เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 43 วัฒนธรรม ในโลกนี้มีอะไรเป็นไทยแท้ ของไทยแน่นั้นหรือคือภาษา ซึ่งผลิดอกออกผลแต่ต้นมา รวมเรียกว่าวรรณคดีไทย อนึ่งศิลป์งามเด่นเป็นของชาติ เช่นปราสาทปรางค์ทองอันผ่องใส อีกดนตรีรำร่ายลวดลายไทย อวดโลกได้ไทยแท้อย่างแน่นอน และอย่าลืมจิตใจแบบไทยแท้ เชื่อพ่อแม่ฟังธรรมคำสั่งสอน กำเนิดธรรมจริยาเป็นอาภรณ์ ประชากรโลกเห็นเราเป็นไทย แล้วยังมีประเพณีมีระเบียบ ซึ่งไม่มีที่เปรียบในชาติไหน เป็นของร่วมรวมไทยให้คงไทย นี่แหละประโยชน์ในประเพณี ได้รู้เช่นเห็นชัดสมบัติชาติ เหลือประหวาดล้วนเห็นเป็นศักดิ์ศรี ล้วนไทยแท้ไทยแน่ไทยเรามี สิ่งเหล่านี้คือวัฒนธรรม ที่มา : หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ตัวอย่างบทร้อยกรอง เรื่องที่1
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 44 ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง เด็กกางร่ม ฟ้าคลั่งเกรี้ยวกราด ฝนสาดเม็ดคม เด็กน้อยกางร่ม อุ้มเจ้าสามสี เดินฝ่าสายฝน อีกคนขอเข้า สองคนกางร่ม แบ่งกันหลบฝน อีกคนขอเข้า สามคนกางร่ม เบียดกันหลบฝน เอ้า! อีกคนขอเข้า ยิ้มแย้มแจ่มใส ยื้อไปยื้อมา เฮฮาเสียงลั่น เปียกกันทั้งสี่ ไอ้เด็กน้อยเอย เป็นห่วงเป็นใย เพียงกางร่มไว้ ให้เจ้าสามสี มันร้องเหมียวเหมียว เหลียวดูหน้านั้นทีหน้านี้ที ที่มา : ศักดิ์สิริ มีสมสืบ “มือนั้นสีขาว” เรื่องที่2
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 45 ก้าวที่มั่นคงสู่ความสำเร็จ การจะเดินต่อไปข้างหน้าด้วยหวังว่าทางที่เดินไปนั้นจะราบรื่น สวยงาม เหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบนั้นคงเป็นไปได้ยาก ไม่ว่าใครก็ตาม กว่าจะได้มาซึ่งความสำเร็จ มักจะต้องเจอกับอุปสรรคนานัปการ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ ถ้าเราคิดว่า เราสามารถที่จะทำได้ทุกอย่างและพยายามที่จะทำสิ่งนั้นๆ ให้ดีที่สุด สิ่งที่เราทำนั้นก็จะสำเร็จลงได้ แม้จะเจอกับปัญหาใดๆ ก็ตาม ให้เรามอง ปัญหานั้น เป็นครูของเราซะ เพราะปัญหาที่เราได้เจอจะทำให้ประสบการณ์ ในชีวิตของเรามีมากยิ่งขึ้น หนทางต่อไปข้างหน้าไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไร เราก็สามารถที่จะนำประสบการณ์ของเรามาย้ำเตือนเป็นแนวทางในการ แก้ปัญหานั้นๆ ได้ การก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นคงสู่ความสำเร็จนั้น จำเป็นที่เราจะ ต้องมีปัจจัยบางอย่างช่วยด้วย นั่นคือ ผู้คนรอบข้างที่ดีที่พร้อมจะสนับสนุน เราทุกเมื่อ เงินทุนที่มีอยู่เพียงพอกับการเริ่มต้นหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องมากมาย ขอแค่สามารถใช้ในการเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ น้อยๆ ก่อนก็พอแล้ว และ ที่สำคัญการมีจิตใจที่มั่นคงไม่แปรเปลี่ยนความคิดเอาง่ายๆ หรือเลิกล้ม เป้าหมายกลางคัน ค่อยๆ ก้าวเดินต่อไปข้างหน้าทีละก้าวอย่างมุ่งมั่น ตัวอย่างบทความ
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 46 ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง และมั่นคง ทุกอย่างที่ฝันและตั้งใจไว้จะสามารถเป็นจริงขึ้นมาได้ และแต่ละ ก้าวที่เดินไปนั้น จำเป็นต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง อย่าเผลอเดินออกนอก เส้นทางเป็นอันขาด เพราะถ้าเมื่อใดที่คุณก้าวออกนอกเส้นทางแล้วมันยากมาก ที่คุณจะกลับเข้าสู่เส้นทางเดิมได้ เพราะคุณอาจจะหลงทางอยู่นอกเส้นทาง จนหาทางกลับมาไม่ได้ อย่าท้อแท้แม้ว่าทางที่ก้าวเดินไปนั้นมันจะไกล แสนไกล ขอให้มีจิตใจมุ่งมั่นเสมอว่าคุณสามารถที่จะเดินไปนั้นมันจะไกล แสนไกล ขอให้มีจิตใจมุ่งมั่นเสมอว่าคุณสามารถที่จะเดินไปให้ถึงฝั่งฝันได้ เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว เพราะความสำเร็จจะยังคงรอคุณอยู่ ณ ที่ตรงนั้น ไม่ไปไหน ที่มา : เชาว์ ทองบุลำดวน. วิธีสู่ความสำเร็จในชีวิตและหน้าที่การงาน. หน้า 45 - 46
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 47 ปล่อยแมว “จุกโว้ย ได้ลาภแล้ว ได้ลาภแล้ว ข้าว่าแล้วไหมล่ะ” จุกเงยหน้าขึ้นจากงานช้อนแหนเพื่อนำไปเป็นอาหารเป็ด มองดูเพิ้ง เพื่อนคู่หูวัยสิบขวบไล่เลี่ยกับตน ซึ่งกำลังไต่เดียะๆ ข้ามต้นหมากที่พาด ท้องร่องมาหาตนโดยเร็ว “ลาภอะไรของเอ็งวะ เสียงเอะอะยังกะเจ๊กตีกัน เคราะห์ดีว่าข้าไม่ได้ ตกปลาอยู่นะนี่” “ยายแป้นแกจะให้ข้ากะเอ็งเอาอีแด่นไปปล่อย ให้ค่าจ้างคนละ สองบาท เอาหรือไม่เอา” จุกลืมตาโพลง “สองบาทเชียวหรือวะ” “เออ หนแรกแกกะจะใช้ข้าคนเดียว ข้าว่าไม่ได้ ต้องเอาเอ็งไป เป็นเพื่อนด้วย ข้าไม่กล้าไปคนเดียว อ้อนวอนอยู่ตั้งนานแกจึงยอม เฮอะ สองบาทเชียวนะโว้ย ข้าน่ะเขม่นตาขวามาตั้งสองวันสองคืนแล้ว นึกแล้ว ว่าจะต้องได้ลาภ” เพิ้งคุยโอ่อย่างครึ้มอกครึ้มใจ จุกพลอยตื่นเต้นไปด้วย ตัวอย่างเรื่องสั้นจรรโลงใจ
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 48 ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง “เดี๋ยว ให้ข้าช้อนแหนอีกแป๊บเดียว เอ็งคอยกะเดี๋ยวเดียวนะ หรือ ช่วยข้าด้วยก็ดี จะได้ไวๆ” จุกและเพิ้งช่วยกันช้อนแหนอย่างลุกลน ได้ปริมาณราวครึ่ง ของที่เคยได้ ทั้งคู่ก็หมดความอดทน ยกถังใส่แหนกลับไปให้เป็ดที่บ้านกิน ไปตามมีตามเกิด แล้วทั้งคู่ก็โลดวิ่งไปยังบ้านยายแป้นเจ้าของแมวจุดดำขาว หน้าแด่น ตัวที่กำลังจะถูกปล่อยนั่น “เออ เอาไปแล้วอย่าให้มันกลับมาได้อีกเชียวนา หาไม่ข้าจะเอาเงิน สองบาทของข้าคืน” ยายแป้นยื่นคำขาด “ลูกดกยังกะเม็ดกล้วยตานี ข้าเลี้ยงไม่ไหวแล้ว เอาไปปล่อยที่ไหน ก็ทะเล้นกลับบ้านได้ทุกที คราวนี้เอ็งสองคนเอาไปให้ไกลสุดกู่เชียวนะ เอาไปไหนก็ตามใจ อย่าให้มันกลับมาบ้านข้าได้อีกก็แล้วกัน” เพิ้งกับจุกปรึกษากัน เห็นว่าป่าจากเป็นเหมาะที่สุด เพราะลึกเข้าไป มีดงไม้ชนิดอื่นค่อนข้างหนาทึบขึ้นอยู่เต็ม พามันคดเคี้ยวเลี้ยวลึกเข้าไปมากๆ ขี้คร้านอีแด่นจะสิ้นชื่อกันคราวนี้ ก่อนที่จะเดินทางเข้าป่า อีแด่นถูกผูกตาเสีย มิดชิด เพิ้งและจุกผลัดกันอุ้มแมว พลางร้องเพลงชมนกชมไม้ไปด้วย ความผาสุก ท๊อฟฟี่คนละยี่สิบอันซึ่งแปรธาตุมาจากเงินคนละสองบาทตุงอยู่ ที่ชายพกของทั้งคู่อย่างอบอุ่น
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 49 อีแด่นที่น่าสงสารไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอาเลย มันเพียงแต่ ประหลาดใจเล็กน้อยว่าเด็กทั้งสองคนนี้จะพามันไปไหน และทำไมจะต้อง ผูกตามันจนมืดเช่นนั้นด้วย แต่มันก็ไม่เดือดร้อนเท่าไรนัก เพราะมันมักคุ้น กับเด็กทั้งคู่นี้พอควร และมันก็มีอุปนิสัยค่อนข้างจะเชื่องอยู่ด้วย ทั้งจุกและเพิ้ง รู้วิธีที่จะทำให้มันสงบลงได้ ด้วยการเกาคางมันไปเรื่อยๆ อีแด่นก็เลยเงยคาง ให้เกา หลับตาพริ้มไปจริงๆ และแถมกรนอย่างพึงพอใจไปตลอดทางเสียอีก เด็กทั้งสองเดินลดเลี้ยวเคี้ยวคดเข้าป่าไปได้ลึกโข คะเนว่าคราวนี้ อีแด่นเห็นจะสิ้นฤทธิ์แน่จึงหยุดเดิน แก้ผ้าผูกตามันออกแล้วหย่อนมันไป ในดงไม้ทึบแห่งหนึ่ง แล้วทั้งคู่ก็ออกวิ่งสวบๆ หนีหายไปโดยไว ป่านี้ไม่ใช่ จะลึกลับซับซ้อนอะไรนักหนาสำหรับเด็กทั้งสองคน ซึ่งเคยติดตามพ่อหรือ พี่ชายมาตัดไม้ทำฟืนอยู่บ่อยๆ ชั่วแต่ว่าคราวนี้มาลึกกว่าที่เคยเท่านั้น ทั้งคู่เดินกอดคอคุยกันกินขนมพลางไปได้พักใหญ่ก็ถึงทางที่เคยเป็นทางออก “เฮ้ออิจฉานก” เพิ้งกล่าวลอยๆ จุกไม่ตอบ วกวนกันไปมาอีกพัก ก็กลับมาโผล่เอาที่ดงสะแกเดิมเข้าอีกจนได้ อีแด่นกลับมานั่งประจำซองอยู่ที่เก่าอีกแล้ว มันร้องทักเช่นเคย “เมี้ยว” คราวนี้จุกหมดความอดทนต่ออารมณ์กดดันของตัวเอง คว้าไม้ได้ก็ตีมันเข้าไปทีหนึ่งด้วยอารมณ์พาล
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 50 ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง “อีตัวดี เพราะมึงเชียวทำให้กูหลงทาง เอ้า มึงเก่งจริงนำทางกู กลับบ้านให้ได้สิวะ” นังแด่นไม่ส่งเสียง ลุกขึ้นได้ก็เดินกระดิกหนวดนำหน้าไป เด็กทั้งสอง เดินตามแมวไปอย่างไม่รู้จะทำอะไรดีไปกว่านั้น แด่นเดินลัดเลาะไปเรื่อยๆ โดยไม่เอาใจใส่กับเด็กทั้งสอง ท่าทางมันผยองมาก และ.......เหมือนปาฏิหาริย์ ในที่สุดทั้งสองคนและหนึ่งตัวก็หลุดพ้นป่าออกมาได้ ด้วยความสามารถ ของแมวนั่นเอง ต่อจากนั้นก็ไม่เป็นปัญหาอะไรที่จะแยกย้ายกลับบ้านตน ปัญหาอยู่ที่อีแด่นเท่านั้น ถ้าปล่อยไปมันก็ต้องเดินทางกลับบ้านเดิมของมัน คือ บ้านยายแป้น แล้วถ้ายายแป้นจะเรียกเงินคืน จะเอาที่ไหนไปให้แก ในเมื่อเงินมันเปลี่ยนสภาพ เป็นอะไรต่ออะไรไปจนหมดสิ้นแล้ว แล้วยายแป้นนั้นก็ปากตะไกร รู้จักกันดี อยู่ตลอดย่านนั้น ในที่สุดเพิ้งซึ่งเป็นจำเลยที่หนึ่ง ก็จำต้องรับเอาอีแด่น เข้าบ้านของตน ซึ่งยังผลให้แม่ของเพิ้งด่าโขมงไปสองสามวัน “ลูกจัญไร ไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ นั่นแหละกรรมมันสนอง เอาทันตาเห็นไหมล่ะ สัตว์มันไปทำความผิดอะไร เสือกเอามันไปปล่อยถึง ในป่าในดง เมื่อไม่มีใครเลี้ยงก็ให้มันอยู่นี่แหละ เลี้ยงแมวตัวเดียวไม่ถึงกับตาย หรอกวะ”
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 51 เมื่อเจ้าของบ้านมีน้ำใจเช่นนั้น อีแด่นก็อยู่ฉลองศรัทธาเรื่อยมา โดยไม่คิดกลับภูมิลำเนาเดิม ทั้งๆ ที่มันจะหลับตาเดินกลับไปเสียเมื่อไหร่ก็ได้ และลูกครอกแรกที่มันออกมาฉลองพระเดชพระคุณนายใหม่ของมันนั้น ก็จำนวนถึงเก้าตัวจนถึงขณะนี้ อีแด่นก็ยังเพิ่มผลผลิตของมันอยู่เรื่อยๆ โดยไม่มีใครกล้าไปยุ่งกับมันเพราะทั้งจุกและเพิ้งยังคงเข็ดการปล่อยแมวอยู่ จนบัดนี้ ที่มา : สีทันดร
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 52 ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง คำถามท้ายบท เรื่อง ปล่อยแมว สนุกไหมขอรับ มาตอบคำถาม เรื่อง ปล่อยแมว 1. “จุกโว้ย ได้ลาภแล้ว ได้ลาภแล้ว ข้าว่าแล้วไหมล่ะ” ข้อความนี้ ผู้พูดมีความรู้สึก อย่างไร เพราะเหตุใด ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………. 2. จุกกับเพิ้งร่วมมือกันทำอะไร ได้รับผลจากการกระทำอย่างไร ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………….
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 53 3. ถ้านักเรียนเป็นยายแป้นนักเรียนจะแก้ปัญหาเช่นเดียวกับ ยายแป้นหรือไม่ เพราะเหตุใด ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… 4. เรื่อง ปล่อยแมว ให้ข้อคิดอะไรแก่ผู้อ่าน (ตอบไม่น้อยกว่า 3 ข้อ) ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 54 ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 5. ให้พิจารณาข้อความต่อไปนี้ 1) ข้อความใดกล่าวถูกต้อง ก. เรื่องปล่อยแมวเปิดเรื่องด้วยการบรรยายฉาก ข. จุกเป็นตัวละครสำคัญของเรื่อง ค. อีแด่นเป็นตัวละครสำคัญของเรื่อง ง. ยายแป้นเป็นตัวละครที่คลี่คลายปมปัญหาของเรื่อง 2) ข้อความใดแสดงให้เห็นว่าสัตว์น่าสงสาร ก. อีแด่นถูกผูกตาเสียมิดชิด ข. อีแด่นเงยคางให้จุกและเพิ้งเกา ค. อีแด่นประหลาดใจเล็กน้อยว่าเด็กทั้งสองพามันไปไหน ง. อีแด่นหลับตาพริ้มและกรนไปตลอดทางจนถึงป่าสะแก 3) “หรือกรรมมันจะตามทันเรา” ผู้พูดมีความรู้สึกอย่างไร ก. หวาดกลัว ข. สำนึกผิด ค. กลัวบาป ง. สิ้นหวัง
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 55 4) เหตุใดอีแด่นสามารถนำจุกและเพิ้งกลับบ้านได้ ก. อีแด่นมีความจำดีมาก ข. อีแด่นถูกนำมาปล่อยหลายครั้งแล้ว ค. อีแด่นมีสัญชาตญาณที่ดมกลิ่นในการเดินทาง ง. ความบังเอิญในขณะที่อีแด่นวิ่งหนีจุกและเพิ้ง 5) ยายแป้นไม่เลี้ยงอีแด่นเพราะเหตุใด ก. อีแด่นเป็นแมวตัวเมีย ข. อีแด่นมีลูกดกมาก ค. อีแด่นคลอดลูกทุกปี ง. อีแด่นเป็นแมวขี้อ้อน กินจุ และคลอดลูกทุกปี 6) คำกล่าวใดสอดคล้องกับการกระทำของเพิ้งมากที่สุด ก. กรรมเวร ข. ทำคุณบูชาโทษ ค. กงเกวียนกำเกวียน ง. เห็นทันตา
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 56 ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง การประเมินผลการเขียนสรุปใจความ ประเด็น การประเมิน ระดับคุณภาพ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง) ความถูกต้อง ของเนื้อหา เขียนสรุปความ จากเรื่องที่อ่าน ได้ครบถ้วนและ ลำดับเนื้อหา ถูกต้อง เขียนสรุปความ จากเรื่องที่อ่าน ได้ครบถ้วน แต่ลำดับเนื้อหา ไม่ถูกต้อง เขียนสรุปความ จากเรื่องที่อ่าน ได้ไม่ครบถ้วน แต่ลำดับเนื้อหา ถูกต้อง เขียนสรุปความ จากเรื่องที่อ่าน ได้ไม่ครบถ้วน และลำดับเนื้อหา ไม่ถูกต้อง การใช้ภาษา ใช้ภาษาสละสลวย และลำดับเนื้อหา ครบถ้วน เหมาะสม ใช้ภาษาสละสลวย และลำดับเนื้อหา เหมาะสม ใช้ภาษาสละสลวย และลำดับ เนื้อหาเหมาะสม บางส่วน ใช้ภาษาสละสลวย และลำดับ เนื้อหา ไม่เหมาะสม มารยาท ในการเขียน ลายมือสวยงาม สะอาด เป็นระเบียบ ลายมือสวยงาม สะอาด แต่ไม่เป็น ระเบียบ ลายมือไม่สวย แต่สะอาด และ เป็นระเบียบ ลายมือ ไม่สวยงาม ไม่สะอาด และ ไม่เป็นระเบียบ เกณฑ์การตัดสิน คะแนน 10-12 หมายถึง ดีมาก คะแนน 7-9 หมายถึง ดี คะแนน 4-6 หมายถึง พอใช้ คะแนน 1-3 หมายถึง ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ตั้งแต่ระดับพอใช้ขึ้นไป
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 57 การประเมินผลการเขียนแผนภาพโครงเรื่อง คำชี้แจง ครูประเมินผลงานของนักเรียนในการเขียนแผนภาพโครงเรื่อง และให้คะแนนลงในช่องที่ตรงกับรายการประเมิน เลขที่ ชื่อ-สกุล รายการประเมิน รวม 1.ลำดับความคิดเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง 2.เสนอประเด็นสำคัญของเรื่องได้ 3.ใช้ภาษากระชับชัดเจนสุภาพถูกต้อง 4.เขียนสะกดถูกต้อง 5.เว้นวรรคตอนถูกต้อง 6.สะอาดสวยงามเรียบร้อย 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 58 ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง เกณฑ์การตัดสิน นักเรียนปฏิบัติได้ 6 รายการ ผ่านการประเมินระดับดีมาก นักเรียนปฏิบัติได้ 5 รายการ ผ่านการประเมินระดับดี นักเรียนปฏิบัติได้ 4 รายการ ผ่านการประเมินระดับพอใช้ นักเรียนปฏิบัติได้ต่ำกว่า 3 รายการ ต้องปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ตั้งแต่ระดับดีขึ้นไป
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 59 เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบ K - W - L (Know - Want - Learned) 1. แนวคิด/ทฤษฎี การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ K - W - L (Know - Want - Learned) เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับทักษะการคิดอย่างรู้ตัวว่าตนคิดอะไร มีวิธีคิดอย่างไร สามารถตรวจสอบความคิด ตลอดจนปรับเปลี่ยนกลวิธีการคิด ของตนได้ โดยผู้เรียนจะได้รับการฝึกให้ตระหนักในกระบวนการทำความเข้าใจตนเอง มีการวางแผนตั้งจุดมุ่งหมาย ตรวจสอบความเข้าใจของตน มีการจัดระบบข้อมูล เพื่อการดึงมาใช้ภายหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีขั้นตอนสำคัญ ดังต่อไปนี้ 1.1 ขั้น K (What you know) เป็นขั้นของการเตรียมความรู้พื้นฐานก่อนการอ่าน เช่น ถ้าจะให้เรียนรู้ เรื่อง การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ผู้สอนอาจทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับ เรื่อง ทรัพยากรธรรมชาติรอบตัว แล้วให้ผู้เรียนช่วยกันระดมสมองในสิ่งที่ผู้เรียน ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันก็จะให้มีการบันทึก ความคิดเห็นที่เกิดจากการระดมสมอง ซึ่งอาจทำได้หลายวิธี เช่น ผู้สอนและผู้เรียน ช่วยกันบันทึกบนกระดานดำ ในรูปของแผนที่ความคิด (Mind Mapping) หรือ แผนผังใยแมงมุม (Web Diagram) ให้ชัดเจน ซึ่งจะประกอบด้วยความคิดหลัก ความคิดรอง และความคิดย่อย ตามลำดับ โดยผู้สอนช่วยจัดข้อความที่เป็นความคิด ให้ถูกต้องก่อนที่จะให้ผู้เรียนคัดลอกแผนที่ความคิด หรือแผนผังนั้นลงในแผ่นกระดาษ แต่ถ้าผู้เรียนคุ้นเคยกับการเขียนแผนผังความคิดแล้ว ผู้สอนอาจให้ผู้เรียนแต่ละคน เขียนสิ่งที่ตนรู้เกี่ยวกับหัวข้อที่ผู้สอนจะให้ผู้เรียนเรียนรู้เป็นแผนผังความคิดด้วย ตนเอง
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 60 ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 1.2 ขั้น W (What you want to know) การตั้งจุดมุ่งหมายในการอ่าน หลังจากที่ผู้สอนกระตุ้นความรู้เดิมของผู้เรียนในขั้น K แล้ว ผู้สอน จะนำผู้เรียนไปสู่ขั้นการตั้งจุดมุ่งหมายในการเรียนรู้โดยการอ่าน ซึ่งผู้สอนจะใช้คำถาม กระตุ้นผู้เรียน เช่น 1) นักเรียนต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมอีกบ้างในเรื่องการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ 2) ถ้าพวกเราไม่ช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจะเกิดผลอย่างไร 3) นักเรียนจะมีวิธีการแนะนำให้เพื่อนๆ หรือผู้อื่นที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติตนอย่างไรเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 4) ถ้านักเรียนมีโอกาสพูดคุยกับท่านนายกรัฐมนตรี นักเรียน ต้องการจะถามอะไรบ้าง เกี่ยวกับเรื่องนี้ เป็นต้น ผู้เรียนเขียนคำถาม ผู้สอนให้ผู้เรียนเขียนคำถามที่ตนมีลงในกระดาษให้มากที่สุด ผู้เรียนหาคำตอบ ผู้สอนให้ผู้เรียนอ่านข้อความที่ผู้สอนเตรียมไว้ โดยกระตุ้นให้ผู้เรียน พยายามหาคำตอบในสิ่งที่ตนตั้งคำถามไว้แล้วนั้น ในขั้นนี้ผู้สอนอาจดัดแปลงจาก การอ่าน เป็นการใช้วิธีบรรยายหรือดูวีดิทัศน์ก็ได้ และจะเป็นการเน้นทักษะการฟัง แทนการอ่าน 1.3 ขั้น L (What you have learned) หลังจากที่ผู้เรียนอ่านข้อความแล้ว ให้ผู้เรียนเขียนคำตอบที่ได้ลง ในกระดาษเปล่า รวมทั้งเขียนข้อมูลอื่นๆ ที่ศึกษาเพิ่มเติมได้แต่ไม่ได้ตั้งคำถามไว้
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 61 การบันทึกข้อมูลตามกิจกรรมในขั้น K W และ L นั้น ผู้สอนควร ให้ผู้เรียนบันทึกโดยใช้ตาราง 3 ช่อง ดังตัวอย่างข้างล่าง K (ผู้เรียนเรียนรู้อะไรบ้าง) W (ผู้เรียนต้องการรู้อะไรบ้าง) L (ผู้เรียนได้เรียนรู้อะไร) 1.4 ขั้นการเขียนสรุปและนำเสนอ กิจกรรมในขั้นนี้เป็นกิจกรรมเพิ่มเติมในขั้นตอนหลัก K - W - L หลังจากผู้เรียนได้เรียนรู้และเขียนข้อมูลความรู้ที่ได้ในขั้น W และ L แล้ว ให้นักเรียน นำข้อมูลที่ได้มาปรับแผนผังความคิดเดิมที่ผู้เรียนเขียนไว้ในขั้น K ซึ่งอาจจะมีการ ตัดทอนเพิ่มเติม หรือจัดระบบข้อมูลใหม่ เพื่อให้แผนผังความคิดมีความสมบูรณ์ มากยิ่งขึ้น หรืออาจมีกิจกรรมอื่นที่ผู้สอนเห็นว่าเป็นกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ เช่น มีการอภิปรายถึงเหตุและผลกระทบในเรื่องสิ่งแวดล้อม หรือให้ผู้เรียนนำเสนอ แผนผังความคิด เป็นต้น 2. วัตถุประสงค์/เป้าหมายที่มุ่งให้เกิดกับผู้เรียน 2.1 เพื่อให้นักเรียนอ่านจับใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านได้ 2.2 เพื่อให้นักเรียนเขียนสรุปใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านได้ 3. ความสอดคล้อง/ความเชื่อมโยง 3.1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 3.2 สาระที่ 1 การอ่าน
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 62 ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง K นักเรียนรู้อะไรบ้าง W นักเรียนต้องการรู้อะไร L นักเรียนได้เรียนรู้อะไร ..................................... ..................................... ..................................... ..................................... ..................................... ..................................... ..................................... ..................................... ..................................... ..................................... ..................................... ..................................... มาตรฐานการเรียนรู้ ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้ และความคิด เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัย รักการอ่าน ตัวชี้วัด ท 1.1 ป.6/3 อ่านเรื่องสั้นๆ อย่างหลากหลาย โดยจับเวลา แล้วถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน 3.3 สาระที่ 2 การเขียน มาตรฐานการเรียนรู้ ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงาน ข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ท 2.1 ป.6/5 เขียนย่อความจากเรื่องที่อ่าน 4. กระบวนการที่ใช้ในการพัฒนาผู้เรียน 4.1 กิจกรรมการเรียนรู้ 1) ติดแผ่นตารางข้อความต่อไปนี้บนกระดานดำ แล้วอธิบาย รายละเอียดของตารางแต่ละช่อง ดังนี้
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 63 2) ครูและนักเรียนสนทนาร่วมกันเกี่ยวกับเรื่อง มัมมี่ ว่ารู้อะไรบ้าง และบันทึกคำตอบลงในตาราง ช่อง K 3) ให้นักเรียนช่วยกันคิดว่าอยากรู้อะไรอีกบ้างเกี่ยวกับ เรื่อง มัมมี่ โดยบันทึกคำถามไว้บนกระดานดำแล้วช่วยกันคัดเลือกคำถาม และ จัดเรียงลำดับความสำคัญแล้วบันทึกลงในตาราง ช่อง W ตัวอย่างเช่น - มัมมี่พบอยู่ประเทศใดบ้าง - มีความเชื่ออะไรบ้างเกี่ยวกับการทำมัมมี่ - มัมมี่มีวิธีการทำอย่างไร - การทำมัมมี่มีประโยชน์อย่างไร 4) ครูใช้คำถามให้นักเรียนคิดว่า เกิดการเรียนรู้อะไรบ้าง โดยดำเนินการ ดังนี้ 4.1) แจกใบความรู้ เรื่อง มัมมี่ ให้อ่านในใจเป็นรายบุคคล จากนั้นบอกสิ่งที่ได้รับรู้จากการอ่าน เรื่อง มัมมี่ 4.2) บันทึกคำตอบไว้บนกระดานดำ 4.3) ช่วยตรวจสอบสิ่งที่ได้รู้แล้วจากการอ่าน เรื่อง มัมมี่ ว่าสามารถตอบคำถามในสิ่งที่อยากรู้หรือไม่ ถ้ายังไม่สามารถตอบคำถามได้ให้ ไปค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม แล้วบันทึกผลลงในตาราง ช่อง L (มีคลิปวีดิโอ ให้นักเรียนที่สนใจดูเพิ่มเติม) 5) ใหันักเรียนแต่ละคนสรุปใจความสำคัญ ดังนี้ 5.1) สรุปใจความสำคัญในรูปแผนผังความคิด เรื่อง มัมมี่ 5.2) เขียนสรุปใจความสำคัญจากแผนผังความคิด
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 64 ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 4.2 สื่อประกอบการเรียนรู้ 1) ใบความรู้ เรื่อง มัมมี่ 2) รูปภาพมัมมี่ ตุ๊กตามัมมี่ 3) ตารางบันทึก K - W - L 4) คลิปวีดิโอ เรื่อง มัมมี่ 4.3 การวัดและประเมินผล 1) ตรวจผลงานแผนผังความคิด 2) ตรวจผลงานการเขียนสรุปใจความสำคัญ 5. จุดเด่น (จุดเด่นของเทคนิค/วิธีที่นำมาใช้) กิจกรรมมีลักษณะบูรณาการทักษะการอ่าน การเขียน และการคิดวิเคราะห์ โดยใช้กระบวนการแสวงหาความรู้ 6. ผลที่เกิดกับผู้เรียน (ความรู้สมรรถนะ คุณลักษณะ) 6.1 ความรู้: ผู้เรียนรู้กระบวนการสำรวจ ได้องค์ความรู้ และวิธีการ แสวงหาความรู้เพิ่มเติม 6.2 สมรรถนะ : ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และ การสื่อสาร 6.3 คุณลักษณะ : ผู้เรียนมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน และ มีทักษะชีวิต
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 65 แหล่งที่มาของข้อมูล โรงเรียนบ้านสระเตย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 3
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 67 ❖ ใบความรู้เรื่อง มัมมี่ รูปภาพมัมมี่ ตุ๊กตามัมมี่ ❖ ตารางบันทึก K - W - L ❖ ตัวอย่าง Mind Mapping เรื่อง มัมมี่ ❖ การประเมินแผนผังความคิด (Mind Mapping) ❖ การประเมินผลการเขียนสรุปใจความสำคัญ ภาคผนวก
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 69 ใบความรู้ เรื่อง มัมมี่ มัมมี่ (อังกฤษ Mummy) คือ ศพที่พันทั่วทั้งร่างกายด้วยผ้าลินิน สีขาว ดองหรือแช่ในน้ำยาพิเศษพบในประเทศอียิปต์ การทำมัมมี่เป็นการ รักษาสภาพของศพ เพื่อรอการกลับคืนร่างของวิญญาณผู้ตาย ตามความเชื่อ ของชาวอียิปต์โบราณ โดยชาวอียิปต์โบราณจะทำมัมมี่ของฟาโรห์และ เชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์ และนำไปฝังในลักษณะแนวนอนภายใต้พื้นแผ่นทราย ของอียิปต์ อาศัยแรงลมที่พัดผ่านในแถบทะเลทรายอาระเบียและทะเลทราย ในพื้นที่รอบบริเวณของอียิปต์ เพื่อป้องกันการเน่าเปื่อยของซากศพ ที่อาบด้วยน้ำยา ความเชื่อ อียิปต์โบราณมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของชีวิตหลังความตาย เกี่ยวกับการหวนกลับคืนร่างของวิญญาณ โดยมีความเชื่อว่าเมื่อวิญญาณ ออกจากร่างไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง จะหวนกลับคืนสู่ร่างเดิมของผู้เป็นเจ้าของ จึงต้องมีการถนอมและรักษาสภาพของร่างเดิม โดยการแช่และดองด้วยน้ำยา บีทูมิน ซึ่งจะช่วยรักษาและป้องกันไม่ให้ซากศพเน่าเปื่อยผุผังไปตามกาลเวลา
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 70 ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง วิธีการทำมัมมี่ นำศพของผู้ตายมาทำความสะอาด ล้วงเอาอวัยวะภายในออก โดยการใช้ตะขอที่ทำด้วยสำริดเกี่ยวเอาสมองออกทางโพรงจมูก แล้วใช้มีด ที่ทำจากหินเหล็กไฟซึ่งมีความคมมากกรีดข้างลำตัว เพื่อล้วงเอาตับ ไต กระเพาะอาหาร ปอด และลำไส้ออกจากศพ ซึ่งลำไส้ใหญ่ที่เต็มไปด้วย แบคทีเรีย (Bacteria) และเน่าก่อนอวัยวะอื่นๆ ซึ่งนับว่าชาวอียิปต์โบราณ มีวิทยาการสูงโดยเหลือหัวใจไว้ สาเหตุที่ไม่เอาหัวใจออกจากร่างด้วย เพราะเชื่อกันว่า หัวใจเป็นศูนย์รวมแห่งจิตวิญญาณ ความเฉลียวฉลาด และ ความรู้สึกนึกคิด อวัยวะภายในเหล่านี้จะถูกแทนที่ด้วยวัสดุประเภทขี้เลื่อย ใบไม้แห้ง เศษผ้าลินิน และเครื่องหอม เพื่อให้ใกล้เคียงกับเมื่อยังมีชีวิตอยู่ ไม่ยุบตัวตามกาลเวลา จากนั้นอวัยวะทั้งหมดจะถูกนำไปล้างด้วยไวน์ปาล์ม ให้สะอาดแล้วกลบด้วยสารที่เรียกว่า Natron ซึ่งเป็นเกลือโซเดียมคาร์บอร์เนต เมื่ออวัยวะเหล่านี้แห้งแล้ว จึงห่อด้วยผ้าแล้วเก็บลงในโถที่ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง หรือหินสลัก ฝาโถสลักเป็นเศียรของเทพ 4 องค์ ที่เป็นบุตรของเทพ Horus ซึ่งเป็นเทพสูงสุดที่ชาวอียิปต์โบราณนับถือ ส่วนร่างของผู้ตายจะถูกนำไปดอง โดยใช้เกลือประมาณ 14 วัน เมื่อศพแห้งสนิทแล้ว ล้างศพด้วยน้ำจาก แม่น้ำไนล์ แล้วนำมาเคลือบด้วยน้ำมันสน จากนั้นจะมีการตกแต่งและพันศพ
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 71 ด้วยผ้าลินินสีขาวชุบเรซิน มัมมี่ที่เสร็จสมบูรณ์แล้วจะถูกนำบรรจุลงในหีบศพ พร้อมกับเครื่องรางของขลังต่างๆ และมัมมี่บางตัวยังมีหน้ากากที่จำลอง ใบหน้าของผู้ตายวางไว้ในหีบศพของมัมมี่อีกด้วย เรื่องของมัมมี่เป็นที่สนใจในวงการแพทย์มาช้านาน เหตุเพราะต้องศึกษา โดยให้มัมมี่คงสภาพเดิม จึงไม่สามารถผ่าออกมาศึกษาได้ ทำให้นักโบราณคดี และนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ในอดีตสามารถศึกษาร่างของมัมมี่ได้ ในวงจำกัด โดยศึกษาทาง X-ray และส่องกล้อง (Scope) ครั้นเมื่อวิทยาการทางการแพทย์เจริญก้าวหน้าจนมีเครื่อง MRI ในปัจจุบัน จึงสามารถศึกษามัมมี่ได้ละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น โดยเฉพาะส่วนของ กะโหลก ทำให้ทราบวิธีทำมัมมี่ละเอียดขึ้น ตัวอย่างเช่น ทราบว่ามีทั้งที่ เก็บสมองไว้ และเอาสมองออก นอกจากนี้ยังพบโรคต่างๆ และสาเหตุการตายของชาวอียิปต์โบราณ เช่น เพดานโหว่ กะโหลกแตก โพรงอากาศที่กะโหลกอักเสบ โรคเหงือกและฟัน โรคที่พบบ่อยในอียิปต์โบราณ มีโรคตา พยาธิ วัณโรค เกาต์ โรคไขข้อ ฝีดาษ โรคทางนรีเวช ส่วนยาที่ใช้ ได้แก่ ขี้ผึ้ง ยาน้ำ ยาเม็ดที่ทำจากสมุนไพร ไขมัน เลือด อวัยวะสัตว์ น้ำผึ้ง เป็นต้น
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 72 ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง จะเห็นได้ว่าอียิปต์ยุคโบราณ มีความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการ สูงทีเดียว มัมมี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีด้านศิลปะ สถาปัตยกรรม วิหารขนาดใหญ่ สมบัติล้ำค่ามากมายมหาศาลที่เก็บไว้ในสุสานเตรียมไว้ใช้ ในโลกหน้าของตุตันคาเมนอันลือชื่อ สุสานนี้ซ่อนอยู่ในหุบผากษัตริย์ จึงหลุดรอดสายตาโจรขโมยหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน ส่วนสุสานที่ทำเป็นพีรามิดขนาดมหึมาเป็นสิ่งก่อสร้างที่พบเห็นได้ โดยง่าย จึงถูกขโมยไม่เหลือสมบัติให้เห็นในปัจจุบัน ที่มา : th.wikipedia.org/wiki/มัมมี่
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 73 รูปภาพมัมมี่ ตุ๊กตามัมมี่ พีรามิดที่พบมัมมี่ในประเทศอียิปต์ เมื่อทำมัมมี่เสร็จก็จะบรรจุในโลง มัมมี่ที่ถูกค้นพบในสุสาน
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 74 ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง ตารางบันทึก K - W - L เรื่อง .................................................................................... K (ผู้เรียนรู้อะไรบ้างแล้ว เกี่ยวกับมัมมี่) W (ผู้เรียนต้องการรู้อะไร อีกบ้างเกี่ยวกับมัมมี่) L (ผู้เรียนได้เรียนรู้ อะไรบ้าง จากการอ่าน เรื่องมัมมี่)
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 75 ตัวอย่าง Mind Mapping เรื่อง มัมมี่ ความเชื่อ มัมมี่ ขั้นตอนการทำ มัมมี่ ความสำคัญ
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 76 ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง การประเมินแผนผังความคิด (Mind Mapping) ประเด็น การประเมิน ระดับคุณภาพ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง) รูปแบบ สีสันสวยงาม และมีความ ปราณีตมาก สีสันสวยงาม และค่อนข้าง มีความปราณีต สีสันสวยงาม แต่ขาดความ ปราณีต สีสันไม่สวยงาม และขาดความ ปราณีต การเชื่อมโยง ความคิด เชื่อมโยงความคิด รวบยอดหลัก ความคิดรอง และความคิด ย่อยได้ชัดเจน เชื่อมโยงความคิด รวบยอดหลัก ความคิดรอง และความคิด ย่อยได้ เชื่อมโยงความคิด รวบยอดหลัก ความคิดรอง และความคิด ย่อยได้ แต่ยัง ไม่ชัดเจน ไม่เชื่อมโยง ความคิด รวบยอดหลัก ความคิดรอง และความคิดย่อย เนื้อหา ขยายความคิด ย่อยได้ถูกต้อง ครบทุกประเด็น และมีจำนวน ประเด็นมาก ขยายความคิด ย่อยได้ถูกต้อง ครบทุกประเด็น แต่มีจำนวน ประเด็นน้อย ขยายความคิด ย่อยได้ถูกต้อง แต่มีจำนวนน้อย ประเด็นน้อย ขยายความคิด ย่อยได้ถูกต้อง แต่ไม่ครบ ทุกประเด็น
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 77 เกณฑ์การตัดสิน คะแนน 11-12 หมายถึง ดีมาก คะแนน 9-10 หมายถึง ดี คะแนน 7-8 หมายถึง พอใช้ คะแนน 0-6 หมายถึง ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ได้ตั้งแต่ระดับพอใช้ขึ้นไป
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 78 ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง การประเมินผลการเขียนสรุปใจความสำคัญ ประเด็น การประเมิน ระดับคุณภาพ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง) ความถูกต้อง ของเนื้อหา เขียนสรุปความ จากเรื่องที่อ่าน ได้ครบถ้วนและ ลำดับเนื้อหา ถูกต้อง เขียนสรุปความ จากเรื่องที่อ่าน ได้ครบถ้วน แต่ลำดับเนื้อหา ไม่ถูกต้อง เขียนสรุปความ จากเรื่องที่อ่าน ได้ไม่ครบถ้วน แต่ลำดับเนื้อหา ถูกต้อง เขียนสรุปความ จากเรื่องที่อ่าน ได้ไม่ครบถ้วน และลำดับเนื้อหา ไม่ถูกต้อง การใช้ภาษา ใช้ภาษาสละสลวย และลำดับเนื้อหา ครบถ้วน เหมาะสม ใช้ภาษาสละสลวย และลำดับเนื้อหา เหมาะสม ใช้ภาษาสละสลวย และลำดับ เนื้อหาเหมาะสม บางส่วน ใช้ภาษาสละสลวย และลำดับ เนื้อหา ไม่เหมาะสม มารยาท ในการเขียน ลายมือสวยงาม สะอาด เป็นระเบียบ ลายมือสวยงาม สะอาด แต่ไม่เป็น ระเบียบ ลายมือไม่สวย แต่สะอาด และ เป็นระเบียบ ลายมือ ไม่สวยงาม ไม่สะอาด และ ไม่เป็นระเบียบ
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 79 เกณฑ์การตัดสิน คะแนน 10-12 หมายถึง ดีมาก คะแนน 7-9 หมายถึง ดี คะแนน 4-6 หมายถึง พอใช้ คะแนน 1-3 หมายถึง ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ได้ตั้งแต่ระดับพอใช้ขึ้นไป
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 81 เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบบันได 5 ขั้น 1. แนวคิด/ทฤษฎี การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแก่ผู้เรียนเพื่อให้เกิดความรู้ที่แท้จริง ผู้สอนต้องเข้าใจระบบการทำงานของสมอง ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีพัฒนาการ ทางสติปัญญาของเพียเจต์ (Piaget) ที่เน้นกลไกการเรียนรู้ที่นำไปสู่การ สร้างความรู้ คือ เมื่อบุคคลปะทะสัมพันธ์กับประสบการณ์หนึ่งๆ ถ้าข้อมูล หรือประสบการณ์นั้น สัมพันธ์กับความรู้หรือโครงสร้างทางปัญญาที่มีอยู่แล้ว จะเกิดกระบวนการซึมเข้ากับโครงสร้างทางปัญญาที่มีอยู่เดิม แต่ถ้าข้อมูล หรือประสบการณ์ไม่สัมพันธ์กับความรู้ หรือโครงสร้างทางปัญญาที่มีอยู่แล้ว จะเกิดภาวะไม่สมดุล ทำให้บุคคลพยายามเรียนรู้เพื่อปรับสมดุลทางปัญญา โดยการสร้างโครงสร้างทางปัญญาขึ้นใหม่ เกิดเป็นความรู้ใหม่ของบุคคลนั้น กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบันได 5 ขั้น (5L) ซึ่งประกอบด้วย ขั้น L1 การตั้งประเด็นคำถาม/สมมติฐาน (Learning to Question) เป็นการฝึกให้ผู้เรียนรู้จักคิด สังเกต ตั้งข้อสงสัยตั้งคำถามอย่างมีเหตุผล และสร้างสรรค์ ขั้น L2 การสืบค้นความรู้จากแหล่งเรียนรู้และสารสนเทศ (Learning to Search) เป็นการฝึกแสวงหาความรู้/ข้อมูลและสารสนเทศ จากแหล่งเรียน รู้อย่างหลากหลาย เช่น ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต หรือจากการปฏิบัติทดลอง เป็นต้น
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 82 ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง ขั้น L3 การสรุปองค์ความรู้(Learning to Construct) เป็นการฝึก นำความรู้และสารสนเทศหรือข้อมูลที่ได้จากการอภิปราย การทดลอง มาคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ และสรุปเป็นองค์ความรู้ ขั้น L4 การสื่อสารและการนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ (Learning to Communicate) เป็นการฝึกให้ความรู้ที่ได้มานำเสนอและสื่อสารอย่าง มีประสิทธิภาพให้เกิดความเข้าใจ ขั้น L5 การบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Learning to Serve) เป็นการนำความรู้สู่การปฏิบัติ ซึ่งผู้เรียนจะต้องมีความรู้ในบริบทรอบตัว และบริบทโลกตามวุฒิภาวะที่เหมาะสม โดยจะนำองค์ความรู้ไปใช้ให้เกิด ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจ ที่ผู้สอนสามารถ นำไปปรับใช้ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ตามบริบท และธรรมชาติของวิชา เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ 2. วัตถุประสงค์/เป้าหมายที่มุ่งให้เกิดกับผู้เรียน 2.1 เพื่อให้ผู้เรียนอ่านและเขียนคำพ้องรูป คำพ้องเสียงได้ถูกต้อง 2.2 เพื่อให้ผู้เรียนรู้ความหมายของคำพ้องรูป คำพ้องเสียง และนำไปใช้ สื่อสารได้ถูกต้อง
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 83 3. ความสอดคล้อง/ความเชื่อมโยง 3.1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 3.2 สาระที่ 1 การอ่าน มาตรฐานการเรียนรู้ ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้ และความคิด เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด ท 1.1 ป.3/1 อ่านออกเสียงคำ ข้อความ เรื่องสั้นๆ และ บทร้อยกรองง่ายๆ ได้ถูกต้องคล่องแคล่ว ท 1.1 ป.3/2 อธิบายความหมายของคำและข้อความที่อ่าน 3.3 สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย มาตรฐานการเรียนรู้ ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและ หลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท 4.1 ป.3/1 เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ท 4.1 ป.3/3 ใช้พจนานุกรมค้นหาความหมายของคำ 4. กระบวนการที่ใช้ในการพัฒนาผู้เรียน 4.1 กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้น L1 การตั้งประเด็นคำถาม/สมมติฐาน (Learning to Question) 1) ติดแผนภูมิเพลงแหล่ “คำพ้องรูป คำพ้องเสียง” อ่านออกเสียง พร้อมกัน จากนั้นร้องเพลงแหล่ให้ฟัง 1 เที่ยว แล้วร่วมร้องเพลงแหล่ พร้อมกัน ดังนี้
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 84 ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง เพลงแหล่“คำพ้องรูป คำพ้องเสียง” ผู้แต่ง : ครูวันเพ็ญ เจริญหลาย ทำนอง : เพลงแหล่ *** ติงโจ๊ะ ติงติง ติงทั่งติงทั่ง (สร้อย) ฉันจะขอเกริ่นออกมาเป็นเพลงแหล่ ฟังให้แน่แท้เรื่องของคำพ้อง นั้นคำพ้องเสียงอ่านเสียงเดียวสมปอง หากเราทดลองอ่านเขียนเร็วพลัน *** (สร้อย) การอ่านนั้นจะดีต้องใช้ ร (เรือ) กาลส่วนที่เหลือกาลเวลา กาฬแปลว่าดำสมดังเจตนา ประสบการณ์นั้นหนาจำไว้ดีจริง *** (สร้อย) นั้นคำพ้องรูปโปรดจงจำไว้ เพลารถยนต์นั้นไง จำไว้เถิดหนา เวลาตอนเย็นใช้เพลาอย่ารีรอ ต้นไม้มากพอต้นเสมาจงจำ *** (สร้อย) ภูผาใหญ่คือ เส - ลา นั้นไง โปรดจงจำคำพ้องรูปที่เห็น เสมาโบสถ์ไง ที่ดูงามเด่น โอ้เจ้าเนื้อเย็นคำพ้องรูปเอย *** (สร้อย)
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 85 ปักเป้า ปักเป้า สมาธิ สมาธิ กรี กรี สระ สระ สุข ศุกร์ จันทร์ จันทน์ พันธ์ พัน กาล กาฬ 2) จัดนักเรียนเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ให้อ่านทบทวนเนื้อเพลง และร่วมกันตั้งคำถามจากเนื้อเพลง กลุ่มที่ 2 ให้ตอบคำถามของกลุ่มที่ 1 ตัวอย่างคำถาม (1) คำพ้องเสียง มีลักษณะอย่างไร (2) คำพ้องรูป มีลักษณะอย่างไร (3) คำพ้องรูปและคำพ้องเสียง มีความเหมือนหรือความ แตกต่างอย่างไร 3) ฝึกการจำแนกคำพ้องเสียง และคำพ้องรูป โดยเล่น “รีรีข้าวสาร” มีอุปกรณ์และวิธีการเล่น ดังนี้ 3.1) อุปกรณ์ (1) สายคาดศีรษะที่เขียนคำศัพท์เท่ากับจำนวน นักเรียนในห้อง โดยแบ่งเป็นบัตรคำพ้องรูป คำพ้องเสียงอย่างละเท่าๆ กัน เช่น
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 86 ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง คำพ้องรูป คำพ้องเสียง (2) สายคาดศีรษะที่เขียนคำพ้องรูป คำพ้องเสียง 3.2 วิธีการเล่น (1) ให้อาสาสมัคร 2 คน คาดศีรษะ คำว่า “คำพ้องรูป” “คำพ้องเสียง” ยืนเอามือประสานกันเหนือศีรษะ เป็นประตูโค้ง (2) แจกสายคาดศีรษะคนละ 1 เส้น แล้วอ่านคำ ของตนเอง แล้วยืนเกาะไหล่กันลอดใต้ประตูโค้ง ไปเรื่อยๆ หัวแถวจะต้องเดินอ้อมหลังคนที่เป็น ประตูครั้งละหน เมื่อจบเพลงสองคนที่เป็นประตู จะกระตุกแขนลงกั้นคนสุดท้าย ให้อยู่ระหว่างกลาง (3) คนที่ถูกคล้องไว้ได้จะต้องเลือกไปอยู่ข้างใด ข้างหนึ่ง ระหว่างคำพ้องรูปและคำพ้องเสียง ให้ถูกต้องตามคำที่ตัวเองได้รับ
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 87 บทร้องประกอบการเล่น “รีรีข้าวสาร สองทะนานข้าวเปลือก เลือกท้องใบลาน เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน คดข้าวใส่จาน พานเอาคนข้างหลังไว้ให้ดี” 4) เมื่อเล่น “รีรีข้าวสาร” จบแล้ว นั่งเป็นกลุ่ม “คำพ้องรูป” และ “คำพ้องเสียง” ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องว่าเข้ากลุ่มถูกหรือไม่ จากนั้น อ่านออกเสียงคำทั้งหมด โดยแก้ไขคำที่อ่านผิดให้ถูกต้อง 5) ร่วมกันบอกความหมายหรือลักษณะของคำพ้องรูป คำพ้องเสียง อีกครั้ง โดยสังเกตคำที่ใช้ในการเล่น “รีรีข้าวสาร” และช่วยแก้ไขความเข้าใจ ที่คาดเคลื่อน ขั้น L2 การสืบค้นความรู้จากแหล่งเรียนรู้และสารสนเทศ (Learning to Search) 1) สืบค้นข้อมูลเรื่องคำพ้องรูป และคำพ้องเสียงเพิ่มเติม จากห้องสมุด ค้นคว้าจากอินเทอร์เน็ต พจนานุกรม โดยศึกษาเป็นรายบุคคล แล้วร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับความหมายหรือลักษณะของคำพ้องรูปและคำพ้องเสียง 2) รวบรวมข้อมูลที่ได้จากการค้นคว้า จัดทำเป็นรายงาน พร้อม ทั้งนำเสนอแลกเปลี่ยนเรียนรู้อีกครั้งหนึ่ง ขั้น L3 การสรุปองค์ความรู้ (Learning to Construct) ร่วมกันสรุปความหมายหรือลักษณะของคำพ้องรูปและ คำพ้องเสียง จัดทำเป็นแผนผังความคิด
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 88 ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง ขั้น L4 การสื่อสารและการนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ (Learning to Communicate) 1) แบ่งกลุ่มย่อย กลุ่มละ 3 - 4 คน ช่วยกันทำหนังสือ Big Book คำพ้องรูปและคำพ้องเสียง โดยการเขียนคำศัพท์ อธิบายความหมาย ของคำศัพท์ แต่งประโยคจากคำศัพท์ พร้อมทั้งวาดภาพระบายสี หรือนำภาพ มาปะติดประกอบคำศัพท์ 2) ตรวจสอบความถูกต้องของผลงานก่อนนำไปเผยแพร่ ขั้น L5 การบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Learning to Serve) นำผลงานไปเผยแพร่โดยการอ่านหนังสือให้เพื่อนๆ ฟังตอนเช้า หน้าเสาธงหลังเคารพเพลงชาติ หรือนำไปอ่านให้คนในครอบครัว ในโรงเรียน หรือในหมู่บ้านฟัง ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม : ครูให้นักเรียนศึกษาจากใบความรู้ เพิ่มเติมและทำแบบฝึกในใบกิจกรรม จำนวน 2 กิจกรรม ได้แก่ ใบกิจกรรมที่ 1 เติมคำพ้องรูป และคำพ้องเสียง และใบกิจกรรมที่ 2 นำไปใช้ เพื่อเป็นการ ทบทวนความเข้าใจอีกครั้งหนึ่ง 4.2 สื่อประกอบการเรียนรู้ 1) แผนภูมิเพลง แหล่ “คำพ้องรูป คำพ้องเสียง” 2) บัตรคำ 3) ใบความรู้ เรื่อง คำพ้อง 4) ใบกิจกรรมที่ 1 เติมคำพ้องเสียง 5) ใบกิจกรรมที่ 2 นำไปใช้
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 89 4.3 การวัดและประเมินผล 1) ประเมินการอ่านจากใบกิจกรรม 2) ประเมินการเขียนจากใบกิจกรรม 3) ประเมินผลงานหนังสือ Big Book 5. จุดเด่น (จุดเด่นของเทคนิค/วิธีที่นำมาใช้) 5.1 ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักการสังเกตและสรุปองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง 5.2 ส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้และมีเหตุผล 6. ผลที่เกิดกับผู้เรียน (ความรู้สมรรถนะ คุณลักษณะ) 6.1 ความรู้: ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการอ่านคำพ้องรูป และคำพ้องเสียง 6.2 สมรรถนะ : ผู้เรียนมีความสามารถในการสื่อสาร ทักษะการคิด ลงความคิดเห็น 6.3 คุณลักษณะ : ผู้เรียนมีจิตสาธารณะ มีนิสัยรักการอ่าน และมี ความมุ่งมั่นในการทำงาน แหล่งที่มาของข้อมูล นางสมรักษ์ สุวรรณโท โรงเรียนอนุบาลมหาสารคาม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษามหาสารคาม เขต 1
เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก อ่านคล่อง เขียนได้ เขียนคล่อง 91 ❖ ใบความรู้เรื่อง คำพ้อง ❖ ใบกิจกรรมที่1 เติมคำพ้องเสียง ❖ ใบกิจกรรมที่2 นำไปใช้ ❖ ตัวอย่างคำและประโยคในหนังสือ Big Book เรื่อง คำพ้องเสียง ❖ การประเมินผลงาน หนังสือ Big Book ภาคผนวก