The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คำศัพท์ที่เกี่ยวกับทฤษฎีพหุวัฒนธรรม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Niracha Srisod, 2022-12-02 08:20:43

คำศัพท์ที่เกี่ยวกับทฤษฎีพหุวัฒนธรรม

คำศัพท์ที่เกี่ยวกับทฤษฎีพหุวัฒนธรรม

กระบวนวิชา100315 พหุวัฒนธรรมศึ กษากับการจัดการ
ศึ กษาบนฐานชุมชน

(Multicultural Education and Community-based
Education)

จัดทำโดย
นางสาว นิ รชา ศรีสด รหัสนั กศึ กษา 640210304

คำศัพท์ที่สำคัญ
เกี่ยวกับทฤษฎี
พหุวัฒนธรรมศึกษา



คำนำ

หนังสือ E-Book เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนวิชา100315พหุวัฒนธรรม
ศึกษากับการจัดการศึกษาบนฐานชุมชน (Multicultural Education and
Community-based Education) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาความหมายของ
คำศัพท์สำคัญที่เกี่ยวกับแนวคิดและทฤษฎีพหุวัฒนธรรมศึกษา ซึ่งมีทั้งหมด 20 คำ

ผู้จัดทำหวังว่าหนังสือ E-Book เล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก่นักเรียน นักศึกษา
และบุคคลที่กำลังหาข้อมูลในเรื่องนี้อยู่ หากผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้
ด้วย

ผู้จัดทำ
นางสาว นิรชา ศรีสด

สารบัญ ข

คำนำ ก
สารบัญ ข
พหุวัฒนธรรมคืออะไร 1
สังคมพหุวัฒนธรรมคืออะไร 2
การศึกษาพหุวัฒนธรรม 3
การผสมกลมกลืน 4
ความเสมอภาค 5
ความเท่าเทียม 5
วัฒนธรรม 6
อัตลักษณ์ 7
อัตลักษณ์แบบพลเมือง 8
อัตลักษณ์ชาติพันธุ์แบบชาติพันธุ์วัฒนธรรม 8
อัตลักษณ์ชาติแบบพหุวัฒนธรรม 8
การศึกษาแบบทวิภาษา 9
อนุรักษนิยม 10
เสรีนิยม 11
วิพากษ์นิยม 12
ความยุติธรรม 13
อุดมการณ์ 14
การเลือกปฏิบัติ 15
การเหมารวม 16
ความเป็นธรรมทางสังคม 17
บรรณานุกรม 18

1

พหุวัฒนธรรม คืออะไร

The American Heritage Dictionary of English Language ปี 2000

ได้ให้ความหมายคำว่า พหุวัฒนธรรม (multicultural) เป็นคำคุณศัพท์ หมาย
ถึง สิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์วัฒนธรรมที่หลากหลาย หรือการรวม

วัฒนธรรมที่หลากหลาย อีกความหมายหนึ่งหมายถึง สิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับทฤษฎี
ทางสังคม และการศึกษาว่าด้วยเรื่องการส่งเสริมประโยชน์ของวัฒนธรรมที่หลาก
หลายภายในสังคมหนึ่ง มากกว่าจะให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมกระแสหลักเพียง

วัฒนธรรมเดียว

Bhikhu Parekh (2000)

มองว่าสังคมพหุวัฒนธรรม (Muticultural society) หรือ แนวคิด
พหุวัฒนธรรม (Muticulturalism) มักอ้างถึงความแตกต่างและความหลาก
หลายทางวัฒนธรรม (Cultural differences and Cultural diversity)
รัฐชาติหนึ่งดารงอยู่ด้วยกลุ่มวัฒนธรรมที่แตกต่างและหลากหลาย สมาชิกของ
กลุ่มเหล่านี้ต้องการให้สังคมตระหนักและยอมรับถึงความแตกต่างทั้งในทาง

กฎหมายและทางปฏิบัติ

Lawrence A. Blum (1998: 15)

อธิบายคำว่าแนวคิดพหุวัฒนธรรม Multiculturalism ไว้ว่า แนวคิด
พหุวัฒนธรรมเกี่ยวข้องกับความเข้าใจ การรู้จักคุณค่า และการให้คุณค่า

ต่อวัฒนธรรมของตนเอง และให้ความเคารพและให้ความสนใจต่อ
วัฒนธรรมของกลุ่มอื่น แนวคิดพหุวัฒนธรรมจึงไม่เพียงเกี่ยวข้องกับการ
ให้คุณค่ากับวัฒนธรรมตัวเอง หากเกี่ยวข้องกับการให้คุณค่าวัฒนธรรม

อื่นๆ ด้วย

2

สังคมพหุวัฒนธรรม
คืออะไร

“สังคมพหุวัฒนธรรม“ (Multicultural Society)
หมายถึงสังคมที่มีประชากรตั้งแต่สองกลุ่มวัฒนธรรม
ขึ้นไป แต่ละกลุ่มจะมีลักษณะวัฒนธรรมเป็นของตนเอง
มีอัตลักษณ์และชุมชนของตนเอง แต่ในบางครั้งอาจมี
ลักษณะที่ซ้อนทับกันระหว่างกลุ่ม ซึ่งความสัมพันธ์
ระหว่างกลุ่มอาจเป็นเรื่องของการพึ่งพิงทางอำนาจ

หรือเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่เท่าเทียมกัน

3

การศึกษาพหุวัฒนธรรม
(Multicultural Education)

คือ “การจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ครอบคลุมเนื้อหาสาระและ
ความคิดความเชื่อของกลุ่มชนที่มีความแตกต่างหลากหลาย
ทางวัฒนธรรม แม้ว่าในชุมชนที่สถานศึกษาตั้งอยู่ไม่มีชนกลุ่ม
น้อยหรือผู้พูดภาษาถิ่น แต่หลักสูตรและการสอนควรเชื่อมโยง
ถึงความรู้และความสัมพันธ์ที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมของชนพื้นถ่ิน
เช่น ประเพณี ภาษา ความเชื่อ
การทํามาหากิน และวิถีชีวิต เพ่ือสร้างความ เข้าใจและอยู่ร่วม
กันอย่างสันติ” (สํานักงานราชบัณฑิตยสภา, 2558 อ้างถึงใน
นงเยาว์ เนาวรัตน์, 2561)

บัญญัติ ยงย่วน และ ชัยวัฒน์ ผดุงพงษ์ (2553) กล่าวว่า
“การศึกษาพหุวัฒนธรรม คือ การปฏิรูปการจัดการศึกษาโดยการ

จัดสภาพแวดล้อมภายในสถาบันการศึกษา ซึ่งมีผู้เรียนที่มาจาก
ต่างวัฒนธรรม เช่น เชื้อชาติหรือกลุ่มชาติพันธ์ุ ภาษา ศาสนา เพศ
ช้ันทางสังคม และความต้องการพิเศษอื่น ๆ ได้เกิดการเรียนรู้ท่ีจะ
ยอมรับในความแตกต่างทางวัฒนธรรมไม่มีอคติต่อกันไม่เกิด
การแบ่งแยกและเลือกปฏิบัติ ลดความขัดแย้งระหว่างกัน” )

4

การผสมกลมกลืน
(Assimilation)

Modood อธิบายว่าเป็นกระบวนการ Tariq Modood
ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มทางสังคม
ซึ่งเป็นกระบวนการทางเดียว ที่มุ่งเปลี่ยนให้
คนอื่นๆ เหมือนคนส่วนใหญ่ในประเทศ
รัฐจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างให้เกิดผล
ในการผสมกลมกลืน

เช่น นโยบาย Americanisationในช่วงในศตวรรษที่ 20 ที่เป็นนโยบาย
สำหรับผู้อพยพชาวยุโรปในสหรัฐอเมริกา ผลที่ต้องการของนโยบายคือให้ผู้มา
ใหม่รบกวนสังคมที่มาตั้งรกรากน้อยที่สุดและปรับตัวให้เหมือนกับเพื่อนร่วม
ชาติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

นโยบายการผสมกลมกลืนและหลอมรวมวัฒนธรรมทำให้รัฐชาติ
หนึ่งสามารถสร้างเสถียรภาพทางการเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพใน
บางครั้ง เป้าหมายของนโยบายคือกลุ่มต่างๆ จะถูกหลอมรวมหรือ
เปลี่ยนเข้าสู่ศูนย์กลางหรือวัฒนธรรมหลัก แต่นโยบายเหล่านี้กลับ
ส่งผลในทางลบต่อผู้คนที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรม ทำให้กลุ่ม
ชาติพันธุ์สูญเสียอัตลักษณ์ของกลุ่ม

5

ความเสมอภาค ความเท่าเทียม
(Equality)
&(Equity)

มีนัยยะที่แตกต่างกับคําว่าความเท่าเทียมโดย คือมุมมองที่ถือว่าบุคคล
เฉพาะในมุมมองทางกฎหมายแล้วจะมิได้เรียก ทุกคนต้องได้รับการ

ร้องให้ปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันอย่างสิ้นเชิง ปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน
กล่าวคือ มิได้หมายความว่าบุคคลทุกคนจะได้ โดยไม่ได้คำนึงถึงความ
รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันโดยมิได้คํานึงถึง แตกต่างของแต่ละบุคคล
ข้อแตกต่างใดๆเลย แต่เฉพาะกรณีสิ่งสองสิ่งมี
เหมือนกันจึงควรจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่า
เทียมกันและกรณีสิ่งสองสิ่งมีต่างกันจะต้องได้

รับการปฏิบัติที่แตกต่างกัน

6

วัฒนธรรม
(Culture)

“วัฒนธรรม” แปลตามความหมายเดิมว่า ความเจริญงอกงาม คำว่า
“วัฒนธรรม” มาจากคำว่า “วัฒนา” หมายถึง ความเจริญงอกงาม และคำว่า
“ธรรมะ” หมายถึง คุณความดี ดังนั้น วัฒนธรรม จึงหมายถึง สิ่งที่ทำให้เจริญ
งอกงามแก่หมู่คณะหรือวิถีของหมู่คณะ เหตุที่กล่าวว่า วัฒนธรรมเป็นวิถีชีวิตของ
หมู่คณะ เพราะวัฒนธรรมได้แทรกซึมไปทั่วทุกกิจกรรมของการดำเนินชีวิต
นับตั้งแต่ภาษาพูด ภาษาเขียน การแต่งกาย การกินอยู่หลับนอน ทุกอิริยาบถ
ของมนุษย์จะได้รับอิทธิพลของวัฒนธรรมอยู่ตลอดเวลา (พิภพ วชังเงิน, 2547
:139)

การกิน

การทักทาย

7

อัตลักษณ์ (Identity)

อัตลักษณ์ประกอบด้วยคำว่า “อัต” หมายถึงตนหรือตัวเอง กับ “ลักษณ์” หมายถึง
สมบัติเฉพาะตัว รวมความแล้วจึงหมายถึงผลรวมของลักษณะเฉพาะตัวของสิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่ง
ทำให้สิ่งนั้นเป็นที่รู้จักหรือจำได้ (ราชบัญฑิตยสถาน,2546)

อัตลักษณ์เป็นตัวบ่งชี้ของลักษณะเฉพาะ

ของบุคคลสังคมชุมชนหรือประเทศนั้นๆ เช่น

เชื้อชาติ ภาษา วัฒนธรรมท้องถิ่น และศาสนา

จะมีคุณลักษณะที่ไม่ทั่วไปหรือไม่เป็นสากลกับ

สนัั้งนคบมาอื่งนทีๆอาในจเกป็านรกทาำรคกวำาหมนเขด้า
ตใัวจตเรืน่อกง่ออันตจลัะกษณ์ ชนเผ่ามูร์ซี (Mursi Tribe)

กล่าวถึงความเป็นอัตลักษณ์ของบุคคล มีการศึกษาอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธ์ุ จากการ

ศึกษากลุ่มชาติพันธ์ุมักจะพิจารณากลุ่มชาติพันธุ์ในฐานะหน่วยงานทางสังคมซึ่งมีรากเหง้า

ดั้งเดิมและมีลักษณะจริงแท้แน่นอนไม่ว่าจะเป็นสีผิว ผม รูปร่างหน้าตา การแต่งกาย

ภาษา ความเชื่อ พิธีกรรม เป็นต้น จนสามารถจัดประเภทหรือจำแนกความแตกต่า

ระหว่างอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ของกลุ่มต่างๆ ได้ (อนุสรณ์ อุณโณ, 2547)

ภาพการแต่งกายของชนเผ่าอาข่า

อัตลักษณ์แบบพลเมือง 8
(civic national identity)

หมายถึง รัฐส่งเสริมวัฒนธรรมแบบพลเมืองที่ทุกคนไม่ว่าจะมา
จากพื้นฐานชาติพันธุ์ใดย่อมมีสิทธิเท่าเทียมกัน พลเมืองทุกคน
ยอมรับวิถีชีวิตหลักของสังคมนั้น รัฐไม่มีนโยบายให้ความสําคัญ

ต่อชาติพันธุ์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

อัตลักษณ์ชาติพันธุ์แบบชาติพันธุ์วัฒนธรรม
(Ethnocultural national identity)

หมายถึง การเน้นความเป็นหนึ่งเดียว การมี
บรรพบุรุษร่วมกัน ให้น้ําหนักแก่วัฒนธรรมของ
กลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นชนกลุ่มใหญ่ มักใช้ลักษณะ
การผสมกลมกลืนทางชาติพันธุ์ ซึ่งประเทศไทย

ถือเป็นหนึ่งในโมเดลนี้

อัตลักษณ์ชาติแบบพหุวัฒนธรรม
(Multicultural national identity)

หมายถึงการเน้นให้แต่ละกลุ่มดํารงอัตลักษณ์ของตน เน้นการกระจายอํานาจและ
ทรัพยากรที่เป็นธรรม ให้แต่ละกลุ่มชาติพันธุ์มีตัวแทนเป็นปากเป็นเสียง เช่น
ปกครองแบบสหพันธรัฐ ให้สิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์โดยยอมรับสิทธิในด้าน
ศีลธรรม ให้กฎหมายจารีตชุมชนมีฐานะเหนือกว่าสิทธิส่วนบุคคล
ให้สิทธิในทางวัฒนธรรม เช่น การใช้ภาษา

การศึกษาแบบทวิภาษา 9

การสอนแบบทวิภาษา
ของโรงเรียนใน

จังหวัดชายแดนภาค
ใต้ของประเทศไทย

หมายถึง การจัดการศึกษาโดยใช้สองภาษาเป็นสื่อในการ
เรียนการสอน ซึ่งหมายถึง ภาษาราชการ (หรือภาษาประจำ
ชาติ) และภาษาท้องถิ่น (หรือภาษาแม่ของกลุ่มชาติพันธุ์)
การจัดการเรียนการสอนแบบทวิภาษา เริ่มต้นจากการที่ใช้

ภาษาสองภาษาเป็นสื่อการเรียนการสอนในโรงเรียน
กล่าวคือใช้ภาษาแม่ (ภาษาที่หนึ่งหรือภาษาที่ใช้ในชุมชน)

เป็นฐานในการเรียนรู้ผ่านการฟังพูดอ่านและเขียน
และเชื่อมโยงไปสู่ภาษาราชการ (ภาษาไทย) ซึ่งเป็นภาษา
ที่ใช้ในโรงเรียนก่อนไปสู่ภาษาอื่นตามหลักสูตรแกนกลาง
ของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดพื้นฐานใน

การจัดการศึกษาแบบทวิ-พหุภาษา

อนุรักษนิยม 10
(Conservatism)

โดยทั่วไปหมายถึง คติ จารีต ทัศนะทางการเมืองที่

ต้องการรักษาสิ่งต่าง ๆ ที่ดํารงอยู่ไว้เช่นเดิม ด้วยความ
เชื่อที่ว่าสิ่ง ๆ นั้นดีงามในตัวหรือดีกว่าทางเลือกแบบ
อื่น ๆ เป็ นสิ่งที่มั่นคงปลอดภัยและไว้วางใจรักใคร่
แนวคิดอนุรักษนิยมจึงเป็ นทัศนะต่อสังคมวัฒนธรรม
การเมือง (วิทยากร เชียงกูล, 2543) เช่น มุ่งรักษา
ประเพณี หรือมรดกตกทอด อาทิ ความเชื่อ ธรรมเนียม

ปฏิบัติ นิยมการจรรโลงระบบอาวุโสและชนชั้น โดย

แนวคิดนี้จะให้ความสําคัญกับวัฒนธรรมทั่วไป เช่น
อาหาร เครื่องแต่งกาย ดนตรี งานฝีมือ
การละเล่น ภาษา เทศกาล เป็ นต้น

11

จะเน้นการยอมรับและชื่นชมความหลากหลายทางวัฒนธรรม หาก
แต่ยังอยู่ในระดับผิวเผิน โดยมุ่งเน้นที่กิจกรรมสร้างความเข้าใจ
ระหว่างกลุ่ม การลดความขัดแย้งเพื่อให้คนกลุ่มใหญ่และคนกลุ่ม
น้อยอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข โดยผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมการ
ยอมรับ และการเคารพความแตกต่างทางเชื้อชาติ วัฒนธรรม
ประเพณี ภาษา เป็นต้น ดังนั้นวัฒนธรรมที่ได้รับการส่งเสริมจึง
มักเป็นสิ่งที่จับต้องได้ (tangible culture) หรือเป็นสิ่งตายตัว

สามารถจําแนกแยกแยะความแตกต่างได้ง่าย

12

วิพากษ์นิยม
(Criticalism)

ให้ความสําคัญกับ

การวิเคราะห์โครงสร้าง
ทางสังคมที่ไม่เป็ นธรรม
รวมทั้งอุดมการณ์ ทางสั งคม
และสภาพการเมืองที่เป็ น
บ่อเกิดแห่งโครงสร้างที่ไม่

เท่าเทียม เช่นการเหยียดหยาม
ทางเชื้อชาติ ความยากจนที่เป็ นผลพวงมาจากการถูกเลือกปฏิบัติใน
การเหยียดสีผิว เป็ นต้น และนั กคิดที่สนั บสนุนแนวคิดนี้ เชื่อว่าการ
เปลี่ยนแปลงทางสั งคมต้องเริ่มจากการเข้าใจบ่อเกิดของอํานาจและ
การใช้อํานาจ ต้องทําความเข้าใจและรู้ลึกถึงโครงสร้างที่ไม่เท่า
เทียมทางสังคมด้วย นอกจากนี้ ยังต้องมองเห็นโครงสร้างทางอํานา
จที่ ลักลั่นในสั งคมเพื่อให้ เห็ นว่าคนกลุ่มใดมีอํานาจและคนกลุ่มใด
ไม่มี รวมถึงสาเหตุที่มาของอํานาจนั้ น

การประท้วงปัญหาการเหยียดสีผิว

13

ความยุติธรรม
(Justice)

เป็นแนวคิดเกี่ยวกับความถูกต้องตามศีลธรรม

บนพื้นฐานของจริยธรรม ความสมเหตุสมผล

กฎหมาย กฎหมายธรรมชาติ ศาสนา

ความเที่ยงธรรม (equity) และความเป็นธรรม

(fairness) ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายโดย

คำนึงถึงสิทธิที่ไม่สามารถโอนให้แก่กันได้และ

สิทธิโดยกำเนิดของมนุษยชาติและพลเมือง

ทั้งหลาย กับสิทธิของปวงชนและเอกชนที่จะ

ได้รับความคุ้มครองอย่างเท่าเทียมกันตาม เทพียุติธรรม (Lady Justice) เป็น

กฎหมายซึ่งว่าด้วยสิทธิพลเมืองของพวกเขา เครื่องแทนความยุติธรรม ทรงไว้ซึ่ง

เหล่านั้น โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติเพราะ สัญลักษณ์สามประการ คือ พระขรรค์
เหตุแห่งเชื้อชาติ เพศ รสนิยมทางเพศ หมายถึง อำนาจบังคับบัญชาของศาล
ดุลพ่าห์ หมายถึง การชั่งหนักเบาซึ่ง

อัตลักษณ์ทางเพศ เหล่ากำเนิด สีผิว ชาติพันธุ์ ข้อหาที่รับมาอยู่ในมือและผ้าผูกตา
หมายถึง ความไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
ศาสนา ความพิการ อายุ ความยากดีมีจน

และลักษณะประการอื่นทั้งยังถือด้วยว่ารวมถึงความยุติธรรมทาง

สังคม

อุดมการณ์ 14
(ideology)

อุดมการณ์ คือ ระบบความคิดทั้งมวลซึ่งออกแบบมาเพ่ือชี้นำพฤติกรรมของ
คนในสังคม (Levine, 1990, p. 67) เป็นกลไกท่ีทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าส่ิง
ต่างๆ ในสังคมเป็นความจริงเช่นเดียวกับกลไกของมายาคติ (อัลธู แซร์, 2557,
หน้า 23) ส่วน Heywood (1994, p. 15) อธิบายว่าอุดมการณ์ คือ ชุดของ
ความเชื่อพื้นฐานที่สร้างกรอบความคิดและกำหนดการกระทำของเรา มีบทบาท
ในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับกลุ่ม รวมถึงสนับสนุนและท้าทาย
โครงสร้างทางอานาจในสังคม อุดมการณ์จึงเกี่ยวข้องกับอำนาจ การครอบงำ
การใช้ภาษา การสร้างความชอบธรรม และความเห็นพ้อง
(อรวรรณ ปิลันธน์โอวาท, 2547, หน้า 211)

อุดมการณ์ทำหน้าที่เป็นกลไกหนึ่งที่ชนชั้นนำใช้ผลิตซ้ำความสัมพันธ์ทางการผลิต
ทำให้การควบคุมทางสังคมง่ายและราบรื่น (Hall, 1985, p. 113) โดยใช้สถาบัน
ต่างๆ เช่น ศาสนา การศึกษา ครอบครัว กฎหมาย การเมือง สื่อมวลชน และ
วัฒนธรรม เป็นตัวแทนในการหล่อหลอมให้สมาชิกยอมรับอุดมการณ์หลัก แล้วผสาน
ความร่วมมือกับกลไกการปราบปรามหรือการกดข่ี เช่น รัฐบาล รัฐสภา กองทัพ
ตำรวจ ราชทัณฑ์
ทั้งสองกลไกเป็นองค์ประกอบของโครงสร้างทางสังคมที่เรียกว่าโครงสร้างส่วนบน
(superstructure) ทำหน้าท่ีประสานกับโครงสร้างส่วนล่าง (infrastructure) ซึ่ง
ประกอบด้วยเอกภาพของพลังการผลิตและความสัมพันธ์ทางการผลิต ทำให้
กระบวนการควบคุมและขับเคล่ือนสังคมดำเนินต่อไปอย่างเป็นธรรมชาติ (อัลธูแซร์,
2557)

15

การเลือกปฏิบัติ
(Discrimination)

หมายถึง “การกระทำใด ๆ โดยการกีดกัน แบ่งแยกจำกัด หรือการ
ปฏิบัติใด ๆ ต่อบุคคล หรือกลุ่มคนโดยไม่เท่าเทียมกันและไร้เหตุผล
อันเป็นการปฏิบัติที่แตกต่างกันในสถานการณ์เดียวกัน อันทำให้บุคคล
ได้รับสิทธิน้อยกว่าสิทธิที่ตนพึงได้ โดยมีมูลเหตุ จูงใจ (Motive)
เนื่องจากเหตุความแตกต่างทางถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ
ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะ ของบุคคล ฐานะทาง
เศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม และ ความคิด
เห็นทางการเมือง”

16

การเหมารวม คือ คตินิยมหรือ
ทัศนคติของสังคมทั่วไปที่มีต่อกลุ่มคนอื่น
ชาติอื่น หรือลักษณะของบุคคลบางประเภท
จนกลายเป็นมาตรฐาน มีพื้นฐานมาจากการ
สรุปเอาจากข้อสมมุติพื้นฐานที่มีแนวโน้มที่
เป็นอัตวิสัย

การเหมารวมเกิดขึ้นจากความคิดที่คุ้นเคย
ทางมโนธรรม เช่น จากพฤติกรรมบางอย่าง หรือลักษณะพิเศษอันแตกต่าง
จากผู้อื่นที่ปรากฏและเป็นที่สังเกตอยู่ชั่วระยะเวลาอันยาวพอประมาณ การที่
แนวคิดทางวัฒนธรรม (Meme) จะกลายมาเป็นสิ่งที่ยอมรับกันโดยสังคม
โดยทั่วไปได้ การเหมารวมไม่อาจจะเป็นแนวคิดที่ผิดไปทั้งหมด และจะต้อง
มีองค์ประกอบที่สังคมยอมรับ (Social recognition) การเหมารวมมิได้ใช้
แต่เฉพาะกลุ่มคนแต่อาจจะใช้ในสถานะการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอจน
สามารถทำนายผลที่จะออกมาได้

การเหมารวมอาจจะเป็นได้ทั้ง “ดี” และ “ไม่ดี” แต่แนวคิดทางของการ
เหมารวมส่วนใหญ่แล้วยากที่จะเสนอภาพพจน์ทางบวกของกลุ่มชน

17

ความเป็นธรรมทางสังคม
(Social Justice)

แนวคิดเรื่องความเป็นธรรมทางสังคม เป็นแนวคิดที่ตั้งคำถามต่อวิธี
การจัดสรรหรือกระจายผลประโยชน์ หรือจัดสรรทรัพยากรของสังคม

ที่ให้กับประชากรในสังคมนั้นๆว่ามีความเป็นธรรมต่อสมาชิกทุก
คนในสังคมหรือไม่ แนวคิดเรื่องความเป็นธรรมทางสังคมเป็นหนึ่งใน

แนวคิดทางสังคมศาสตร์ที่มีการเอ่ยถึงเป็นอย่างมากในยุค
ประชาธิปไตยเบ่งบานและประชาชนมีประสบการณ์ ทางการเมืองมาก
ขึ้นเช่นในปัจจุบัน นอกจากนี้แนวคิดเรื่องความเป็นธรรมยังมีความ
เหมาะสมในการที่จะนำมาใช้ในการตั้งคำถามต่อนโยบายและวิธีคิด

การแก้ไขปัญหาของสังคมในส่วนรวม
แนวคิดเรื่องความเป็นธรรมทางสังคมคือความเสมอภาคของ Rawls

เป็นแนวคิดที่เชื่อว่ามนุษย์เราทุกคนเป็นมนุษย์ที่มีเหตุมีผล จึงเป็นผู้ที่
มีเสรีและเสมอภาคและต้องการได้รับความเคารพ ดังนั้นการที่รัฐ
หรือใครจะจัดสรรผลประโยชน์ และทรัพยากรให้กับสมาชิกต้อง
ดำเนินการตามสัญญาประชาคม (Social Contact) ที่เป็นไปด้วย
ความเท่าเทียม เสมอภาคและเคารพในสิทธิความเป็นมนุษย์ของ
สมาชิก

18

เอกสารอ้างอิง

การเหมารวม. สืบค้นเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2565, จากวิกิพีเดีย
https://th.m.wikipedia.org/wiki/การเหมารวม

ความยุติธรรม. สืบค้นเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2565, จากวิกิพีเดีย
https://th.m.wikipedia.org/wiki/ความยุติธรรม

ทวีศักดิ์ อินทโชติ. (2561). การศึกษาอัตลักษณ์และการพัฒนาอัตลักษณ์ของ
นิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน.
(วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์)

ธนาชัย สุทรอนันตชัย. ความเสมอภาค ความเท่าเทียม และความเป็นธรรมทาง
สังคม

กับการจัดสวัสดิการทางสังคมของประเทศไทย. วารสารวิชาการ จาก

ปวีณ์กร คลังข้อง. (2556). วัฒนธรรมวิจัยของครูในจังหวัดปัตตานี
Research Culture of Teachers in Pattani Province.
(วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์)

พิสิษฏ์ นาสี. (2563). เอกสารประกอบการสอนกระบวนวิชา 100310
การศึกษาพหุวัฒนธรรม. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

แพร ศิริศักดิ์ดําเกิง. (2549). แนวคิดพหุวัฒนธรรม (Multiculturalism).
คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร.

18

เอกสารอ้างอิง

ฤทธิณัณฑ์ เชื้อทอง และรุจิระ โรจนประภายนต์. (2016). ค่านิยม อุดมการณ์ และ
รูปแบบการสื่อสารที่แสดงถึงลักษณะทางวัฒนธรรมของคนไทย.
(น.110-137). จาก
https://www.google.com/url?
sa=t&source=web&cd=&ved=2ahUKEwjewO_p-
dr7AhVdxjgGHWb8CgQQFnoECAcQAQ&url=https%3A%2F%
2Fso04.tci-
thaijo.org%2Findex.php%2FNJLC%2Farticle%2Fdownload%
2F94424%2F73815%2F234767&usg=AOvVaw2vMGozPYPrICj
5ytKemMoj

วิชยา โกมินทร์ และ บวร ทรัพย์สิงห์. (2557). การสร้างความเป็นธรรมทาง
สังคม เรื่องที่อยู่อาศัยในกลุ่มคนจนเมือง.
http://www.cusri.chula.ac.th/backup/download/cluster8.pdf

สุวิไล เปรมศรีรัตน์. (2561). การจัดการเรียนการสอนแบบทวิ-พหุภาษา
(ไทย–มลายู) ในจังหวัดชายแดนภาคใต้. ใน ศิริรัตน์ นีละคุปต์ และ
อุบลวรรณ เปรมศรีรัตน์ (บรรณาธิการ). การจัดการศึกษาแบบทวิ-
พหภุาษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้. (น. 1-23).
นครปฐม: ศูนย์ศึกษาและฟื้ นฟูภาษาและวัฒนธรรมในภาวะวิกฤต,
สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย, มหาวิทยาลัยมหิดล.

18


Click to View FlipBook Version