The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

38. ว_ชาเอกว_ทย_ ช_ด 1(263-271)(2)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by phimchanokbuahong, 2021-07-06 00:55:03

38. ว_ชาเอกว_ทย_ ช_ด 1(263-271)(2)

38. ว_ชาเอกว_ทย_ ช_ด 1(263-271)(2)

263

แนวขอ สอบบรรจคุ รผู ูชวย วิชาเอกวทิ ยาศาสตร ชดุ ที่ 1

คาํ ชแี้ จง:
1. แบบทดสอบชุดนีเ้ ปน แบบทดสอบวัดความรวู ชิ าเอกวิทยาศาสตร ชุดท่ี 1
ขอ สอบมีทัง้ หมด 40 ขอ เปนแบบเลือกตอบ มี 4 ตัวเลอื ก
2. ใหเ ลอื กคาํ ตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคําตอบเดยี ว โดยทําเครื่องหมาย
กากบาท(± ) ทับตวั อกั ษร ก ข ค หรอื ง ท่ีถกู ตอ งลงในกระดาษคาํ ตอบ

1. ขอ ใดหมายถึงการปฏสิ นธิของพชื 3. ขอ ใด ไมใช ขนั้ ตอนในการขยายพันธพุ ชื
ก. ละอองเรณูไปตกบนยอดเกสรเพศเมยี โดยวิธีเพาะเลีย้ งเนือ้ เยอ่ื
ข. ละอองเรณูงอกหลอดเขา ไปตามกา น ก. ใชส ันมีดขูดเน้ือเย่ือลาํ เลยี งบริเวณ
เกสรเพศเมยี กิ่งออกใหหมด
ค. เซลลสบื พันธุเพศผูเ ขาผสมกบั เซลล ข. นําสวนใดสว นหน่งึ ของพืชมาเล้ยี ง
สบื พนั ธเุ พศเมีย ในขวดท่ีมีอาหารสังเคราะห
ง. รังไขเ จรญิ เปนผล และออวลุ เจริญ ค. นาํ เนือ้ เยอื่ สว นตางๆ ของพืชมาทาํ
เปน เมลด็ ความสะอาดแลวนาํ ไปฆาเช้อื
ง. นําขวดวางไวในหอ งท่คี วบคมุ
2. พืชมกี ารถายละอองเรณูโดยวิธีใด อณุ หภมู ิ ความชืน้ และความสวาง
ก. ลมพัดละอองเรณูปลวิ ไป
ข. แมลงมาตอมเกสรแลวตดิ ขาแมลงไป 4. วธิ ใี ดเปนการขยายพนั ธุพ ชื แบบอาศยั เพศ
เกาะอีกดอกหน่ึง ก. เพาะเล้ยี งเน้ือเยอ่ื
ค. นาํ้ ฝนทีต่ กลงมาทําใหละอองเรณู ข. ตอนกิ่ง
กระเดน็ ไปตกบนยอดเกสรเพศเมีย ค. ทาบกิง่
ง. ถกู ทงั้ 3 ขอ ทกี่ ลาวมา ง. เพาะเมลด็

แนวขอ สอบบรรจคุ รผู ูช ว ย: สอบครดู อทคอม

264

5. ดอกไมชนิดใดสามารถเกดิ การถา ยละออง 8. ปลาชนิดใดคนนิยมผสมเทียมเพอ่ื ชวยเพม่ิ
เรณใู นดอกเดียวกนั ได จํานวนปลาในธรรมชาติ
ก. ดอกขา วโพด ก. ปลาชอ น ข. ปลาดุก
ค. ปลาหมอ ง. ปลาบกึ
ข. ดอกมะเขอื
9. ทินกรจาํ แนกสตั วเปน 2 กลมุ ดังน้ี
6. ค. ดอกมะละกอ กลมุ 1 ปลา กบ ก้งิ กา เตา
กลุม 2 โลมา นก คา งคาว หา น
ง. ดอกฟก ทอง อยากทราบวาเขาใชเกณฑใ ดในการจดั
กลมุ สตั ว
7. ปอสังเกตการสืบพันธุของปลากัดพบ ก. สตั วไมมีกระดกู สันหลัง - สตั วม ี
วา ปลากัดตัวผูกอหวอด จากนั้นก็รัด กระดูกสันหลงั
ปลากัดตัวเมีย จนปลอยเซลลไขออก ข. สัตวที่ออกลกู เปน ไข - สตั วทีอ่ อก
มา แลวตัวผูก็จะปลอยอสุจิออกมา ลูกเปน ตัว
ผสมกับเซลลไข แลวอมไขไปพนไวท่ี ค. สัตวเ ลอื ดเย็น - สตั วเ ลือดอนุ
ง. สัตวท มี่ ขี น - สัตวที่ไมม ีขน
จากการสังเกต ปอสรุปผลการสบื พันธุของ
ปลากดั ไดตามขอใด 10. การสํารวจและสังเกตสัตว หากพบสตั ว
ก. สืบพันธุแบบอาศัยเพศ - ปฏสิ นธภิ าย ท่ีมีสีสันฉดู ฉาด นกั เรยี นควรทาํ อยางไร
ก. เขาไปดูใกลๆ
ในรา งกาย ข. ใชม อื จับอยา งเบาๆ
ค. สํารวจดูวาเปนสัตวม ีพิษหรือไม
ง. ระมดั ระวงั ไมเ ขาใกล

11. นักวทิ ยาศาสตรท่ีไดรบั การยกยองเปน
บิดาแหง วชิ าพันธศุ าสตรคอื ใคร
ก. อารคมี ดี ีส
ข. เกรเกอร เมนเดล
ค. เซอรไอแซค นิวตัน
ง. โทมัส อลั วา เอดสิ นั

ข. สนืบอกพรนั า ธงกแุ บายบอาศยั เพ ศ - ปแนฏวสิ ขนอธสภิอบายบรรจุครผู ูชวย: สอบครูดอทคอม

265

นุยทดลองผสมพันธุดอกกุหลาบสีขาว 16. ปาลม ทาํ การทดลองนาํ เหรียญมาขดู วสั ดุ

12. พันธุแท และดอกกุหลาบสีแดงพันธุแท ตา งๆ และบันทกึ ผลการทดลอง ไดด งั น้ี

ในรุนหลานพบวา อัตราสวนของดอก วัสดุ การเปลย่ี นแปลง

กุหลาบสีขาวตอดอกกุหลาบสีแดงเทากับ เมือ่ ขดู ดวยเหรยี ญ

1:3 กระเบื้อง ไมเ กดิ รอย

จากผลการทดลอง ขอใดสรปุ ถกู ตอง ไม เกิดรอย

ก. ลกั ษณะเดน คอื ดอกสีขาว พลาสตกิ เกดิ รอย

ข. ลกั ษณะดอ ย คือ ดอกสแี ดง กระจก ไมเกดิ รอย

ค. ลักษณะเดน คอื ดอกสีแดง จากผลการทดลอง ขอใดสรปุ ไมถูกตอ ง

ง. ถูกทั้งขอ ก. และ ข. ก. กระเบอ้ื งมีความแข็งมากที่สดุ

13. ขอ ใดเปนสัตวมีกระดกู สนั หลงั ท้งั หมด ข. ไมมีความแขง็ นอยกวา กระจก

ก. ปู ก้ิงกอื ค. กระเบ้ืองและกระจกมคี วามแขง็

ข. เหา ดวงกวาง มากกวา เหรียญ

ค. กะทาง จงโครง ง. ไมและพลาสติกมคี วามแข็ง

ง. กลั ปงหา ปะการงั นอ ยกวาเหรยี ญ
17. การทดลองนาํ ถุงทรายแขวนไวก ับเสนเอน็
14. สุพรพบสัตวชนิดหนึ่ง เปนสัตวท่ีไม

มีกระดูกสันหลัง กินพืชเปนอาหาร มี และเสนดา ย เปรียบเทยี บวาเสน เอ็น

ขา 6 ขา ใชในการกระโดด มีหนวด 1 หรอื เสน ดายรับน้าํ หนกั ถุงทรายไดม าก

คู ออกลูกเปนไข กวากัน อยากทราบวาเปน การทดลองเพอ่ื

อยากทราบวาสพุ รพบสัตวชนิดใด หาสมบัติดานใดของวัสดุ

ก. ต๊กั แตน ข. แมงมมุ ก. ความแขง็

ค. แมลงวนั ง. ดว ง ข. ความยดื หยนุ

15. ขอใด ไมใช ลักษณะทีถ่ ายทอดทางพนั ธุ ค. ความเหนยี ว

กรรม ง. การนาํ ความรอ น

ก. สว นสูง ข. สีผวิ

ค. ลกั ยมิ้ ง. นิสัย

แนวขอ สอบบรรจุครผู ชู ว ย: สอบครูดอทคอม

266

18. เม่อื นําวัสดชุ นิดหนง่ึ ตอเขา กบั วงจรไฟฟา 22. จากการทดลองในขอ 21 ตองการทดลอง

แลวทําใหหลอดไฟสวาง แสดงวา วัสดุ เกีย่ วกบั เร่ืองใด

ชนิดนัน้ มีสมบตั ใิ นขอใด ก. วัสดชุ นดิ ใดนําความรอ นไดดี

ก. การนาํ ความรอน กวากนั

ข. การนาํ ไฟฟา ข. วสั ดุชนิดใดทก่ี อนดินนาํ้ มนั

ค. ความยดื หยนุ จะหลนลงมากอ น

ง. ความหนาแนน ค. กอนนํ้ามนั กอนใดมคี วามเหนยี ว

19. จากการทดลองขอ 18 ควรเปนวสั ดชุ นดิ ใด มากกวากนั

ก. แกว ง. วัสดุชนดิ ใดเมอื่ ถกู ความรอ นแล

ข. ยาง วจะทาํ ใหม อื พองกอน

ค. ไม 23. เมอื่ เทนมขนหวานจากกระปองลงในขวด

ง. โลหะ นมขนหวานจะมีการเปลีย่ นแปลงอยา งไร

20. ถาใสกอนหินลงไปในแกวท่ีมีนํ้าอยูเต็มแกว ก. มีความหวานเพ่ิมมากขึน้

จะเกิดผลอยา งไร ข. มปี รมิ าตรเพ่ิมมากขึน้

ก. นํ้าในแกวลนออกมานอกแกว ค. เปลย่ี นรูปรา งเหมอื นขวด

ข. นาํ้ ในแกว มรี ูปรา งเปลยี่ นไป ง. มีความขนเพิ่มมากข้นึ

ค. น้าํ ในแกว มีระดับลดลง 24. ขอใดจดั กลมุ สารไมถูกตอ ง

ง. ไมมกี ารเปลีย่ นแปลงเกิดข้นึ ก. ของแขง็ – นา้ํ แข็ง

21. หนทู าํ การทดลองนําแทง วตั ถุท้ัง 3 แทง ของเหลว – นํ้าผึง้

ติดกอนดินนํ้ามันแลว นาํ มาจอเปลวไฟ แกส – ไอน้าํ

ท้ิงไวส ักครู จากการทดลองนักเรยี นคิดวา ข. ของแข็ง – นา้ํ ตาล

ดินนาํ้ มันจากแทงใดจะหลนลงมาเปน ของเหลว – โยเกริ ต

อนั ดบั แรก แกส – อากาศ

ก. แทง แกว ค. ของแข็ง – นมสด

ข. แทง เหลก็ ของเหลว – สีน้าํ

ค. แทงอะลูมิเนยี ม แกส – ออกซเิ จน

ง. หลนพรอ มกันทั้ง 3 แทง ง. ของแขง็ – ขนมปง

ของเหลว – ซอสมะเขอื เทศ

แกส – ลมในลกู โปง

แนวขอสอบบรรจุครผู ูช วย: สอบครูดอทคอม

25. ขอ ใดเปนสมบัติของแกส 267
ก. มคี วามหนาแนน มาก
ข. มีปรมิ าตรไมคงที่ 26. ขอ ใดเปน ผลของแรงทมี่ ีผลตอ การเปลยี่ น
ค. มรี ปู รา งไมแนนอน แปลงรปู รา งของวัตถุ
ง. ถกู ทัง้ ขอ ข. และ ค. ก. เข็นรถเข็นใหเ คลื่อนท่ี
ข. ตแี บดมินตนั
ค. ดึงหนังยางใหยดื
ง. แกวง ชงิ ชา

ใชขอมูลทก่ี าํ หนด ตอบคาํ ถามขอ 27 – 28
เปล ทาํ การทดลองช่งั วตั ถุ โดยคร้ังแรกใชเครื่องช่งั 1 อัน ชัง่ คร้งั ท่ี 2 ใชเ คร่อื งชง่ั 2 อนั ผลเปน ดงั น้ี

วัตถทุ ่ี ใชเครอื่ งชัง่ 1 อัน ใชเคร่อื งชงั่ 2 อนั

นาํ มาช่ัง คา แรงที่ได เคร่ืองช่งั ที่ 1 เครื่องชงั่ ที่ 2 ผลรวม

(นิวตนั ) คาแรงท่ีได (นวิ ตัน) คาแรงทไี่ ด (นวิ ตัน) คาแรงท่ไี ด( นิวตนั )

กอนหิน 2.6 1.3 1.3 2.6

ดินนํา้ มนั 1.4 0.7 0.7 1.4

27. เปลตองการพิสูจนเ กย่ี วกบั เรื่องใด 29. คาความหนาแนนของวัตถุมีความสมั พนั ธ

ก. ปรมิ าตรของวัตถุ กับขอ ใด

ข. ผลลัพธของแรงสองแรงท่ีกระทําตอ ก. มวล และความดนั

วัตถุ ข. มวล และปริมาตร

ค. ความแตกตา งของคา มวลสารของ ค. ความดัน และอุณหภมู ิ

วัตถุ ง. ความดัน และปรมิ าตร

ง. ความหนาแนน ของวัตถตุ างชนิด 30. เมอื่ ขึ้นไปบนท่สี งู จะรูสึกปวดหูและหูออื้

28. จากผลการทดลอง สรปุ ไดวาอยางไร เปน เพราะเหตใุ ด

ก. แรงสองแรงสามารถรวมเปน หนงึ่ ก. แรงดันอากาศกระทาํ ตอหู

แรงได ข. ไอนํ้าในอากาศมปี รมิ าณมากขน้ึ

ข. แรงสองแรงยอ มมีคามากกวา แรง ค. ความชืน้ ของอากาศเพมิ่ อยางรวด

หนึ่งแรง เร็ว

ค. แรงทกี่ ระทาํ ตอวตั ถตุ า งชนดิ กันยอ ม ง. ความดันอากาศเปล่ียนแปลง

มีคาไมเ ทา กนั จนรา งกายปรับไมทัน

ง. วตั ถทุ ีม่ ีขนาดเล็กจะมีคา แรง

มากระทํามาก

แนวขอ สอบบรรจคุ รูผูชว ย: สอบครดู อทคอม

268

31. เพราะเหตุใดในการสรา งเขอ่ื นจงึ ออกแบบ 34. การทดลองสัน่ กระด่งิ ในขวดสญุ ญากาศ

ใหฐ านเขื่อนมคี วามหนามากกวา สว น ผลการทดลองเปน อยา งไร

สันเขอ่ื น ก. ไมไดยินเสียง

ก. เพราะนาํ้ ในระดับลกึ ไหลแรงกวา ข. กระดงิ่ ไมม ีการสนั่

ระดบั ตน้ื ค. ไดยินเสียงดงั ชัดเจน

ง. กระดง่ิ สั่นไมยอมหยุด

ข. เพอ่ื ใหย ดึ ติดกบั พนื้ ดา นลา งไดโ ดย 35. ถาเราใชไ มเคาะขวดแกว เปลา แลวคอ ยๆ

ไมโยกคลอน เตมิ นํา้ ลงในขวด แลวเคาะไปเร่ือยๆ เสียง

ท่ีไดย ินจะเปลี่ยนแปลงอยางไร

ค. เพราะท่รี ะดบั นํา้ ลึกความดนั ของน้ํา ก. เสยี งจะคอ ยๆ ต่ําลง

จะมคี า มากกวาระดับนํ้าต้นื ข. เสียงจะคอยๆ สงู ขนึ้

32. ค. เสยี งจะคอยๆ ดงั ข้นึ

ง. เพอื่ ใหส ามารถเกบ็ กักนํ้าไดใ น ง. เสยี งจะคอ ยๆ เบาลง

ปรมิ าณมาก 36. เย่ือแกว หมู ีหนาท่อี ยา งไร

ก. รบั การส่ันสะเทือนของคลื่นเสยี ง

การชัง่ วตั ถใุ นน้ํา จะมีคา แรงนอยกวา การช่งั ข. ขยายคล่นื เสยี งใหม คี วามเขม ข้ึน

วตั ถุในอากาศ จากขอความน้ีเกย่ี วของกบั ค. แปลคลน่ื เสียงใหเปนเสยี ง

ขอใด ง. ชว ยในการทรงตวั
33. เพราะเหตุใดมอื ทีเ่ ปอ นสบูจงึ เปดจกุ ขวดได 37. ขอ ใดไมจดั เปน “หยาดนาํ้ ฟา ”
ก. นา้ํ ฝน
ยากกวา มือท่ีแหง
ข. หมิ ะ

ค. ลกู เห็บ

ง. หมอก

แนวขอ สอบบรรจุครผู ูชว ย: สอบครูดอทคอม

269

38. วนั นีป้ อแหงนมองทองฟาในยามเชา

พบเมฆลอยอยูในระดับสูง มองดูเปน ร้วิ ๆ 41. เครือ่ งมือชนิดหนึง่ มลี กั ษณะเปน กรวย

คลายขนนกสีขาว กน มนกลมคร่งึ ซกี ทาํ ดวยโลหะเบา

จากการสังเกตลกั ษณะเมฆ ทําใหป อคาด- 3-4 ถว ย ตดิ อยูทปี่ ลายกาน หมุนได

คะเนสภาพอากาศไดว าเปนอยางไร อสิ ระ เมอื่ มีลมพัดปะทะกรวย

ก. ทอ งฟาปลอดโปรง อยากทราบวาเครอื่ งมอื ชนิดนค้ี อื อะไร

ข. นา จะมฝี นฟาคะนอง ก. ศรลม

ค. อาจจะมีพายใุ นไมช า ข. ไฮกรอมเิ ตอร

ง. จะมีฝนตกกระจายทัว่ บริเวณ ค. บารอมิเตอร

39. สุนนั ทส งั เกตทศิ ทางของลมขณะไปเท่ียว ง. แอนนมิ อมเิ ตอร

ชายทะเลวาในชว งกลางวนั จะมีลมพัดเย็น 42. อาชพี ใดใชป ระโยชนจากลมประจาํ เวลา

สบาย แตใ นชว งกลางคืนจะไมคอ ยมีลมพัด ก. ชาวประมง

ที่เปนเชนนเ้ี พราะสาเหตใุ ด ข. พนกั งานขบั รถ

ก. กลางวนั มคี วามชนื้ ในอากาศนอย ค. นกั กฬี าเครอ่ื งรอน

กลางคนื มีความช้นื ในอากาศมาก ง. พนักงานขับเคร่ืองบนิ

ข. กลางวันมีลมทะเลพดั เขา สฝู ง 43. เมื่อไอน้ํากระทบความเยน็ จะเกิดการ

กลางคืนมีลมบกพัดจากฝง ลงสทู ะเล เปล่ียนแปลงอยางไร

ค. กลางวันและกลางคนื มีอุณหภมู แิ ตก ก. ลอยสูงขึ้นไปในอากาศ

ตางกนั มาก ข. รวมตัวกลายเปนน้าํ แขง็

ง. ความแตกตางของอุณหภูมิระหวาง ค. ควบแนน กลายเปนหยดนํา้

บนบกกบั ในทะเล ง. ไมเกดิ การเปลี่ยนแปลงใดๆ

40. ลักษณะอากาศในขอ ใด ถาตากผา ผา จะแหง 44. ขอใดเกิดขึ้นจากการที่น้ําไดร ับความรอ น

เร็วทส่ี ดุ ก. หยดน้ํากลายเปน นาํ้ แข็ง

ก. อากาศแหง อณุ หภมู ติ ํา่ ข. ไอนํ้ากลายเปนหยดนํ้า

ข. อากาศแหง อณุ หภมู ิสงู ค. นา้ํ กลายเปนนํ้าแขง็

ค. อากาศชนื้ อุณหภูมิตาํ่ ง. นา้ํ กลายเปนไอนํา้

ง. อากาศช้ืน อณุ หภมู สิ ูง

แนวขอสอบบรรจคุ รูผูชว ย: สอบครูดอทคอม

270

45. ถา นําเทอรมอมเิ ตอร 2 อัน ไปวดั อณุ หภูมิ 48. ขอใดคือหลกั ในการเกดิ ลม
โดยอนั หนึง่ วัดอณุ หภูมิกลางแดด สวนอกี ก. อากาศเย็นลอยตัวต่าํ อากาศรอ น
อนั หนง่ึ วัดอณุ หภมู ใิ ตตนไม ผลจะเปน จะเคลื่อนเขามาแทนท่ี
อยา งไร ข. อากาศรอ นไหลลงตํา่ อากาศเย็น
ก. เทอรมอมเิ ตอรอันที่วัดอณุ หภูมิ จะไหลเขา แทนที่
กลางแดดมีอณุ หภมู ิสงู กวา ค. อากาศรอนขยายตัวลอยสงู ขึน้
ข. เทอรม อมิเตอรอ นั ท่วี ดั อุณหภมู ิ อากาศเย็นจะเคลอื่ นเขาแทนที่
ใตตนไมม อี ุณหภูมสิ ูงกวา ง. อากาศรอนจัดและอากาศเย็นจัด
ค. เทอรมอมเิ ตอรทัง้ 2 อัน จะเคล่อื นมาแทนท่ซี ึ่งกันและกนั
บอกอุณหภมู เิ ทา กัน
ง. ไมม ีคาํ ตอบทีถ่ ูก 49. กลางวันกลางคนื เกิดจากสาเหตใุ ด
ก. โลกโคจรรอบดวงอาทิตย
46. ปรากฏการณก ลางวัน กลางคนื เก่ียวขอ ง ข. ดวงจนั ทรโคจรรอบโลก
กบั ขอใด ค. แกนของโลกเอยี งทํามุม
ก. โลก – ดวงจันทร 23 1 องศา
ข. โลก – ดวงอาทิตย
ค. ดวงอาทิตย – ดวงจันทร 2
ง. ไมมีคาํ ตอบที่ถกู
ง. โลกหมนุ รอบตัวเอง
47. ประเทศใดในทวปี เอเชีย จะเหน็ ดวงอาทิตย 50. จดุ เหนือศีรษะ อยทู ่ีมุมเงยกอี่ งศา
ข้ึนกอนประเทศอนื่
ก. จีน ก. 60 องศา
ข. ไทย ข. 75 องศา
ค. ญีป่ ุน ค. 90 องศา
ง. เวยี ดนาม ง. 110 องศา

แนวขอ สอบบรรจคุ รูผูชวย: สอบครูดอทคอม

271

เฉลยแนวขอ สอบบรรจคุ รผู ูช วย วชิ าเอกวทิ ยาศาสตร ชุดที่ 1

1. ก ข ค ง 16. ก ข ค ง 31. ก ข ค ง 46. ก ข ค ง
2. ก ข ค ง 17. ก ข ค ง 32. ก ข ค ง 47. ก ข ค ง
3. ก ข ค ง 18. ก ข ค ง 33. ก ข ค ง 48. ก ข ค ง
4. ก ข ค ง 19. ก ข ค ง 34. ก ข ค ง 49. ก ข ค ง
5. ก ข ค ง 20. ก ข ค ง 35. ก ข ค ง 50. ก ข ค ง
6. ก ข ค ง 21. ก ข ค ง 36. ก ข ค ง
7. ก ข ค ง 22. ก ข ค ง 37. ก ข ค ง
8. ก ข ค ง 23. ก ข ค ง 38. ก ข ค ง
9. ก ข ค ง 24. ก ข ค ง 39. ก ข ค ง
10. ก ข ค ง 25. ก ข ค ง 40. ก ข ค ง
11. ก ข ค ง 26. ก ข ค ง 41. ก ข ค ง
12. ก ข ค ง 27. ก ข ค ง 42. ก ข ค ง
13. ก ข ค ง 28. ก ข ค ง 43. ก ข ค ง
14. ก ข ค ง 29. ก ข ค ง 44. ก ข ค ง
15. ก ข ค ง 30. ก ข ค ง 45. ก ข ค ง

แนวขอ สอบบรรจคุ รผู ูชวย: สอบครูดอทคอม


Click to View FlipBook Version