2 1. คุณลักษณะเฉพาะ(Specifications) เป็นเครื่องตรวจนับเม็ดเลือดและเกร็ดเลือดชนิดอัตโนมัติชนิด 5 Part differential cell counter รวมถึง Nucleated red blood cell (nRBC) ท าการ ตรวจวิเคราะห์ได ้พารามิเตอร์พื้นฐาน 30 พารามิเตอร์พารามิเตอร์ส าหรับ งานวิจัย 20 พารามิเตอร์มี2 Histograms , 2 Scattergrams และ 3 Threedimensional graphs 1.1 พารามิเตอร์ที่ตรวจได้จากเครื่อง (Parameters)
3 Research Use Only (RUO) Parameter * Only Applies to BC6000plus
4 1.2 น า้ยาทใี่ช้(Reagents) M-6DS DILUENT ใชส้ าหรับเตรยีมเซลล์และ DILUTE SAMPLE ก่อนมานับจ านวนและวัด ขนาดของเม็ดเลือด M-6LD Lyse M-6LD Lyse ใชส้ าหรับท าลายผนังเม ็ ดเลอืดแดง (red blood cell). เพื่อการ นับ 4-differentiates WBCs.โดยจะใชร้่วมกบั M-6FD DYE M-6FD Dye M-6FD Dye ย ้อมภายใน Cell เพื่อการนับแยกชนิด 4-differentiates WBCs. โดยจะใชร้ว่มกบั M-6LD LYSE M-6LH Lyse M-6LH Lyse ใชส้ าหรับท าลายผนังเม็ดเลือดแดง (red blood cell). เพื่อการ ตรวจหา HGB. M-6LN LYSE M-6LN Lyse ใชส้ าหรับท าลายผนังเม ็ ดเลอืดแดงตัวออ่น เพื่อนับแยกชนิด NRBC M-6FN DYE M-6FN Dye ใชส้ าหรับยอ้ม RNA ภายในเม็ดเลือดแดงตัวอ่อน เพื่อนับแยก ชนิด NRBC Probe Cleanser Probe Cleanser เป็น alkaline cleaning solution ส าหรับใช้Shutdown เครื่อง
5 1.3 ขนาดหลอดเก ็ บตัวอยา่งเลอืดทใี่ช้(Collection tube types) ถา้ใชใ้น Mode closed-tube sampling และ Autoloading mode ใชไ้ด้4 ขนาดดังนี้ 1.4 ตัวอยา่งทใี่ช้ ปริมาตรเลือดที่ดูด (Sample volumes required for each analysis) AL-WB / CT-WB 80 µL CT-PD 20 µL CT-BF 85 µL 1.5 ความเร็วในการตรวจวัดต่อราย( Throughput)
6 1.6 Performance specifications 1.6.1 Display range จอภาพสามารถแสดงชว่งตัวเลขไดใ้นชว่งตามตาราง ดังนี้ 1.6.2 ค่าปกติของ Normal background ที่ยอมรับได ้
7 1.6.3 มชีว่งการตรวจวดั Linearity range ตามตารางดังนี้ 1.6.4 Reproducibility ท าการ run จ านวน 11 ครั้ง และใชผ้ลครัง้ที่ 2 ถึง 11 ในการค านวณ reproducibilities. ดังนี้
8 1.6.5 ค่า Carryover
9 1.7 ส่วนประกอบอื่นๆของเครื่อง
10 1.8. ระบบไฟฟ้า (Power supply) 1.9 ระดับเสยีง (Sound) ความดังสูงสุด (Maximal sound): 65 dB 1.10 สงิ่แวดลอ้มทเี่หมาะสมในการปฏบิ ัตงิาน (Operating environment) อุณหภูมิ: 15 o C - 32 o C ความชนื้ : 30 % - 85 %. Atmospheric pressure: 70 kPa - 106 kPa. 1.11 สงิ่แวดลอ้มการเก ็ บรักษา Storage environment Ambient temperature: -10 o C - 40 o C Relative humidity: 10 % - 90 % Atmospheric pressure: 50 kPa - 106 kPa
11 1.12 ขนาดและน ้าหนักเครื่อง (Dimensions and weight) 2.หลักการของเครื่อง BC-6000 Auto Hematology Analyzer 2.1 การดูดตัวอย่าง Aspiration เครื่องตรวจสามารถตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างได ้ทั้งระบบ Manual (Close sampling mode ),ระบบ AutoLoad โดยใช้Rack (Autoload sampling mode) และระบบป้อนตัวอย่างแบบอัตโนมัติ ระบบ Manual (Close sampling mode ) เครอื่งสามารถตรวจใชไ้ดท้ ัง้แบบ whole blood samples และระบบ prediluted blood samples และสามารถ ใช้ Micro tube ได้ในขณะที่ ระบบ Autoload (Autoload sampling mode) และระบบป้อนตัวอย่างแบบอัตโนมัติ(autoloading mode) ได ้เพียงตัวอย่าง จาก whole blood samples เท่านั้น. ทั้งสองระบบ เครื่องจะดูดเลือดปริมาณ 80 µL
12 หากใชก้ารตรวจวเิคราะห์Body Fluid ในระบบ Close sampling mode, เครื่องจะดูดเลือดปริมาณ 85 µL. หากใชก้ารตรวจวเิคราะหจ์าก capillary blood sample ในระบบ Close sampling mode,เบอื้งตน้ผใู้ชค้วรจะท าการเจอืจางเองโดยใชเ้ลอืด 20µL จาก capillary sample เจือจางกับ diluent ปริมาณ 100µL และวิเคราะห์ด ้วย pre-diluted sample mode ในเครื่อง เครื่องจะดูดเลือดปริมาณ 80µL. 2.2 ระบบการเจือจางของเครื่อง Dilution ใน sampling valve, การดูดตัวอย่างเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นย า แบ่งเป็น 4 สว่น จาก 4 portions จะเจือจางไปตามกระบวนการที่แตกต่างไป ตาม reagents ที่แตกต่างกัน. หลังจากนเี้ครอื่งจะพรอ้มส าหรับการตรวจ วิเคราะห์ เครื่องมีกระบวนการในการนับเป็น 2 แบบ คือ whole blood samples และ prediluted blood samples. 2.3 หลักการวัดเม็ดเลือดขาว WBC Measurement หลักการ SF Cube cell analysis technology ในหลอดเลือดปกติ เม็ดเลือดขาวจะแบ่งออกเป็น 5 ชนิด คือ Neutrophil , Lymphocyte , Monocyte , Eosinophil , Basophil หลังจากเลือดที่เจือจางด้วยน้้ายาตามขั้นตอนที่กล่าว มาแล้ว จะถูกฉีดเข้าไป flow cell. โดยถูกล้อมรอบด้วย sheath fluid (diluent), ซึ่งเม็ดเลือด ไหลเรียงเดี่ยวผ่านมายังแกนกลางของ flow cell ใน single column ด้วยความเร็วสูง. เมื่อ
13 สารละลายเม็ดเลือดผ่านมายัง flow cell เมื่อฉายล้าแสงเลเซอร์(laser beam.) ค่าการ intensity ของ scatter lightขึ้นต่อขนาดของเม็ดเลือดและความหนาแน่นภายในเซลล์( intracellular density).เซลล์จะหักเหแสงให้กระจายออกไป ล้าแสงที่กระจายโดยเซลล์นี้ จะสร้างสัญญาณไฟฟ้าเกิดขึ้น จ้านวนและขนาดของสัญญาณดังกล่าว สามารถบอก ปริมาตรและจ้านวนเซลล์ตลอดจนสามารถบอกรายละเอียดต่างๆภายในเซลล์ได้โดย การบันทึกมุมที่ต่้า( low-angle scattered light) จะได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับขนาดของเซลล์ (cell size) ส่วนการบันทึกมุมสูง( high-angle scattered light ) ซึ่งจะถูกแยกด้วย Splitter แยก แสงที่ได้จากการ Scratter กับ แสงที่ได้จากการ Emission ออกจากกัน ซึ่งแสงที่ได้จาก การ Scratter จะแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับของความเข้มข้นของสารภายในเซลล์ (ปริมาณแกรนูล) และ แสงที่ได้จากการ Emission ของ Fluorescent จะแสดงข้อมูล ปริมาณ DNA/RNA ใน Nucleus. ล้าแสงที่กระจายโดยเซลล์นี้จะสร้างสัญญาณไฟฟ้า เกิดเป็นสัญญาณที่เครื่องสามารถบันทึกได้ตามภาพจะแกน Xแสดง intracellular density และแกน Y แสดงขนาดของเซลล์ ( blood cell size.) และแกน Z แสดงปริมาณ DNA/RNA ใน Nucleusความแตกต่างของชนิดของข้อมูลดังกล่าวจะแสดงในรูปแบบการกระจาย ในแนวแกน X , Y และ Z เป็น scattergram ในช่องการ Diff ของเครื่อง BC6000 จะมีการ Lyse ผนังเม็ดเลือดขาวด้วย LD lyse และ ย้อมภายในด้วยสี Fluorescent จะท้าให้ RBC ถูกท้าลายไป และ WBC จะมีความ แตกต่างกันในแต่ละชนิดด้วย ขนาด ปริมาณแกรนูล และ ปริมาณ DNA/RNA ภายใน นิวเครียส ซึ่ง Forward scratter จะ Detect ขนาดของเซลล์ และ Side scratter จะ Detect ปริมาณแกรนูลภายในเซลล์ และ Fluorescent detector จะ detect ปริมาณ DNA/RNA ภายในเซลล์ ซึ่งจะท้าให้ได้ WBC แบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ Neutrophil , Lymphocyte ,
14 Monocyte , Eosinophil และหากพบเซลล์กลุ่ม Immature granulocyte , Atypical lymphocyte หรือ Blast cell เครื่องจะแสดง Flag เตือน Lymphocyte มีขนาดเล็กที่สุด และมีสัดส่วนระหว่าง Nucleus กับ Cytoplasm มากที่สุด แต่ ปริมาณ nucleic น้อยที่สุด ดังนั้นต้าแหน่งของเซลล์จึงอยู่มุมล่างซ้ายของกราฟ Diff เป็นต้น ขณะเดียวกันในช่อง WNB channel เครื่องจะท้าการแยกชนิดของ Basophil และ NRBC และท้าการนับปริมาณเม็ดเลือดขาว
15 ค่าอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเซลล์เม็ดเลือดขาว Derivation of WBC-Related Parameters
16 ค่าอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับ NRBC 2.4 ระบบการวดัคา่ ฮโีมโกลบนิ (HGB Measurement) ใชว้ธิีcolorimetric method ค านวณหน่วยความเข ้มข ้น hemoglobin เป็น (g/dL) วิธีColorimetric Method หลังจากเลือดถูกเจือจางด ้วยน ้ายาแล ้ว ถกูสง่ ไปยังชอ่งวัดคา่ Hemoglobin ด ้วยหลักการ Colorimetric method กล่าวคือ หลังจากเม็ดเลือดแดงถูก ท าลายด ้วยน ้ายา LH Lyse เม็ดเลือดแดงจะปล่อยสาร Hemoglobin ที่มีอยู่ ภายในเซลล์ออกมา แล ้ว globin ซงึ่เป็ นสว่นหนงึ่ของ Hemoglobin จะท า ปฏิกิริยากับน ้ายา ท าให ้เกิดการเปลี่ยน Ferrous ให ้เป็น Ferric เมื่อ Ferric รวมตัวกับน ้ายาเกิดสารประกอบเชงิซอ้น ซงึ่ความเขม้ขน้ของHemoglobin นี้วัดได ้ด ้วยการดูดกลืนแสงที่ความยาวคลื่น 525 nm โดยเป็นการวัด เปรียบเทียบค่า Blank หรือน ้ายาอย่างเดียวกับตัวอย่าง แล ้วจึงรายงานค่า ความเข ้มข ้น Hemoglobin เป็นหน่วย g/dl จากค่า Hemoglobin ที่ได ้จาก
17 ชอ่งวดันี้จากค่าเม็ดเลือดแดง ค่า MCV , และค่า HGB จะสามารถหาค่า ดัชนีเม็ดเลือดแดง (Red blood cell indicies) ได ้โดยค านวนด้วยสูตร ดังต่อไปนี้ 2.5 ระบบการวัดค่า RBC/PLT (RBC/PLT Measurement) วัด RBCs/PLTs โดยหลักการ Sheath fluid Impedance method. ตรวจวัดค่า RBC, PLT, MCVและMPV. ตามภาพ การวัดเม็ดเลือดแดงและเกร็ดเลือดด ้วยหลักการ Focusing flow + Sheath fluid impredance method เมื่อตัวอย่างเลือดผ่าน Sample rotor valve นัน้เลอืดสว่นหนงึ่จะถกู เลอืดทสี่ง่เขา้มาทชี่อ่งนแี้ละถกูผสมดว้ย น ้ายา M68-DS diluents เพื่อเจือ จางเลือด และคงรักษาสภาพเซลล์เม็ดเลือดแดงกับเกร็ดเลือดให ้มีรูปร่าง ใกล ้เคียงกันเมื่ออยู่ในกระแสเลือด หรือเรียกว่า “Near native state” นั่นเอง เลือดที่ถูกเจือจางแล ้วนี้(Diluted blood) จะถกูสง่ ไปยังชอ่งนับเม ็ ดเลอืด แดงและเกร็ดเลือด ที่เรียกว่า RBC/PLT detection chamber or channel นั้น ในชอ่งนับนมี้กีารออกแบบพเิศษเพอื่ใหเ้ซลลไ์หลเรยีงเดยี่วผา่นทลีะเซลล์ โดยมีการฉีดน ้ายาทั้งสองด ้านด้วยแรงดันและน ้ายาที่แตกต่างกันจาก ภายในชอ่งนับทัง้ดา้นหนา้กอ่นการวดั และด ้านหลังการวัด ท าให ้การวัด ถูกต ้องแม่นย าขึ้น เราเรียกการออกแบบพเิศษของชอ่งนับนวี้า่ sheath fluid impredance method เมอื่น ้ายาไหลผา่นชอ่ง Aperture ที่ด ้านในนี้ท าให ้ กระแสไฟฟ้าไหลครบวงจร แตเ่มอื่เซลลเ์ม ็ ดเลอืดแดงและเกร ็ ดเลอืดซงึ่
18 แขวนลอยอยใู่นน ้ายาไหลผา่นชอ่งตรวจนับ Aperture ท าให ้ขัดขวาง กระแสไฟฟ้าหรือเกิดความต ้านทานขึ้น เพราะเซลลม์คีณุสมบัตเิป็ นสอื่น า ไฟฟ้าที่ไม่ดีนั่นเอง จากกฏของโอห์ม V=IR หมายความว่าความต ้านทาน แปรผันโดยตรงกับขนาดของเซลล์ดังนั้นเซลล์ขนาดใหญ่ จะท าให ้เกิด ความต ้านทานมากกว่าเซลล์ขนาดเล็กด ้วยกฏของโอห์ม ท าให ้เครื่อง สามารถจ าแนกเกร็ดเลือดและเม็ดเลือดแดงตามความแตกต่างของขนาด เซลล์ได ้เมื่อน าข ้อมูลทั้งหมดมาเรียบเรียงใหม่ โดยแกนตั้งคือความถี่หรือ จ านวน และแกนนอนคือปริมาตรเซลล์จะได ้กราฟ Histogram แสดงค่าการ กระจายตัวของเม็ดเลือดแดงและเกร็ดเลือด จากกราฟนี้สามารถหาค่า RDW,RDW-SD.RDW-CV,MCV,PLT,PDW,MPV,P-LCR,P-LCC,PCT ตามล าดับ ค่าที่เกี่ยวข้องกับเม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือด
19 2.6 ระบบการล้าง Wash หลังการวิเคราะห์แต่ละรอบ มีการล้างด้วย diluent. ดังนี้ 1. มีการล้าง sample probe ทั้งภายในและภายนอก 2. มีการล้าง sampling valve 3. มีล้าง baths 4. มีการล้าง metering tubes 5. มีการล้าง flow cell
20 2.7 เกี่ยวกับ Controls and Calibrators Controls และ calibrators ใชส้ าหรับตรวจความถกูตอ้ง accurate จาก การปรับตั้งค่า เตรียมมาจาก whole-blood. Controls มีค่าทั้ง 3 ระดับ low, normal, และ high levels.
21 3. การใชง้านเครื่องตรวจวิเคราะห์ การใชง้านตาม flow chart ดังนี้
22 3.1 การเปิดเครื่อง Power-on หลังจากการติดตั้งโปรแกรมและน ้ายาทใี่ชส้ าหรับเครอื่งแลว้ เปิด power switch ด ้านข ้างเครื่อง ในต าแหน่ง ON (I),. มีไฟแสดงว่าเปิด เครื่องเปลี่ยนจากสสีม้เป็ นสเีขยีว เครอื่งจะทดสอบตัวเองใชเ้วลาอยา่งนอ้ย 4 ถึง 12 นาทีหากว่าการปิด เครื่องก่อนหน้านี้ไม่ได ้Shutdown อย่างถูกต ้อง ตอนเปิดเครื่องขึ้นมา เครื่องจะให ้Zip probe cleanser ด ้วย โดยขึ้น Pop up เตือนขึ้นมา เมื่อผ่าน กระบวนการนี้แล ้วจอภาพจะแสดงเมนูหลักเพอื่ใสร่หัสผา่น ตามภาพ
23 3.2 อธิบาย ICON จากจอภาพเมนูหลัก วิเคราะห์สิ่งส่งตรวจ ดูผลการตรวจ โปรแกรมควบคุมคุณภาพ เปลี่ยนหรือ Prime น้้ายา ปล่อย Diluent เพื่อท้าใน Mode CT-PD ปริ้นผลคนไข้
24 3.3 สญัญาณไฟแสดง Status หน้าเครื่อง แสดงความแตกต่างของสถานการณ์ท างานของเครื่อง โดยความ แตกตา่งของแตล่ะสดี ังนี้ สแีดง หมายถึง ก าลังรอไม่พร้อมตรวจรายต่อไป สเีขยีว หมายถึง พรอ้มใชง้านรายต่อไป สเขียวกระพริบ ี หมายถึง ก าลังตรวจวิเคราะห์ตัวอย่าง 3.4 การเก็บตวัอยา่งสงิ่สง่ตรวจ Sample Collection and Handling ตัวอยา่งสง่ตรวจ, controls, calibrators และน ้าทิ้ง ควรระมัดระวังใน การเสยี่งตอ่การตดิเชอื้ . สวมอปุกรณ์ป้องกันตา่งๆเชน่เสอื้ถุงมือ ตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน ในห ้องปฏิบัติการ หลกีเลยี่งการสมัผัสโดยตรงกบัตัวอยา่ง ไมค่วรใชอ้ปุกรณ์ประเภทใชแ้ลว้ทงิ้มาใชซ้ ้าๆ 3.4.1 การเก็บ Whole blood samples ปฏิบัติดังนี้ เก็บตัวอย่างจาก venous blood โดยใช้K2EDTA(1.5 - 2.2mg/mL) anticoagulant collection tube. Mix sample ให ้เข ้ากันก่อนการน ามาตรวจวิเคราะห์ ให ้เก็บ whole blood อย่างน้อย 1mL เมอื่ใชร้ะบบ open vial sampling mode; หรือไม่น้อยกว่า 2mL เมอื่ใช้autoloading mode. ส าหรับเลอืดทใี่ชเพื่อการตรวจ ้ WBC differential หรือ PLT count ควรเก็บไว ้ที่อุณหภูมิห ้อง และน ามาตรวจภายใน 8 ชวั่โมงหลังจาก เก็บ ถ ้าเก็บโดยไม่ต ้องการตรวจ PLT, MCV และ WBC differential สามารถเก็บได ้ในตู้เย็น (2 - 8 องศาเซลเซยีส ) ใน 24 ชวั่โมง. ก่อน น ามาตรวจให ้น ามาตั้งทิ้งให ้ได ้อุณหภูมิห ้องอย่างน้อย 30 นาทีก่อน ตรวจ ให ้mix sample ให ้ดีก่อนน ามาตรวจ
25 4 การตรวจวิเคราะห์ 4.1 การตรวจในโหมด Manual (Close Sampling Analysis) เขา้สโู่ ปรแกรมการสงั่ตรวจ CLICKที่ Count จอภาพแสดงดังนี้ เลือก Mode “CT-WB Micro WB” หรือ “CT-BF (Body Fluid)” แตะทชี่อ่ง Sample ID ให ้Keyboard โชว์ขึ้นมา ยิง Barcode Sample ให ้เลข Barcode แสดงที่ชอง Sample ID กด OK หน้าจอจะกลับไปที่หน้าจอ Count ด ้านล่างจอจะเปลี่ยนเป็น Mode CT-WB-CD หรือ CT-BF-CD ** กรณีCT-BF เครื่องจะท าการล ้างและท า Background ให ้ก่อน ชอ่งใส่ Sample จะเปิดออกมา
26 โยกคันโยกตามชนดิของหลอดบรรจสุงิ่สง่ตรวจ ใส่ Sample กด บนเครื่องเพื่อเริ่มการ Run Sample 4.2 การตรวจในโหมด Manual แบบ Predilute Sample(CT-PD) การเตรียม Sample ก่อนน าไป Run ใน Mode CT-PD กดเมนูDiluent ที่แถบเมนูด ้านบนของจอ ชอ่งใสจ่ะเปิดออกมา โยกคันโยกตามชนดิของหลอดบรรจสุงิ่สง่ตรวจ น า TUBE เปลา่ทสี่ะอาดใสล่งในชอ่ง กด เครื่องจะปล่อย Diluent ลงมาใน TUBE ที่เตรียมไว ้ 100 uL Mix Sample แลว้ใช้Auto Pipette ดูด Sampleใสล่งไป 20 uL ทิ้งไว ้3-30 นาที
27 เลือกเมนูCount จากหน้าจอ เลือก Mode เลือก Mode “CT-PD” แตะทชี่อ่ง Sample ID ให ้Keyboard โชว์ขึ้นมา ยิง Barcode Sample ให ้เลข Barcode แสดงที่ชอง Sample ID กด OK หน้าจอจะกลับไปที่หน้าจอ Count ด ้านล่างจอจะเปลี่ยนเป็น Mode CT-PD และแสดงแถบสีส้มที่แถบ กรณีโหมด CT-BF เครื่องจะท าการล ้างและท า Background ให ้ก่อน ชอ่งใส่ Sample จะเปิดออกมา โยกคันโยกตามชนดิของหลอดบรรจสุงิ่สง่ตรวจ ใส่ Sample กด บนเครื่องเพื่อเริ่มการ Run Sample
28 4.3 การตรวจในโหมด Autoloading (AL-WB) เลือกเมนูCount จากหน้าจอ เลือก Mode เลือก Mode “AL-WB” เลือก Auto Scan Rack และ Auto Scan Sample ID กด OK หน้าจอจะกลับไปที่หน้าจอ Count ด ้านล่างจอจะเปลี่ยนเป็น Mode AL-WB-CD วาง Rack ที่ต าแน่ง Loading ** ให ้ต าแหน่งที่ 1 ของ Rack อยทู่างดา้นซา้ย กด Start Count เพื่อเริ่ม Run Sample
29 4.4 การท า Emergency test (STAT Mode) กรณีที่เครื่องก้าลัง Run Sample แบบ Rack อยู่ผู้ใช้สามารถแทรกเทส STAT ได้โดยขั้นตอนดังนี้ กดปุ่ ม ที่หน้า Count หรือกดปุ่ ม Switch Mode ที่บนเครื่อง เมื่อเครื่องท าเทสล่าสุดจากการ Run แบบ Rack เสร็จแล ้วเครื่องจะ เปลี่ยนจาก Mode AL เป็น CT ให ้อัตโนมัติ และให้ Run STAT Sample ตามวิธี 4.1 (CT-WB) เมื่อเครื่อง Run STAT Sample เสร็จแล้วเครื่องจะ Switch mode กลับมา Run Sample ที่อยู่บน Rack ต่อให้อัตโนมัติ 5. ฟงักช์นัการท างานอื่นๆ (Special functions) การพิมพ์ผล (Print) สามารถให ้เครื่อง Auto-print ได ้แต่หากต ้องการ Print ย ้อนหลัง ให ้ เข ้าที่หน้า Lab X-pert เลือกรายที่ต ้องการ Print แล ้วเลือก Print ที่แถบเมนู ด้านบนของจอ การบันทึกผลการตรวจ เครื่องมีการบันทึกผลการตรวจโดยอัตโนมัติสูงสุด 50,000 ราย เมื่อ ข ้อมูลที่บันทึกเต็ม ข ้อมูลที่เก่าที่สุดจะลบแทนที่ข ้อมูลอันล่าสุดเลย STAT
30 6.Parameter Flag ผลคนไข้สูงหรือต่้าจาก Normal Range ผลคนไข้ผิดปกติควรดู Slide เพื่อยืนยัน ผลการวิเคราะห์สูงกว่า Linearity Range ผลวิเคราะห์มีการแก้ไขให้ถูกโดย algorithm ของเครื่อง
31 ตารางแสดง Abnormal Blood Cell Differential or Morphology
32
33 7. การปิดเครื่อง (Shutdown) เพื่อการบ ารุงรักษาเครื่องมือ เมอื่เสร ็ จสนิ้การใชง้านประจ าวัน แม ้จะ ใชง้านตลอด 24 ชวั่โมง ควรมีการเข ้าโปรแกรมปิดเครื่องตามขั้นตอน ดังนี้ CLICK ที่Menu > “Shutdown” จากเมนูหลัก “Main” screen จะ ปรากฏกล่องข ้อความดังภาพ CLICK ที่ “Yes” เพื่อปิดเครื่อง หลังจากนัน้เครอื่งจะขนึ้ใหใ้ส่ Probe cleanser ช่องใส่ Sample หน้าเครื่องจะเปิดออก ให้วาง Probe cleanser กดปุ่ม เครื่องจะท้าการล้างเครื่องประมาณ 10 นาที เมื่อเสร็จแล้วจะปรากฏข้อความ “power off the analyzer” กดปุ่ ม power switch ทดี่า้นซา้ยของเครื่องให ้อยู่ในต าแหน่ง OFF (O) ตรวจสอบน ้าทิ้ง
34 8. การค้นผลการตรวจย้อนหลัง (Reviewing Sample Results) การค้นในรูปแบบตารางแสดงผล เลือก “Table Review”จากแถบเมนูด ้านบนของจอ จอภาพจะปรากฏตาราง โดยผลคนไข ้รายล่าสุดจะอยู่ทางฝั่งขวา จะแสดงข ้อมูลประกอบด ้วย Sample information Parameter Results Patient information เพื่อเลื่อนเปลี่ยนหน้า ซ้าย/ขวา เพื่อเลื่อนดูข้อมูล บน/ล่าง
35 สามารถ Search จาก Sample ID/Patient ID/Name/Date โดยกด Search จากหน้า Table Review หน้าจอจะแสดงดังภาพให ้ ใสข่อ้มลูคนไขท้ตี่อ้งการคน้หาแลว้กด OK 9. การใชโ้ปรแกรมการควบคมุคณุภาพภายใน (Using the QC Programs) การควบคุณภาพ Quality Control (QC) เป็ นสงิ่ทจี่ าเป็ น จึงแนะน าให ้ ท าทุกวันเพื่อความถูกต ้องในการรายงานผล โดยเครื่อง BC6000 จะใช้ โปรแกรม Lab X-pert ในการบริหารจัดการ IQC โดยโปรแกรมสามารถ เก็บ File QC ได ้ 100 File เครื่องมีโปรแกรม QC คือ L-J QC และ X-B QC. 9.1 การ Run IQC สามารถ Run เหมือนการ Run Sample แบบ Rack ได้เลยโดยเครื่องจะ อ่าน Barcode จาก Tube QC อัตโนมัติ และส่งผลมา Plot graph และบันทึก ในตาราง QC
36 9.2 การดูผล IQC การดูผลแบบ Graph เลือกแถบเมนูMore จากโปรแกรม LabXpert เลือก QC เลือก Graph และ File QC ที่ต ้องการดู เครื่องจะแสดงผล IQC แบบ Graph ดังภาพ ถ ้ามีผล IQC out of range เครื่องจะ Plot เป็นจดุสแีดง
37 ดูผล IQC แบบเป็ นตาราง (Table) เลือกแถบเมนูMore จากโปรแกรม LabXpert เลือก QC เลือก Table และ File QC ที่ต ้องการดู เครื่องจะบันทึกผลให ้แบบเป็นตารางโดยผลล่าสุดจะอยู่ทางด ้านขวา และถ ้าผล IQC Out of range เครื่องจะแสดงผลเป็ นสใีหโ้ดยสนี ้าเงนิ คือค่าต ่ากว่า Range และสแีดงคอืคา่ สงกว่าู Range
38 10. การเปลี่ยนน ้ายาหรือการ Prime น ้ายา เมื่อน ้ายาหมด เครื่องจะมีsensor เพื่อตรวจสอบระดับน ้ายา พร้อม เตือนให ้ทราบว่าตัวใดหมด เลือก “Reagent Setup” จากแถบเมนูด ้านบนของจอ หน้าจอจะแสดง ตารางข ้อมูลน ้ายาแต่ล่ะตัวดังภาพ 10.1 การเปลี่ยนน ้ายา เปลี่ยนน ้ายาเมื่อน ้ายาหมดหรือ Reagent Expire (น้้ายาแต่ล่ะตัวจะมีอายุ หลังใช้งานแล้ว 60 วัน) ขั้นตอนการเปลี่ยนน ้ายา เมื่อน ้ายาหมดจะมีข ้อความที่มุมขวาล่างของจอ โดยจะแสดง ข ้อความ “No Reagent….” หรือ “Insufficient Reagent…” เปลี่ยนขวดหรือซองน้้ายาให้เรียบร้อย แตะที่ Error massage ที่มุมด้านขวา เครื่องจะแสดง Error Massage ให้กดปุ่ม Remove Error หน้าขอจะ เปลี่ยนหน้าเป็นดังภาพ
39 ใช้Scanner ยิง Barcode ที่ขวดหรือซองน ้ายาที่เปลี่ยนเข ้าไปใหม่ แล ้วกด Apply เครื่องจะแสดงข ้อความ loading succeeded ดังภาพ กด Exit เครื่องจะท าการ Prime น ้ายาแล ้วกลับมาหน้าจอเมนูCount และใชง้านไดต้ามปกติ ** กรณีต ้องการเปลี่ยนน ้ายา Fluorescent dye (FD-Dye , FN-Dye) น ้ายาจะอยู่ชอ่งประตหูนา้เครอื่ง
40 10.2 การ Prime Reagent ควรใชเมนูการ้ Prime Reagent ในการกรณีดังนี้ น ้ายามีการปนเปื้อน (Contaminated) เครื่องมีError Bubble ใน RBC/WBC Channel เกิดขึ้น ขนั้ตอนการสง่ั Prime Reagent เลือก “Menu” – “Service” – “Maintenance” – “Reagent”- “Reagent Maintenance” หน้าจอจะแสดงเมนูดังภาพ เลือกน ้ายาที่ต ้องการ Prime หรือเลือก ALL Reagent ถ ้าต ้องการ Prime น้้ายาทุกตัว
41 การท า Daily Maintenance เครื่องจะมีการแจ้งเตือนให้ท้า Daily probe cleanser Maintenance ทุกวัน ตามเวลาที่ก้าหนด โดยจะมีข้อความขึ้นเตือนดังภาพ กด Yes เพื่อเริ่มการท า Daily Maintenance หรือกด No เมื่อยังไม่ พร้อมท า Daily Maintenance เครื่องจะเลื่อนเวลาไป 10 นาทีแล ้วจะ ขึ้นเตือนอีกครั้ง เมื่อกด Yes ชอ่งใส่ Sample หน้าเครื่องจะเปิดออกมา น า Tube เปลา่ ไมม่ สีารกันเลอืดแข ็ งใส่ Probe Cleanser 4 ml วางที่ต าแหน่ง WB TUBE แล้วกด บนเครื่องเพื่อเริ่มการท้า Daily Maintenance