The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกีฬาเซปักตะกร้อ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by arisa15012015, 2022-06-03 21:20:37

บทที่ 1

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกีฬาเซปักตะกร้อ

1

บทท่ี 1
ความรู้เบ้อื งต้นเก่ยี วกบั กฬี าเซปกั ตะกรอ้

กฬี าเซปักตะกร้อเปน็ กีฬาชนิดหนง่ึ ทไ่ี ด้รับความสนใจและเป็นท่นี ิยมกันอยา่ งแพรห่ ลาย
โดยเฉพาะในกลุม่ ของเยาวชนท้งั ชายและหญิงท่วั โลก เนื่องจากเป็นกีฬาท่ีท้าทายความสามารถ
ตน่ื เต้น สนกุ สนาน ทั้งผู้เล่นและผู้ชม รวมทงั้ เปน็ กีฬาท่ีต้องใช้ทักษะและกลไกของการเคล่ือนไหว
ของรา่ งกายทุกอวัยวะ ผทู้ จ่ี ะศกึ ษาเกย่ี วกับกีฬาเซปกั ตะกร้อจึงจาเป็นจะตอ้ งมีความรู้ความเข้าใจ
เกีย่ วกับประวตั ิและววิ ฒั นาการ ประโยชน์ อปุ กรณแ์ ละส่ิงอานวยความสะดวก มารยาทที่ดขี อง
ผู้เล่นและผดู้ ู และความปลอดภยั อยา่ งถูกต้องเหมาะสม

ประวัตกิ ีฬาเซปักตะกร้อ

กีฬาเซปักตะกร้อไดว้ ิวฒั นาการมาจากการเล่นกฬี าตะกร้อของประเทศต่าง ๆ ใน
ทวีปเอเชยี แถบเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้ (southeast asia) โดยเฉพาะประเทศไทย มาเลเชยี ลาว
เมียนมาร์ (พมา่ ) ฟลิ ปิ ปนิ ส์ สิงคโปร์ บรูไน อนิ โดนีเชีย ศรีลังกา ซง่ึ แตล่ ะประเทศมีชอ่ื เรยี กกีฬา
ตะกร้อแตกตา่ งกัน การเรียกชอื่ กีฬาตะกรอ้ ของประเทศต่าง ๆ ไวด้ งั นี้ ประเทศไทย เรียกว่า
ตะกร้อ (takraw) ประเทศมาเลเชีย เรียกวา่ เซปกั รากาจาร่งิ หรือเซปกั รากา (sepak raga
jaring or sapak raga) ประเทศลาว เรยี ก กะตอ้ (kator) ประเทศ เมียนมาร์ หรอื พม่า
เรียกวา่ ชินลง (ching loong) ประเทศฟลิ ิปปนิ ส์ เรยี กว่า ซปิ า้ (sipa) ประเทศสงิ คโปร์ เรยี กวา่
โบล่า เซปกั รากา หรอื เซปกั รากา (bola sepak raga or sepak raga) ประเทศบรไู น
เรียกว่า เซปกั รากา จารา (sepak raga jala) ประเทศอนิ โดนีเชีย เรยี กวา่ ราโก (rago)
ประเทศศรลี งั กา เรยี กว่า รากา (raga) เป็นตน้

กฬี าตะกร้อเกิดขึน้ เม่ือไรสมัยใดนนั้ ไม่สามารถจะบอกไดแ้ น่นอนเพราะสมยั กอ่ นนั้น
ไม่ไดม้ กี ารจดบนั ทกึ ไว้ เนอื่ งจากเรานิยม แตด่ ้านปฏิบัติแต่อยา่ งไรก็ตาม จากข้อมลู ตา่ ง ๆ ทง้ั ทาง
ประวตั ศิ าสตรพ์ งศาวดารและจากจดหมายเหตตุ า่ ง ๆ พอวิเคราะห์ได้ว่าตะกร้อมีในประเทศไทย
มาชา้ นานแล้ว ในขณะเดียวกันจากหลายประเทศต่างกเ็ ข้าใจวา่ ตะกร้อเกิดข้ึนในประเทศของตน
และได้มอี ิทธพิ ลเขา้ ไปในประเทศใกล้เคยี งอยา่ งที่มผี ู้ร้บู างท่านกล่าววา่ ตะกร้อเร่มิ มีมาในสมัย
กรงุ ศรีอยุธยาตอนปลาย คือ เมอื่ ตอนที่ไทยเสยี กรุงแก่พม่า ราว พ.ศ. 2310 ซ่ึงครั้งนน้ั พม่า
ตง้ั ค่ายรกั ษาพระนครอยทู่ ี่โพธส์ิ ามต้น เวลาว่างพมา่ ได้นาตะกร้อมาเตะเลน่ กันพม่าไดเ้ รยี กตะกรอ้ นวี้ ่า
“ชนิ ลง” ซ่ึงแปลว่าตะกรอ้ หลวม ๆ โดยปกตกิ ารลอกหรือเลียนแบบหรือนาเอาของคนอืน่ มาใช้ต้องคง
รปู ของสง่ิ น้ันหรือคานั้นไว้ ถา้ ไทยเรานาเอาตะกร้อมาจากพมา่ ก็นา่ จะเรยี กตามพม่าใหม้ ีส่วนใกล้เคียง

2

บ้าง อาจจะเป็นชนิ ลางหรอื ชินลองไมน่ ่าเรยี กวา่ ตะกร้อ ดูแล้วเหตุผลที่ว่าพมา่ นาตะกร้อมาสู่ประเทศ
ไทยประเด็นนน้ี ่าจะตกไปทางประเทศมาเลเชียเองกไ็ ดป้ ระกาศวา่ ตะกร้อน้นั เป็นกีฬาของประเทศ
มาลายเู ดมิ และถือว่าเป็นกีฬาประจาชาติ เรยี กว่า “เซปกั รากา” (sepakraga) ความหมายของคา
วา่ raga หมายถึง ตะกร้อ ซึง่ คาก็ใกลเ้ คยี งกับคาว่าตะกรอ้ ของไทย แตต่ ามเหตผุ ลวา่ ไทยจะเอากีฬา
ของมาลายมู าเล่นน้ันดจู ะไมน่ ่าเปน็ ไปได้ เพราะจากเหตุผลดังต่อไปน้ี

เหตุผลประการแรก จากนักประวัตศิ าสตรไ์ ดส้ ารวจแล้วว่าววิ ฒั นาการการเจรญิ ย่อมจะ
แพร่อาณาเขตลงมาจากเหนือลงใต้ ไมม่ วี วิ ฒั นาการท่ีจะแพรจ่ ากใต้ข้ึนเหนือ สงั เกตจากการอพยพ
ของเผ่าพนั ธมุ์ นุษยจ์ ะถอยร่นจากเหนอื ลงสู่ทางใต้เรื่อยมา ประเทศใหญ่ๆ ท่เี คยเจริญรงุ่ เรืองในอดตี
หรือก่อนศตวรรษ ก็มักจะเป็นประเทศอยู่ตอนเหนอื แทบทั้งส้ินฉะนนั้ ตะกร้อจะกอ่ กาเนิดจากประเทศ
มาเลเชีย แลว้ มานิยมเลน่ ในประเทศไทยย่อมจะเป็นไปไม่ได้

เหตุผลประการท่ีสอง ประเทศไทยและประเทศมาเลเชยี นั้นตามหลักฐานประวตั ิศาสตร์
ประเทศไทยเป็นประเทศที่กาเนิดข้นึ ก่อน และเก่ากว่าประเทศมาเลเชีย ฉะน้ันความเจริญกย็ ่ิงจะ
เจริญมากกว่าและวิวัฒนาการดา้ นตา่ งๆ ก็ย่อมจะดีกว่า จงึ ไมน่ า่ จะเป็นไปไดว้ ่าตะกร้อจะเกดิ จาก
ประเทศมาเลเชยี

เหตุผลประการท่ีสาม กีฬาเซปกั รากาของมาเลเชียทเี่ ลน่ อยู่ก็คือ ตะกร้อหวาย
เหมอื นของไทยเช่นกัน จากข้อน้นี า่ จะบอกวา่ อทิ ธพิ ลจากทางใตไ้ ด้แพร่ข้นึ ไปตอนเหนือก็จะขัดกบั
ความเปน็ จริงเพราะวา่ ทางใต้ของประเทศไทย คอื จังหวัดนาราธิวาส ยะลา และปตั ตานี ก็มีการเลน่
ตะกร้อเชน่ กนั แตล่ กั ษณะของตะกร้อเปน็ ลักษณะเหมือนตะกร้อขนไก่ คือใช้หนังวัวหรอื หนงั ควาย
ขนาดกวา้ ง 4 นวิ้ ยาว 8 นว้ิ พับสองให้ปลายต่อกันท่ีจุดกึง่ กลางพอดี แลว้ ตัดหนังขนาดพอที่จะผูก
ขนไก่ 10-12 ขน ซงึ่ ประเดน็ นไี้ ทยไม่ไดร้ บั อทิ ธิพลจากประเทศมาเลเชีย

การเล่นตะกรอ้ ในตอนแรก ๆ คงเตะสง่ ให้กันเพ่อื ไม่ใหต้ กพ้ืน หรือช่วยกนั เตะเล้ยี งรับสง่
ประคองไมใ่ ห้ตกถึงพ้นื เม่ือมีอันตอ้ งตกถึงพนื้ ก็หยบิ มาโยนเตะกันใหม่ โดยนยิ มเตะกนั เป็นวง ซงึ่ ไม่
จากดั จานวนผู้เล่น ตอ่ มาคงเห็นว่าเป็นระยะเวลานาน จงึ ได้เตะลกู สักคร้งั หน่ึงจึงแยกออกเปน็ หลายวง
วงละประมาณ 3-8 คน ตอ่ มาไดม้ กี ารเลน่ พลิกแพลง เตะตะกร้อลอดหว่ งและเตะตะกรอ้ ข้ามตาขา่ ย
จึงเรยี กกันว่า ตะกรอ้ ลอดหว่ ง ตะกร้อขา้ มตาข่าย

ประวัตกิ ฬี าตะกรอ้ ขา้ มตาขา่ ยไว้วา่ เรมิ่ จาก นายผล ผลาสนิ ธ์ ได้ทดลองเตะตะกรอ้
ขา้ มตาขา่ ยเชอื กซึง่ ขึงไวต้ ึง เม่ือครง้ั ท่ีทา่ นเรยี นอยู่ทจี่ ุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั ซ่งึ ความคิดทา่ นได้
ดัดแปลงมาจากกีฬาแบดมนิ ตัน ในระยะแรกไม่มีกตกิ าอะไรมากเพยี งแตแ่ บ่งคนเลน่ ออกเป็นสองขา้ ง
แลว้ ผลดั กันเตะข้ามเชือกที่ขงึ ไว้ ถ้าฝ่ายไหนรับไมไ่ ดก้ เ็ สียคะแนน ต่อมาตะกร้อขา้ มเชือกนิยมเลน่
ในหมู่นักศึกษาดว้ ยกนั จนกระท่งั ได้จดั ใหม้ ีการแขง่ ขันกันภายในคณะ พ.ศ. 2472 นายยิ้ม ศรีหงษ์
หลวงสาเรจ็ วรรณกิจ ขนุ จรรยา วทิ ติ และนายผล ผลาสนิ ธ์ ได้ร่วมกันคิดวิธีเลน่ และกติกากีฬา

3

ตะกร้อขา้ มตาข่ายข้ึนโดยดดั แปลงมาจากกฬี าตะกร้อกับกีฬาแบดมนิ ตัน และใชจ้ ัดการแข่งขนั ภายใน
สมาคมกีฬาสยามเทา่ นน้ั ปี พ.ศ. 2476 สมาคมกีฬาสยามได้ร่างกฎ กติกา และจดั การแขง่ ขันกีฬา
ตะกร้อข้ามตาข่าย ประเภทประชาชนขนึ้ เปน็ ครงั้ แรก ซงึ่ ไดร้ บั ความสนใจและนิยมเล่นกนั จาก
ประชาชนทวั่ ไป ปี พ.ศ. 2479 กรมพลศึกษาได้ปรบั ปรงุ กติกากีฬาตะกร้อขา้ มตาข่าย โดยยึดถือ
กตกิ ากีฬาตะกร้อขา้ มตาขา่ ยของสมาคมกีฬาสยามเป็นหลัก เพอ่ื ใช้ในการแขง่ ขันกีฬาตะกร้อ
ข้ามตาขา่ ยระหวา่ งโรงเรียนชาย และได้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ในปี พ.ศ. 2480

ปี พ.ศ. 2485 กฬี าตะกร้อได้ลดความนยิ มลง เนอ่ื งจากเกิดภาวะสงครามโลก ครงั้ ที่ 2
หลงั จากสงครามไดส้ งบลง ได้มีการฟนื้ ฟูและสง่ เสริมกีฬาตะกร้อขน้ึ มาอีกครั้ง โดยเฉพาะกีฬาตะกร้อ
ลอดห่วงและกีฬาตะกร้อขา้ มตาข่าย

ตอ่ มาปี พ.ศ. 2501 คุณหลวงสขุ ุม นยั ประดิษฐ์ ขณะนนั้ ดารงตาแหน่งรองประธาน
คณะกรรมการโอลิมปิคแหง่ ประเทศไทย ได้เป็นผูค้ ดิ ริเร่มิ จัดการแข่งขันกีฬาระหวา่ งชาติในกลุม่
ประเทศแหลมทอง ขน้ึ ในลักษณะคลา้ ยคลึงกบั กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ (Asian Games) หรอื กฬี าโอลมิ ปคิ
(Olympic Games) เพอ่ื ยกระดับมาตรฐานการกีฬาของประเทศกลุม่ แหลมทองใหส้ งู ข้ึน และตอ่ มา
ในระหว่างการแขง่ ขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครงั้ ท่ี 3 ณ กรงุ โตเกยี ว ประเทศญ่ีปนุ่ ประเทศไทย
นาแนวความคิดจดั การแข่งขันกฬี าระหว่างชาตใิ นกลมุ่ ประเทศแหลมทองไปปรึกษาหารือกบั กลุม่
ประเทศแหลมทองดว้ ยกัน ที่ประชมุ เหน็ ชอบและมมี ติใหจ้ ัดการแข่งขันใช้ชอ่ื การแขง่ ขันวา่
การแขง่ ขันกีฬาแหลมทอง (the south east asia peninsular games) และไดจ้ ัดการแข่งขนั
ข้ึนคร้งั แรกท่ปี ระเทศไทย ระหว่างวนั ท่ี 12-17 ธันวาคม พ.ศ. 2502 ในการจัดการแข่งขันครง้ั นี้
ได้มกี ารปรกึ ษาหารือให้กีฬาตะกร้อเปน็ กีฬาสาธติ ไวด้ ว้ ย ปี พ.ศ. 2502 ไดม้ ีการแข่งขันกีฬา
แหลมทอง (seap games) ครัง้ ที่ 1 หรอื ปัจจุบนั เรียกว่า กฬี าซีเกมส์ (sea games)
ซ่งึ ประเทศไทยเปน็ เจ้าภาพจัดการแข่งขนั ในครงั้ นัน้ ยงั ไม่ไดบ้ รรจุกฬี าตะกร้อเข้าในการแข่งขนั
มแี ตน่ ักกฬี าตะกรอ้ ชาวเมียนมาร์ (พม่า) มาเล่นตะกร้อพลิกแพลงให้ชาวไทยได้ชม และในโอกาส
เดยี วกันสมาคมกีฬาไทยได้เชิญนักกีฬาตะกร้อชาวเมยี นมาร์ (พม่า) ไปชมการแข่งขนั กีฬาตะกร้อ
ลอดหว่ งและตะกร้อขา้ มตาขา่ ย จึงไดม้ กี ารแลกเปลย่ี นความคิดเหน็ ซ่ึงกนั และกนั และจะพยายาม
ผลกั ดนั กฬี าตะกร้อใหบ้ รรจุเข้าในการแขง่ ขันกีฬาแหลมทอง (seap games) คร้ังต่อไป

ปี พ.ศ. 2504 ไดม้ กี ารแข่งขนั กฬี าแหลมทอง (seap games) คร้ังที่ 2 ประเทศ
เมยี นมาร์ (พม่า) เป็นเจา้ ภาพจดั การแข่งขันในการจดั แข่งขันคร้งั นน้ั พม่าได้เชญิ คณะกรรมการ
สมาคมกีฬาไทย นานักกฬี าตะกร้อไทยไปสาธติ การเล่นกีฬาตะกร้อตามแบบของไทย ที่มหาวทิ ยาลยั
ย่างกุง้ นกั กฬี าตะกร้อไทยได้สาธิตการเล่นกฬี าตะกร้อหลายประเภท ได้รับความสนใจจาก
คณะกรรมการกีฬาแหลมทองของประเทศตา่ งๆ จงึ ได้ประชมุ กันเพื่อท่จี ะเพ่ิมกีฬาตะกร้อเขา้ ใน
การแข่งขนั กีฬาแหลมทองคร้ังตอ่ ไป ประชุมมีมติตกลงใหม้ ีการแขง่ ขนั กีฬาตะกร้อข้ามตาข่าย

4

ตามแบบของประเทศไทย แต่ประเทศมาเลเชียได้เสนอแนะกติกา และระเบยี บการเลน่ เพิ่มเตมิ
ตามแบบการเล่นกฬี าตะกรอ้ ของมาเลเชยี ทมี่ ีชอื่ เรยี กวา่ เซปกั รากา จาร่งิ (sekap raga jaring)
โดยเฉพาะวธิ ีการเสริ ์ฟตะกรอ้ และจานวนครงั้ ในการเลน่ ซ่งึ ลกั ษณะการเสิร์ฟตะกร้อของมาเลเชีย
จะมผี ู้โยนโยนลูกตะกร้อให้ผเู้ ลน่ คนอืน่ เปน็ ผ้เู ตะลูกตะกร้อใหข้ ้ามตาข่าย และใหผ้ ูเ้ ลน่ ท้ัง 3 คน
เล่นตะกร้อได้แต่ตอ้ งไม่เกิน 3 คร้งั ท่ีประชมุ ยอมรับข้อเสนอของประเทศมาเลเชยี และมีมตติ กลง
ให้มีการแขง่ ขันกฬี าตะกรอ้ ในการแข่งขนั กีฬาแหลมทอง ครง้ั ที่ 3 ณ กรงุ กวั ลาลมั เปอร์ ประเทศ
มาเลเชีย เปน็ เจา้ ภาพจดั การแขง่ ขนั โดยใช้กตกิ าผสมผสานกันระหวา่ งกีฬาตะกร้อข้ามตาขา่ ยของ
ประเทศไทยกับกีฬาเซปัก รากา จาริง่ (sepak raga jaring) ของประเทศมาเลเชยี

ต่อมาประมาณกลางเดือนเมษายน พ.ศ. 2508 สมาคมกฬี าไทยไดป้ ระสานงานตดิ ต่อ
กบั สมาคมกีฬาของรัฐปนี ัง ประเทศมาเลเซยี ใหม้ าสาธติ แข่งขันเซปัก รากา จา รง่ิ (sepak raga
jaring) ตามแบบวิธกี ารเล่นตะกร้อของประเทศมาเลเชีย และรว่ มแขง่ ขนั การสาธติ กีฬาตะกร้อ
ข้ามตาขา่ ยของประเทศไทยกับทมี นกั กฬี าตะกร้อไทยที่สนามหลวง กรุงเทพมหานคร ผลการสาธิต
แขง่ ขนั เซปกั รากาจาริง่ (sepak raga jaring) ทีมรฐั ปีนงั ชนะทมี ไทย และการสาธิตแขง่ ขนั กีฬา
ตะกร้อขา้ มตาข่าย ทีมไทยชนะทมี รฐั ปีนงั ต่อมาสหพนั ธก์ ฬี าแหลมทอง (seap games federation)
ไดป้ ระชุมผ้แู ทนประเทศตา่ งๆ ในระหวา่ งการแข่งขันกฬี าแหลมทอง (seap games) โดยมผี ูแ้ ทน
จากประเทศไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ อนิ โดนีเซีย และลาว ทีป่ ระชุมตกลงกันโดยใช้คาว่า เซปัก
(sepak) ซ่ึงเปน็ คาท่ีใช้ในภาษามาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซยี แปลว่า เตะ (kick) และคาว่า
ตะกร้อ (takraw) เปน็ คาที่ใชใ้ นภาษาไทยและภาษาลาว หมายความว่า ลกู บอลที่ใช้ถกั หรือสาน
รวมกันเรยี กช่อื วา่ เซปักตะกร้อ (sepaktakraw) และสหพันธเ์ ซปกั ตะกร้อแห่งเอเชีย (asian
sepaktakraw federation or ASTAF) ได้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ต้ังแต่วนั ที่ 19 ธันวาคม
พ.ศ. 2508 เป็นต้นมา (ISTAF. 1998 : 17)

ปี พ.ศ. 2508 กฬี าเซปกั ตะกร้อเรมิ่ มีการแขง่ ขนั ในระดับนานาชาติเปน็ ครัง้ แรก
ในการแข่งขนั กีฬาแหลมทอง (Seap Games) ครงั้ ที่ 3 ท่กี รงุ กวั ลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
ซงึ่ ต่อมากีฬาแหลมทองได้เปลี่ยนชอ่ื เป็นกีฬาซเี กมส์ (sea games)

ปี พ.ศ. 2533 กีฬาเซปกั ตะกรอ้ บรรจุเขา้ ในการแขง่ ขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ (asian
games) คร้ังที่ 11 ทก่ี รงุ ปกั ก่งิ ประเทศจีน เปน็ ครง้ั แรก

5

ววิ ฒั นาการกีฬาเซปกั ตะกรอ้

หลังจากการแขง่ ขนั กฬี าแหลมทอง (southeast asian peninsula games or seap
games) ครงั้ ที่ 3 ประเทศต่าง ๆ ในแถบเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้ ให้ความสนใจและนยิ มเลน่ กฬี า
เซปกั ตะกร้อมากย่ิงขึน้ และไดบ้ รรจเุ ข้าในการแขง่ ขันกีฬาแหลมทองหรือกีฬาซีเกมส์ มาโดยตลอด
ยกเวน้ การแข่งขนั กีฬาแหลมทอง ครง้ั ที่ 5 กฬี าเซปกั ตะกร้อไมไ่ ดบ้ รรจุเข้าในการแข่งขนั
ปี พ.ศ. 2512 พ.อ.พิเศษเดชา กาลบุตร เลขาธิการสมาคมกีฬาไทย ซ่ึงตอนนั้นยังไม่ได้จดั ตง้ั สมาคม
ตะกร้อแห่งประเทศไทย จดั การแขง่ ขันกฬี าเซปกั ตะกรอ้ ชิงถว้ ยพระราชทานสมเดจ็ พระบรม
โอรสาธริ าชฯ สยามมกฎุ ราชกมุ าร ครง้ั ท่ี 1 ระหวา่ งวันที่ 15-22 กรกฎาคม พ.ศ. 2521 ท่ี
โรงยิมเนเซยี่ ม จันทนยง่ิ ยง สนามกฬี าแห่งชาติ

ปี พ.ศ. 2523 ประเทศสิงคโปร์ จัดการแข่งขนั เซปักตะกรอ้ ชิงแชมป์เอเชีย คร้ังท่ี 1
(asian cup)

ปี พ.ศ. 2524 แผนกฬี าตะกรอ้ ของสมาคมกีฬาไทย ได้จัดตั้งเปน็ สมาคมตะกรอ้
แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

ปี พ.ศ. 2527 สมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ไดจ้ ดั การแข่งขัน
เซปักตะกร้อชงิ ถ้วยพระราชทานคงิ ส์คัพ (thai king cup) ครั้งที่ 1 ท่ีกรงุ เทพมหานคร
ในการแข่งขนั คร้ังท่ี 9 ได้เปลีย่ นชื่อการแข่งขนั ใหม่ เรียกว่าการแข่งขนั เซปักตะกร้อชงิ แชมป์โลก
คงิ ส์คพั (thai king cup sepaktakraw world championships)

ปี พ.ศ. 2529 กฬี าเซปักตะกรอ้ ได้รบั การบรรจเุ ป็นกีฬาสาธิต ในการแขง่ ขนั กีฬา
เอเช่ยี นเกมส์ (asian games) ครัง้ ที่ 9 ณ ประเทศอินเดีย ปี พ.ศ. 2531 สมาคมตะกร้อ
แหง่ ประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ไดจ้ ดั การแข่งขนั เซปกั ตะกร้อชงิ ถ้วยพระราชทานสมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดาฯ ครั้งท่ี 1 และสหพันธ์เซปักตะกรอ้ แหง่ เอเชยี (asian sepak takraw
federation or ASTAF) ไดก้ อ่ ต้งั สหพนั ธ์เซปกั ตะกร้อนานาชาติ (international sepak takraw
federation or ISTAF) ขึ้นอย่างเปน็ ทางการ

ปี พ.ศ. 2533 กีฬาเซปกั ตะกรอ้ ไดบ้ รรจุเขา้ ในการแข่งขันกีฬาเอเช่ียนเกมส์ ครั้งท่ี 11
ท่กี รุงปักกง่ิ ประเทศจีน เป็นครงั้ แรกและใช้ตะกร้อใยสงั เคราะห์ (synthetic ball) เป็นอปุ กรณ์
การแขง่ ขนั เป็นครั้งแรก ผลการแขง่ ขันประเทศมาเลเชีย ไดเ้ หรียญทองท้งั ประเภททีมชุดและทมี เดีย่ ว

ปี พ.ศ. 2537 กฬี าเซปักตะกร้อยังไดร้ บั การบรรจเุ ขา้ ในการแข่งขันกฬี าเอเชี่ยนเกมส์
ครงั้ ที่ 12 ท่เี มอื งฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น จัดการแขง่ ขันเฉพาะประเภททีมเดี่ยวชาย ผลการแขง่ ขัน
ประเทศมาเลเซียได้เหรียญทอง

6

ปี พ.ศ. 2541 ประเทศไทยเปน็ เจ้าภาพจดั การแขง่ ขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ คร้ังท่ี 13
ทกี่ รุงเทพมหานคร และได้บรรจุกฬี าเซปักตะกร้อเขา้ ในการแขง่ ขนั อีกครั้ง ในการจดั การแข่งขันครง้ั น้ี
ได้เพ่ิมเซปกั ตะกร้อประเภทหญงิ เข้าในการแข่งขันเปน็ ครั้งแรก ซงึ่ มีผลการแข่งขันดังน้ี ประเภททมี ชุด
และทมี เดี่ยวชาย ประเทศไทยได้เหรยี ญทอง ประเภททีมชุดหญิง ประเทศไทยไดเ้ หรยี ญทอง และ
ประเภททมี เดย่ี วหญิง ประเทศเวยี ดนามไดเ้ หรยี ญทอง

ปี พ.ศ. 2543 คณะกรรมการโอลมิ ปิคแห่งประเทศไทย นาโดย พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร
ประธานคณะกรรมการโอลิมปคิ แหง่ ประเทศไทยร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทยและสมาคม
ตะกร้อแห่งประเทศไทยจัดสาธติ การแข่งขันกีฬาเซปักตะกร้อใหน้ ายฮวน อันโตนโิ อ ซามารานซ์
(Mr. JUAN ANTONIO SAMARANCH) ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคสากล (International
Olympic Committee or I.O.C) ชมการแข่งขันเม่ือวนั ท่ี 19 กุมภาพันธ์ 2543 ทอ่ี ินดอร์สเตเดยี้ ม
การกีฬาแหง่ ประเทศไทยกรงุ เทพมหานคร เพ่ือผลกั ดันกีฬาเซปักตะกร้อเขา้ เปน็ กฬี าสาธิตใน
การแข่งขนั กีฬาโอลมิ ปิคเกมส์ และบรรจเุ ขา้ แข่งขันในกฬี าโอลิมปิคเกมส์ต่อไป

ประโยชน์ของกฬี าเซปกั ตะกรอ้

กฬี าเซปักตะกร้อมีประโยชนต์ อ่ ผ้เู ลน่ และสงั คมเปน็ อย่างมากเพราะผ้เู ลน่ กีฬา
เซปกั ตะกร้อ นอกจากจะได้รับการพัฒนาทางกาย ทางจติ ใจ และทางสงั คมแล้ว ยังได้รับ
การปลกู ฝงั ทัศนคติท่ีดตี ่อการออกกาลงั กาย ดงั ต่อไปน้ี

1. เปน็ กีฬาท่ีเล่นง่าย ไมเ่ ลือกเวลา และไมเ่ ปลืองสถานท่ี
2. เป็นกฬี าทปี่ ระหยัดท้ังเวลา และคา่ ใชจ้ า่ ย
3. เปน็ กฬี าที่มีความปลอดภยั ในการเล่น
4. เป็นกฬี าท่ีทาให้ผ้เู ลน่

4.1 มีบุคลกิ ภาพดี มีความคลอ่ งแคลว่ วอ่ งไว
4.2 มีความสุขุม รอบคอบ เยือกเยน็
4.3 การตดั สนิ ใจรวดเรว็ แน่นอน
4.4 มีความประพฤตเิ รียบร้อย ซอื่ ตรง มีศีลธรรม
4.5 มรี ะบบประสาทดี
4.6 ปฎิภาณไหวพริบดี
4.7 ผ่อนคลายอารมณ์ มีความเพลดิ เพลิน
4.8 สขุ ภาพพลานามัยแขง็ แรง
4.9 มีความสามัคคี
4.10 ปรบั ตวั เขา้ สงั คมไดด้ ี ไม่ประหมา่

7
5. กฬี าตะกรอ้ เป็นพน้ื ฐานในการนาไปสู่การเล่นกีฬาอนื่ ๆ คอื การทรงตวั ดี มสี ายตาดี
ความแม่นยาดี การเคลอ่ื นที่ การใช้เทา้ ดี

อุปกรณ์และส่ิงอานวยความสะดวกที่ใช้ในกีฬาเซปกั ตะกรอ้

อุปกรณ์สนาม และสิง่ อานวยความสะดวกตา่ งๆ สาหรับการเลน่ กีฬาเซปักตะกร้อ
สามารถแบ่งออกได้ 3 ประเภท คอื

1. อุปกรณส์ ่วนตัวหรือเฉพาะบุคคล
อปุ กรณ์กีฬาสว่ นตัวหรือเฉพาะบุคคล มคี วามสาคัญกบั นักกีฬาทกุ คน อุปกรณ์

มีสว่ นชว่ ยใหน้ กั กฬี ามีทักษะ หรือความสามารถทางกีฬาดีขึ้นและสามารถชว่ ยใหไ้ ดร้ ับชัยชนะ
จากการแขง่ ขันได้ ซ่ึงนักกีฬาแต่ละคนพยายามหาอุปกรณ์ท่ีดีทีส่ ดุ และเหมาะสมกับตนเองทส่ี ุดมาใช้
ในการเลน่ และการแข่งขัน อุปกรณ์ส่วนตัวหรอื เฉพาะบุคคลที่นยิ มใชใ้ นกีฬาเซปักตะกร้อมดี งั ต่อไปนี้

1.1 เสื้อ นยิ มใชเ้ ส้ือยดื แขนสน้ั ขนาดพอดีกับผูใ้ ส่ ไมร่ ดั รูปหรือหลวมจนเกินไป
ใหส้ ามารถเคลื่อนไหวได้สะดวก และมีหมายเลขบรเิ วณหน้าอก และดา้ นหลัง

ภาพ 1 เสอ้ื สาหรับแข่งขัน

1.2 กางเกงใชก้ างเกงขาสน้ั ขนาดพอดกี ับผ้ใู ส่ ไมร่ ัดรปู หรือหลวมจนเกินไปให้
สามารถเคล่ือนไหวได้สะดวก และมีหมายเลขบริเวณด้านขวา

8

ภาพ 2 กางเกงสาหรบั แขง่ ขนั
1.3 ถุงเท้า ใช้ถุงเท้าสั้นหรือยาวกไ็ ด้ แต่ทีน่ ยิ มใชก้ นั มากทสี่ ดุ คือ ถงุ เท้าส้ัน
ควรมีความหนาพอสมควร เพอ่ื ป้องกนั การบาดเจบ็ จากแรงกระทบลูกตะกร้อ การเสยี ดสรี ะหว่าง
รองเทา้ กับผิวหนัง และช่วยรับนา้ หนักตวั จากการเคล่อื นไหวในการเล่น

ภาพ 3 ถงุ เทา้

9
1.4 รองเท้า ใชร้ องเท้าผา้ ใบท้ังหมุ้ ส้นเทา้ และหุ้มข้อเทา้ แล้วแต่ตาแหนง่ และ
ความเหมาะสมของผู้เลน่ แต่ทีน่ ยิ มใช้กันมากท่ีสดุ คือ ผ้เู ล่นตาแหน่งหลงั และผู้เลน่ ตาแหน่งหน้า
ซา้ ยหรือผเู้ ลน่ ตาแหนง่ หนา้ ขวาทม่ี หี น้าท่ตี ้งั ลูก (ชงลูก) ใช้รองเท้าผ้าใบหุ้มข้อเทา้ สาหรบั ผู้เลน่
ตาแหนง่ หนา้ ซ้ายหรือตาแหน่งหน้าขวาทมี่ ีหนา้ ทท่ี า ใช้รองเทา้ ผา้ ใบหมุ้ ส้นเท้า รองเท้าควรพอดี
กบั เทา้ ผู้ใส่ ไม่คบั หรือหลวมจนเกินไป ให้สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวก

ภาพ 4 รองเท้า
1.5 สนบั เข่าหรือสนบั ข้อเท้า มลี กั ษณะยดื หยนุ่ ได้ดี สวมบรเิ วณขอ้ เข่าและข้อเทา้
ไมร่ ดั หรือหลวมจนเกนิ ไปให้สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวก เพื่อป้องกันอนั ตรายหรือการบาดเจ็บ
ทอ่ี าจจะเกดิ จากการเลน่ กีฬา

ภาพ 5 สนับเขา่ หรอื สนบั ข้อเท้า

10

1.6 ผ้ายืดม้วนยาว มลี กั ษณะยดื หยนุ่ ได้ดี ใช้พันหรือรดั บรเิ วณส่วนของรา่ งกาย
ทมี่ ีอาการเจ็บหรือส่วนทีไ่ ดร้ บั การกระทบกระแทกจากการเล่นกีฬา อาทิเช่น บรเิ วณฝ่ามอื
บริเวณขอ้ มือ บริเวณข้อศอก บริเวณเข่า บริเวณขอ้ เท้า เปน็ ต้น จะช่วยป้องกันการบาดเจ็บและ
อันตรายท่ีอาจเกิดจากการเลน่ กฬี า

1.7 ผา้ โพกศรี ษะหรอื ผา้ พันศรี ษะ ใช้โพกหรือพันศีรษะบริเวณหนา้ ผากสามารถ
ช่วยป้องกนั การเจ็บศรี ษะได้ และรวบเสน้ ผมบรเิ วณศีรษะด้านหน้าให้เรียบรอ้ ย ช่วยให้การมอง
ในการเลน่ กีฬาเซปักตะกรอ้ ได้ดมี ากยิง่ ข้ึน

2. อปุ กรณ์สว่ นร่วม
กฬี าเซปักตะกร้อ เป็นกฬี าทีส่ ามารถเลน่ ได้ทง้ั ในร่มและกลางแจง้ เล่นได้ทกุ เพศ

ทุกวยั และเลน่ ได้หลายคน ซึ่งนกั กีฬาทุกคนต้องใช้อปุ กรณร์ ว่ มกนั ดงั นี้คือ
2.1 สนาม (the court) สนามกีฬาเซปักตะกร้อมีอยู่ 2 ลกั ษณะ คือ สนามทีเ่ ป็น

พื้นดนิ พน้ื ปซู เี มนต์ หรือพ้ืนไมป้ าเก้ พืน้ สนามจะต้องเป็นพนื้ เรยี บ ไม่เปน็ พนื้ ทรายหรือหญ้า และ
สนามพน้ื ยางใยสังเคราะห์ ซ่งึ มีลกั ษณะของสนาม ดังตอ่ ไปน้ี

2.1.1 ขนาดของสนาม มคี วามยาว 13.40 เมตร ความกวา้ ง 6.10 เมตร
จะตอ้ งไม่มสี ิ่งกดี ขวางใดๆ วัดจากพนื้ สนามสูงขึน้ ไป 8 เมตร

2.1.2 ขนาดของเส้นสนาม เสน้ สนามทกุ เสน้ มีขนาดความกวา้ งไมเ่ กิน
4 เซนตเิ มตร ยกเวน้ เส้นก่ึงกลางสนามมีความกว้างไม่เกิน 2 เซนติเมตร

2.1.3 เสยี้ ววงกลม อยมู่ มุ สนามของแต่ละดา้ นตรงเสน้ กลาง ให้จุดศูนยก์ ลาง
อยู่ท่กี ่ึงกลางของเส้นกลางสนาม ตดั กับเสน้ ขา้ งสนามท้งั สองด้าน รัศมี 90 เซนตเิ มตร

2.1.4 วงกลมเสริ ฟ์ วดั จากจุดกงึ่ กลางของเสน้ หลงั สนามเขา้ ไปในสนามยาว
2.45 เมตร และวัดจากเส้นขา้ งสนามเข้าไปในสนามยาว 3.05 เมตร ใชจ้ ดุ ตัดจากเส้นหลงั สนาม
และเสน้ ขา้ งสนามเปน็ จุดศูนย์กลาง เขียนเสน้ วงกลมให้มรี ัศมี 30 เซนติเมตร

11

ภาพ 6 ขนาดของสนามเซปักตะกร้อ
2.2 เสา (the post) เสาจะตอ้ งทาจากวัสดุทีม่ ีความแข็งแกร่งและมีรศั มไี ม่เกนิ
4 เซนติเมตร มีความสูง 1.55 เมตร (ผูห้ ญงิ 1.45 เมตร) ตง้ั หรอื วางไวอ้ ยา่ งมนั่ คง นอกสนาม
ตรงแนวเส้นกึ่งกลางสนาม ให้หา่ งจากเส้นข้างสนาม 30 เซนติเมตร
2.3 ตาขา่ ย (the net) ตาขา่ ยทาดว้ ยเชือกหรอื ในล่อน มีความกว้างของพ้ืน
ตาขา่ ย 70 เซนติเมตร และมีความยาว 6.10 เมตร รตู าขา่ ยแตล่ ะรูกว้าง 6-8 เซนตเิ มตร
มแี ถบทั้งด้านบน ด้านลา่ งและด้านข้างของตาขา่ ยทั้งสองด้าน ซึง่ แถบแต่แถบละจะต้องมีความกวา้ ง
5 เซนตเิ มตร ตาขา่ ยจะต้องขึงเหนอื เสาให้ตึงใหม้ ีความสงู 1.52 เมตร (ผู้หญิง 1.42 เมตร)
โดยวัดจาพ้ืนถงึ สว่ นบนของตาขา่ ยทกี่ ่ึงกลางสนาม
2.4 ลูกตะกร้อ (the sepaktakraw ball) ลูกตะกร้อมีลกั ษณะทรงกลม ทาด้วย
หวายหรือใยสงั เคราะห์ชน้ั เดียว มี 12 รู กบั 20 จุดตดั ไขว้ หากทาด้วยหวายต้องมจี านวนเสน้
9-11 เส้น ขนาดของเส้นรอบวงต้องไม่นอ้ ยกว่า 42 เซนตเิ มตร และไมม่ ากกว่า 44 เซนติเมตร
(ผหู้ ญิง 43-45 เซนติเมตร) และมีนา้ หนักไม่น้อยกวา่ 170 กรัม และไม่เกนิ กว่า 180 กรมั
(ผ้หู ญิง 150-160 กรมั )

12

MT 908 MT 909

(สาหรับชาย) (สาหรับหญิง)

ภาพ 7 ลูกตะกร้อชายและหญิง

3. อุปกรณ์เทคนิค (technical equipment) ในการแขง่ ขันกีฬาเซปักตะกร้อ
ตอ้ งใช้อุปกรณด์ ังตอ่ ไปนี้

3.1 เกา้ อก้ี รรมการผูต้ ัดสิน
3.2 เก้าอก้ี รรมการผู้ช่วยตัดสนิ
3.3 เกา้ อี้กรรมการผชู้ ี้ขาด
3.4 เก้าอี้ผู้กากบั เสน้
3.5 เก้าอสี้ าหรับผู้จดั การทีม ผู้ฝึกสอนและนักกีฬา
3.6 ใบบันทึกคะแนนของผ้ตู ัดสินและกรรมการผู้ช้ีขาด
3.7 แฟม้ รองใบบันทึก
3.8 ปากกา
3.9 ใบเหลอื ง ใบแดง
3.10 เหรียญเสีย่ งสทิ ธิ์
3.11 ป้ายคะแนน หมายเลข 1-25
3.12 นาฬกิ าจับเวลา
3.13 เครื่องขยายเสยี งพร้อมไมโครโฟนและลาโพง
3.14 เคร่อื งชงั่ น้าหนักและเครื่องวดั เส้นรอบวงลูกตะกรอ้
3.15 ปลอกแขนหัวหน้าทีม
3.16 อปุ กรณ์อ่ืน ๆ ทม่ี ีความเหมาะสม

13

เก้าอ้ผี ตู้ ดั สนิ เครือ่ งเสียง+ไมโครโฟน ปา้ ยคะแนน

บตั รเหลอื ง บัตรแดง เหรียญเสีย่ งสทิ ธ์ิ

ภาพ 8 ตวั อยา่ งอุปกรณ์เทคนิค

มารยาทในการเป็นผเู้ ล่นกฬี าเซปกั ตะกรอ้

การเล่นกีฬาเซปกั ตะกรอ้ นอกเหนือจากคณุ สมบัติในด้านทักษะ ความสามารถ
ประสบการณ์ และความสมบูรณท์ างดา้ นร่างกาย ผเู้ ลน่ ตอ้ งคานึงถงึ มารยาทในการเล่นด้วย
เพอื่ ท่ีจะทาใหก้ ารเลน่ ดาเนนิ ไปดว้ ยความเรยี บร้อย ซง่ึ มารยาทของผู้เลน่ กฬี าเซปักตะกรอ้ มีดงั น้ี

1. การตรงต่อเวลา โดยเฉพาะในการแข่งขัน ผู้แข่งขันต้องถึงสนามแข่งขันก่อนเวลา
อย่างน้อย 30 นาที

2. การแตง่ กายควรให้เรียบรอ้ ยและถูกตอ้ งตามระเบียบของการแข่งขัน
3. ควรนาอปุ กรณ์การเล่นไปเอง ไม่ควรหยบิ ยมื ของผอู้ ื่น
4. ควรแสดงออกถงึ อาการยม้ิ แย้มแจม่ ใสอย่เู สมอ ซ่งึ เป็นการแสดงออกถึงความเปน็ ผทู้ ี่
มีมนษุ ยสมั พันธท์ ่ดี ตี ่อคแู่ ข่งขันและผ้ชู ม
5. เมือ่ พบคูแ่ ข่งขนั ควรทักทายกันโดยกล่าว “สวัสดี” ตอ่ กัน
6. ควรแสดงความสภุ าพอ่อนโยนท้ังวาจา และการแสดงออกต่อคู่แข่งขัน ผู้ชม และ
คณะกรรมการ
7. การแสดงออกถึงความเป็นผมู้ ีนา้ ใจนกั กีฬา รแู้ พ้ รูช้ นะ รูอ้ ภัย
8. การชมเชยหรือแสดงความยินดตี ่อคู่แข่งขนั หรอื ผู้เลน่ ทีมเดียวกนั เม่ือเข่าเลน่ ไดด้ ี

14

9. ไม่แสดงอาการ วาจา หรอื ลกั ษณะทา่ ทางดูหมน่ิ เหยียดยาม ทับถมคแู่ ข่งขนั เมื่อเขา
ผดิ พลาด

10. ไม่โต้แยง้ กับคู่แข่งขัน
11. ไมต่ าหนิ หรือต่อว่า ฝา่ ยเดียวกนั เมือ่ เล่นผิดพลาด หรอื ทาลกู เสีย
12. แสดงความเคารพเช่อื ฟังและยอมรับการตดั สนิ ของกรรมการ
13. ควบคุมสติ อารมณข์ องตนเองให้ม่นั คงอยู่เสมอ
14. ระหว่างการแข่งขัน หากจาเป็นต้องหยุดพัก ต้องขออนญุ าตผตู้ ัดสนิ ก่อนทุกครั้ง
15. ไมค่ วรแสดงออกถึงความสนทิ สนมกบั กรรมการผูต้ ัดสินจนเกินไป
16. เปิดโอกาสให้เพือ่ นร่วมทีมได้แสดงฝีมือความสามารถอยา่ งเต็มท่ี
17. ไมค่ วรสูบบุหรห่ี รือเสพของมนึ เมาในขณะเล่น
18. สาหรับการเลน่ เพอ่ื ความสนกุ สนานควรเลน่ กับผเู้ ลน่ ที่มฝี ีมือใกล้เคยี งกัน หรอื ถา้ มี
ความสามารถสงู กวา่ ควรออมฝีมอื และประคองการเล่นใหฝ้ ่ายตรงขา้ มสามารถเลน่ ได้ด้วย
ความสนกุ สนาน
19. ไม่ควรแสดงกรยิ ามารยาทท่ีไม่เหมาะสมในระหว่างทีท่ าการแข่งขนั เชน่ ขากเสมหะ
บ้วนนา้ ลาย หรอื สั่งนา้ มกู
20. ไม่ทงิ้ ขยะ เศษอาหาร ในสนามแข่งขนั
21. ไม่ควรกลา่ ววาจาหยาบคายหรือแสดงอารมณ์ไม่ดี เม่อื ตนเองหรือเพื่อนในทีม
ของตนเล่นผดิ พลาด
22. ระหว่างทตี่ อ้ งรอ หรอื พักการแข่งขนั ควรร้จู กั และสรา้ งความคนุ้ เคยกบั คู่แขง่ ขันบ้าง
23. ไม่ประทว้ งและออกจากการแขง่ ขัน ในขณะที่การแข่งขันยังไมส่ น้ิ สดุ
24. ควรแสดงความมีน้าใจอันดี ด้วยการสง่ ลกู ตะกร้อให้คแู่ ข่งขนั โดยการกลง้ิ ลูกตะกร้อ
ลอดใต้ตาขา่ ย
25. รู้จกั ให้อภยั คู่แข่งขนั เมื่อมกี ารกระทาผิดพลาดเกดิ ขึ้น
26. ในการแขง่ ขันควรเล่นให้เต็มความสามารถของตน
27. มคี วามซ่ือสัตย์ในการเล่น
28. ต้องเคารพเชือ่ ฟงั และปฏิบัติตามคาแนะนาของผูฝ้ กึ สอน
29. รจู้ กั ระวังความปลอดภยั ในการเลน่
30. ไม่หยอกล้อกนั ในขณะที่เล่นหรอื ฝกึ ซ้อม
31. เมอ่ื จบการแขง่ ขนั ควรแสดงความยนิ ดีต่อคู่แขง่ ขนั เมื่อตัวเองเป็นฝา่ ยแพ้ และ
ไมค่ วรแสดงความดใี จมากเกินไปเม่ือตนเองเปน็ ฝ่ายชนะ นอกจากนน้ั ควรแสดงความขอบคณุ
ต่อเจา้ หนา้ ที่ และผู้ตดั สนิ หลงั จากสิน้ สุดการแข่งขนั ทุกครั้ง

15

ความปลอดภัยในการเล่นกีฬาเซปักตะกรอ้

ถึงแมป้ ระโยชน์ของการเล่นกีฬาเซปักตะกร้อจะมีมากมาย แตถ่ า้ หากขาด
ความระมัดระวังหรือความรอบคอบในการเล่นกีฬาแลว้ ก็ย่อมก่อใหเ้ กดิ อันตรายหรอื เกิดการบาดเจบ็
ได้ กีฬาเซปกั ตะกร้อเปน็ กฬี าชนดิ หน่ึงที่ผเู้ ล่นมีโอกาสเกิดอันตราย หรือการบาดเจ็บไดเ้ ช่นเดียวกัน
เห็นได้จากผลการวจิ ัยเร่ืองการบาดเจบ็ และความเจ็บปว่ ยของคณะนักกีฬาและเจา้ หนา้ ท่ีกีฬาซีเกมส์
คร้ังท่ี 15 พบวา่ นกั กีฬาเซปกั ตะกรอ้ เกิดการบาดเจ็บจานวน 3 ราย จากนักกฬี าทุกคน
ประเภทท่ีได้รบั การบาดเจบ็ จานวน 99 คน คดิ เป็นร้อยละ 3.03

ถึงแมว้ า่ เปอรเ์ ซน็ ต์ของการบาดเจบ็ จะต่า แต่ผู้เลน่ ควรคานึงถงึ ความปลอดภยั ในการเล่น
กีฬาเซปักตะกร้อทุกครั้ง ดังนี้

1. แต่งกายใหเ้ หมาะสม รัดกุม ให้สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวก
2. สวมอปุ กรณ์ปอ้ งกันการบาดเจ็บของรา่ งกาย เช่น สนับข้อเท้า สนับเขา่ ผา้ พนั มือ
หรือผา้ โพกศีรษะ
3. ตรวจอปุ กรณแ์ ละสนามท่ีใช้ในการเลน่ หรอื การแข่งขนั ใหเ้ รยี บร้อยเสียก่อน
4. อบอนุ่ ร่างกาย (warm up) กอ่ นการเล่นและผอ่ นคลายร่างกาย (cool down)
หลังการเล่นทุกครง้ั
5. เลน่ ดว้ ยความระมดั ระวัง รอบคอบ และหลกี เล่ยี งการเลน่ ทีเ่ ส่ียงอันตรายหรือการเล่น
ลูกทย่ี ากเกิดขดี ความสามารถของตนเอง
6. เลน่ ตามกฎ กตกิ าและเช่อื ฟังการตัดสินของกรรมการผตู้ ดั สินโดยเครง่ ครัด
7. ไมเ่ ล่นกันหรือหยอกล้อหรอื กลั่นแกลง้ กันในขณะที่มีการเลน่ หรอื แข่งขัน
8. ไมค่ วรเลน่ หกั โหมเกินไป เพราะอาจจะทาใหเ้ กิดอนั ตรายหรือการบาดเจบ็ ได้
9. ไม่ควรเล่นในขณะที่รา่ งกายเกดิ การบาดเจ็บหรือไม่สบาย
10. ขณะเล่นเม่ือรูส้ กึ เหน่ือย หน้ามดื เวยี นศรี ษะ ให้หยุดเลน่ ทนั ที
11. ไมค่ วรเล่นในขณะท่ฝี นกาลังตก หรอื สนามยงั เปยี กอยู่
12. เม่ือมีส่งิ กดี ขวางเข้ามาใกล้หรือในสนาม ควรหยุดเล่นทันที
13. ควรใชค้ าพดู “ปล่อย” หรอื ให้สัญญาณ ในขณะเล่นลูกเกรงใจกัน
14. ฝกึ ทกั ษะให้เกิดความชานาญมากยิง่ ข้ึน
15. เสริมสรา้ งสมรรถภาพทางกายและสภาพจติ ใจให้ดีอยู่เสมอ

16

สรุปท้ายบท

ประวตั ิและวิวฒั นาการของกีฬาเซปกั ตะกร้อ จะเห็นไดว้ า่ กฬี าเซปักตะกร้อได้มบี ทบาท
สาคัญต่อสังคมไทย เปน็ ศิลปะประจาชาติท่แี สดงออกถงึ วัฒนธรรมอันดงี ามของคนไทยแล้วกฬี า
เซปักตะกร้อยังเป็นสว่ นหน่ึงในชวี ิตประจาวนั ของคนไทยที่สามารถเลน่ เพื่อผอ่ นคลายอารมณ์
ตลอดจนสร้างความสัมพนั ธ์อันดใี นหมูค่ ณะ รวมทง้ั เปน็ กีฬาทีต่ ้องใช้ทักษะและกลไกของการ
เคล่อื นไหวของรา่ งกายทุกอวยั วะ ผู้ทีจ่ ะศึกษาเกยี่ วกบั กีฬาเซปกั ตะกร้อจึงจาเป็นจะตอ้ งมคี วามรู้
ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ประวัตแิ ละววิ ัฒนาการ ประโยชน์ อุปกรณ์และส่ิงอานวยความสะดวก
มารยาททดี่ ีของผู้เลน่ และผดู้ ู และความปลอดภัยในการเล่นกฬี าเซปักตะกร้ออย่างถูกต้องเหมาะสม

แบบฝกึ หดั ทา้ ยบท

คาชี้แจง ให้นักศกึ ษาตอบคาถามต่อไปนี้ให้ได้ใจความสมบูรณ์
1. อธิบายประวัตแิ ละวิวัฒนาการของกีฬาเซปักตะกร้อ
2. บอกประโยชนข์ องกีฬาเซปกั ตะกร้อ
3. ยกตวั อยา่ งอุปกรณ์และสิ่งอานวยความสะดวกท่ใี ช้ในการเลน่ กีฬาเซปักตะกร้อ
4. บอกมารยาทในการเป็นผ้เู ลน่ กีฬาเซปักตะกร้อทด่ี ี
5. บอกข้อควรคานึงถึงความปลอดภยั ในการเลน่ ตะกร้อ

เอกสารอา้ งองิ

กมล ตนั กมิ หงษ.์ (2549). การเป็นผูฝ้ กึ สอนและการบริหารทมี . เอกสารประกอบคาบรรยาย
การอบรมสัมมนาเชงิ ปฏบิ ตั ิการการผูฝ้ ึกสอนกีฬาตะกร้อระดับชาตขิ ้นั สงู .
ฝา่ ยพฒั นาบุคลากรกฬี าและทะเบยี น การกีฬาแห่งประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร:
16-25 มถิ นุ ายน 2549.

กรมพลศึกษา. (2539). ออกกาลงั กายและกีฬาเพือ่ สุขภาพสาหรบั ทุกคน. กรุงเทพมหานคร:
โรงพิมพ์ครุ สุ ภาลาดพรา้ ว.

_________. (ม.ป.ป.). วทิ ยาศาสตรก์ ารกีฬาพนื้ ฐาน. กรงุ เทพมหานคร:
กลมุ่ งานพัฒนาวทิ ยาศาสตร์ กองวทิ ยาศาสตร์การกีฬา.

บญุ ยงค์ เกศเทศ. (2539). ศลิ ปการเล่นตะกร้อ. กรุงเทพมหานคร: โอเดยี นสโตร์.
สนั ติวัฒน์ พันทา. (2548). ตะกรอ้ . พิมพ์ครัง้ ท่ี 3. กรงุ เทพมหานคร: สกลนครการพมิ พ์.
สพุ จน์ ปราณ.ี (2544). เอกสารประกอบการสอนวิชาเซปกั ตะกร้อ 1. อดุ รธานี:

วิทยาลัยพลศึกษาจังหวดั อุดรธานี.


Click to View FlipBook Version