โครงงานต้านยาเสพติด เรื่อง หนังสือเล่มเล็ก “ฉันจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด” จัดทำโดย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕/๑ ครูประจำชั้น โรงเรียนบ้านหนองคอก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต ๒ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ นางสาวคนึงนิช จุปมัดถา
โครงงาน หนังสือเล่มเล็ก “ฉันจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด” ผู้รับผิดชอบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕/1 ครูที่ปรึกษา คุณครูคนึงนิช จุปมัดถา ที่มาและความสำคัญ ยาเสพติด หมายความว่า สารเคมีหรือวัตถุชนิดใด ๆ ที่เสพเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าโดยรับประทาน ดม สูบ ฉีด หรือด้วยประการใด ๆ แล้วทำให้เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจในลักษณะสำคัญ เช่น ต้องการเพิ่มขนาดการเสพขึ้นเป็นลำดับ มีอาการถอนยา เมื่อขาดยา มีความต้องการเสพทั้งร่างกาย และจิตใจอย่างรุนแรง ตลอดเวลา และสุขภาพโดยทั่วไป จะทรุดโทรมลง ซึ่งยาเสพติดนี้ อาจรวมถึง พืชหรือส่วนของพืชที่เป็นหรือให้ผลผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษหรืออาจใช้ผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษและ สารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษด้วย ขึ้นชื่อว่า “ยาเสพต ิด” ล้วนก่อให้เกิดโทษต่อชีวิตผู้เสพด้วยกันทั้งสิ้น ทำลายทั้งชีวิต ทรัพย์สิน ครอบครัวที่คุณรักและความมั่นคงของประเทศชาติ ด้วยเหตุนี้ เราจึงนำโทษจากสารเสพติดทั้ง 10 ชนิด มาแนะนำให้ทราบว่ามีอะไรบ้าง เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง ครอบครัว สังคมและเศรษฐกิจของ ประเทศ ด้วยการรู้เท่าทันและตระหนักถึงโทษของมันอย่างละเอียด ปัจจุบันในประเทศของเราได้มีการใช้สารเสพติดอย่างแพร่หลายมากด้วยความอยากรู้อยาก ลองของวัยรุ่นในสมัยนี้ทำให้ซึ่งทำลายความมั่นคงของชาติและสังคมอย่างมาก เด็กเสียอนาคตสารเสพติดเป็น สารที่สังเคราะห์ขึ้นเมื่อนำเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะโดยวิธีรับประทาน ดม สูบ ฉีด หรือด้วยวิธีการใดๆแล้วทำให้ เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจนอกจากนี้ยังจะทำให้เกิดการเสพติดได้หากใช้สารนั้นเป็นประจำทุกวันหรือวันละ หลาย ๆ ครั้งปัญหายาเสพติดมิได้เกิดแต่เฉพาะประชากรในวัยแรงงานเท่านั้นปัญหานี้ยังเกิดขึ้นกับบุคคลในวัย เรียนด้วยเช่นกัน ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดของเยาวชนในสถานศึกษามีแนวโน้มสูงขึ้นรวมทั้งพิษ ของยาเสพติดก็มีความร้ายแรงเพิ่มขึ้นตามลำดับ เราจึงคิดค้นที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหาก่อนที่จะเกิดปัญหาต่อ สังคม กระทบกระเทือนต่อประชาชน ผู้ไม่ได้เสพยาเสพติดอีกด้วย ในการที่อธิบายถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติดให้เข้าใจง่าย ควรมีการจัดทำข้อมูลในรูปแบบหนังสือ เล่มเล็ก ซึ่งเหมาะสมกับระดับวัย ที่สามารถทำได้อย่างประสบความสำเร็จ และนำไปใช้ประโยชน์ได้ วัตถุประสงค์ที่ศึกษา 1. เพื่อศึกษาโทษและพิษภัยของยาเสพติด 2. เพื่อศึกษาวิธีการป้องกันตนให้พ้นภัยจากยาเสพติดทุกชนิด ๓. เพื่อผลิตหนังสือเล่มเล็กสามมิติ ใช้เป็นสื่อในห้องเรียนสีขาว
ขอบเขตการศึกษา - ศึกษาโทษและพิษภัยของสารเสพติด - ศึกษาวิธีการป้องกันตนให้พ้นภัยจากสารเสพติด เป้าหมาย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕/๑ โรงเรียนบ้านหนองคอก ระยะเวลา มิถุนายน – กันยายน ๒๕๖๖ วิธีดำเนินงาน - วัสดุอุปกรณ์ 1. คอมพิวเตอร์/อินเทอร์เน็ต 2. แผ่นภาพการศึกษา/หนังสือเรียน 3. กระดาษ 4. สีเมจิก 5. สีไม้ 6. ดินสอ 7. ยางลบ 8. ไม้บรรทัด ขั้นตอนการดำเนินงาน: 1. วางแผนการศึกษาข้อมูล ร่วมกับคุณครู และเพื่อนในห้องเรียน 2. กำหนดหัวข้อที่จะศึกษา และกำหนดสมาชิกที่จะศึกษาค้นคว้า 3. ค้นคว้าจากแผ่นภาพการศึกษา ค้นคว้าจากอินเทอร์เน็ต หรือจากหนังสือห้องสมุด 4. รวบรวมข้อมูล จัดทำเป็น ข้อมูลในการจัดทำสื่อสร้างสรรค์ต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละกลุ่มวางแผนไว้ เช่น แผ่นพับ ป้ายนิเทศ ของจำลอง 5. ดำเนินการเผยแพร่ดังนี้ 5.1 นำเสนอต่อเพื่อนในชั้นเรียน นำไปเป็นสื่อในห้องเรียนสีขาวและจัดป้ายนิเทศได้ 5.2 นำเสนอในโอกาสวันสำคัญ เช่น วันต่อต้านยาเสพติดโลก 5.3 นำเสนอเป็นผลงานในชั้นเรียน ในวันเปิดโลกวิชาการ 6. สอบถามผู้ที่ได้ฟัง หรือได้รับสื่อสร้างสรรค์ว่ามีความพึงพอใจมากน้อยเพียงใด มีสิ่งใดที่ต้องปรับปรุง แก้ไข 7. นำข้อเสนอแนะมาปรับปรุง การดำเนินการในครั้งต่อไป ผลการดำเนินงาน จากผลการศึกษา ดังนี้ 1. ความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า ประเภทของยาเสพติด
ยาเสพติดและสารเสพติดนั้นมีหลากหลายประเภท ซึ่งแบ่งออกได้ด้วยการออกฤทธิ์และตามความ รุนแรง ถูกกำหนดไว้ในพ.ร.บ. ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 การแบ่งประเภทยาเสพติดตามการออกฤทธิ์ หากแบ่งสารเสพติดต่าง ๆ ตามประเภทของการออกฤทธิ์แล้ว จะสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทดังต่อไปนี้ • ออกฤทธิ์กดประสาท ผลกระทบของยาเสพติดประเภทนี้คือจะทำให้เกิดความง่วง เฉื่อยชา ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ตัวอย่างได้แก่ เฮโรอีน เหล้าแห้ง ฝิ่น และมอร์ฟีน • ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท ซึ่งมีผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนคือ ทำให้ผู้เสพรู้สึกตื่นตัว เพราะสาร จะเข้าไปกระตุ้นระบบประสาททำให้ทำงานมากขึ้น รู้สึกกระวนกระวาย วิตกกังวล ตัวอย่าง ได้แก่กระท่อม ยาม้าและแอมเฟตามีน • ออกฤทธิ์หลอนประสาท เป็นยาเสพติดที่ทำให้เกิดภาพหลอน ได้ยินเสียงต่าง ๆ จนอาจทำให้ เกิดอาการบ้าคลั่งได้ โดยสารเสพติดประเภทนี้ได้แก่ แอลเอสดี ยาอี • ออกฤทธิ์ผสมผสานกัน โดยทำให้ทั้งเคลิ้มและเห็นภาพหลอนพร้อม ๆ กัน ได้แก่ กัญชา เราสามารถป้องกันการติดสารเสพติดได้โดยการปฏิบัติดังนี้ 1) รู้จักป้องกันตนเอง โดยการหาความรู้เกี่ยวกับสารเสพติด อย่าหลงเชื่อคำชักชวนให้เสพ เมื่อมีปัญหาควรใช้เหตุผลในการแก้ไขปัญหา ปรึกษาผู้ใหญ่ หรือหาทางออกโดยการเล่นกีฬา และทำงาน อดิเรกที่ตนเองชอบ 2) ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้สารเสพติดในการประกอบอาชีพหรือทำงาน ควรปฏิบัติตาม ข้อแนะนำบนฉลาก และขณะที่ใช้สารเสพติดควรใช้ผ้าปิดปากจมูก อยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก หรืออยู่ เหนือลม เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับสารเสพติด 3) สำหรับพ่อแม่ หรือผู้ปกครอง ควรหมั่นสังเกต และสอดส่องดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ด้วยการให้ความรัก ความเข้าใจ ตลอดจนให้เวลาแก่บุตรหลานของตนเองอย่างเพียงพอ หากพบผู้ใดติดสาร เสพติด ไม่ควรกระทำการรุนแรง ควรรีบหาสาเหตุ และแก้ไข โดยปรึกษาแพทย์ และนำไปบำบัดรักษาใน สถานพยาบาลที่เหมาะสมต่อไป ๒. จากการสอบถามผู้ที่ได้รับการเผยแพร่ พบว่า มีความเข้าใจเกี่ยวกับสารเสพติดมากขึ้น เป็น สื่อที่น่าสนใจ สีสันสวยงาม เผยแพร่เข้าใจได้ง่าย สรุปผลการดำเนินงานโครงงาน จากการดำเนินงานโครงงาน ในครั้งนี้สรุปผลการดำเนินงานได้ดังนี้ 1.นักเรียนโรงเรียนบ้านหนองคอกรู้ถึงโทษของการเสพสารเสพติด
2.นักเรียนโรงเรียนบ้านหนองคอกมีแนวทางป้องกันตนเองจากสารเสพติด บรรณานุกรม - https://www.phufaresthome.com/blog/drug-and-narcotic-penalties/ - https://www.rama.mahidol.ac.th/ramamental/generalknowledge/06212014-1613
ภาคผนวก