The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การประเมินปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าด้วยเทคนิคอากาศยานไร้คนขับ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kladarwun, 2022-08-30 11:43:57

การประเมินปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าด้วยเทคนิคอากาศยานไร้คนขับ

การประเมินปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าด้วยเทคนิคอากาศยานไร้คนขับ

การประเมินปริมาณ
การกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่า
ด้วยเทคนิคอากาศยานไร้คนขับ

(Unmanned Aerial Vehicle: UAV)

ศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลและอากาศยาน
สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Net Zero Emissions
ralityCarbon Neut

คํานาํ

ศู นย์เทคโนโลยี ดิ จิ ทัลและอากาศยาน
( ศ ท อ . ) สํ า นัก ง า น ป ลัด ก ร ะ ท ร ว ง ท รัพ ย า ก ร
ธรรมชาติ และส่ิ งแวดล้อม มี หน้าที่ และอํานาจ
ดําเนิ นการเกี่ ยวกบั การบริ หารงาน การบริ การ
ข้อมูลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีดิจิ ทลั
แ ล ะ เ ท ค โ น โ ล ยี อ า ก า ศ ย า น ข อ ง สํ า นั ก ง า น
ปลัดกระทรวง และกระทรวง การพัฒนาระบบ
ส า ร ส น เ ท ศ ร ะ บ บ ภู มิ ส า ร ส น เ ท ศ ร ะ บ บ
คอมพิ วเตอรแ์ ละเครื อข่ าย ระบบความม่ ันคงปลอดภยั ในการใช้ระบบดิ จิ ทัล ระบบ
เทคโนโลยีดิจิทลั และอากาศยาน และการสาํ รวจระยะไกล รวมทงั้ การปฏิบตั ิงานดา้ นการ
บินอนุ รกั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม

โดยที่ ผ่ านมาการปฏิ บตั ิ งานด้านการบิ น ได้มี การใช้อากาศยานเฮลิ คอปเตอร์
ในการ ตรวจตรา เฝ้ าระวงั การบุกรุกพืน้ ท่ีป่ าและการแก้ไขปั ญหาไฟป่ าอย่างต่อเน่ื อง
ในปี 2565 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสํารวจ ส่ือสารและส่งขอ้ มูล สําหรบั ติดตามและ
เฝ้ าระวงั การเปลี่ยนแปลงของทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม ศทอ. จึงไดน้ ําระบบ
เทคโนโลยี อากาศยานไร้คนขบั (UAV) และเทคโนโลยีดิจิ ทลั มาประยุกตใ์ ช้การติดตาม
และเฝ้ าระวงั พื น้ ท่ี ป่ าโดยครอบคลุ มพื น้ ที่และเท่ าทนั ต่ อสถานการณ์ รวมทงั้ การผลิ ต
ข้อมูลและจดั ทําระบบฐานขอ้ มูลดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มที่เป็ นปั จจุบนั
ซ่ึงช่ วยสนับสนุ นภารกิ จของหน่ วยงานให้มี ประสิ ทธิภาพมากย่ิ งขึน้ อี กทงั้ หน่ วยงาน
ภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคส่ วนอื่ นที่ เกี่ ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมู ลและนําไปใช้
ประโยชนไ์ ด้

การดําเนิ นการตามแผนการจดั การความรู้ดา้ นการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ
สู่การพฒั นาอย่างย่งั ยืน (Climate Change Management for Sustainable Development)
สํานกั งานปลดั กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม ประจําปี งบประมาณ พ.ศ.
2565 เพื่อให้หน่ วยงานมี องคค์ วามรู้ด้านการเปลี่ ยนแปลงสภาพภูมิอากาศท่ีเหมาะสม
และเป็ นประโยชนต์ ่อการปฏิบตั ิงานในสถานการณป์ ั จจุบนั รวมถงึ การมีส่วนร่วมในการ
ขับเคลื่ อนภารกิ จด้านการเปลี่ ยนแปลงสภาพภู มิ อากาศตามบทบาทและภารกิ จที่
รับผิ ดชอบ ศทอ. จึงจัดทําองคค์ วามรู้ ประจําปี งบประมาณ พ.ศ. 2565 ในหัวข้อ
"การประเมิ นปริ มาณการกกั เก็ บคารบ์ อนในพื น้ ที่ ป่ าดว้ ยเทคนิ คอากาศยานไร้คนขบั "
สําหรับใช้เป็ นแนวทางในการศึกษาและพัฒนาการปฏิ บัติ งานด้านการบิ นอนุ รักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มให้มีประสิทธิภาพย่ิงขนึ้ ต่อไป

KM Team
ศูนยเ์ ทคโนโลยีดิจิทลั และอากาศยาน, 2565

การกกั เก็บคารบ์ อน (Carbon Sequestration)
คือ กระบวนการดึงคารบ์ อนจากชนั้ บรรยากาศ
ม า เ ก็บ ไ ว ้ใ น แ ห ล่ง เ ก็บ ที ่ใ ด ที ่ห นึ่ ง ห รือ นํ า
ค า ร บ์ อ น ม า เ ก็บ ไ ว ้ พืช สีเ ขีย ว ทุก ช นิ ด ดูด
คาร บ์ อนไดออกไซดจ์ ากอากาศมาปรุงเป็ น
อาหาร แลว้ กลายเป็ นเนื อ้ ไม้ โดยเนื อ้ ไมโ้ ดยท่วั
ๆ ไป มีคารบ์ อนอยู่ราว 50% ดงั นัน้ การปลูก
ต ้น ไ ม ้ก็คือ ก า ร ดึง ค า ร บ์ อ น ม า เ ก็บ ไ ว ้ ทํ า ใ ห้
ค า ร บ์ อ นในชัน้ บ ร รยาก าศล ดล ง ป่ า จึงเ ป็ น
แ ห ล่ง ก กั เ ก็บ ค า ร บ์ อ น ที่ท ร ง อ า นุ ภ า พ ที่สุด
(Terrestrial Carbon Sink)

สารบญั

ขอ้ มูลเบื�องตน้ เกี�ยวกับอากาศยาน 1
ไร้คนขับ (UAV) 5

• อากาศยานไรค้ นขบั หรือยูเอวี (Unmanned Aerial 18
Vehicle: UAV) คืออะไร?

• ประเภทของอากาศยานไรค้ นขบั
• การประยุกตใ์ ชอ้ ากาศยานไรค้ นขบั ในการบริหาร

จดั การทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม

การประเมนิ ปริมาณการกักเก็บคาร์บอน
ในพ�ืนทีป� � าด้วยเทคนิคอากาศยานไรค้ นขับ

• ที่มาและความสาํ คญั
• วตั ถุประสงค์
• ขอบเขตการดาํ เนิ นงาน
• ประโยชนท์ ่ีไดร้ บั
• วิธีการดําเนินงาน
• ผลการดําเนิ นงาน

สรุปผลและข้อเสนอแนะ

ภาคผนวก

เอกสารอ้างอิง

คารบ์ อนจะถูกกกั เก็บไว้ในส่วนลําตน้ ราก กิ่ง
ก้าน และใบ ของต้นไม้ ซ่ึงคารบ์ อนไดออกไซด ์
จะถูกดึงจากอากาศเขา้ ไปไว้ในมวลชีวภาพของ
ต น้ ไ ม ้ โ ด ย ผ่า นก ระบ ว นกา ร ส งั เ คร าะหแ์ ส ง
ทําให้คารบ์ อนสามารถยึดอยู่กบั เนื อ้ เยื่อและเนื อ้
ไม้ข องตน้ ไมอ้ ย่างถาวรและเป็ นระยะเวลาท่ี
ย า ว น า น แ ต่ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ น ก า ร ดูด ซ บั
คารบ์ อนไดออกไซดใ์ นพื น้ ที่ป่ าไมข้ ึน้ อยู่กบั ชนิ ด
ข อ ง ต น้ ไ ม ้ ป ริม า ณ ก า ร ก กั เ ก็บ ค า ร บ์ อ น
จึง คํา น ว ณ ไ ด ้จ า ก ก า ร คํา น ว ณ ม ว ล ชี ว ภ า พ ข อ ง
ตน้ ไม้ ซ่ึงขอ้ มูลดงั กล่าว สามารถนําไปใช้ในการ
วางแผนการจดั การพื น้ ที่ ติดตามแนวโน้มการ
เปลี่ยนแปลงปริมาณมวลชีวภาพเหนื อพื น้ ดิน
และนํ าไปใช้ในการวางแผนการลดปริ มาณของ
ก๊าซเรือนกระจกในชนั้ บรรยากาศโลกได้

ขอ้ มลู เบื�องตน้ เก�ียวกับ
อากาศยานไรค้ นขับ

1. อากาศยานไรค้ นขบั หรอื ยูเอวี (Unmanned Aerial Vehicle: UAV)
คืออะไร?

อากาศยานไร้คนขบั หรื อยู เอวี (Unmanned

Aerial Vehicle: UAV) เ ป็ น อ า ก า ศย านช นิ ด

หน่ึงที่ ไม่ มี นักบิ นประจําการอยู่ บนเครื่ อง

เป็ นยานพาหนะทางอากาศขนาดเล็ กและ

ไร้มนุ ษยโ์ ดยสารไปดว้ ย แต่สามารถควบคุม

ได้โดยผ่ านอุ ปกรณ์ควบคุ ม ตามหลักแล้ว

อากาศยานไร้คนขบั นิ ยมเรี ยกกนั ว่ า โดรน

(Drone) โดยอากาศยานไร้คนขับมี รู ปร่ าง

อากาศยานไรค้ นขบั (UAV) ข นาดรู ป แ บ บ เ อกลักษณ์ที่ แ ตกต่ าง กัน
กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม ออกไป และสามารถสร้างขึ้นได้จากวสั ดุ ที่

หลากหลาย เช่น โฟม ไมอ้ ดั พลาสติก โลหะ หรือวสั ดุพิเศษชนิ ดอื่น ๆ อีกทงั้ ยูเอวีเป็ นอากาศยาน

ที่ สามารถควบคุ มได้จากระยะไกล โดยสามารถกําหนดให้ใช้การควบคุ มอัตโนมัติ ได้

2 ลกั ษณะ คือ

1. การควบคุมอตั โนมตั ิจากระยะไกล

2. การควบคุมแบบอตั โนมตั ิโดยใชร้ ะบบการบินดว้ ยตนเอง ซ่ึงตอ้ งอาศยั โปรแกรม

คอมพิวเตอรท์ ี่มีระบบซบั ซ้อนที่มีการติดตงั้ ไวใ้ นอากาศยานและตอ้ งอาศยั ผูค้ วบคุมที่มีทกั ษะ

และความรูเ้ พียงพอ

กล่าวโดยสรุป อากาศยานไรค้ นขบั คือ เครื่องบินที่สามารถบินไดด้ ว้ ยระบบ
อตั โนมตั ิ โดยไม่ตอ้ งใชน้ กั บินประจําการอยู่บนอากาศยาน อาจมีการติดตงั้ กลอ้ ง
ถ่ายภาพคุณภาพสูงทง้ั กลอ้ งถ่ายภาพในเวลากลางวนั (Electro Optical) และกลอ้ ง
อิ นฟาเรด (Infrared Sensor) ที่ สามารถบันทึกภาพระยะไกลได้ แล้วแพร่ ภาพ
สญั ญาณมายงั จอภาพที่สถานี ควบคุมภาคพืน้ ดิน ในเวลาที่ใกลเ้ วลาจริงมากที่สุด
(Near Real Time: NRT) ทําให้ผู้ควบคุ มภารกิ จสามารถมองเห็ นสถานการณท์ ี่
เกิดขนึ้ จริง ณ ที่แห่ งนนั้ ไดอ้ ย่างทนั เหตุการณ์

1

2. ประเภทของอากาศยานไรค้ นขับ

อากาศยานไร้คนขบั (UAV) มี การแบ่ งประเภทได้อย่ างหลากหลายและสามารถกําหนด
รูปแบบการจดั ประเภทไดห้ ลายลกั ษณะขึน้ อยู่กบั เป้ าหมายของผูใ้ ช้งานในการนําไปใชใ้ นภารกิจ
โดยท่วั ไปคุณลกั ษณะเฉพาะของอากาศยานไร้คนขบั จะถูกพฒั นาขึน้ สําหรบั การใช้งานสําหรบั
ภารกิจใดภารกิจหน่ึงหรือสาํ หรบั สภาวะของภูมิประเทศในการนําไปใช้

การ ใช้งานอากาศยานไร้คนขับ สําหรับ งานทางด้านการ บ ริ หารจัดการทรัพยากร
ธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม อาจสามารถแบ่งประเภทของยูเอวีไดเ้ ป็ น 3 ประเภท ดงั นี ้

อากาศยานไรค้ นขบั ชนดิ ป� กตรึง (Fixed-Wing)

มีลกั ษณะคลา้ ยกบั เครื่องบิน โดยปี กของเครื่องบินอาจต่อกบั ตวั เครื่องดา้ นบน
ตรงกลาง หรือด้านล่างก็ได้ ขึน้ อยู่กบั การออกแบบ ซ่ึงแต่ละแบบจะส่งผลกบั การ
บินของตวั อากาศยานแตกต่างกนั ไป โดยท่วั ไป จะใช้ระยะเวลาการบินประมาณ 30
- 60 นาที ขึน้ อยู่กบั จุดกําเนิ ดของพลงั งาน ซ่ึงอาจเ ป็ นแบตเตอรี่ไฟฟ้ า หรือ
เครื่องยนตท์ ี่ใช้นํา้ มนั เป็ นเชือ้ เพลิงในการเผาไหม้ และสามารถบินครอบคลุมพืน้ ท่ี
ได้มากกว่าอากาศยานไร้คนขบั แบบปี กหมุน

อากาศยานไรค้ นขบั ชนิดป� กหมนุ (Multirotor)

อากาศยานที่ถูกออกแบบให้สามารถขึน้ ลงในแนวดิ่งได้ โดยอาศยั การหมุนของ
ใบพดั ที่อยู่ในแนวขนานกบั โครงของอากาศยานในการขึน้ ลงและขบั เคลื่อนไปใน
ทิศทางต่าง ๆ อาจประกอบไปดว้ ยใบพดั จํานวน 3, 4, 6 หรือ 8 ใบพดั โดยท่วั ไปจะใช้
แบตเตอรี่ไฟฟ้ าเป็ นแหล่งพลงั งานในการขบั เคล่ือนอากาศยาน ซ่ึงทําให้มีระยะเวลา
การบินประมาณ 10 - 50 นาที

อากาศยานไร้คนขับชนิดป� กตรึงขนึ� ลงแนวดิ�ง
(Fixed-Wing Hybrid)

อากาศยานที่ไดร้ บั การพฒั นาขึน้ ใหม่เพื่อให้สามารถทํางานไดอ้ ย่างหลากหลาย
มากยิ่งขึน้ มีลําตวั เป็ นแบบอากาศยานไรค้ นขบั ชนิ ดปี กตรึงและมีใบพดั ให้สามารถ
ขึน้ ล งแ นวดิ่งได้ หรืออาจเ รียกว่า วีทอล (Vertical Take-off and Landing: VTOL)
ซ่ึงเป็ นการนําข้อดีของอากาศยานไร้คนขบั ชนิ ดปี กตรึงมารวมกบั ชนิ ดปี กหมุน
โดยรวมแลว้ คล้ายกบั ลกั ษณะเครื่องบินท่วั ไป เคร่ืองบินวีทอล สามารถบินครอบคลุม
พื น้ ที่ไดเ้ ป็ นบริเวณกว้างมาก โดยสําหรบั งานสํารวจท่วั ไปแล้วจะใช้แบตเตอรี่ไฟฟ้ า
เป็ นแหล่งพลงั งานสําหรบั การบิน มีระยะเวลาในการบินประมาณ 30 - 45 นาที โดย
ในปั จจุบนั เครื่องบินแบบวีทอลเป็ นเครื่องบินหลกั ที่มีบทบาทสําคญั ในการถ่ายภาพ
สาํ รวจทางอากาศ

2

3. การประยกุ ตใ์ ช้อากาศยานไรค้ นขับในการบริหาร
จดั การทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ�งแวดล้อม

การประยุกตใ์ ช้อากาศยานไร้คนขบั ในการบริหารจดั การทรพั ยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล้อม เป็ นการพฒั นาระบบอากาศยานไร้คนขบั ที่เหมาะสมสาํ หรบั การปฏิบตั ิภารกิจการ
บินลาดตระเวนทางอากาศและการจดั ทําภาพถ่ายทางอากาศในพื น้ ที่เป้ าหมายทางดา้ น
ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยยูเอวีสามารถทําการบินครอบคลุมพื น้ ที่เป็ นบริเวณ
กว้างไดจ้ ากระยะไกล แสดงสถานการณผ์ ่านระบบเครือข่าย ซ่ึงเป้ นการสื่อสารอย่างเท่าทนั
เ ห ตุก า ร ณ ์ ใ น รูป แ บ บ Real-Time แ ล ะ ผ ลิต ข อ้ มูล เ ชิง พื น้ ที ่ สํ า ห ร บั ใ ช ้เ ป็ น ฐ า น ข อ้ มูล
ทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มที่เป็ นปั จจุบนั

การประยกุ ตใ์ ชอ้ ากาศยานไร้คนขบั กบั ภารกิจดา้ นการบิน

อากาศยานไร้คนขบั ที่นํามาพฒั นาเป็ นอากาศยานไร้คนขบั ชนิ ดปี กตรึงขึน้ ลงแนวดิ่ง
(Fixed-Wing Hybrid หรือ VTOL) สาํ หรบั การปฏิบตั ิภารกิจการบินการลาดตระเวนทางอากาศ
และการบินจดั ทําภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อจดั ทําขอ้ มูลในการสนบั สนุ นภารกิจดา้ นทรพั ยากร
ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทงั้ การพฒั นาระบบจดั เก็บ แลกเปลี่ยน และแสดงผลขอ้ มูล
สถานการณด์ ้านทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในรูปแบบ real time บน web map
service และ mobile application

ตวั อย่างภาพผลการปฏิบตั ิการบิน การลาดตระเวนทางอากาศด้วยระบบอากาศยานไรค้ นขับ
ลาดตะเวนทางอากาศ
• เป็ นภารกิจที่เข้ามาสนับสนุ นภารกิจด้านการบิน
ให้มี ประสิ ทธิภาพมากยิ่ งขึ้น โดยจะมุ่ งเน้นการ
ป้ องกันการลักลอบตัดไม้ทําลายป่ า การตรวจ
ปราบปรามการกระทําผิดต่อทรพั ยากรทางทะเล
และชายฝ่ ั ง การตรวจไฟป่ า ดับไฟป่ า และภัย
ธรรมชาติอื่น ๆ เป็ นตน้

• ติ ด ต้ัง อุ ป ก ร ณ์ต ร ว จ วัด สัญ ญ า ณ ที่ ส า ม า ร ถ
บันทึกภาพท้ังภาพสี ปกติ แ ละภาพความร้อน
จึ ง ทํ า ใ ห้ ร ะ บ บ อ า ก า ศ ย า น ไ ร้ค น ขับ ดัง ก ล่ า ว
สามารถปฏิ บัติ งานได้ทัง้ กลางวันและกลางคื น
และมี การพัฒนาระบบเครื อข่ ายการส่ งข้อมู ลที่
สามารถแสดงผลข้อมูลในลกั ษณะภาพถ่ายเด่ียว
( single image) แ ล ะ วี ดิ โ อ ( video) ไ ป ยั ง ส่ ว น
ผู้ใช้งานได้ในทันที ( real time) ผ่ านเ ครื อข่ าย
อินเทอรเ์ น็ ต (internet) และระบบแม่ข่าย (server)
เพื่อให้ผู้ใช้งาน เช่น ประชาชน หน่ วยงานภาครฐั
แ ล ะผู้บริ หารในส ถานการณ์ฉุ กเ ฉิ นส ามารถ
ตดั สิ นใจในการรับมื อต่ อสถานการณฉ์ ุ กเฉิ นได้
อย่างมีประสิทธิภาพและเท่าทนั ต่อสถานการณ์

3

การจดั ทําภาพถ่ายทางอากาศดว้ ยระบบอากาศยานไรค้ นขบั

• การปฏิ บัติ การบิ นเพื่ อการจัดทําภาพถ่ ายทางอากาศในพื ้นที่
เป้ าหมาย สําหรบั สนบั สนุ นการบริหารจดั การที่ดินทํากินให้ชุ มชน
และหน่ วยงานภาครัฐที่ เก่ี ยวข้อง โดยคุ ณสมบัติ ภาพถ่ ายทาง
อากาศจะประกอบไปดว้ ยหลายช่วงคล่ืน ไดแ้ ก่

ตวั อย่างภาพผลการปฏิบตั ิการบิน ตวั อย่างภาพที่ไดจ้ ากอากาศยาน
ถ่ายทางอากาศ ไรค้ นขบั ขนาดเล็กที่ติดตงั้ อุปกรณ์

1. ภาพถ่ายทางอากาศสีธรรมชาติ ตรวจวดั แบบหลายช่วงคล่ืน
( optical Images) เ ป็ น ภ า พ ถ่ า ย ท า ง
อากาศที่ แสดงผลในรู ปแบบสี ธรรมชาติ 2. ภาพถ่ ายทางอากาศแบบหลาย
เ ห มื อ น ที่ ต า ม อ ง เ ห็ น ไ ด้ ป ก ติ โ ด ย ช่ วงคล่ื น (multispectral Images) เป็ น
อุ ป กร ณ์ตร วจวัดสัญญาณ ( sensor) ภาพถ่ ายทางอากาศที่ ได้จากอุ ปกรณ์
จะบันทึกคล่ื นแสงที่ สายตามองเห็ น ตรวจวัดสัญญาณ ซ่ึงสามารถบันทึก
(Visible Light) โดยปกติบนั ทึกภาพดว้ ย ข้อมูลในช่วงคล่ืนที่ตามนุ ษยไ์ ม่สามารถ
กล้องในช่ วงความยาวคล่ืน 400 - 700 มองเห็ นได้ เช่ น ย่ านคล่ื นขอบสี แดง
นาโนเมตร ประกอบไปดว้ ยคล่ืนทง้ั หมด (red edge) และย่านคล่ืนอินฟราเรดใกล้
3 ย่าน ไดแ้ ก่ ย่านสีนํา้ เงิน สีเขียว และสี ( near - infrared, NIR) โ ด ย ป ก ติ จ ะ
แดง โดยภาพประเภทดงั กล่าว มี ความ บนั ทึกขอ้ มูลในช่วงคล่ืนประมาณ 400 -
เ หมาะส มสําหรับ ส นับ ส นุ นการลาด 1 2 0 0 น า โ น เ ม ต ร ร ว ม ถึ ง ช่ ว ง ค ลื่ น
ตระเวนและการวิเคราะหแ์ ปลความดว้ ย อิ น ฟ ร า เ ร ด ค ว า ม ร้ อ น ( Thermal
สายตา เน่ื องจากลักษณะของภาพมี Images) ซ่ึ ง เ ป็ น ภ า พ ที่ บัน ทึก ใ น ช่ ว ง
ความใกล้เคี ยงกบั สภาพแวดล้อมตาม คล่ืนยาว 10 – 15 ไมโครเมตร ที่สามารถ
ความเป็ นจริง บันทึกและตรวจจับรังสี ความร้อนได้
ดงั นั้น ภาพถ่ ายทางอากาศแบบหลาย
ช่ วงคล่ื นจะมี ความเหมาะสมในการ
วิ เคราะห์ลกั ษณะชี วภาพของวตั ถุได้ดี
เช่ น การจําแนกประเภทวัตถุ ตรวจ
คุณภาพสุขภาพของพืชพรรณ อุณหภูมิ
วตั ถุและพืน้ ผิว เป็ นตน้

4

การประเมินปรมิ าณการกกั เกบ็

คารบ์ อนในพื�นท�ีป� าดว้ ยเทคนคิ
อากาศยานไร้คนขบั

สถานการณก์ ารเปล่ียนแปลงสภาพอากาศ

1. ที�มาและความสาํ คญั จากอุณหภูมิของโลกที่สูงขึน้ ราว 1.2 องศาเซลเซี ยส

ใ น ปั จ จ ุบ นั อ นั ม ีส า เ ห ต ุสํ า ค ญั ม า จ า ก ก า ร

เผาพลาญเชื อ้ เพลิงฟอสซิ ล เช่น ถ่านหิ น นํา้ มนั และ

กา๊ ซธรรมชาติ จากการกระทําของมนุ ษย ์ นํามาซ่ึง

ผลกระทบต่อผู ้คนและระบบนิ เวศ เช่น การเกิดภยั

พิบตั ิทางธรรมชาติอนั รา้ ยแรง การแพร่กระจายของ

เชื อ้ โรคและพาหะนําโรค การเสี่ยงต่อการสูญพนั ธุ ์

ของพืชและสตั ว ์ ความสูญเสียดา้ นความหลากหลาย

ทางชีวภาพ และป่ าสามารถฟื ้นตวั ไดต้ ามธรรมชาติ

ลดลง ดงั นัน้ เพื่อชะลอการเปลี่ยนแปลงของสภาพ

ภูมิอากาศโลกประเทศต่าง ๆ ท่วั โลกรวมถึงประเทศ

ไทยจึงต้องมีการให้คําม่ันสญั ญาว่าจะใช้มาตรการ
เพื่อลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกซ่ึงทําให้เกิดภาวะโลกร้อน ซ่ึงการประชุมภาคีอนุ สญั ญา

สหประชาชาติว่าดว้ ยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครงั้ ที่ 26 หรือ UN Climate Change

Conference of the Parties (COP26) ที่ผ่านมา เป็ นตวั แปรสําคญั ที่จะช่วยให้สามารถควบคุม

การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศไวไ้ ด้ โดยประเทศไทยไดป้ ระกาศเป้ าหมายสําคญั คือ

การเป็ นกลางทางคารบ์ อน (Carbon neutrality) ในปี 2050 และปล่อยกา๊ ซเรือนกระจกสุทธิ

เป็ นศูนย์ (Net zero emissions) ภายในปี 2065

คารบ์ อนไดออกไซด์ (carbon dioxide: CO2) ในชนั้ บรรยากาศมีทง้ั ที่เกิดจากธรรมชาติ
และเกิดจากการเผาเชื อ้ เพลิงฟอสซิ ล คือ นํา้ มนั ถ่านหิ น และกา๊ ซธรรมชาติ ซ่ึงการปล่อย
คารบ์ อนไดออกไซดเ์ พิ่มขึน้ ทําให้ความเขม้ ข้นของคารบ์ อนไดออกไซดใ์ นชัน้ บรรยากาศ
เพิ่มขึน้ และส่งผลให้อุณหภูมิผิวโลกเฉลี่ยเพิ่มขึน้ ตามลําดบั การไปสู่เป้ าหมายความเป็ นกลาง
ทางคารบ์ อน นอกจากการดําเนิ นการตามมาตรการที่เขม้ ข้นในการลดการปล่อยคารบ์ อนทง้ั
ในภาคการใชพ้ ลงั งาน การขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร จึงตอ้ งดําเนิ นการ
ควบคู่ไปกบั การเพิ่มปริมาณคารบ์ อนที่กกั เก็บในโลก เช่น ป่ าไม้ พืน้ ที่พรุ และพืน้ ที่ชุ่มนํา้ ซ่ึงทํา
หน้าที่เป็ นแหล่งกกั เก็บคารบ์ อนขนาดใหญ่ โดยปั จจุบนั ส่วนงานสําคญั ที่ช่วยในการซบั
คารบ์ อนคือ ภาคป่ าไม้ ในการปลูกตน้ ไม้ ป่ าชายเลน และการเพิ่มพื น้ ที่สีเขียว เนื่ องจากต้นไม้
และป่ าไม้มีคุณสมบตั ิในการดูดซบั กา๊ ซคารบ์ อนไดออกไซด ์ และกกั เก็บคารบ์ อนไว้เป็ นส่วน
หน่ึงของเนื อ้ ไม้และองคป์ ระกอบที่เป็ นต้นไม้ในรูปของมวลชีวภาพ (Biomass) เพื่อใช้ใน
กระบวนการสงั เคราะหแ์ สง

5

อากาศยานไร้คนขบั หรื อยูเอวี (Unmanned Aerial Vehicle: UAV) เป็ นอากาศยาน
ชนิ ดหน่ึงที่ไม่มี นักบินประจําการอยู่บนเคร่ือง มี ขนาดเล็กและไร้มนุ ษยโ์ ดยสารไปดว้ ย
แต่สามารถควบคุมได้โดยผ่ านอุ ปกรณค์ วบคุม การประยุกตใ์ ช้กบั งานด้านทรพั ยากร
ธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม อากาศยานไร้คนขบั สามารถให้ข้อมู ลภาพถ่ายทางอากาศ
ความละเอียดสูงที่สามารถแสดงขอ้ มูลสภาพพืน้ ที่และลกั ษณะภูมิประเทศไดอ้ ย่างชดั เจน
สามารถตรวจวดั อุ ณหภู มิ พื น้ ผิ ว และสามารถตรวจวดั ค่าที่ บ่ งบอกถึงสดั ส่วนของพื ช
พรรณที่ ปกคลุ มพื น้ ผิ วได้ ดงั นั้น ภายใต้บทบาทและภารกิจในด้านการปฏิ บตั ิ การบิ น
อนุ รกั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม ศูนยเ์ ทคโนโลยีดิจิทลั และอากาศยาน จึงได้
นําขอ้ มูลจากการปฏิบตั ิการบินโดยใช้อากาศยานไร้คนขบั มาใช้ในการประเมินปริมาณ
การ กักเ ก็ บคาร์บอนข องป่ าฟื ้ นฟู โดยการ จัดทําองค์ความรู้ฉบับนี ้มี จุ ดมุ่ งหมาย
เพ่ือนําเสนอแนวทางเบือ้ งตน้ ในการนําอากาศยานไร้คนขบั มาประยุกตใ์ ชใ้ นการประมาณ
ค่ าปริ มาณการกกั เก็บคารบ์ อนในพืน้ ท่ีป่ า โดยกําหนดตวั อย่างพืน้ ท่ีศึกษาและใช้ขอ้ มูล
จากภาพถ่ ายทางอากาศของอากาศยานไร้คนขบั กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติ และ
ส่ิงแวดลอ้ ม นํามาวิเคราะหค์ วามสูงและประมาณหาเสน้ ผ่านศูนยก์ ลางเพียงอกของตน้ ไม้
ในพื น้ ท่ีป่ า สําหรบั ทําการประมาณค่ามวลชี วภาพเหนื อพืน้ ดินและประเมินปริ มาณการ
กกั เก็บคารบ์ อนในพืน้ ท่ีป่ าดว้ ยสมการแอลโลเมตริก (Allometric equation)

• การเป็ นกลางทางคารบ์ อน (Carbon neutrality)
คือ กา รที่ป ริ มา ณกา รป ล่อ ยคารบ์ อนเข้าสู่ชัน้
บรรยากาศเท่ากบั ปริ มาณคารบ์ อนที่ถูกดูดซบั
กลบั คืนมาผ่านป่ าหรื อวิธีการอื่น

• กา รปล่ อยก๊าซเรื อนกระจกสุทธิเป็ นศู นย ์ (Net
zero emissions) คือ การที่ปริ มาณการปล่อยกา๊ ซ
เ รื อ น ก ร ะ จ ก มีค ว า ม ส ม ดุล เ ท่า ก บั ก ๊า ซ เ รื อ น
กระจกที่ถูกดูดซบั ออกจากชัน้ บรรยากาศ ซ่ึงใน
สภาวะสมดุลเท่ากบั การไม่เพิ่มปริ มาณกา๊ ซเรือน
กระจกในบรรยากาศ และหากทุกประเทศท่วั โลก
สามารถบรรลุเป้ าหมาย net zero emissions ได้
แ ป ล ว่า เ ร า ส า ม า ร ถ ห ยุด ก า ร ป ล่อ ย ก า๊ ซ เ รือ น
ก ร ะ จ ก ส่ว น เ กิน ที ่ส่ง ผ ล ใ ห้อุณ ห ภูมิข อ ง โ ล ก
สูงขึน้ ได้

6

2. วตั ถุประสงค์

เพื่อศึกษาและนําเสนอแนวทางเบือ้ งต้นในการประยุกตใ์ ช้อากาศยานไร้คนขบั
สาํ หรบั การประเมินปริมาณการกกั เก็บคารบ์ อนในพืน้ ที่ป่ า

3. ขอบเขตการดาํ เนนิ งาน

• ขอบเขตเชิ งพืน้ ท่ี กําหนดพืน้ ที่ตวั อย่างในการศึกษาคือ อุทยานแห่ งชาติศรีน่ าน
มี เนื ้อที่ ประมาณ 641,229.19 ไร่ โดยกําหนดแปลงตัวอย่ างประเภทป่ า
เบญจพรรณ จํานวน 50 ไร่ บริเวณตําบลศรีษะเกษ อําเภอนาน้อย จงั หวดั น่าน

• ขอบเขตเชิงเนื อ้ หา
- ข้อมู ลภาพถ่ ายทางอากาศที่ ได้จากอากาศยานไร้คนขบั กระทรวงทรพั ยากร
ธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม ทําการบินถ่ายในวนั ที่ 26 กรกฎาคม 2565
- การคํานวณปริ มาณการกักเก็ บคารบ์ อนในต้นไม้เหนื อพื ้นดิ นด้วยสมการ
แอลโลเมตริก (Allometric equation) ของป่ าเบญจพรรณ

4. ประโยชนท์ ไี� ดร้ บั

ผลการดําเนิ นงานจะสามารถใชเ้ ป็ นแนวทางการประยุกตใ์ ชอ้ ากาศยาน
ไร้คนขับของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่ งแวดล้อม ในการ
ประเมินปริมาณการกกั เก็บคารบ์ อนเหนือพืน้ ดินของตน้ ไมใ้ นพืน้ ที่ป่ าได้

7

• เส้นผ่ านศู นยก์ ลางท่ี ระดับเพี ยงอก (Diameter at Breath
Height : DBH) คือ เส้นผ่ านศูนยก์ ลางของต้นไม้วดั ที่ระดบั
ความสูง 1.30 เมตรจากพืน้ ดิน

• มวลชี วภาพเหนื อพื น้ ดิ น คื อ นํ้าหนักแห้งของทุ กส่วนของ
ตน้ ไมท้ ี่อยู่เหนือพืน้ ดิน ไดแ้ ก่ ลาํ ตน้ ก่ิง ใบ ดอก และผล

• สมการแอลโลเมตริ ก (Allometric equation) คื อ สมการ
ความสมั พันธร์ ะหว่ างเส้นผ่ านศู นยก์ ลางที่ ระดบั ความสู ง
1.30 เมตร และความสูงทง้ั หมดของต้นไม้กบั มวลชี วภาพ
ของต้นไม้ซ่ึงมาจากการหานํา้ หนักแห้งขององคป์ ระกอบ
ทุกส่วนของตน้ ไมท้ ี่อยู่เหนือพืน้ ดิน

8

5. วิธีการดาํ เนนิ งาน
ผงั ขนั้ ตอนการดาํ เนินงาน

ขอ้ มูลภาพถ่ายจากอากาศยานไรค้ นขบั
(กําหนดแปลงตวั อย่างในพืน้ ท่ีศกึ ษา)

กระบวนการโฟโตแกรมเมตรี (Photogrammetry)

คาํ นวณหาค่าความสูงของตน้ ไมจ้ ากแบบจาํ ลอง
ความสูงทรงพุ่ม

วิเคราะหค์ วามสมั พนั ธร์ ะหว่างขนาดเสน้ ผ่าน
ศูนยก์ ลางเพียงอกและความสูงของตน้ ไม้

การคาํ นวณหาปริมาณกกั เก็บคารบ์ อนของตน้ ไม้
จากมวลชีวภาพเหนือพืน้ ดิน

ดว้ ยสมการแอลโลเมตริก (Allometry Equation)

คาํ นวณหามวลชีวภาพเหนือพืน้ ดิน คาํ นวณหาปริมาณการกกั เก็บคารบ์ อน
ของตน้ ไม้ ของตน้ ไม้

สรุปผลการศึกษา
ขนั้ ตอนการดําเนิ นงานประกอบดว้ ย การวิเคราะหข์ อ้ มูลภาพถ่ายที่ไดจ้ ากการบินโดยใชอ้ ากาศยาน
ไร้คนขบั (UAV) เพื่ อประมาณหาเส้นผ่ านศู นยก์ ลางเพี ยงอก (DBH) และความสู งของต้นไม้ (H)
จากนนั้ จงึ ทําการคาํ นวณมวลชีวภาพของตน้ ไมแ้ ละปริมาณคารบ์ อนกกั เก็บในแปลงตวั อย่าง

9

ขนั้ ตอนการดาํ เนินงาน

การเก็บรวบรวมขอ้ มูลความสูงของตน้ ไมด้ ว้ ยระบบอากาศยาน
ไรค้ นขบั

ชุ ดปฏิ บัติ การบิ น UAV ทําการวางแผนแนวบิ นด้วยแอปพลิ เคชัน
Mission Planner Overview และดําเนิ นการบินจดั ทําภาพถ่ายทางอากาศ
ดว้ ยอากาศยานไรค้ นขบั ขนาดเล็กและอากาศยานไรค้ นขบั ขนาดกลาง โดย
ทําการบิ นที่ระดบั ความสูง 1,000 เมตรจากพื น้ ดิน และในการถ่ายภาพ
กําหนดให้มีส่วนซอ้ น (Over-Lap) และส่วนเกย (Side-Lap) ไม่ต่ํากว่ารอ้ ยละ
75 และบินถ่ายในลกั ษณะบล็อกส่ีเหล่ียมมุมฉาก

โดยแบบดงั้ เดิ มจะนิ ยมใช้ค่ าส่ วนซ้อนในร้อยละ 60 และส่ วนเกยในร้อยละ 40 ซ่ึงเป็ น
รูปแบบของการบินผลิตภาพถ่ายทางอากาศของอากาศยานที่มีคนขบั ที่สามารถติดตง้ั อุปกรณ์
ตรวจวดั สญั ญาณคุณภาพสูงที่สามารถถ่ายภาพโดยมี การบิ ดเบี ย้ วของเลนสท์ ี่น้อย ส่งผลให้
ภาพถ่ายทางอากาศมีความเที่ยงตรงสูงมากกว่า ดงั นนั้ การซอ้ นทบั กนั ของภาพจงึ ไม่จําเป็ นตอ้ ง
มาก แต่เนื่ องจากอากาศยานไร้คนขบั ที่มีขนาดเล็ก ไม่สามารถติดตงั้ อุปกรณต์ รวจวดั สญั ญาณ
ที่มีคุณภาพสูงได้ ภาพที่ได้จากอากาศยานไร้คนขบั จะมีความบิดเบีย้ วสูง ดงั นนั้ เพื่อให้การต่อ
ภาพมีความเที่ยงตรงมากที่สุด จึงกําหนดให้การซ้อนทบั กนั ของภาพทง้ั ส่วนซ้อนและส่วนเกย
ไม่ต่าํ กว่ารอ้ ยละ 75

ห ลัก ก า ร คํ า น ว ณ ค ว า ม สู ง บิ น สํ า ห รับ
การผลิตภาพถ่ายทางอากาศ ดงั นี ้

= ( × )


โดย H = ความสูงบิน (เมตร)
F = ระยะโฟกสั (มิลลิเมตร)
GSD = ระยะพืน้ ต่อพิกเซล
(เซนติ เมตรต่ อพิ กเซล)
CS = ความกวา้ ง/ยาว เซลลร์ บั ภาพของ
เซ็นเซอร์ (ไมโครเมตร)

10

กระบวนการโฟโตแกรมเมตรี (Photogrammetry): การสรา้ งขอ้ มูลภาพถ่าย
จากอากาศยานไรค้ นขบั

โดยใช้โปรแกรม Pix4D Mapper ในการประมวลผลภาพถ่ายทางอากาศที่ ได้จาก
อากาศยานไร้คนขบั เพื่ อนําข้อมู ลพื ้นดิ นหรื อแบบจําลองความสู งภู มิ ประเทศเชิ งเลข
(Digital Terrain Model, DTM) และแบบจําลองความสู งสิ่ งปกคลุ มพื น้ ผิ วเชิ งเลข (Digital
Surface Model, DSM) ไปสรา้ งแบบจําลองความสูงทรงพุ่ม (Canopy height model, CHM)

ภาพถ่ายทางอากาศท่ีไดจ้ ากการบินสํารวจดว้ ยอากาศยานไรค้ นขบั

แบบจําลองความสูงส่ิงปกคลุมพืน้ ผิวเชิงเลข (Digital Surface Model, DSM)

11

แบบจําลองความสูงภูมิประเทศเชิงเลข (Digital Terrain Model, DTM)

แบบจําลองความสูงทรงพุ่ม (Canopy height model, CHM)

ภาพถ่ายออรโ์ ธสีเชิงเลข (Orthophoto)
12

DSM
DTM
CHM

Orthophoto
แบบจําลองสามมิติ DSM, DTM, CHM และ Orthophoto

13

การสรา้ งแบบจําลองความสูงทรงพุ่ม
ก า ร ส ร้า ง แ บ บ จํ า ล อ ง ค ว า ม สู ง ท ร ง พุ่ ม (Canopy height

model, CHM) เพื่อใชป้ ระมาณค่าความสูงของตน้ ไม้ (ตน้ สกั ) โดยใช้
โปรแกรม ArcGIS ในการคํานวณหาค่าสูงสุดภายในรศั มี 2 เมตร
ณ จุ ดเรื อนยอดของต้นไมท้ ี่สามารถมองเห็ นได้จากภาพออรโ์ ธสี
เมื่อได้ค่าความสูงของต้นไมจ้ ากอากาศยานไร้คนขบั ทง้ั 20 ตน้ แลว้
นําไปวิ เคราะห์ความสัมพันธร์ ะหว่ างความสู งและขนาดเส้นผ่ าน
ศูนยก์ ลางเพียงอกของต้นไม้ ประเมินมวลชีวภาพเหนื อพืน้ ดิน และ
ประเมินปริมาณการกกั เก็บคารบ์ อนของตน้ ไม้ ตามลําดบั

การคํานวณค่าความสูงดว้ ย Zonal statistics

14

การวิเคราะหค์ วามสมั พนั ธร์ ะหว่างขนาดเสน้ ผ่านศูนยก์ ลางเพียงอกและ
ความสูงตน้ ไมท้ ี่ไดจ้ ากอากาศยานไรค้ นขบั
เมื่อไดค้ ่าความสูงของต้นไมจ้ ากขอ้ มูลภาพถ่ายทางอากาศแลว้ จึงนําเอาค่าความสูง
ที่ไดม้ าวิเคราะหห์ าค่าสมั ประสิทธิส์ หสมั พนั ธร์ ะหว่างขนาดเสน้ ผ่านศูนยก์ ลางเพียงอกและ
ความสูงของตน้ ไมท้ ี่ไดจ้ ากอากาศยานไรค้ นขบั โดยใช้โปรแกรม SPSS ในการวิเคราะหด์ ว้ ย
สมการถดถอยอย่ างง่ าย

อ้างอิงขอ้ มูลผลการวิเคราะหถ์ ดถอย (Regression) จาก หทยั ทิพย์ เงินอิน (2561,
น. 37) พบว่ า ค่าสมั ประสิทธิส์ หสมั พนั ธร์ ะหว่ างความสูงของต้นสกั และขนาดเสน้ ผ่าน
ศู นยก์ ลางเพี ยงอกของต้นไม้ เท่ ากบั 0.37 เมตร ความสู งของต้นสกั สามารถอธิบาย
ขนาดเสน้ ผ่านศูนยก์ ลางเพียงอกไดร้ อ้ ยละ 14 และไดส้ มการถดถอยอย่างง่าย ซ่ึงสามารถ
อธิบายไดว้ ่าการคํานวณค่าสมั ประสิทธิ ์ (Regression Coefficient) โดยค่าสมั ประสิทธิน์ นั้ ใช้
อธิบายความสมั พนั ธข์ องตวั แปร x และตวั แปร y กําหนดให้ปั จจยั อ่ืน ๆ คงที่ เมื่อ x เพิ่มขนึ้
1 หน่วย y จะเปลี่ยนแปลงไป b หน่วย

= 3.140 + 1.512

เม่ือ
Y = ขนาดเสน้ ผ่านศูนยก์ ลางเพียงอก (ตวั แปรตาม)
X = ความสูงที่ไดจ้ ากอากาศยานไรค้ นขบั (ตวั แปรอิสระ)

15

การประเมินปริมาณมวลชีวภาพเหนือพืน้ ดิน และการประมาณค่าปริมาณ
การกกั เก็บคารบ์ อนของตน้ ไม ้

การคํานวณปริมาณมวลชีวภาพเหนือพืน้ ดินของตน้ ไม ้
ดว้ ยสมการแอลโลเมตริก (Allometric equation) ของ
ป่ าเบญจพรรณ

โดยทําการหาค่าเฉล่ียต่ อต้นจากความสูงของต้นไม้ที่ ได้จากอากาศยานไร้คนขบั และ
ขนาดเสน้ ผ่านศูนยก์ ลางเพียงอกของตน้ ไมท้ ี่ไดจ้ ากการสุ่ม จํานวน 20 ตน้ เพื่อใชใ้ นการประเมิน
ปริ มาณมวลชี วภาพเหนื อพื น้ ดิ น และนําสมการแอลโลเมตริ ก ประเภทป่ าเบญจพรรณของ
Ogawa et al. (1965) มาใชใ้ นการประเมินค่ามวลชีวภาพของตน้ ไม้ ดงั นี ้

= + +

โดยท่ี Ws = 0.0396 (D2H) 0.9326
Wb = 0.03487 (D2H) 1.0270
Wl = (28.0/Wtc+0.025)-1

Wt = มวลชีวภาพเหนื อพืน้ ดิน (กิโลกรมั )
Ws = มวลชีวภาพในส่วนของลําตน้ (กิโลกรมั )
Wb = มวลชีวภาพในส่วนของก่ิง (กิโลกรมั )
Wl = มวลชีวภาพในส่วนของใบ (กิโลกรมั )
DBH = เสน้ ผ่านศูนยก์ ลางเพียงอก (เซนติเมตร)
H = ความสูงของตน้ ไม้ (เมตร)

การประมาณค่าการกกั เก็บคารบ์ อน

ประมาณค่าการกกั เก็บคารบ์ อนในพืน้ ที่ป่ าจากปริมาณมวลชีวภาพที่ได้ โดยใช้สมการ
คํานวณปริ มาณการกกั เก็บคารบ์ อนของต้นไม้ขององคก์ ารบริหารจดั การก๊าซเรือนกระจก
(IPCC, 2006) ดงั นี ้

= ×

โดยท่ี

Ci = คารบ์ อนกกั เก็บ (กิโลกรมั )
Wtc = มวลชีวภาพเหนื อพืน้ ดิน (กิโลกรมั )
CF = สดั ส่วนปริมาณคารบ์ อนในเนื อ้ ไม้

(กาํ หนดใหเ้ ท่ากบั 0.47)

16

ตาราง ปริมาณมวลชีวภาพเหนือพืน้ ดินและปริมาณการกกั เก็บคารบ์ อน

ตน้ ที่ ความสูง ขนาดเสน้ ผ่าน มวลชีวภาพเหนื อพืน้ ดิน Ci (kg)
ตน้ ไม้ (H) ศูนยก์ ลางเพียงอก ลําตน้ (kg) กิ่ง (kg) ใบ (kg) รวม (kg)
1
2 (UAV) (DBH)
3
4 7.44 14.38 53.223 5.653 1.998 60.873 28.610
5 10.30 18.71 121.994 13.361 4.313 139.667 65.643
6 15.87 27.13 383.976 43.804 11.055 438.836 206.253
7 15.95 27.26 389.524 44.460 11.171 445.154 209.222
8 16.22 27.67 407.556 46.591 11.540 465.687 218.873
9 17.34 29.35 488.145 56.156 13.082 557.382 261.970
10 18.14 30.56 551.826 63.752 14.187 629.765 295.989
11 18.70 31.41 599.697 69.482 14.961 684.140 321.546
12 19.05 31.94 630.818 73.216 15.439 719.472 338.152
13 19.18 32.13 642.585 74.629 15.615 732.829 344.430
14 19.68 32.90 689.933 80.324 16.300 786.556 369.682
15 19.82 33.11 703.662 81.978 16.491 802.131 377.002
16 20.01 33.39 721.830 84.169 16.739 822.738 386.687
17 21.29 35.34 856.870 100.505 18.434 975.810 458.630
18 24.29 39.87 1233.456 146.487 22.080 1402.022 658.950
19 26.62 43.40 1591.518 190.652 24.563 1806.733 849.165
20 27.03 44.01 1659.632 199.094 24.960 1883.687 885.333
28.05 45.56 1841.436 221.681 25.926 2089.043 981.850
เฉลี่ย 30.59 49.39 2347.077 284.874 28.060 2660.010 1250.205
32.56 52.37 2796.349 341.407 29.478 3167.234 1488.600

20.41 33.99 935.56 111.11 16.82 1063.49 499.840

จากตาราง ปริ มาณมวลชี วภาพเหนื อพื น้ ดินและปริ มาณการกกั เก็บคารบ์ อนในพื น้ ที่ป่ า
บริเวณตาํ บลศรีษะเกษ อําเภอนานอ้ ย จงั หวดั น่าน ซ่งึ พืน้ ที่การศกึ ษา มีขนาดพืน้ ที่ประมาณ 50 ไร่
และใน 1 ไร่ มีตน้ ไมป้ ระมาณ 50 ตน้ พืน้ ที่ศึกษาจึงมีตน้ ไมท้ ง้ั หมดประมาณ 2,500 ตน้ โดยพบว่า
ปริ มาณมวลชี วภาพเหนื อพื ้นดิ นเฉลี่ ย 1,063.49 กิ โลกรัมต่ อต้น ซ่ึงแบ่ งส่ วนต่ าง ๆ ดังนี ้
ในส่ วนของลําต้นเฉล่ี ย 935.56 กิ โลกรมั ต่ อต้น ส่ วนของกิ่ งเฉลี่ ย 111.11 กิ โลกรัมต่ อต้น และ
ส่วนของใบเฉล่ีย 16.82 กิโลกรมั ต่อต้น จากความสูงของต้นไมท้ ี่ไดจ้ ากอากาศยานไร้คนขบั และ
ขนาดเสน้ ผ่านศูนยก์ ลางเพียงอกที่ไดจ้ ากการสุ่มตวั อย่างตน้ ไม้
จํานวน 20 ตน้ ดงั นนั้ บริเวณพืน้ ที่ศกึ ษานีจ้ ึงมีค่ามวลชีวภาพ
รวมประมาณ 2,658,721.375 กิโลกรมั ทําให้พืน้ ที่นีม้ ีปริมาณ
คารบ์ อนสะสมประมาณ 1,249,600 กิโลกรมั

17

สรุปผล
และข้อเสนอแนะ

สรุ ปผลการดําเนิ นงาน

จากการศึกษาและทดลองนําข้อมู ลที่ ได้จากอากาศยานไร้คนขบั ของกระทรวง
ทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม มาประยุกตใ์ ชใ้ นการประเมินปริมาณคารบ์ อนของตน้ ไม้
ในขอบเขตพืน้ ที่ ที่ กําหนด บริ เวณอุ ทยานแห่ งชาติศรี น่ าน จงั หวดั น่ าน พบว่ า อากาศยาน
ไรค้ นขบั สามารถนํามาประยุกตใ์ ชก้ บั การประมาณปริมาณคารบ์ อนของตน้ ไมไ้ ด้ เนื่ องจาก
สามารถเก็บขอ้ มูลความสูงของตน้ ไมใ้ นพืน้ ที่ป่ า และนําไปวิเคราะหห์ าความสมั พนั ธร์ ะหว่าง
ขนาดเส้นผ่ านศู นย์กลางเพี ยงอกและความสู งของต้นไม้เพื่ อคํานวณค่ ามวลชี วภาพ
เหนือพืน้ ดินของตน้ ไมแ้ ละประมาณปริมาณคารบ์ อนกกั เก็บของพืน้ ท่ีป่ าได้

ขอ้ เสนอแนะ

เพ่ือประเมินความถูกตอ้ งของขอ้ มูลจากอากาศยานไรค้ นขบั และสามารถนําขอ้ มูล
ไปใชใ้ นการประเมินปริมาณคารบ์ อนของพืน้ ที่ป่ าไดอ้ ย่างแม่นยํา ควรดําเนิ นการในรูปแบบ
งานวิ จยั หรื อโครงการ ซ่ึงต้องใช้ระยะเวลา เคร่ื องมื ออุ ปกรณ์ และผู ้ท่ี มี ความเชี่ ยวชาญ
ทําการสํารวจกายวิภาคตน้ ไมท้ งั้ โดยอากาศยานไรค้ นขบั และเก็บขอ้ มูลจริงในภาคสนาม
เพ่ื อวิ เคราะหค์ วามสมั พนั ธข์ องความสู งและขนาดเสน้ ผ่านศู นยก์ ลางของต้นไม้ ซ่ึงควรมี
ค่าความคลาดเคลื่อนของขอ้ มูลจากอากาศยานไรค้ นขบั น้อยที่สุด รวมทง้ั มีการเปรียบเทียบ
ปริมาณการกกั เก็บคารบ์ อนที่ไดจ้ ากการคาํ นวณมวลชีวภาพของทงั้ 2 วิธี

18

ภาคผนวก

สมการแอลโลเมตริก (Allometric equation)

สมการแอลโลเมตริกสําหรบั ใชใ้ นการคํานวณหามวลชีวภาพของตน้ ไมใ้ นป่ าธรรมชาติ
ประเภทต่างๆ โดยใชค้ ํานวณจากขอ้ มูลตน้ ไมท้ ี่มีขนาด DBH มากกว่า 4.5 เซนติเมตรขึน้ ไป และ
จาํ เป็ นตอ้ งทราบความสูงของตน้ ไม้

ตารางแสดง สมการแอลโลเมตริกที่ใชใ้ นการคํานวณหามวลชีวภาพของตน้ ไมใ้ นชนิ ดต่าง ๆ
ท่ีมีขนาด DBH มากกว่า 4.5 เซนติเมตร

ชนิดป่ า สมการ ท่ีมา
ป่ าดิบแลง้ Ws = 0.0509 D2H0.919 Tsutsumi et al. (1983)
ป่ าดิบเขา Wb = 0.00893 D2H0.977
Wl = 0.0140 D2H0.669 Ogawa et al. (1965)
ป่ าเบญจพรรณ Wr = 0.0313 D2H0.805 Ogawa et al. (1965)
ป่ าเต็งรงั Ws = 0.0396 D2H0.9326
Wb = 0.03487 D2H1.0270
ป่ าดิบชืน้ Wl = (28.0/Wtc+0.025)-1
Ws = 0.0396 D2H0.9326
Wb = 0.006003 D2H1.0270
Wl = (28.0/Wtc+0.025)-1
Wr = 0.0264 D2H0.7750

Ws คือ มวลชีวภาพในส่วนของลําตน้ (กิโลกรมั )
Wb คือ มวลชีวภาพในส่วนของกิ่ง (กิโลกรมั )
Wl คือ มวลชีวภาพในส่วนของใบ (กิโลกรมั )

ภาพถ่ายทางอากาศจากอากาศยานไรค้ นขบั

การจดั ทําภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อเป็ นฐานขอ้ มูลการบินรกั ษาป่ า
สําห รับสนับสนุ น ก ารบริ ห ารจัดก ารท่ี ดิ น ทํากิ น ใ ห้ชุ มชน แ ล ะ
หน่ วยงานภาครฐั ท่ี เก่ี ยวข้อง โดยการประมวลผลการรงั วดั จดั ทํา
ภาพถ่ายทางอากาศ (Aerial Photogrammetry Processing) สําหรบั
จดั ทําภาพถ่ายออรโ์ ธสีรายละเอียดสูง (Orthorectification Imagery)
สีธรรมชาติ (Natural Color) ครอบคลุมพืน้ ท่ีเป้ าหมาย

ต วั อ ย่ างภาพ ถ่ ายอ อ ร์โ ธสี รายละเอี ย ด สู ง
(Orthorectification Imagery) สีธรรมชาติ(Natural
Color) ท่ีแสดงผลในรูปแบบสีธรรมชาติเหมือนท่ีตา
มองเห็นไดป้ กติ

ตวั อย่างการนําเขา้ ขอ้ มูลแผนที่ภาพถ่ายทาง
อากาศ (KMZ) อุทยานแห่ งชาติดอยอินทนนท์ จาก
อากาศยานไรค้ นขบั ทําการบินในช่วงเดือนมีนาคม
2565 ซ้อนทบั ลงในโปรแกรม Google Earth เพ่ื อ
แสดงขอ้ มูลเบือ้ งตน้ ทางภูมิศาสตรแ์ ละสภาพพืน้ ท่ี
ในปั จจุบนั

แสดงสภาพพืน้ ท่ี ปี 2564 แสดงสภาพพืน้ ท่ีปั จจุบนั ปี 2565
ขอ้ มูลจาก Google Earth ขอ้ มูลจากอากาศยานไรค้ นขบั

เอกสารอ้างอิง

หทยั ทิพย์ เงินอิน. (2561). การหาปริมาณการกกั เก็บคารบ์ อนของสวนสกั
ดว้ ยอากาศยานไรค้ นขบั ในพืน้ ท่ีตาํ บลวงั นกแอ่น อําเภอวงั ทอง จงั หวดั พิษณุโลก
(วิ ทยานิ พนธป์ ริ ญญาบัณฑิ ต). พิ ษณุ โลก. มหาวิ ทยาลัยนเรศวร. สื บค้นจาก
https://www.agi.nu.ac.th/nred/Document/is-PDF/2 5 6 1 / geo_2 5 6 1 _0 8 _
FullPaper.pdf

ธนวิทย์ ถมกระจ่าง. (2560). การประเมินปริมาณคารบ์ อนของป่ าชุมชน
ดว้ ยเทคนิ คอากาศยานไรค้ นขบั : กรณี ศึกษาป่ าชุ มชนบา้ นบุ ตาตอ้ ง ตําบล
นากลาง อําเภอสูงเนิ น จงั หวดั นครราชสีมา (วิทยานิ พนธป์ ริญญามหาบณั ฑิต).
ก รุ ง เ ท พ ม ห า น ค ร . จุ ฬ า ล ง ก ร ณ์ม ห า วิ ท ย า ลัย . สื บ ค้น จ า ก http://cuir.car.
chula.ac.th/handle/123456789/60211

องคก์ ารบริหารจดั การกา๊ ซเรือนกระจก (องคก์ ารมหาชน). การคาํ นวณการ
กกั เก็บคารบ์ อนของตน้ ไม.้ กรุงเทพมหานคร: องคก์ ารบริหารจดั การกา๊ ซเรือน
ก ร ะ จ ก ( อ ง ค์ก า ร ม ห า ช น ) . สื บ ค้น จ า ก file:///C:/Users/MNRE%2 0 ALL%2 0
IN%20ONE/Downloads/T-VER-TOOL-01_Version1_8%20(1).pdf

ธนิ สา ทวิ ชศรี . (2565). “Carbon neutrality” กบั “net zero emissions”
ต่ างกนั อย่ างไร? และมี ความสําคญั อย่ างไร?. สื บค้น 2 สิ งหาคม 2565, จาก
https://www.pier.or.th/blog/2022/0301/

บีบีซีไทย. (2564). โลกรอ้ น : การประชุมสุดยอดดา้ นสภาพภูมิอากาศของ
ยูเอ็น COP26 สาํ คญั อย่างไร. สืบคน้ 2 สิงหาคม 2565, จาก https://www.bbc.com/
thai/international-58107380

สถาบนั ลูกโลกสีเขียว. (2562). คารบ์ อนเครดิตในตน้ ไม.้ สืบคน้ 2 สิงหาคม
2565, จาก https://www.greenglobeinstitute.com/Frontend/Content/

ไทยพบั ลิ ก้า. (2564). COP26 คืออะไร มีบทบาทอย่างไรในการต่อสูก้ บั
Climate Change. สื บค้น 2 สิ งหาคม 2565, จาก https://thaipublica.org/2021/
10/what-is-cop-26/

Together For Our Planet

ศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลและอากาศยาน
Digital Technology and Aircraft Center

dtaac.mnre.go.th


Click to View FlipBook Version