The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การรุกและการสกัดกั้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by arisa15012015, 2022-06-05 17:28:44

บทที่ 10

การรุกและการสกัดกั้น

155

บทท่ี 10
การรุกและการสกดั ก้ัน

การรกุ หรอื การทา เปน็ การเล่นเพื่อทาคะแนน ซ่ึงมีความสาคัญมากโดยปกติผูเ้ ล่น
ตาแหน่งตัวทาและผู้เล่นตาแหน่งตวั ตั้งต้องเล่นคูก่ นั และมีความเข้าใจซึง่ กนั และกนั ต้องฝกึ ซ้อม
รว่ มกันจนใหเ้ กดิ ความชานาญ เพ่ือการรุกน้ันจะได้ผลและทีมไดค้ ะแนนดว้ ย

การสกัดก้ันหรือการบลอ็ ก เป็นวธิ ีการทาลายจงั หวะการรุกของฝ่ายตรงข้ามและ
เปน็ การป้องกนั ตะกร้อใหก้ ระดอนกลบั ไปตกลงในเขตแดนของฝา่ ยตรงขา้ มไมส่ ามารถรับได้ ซึ่งเม่ือ
ฝึกซอ้ มจนใหเ้ กดิ ความชานาญจะสามารถสกดั กนั้ การรกุ ของฝา่ ยตรงข้ามได้และจะเปน็ การทาคะแนน
ได้เหมือนกนั

การรุกหรอื การทา

การรุกหรือนิยมเรียกกันวา่ การทาหรือการกระโดดฟาด ซ่ึงจดุ มุง่ หมายของการทา
เพ่ือใหต้ ะกร้อขา้ มตาขา่ ยและตกลงในสนามฝา่ ยตรงข้ามหรือไม่ให้ผ้เู ล่นฝ่ายตรงขา้ มสามารถรบั หรือ
เล่นตะกร้อได้ ในการเลน่ กีฬาเซปักตะกร้อมีวิธีการทาบรเิ วณตาขา่ ยมดี ้วยกนั หลายวธิ ี เช่น การทา
ด้วยศีรษะ (การเขก) การเหยียบ การปาด การกระโดดเตะตะกร้อแบบ ตลี งั กา การกระโดดเตะ
ตะกร้อแบบสลบั หลังหรือซนั แบค็ การกระโดดเตะตะกร้อสลับขา้ ง เปน็ ต้น นักกีฬาเซปักตะกรอ้
ทมี ชาตไิ ทยนยิ มการทาแบบกระโดดเตะตีลงั กามากที่สดุ ซึ่งถือเปน็ เอกลักษณ์การเล่นเซปักตะกร้อ
ของประเทศไทย ส่วนนกั กฬี าเซปักตะกร้อทมี ชาติมาเลเชียท่ีเป็นคแู่ ขง่ ขนั สาคญั ที่สดุ ของทมี ชาติไทย
นิยมการทาแบบกระโดดเตะสลบั หลังหรือซันแบค็ การเลือกวิธที าบรเิ วณตาขา่ ยในการเลน่ กีฬา
เซปักตะกร้อจะข้ึนอยู่กับสถานการณ์ของเกมการเลน่ ในขณะน้นั การทาจะมีประสทิ ธภิ าพขึ้นอยูก่ บั
ปัจจยั หลายอยา่ ง เชน่ ความสามารถของผ้ทู า การชงตะกร้อ การสกัดกนั้ เปน็ การเลน่ ของผเู้ ลน่
ฝ่ายรับ เป็นต้น

ปัจจบุ ันการเล่นหรือการแขง่ ขันกฬี าเซปักตะกร้อท่ีจะเรยี กร้องความสนใจจากคนดูก็อยู่ท่ี
เชิงการกุ หรือการทา หรือยทุ ธวิธีในการรกุ บางทมี อาจจะมีผูร้ ุกหนง่ึ คน แตบ่ างทีมอาจจะมผี ู้รกุ สองคน
แต่ทักษะพน้ื ฐานทีส่ าคัญนีผ้ ้รู กุ อาศยั ความสามารถเฉพาะตัวของผเู้ ลน่ แตล่ ะคนในการรุก ผู้รกุ สามารถ
รกุ ได้รนุ แรงอยู่แลว้ สิ่งทจ่ี าเป็นคือการสอดแทรกเทคนคิ ของการรุกใหม้ าก เพื่อสง่ ผลให้การรกุ ดีข้ึน
จงึ ขอแนะนาข้อปฏบิ ตั ิในการรกุ หรอื ทา ดงั นี้

156

1. จะตอ้ งรีบเคล่ือนท่ตี วั เองไปยงั จดุ รกุ อยา่ งรวดเรว็
2. ในการเคลอ่ื นทนี่ ้นั จะต้องสังเกตดว้ ยวา่ จดุ ในการต้ังลกู นั้นจะง่ายหรือยาก เพื่อจะ
เลอื กจดุ ในการรุกได้
3. จะตอ้ งฝึกการรุกในระยะใกลท้ กุ ๆ จดุ ใหม้ ีความแนน่ อน แมน่ ยาในทิศทาง
4. หากจุดรกุ อยู่ในระยะไกล อย่าขึน้ รุกด้วยความรนุ แรง เพราะโอกาสท่จี ะ
“ฆา่ ตวั ตาย” มีมากจะต้องรุกแบบประคบั ประครองไปกอ่ น
5. ในการรุกแต่ละครงั้ ผ้รู ุกจะต้องชาเลืองมองค่แู ขง่ ขนั ก่อนทกุ คร้งั จะได้รวู้ ่ามี
ความพร้อมในการรับอย่างไร เพื่อจะได้หลบหลีกการรกุ ไดท้ ัน
6. หากไมม่ ีการสกดั กั้น ให้ผู้รกุ รกุ อย่างเต็มท่หี รือรุกไปยงั ที่วา่ ง
7. หากมกี ารสกดั กัน้ ผูร้ ุกจะต้องปฏิบตั ิ ดงั นี้

7.1 รกุ เปน็ มมุ เฉียง
7.2 รุกเบา ๆ
7.3 รกุ โดยการหยอด
7.4 กระโดดรกุ ให้สงู ข้ามผูส้ กัดกนั้
7.5 รกุ ใสต่ วั ผู้สกดั กั้น ในกรณจี ุดรุกอยู่ใกลเ้ ส้นข้าง เพ่ือให้ตะกร้อถูกผสู้ กดั กั้นออก
นอกสนาม
8. หากการตง้ั ตะกร้อใกล้ตาข่ายมาก ใหใ้ ช้วธิ รี ุกทีง่ า่ ยและคลอ่ งตัวในการรุก เพอ่ื ป้องกัน
เทา้ ถกู ตาขา่ ยและเหยียบเสน้ กลาง
9. เม่อื เสร็จส้นิ การรกุ ให้รีบกลับตวั สสู่ ภาพปกตโิ ดยเร็ว เพราะอาจมีโอกาสไดเ้ ลน่ ต่อ
หากการสกัดกัน้ ของคแู่ ข่งขันได้ผล
10. หากมีโอกาสในการรุก ใหร้ ีบรกุ โดยทนั ที ไม่ต้องเสียเวลาให้คนอน่ื คอยตั้งตะกร้อ
แตจ่ ะต้องมีความมน่ั ใจและเด็ดขาดในการรกุ
11. ใหร้ ุกลงบรเิ วณทีว่ า่ ง อยา่ รกุ ลงตรงตัวผเู้ ล่น แตห่ ากเปน็ การรุกด้วยลกู รนุ แรง
จะรุกลงตรงท่ีใดก็ได้ แตจ่ ะต้องหลบหลีกการสกดั กัน้ ให้ดี

การรุกหรือการทาในการเล่นกฬี าเซปกั ตะกรอ้

การรุกหรอื การทาที่นิยมเลน่ กันแบง่ ออกได้ 2 ประเภท คือ
1. การรุกหรือการทาดว้ ยศีรษะ
2. การรกุ หรอื การทาดว้ ยเทา้

157

1. การรุกหรอื การทาดว้ ยศรี ษะ
การรกุ หรอื การทาดว้ ยศรี ษะ หรือการเขก เปน็ พืน้ ฐานของผเู้ ล่นท่ใี ช้ศีรษะทาต้อง

เป็นผู้ทม่ี ีความสามารถสงู พอประมาณ หรือไม่ก็ต้องเปน็ ผู้เล่นที่กระโดดไดส้ ูง สามารถกระโดดลอย
เท้าข้นึ ได้ดจี งึ จะเล่นท่าน้ไี ด้ผล เพราะต้องใชศ้ ีรษะโขกตะกรอ้ ให้ข้ามตาข่ายแลว้ พงุ่ ลงในแดนของ
ฝ่ายตรงขา้ มดว้ ยความแรงและเรว็ จากการใช้ศีรษะรุก ยงั มคี วามจาเป็นที่จะต้องใชเ้ พ่ือแก้ไขปัญหา
เฉพาะหน้า หรือใชเ้ พ่ือทาคะแนนโดยตรงเน่ืองจากการรุกดว้ ยศรี ษะใช้ไดง้ า่ ย สะดวก และคล่องตวั
เพียงแค่กระโดดขึน้ แลว้ ใช้ศรี ษะด้านหน้า ดา้ นขา้ งซา้ ย ขวา โขกตะกร้อข้ามตาข่ายเท่าน้ัน แตไ่ ม่
นิยมนามาเปน็ การรกุ เป็นหลกั เนือ่ งจากมีความรุนแรงน้อย ฝ่ายรับสามารถรับไดง้ ่าย จึงนิยมใชใ้ น
กรณีต่อไปนี้

1.1 จะใชเ้ ฉพาะลกู ที่อย่ใู กลต้ าขา่ ยหรืออยเู่ หนือตาข่าย
1.2 เมอ่ื ผเู้ ล่นตาแหน่งรกุ ตั้งตะกร้อเพ่ือรกุ เอง แตต่ ้ังไม่อยูใ่ นตาแหน่งท่จี ะรุกด้วย
เท้าทถี่ นดั ได้
1.3 เมอื่ มกี ารสกัดกนั้ จากคู่แขง่ ขัน ใช้ศีรษะเลน่ เพ่ือเปลีย่ นทศิ ทาง วิธกี ารฝกึ ผู้ฝึก
จะตอ้ งยนื หนั หน้าเขา้ หาตาขา่ ยหรอื ยืนเฉียงหัวด้านขา้ งจากจดุ ทยี่ นื จะต้องห่างจากจุดรุกอย่างน้อย
3 ก้าว เพอื่ ใชใ้ นการกา้ วกระโดด แลว้ ใช้ศรี ษะด้านขา้ งหากผู้เล่นถนดั ขวากจ็ ะใช้ศรี ษะด้านซ้ายโขก
ตะกร้อ โดยก้มศรี ษะใหต้ ะกร้อพ่งุ ลงในแนวดิ่ง
ข้อควรระมดั ระวงั ในการใช้ศีรษะ คือ อวยั วะส่วนใดส่วนหน่งึ อาจถูกตาข่ายได้ง่าย
หรอื ปลายเท้าในขณะทล่ี งสูพ่ ื้นมักจะเหยยี บเส้นกลาง เพราะการกระโดดเขา้ หาตาข่ายน้ันอาจจะ
หยดุ ไม่ทนั หรือเสียหลักในการทรงตัว การรกุ นั้น นอกจากผู้เลน่ ในตาแหนง่ รกุ จะต้องพบกับ
ความกดดนั ความวิตกกงั วล หรือความไม่มั่นใจในตนเอง

ภาพ 134 การทาดว้ ยศรี ษะ

158
2. การรุกหรอื การทาด้วยเท้า

2.1 การเหยียบ เป็นการรกุ ที่มีประสทิ ธิภาพอยา่ งหน่ึง ผู้เลน่ ทีจ่ ะเลน่ ลกู เหยยี บได้ดี
ต้องมีความสามารถยกเท้าได้สูงกว่าตาขา่ ยพอประมาณ โดยใช้ฝา่ เท้ากดตะกร้อจงึ สามารถเหยยี บได้
ใหผ้ ฝู้ กึ เคลอ่ื นที่เขา้ หาตะกร้อจากการตั้งตะกรอ้ หนา้ ตาข่าย ให้ตรงกบั ตะกรอ้ ในระยะที่สามารถ
เงอื้ เท้า ไดถ้ งึ เมื่อไดจ้ ังหวะใหอ้ อกแรงกดฝา่ เทา้ โดยออกแรงมาจากโคนขา หัวเขา่ และพับข้อเทา้
เป็นแรงเสรมิ อีกแรงหนงึ่ ตะกร้อจะมีวถิ ีพุ่งลงอยา่ งแรงและเร็ว การเหยียบสามารถทาได้ทั้งยนื
เหยียบและกระโดดเหยียบ

ภาพ 135 การเหยยี บตะกร้อ
2.2 การปาด เปน็ การทาหรอื รุกท่ีไดผ้ ลพอประมาณอกี วิธีหนง่ึ เปน็ วธิ กี ารเลน่
ตะกร้อที่อยู่เหนือตาขา่ ยและคอ่ นข้างชดิ ตาขา่ ยและไม่สามารถเลน่ ดว้ ยวธิ ีอ่นื ๆ วธิ ีการฝกึ ผูฝ้ กึ โยน
ตะกร้อใหผ้ ตู้ ง้ั ผู้ตัง้ ตั้งให้สงู กว่าตาขา่ ย ผ้ฝู ึกเคลือ่ นที่เข้าหาตะกร้อระยะทางพอประมาณ กระโดดขึ้น
ด้วยเท้าทัง้ สอง เหว่ยี งขาที่ถนดั เปน็ วงจากด้านข้างไปด้านหนา้ โดยออกแรงจากสะโพก โคนขาและ
หัวเขา่ ทจ่ี ะใช้ปาดขึ้นใหส้ ูง ให้ช่วงปลายเท้ากระทบตะกร้อ ตะกร้อจะพุ่งขา้ มตาขา่ ยลงพน้ื อย่าง
แรงและเรว็

159

ภาพ 136 การปาดตะกร้อ
2.3 การกระโดดเตะสลับเท้า เนือ่ งจากผเู้ ล่นมักจะหันหลังให้ตาข่ายแล้วกระโดด
สลับเทา้ ด้วยเทา้ ท่ถี นดั โดยการเตะเทา้ ทไ่ี ม่ถนดั นาไปก่อน แลว้ ค่อยใช้เท้าทถี่ นดั เตะตะกรอ้ กลาง
อากาศ ลกั ษณะการเตะสลบั เท้านั้น จะกระโดดลอยตัวสูงมาก และฉีกขาได้กว้าง จดุ เตะจะอยู่สูง
การลงสู่พน้ื จะเรียบงา่ ยไมล่ าบากและสามารถกลบั ตัวได้อย่างรวดเรว็ สาหรับทา่ กระโดดเตะสลบั เท้า
ส่วนมากมักจะใชใ้ นการรุกทผี่ ู้ตง้ั ตัง้ ตะกร้อไปทางด้านข้างเพอื่ หลอกฝ่ายตรงขา้ ม หรอื หลบหลีก
การสกดั ก้นั หรือผ้ตู ัง้ ต้งั ตะกร้อไม่ตรงจุดที่ผูร้ ุก จึงใช้เลน่ สาหรับแก้ไขปัญหาในเชงิ ของการรกุ

ภาพ 137 การกระโดดเตะสลับเทา้

160
2.4 การฟาด เปน็ การรุกหรือการทาทีม่ ปี ระสิทธิภาพ และนิยมเลน่ กันมาก เพราะ
เปน็ การรกุ ที่สามารถกระทาอยา่ งเต็มแรง ตะกร้อจะพุ่งลงอยา่ งแรงและเร็ว การฟาดเป็นการใช้
บริเวณเหนอื โคนนิว้ เท้าเตะตะกร้อ ซง่ึ มีหลายลกั ษณะ ดงั น้ี

2.4.1 การกระโดดตีลงั กาฟาด
2.4.2 การกระโดดฟาด
2.4.3 การยนื ฟาด

ภาพ 138 การกระโดดฟาด

แบบฝกึ การรกุ หรอื การทาในการเล่นกฬี าเซปกั ตะกรอ้

1. แบบฝกึ การรกุ หรือการทาดว้ ยศีรษะ
1.1 แบบฝึกท่ี 1 การรกุ หรือการทาด้วยศรี ษะทา่ เปล่า
วิธีปฏิบัติ
1.1.1 ผู้เล่นยนื อยใู่ นทา่ เตรียมพร้อมในสนามบรเิ วณหนา้ ตาข่ายตะกร้อ
1.1.2 ผู้เล่นกระโดดลอยตัวใหส้ งู ในอากาศ ใชศ้ ีรษะดา้ นซ้าย ดา้ นขวา

เลน่ ตะกร้อด้วยศรี ษะ (รกุ ดว้ ยศรี ษะ) ตามถนดั
1.1.3 ฝกึ ปฏิบัตซิ า้ กัน 3 เท่ียว ๆ ละ 10 ครัง้

161

(1) (2) (3)

ภาพ 139 การรกุ หรือการทาด้วยศรี ษะท่าเปล่า

1.2 แบบฝึกท่ี 2 การรุกหรือการทาด้วยศีรษะประกอบตะกร้อ
วธิ ปี ฏิบัติ
1.2.1 ผู้เลน่ ยนื อยใู่ นทา่ เตรียมพร้อมในสนามบริเวณหน้าตาข่ายตะกร้อ

มือถือตะกร้อ
1.2.2 ผเู้ ลน่ โยนตะกรอ้ สงู เหนอื ตาข่าย พร้อมกระโดดลอยขน้ึ เล่นตะกร้อดว้ ย

ศรี ษะด้านซา้ ย ด้านขวา ให้ตะกร้อขา้ มตาข่ายตามตนเองถนัด
1.2.3 ฝกึ ปฏิบัตซิ า้ กนั 3 เท่ยี ว ๆ ละ 10 คร้งั

(1) (2) (3)
ภาพ 140 การรกุ หรือการทาด้วยศีรษะประกอบตะกร้อ

162
1.3 แบบฝึกที่ 3 การรกุ หรือการทาดว้ ยศีรษะ

วิธีปฏิบัติ
1.3.1 ผู้เลน่ ยนื อยู่ในท่าเตรียมพร้อมในสนามบรเิ วณ ห่างจากตาข่ายประมาณ
0.5-1 เมตร มอื ถือตะกร้อ
1.3.2 ผ้เู ล่นโยนตะกรอ้ แลว้ ตั้งหรือชงตะกร้อดว้ ยข้างเท้าด้านใน 1 ครง้ั
ให้ตะกร้อสูงเหนือตาข่าย ผ้เู ลน่ กระโดดรกุ ดว้ ยศรี ษะ ด้านซ้าย ดา้ นขวา ใหต้ ะกรอ้ ขา้ มตาข่าย
ลงในสนาม
1.3.3 ฝึกปฏบิ ตั ิซา้ กนั 3 เท่ียว ๆ ละ 10 ครั้ง

(1) (2)

(3) (4)
ภาพ 141 การรุกหรือการทาด้วยศรี ษะ

163
2. แบบฝึกการเหยียม

2.1 แบบฝึกที่ 1 การเหยียบดว้ ยทา่ เปล่า
วิธีปฏบิ ตั ิ
2.1.1 ผู้เล่นยืนอย่ใู นทา่ เตรียมพร้อมในสนาม ยืนห่างจากตาข่ายประมาณ

0.5 เมตร บรเิ วณหน้าตาข่ายตะกร้อ
2.1.2 ผู้เล่นยกเทา้ ข้างถนัดใหส้ งู กวา่ ตาขา่ ยพอประมาณ แลว้ กดฝา่ เทา้ ลง

โดยออกแรงมากโคนขา หัวเข่า และพบั ข้อเท้า
2.1.3 ฝกึ ปฏบิ ตั ิซ้ากัน 3 เที่ยว ๆ ละ 10 ครง้ั

(1) (2)
ภาพ 142 การเหยยี บด้วยท่าเปล่า

2.2 แบบฝึกที่ 2 การเหยียบประกอบตะกร้อ
วธิ ีปฏบิ ัติ
2.2.1 ผูเ้ ล่นยนื อยใู่ นทา่ เตรียมพร้อมในสนาม หา่ งจากตาข่ายประมาณ

0.5 เมตร มอื ถือตะกร้อ
2.2.2 ผู้เลน่ โยนตะกร้อขึน้ สูงเหนือตาข่าย พรอ้ มยกเท้าข้างถนัดมาเหยียบ

ตะกร้อให้ตะกร้อขา้ มตาขา่ ยลงในสนาม
2.2.3 ฝึกปฏบิ ัติซา้ กัน 3 เที่ยว ๆ ละ 10 ครั้ง

164

(1) (2)

(3)
ภาพ 143 การเหยียบประกอบตะกร้อ
2.3 แบบฝกึ ท่ี 3 การเหยียบประกอบตะกร้อ
วิธปี ฏบิ ัติ
2.3.1 ผู้เล่นยนื อยูใ่ นทา่ เตรียมพรอ้ มในสนาม ห่างจากตาข่ายประมาณ
0.5 เมตร มอื ถือตะกร้อ
2.3.2 ผเู้ ลน่ โยนตะกรอ้ แลว้ ตงั้ หรือชงตะกรอ้ ด้วยข้างเท้าด้านใน 1 ครัง้
ให้ตะกร้อลอยขึ้นสูงเหนือตาข่าย ผ้เู ล่นยกเท้าขา้ งถนดั ขน้ึ มาเหยยี บตะกร้อใหต้ ะกร้อขา้ มตาข่าย
ลงในสนาม
2.3.3 ฝึกปฏบิ ตั ิซา้ กนั 3 เท่ียว ๆ ละ 10 ครัง้

165

(1) (2)

(3) (4)
ภาพ 144 การเหยยี บประกอบตะกร้อ

3. แบบฝึกการปาด
3.1 แบบฝกึ ที่ 1 การปาดดว้ ยท่าเปลา่
วธิ ปี ฏบิ ตั ิ
3.1.1 ผ้เู ล่นยืนอย่ใู นท่าเตรียมพร้อมหันหนา้ เขา้ หาตาข่ายในสนามค่อนขา้ งชดิ

ตาขา่ ย
3.1.2 ผเู้ ล่นกระโดดขนึ้ ด้วยเท้าท้งั สอง เหว่ยี งขาท่ีถนดั เป็นวงจากดา้ นขา้ งไป

ด้านหนา้ โดยออกแรงจากสะโพก โคนขา และเข่า ให้ฝา่ เท้าชว่ งปลายเทา้ เปน็ จดุ ท่ีสมั ผัสตะกร้อ
สูงกวา่ ตาขา่ ย

3.1.3 ฝกึ ปฏบิ ตั ซิ ้ากนั 3 เท่ียว ๆ ละ 10 คร้ัง

166

(1) (2)

(3)
ภาพ 145 การปาดดว้ ยท่าเปล่า
3.2 แบบฝกึ ท่ี 2 การปาดประกอบตะกรอ้
วิธปี ฏิบัติ
3.2.1 ผู้เล่นยนื อยใู่ นท่าเตรียมพร้อมในสนามคอ่ นข้างชิดตาขา่ ย มือถือตะกรอ้
3.2.2 ผเู้ ล่นโยนตะกรอ้ สงู เหนอื ตาขา่ ยออกด้านข้างเท้าท่ถี นัดประมาณ 1
ช่วง แลว้ เหวย่ี งขาขา้ งทถ่ี นดั เป็นวงจากด้านข้างไปดา้ นหน้า ไปปาดตะกรอ้ ดว้ ยฝ่าเท้า
3.2.3 ให้ตะกรอ้ พ่งุ ขา้ มตาข่ายลงในสนามอยา่ งเรว็ และแรง ฝกึ ปฏบิ ตั ซิ า้ กัน
3 เทยี่ ว ๆ ละ 10 ครั้ง

167

(1) (2)

(3)
ภาพ 146 การปาดประกอบตะกร้อ
4. แบบฝึกการกระโดดเตะสลับหลัง
4.1 แบบฝึกท่ี 1 การกระโดดเตะสลับหลังท่าเปลา่
วิธปี ฏบิ ตั ิ
4.1.1 ผเู้ ล่นยืนอย่ใู นท่าเตรียมพรอ้ มในสนามหันหลังให้ตาขา่ ย ห่างจากตาขา่ ย
ประมาณ 0.5 เมตร
4.1.2 ผเู้ ล่นกระโดดสลบั เทา้ โดยยกเทา้ เตะท่ไี ม่ถนดั นาไปก่อน แล้วคอ่ ยใช้
เท้าทถ่ี นดั เตะสลับใหส้ งู ท่สี ดุ
4.1.3 ฝกึ ปฏิบตั ซิ ้ากนั 3 เที่ยว ๆ ละ 10 คร้ัง

168

(1) (2)

(3)
ภาพ 147 การกระโดดเตะสลับหลังท่าเปลา่

169
4.2 แบบฝึกท่ี 2 การกระโดดเตะสลบั หลงั ประกอบตะกรอ้

วธิ ีปฏบิ ัติ
4.2.1 ผ้เู ล่นยืนอยใู่ นทา่ เตรียมพรอ้ มในสนามหนั หลังใหต้ าข่าย ห่างจากตาขา่ ย
ประมาณ 0.5 เมตร มอื ถือตะกร้อ
4.2.2 ผ้เู ล่นโยนตะกรอ้ ขึ้นข้างหนา้ ผ้เู ลน่ ระดบั ความสงู เหนอื ศีรษะ พร้อมทั้ง
กระโดดสลบั เทา้ โดยการเตะเท้าทีไ่ ม่ถนดั นาไปก่อน แล้วค่อยใช้เท้าท่ีถนดั เตะตะกร้อที่กาลังลอย
กลางอากาศ ใหต้ ะกร้อข้ามตาข่าย
4.2.3 ฝึกปฏิบตั ซิ า้ กนั 3 เที่ยว ๆ ละ 10 คร้ัง

(1) (2)

(3) (4)
ภาพ 148 การกระโดดเตะสลับหลงั ประกอบตะกร้อ

170

การสกัดกน้ั หรือการบลอ็ ก

การสกัดกนั้ หรือนิยมเรียกกันว่า การบลอ็ ก เปน็ การเล่นของฝ่ายรับโดยการบล็อก
ตะกร้อบรเิ วณเหนือตาข่ายจากการรุกหรือการทาหรอื การกระโดดเตะตะกร้อแบบตา่ ง ๆ ของ
ฝา่ ยรุก เพอื่ ไม่ใหต้ ะกร้อขา้ มตาข่ายลงในสนามของฝา่ ยรบั และกดดันการเลน่ ตะกร้อของฝ่ายรุก
ซ่งึ การสกัดกั้นหรือการบลอ็ กในการเล่นกีฬาเซปักตะกรอ้ มลี ักษณะ ดังน้ี

1. การสกัดกนั้ หรอื การบลอ็ กด้วยศรี ษะ
การสกัดก้ันหรือการบล็อกด้วยศรี ษะ คือ การกระโดดใช้ศีรษะบริเวณดา้ นบน

สกัดก้ันหรือการบล็อกการรุกของฝา่ ยตรงขา้ ม นิยมใช้กบั การรกุ ใกลต้ าขา่ ย หรือลูกที่อยเู่ หนือ
ตาขา่ ย โดยระมดั ระวงั ไม่ให้อวัยวะส่วนของศีรษะยนื่ ข้ามตาขา่ ยไมว่ ่าจะเปน็ การตดิ ตามตะกร้อหรือ
การสกดั กัน้ จะถือว่าเป็นการล่วงลา้ เขา้ ไปเลน่ ในแดนของฝ่ายตรงกนั ขา้ ม ซง่ึ ผิดกติกาการเลน่ หรือ
การแข่งขนั

1.1 การฝึกการสกดั กัน้ หรอื การบล็อกด้วยศรี ษะ
1.1.1 ยืนตรงหันหน้าเขา้ หาตาข่าย อยา่ ใหร้ ่างกายชิดตาขา่ ยมากเกนิ ไป
1.1.2 กระโดดลอยตัวขน้ึ ตรง ๆ ด้วยเท้าทั้งสองข้าง แขนขา้ งกางออกเล็กน้อย

เพื่อการทรงตวั
1.1.3 กม้ ศีรษะ เก็บใบหน้า ให้บริเวณดา้ นบนของศีรษะตงั้ เป็นแผงรบั การรุก

ของฝา่ ยตรงข้าม โดยไมต่ ้องหลบั ตา
1.1.4 ระวังอย่าให้ศีรษะยืน่ ขา้ มตาข่าย และสว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกายถูกตาขา่ ย

หรือเหยียบเส้นแบ่งแดนกลาง
1.1.5 ใหฝ้ ึกเคลอื่ นตัวไปทั้งด้านซ้ายและขวา โดยสไลดเ์ ท้า 2-3 ก้าว

แลว้ กระโดดขึ้นบล็อกตลอดแนวของตาขา่ ย
1.2 ขอ้ ดีของการสกัดกั้นดว้ ยศรี ษะ
เหมาะสาหรับใชก้ บั การสกดั กัน้ การรุกที่เกิดข้นึ ใกล้ ๆ กบั ตาขา่ ยไม่เกนิ

1 เมตร หรืออยเู่ หนือตาขา่ ยท่กี าลงั จะล้นข้ามตาขา่ ยเท่าน้ัน และสามารถกระโดดข้นึ บล็อกได้
โดยทนั ที ไมต่ ้องเตรียมตวั มากนกั

1.3 ข้อเสียของการสกัดกั้นดว้ ยศีรษะ
หากไม่ระมัดระวงั หรือบล็อกไม่ถูกวิธีอาจเกดิ อนั ตรายได้และใช้กับการรุกท่ีไกล

จากตาข่าย 1 เมตรขึ้นไป มกั จะไม่คอ่ ยเป็นผลเนื่องจากพืน้ ทีบ่ ริเวณท่ีใช้บลอ็ กคอื ศรี ษะมบี รเิ วณ
สว่ นความกวา้ งทีจ่ ะใชน้ ้อย จะตอ้ งพยายามข้ึนบล็อกให้มจี ังหวะท่สี มั พันธ์กับการขน้ึ รกุ เทา่ น้ัน
จงึ จะมีผล

171

ภาพ 149 การสกัดกน้ั ดว้ ยศีรษะ

2. การสกดั กน้ั หรอื การบลอ็ กดว้ ยแผ่นหลัง
การสกัดก้นั ด้วยแผ่นหลัง คือ การกระโดดข้ึนสกดั กน้ั หรือการบลอ็ กตรง ๆ หรือ

เอียงตัวโดยใชบ้ ริเวณสว่ นของแผ่นหลังสกดั กัน้ การรุกของคู่แขง่ ขนั การบล็อกด้วยแผ่นหลัง มีวธิ ีการ
ขนึ้ บลอ็ ก 2 วธิ ี คอื

2.1 การฝกึ การสกดั กั้นด้วยแผ่นหลังแบบตวั ตรง
2.1.1 ยนื หันหลังเข้าหาตาข่าย แตอ่ ยา่ ใหช้ ิดตาขา่ ยมากเกินไป
2.1.2 กระโดดลอยตวั ดว้ ยเทา้ ทง้ั สองข้างใหแ้ ผ่นหลังอยสู่ ูงเหนอื ตาข่าย
2.1.3 เกบ็ แขนทั้งสองขา้ งให้ดี หรอื กางออกดา้ นข้างเลก็ น้อยเพ่ือการทรงตวั
2.1.4 ฝกึ เคล่ือนตวั ไปทั้งด้านซา้ ยและขวา โดยสไลดเ์ ท้า 2-3 ก้าว

แล้วกระโดดขน้ึ บล็อกตลอดแนวตาข่าย
2.2 การฝึกการสกัดกนั้ หรอื การบลอ็ กดว้ ยหลงั แบบตัวเอียง
2.2.1 ยนื หันด้านลกั ษณะเฉยี งข้างทไ่ี ม่ถนัดทามุมกับตาข่าย
2.2.2 กระโดดลอยตัวด้วยเทา้ ทีถ่ นดั เอยี งตวั ไปทางด้านซา้ ยหรือขวา

ตามความถนดั ใหแ้ ผ่นหลังอยู่เหนอื ตาขา่ ย
2.2.3 แขนท้งั สองข้างยกขึ้นประสานไว้ที่ท้ายทอย
2.2.4 เก็บใบหนา้ แนบชดิ กับไหล่ โดยไมต่ อ้ งหลบั ตา
2.2.5 ฝกึ เคล่ือนตัวเฉพาะข้างทต่ี นถนัด โดยสไลดเ์ ทา้ 2-3 กา้ ว แล้วกระโดดขึ้น

บล็อกตลอดแนวตาขา่ ย

172

ภาพ 150 การสกดั กนั้ หรือการบล็อกด้วยแผน่ หลัง

2.3 ข้อดสี าหรับการสกัดกนั้ ด้วยแผน่ หลงั
เหมาะสาหรับการสกัดกนั้ หรือการบล็อกกับการรุกที่อยูใ่ กลต้ าข่ายและการรกุ

นอกสนามบรเิ วณเสาที่ 1 และเสาที่ 2 สามารถทาการขึ้นบลอ็ กได้โดยทนั ที
2.4 ข้อเสียสาหรับการสกัดกนั้ ดว้ ยแผน่ หลัง
การกระโดดขน้ึ สกัดก้นั ดว้ ยวิธีน้ี ต้องหนั ด้านหลังให้กับตาขา่ ยย่อมมโี อกาสทา

ให้สว่ นต่าง ๆ ของรา่ งกาย และเสอื้ ผา้ มีโอกาสถูกตาข่าย เพราะจังหวะท่ีกระโดดและโน้มเอียงตวั ไป
เลียบตาขา่ ย และจงั หวะทีล่ งสพู่ ้นื อาจทาให้เสียการทรงตัว ทาใหร้ า่ งกายและเสอื้ ผ้าครูดกบั ตาขา่ ย
ดงั นั้น จะต้องฝกึ การกระโดดขน้ึ ลอยตัวและการลงสู่พืน้ ให้มีความชานาญนาไปใชไ้ ดโ้ ดยไมผ่ ดิ กติกา

3. การสกดั ก้นั หรือการบล็อกดว้ ยลาตัวและขา
การสกดั ก้นั ด้วยลาตวั และขา เป็นการสกดั ก้ันที่ได้รบั ความนิยมมากที่สดุ โดยใช้

สกดั ก้นั การรุกทีเ่ ปน็ การทาหลกั เนอื่ งจากสามารถสกัดก้นั ได้ทัง้ ในการรกุ ระยะใกล้ และระยะกลาง
สนาม ภายในเขตการรุกไม่เกินเส้นสมมติ หรอื เรยี กว่า เขตหวังผล ประสิทธภิ าพของการบล็อก
สกัดกัน้ ด้วยวิธนี ้สี ามารถปดิ ก้ันทิศทางของการรุกได้มากกว่าการกสกัดก้นั ดว้ ยวธิ ที ี่ 1 และ 2
เพราะการสกัดกั้นดว้ ยวธิ นี ้เี ปน็ การกระโดดขึน้ สกัดกัน้ โดยใชอ้ วยั วะเกอื บทกุ สว่ นของรา่ งกาย เช่น
ลาตัว สะโพก ตน้ ขา้ ตลอดจนถึงปลายเท้า (ข้างท่ีถนดั ) ขนานตามแนวตาขา่ ย ซึ่งจะทาใหผ้ ล
การสกัดก้ันมคี วามเปน็ ไปไดส้ ูง ประกอบกบั ต้องเรียนรู้จังหวะในการกระโดดข้นึ เพอื่ ให้มี
ความสัมพันธ์เปน็ จงั หวะเดยี วกันกับการรุกกจ็ ะทาใหก้ ารสกัดก้ันหรอื การบล็อกนั้นไดผ้ ล

173
3.1 การฝกึ การสกัดก้ันหรือบลอ็ กด้วยลาตวั และขา มีดังนี้

3.1.1 ผู้เลน่ หันด้านข้างท่ตี นเองถนัดเขา้ หาตาขา่ ยห่างจากตาข่ายโดยประมาณ
20 เซนติเมตร

3.1.2 การฝกึ กระโดดให้ใชเ้ ท้าขา้ งที่ไม่ถนดั ก้าวไปข้างหน้า 1 ก้าว พรอ้ มกับ
กระโดดยกตัวใหล้ อยสงู เหนือตาข่าย เหยยี ดลาตัว ต้นขาและปลายเทา้ ให้ขนานกับดา้ นบนของ
ตาข่าย

3.1.3 เหยยี ดแขนดา้ นทถี่ นัดขนานแนบกับลาตัว หรอื งอพับเก็บบริเวณ
หนา้ ท้อง ยกงอพับขน้ึ มาปิดบังบริเวณใบหน้าดา้ นขา้ งเพือ่ ปอ้ งกันอันตรายและอย่าหลับตาในขณะขนึ้
บล็อก

3.1.4 เม่อื การบล็อกเสร็จส้นิ ใหใ้ ช้เท้าขา้ งที่ไมถ่ นดั ก้าวลงสพู่ ้นื ก่อน
3.1.5 ระวงั อยา่ ให้อวยั วะสว่ นใดส่วนหนงึ่ ของร่างกายขา้ มตาขา่ ยไปในแดน
ของคู่แข่งขัน โดยเฉพาะสว่ นปลายเท้าซง่ึ มักจะข้าไปเสมอ และระวังอย่าให้ถูกตาข่ายและเหยยี บ
เสน้ กลาง
3.1.6 ใหผ้ ูฝ้ ึกพยายามฝกึ กระโดดขึน้ บลอ็ กไปตลอดแนวของตาข่าย จดั ระเบียบ
ของร่างกายให้เรยี บร้อยและถูกต้อง พยายามฝึกยกตัวเองใหส้ งู กว่าขอบตาขา่ ยดา้ นบนทุกครั้ง

ภาพ 151 การสกดั ก้ันหรือการบล็อกด้วยลาตวั และขา

174

แบบฝกึ การสกัดกัน้ หรือการบล็อกในกีฬาเซปกั ตะกร้อ

1. แบบฝึกการสกัดกนั้ หรือการบลอ็ กด้วยศรี ษะ
1.1 แบบฝกึ ที่ 1 การสกดั กัน้ หรอื การบลอ็ กด้วยศรี ษะท่าเปล่า
วิธีปฏิบัติ
1.1.1 ผู้เลน่ ยนื อยใู่ นทา่ เตรียมพร้อมในสนาม หนั หนา้ เข้าหาตาข่ายค่อนขา้ งชดิ

ตาขา่ ย
1.1.2 ผ้ฝู ึกให้สัญญาณผเู้ ลน่ เคลือ่ นที่ไปด้านซ้ายและขวา โดยการสไลดเ์ ท้า

2-3 กา้ ว แลว้ กระโดดลอยตัวขึน้ ตรง ๆ ดว้ ยเท้าทง้ั สองข้าง แขนกางออกเลก็ น้อยเพ่อื การทรงตัว
1.1.3 ผเู้ ล่นกม้ ศรี ษะ เก็บใบหน้า ให้บริเวณด้านบนของศีรษะเปน็ แผงรับการ

รกุ ของฝา่ ยตรงขา้ ม โดยไมต่ ้องหลบั ตา
1.1.4 ฝกึ ปฏิบตั ิซ้ากนั 3 เทยี่ ว ๆ ละ 10 ครัง้

(1) (2)
ภาพ 152 การสกดั ก้นั หรือการบล็อกดว้ ยศีรษะท่าเปล่า

175
1.2 แบบฝึกที่ 2 การสกดั ก้นั หรอื การบล็อกดว้ ยศรี ษะประกอบตะกรอ้

วิธปี ฏบิ ตั ิ
1.2.1 ผูเ้ ล่นยืนอยใู่ นท่าเตรียมพรอ้ มในสนาม หนั หน้าเข้าหาตาขา่ ยค่อนขา้ งชดิ
ตาขา่ ย
1.2.2 ผฝู้ ึกถือตะกร้ออยใู่ นสนามตรงขา้ มผู้เล่น และให้สัญญาณผเู้ ล่นกระโดด
ลอยตัวขน้ึ ตรง ดว้ ยเท้าทั้งสองข้าง แขนกางออกเลก็ น้อย เพอื่ การทรงตัว
1.2.3 ผฝู้ กึ โยนตะกร้อลกั ษณะจะขา้ มตาขา่ ย ผเู้ ล่นกม้ ศีรษะ เก็บใบหน้าให้
บริเวณด้านบนของศรี ษะเปน็ แผงรับและสกัดก้นั การรุกของฝ่ายตรงข้าม โดยไมต่ ้องหลบั ตา
1.2.4 ฝกึ ปฏิบตั ซิ ้ากนั 3 เทยี่ ว ๆ ละ 10 ครั้ง

(1) (2)

(3) (4)
ภาพ 153 การสกดั กัน้ หรอื การบล็อกดว้ ยศรี ษะประกอบตะกร้อ

176
2. แบบฝกึ การสกดั กัน้ หรอื การบลอ็ กด้วยแผน่ หลัง

2.1 แบบฝกึ ท่ี 1 การสกดั กนั้ หรือการบลอ็ กด้วยแผน่ หลังทา่ เปล่า
วธิ ปี ฏบิ ัติ
2.1.1 ผู้เล่นยนื อยู่ในทา่ เตรียมพรอ้ มในสนาม ยืนหนั หลังเข้าหาตาขา่ ย

อยา่ ให้ชดิ ตาข่ายมากเกินไป
2.1.2 ผ้ฝู กึ ยนื ในสนามตรงข้ามผเู้ ลน่ ใหส้ ญั ญาณผู้เล่นกระโดดลอยตัว

ด้วยเทา้ ทง้ั สองให้แผน่ หลังอยู่เหนอื ตาข่าย
2.1.3 ผ้เู ลน่ เก็บแขนท้งั สองข้างใหด้ ี หรือกางออกเลก็ น้อยเพอื่ การทรงตวั
2.1.4 ผู้เล่นฝึกเคล่ือนท่ีไปทั้งดา้ นซา้ ยและขวา โดยการสไลด์เท้า 2-3 กา้ ว

แล้วกระโดดข้นึ บล็อกตลอดแนวตาขา่ ย
2.1.5 ฝึกปฏิบตั ิซ้ากัน 3 เทยี่ ว ๆ ละ 10 คร้งั

(1) (2)

(3) (4)
ภาพ 154 การสกดั กัน้ หรอื การบลอ็ กดว้ ยแผ่นหลงั ท่าเปลา่

177
2.2 แบบฝกึ ท่ี 2 การสกดั ก้ันหรือการบลอ็ กด้วยแผ่นหลังประกอบตะกร้อ

วธิ ปี ฏบิ ตั ิ
2.2.1 ผ้เู ล่นยนื อยู่ในท่าเตรียมพรอ้ มในสนาม ยนื หันหลงั เขา้ หาตาขา่ ย
อยา่ ให้ชดิ ตาข่ายมากเกินไป
2.2.2 ผู้ฝกึ ยนื ในท่าเตรยี มพร้อมในสนาม ให้สัญญาณผูเ้ ล่นกระโดดลอยตวั
ด้วยเทา้ ทง้ั สองข้าง ให้แผ่นหลงั อยู่เหนอื ตาข่าย
2.2.3 ผฝู้ ึกขว้างตะกร้อลกั ษณะพุ่งเร็วและแรงคล้ายการรกุ จริง ผเู้ ลน่ กระโดด
ใชแ้ ผน่ หลังสกัดกั้น เกบ็ แขนทัง้ สองข้างใหด้ ี หรอื กางออกเล็กน้อยเพือ่ การทรงตัว
2.2.4 ผูเ้ ล่นฝกึ เคลอื่ นทีก่ ารสกดั ก้นั ไปทางดา้ นซ้าย ด้านขวา โดยการสไลด์
เท้า 2-3 ก้าว แล้วกระโดดขึ้นบลอ็ กด้วยแผน่ หลังตลอดแนวตาขา่ ย โดยผูฝ้ กึ เปน็ คนใหส้ ัญญาณ
2.2.5 ฝกึ ปฏิบตั ิซา้ กัน 3 เที่ยว ๆ ละ 10 ครั้ง

(1) (2)

(3)
ภาพ 155 การสกดั ก้นั หรอื การบล็อกด้วยแผ่นหลงั ประกอบตะกร้อ

178
3. แบบฝกึ การสกดั ก้ันหรอื การบล็อกด้วยลาตัวและขา

3.1 แบบฝึกที่ 1 การสกัดกัน้ หรือการบล็อกดว้ ยลาตัวและขาทา่ เปล่า
วธิ ปี ฏิบตั ิ
3.1.1 ผเู้ ล่นยืนอยู่ในท่าเตรียมพรอ้ มในสนาม ยืนหนั ดา้ นขา้ งท่ีถนัดเขา้ หา

ตาขา่ ยหา่ งจากตาข่ายประมาณ 20 เซนตเิ มตร
3.1.2 ผฝู้ ึกใหส้ ัญญาณผูเ้ ลน่ กระโดดให้ใชเ้ ท้าทไ่ี ม่ถนดั ก้าวไปขา้ งหนา้ 1 ก้าว

พร้อมกับกระโดดยกตวั ใหล้ อยสงู เหนือตาขา่ ย เหยียดลาตัว ต้นขา และปลายเท้าข้างถนัดให้ขนาน
กบั ดา้ นบนของตาขา่ ย อยา่ หลับตาในขณะขึน้ บล็อก

3.1.3 ฝึกปฏบิ ัติซา้ กัน 3 เทย่ี ว ๆ ละ 10 ครงั้

(1) (2)

(3)
ภาพ 156 การสกัดกัน้ หรือการบล็อกด้วยลาตวั และขาท่าเปล่า

179
3.2 แบบฝึกที่ 2 การสกดั กั้นหรอื การบลอ็ กด้วยลาตัวและขาประกอบตะกร้อ

วิธปี ฏบิ ัติ
3.2.1 ผเู้ ล่นยืนอยูใ่ นท่าเตรียมพร้อมในสนาม หนั ด้านขา้ งท่ีถนดั เข้าหาตาข่าย
ห่างจากตาข่ายประมาณ 20 เซนติเมตร
3.2.2 ผ้ฝู กึ ถอื ตะกร้อในสนามตรงขา้ มผ้เู ล่น ใหส้ ัญญาณผู้เลน่ กระโดดให้ใช้เท้า
ทีไ่ ม่ถนดั ก้าวไปข้างหนา้ 1 ก้าว พร้อมกบั กระโดดยกตัวใหล้ อยสงู เหนือตาข่าย เหยียดลาตัว ต้นขา
และปลายเท้าขา้ งถนัดให้ขนานกับดา้ นบนของตาข่าย ไมห่ ลับตาในขณะข้นึ บล็อก
3.2.3 ผู้ฝึกชูตะกร้อขน้ึ เหนือตาขา่ ย ระดับกงึ่ กลางตาข่าย ผู้เลน่ สกัดกัน้ และ
บล็อกด้วยลาตวั และขา ตลอดแนวตาขา่ ย
3.2.4 ฝกึ ปฏิบัตซิ ้ากนั 3 เทยี่ ว ๆ ละ 10 ครง้ั

(1) (2)

(3) (4)
ภาพ 157 การสกดั ก้นั หรอื การบลอ็ กดว้ ยลาตัวและขาประกอบตะกร้อ

180

สรุปทา้ ยบท

การรกุ หรือการทา การเล่นตะกรอ้ โต้กลบั ไปยังฝ่ายตรงข้ามด้วยวธิ ีต่าง ๆ ซงึ่ อาจจะเล่น
ตะกร้อครง้ั เดยี ว สองคร้งั หรือสามครั้ง การรุกหรือการทาผ้เู ล่นภายในทมี โดยเฉพาะผู้เล่น
ตาแหนง่ หน้าซ้ายหรือหน้าขวาหรอื ทั้งสองคน ต้องมีทกั ษะและความสามารถในการเลน่ ตะกร้อได้
เปน็ อยา่ งดหี รือมีประสทิ ธภิ าพ ซงึ่ อาจเรียกกนั ว่า การฟาด หรือการทา หรอื การรกุ ผู้เล่นแตล่ ะคน
จะตอ้ งอาศัยเวลาการฝึกหัดเป็นเวลานานจึงจะเกิดความชานาญ หากผ้เู ลน่ ไม่มีทกั ษะหรือไม่มี
ความสามารถในการเลน่ ตะกร้อ ผ้เู ลน่ อาจจะไดร้ ับอนั ตรายหรอื เกดิ การบาดเจบ็ ได้ การรกุ หรือทา
คือ การรุกหรือทาดว้ ยศรี ษะ และการรุกหรือการทาด้วยเท้า ซึ่งการรกุ หรือการทาดว้ ยเทา้ สามารถ
เล่นได้หลายวิธี เชน่ การเหยียบ การปาด การกระโดดเตะสลับหลัง และการกระโดดเตะตะกร้อ
แบบตีลังกา (การกระโดดฟาด) เป็นตน้

การสกดั กนั้ หรือนยิ มเรียกกนั วา่ การบลอ็ กตะกร้อจากฝา่ ยรุก เพ่ือไม่ให้ลูกตะกร้อข้าม
ตาข่ายลงในสนามของฝา่ ยรับ และกดดันการเล่นตะกรอ้ ของฝ่ายรกุ การบล็อกเปน็ การตัง้ รับอยา่ ง
หนึ่ง เปน็ การต้ังรบั โดยการนาเอาอวยั วะของรา่ งกายในสว่ นท่ีไมผ่ ิดกติกา ข้นึ สกดั กั้นเหนือตาข่าย
เมือ่ ฝา่ ยรกุ ทก่ี าลงั จะรกุ ในระยะใกล้ตาขา่ ย ซง่ึ ผูเ้ ล่นผ้รู บั สามารถการสกดั ก้ันหรือการบล็อกดว้ ย
ศีรษะ หลัง ด้วยลาตัวและขา ผูฝ้ กึ สอนต้องฝึกซ้อมทักษะพนื้ ฐานในการเล่นให้ชานาญทุกทักษะ
สามารถเลน่ ได้ทัง้ เท้าข้างถนัดและขา้ งไม่ถนดั

แบบฝกึ หัดท้ายบท

คาชแ้ี จง ให้นกั ศึกษาตอบคาถามต่อไปนใ้ี ห้ไดใ้ จความสมบูรณ์
1. อธบิ ายข้ันตอนการรุกหรือการทา
2. อธิบายข้ันตอนการสกัดกั้นหรือการบล็อก
3. ยกตัวอย่างแบบฝกึ การรับหรอื การทาตะกรอ้
4. ยกตวั อยา่ งแบบฝึกการสกัดกั้นหรอื การบล็อก

181

เอกสารอ้างอิง

การกีฬาแหง่ ประเทศไทย. (2548). คู่มอื การฝกึ กฬี าตะกร้อ. กรงุ เทพฯ: อารต์ โปรเกรส.
วทิ เวช วงศเ์ พม. (2544). วชิ าเซปกั ตะกร้อ 1. อ่างทอง: วิทยาลยั พลศึกษาจงั หวดั อา่ งทอง.
_________. (2553). กลยุทธ์การฝึกและการจดั การกฬี าเซปกั ตะกร้อ. อ่างทอง:

คณะศึกษาศาสตร์ สถาบนั การพลศกึ ษา วทิ ยาเขตอา่ งทอง.
ศักยภาพ บุญบาล. (2554). การฝกึ ทักษะกฬี าเซปักตะกร้อ. กรงุ เทพมหานคร : โอเดยี นสโตร์.
สุพจน์ ปราณี. (2549). คูม่ ือการฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ (ขน้ั ก้าวหน้า). กรุงเทพมหานคร:

โอเดยี นสโตร์.


Click to View FlipBook Version