53
บทท่ี 3
ทกั ษะพื้นฐานการเล่นกีฬาเซปักตะกรอ้
กฬี าเซปักตะกร้อเปน็ กีฬาชนิดหนง่ึ ทตี่ อ้ งอาศัยทักษะหลาย ๆ อย่างผสมผสานกนั
กบั ระดับความสามารถดา้ นรา่ งกายของผู้ฝึก ได้แก่ ทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานที่ถกู ต้อง ทกั ษะ
การใช้อวยั วะ เชน่ ใชส้ ่วนต่าง ๆ ของเท้า เข่า ศีรษะ ฯลฯ อย่างถกู ต้องพร้อมท้งั จะต้องมี
ความแคลว่ คลอ่ งว่องไว ความเร็ว ความยืดหย่นุ ความแขง็ แรงและความสมดุลของร่างกายผูฝ้ ึก
เนื่องจากการฝกึ นั่นรา่ งกายต้องใช้ทักษะของอวยั วะแทบทุกส่วนของร่างกายมาใชใ้ นการฝกึ รวมท้งั
การมีปฎิภาณไหวพริบ สภาพจติ ใจ และระดบั ของสตปิ ัญญาทีด่ ดี ้วยก็สามารถทาใหก้ ารฝึกกฬี า
เซปกั ตะกร้อบรรลตุ ามจดุ ประสงค์ และฝึกฝนได้อยา่ งปลอดภัย
การสร้างความคุ้นเคยกบั ตะกร้อ
การสร้างความคนุ้ เคยกับตะกรอ้ เปน็ จิตวิทยาอย่างหนงึ่ ทจี่ ะทาให้ผเู้ ล่นไดม้ โี อกาสศึกษา
อปุ กรณ์การเลน่ และสรา้ งความสนใจ เหน็ คุณค่า เกดิ ความพงึ พอใจทีจ่ ะเล่นและฝกึ ฝนจนเกิด
ความเคยชนิ หรอื ความคนุ้ เคยมากข้นึ ตามลาดบั ทาให้ผเู้ ลน่ สามารถฝกึ ฝนเลน่ ตะกรอ้ ได้ดี การสรา้ ง
ความคุ้นเคยกบั ตะกร้อนอกจากจะสมั ผัสดว้ ยมือ เทา้ และอวยั วะอืน่ ท่เี กี่ยวขอ้ งในการเลน่ แลว้
หากสามารถนาผู้เลน่ ไปศึกษาถึงการผลติ ตะกร้อ ตาขา่ ย หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ท่เี กยี่ วข้องกเ็ ปน็
ส่งิ เร้าใจ กระตุ้นใหผ้ ้เู ล่นต้องการจะฝกึ ฝนตะกร้อมากขึ้น
การสร้างความคุ้นเคยกบั การเลน่ ลกู บอลเพ่ือเปน็ การสรา้ งทักษะพื้นฐานในการเล่นกีฬา
วอลเลยบ์ อล จึงสามารถนาทักษะพ้นื ฐานมาประยุกต์ใชก้ ับกีฬาเซปักตะกร้อได้ดงั น้ี
1. การสรา้ งความคนุ้ เคยโดยการเล่นตะกรอ้ คนเดียว โดยการฝึกดงั นี้
1.1 จับลกู ตะกร้อกลง้ิ ไปมาบนมอื ทั้งสองข้าง หรอื บีบจบั ตะกร้อแรง ๆ พร้อมกบั
ใชส้ ายตาเพ่งมองพินิจพจิ ารณาดว้ ยความสนใจและมสี มาธเิ กี่ยวกับรูปรา่ ง ลักษณะและวัสดุทีใ่ ชท้ า
ตะกร้อ
1.2 จับตะกร้อโยนขึ้นไปในอากาศ ใหโ้ ยนในทิศทางตา่ ง ๆ เชน่ โยนไปขา้ งหนา้
ข้างหลัง ข้างซา้ ย ข้างขวา แล้วรีบวง่ิ ไปรับใหท้ นั โดยไม่ให้ตกส่พู ้นื
1.3 จับตะกรอ้ ชูขึ้นขา้ งบนเหนอื ศีรษะแล้วยืดตัวตามจนสุด ดึงตะกร้อกลับสู่
อ้อมอกลกั ษณะทะนุถนอม โดยทาไปดา้ นหน้า ข้างซ้าย-ขวา และด้านหลงั
1.4 จบั ตะกรอ้ ลอดใต้หวา่ งขา ใชม้ อื ทั้งสองรับ-ส่ง ลกั ษณะไขว้เป็นเลขแปด
54
1.5 จับตะกรอ้ โยนขน้ึ แลว้ เลน่ ดว้ ยหลงั เทา้ ข้างเท้าด้านใน เขา่ และศีรษะ
โดยไม่ต้องออกแรงในการเล่นมาก แลว้ ใช้มอื จบั ไว้
1.6 จับตะกร้อ คลึง หรอื เคาะเบา ๆ ทีศ่ ีรษะ เข่า หนา้ เทา้ หลังเท้า ตรงกบั
ตาแหน่งทีใ่ ชเ้ ล่นลกู ตะกร้อ
1.7 เตะตะกร้อดว้ ยเทา้ ขา้ งทถี่ นัดขึน้ สูง แล้ววงิ่ ไปรบั ลูกด้วยมือ
1.8 จับตะกรอ้ โยนแล้วเตะด้วยหน้าเทา้ หลงั เข้า เข่าและศีรษะ โดยไมต่ ้องเตะแรง
แลว้ ใช้มือชว่ ยรับลูกไว้
1.9 นงั่ แลว้ โยนตะกรอ้ ขนึ้ บนอากาศ พรอ้ มกับรบั ตะกร้อด้วยศีรษะ
1.10 นง่ั แลว้ เลย้ี งดว้ ยหนา้ ผากหรอื ศรี ษะ และหลงั เท้า
1.11 นอนหงายใช้เท้าหนบี ตะกร้อ พับตัวใหเ้ อาตะกร้อไปแตะพ้ืนเหนือศรี ษะ
1.12 ยืนหนีบตะกร้อด้วยขอ้ เทา้ แลว้ กระโดดพับเข่าใหต้ ะกร้อลอยข้ึนบนอากาศ
แล้วรบั ดว้ ยข้างลาตัว
1.13 ยนื หนบี ตะกร้อด้วยหน้าเท้าด้านใน แลว้ เดนิ ไปขา้ งหน้าโดยไม่ให้ตะกร้อหลดุ
จากเทา้
1.14 หนบี ตะกร้อไว้ที่ซอกคอกบั หวั ไหล่ แล้วพบั ขาซ้ายไว้ดว้ ยหลงั กระโดด
ขาขวาไปข้างหนา้ โดยไม่ให้ตะกร้อตกสู่พนื้
1.15 เตะตะกร้อด้วยหลังเท้าใหส้ ูงระดับศรี ษะ แลว้ รบั ดว้ ยมอื
2. การสรา้ งความคุน้ เคยโดยการเลน่ ตะกร้อสองคน โดยการฝกึ เล่นดงั นี้
2.1 ยนื หนั หน้าเข้าหากัน รบั สง่ ตะกร้ออ้อมหลังของตนเองเปน็ รปู เลขแปด
2.2 ยืนหันหนา้ เขา้ หากันให้ดันตะกร้อด้วยหนา้ ผากท้ังสองคน มอื ทั้งสองต่างจับ
กนั ไว้ แลว้ กระโดดไปรอบ ๆ พรอ้ มกัน โดยไม่ใหล้ กู ตะกร้อหลดุ
2.3 ยนื หันหลังชนกนั ดันตะกร้อด้วยแผ่นหลัง แลว้ เกยี่ วมือกันไว้ สไลดไ์ ปทาง
ด้านซา้ ยและขวา
2.4 ยืนหนั หลงั ชนกนั รับ-สง่ ตะกร้อข้ามศีรษะ และลอดใต้หวา่ งขาสลบั กนั
2.5 นงั่ โหมง่ ตะกร้อท่เี พอื่ นโยนมาให้ แลว้ ลม้ ตัวลงยดึ พ้ืน 1 คร้ัง แลว้ กลบั สู่
ท่าเดมิ
2.6 ยนื หนั หนา้ เข้าหากัน ระยะห่าง 2 เมตร เตะตะกร้อด้วยเทา้ หรือโหมง่ ด้วย
ศีรษะไปให้เพ่อื นรับด้วยมอื ผลัดกนั สง่ และรบั
2.7 ยืนหันหลังเตะตะกร้อด้วยเท้าหรือโหมง่ ด้วยศรี ษะส่งไปให้เพื่อนท่ยี ืนหนั หน้า
รบั ดว้ ยมอื สลับกันรบั และส่ง
55
2.8 ยนื หนั หนา้ เขา้ หากนั ระยะหา่ ง 2 เมตร ก้มตัวลงให้ลาตวั ขนานกบั พ้นื
รบั และส่งตะกรอ้ ดว้ ยสองมือด้านหลงั ข้ามศรี ษะไปมา
2.9 ยนื หันหนา้ เขา้ หากนั ระยะห่าง 2 เมตร รับและส่งตะกร้อดว้ ยมือลอดใต้
หวา่ งขาซ้ายและขวาสลบั กนั
2.10 ยนื หนั หน้าเขา้ หากนั ระยะหา่ ง 2 เมตร รับและส่งตะกร้อด้วยมือซ้าย
และขวาอ้อมดา้ นหลังข้างลาตัวสลบั กัน
การทรงตัวในการเล่นกีฬาเซปกั ตะกร้อ
การทรงตัวหรือความสมดุล (Balance) ของรา่ งกายในขณะเล่นกฬี าเซปกั ตะกร้อ
มีความสาคญั เป็นอย่างย่งิ เน่ืองจากเป็นกฬี าท่ตี ้องใช้เท้าเตะตะกรอ้ ไม่ให้ตกพืน้ ในแดนตนเองหรอื
บางคร้งั ต้องกระโดดลอยตัวหรอื กลบั ตัวกลางอากาศ ลกั ษณะของการกระโดดการยกขา หรือ
เทา้ ขนึ้ สงู ขณะลอยตวั กลางอากาศ จาเป็นจะต้องมีการทรงตัวทด่ี ี การจดั ระเบียบร่างกายใหถ้ ูกท่า
ทกุ อวัยวะไม่ว่าจะเป็นแขน ขา ลาตัว และศีรษะ จะต้องอย่ใู นท่าท่ีถูกต้องในลักษณะนั้น ๆ และ
การลงสพู่ ื้นจะต้องอยใู่ นท่าที่มั่นคง ไมเ่ อียงหรือเซไปดา้ นใดด้านหนึ่ง หรือเสียหลกั ลม้ ลงพืน้
อาจทาใหเ้ สยี โอกาสในการเล่นเกมอย่างต่อเนอ่ื ง
สง่ิ ที่เปน็ พ้นื ฐานทส่ี ุดในการเล่นตะกร้อก็คอื การเคลอื่ นไหวของรา่ งกายเพ่ือเล่นลูกก่อน
การเคลือ่ นตัวผ้เู ลน่ จะตอ้ งยืนอยใู่ นท่าเตรียมพร้อมเสมอ การเคลือ่ นทเ่ี พ่ือเลน่ ลูกขนั้ พ้นื ฐาน มีดงั นี้
1. การเคลื่อนที่ไปขา้ งหน้า
2. การเคลอ่ื นที่ไปขา้ งหลัง
3. การเคลือ่ นท่ีไปขา้ งซา้ ย
4. การเคลอื่ นท่ีไปข้างขวา
56
ทา่ การทรงตัวในการเล่นทักษะพนื้ ฐานกฬี าเซปักตะกร้อ
ภาพ 42 การทรงตัวการเลน่ ตะกร้อดว้ ยขา้ งเทา้ ด้านใน
ภาพ 43 การทรงตวั การเล่นตะกร้อดว้ ยหลังเท้า
57
ภาพ 44 การทรงตัวการเลน่ ตะกร้อด้วยเขา่
ภาพ 45 การทรงตวั การเล่นตะกร้อด้วยศรี ษะ
58
วิธกี ารควบคุมครอบครองตะกรอ้
การควบคมุ ตะกรอ้ มีวิธีดงั ต่อไปน้ี
1. การควบคุมตะกร้อดว้ ยข้างเทา้ ด้านใน หรือนิยมเรยี กว่าลกู “แป” หรอื ลูก “หนา้
เทา้ ” เปน็ ทักษะพ้ืนฐานที่สาคัญท่สี ุด และเปน็ ทักษะท่ีใชม้ ากที่สดุ ระวา่ งการแขง่ ขัน เป็นการเลน่ ท่ี
ผดิ พลาดน้อยมาก นิยมใช้ในการรับลกู เสิร์ฟ การตงั้ การเสิร์ฟ การต้ังรบั ขณะแข่งขนั ควรฝึกจนเกดิ
ความชานาญทงั้ เทา้ ซา้ ยและเทา้ ขวา จะสามารถควบคุมตะกร้อใหเ้ คล่ือนที่ไปในทิศทางที่ต้องการ
และมีประสิทธิภาพ
2. การควบคุมตะกร้อดว้ ยหลงั เท้า เป็นทักษะพื้นฐานทส่ี าคัญทค่ี วรฝึกใหเ้ กิดความ
ชานาญ สามารถใช้ได้ท้ังเท้าซา้ ยและเท้าขวา ผลจากการฝกึ จะส่งผลให้ผเู้ ล่นมีความเช่ือม่นั ขณะ
นามาใชก้ ารเตะตะกร้อหลังเท้านิยมนามาใช้รบั ลกู เสิร์ฟ ลกู ส้นั หรือลกู พุง่ มีลักษณะตา่
3. การควบคุมตะกร้อดว้ ยศีรษะ เป็นทักษะพ้นื ฐานที่สาคัญและมีประโยชน์มากในเกม
การแขง่ ขนั และเป็นทักษะทีฝ่ กึ ยากทีส่ ดุ ของทักษะพ้นื ฐาน ใช้แกไ้ ขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดใี นเกมรุก
สามารถกาหนดทิศทางได้ และจุดตกได้ค่อยข้างแมน่ ยา จะใชร้ ับลกู เสิร์ฟหรือระหวา่ ง การเล่นท่เี ป็น
ลักษณะพ่งุ เข้าหาตัวในระดบั กลางลาตัว (เอว) ข้ึนไป นอกจากนน้ั ยังนิยมใช้ต้งั ตะกร้อ
4. การควบคุมตะกร้อด้วยเข่า เป็นทกั ษะท่ีมีความสาคญั รองจากข้างเท้าดา้ นใน หลงั เท้า
และศีรษะ มคี วามจาเปน็ ตอ้ งใช้ในยามคับขนั ในการเสิร์ฟ หรือระหว่างการเลน่ ท่ีเปน็ ลกั ษณะพุ่งเข้า
หาตัวในระดบั กลางตวั (เอว) อย่างรวดเรว็ ซึ่งไม่สามารถใชท้ กั ษะอน่ื ได้
การควบคมุ (Control) หมายถึง การบงั คบั โดยสงั่ ใหอ้ วยั วะสว่ นต่าง ๆ ของร่างกาย
เช่น หลังเทา้ หนา้ เทา้ ศรี ษะ และเขา่ ทาหนา้ ทีค่ วบคุมตะกร้อให้เป็นไปตามต้องการ
การควบคมุ ตะกรอ้ เปน็ สง่ิ สาคัญมาก ในการฝึกเล่นตะกร้อขัน้ พนื้ ฐานผูฝ้ กึ จะตอ้ งปฏบิ ตั ิ
ฝึกฝนให้มที ักษะทถ่ี ูกตอ้ งใหไ้ ด้ ซง่ึ ทักษะพ้ืนฐานเกย่ี วกับการควบคุม บังคบั หรือส่งั การใน
ความหมายของการฝึกกีฬาเซปกั ตะกรอ้ ขัน้ ตน้ ไดแ้ ก่
1. การเดาะหรอื การเลยี้ งตะกร้อโดยยืนอยู่กบั ท่ี
1.1 การเดาะหรือการเลย้ี งตะกร้อโดยยืนอยกู่ ับท่ใี นระดับต่า เป็นการเดาะ
ตะกร้อเพยี งเบา ๆ ใหต้ ะกรอ้ เคลอ่ื นท่ีสงู จากอวยั วะที่ใชเ้ ดาะเพียงเลก็ น้อยโดยใชอ้ วัยวะ
ไดแ้ ก่ หลังเท้าดา้ นซา้ ยและขวา ขา้ งดา้ นดา้ นในซา้ ยและขวา เขา่ ซา้ ยและขวา และศรี ษะ
59
ภาพ 46 วิธีการเดาะตะกร้อด้วยหลงั เท้าซ้ายและขวา
ภาพ 47 วธิ กี ารเดาะตะกรอ้ ด้วยขา้ งเทา้ ดา้ นในเทา้ ซ้ายและขวา
60
ภาพ 48 วิธกี ารเดาะตะกรอ้ ด้วยเข่าซา้ ยและขวา
ภาพ 49 วธิ ีการเดาะตะกรอ้ ด้วยศีรษะ
61
1.2 การควบคมุ ตะกร้อโดยยนื อย่กู บั ท่ีในระดับความสูงเกินศรี ษะ เปน็ การควบคุม
ใหต้ ะกร้อเคลื่อนทีโ่ ดยการใช้ขา้ งเท้าด้านใน และสว่ นของศรี ษะ เตะ และโหมง่ ให้ตะกร้อสูงขน้ึ
ในแนวดงิ่ มากกวา่ 1 เมตร (ฝึกเฉพาะทักษะขา้ งเท้าดา้ นในและศรี ษะ)
ภาพ 50 ทา่ ฝกึ ทักษะการเลน่ ตะกร้อดว้ ยขา้ งเทา้ ด้านในสงู ในแนวดง่ิ มากกวา่ 1 เมตร
ภาพ 51 ท่าฝึกทกั ษะการเลน่ ตะกร้อด้วยศีรษะสูงในแนวดงิ่ มากกว่า 1 เมตร
62
1.3 การควบคุมตะกร้อโดยยืนอยู่กับที่ในระดับต่า และระดบั สงู สลบั กนั (ฝกึ เฉพาะ
ทักษะขา้ งเท้าดา้ นใน และขา้ งเทา้ ด้านในกับศีรษะ
(1) (2)
(3) (4)
ภาพ 52 ทา่ ฝึกทักษะการเล่นตะกร้อดว้ ยขา้ งเทา้ ด้านในกบั ศรี ษะ
63
1.4 การควบคมุ ตะกร้อโดยยืนอย่กู บั ที่ เปน็ การควบคุมใหต้ ะกร้อเคล่ือนท่ี
โดยการใชท้ ักษะต่าง ๆ รวมกัน เชน่ หลงั เทา้ กับหน้าเทา้ ข้างเท้าด้านในกับเข่า และข้างเทา้ ด้านใน
กบั ศีรษะ เปน็ ต้น
(1) (2)
ภาพ 53 ทา่ ฝึกทกั ษะการเล่นตะกร้อด้วยหลงั เท้ากับขา้ งเท้าด้านใน
(1) (2)
ภาพ 54 ทา่ ฝกึ ทกั ษะการเลน่ ตะกร้อด้วยขา้ งเทา้ ดา้ นในกบั เขา่
64
1.5 การควบคมุ ตะกร้อโดยยนื อย่กู บั ที่ เป็นการควบคุมให้ตะกร้อเคล่ือนที่
โดยการใช้ทกั ษะรวมกนั ตามข้อ 4 แตผ่ ู้ฝึกมกี ารหมนุ ตัวกลบั ไป-มา ซา้ ย-ขวา
(1) (2) (3) (4)
ภาพ 55 ทา่ ฝกึ ทักษะรวมโดยผู้ฝกึ หมุนตัวไปทางซ้ายและขวา
2. การเดาะหรือการเล้ยี งตะกร้อโดยการเคลือ่ นที่
การเคลอ่ื นท่ี (Movement) ในกฬี าเซปักตะกร้อ หมายถึง การเคล่ือนท่ีของ
ร่างกายอย่างรวดเรว็ ในการเขา้ หาหรอื ถอยหลงั หาจงั หวะตะกร้อ ก่อนที่ตะกร้อจะเขา้ หาตัวหรอื
ก่อนตกสพู่ ้นื
การเคลอ่ื นที่เพ่ือการควบคุมไมใ่ หต้ ะกร้อตกสู่พืน้ ได้นนั้ มลี ักษณะของการเคลอ่ื นที่
จาแนกออกได้ดงั นี้
2.1 การเคล่อื นท่ีเขา้ หาตะกรอ้ เป็นการควบคุมการเคลอ่ื นไหวของรา่ งกาย
ซง่ึ ส่งผลดีต่อการเล่นตะกร้อเปน็ อยา่ งมาก โดยใช้ทิศทางการเคลอ่ื นทีด่ ังนี้
2.1.1 การเคล่ือนที่ไปทางด้านหนา้ หมายถงึ การเคลื่อนท่ีจากทา่ ยืน
เตรียมพร้อมก้าวเท้าซ้ายไปทางดา้ นหนา้ ส้นั ๆ ประมาณครง่ึ กา้ ว ยอ่ เข่าซ้ายและยกขาขวาเตะ
ตะกร้อควรยกแขนซา้ ย เมื่อก้าวเท้าซ้าย เพื่อช่วยการทรงตัว แขนขวาเหยยี ดไปข้างหลังเล็กน้อย
65
(1) (2)
ภาพ 56 ทา่ การเคลื่อนท่ีไปทางด้านหน้า
2.1.2 การเคลอื่ นที่ไปทางด้านหลัง หมายถงึ การเคล่ือนที่จากทา่ ยืน
เตรยี มพร้อม ให้ก้าวเท้าขวาไปทางด้านหลงั ประมาณครง่ึ ก้าว ลากเทา้ ซา้ ยถอยตามเทา้ ขวาเลก็ นอ้ ย
พร้อมย่อเขา่ ซา้ ย ยกเท้าขวาข้ึนเดาะตะกร้อ การทรงตวั ที่ดีควรใชแ้ ขนชว่ ยเหมือนกับการเคลื่อนตวั ไป
ทางด้านหนา้
(1) (2)
ภาพ 57 ท่าการเคล่ือนที่ไปทางด้านหลัง
66
2.1.3 การเคลื่อนท่ีไปทางด้านซา้ ยและขวา หมายถึง การเคลอ่ื นที่จากทา่ ยืน
เตรยี มพร้อมให้ก้าวเท้าซา้ ยเฉียงไปทางซ้าย 1 กา้ ว ก้าวเทา้ ขวาถอยไปขา้ งหลัง ยอ่ เขา่ ซ้ายเตะ
ด้วยเท้าขวา การทรงตัวก็ควรใช้แขนช่วยเช่นเดยี วกับการเคลื่อนทด่ี า้ นหน้าและหลัง ตามองตะกร้อ
ตลอดเวลา สาหรบั การเคลื่อนไหวไปทางดา้ นขวาให้ทาสลบั กัน
(1) (2)
ภาพ 58 การเคลอ่ื นทไี่ ปทางซา้ ย
(1) (2)
ภาพ 59 การเคลือ่ นทไ่ี ปทางขวา
67
2.2 การเคลื่อนทลี่ ักษณะถอยเพื่อหาจงั หวะเล่น ในกรณีทตี่ ะกรอ้ เขา้ หาตัวระดับต่า
หรือสงู จาเปน็ ทีจ่ ะต้องเคล่อื นท่ถี อยหลัง เพ่ือหาจงั หวะในการเล่นตอ่ ไป
ภาพ 60 การเคล่ือนทถี่ อยหลังเพื่อหาจังหวะเล่นตะกร้อระดบั ตา่
ภาพ 61 การเคลอื่ นที่ถอยหลังเพื่อหาจังหวะเล่นตะกร้อระดบั สูง
เทคนิคการรบั ตะกร้อ
การรับตะกรอ้ ก่อนท่ีตะกร้อจะลอยมาถงึ ตวั ผฝู้ กึ และก่อนท่ีจะตกสู่พื้นได้ดีนนั้ จะต้องใช้
ทักษะการเคล่ือนไหวพืน้ ฐานในการเคลือ่ นท่ีได้อย่างแคลว่ คล่อง วอ่ งไว ประกอบกบั ทักษะการใช้
อวัยวะเพื่อรับตะกร้อได้อยา่ งเป็นธรรมชาติ และมปี ระสิทธิภาพ ซ่งึ มีผลอยา่ งยิ่งตอ่ การเล่นเกมให้
ดาเนินตอ่ ไป ควรศึกษาและใชเ้ ทคนคิ การรับตะกร้อ ดังนี้
68
1. สังเกตจดุ ทผี่ ู้ส่งจะสง่ ตะกรอ้ มาหาตนเอง อยตู่ รงดา้ นใด หรือทิศทางใด
2. สงั เกตระดบั ของตะกร้อที่จะพุ่งเข้ามาหาตนเองอยู่ในระดับตา่ ระดบั กลาง หรอื
ระดับสูง
3. จากการสังเกต ข้อท่ี 1 2 ใหผ้ รู้ ับอยูใ่ นทา่ เตรียม หนั หน้าให้ตรงทศิ ทางท่ีคาดว่า
ตะกร้อจะพงุ่ มา
4. สายตาจะต้องจดจ้องมองดูที่ตะกรอ้ ขณะพ่งุ เข้ามาหาตนเองตลอดเวลา จนกระทงั่
ตะกร้อสมั ผสั กับหลังเท้า ขา้ งเท้าด้านใน เข่า หรอื ศีรษะได้ ซ่ึงเรยี กวา่ การควบคุมตะกร้อไวไ้ ด้
โดยการรบั หลังจากนัน้ จงึ เป็นการสง่ ตะกร้อให้ตรงทิศทางหรือเป้าหมายท่ีตอ้ งการ
ภาพ 62 วธิ กี ารรับตะกร้อ
เทคนิคการสง่ ตะกร้อ
เทคนคิ การสง่ ตะกร้อให้ตรงทิศทางหรือเป้าหมายได้อยา่ งแม่นยา จะตอ้ งคานึงถงึ สง่ิ
ต่อไปน้ี
1. ตอ้ งมีความสามารถในการควบคุมบงั คับและการทรงตัวที่ดี
2. ต้องหม่นั สงั เกตทกุ ครั้งวา่ เป้าหมายอยู่ใกลห้ รอื ไกล และทิศทางใด
3. การสง่ ตะกร้อทุกครงั้ จะต้องทาให้ถกู ต้องตามข้ันตอนของทักษะนน้ั ๆ เช่น การเลน่
ดว้ ยข้างเท้าดา้ นในและศรี ษะ และควรใช้ให้เหมาะสมกบั สถานการณน์ ้นั ๆ
4. หากเปา้ หมายอยู่ไกลให้ใชแ้ รงผลกั ดนั ในการส่งตะกร้อมากขน้ึ ให้ถงึ เป้าหมายแต่ลด
ความสูงลง
5. หากเปา้ หมายอยู่ใกล้ให้ผ่อนแรงผลกั ดนั ในการสง่ ตะกร้อนอ้ ยลง แตเ่ นน้ การส่งสูง
เพอื่ ป้องกนั ตะกร้อเลยเป้าหมาย
69
ภาพ 63 วิธีการส่งตะกร้อเมื่อเป้าหมายอยู่ไกลโดยใชเ้ ทา้
ภาพ 64 วธิ ีการส่งตะกร้อเมื่อเป้าหมายอยู่ใกลโ้ ดยใชศ้ ีรษะ
70
เทคนคิ การควบคมุ ตะกร้อ
การควบคุมตะกร้อให้เป็นไปตามความต้องการหรือจดุ ประสงค์ของผู้ฝึกเล่นกีฬา
เซปักตะกร้อไดน้ ้ัน จะต้องใช้การฝกึ ใหเ้ กิดทักษะท่ีถูกต้องเหมาะสม ซง่ึ ต้องอาศยั เวลาที่ยาวนาน
และตอ่ เนื่อง โดยอาศัยองค์ประกอบตา่ ง ๆ เข้ามาเก่ียวข้อง ได้แก่ สมรรถภาพทางกาย การทรงตวั
สมาธิ การจดั ระเบยี บของร่างกายทีด่ ี เปน็ ต้น ซึ่งเทคนิคการควบคมุ ตะกร้อมีองค์ประกอบดงั นี้
1. ตอ้ งมสี มรรถภาพทางด้านร่างกายที่แขง็ แรง สามารถฝึกปฏบิ ตั ิได้อย่างต่อเนื่อง
เป็นระยะเวลาท่ีนานพอ
2. ตอ้ งมกี ารทรงตวั ของรา่ งกายท่ีดี มน่ั คง ไมเ่ สียหลกั ในลกั ษณะชวนเซ ขณะทา
การปฏิบตั ิ
3. ต้องมีสมาธิ ความนิ่ง เงยี บ และความสนใจสูงในขณะปฏบิ ัติ โดยไมห่ นั เหความ
สนใจไปสู่สิ่งอ่ืน
4. จัดระเบยี บความถูกตอ้ งของรา่ งกายได้อย่างเปน็ ธรรมชาติ เช่น แขน ขา ลาตวั
และท่าทาง พร้อมกับค้นหาจังหวะในการสัมผสั ตะกร้อทุกคร้ัง เช่น การยกเทา้ ข้ึนสัมผสั ตะกร้อที่
กาลังตกลงมา จะต้องมจี งั หวะความสมั พันธ์กนั อย่างพอดี เหมาะสม และสมา่ เสมอ
เทคนคิ การเคลือ่ นท่ี
การเคลอื่ นทต่ี ามทศิ ทางตา่ ง ๆ ได้อยา่ งมีประสิทธิภาพในการฝึกกีฬาตะกร้อนน้ั มเี ทคนิค
หรอื วิธีปฏิบัติดังตอ่ ไปน้ี
1. ยนื ในลกั ษณะ “เทา้ เป็น” หมายถึง การยนื ดว้ ยปลายเทา้ โดยไมเ่ กรง็ กลา้ มเนื้อ
2. เคลอ่ื นเท้าดา้ นที่อย่ใู นทิศทางต้องการจะเคลื่อนทน่ี าไปกอ่ น แล้วจึงเคล่ือนเท้า
อีกข้างหนงึ่ ตามไปโดยเรว็ โดยขณะยืนให้เท้าทง้ั สองห่างกันพอสมควร
3. โลน้ ้าหนักตัวไปส่ทู ิศทางที่จะเคลื่อนทไ่ี ป โดยพยายามไม่ให้มีลักษณะถลา ลา้ เกนิ
กวา่ เท้านา จะทาใหเ้ สยี การทรงตัวได้
4. สายตาจับจอ้ งอยูท่ ี่ทิศทางและตะกร้อตลอดเวลา
5. ทา่ และการทรงตัวต้องดแี ละสมั พนั ธก์ นั โดยจะต้องพร้อมทจ่ี ะถ่ายน้าหนักของ
รา่ งกายไปสู่ขานา ให้เปน็ จังหวะเดียวกันกบั การเคลื่อนที่ไปอยา่ งอัตโนมตั ิ
71
สรปุ ทา้ ยบท
เทคนคิ การฝึกเซปักตะกร้อระดบั เบอ้ื งต้น ถือวา่ เปน็ กลยทุ ธห์ รือวธิ ีการอย่างหนึ่งที่ทาให้
ผเู้ รยี นสามารถเรียนได้อยา่ งรวดเร็ว หากไดท้ าการฝกึ ปฏบิ ัตหิ ลาย ๆ คร้งั จะทาให้เกดิ
ความเช่ยี วชาญและชานาญการได้ดี ไม่ว่าจะเปน็ เทคนิคในการควบคุม การเคลื่อนทแ่ี ละทศิ ทาง
ในการรบั -สงู ตะกร้อ การเคล่ือนท่ขี องร่างกายถือเปน็ ทกั ษะท่สี าคัญอย่างหนึ่งในการเล่นกีฬา
เซปักตะกร้อ เพราะผู้ทป่ี ระสบความสาเร็จในการเล่นกีฬาเซปกั ตะกรอ้ ไดด้ ีนน้ั จะต้องอาศัยทักษะ
การเคลอ่ื นทข่ี องร่างกายในทิศทางตา่ ง ๆ เช่น การเคล่ือนทไ่ี ปดา้ นหน้า การเคล่อื นท่ีไปดา้ นขา้ ง
การเคลื่อนที่ถอยหลงั เป็นต้น ฉะนน้ั นกั กีฬาจะต้องฝกึ ทักษะการเคลื่อนทพ่ี น้ื ฐานในการเล่นกฬี า
เซปกั ตะกร้อใหเ้ กดิ ความชานาญเพ่ือช่วยให้การเลน่ กีฬาเซปักตะกร้อได้ดี และเกดิ ประสิทธิภาพใน
การเลน่ มากย่ิงขน้ึ
แบบฝกึ หัดท้ายบท
คาชีแ้ จง ใหน้ กั ศึกษาตอบคาถามต่อไปนใ้ี ห้ได้ใจความสมบูรณ์
1. อธบิ ายการสร้างความคุ้นเคยกับตะกร้อ
2. อธบิ ายการทรงตัวในการเลน่ กฬี าเซปักตะกร้อ
3. บอกเทคนิคการรบั -สง่ ตะกร้อ
4. บอกวธิ ีการควบคุมตะกรอ้ ดว้ ยขา้ งเท้าดา้ นใน
5. บอกเทคนิคการควบคุมตะกร้อมีองค์ประกอบอะไรบา้ ง
เอกสารอา้ งอิง
กลุม่ สง่ เสรมิ และเผยแพร่ ส่วนส่งเสรมิ พลศึกษา สุขภาพและนันทนาการ สานักพฒั นาการพลศกึ ษา
สขุ ภาพและนันทนาการ. (2543). คูม่ อื การฝึกเซปักตะกร้อ. กรุงเทพมหานคร:
กรมพลศึกษา กระทรวงศกึ ษาธิการ.
จรญั ธานรี ัตน์. (2537). ตะกรอ้ และเซปักตะกรอ้ . กรุงเทพมหานคร: มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง.
จไุ รรตั น์ สมสุข. (ม.ป.ป.). เอกสารประกอบการสอนวิชาวอลเลยบ์ อล 1. อดุ รธานี:
วิทยาลยั พลศึกษาจังหวัดอุดรธานี.
สนุ ทร แสงรุ่ง. (2539). ตะกรอ้ . กรงุ เทพมหานคร: วิทยาลยั พลศกึ ษาจังหวดั มหาสารคาม.
สุพจน์ ปราณี. (2549). ตาราการฝึกทักษะเซปกั ตะกร้อ (ระดับพน้ื ฐาน). กรงุ เทพมหานคร:
โอเดียนสโตร์.