tThird crusade
สงครามครูเสดครั้งที่ 3 (ค.ศ. 1187-1192)
ศอลาฮุดดีน อัลอัยยูบีย์ ได้เอานครเยรูซาเลมคืนมาเป็นของพวกมุสลิม
ในปี 1187 เมื่อศอลาฮุดดีนได้ข่าวพวกแฟรงก์ยกทัพมา จึงประชุม
นายทัพโดยว่าจะโจมตีพวกนี้ขณะเดินทัพอยู่ แต่พวกนายพลว่าให้ตีเมื่อ
มาถึงชานเมืองอักกะ พวกตุรกีจากเมืองใกล้ ๆ ก็ยกทัพมาช่วย ในวันที่
1 ชะอฺบาน 585 (14 กันยายน 1189 )ศอลาฮุดดีนได้โจมตีพวกครูเสด
ทหารศอลาฮุดดีนมีกำลังน้อยกว่าพวกครูเสด ในรอบนอกเมืองอักกา
นั้น ได้เกิดโรคระบาดขึ้นเพราะศพทหารเหล่านี้ เพราะอยู่ในการทำ
สงคราม ไม่สามารถรักษาที่รบให้สะอาดได้ ศอลาฮุดดีนเองได้รับโรค
ระบาดนี้ด้วย แพทย์แนะนำให้ถอนทหารและได้ยกทัพไปตั้งมั่นอยู่ที่ อัล
คอรรูบะหฺ พวกครูเสดจึงยกทัพเข้าเมืองอักกาและเริ่มขุดคูรอบเมือง
-1-
สงครามครูเสดครั้งที่ 3
เมื่อถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ พวกครูเสดได้รับ
กองทัพเพิ่มขึ้นจากพระเจ้าแผ่นดิน
ฝรั่งเศษ,พระเจ้าริชาร์ดใจสิงห์แห่งอังกฤษ
ทหารมุสลิมในเมืองอักกามีกำลังน้อยกว่าจึง
ขอยอมแพ้พวกครุเสด โดยแม่ทัพมุสลิมมีน
คนหนึ่งชื่อ มัชตูบ ผู้คุมกำลังป้องกันอักกาได้
อุทรต่อพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสแต่ถูกปฏิเสธ
เว้นแต่ พวกมุสลิมจะยอมยกเมืองเยรูซาเลม
ให้ พวกมุสลิมจึงกลับสู้รบอีกจนสุดชีวิต ใน
ที่สุดมีเงื่อนไขว่า พวกมุสลิมจะต้องคืนไม้
กางเขน(ดั้งเดิมสมัยพระเยซู) และต้องเสียค่า
ปรับเป็นทอง 200,000 แท่ง
-2-
สงครามครูเสดครั้งที่ 3
แต่เนื่องจากต้องเสียเวลาหาทองจำนวนเท่านี้ กษัตริย์ริ
ชาร์ดใจสิงห์แห่งอังกฤษ นั้นได้จับทหารมุสลิมจำนวน
27,000 คน ออกจากเมืองและสับต่อหน้าต่อตาคนทั้ง
หลาย เมืองอักกาตกอยู่ในมือพวกครูเสดที่บ้าศาสนาเหล่านี้
ส่วนทัพศอลาฮุดดีนต้องถอยทัพไปตั้งที่อื่นเพราะกำลัง
น้อยกว่า ตอนหนึ่งมีเรือจากอียิปต์ลำเลียงเสบียงมาช่วย
แต่เกือบถูกครูเสดยึดได้
-3-
สงครามครูเสดครั้งที่ 3
กองทัพครูเสดบุกไปยังอัสก็อลาน ศอลาฮุดดีนได้ยกกองทัพไปยันไว้
ได้มีการรบกันอย่างกล้าหาญถึง 11 ครั้ง ศอลาฮุดดีนเสียทหารราว
8,000คน ซึ่งเป็นทหารชั้นดี เมื่อเห็นว่าอ่อนกำลังป้องกันปาเลสไตน์
ไม่ได้ จึงยกทัพไปยังอัสก็ออลาน อพยพผู้คนแล้วรื้ออาคารทิ้ง เมื่อ
พระเจ้าริชาร์ดมาถึง ก็เห็นแต่เมืองร้าง จึงทำสัญญาสงบศึกด้วย
โดยการส่งทหารไป ฝ่ายมาร์ควิสแห่งมองเฟอร์รัดผู้ร่วมมาใน
กองทัพเห็นว่าการทำสัญญาโอ้เอ้ จึงส่งสารถึงศอลาฮุดดีน โดยระบุ
เงื่อนไขบางอย่าง แต่สัญญานี้ไม่เป็นผลเช่นกัน
-4-
สงครามครูเสดครั้งที่ 3
ต่อมาพระเจ้าริชาร์ดขอพบศอลาฮุดดีนและเจรจาเรื่องสัญญาสงบศึกอีก
โดยเสนอเงื่อนไขว่า พวกครูเสดต้องมีสิทธิครอบครองเมืองต่าง ๆ และฝ่าย
มุสลิมต้องคืนเยรูซาเลมให้พวกครูเสด พร้อมกับไม้กางเขนที่ทำด้วยไม้ ศอลา
ฮุดดีนปฏิเสธที่จะยกเมืองเยรูซาเลมให้พวกครูเสด แต่ยอมในเรื่องให้เอาไม้
กางเขนที่กล่าวในเงื่อนไขที่ว่า พวกครูเสดต้องปฏิบัติตามสัญญาของตน
อย่างเคร่งครัด การเจรจานี้ไม่เป็นผลอีกเช่นกัน พระเจ้าริชาร์ดจึงไปเจรจา
กับสัยฟุดดีนโดยให้ความเห็นว่าการเจรจานี้ จะเป็นผลบังคับเมื่อศอลาฮุดดีน
ยินยอมด้วยในปั้นปลาย
-5-
สงครามครูเสดครั้งที่ 3
เงื่อนไขมีว่า
1. กษัตริย์ริชาร์ดยินดียกน้องสาวของเขาผู้เป็นแม่หม้าย(แต่เดิมเป็นมเหสี
ของกษัตริย์ครองเกาะสิซิลี)ให้แก่สัยฟุดดีน(น้องชายศอลาฮุดดีน)
2. ของหมั้นในการสมรสนี้คือ กษัตริย์ริชาร์ดจะยกเมืองทั้งหมดที่พระองค์
ตีได้ ตามชายทะเลให้น้องสาวของตน และศอลาฮุดดีนก็ต้องยกเมืองต่าง ๆ
ที่ยึดได้ให้ น้องชายเป็นการทำขวัญเช่นกัน
3. ให้ถือเมืองเยรูซาเลมเป็นเมืองกลาง ยกให้แก่คู่บ่าวสาวนี้ และศาสนิก
ของทั้งสองฝ่ายมีสิทธิ์ที่จะใปมาพำนัก อยู่ในเมืองนี้อย่างเสรี
-6-
สงครามครูเสดครั้งที่ 3
ศอลาฮุดดีนยอมตามเงื่อนไขนี้ แต่สัญญาก็ไม่เป็นผล เพราะพวกคริสเตียน
ไม่ยอมยกลูกสาว หรือผู้หญิงฝ่ายตนไปแต่งงานกับมุสลิมผู้ที่พวกเขา
ถือว่าเป็น“พวกนอกศาสนา” พวกบาทหลวงขับไล่พระเจ้าริชาร์ดออกจาก
ศาสนาคริสต์ให้ตกเป็นคนนอกศาสนาไปด้วย สงครามครูเสดครั้งที่ 3 ก็ยุติ
ลงเพียงนี้ หลังจากนั้นศอลาฮุดดีนได้ยกทหารกองเล็ก ไปตรวจตามเมือง
ชายฝั่ง และได้กลับมาพักที่ดามัสคัสพร้อมครอบครัว จนกระทั่งถึงแก่
ความตาย เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 1193 มีอายุเพียง 55 ปี
-7-
สงครามครูเสดครั้งที่ 3
หลังจากที่ได้รับชัยชนะหลายครั้งฝ่ายคริสเตียนก็ทะเลาะกันเรื่องทรัพย์สิน
ที่ได้จากสงคราม เมื่อวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1192 พระเจ้าริชาร์ดและศอลา
ฮุดดีนก็ตกลงในสนธิสัญญาที่มีผลทำให้เยรูซาเลมอยู่ภายใต้การครอบ
ครองของมุสลิมแต่นักแสวงบุญคริสเตียนผู้ไม่ถืออาวุธสามารถเดินทาง
เข้าไปในเมืองเพื่อทำการสักการะได้ พระเจ้าริชาร์ดเสด็จออกจากดินแดน
ศักดิ์สิทธิ์เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ความล้มเหลวในการยึดเยรูซาเลมคืนนำมาซึ่ง
สงครามครูเสดครั้งที่ 4 ในหกปีต่อมา
-8-
สงครามครูเสดครั้งที่ 3
จัดทำโดย
น.ส.มาชารี เปาะฮีแต
ม.4/6 เลขที่24