46 4. การเรียนรู้แบบร่วมกันหรือแบบร่วมมือ การเรียนรู้ตามแนวคิดนี้ เป็นการเรียนรู้เป็นกลุ่มย่อยโดยมีสมาชิกกลุ่มที่มีความสามารถแตกต่างกัน ประมาณ 3-6 คน ช่วยกันเรียนรู้ไปสู่เป้าหมายของกลุ่มซึ่งอาจเป็นการสร้างสรรค์ผลงานหรือแก้ไขปัญหาโดย ใช้ความรู้ประสบการณ์ และแหล่งข้อมูลภายนอกเพื่อสนับสนุนการทำงานของกลุ่ม เหมาะสำหรับการเรียนที่ ต้องการให้ผู้เรียนเกิดการคิดวิเคราะห์หรือการแก้ปัญหาซึ่งการเรียนแบบนี้มีคำที่ใช้อยู่ 2 คำ คือ Cooperative learning และCollaborative learning ซึ่งแตกต่างจะอยู่ที่ระดับบทบาทของผู้สอนและผู้เรียน โดยในส่วน ของCooperativelearning ผู้สอนจะมีบทบาทในการออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนที่ให้ผู้เรียนปฏิบัติ ตามขั้นตอนหรือวิธีการที่กำหนด ในขณะที่Collaborativelearning ผู้เรียนจะมีบทบาทแทนผู้สอนโดยเป็น ผู้ออกแบบกิจกรรมหรือกระบวนการเรียนรู้ด้วยตัวเอง นักการศึกษาคนสำคัญที่เผยแพร่แนวคิดนี้คือ สลาวิน (Slavin) เดวิด จอร์นสัน (DavidJohnson)และ โรเจอร์ จอร์นสัน (Roger Johnson) ซึ่งให้ความสำคัญกับการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนมากกว่าผู้สอนกับ ผู้เรียน หรือผู้เรียนกับบทเรียน โดยแนวคิดของทฤษฎีนี้กล่าวถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนใน 3ลักษณะ คือ ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในลักษณะแข่งขันกัน ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในลักษณะรายบุคคลต่าง คนต่างเรียน และผู้เยนมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในลักษณะร่วมมือกันหรือช่วยกันในการเรียนรู้ ซึ่งในทางปฏิบัติ ควรให้ผู้เรียนเกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันทั้ง 3 ลักษณะ แต่เนื่องจากการศึกษาในในปัจจุบันมุ่งเน้นในการ แข่งขันและการเรียนรายบุคคลแล้ว ฉะนั้นจึงควรเน้นการจัดการเรียนการสอนที่ให้ผู้เรียนช่วยในการเรียนรู้โดย จัดกิจกรรมที่ให้ผู้เรียนมีการพึ่งพาอาศัยกันในการเรียนรู้ มีการปรึกษาหารือกันอย่างใกล้ชิด มีการตรวจสอบ ผลงานร่วมกัน มีการทำงานกันเป็นกลุ่มบ่อย และมีการร่วมกันวิเคราะห์กระบวนการของกลุ่ม ส่วนการ ประเมินผลการเรียนรู้ควรมีการประเมินทั้งทางด้านปริมาณและคุณภาพ โดยวิธรการที่หลากหลายและควรให้ ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการประเมิน และผู้สอนควรให้ผู้เรียนมีเวลาในการวิเคราะห์การทำงานกลุ่มและพฤติกรรม ของสมาชิกกลุ่ม เพื่อให้กลุ่มมีโอกาสที่จะปรับปรุงส่วนบกพร่องของกลุ่ม
47 5. การเรียนรู้ที่ใช้ปัญหาเป็นหลัก การเรียนรู้ที่ใช้ปัญหาเป็นหลัก (Problem-based learning) คือ กระบวนการเรียนรู้ที่มีผู้เรียนเป็น ศูนย์กลาง โดยใช้สถานการณ์ปัญหาเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้เพื่อนำมาแก้ปัญหานั้น ซึ่งผู้เรียน สามารถพัฒนาโครงสร้างความรู้ได้ด้วยตนเอง เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่มหาวิทยาลัยแมคมาสเตอร์ ที่ออนตาริ โอ ประเทศแคนาดาเป็นผู้ริเริ่มนำมาใช้เป็นแห่งแรก ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้ผู้เรียนมีบทบาทที่กระตือรือร้นต่อการ เรียนตลอดจนกระบวนการ ทำให้ความเครียดของผู้เรียนต่ำลง หลกสูตรได้จัดให้มีการเรียนรู้ในกลุ่มเล็กโดยได้ จัดให้มีกระบวนการศึกษาด้วยการแก้ปัญหาจากสถานการณ์จริงจากกรณีผู้ป่วยจริงๆและการรักษาพยาบาล จริงต่อมาจึงได้เผยแพร่แนวคิดนี้ไปยังนานาประเทศทั่วโลก เชื่อกันว่าการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ปัญหาเป็นหลักเป็น การส่งเสริมให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมอย่างจริงจังในกระบวนก ารเรียนรู้ของตนเองด้วยวิธีให้ผู้เรียนเลือกเองและ เรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองอยากรู้ อยากเรียน ตลอดจนการได้เข้าไปมีส่วนร่วมในสถานการณ์นั้นด้วย มัณฑรา ธรรม บุศย์ (2551) กล่าวถึงลักษณะที่สำคัญของการเรียนรู้ที่ใช้ปัญหาเป็นหลักไว้ดังนี้ 1. ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้อย่างแท้จริง (Student-centered learning) 2. การเรียนรู้เกิดขึ้นในกลุ่มผู้เรียนทีมีขนาดเล็ก 3. ผู้สอนเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) หรือผู้ให้คำแนะนำ (Guide) 4. ใช้ปัญหาเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ 5. ปัญหาที่นำมาใช้ลักษณะคลุมเครือ ไม่ชัดเจน ปัญหา 1 ปัญหา อาจมีหลายคำตอบหรือแก้ไขปัญหา ได้หลายทาง (illed-structure problem)นอกจากนี้ แบร์โรวส์ และแทมบลิน (Barrows and Tamblyn, 1980) ได้เสนอแนะหลักการเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ที่ใช้ปัญหาเป็นหลัก ไว้ดังนี้ 1. ผู้เรียนจะต้องเผชิญกับปัญหาเป็นลำดับแรกก่อนที่จะมีการเตรียมการหรือเรียนเกิดขึ้น 2. สถานการณ์ปัญหาจะถูกนำเสนอแก้ผู้เรียนในแนวทางที่เหมือนกับสถานการณ์จริง 3. ผู้เรียนทำกิจกรรมเกี่ยวกับปัญหาโดยใช้เหตุผลและการประยุกต์ความรู้ที่มีเพื่อหาแนวทางวิธีการ ในการหาคำตอบของปัญหาและประเมินผลงานซึ่งเหมาะสมกับระดับการเรียนนั้นๆ 4. ขอบเขตของการเรียนรู้จะเกิดขึ้นหรือนิยามขึ้นในกระบวนการทำงานเกี่ยวกับปัญหาและจะเป็น แนวทางนำไปสู่การเรียนรู้ด้วยตนเอง (Individualized)
48 5. ทักษะและความรู้จะได้มาจากการศึกษาเหล่านี้คือ การนำความรู้ที่มีเพื่อประยุกต์ใช้กับปัญหาเพื่อ การประเมินผลการเรียนรู้และเพื่อเสริมแรงการเรียนรู้ 6. การเรียนรู้เกิดขึ้นในการทำกิจกรรมเกี่ยวกับปัญหาและการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการ รวบรวมสรุปและบูรณาการความรู้และทักษะที่ผู้เรียนมีอยู่แล้ว แนวทางประยุกต์ใช้ทฤษฎีการเรียนรู้อย่างเหมาะสม ทฤษฎีการเรียนรู้ทั้ง 3 กลุ่มที่กล่าวมาแล้ว มีคุณลักษณะเด่นเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ซึ่งสามารถ เปรียบเทียบออกมาเป็นประเด็นหลักๆ ได้ดังนี้ ตาราง 1 ตารางเปรียบเทียบทฤษฎีการเรียนรู้แต่ละชนิด ประเด็น พฤติกรรมนิยม ปัญญานิยม คอนสตรัคติวิสต์ แนวคิด การเรียนรู้เกิดขึ้นจาก พฤติกรรมที่มีการตอบสนองต่อ สิ่งเร้าจากภายนอก การเรียนรู้เกิดขึ้นจาก การ เปลี่ยนแปลงความรู้ที่อยู่ ในหน่วยความจำโดยใช้ ฐานจากโครงสร้างเดิมที่ มีอยู่ การเรียนรู้เป็น กระบวนการที่แต่ละ บุคคลสร้างความรู้ใหม่ ด้วยวิธีการทางสังคม หลักการ สภาพแวดล้อมภายนอกมี อิทธิพลต่อการกำหนด พฤติกรรมของแต่ละบุคคลโดย สิ่งเร้าจะเป็นตัวกระตุ้นให้แสดง พฤติกรรมอย่างหนึ่งอย่างใด ออกมาและพฤติกรรมใดเกิดขึ้นอีก เป็นผลที่ตามมาจากการเสริมแรง กระบวนการภายใน สำคัญกว่าวิธีการ ภายนอกซึ่งกระบวนการ ดังกล่าวประกอบด้วย การรับข้อมูล การ ถอดรหัส และการเรียก ข้อมูล แต่ละบุคคลสร้างความรู้ ด้วยการแก้ไขปัญหาใน สถานการณ์จริงผ่านการ ทำงานร่วมกันกับบุคคล อื่นโดยการเรียนรู้เกิด จากการสร้างความหมาย ผ่าน ประสบการณ์ที่ได้รับ
49 การ ประยุกต์ใช้ เพื่อการเรียน การสอน 1. กำหนดวัตถุประสงค์ ออกเป็นรายข้อ 2. จัดหาตัวช่วยหรือการ แนะนำที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิด พฤติกรรมที่ต้องการ 3. ใช้การเสริมแรงเพื่อกระตุ้น พฤติกรรมที่ต้องการ 1. จัดระบบข้อมูลใหม่ที่ ได้รับเชื่อมโยงข้อมูลใหม่ กับความรู้เดิม 3. ใช้วิธีการที่จะช่วย สนับสนุนการรับข้อมูล การถอดรหัสและ กระบวนการเรียกใช้ ข้อมูลของผู้เรียน 1. กำหนดปัญหาที่ เหมือนจริงซับซ้อน และ มีความหมายต่อผู้เรียน 2. สร้างกิจกรรมการ เรียนรู้ของกลุ่ม 3. ให้แบบอย่างและ แนะนำกระบวนการ สร้างความรู้ ประเด็น พฤติกรรมนิยม ปัญญานิยม คอนสตรัคติวิสต์ ตัวอย่างการ ประยุกต์ใช้ การฝึกอบรม เช่น เครื่อง จำลองการฝึกบิน กระบวนการเชิงลึก เช่น การสำรวจ การจัดระบบ และการสังเคราะห์ เนื้อหา การเรียนรู้แบบร่วมมือ จุดเน้นการ ออกแบบการ เรียนการสอน ผู้สอนออกแบบสภาพแวดล้อมการ เรียนรู้ กระบวนการเชิงลึก เช่น การสำรวจ การจัดระบบ และการสังเคราะห์ เนื้อหา กระบวนการเชิงลึก เช่น การสำรวจ การจัดระบบ และการสังเคราะห์ เนื้อหา มุมมองของ ผู้เรียน ผู้สอนถ่ายทอดพฤติกรรมและการ โต้ตอบที่พึงประสงค์ให้กับผู้เรียน ผู้สอนอำนวยความ สะดวกในการเรียนรู้โดย สร้างบรรยากาศการ เรียนรู้ที่เอื้อให้ผู้เรียน ค้นพบ ผู้สอนแนะแนวทางและ อำนวยความสะดวกใน การเรียนรู้แบบร่วมมือ และการทำงานกลุ่ม
50 มุมมองของ ผู้สอน ผู้สอนถ่ายทอดพฤติกรรมและการ โต้ตอบที่พึงประสงค์ให้กับผู้เรียน ผู้สอนอำนวยความ สะดวกในการเรียนรู้โดย สร้างบรรยากาศการ เรียนรู้ที่เอื้อให้ผู้เรียน ค้นพบ ผู้สอนแนะแนวทางและ อำนวยความสะดวกใน การเรียนรู้แบบร่วมมือ และการทำงานกลุ่ม สรุปเนื้อหาบทที่ 2 จากแนวคิดของทฤษฎีการเรียนรู้ทั้ง 3 กลุ่ม จะเห็นได้ว่าแต่ละกลุ่มมีความเชื่อที่ความแตกต่างกันกลุ่ม พฤติกรรมนิยมจะเชื่อว่าการเรียนรู้เป็นพฤติกรรมที่เกิดจากสิ่งเร้าภายนอกสามารถสังเกตและวัดได้จากการ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ในขณะที่กลุ่มปัญญานิยมเห็นว่าการเรียนรู้เป็นเรื่องของระบบความรู้ของโครงสร้าง ทางปัญญาที่เกิดจากการสร้างของผู้เรียนโดยใช้ฐานโครงสร้างเดิมที่มีอยู่ อย่างไรก็ตามในกลุ่มนักทฤษฎีปัญญา นิยมก็ยังมองเห็นแตกต่างกัน บางคนเชื่อว่าทฤษฎีพฤติกรรมนิยมมีหลักการบางอย่างที่ดีและควรนำมากำหนด เป็นหลักการคบคู่ไปกับทฤษฎีปัญญานิยม แต่บางคนปฏิเสธทฤษฎีพฤติกรรมนิยมอย่างสิ้นเชิง ส่วนกลุ่มคอนสตรัคติวิสต์ซึ่งเป็นกลุ่มแนวคิดใหม่ที่เชื่อว่า "ผู้เรียน"เป็นองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง โดยมี กระบวนการทางสังคมเป็นตัวช่วยทำให้ผู้เรียนสามารถกำหนดเป้าหมายและวางแผนการเรียนรู้ด้วยตนเอง ทำ ให้นักทฤษฎีกลุ่มพฤติกรรมนิยมมองแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ว่าเป็นหลักการที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ มีความเป็น ปรัชญามากกว่าที่จะเป็นทฤษฎีซึ่งไม่สามารถพิสูจน์ได้ ในขณะที่บทบาทของผู้สอนก็มีความแตกต่างกันในแต่ ละทฤษฎีพฤติกรรมนิยมจะให้บทบาทผู้สอนในการออกแบบวิธีการเรียนการสอนทั้งกระบวนการ ในขณะที่อีก สองกลุ่มทฤษฎีจะปรับเปลี่ยนบทบาทของผู้สอนเป็นผู้จัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ รวมทั้งช่วยแนะ แนวทางและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เรียน
51 แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 2 คำขี้แจง จงตอบคำถามที่กำหนดให้ถูกต้องชัดเจน 1. จงอธิบายจุดประสงค์ของการศึกษาเรื่อง ทฤษฎีการเรียนรู้ 2. ทฤษฎีการเรียนรู้พฤติกรรมนิยมเป็นอย่างไร 3. ทฤษฎีการเรียนรู้พุทธิปัญญานิยมเป็นอย่างไร 4. ทฤษฎีการเรียนรู้คอนสตัคติวิสต์เป็นอย่างไร 5. เราสามารถนำทฤษฎีการเรียนรู้ไปใช้กับสื่อการเรียนการสอนของสาขาวิชาที่ตนเองสังกัดได้อย่างไร
52 เอกสารอ้างอิง Barrows และ Tamblyn. (1980). Problem-Based Learning: An Approach to Medical Education. New York : Springer Publishing Conpany. ใจทิพย์ ณ สงขลา. (2550). E-Instructional Design วิธีวิทยากรออกแบบการเรียนการสอน อิเล็กทรอนิกส์. กรุงเทพมหานคร : ศูนย์ตำราและเอกสารทางวิชาการ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. ณัฐกร สงคราม. (2553). กรออกแบบและพัฒนามัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เติมศักดิ์ คทวณิช. (2546). จิตวิทยาทั่วไป. กรุงเทพมหานคร : ซีเอ็ดยูเคชั่น. ทิศนา แขมมณี. (2551). ศาสตร์การสอน. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. มัณฑรา ธรรมบุศย์. (2551). การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem - based Learning). วรรณี ลิมอักษร. (2551). จิตวิทยาการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 4. สงขลา : นำศิลป์โฆษณา วารินทร์ รัศมีพรหม. (2542). การออกแบบและพัฒนาระบบการสอน. กรุงเทพมหานคร : ภาควิชาเทคโนโลยี ทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ. สุรางค์ โค้ตระกูล. (2545). จิตวิทยาการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.
53 แบบทดสอบ 1.เทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษาหมายถึงอะไร ? ก. เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับระบบข้อมูลสารสนเทศ ระบบเครือข่าย ระบบโทรคมนาคม คอมพิวเตอร์ ระบบซอฟต์แวร์ วิทยุโทรทัศน์ที่ใช้เพื่อการศึกษา ข. เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับระบบข้อมูลสารสนเทศ ระบบเครือข่าย ระบบโทรคมนาคม ค. เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ ระบบซอฟต์แวร์ วิทยุโทรทัศน์ที่ใช้เพื่อการศึกษา ง. เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ ระบบซอฟต์แวร์ วิทยุโทรทัศน์ที่ใช้เพื่อการศึกษา ระบบข้อมูล สารสนเทศ ระบบเครือข่าย 2.นวัตกรรม มาจากภาษาอังกฤษคำว่า ก.Innovate ข.Innovation ค.Instructional Materials ง.Teacher assistant 3.ข้อใดจัดเป็นนวัตกรรมทางการศึกษา ? ก. ชุดการเรียนการสอน ( Instruction Packages) ข. บทเรียน CAI ( Computer Assistance Instruction ) ค. การเรียนการสอนแบบ E-Learning ง. ถูกทุกข้อ 4.ปัจจัยด้านใดที่ช่วยให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการแลกเปลี่ยนและสืบค้นข้อมูล ก.เทคโนโลยีสารสนเทศ ข.เอกชนและผู้ให้การสนับสนุน ค.พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ง.นโยบายรัฐบาลและผู้บริหารระดับสูง
54 5.การจัดการเรียนการสอนให้บรรลุจุดประสงค์ตามที่กำหนดจุดประสงค์ไว้ซึ่งนักเรียนเกิดการเรียนรู้บรรลุ จุดประสงค์ได้ดีกว่า สูงกว่าไม่ใช้สื่อนั้น ก.ประสิทธิภาพ ข.ประสิทธิผล ค.ประหยัด ง.สมรรถภาพ 6.สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการศึกษา ก.ประสิทธิภาพ ข.ประสิทธิผล ค.ประหยัด ง.ถูกทุกข้อ 7.ผู้ที่ค้นพบ กฎแห่งผลการตอบสนอง กฎแห่งการฝึกหัด กฎแห่งความพร้อม คือ ก.Pavlov ข.Thorndike ค.Skinner ง.Maslow 8.เจ้าของทฤษฎีการวางเงื่อนไข คือ ก.Pavlov ข.Thorndike ค.Skinner ง.Maslow 9.เจ้าของทฤษฎีความสัมพันธ์เชื่อมโยง คือ ก.Pavloav ข.Thorndike ค.Skinner ง.Maslo
55 10 . เจ้าของทฤษฎี การเสริมแรง คือ ก.Pavlov ข.Thorndike ค.Skinner ง.Maslow
56 เข้าทำแบบทดสอบ https://forms.gle/6WdB4j2m8Hq53PJi9
57 เฉลย-แบบทดสอบ 1.เทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษาหมายถึงอะไร ? ก. เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับระบบข้อมูลสารสนเทศ ระบบเครือข่าย ระบบโทรคมนาคม คอมพิวเตอร์ ระบบซอฟต์แวร์ วิทยุโทรทัศน์ที่ใช้เพื่อการศึกษา ข. เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับระบบข้อมูลสารสนเทศ ระบบเครือข่าย ระบบโทรคมนาคม ค. เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ ระบบซอฟต์แวร์ วิทยุโทรทัศน์ที่ใช้เพื่อการศึกษา ง. เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ ระบบซอฟต์แวร์ วิทยุโทรทัศน์ที่ใช้เพื่อการศึกษา ระบบข้อมูล สารสนเทศ ระบบเครือข่าย 2.นวัตกรรม มาจากภาษาอังกฤษคำว่า ก.Innovate ข.Innovation ค.Instructional Materials ง.Teacher assistant 3.ข้อใดจัดเป็นนวัตกรรมทางการศึกษา ? ก. ชุดการเรียนการสอน ( Instruction Packages) ข. บทเรียน CAI ( Computer Assistance Instruction ) ค. การเรียนการสอนแบบ E-Learning ง. ถูกทุกข้อ 4.ปัจจัยด้านใดที่ช่วยให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการแลกเปลี่ยนและสืบค้นข้อมูล ก.เทคโนโลยีสารสนเทศ ข.เอกชนและผู้ให้การสนับสนุน ค.พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ง.นโยบายรัฐบาลและผู้บริหารระดับสูง
58 5. . การจัดการเรียนการสอนให้บรรลุจุดประสงค์ตามที่กำหนดจุดประสงค์ไว้ซึ่งนักเรียนเกิดการเรียนรู้บรรลุ จุดประสงค์ได้ดีกว่า สูงกว่าไม่ใช้สื่อนั้น ก.ประสิทธิภาพ ข.ประสิทธิผล ค.ประหยัด ง.สมรรถภาพ 6.สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการศึกษา ก.ประสิทธิภาพ ข.ประสิทธิผล ค.ประหยัด ง.ถูกทุกข้อ 7.ผู้ที่ค้นพบ กฎแห่งผลการตอบสนอง กฎแห่งการฝึกหัด กฎแห่งความพร้อม คือ ก.Pavlov ข.Thorndike ค.Skinner ง.Maslow 8.เจ้าของทฤษฎีการวางเงื่อนไข คือ ก.Pavlov ข.Thorndike ค.Skinner ง.Maslow 9.เจ้าของทฤษฎีความสัมพันธ์เชื่อมโยง คือ ก.Pavloav ข.Thorndike ค.Skinner ง.Maslow
59 10 . เจ้าของทฤษฎี การเสริมแรง คือ ก.Pavlov ข.Thorndike ค.Skinner ง.Maslow
60 บรรณานุกรม กิดานันท์ มสิทอง. (2544). เทคโนโลยีการศึกษาและนวัตกรรม. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. . (2548). เทคโนโลยีและการสื่อสารเพื่อการสื่อสาร. กรุงเทพมหานคร : อรุณการพิมพ์. ไขยยศ เรืองสุวรรณ. (2533). เทคโนโลยีการสอน : การออกและพัฒนา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : โอ เดียนสโตร์. ใจทิพย์ ณ สงขลา. (2550). E-Instructional Design วิธีวิทยากรออกแบบการเรียนการสอนอิเล็กทรอนิกส์. กรุงเทพมหานคร : ศูนย์ตำราและเอกสารทางวิชาการ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ชัยยงค์พรหมวงศ์. (2526). เอกสารประกอบการสอนชุดเทคนโลยีและสื่อการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ยูในเต็ตโปรตักชั่น. ณัฐกร สงคราม. (2553). กรออกแบบและพัฒนามัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เติมศักดิ์ คทวณิช. (2546). จิตวิทยาทั่วไป. กรุงเทพมหานคร : ซีเอ็ดยูเคชั่น. ทิศนา แขมมณี. (2551). ศาสตร์การสอน. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. บุญเกื้อ ควรหาเวช. (2543). นวัตกรรมการศึกษา. กรุงเทพมหานคร : เอสอาร์พริ้นติ้ง. ปรัชญา ใจสะอาด. (2534). เทคโนโลยีการศึกษา. เชียงใหม่ : สถาบันราชภัฎเชียงใหม่. มัณฑรา ธรรมบุศย์. (2551). การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem - based Learning). วรรณี ลิมอักษร. (2551). จิตวิทยาการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 4. สงขลา : นำศิลป์โฆษณา วรวิทย์ นิเทศศิลป์. (2551). สื่อและนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้. ปทุมธานี : สกายบุ๊ค. วารินทร์ รัศมีพรหม. (2542). การออกแบบและพัฒนาระบบการสอน. กรุงเทพมหานคร : ภาควิชาเทคโนโลยี ทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ. วิวรรธน์ จันทร์เทพย์. (2542). เทคโนโลยีการศึกษา. ราชบุรี : ธรรมรักษ์.
61 สะอาด วรรณภีย์, เอกสารประกอบการสอน รายวิชาเทคนโลยีการศึกษาเบื้องตัน. เชียงใหม่ : สถานบัน เทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพายัพ เชียงใหม่. สันทัด ภิบาลสุข และพิมพ์ใจ ภิบาลสุข- (2525). การใช้สื่อการสอน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : โรง พิมพ์พีระพัชนา. สุรางค์ โค้ตระกูล. (2545). จิตวิทยาการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. Barrows และ Tamblyn. (1980). Problem-Based Learning: An Approach to MedicalEducation. New York : Springer Publishing Conpany. Bitter, G. และ Pierson, M. (2002). Using technology in the classroom (s" ed.). Boston : Allyn and Bacon. Dale, Edgar. (1969). Audio-Visual Method in Teaching. New York : Dryden Press. Dale, Edgar. (1973). Dictionary of education. New York : McGraw-HiIlL. Good, Carter V. (1973). Dictionary of Education. New York: McGraw-Hill Book. James, D Finn. (1972). Extending education through technology. Technology & Engineering. Morton, J.A.. (1971). Organizing for innovation;: A systems approach to technicalmanagement. New York : McGraw-Hill. Thomas, Hughes. (1987). The Social Construction of Technological Systems: New Directions in the sociology and History of Technology. Cambridge : M.I.T.Press.
62