลุ บทบำทหนำ้ ท่ี ลำยมือชือ่

1. นางเณรชั รา กา้ นจักร์ ผู้อานวยการโรงเรยี น

2. นางสายยนต์ ทวีนันท์ ผเู้ ช่ียวชาญ

3. นางวนั ทนา ฉัตรสวุ รรณ หวั หนา้ งานวิชาการ

4. นางสาวประภัสสร สมศรี ที่ปรึกษา

5. นางสาวสดุ ารตั น์ เทยี มจันทร์ ครรู ว่ มเรียนรู้

๖ นางสาวพรทพิ า นามเคน ครูรว่ มเรียนรู้

๗ นายชนาธิป สายวิเศษ ครูรว่ มเรียนรู้

๘ นายสุรศกั ดิ์ พอกสงู เนนิ ครูร่วมเรยี นรู้

๙ นายณฐั พสิ ษิ ฐ์ ไชยคต ครรู ่วมเรยี นรู้

๑๐ นางณฐั ฐนิ ันท์ สมุทรศรี ครสู อนหลกั /เลขานุการ

1. งำน/กิจกรรม การศึกษาและวเิ คราะห์หลักสูตร กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 เพอ่ื
แกป้ ัญหาให้สอดคลอ้ งกบั มาตรฐานและตัวช้ีวดั

2. ประเดน็ ปัญหำ/สง่ิ ท่ตี ้องกำรพฒั นำ
นกั เรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ต่ากว่าเกณฑ์ที่

โรงเรียนกาหนด

3. สำเหตุของปญั หำ
นักเรียนช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 มีผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ต่ากวา่ เกณฑท์ ี่

กาหนด พบสาเหตุดงั นี้
1. นักเรียนเขียนสะกดคามาตราตัวสะกดไมถ่ ูกตอ้ ง
2. นกั เรยี นเขียนสอ่ื สารดว้ ยคาและประโยคต่างๆ ไม่ถกู ตอ้ งตามหลักภาษา

3. ครไู มม่ ีความรู้ความเขา้ ใจในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning

17

4. ควำมรู้และหลกั กำรที่นำมำใช้
1. การระดมความคิด Brain Stroming ในการชว่ ยเหลอื กันภายในโรงเรียน
2. การศกึ ษาและวเิ คราะห์หลกั สูตร กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 3

5. แนวทำงกำรแกป้ ญั หำ
ร่วมกันระดมความคดิ และรว่ มกันวางแผน เพอ่ื คน้ หาปญั หาและสาเหตขุ องปัญหา สูก่ ารวเิ คราะห์

หลกั สตู รกลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 เพ่อื ยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น กลมุ่ สาระ
การเรยี นร้ภู าษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 ใหส้ ูงข้ึน
6. ผลที่ได้รับจำกกจิ กรรม

จากการระดมความคดิ และร่วมกนั วางแผน วเิ คราะหห์ ลกั สตู รกลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชน้ั
ประถมศึกษาปที ี่ 3 สรุปผลดงั นี้
1.ตวั ชี้ชัดท่ีส่งผลใหน้ กั เรียนมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนตา่ กว่าเกณฑ์ทีโ่ รงเรียนกาหนด ดงั น้ี

ท 2.1 ป.3/5 เขยี นเรอื่ งตามจนิ ตนาการทางการเรยี น
๗. กำรนำผลท่ไี ดไ้ ปใช้

นาผลการระดมความคิดจากการวเิ คราะหห์ ลกั สูตร กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 3
โดยนาตัวชว้ี ดั ทเี่ ปน็ ปัญหาไปออกแบบวิธกี าร และออกแบบนวตั กรรมเพื่อแกป้ ัญหาตามมาตรฐานและตวั ชวี้ ดั

เลกิ ประชุมเวลา 18.00น.

ลงชอ่ื ................................... ....................... ผบู้ นั ทึก ลงช่อื ผเู้ ชี่ยวชาญ
(นางสจุ ิตร พรหมบุตร) (นางสาวอาพร วรวงษ์)

ลงช่อื ลงชอ่ื ........................ ...............................ผ้รู บั รอง
(นางดวงใจ วิจารย์) (นางสาวอัชฉรา ขนั ธวงค์)

หัวหนา้ งานฝ่ายวชิ าการโรงเรยี นบ้านโพนแท่น ผอู้ านวยการโรงเรยี นบา้ นโพนแท่น

18

บนั ทกึ กิจกรรมชมุ ชนแห่งกำรเรียนรทู้ ำงวิชำชีพ (Professional Learning Community : PLC)
กลุ่ม “รัก กำรเขยี น เรยี น อ่ำน”

โรงเรยี นบ้ำนโพนทัน ต.ดงครัง่ ใหญ่ อ.เกษตรวิสัย

ชื่อกลุ่ม “รักกำรเขยี น เรยี น อำ่ น”
คร้ังที่ ๖ ภำคเรยี นท่ี ๒/256๓ วัน/เดือน/ปี : 8 มกราคม 2564
เร่มิ ดำเนนิ กำรเวลำ 16.00น. เสรจ็ สิ้นเวลำ 18.00น. รวมระยะเวลำทงั้ ส้นิ 2 ชัว่ โมง
กจิ กรรมคร้ังนีอ้ ยู่ควำมสอดคลอ้ งกบั กำรพฒั นำบทเรยี นร่วมกนั (Lesson study)

 ขั้นท่ี 1 วิเคราะห์และวางแผนการจดั การเรยี นรู้ (Analyze & Plan)
 ขน้ั ที่ 2 ปฏิบตั แิ ละสังเกตการเรยี นรู้ (Do & See)
 ข้นั ที่ 3 สะทอ้ นความคิดและปรับปรุงใหม่ (Reflect & Redesign)

จำนวนครูทีเ่ ขำ้ ร่วมกจิ กรรม 10 คน โดยมรี ายชื่อและบทบาทตอ่ กิจกรรม ดงั น้ี

ท่ี ชอื่ -สกุล บทบำทหนำ้ ที่ ลำยมือชอ่ื

1. นางเณรัชรา ก้านจกั ร์ ผอู้ านวยการโรงเรียน

2. นางสายยนต์ ทวีนันท์ ผู้เช่ียวชาญ

3. นางวนั ทนา ฉตั รสุวรรณ หวั หนา้ งานวชิ าการ

4. นางสาวประภสั สร สมศรี ทีป่ รึกษา

5. นางสาวสดุ ารตั น์ เทียมจันทร์ ครรู ่วมเรียนรู้

๖ นางสาวพรทิพา นามเคน ครรู ่วมเรยี นรู้

๗ นายชนาธปิ สายวเิ ศษ ครูร่วมเรยี นรู้

๘ นายสรุ ศกั ด์ิ พอกสูงเนิน ครรู ว่ มเรียนรู้

๙ นายณฐั พสิ ิษฐ์ ไชยคต ครูรว่ มเรยี นรู้

๑๐ นางณัฐฐินันท์ สมุทรศรี ครสู อนหลัก/เลขานุการ

1. งำน/กิจกรรม การออกแบบวิธีการ/นวตั กรรมในการแก้ปญั หาเพื่อแกป้ ัญหาการอา่ นและการเขียน กลุ่มสาระ
การเรียนรู้ภาษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3

2. ประเดน็ ปญั หำ/สิง่ ทตี่ อ้ งกำรพัฒนำ
นักเรียนช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3 มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ต่ากว่าเกณฑ์ท่ี

โรงเรียนกาหนด

3. สำเหตุของปัญหำ
นกั เรียนช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 3 มีผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ต่ากว่าเกณฑท์ ี่

กาหนด พบสาเหตุดงั น้ี
1. นกั เรียนเขียนสะกดคามาตราตวั สะกดไม่ถูกตอ้ ง
2. นักเรียนเขียนส่อื สารด้วยคาและประโยคตา่ งๆ ไมถ่ กู ต้องตามหลกั ภาษา

19

3. ครไู มม่ ีความรคู้ วามเข้าใจในการจดั การเรยี นรแู้ บบ Active Learning
4. ควำมรูแ้ ละหลกั กำรท่นี ำมำใช้

1. การออกแบบนวตั กรรมทางการศึกษา เพอื่ พัฒนาทกั ษะการเขยี นคามาตราตวั สะกด
2. ความรู้เกีย่ วกบั แบบฝกึ ทักษะ
3. ลักษณะของแบบฝึกทกั ษะทดี่ ี
4. ความร้เู กย่ี วกบั การเขียน
5. ความรเู้ ก่ยี วกบั การจดั การเรียนรแู้ บบ Active Learning
5. แนวทำงกำรแกป้ ญั หำ
1.รว่ มกนั ระดมความคดิ เพอื่ ออกแบบนวัตกรรมทางการศกึ ษา ทชี่ ว่ ยพัฒนาการเขียนสะกดคามาตรา
ตวั สะกด
2.ร่วมกนั ระดมความคิดออกแบบการจัดการเรียนร้แู บบ Active Learning ท่ีช่วยพฒั นาทักษะการเขยี น
สะกดคามาตราตวั สะกด
6. ผลท่ไี ดร้ ับจำกกิจกรรม
จากการระดมความคิด และร่วมกันวางแผน ออกแบบนวตั กรรมทางการศกึ ษา มีความเห็นรว่ มกนั
จดั ทานวัตกรรมแบบฝึกทกั ษะการอา่ นและการเขียนคามาตราตัวสะกด กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชน้ั
ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 จัดทานวัตกรรม 8 เลม่ ดงั นี้

เลม่ ท่ี 1 มาตราตัวสะกดแมก่ ง
เล่มที่ 2 มาตราตวั สะกดแมก่ ม
เลม่ ที่ 3 มาตราตวั สะกดแม่กน
เล่มที่ 4 มาตราตัวสะกดแม่เกย
เลม่ ที่ 5 มาตราตวั สะกดแมเ่ กอว
เลม่ ท่ี 6 มาตราตวั สะกดแม่กก
เล่มท่ี 7 มาตราตวั สะกดแมก่ ด
เลม่ ที่ 8 มาตราตวั สะกดแมก่ บ
๗. กำรนำผลที่ไดไ้ ปใช้
น่าผลการระดมความคิดจากการออกแบบนวัตกรรมทางการศกึ ษาการใชแ้ บบฝึกทักษะการเขยี นค่ามาตรา

ตัวสะกด ไปออกแบบจัดทา่ รปู เล่มนวัตกรรมให้ครบถ้วนตามองค์ประกอบของแบบฝกึ ทักษะ

เลกิ ประชมุ เวลา 18.00น.

ลงชื่อ................................... ....................... ผู้บันทึก ลงชื่อ ผเู้ ช่ียวชาญ
(นางสุจิตร พรหมบุตร) (นางสาวอาพร วรวงษ์)

ลงช่ือ ลงชื่อ........................ ...............................ผรู้ ับรอง
(นางดวงใจ วจิ ารย์) (นางสาวอัชฉรา ขนั ธวงค์)

หวั หนา้ งานฝ่ายวิชาการโรงเรียนบ้านโพนแท่น ผู้อานวยการโรงเรยี นบ้านโพนแท่น

20

บันทึกกิจกรรมชมุ ชนแหง่ กำรเรียนรูท้ ำงวชิ ำชีพ (Professional Learning Community : PLC)
กลมุ่ “รัก กำรเขยี น เรียน อำ่ น”

โรงเรยี นบ้ำนโพนทัน ต.ดงครั่งใหญ่ อ.เกษตรวิสยั

ชอ่ื กลุม่ “รักกำรเขียน เรยี น อำ่ น”
ครงั้ ที่ ๗ ภำคเรยี นท่ี ๒/256๓ วัน/เดอื น/ปี : 15 มกราคม 2564
เร่มิ ดำเนินกำรเวลำ 16.00น. เสร็จสิ้นเวลำ 18.00น. รวมระยะเวลำทง้ั สิน้ 2 ชั่วโมง
กจิ กรรมคร้ังนีอ้ ยูค่ วำมสอดคลอ้ งกบั กำรพัฒนำบทเรียนรว่ มกัน (Lesson study)

 ข้ันที่ 1 วิเคราะห์และวางแผนการจดั การเรยี นรู้ (Analyze & Plan)
 ขั้นที่ 2 ปฏิบตั ิและสงั เกตการเรยี นรู้ (Do & See)
 ขัน้ ที่ 3 สะทอ้ นความคิดและปรบั ปรงุ ใหม่ (Reflect & Redesign)

1. จำนวนครทู ี่เขำ้ รว่ มกิจกรรม 10 คน โดยมีรายชื่อและบทบาทตอ่ กจิ กรรม ดงั น้ี

ท่ี ชอ่ื -สกุล บทบำทหน้ำท่ี ลำยมอื ชอ่ื

1. นางเณรชั รา ก้านจกั ร์ ผู้อานวยการโรงเรียน

2. นางสายยนต์ ทวนี ันท์ ผเู้ ชยี่ วชาญ

3. นางวันทนา ฉตั รสุวรรณ หวั หนา้ งานวิชาการ

4. นางสาวประภสั สร สมศรี ทป่ี รกึ ษา

5. นางสาวสดุ ารัตน์ เทียมจนั ทร์ ครูรว่ มเรียนรู้

๖ นางสาวพรทพิ า นามเคน ครูร่วมเรียนรู้

๗ นายชนาธปิ สายวิเศษ ครรู ่วมเรียนรู้

๘ นายสุรศักดิ์ พอกสงู เนนิ ครรู ่วมเรยี นรู้

๙ นายณฐั พสิ ษิ ฐ์ ไชยคต ครูรว่ มเรียนรู้

๑๐ นางณัฐฐนิ ันท์ สมุทรศรี ครสู อนหลกั /เลขานุการ

2. งำน/กจิ กรรม การจัดทานวัตกรรมทางการศกึ ษา เร่ือง การใช้แบบฝึกทักษะการเขียนคามาตราตัวสะกด

กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3
2. ประเดน็ ปญั หำ/ส่ิงท่ตี ้องกำรพฒั นำ

นักเรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ต่ากว่าเกณฑ์ที่
โรงเรียนกาหนด
3. สำเหตุของปัญหำ

นกั เรยี นช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 มีผลสัมฤทธิท์ างการเรยี น กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ต่ากวา่ เกณฑท์ ี่
กาหนด พบสาเหตุดงั นี้

1. นกั เรยี นเขียนสะกดคามาตราตัวสะกดไมถ่ ูกตอ้ ง
2. นักเรียนเขียนส่ือสารด้วยคาและประโยคตา่ งๆ ไม่ถกู ต้องตามหลักภาษา
3. ครูไมม่ ีความรคู้ วามเข้าใจในการจัดการเรียนรแู้ บบ Active Learning

21

4. ควำมรแู้ ละหลักกำรทนี่ ำมำใช้
1 การออกแบบนวัตกรรมทางการศกึ ษา เพอื่ พัฒนาทักษะการเขยี นคามาตราตัวสะกด
2 ความรเู้ ก่ียวกบั แบบฝกึ ทกั ษะ
3 ลกั ษณะของแบบฝึกทกั ษะท่ีดี
4 ความร้เู ก่ยี วกบั การเขยี น
5 ความร้เู กีย่ วกับการจดั การเรียนรู้แบบ Active Learning

5. แนวทำงกำรแก้ปญั หำ
1.รว่ มกันระดมความคดิ เพอ่ื ออกแบบนวตั กรรมทางการศึกษา ทชี่ ว่ ยพัฒนาการเขยี นสะกดคามาตรา

ตวั สะกด
2.รว่ มกนั ระดมความคิดออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ทช่ี ว่ ยพัฒนาทักษะและการ

เขียนสะกดคามาตราตวั สะกด
6. ผลทีไ่ ดร้ ับจำกกิจกรรม

จากการระดมความคิด และร่วมกันวางแผน ออกแบบนวตั กรรมทางการศึกษา มีความเหน็ รว่ มกนั
จดั ทานวัตกรรมแบบฝกึ ทักษะการเขยี นคามาตราตวั สะกด กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 3
จดั ทานวตั กรรม 8 เล่ม ดังน้ี

เล่มท่ี 1 มาตราตัวสะกดแม่กง
เล่มที่ 2 มาตราตวั สะกดแมก่ ม
เล่มท่ี 3 มาตราตวั สะกดแม่กน
เลม่ ท่ี 4 มาตราตัวสะกดแม่เกย
เล่มท่ี 5 มาตราตวั สะกดแม่เกอว
เลม่ ที่ 6 มาตราตวั สะกดแม่กก
เล่มที่ 7 มาตราตัวสะกดแมก่ ด
เลม่ ที่ 8 มาตราตัวสะกดแมก่ บ
๗. กำรนำผลท่ีได้ไปใช้
น่าผลการจัดทา่ นวัตกรรมทางการศกึ ษา การใชแ้ บบฝกึ ทักษะการอ่านและการเขยี นค่ามาตราตวั สะกด

ท้งั 8 เลม่ ไปออกแบบแผนการจดั การเรียนรแู้ บบ Active Learning

เลิกประชุมเวลา 18.00น.

ลงชือ่ ................................... ....................... ผู้บนั ทกึ ลงชอ่ื ผู้เชี่ยวชาญ
(นางสุจิตร พรหมบตุ ร) (นางสาวอาพร วรวงษ์)

ลงชอื่ ลงช่อื ........................ ...............................ผู้รบั รอง
(นางดวงใจ วิจารย์) (นางสาวอัชฉรา ขนั ธวงค์)

หัวหนา้ งานฝา่ ยวชิ าการโรงเรียนบา้ นโพนแท่น ผูอ้ านวยการโรงเรยี นบา้ นโพนแทน่

22

บนั ทกึ กจิ กรรมชุมชนแห่งกำรเรยี นร้ทู ำงวิชำชพี (Professional Learning Community : PLC)
กลุม่ “รัก กำรเขยี น เรยี น อ่ำน”

โรงเรยี นบำ้ นโพนทัน ต.ดงครงั่ ใหญ่ อ.เกษตรวิสยั

ช่อื กลุ่ม “รักกำรเขยี น เรยี น อ่ำน”
ครงั้ ที่ ๘ ภำคเรยี นที่ ๒/256๓ วัน/เดือน/ปี : 22 มกราคม 2564
เร่ิมดำเนนิ กำรเวลำ 16.00น. เสร็จสน้ิ เวลำ 18.00น. รวมระยะเวลำทั้งส้นิ 2 ชั่วโมง
กิจกรรมครั้งน้อี ยูค่ วำมสอดคลอ้ งกับกำรพัฒนำบทเรียนร่วมกัน (Lesson study)

 ข้ันที่ 1 วเิ คราะห์และวางแผนการจัดการเรียนรู้ (Analyze & Plan)
 ขั้นที่ 2 ปฏิบตั ิและสังเกตการเรยี นรู้ (Do & See)
 ขั้นที่ 3 สะทอ้ นความคิดและปรบั ปรุงใหม่ (Reflect & Redesign)

จำนวนครูทเ่ี ข้ำร่วมกจิ กรรม 10 คน โดยมรี ายช่ือและบทบาทตอ่ กิจกรรม ดงั น้ี

ท่ี ชอื่ -สกุล บทบำทหน้ำท่ี ลำยมอื ช่ือ

1. นางเณรชั รา กา้ นจักร์ ผ้อู านวยการโรงเรยี น

2. นางสายยนต์ ทวีนนั ท์ ผเู้ ชย่ี วชาญ

3. นางวนั ทนา ฉัตรสวุ รรณ หวั หนา้ งานวชิ าการ

4. นางสาวประภัสสร สมศรี ทป่ี รกึ ษา

5. นางสาวสดุ ารตั น์ เทยี มจันทร์ ครรู ่วมเรยี นรู้

๖ นางสาวพรทิพา นามเคน ครูร่วมเรียนรู้

๗ นายชนาธิป สายวเิ ศษ ครรู ่วมเรียนรู้

๘ นายสุรศกั ดิ์ พอกสูงเนนิ ครูรว่ มเรียนรู้

๙ นายณัฐพิสิษฐ์ ไชยคต ครูร่วมเรียนรู้

๑๐ นางณฐั ฐนิ ันท์ สมุทรศรี ครูสอนหลกั /เลขานกุ าร

3. งำน/กิจกรรม แลกเปลี่ยนเสนอแนะ (นา่ เสนอกิจกรรมการแกป้ ัญหา ใหผ้ ้เู ช่ียวชาญหรอื ผู้ท่มี ปี ระสบการณใ์ ห้

ข้อเสนอแนะ)

2. ประเด็นปญั หำ/ส่งิ ทตี่ ้องกำรพัฒนำ
นักเรียนช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ต่ากว่าเกณฑ์ท่ี

โรงเรียนกาหนด
3. สำเหตุของปัญหำ

นกั เรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3 มีผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ตา่ กวา่ เกณฑท์ ี่
กาหนด พบสาเหตุดงั น้ี

1. นกั เรียนเขยี นสะกดคามาตราตวั สะกดไม่ถูกตอ้ ง
2. นกั เรยี นเขียนส่ือสารด้วยคาและประโยคต่างๆ ไมถ่ ูกตอ้ งตามหลักภาษา
3. ครูไมม่ คี วามรคู้ วามเข้าใจในการจดั การเรยี นรู้แบบ Active Learning

23

4. ควำมร้แู ละหลกั กำรทีน่ ำมำใช้
1.การออกแบบนวัตกรรมทางการศกึ ษา เพอื่ พัฒนาทกั ษะการเขยี นคามาตราตัวสะกด
2.ความรู้เกย่ี วกบั แบบฝกึ ทกั ษะ
3,ลกั ษณะของแบบฝึกทกั ษะท่ีดี
4,ความรเู้ กยี่ วกับการเขยี น
5.ความรเู้ กี่ยวกับการจัดการเรียนร้แู บบ Active Learning

5. แนวทำงกำรแก้ปัญหำ
1.ร่วมกันระดมความคิด เพ่ือออกแบบนวตั กรรมทางการศกึ ษา ทชี่ ว่ ยพัฒนาการเขยี นสะกดคามาตรา

ตวั สะกด
2.ร่วมกันระดมความคิดออกแบบการจัดการเรียนรแู้ บบ Active Learning ทช่ี ่วยพัฒนาทกั ษะและการ

เขียนสะกดคามาตราตวั สะกด
6. ผลท่ไี ด้รับจำกกิจกรรม

จากการระดมความคดิ และรว่ มกนั วางแผน ออกแบบนวตั กรรมทางการศกึ ษา มคี วามเหน็ รว่ มกัน
จัดทานวตั กรรมแบบฝกึ ทักษะการเขียนคามาตราตัวสะกด กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3
จดั ทานวตั กรรม 8 เลม่ ดังนี้

เลม่ ท่ี 1 มาตราตัวสะกดแมก่ ง
เลม่ ท่ี 2 มาตราตวั สะกดแม่กม
เลม่ ท่ี 3 มาตราตวั สะกดแมก่ น
เลม่ ท่ี 4 มาตราตวั สะกดแม่เกย
เลม่ ท่ี 5 มาตราตวั สะกดแม่เกอว
เลม่ ที่ 6 มาตราตวั สะกดแมก่ ก
เล่มท่ี 7 มาตราตัวสะกดแมก่ ด
เล่มท่ี 8 มาตราตัวสะกดแม่กบ
๗. กำรนำผลทไี่ ดไ้ ปใช้
นา่ ผลการจัดท่านวตั กรรมทางการศกึ ษา การใชแ้ บบฝึกทกั ษะการเขยี นค่ามาตราตวั สะกด ท้ัง 8 เลม่ ไป

ออกแบบแผนการจดั การเรยี นรู้แบบ Active Learning

เลิกประชมุ เวลา 18.00น.

ลงชอื่ ................................... ....................... ผ้บู ันทกึ ลงชอื่ ผเู้ ชีย่ วชาญ
(นางสุจิตร พรหมบตุ ร) (นางสาวอาพร วรวงษ์)

ลงชื่อ ลงช่อื ........................ ...............................ผู้รับรอง
(นางดวงใจ วจิ ารย์) (นางสาวอัชฉรา ขนั ธวงค์)

หวั หนา้ งานฝา่ ยวชิ าการโรงเรยี นบา้ นโพนแท่น ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นโพนแทน่

24

บันทึกกิจกรรมชุมชนแหง่ กำรเรยี นรู้ทำงวิชำชพี (Professional Learning Community : PLC)
กลมุ่ “รัก กำรเขียน เรยี น อ่ำน”

โรงเรยี นบำ้ นโพนทนั ต.ดงครง่ั ใหญ่ อ.เกษตรวิสัย

ช่ือกลุม่ กลมุ่ “รักกำรเขยี น เรยี น อ่ำน”
คร้งั ท่ี ๙ ภำคเรียนที่ ๒/256๓ วัน/เดอื น/ปี : 29 มกราคม 2564
เรม่ิ ดำเนินกำรเวลำ 16.00น. เสร็จสน้ิ เวลำ 18.00น. รวมระยะเวลำทัง้ ส้นิ 2 ชว่ั โมง
กิจกรรมคร้ังนอี้ ยคู่ วำมสอดคล้องกับกำรพฒั นำบทเรยี นรว่ มกัน (Lesson study)

 ข้นั ที่ 1 วเิ คราะหแ์ ละวางแผนการจัดการเรียนรู้ (Analyze & Plan)
 ขั้นท่ี 2 ปฏบิ ตั แิ ละสังเกตการเรยี นรู้ (Do & See)
 ขัน้ ที่ 3 สะท้อนความคิดและปรบั ปรุงใหม่ (Reflect & Redesign)

จำนวนครทู ่ีเข้ำร่วมกจิ กรรม 10 คน โดยมีรายช่ือและบทบาทต่อกจิ กรรม ดังนี้

ท่ี ชือ่ -สกุล บทบำทหน้ำท่ี ลำยมอื ชื่อ

1. นางเณรชั รา ก้านจักร์ ผ้อู านวยการโรงเรยี น

2. นางสายยนต์ ทวนี นั ท์ ผเู้ ช่ยี วชาญ

3. นางวันทนา ฉตั รสุวรรณ หวั หน้างานวิชาการ

4. นางสาวประภสั สร สมศรี ทีป่ รึกษา

5. นางสาวสุดารัตน์ เทียมจนั ทร์ ครูร่วมเรียนรู้

๖ นางสาวพรทพิ า นามเคน ครรู ่วมเรียนรู้

๗ นายชนาธปิ สายวเิ ศษ ครูรว่ มเรียนรู้

๘ นายสุรศกั ดิ์ พอกสงู เนนิ ครรู ่วมเรยี นรู้

๙ นายณฐั พสิ ษิ ฐ์ ไชยคต ครูรว่ มเรยี นรู้

๑๐ นางณัฐฐินนั ท์ สมุทรศรี ครูสอนหลกั /เลขานุการ

4. งำน/กิจกรรม การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning

2. ประเดน็ ปญั หำ/ส่ิงท่ตี อ้ งกำรพัฒนำ
นักเรียนช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 3 มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ต่ากว่าเกณฑ์ท่ี

โรงเรียนกาหนด
3. สำเหตขุ องปญั หำ

นกั เรยี นเขียนสะกดคา่ มาตราตวั สะกดไม่ถูกตอ้ ง

4. ควำมรูแ้ ละหลกั กำรที่นำมำใช้
1. ความหมายของการจัดการเรยี นรแู้ บบ Active Learning
2. ลักษณะของการจดั การเรยี นรแู้ บบ Active Learning
3. ตวั อย่างเทคนิคการจัดการเรียนร้แู บบ Active Learning
4. บทบาทของครูในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรตู้ ามแนวทางของ Active Learning

25

5. แนวทำงกำรแก้ปัญหำ
ร่วมกนั ระดมความคดิ ออกแบบการจดั กิจกรรมการเรยี นรแู้ บบ Active Learning ดว้ ยแบบฝกึ ทักษะ

การอา่ นค่ามาตราตัวสะกดใหต้ รงตามมาตรฐานและตัวช้วี ัด มเี นื้อหาสอดคลอ้ งกบั นวตั กรรมที่สรา้ งไวอ้ ย่าง

ครบถว้ นทง้ั 8 เลม่

6. ผลทไ่ี ด้รับจำกกิจกรรม
จากการระดมความคิด และรว่ มกันวางแผน ออกแบบนวัตกรรมทางการศึกษา มีความเหน็ ร่วมกัน

จดั ทานวตั กรรมแบบฝกึ ทักษะการเขียนคามาตราตวั สะกด กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3
จัดทานวัตกรรม 8 เล่ม ดังนี้

เล่มที่ 1 มาตราตวั สะกดแมก่ ง
เล่มท่ี 2 มาตราตัวสะกดแม่กม
เลม่ ท่ี 3 มาตราตัวสะกดแมก่ น
เลม่ ท่ี 4 มาตราตัวสะกดแมเ่ กย
เลม่ ท่ี 5 มาตราตวั สะกดแม่เกอว
เลม่ ที่ 6 มาตราตวั สะกดแมก่ ก
เลม่ ท่ี 7 มาตราตวั สะกดแมก่ ด
เลม่ ที่ 8 มาตราตวั สะกดแมก่ บ
๗. กำรนำผลที่ไดไ้ ปใช้
นาแนวทางการจดั การเรียนรแู้ บบ Active Learning ทไี่ ดจ้ ากการระดมความคดิ นาไปจดั ทาแผนการ
จัดการเรียนรู้ ประกอบการใช้แบบฝกึ ทักษะการเขียนคามาตราตวั สะกด กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชัน้
ประถมศึกษาปีที่ 3

เลิกประชมุ เวลา 18.00น.

ลงชื่อ................................... ....................... ผบู้ ันทึก ลงช่อื ผู้เชย่ี วชาญ
(นางสุจิตร พรหมบุตร) (นางสาวอาพร วรวงษ์)

ลงช่ือ ลงชอื่ ........................ ...............................ผรู้ บั รอง
(นางดวงใจ วจิ ารย์) (นางสาวอชั ฉรา ขันธวงค์)

หัวหน้างานฝ่ายวิชาการโรงเรยี นบา้ นโพนแทน่ ผู้อานวยการโรงเรยี นบ้านโพนแทน่

26

บันทกึ กิจกรรมชุมชนแหง่ กำรเรียนรทู้ ำงวชิ ำชพี (Professional Learning Community : PLC)
กลมุ่ “รกั กำรเขยี น เรียน อำ่ น”

โรงเรียนบำ้ นโพนทัน ต.ดงคร่ังใหญ่ อ.เกษตรวิสยั

ชอื่ กล่มุ กลุ่ม “รกั กำรเขยี น เรยี น อ่ำน”
ครง้ั ที่ ๑๐ ภำคเรียนท่ี ๒/256๓ วนั /เดอื น/ปี : 5 กมุ ภาพนั ธ์ 2564
เรม่ิ ดำเนินกำรเวลำ 16.00น. เสรจ็ สิน้ เวลำ 18.00น. รวมระยะเวลำท้งั สนิ้ 2 ชวั่ โมง
กจิ กรรมครั้งน้อี ยู่ควำมสอดคล้องกับกำรพฒั นำบทเรยี นรว่ มกัน (Lesson study)

 ขน้ั ที่ 1 วเิ คราะหแ์ ละวางแผนการจดั การเรียนรู้ (Analyze & Plan)
 ขน้ั ที่ 2 ปฏบิ ัติและสงั เกตการเรียนรู้ (Do & See)
 ข้ันที่ 3 สะทอ้ นความคิดและปรับปรงุ ใหม่ (Reflect & Redesign)

จำนวนครทู ี่เข้ำร่วมกจิ กรรม 10 คน โดยมรี ายชื่อและบทบาทตอ่ กิจกรรม ดงั น้ี

ท่ี ชื่อ-สกุล บทบำทหน้ำท่ี ลำยมือช่ือ

1. นางเณรัชรา กา้ นจกั ร์ ผู้อานวยการโรงเรยี น

2. นางสายยนต์ ทวนี ันท์ ผเู้ ชยี่ วชาญ

3. นางวันทนา ฉัตรสวุ รรณ หัวหนา้ งานวชิ าการ

4. นางสาวประภสั สร สมศรี ทีป่ รึกษา

5. นางสาวสดุ ารัตน์ เทยี มจนั ทร์ ครรู ว่ มเรยี นรู้

๖ นางสาวพรทิพา นามเคน ครรู ว่ มเรยี นรู้

๗ นายชนาธิป สายวิเศษ ครูรว่ มเรยี นรู้

๘ นายสุรศกั ดิ์ พอกสูงเนิน ครูรว่ มเรยี นรู้

๙ นายณัฐพสิ ษิ ฐ์ ไชยคต ครรู ่วมเรยี นรู้

๑๐ นางณฐั ฐินันท์ สมุทรศรี ครสู อนหลกั /เลขานกุ าร

งำน/กจิ กรรม การจดั ทาแผนการจัดการเรียนร้ปู ระกอบการใชน้ วตั กรรมทอี่ อกแบบไว้

2. ประเดน็ ปญั หำ/สง่ิ ที่ต้องกำรพฒั นำ
นักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 3 มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ต่ากว่าเกณฑ์ที่

โรงเรียนกาหนด
3. สำเหตุของปญั หำ

นักเรยี นเขยี นสะกดค่ามาตราตวั สะกดไมถ่ กู ตอ้ ง

4. ควำมรแู้ ละหลกั กำรท่นี ำมำใช้
1. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้
2. ขั้นตอนการจัดทาแผนการจดั การเรยี นรู้
3. การจดั การเรียนรูแ้ บบ Active Learning

5. แนวทำงกำรแก้ปัญหำ

27

รว่ มกันระดมความคิด จดั ท่าแผนการจัดการเรยี นรู้แบบ Active Learning ประกอบการใช้แบบฝกึ
ทักษะการอ่านค่าตามมาตราตัวสะกด ใหถ้ กู ตอ้ งและครบองคป์ ระกอบ

6. ผลทีไ่ ด้รบั จำกกิจกรรม
1. ครมู คี วามร้เู รือ่ ง องค์ประกอบของแผนการจดั การเรยี นรู้
2. ครูมีความรู้ความเข้าใจเรอ่ื งข้นั ตอนการจดั ทาแผนการจัดการเรยี นรู้โดยใชก้ ิจกรรม ตามแนวทางของ

Active Learning
3. ไดแ้ ผนการจัดการเรยี นรู้ การใชน้ วตั กรรมแบบฝกึ ทกั ษะเขียนคามาตราตวั สะกด ตามแนวทาง Active

Learning กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 3
๗. กำรนำผลท่ไี ด้ไปใช้

นา่ แผนการจดั การเรียนรู้ ไปจัดการเรยี นการสอนควบคกู่ ับนวัตกรรมแบบฝึกทกั ษะการเขยี นค่ามาตรา
ตวั สะกด กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3

เลกิ ประชุมเวลา 18.00น.

ลงชอ่ื ................................... ....................... ผบู้ นั ทกึ ลงช่อื ผ้เู ช่ยี วชาญ
(นางสจุ ิตร พรหมบุตร) (นางสาวอาพร วรวงษ์)

ลงชื่อ ลงช่ือ........................ ...............................ผูร้ บั รอง
(นางดวงใจ วิจารย์) (นางสาวอชั ฉรา ขนั ธวงค์)

หวั หน้างานฝ่ายวชิ าการโรงเรยี นบ้านโพนแทน่ ผู้อานวยการโรงเรยี นบา้ นโพนแท่น

28

บันทึกกจิ กรรมชมุ ชนแหง่ กำรเรียนรูท้ ำงวิชำชีพ (Professional Learning Community : PLC)
กลุ่ม “รกั กำรเขยี น เรียน อำ่ น”

โรงเรยี นบ้ำนโพนทนั ต.ดงครั่งใหญ่ อ.เกษตรวิสัย

ชอ่ื กลุม่ กลุ่ม “รกั กำรเขยี น เรยี น อ่ำน”
คร้งั ที่ ๑๑ ภำคเรียนท่ี ๒/256๓ วนั /เดอื น/ปี : 12 กุมภาพันธ์ 2564
เรม่ิ ดำเนินกำรเวลำ 16.00น. เสร็จส้นิ เวลำ 18.00น. รวมระยะเวลำทง้ั สน้ิ 2 ช่วั โมง
กิจกรรมครั้งนอี้ ยคู่ วำมสอดคล้องกบั กำรพัฒนำบทเรียนรว่ มกนั (Lesson study)

 ขั้นที่ 1 วิเคราะห์และวางแผนการจัดการเรยี นรู้ (Analyze & Plan)
 ข้นั ท่ี 2 ปฏิบัตแิ ละสังเกตการเรยี นรู้ (Do & See)
 ขน้ั ท่ี 3 สะท้อนความคิดและปรับปรงุ ใหม่ (Reflect & Redesign)

จำนวนครูท่เี ขำ้ รว่ มกิจกรรม 10 คน โดยมีรายชื่อและบทบาทตอ่ กิจกรรม ดงั นี้

ท่ี ชอ่ื -สกุล บทบำทหนำ้ ที่ ลำยมือชื่อ

1. นางเณรชั รา กา้ นจักร์ ผูอ้ านวยการโรงเรยี น

2. นางสายยนต์ ทวีนันท์ ผเู้ ชยี่ วชาญ

3. นางวนั ทนา ฉตั รสุวรรณ หัวหนา้ งานวิชาการ

4. นางสาวประภสั สร สมศรี ทป่ี รกึ ษา

5. นางสาวสุดารัตน์ เทียมจนั ทร์ ครูร่วมเรียนรู้

๖ นางสาวพรทพิ า นามเคน ครรู ่วมเรียนรู้

๗ นายชนาธิป สายวิเศษ ครรู ่วมเรียนรู้

๘ นายสรุ ศักด์ิ พอกสงู เนิน ครรู ่วมเรยี นรู้

๙ นายณฐั พิสิษฐ์ ไชยคต ครรู ว่ มเรียนรู้

๑๐ นางณฐั ฐินนั ท์ สมุทรศรี ครูสอนหลกั /เลขานกุ าร

งำน/กิจกรรม การนาสู่การปฏบิ ตั ิ โดยกาหนดวันและเวลาการสอนและนานวัตกรรม แบบฝึกทักษะการเขียนคา
มาตราตวั สะกด ไปใชก้ ับนกั เรยี นชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 3 ตามแผนการจัดการเรียนรู้ท่ีได้ออกแบบไว้
2. ประเดน็ ปญั หำ/สิง่ ที่ต้องกำรพฒั นำ

นักเรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ต่ากว่าเกณฑ์ท่ี
โรงเรยี นกาหนด
3. สำเหตขุ องปญั หำ

นกั เรียนเขยี นสะกดค่ามาตราตัวสะกดไม่ถกู ตอ้ ง

4. ควำมร้แู ละหลักกำรที่นำมำใช้
1. องค์ประกอบของแผนการจดั การเรียนรู้

29

2. ขนั้ ตอนการจดั ทาแผนการจัดการเรยี นรู้
3. การจดั การเรียนรู้แบบ Active Learning
5. แนวทำงกำรแก้ปญั หำ
ร่วมกันระดมความคิด จดั ท่าแผนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ประกอบการใช้แบบฝกึ
ทกั ษะการเขยี นค่าตามมาตราตัวสะกด ใหถ้ กู ตอ้ งและครบองค์ประกอบ
6. ผลที่ไดร้ ับจำกกจิ กรรม
1. ครูมคี วามร้เู รอ่ื ง องคป์ ระกอบของแผนการจัดการเรยี นรู้
2. ครมู คี วามรคู้ วามเขา้ ใจเรอื่ งข้ันตอนการจัดทาแผนการจดั การเรยี นรู้โดยใช้กิจกรรม ตามแนวทางของ
Active Learning
3. ไดแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้ การใชน้ วัตกรรมแบบฝึกทกั ษะการอา่ นคามาตราตัวสะกด ตามแนวทาง
Active Learning กลุม่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3
๗. กำรนำผลท่ีได้ไปใช้
นา่ แผนการจดั การเรียนรู้ ไปจัดการเรียนการสอนควบค่กู ับนวัตกรรมแบบฝกึ ทักษะการเขยี นคา่ มาตรา
ตัวสะกด กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3

เลิกประชุมเวลา 18.00น.

ลงชือ่ ................................... ....................... ผูบ้ นั ทึก ลงชอื่ ผู้เช่ยี วชาญ
(นางสจุ ิตร พรหมบุตร) (นางสาวอาพร วรวงษ์)

ลงชอื่ ลงชอ่ื ........................ ...............................ผ้รู ับรอง

(นางดวงใจ วิจารย์) (นางสาวอัชฉรา ขนั ธวงค์)
หัวหน้างานฝ่ายวิชาการโรงเรยี นบา้ นโพนแทน่ ผอู้ านวยการโรงเรยี นบ้านโพนแท่น

30

บนั ทึกกิจกรรมชมุ ชนแห่งกำรเรียนรทู้ ำงวชิ ำชพี (Professional Learning Community : PLC)
กลมุ่ “รกั กำรเขียน เรยี น อ่ำน”

โรงเรียนบ้ำนโพนทนั ต.ดงครัง่ ใหญ่ อ.เกษตรวิสัย

ช่อื กลุม่ กลุม่ “รกั กำรเขยี น เรยี น อำ่ น”
คร้งั ท่ี ๑๒ ภำคเรยี นที่ ๒/256๓ วนั /เดือน/ปี : 19 กมุ ภาพนั ธ์ 2564
เริม่ ดำเนนิ กำรเวลำ 16.00น. เสรจ็ สิน้ เวลำ 18.00น. รวมระยะเวลำท้ังสิ้น 2 ชว่ั โมง
กจิ กรรมครั้งนี้อย่คู วำมสอดคลอ้ งกับกำรพัฒนำบทเรยี นรว่ มกนั (Lesson study)

 ขน้ั ที่ 1 วิเคราะห์และวางแผนการจดั การเรยี นรู้ (Analyze & Plan)
 ขั้นท่ี 2 ปฏิบตั แิ ละสงั เกตการเรยี นรู้ (Do & See)
 ขั้นท่ี 3 สะทอ้ นความคิดและปรับปรุงใหม่ (Reflect & Redesign)

จำนวนครูทีเ่ ขำ้ รว่ มกิจกรรม 10 คน โดยมรี ายชื่อและบทบาทต่อกิจกรรม ดงั นี้

ท่ี ชื่อ-สกุล บทบำทหนำ้ ที่ ลำยมอื ชอื่

1. นางเณรชั รา กา้ นจกั ร์ ผู้อานวยการโรงเรียน

2. นางสายยนต์ ทวนี นั ท์ ผ้เู ชย่ี วชาญ

3. นางวันทนา ฉัตรสวุ รรณ หวั หนา้ งานวิชาการ

4. นางสาวประภัสสร สมศรี ทป่ี รกึ ษา

5. นางสาวสุดารตั น์ เทยี มจันทร์ ครรู ่วมเรียนรู้

๖ นางสาวพรทิพา นามเคน ครรู ่วมเรียนรู้

๗ นายชนาธปิ สายวิเศษ ครรู ่วมเรียนรู้

๘ นายสรุ ศักด์ิ พอกสูงเนิน ครูรว่ มเรียนรู้

๙ นายณัฐพิสษิ ฐ์ ไชยคต ครรู ่วมเรยี นรู้

๑๐ นางณฐั ฐนิ นั ท์ สมุทรศรี ครสู อนหลัก/เลขานกุ าร

งำน/กจิ กรรม สรปุ / รายงานผลการแก้ปัญหา โดยจดั ทารายงานวิจยั ในชนั้ เรยี น เรอื่ ง การจัดการเรียนรู้แบบ
Active Learning ดว้ ยแบบฝกึ ทักษะการเขียนคามาตราตวั สะกด กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้นั
ประถมศกึ ษาปีที่ 3
2. ประเด็นปัญหำ/ส่ิงทตี่ ้องกำรพฒั นำ

นกั เรียนชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ต่ากว่าเกณฑ์ที่
โรงเรียนกาหนด
3. สำเหตุของปญั หำ

นกั เรียนเขียนสะกดค่ามาตราตวั สะกดไม่ถูกต้อง

4. ควำมรแู้ ละหลกั กำรทีน่ ำมำใช้

31

1. องค์ประกอบของงานวจิ ัยในช้นั เรียน
2. วธิ กี ารดาเนินการวิจยั
3. เครอ่ื งมือท่ใี ช้ในการวิจัย
4. การเกบ็ รวบรวมข้อมูลท่ใี ช้ในการทาวจิ ัย
5. การวเิ คราะห์ขอ้ มูลในการทาวิจยั
6. การสรปุ ผลการวจิ ัย
5. แนวทำงกำรแกป้ ญั หำ
รว่ มกันระดมความคิด เพือ่ จดั ท่าวจิ ัยในชน้ั เรยี นเรอื่ ง การใช้แบบฝกึ ทกั ษะการเขยี นคา่ มาตราตัวสะกด
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 3 ทถี่ ูกต้องและครบถว้ นตามองค์ประกอบของการจัดท่าวจิ ัย
ในชัน้ เรียน

6. ผลทไี่ ด้รบั จำกกิจกรรม
1.ได้วจิ ัยในชั้นเรยี นเรอ่ื ง การใชแ้ บบฝึกทักษะการเขียนคามาตราตวั สะกด กลุม่ สาระการเรยี นรู้

ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 ทีถ่ ูกตอ้ ง ครบถ้วนตามองค์ประกอบและมปี ระสิทธภิ าพ
2.นกั เรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 3 มีผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น เรื่อง การเขียนคามาตราตัวสะกดดขี ้นึ

๗. กำรนำผลทไี่ ด้ไปใช้
นาผลการจดั ทาวจิ ัยในชนั้ เรียนเร่ือง การใช้แบบฝึกทกั ษะการเขียนคามาตราตัวสะกด กลุ่มสาระการ

เรยี นรูภ้ าษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 ไปเผยแพร่ให้กบั ครูผู้สอนในกลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทยชน้ั
ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 หรอื ครผู ู้สอนกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทยช้นั อ่ืน เพื่อนาไปใช้แนวทางในการยกระดับ
ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนใหส้ ูงขึ้น

เลกิ ประชมุ เวลา 18.00น.

ลงช่อื ................................... ....................... ผบู้ นั ทกึ ลงช่อื ผเู้ ชย่ี วชาญ
(นางสจุ ิตร พรหมบุตร) (นางสาวอาพร วรวงษ์)

ลงชอื่ ลงช่อื ........................ ...............................ผู้รับรอง
(นางดวงใจ วิจารย์) (นางสาวอัชฉรา ขันธวงค์)

หัวหน้างานฝ่ายวชิ าการโรงเรยี นบ้านโพนแท่น ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นโพนแท่น

32

ภำคผนวก ก.
 บันทกึ ขอ้ ควำมขออนุญำตจัดกจิ กรรมฯ
 ปฏทิ นิ กำรดำเนินงำนชมุ ชนกำรเรยี นร้วู ิชำชพี (PLC)
 แบบสังเกตกำรณจ์ ัดกิจกรรมกำรเรียนกำรสอน

33

บันทึกข้อควำม

สว่ นรำชกำร โรงเรียนบา้ นโพนแท่น ต.ดงครง่ั นอ้ ย อ.เกษตรวสิ ยั จ.ร้อยเอด็

ท่ี พเิ ศษ/๒๕๖๓ วันที่ ๒๕ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔

เรือ่ ง ขออนญุ าตจดั กจิ กรรมสรา้ งชุมชนการเรียนรวู้ ชิ าชพี (Professional Learning Community)

เรยี น ผู้อานวยการโรงเรยี นบ้านน้าออ้ ม

คณะครูโรงเรียนบา้ นโพนแท่น มีความประสงค์จะสร้างชุมชนการเรียนรู้ ทางวิชาชีพ (Professional
Learning Community) ช่ือกลุ่ม “รักการเขียน เรียน อ่าน” ภายในกลุ่มคณะครูโรงเรียนบ้านโพนแท่น

เนอื่ งจากมีบริบทใกล้เคียงกันทง้ั เน้ือหาสาระ ข้อมลู ดา้ นนักเรียน และสภาพปญั หา ดงั นน้ั เพื่อเปน็ การปรับปรุง
แก้ปัญหาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกัน และร่วมกันพัฒนานวัตกรรมที่ใช้ในการแก้ปัญหาเก่ียวกับการ
จัดการเรียนรู้แก่นักเรียนในแต่ละกิจกรรมการเรียนรู้ตลอดจนพัฒนาทักษะ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ

นกั เรียนให้ดยี ิ่งขึน้ โดยมกี ลุ่มในการสร้างชุมชนการเรยี นรวู้ ิชาชีพ ได้แก่

1. นางสาวอชั รา ขันธวงศ์ ผอู้ านวยการโรงเรียน

2. นางสาวอาพร วรวงษ์ ผเู้ ช่ยี วชาญ

3. นางดวงใจ วิจารย์ หวั หนา้ กลุ่มบริหารงานวชิ าการ

4. นางฉววี รรณ สีนาดนาวา ครรู ่วมเรยี นรู้

5. นางพรสวรรค์ ผลินยศ ครูร่วมเรยี นรู้
๖. นางสาวปาณิสรา ญาติบาเรอ ครรู ว่ มเรยี นรู้
๗. นางสุจิตร พรหมบุตร ครรู ว่ มเรียนรู้

การนี้ ข้าพเจา้ ขออนญุ าตจัดกจิ กรรมการสรา้ งชุมชนการเรียนรทู้ างวิชาชีพ (Professional Learning
Community) ทกุ วันศกุ ร์ ตัง้ แตเ่ วลา ๑๖.๐๐ - ๑๘.๐๐ และเวลานิเทศตามปฏิทิน

จึงเรยี นมาเพ่อื โปรดพิจารณาอนุญาต

( นางดวงใจ วิจารย์ )

หัวหนา้ กลุ่มบริหารงานวิชาการ

(นางสาวอัชรา ขันธวงศ์)
ผู้อานวยการโรงเรยี นบ้านโพนแท่น

34
ปฏทิ ินการดาเนนิ งานชุมชนการเรยี นรูว้ ชิ าชีพ (PLC) ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563กลุ่ม “รกั การเขยี น เรยี น อ่าน”

ชว่ งเวลา กจิ กรรม ผูร้ ับผิดชอบ จานวนชัว่ โมง
คร้งั ที่ 1 - สมาชิกกลุ่ม PLC 2
4 ธันวาคม 2563 -ประชุม วางแผน จดั ทา่ ปฏิทินการดา่ เนนิ การงานชุมชน - สมาชกิ กลุ่ม PLC 2
ครั้งท่ี 2 การเรยี นรู้วชิ าชีพ (PLC) - สมาชกิ กลุ่ม PLC 2
11 ธนั วาคม 2563
- วิเคราะหผ์ ลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น กลุ่มสาระการเรยี นรู้ - สมาชิกกลุ่ม PLC 2
ครั้งท่ี 3 ภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 ของปีทผ่ี า่ นมา 2
18 ธันวาคม 2563 - สมาชิกกลมุ่ PLC 2
- กจิ กรรมคน้ หาปัญหาและหาสาเหตขุ องปญั หา 2
คร้ังที่ 4 ทสี่ ง่ ผลให้นกั เรยี นมีผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น - สมาชิกกลมุ่ PLC 2
25 ธนั วาคม 2563 กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 3 2
ต่ากวา่ เกณฑท์ ่ีโรงเรยี นก่าหนด - สมาชกิ กลมุ่ PLC 2
คร้ังท่ี 5 2
31 ธันวาคม 2563 - กจิ กรรมร่วมกนั หาแนวทางแกป้ ัญหา เพอื่ ยกระดบั - สมาชิกกลมุ่ PLC
ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย - Model Teacher 3
ครั้งท่ี 6 ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 3 ร่วมกบั สมาชิกในกลุ่ม PLC
8 มกราคม 2564 - สมาชกิ กลุ่ม PLC 25 ชั่วโมง
- การศกึ ษาและวเิ คราะหห์ ลักสตู ร กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ - ครูรว่ มเรยี นรู้
ครง้ั ที่ 7 ภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 3 เพื่อแกป้ ญั หาให้ รว่ มกบั สมาชกิ ในกลมุ่ PLC
15 มกราคม 2564 สอดคล้องกับมาตรฐานและตวั ชีว้ ดั
- สมาชกิ กลมุ่ PLC
ครัง้ ท่ี 8 - การออกแบบวธิ ีการ/นวัตกรรมในการแกป้ ัญหา
22 มกราคม 2564 เพื่อแกป้ ญั หาการเขยี น กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 3
ครั้งที่ 9
29 มกราคม 2564 - การจดั ทา่ นวตั กรรมทางการศึกษา เร่ือง
การใชแ้ บบฝึกทักษะการเขยี นคา่ มาตราตวั สะกด กลุ่ม
คร้งั ท่ี 10 สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 3
5 กมุ ภาพันธ์ 2564
- แลกเปลย่ี นเสนอแนะ (น่าเสนอกิจกรรมการแก้ปัญหา
ครัง้ ที่ 11 ให้ผเู้ ชยี่ วชาญหรอื ผทู้ ี่มีประสบการณ์ใหข้ อ้ เสนอแนะ)
12 กมุ ภาพนั ธ์ 2564
- การจดั การเรียนรแู้ บบ Active Learning
ครง้ั ท่ี 12
19 กุมภาพันธ์ 2564 - การจดั ทา่ แผนการจัดการเรยี นร้ปู ระกอบการใช้
นวตั กรรมทีอ่ อกแบบไว้

- การนา่ สกู่ ารปฏบิ ตั ิ โดยก่าหนดวันและเวลาการสอน
และน่านวตั กรรม แบบฝึกทกั ษะการเขยี นคา่ มาตรา
ตัวสะกด ไปใช้กบั นกั เรยี นช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 3 ตาม
แผนการจัดการเรยี นรู้ทไ่ี ด้ออกแบบไว้

- สรปุ / รายงานผลการแก้ปญั หา โดยจดั ทา่ รายงานวจิ ัย
ในชั้นเรียน เรอื่ ง การจดั การเรยี นรู้แบบ
Active Learning ดว้ ยแบบฝึกทักษะการเขยี นคา่
มาตราตวั สะกด กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชั้น
ประถมศึกษาปีท่ี 3

รวม

หมายเหตุ : แผนการดาเนินการอาจมีการปรบั เปล่ยี นตามความเหมาะสม

แบบสงั เกตกำรณจ์ ัดกจิ กรรมกำรเรียนกำรสอน 35
นิเทศ 01
ชอื่ ครูผู้สอน หอ้ งท่ีสอน
ข้อสังเกต
รายวชิ า รหสั วิชา เรอ่ื ง

วนั ท่ี เดอื น พ.ศ.

ท่ี รำยกำร ระดบั คณุ ภำพ
54321

1 ครูดาเนินการสอนตามลาดบั ของแผนการจัดการเรยี นรู้

2 จัดกิจกรรมการเรียนรดู้ ว้ ยวิธกี ารท่หี ลากหลาย

3 จดั กจิ กรรมการเรียนรู้ใหผ้ ู้เรยี นฝกึ คน้ ควา้ สังเกต
รวบรวมข้อมลู วิเคราะห์ คิดอยา่ งหลากหลายและ

สรา้ งสรรค์ สามารถสร้างองค์ความรูไ้ ดด้ ว้ ยตนเอง

4 กระตนุ้ ใหผ้ เู้ รียนมีส่วนร่วมแสดงความคดิ เห็น ค้นควา้
แสวงหาคาตอบดว้ ยตนเอง

5 ใหผ้ ู้เรยี นมีการเรียนรู้จากสื่อท่ีหลากหลายรปู แบบ

6 มีการสอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม ใหแ้ รงเสรมิ กับ
ผเู้ รียนในการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

7 จัดบรรยากาศการเรยี นรทู้ ดี่ ึงดดู ความสนใจ กอ่ ให้เกดิ

ความสุขและเพลดิ เพลนิ แกผ่ ู้เรยี น

8 มีกระบวนการวดั ผลและประเมินผลตามสภาพจริง

9 มีเคร่ืองมือการวัดผลและประเมนิ ผลท่ีมคี ุณภาพ

10 การมสี ว่ นรว่ มในการวดั ผลและประเมนิ ผล
รวม

ระดบั คณุ ภำพ 5 = มากทีส่ ุด 4 = มาก 3 = ปานกลาง 2 = นอ้ ย 1= ไม่ปฏบิ ตั ิ

สรุปเรื่องที่ตอ้ งปรบั ปรงุ
............................................................................................................................. ..........................................................................
.................................................................................................................................... ...................................................................

ขอ้ เสนอแนะในการนาผลการปรบั ปรุงไปพัฒนาใหด้ ีกวา่ เดิม
......................................................................................................................................... ..............................................................
..................................................................... ............................................................................................................................. .....

ลงชื่อ....................................................ผนู้ เิ ทศการสอน

36

ภำคผนวก ข.

 สรปุ ผลการสงั เกตการณจ์ ัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน
รายบคุ คล

 รปู ภาพกจิ กรรม PLC

37

นเิ ทศ 01

สรปุ ผลแบบสงั เกตกำรณจ์ ดั กจิ กรรมกำรเรียนกำรสอน
ช่ือครูผู้สอน.......นางสจุ ิตร พรหมบุตร..................ห้องท่สี อน......ชน้ั ........ป.๓..................................................

รายวิชา ……ภาษาไทย…รหัสวิชา.....ท๓1๑๐๑......เรอื่ ง...การอา่ นสะกดคาตามมาตราตัวสะกด.... วนั

ท.ี่ ...........1๗.................เดือน..........มนี าคม.................พ.ศ...........256๔.............…......................................

ที่ รำยกำร ระดบั คุณภำพ คดิ เป็นร้อยละ
54321

1 ครดู าเนนิ การสอนตามลาดบั ของแผนการจดั การเรียนรู้ 29 มาก = รอ้ ยละ 81
มาก = รอ้ ยละ 100
2 จัดกจิ กรรมการเรียนรดู้ ้วยวธิ กี ารท่ีหลากหลาย 1
มาก = รอ้ ยละ 81
1

3 จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ใหผ้ ู้เรียนฝึกคน้ คว้า สังเกต รวบรวมข้อมลู 1 9 1

วเิ คราะห์ คิดอย่างหลากหลายและสร้างสรรค์ สามารถสรา้ งองค์

ความรไู้ ดด้ ว้ ยตนเอง

4 กระต้นุ ให้ผู้เรยี นมีสว่ นร่วมแสดงความคิดเห็น ค้นคว้า แสวงหา 182 มาก = ร้อยละ 73
คาตอบดว้ ยตนเอง 191 มาก = รอ้ ยละ 81

5 ใหผ้ ู้เรยี นมกี ารเรียนรจู้ ากส่อื ทห่ี ลากหลายรปู แบบ

6 มีการสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม ให้แรงเสริมกบั ผู้เรยี นในการ 1 8 2 มาก = รอ้ ยละ 73
มาก = ร้อยละ 91
จัดกิจกรรมการเรียนรู้ มาก = ร้อยละ 81

7 จดั บรรยากาศการเรยี นร้ทู ีด่ ึงดดู ความสนใจ ก่อให้เกดิ ความสุข 1 1

และเพลิดเพลนิ แก่ผู้เรียน 0

8 มีกระบวนการวดั ผลและประเมินผลตามสภาพจริง 191

9 มเี ครอื่ งมอื การวัดผลและประเมินผลท่ีมคี ุณภาพ 191 มาก = ร้อยละ 81
10 การมสี ว่ นรว่ มในการวดั ผลและประเมนิ ผล มาก = ร้อยละ 91
11
รวม 0 มำก = รอ้ ยละ 83.3

ระดบั คุณภำพ 5 = มากที่สุด 4 = มาก 3 = ปานกลาง 2 = น้อย 1= ไม่ปฏิบตั ิ

สรปุ ผลกำรสังเกตกำรจัดกิจกรรมกำรสอน ของ นำงสจุ ิตร พรหมบตุ ร

พบว่า นางสจุ ติ ร พรหมบุตร จัดกิจกรรมการเรียนการสอนในรายวิชา ภาษาไทย ป.๓ อยู่ท่รี ะดบั คณุ ภาพ

มาก คดิ เปน็ รอ้ ยละ 83.3

(นางสุจติ ร พรหมบุตร) (นางดวงใจ วิจารย์ )
ผรู้ บั การนเิ ทศ หัวหนา้ กลุม่ บรหิ ารงานวิชาการ

(นางสาวอัชรา ขนั ธวงศ์)
ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นโพนแทน่

38

ภำพกิจกรรม PLC กลุ่ม “รกั การเขียน เรยี น อ่าน”

ภาพคณะครกู ลุ่ม กลุม่ “รกั กำรเขียน เรียน อ่ำน”
ปรกึ ษาหารอื เกี่ยวกับปญั หาและแนวทางรว่ มแกไ้ ขปญั หาทเ่ี กิดขน้ึ ในช้ันเรียน เพื่อนาไปสู้การออกแบบ

กิจกรรมการเรยี นร้ตู ่อไป


Click to View FlipBook Version