4. อยอู่ ย่างพอเพียง
5. มุง่ มน่ั ในการทางาน
6. มจี ิตสาธารณะ
7. คา่ นยิ ม / คณุ ธรรม
1. ใฝห่ าความรู้ หม่ันศึกษาเลา่ เรยี น
2. มสี ติ รูค้ ิด รู้ทา
3. มีระเบียบวินยั
4. มีความเขม้ แข็งท้งั ร่างกายและจิตใจ ไมย่ อมแพต้ อ่ อานาจฝา่ ยตา่
8. ทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21
1. คดิ อย่างเป็นระบบและทางานกบั ผู้อนื่ อย่างสรา้ งสรรค์
2. การเขา้ ถงึ สารสนเทศ และนาเทคโนโลยีมาประยกุ ต์ใช้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
3. มีความยดื หยุ่น ปรบั ตวั เพ่ือพร้อมรับการเปลย่ี นแปลง
9. ภาระงาน/ช้ินงาน
1. ใบงานท่ี 3 และแบบฝกึ ทกั ษะที่ 3 เรือ่ ง การทดลองทางฟสิ กิ ส์
2. ผังมโนทศั น์ เรอ่ื ง ธรรมชาติและพัฒนาการทางฟสิ กิ ส์
10. กจิ กรรมการเรียนรู้ (รปู แบบวงจรการเรียนรู้ 5E)
ขน้ั ท่ี 1 ขัน้ นาเขา้ สบู่ ทเรียน
1.1 นักเรียนและครูร่วมกันสนทนา เก่ียวกับ “การทดลอง มีความสาคัญอย่างไร ขณะ
ดาเนินการทดลองสิ่งใดท่ีมีความสาคัญ” เพ่ือนาไปสู่คาถามที่ว่า “การบันทึกข้อมูล ที่ได้จากการทดลอง
โดยเฉพาะจากเคร่ืองมือแบบสเกล จะเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ ตัวเลขทุกตัวมีความสาคัญ เท่ากัน หรือต่างกัน
อยา่ งไร”
1.2 นักเรียนตอบข้อซักถามของครูว่า “การบันทึกข้อมูล ท่ีได้จากการทดลอง โดยเฉพาะจาก
เครื่องมือแบบสเกล จะเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ ตัวเลขทุกตัวมีความสาคัญ เท่ากัน หรือต่างกันอย่างไร” (ท้ิงช่วง
ใหน้ ักเรยี นคดิ )
1.3 นักเรียนร่วมกันอภิปรายในแต่ละกลุ่ม พร้อมทั้งบันทึกความเห็นของกลุ่มในใบงาน (เปิด
โอกาสใหน้ ักเรยี นไดแ้ สดงความคดิ เห็นโดยยังไมเ่ นน้ ถกู ผดิ )
1.4 ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอความเห็นของกลุ่ม (ของแต่ละคนในกลุ่มโดยตัวแทน
ของกลุม่ และขอ้ สรุปของกลุ่ม)
1.5 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับ “การบันทึกข้อมูล ท่ีได้จากการทดลอง
โดยเฉพาะจากเคร่ืองมือแบบสเกล จะเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ ตัวเลขทุกตัวมีความสาคัญ เท่ากัน หรือต่างกัน
อย่างไร”
1.6 แจง้ ใหน้ กั เรยี นทราบว่า จะได้ศกึ ษาเกย่ี วกบั การทดลองในวิชาฟสิ ิกส์
ขัน้ ที่ 2 ข้ันสารวจและค้นพบ
2.1 นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ การทดลองในวิชาฟิสิกส์ จากจากหนังสือเรียนรายวิชา
เพ่มิ เตมิ ฟสิ กิ ส์ เล่ม 1 และใบความรูท้ ่ี 3 เรอ่ื ง การทดลองทางฟสิ กิ ส์
ขน้ั ท่ี 3 ขั้นอธบิ ายและลงข้อสรปุ
3.1 นักเรียนนาขอ้ มูลจากขัน้ การสบื คน้ ข้อมลู มาอภปิ รายร่วมกบั ครู
3.2 ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกับ เลขนัยสาคัญ ค่าความไม่แน่นอนในการวัด เพื่อให้นักเรียน
สรุปสาระสาคญั ลงในสมดุ จดบันทกึ
3.3 นกั เรยี นทาใบงานท่ี 3 และแบบฝกึ ทกั ษะท่ี 3 เรอื่ ง การทดลองทางฟสิ ิกส์
3.4 นักเรียนรว่ มกนั สรปุ เปน็ ผงั มโนทศั น์ เร่อื ง ธรรมชาติและพัฒนาการทางฟสิ กิ ส์
ขัน้ ท่ี 4 ขน้ั ขยายความรู้
4.1 นกั เรยี นสนทนาซกั ถามครแู ละตอบคาถามว่า “ความสัมพันธ์ของปริมาณต่างๆ เมื่อนามา
ค่าของอีกปริมาณหน่ึง ผลลัพธ์ท่ีได้ควรจะบันทึกอย่างไร” (ทิ้งช่วงให้นักเรียนคิด) เพื่อนาไปสู่ เร่ือง การบวก
ลบ คณู หาร เลขนัยสาคัญ และคา่ ความไม่แนน่ อนในการวดั
4.2 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปราย เก่ียวกับ การบวก ลบ คูณ หาร เลขนัยสาคัญ และค่า
ความไม่แน่นอนในการวัด และตัวอย่างการบวก ลบ คูณ หาร เลขนัยสาคัญ และค่าความไม่แน่นอนในการวัด
จากใบความรูท้ ่ี 3 เรือ่ ง เลขนัยสาคญั การบันทกึ ผลการคานวณ และการวเิ คราะห์ผลการทดลอง
4.3 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปราย เก่ียวกับ การเขียนกราฟ และการรายงานกราฟ จากใบ
ความรูท้ ี่ 3 เรือ่ ง เลขนัยสาคญั การบันทกึ ผลการคานวณ และการวิเคราะหผ์ ลการทดลอง
ขน้ั ท่ี 5 ขนั้ ประเมินผล
5.1 สังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้และการรว่ มกจิ กรรมของนักเรียน
5.2 ประเมินจากแบบฝกึ ทักษะท่ี 3 และใบงานที่ 3 เรอ่ื ง การทดลองทางฟสิ กิ ส์
11. นวตั กรรมการศึกษา
11.1 สอ่ื และอุปกรณก์ ารเรยี นรู้
- หนังสอื เรยี นรายวชิ าฟสิ ิกส์เพ่มิ เตมิ เลม่ 1 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
- ใบความร้ทู ี่ 3 เรอ่ื ง เลขนยั สาคญั การบันทกึ ผลการคานวณ และการวเิ คราะห์ผลการทดลอง
- ใบงานท่ี 3 เรื่อง เลขนยั สาคญั การบันทกึ ผลการคานวณ และการวิเคราะหผ์ ลการทดลอง
- แบบฝึกทกั ษะท่ี 3 เรอื่ ง เลขนยั สาคัญ การบันทึกผลการคานวณ และการวเิ คราะห์ผลการทดลอง
- PowerPoint เรอื่ ง บทนา
11.2 แหล่งเรียนรู้
- หอ้ งสมุดโรงเรียน
- หนงั สือ คมั ภรี ฟ์ สิ ิกสโ์ อเน็ต ม. 4 – 5 – 6
- ตะลุยโจทยใ์ หม่ วิทยาศาสตร์ฟสิ กิ ส์ ม.ตน้
- http://labphy.sc.su.ac.th/lab/vernier.html
- http://www.neutron.rmutphysics.com/teaching-glossary.html
12. การวดั และประเมินผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวัด เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมิน
ด้านความรู้ (K)
1. อธิบายเก่ียวกับการบันทึก วัดจากการตอบคาถาม ใบงานท่ี 3 เรื่อง การ ตอบคาถามถูกตอ้ งร้อยละ
ข้อมูล การนาเสนอข้อมูลได้ ใบงานที่ 3 เรื่อง การ ทดลองทางฟสิ กิ ส์ 70 ขึ้นไป
ถกู ต้อง ทดลองทางฟสิ ิกส์
ดา้ นกระบวนการ (P)
2. แสดงทักษะการคานวณการ วัดจากการตอบคาถาม แบบฝึกทักษะที่ 3 ตอบคาถามถูกต้องร้อยละ
บันทกึ ข้อมลู ได้ถูกตอ้ ง แบบฝึกทักษะท่ี 3 เรือ่ ง การทดลองทาง 70 ข้ึนไป
เร่ือง การทดลองทาง ฟิสิกส์
ฟิสกิ ส์
ด้านคุณลักษณะ (A)
3. ทางานร่วมกับผู้อื่นอย่าง การสังเกตพฤติกรรม แ บ บ สั ง เ ก ต พ ฤ ติ ไดค้ ะแนนในระดบั 2 ขน้ึ
สร้างสรรค์ ยอมรับความคิด ก า ร เ ห็ น คุ ณ ค่ า คุ ณ กรรมการเรียนรู้ ไป
เหน็ ของผู้อืน่ ได้ ประโยชนข์ องการเรียน
วิชาฟิสิกส์
เกณฑ์การให้คะแนน 80 - 100 % ให้ ดมี าก
ระดบั คะแนน 70 - 79 % ให้ ดี
ระดับคะแนน 60 - 69 % ให้ ปานกลาง
ระดับคะแนน 50 - 59 % ให้ พอใช้
ระดับคะแนน 0 – 49 % ให้ ปรับปรุง
ระดับคะแนน
13. การบรู ณาการหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
1. ผู้สอนใช้หลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
หลกั พอเพยี ง พอประมาณ มีเหตผุ ลท่ดี ี มภี ูมคิ ุ้มกันในตวั ที่ดี
ประเดน็
กจิ กรรมการเรียนรู้ - มีการวางแผนการจัดกิจ - จัดการเรียนรู้ตรงตาม - มีการวางแผนการจัดกิจ
กรรมด้านต่างๆชัดเจน มีลา ผลการเรียนรู้ กรรมอย่างชัดเจนเป็นลาดบั
ดับขั้นตอน มีการกาหนดเน้ือ
หาสาระ จัดกิจกรรมผ่านกระ
บวนการกล่มุ
เวลา - กาหนดเน้ือหาสาระเหมาะ - เพื่อให้กิจกรรมการ - มีการเผื่อเวลาในการทากิจ
สมกบั เวลา กจิ กรรมการเรียน เรียนการสอนบรรลุผล กรรมแต่ละขั้นเพื่อให้นัก
รู้ใช้กระบวนการกลุ่มนักเรียน การเรียนรู้ได้ตามเวลาที่ เรียนท่ีมีความสามารถต่าง
ทางานได้ทันตามเวลาท่ีกา กาหนด กนั สามารถทางานใหเ้ สร็จทัน
หนด เวลา
สอ่ื - จัดเตรียมและใช้ส่ือในการ - ใช้เคร่ืองมือเพื่อให้นัก - มลี าดับขัน้ ตอนในการใช้ส่ือ
จัดกิจกรรมการเรียนการสอน เรียนได้ร่วมอภิปรายใน ต่างๆอยา่ งคุม้ คา่
เหมาะสมกับจานวนกลมุ่ แบบฝกึ กจิ กรรม
แหลง่ เรียนรู้ - กาหนดเนื้อหาสาระและกิจ - เพือ่ ให้การจัดการเรียน - มีการสืบค้นทางอินเทอร์
กรรมการเรียนรู้เหมาะสมกับ รู้สอดคล้องกับวิถีชีวิต เน็ต การค้นคว้าในห้องสมุด
แหล่งเรียนรู้ ทาให้สามารถนาความรู้ ก่อนจะออกแบบกิจกรรม
มาใช้ในชีวิตประจาวันได้ การเรยี นรตู้ า่ งๆ
ความรทู้ ่ีใช้ในการจัด - สืบค้นเทคนคิ วิธกี ารสอน,รูปแบบการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
กิจกรรมการเรยี นรู้ - ศึกษาเน้ือหาด้านต่างๆใหช้ ัดเจน
- ศกึ ษาค้นควา้ และบูรณาการหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งกบั การจดั การเรียนรู้
คณุ ธรรม
- มีความรบั ผดิ ชอบในการปฏบิ ัตหิ น้าที่การสอน ตรงตอ่ เวลา เตรียมการสอนล่วงหนา้
- มีความเมตตา ให้ความเสมอภาค และยุติธรรมกับนกั เรยี นทกุ คน
- มคี วามเสยี สละ อดทน และใฝ่รู้
2. ผูเ้ รียนมีคณุ ลกั ษณะ “อยู่อยา่ งพอเพียง”
พอประมาณ มเี หตุผลทด่ี ี มภี ูมคิ มุ้ กันท่ดี ี
- แต่ละกลุ่มแบ่งหน้าท่ีในกลุ่มเหมาะ - มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับเนื้อ - ฝึกการมีส่วนร่วมในการทางาน
สมกับความสามารถและพอเพียงกับ ห า ใ น เ ร่ื อ ง ที่ ศึ ก ษ า ส า ม า ร ถ สร้างความสามัคคใี นการทางาน
จานวนสมาชิก วิเคราะห์ข้อมูลต่างๆได้อย่างถูก
- วางแผนการทางานอย่างรอบคอบ ต้อง
โดยกาหนดเวลาในการทากิจกรรม - รู้จักทางานร่วมกับผู้อื่นโดยใช้
อย่างเหมาะสม กระบวนการกลุ่ม
ความรู้ (วธิ กี าร) - สืบค้นข้อมูล เพ่ือเสริมสรา้ งความรู้ ความเขา้ ใจ
- ศึกษา คน้ ควา้ วธิ ีการทาแบบฝกึ หดั กิจกรรม และใบงาน
- วเิ คราะหข์ ้อมูลโดยใช้ทกั ษะกระบวนการคิด
คณุ ธรรมทเี่ กิดกับนกั เรยี น - มีความรบั ผดิ ชอบในหนา้ ที่ ที่ได้รับมอบหมาย ทางานด้วยความเรียบร้อย
ถูกต้อง และเสรจ็ ทันเวลา
- มีความสามัคคีในหมู่คณะ มีวินับเป็นผู้นาและผู้ตามที่ดีขณะปฏิบัติงาน
รว่ มกัน
- ร่วมกจิ กรรมการเรียนร้ดู ว้ ยความกระตือรือรน้ สนใจ ต้งั ใจ และใฝ่เรยี นรู้
3. ผลลัพธ์ KPA 4 มิติ ทีเ่ ก่ียวข้องกับการอยู่อย่างพอเพียง
ผลลพั ธ์ สมดลุ พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในดา้ นต่างๆ
ด้านวัตถุ ดา้ นสงั คม ด้านส่งิ แวดล้อม ดา้ นวัฒนธรรม
-
ด้านความรู้ - มีความรู้ความเข้าใจ - มีความรู้เก่ียวกับการ - มีความรู้ความเข้า
-
เกี่ยวกับการทดลอง ทางานเป็นกลุ่มและการ ใ จ ธ ร ร ม ช า ติ ข อ ง
ทางฟสิ กิ ส์ วางแผนรว่ มกบั ผ้อู น่ื ฟสิ ิกส์
ดา้ นทักษะ - มีความสามารถใน - สามารถทางานร่วมกับ -
การอภิปราย ทาแบบ ผู้อื่นในรูปแบบกลุ่มและ
ฝกึ /ใบงาน มีทักษะในการสร้างปฏิ
สัมพนั ธก์ ับผูอ้ ื่น
บนั ทึกผลหลังการสอน
ผลการเรียนรู้
………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………
ปญั หาและอปุ สรรค
………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะแนวทางแกไ้ ข
………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ......................................................ผู้สอน
(นางสาวกนกวรรณ บุญเกตุ)
ความคดิ เหน็ ของผู้อานวยการโรงเรียนศรีสโมสรวทิ ยา
………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื …………………………………………
(นายเมธี วัฒนสงิ ห์)
ผูอ้ านวยการโรงเรยี นศรีสโมสรวทิ ยา
ใบความรู้ที่ 3
เรอ่ื ง การทดลองทางฟิสกิ ส์
ส่งิ ทีส่ าคัญประการหน่ึงในการทดลองคอื การบันทกึ ข้อมูลตามความเป็นจรงิ การบันทึกข้อมูลน้ันมีได้ 2
ลักษณะ คือ การบันทึกขอ้ มูลเชิงคณุ ภาพ (บอกถงึ ลกั ษณะ และคณุ สมบัติตา่ งๆทส่ี ังเกตไดจ้ าการทดลอง) และ
การบันทึกข้อมูลเชิงปริมาณ (บอกถึง จานวนมากน้อยในลักษณะเป็นตัวเลข) ในการท่ีน้ีจะกล่าวถึงการบันทึก
ตัวเลขทีไ่ ด้จากเคร่อื งมือตา่ งๆในการทดลอง ดังน้ี
1. เลขนัยสาคญั
คือ ตัวเลขท่ีได้จากการวัดโดยใช้เครื่องมือที่เป็นสเกล โดยเลขทุกตัวท่ีบันทึกจะมีความหมายส่วน
ความสาคัญของตัวเลขจะไม่เท่ากัน ดังนั้นเลขทุกตัวจึงมี นัยสาคัญ ตามความเหมาะสม เช่น วัดความยาวของ
ไม้ท่อนหนึ่งได้ยาว 121.54 เซนติเมตร เลข 121.5 เป็นตัวเลขท่ีวัดได้จริง ส่วน 0.04 เป็นตัวเลขที่ประมาณ
ข้ึนมา เราเรยี กตัวเลข 121.54 นวี้ ่า เลขนัยสาคัญ และมจี านวนเลขนยั สาคัญ 5 ตวั
หลกั การพจิ ารณาจานวนเลขนยั สาคญั
เลขทกุ ตวั ถือเปน็ เลขทีม่ นี ัยสาคญั
ยกเว้น 1. เลข 0 (ศูนย์) ท่ีต่อท้ายเลขจานวนเต็ม เช่น 120 (มีเลขนัยสาคัญ 2 ตัว) , 200 (มีเลขนัยสาคัญ 1
ตวั )
2. เลข 0 (ศูนย)์ ทหี่ นา้ ตัวเลข เช่น 0.02 (มเี ลขนยั สาคญั 1 ตวั )
3. เลข 0 (ศูนย)์ ทอี่ ยู่ระหว่างตัวเลขถือเปน็ เลขนยั สาคัญ เช่น 1.02 (3 ตวั ), 10006 (5 ตวั )
4. เลข 0 (ศูนย)์ ทีอ่ ยู่ท้ายแต่อยู่ในรปู เลขทศนยิ ม ถอื ว่าเป็นเลขนยั สาคัญ เชน่ 1.200 (4 ตวั )
5. เลข 10 ทอ่ี ย่ใู นรปู ยกกาลงั ไมเ่ ป็นเลขนัยสาคัญ เชน่ 1.20 x105 (3 ตวั )
การบนั ทกึ ตัวเลขจากการคานวณ
1. การบวกลบเลขนัยสาคัญ โดยบวกลบเลขนัยสาคญั กอ่ น เมือ่ ได้ผลลัพธ์ ให้มีจานวน ทศนิยมเท่ากับ
จานวนทท่ี ศนิยมน้อยท่สี ุด เช่น 12.03 + 152.246 + 2.7 = 166.976
ผลลพั ธ์ คือ 167.0
2. การคูณหารเลขนัยสาคัญ โดยคูณหารเลขนัยสาคัญก่อน แล้วพิจารณา ผลลัพธ์ให้มี จานวนเลข
นัยสาคัญ เท่ากับ ตัวเลขท่นี ัยสาคญั น้อยทส่ี ุดท่ีคณู หารกัน เช่น 54.62 x2.5 = 136.550 = 1.36x102
ผลลพั ธ์ คือ 1.4 x 102
2. กราฟในวิชาฟิสกิ ส์
กราฟที่มกั พบในวิชาฟิสิกส์ส่วนใหญ่ได้แก่ กราฟเส้นตรง และกราฟเส้นโค้ง ( กราฟพาราโบลา, กราฟ
ไฮเปอรโ์ บลา )
กราฟเส้นตรง เป็นกราฟที่แสดงความสัมพันธ์เชิงเส้นของค่า ในแกน X และ แกน Y คือ X และ Y มี
กาลังหนึง่ ทัง้ คู่ เชน่
ความสัมพันธ์ของแกน X และ Y จะมีความหมายในการแปลข้อมูล โดยส่วนท่ีสาคัญของกราฟอย่าง
หนึง่ คอื ความชนั และพน้ื ทใ่ี ตก้ ราฟ
จากสมการ กราฟเสน้ ตรง y = mx + c
เมอ่ื m คือ ความชนั (m = tan , m = 2 )
2
c เปน็ ค่าคงตวั ตดั ทแ่ี กน y
ตัวอยา่ ง วตั ถหุ นง่ึ เคลอ่ื นท่ีดว้ ยความเรง่ คงท่ี โดยมีความสมั พันธร์ ะว่างความเร็วและเวลา ดงั นี้
v = 2t + 6 ความสัมพันธ์นี้ เม่ือนาไปเขียนกราฟจะได้กราฟลักษณะใด ขณะเริ่มสังเกตวัตถุน้ีมี
ความเรว็ หรอื ไม่ อยา่ งไร และความเรง่ ของวตั ถุนี้มีคา่ เท่าไร
วิธีทา จากสมการความสัมพันธ์ v = 2t + 6 จะได้ว่า v และ t จะยกกาลังหน่ึง จึงเป็นกราฟเส้นตรงและมี
สมการ รูปเดยี วกบั กราฟเส้นตรง คือ y = mx + c จะไดก้ ราฟเส้นตรงลักษณะดังนี้
ขณะเร่ิมสังเกต คือ เวลา 0 วินาที วัตถุมีความเร็ว = 6 เมตร/วินาที ความเร่งคือการเปล่ียนแปลง
ความเร็วในหน่ึงหน่วยเวลา พิจารณาจากกราฟเป็นกราฟเส้นตรงความชันคงท่ีแสดงว่ามีการ เปล่ียนแปลง
ความเร็วอยา่ งสมา่ เสมอ ดงั น้นั ความเร่ง = 2 เมตร/(วินาที)2
กราฟพาราโบลา เป็นกราฟที่แสดงความสัมพันธ์ของปริมาณหน่ึงเป็นสัดส่วนโดยตรงกับอีกปริมาณ
หน่งึ ยกกาลังสอง เช่น
สมการกราฟพาราโบลา y = mx2
สมการในวิชาฟิสิกสท์ ่ีเก่ียวข้อง
1. Ek = mv2
2. S = ut + at2
กราฟไฮเปอร์โบลา เป็นกราฟที่แสดงความสัมพันธ์ในลักษณะที่ปริมาณหนึ่งแปรผกผันกับอีกค่าหน่ึง
โดยปรมิ าณทัง้ สองมีกาลงั หนึ่งทั้งคู่ เชน่
สมการกราฟไฮเปอร์โบลา xy = k หรือ y =
สมการในวิชาฟสิ ิกสท์ เี่ กี่ยวข้อง
F = ma ถ้าพิจารณา ที่ F และ a โดย m คงท่ี จะไดก้ ราฟ เสน้ ตรง
ถา้ พจิ ารณา m และ a โดย F คงที่ จะได้ a
และไดก้ ราฟในลกั ษณะเปน็ กราฟไฮเปอร์โบลา
ใบงานที่ 3 (K)
เร่อื ง การทดลองทางฟิสิกส์
ช่ือ......................................................................................ชนั้ ....................เลขท่ี...................
จงเติมความหมายลงในชอ่ งว่างให้ถกู ตอ้ ง
1. หลักพิจารณาเลขนัยสาคัญ
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
2. การบวกลบเลขนัยสาคญั
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
3. การคูณหารเลขนัยสาคญั
......................................................................................................................................................... ......................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
แบบฝึกทักษะที่ 3 (P)
เร่อื ง การทดลองทางฟิสิกส์
ช่ือ......................................................................................ชน้ั ....................เลขที่...................
1. นักเรียนคนหนึ่งบันทึกตัวเลขจากการทดลองเป็น 0.0825 กิโลกรัม, 650 x10-2 เมตร, 20.5 เซนติเมตร,
8.00 วนิ าที และ 200 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร จานวนตวั เลขเหลา่ นมี้ ีเลขนยั สาคัญกีต่ วั
ตอบ 0.0825 กิโลกรมั มเี ลขนยั สาคญั …………....…….ตวั
650 x10-2 เมตร
มเี ลขนยั สาคัญ…………....…….ตวั
20.5 เซนติเมตร มเี ลขนยั สาคญั …………....…….ตวั
8.00 วนิ าที มเี ลขนยั สาคัญ…………....…….ตวั
200 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร มเี ลขนัยสาคัญ…………....…….ตวั
2. จงหาผลลพั ธ์ของ 0 + 4.95 – 2.52 ตามหลกั เลขนยั สาคญั
0
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
3. กราฟความสัมพันธร์ ะหวา่ ง v กับ t ทีไ่ ด้จาก สมการ v = 5t – 6 จะเปน็ กราฟลกั ษณะใด
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
เฉลยแบบฝึกทักษะท่ี 3 (P)
เรอื่ ง การทดลองทางฟิสกิ ส์
1. นักเรียนคนหนึ่งบันทึกตัวเลขจากการทดลองเป็น 0.0825 กิโลกรัม, 650 x10-2 เมตร, 20.5 เซนติเมตร,
8.00 วินาที และ 200 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร จานวนตวั เลขเหลา่ นี้มเี ลขนัยสาคญั ก่ีตัว
ตอบ 0.0825 กิโลกรมั มเี ลขนัยสาคัญ…………3....…….ตวั
650 x10-2 เมตร
มีเลขนยั สาคญั …………3....…….ตวั
20.5 เซนตเิ มตร มีเลขนยั สาคญั …………3....…….ตวั
8.00 วนิ าที มีเลขนยั สาคัญ…………3....…….ตวั
200 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร มีเลขนัยสาคัญ…………1....…….ตวั
2. จงหาผลลพั ธข์ อง 0 + 4.95 – 2.52 ตามหลักเลขนยั สาคญั
0
วิธที า
0
0 + 4.95 – 2.52 = ( …0.5… ) + 4.95 – 2.52
= ……2.93……
ผลลพั ธ์ตามหลกั เลขนยั สาคัญ = ……2.9…………… ตอบ
3. กราฟความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง v กบั t ท่ไี ดจ้ าก สมการ v = 5t – 6 จะเปน็ กราฟลกั ษณะใด
กราฟเส้นตรง…
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น – หลงั เรยี น
บทท่ี 1 ธรรมชาตแิ ละพัฒนาการทางฟสิ ิกส์
1. จากการสงั เกตและบันทึกพบวา่ การออกกาลังกายมากๆทในบางครั้งจะเกิดอาการเป็นลมหน้ามืด เนื่องจาก
โลหิตไปเลี้ยงสมองน้อย การแกไ้ ขทาโดยใหน้ อนราบ ผลทเี่ กิดจากการนอนราบคอื อะไร
ก. พลังงานทร่ี ่างกายใชล้ ดลง
ข. อตั ราการไหลของเลือดไปเล้ยี งสมองเพ่ิมขึ้น
ค. แรงโนม้ ถ่วงของโลกที่ต้านการไหลของเลอื ดลดลง
ง. ถูกทง้ั ข้อ ก, ข และ ค
2. ถ้าเราสังเกตและบันทึก จะพบว่า คนขับรถยนต์ที่มีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูง เมื่อเขาขับรถเร็วแล้วเบรก
จะมีผลการหยดุ รถเป็นอยา่ งไร
ก. ระยะคิด ใกล้, ระยะเบรกใกล้ ข. ระยะคิด ใกล้, ระยะเบรกไกล
ค. ระยะคดิ ไกล, ระยะเบรกใกล้ ง. ระยะคดิ ไกล, ระยะเบรกไกล
3. ข้อใดกลา่ วไดถ้ ูกต้อง
1. การค้นพบกฎเกณฑห์ รอื หลกั เกณฑ์ทางธรรมชาตติ ้องอาศยั ข้อมูลจากการสังเกตและการบนทึกของ
นักวทิ าศาสตรร์ นุ่ ก่อนๆ
2. การพัฒนาความรู้ของมนุษย์ประกอบด้วยกระบวนการสังเกต การวิเคราะห์ การบันทึกข้อมูลและ
การสรุปผล
3. การบันทึกข้อมูลด้วยความซื่อสัตย์ผู้บันทึกต้องบันทึกอย่างตรงไปตรงมา ไม่แก้ไขดัดแปลงข้อมูล
ตามความคดิ ของตนเอง
คาตอบท่ถี ูกคอื
ก. ข้อ ก และ ข ข. ข้อ ก และ ค ค. ข้อ ข และ ค ง. ขอ้ ก, ข และ ค
4. ขอ้ ใดคอื จุดมงุ่ หมายหลักของวชิ าฟสิ ิกส์
ก. การศกึ ษาหาความร้เู กย่ี วกับคลนื่ แสง เสยี ง แม่เหล็กไฟฟ้า ความร้อน พลังงาน และปรากฏการณ์
ธรรมชาตอิ นื่ ๆ เพอื่ ใหร้ แู้ ละเขา้ ใจธรรมชาติทส่ี ุด
ข. การศึกษาวิชาพ้ืนฐานเพื่อให้เกิดความเข้าใจปรากฏการณ์ธรรมชาติ และเป็นพื้นฐานนาไปสู่การ
พัฒนาทางดา้ นเทคโนโลยี
ค. การสังเกต บันทึกข้อมูล และสร้างแบบจาลองทางความคิด เพ่ือศึกษาและอธิบายปรากฏการณ์
ธรรมชาติ
ง. ศึกษาเกี่ยวกับปรากฏการณ์ต่างๆ และธรรมชาติ เพื่อเป็นพื้นฐานของการศึกษาในสาขาวิชาอื่นๆ
เช่น เคมี คณติ ศาสตร์ วิศวกรรม
5. ข้อใดต่อไปนี้เป็นส่ิงท่นี ักวิทยาศาสตรใ์ ช้พิสจู น์ความจริงต่างๆ
ก. ทฤษฎี ข. การสังเกต ค. การทดลอง ง. การบนทกึ ข้อมูล
6. เหตุใดจงึ กลา่ วว่า “ความก้าวหน้าของฟิสิกส์และเทคโนโลยตี ่างมีส่วนเกอ้ื หนุนซ่ึงกันและกนั ”
ก. นักฟิสกิ สแ์ ละนักเทคโนโลยีเปน็ บุคคลเดยี วกัน
ข. ความก้าวหน้าทางฟสิ ิกส์และเทคโนโลยีตา่ งมจี ุดประสงคเ์ ดียวกนั
ค. ความก้าวหน้าทางฟิสิกสแ์ ละเทคโนโลยตี า่ งชว่ ยพัฒนาประเทศชาติ
ง. ความรู้ทางฟิสิกส์ช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวหน้า และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีช่วยพัฒนา
อปุ กรณต์ ่างๆทางฟิสกิ ส์
7. กระบวนการพัฒนาความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์ ขอ้ ใดมคี วามสาคัญท่สี ดุ ตอ่ การเปลีย่ นแปลงความคดิ
ก. การสงั เกต ข. การบนทึกขอ้ มูล ค. การทดลอง ง. การสรุปผล
8. การพัฒนาความรทู้ างวิทยาศาสตร์ จะเจรญิ ก้าวหน้าได้ต้องอาศัยปัจจยั อะไรเปน็ สาคญั
ก. ความรดู้ ้ังเดมิ ข. ความถกู ตอ้ งของข้อมูล
ค. มีความรพู้ น้ื ฐานที่ดีและมีความสร้างสรรค์ ง. มคี วามเช่ือม่นั ในตวั เองและมีเหตุผล
9. การพฒั นาความรขู้ องมนษุ ย์ เกิดข้นึ จากสงิ่ ใด
ก. สังเกต ข. การบนทกึ ข้อมูล ค. การคาดคะเน ง. ถูกทั้งขอ้ ก และ ข
10. จากข้อมลู ตอ่ ไป ขอ้ ใดกล่าวผิด
ก. ฟิสิกส์เป็นวิชาท่ีว่าด้วยเร่ืองธรรมชาติ ศึกษาองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของสสารกับพลังงาน
ในส่วนท่เี กี่ยวขอ้ งกบั สิ่งไม่มีชวี ติ
ข. การจิตนาการโดยสรา้ งแบบจาลองทางความคิด เป็นแนวทางการได้มาซึ่งความรู้ทางฟิสิกส์อีกทาง
หน่ึง
ค. ฟิสิกส์ สนใจศึกษาความรู้ให้ได้ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้เคร่ืองมือวัดและวิธีการวัดท่ีถูกต้อง ได้
ข้อมลู เปน็ ตวั เลข
ง. ปริมาณกายภาพ แบง่ เปน็ ปริมาณฐานกบั ปรมิ าณคณุ ภาพ บอกลักษณะรปู ทรง พื้นผิว สี กลน่ิ รส
11. วชิ าฟสิ กิ ส์ เปน็ ส่วนหนึง่ ของวิชาใด
ก. วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ ข. ธรณวี ิทยา
ค. วิทยาศาสตร์กายภาพ ง. ดาราศาสตร์
12. การศกึ ษาปรากฏการณต์ ามธรรมชาติ ควรเร่มิ จากข้อใด
ก. การสังเกต ข. การรวบรวมขอ้ มลู
ค. การตรวจสอบข้อมลู เดิมโดยการทดลอง ง. การระบปุ ัญหา
13. ถา้ ขอ้ มูลทไ่ี ดจ้ ากการทดลองเชือ่ ถือไมไ่ ด้ ผลท่เี กดิ ขน้ึ จะเป็นอย่างไร
ก. มีการพัฒนาทางความรอู้ ย่างรวดเร็ว ข. เป็นผนู้ าของโลกเทคโนโลยี
ค. เสยี เวลาทาใหช้ า้ ในการศึกษาใหม่ ง. หยดุ การพัฒนาประเทศชาติ
14. ขอ้ มลู เชงิ ปรมิ าณ คอื ขอ้ มลู ใด
ก. รปู รา่ งของวัตถุ ข. สขี องวตั ถุ ค. ลกั ษณะผวิ ของวัตถุ ง. ความยาวของวตั ถุ
15. คากล่าวตอ่ ไปน้ี ขอ้ ใดไม่ถกู ตอ้ ง
ก. วชิ าฟิสกิ ส์เปน็ วทิ ยาศาสตร์ที่เน้นการศึกษาเชงิ ปรมิ าณ
ข. วิชาคณิตศาสตร์เป็นพืน้ ฐานสาคัญในการศกึ ษาวิชาฟิสิกส์
ค. วิทยาศาสตรก์ ายภาพม่งุ ศึกษาเฉพาะส่งิ มชี ีวติ ทง้ั พืชและสัตว์
ง. วชิ าฟิสิกสม์ ีจุดมงุ่ หมายให้เกิดความเข้าใจปรากฏการณธ์ รรมชาติ ไมเ่ น้นเรือ่ งการนาไปประยกุ ต์
16. ความพยายามของมนษุ ยใ์ นสมยั โบราณท่ีจะอธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติ เกิดจากคุณลักษณะอย่างไร
ก. ความสงสัยใคร่รู้ ข.ความพยายามหาคาตอบจากสิ่งทท่ี าให้เกดิ ผล
ค. การรจู้ ักคิดหาเหตุผล ง. ขอ้ ก และ ข ถูก
17. การบันทึกข้อมลู ตามสภาพความเป็นจริง โดยไม่ปรับแตง่ จะมีประโยชน์อย่างไรมากทส่ี ุด
ก. ประหยัดเวลาต่อการศกึ ษา ข. มีความเชือ่ ถอื ได้
ค. ใช้อธบิ ายเหตุการณใ์ นทานองเดยี วกันได้ ง. สามารถนาไปวเิ คราะหเ์ หตุการณ์ต่างๆได้
18. ทฤษฎใี หม่จะเป็นทีย่ อมรบั เมอื่ ใด
ก. ทกุ คนยอมรับโดยไมม่ ีการทักทว้ ง
ข. นักวทิ ยาศาสตรท์ ั่วโลกมีความเห็นตรงกัน
ค. ไม่ขดั แยง้ และสอดคล้องกบั ทฤษฎเี ดิม
ง. สามารถนาไปอธบิ ายปรากฏการณต์ ่างๆ ได้สอดคล้องกบั การทดลอง
19. ขอ้ ใดคอื ลักษณะท่ดี ขี องนักวทิ ยาศาสตร์
ก. มน่ั ใจในตนเอง ข. รู้จักดดั แปลงทีไ่ ด้
ค. ชา่ งสงั เกต ชอบทดลอง ง. ชอบทางานและสรปุ ผลไดร้ วดเรว็
20. จงพิจารณาขอ้ ความต่อไปน้ี
1. มวล 2. ปรมิ าตร 3. เวลา 4. รูปทรง
ข้อใดเป็นสง่ิ ทจี่ ะศึกษาไดใ้ นเชงิ ปริมาณ
ก. 1 และ 2 เทา่ น้ัน ข. 1, 2 และ 3 เท่าน้นั
ค. 1, 3 และ 4 เท่าน้ัน ง. 2, 3 และ 4
21. เม่อื ฟิสิกสแ์ ละเทคโนโลยีมีความเจรญิ กา้ วหน้า ทาใหเ้ กิดผลดีมากท่ีสดุ ในขอ้ ใด
ก. ทาให้มกี ารคน้ พบความรู้ตา่ งๆกว้างขวางขนึ้
ข. ทาใหค้ ณุ ภาพชวี ติ ของมนุษย์ดีขึน้
ค. ใช้เวลาในการศึกษาหาความรนู้ อ้ ยลง
ง. ทาให้ฟสิ ิกสเ์ จรญิ ก้าวหน้าอยา่ งน้อยลง
22. การพัฒนาระบบการสอ่ื สารทางโทรศัพท์ในปจั จบุ ัน ไดม้ ีการนาวสั ดใุ ดมาใช้แทนสายเคเบลิ
ก. ตะกวั่ ข. ทองแดง
ค. เส้นใยนาแสง ง. เงิน
23. ข้อความใดตอ่ ไปนก้ี ล่าวผิด
ก. ทฤษฎีและกฎเกณฑ์สามารถนาไปใชไ้ ดท้ ุกยุคทุกสมัย
ข. การศึกษาทางวิทยาศาสตร์เปน็ การศกึ ษาเชิงคณุ ภาพและปริมาณ
ค. วิทยาศาสตรธ์ รรมชาตแิ บง่ ออกเปน็ วิทยาศาสตรก์ ายภาพและวิทยาศาสตรช์ วี ภาพ
ง. การศกึ ษาวชิ าฟิสกิ สจ์ ะมุ่งเน้นกฎเกณฑ์เพือ่ อธบิ ายปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
24. “เทคโนโลยี” มคี วามเกีย่ วขอ้ งกับข้อความใดมากท่ีสดุ
ก. หลักการทางานของเคร่ืองมือตา่ งๆ
ข. การบันทึกขอ้ มูลทางวิทยาศาสตรท์ ่กี ระทาอย่างรอบคอบและซ่อื สัตย์
ค. การพฒั นาวถิ ีการผลติ หรือใชส้ ิง่ ตา่ งๆ เพื่อสนองความตอ้ งการของมนุษย์
ง. การนาอุปกรณ์ต่างๆมาใช้งานได้ถูกงาน ถูกวิธี มคี วามระมัดระวงั และความรับผดิ ชอบ
25. “การที่จะได้มาซ่ึงข้อสรุปหรือกฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์จาเป็นต้องอาศัยข้อมูลท่ีได้มาจากผลการวัดท่ี
ถูกต้อง” อะไรเปน็ สิ่งจาเปน็ ท่ีสุดในการท่ีจะได้มาซึ่งขอ้ ความดังกลา่ ว
ก. เคร่อื งมือวัด ข. วิธกี ารวดั
ค. ผทู้ าการวดั ง. สภาพแวดล้อมขณะวัด
26. การนาขอ้ มลู มาบนั ทึกในตารางหรอื เขยี นกราฟ มีประโยชน์อยา่ งไร
ก. ประหยัดเวลา ข. เห็นข้อแตกต่างได้ชดั เจน
ค. ผลการวเิ คราะหถ์ ูกตอ้ ง ง. การวิเคราะหแ์ ละการแปลความหมายงา่ ยขน้ึ
27. ความถูกตอ้ งของการวัดขน้ึ อยูก่ ับส่งิ ใด
ก. ความละเอยี ดของเครือ่ งวัด ข. มาตรฐานของเครอื่ งวัด
ค. คุณภาพเครื่องวดั ง. ความสามารถของผ้ผู ลิตเครอื่ งวัด
28. การใชเ้ ลขพหุคูณ (เลขสิบยกกาลัง) มีประโยชน์อย่างไร
ก. ง่ายต่อการคดิ ตวั เลข ข. ง่ายต่อการบนั ทึกขอ้ มลู
ค. งา่ ยตอ่ การเปรยี บเทยี บ ง. ถูกทุกข้อ
29. ในการวัดอุณหภูมิของน้า โดยใช้เทอร์มอมิเตอร์จุ่มลงไปในน้า แล้วยกเทอร์มอมิเตอร์มาอ่านอุณหภูมิ การ
อ่านอณุ หภมู ขิ องน้าจะไดผ้ ลทไ่ี ม่ถูกต้อง เน่ืองจาก
1. วิธกี ารวดั 2. ผวู้ ดั 3. สภาพแวดลอ้ ม
ข้อท่ถี กู ได้แก่
ก. ข้อ ก, ข ข. ขอ้ ก, ค
ค. ข้อ ข, ค ง. คาตอบเปน็ แบบอนื่
30. หนว่ ย SI ในข้อใดเปน็ หนว่ ยมูลฐาน ทง้ั หมด
ก. แอมแปร์ เคลวิน แคนเดลา โมล ข. เมตร องศาเซลเซยี ส ราเดียน คลู อมบ์
ค. กิโลกรัม โอหม์ ลูเมน พาสคัล ง. วนิ าที โวลต์ เวเบอร์ ลกั ซ์
เฉลย
บทท่ี 1 ธรรมชาตแิ ละพฒั นาการทางฟิสกิ ส์
1. ง 11. ค 21. ข
2. ง 12. ก 22. ค
3. ง 13. ค 23. ก
4. ก 14. ง 24. ค
5. ค 15. ค 25. ก
6. ง 16. ก 26. ง
7. ก 17. ข 27. ข
8. ข 18. ง 28. ค
9. ง 19. ค 29. ข
10. ง 20. ข 30. ก
แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏบิ ัตงิ านทม่ี อบหมาย
ท่ี ช่อื -สกลุ พฤติกรรมการปฏบิ ตั ิงาน รวม
สนใจ มสี ่วนรว่ ม ตรงเวลา ถกู ต้อง (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 5 คะแนน
1) นกั เรยี นมีพฤติกรรมการปฏบิ ัตงิ านที่มอบหมายอย่างสม่าเสมอ ให้ 4 คะแนน
2) นกั เรยี นมพี ฤติกรรมการปฏิบตั งิ านทมี่ อบหมายบ่อยครั้ง ให้ 3 คะแนน
3) นักเรียนมีพฤติกรรมการปฏิบตั งิ านทีม่ อบหมายบางคร้งั ให้ 2 คะแนน
4) นักเรยี นมพี ฤติกรรมการปฏบิ ัตงิ านที่มอบหมายน้อยครง้ั ให้ 1 คะแนน
5) นกั เรียนมพี ฤตกิ รรมการปฏิบัตงิ านทมี่ อบหมายน้อยคร้ัง
การประเมินคณุ ภาพของการปฏบิ ตั ิงาน ผลการประเมนิ
ช่วงคะแนน ดมี าก
18-20 ดี
14-17 พอใช้
10-13 ปรบั ปรงุ
ตา่ กวา่ 10
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมในการปฏิบตั ิงานกลมุ่
ชอ่ื สมาชิกในกลุ่มท.่ี .............................
1……………………………………………. 2…………………………………………….
3……………………………………………. 4…………………………………………….
5……………………………………………. 6…………………………………………….
รายการทีป่ ระเมิน คะแนนท่ีได้จากการประพฤติ รวม
12345 (20 คะแนน)
วิธีดาเนินการทดลอง
การปฏบิ ตั กิ ารทดลอง
ความคล่องแคลว่ ในขณะปฏิบัตงิ าน
การนาเสนอ
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
รายการทปี่ ระเมนิ ผลการประเมนิ คะแนน
1
1. วธิ ดี าเนนิ การทดลอง - ดาเนนิ การน้อยมากหรือไมม่ ี 2
3
- ต้องให้ความช่วยเหลืออย่างมากในการกาหนด วิธีการ ข้ัน ตอน และการใช้ 4
5
เครอื่ งมือ 1
2
- กาหนดวิธกี ารและขั้นตอนไม่ถกู ตอ้ ง ตอ้ งให้ความชว่ ยเหลือ 3
4
- กาหนดวิธีการและข้ันตอนถูกต้อง การใช้เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ยังไม่ 5
1
เหมาะสม 2
3
- กาหนดวธิ ีการถูกต้อง เลอื กใช้เครอื่ งมอื และวัสดอุ ุปกรณต์ ่างๆไดอ้ ย่างถกู ต้อง
4
2. การปฏิบัติการทดลอง - ปฏบิ ตั ิน้อยมากหรือไม่มี
5
- ต้องให้ความชว่ ยเหลืออยา่ งมากในการดาเนินการทดลองและการใช้อุปกรณ์ 1
2
- ตอ้ งให้การชว่ ยเหลอื ในการดาเนนิ การทดลองและการใชอ้ ุปกรณ์
3
- ดาเนนิ การทดลองเป็นขน้ั ตอน และใชอ้ ุปกรณ์ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งถ้าใหค้ าแนะนา
4
- ดาเนินการทดลองเป็นขั้นตอน และใชอ้ ปุ กรณต์ า่ งๆไดอ้ ย่างเหมาะสม
5
3. ความคล่องแคล่วใน - ปฏิบตั ินอ้ ยมากหรอื ไม่มี
ขณะปฏิบตั ิงาน - ทาการทดลองไม่ทันเวลาท่กี าหนด และทาอปุ กรณเ์ คร่อื งใช้แตกหกั เสียหาย
- ทาการทดลองไม่ทันท่เี วลากาหนด เน่ืองจากขาดความคล่อง แคล่วในการใช้
อปุ กรณ์
- มคี วามคล่องแคล่วในการทดลอง และการใช้อุปกรณ์ แต่ต้องชี้แนะเร่ืองการ
ใชอ้ ปุ กรณ์อย่างปลอดภยั
- มีความคล่องแคล่วในการทดลอง และการใช้อุปกรณ์ ดาเนิน การทดลองได้
อยา่ งปลอดภัย เสรจ็ ทนั เวลา
4. การนาเสนอ - นาเสนอน้อยมากหรอื ไมม่ ี
- ตอ้ งให้ความชว่ ยเหลอื อยา่ งมากในการบันทึกผลการทดลอง สรุปผล และการ
นาเสนอ
- ต้องให้คาชี้แนะในการบันทกึ ผลการทดลอง การสรุปการทดลอง และการนา
เสนอจึงปฏิบตั ไิ ด้
- บนั ทกึ ผลการทดลองและสรุปผลการทดลองอย่างถูกต้อง แต่การนาเสนอยัง
ไมเ่ ป็นข้นั ตอน
- บันทึกผลการทดลองและสรุปผลการทดลองอย่างถูกต้อง รัดกุม บันทึกการ
นาเสนอเปน็ ขน้ั เปน็ ตอนชดั เจน
การประเมนิ คณุ ภาพของการปฏิบตั ิงาน ผลการประเมิน
ช่วงคะแนน ดมี าก
18-20 ดี
14-17 พอใช้
10-13 ปรบั ปรุง
ต่ากว่า 10
แบบบันทกึ ผลการทาแบบทดสอบประจาหน่วยการเรียนรู้
ท่ี ชือ่ -สกุล คะแนนการทาแบบทดสอบ (10 คะแนน)
กอ่ นเรียน หลงั เรยี น สอบซอ่ มเสริม
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
วธิ กี ารประเมินวดั ผลและประเมนิ ผล
นักเรียนแต่ละคนจะต้องทาแบบทดสอบหลังเรียนให้ผ่านเกณฑ์ 80% หากไม่ผ่านเกณฑ์ให้นักเรียนกลับไปทบทวน
เน้ือหาเดิมอีกครั้งหน่ึง แล้วจึงทาแบบทดสอบหลังเรียนซ้าอีกจนกว่าจะผ่านเกณฑ์เพ่ือแก้ไขคะแนนให้เป็นไปตามเกณฑ์ท่ี
กาหนดไว้ (สอบซอ่ มเสรมิ )