คมู่ อื ครหู นงั สอื เรียน
งานไฟฟ้า
และอเิ ล็กทรอนิกส์เบอื้ งตน้
20100-1005
สงวนลิขสิทธ์ิ website :
บริษัท พฒั นาคุณภาพวชิ าการ (พว.) จำ�กดั
พ.ศ. 2563 www.iadth.com
บรษิ ัท พฒั นาคณุ ภาพวิชาการ (พว.) จ�ำ กัด
1256/9 ถนนนครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทร. 0-2243-8000 (อตั โนมัติ 15 สาย), 0-2241-8999
แฟกซ์ : ทุกหมายเลข, แฟกซอ์ ตั โนมตั ิ : 0-2241-4131, 0-2243-7666
ค�ำน�ำ
คู่มือครูรายวิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบ้ืองต้น (รหัสวิชา 20100-1005) ฉบับนี้
บริษัท พัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จำ�กัด จัดทำ�ขึ้นเพื่ออำ�นวยความสะดวกสำ�หรับครู
หรือผู้สอนใช้เป็นแนวทางในการออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ
และเกิดประสิทธิผลตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 สำ�นักงาน
คณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยใช้ควบคู่กับหนังสือเรียนท่ีบริษัทได้
เรียบเรียงขึ้นตามจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำ�อธิบายรายวิชา ซึ่งผ่าน
การตรวจประเมินคณุ ภาพจากสำ�นกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษาเป็นท่ีเรยี บรอ้ ยแลว้
แนวคดิ สำ�คัญในการจัดท�ำ คู่มอื ครฉู บับนี้ บรษิ ัท พัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จ�ำ กัด ได้ยดึ
แนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นผู้ลงมือปฏิบัติ สร้างความรู้
จากการปฏิบัติ และนำ�ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้
แบบ GPAS 5 Steps และออกแบบหน่วยการเรียนรู้แบบ Backward Design เน้นผู้เรียน
แสดงออกและผลิตผลงานตามภาระงาน นำ�ผลงานและการแสดงออกของผู้เรียนมาใช้ประเมิน
ผลการเรยี นตามจุดประสงค์รายวชิ าในแต่ละหนว่ ยการเรยี นรู้ตลอดทัง้ รายวิชา เปน็ การประเมนิ
ตามสภาพจริง Authentic Assessment สอดคล้องกับบริบทและการเปล่ียนแปลงของสังคม
และแนวคดิ การพฒั นาคนในศตวรรษท่ี 21 เพอื่ ยกระดบั คณุ ภาพของผเู้ รยี นใหส้ งู ขนึ้ ตามมาตรฐาน
สากล
บริษัท พัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จำ�กัด ได้นำ�รูปแบบและเทคนิควิธีจัดการเรียนรู้
ตามแนวทางข้างตน้ ไปทดลองใชก้ ับผู้เรยี นในระดบั ต่างๆ แล้วปรากฏผลเปน็ ท่พี อใจยิ่ง ผ้เู รียน
สามารถคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา ส่ือสาร และผลิตผลงานด้วยทีมงานท่ีใช้จิตปัญญาในระดับสูง
ผา่ นการประเมินความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ และคา่ นยิ มในทกุ ดา้ น บรษิ ัทจงึ หวังเป็นอย่างยงิ่ วา่
หากผสู้ อนไดใ้ ชค้ มู่ อื ครฉู บบั นคี้ วบคกู่ บั หนงั สอื เรยี นอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง จะชว่ ยใหผ้ สู้ อนด�ำ เนนิ กจิ กรรม
การเรยี นการสอนอยา่ งมีประสทิ ธิภาพและบรรลุตามที่หลกั สูตรฯ ก�ำ หนด ชว่ ยยกระดับคุณภาพ
การศึกษาไทยใหท้ ดั เทียมกับประเทศอืน่ ในที่สุด
บรษิ ทั พฒั นาคุณภาพวชิ าการ (พว.) จ�ำ กัด
2 สดุ ยอดคมู่ ือครู
สารบญั
หน้า
ค�ำ น�ำ 2
ค�ำ ชี้แจง 5
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1
ความปลอดภยั เกย่ี วกับการปฏิบัติงานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ ส์ 27
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 37
เครื่องมือช่างไฟฟา้ เบอ้ื งต้น
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3
พื้นฐานทางไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น 47
สดุ ยอดค่มู อื ครู 3
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4 หน้า
67
เคร่ืองมอื วดั ทางไฟฟ้าเบ้อื งตน้
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 5 83
วงจรไฟฟา้ เบ้ืองต้น
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 6 105
วงจรแสงสวา่ งและการควบคมุ
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 7 117
อปุ กรณไ์ ฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 8 141
อุปกรณ์ปอ้ งกันไฟฟ้าและการต่อสายดนิ
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 9 151
มอเตอรไ์ ฟฟา้ และการควบคมุ 171
185
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 10
การประกอบวงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์เบื้องต้น
ภาคผนวก เฉลยหนงั สือเรยี น
4 สุดยอดคูม่ อื ครู
ค�ำชแี้ จง
เพื่อให้สามารถน�ำคู่มือครูไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาควบคู่กับ
หนงั สอื เรยี นทบ่ี รษิ ทั พฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.) จ�ำกดั จดั ท�ำขนึ้ ผสู้ อนควรไดศ้ กึ ษารายละเอยี ด
ค�ำชแี้ จงการใชค้ มู่ อื ครู เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจและด�ำเนนิ การตามแนวทางทเี่ สนอแนะไวใ้ นคมู่ อื ครู
อยา่ งถูกวธิ ี ซงึ่ มรี ายละเอยี ดดังน้ี
โครงสรา้ งและองค์ประกอบส�ำคัญของค่มู ือครู
คมู่ อื ครฉู บับน้แี บ่งโครงสรา้ งและองค์ประกอบของเนอื้ หาไว้เปน็ 4 สว่ น ดงั นี้
ส่วนที่ 1 สว่ นน�ำ ประกอบดว้ ย
1.1 ความรู้ความเข้าใจเบ้ืองต้นก่อนน�ำคู่มือครูไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน
1.2 ยุทธศาสตร์การยกระดับคุณภาพการศึกษาอาชีวศึกษาตามมาตรฐานสากล
ในศตวรรษท่ี 21
1.3 แนวคิดหลักการการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ระดับอาชีวศึกษา
โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ตามมาตรฐานสากล
ในศตวรรษที่ 21
1.4 ค�ำแนะน�ำในการน�ำคูม่ ือครูไปใช้ในการจดั การเรียนการสอน
สว่ นที่ 2 ส่วนแนะน�ำโครงสรา้ งของหนังสอื เรยี นทใ่ี ช้คกู่ บั คู่มือครฉู บับน้ี ประกอบด้วย
2.1 ค�ำอธบิ ายรายวชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บอื้ งตน้ (รหสั วชิ า 20100-1005)
จุดประสงค์รายวิชา เพอื่ ให้
1. รู้ เข้าใจ และน�ำไปใช้งานเก่ียวกับหลักการท�ำงาน ระบบความปลอดภัย
ในงานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ สเ์ บ้อื งตน้
2. มีทักษะเก่ียวกับการใช้เคร่ืองมือวัดทดสอบวงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
การเตรียมอุปกรณ์ประกอบ ทดสอบวงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
เลือกเครือ่ งใช้ไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์
3. มีเจตคติและกิจนิสัยที่ดีในการท�ำงานด้วยความละเอียดรอบคอบ ปลอดภัย
เป็นระเบียบ สะอาด ตรงต่อเวลา มีความซื่อสัตย์ รับผิดชอบ และรักษา
สภาพแวดล้อม
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงหลักการวัด ทดสอบ ประกอบวงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบ้ืองต้น
และความปลอดภัย
2. ประกอบและตรวจสอบวงจรไฟฟา้ เบอื้ งตน้
3. ต่อวงจรและอุปกรณ์ควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้าเบื้องตน้
4. ตอ่ วงจรและตรวจสอบอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนกิ ส์เบื้องตน้
ค�ำอธิบายรายวชิ า
ศึกษาและปฏิบัติงานเกี่ยวกับหลักความปลอดภัยในการปฏิบัติงานไฟฟ้า
และอิเล็กทรอนิกส์ แหล่งก�ำเนิดไฟฟ้า กฎของโอห์ม พลังงานไฟฟ้า วงจรไฟฟ้าเบ้ืองต้น วงจร
ไฟฟ้าแสงสว่าง การควบคุมมอเตอร์เบื้องต้น อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าและการต่อสายดิน อุปกรณ์
อิเล็กทรอนกิ ส์ RLC หม้อแปลงไฟฟ้า รีเลย์ ไมโครโฟน ล�ำโพง อปุ กรณ์สารก่งึ ตวั น�ำ การบัดกรี
การใชม้ ลั ตมิ เิ ตอร์ เครอ่ื งก�ำเนดิ สญั ญาณออสซลิ โลสโคป การประกอบวงจรไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
เบือ้ งตน้
สุดยอดคู่มอื ครู 5
2.2 การจัดหน่วยการเรียนรู้
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี เรือ่ ง ชั่วโมงการเรยี น หมายเหตุ
1 ความปลอดภัยเก่ียวกับการปฏิบัติงานไฟฟ้า 4 สัปดาหท์ ี่ 1
และอิเล็กทรอนิกส์ (ชั่วโมงที่ 1-4)
2 เครื่องมือช่างไฟฟ้าเบ้ืองต้น 4 สัปดาห์ที่ 2
(ช่วั โมงที่ 5-8)
3 พื้นฐานทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบ้ืองต้น 8 สปั ดาห์ท่ี 3-4
(ชว่ั โมงท่ี 9-16)
4 เคร่ืองมือวัดทางไฟฟ้าเบื้องต้น 8 สปั ดาหท์ ่ี 5-6
(ช่วั โมงท่ี 17-24)
5 วงจรไฟฟ้าเบ้ืองต้น 8 สปั ดาหท์ ่ี 7-8
(ชั่วโมงที่ 25-32)
6 วงจรแสงสว่างและการควบคุม สปั ดาหท์ ่ี 9-10
8 (ช่ัวโมงท่ี 33-40)
7 อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 8 สปั ดาหท์ ่ี 11-12
(ชั่วโมงที่ 41-48)
8 อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าและการต่อสายดิน 4 สัปดาหท์ ่ี 13
(ชั่วโมงท่ี 49-52)
9 มอเตอร์ไฟฟ้าและการควบคุม 8 สัปดาหท์ ่ี 14-15
(ชั่วโมงที่ 53-60)
สปั ดาห์ท่ี 16-17
10 การประกอบวงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 8 (ช่ัวโมงที่ 61-68)
เบื้องต้น
สอบปลายภาค 4 สปั ดาห์ท่ี 18
(ชวั่ โมงท่ี 69-72)
รวมเวลาเรียน 72
6 สดุ ยอดคมู่ อื ครู
ส่วนที่ 3 ข้อเสนอแนะแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนรายหน่วยการเรียนรู้
ประกอบดว้ ย
3.1 การออกแบบการจดั การเรียนรรู้ ายหน่วยการเรียนรดู้ ้วย GPAS 5 Steps
3.2 การบูรณาการกิจกรรมการเรยี นรู้
3.3 แผนการประเมินจุดประสงค์การเรยี นรู้และสมรรถนะประจ�ำหน่วย
ส่วนที่ 4 การออกแบบการเรียนรู้ระดับหน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้
รายชว่ั โมง ประกอบด้วย
4.1 แนวทางการจดั การเรยี นรรู้ ะดบั หนว่ ยการเรยี นรทู้ กุ หนว่ ยการเรยี นรคู้ รบทงั้ รายวชิ า
4.2 แผนการจัดการเรียนรู้รายช่ัวโมงในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ครบทุกหน่วย
การเรยี นรู้
4.3 เกณฑ์ประเมินคุณภาพ (Rubrics) ตามภาระงาน/ช้ินงาน/การแสดงออก
ของผู้เรยี นในแต่ละหนว่ ยการเรียนรคู้ รบทกุ หนว่ ยการเรยี นรู้
4.4 ตัวอย่างผังกราฟิก แบบบันทึกรวบรวมข้อมูลและสรุปความรู้ความเข้าใจ
ส�ำหรบั ผูเ้ รียนใช้ประกอบการเรียนการสอนทุกหน่วยการเรยี นรู้
นอกจากรายละเอียดท่ีกล่าวถึงในคู่มือครูฉบับนี้แล้ว บริษัท พัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จ�ำกัด
ยังได้จดั ท�ำ CD สื่อส่งเสรมิ การเรียนรู้ในการเอ้อื ประโยชน์แกผ่ สู้ อน ดังน้ี
• ออกแบบหนว่ ยการเรยี นรทู้ ุกหน่วยการเรยี นรู้ครบทงั้ รายวิชา
• แผนการจัดการเรยี นร้รู ายชว่ั โมงในแตล่ ะหนว่ ยการเรยี นรูค้ รบทุกหนว่ ยการเรยี นรู้
• เกณฑ์ประเมินคุณภาพ (Rubrics) ตามภาระงาน/ชิ้นงาน/การแสดงออกของผู้เรียนในแต่ละ
หนว่ ยการเรียนรูค้ รบทุกหนว่ ยการเรยี นรู้
• ตวั อยา่ งผงั กราฟกิ แบบบนั ทกึ รวบรวมขอ้ มลู และสรปุ ความรคู้ วามเขา้ ใจส�ำหรบั ผเู้ รยี นใชป้ ระกอบ
การเรียนการสอนทกุ หนว่ ยการเรียนรู้
สดุ ยอดค่มู ือครู 7
สว่ นน�ำ
1.1 ความรูค้ วามเข้าใจเบื้องตน้ กอ่ นน�ำค่มู อื ครูไปใช้ในการจดั การเรียนการสอน
แนวคดิ ทิศทางในการจดั การเรยี นรูเ้ พอ่ื ยกระดบั คณุ ภาพการศึกษาไทย
การศึกษาไทยในปัจจุบันยึดแนวคิดท่ีว่า “การศึกษาคือชีวิต” (Education is Life) โดยมีความเช่ือว่า
“ชีวิตต้องมีการเรียนรู้” ต้องพัฒนาทั้งความรู้ ความคิด ความสามารถ และประสบการณ์ต่างๆ ท้ังด้านศาสนา
ศลิ ปะ วฒั นธรรม ธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม สงั คมศาสตร์ มนษุ ยศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเศรษฐศาสตร์
อยา่ งสมดุล ทัง้ นี้เพื่อใหส้ ามารถน�ำไปใช้ในการด�ำรงชีวิต อยรู่ ่วมกนั ไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข ปรชั ญาพนื้ ฐานและกรอบ
แนวคิดดังกล่าวจึงมงุ่ พฒั นาชีวติ ให้เปน็ “มนษุ ย์ท่ีสมบูรณท์ งั้ ทางรา่ งกาย จิตใจ สตปิ ญั ญา ความรู้ และคณุ ธรรม
มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการด�ำรงชวี ิต สามารถอยู่ร่วมกบั ผู้อน่ื ได้อยา่ งมคี วามสุข”
ดังที่ได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2545
และ (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ. 2553 มาตรา 6 และมาตรา 7 ดังน้ี
มาตรา 6 การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งทางร่างกาย จิตใจ
สตปิ ญั ญา ความรู้ และคณุ ธรรม มจี รยิ ธรรมและวฒั นธรรมในการด�ำรงชวี ติ สามารถอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ น่ื ไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ
มาตรา 7 ในกระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตส�ำนึกที่ถูกต้องเก่ียวกับการปกครองในระบอบ
ประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ รจู้ กั รกั ษาและสง่ เสรมิ สทิ ธิ หนา้ ท่ี เสรภี าพ ความเคารพกฎหมาย
ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย รู้จักรักษาผลประโยชน์ส่วนรวม
และของประเทศชาติ รวมท้ังส่งเสรมิ ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมของชาติ การกีฬา ภูมิปัญญาท้องถิน่ ภมู ิปญั ญาไทย
และความรอู้ นั เปน็ สากล ตลอดจนอนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม มคี วามสามารถในการประกอบอาชพี
รูจ้ กั พง่ึ ตนเอง มคี วามคดิ รเิ ร่มิ สร้างสรรค์ ใฝ่รู้ และเรยี นรดู้ ว้ ยตนเองอย่างต่อเน่อื ง
แนวการจัดการศึกษา
เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามความมุ่งหมายในการจัดการศึกษาที่บัญญัติไว้ในมาตรา 6 และมาตรา 7
ตามพระราชบญั ญัตกิ ารศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิม่ เติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ. 2553
ดงั ที่กล่าวถึงขา้ งตน้ จงึ ได้มีบทบัญญตั วิ า่ ดว้ ยแนวการจดั การศึกษาตามมาตราดงั ตอ่ ไปนี้
มาตรา 22 การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
และถือว่าผู้เรียนมีความส�ำคัญท่ีสุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติ
และเตม็ ศักยภาพ
มาตรา 23 การจัดการศึกษาทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย
ต้องเน้นความสำ�คัญท้ังความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้ และบูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับ
การศึกษาในเรอ่ื งตอ่ ไปนี้
8 สดุ ยอดคมู่ อื ครู
(1) ความรู้เร่ืองเกี่ยวกับตนเองและความสัมพันธ์ของตนเองกับสังคม ได้แก่ ครอบครัว ชุมชน ชาติ และ
สังคมโลก รวมถึงความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของสังคมไทย และระบบการเมืองการปกครอง
ในระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ
(2) ความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์
เรอ่ื งการจัดการ การบ�ำรงุ รักษา และการใชป้ ระโยชนจ์ ากทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อมอยา่ งสมดลุ ย่ังยนื
(3) ความรู้เกี่ยวกบั ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม การกีฬา ภูมปิ ัญญาไทย และการประยุกต์ใชภ้ ูมิปญั ญา
(4) ความร้แู ละทกั ษะด้านคณิตศาสตรแ์ ละดา้ นภาษา เน้นการใช้ภาษาไทยอยา่ งถูกต้อง
(5) ความร้แู ละทกั ษะในการประกอบอาชีพและการด�ำรงชวี ติ อย่างมคี วามสขุ
มาตรา 24 การจดั กระบวนการเรียนรใู้ หส้ ถานศกึ ษาและหน่วยงานที่เก่ยี วขอ้ งด�ำเนนิ การดงั ตอ่ ไปนี้
(1) จัดเน้ือหา สาระ และกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยค�ำนึงถึง
ความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คล
(2) ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกัน
และแก้ไขปัญหา
(3) จดั กิจกรรมใหผ้ ู้เรียนได้เรยี นรู้จากประสบการณจ์ รงิ ฝึกการปฏิบตั ิใหท้ �ำได้ คิดเป็น ท�ำเป็น รักการอา่ น
และเกิดการใฝ่รู้อยา่ งตอ่ เน่ือง
(4) จดั การเรยี นการสอนโดยผสมผสานสาระความรตู้ า่ งๆ อยา่ งไดส้ ดั สว่ นสมดลุ กนั รวมทงั้ ปลกู ฝงั คณุ ธรรม
คา่ นิยมที่ดีงาม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ไว้ในทุกวิชา
(5) สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหผ้ สู้ อนสามารถจดั บรรยากาศ สภาพแวดลอ้ ม สอื่ การเรยี น และอ�ำ นวยความสะดวก
เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้ รวมท้ังสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้
ทั้งนผี้ ู้สอนและผ้เู รียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากส่ือการเรยี นการสอนและแหลง่ วทิ ยาการประเภทต่างๆ
(6) จดั การเรยี นรใู้ หเ้ กดิ ไดท้ กุ เวลา ทกุ สถานท่ี มกี ารประสานความรว่ มมอื บดิ ามารดา ผปู้ กครอง และบคุ คล
ในชมุ ชนทุกฝา่ ย เพ่ือร่วมกนั พฒั นาผเู้ รยี นตามศักยภาพ
มาตรา 26 ให้สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ
การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรม และการทดสอบ ควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอนตาม
ความเหมาะสมของแต่ละระดับ และรูปแบบการศึกษาให้สถานศึกษาใช้วิธีการที่หลากหลายในการจัดสรรโอกาส
การเข้าศึกษาตอ่ และให้นำ�ผลการประเมินผู้เรยี นตามวรรคหน่งึ มาใชป้ ระกอบการพิจารณาดว้ ย
มาตรา 30 ให้สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ รวมท้ังการส่งเสริมให้ผู้สอน
สามารถวิจยั เพ่อื พฒั นาการเรยี นร้ทู ่ีเหมาะสมกบั ผูเ้ รยี นในแตล่ ะระดับการศกึ ษา
คุณลกั ษณะ สมรรถนะ และศักยภาพผ้เู รยี นทเ่ี ปน็ สากล
การจัดการเรียนรู้ในปัจจุบัน มุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ ความสามารถ และคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์
ในศตวรรษที่ 21 และเป็นไปตามปฏญิ ญาวา่ ดว้ ยการจัดการศกึ ษาของ UNESCO ได้แก่
Learning to know: หมายถึงการเรยี นเพ่อื ใหม้ ีความรู้ในสง่ิ ตา่ งๆ อนั จะเป็นประโยชนต์ ่อไป ได้แก่ การร้จู กั
การแสวงหาความรู้ การตอ่ ยอดความรูท้ มี่ ีอยู่ รวมทงั้ การสรา้ งความรขู้ ้นึ ใหม่
สดุ ยอดค่มู ือครู 9
Learning to do: หมายถึงการเรียนเพ่ือการปฏิบัติหรือลงมือท�ำ ซ่ึงน�ำไปสู่การประกอบอาชีพจากความรู้
ท่ไี ดศ้ กึ ษามา รวมทง้ั การปฏบิ ัตเิ พ่อื สร้างประโยชน์ใหส้ ังคม
Learning to live together: หมายถึงการเรียนรู้เพ่ือการดำ�เนินชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างมีความสุข
ทง้ั การดำ�เนินชีวิตในการเรยี น ครอบครัว สังคม และการทำ�งาน
Learning to be: หมายถงึ การเรยี นรเู้ พ่ือใหร้ ู้จักตนเองอย่างถอ่ งแท้ รูถ้ ึงศกั ยภาพ ความถนัด ความสนใจ
ของตนเอง สามารถใช้ความรู้ความสามารถของตนเองให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม เลือกแนวทางการพัฒนาตนเอง
ตามศกั ยภาพ วางแผนการเรียนตอ่ การประกอบอาชพี ที่สอดคลอ้ งกับศกั ยภาพของตนเองได้
ทัง้ นเ้ี พอื่ พฒั นาผ้เู รยี นใหม้ ีคุณภาพ ท้ังในฐานะพลเมอื งไทยและพลโลกเทยี บเคยี งไดก้ ับนานาอารยประเทศ
โดยมุ่งเน้นใหผ้ ูเ้ รียนมีศักยภาพท่สี �ำ คัญดงั นี้
1. ความรู้พ้ืนฐานในยุคดิจิทัล (Digital-Age Literacy) มีความรู้พ้ืนฐานท่ีจำ�เป็นทางวิทยาศาสตร์
เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ภาษา ข้อมูลสารสนเทศ และทัศนภาพ รู้พหุวัฒนธรรมและมีความตระหนักสำ�นึก
ระดับโลก
2. ความสามารถคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ (Inventive Thinking) มีความสามารถในการปรับตัว
สามารถจดั การสภาวการณท์ ่ีมีความซบั ซ้อน เป็นบคุ คลทใ่ี ฝร่ ู้ สามารถกำ�หนดหรอื ต้ังประเดน็ ค�ำ ถาม (Hypothesis
Formulation) เพอ่ื น�ำ ไปสกู่ ารศกึ ษาคน้ ควา้ แสวงหาความรู้ มคี วามสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ คดิ สงั เคราะห์ ขอ้ มลู
สารสนเทศ และสรุปองค์ความรู้ (Knowledge Formulation) ใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคม
ได้อยา่ งเหมาะสม
3. ทักษะการส่ือสารอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Communication) ความสามารถในการรับและ
สง่ สาร การเลือกรบั หรอื ไมร่ บั ขอ้ มูลขา่ วสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง มวี ัฒนธรรมในการใชภ้ าษาถา่ ยทอด
ความคิด ความรู้ ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเอง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์
อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมท้ังมีทักษะในการเจรจาต่อรองเพ่ือขจัดและลดปัญหา
ความขัดแย้งต่างๆ ตลอดจนสามารถเลือกใช้วิธีการส่ือสารที่มีประสิทธิภาพ โดยคำ�นึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเอง
และสังคม
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต (Life Skill) ความสามารถในการนำ�กระบวนการต่างๆ ไปใช้
ในการด�ำ เนนิ ชวี ติ ประจ�ำ วนั การเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง การเรยี นรอู้ ยา่ งตอ่ เนอ่ื ง การท�ำ งานและอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คม เขา้ ใจ
ความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่างๆ ในสังคม สามารถจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่างๆ
และน�ำ ไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิ สามารถปรบั ตวั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม น�ำ ไปสกู่ ารใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชนต์ อ่ สงั คม การบรกิ ารสาธารณะ
(Public Service) รวมท้ังการเป็นพลเมอื งไทยและพลโลก (Global Citizen)
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี (Information, Media and Technology Skills) การสบื ค้นความรู้
จากแหล่งเรยี นรู้ และวธิ กี ารท่หี ลากหลาย (Searching for Information) เลือกใช้เทคโนโลยดี า้ นต่างๆ และมที ักษะ
กระบวนการทางเทคโนโลยเี พอ่ื การพฒั นาตนเองและสงั คมในดา้ นการเรยี นรู้ การสอื่ สาร การท�ำ งาน การแกป้ ญั หา
อย่างสร้างสรรคไ์ ด้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และมคี ุณธรรม
10 สุดยอดค่มู อื ครู
นอกจากนย้ี งั มผี กู้ ลา่ วถงึ ประสบการณจ์ รงิ ของผเู้ รยี นในยคุ ของการสอ่ื สารโลกไรพ้ รมแดนบนความหลากหลาย
ของพหวุ ฒั นธรรม การเพม่ิ พนู สมรรถนะผเู้ รยี นใหส้ ามารถครองชวี ติ ในโลกยคุ ใหมน่ ้ี ควรประกอบไปดว้ ยสมรรถนะ
ส�ำ คญั ดงั นี้
1. การอยรู่ ่วมกนั ในสงั คมพหวุ ฒั นธรรม
2. การเป็นผูน้ �ำและมคี วามรบั ผิดชอบ
3. การท�ำงานเป็นทีมและการส่ือสาร
4. การคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณและการแกป้ ญั หา
5. การมสี ว่ นรว่ มในสงั คมโลกและความรับผิดชอบต่อสังคม
นอกเหนือจากสมรรถนะสำ�คัญท่ีกล่าวถึงข้างต้นแล้ว การดำ�รงชีวิตในโลกยุคใหม่ต้องเตรียมคนให้พัฒนา
ความรู้ ทักษะ เจตคติ และค่านิยมทุกด้าน ได้แก่ การเป็นนักประดิษฐ์สร้างสรรค์ เป็นผู้ประกอบการท่ีประสบ
ความส�ำ เรจ็ เปน็ คนทก่ี ระตอื รอื รน้ ทจ่ี ะมสี ว่ นรว่ ม และเปน็ บคุ คลทเ่ี รยี นรตู้ ลอดชวี ติ ซง่ึ มอี งคป์ ระกอบทเ่ี ปน็ สมรรถนะ
หลักที่สำ�คัญ คือความสามารถในการประดิษฐ์และสร้างสรรค์ ความสามารถในการสื่อสารในต่างวัฒนธรรม
ความสามารถในการคิดแก้ปัญหาและคิดอย่างมีวิจารณญาณ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดใหม่ในการพัฒนา
อาชวี ศกึ ษาไทย ทตี่ อ้ งจดั การศกึ ษาเพอ่ื สรา้ งผปู้ ระกอบการทผี่ ลติ ผลงานอยา่ งสรา้ งสรรค์ ไรข้ ดี จ�ำ กดั ดว้ ยนวตั กรรม
และเทคโนโลยีทก่ี า้ วหนา้ ทนั สมัยในโลกพหวุ ฒั นธรรมไรพ้ รมแดน
สุดยอดคูม่ ือครู 11
1.2 ยุทธศาสตรก์ ารยกระดับคณุ ภาพการศกึ ษาอาชีวศกึ ษาตามมาตรฐานสากล
ในศตวรรษท ี่ 21
นโยบายการบริหารจัดการอาชีวศึกษา (นโยบาย 4 มิต)ิ
มติ ิท่ี 1 การสรา้ งโอกาสทางการศกึ ษา
มติ ิท่ี 2 การพฒั นาคณุ ภาพ
ยุทธศาสตร์การยกระดับคณุ ภาพการศึกษาอาชวี ศึกษา
ตามมาตรฐานสากลในศตวรรษท่ี 21
1. สถานศึกษาอาชีวศึกษาจัดการศึกษาให้ตอบสนอง
2.1 ด้านคุณภาพผู้เรยี น
2.1.1 เร่งยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้พร้อมเข้าสู่ ความตอ้ งการดา้ นการพฒั นาคนอาชวี ศกึ ษาทงั้ ในระดบั ประเทศ
ประชาคมอาเซยี น ภูมิภาคอาเซียน และประชาคมโลก โดยให้ความส�ำคัญกับ
2.1.2 ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ โดยยึดผู้เรียนเป็น คุณภาพผสู้ �ำเร็จอาชีวศึกษาเปน็ ส�ำคัญ
ศนู ย์กลาง 2. สถานศึกษาอาชีวศึกษามุ่งม่ันจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียน
2.1.3 ปรบั ปรุงหลักสูตรอาชีวศึกษาทกุ ระดบั บรรลุจุดประสงค์และสมรรถนะรายวิชา พัฒนาไปสู่มาตรฐาน
2.1.4 ยกระดับคุณภาพผู้เรียน โดยผลการประเมิน วิชาชีพอาชีวศึกษาในระดับมาตรฐานสากล และวิสัยทัศน์
ระดับชาติ (V-Net) และการประเมนิ มาตรฐานวิชาชพี เพอ่ื การเรยี นรูใ้ นศตวรรษที่ 21
2.1.5 พฒั นาแนวทางการประเมนิ ผู้เรยี นตามสภาพจริง 3. สถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษาปฏริ ปู กระบวนการเรยี นรเู้ นน้ ผเู้ รยี น
2.1.6 ร่วมมือกับภาคเอกชนในการเรียนการสอน และ เปน็ ส�ำคญั ตอบสนองความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คล โดยประยกุ ตใ์ ช้
ฝกึ งานในสถานประกอบการ ทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple Intelligences; MI) และการจัด
2.1.7 พฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี นดว้ ยกจิ กรรมองคก์ ารวชิ าชพี การเรียนรู้ตามหลักการ Brain-Based Learning (BBL),
การบรกิ ารสังคม จิตอาสา และกฬี า Backward Design, GPAS 5 Steps ในการสรา้ งความรใู้ นระดบั
2.2 ดา้ นคุณภาพครู ความคิดรวบยอดและหลักการตรงตามมาตรฐานสากล
2.2.1 ก�ำหนดมาตรฐานสมรรถนะครูอาชีวศกึ ษา และวสิ ัยทัศน์เพอ่ื การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
2.2.2 พัฒนาครโู ดยใช้เครอื ขา่ ย/สมาคมวชิ าชพี 4. สถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษาเนน้ การพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี น โดยใช้
2.2.3 พฒั นาระบบนิเทศศกึ ษา แผนการสอนตามแนวทางการออกแบบการเรียนรู้ Backward
2.2.4 เร่งยกระดบั วทิ ยฐานะ Design, GPAS 5 Steps และการประเมินตามสภาพจริง
2.3 ดา้ นคุณภาพการเรยี นการสอน ด้วยมิติคุณภาพโดยใช้เกณฑ์ Rubrics เพ่ือให้เป็นยุทธศาสตร์
2.3.1 วิจัยปฏิบัติการ เพ่ือพัฒนาระบบการเรียนรู้ ประจ�ำหอ้ งเรยี น
สู่การเปน็ ผปู้ ระกอบการ 5. สถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษาสง่ เสรมิ การน�ำนวตั กรรมการจดั การ
2.3.2 สง่ เสรมิ การพฒั นานวตั กรรมของผเู้ รยี นและผสู้ อน อาชีวศึกษามาใช้ ได้แก่ การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน
2.3.3 สง่ เสริมนวตั กรรมการจัดการอาชวี ศกึ ษา (Project Based Learning) และการใชป้ ญั หาเปน็ ฐาน (Problem
- โรงเรียนเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (Project Based Learning) เพื่อเน้นการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ และ
Based Learning และการประดษิ ฐค์ ิดคน้ ) การบ่มเพาะค่านยิ มหลกั 12 ประการ ผ่านโครงงาน และสรา้ ง
- วทิ ยาลยั เทคนคิ มาบตาพุด (Constructionism) ความรู้ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติท่ีเป็น
- วทิ ยาลยั การทอ่ งเทย่ี วถลาง
2.3.4 จัดการเรียนการสอน English Program และ
Mini English Program ดา้ นอาชวี ศกึ ษา
2.3.5 น�ำระบบ ICT มาใช้เพ่อื การเรยี นการสอน รปู ธรรม
2.4 ดา้ นคณุ ภาพสถานศกึ ษา 6. สถานศึกษาอาชีวศึกษาสร้างวัฒนธรรมการสร้างความรู้
“ปรับการเรียน เปลย่ี นการสอน ปฏริ ปู การสอบ ให้ทันกบั (Knowledge Management; KM) ท้ังในระดับผู้เรียน ระดับ
ยคุ สมัยอย่างมีคณุ ภาพ” ผสู้ อน และระดบั ผบู้ ริหาร เพอื่ พัฒนาสถานศกึ ษาอาชวี ศึกษา
มิตทิ ่ี 3 การสรา้ งประสิทธภิ าพในดา้ นการบริหาร เปน็ ชมุ ชนแหง่ การเรยี นรแู้ บบมอื อาชพี (Professional Learning
จัดการ Community) ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและวิสัยทัศน์
มิตทิ ่ี 4 ความร่วมมือในการจัดการอาชวี ศึกษา เพอื่ การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21
12 สุดยอดคู่มอื ครู
1.3 แนวคดิ หลกั การการพฒั นาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ระดับอาชวี ศกึ ษา
โดยใชก้ ระบวนการจัดการเรียนรู้ GPAS 5 Steps ตามมาตรฐานสากลในศตวรรษที่ 21
กระบวนการพัฒนาผู้เรียนสู่คุณภาพในศตวรรษท่ี 21 ตามมาตรฐานสากล กระบวนการเรียนรู้
แบบ GPAS 5 Steps การจัดการเรียนร้ทู ่เี นน้ การพัฒนาทักษะการคดิ และสร้างความรโู้ ดยผเู้ รยี น
ดังได้กล่าวถึงแล้วในตอนต้นว่าโลกยุคใหม่ต้องเตรียมคนให้พัฒนาท้ังความรู้ ทักษะ เจตคติ และค่านิยม
อย่างสมดุลทุกด้านเพ่ือการด�ำเนินชีวิต ด้วยการสร้างงาน สร้างอาชีพ และอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม
อย่างสร้างสรรค์ย่ังยืน มีกระบวนการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และ
ริเร่ิมผลิตผลงานด้วยเจตคติและค่านิยมเพ่ือความย่ังยืนของโลก จึงเป็นเป้าหมายส�ำคัญในการพัฒนาผู้เรียน
โดยเฉพาะงานอาชีวศึกษาทตี่ ้องสร้างคนเพือ่ การแข่งขนั ในโลกอาชีพ บริษัท พัฒนาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.) จ�ำกดั
ไดน้ �ำนวตั กรรมกระบวนการจดั การเรยี นรทู้ เ่ี นน้ กระบวนการคดิ การสรา้ งความรู้ และการน�ำความรไู้ ปใชผ้ ลติ ผลงาน
ด้วยค่านิยมเพ่ือสังคม เพ่ือโลก สอดคล้องกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยน�ำมาใช้ในการออกแบบการจัด
การเรยี นรู้ พฒั นาคมู่ อื ครใู นรายวิชาตา่ งๆ มีนวตั กรรมทเี่ ป็นกระบวนการเรียนรู้ท่ีน�ำมาประยุกต์ใชด้ งั น้ี
ยทุ ธศาสตร์การเรยี นรู้ 2002 ศตวรรษที่ 21
Active Learning : Backward Design – GPAS 5 Steps
รว่ มกนั ประเมนิ รว่ มกนั สรา้ งทางเลอื ก
ขอ้ ดี ขอ้ เสยี ประโยชน์ โทษ ตดั สนิ ใจเพม่ิ คณุ คา่ คาดหมายแนวโนม้
ผลตอ่ เนอ่ื ง เลอื่ กทด่ี กี วา่ สรา้ งภาพงาน
วจิ ารณ์ สรา้ งคา่ นยิ ม
โครงสรา้ งคา่ นยิ ม โครงสรา้ งการกระทา
(Structure of Value) (Structure of Acting)
รว่ มกนั จดั ขอ้ มลู ใหม้ คี วามหมาย รว่ มกนั ปฏบิ ตั จิ รงิ
จาแนก จัดกลมุ่ หาความสมั พนั ธ์ วางแผน งานนาสผู่ ล
ความคดิ รวบยอด ตดิ ตาม ปรบั ปรงุ จัดระบบ
(Structure of Thinking) การลงมอื ทาจรงิ ไชค้ วามรู้
encode (Performing)
รว่ มกนั รวบรวมขอ้ มลู decode
ฟัง อา่ น สงั เกต บนั ทกึ
เรม่ิ จากสง่ิ ทเ่ี กดิ ขนึ้ จรงิ รว่ มกนั สรา้ งความรู้
(Experimental approach) คน้ พบหลกั การธรรมชาตไิ ดเ้ อง
ใชก้ ระบวนการคดิ ผลสรปุ
อยา่ งสอดคลอ้ งกบั ขอ้ มลู จรงิ
การลงมอื ทาจรงิ สรา้ งความรู้
(Construction of Knowledge)
สรุปรายงานผล เปา้ หมาย Portfolio KA 12 3 4
การเรยี นรู้
P Rubrics
สุดยอดคูม่ ือครู 13
ทกั ษะการคิดและกระบวนการเรยี นรู้ GPAS
กลุ่มนักวิชาการและนักการศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการได้สังเคราะห์กระบวนการเรียนรู้ GPAS มาจาก
แนวคดิ ทางพุทธศาสนาทก่ี ล่าวถึง ปัญญา 3 ดา้ น ไดแ้ ก่ 1. สุตมยปัญญา ปัญญาท่ีเกิดจากการสดบั รู้ การเลา่ เรียน
หรอื ปญั ญาทเ่ี กดิ จากปรโตโฆสะ 2. จนิ ตามยปญั ญา ปญั ญาทเี่ กดิ จากการคดิ พจิ ารณาหาเหตผุ ล หรอื ปญั ญาทเี่ กดิ จาก
โยนิโสมนสิการ และ 3. ภาวนามยปัญญา ปัญญาท่ีเกิดจากการฝึกอบรมลงมือปฏิบัติหรือปัญญาท่ีเกิดจาก
การปฏบิ ตั บิ �ำ เพญ็ (พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยตุ ฺโต): 2548) และแนวคิดโครงสร้าง 3 ชั้นแหง่ ปญั ญา (Three Story
Intellect) ท่ีประกอบด้วยการรวบรวมข้อมูล (Gathering) การจัดกระทำ�ข้อมูล (Processing) และการประยุกต์ใช้
ข้อมูลความรู้ (Applying) (Jerry Goldberg: 1996, Art Costa: 1997, Robin Forgarty: 1997) รวมท้ังแนวคิด
การพัฒนาคนให้มีบุคลิกภาพ การกำ�กบั ตนเอง (Self-Regulating) มาสังเคราะห์เปน็ โครงสรา้ งทกั ษะการคิด GPAS
ดงั แผนภาพ
ดร.ศกั ดิ์สนิ โรจน์สราญรมย์
แผนภาพโครงสรา้ งทกั ษะการคิด GPAS
จากโครงสรา้ งทกั ษะการคดิ น้ี สามารถน�ำมาก�ำหนดเปน็ กรดะรบ.ศวกั นดิส์กินารโรพจนฒั ์สรนาาญทรมกั ยษ์ ะการคดิ โดยมกี ารก�ำกบั ตนเอง
(Self-Regulating) เปน็ แกนในการพัฒนาทกั ษะดังแผนภูมิ
ดร.ศักด์ิสนิ โรจน์สราญรมย์
แผนภมู ิกระบวนการพฒั นาทกั ษะการคดิ
ความหมายของทกั ษะการคิดในโครงสรา้ ง GPAS
ทกั ษะการคดิ ในโครงสรา้ ง GPAS มที กั ษะทสี่ อดคลอ้ งกบั การจดั การเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21 ทศิ ทางการศกึ ษาไทย
และหลักสตู รการเรียนการสอนในทกุ ระดบั การศกึ ษา ขอยกมาเป็นตวั อยา่ งดงั นี้
ทกั ษะการคิดระดบั การรวบรวมขอ้ มลู (Gathering; G) ไดแ้ ก ่
1. การกำ�หนดประเด็นในการรวบรวมข้อมูล (Focusing Skill) หมายถึงการกำ�หนดขอบเขตการศึกษา
และมงุ่ ความสนใจไปในทศิ ทางตามจดุ ประสงคท์ ตี่ อ้ งการศกึ ษาใหช้ ดั เจน เพอ่ื ทจ่ี ะไดค้ ดั เลอื กเฉพาะขอ้ มลู ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
อ้างองิ พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม พระพรหมคณุ าภรณ์ (ป.อ. ปยุตโฺ ต): 2548
14 สุดยอดค่มู ือครู
2. การสังเกตดว้ ยประสาทสัมผัส (Observing) หมายถงึ การรับรแู้ ละรวบรวมขอ้ มลู เกีย่ วกับสิง่ ใดส่งิ หนง่ึ
โดยใชป้ ระสาทสมั ผสั ทงั้ 5 เพอื่ ใหไ้ ดร้ ายละเอยี ดเกยี่ วกบั สงิ่ นน้ั ๆ ซง่ึ เปน็ ขอ้ มลู เชงิ ประจกั ษท์ ไ่ี มม่ กี ารใชป้ ระสบการณ์
และความคดิ เหน็ ของผสู้ ังเกตในการเสนอขอ้ มูล ขอ้ มลู จากการสังเกตมที ัง้ ขอ้ มลู เชงิ ปรมิ าณและข้อมูลเชงิ คณุ ภาพ
3. การเขา้ รหสั และบนั ทกึ ขอ้ มลู (Encoding & Recording) หมายถงึ กระบวนการประมวลขอ้ มลู ของสมอง
เม่ือรับส่ิงเร้าจากประสาทสัมผัสท้ัง 5 จะได้รับการบันทึกไว้ในความจ�ำระยะสั้น หากต้องการเก็บข้อมูลไว้ใช้
ตอ่ ๆ ไป ขอ้ มลู นน้ั จะตอ้ งเปลยี่ นรปู โดยการเขา้ รหสั (Encoding) เพอื่ น�ำไปเกบ็ ไวใ้ นความจ�ำระยะยาว ซง่ึ จะสามารถ
เรยี กข้อมูลมาใช้ไดภ้ ายหลงั โดยการถอดรหสั (Decoding)
4. การดึงข้อมูลเดิมมาใช้และย่อความ (Retrieving & Summarizing) หมายถึงการน�ำข้อมูลท่ีมีอยู่
น�ำกลับมาใชใ้ หม่และการจับใจความส�ำคัญของเร่อื งที่ต้องการสรุปแลว้ เรียบเรียงให้กระชบั ครอบคลมุ สาระส�ำคญั
ทักษะการคดิ ระดับการจัดกระท�ำขอ้ มลู (Processing; P)
1. การจ�ำแนก (Discriminating) หมายถึงการแยกแยะส่งิ ตา่ งๆ ตามมติ ิท่ีก�ำหนด
2. การเปรียบเทียบ (Comparing) หมายถึงการค้นหาความเหมือนหรือความแตกต่างขององค์ประกอบ
ต้ังแต่ 2 องค์ประกอบข้นึ ไป เพอื่ ใช้ในการอธบิ ายเร่ืองใดเรือ่ งหน่ึงในเกณฑ์เดยี วกัน
3. การจดั กลมุ่ (Classifying)หมายถงึ การน�ำสงิ่ ตา่ งๆมาแยกเปน็ กลมุ่ ตามเกณฑท์ ไี่ ดร้ บั การยอมรบั ทางวชิ าการ
หรือการยอมรับโดยท่ัวไป
4. การจดั ล�ำดบั (Sequencing) หมายถงึ การน�ำขอ้ มลู หรอื เรอ่ื งราวทเี่ กดิ ขนึ้ มาจดั เรยี งใหเ้ ปน็ ล�ำดบั วา่ อะไร
มาก่อน อะไรมาหลงั
5. การสรปุ เชอ่ื มโยง (Connecting) หมายถงึ การบอกความสมั พนั ธท์ เ่ี กย่ี วขอ้ งเชอื่ มโยงกนั ของขอ้ มลู อยา่ ง
มีความหมาย
6. การไตร่ตรองด้วยเหตุผล (Reasoning) หมายถึงความสามารถในการบอกท่ีมาของสิ่งใดๆ หรือ
เหตกุ ารณใ์ ดๆ หรือสิง่ ท่เี ปน็ สาเหตุของพฤติกรรมน้ันได้
7. การวิจารณ์ (Criticizing) หมายถึงการท้าทายและโต้แย้งข้อสมมติฐานท่ีอยู่เบ้ืองหลังเหตุผลท่ีโยง
ความคดิ เหล่าน้นั เพอ่ื เปิดทางสแู่ นวคิดอื่นๆ ท่อี าจเป็นไปได้
8. การตรวจสอบ (Verifying) หมายถึงการยืนยันหรือพิสูจน์ข้อมูลท่ีสังเกตรวบรวมมาตามความถูกต้อง
เป็นจริง
ทักษะการคิดระดบั การประยกุ ต์ใช้ (Applying; A)
1. การใช้ความรู้อย่างสร้างสรรค์ (Creative) หมายถึงการน�ำความรู้ที่เกิดจากความเข้าใจไปใช้ใน
การสร้างสรรคส์ ่งิ ใหม่หรอื แกป้ ัญหาทีม่ อี ยู่ใหด้ ขี ้นึ
2. การวเิ คราะห์ (Analysis) หมายถงึ ความสามารถในการแยกแยะหลกั การ องคป์ ระกอบส�ำคญั หรอื สว่ นยอ่ ย
ตลอดจนหาความสัมพันธ์ระหว่างสว่ นต่างๆ ทีเ่ กีย่ วขอ้ ง
3. การสังเคราะห์ (Synthesis) หมายถึงการน�ำความรู้ท่ีผ่านการวิเคราะห์มาผสมผสานสร้างสิ่งใหม่ที่มี
ลกั ษณะตา่ งจากเดมิ
4. การตดั สนิ ใจ (Decision Making) หมายถงึ การพจิ ารณาเลอื กทางเลอื กตงั้ แต่ 2 ทางเลอื กขน้ึ ไป ทางเลอื ก
หรือตัวเลือกน้ันอาจเป็นวัตถุสิ่งของหรือแนวปฏิบัติต่างๆ เพ่ือใช้ในการแก้ปัญหาหรือด�ำเนินการเพ่ือให้บรรลุ
ตามวตั ถปุ ระสงคท์ ่ตี ้งั ไว้
5. การน�ำความรไู้ ปปรบั ใช้ (Transferring) หมายถงึ การถา่ ยโอนความรทู้ ม่ี อี ยไู่ ปปรบั ใชใ้ นสถานการณอ์ น่ื
6. การแกป้ ญั หา (Problem Solving) หมายถงึ การวเิ คราะหส์ ถานการณท์ ย่ี าก เพอื่ จดุ ประสงคใ์ นการแกไ้ ข
สถานการณห์ รือขจดั ใหป้ ัญหาน้ันหมดไป น�ำไปสู่สภาวะทีด่ ีกวา่ หรอื มที างออก
7. การคดิ วเิ คราะหว์ จิ ารณ์ (Critical Thinking) หมายถงึ ความสามารถในการพจิ ารณา ประเมนิ และตดั สนิ
สงิ่ ตา่ งๆ หรอื เรอื่ งราวทเ่ี กดิ ขนึ้ ทมี่ ขี อ้ สงสยั หรอื ขอ้ โตแ้ ยง้ โดยการพยายามแสวงหาค�ำ ตอบทมี่ คี วามสมเหตสุ มผล
สุดยอดคมู่ ือครู 15
8. การคดิ สรา้ งสรรค์ (Creative Thinking) หมายถงึ ความสามารถในการคดิ ไดอ้ ยา่ งกวา้ งไกลหลายทศิ ทาง
อย่างเป็นกระบวนการ โดยใช้จินตนาการท่ีหลากหลายเพ่ือก่อให้เกิดความแปลกใหม่ในการสร้าง ผลิต ดัดแปลง
งานต่างๆ ซึ่งจะต้องเชื่อมโยงระหว่างประสบการณ์เก่ากับประสบการณ์ใหม่ ความคิดสร้างสรรค์จะเกิดข้ึนได้
กต็ อ่ เมื่อผูค้ ิดมีอสิ ระทางความคดิ
ทกั ษะการคดิ ระดบั การก�ำกบั ตนเอง (Self-Regulating; S)
1. การตรวจสอบและควบคุมการคิด (Metacognition) หมายถึงการที่บุคคลรู้และเข้าใจถึงความคิด
ของตนเอง ไตร่ตรองก่อนกระท�ำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นการประเมินการคิดของตนเองและใช้ความรู้นั้น
ในการควบคมุ หรอื ปรบั การกระท�ำของตนเอง ซงึ่ ครอบคลมุ ถงึ การวางแผนการควบคมุ ก�ำกบั การกระท�ำของตนเอง
การตรวจสอบความกา้ วหน้า และการประเมินผล
2. การสร้างค่านิยมการคิด (Thinking Value) หมายถึงการคิดเพื่อประโยชน์ในระดับต่างๆ ได้แก่
เพอื่ ประโยชน์ตน กลุ่มตน เพือ่ สังคม และเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและโลก ทุกองคป์ ระกอบ
3. การสร้างนิสัยการคิด (Thinking Disposition) หมายถึงลักษณะเฉพาะของการกระท�ำของคนที่มี
สติปัญญาเมื่อเผชิญหน้ากับปัญหา การตัดสินใจท่ีจะแก้ปัญหาจะไม่กระท�ำทันทีทันใดก่อนจะมีข้อมูลหลักฐาน
ชัดเจนเพียงพอ นสิ ัยแห่งการคิด คอื รูว้ ่าจะใชป้ ัญญาท�ำอยา่ งไรในการหาค�ำตอบ นิสยั แห่งการคดิ ท่ีดีควรมีดงั น้ี
3.1 นิสัยการคิดทด่ี ีตอ้ งกลา้ เส่ยี งและผจญภยั (กล้าท่จี ะคดิ )
3.2 นสิ ยั การคดิ ทีด่ ีตอ้ งคิดแปลก คดิ แยกแยะ ช้ีตัวปัญหา คดิ ส�ำรวจไต่สวน
3.3 นิสัยการคดิ ที่ดตี ้องสรา้ งค�ำอธบิ ายและสรา้ งความเข้าใจ
3.4 นิสัยการคดิ ทีด่ ตี ้องสรา้ งแผนงานและมกี ลยุทธ์
3.5 นิสยั การคดิ ที่ดตี อ้ งเป็นการใช้ความระมดั ระวงั ทางสติปญั ญา ใช้สติปญั ญาอย่างรอบคอบ
บนั ได 5 ขั้นของการจดั การเรยี นรสู้ ู่มาตรฐานสากล (Five Steps for Student Development)
โรงเรียนมาตรฐานสากลได้ปรับปรุงรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะและศักยภาพ
ความเป็นสากล โดยจัดเปน็ หลักสูตรการศกึ ษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง (Independent Study; IS) เป็นเคร่อื งมือส�ำคัญ
ของแนวคิดในการศึกษาตลอดชีวิต มีความมุ่งหมายเพ่ือให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองเกี่ยวกับ
ประเด็นทอี่ ยูใ่ นความตอ้ งการและความสนใจอยา่ งเป็นระบบ เป็นการเพ่มิ พนู ความรู้ ความเข้าใจ อกี ทงั้ ได้พัฒนา
ทักษะกระบวนการคิด ตระหนักถึงความส�ำคัญของกระบวนการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง และสามารถน�ำไป
ประยุกตใ์ ชใ้ นการเรยี นรูต้ ลอดชวี ติ ได้ การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองแบ่งเป็น 3 สาระ ดังแผนภูมิ
แผนภมู ิการจดั หลักสตู รการเรียนรู้ การศึกษาค้นควา้ ด้วยตนเอง (Independent Study; IS)
16 สดุ ยอดคู่มอื ครู
IS 1 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formulation) เป็นสาระ
ทมี่ งุ่ ใหผ้ เู้ รยี นก�ำหนดประเดน็ ปญั หา ตง้ั สมมตฐิ าน คน้ ควา้ แสวงหาความรู้ และฝกึ ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ สงั เคราะห์
และสร้างองค์ความรู้
IS 2 การสอื่ สารและการน�ำเสนอ (Communication and Presentation) เปน็ สาระทมี่ งุ่ ใหผ้ เู้ รยี นน�ำความรู้
ทไี่ ดร้ บั มาพฒั นาวธิ กี ารถา่ ยทอด สอ่ื สารความหมาย แนวคดิ ขอ้ มลู และองคค์ วามรู้ ดว้ ยวธิ กี ารน�ำเสนอทเ่ี หมาะสม
หลากหลายรปู แบบ และมปี ระสทิ ธิภาพ
IS 3 การน�ำองคค์ วามรไู้ ปใชบ้ รกิ ารสงั คม (Social Service Activity) เปน็ สาระทม่ี งุ่ ใหผ้ เู้ รยี นน�ำองคค์ วามรู้
ประยกุ ตใ์ ชอ้ งคค์ วามรไู้ ปสกู่ ารปฏบิ ตั หิ รอื น�ำไปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชนต์ อ่ สงั คม เกดิ การบรกิ ารสาธารณะ (Public Service)
กระบวนการส�ำคัญในการจัดการเรียนรู้การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองทั้ง 3 ระดับ (Independent Study; IS 1-3)
จัดกระบวนการเรียนรเู้ ป็น “บนั ได 5 ขั้นของการจดั การเรยี นรู้ในโรงเรียนมาตรฐานสากล (Five Steps for Student
Development)” ได้แก่
ขัน้ ท่ี 1 การตั้งประเด็นค�ำถามหรือการต้ังสมมติฐาน (Hypothesis Formulation) เป็นการฝึก
ให้ผู้เรียนรู้จักคิด สังเกต ตั้งค�ำถามอย่างมีเหตุผลและสร้างสรรค์ ซึ่งจะส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้
ในการต้ังค�ำถาม (Learning to Question)
ขนั้ ที่ 2 การสบื คน้ ความรจู้ ากแหลง่ เรยี นรแู้ ละสารสนเทศ (Searching for Information) เปน็ การฝกึ แสวงหา
ความรู้ ข้อมูล และสารสนเทศจากแหลง่ เรยี นรอู้ ยา่ งหลากหลาย เช่น หอ้ งสมดุ อนิ เทอร์เนต็ หรอื จากการปฏบิ ตั ิ
ทดลอง เป็นต้น ซ่ึงสง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นเกิดการเรยี นรใู้ นการแสวงหาความรู้ (Learning to Search)
ขนั้ ที่ 3 การสรา้ งองคค์ วามรู้ (Knowledge Formulation) เป็นการฝกึ ให้น�ำความรู้ ข้อมลู และสารสนเทศ
ท่ีได้จากการแสวงหาความรมู้ าอภิปราย เพือ่ น�ำไปสู่การสรุปและสรา้ งสรรคอ์ งค์ความรู้ (Learning to Construct)
ขัน้ ท ่ี 4 การส่ือสารและการน�ำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Communication) เป็นการฝึกให้
ผเู้ รยี นน�ำความรทู้ ไ่ี ดม้ าสอ่ื สารอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ซง่ึ จะสง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นเกดิ การเรยี นรแู้ ละมที กั ษะในการสอ่ื สาร
(Learning to Communicate)
ข้นั ที่ 5 การบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Public Service) เป็นการนำ�ความรู้สู่การปฏิบัติ ซึ่งผู้เรียน
จะตอ้ งเชอ่ื มโยงความรไู้ ปสกู่ ารสรา้ งประโยชนใ์ หก้ บั สงั คมและชมุ ชนรอบตวั ตามวฒุ ภิ าวะของผเู้ รยี น ซง่ึ จะสง่ เสรมิ
ให้ผเู้ รยี นมจี ติ สาธารณะและบรกิ ารสงั คม (Learning to Service)
จากแนวคิดการพัฒนาทักษะการคิด GPAS และการเรียนรู้ด้วยตนเอง IS 5 Steps ท่ีกล่าวถึงข้างต้น
บริษัท พัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จ�ำกดั ได้น�ำมาสงั เคราะห์หลอมรวมเป็นการจดั กระบวนการเรยี นรู้ที่พัฒนา
ทกั ษะการคดิ เน้นผูเ้ รยี นสร้างความรู้ ใชค้ วามร้ผู ลิตผลงาน เป็นกระบวนการเรียนรแู้ บบ GPAS 5 Steps ดังน้ี
Step 1 Gathering (ขนั้ รวบรวมข้อมลู )
Step 2 Processing (ข้นั คิดวิเคราะหแ์ ละสรุปความร้)ู
Step 3 Applying and Constructing the Knowledge (ขน้ั ปฏบิ ัติและสรปุ ความร้หู ลังการปฏบิ ตั )ิ
Step 4 Applying the Communication Skill (ขนั้ สอื่ สารและน�ำเสนอ)
Step 5 Self-Regulating (ขัน้ ประเมินเพ่อื เพ่ิมคณุ ค่าบรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณะ)
สุดยอดคมู่ อื ครู 17
สรุปไดด้ งั แผนภูมิต่อไปน้ี
บริษทั พฒั นาคณุ ภาพวิชาการ (พว.) จ�ำกัด
การน�ำกระบวนการเรียนรู้ GPAS 5 Steps ไปใชใ้ นการออกแบบการเรยี นรู้
กระบวนการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps สอดคล้องกับทฤษฎีพัฒนาการทางเชาว์ปัญญาของเพียเจต์
(Jean Piaget) และของวีก๊อทสก้ี (Semyonovich Vygotsky) เป็นรากฐานส�ำคัญของทฤษฎีการสร้างความรู้
ด้วยตนเอง (Constructivism) ท่ีเน้นการเรียนรู้ที่ผู้เรียนคิดลงมือท�ำและสรุปความรู้ด้วยตนเอง โดยการปะทะ
สัมพันธ์กับประสบการณ์ต่างๆ และมีการแลกเปล่ียนเรียนรู้ ท�ำให้ผู้เรียนมีข้อมูลและมุมมองหลากหลาย
น�ำไปสู่การปรบั โครงสร้างความรู้ ความคิดรวบยอด หรือหลกั การส�ำคญั ทศี่ ึกษาค้นควา้ ดว้ ยตนเอง (Independent
Study) เป็นแนวทางท่ีตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล ท้ังในแง่ความสนใจ ประสบการณ์ วิธี
การเรียนรู้ และการให้คุณค่าความรู้ท่ีผู้เรียนแต่ละคนสร้างขึ้นอย่างมีความหมายเพ่ือน�ำไปใช้ให้เกิดประโยชน์
ต่อตนเอง ชุมชน และสังคมโลก การเรียนรู้ตามทฤษฎีการสร้างความรู้เป็นกระบวนการ “Acting on” ไม่ใช่
“Taking in” กล่าวคือเป็นกระบวนการท่ีผู้เรียนจะต้องจัดกระท�ำกับข้อมูลไม่ใช่เพียงรับข้อมูลเข้ามา และนอกจาก
กระบวนการเรียนรู้จะเป็นกระบวนการปฏิสัมพันธ์ภายในสมอง (Internal Mental Interaction) แล้วยังเป็น
กระบวนการทางสังคมอกี ด้วย การสร้างความรจู้ งึ เปน็ กระบวนการท้งั ดา้ นสติปัญญาและสังคมควบคู่กนั การเรียน
การสอนต้องเปล่ียนจาก “Instruction” ไปเปน็ “Construction” คือเปล่ยี นจาก “การใหค้ วามรู้” เปน็ “การใหผ้ เู้ รยี น
สร้างความรู้ ใช้ความรู้ผลิตผลงาน” ซึ่งการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับแนวคิดนี้ คือการออกแบบ
การเรียนรู้แบบ Backward Design แบง่ เป็น 3 ขน้ั ตอน คอื
ข้นั ตอนที่ 1 ก�ำหนดเป้าหมายการเรยี นร้ทู ี่สะท้อนผลการเรียนรู้ ซ่ึงบอกให้ทราบวา่ ต้องการใหผ้ ู้เรยี นรู้อะไร
และสามารถท�ำอะไรไดเ้ มอ่ื จบหน่วยการเรียนรู้
18 สดุ ยอดคมู่ อื ครู
ข้ันตอนที่ 2 ก�ำหนดหลักฐาน ร่องรอยการเรียนรู้ที่ชัดเจนและแสดงให้เห็นว่าผู้เรียนเกิดผลการเรียนรู้
ตามเป้าหมายการเรยี นรู้
ขั้นตอนที่ 3 ออกแบบกระบวนการ/กิจกรรมการเรียนรู้ท่ีช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามเป้าหมาย
การเรียนรู้
(รายละเอยี ดไดเ้ สนอแนะไวใ้ นค�ำแนะน�ำในการน�ำคู่มอื ครูไปใช้จัดการเรียนการสอน)
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ (Authentic Assessment)
การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ เปน็ ทางเลอื กหนงึ่ ในการประเมนิ ผลการเรยี นการสอนทเ่ี นน้ ผเู้ รยี นเปน็ ศนู ยก์ ลาง
และปฏบิ ตั จิ รงิ สามารถน�ำไปสกู่ ารพฒั นาผเู้ รยี นอยา่ งแทจ้ รงิ สามารถประเมนิ ความสามารถทกั ษะการคดิ ขน้ั สงู ทซี่ บั ซอ้ น
ตลอดจนความสามารถในการแกป้ ญั หาและการประยกุ ตใ์ ชค้ วามรใู้ นการผลติ ผลงาน ชนิ้ งานตา่ งๆ ได้ วธิ กี ารประเมนิ ผล
ดังกล่าวเป็นการประเมินผลเชิงบวกเพ่ือค้นหาความสามารถ จุดเด่น และความก้าวหน้าของผู้เรียน รวมทั้งให้
ความชว่ ยเหลอื แกผ่ ู้เรียนในจุดท่ีต้องพัฒนาให้สูงข้ึนตามศักยภาพ เป็นเครื่องมือประเมินผลท่ีมีประสิทธิภาพที่ใช้
ในการประเมินผลเพ่ือพัฒนาผู้เรียน (Formative Evaluation) หรืออีกนัยหน่ึงเรียกว่า Assessment for Learning
รวมทัง้ สามารถใช้ในการประเมนิ ผลรวม (Summative Evaluation) หรือ Assessment of Learning ในสถานการณ์
การเรยี นการสอนท่ีใกลเ้ คียงชวี ิตจรงิ
การประเมินผลตามสภาพจริงจะมีความต่อเนื่องในการให้ข้อมูลเชิงคุณภาพที่เป็นประโยชน์ต่อผู้สอนได้ใช้
เป็นแนวทางการจัดกิจกรรมการสอนให้เหมาะสมเป็นรายบุคคลได้ และที่ส�ำคัญมีการจัดการเรียนการสอนจาก
แนวคดิ ทีเ่ ปล่ียนไปจากเดมิ ไปส่กู ารจดั การเรยี นการสอนแบบใหม่ดังตารางต่อไปนี้
ตารางเปรยี บเทียบกระบวนการเรยี นการสอนจากแนวคดิ เดิมและแนวคดิ ใหม่
แนวคิดเดิม แนวคดิ ใหม่
1. วางแผนโดยยึดพฤติกรรมเปน็ หลกั 1. วางแผนจากส่ิงที่ผู้เรียนอยากรู้และอยากท�ำ
2. สอนไปตามหัวข้อของเน้อื หา ในกรอบของหนว่ ยการเรยี นรู้
3. มีจดุ ประสงค์กวา้ งๆ 2. เกดิ การเรียนรู้ท่ลี กึ ซ้งึ
4. มักเน้นเพยี ง 1-2 สมรรถภาพและวธิ ีการเรยี น 3. มจี ดุ ประสงค์ท่ชี ดั เจน
5. ผ้สู อนเป็นผ้ดู �ำเนนิ การ 4. ใช้สมรรถภาพและวิธกี ารเรยี นทห่ี ลากหลาย
6. ยึดต�ำราเรยี นเปน็ หลัก 5. ผู้เรียนมีความต้องการเป็นตัวกระตุ้นให้เกิด
7. ใชก้ ฎเกณฑ์บังคบั เสมอๆ การศึกษาและการเรยี นรู้
8. ภาระงานและกระบวนการถูกแบ่งเปน็ สว่ นยอ่ ย 6. ใช้แหลง่ การเรียนรู้
9. ผเู้ รยี นปฏบิ ตั งิ านโดยไมท่ ราบจดุ มงุ่ หมายทช่ี ดั เจน 7. สนองความต้องการของผู้เรียนอยา่ งเหมาะสม
10. ประเมินผลครัง้ เดียวเมอ่ื จบบทเรยี น 8. ภาระงานและกระบวนการรวมอยดู่ ้วยกนั
11. ผู้สอนเป็นผปู้ ระเมนิ 9. ผู้เรยี นปฏบิ ัติงานโดยมจี ุดมุง่ หมายทีช่ ัดเจน
12. ผ้สู อนร้เู กณฑ์การประเมินแตผ่ ู้เดียว 10. ประเมินผลตลอดเวลาตั้งแต่เร่ิมปฏิบัติจนสิ้นสุด
13. ประเมินผลเฉพาะภาคความรู้ ภาระงาน
11. ผเู้ ชี่ยวชาญเร่ืองนั้นเปน็ ผปู้ ระเมนิ
12. ผูส้ อนและผ้เู รียนรู้เกณฑก์ ารประเมินทงั้ สองฝ่าย
13. ประเมนิ ผลทงั้ ความรู้ ความเขา้ ใจ และกระบวนการ
ทผี่ เู้ รียนน�ำความรู้ตา่ งๆ มาประยกุ ตใ์ ช้
อา้ งอิงจาก Kentucky Department of Education, 1998 “How to Develop a Standard-Based Unit of Study” p3.
สดุ ยอดคู่มือครู 19
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ เปน็ ทางเลอื กอกี ทางหนงึ่ ส�ำหรบั การวดั และการประเมนิ ผลซงึ่ เขา้ มามบี ทบาททดแทน
แบบทดสอบมาตรฐานซึ่งส่วนใหญ่เป็นแบบทดสอบเลือกตอบท่ีไม่สามารถวัดและประเมินผลความรู้และทักษะได้
ลักษณะส�ำคญั ของการประเมินตามสภาพจริงมอี งค์ประกอบส�ำคญั ดังน้ี
1. เป็นงานปฏิบัติที่มีความหมาย (Meaningful Task) งานท่ีให้ผู้เรียนปฏิบัติต้องเป็นงานที่สอดคล้อง
กบั ชวี ิตประจ�ำวนั เป็นเหตุการณจ์ รงิ มากกวา่ กจิ กรรมทจี่ �ำลองขน้ึ เพอ่ื ใช้ในการทดสอบ
2. เปน็ การประเมนิ รอบดา้ นดว้ ยวธิ กี ารทห่ี ลากหลาย(MultipleAssessment)เปน็ การประเมนิ ผเู้ รยี นทกุ ดา้ น
ทงั้ ความรู้ความสามารถและทกั ษะตลอดจนคณุ ลกั ษณะนสิ ยั โดยใชเ้ ครอ่ื งมอื ทเี่ หมาะสมสอดคลอ้ งกบั วธิ แี หง่ การเรยี นรู้
และพัฒนาการของผเู้ รยี น เน้นใหผ้ ้เู รียนตอบสนองดว้ ยการแสดงออก สร้างสรรค์ ผลิต หรอื ท�ำงาน ในการประเมิน
ของผู้สอนจึงต้องประเมินหลายๆ คร้ัง ด้วยวิธีการท่ีหลากหลายและเหมาะสม เน้นการลงมือปฏิบัติมากกว่า
การประเมินดา้ นองคค์ วามรู้
3. ผลผลิตมีคุณภาพ (Quality Products) ผู้เรียนจะมีการประเมินตนเองตลอดเวลาและพยายามแก้ไข
จุดด้อยของตนเอง จนกระทั่งได้ผลงานที่ผลิตข้ึนอย่างมีคุณภาพ ผู้เรียนเกิดความพึงพอใจในผลงานของตนเอง
มีการแสดงผลงานของผู้เรียนต่อสาธารณชนเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้อ่ืนได้เรียนรู้และชื่นชม จากการจัดกิจกรรม
การเรยี นการสอน ผเู้ รยี นมโี อกาสเลอื กปฏบิ ตั งิ านไดต้ ามความพงึ พอใจ นอกจากนย้ี งั จ�ำเปน็ ตอ้ งมมี าตรฐานของงาน
หรือสภาพความส�ำเร็จของงานที่เกิดจากการก�ำหนดร่วมกันระหว่างผู้สอน ผู้เรียน และอาจรวมถึงผู้ปกครองด้วย
มาตรฐานหรอื สภาพความส�ำเร็จดังกล่าวจะเปน็ ส่ิงทช่ี ว่ ยบง่ บอกว่างานของผเู้ รยี นมคี ุณภาพอยใู่ นระดับใด
4. ใช้ความคิดระดับสงู (Higher-Order Thinking) ในการประเมินตามสภาพจริง ผสู้ อนตอ้ งพยายามให้
ผู้เรียนแสดงออกหรือผลิตผลงานขึ้นมา ซ่ึงเป็นผลงานท่ีเกิดจากการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินทางเลือก
ลงมอื กระท�ำ ตลอดจนการใชท้ กั ษะการแกป้ ญั หาเมอ่ื พบปญั หาทเ่ี กดิ ขนึ้ ซง่ึ ตอ้ งใชค้ วามสามารถในการคดิ ระดบั สงู
5. มปี ฏิสัมพันธ์ทางบวก (Positive Interaction) ผเู้ รียนตอ้ งไม่รสู้ ึกเครยี ดหรอื เบือ่ หนา่ ยตอ่ การประเมนิ
ผู้สอน ผู้ปกครองและผู้เรียนต้องมีความร่วมมือท่ีดีต่อกันในการประเมิน และการใช้ผลการประเมินแก้ไข
ปรบั ปรงุ ผู้เรยี น
6. งานและมาตรฐานต้องชดั เจน (Clear Tasks and Standard) งานและกิจกรรมทจ่ี ะให้ผเู้ รียนปฏิบัติ
มขี อบเขตชัดเจน สอดคล้องกับจดุ หมายหรอื สภาพทค่ี าดหวงั ความต้องการท่ีใหเ้ กิดพฤติกรรมดังกล่าว
7. มีการสะท้อนตนเอง (Self-Reflections) ตอ้ งมีการเปดิ โอกาสใหผ้ ู้เรยี นแสดงความร้สู กึ ความคดิ เหน็
หรือเหตุผลต่อการแสดงออก การกระท�ำหรือผลงานของตนเองว่าท�ำไมถึงปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติ ท�ำไมถึงชอบ
และไม่ชอบ
8. มคี วามสมั พนั ธก์ บั ชวี ติ จรงิ (Transfer into Life) ปญั หาทเี่ ปน็ สง่ิ เรา้ ใหผ้ เู้ รยี นไดต้ อบสนองตอ้ งเปน็ ปญั หา
ทสี่ อดคลอ้ งกบั ชวี ติ ประจ�ำวนั พฤตกิ รรมทป่ี ระเมนิ ตอ้ งเปน็ พฤตกิ รรมทเ่ี กดิ ขน้ึ จรงิ ในชวี ติ ประจ�ำวนั ทง้ั ทสี่ ถานศกึ ษา
และท่บี า้ น ดังนั้นผู้ปกครองผูเ้ รยี นจึงนับวา่ มีบทบาทเป็นอยา่ งยง่ิ ในการประเมนิ ตามสภาพจรงิ
9. เปน็ การประเมนิ อยา่ งตอ่ เนอื่ ง (Ongoing or Formative) ตอ้ งประเมนิ ผเู้ รยี นอยา่ งตอ่ เนอ่ื งตลอดเวลา
และทกุ สถานท่ีอยา่ งไม่เป็นทางการ ซง่ึ จะท�ำใหเ้ ห็นพฤติกรรมทแ่ี ทจ้ รงิ เห็นพัฒนาการ คน้ พบจุดเด่นและจดุ ดอ้ ย
ของผเู้ รียน
10. เปน็ การบรู ณาการความรู้(IntegrationofKnowledge)งานทใี่ หผ้ เู้ รยี นลงมอื ปฏบิ ตั นิ น้ั ควรเปน็ งานทต่ี อ้ งใช้
ความรู้ ความสามารถ และทกั ษะทเี่ กดิ จากการเรยี นรใู้ นหลายสาขาวชิ า ลกั ษณะส�ำคญั ดงั กลา่ วจะชว่ ยแกไ้ ขจดุ ออ่ นของ
การจดั การเรยี นรแู้ ละการประเมนิ ผลแบบเดมิ ทพี่ ยายามแยกยอ่ ยจดุ ประสงคอ์ อกเปน็ สว่ นๆ และประเมนิ ผลเปน็ เรอื่ งๆ
ดงั นน้ั ผเู้ รยี นจงึ ขาดโอกาสทจ่ี ะบรู ณาการความรแู้ ละทกั ษะจากวชิ าตา่ งๆ เพอ่ื ใชใ้ นการปฏบิ ตั งิ านหรอื แกป้ ญั หาทพี่ บ
ซ่ึงสอดคล้องกับชีวิตประจ�ำวัน หรือปัญหาน้ันต้องใส่ความรู้ ความสามารถ และทักษะจากหลายๆ วิชามาช่วย
ในการท�ำงานหรอื แกไ้ ขปญั หา
20 สุดยอดคมู่ ือครู
1.4 ค�ำแนะนำ� ในการนำ� คู่มอื ครไู ปใช้ในการจัดการเรียนการสอน 21
สว่ นประกอบของคมู่ ือครู
คู่มือครูมอี งคป์ ระกอบส�ำ คญั 3 สว่ น ดงั น้ี
ส่วนท่ี 1 กระบวนการจัดการเรียนการสอนสำ�หรบั ครู คือส่วนทนี่ ำ�เสนอในเอกสารฉบบั นี้ ประกอบดว้ ย
สาระสำ�คญั 3 รายการ คือ
1. รูปแบบ เทคนิควิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้ คู่มือครูฉบับน้ีนำ�เสนอ “กระบวนการจัดการเรียนรู้
แต่ละหน่วยการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps” แต่ละ Steps นำ�เสนอข้ันตอน/วิธีดำ�เนิน
กิจกรรมสำ�คัญที่เป็นหัวใจสำ�คัญของการจัดการเรียนรู้แต่ละขั้นตอนท่ีเน้นการเรียนรู้ตามแนวคิด “ผู้เรียนร่วมกัน
สร้างความรู้ด้วยกระบวนการคิดวเิ คราะหแ์ ละลงมอื ปฏบิ ัติ นำ�ความรู้ไปใช้ผลิตผลงานและตรวจสอบตนเอง” โดย
ยึดเนอ้ื หาในหน่วยการเรียนร้ทู ีก่ �ำ หนดในหนงั สอื เรยี นเปน็ หลัก
ถ้าหนังสือเรียนหน่วยการเรียนรู้ใดมีเนื้อหาสาระที่จัดให้เรียนรู้ในหลายความคิดรวบยอดแตกต่างกัน
หรอื จ�ำ นวนหวั เรอื่ งมากจนไมส่ ามารถใช้กระบวนการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ให้ครอบคลุมหัวเรอื่ งทงั้ หมดใน
หน่วยการเรียนรู้น้ันได้ จะจัดดำ�เนินการออกแบบการเรียนรู้แยกเป็นเรื่องๆ 2 หรือ 3 เรื่อง เพ่ือใช้กระบวนการ
GPAS 5 Steps ให้จบเนือ้ หานนั้ ตามความแตกต่างของความคิดรวบยอดหรอื หัวขอ้ เรอื่ ง แต่จะรวมการประเมนิ ไว้
ในหน่วยการเรียนรู้เดียวกันตามต้นฉบับหนังสือเรียน เพ่ือไม่ให้สับสนในการประเมินจุดประสงค์ประจำ�หน่วย
การเรยี นรู้ ดงั รายละเอยี ดในเอกสาร
2. การบูรณาการการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ทุกหน่วยการเรียนรู้ได้นำ�เสนอ “การบูรณาการกิจกรรม
การเรียนรู้” ไว้ต่อจากคำ�แนะนำ�ในการจัดกระบวนการจัดการเรียนรู้แต่ละหน่วยการเรียนรู้ หรือหากเนื้อหา
ในหน่วยการเรียนรู้ถูกแบ่งกลุ่มหัวข้อเน้ือหาเป็นหลายเรื่องเพ่ือจัดกระบวนการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps
แยกจากกัน ก็ให้มีการนำ�เสนอ “การบูรณาการกิจกรรมการเรียนรู้” ทุกหัวข้อเรื่อง กิจกรรมบูรณาการการเรียนรู้
มหี วั ข้อสำ�คญั ดังน้ี
2.1 สมรรถนะผูเ้ รยี นในศตวรรษท่ี 21 ได้แก่ ความตระหนกั ร้ใู นตน (Personal Spirit) การคิด (Thinking)
การแกป้ ญั หา (Problem Solving) การท�ำ งานเปน็ ทมี (Team) การสอื่ สาร (Communication) และอนื่ ๆ ซง่ึ จดั บรู ณาการ
เข้าไปในกระบวนการจัดกิจกรรมแต่ละขั้นตอน เช่น การให้ผู้เรียนทำ�งานและเรียนรู้เป็นกลุ่ม ผลัดเปล่ียนกัน
แบง่ บทบาทหนา้ ทใ่ี หร้ บั ผดิ ชอบในกลมุ่ เรยี นรรู้ ว่ มกนั คดิ วเิ คราะห์ แกป้ ญั หา และประเมนิ ตนเอง ซงึ่ จดั ไวใ้ นกจิ กรรม
การเรียนรทู้ กุ หน่วยการเรียนรแู้ ล้ว
2.2 การเรยี นรสู้ อู่ าเซยี น สว่ นใหญเ่ นน้ ไปทกี่ ารบรู ณาการค�ำ ศพั ทภ์ าษาองั กฤษเกย่ี วกบั เนอื้ หาทกี่ �ำ หนดให้
ในหนว่ ยการเรียนรู้ ชว่ ยใหผ้ ู้เรียนไดเ้ พม่ิ พูนความรภู้ าษาองั กฤษ และมเี จตคติท่ดี ีต่อการสอ่ื สารด้วยภาษาองั กฤษ
ซง่ึ เปน็ ภาษากลางทใี่ ชส้ อื่ สารในกลมุ่ ประเทศอาเซยี น และอาจจดั ใหศ้ กึ ษาภมู ปิ ระเทศ ภมู ปิ ญั ญา ศลิ ปะ วฒั นธรรม
การปกครอง และงานอาชีพของประเทศในอาเซยี น ในประเดน็ ทีส่ อดคลอ้ งกับเนอื้ หาในหนว่ ยการเรยี นรู้นั้นๆ
2.3 ทกั ษะชวี ติ เปน็ การบรู ณาการทงั้ ความรใู้ นสาระทเี่ รยี น ทกั ษะและคา่ นยิ มไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ จรงิ
หรือสถานการณ์จำ�ลองในกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ หรือประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำ�วัน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต
และพัฒนาธุรกิจให้ประสบความสำ�เร็จ ได้แก่ การสร้างมนุษยสัมพันธ์ การรู้จักตนเองและเรียนรู้ผู้อื่น การคิด
แก้ปัญหาและตัดสินใจเชิงบวก ซึ่งช่วยพัฒนาด้วยจิตปัญญาให้ผู้เรียนเฉพาะส่วนท่ีสอดคล้องกับเน้ือหาในหน่วย
การเรียนรู้
2.4 ค่านิยมหลกั 12 ประการ เนน้ การปลูกฝงั จรยิ ธรรมคา่ นิยมท่ีดงี ามตามลักษณะทีด่ ขี องคนไทย โดย
เลอื กมาใชแ้ ตล่ ะหนว่ ยการเรยี นรดู้ ว้ ยการใหผ้ เู้ รยี นไดต้ ระหนกั ถงึ จรยิ ธรรม คา่ นยิ มทเี่ ลอื กมาก�ำ หนดในกระบวนการ
จัดกจิ กรรมทสี่ ัมพันธ์กับเน้ือหาในหนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ีเรยี นและกระบวนการเรียนรูท้ กุ ขน้ั ตอน
สุดยอดคูม่ อื ครู
2.5 กิจกรรมท้าทาย เป็นกิจกรรมเสริมความถนัด ความสนใจของผู้เรียนที่เพิ่มเติมจากกิจกรรมใน
หนว่ ยการเรยี นรู้ ซงึ่ อาจท�ำ เปน็ กลมุ่ หรอื รายบคุ คลกไ็ ด้ กจิ กรรมทา้ ทายจะเปน็ สว่ นเตมิ เตม็ ความรทู้ กั ษะของผเู้ รยี น
เสริมสร้างสมรรถนะให้สูงขึ้นต่อเน่ืองจากกิจกรรมในหน่วยการเรียนรู้ ผู้เรียนท่ีสนใจสามารถใช้เวลานอกหน่วย
การเรียนร้ปู ฏบิ ตั ิกจิ กรรมนีด้ ว้ ยความรับผิดชอบของตน
3. แผนการประเมินจุดประสงค์การเรียนรู้และสมรรถนะประจำ�หน่วย เป็นส่วนท่ีออกแบบไว้สำ�หรับ
ผู้สอนใช้ในการประเมินจุดประสงค์การเรียนรู้ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ เน้นการประเมินสภาพจริง (Authentic
Assessment) โดยนำ�เอาภาระงาน/ช้ินงาน/การแสดงออกของผู้เรียนท่ีปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ ตามขั้นตอน
ของกระบวนการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ท่ีสอดคล้องสัมพันธ์กับจุดประสงค์การเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้
แต่ละหน่วยมากำ�หนดระดับคุณภาพหรือคะแนนในภาระงาน/ชิ้นงาน/การแสดงออกของผู้เรียนแต่ละเรื่องตามที่
ออกแบบไว้ เพ่ือสรปุ ผลการประเมนิ ในหนว่ ยการเรยี นร้นู ัน้ ดงั นี้
3.1 ภาระงาน/ช้ินงาน/การแสดงออกของผู้เรียนระหว่างเรียน ได้แก่ ภาระงานในการรวบรวมข้อมูล
(G; Gathering) การวิเคราะห์ขอ้ มูลสรปุ ความร้คู วามเขา้ ใจ (P; Processing และ A; Applying and Constructing
Knowledge) การนำ�เสนอผลการนำ�ไปใช้และสรุปความรู้ความเข้าใจ (A; Applying the Communication Skill)
ท่ีเกิดข้ึนในระหว่างปฏิบัติกิจกรรมในแต่ละข้ันตอน ส่วนใหญ่เป็นการประเมินเชิงคุณภาพจัดระดับคุณภาพไว้
4 ระดับ คอื ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) และตอ้ งปรับปรุง (1) และอาจให้คา่ น้ําหนกั แตล่ ะรายการคิดเป็นคะแนน ทงั้ น้ี
ขึ้นอยกู่ บั ผสู้ อนจะพิจารณาเพ่มิ เติมให้เหมาะสมกบั บรบิ ทของการจัดการเรยี นรู้
3.2 ภาระงาน/ช้ินงานรวบยอดเม่ือจบหน่วยการเรียนรู้ อยู่ในขั้นการประเมินตนเองเพ่ือเพิ่มคุณค่า
บรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณะ (S; Self-Regulating) ได้แก่ คะแนนจากผลการปฏิบตั กิ จิ กรรมตรวจสอบความเข้าใจ
คะแนนจากผลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมสง่ เสรมิ การเรยี นรู้ คะแนนจากผลการประเมนิ ตนเอง และคะแนนจากแบบทดสอบ
(ศึกษาเอกสารในเลม่ ประกอบ)
ส่วนที่ 2 การออกแบบการจัดการเรียนรู้ระดับหน่วยการเรียนรู้ ในส่วนน้ีได้นำ�กระบวนการจัด
การเรียนรู้สำ�หรับผู้สอน ในส่วนท่ี 1 มาขยายให้เห็นรายละเอียดในวิธีจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ชัดเจนมากขึ้น
โดยประยุกตใ์ ชแ้ นวทางการออกแบบการเรยี นรแู้ บบ Backward Design ของ Grant Wiggins and Jay McTighe
กำ�หนดไว้ 3 ขัน้ ตอน ได้แก่
ข้ันตอนที่ 1 กำ�หนดเป้าหมายคณุ ภาพผ้เู รียน (Stage 1-Desired Results) ในการออกแบบการเรียนรู้
ระดับหน่วยการเรยี นรู้ ในทนี่ ีไ้ ดก้ �ำ หนดเปา้ หมายคุณภาพผเู้ รียนเปน็ เปา้ หมายยอ่ ยๆ ไว้ ดังน้ี
1. ความคดิ รวบยอด/ความเขา้ ใจทคี่ งทน
2. สาระการเรยี นรู้
3. สมรรถนะประจ�ำ หนว่ ย
4. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ข้นั ตอนท่ี 2 กำ�หนดหลกั ฐานร่องรอยภาระงาน/ช้นิ งาน/การแสดงออกของผ้เู รยี นสำ�หรบั การประเมิน
(Stage 2-Assessment Evidence) ในท่นี ีไ้ ด้กำ�หนดสาระส�ำ คัญในการประเมนิ ผล ได้แก่
1. วิธีประเมินท่ีสอดคลอ้ งจุดประสงค์การเรียนร้ใู นหน่วยการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ ภาระงาน/ชน้ิ งาน/การแสดงออก
ของผเู้ รยี น แยกเปน็
• ภาระงาน/ชิน้ งานระหว่างเรยี น
• ภาระงาน/ชิ้นงานรวบยอดในหน่วยการเรยี นรู้
22 สดุ ยอดคู่มอื ครู
2. เกณฑป์ ระเมนิ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรจู้ ากภาระงาน/ชนิ้ งาน/การแสดงออกของผเู้ รยี นระหวา่ งเรยี น ก�ำ หนด
เป็นระดับคุณภาพ 4 ระดับ ดังได้กล่าวแล้วข้างต้น มีคำ�อธิบายเกณฑ์การประเมินแต่ละระดับทุกจุดประสงค์
การเรียนรู้ เพ่ือให้ผู้ประเมินสามารถประเมินได้เท่ียงตรงสอดคล้องกับความเป็นจริง ได้นำ�เสนอในหน่วย
การเรยี นรูท้ ุกหน่วยอยา่ งละเอียด
ข้ันตอนท่ี 3 ออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรู้ (Stage 3-Learning Plan) ในท่ีนีไ้ ด้ก�ำ หนดกระบวนการเรียนรู้
ทเ่ี นน้ ทกั ษะการคดิ การปฏบิ ตั จิ รงิ ทผ่ี เู้ รยี นเปน็ ผสู้ รา้ งความรู้ ใชค้ วามรผู้ ลติ ผลงาน ดว้ ยกระบวนการ GPAS 5 Steps
ดังนี้
Step 1 Gathering (ขั้นรวบรวมข้อมลู )
Step 2 Processing (ขัน้ คดิ วิเคราะหแ์ ละสรุปความรู)้
Step 3 Applying and Constructing the Knowledge (ขั้นปฏบิ ัตแิ ละสรปุ ความรหู้ ลังการปฏิบตั )ิ
Step 4 Applying the Communication Skill (ข้นั สอ่ื สารและนำ�เสนอ)
Step 5 Self-Regulating (ขัน้ ประเมนิ เพ่ือเพิ่มคณุ ค่าบรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณะ)
รายละเอียดน�ำ เสนอใน CD ส่อื สง่ เสริมการเรยี นรู้ทใี่ ช้คกู่ ับเอกสารฉบับนี้
ส่วนที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู้ ได้จัดทำ�เป็นแผนรายชั่วโมงที่แสดงรายละเอียดการดำ�เนินกิจกรรม
แตล่ ะขน้ั ตอนตาม GPAS 5 Steps ใหช้ ดั เจนมากขน้ึ ผสู้ อนสามารถปรบั ใชใ้ หเ้ ขา้ กบั บรบิ ทของผเู้ รยี นและหอ้ งเรยี น
แต่ละแห่งในแต่ละโอกาส ในแผนการจัดการเรียนรไู้ ด้น�ำ เสนอรายละเอียดดังนี้
1. สาระสำ�คัญของเรื่องหรือเน้ือหาทเ่ี รยี น
2. ค�ำ ถามทผี่ สู้ อนใชถ้ ามผเู้ รยี นเพอื่ กระตนุ้ ใหแ้ สวงหาขอ้ มลู ค�ำ ตอบ หรอื ขอ้ สรปุ ดว้ ยตนเองในแตล่ ะขน้ั ตอน
ในชัว่ โมงสอน
3. แบบบนั ทกึ ผงั กราฟกิ (Graphic Organizers) ท่ีใหผ้ เู้ รียนนำ�ไปใชใ้ นขนั้ ตอนตา่ งๆ ของการจดั การเรียนรู้
ตามกระบวนการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps เช่น ผังกราฟิกในการสังเกตรวบรวมและบันทึกข้อมูล ผังกราฟิก
การวเิ คราะหข์ อ้ มลู และสรปุ ความร้ใู นรูปแบบตา่ งๆ เป็นตน้
4. สอื่ อปุ กรณ์และแหลง่ เรยี นรู้ ส�ำ หรบั ผ้สู อนและผเู้ รยี นท่จี ะหาความร้เู พม่ิ เติมในเนอื้ หาแต่ละหน่วยการเรียนรู้
5. กจิ กรรมเสนอแนะ ส�ำ หรบั ผสู้ อนเสรมิ ความรแู้ ละทกั ษะใหก้ บั ผเู้ รยี นทม่ี จี ดุ เดน่ ทจ่ี ะเรยี นรใู้ หเ้ ตม็ ตามศกั ยภาพ
6. บันทึกหลังสอน สำ�หรับผู้สอนประเมินการจัดการเรียนรู้ในแต่ละแผน เป็นแบบบันทึกการประเมิน
เชิงระบบประกอบด้วยหวั ข้อส�ำ คัญ คือ
• ความพรอ้ มกอ่ นดำ�เนินกจิ กรรม (สอ่ื วัสดุอปุ กรณ์ การเขา้ ชั้นเรียน พน้ื ฐานความรูเ้ ดิมของผูเ้ รยี น)
• บรรยากาศการเรยี นรู้ (ความสนใจ ปฏสิ มั พนั ธใ์ นหอ้ ง ความราบรน่ื ในการด�ำ เนนิ กจิ กรรมการเรยี นการสอน)
• ผลการเรยี นรู้ (จ�ำ นวนผเู้ รยี นทมี่ ผี ลงานระหวา่ งเรยี นและผลการประเมนิ บรรลวุ ตั ถปุ ระสงคแ์ ตล่ ะระดบั
ผเู้ รยี นที่เป็นผนู้ ำ� ผู้เรยี นทต่ี อ้ งให้ความสนใจเพ่ิมเตมิ )
• แนวทางการพฒั นาในครัง้ ต่อไป (สง่ิ ทต่ี อ้ งยุติ สง่ิ ทีน่ ำ�มาใช้ตอ่ สง่ิ ทตี่ อ้ งปรับปรุงเพ่มิ เตมิ )
รายละเอยี ดนำ�เสนอใน CD สอื่ ส่งเสรมิ การเรียนรูท้ ่ใี ช้คู่กับเอกสารฉบบั นี้
หมายเหต:ุ ส่วนท่ี 2 และส่วนที่ 3 ทางบริษัท พัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จ�ำกัด ได้จัดท�ำเป็น
ไฟล์เอกสาร Word บันทึกลงในแผ่น CD ผู้สอนสามารถคัดลอก ดัดแปลง หรือปรับเปล่ียน
รายละเอียดเพื่อน�ำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา
ตรงตามความต้องการ ความพร้อม และความสนใจของผู้เรยี นแตล่ ะคนหรอื แต่ละหอ้ งเรียน
สุดยอดคมู่ ือครู 23
พฒั นาความ นำ�ข้อมูลมาจ�ำ แนก สร้างความรขู้ ้ันสูง คอื คดิ ออกแบบ
สามารถในการ จดั กลมุ่ วิเคราะห์ ความรู้ระดับคุณธรรม หลายๆ แบบ
เก็บข้อมูล พิสูจน์ ทดลอง จริยธรรม โดยใหน้ �ำ เพ่ือสรา้ ง
รวบรวมขอ้ มูลจาก วิจัย ให้เหน็ ลำ�ดบั ผลการคดิ ของตนเอง ทางเลือกหรือ
การฟัง การอา่ น ความสำ�คญั และ มาไตรต่ รองวา่ วธิ ีคิด เพ่ือหาวิธี
การดูงาน การสำ�รวจ ความสัมพนั ธ์ ดังกล่าวจะนำ�ไป หลายๆ วิธี
การสัมภาษณ์ เชอื่ มโยง ใหร้ ู้วา่ สู่ผลสำ�เร็จหรอื ไม่ ทีจ่ ะน�ำ ความรู้
การไปดเู หตกุ ารณ์ อะไรคือปัญหา ส่งประโยชน์ถึงสงั คม ไปปฏบิ ตั ใิ ห้
หรอื สถานการณ์ ที่แทจ้ ริง อะไรคือ สาธารณะและ เตม็ ศกั ยภาพ
ที่เกิดขน้ึ จริง เพ่อื นำ� สาเหตุท่นี �ำ สู่ปัญหา สิง่ แวดลอ้ มหรอื ไม่ และงดงาม
ขอ้ มลู ไปจัดกระท�ำ เกดิ ผลกระทบ ถา้ ไมถ่ ึงจะปรบั และน�ำ ผลไปสู่
ใหเ้ กดิ ความหมาย จากปญั หา ตรงไหน อย่างไร ความส�ำ เร็จ
ผ่านกระบวนการ หาวธิ ีแกป้ ญั หา จึงจะเปน็ ไปตาม แบบคงทน
คิดวิเคราะห์ แนวทางป้องกนั วัตถปุ ระสงค์ จึงกล้า อย่างมลี �ำ ดบั
สาเหตไุ ม่ให้ วิจารณ์ กลา้ เสนอแนะ ขั้นตอน เพอื่ การ
เกิดข้นึ และ อยา่ งสร้างสรรค์ ตรวจสอบทม่ี ี
ไม่นำ�สู่ปัญหา รบั ฟงั ขอ้ เสนอแนะ ประสทิ ธิภาพ
ข้อวจิ ารณ์ จากเพ่ือน และแกป้ ัญหาใน
ครู พอ่ แม่ อยา่ งมี แต่ละขัน้ ตอนได้
เหตุผล ทบทวน ตรงวตั ถุประสงค์
ปรบั ปรงุ ดว้ ยความยินดี
มคี า่ นิยมในความเป็น
ประชาธิปไตยเสมอ
ออกแบบ
Activeคณุ ธปรรระมเมคิน่านยิ ม
สวงั ิเเคครราาะะหห์ ์
ขอ้ มลู แผนการสอน คู่มือครู Active Learning ตามแนว
สรปุ รายงานผล เป้าหมายการเรยี นรู้ Portfolio
24 สุดยอดคูม่ อื ครู
สามารถคิด ก่อนลงมอื ปฏบิ ตั ิ การปฏบิ ัตทิ ดี่ ีจึงต้องปฏบิ ตั ิ เมอื่ งานส�ำ เร็จ รจู้ กั
ตัดสนิ ใจเลอื ก นำ�แนวคดิ และ ตามแผนทีว่ างไว้ ผ่าน ประเมินงานทัง้ ด้วย
แนวทางหรือ ตัดสินใจมาจัด การวิเคราะห์ การไตรต่ รอง เหตุผลควบค่กู ับการ
วธิ ีท่ดี ที ี่สดุ ที่ ลำ�ดบั ขัน้ ตอน ไว้อย่างดีแล้ว การปฏิบัติ ประเมนิ ตนเองเสมอ
นำ�ไปสคู่ วาม การท�ำ งาน จรงิ จงึ เป็นการพฒั นา ถา้ กระบวนการนน้ั
ส�ำ เร็จไดจ้ ริง เพอื่ สามารถ การทำ�งานรว่ มกบั ผอู้ ่นื หรือ นำ�ไปสู่ผลจริง ก็จะ
น�ำ ประโยชน์ ด�ำ เนนิ งานไป ทำ�งานเปน็ ทมี ทตี่ ้องมีการ นำ�กระบวนการน้ัน
ไปสสู่ งั คม ตามแผนการคิด จดั การแบ่งงานให้ตรงตาม ไปพัฒนาหรือ
สาธารณะ ทีผ่ ่านการ ความถนัด แชรค์ วามคดิ ทำ�งานในกลุ่มสาระ
สง่ิ แวดลอ้ ม ไตร่ตรองมา ประสบการณ์ รู้จกั รับฟงั อ่ืนๆ เพอื่ ใหไ้ ดง้ าน
เป็นวิธที ่ี อยา่ งดแี ล้ว และ รจู้ ักเสนอแนะ มีคา่ นยิ ม ที่มคี ุณภาพและ
คุม้ คา่ เพื่อพสิ ูจนใ์ ห้ แสดงออกเปน็ ประชาธปิ ไตย คุณค่าเพมิ่ ขึ้นเสมอ
ตัง้ อยบู่ น เหน็ ว่าสง่ิ ทค่ี ดิ รู้จกั อดทน ขยัน รบั ผิดชอบ ข้ันตอนใดที่มีจุดอ่อน
หลักการของ ไว้เมอ่ื นำ�ไป ในหนา้ ทก่ี ารท�ำ งานหรอื ก็ต้องปรับปรงุ
ปรชั ญา ปฏบิ ตั จิ ริงแลว้ ปฏบิ ตั ิ มุง่ หวังเพ่ือให้ ใหด้ ีย่งิ ข้ึน เมอ่ื ได้
เศรษฐกจิ สามารถดำ�เนนิ ได้งานทด่ี ขี ้นึ เพือ่ ประโยชน์ กระบวนการทด่ี ีแล้ว
พอเพยี ง การไดต้ าม ของสังคมส่วนรวมที่กวา้ งไกล กส็ รุปกระบวนการ
ที่คดิ ไวห้ รอื ไม่ ขน้ึ ค�ำ นงึ ถึงผลกระทบ นัน้ ใหเ้ ป็นหลกั การ
เพ่ือน�ำ ไปสู่ ตอ่ สาธารณะและส่งิ แวดลอ้ ม พัฒนางานท่ดี ีของ
การแกป้ ญั หา มากยงิ่ ขนึ้ อีกทั้งยงั นำ�กรอบ ตนเอง เปน็ เครอ่ื งมอื
และพัฒนาการ ความคดิ มาปฏบิ ตั เิ พอ่ื การเรียนรู้
เกบ็ ขอ้ มูลและ การออกแบบ สรา้ งนวัตกรรม ใชเ้ รยี นรขู้ ้อมูลได้
การคิดต่อไป ดว้ ยสอ่ื เทคโนโลยีได้อยา่ ง ทุกโอกาสท่ัวโลก
ทัดเทียมกับความเป็นสากล และทกุ สถานการณ์
ทกุ เงือ่ นไข
วางแผน ได้ตลอดชีวติ
Learningตัดสินใจ ปฏิบตั ิ
Backward Design ใชก้ ระบวนการ GPAS 5 Steps ความรู้
AKP 123 4 ประเมินตนเอง เพ่มิ ค่านยิ ม คุณธรรม
Rubrics
สดุ ยอดค่มู ือครู 25
การศกึ ษาในศตวรรษท่ี ๒๑ - Thailand 4.0
หนง่ึ คาถามมหี ลายคาตอบ คน้ หาคณุ ธรรม คา่ นิยม ลงมือทา
ค้นหาความรู้ดว้ ยตนเอง ประเมนิ ตนเอง / ร้จู ักตนเอง เรยี นให้รจู้ ริง
พัฒนาความคิดสรา้ งสรรค์ จิตสานกึ ตอ่ โลก เศรษฐกิจ เรียนร้จู ากการทางาน
คิดสกู่ ารสรา้ งนวัตกรรม ธรุ กจิ การประกอบการ ทาโครงงาน
ตกผลึกความเปน็ ผนู้ า ความเป็นพลโลก สุขภาพ ส่ิงแวดลอ้ ม ทาเปน็ ทมี
พัฒนาความสามารถการใช้ คดิ เชิงวพิ ากษ์และการแกป้ ญั หา คน้ หาวธิ กี าร
สื่อ / สารสนเทศ ความร่วมมือในการทางาน ใชก้ ระบวนการสรา้ งความรู้
ความรับผดิ ชอบตอ่ การเปน็ ผนู้ า เกดิ ทกั ษะครบทกุ ด้าน
ใช้ทกั ษะเรียนรู้ขา้ มวฒั นธรรม
การเพ่มิ ผลผลิต สรา้ งนวัตกรรม
นาเสนอจาก After Action
Review (AAR)
เกิดทักษะพน้ื ฐานดา้ นเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสอื่ สาร ICT
สือ่ สารมากกวา่ 2 ภาษา
ประเมินเพือ่ การพัฒนาและเพม่ิ คา่ นยิ ม คณุ ธรรม
สถาบนั พัฒนาคุณภาพวชิ าการ(พว.) เข้าใจความรูท้ ั้งสามมิติและหลากหลาย ดร.ศักดส์ิ ิน โรจน์สราญรมย์
ประเมินเพอื่ การพัฒนาความรู้ท้งั สามมติ ิ
26 สุดยอดคูม่ ือครู
1 . ขG้ันaรtวhบeรrวiมnขg้อมูล 2. ขPั้นrคoิดcวeิเsคsรiาnะหg์และสรุปความรู้
A3. ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ A4. ข้ันส่ือสารและน�ำเสนอ 5 . ขSั้นeปlรf-ะRเมeินgเพu่ือlaเพti่ิมnคgุณค่า
pplying and Constructing the Knowledge pplying the Communication Skill
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 ทักษะชีวิต ค่านิยมหลัก 12 ประการ กิจกรรมท้าทาย รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
1หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ความปลอดภยั เกีย่ วกบั หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1
การปฏิบัตงิ านไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์
ความปลอดภัยเกี่ยวกับการปฏบิ ัติ
สาระสำาคญั งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์
ไฟฟ้าเป็นสาธารณูปโภคที่มีความสำาคัญในการดำารงชีพ เนื่องจากในปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆ สาระการเรยี นรู้
ไดม้ ีการพฒั นาไปอยา่ งรวดเร็ว ซ่ึงตน้ กำาเนิดพลังงานท่ีใชใ้ นการขับเคลอ่ื นเศรษฐกจิ มาจากพลงั งานไฟฟา้ 1. ความรเู้ บอ้ื งตน้ เกยี่ วกบั อนั ตรายจากการปฏบิ ตั ิ
หากขาดไฟฟ้าเพียงแค่ไม่กี่นาทีก็อาจมีผลทำาให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจการผลิตอย่างมหาศาล ดังนั้น
จึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าไฟฟ้าเป็นพลังงานท่ีมีคุณค่ามหาศาลต่อมวลมนุษย์ แม้ว่าไฟฟ้าจะมีประโยชน์ งานไฟฟา้ (หนังสอื เรียน หน้า 3-5)
กบั มนุษยม์ ากเพยี งใด หากใชโ้ ดยขาดความระมดั ระวงั และขาดการปอ้ งกนั ที่ด ี ก็จะมผี ลใหผ้ ู้ใชไ้ ดร้ ับโทษ 2. อนั ตรายจากไฟฟ้า (หนงั สือเรยี น หนา้ 5-7)
จากไฟฟา้ ไดอ้ ยา่ งมหันต์ 3. การป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้า
สาระการเรียนรู้ (หนงั สอื เรียน หนา้ 7-8)
4. การช่วยเหลือผู้ท่ีได้รับอันตรายจากกระแส
1. ความรู้เบ้อื งต้นเก่ียวกับอันตรายจากการปฏิบตั ิงานไฟฟ้า
2. อันตรายจากไฟฟ้า ไฟฟ้า (หนังสอื เรยี น หน้า 9)
3. การปอ้ งกนั อนั ตรายจากกระแสไฟฟา้ 5. การปฐมพยาบาลเบ้ืองต้นส�ำหรับผู้ที่ได้รับ
4. การช่วยเหลอื ผู้ท่ีได้รับอนั ตรายจากกระแสไฟฟ้า
5. การปฐมพยาบาลเบ้ืองตน้ สำาหรับผู้ท่ไี ดร้ บั อนั ตรายจากกระแสไฟฟา้ อันตรายจากกระแสไฟฟ้า (หนังสือเรียน หน้า
10-11)
การประเมนิ ผล
ภาระงาน/ชนิ้ งาน/การแสดงออกของผู้เรียน สมรรถนะประจ�ำหนว่ ย
ภาระงาน/ช้ินงานระหวา่ งเรียน 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการ
1. ผังกราฟิกแสดงการเก็บรวบรวมข้อมูลเรื่องความปลอดภัยเกี่ยวกับ
ปฏบิ ัติงานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์
การปฏิบตั ิงานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์ 2. ปฏบิ ตั ติ นเพอ่ื ความปลอดภยั โดยการปอ้ งกนั
2. ผงั กราฟกิ สรปุ ความรคู้ วามเขา้ ใจเรอ่ื งความปลอดภยั เกย่ี วกบั การปฏบิ ตั ิ
อันตรายจากกระแสไฟฟ้า
งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์
3. การน�ำเสนอผลการสรุปความรู้ความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยเกี่ยวกับ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายอันตรายที่เกิดจากการปฏิบัติงาน
การปฏิบัตงิ านไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์
เก่ียวกบั ไฟฟ้าได้
2. อนั ตรายทเ่ี กิดจากไฟฟ้าได้
3. บอกวธิ ีการปฏิบตั งิ านเก่ยี วกบั ไฟฟา้ ได้
4. อธบิ ายวธิ กี ารปอ้ งกนั อนั ตรายจากกระแสไฟฟา้
ได้
5. บอกหลกั การปฐมพยาบาลผถู้ กู ไฟฟ้าดดู ได้
ภาระงาน/ชนิ้ งานรวบยอดในหนว่ ยการเรยี นรู้
1. ผลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตรวจสอบความเขา้ ใจ
2. ผลการปฏิบัติงาน (ใบงาน)
3. ผลการประเมินตนเอง
4. คะแนนผลการทดสอบ
สุดยอดคู่มอื ครู 27
1 . ขGั้นaรtวhบeรrวiมnขg้อมูล 2. ขP้ันrคoิดcวeิเsคsรiาnะหg์และสรุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 ทักษะชีวิต
Step 1 ข้ันรวบรวมข้อมลู 2 งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์เบอ้ื งต้น
สมรรถนะประจำาหนว่ ย
Gathering
1. ผู้สอนแบ่งกลุ่มผู้เรียนร่วมกันศึกษา 1. แสดงความรเู้ ก่ยี วกบั ความปลอดภัยในการปฏิบตั งิ านไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ ส์
เ อ ก ส า ร ห นั ง สื อ เ รี ย น วิ ช า ง า น ไ ฟ ฟ ้ า 2. ปฏบิ ตั ติ นเพอ่ื ความปลอดภัยโดยการป้องกนั อันตรายจากกระแสไฟฟ้า
และอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น เรื่อง
ความปลอดภัยเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ตามหัวข้อ
ที่ก�ำหนด (ศึกษารายละเอียดจากแผน 1. อธิบายอนั ตรายทเ่ี กดิ จากการปฏิบัติงานเก่ียวกับไฟฟ้าได้
การจัดการเรียนรู้) 2. บอกอันตรายทีเ่ กดิ จากไฟฟ้าได้
3. บอกวิธีการปฏิบัติงานเกีย่ วกับไฟฟา้ ได้
2. ผู้สอนต้ังค�ำถามให้ผู้เรียนเสนอข้อมูล 4. อธบิ ายวิธกี ารปอ้ งกันอนั ตรายจากกระแสไฟฟา้ ได้
จากประสบการณ์เดิมที่รับรู้เรื่องความ- 5. บอกหลกั การปฐมพยาบาลผ้ถู ูกไฟฟา้ ดูดได้
ปลอดภัยเก่ียวกับการปฏิบัติงานไฟฟ้า
และอิเล็กทรอนิกส์ (ศึกษารายละเอียด ผงั สาระการเรยี นรู้
คำ� ถามจากแผนการจัดการเรยี นร)ู้
ความปลอดภยั ความร้เู บอ้ื งตน้ เก่ยี วกับอันตรายจาก
3. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มบันทึกผลจากการศึกษา เก่ยี วกับ การปฏิบตั ิงานไฟฟ้า
ตามหัวข้อที่ก�ำหนดลงผังกราฟิก (เลือก อนั ตรายจากไฟฟา้
ออกแบบและใช้ผังกราฟิกให้เหมาะสมกับ การปฏบิ ัตงิ านไฟฟ้า
ลักษณะของข้อมลู ) ดงั ตัวอยา่ ง และอเิ ล็กทรอนกิ ส์ การป้องกันอนั ตรายจากกระแสไฟฟ้า
การชว่ ยเหลอื ผูท้ ่ีไดร้ บั อนั ตรายจากกระแสไฟฟา้
การปฐมพยาบาลเบือ้ งตน้ สำาหรับผู้ท่ีได้รับอนั ตราย
จากกระแสไฟฟ้า
28 สุดยอดคู่มอื ครู
A3. ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ A4. ข้ันส่ือสารและน�ำเสนอ 5 . ขSั้นeปlรf-ะRเมeินgเพuื่อlaเพtiิ่มnคgุณค่า
pplying and Constructing the Knowledge pplying the Communication Skill
ค่านิยมหลัก 12 ประการ กิจกรรมท้าทาย รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
ความปลอดภัยเกี่ยวกบั การปฏบิ ตั ิงานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์ 3 มาตรฐานระยะห่างท่ีปลอดภัยของการท�ำงานใกล้สาย
ไฟฟา้ แรงสงู สำ� หรบั บคุ คลหรอื ผทู้ ปี่ ฏบิ ตั งิ านรวมถงึ อปุ กรณ์
1. ความรเู้ บอื้ งต้นเกี่ยวกบั อนั ตรายจากการปฏบิ ัตงิ านไฟฟา้ หรอื เครอื่ งมอื กลทกุ ชนดิ เชน่ ปน่ั จน่ั รถเครน หรอื วตั ถทุ ถี่ อื
อยใู่ นมอื จะตอ้ งอยหู่ า่ งจากสว่ นทม่ี ไี ฟฟา้ แรงสงู ไมน่ อ้ ยกวา่
ไฟฟา้ (Electricity) เป็นพลังงานรูปหน่งึ ที่นาำ มาใชป้ ระโยชน์อย่างกวา้ งขวาง เพอ่ื อาำ นวยความสะดวก ระยะ ดงั ต่อไปนี้
ให้กับมนุษย์ เช่น ใช้กับเครื่องไฟฟ้าในบ้านพักอาศัย การผลิตในอุตสาหกรรมและระบบขนส่ง และ
คมนาคม ในการปฏิบัติทางด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ท่ีปลอดภัย ผู้ใช้ต้องทราบและเข้าใจคุณสมบัติ ขนาดแรงดนั ไฟฟา้ (โวลต)์ ระยะห่างทป่ี ลอดภยั (เมตร)
ทางด้านไฟฟ้า ต้องใช้ความระมัดระวัง ไม่ประมาท ปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ รอบคอบ โดยคำานึงถึง 12,000-69,000 3.05
หลกั ความปลอดภัยเปน็ หลกั ในการปฏบิ ัติงาน 115,000 3.20
230,000 3.90
1.1 ผลของกระแสไฟฟา้ ท่เี ป็นอันตรายต่อมนษุ ย์
4 งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้อื งต้น
กระแสไฟฟ้าเป็นการไหลของอิเล็กตรอนผ่านตัวนำาที่เป็นโลหะหรือวัสดุท่ีมีความเปียกชื้น
ดังนั้นการต่อใช้วงจรไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์ต้องใช้สายไฟฟ้าเป็นตัวนำากระแสไฟฟ้า ตารางท ี่ 1.1 แสดงความสมั พันธร์ ะหว่างอันตรายกบั ค่าแรงดันไฟฟา้
ตัวนำาไฟฟ้าจะต้องเป็นวัสดุที่นำาไฟฟ้าได้ดีและมีฉนวนหุ้มที่มีความคงทนต่อการผุกร่อนและคงทน
ต่อสภาพดินฟ้าอากาศ เพราะการติดต้ังระบบไฟฟ้าในแต่ละคร้ังจะมีอายุการใช้งานเท่ากับอายุของอาคาร แรงดันไฟฟา้ อาการ
หรือเท่ากับอายุของบ้าน หากฉนวนเสื่อมสภาพจะมีผลให้เกิดกระแสไฟฟ้ารั่วไหลจากตัวนำาไฟฟ้าลงสู่ 20-60 โวลต์ ช็อก ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้
อุปกรณ์ไฟฟ้าหรือวัสดุอื่นๆ ที่สามารถนำาไฟฟ้าได้ แล้วมนุษย์ไปสัมผัสส่วนที่เกิดกระแสไฟฟ้าร่ัวไหล 40-100 โวลต์ หยุดหายใจ
จะเกดิ อนั ตราย ซ่ึงผลท่เี กิดขึ้นกบั มนษุ ยม์ ีดังน้ี 80-100 โวลต์ กล้ามเนอ้ื หวั ใจกระตุก
1. การสมั ผสั กระแสไฟฟา้ โดยตรงในจุดทเ่ี กิดกระแสไฟฟา้ ร่วั ไหล กระแสไฟฟา้ จะไหลเข้าสู่ มากกว่า 240 โวลต์ ผิวหนังฉกี ขาด
ร่างกาย หากส่วนของร่างกายสามารถนำาไฟฟ้าลงสู่ดินได้ เช่น การถอดรองเท้า จะส่งผลให้เกิดไฟฟ้าช็อต มากกวา่ 600 โวลต์ ผิวหนังไหม้
หรือไฟฟ้าดูดทันท ี ซ่ึงในกรณนี ห้ี ากมีความรุนแรงจะมผี ลถึงการเสยี ชีวิต
2. การสัมผัสปลายสายของตัวนำาไฟฟ้าท้ัง 2 ปลาย จะมีผลให้มนุษย์เป็นตัวนำาที่ส่งผ่าน 1.3 คา่ กระแสไฟฟา้ ทม่ี ีผลอนั ตรายตอ่ มนษุ ย์
กระแสไฟฟา้ เมอื่ มกี ระแสไฟฟา้ ไหลผ่านรา่ งกายจะส่งผลใหเ้ กดิ ไฟฟ้าชอ็ ตและอันตรายถงึ ชีวติ กรณีที่สายไฟฟา้ มคี า่ แรงดันไฟฟา้ ต่ำาไม่ไดห้ มายถงึ ความปลอดภยั เสมอ เพราะสายไฟฟ้าที่มี
3. อันตรายที่เกิดจากผลข้างเคียงไฟฟ้าลัดวงจรหรือวงจรไฟฟ้าระเบิด ซึ่งกรณีนี้โดยมาก
จะเป็นอุบัติเหตุท่ีเก่ียวข้องกับความร้อนที่เกิดจากเปลวไฟหรือประกายไฟ เมื่อโดนร่างกายมนุษย์ก็จะ ค่ากระแสไฟฟา้ ในสายสูงกส็ ่งผลให้เกิดอันตรายไดเ้ ชน่ กัน เช่น การจบั สายไฟฟ้าทีใ่ ช้สำาหรับการต่อเช่อื ม
ได้รับอันตราย
1.2 ค่าแรงดันไฟฟ้าท่มี ีผลอนั ตรายตอ่ มนษุ ย์
ปกติแล้วมนุษยจ์ ะมคี ่าไฟฟา้ สถติ ในรา่ งกายทุกๆ คน แต่ละคนจะมีขนาดไมเ่ ทา่ กัน นอกจากนั้น
มนุษย์ยังมีค่าความต้านทานภายในร่างกายเอง ปกติค่าความต้านทานภายในร่างกายมนุษย์แต่ละคน
จะอยู่ท่ีประมาณ 100,000 โอห์ม ถึง 600,000 โอห์ม แต่ในกรณีที่ผิวหนังเปียกช้ืนค่าความต้านทานจะ
ลดลงตามลำาดับ ดังนั้นมนุษย์แต่ละคนจึงสามารถต้านทานค่าแรงดันไฟฟ้าที่มีขนาดแรงดันตำ่าๆ ไม่ให้
ไหลเข้าสู่ร่างกายและไม่เป็นอันตราย แต่หากแรงดันไฟฟ้าเกินกว่ากำาหนดจะมีผลต่อร่างกายได้ทันที
อนั ตรายของไฟฟ้าทีเ่ กิดจากการเพิม่ ค่าแรงดันไฟฟ้าสามารถแสดงไดด้ งั ตาราง
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
• การท�ำงานเป็นทีม ทมี ละ 5-6 คน ฝกึ การแกป้ ญั หา
การส่ือสาร
• การใชส้ อ่ื /เทคโนโลย/ี สิง่ ท่นี ่าสนใจอ่ืนๆ
จากเครือ่ งเชอ่ื ม มีผลใหเ้ กิดการกระโดดของกระแสไฟฟา้ ทะลุรา่ งกายให้เป็นแผลได้
1.4 ผลกระทบของกระแสไฟฟ้าทีม่ ีตอ่ ร่างกายมนษุ ย์
ในกรณที รี่ า่ งกายของมนษุ ยเ์ ราไดร้ บั กระแสไฟฟา้
เข้าสู่ร่างกาย โดยการสัมผัสโดยตรงกับตัวนำาไฟฟ้าจะมีผลให้
ร่างกายส่วนที่สัมผัสกระแสไฟฟ้าเกิดเป็นแผลไฟไหม้
มีอาการปวดแสบปวดร้อน และจะเป็นแผลพุพองในเวลา
ต่อมา ดังน้ันเมื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้นกับผู้ถูกไฟฟ้าช็อต
จนไดส้ ตแิ ลว้ ตอ้ งรบี พาผปู้ ว่ ยไปพบแพทยท์ โ่ี รงพยาบาลทนั ที ภาพท่ี 1.1 แผลไฟไหมท้ เี่ กิดจาก
กระแสไฟฟา้ ช็อต
ตารางท ่ี 1.2 แสดงความสมั พันธข์ องอันตรายจากกระแสไฟฟ้า
ปริมาณกระแสไฟฟ้า อาการ
ไม่เกนิ 5 มิลลิแอมป์ ทาำ ใหก้ ล้ามเนื้อกระตกุ
ไมเ่ กิน 15 มลิ ลแิ อมป์ ทาำ ให้กลา้ มเน้ือหดตัว
ไมเ่ กนิ 50 มิลลิแอมป์ อาจทาำ ใหผ้ วิ หนังไหมพ้ องเลก็ นอ้ ย
75-100 มลิ ลิแอมป์ อาจทำาใหห้ ัวใจเต้นเร็วและตายได้
เกนิ 100 มิลลแิ อมป์ อาจทาำ ให้เกิดอาการช็อกทนั ที
สดุ ยอดคูม่ ือครู 29
1. ขG้ันaรtวhบeรrวiมnขg้อมูล 2 . ขPั้นrคoิดcวeิเsคsรiาnะหg์และสรุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 ทักษะชีวิต
ความปลอดภัยเก่ยี วกับการปฏบิ ัติงานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์ 5
นอกจากปรมิ าณกระแสไฟฟ้าทสี่ ่งผลตอ่ การเกิดอันตรายแลว้ ระยะเวลาท่ีไดร้ บั กระแสไฟฟ้า
ก็มีผลต่อการเกิดอันตรายเช่นกัน เช่น หากปริมาณกระแสไฟฟ้าน้อย แต่เมื่อได้รับเป็นเวลานานจะ
สง่ ผลให้กลา้ มเนื้อหดตวั ได้ ซึ่งสามารถเปรียบเทียบได้ดังตาราง
ตารางที่ 1.3 แสดงความสมั พันธ์ของอันตรายจากกระแสไฟฟ้ากับระยะเวลาทีไ่ ด้รบั
ปริมาณกระแสไฟฟา้ (mA) ระยะเวลาท่ีได้รบั กระแสไฟฟา้ อาการ ในการท�ำงานใกล้แนวสายไฟฟ้าแรงสูงน้ัน ลักษณะงานที่มัก
100 มิลลิแอมป์ นานเกนิ 3 วนิ าที เสียชีวิต เกิดอุบัติภัยจากไฟฟ้าแรงสูง ได้แก่ งานก่อสร้าง เช่น งาน
500 มิลลแิ อมป์ นานเกิน 0.1 วินาที เสยี ชวี ติ กอ่ สร้างอาคาร สะพานลอย ทางดว่ น งานซ่อมและปรบั ปรุง
1,000 มิลลแิ อมป์ นานเกิน 0.03 วินาที เสียชวี ติ สาธารณูปโภคต่างๆ งานตอกเสาเข็ม ปั้นจ่ัน รถเครน และ
งานตดิ ตงั้ เชน่ งานตดิ ตงั้ ปา้ ยโฆษณา เสาอากาศทวี ี เหลก็ ดดั
2. อันตรายจากไฟฟ้า กระจก อะลูมิเนียม ไฟประดบั เปน็ ตน้
ไฟฟ้าเป็นพลังงานที่มีประโยชน์มากมาย แต่ในขณะเดียวกันเมื่อเกิดข้อผิดพลาดจากการใช้งาน
ทำาให้เกิดโทษอย่างมหันต์จากอันตรายของการใช้ไฟฟ้า ซึ่งไฟฟ้าก่อให้เกิดอันตรายได้ทั้งต่อชีวิตและ
ทรัพย์สิน อันตรายจากไฟฟ้าเกิดได้ 2 สาเหตุ คือไฟฟ้าช็อตและไฟฟ้าดูด ทั้งสองอย่างนี้มีสาเหตุของ
การเกดิ ทีต่ า่ งกนั และอนั ตรายทไี่ ด้รบั กแ็ ตกตา่ งกันด้วย
2.1 ไฟฟ้าชอ็ ตหรือไฟฟา้ ลดั วงจร
ไฟฟ้าช็อต (Short Circuit) หรือไฟฟ้าลัดวงจร คือกระแสไฟฟ้าไหลครบวงจร โดยไม่ผ่าน
เครื่องใช้ไฟฟ้า (Load) ซ่ึงกระแสไฟฟ้าจะไหลออกจากสายไลน์ผ่านตัวนำาไฟฟ้าไปยังสายนิวทรัล กรณี
เป็นไฟฟ้ากระแสสลับหรือการไหลจากขั้วบวกผ่านตัวนำาไปยังข้ัวลบ กรณีเป็นไฟฟ้ากระแสตรง จะเกิด
การลัดวงจรท้ัง 2 กรณี ความรุนแรงจะข้ึนอยู่กับค่าแรงดันไฟฟ้าของระบบและค่ากระแสไฟฟ้าท่ีไหล
ในสาย กระแสไฟฟ้าจะเปลี่ยนพลงั งานไฟฟ้าเปน็ ความรอ้ นและเกดิ ประกายไฟลกุ ไหม้
ภาพท ่ี 1.2 อันตราย 6 งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์เบื้องตน้
ทเ่ี กิดจากไฟฟา้ ลัดวงจร
โดยปกติทั่วไปแล้วระบบไฟฟ้าท่ีมีตามบ้านเรือนหรือตามอาคารพาณิชย์จะเป็นระบบ
สายนิวทรัลหรือสายเส้นศูนย์ (Neutral) หมายถึงสายไฟ ไฟฟา้ กระแสสลับ การลดั วงจรของระบบไฟฟ้าจะเกดิ ขึน้ ได้ 3 กรณี ดังน้ี
เส้นหน่ึงในสองเส้นท่ีมาจากการไฟฟ้า โดยเป็นสายเส้นท่ี 1) การลัดวงจรระหว่างสายไลน์กับสายนิวทรัล (L-N) แรงดันไฟฟ้าที่เกิดจากการลัดวงจร
เมอื่ ใชไ้ ขควงลองไฟดู ไฟจะไมต่ ดิ โดยจะเปน็ เสน้ ทางไหลกลบั จะมคี า่ เทา่ กับ 220 โวลต์
ออกจากเครื่องใช้ไฟฟ้า สายนิวทรัลปกติจะต้องมีการต่อ 2) การลัดวงจรระหว่างสายไลน์กับสายดิน (L-G) แรงดันไฟฟ้าท่ีเกิดจากการลัดวงจร
ลงดิน เพ่ือการอ้างอิงให้มีแรงดันเป็นศูนย์ท่ีหม้อแปลงของ จะมคี า่ เท่ากบั 220 โวลต์
การไฟฟา้ 3) การลัดวงจรระหว่างสายไลน์กับสายไลน์ (L-L) แรงดันไฟฟ้าที่เกิดจากการลัดวงจร
จะมีค่าเทา่ กบั 380 โวลต์
2.2 ไฟฟา้ ดดู
ไฟฟ้าดูด (Electric Shock) เกิดจากการรั่วไหลของกระแสไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือ
การสัมผัสสายไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้าโดยตรง การท่ีกระแสไฟฟ้าไหลจากแหล่งกำาเนิดไฟฟ้ามายัง
ตัวมนุษย์ ร่างกายจะต้องสัมผัสส่วนท่ีมีไฟฟ้าสองจุดพร้อมกันและทั้งสองจุดนั้นจะต้องมีแรงดันไฟฟ้า
ต่างกันด้วย ปกติพื้นดินคือส่วนหนึ่งของวงจรไฟฟ้าท่ีแรงดันไฟฟ้าเป็นศูนย์ ดังนั้นเม่ือมนุษย์สัมผัส
ส่วนท่ีมีแรงดันไฟฟ้าขณะท่ีร่างกายยืนอยู่บนพื้นดิน กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านร่างกายลงดินกลับไป
ครบวงจรทแี่ หลง่ จา่ ยกระแสไฟฟา้ หรือแหล่งกาำ เนดิ ไฟฟ้า มนษุ ย์จงึ ถกู ไฟฟา้ ดูด การถูกไฟฟา้ ดดู จากการ
สัมผสั ส่วนท่ีมีไฟฟา้ สามารถแยกตามลักษณะของการสัมผสั ได ้ 2 แบบ คอื
2.2.1 การสัมผัสโดยตรง (Direct Contact) คือการที่ส่วนของร่างกายมนุษย์สัมผัสถูก
ส่วนท่ีมีไฟฟ้าโดยตรง เช่น สายไฟฟ้าร่ัวเพราะฉนวนชำารุดแล้วมนุษย์สัมผัสสายไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้า
โดยตรง หรือจากการท่ีเด็กนำาโลหะเล็กๆ เช่น ตะปูแหย่เข้าในรูเต้ารับไฟฟ้า ในลักษณะนี้โดยตรงจะมี
กระแสไฟฟา้ ไหลผา่ นรา่ งกายลงดิน
ภาพที ่ 1.3 อนั ตรายท่เี กดิ จากการสัมผัสตวั นาำ ไฟฟา้ โดยตรง
30 สุดยอดคู่มือครู
A3. ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ A4. ขั้นสื่อสารและน�ำเสนอ 5. ขSั้นeปlรf-ะRเมeินgเพuื่อlaเพti่ิมnคgุณค่า
pplying and Constructing the Knowledge pplying the Communication Skill
ค่านิยมหลัก 12 ประการ กิจกรรมท้าทาย รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
ความปลอดภยั เกีย่ วกับการปฏบิ ตั งิ านไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ 7 รอบรู้อาเซียนและโลก
2.2.2 การสัมผัสโดยอ้อม (Indirect ภาพท่ี 1.4 อนั ตรายทเี่ กดิ จากการสมั ผัส asean
Contact) ลักษณะน้ีมนุษย์ไม่ได้สัมผัสส่วนที่มีไฟฟ้า ตัวนำาไฟฟ้าโดยทางออ้ ม
โดยตรง แต่เกิดจากการที่มนุษย์สัมผัสกับส่วนท่ีปกติ • ศึกษาเรื่องความปลอดภัยเกี่ยวกับการปฏิบัติงานไฟฟ้า
ไม่มีไฟฟ้า เช่น เคร่ืองใช้ไฟฟ้าท่ีกระแสไฟฟ้ารั่ว จึงมี และอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศในกลุ่มสมาชิกประชาคม
ไฟฟ้ามารออยทู่ ่โี ครงโลหะของเครอ่ื งใช้ไฟฟา้ เม่อื มนษุ ย ์ อาเซียน
ไปสัมผัสจึงมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน เช่นเดียวกับการไป • เรียนรู้ค�ำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับเน้ือหาใน
สัมผัสส่วนท่ีมีไฟฟ้า การสัมผัสโดยอ้อมมีอันตรายสูง หนว่ ยการเรยี นรู้ โดยฝกึ ใชค้ ำ� ศพั ทด์ งั กลา่ วในการนำ� เสนอ
เนื่องจากส่วนท่ีสัมผัสโดยปกติแล้วจะไม่มีไฟฟ้า ผู้สัมผัส ผลงานในข้นั ที่ 4
จึงขาดความระมดั ระวงั
3. การปอ้ งกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้า
เมื่อทราบถึงอันตรายของกระแสไฟฟ้าท่ีมีโทษอย่างมหันต์แล้ว หากใช้อย่างประมาทและขาด
วิธีการป้องกันที่ดีก็จะเกิดอันตรายได้ทันที ดังนั้นในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าจึงควรมีการป้องกัน
อนั ตรายต่างๆ เบ้ืองตน้ ดงั นี้
1. หม่นั ตรวจสอบอปุ กรณ์ไฟฟา้ ท่ีอยภู่ ายนอกอาคาร เชน่ กรง่ิ โคมไฟ ใหอ้ ยใู่ นสภาพพรอ้ มใชง้ าน
ควรเลือกใช้อุปกรณ์ชนิดกันน้ำา รวมถึงติดตั้งสายดิน และเคร่ืองตัดกระแสไฟฟ้ารั่ว เพ่ือป้องกันไฟฟ้า
ลัดวงจร
2. ห้ามใช้หรือสัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้าในขณะที่ร่างกายเปียกช้ืนหรือยืนบนที่ชื้นแฉะ หากมี
กระแสไฟฟา้ รวั่ จะไดร้ ับอันตรายจากไฟฟา้ ดูด
3. เพ่ิมความระมัดระวังในการใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าที่เก่ียวข้องกับนำ้า และอยู่บริเวณพื้นท่ีช้ืนแฉะ
เป็นพิเศษ เช่น ป๊ัมน้ำา เคร่ืองซักผ้า เครื่องทำาน้ำาอุ่น เพราะหากมีกระแสไฟฟ้าร่ัวจะทำาให้ได้รับอันตราย
เพื่อความปลอดภัยควรสวมรองเท้าทุกคร้ังท่ีใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าในบริเวณท่ีช้ืนแฉะ จะช่วยป้องกัน
ไฟฟ้าดดู
ภาพท่ี 1.5 รองเทา้ และถุงมอื สำาหรับป้องกนั ไฟฟา้ ดูด 8 งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ บอ้ื งต้น
4. ไม่ซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยไม่มีความร ู้ เน่ืองจากความไม่ชาำ นาญและความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
การเลือกใช้เบรกเกอร์จะต้องเลือกขนาด
พิกัดในการตัดกระแสไฟฟ้าลัดวงจร (IC) อาจกอ่ ใหเ้ กิดอนั ตรายได้
ของเบรกเกอร์ให้สูงกว่าขนาดกระแสไฟฟ้า 5. กรณนี ้าำ ทว่ มบ้าน ใหต้ ดั กระแสไฟฟา้ ปิดสวิตช์ไฟ ขนยา้ ยเครอ่ื งใช้ไฟฟ้าข้ึนทีส่ งู พน้ จากระดับ
ลดั วงจรท่ีเกดิ ขึน้ ในวงจรนนั้ ๆ ที่นาำ้ ท่วมถึง เพอื่ ป้องกนั ไฟฟ้าดดู และเคร่อื งใชไ้ ฟฟ้าได้รบั ความเสียหาย
6. ไม่นำาเคร่ืองใช้ไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหายจากน้ำาท่วมมาใช้งาน เพราะเส่ียงต่อการได้รับ
อันตราย
7. เลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าท่ีได้มาตรฐาน มีเคร่ืองหมายรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
(มอก.) โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่ภายนอกอาคาร ควรเลือกใช้แบบกันน้ำาและมีฝาครอบปิด เพื่อ
ปอ้ งกันฝนสาดและน้าำ รว่ั ซมึ
ภาพท ่ี 1.6 สัญลกั ษณ ์ มอก. และเคร่อื งใช้ไฟฟา้ ที่ผ่านการรบั รองมาตรฐาน
8. ติดต้ังอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าดูด เช่น เครื่องตัดกระแสไฟฟ้าอัตโนมัติ เบรกเกอร์ควบคุมไฟ
โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีโครงหรือวัสดุหุ้มเป็นโลหะ เช่น ตู้เย็น เคร่ืองทำานำ้าอุ่น ไมโครเวฟ ตู้น้ำาดื่ม
ควรตดิ ตั้งสายดิน เพราะหากกระแสไฟฟา้ รั่วไฟฟ้าจะไหลลงสพู่ ืน้ ดนิ สามารถปอ้ งกนั อนั ตรายจากไฟฟา้ ดดู ได้
ภาพที่ 1.7 เครอื่ งตัดกระแสไฟฟ้าอตั โนมัตแิ ละเบรกเกอรค์ วบคุมไฟ
9. โค่นต้นไม้และตัดแต่งก่ิงไม้ท่ีพาดแนวสายไฟฟ้า เพ่ือป้องกันพายุลมแรงพัดต้นไม้ล้มทับหรือ
เก่ียวสายไฟฟา้ ขาด ก่อให้เกดิ อันตรายต่อผูท้ อี่ ยูบ่ ริเวณดังกล่าว
สดุ ยอดคู่มอื ครู 31
1. ขGั้นaรtวhบeรrวiมnขg้อมูล 2. ขP้ันrคoิดcวeิเsคsรiาnะหg์และสรุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 ทักษะชีวิต
ความปลอดภยั เกยี่ วกบั การปฏบิ ตั งิ านไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์ 9 3. ผเู้ รยี นรว่ มกนั อธบิ ายบนั ทกึ ผลผงั ขอ้ สรปุ ความคดิ รวบยอด
ให้เขา้ ใจตรงกันทงั้ กลุม่ และรายบคุ คล
4. การช่วยเหลือผู้ที่ไดร้ ับอันตรายจากกระแสไฟฟา้
4.1 การช่วยเหลือผู้ถกู ไฟฟา้ ชอ็ ต
ก่อนที่จะเข้าไปช่วยเหลือผู้ถูกไฟฟ้าช็อตจะต้องมีการตัดกระแสไฟฟ้าออกก่อน เพ่ือความ
ปลอดภัยของตนเองไม่ให้ถูกไฟฟ้าช็อตด้วย จากนั้นตั้งสติและใช้สมาธิไตร่ตรองถึงแนวทางการ
ช่วยเหลือ หากไม่สามารถช่วยเหลือเบ้ืองต้นด้วยตนเองได้ควรขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น การช่วยเหลือ
ผู้ถกู ไฟฟา้ ชอ็ ตท่ถี ูกตอ้ งควรปฏบิ ตั ดิ ังน้ี
1) หาตาำ แหนง่ อปุ กรณต์ ดั วงจรไฟฟา้ และตดั วงจรไฟฟา้ ออกกอ่ นเขา้ ไปชว่ ยเหลอื ผถู้ กู ไฟฟา้ ชอ็ ต
2) ในกรณีท่ีไม่พบอุปกรณ์ตัดตอน ให้หาวิธีการท่ีทำาให้ผู้ถูกไฟฟ้าช็อตหลุดออกจาก
สายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่กระแสไฟฟ้ารั่วไหล โดยการใช้ท่อนไม้แห้งเข่ียสายไฟฟ้าออก ใช้ผ้าแห้ง
คล้องดงึ ตวั ผู้ถกู ไฟฟา้ ช็อตออกจากตาำ แหนง่ ท่ีโดนไฟฟา้ ช็อต
3) ในกรณีพบผู้ถูกไฟฟ้าช็อตในบริเวณพ้ืนท่ีเปียกชื้น จะต้องตัดกระแสไฟฟ้าก่อนท่ีจะ
เข้าไปชว่ ยเหลือ
4) เม่ือสามารถเข้าช่วยผ้ปู ว่ ยได้ให้รีบปฐมพยาบาลเบือ้ งตน้ แลว้ นำาผู้ป่วยพบแพทย์ทนั ที
ภาพท่ี 1.8 การชว่ ยเหลือผถู้ กู ไฟฟ้าชอ็ ตอยา่ งถูกวิธี 10 งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์เบอื้ งตน้
4.2 การช่วยเหลอื ผถู้ ูกไฟฟา้ ดดู 5. การปฐมพยาบาลเบ้ืองต้นสำาหรบั ผูท้ ี่ได้รบั อนั ตรายจากกระแสไฟฟา้
1) การช่วยเหลือและปฐมพยาบาลผู้ถูกไฟฟ้าดูดให้รีบตัดกระแสไฟฟ้า โดยปิดสวิตช์ St การปฐมพยาบาลสำาหรับผู้ท่ีได้รับอันตรายจากกระแสไฟฟ้าเป็นความจำาเป็นเร่งด่วน ผู้ที่ทำาหน้าท่ี
ถอดปลั๊กไฟ และสบั คตั เอาต ์ หากไม่สามารถตัดกระแสไฟฟ้าไดใ้ ห้นาำ วัสดุทเี่ ป็นฉนวนไฟฟ้า เชน่ ผา้ แหง้
หนังสือพิมพ ์ เข่ียสายไฟให้หลุดจากตัวผู้ถูกไฟฟ้าดูด หรือใช้เชือกคล้องและดันตัวผู้ถูกไฟฟ้าดูดให้หลุด ปฐมพยาบาลจะต้องต้ังสติและรีบดำาเนินการปฐมพยาบาลอย่างถูกวิธี สิ่งสำาคัญประการแรกที่สุด
จากบริเวณทม่ี กี ระแสไฟฟ้ารวั่ โดยผ้เู ขา้ ชว่ ยเหลือตอ้ งยืนบนพื้นแหง้ และสวมรองเทา้ ยาง
2) หา้ มใชม้ อื หรอื อวยั วะสว่ นใดสว่ นหนงึ่ ของรา่ งกายสมั ผสั ผถู้ กู ไฟฟา้ ดดู ในขณะทย่ี งั ไมต่ ดั ในกรณีท่ีผู้ป่วยหมดสติต้องรีบทำาให้ผู้ป่วยฟื้นก่อน หลักการปฐมพยาบาลเบ้ืองต้นสำาหรับผู้ท่ีได้รับ
กระแสไฟฟ้า รวมถึงห้ามช่วยเหลือผู้ถูกไฟฟ้าดูดในขณะที่ร่างกายเปียกชื้น หรือยืนบนพ้ืนท่ีช้ืนแฉะ
เพราะจะไดร้ บั อันตรายจากไฟฟ้าดดู อันตรายจากกระแสไฟฟ้าจนหมดสตใิ หป้ ฏิบตั ิตามข้นั ตอนดงั นี้
ep 2 ขั้นคดิ วเิ คราะห์และสรปุ ความรู้ 1. รบี นำาผปู้ ว่ ยมายงั สถานทที่ ่ีมีความปลอดภัยโดยทันทแี ละใชเ้ วลาให้น้อยที่สุด
Processing 2. ให้ผปู้ ่วยนอนหงายในแนวพ้ืนราบทีม่ ีอากาศถา่ ยเทได้สะดวก
1 ผู้เรียนร่วมกันจ�ำแนก จัดกลุ่ม และโยงสัมพันธ์ข้อมูล 3. ปฐมพยาบาลเบื้องต้นใหผ้ ู้ปว่ ยได้สตฟิ ืน้ กลับมาอยา่ งรวดเรว็
เรื่องความปลอดภัยเกี่ยวกับการปฏิบัติงานไฟฟ้าและ
อิเล็กทรอนิกส์ โดยจดั เปน็ หมวดหมู่ตามท่รี วบรวมไดจ้ าก 4. เมอื่ ผปู้ ว่ ยได้สติและสามารถสื่อสารได้ให้รบี นาำ ผ้ปู ว่ ยส่งโรงพยาบาลเพือ่ พบแพทยท์ นั ที
เอกสารที่ศึกษาค้นควา้ และจากความคดิ เห็นของสมาชิก
ในกลุ่มหรือจากประสบการณ์ของตน 5.1 การผายปอด
2. ผเู้ รียนเชอ่ื มโยงความสอดคลอ้ งของขอ้ มูลทนี่ ำ� มาจ�ำแนก 1) ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วช้ีข้างซ้ายบีบจมูกผู้ป่วย
จัดกลุ่ม และโยงสัมพันธ์ โดยน�ำมาเขียนสรุปความรู้
ตามโครงสร้างเน้ือหาท่ีเช่ือมโยงได้เป็นผังความคิด ให้สนิทและน้ิวท่ีเหลือกดลงบนหน้าผาก มืออีกข้างช้อนคาง
รวบยอดของเรือ่ งที่ศกึ ษา ดงั ตวั อย่าง
ผ้ปู ่วยขนึ้
2) กม้ หนา้ ลงเอาปากประกบปากผปู้ ว่ ยใหแ้ นบสนทิ
3) เป่าลมออกจากปากของผู้ปฐมพยาบาลเข้าไป
ในปากของผู้ป่วยช้าๆ (ใช้เวลาประมาณ 1 วินาที) จนสังเกต ภาพท ี่ 1.9 วิธกี ารผายปอด
เหน็ วา่ หน้าอกของผปู้ ว่ ยยกตัวสงู ขนึ้
4) ถอนปากของผปู้ ฐมพยาบาลออกจากปากของผปู้ ว่ ย เพอื่ ปลอ่ ยใหล้ มทเี่ ปา่ เขา้ ไปไหลกลบั
ออกจากปากของผู้ปว่ ย
5) ทำาการผายปอดผ้ปู ่วยด้วยวิธกี ารตามขอ้ 2) ถงึ ข้อ 4) อีกคร้ัง
5.2 การนวดป๊มั หวั ใจ
ภาพท ่ี 1.10 วธิ กี ารนวดป๊มั หวั ใจ 1) นงั่ คุกเข่าแนบชิดกบั ไหลข่ า้ งขวาของผปู้ ่วย
2) ใช้ส้นมือข้างหน่ึงวางลงบนกระดูกกลางอก
(Sternum) ทีร่ ะดบั เดียวกับหัวนม
3) ใชม้ อื อกี ขา้ งหนง่ึ วางซอ้ นทบั ลงไปโดยใชน้ ว้ิ มอื
ท้งั 10 นิ้ว ประสานกันไวใ้ ห้แนน่
4) กดหน้าอกของผู้ป่วยให้ยุบลง ประมาณ
2 น้ิว โดยการโน้มตัวและทิ้งนำ้าหนักลงบนมือทั้ง 2 ข้าง
ในขณะทแี่ ขนเหยยี ดตึง ไหล่ตง้ั ฉากกับมือท่ีกด
32 สดุ ยอดคู่มอื ครู
A3. ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ A4. ขั้นส่ือสารและน�ำเสนอ 5 . ขSั้นeปlรf-ะRเมeินgเพu่ือlaเพti่ิมnคgุณค่า
pplying and Constructing the Knowledge pplying the Communication Skill
ค่านิยมหลัก 12 ประการ กิจกรรมท้าทาย รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
ความปลอดภยั เกีย่ วกับการปฏบิ ัติงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 11 ep 4 ขัน้ ส่ือสารและนำ� เสนอ
5) คลายแรงกดลง โดยโน้มตัวคืนกลับสู่ตำาแหน่งลำาตัวตั้งตรงโดยท่ีมือท้ัง 2 ข้างยังวาง Applying the Communication Skill
อยู่บนหน้าอกของผูป้ ว่ ย ซึ่งจะทาำ ใหห้ น้าอกของผปู้ ่วยยกตัวขึน้ กลบั คืนดงั เดมิ
6) ทาำ ซา้ำ ขอ้ 4) และขอ้ 5) จาำ นวน 30 ครั้ง ดว้ ยอตั ราความเร็ว 100 ครั้งตอ่ นาที โดยเวลา 1. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มออกแบบหรือหาวิธีน�ำเสนอให้ผู้อ่ืน
ท่ใี ช้ในจงั หวะกดหนา้ อก : การคลายแรงกด ประมาณ 1 : 1 รับรู้และสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเทคนิควิธี
ที่เหมาะสม บูรณาการการใช้สื่อ/เทคโนโลยี/ค�ำศัพท์
สรุป เพ่มิ เติม/ส่งิ ที่นา่ สนใจแทรกในการรายงาน
ไฟฟ้าเป็นสาธารณูปโภคที่มีความสำาคัญสำาหรับมนุษย์ ในขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งที่ให้โทษ 2. ผสู้ อนสมุ่ กลมุ่ ผเู้ รยี นนำ� เสนอผลการสรปุ ความรคู้ วามเขา้ ใจ
กับมนุษย์ได้เช่นกัน การป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าจึงเป็นส่ิงสำาคัญท่ีมนุษย์จะต้องเรียนรู้ถึงวิธีการ โดยผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันประเมินผลการน�ำเสนอ
ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าช็อตหรือไฟฟ้าดูดซึ่งเกิดจากพฤติกรรมของมนุษย์หรือเกิดขึ้นเอง ตามเกณฑ์ท่กี ำ� หนด
ตามธรรมชาต ิ ซึ่งผูเ้ รียนจะเรียนรเู้ กยี่ วกับหลกั ความปลอดภัยและการป้องกันอนั ตรายจากไฟฟา้
St
St
กิจกรรมตรวจสอบความเข้าใจ เฉลยอยใู่ นภาคผนวก หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1
คาำ ช้แี จง กจิ กรรมตรวจสอบความเข้าใจเป็นกิจกรรมฝกึ ทักษะเฉพาะดา้ นความรู้และความจาำ เพ่อื ใช้
ในการตรวจสอบความเข้าใจตามจดุ ประสงค์การเรียนรู้
คำาส่งั จงตอบคำาถามตอ่ ไปนี้
1. จงบอกอันตรายที่เกิดจากไฟฟา้ ชอ็ ต
2. จงบอกวิธปี อ้ งกันอนั ตรายจากการปฏบิ ตั ิงานเก่ยี วกับไฟฟ้ามาอยา่ งน้อย 5 วิธี
3. จงบอกวธิ ีการช่วยเหลอื ผปู้ ่วยที่ถูกไฟฟ้าช็อตอย่างถูกวิธี
12 งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกสเ์ บ้ืองต้น
ep 3 ข้นั ปฏบิ ตั แิ ละสรปุ ความรู้หลังการปฏบิ ัติ วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์เบ้อื งตน้ ใบงานที่ 1 คาบเรียน คาบ
รหัสวิชา 20100-1005 ผู้สอน ผู้เรียน
tAhpeplKyninogwlaenddgeConstructing
ช่อื งาน ความปลอดภัยเกยี่ วกับการปฏิบตั ิงานไฟฟา้
ผู้เรียนน�ำข้อสรุปความรู้ความเข้าใจท่ีได้แลกเปลี่ยน
เรียนรู้ร่วมกันในชั้นเรียนมาวิเคราะห์แนวทางการน�ำไปใช้ จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
ประโยชน์เรื่องความปลอดภัยเก่ียวกับการปฏิบัติงานไฟฟ้า 1. อธิบายอันตรายทเ่ี กิดจากการปฏิบัติงานเกย่ี วกับไฟฟา้ ได้
และอิเลก็ ทรอนกิ ส์ จากนน้ั ทำ� ใบงาน (หนังสอื เรียน หนา้ 12) 2. บอกวธิ ีการปฏิบัติงานเกีย่ วกับไฟฟา้ ได้
3. อธบิ ายวิธกี ารป้องกันอนั ตรายจากกระแสไฟฟ้าได้
4. บอกหลักการปฐมพยาบาลผู้ถกู ไฟฟา้ ดูดได้
เครือ่ งมือและอปุ กรณ์ ลาำ ดับขั้นการปฏบิ ัตงิ าน
1. ชดุ จาำ ลองสถานการณ์ผ้ถู กู ไฟฟา้ ชอ็ ต 1. ให้ผู้สอนกำาหนดสถานการณ์มีผู้ถูกไฟฟ้าช็อตนอน
2. ชุดอุปกรณ์ประกอบการช่วยเหลือ อย่ใู นห้อง
ผู้ประสบภัย 2. ให้ผู้สอนเรียกชื่อผู้เรียนมาคร้ังละคน แล้วให้ช่วยเหลือ
3. ชดุ จาำ ลองสถานการณก์ ารปฐมพยาบาล ผูถ้ กู ไฟฟา้ ชอ็ ต
เบ้อื งตน้ 3. เมือ่ ผู้เรยี นปฏิบตั ถิ กู หรอื ผดิ ให้บันทึกผลในตาราง
4. ชุดอุปกรณ์ประกอบการปฐมพยาบาล 4. ให้ผู้สอนกำาหนดสถานการณ์จำาลองผู้ถูกไฟฟ้าช็อต
เบือ้ งต้น หมดสติ
5. ให้ผู้เรียนแต่ละคนปฏิบัติหน้าที่ในการปฐมพยาบาล
เบอ้ื งต้นตามทผ่ี ูส้ อนส่ังการ
6. เม่อื ผู้เรยี นปฏิบตั ถิ ูกหรือผิดใหบ้ นั ทกึ ผลในตาราง
ตารางบนั ทึกผลการปฏิบัติงาน
ลำาดบั ที่ ช่อื -สกลุ การช่วยเหลือ การปฐมพยาบาล
ผู้ถูกไฟฟา้ ช็อต เบอื้ งตน้
1 ท(าำ✓ถ)กู ท(ำา✕ผ)ิด
2 ท(ำา✓ถ)ูก ท(าำ✕ผ)ดิ
3
4
5
6
สดุ ยอดค่มู อื ครู 33
1. ขG้ันaรtวhบeรrวiมnขg้อมูล 2 . ขPั้นrคoิดcวeิเsคsรiาnะหg์และสรุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 ทักษะชีวิต
ผู้สอนให้ผู้เรียนท�ำแบบทดสอบ จากนั้นให้ผู้เรียน ความปลอดภัยเก่ียวกับการปฏิบัติงานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์ 13
แลกกนั ตรวจคำ� ตอบ โดยผู้สอนเปน็ ผ้เู ฉลย
แบบทดสอบ
เฉลยอยใู่ นภาคผนวก หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1
คำาสงั่ จงเลือกคาำ ตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพยี งคำาตอบเดียว
ค่านิยมหลัก 12 ประการ 1. ค่าความตา้ นทานปกติภายในร่างกายมนษุ ย์จะมคี า่ สงู สดุ ไม่เกินก่โี อห์ม
1. 100,000 โอห์ม 2. 400,000 โอหม์ 3. 600,000 โอหม์
• ใฝ่หาความรู้ หม่ันศึกษาเล่าเรียนท้ัง 4. 800,000 โอห์ม 5. 1,000,000 โอห์ม
ทางตรงและทางอ้อม 2. ข้อใดต่อไปน้เี ป็นอาการของการถูกไฟฟ้าดูด
1. การท่ีกระแสไฟฟา้ ไหลผ่านร่างกาย 2. การท่กี ระแสไฟฟา้ ไหลเข้าสู่รา่ งกาย
• ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ 3. การสัมผัสสายไฟฟ้า 4. การได้รับสะเกด็ ไฟจากไฟฟา้ ลัดวงจร
ในสงิ่ ทด่ี ีงามเพอ่ื ส่วนรวม 5. การจบั สายไฟฟา้
3. แรงดนั ไฟฟ้าขนาดเทา่ ไรทีม่ อี นั ตรายตอ่ ผวิ หนงั
• มรี ะเบยี บวนิ ยั เคารพกฎหมาย ผนู้ อ้ ยรจู้ กั 1. 40 โวลต ์ 2. 60 โวลต์ 3. 80 โวลต ์
การเคารพผู้ใหญ่ 4. 100 โวลต ์ 5. มากกวา่ 100 โวลต์
4. คา่ กระแสไฟฟ้าปริมาณเท่าไรที่ทำาใหก้ ลา้ มเน้ือหัวใจเกดิ การชอ็ กทันที
• รู้จักด�ำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาของ 1. 15 มลิ ลิแอมป์ 2. 50 มิลลแิ อมป ์ 3. 80 มิลลิแอมป์
เศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชด�ำรัส 4. 100 มลิ ลแิ อมป ์ 5. มากกวา่ 100 มลิ ลแิ อมป์
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว* รู้จัก 5. อปุ กรณใ์ ดทที่ ำาหน้าทป่ี อ้ งกนั อันตรายจากไฟฟา้ ช็อต
อดออมไว้ใช้เม่ือยามจ�ำเป็น มีไว้พอกิน 1. ตดิ ตั้งสายกราวดป์ ล๊กั 2. ตดิ ต้ังสายดินที่อปุ กรณไ์ ฟฟ้า
พอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่ายจ�ำหน่าย และ 3. ตดิ ตง้ั เครอื่ งตัดกระแสไฟฟ้าอตั โนมัต ิ 4. ตดิ ต้ังสายกราวด์ท่ีคอนซูเมอร์
พร้อมที่จะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม 5. ถกู ทุกขอ้
เมอ่ื มีภูมิคมุ้ กนั ทดี่ ี 6. ขอ้ ใดตอ่ ไปน้เี ป็นการปฏบิ ตั ทิ ไ่ี ม่ถกู ตอ้ ง
1. หา้ มสัมผสั สวิตชข์ ณะที่ตัวเปยี ก
2. ไมซ่ ่อมอปุ กรณเ์ ครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ใชเ้ องในขณะทีไ่ ม่มคี วามชำานาญ
3. ตัดกระแสไฟฟ้าทนั ทีเม่อื พน้ื ห้องเกิดนา้ำ ท่วมขงั
4. เครอ่ื งใช้ไฟฟา้ ท่ถี กู นำ้าเมอื่ ซ่อมเสร็จสามารถนำากลบั มาใช้ได้
5. ไม่สัมผัสตวั ผูถ้ ูกกระแสไฟฟา้ ดูด
7. ขอ้ ใดปฏบิ ตั ิถกู ตอ้ งเกี่ยวกบั การช่วยเหลอื ผู้ถูกไฟฟา้ ชอ็ ต
1. ตดั กระแสไฟฟ้ากอ่ นการชว่ ยเหลือ 2. ใชผ้ ้าแห้งคล้องแลว้ ดงึ ออก
3. ใชไ้ มเ้ ขีย่ สายไฟฟา้ ออกกอ่ น 4. ปฐมพยาบาลเบื้องต้น
5. ถกู ทกุ ขอ้
8. การปฐมพยาบาลเบ้ืองตน้ หมายถงึ อะไร
1. การดูแลผู้ปว่ ยก่อนนาำ สง่ โรงพยาบาล 2. การชว่ ยใหผ้ ู้ป่วยฟ้นื คนื สติ
3. การชว่ ยเหลอื ผู้ป่วยให้สามารถสื่อสารได ้ 4. การช่วยให้ผู้ป่วยพ้นขดี อันตราย
5. ถกู ทุกข้อ
ทักษะชีวิต
• ฝึกทักษะการศึกษาข้อมูลเพ่ิมเติมจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เช่น
อินเทอร์เน็ต หนังสือ วารสาร
• ฝกึ ทักษะการเรียนรรู้ ่วมกัน เพ่ือใหผ้ เู้ รยี นมีทักษะในการคิด วเิ คราะห์
สรุปรวบรวม วางแผน ออกแบบ และนำ� เสนอ เพื่อสื่อสารได้ ซ่ึงเปน็
ทักษะทจี่ �ำเปน็ ในศตวรรษที่ 21
* พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
34 สุดยอดคมู่ ือครู
A3. ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ A4. ข้ันส่ือสารและน�ำเสนอ 5. ขS้ันeปlรf-ะRเมeินgเพu่ือlaเพtiิ่มnคgุณค่า
pplying and Constructing the Knowledge pplying the Communication Skill
ค่านิยมหลัก 12 ประการ กิจกรรมท้าทาย รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
14 งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บือ้ งต้น ep 5 ขบนั้รปกิ ราระเสมังินคเพมแอื่ ลเพะจ่มิ ิตคสุณาคธ่าารณะSt
9. ข้อใดต่อไปนี้เปน็ การปฐมพยาบาลโดยวิธกี ารผายปอดที่ถกู ต้อง Self-Regulating
1. การใช้ฝา่ มอื ประสานกันและกดท่หี น้าอกผู้ป่วยเบาๆ
2. การก้มหนา้ ลงเอาปากประกบปากผ้ปู ว่ ยให้แนบสนิท 1. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มและรายบุคคลตรวจสอบ
3. การใชน้ ้ิวโปง้ และนว้ิ ชี้มอื ซา้ ยบบี จมกู ผปู้ ว่ ยใหส้ นิทและนิ้วท่ีเหลอื กดลงบนหนา้ ผาก ความรคู้ วามเขา้ ใจของตนเองหลงั จากรบั ฟงั
4. การเป่าลมเข้าไปในปากของผู้ปว่ ยชา้ ๆ จนสงั เกตเหน็ วา่ หนา้ อกของผูป้ ่วยยกตวั สูงขน้ึ การน�ำเสนอของสมาชิกกลุ่มอื่น ปรับปรุง
5. การใช้ฝ่ามือกดลงบนหน้าผากแล้วใช้มืออีกข้างบีบปากของผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยอ้าปากกว้างๆ ช้ินงานของกลุ่มตนให้สมบูรณ์และบันทึก
ใหอ้ ากาศเข้าไป เพิม่ เติม
10. ข้อใดเป็นการนวดปัม๊ หวั ใจทถี่ กู ต้อง
1. การใชฝ้ ่ามือประสานกันและกดทห่ี นา้ อกผปู้ ่วยเบาๆ 2. ผู้เรียนน�ำผลงานแสดงในป้ายนิเทศหรือ
2. การกม้ หนา้ ลงเอาปากประกบปากผปู้ ว่ ยให้แนบสนิท เผยแพรส่ ่หู ้องเรยี นอื่นหรอื สาธารณะ
3. การใชน้ ว้ิ โปง้ และนิ้วช้ีมือซา้ ยบีบจมกู ผปู้ ่วยให้สนทิ และน้วิ ทเ่ี หลือกดลงบนหนา้ ผาก
4. การเปา่ ลมเขา้ ไปในปากของผปู้ ว่ ยชา้ ๆ จนสงั เกตเห็นวา่ หนา้ อกของผูป้ ว่ ยยกตัวสูงขนึ้ 3. ผู้เรียนแต่ละคนท�ำกิจกรรมตรวจสอบ
5. การใช้ฝ่ามือกดลงบนหน้าผากแล้วใช้มืออีกข้างบีบปากของผู้ป่วย เพ่ือให้ผู้ป่วยอ้าปากกว้างๆ ความเข้าใจ (หนังสือเรียน หน้า 11)
ใหอ้ ากาศเขา้ ไป จากน้ันท�ำแบบทดสอบ (หนังสือเรียน
หน้า 13-14) จากนั้นแลกเปลี่ยนกันตรวจ
แบบประเมินตนเอง ใหค้ ะแนน พรอ้ มทงั้ ทำ� แบบประเมนิ ตนเอง
คาำ ชแ้ี จง ตอนท่ี 1 ใหผ้ เู้ รยี นประเมนิ ผลการเรยี นรู้ โดยเขยี นเครอื่ งหมาย ✓ลงในชอ่ งระดบั คะแนน (หนงั สอื เรยี น หนา้ 14) และกำ� หนดแนวทาง
การพัฒนาตนเอง
และเตมิ ข้อมลู ตามความเป็นจรงิ
ระดับคะแนนตอนที่ 1 5 : มากท่ีสุด 4 : มาก 3 : ปานกลาง 2 : นอ้ ย 1 : ควรปรบั ปรงุ
ตอนที่ 2 ใหผ้ เู้ รยี นนาำ คะแนนจากแบบทดสอบมาเตมิ ลงในชอ่ งวา่ ง และเขยี นเครอื่ งหมาย ✓
ลงในชอ่ งสรปุ ผล
ตอนที่ 1 (ผลการเรยี นร)ู้ ตอนท่ี 2 (แบบทดสอบ)
รายการ 5 4 3 2 1 แบบทดสอบ
1. ผเู้ รยี นมีความรู ้ ความเขา้ ใจในเนอ้ื หา คะแนน
2. ผเู้ รยี นได้ทาำ กิจกรรมทสี่ อดคล้องกับเนอ้ื หา (ขอ้ ละ 1 คะแนน)
และจุดประสงค์การเรยี นรู้
สรุปผล
3. ผเู้ รยี นได้เรียนและทำากจิ กรรมท่ีสง่ เสริมกระบวนการคดิ 9-10 (ดีมาก)
เกดิ การค้นพบความรู้ 7-8 (ดี)
4. ผู้เรยี นสามารถประยกุ ตค์ วามรูเ้ พอี่ื ใช้ประโยชนใ์ นชวี ิตประจาำ วนั ได้ 5-6 (พอใช้)
5. ผู้เรยี นไดเ้ รยี นรอู้ ะไรจากการเรียน ตาำ่ กวา่ 5
6. ผ้เู รียนตอ้ งการทาำ สิง่ ใดเพ่อื พฒั นาตนเอง (ควรปรับปรุง)
7. ความสามารถทถ่ี ือวา่ ผา่ นเกณฑ์ประเมินของผเู้ รยี น คอื
กิจกรรมท้าทาย
ฝึกปฏิบัติการสืบเสาะหาความรู้เพ่ือเช่ือมโยงส่ิงท่ีได้เรียนรู้
ในภาคทฤษฎีในเร่ืองความปลอดภัยเกี่ยวกับการปฏิบัติงานไฟฟ้า
และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ไปสกู่ ารนำ� ไปใชจ้ รงิ เพอื่ ใหเ้ กดิ ทกั ษะชวี ติ ในดา้ นของ
การปฏบิ ตั จิ รงิ เปน็ พนื้ ฐานของการทำ� งานและการเรยี นรใู้ นระดบั ทส่ี งู ขน้ึ
สุดยอดคู่มือครู 35
ตารางสรปุ คะแนนการประเมินจดุ ประสงค์การเรียนรู้
และสมรรถนะประจำ� หนว่ ย
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 1 ความปลอดภยั เกีย่ วกับการปฏบิ ัติงานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์
คะแนนตาม จปส. รายหน่วยการเรยี นรู้
ชิ้นงาน/การแสดงออก 1. อ ิธบาย ัอนตรายท่ีเ ิกดจากการปฏิบั ิตงานเ ่กียว ักบไฟ ้ฟาไ ้ด รวม
ที่กำ� หนดในหน่วยการเรียนรู้ 2. อันตรายที่เ ิกดจากไฟฟ้าไ ้ด
3. บอกวิ ีธการป ิฏบั ิตงานเ ่ีกยวกับไฟ ้ฟาไ ้ด
หรอื หน่วยยอ่ ย 4. อ ิธบาย ิวธีการป้อง ักน ัอนตรายจากกระแสไฟ ้ฟาไ ้ด
5. บอกหลักการปฐมพยาบาลผู้ ูถกไฟ ้ฟา ูดดไ ้ด
ภาระงาน/ชิน้ งานระหว่างเรียน
1. ผังกราฟิกแสดงการเก็บรวบรวมข้อมูล
เรื่องความปลอดภัยเกี่ยวกับการปฏิบัติ
งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์
2. ผังกราฟิกสรุปความรู้ความเข้าใจเรื่อง
ความปลอดภัยเก่ียวกับการปฏิบัติงาน
ไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์
3. การนำ� เสนอผลการสรปุ ความรคู้ วามเขา้ ใจ
เรื่องความปลอดภัยเก่ียวกับการปฏิบัติ
งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์
การประเมนิ รวบยอด
1. ผลการปฏิบัตกิ ิจกรรมตรวจสอบ
ความเขา้ ใจ
2. ผลการปฏบิ ัตงิ าน (ใบงาน)
3. ผลการประเมนิ ตนเอง
4. คะแนนผลการทดสอบ
รวม
หมายเหต:ุ คะแนนการประเมินจดุ ประสงคก์ ารเรยี นร้ขู ึน้ อยู่กับการออกแบบแผนการจัดการเรียนรขู้ องผู้สอน
36 สุดยอดคมู่ ือครู
1 . ขG้ันaรtวhบeรrวiมnขg้อมูล 2. ขPั้นrคoิดcวeิเsคsรiาnะหg์และสรุปความรู้
A3. ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ A4. ข้ันส่ือสารและน�ำเสนอ 5 . ขSั้นeปlรf-ะRเมeินgเพu่ือlaเพtiิ่มnคgุณค่า
pplying and Constructing the Knowledge pplying the Communication Skill
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 ทักษะชีวิต ค่านิยมหลัก 12 ประการ กิจกรรมท้าทาย รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
2หน่วยการเรียนรทู้ ่ี เครื่องมือชา่ งไฟฟ้าเบ้ืองตน้ หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2
สาระสำาคัญ เคร่ืองมอื ช่างไฟฟ้าเบอื้ งต้น
การปฏิบัติงานช่างไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ปฏิบัติงานจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับ สาระการเรยี นรู้
การใช้เครื่องมือช่าง เพราะงานไฟฟ้าเป็นงานท่ีอันตราย หากมีการใช้เครื่องมือผิดประเภทก็อาจเกิด 1. เคร่ืองมือประจ�ำตัวช่างไฟฟ้าและอิเล็ก-
อนั ตรายได ้ เชน่ การใชไ้ ขควงทดี่ า้ มไมม่ ฉี นวนหมุ้ ซอ่ มแซมไฟฟา้ ขณะทม่ี กี ระแสไฟฟา้ การใชค้ มี ทดี่ า้ มจบั
ไมม่ ีฉนวนตัดสายไฟฟา้ ในขณะมีกระแสไฟฟา้ จะเหน็ ว่าเปน็ ส่งิ ทเี่ ปน็ อนั ตรายทัง้ ส้ิน ดงั นนั้ ชา่ งผ้ปู ฏบิ ตั งิ าน ทรอนกิ ส์ (หนังสอื เรียน หน้า 17-19)
ไฟฟ้าจะตอ้ งมคี วามตระหนักในการเลอื กใชเ้ ครือ่ งมือทถี่ กู ต้องตามลักษณะงาน 2. เครอื่ งมอื ประกอบงานบรกิ ารทางไฟฟา้ และ
สาระการเรยี นรู้ อิเล็กทรอนิกส์ (หนังสอื เรียน หนา้ 19-20)
3. เครื่องมือช่างท่ีเก่ียวข้องกับการปฏิบัติงาน
1. เครอ่ื งมอื ประจำาตวั ชา่ งไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์
2. เคร่อื งมอื ประกอบงานบรกิ ารทางไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (หนังสือเรียน
3. เคร่อื งมือช่างท่เี กยี่ วขอ้ งกับการปฏิบัตงิ านไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ ส์ หนา้ 20-22)
สมรรถนะประจ�ำหน่วย
1. แสดงความรู้เก่ียวกับเคร่ืองมือช่างไฟฟ้า
เบอ้ื งต้น
2. เลือกใช้เครื่องมือช่างไฟฟ้าได้อย่างถูกวิธี
และปลอดภัย
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. บอกช่ือเคร่ืองมือประจ�ำตัวช่างไฟฟ้า
และอิเลก็ ทรอนิกสไ์ ด้
2. บอกหน้าที่ของเครื่องมือช่างไฟฟ้าและ
อิเล็กทรอนิกสไ์ ด้
3. เลือกใช้เครื่องมือช่างไฟฟ้าและอิเล็ก-
ทรอนกิ สไ์ ด้
การประเมนิ ผล ภาระงาน/ชนิ้ งานรวบยอดในหนว่ ยการเรยี นรู้
ภาระงาน/ช้นิ งาน/การแสดงออกของผูเ้ รยี น 1. ผลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตรวจสอบความเขา้ ใจ
ภาระงาน/ชน้ิ งานระหวา่ งเรียน 2. ผลการปฏบิ ตั งิ าน (ใบงาน)
1. ผังกราฟิกแสดงการเก็บรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับเครื่องมือช่างไฟฟ้า 3. ผลการประเมนิ ตนเอง
4. คะแนนผลการทดสอบ
เบอ้ื งตน้
2. ผังกราฟิกสรุปความรูค้ วามเข้าใจเกี่ยวกับเครอ่ื งมอื ช่างไฟฟ้าเบอ้ื งตน้
3. การนำ� เสนอผลการสรปุ ความรคู้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกบั เครอ่ื งมอื ชา่ งไฟฟา้
เบอื้ งต้น
สุดยอดคมู่ ือครู 37
1 . ขG้ันaรtวhบeรrวiมnขg้อมูล 2 . ขP้ันrคoิดcวeิเsคsรiาnะหg์และสรุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 ทักษะชีวิต
Step 1 ข้ันรวบรวมข้อมลู 16 งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ บ้อื งต้น
สมรรถนะประจำาหนว่ ย
Gathering
1. ผู้สอนแบ่งกลุ่มผู้เรียนร่วมกันศึกษา 1. แสดงความรเู้ ก่ียวกับเครื่องมอื ชา่ งไฟฟา้ เบอ้ื งตน้
เอกสารหนังสือเรียนวิชางานไฟฟ้าและ 2. เลือกใช้เครอื่ งมอื ช่างไฟฟา้ ได้อยา่ งถกู วิธแี ละปลอดภัย
อิเล็กทรอนิกส์เบ้ืองต้น เรื่องเคร่ืองมือช่าง
ไฟฟ้าเบ้ืองต้น ตามหัวข้อที่ก�ำหนด (ศึกษา จดุ ประสงค์การเรียนรู้
รายละเอยี ดจากแผนการจดั การเรียนร)ู้ 1. บอกช่อื เครอื่ งมือประจำาตวั ช่างไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ สไ์ ด้
2. บอกหนา้ ท่ีของเครื่องช่างไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกสไ์ ด้
2. ผู้สอนตั้งค�ำถามให้ผู้เรียนเสนอข้อมูลจาก 3. เลอื กใชเ้ ครอื่ งมือชา่ งไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกสไ์ ด้
ประสบการณ์เดิมท่ีรับรู้เกี่ยวกับเคร่ืองมือ
ช่างไฟฟ้าเบ้ืองต้น (ศึกษารายละเอียด ผังสาระการเรยี นรู้
คำ� ถามจากแผนการจดั การเรียนร้)ู
เคร่ืองมอื ชา่ งไฟฟา้ เครอ่ื งมอื ประจาำ ตัวช่างไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์
3. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มบันทึกผลจากการศึกษา เบ้ืองต้น
ตามหัวข้อที่ก�ำหนดลงผังกราฟิก (เลือก เครอื่ งมอื ประกอบงานบรกิ ารทางไฟฟ้า
ออกแบบและใช้ผังกราฟิกให้เหมาะสมกับ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์
ลกั ษณะของข้อมลู ) ดงั ตวั อยา่ ง
เครอื่ งมอื ชา่ งท่ีเกย่ี วข้องกับการปฏบิ ัตงิ านไฟฟ้า
และอิเลก็ ทรอนกิ ส์
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21
• การท�ำงานเปน็ ทีม ทีมละ 5-6 คน ฝกึ การแกป้ ัญหา การสือ่ สาร
• การใช้ส่อื /เทคโนโลย/ี ส่งิ ทีน่ า่ สนใจอนื่ ๆ
38 สุดยอดคูม่ อื ครู
A3. ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ A4. ข้ันสื่อสารและน�ำเสนอ 5 . ขSั้นeปlรf-ะRเมeินgเพuื่อlaเพti่ิมnคgุณค่า
pplying and Constructing the Knowledge pplying the Communication Skill
ค่านิยมหลัก 12 ประการ กิจกรรมท้าทาย รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
เครอ่ื งมอื ช่างไฟฟ้าเบื้องต้น 17 ข้อแนะนำ� การใชไ้ ขควง ดังนี้
- ไมค่ วรใชไ้ ขควงแทนสกัดหรอื คอ้ น
1. เครื่องมอื ประจำ�ตวั ช่�งไฟฟ�้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์ - ใช้ไขควงที่มดี ้ามเป็นฉนวนในงานชา่ งไฟฟา้
- ควรเลอื กใช้ไขควงท่มี ีปากลักษณะเดยี วกบั หวั สกรู
เครื่องมือประจำาตัวช่างไฟฟ้าหรือช่างอิเล็กทรอนิกส์ หมายถึงเครื่องมือที่สามารถหยิบพกติดตัว ไขควงทดสอบไฟมดี ว้ ยกนั 2 แบบ คอื ไขควงปากแบน
ใช้ขันสกรูที่มีลักษณะของร่องหัวสกรูตามแนวขวาง
เมื่อออกปฏิบัติงาน ซึ่งมีความสะดวกในการหยิบใช้งาน โดยปกติเคร่ืองมือประจำาตัวช่างไฟฟ้าจะเป็น และไขควงปากแฉก ใช้ขันสกรูท่ีมีลักษณะของร่อง
หัวสกรเู ปน็ รปู สแี่ ฉก
เครื่องมือท่ีใช้สำาหรับซ่อมบำารุงหรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้างาน ซึ่งจะประกอบไปด้วยเคร่ืองมือต่างๆ
ดงั นี้
1.1 ไขควง
1.1.1 ไขควงแฉก-แบน เป็นเครื่องมือท่ีใช้สำาหรับ
การขันสกรูหรือตะปูเกลียว กรณีที่ใช้สำาหรับงานไฟฟ้าจะต้อง
มีฉนวนที่สามารถกันกระแสไฟฟ้าได้ ซึ่งท่ีด้ามจับต้องไม่มีส่วนท่ี
เป็นโลหะ ภาพท่ี 2.1 ไขควงแฉก ไขควงแบน
ภาพท่ ี 2.2 ไขควงทดสอบไฟ 1.1.2 ไขควงทดสอบไฟ เป็นเครื่องมือที่ใช้
สำาหรับตรวจสอบปลายสายไฟฟ้า ในกรณีต้องการทดสอบ
สายไฟฟ้ามีการจ่ายกระแสไฟฟา้ หรือไม ่ โดยจะมกี ารแสดง
สัญญาณด้วยหลอดไฟฟ้าขนาดเล็กหรือแสดงค่าตัวเลข
แรงดนั ไฟฟ้า
1.2 คมี
1.2.1 คีมย้ำาหางปลา เป็นเครื่องมือที่ใช้สำาหรับ
การตัด-ต่อสายไฟฟ้า และใช้สำาหรับการบีบย้ำาหางปลา เม่ือต้องการ
ตอ่ สายไฟฟ้าเข้ากับอุปกรณไ์ ฟฟา้ โดยการใช้หางปลา
ภาพท่ี 2.4 คมี รวม ภาพท ี่ 2.3 คมี ยำ้าหางปลา
1.2.2 คีมรวม เป็นเครื่องมือใช้สำาหรับจับ
ชน้ิ งาน การตดั สายไฟฟ้า และการขันนอตทม่ี ีขนาดเล็ก หรือ
การจับสายไฟฟ้าในขณะที่มีการจ่ายกระแสไฟฟ้า การเลือกใช้
คีมรวมควรพิจารณาฉนวนท่ีห่อหุ้มด้ามจับของคีมว่า
มีความแขง็ แรงและปลอดภัย
18 งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบอ้ื งตน้
ข้อแนะน�ำการใช้คีม ดังน้ี 1.2.3 คีมปากยาว เป็นเคร่ืองมือใช้สำาหรับการจับ ภาพที ่ 2.5 คีมปากยาว
- ไมใ่ ชค้ มี ขนั สกรหู รอื เกลยี ว เพราะทำ� ใหป้ ากคมี เยนิ ควรใช้ ช้ินงาน การตัดสายไฟฟ้า หรือการจับสายไฟฟ้าในมุมแคบท่ีมือ
ให้เหมาะกับงาน ไม่สามารถเข้าได้ หรือจับสายไฟฟ้าขณะที่มีการจ่ายกระแสไฟฟ้า
- ก่อนใชต้ รวจฉนวนหุ้มให้เรยี บร้อย หากช�ำรดุ หา้ มใช้ การเลอื กใชค้ มี ปากจง้ิ จกควรพจิ ารณาฉนวนทหี่ อ่ หมุ้ ดา้ มจบั ของคมี
วา่ มีความแข็งแรง หนา และปลอดภัย
1.2.4 คีมตัดสายไฟฟ้า เป็นเคร่ืองมือท่ีใช้สำาหรับการตัด
สายไฟฟ้า เม่ือต้องการต่อเข้ากับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ นอกจากนี้
คีมตัดสายไฟฟ้ายังสามารถทำาเป็นคีมปอกสายไฟฟ้าได้ด้วย โดยการ
สอดสายไฟฟ้าเข้ารูที่ปากคีมตัดสายไฟฟ้าตามขนาดของสายไฟฟ้า
แลว้ ทำาการดงึ เฉียงออกด้านขา้ งเพ่ือปอกสายไฟฟา้
ภาพท ่ี 2.6 คีมตดั สายไฟ
1.2.5 คีมม้วนสายไฟฟ้า เป็นเคร่ืองมือท่ีใช้สำาหรับ ภาพท ี่ 2.7 คีมม้วนสายไฟ
การม้วนสายไฟฟ้า เมื่อต้องการต่อเข้ากับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ
เพราะการต่อสายไฟฟ้าเข้ากับอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยมากจะเป็นการต่อ
เข้ากับสกรูเกลียว ซ่ึงการใช้คีมม้วนสายไฟฟ้าให้เป็นวงกลมจะ
ทาำ ใหจ้ ดุ ต่อเชอ่ื มมคี วามมัน่ คงและแน่นขน้ึ
ภาพท ี่ 2.8 คมี ปอกสายไฟ 1.2.6 คีมปอกสายไฟฟ้า เป็นเครื่องมือสำาหรับการปอก
สายไฟฟ้า เม่ือต้องการต่อเข้ากับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ซึ่งการใช้คีม
ปอกสายไฟ้ฟ้าจะช่วยอำานวยความสะดวกและสามารถจะปฏิบัติงาน
ได้เรว็ ขึ้น
1.3 หวั แร้งบดั กรี
หัวแร้งบัดกรีใช้สำาหรับการหลอมเช่ือมจุดต่อสายไฟฟ้า ให้มีความมั่นคงและแน่นมากข้ึน
โดยเฉพาะงานอิเล็กทรอนิกส์ท่ีสายไฟฟ้าตัวนำามีขนาดเล็กมาก ในการเช่ือมต่อจึงต้องใช้การบัดกรี
เป็นหลัก เพราะการใชส้ ายไฟฟา้ พันกบั อปุ กรณ์เส่ียงตอ่ การหลดุ หรือขาดได้ง่ายขึน้
ภาพท่ ี 2.9 หัวแร้งบดั กรี
สดุ ยอดคูม่ ือครู 39
1 . ขG้ันaรtวhบeรrวiมnขg้อมูล 2. ขPั้นrคoิดcวeิเsคsรiาnะหg์และสรุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 ทักษะชีวิต
เครื่องมอื ชา่ งไฟฟ้าเบอ้ื งต้น 19
1.4 ตวั ดูดตะกว่ั ภาพท่ี 2.10 ตัวดดู ตะกั่ว
ตัวดูดตะก่ัวใช้สำาหรับการดูดนำ้าตะก่ัวเม่ือต้องการถอด
ช้ินส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยการใช้หัวแร้งบัดกรี
หลอมละลายตะกั่วบัดกรีให้เป็นนำ้าเหลว แล้วจึงใช้ตัวดูดตะกั่วดูดนำ้า
ตะกัว่ ออกเพ่ือถอดชิน้ ส่วนอุปกรณ์
2. เคร่ืองมอื ประกอบง�นบริก�รท�งไฟฟ้�และอเิ ลก็ ทรอนิกส์ 3. ผเู้ รยี นรว่ มกนั อธบิ ายบนั ทกึ ผลผงั ขอ้ สรปุ ความคดิ รวบยอด
ให้เข้าใจตรงกันท้งั กลุ่มและรายบคุ คล
เคร่ืองมือประกอบงานบริการทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เป็นเคร่ืองมือประกอบกับเคร่ืองมือ
ประจำาตัวช่างเพ่ือความสะดวกในการตรวจซ่อมงานไฟฟ้าหรืองานอิเล็กทรอนิกส ์ และเป็นการตรวจสอบ
หาสาเหตุความผิดปกติของระบบไฟฟ้า หรือการชำารุดเสียหายของอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยทั่วไปแล้วจะ
ประกอบไปดว้ ยเคร่อื งมือหลกั ๆ ดังนี้
2.1 แคลมป์มเิ ตอร์
แคลมป์มิเตอร์เป็นเครื่องมือที่ใช้สำาหรับการวัดกระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้กับระบบหรือการจ่าย
กระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องกลไฟฟ้าขณะทำางานหรือใช้เป็นเคร่ืองมือวัดค่าแรงดันไฟฟ้า
และความต้านทานไฟฟ้าก็ได้
ภาพที่ 2.11 แคลมป์มิเตอร์ ภาพท ่ี 2.12 มลั ตมิ เิ ตอร์
2.2 มัลติมเิ ตอร์
มัลติมิเตอร์เป็นเคร่ืองมือที่รวมฟังก์ชัน
การวัดทงั้ วดั กระแสไฟฟ้า แรงดนั ไฟฟ้า ความต้านทาน
ไฟฟ้า เพ่ือความสะดวกในการใช้งาน ซ่ึงเหมาะกับ
การใช้งานในระบบการซ่อมบริการงานไฟฟ้าและ
อิเล็กทรอนิกส์เพราะต้องมีการวัดแรงดันจ่ายใน
ระบบและตรวจสอบสภาพของหนา้ สมั ผสั อุปกรณ์
Step 2 ขัน้ คิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ 20 งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบื้องตน้
Processing 2.3 ไขควงทดสอบไฟ
1. ผู้เรียนร่วมกันจ�ำแนก จัดกลุ่ม และโยงสัมพันธ์ข้อมูล ไขควงทดสอบไฟเปน็ เครอื่ งมอื สาำ หรบั การทดสอบสภาพของสายไฟฟา้ หรอื การชาำ รดุ เสยี หาย
เกี่ยวกับเคร่ืองมือช่างไฟฟ้าเบื้องต้น โดยจัดเป็น ของอุปกรณ์ไฟฟ้า หลักการของไขควงทดสอบไฟจะใช้หลักการของโอห์มมิเตอร์ แต่การแสดงผลจะใช้
หมวดหมู่ตามท่ีรวบรวมได้จากเอกสารที่ศึกษาค้นคว้า หลอดไฟหรอื แบบแสดงผลด้วยตวั เลขแทน
และจากความคิดเห็นของสมาชิกในกลุ่ม หรือจาก
ประสบการณข์ องตน ภาพท่ี 2.13 ไขควงทดสอบไฟ
2. ผู้เรียนเชอื่ มโยงความสอดคลอ้ งของข้อมลู ทนี่ ำ� มาจ�ำแนก 3. เคร่อื งมอื ช�่ งท่ีเกี่ยวข้องกบั ก�รปฏบิ ัติง�นไฟฟ้�และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
จัดกลุ่ม และโยงสัมพันธ์ โดยน�ำมาเขียนสรุปความรู้
ตามโครงสร้างเน้ือหาที่เชื่อมโยงได้เป็นผังความคิด โดยปกติในการติดต้ังงานระบบไฟฟ้าจะต้องมีเครื่องมือหนักหรือเครื่องมือท่ีไม่สามารถพกพา
รวบยอดของเรื่องทีศ่ ึกษา ดงั ตัวอยา่ ง
ติดตัว ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบหน่ึงท่ีจะเพิ่มความสะดวกและเพ่ิมประสิทธิภาพการทำางานของ
ผูป้ ฏิบัติงาน
3.1 คอ้ น
ค้อนแบง่ ตามลกั ษณะของงานที่นาำ ไปใช ้ ดงั น้ี
3.1.1 คอ้ นเดนิ สาย (Hammer) เป็นเครื่องมอื
ท่ีใช้สำาหรับการเดินสายติดตั้งระบบไฟฟ้า ค้อนที่ใช้
สำาหรับการติดตั้งเดินสายไฟฟ้าจะมีลักษณะหัวสี่เหล่ียม
มีนำ้าหนักประมาณ 250-300 กรัม หัวค้อนยาวประมาณ
10-12 เซนตเิ มตร ภาพท่ี 2.14 คอ้ นเดนิ สายไฟและเขม็ รดั สายไฟ
ภาพที่ 2.15 ค้อนหงอน 3.1.2 ค้อนหงอน เป็นเครื่องมือท่ีใช้สำาหรับการเดินท่อ
หรือการติดต้ังอุปกรณ์ประกอบ ในบางกรณีจะต้องมีการทุบผนังปูน
เพื่อทะลุเป็นทางเดินท่อระบบไฟฟ้าเพราะลำาพังค้อนเดินสายไฟฟ้า
ไมม่ คี วามแข็งแรงพอในการใชง้ าน
40 สุดยอดคมู่ ือครู
A3. ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ A4. ข้ันสื่อสารและน�ำเสนอ 5 . ขS้ันeปlรf-ะRเมeินgเพu่ือlaเพti่ิมnคgุณค่า
pplying and Constructing the Knowledge pplying the Communication Skill
ค่านิยมหลัก 12 ประการ กิจกรรมท้าทาย รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
เคร่อื งมือชา่ งไฟฟ้าเบ้ืองตน้ 21
3.2 สวา่ น ภาพที ่ 2.16 สวา่ นเจาะเหลก็ ข้อแนะนำ� การใชส้ ว่าน ดงั น้ี
- ขณะเจาะตอ้ งตงั้ ดอกสวา่ นให้ตงั้ ฉากกับช้ินงาน
สวา่ นแบ่งตามลักษณะของงานที่นำาไปใช้ ดังนี้ - หากตอ้ งการเจาะรูโต ควรใช้ดอกสว่านเลก็ นำ� กอ่ น
3.2.1 สว่านเจาะเหลก็ (Drilling Tool) เป็นเคร่อื งมอื ที่ - หากช้ินงานท่ีเจาะเป็นไม้ ก่อนเจาะทะลุควรกลับไม้เจาะ
ด้านตรงขา้ มเพ่ือปอ้ งกันไม่ใหแ้ ตก
ใช้สำาหรับการเจาะเหล็กเพ่ือทำาอุปกรณ์ยึดห้อย เช่น ขาห้อยคอยล์เย็น
ขาหอ้ ยคอยล์ร้อน หรอื การเจาะทะลผุ ่านผนังไม ้ ผนังยิปซมั ขอ้ แนะน�ำการใช้เล่ือย ดงั นี้
- อยา่ ปลอ่ ยให้ใบเลอ่ื ยเปยี กนํา้ ควรเกบ็ ไวใ้ นทแ่ี หง้
ภาพท่ ี 2.17 สวา่ นเจาะคอนกรตี 3.2.2 สวา่ นเจาะคอนกรตี (Concrete Drilling Tool) - อยา่ วางเล่อื ยใหถ้ กู แดดร้อนจัด
เป็นเครื่องมือท่ีมีความจำาเป็น เพราะการติดต้ังระบบไฟฟ้าจะมี
การทะลุกำาแพงห้องเพื่อการเดินท่อระบบไฟฟ้าหรือสายไฟฟ้าให้
ผ่านหอ้ งต่างๆ สว่านเจาะคอนกรีตจะม ี 2 แบบ คือแบบโรตารี และ
แบบหัวจับ
3.3 บนั ไดอะลมู ิเนยี ม
บันไดอะลูมิเนียมหรือบันไดกาง 2 ขา ใช้ในการติดต้ัง
อุปกรณ์ไฟฟ้าในท่ีสูง มีความสะดวกในการใช้งาน อย่างไรก็ตาม
ควรเลือกความสูงของบันไดให้เหมาะกับงาน ซึ่งควรมีบันไดท่ีมี
ความสูงต่างกันอย่างน้อย 2 ขนาด เพื่อความคล่องตัวในการ
ปฏบิ ตั งิ าน
3.4 ตลบั เมตร ภาพที ่ 2.18 บนั ไดอะลมู ิเนียม
ตลบั เมตร (Measuring Tape) ใช้วัดระยะในการติดตง้ั อุปกรณ ์
ให้ได้ตำาแหน่งตามต้องการ เนื่องจากอุปกรณ์ไฟฟ้ามีการกำาหนดมาตรฐาน
ภาพที่ 2.19 ตลับเมตร ในการติดตั้งไว้เพ่ือให้เกิดความปลอดภัยและสวยงาม เช่น ความสูงของ
สวิตช์ไฟฟ้า
3.5 เลือ่ ย ภาพที่ 2.20 เลือ่ ยตดั เหลก็
เลอื่ ยแบง่ ตามวสั ดทุ ่ีนาำ มาตดั ดังน้ี
3.5.1 เลื่อยตัดเหล็ก (Hacksaw) เป็นเครื่องมือ
ประกอบในงานไฟฟ้าและงานติดต้ังเครื่องปรับอากาศ เพราะ
จะต้องมกี ารตัดทอ่ พีวีซีในการเดนิ ท่อนำา้ ทงิ้ หรอื ทอ่ อื่นๆ
22 งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ บือ้ งต้น
รอบรู้อาเซียนและโลก 3.5.2 เล่ือยตัดเหล็กแบบแท่น (Dry Cut Saw) ใช้
สำาหรับการตัดเหล็กที่มีความจำาเป็นในการจัดทำาอุปกรณ์ยึดห้อย
asean หรอื การเดินรางไฟฟา้ ซึ่งหากใชเ้ ลื่อยตัดเหล็กเพียงอยา่ งเดียวคงจะ
ทำาใหก้ ารปฏบิ ัติงานเกดิ ความลา่ ชา้
• ศึกษาเก่ียวกับเคร่ืองมือช่างไฟฟ้าเบื้องต้นของประเทศ
ในกลุ่มสมาชิกประชาคมอาเซียน ภาพที่ 2.21 เลอ่ื ยตัดเหลก็ แบบแทน่
• เรียนรู้ค�ำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เก่ียวข้องกับเน้ือหาใน 3.6 ปักเตา้ ภาพท ี่ 2.22 ปกั เต้าตีเสน้
หนว่ ยการเรียนรู้ โดยฝึกใชค้ ำ� ศัพทด์ ังกล่าวในการน�ำเสนอ
ผลงานในข้นั ท่ี 4 ปกั เตา้ ใชใ้ นการตแี นวเสน้ กอ่ นตอกตะปยู ดึ เขม็ ขดั รดั สาย
ช่วยให้ได้แนวสายท่ีตรงสวยงาม ภายในปักเต้าจะประกอบด้วย
เส้นด้ายและสีฝุ่น เม่ือดึงเส้นด้ายออกมาทาบกับผนังหรือเพดานและ
ขึงให้ตึง ณ จุดที่ต้องการ จากน้ันดึงด้ายขึ้น แล้วดีดกลับไปยังผนัง
ก็จะเหน็ แนวเสน้ ตามตอ้ งการ
สรุป
ผู้ปฏิบัติงานช่างไฟฟ้าจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการใช้เครื่องมือช่างไฟฟ้าเบื้องต้น
เพ่ือใหส้ ามารถใช้เครอ่ื งมอื ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งและมีความปลอดภยั ในการใชก้ ับงานแต่ละประเภทได้
เฉลยอยใู่ นภาคผนวก หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 กจิ กรรมตรวจสอบคว�มเข�้ ใจ
คำาชแ้ี จง กิจกรรมตรวจสอบความเขา้ ใจเปน็ กิจกรรมฝกึ ทกั ษะเฉพาะดา้ นความรแู้ ละความจาำ เพื่อใช้
ในการตรวจสอบความเขา้ ใจตามจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
คาำ สั่ง จงตอบคาำ ถามต่อไปน้ี
1. จงบอกชื่อเครื่องมือประจาำ ตัวช่างไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์มาอย่างน้อย 5 ชอื่
2. จงบอกเคร่อื งมือประกอบงานบริการทางไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ สม์ าอย่างนอ้ ย 3 ชื่อ
3. จงบอกชอื่ เครอ่ื งมอื ประกอบการติดต้ังระบบไฟฟ้ามาอยา่ งนอ้ ย 5 ชือ่
สุดยอดคมู่ ือครู 41
1 . ขGั้นaรtวhบeรrวiมnขg้อมูล 2 . ขPั้นrคoิดcวeิเsคsรiาnะหg์และสรุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 ทักษะชีวิต
เครื่องมือช่างไฟฟ้าเบอื้ งต้น 23 ep 4 ขน้ั สือ่ สารและนำ� เสนอ
St
Stวชิ า งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์เบือ้ งตน้ใบงานท ่ี 2คาบเรยี น คาบApplying the Communication Skill
รหสั วชิ า 20100-1005 ผสู้ อน ผู้เรยี น
1. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มออกแบบหรือหาวิธีน�ำเสนอให้ผู้อ่ืน
ชื่องาน เครอื่ งมอื ช่างไฟฟา้ รับรู้และส่ือสารได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเทคนิควิธี
ท่ีเหมาะสม บูรณาการการใช้ส่ือ/เทคโนโลยี/ค�ำศัพท์
จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม เพมิ่ เตมิ /ส่ิงทน่ี า่ สนใจแทรกในการรายงาน
1. บอกชอ่ื เครอื่ งมอื ประจำาตวั ชา่ งไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ สไ์ ด้
2. บอกหน้าท่ีของเคร่ืองมือช่างไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์ได้ 2. ผู้สอนสุ่มกลุ่มผู้เรียนน�ำเสนอผลการสรุปความรู้
3. เลอื กใช้เครอื่ งมือช่างไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกสไ์ ด้ ความเข้าใจ โดยผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันประเมินผล
การน�ำเสนอตามเกณฑท์ ี่กำ� หนด
เคือ่ งมือและอปุ กรณ์ 1 อัน 11. หัวแรง้ ปนื 1 อัน
1. ไขควงแฉก 1 อนั 12. ตัวดูดตะก่วั 1 อัน 24 งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบอ้ื งต้น
2. ไขควงแบน 1 อัน 13. แคลมป์มเิ ตอร ์ 1 ตัว
3. ไขควงทดสอบไฟ 1 อนั 14. มลั ตมิ ิเตอร ์ 1 ตัว
4. คมี รวม 1 อัน 15. คอ้ นเดนิ สายไฟฟ้า 1 อัน
5. คมี ตัด 1 อนั 16. ค้อนหงอน 1 อัน
6. คมี ปากยาว 1 อนั 17. สว่านเจาะเหลก็ 1 ตวั
7. คีมมว้ นสายไฟ 1 อัน 18. สว่านเจาะคอนกรีต 1 ตัว
8. คีมยาำ้ หางปลา 1 อนั 19. ปกั เต้าตีเส้น 1 อนั
9. คีมปอกสายไฟฟ้า 1 อนั
10. หวั แรง้ แช่
ลำาดับขัน้ การปฏิบตั ิงาน
ใหผ้ ู้เรียนหยบิ เครอ่ื งมือช่างออกมาตามท่ผี ู้สอนบอกจาำ นวน 10 ช้ิน แลว้ ให้ดาำ เนนิ การดงั ต่อไปน้ี
1. ให้ผเู้ รียนเขียนช่ือเครือ่ งมอื ชา่ งตามท่ีหยิบออกมาแลว้ บันทกึ ผลการปฏบิ ัตงิ านท ่ี 1
2. ให้ผ้สู อนเปน็ คนบอกชื่อเคร่อื งมือชา่ งแลว้ ใหผ้ ู้เรยี นเป็นคนหยบิ ตามชอ่ื ทีบ่ อก
3. เมอ่ื ผู้เรยี นตอบถูกหรอื ผิดใหบ้ ันทกึ ผลการปฏิบัตงิ านในตารางท ี่ 2 การเลือกเคร่ืองมือช่างไฟฟ้า
4. ใหผ้ ้สู อนเลือกหยบิ เครื่องมอื ชา่ งออกมาครั้งละ 5 ช้ิน
5. ให้ผู้เรยี นแตล่ ะคนบอกหน้าทกี่ ารใชง้ านของเครือ่ งมอื ช่างแต่ละชนดิ ตามที่ผู้สอนเลอื กออกมา เมอ่ื ผเู้ รียน
ตอบถูกหรือผดิ ใหบ้ นั ทึกผลการปฏิบัติงานในตารางที ่ 3 หน้าทีก่ ารใช้งานของเคร่อื งมือชา่ งไฟฟา้
ตารางบันทกึ ผลการปฏิบัตงิ าน
ตารางบันทกึ ผลท ่ี 1 ชอ่ื ของเครอ่ื งมอื ชา่ งไฟฟ้า
ลาำ ดบั ท่ี ชื่อเคร่อื งมือช่าง ตอบถูก (✓) ตอบผิด (✕)
1
2
3
4
ลาำ ดบั ที่ ชอ่ื เคร่ืองมือช่าง ตอบถกู (✓) ตอบผดิ (✕)
5
ep 3 ข้ันปฏิบตั แิ ละสรปุ ความรหู้ ลังการปฏบิ ัติ 6 คะแนนรวม
7
tAhpeplKyninogwlaenddgeConstructing 8 ตารางบนั ทึกผลที ่ 2 การเลือกเคร่อื งมอื ชา่ งไฟฟา้
9
ผู้เรียนน�ำข้อสรุปความรู้ความเข้าใจท่ีได้แลกเปลี่ยน 10 ช่ือเครือ่ งมือชา่ ง ตอบถูก (✓) ตอบผิด (✕)
เรียนรู้ร่วมกันในชั้นเรียนมาวิเคราะห์แนวทางการน�ำไปใช้
ประโยชนเ์ กยี่ วกบั เครอื่ งมอื ชา่ งไฟฟา้ เบอ้ื งตน้ จากนนั้ ทำ� ใบงาน ลาำ ดบั ท่ี
(หนังสือเรยี น หนา้ 23-24) 1
2
3 คะแนนรวม
4
5 ตารางบนั ทกึ ผลที่ 3 หนา้ ท่ีการใชง้ านของเคร่ืองมอื ช่างไฟฟา้
6
7 ชือ่ เครอ่ื งมือช่าง การใช้งานเครื่องมือช่าง
8
9
10
ลาำ ดับที่
1
2
3
4
5
คะแนนรวม
42 สุดยอดคู่มือครู
A3. ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ A4. ข้ันส่ือสารและน�ำเสนอ 5. ขS้ันeปlรf-ะRเมeินgเพu่ือlaเพti่ิมnคgุณค่า
pplying and Constructing the Knowledge pplying the Communication Skill
ค่านิยมหลัก 12 ประการ กิจกรรมท้าทาย รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
เครือ่ งมอื ชา่ งไฟฟา้ เบื้องตน้ 25 ผู้สอนให้ผู้เรียนท�ำแบบทดสอบ จากน้ันให้ผู้เรียน
แลกกันตรวจคำ� ตอบ โดยผ้สู อนเปน็ ผู้เฉลย
แบบทดสอบ
เฉลยอยใู่ นภาคผนวก หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2
คาำ สง่ั จงเลอื กคาำ ตอบที่ถกู ต้องท่สี ุดเพียงคำาตอบเดียว
1. จากภาพ มชี อ่ื เรยี กวา่ อะไร
1. ไขควงแบน
2. คมี ตัด
3. คีมปากยาว
4. ไขควงทดสอบไฟ
5. หวั แร้งบดั กร ี
2. จากภาพ มีช่อื เรยี กว่าอะไร
1. หัวแร้งบดั กรี
2. ตัวดูดตะก่ัวบดั กรี
3. ไขควงทดสอบไฟ
4. คีมตดั สายไฟฟ้า
5. คมี รวม
3. จากภาพ มีช่อื เรียกว่าอะไร
1. คีมรวม
2. คีมตัด
3. คมี ปากยาว
4. คีมปอกสายไฟฟา้
5. คีมยาำ้ หางปลา
4. เมื่อต้องการทดสอบวงจรไฟฟ้าว่ามีแรงดันไฟฟ้าที่สายไฟฟ้าหรือไม่ ต้องใช้เครื่องมือช่างชนิดใด
ในการตรวจสอบ
1. ไขควงทดสอบไฟ 2. แคลมป์มเิ ตอร์
3. มลั ติมิเตอร ์ 4. ไมม่ ีขอ้ ถกู
5. ถูกทง้ั ข้อ 1. 2. และ 3.
5. อปุ กรณต์ รวจวดั ในข้อใดตอ่ ไปนี้ท่ไี ม่สามารถวดั คา่ แรงดนั ไฟฟา้ ได้
1. ไขควงทดสอบไฟ 2. แคลมป์มเิ ตอร์
3. มลั ตมิ ิเตอร์ 4. โวลต์มเิ ตอร์
5. ไม่มีขอ้ ใดถูก
ทักษะชีวิต
• ฝึกทักษะการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เช่น
อินเทอร์เน็ต หนงั สือ วารสาร
• ฝึกทกั ษะการเรียนร้รู ว่ มกนั เพอ่ื ใหผ้ ้เู รยี นมที กั ษะในการคิด วเิ คราะห์
สรุปรวบรวม วางแผน ออกแบบ และนำ� เสนอ เพื่อส่อื สารได้ ซึ่งเป็น
ทกั ษะทจ่ี �ำเปน็ ในศตวรรษที่ 21
สุดยอดค่มู ือครู 43
1 . ขGั้นaรtวhบeรrวiมnขg้อมูล 2 . ขPั้นrคoิดcวeิเsคsรiาnะหg์และสรุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 ทักษะชีวิต
Step 5 ขบั้นรปกิ ราระเสมังนิ คเพมแ่ือลเพะจ่มิ ิตคสณุ าคธ่าารณะ 26 งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์เบ้อื งตน้
6. ค้อนที่เหมาะสมกับงานเดินสายไฟฟา้ จะมนี าำ้ หนักประมาณกก่ี รมั
Self-Regulating 1. 150-200 กรัม 2. 200-250 กรัม
3. 250-300 กรัม 4. 300-350 กรัม
1. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มและรายบุคคลตรวจสอบ 5. 350-400 กรมั
ความรคู้ วามเขา้ ใจของตนเองหลงั จากรบั ฟงั ใช้ภาพตอ่ ไปนี ้ ตอบคาำ ถามข้อ 7-10
การน�ำเสนอของสมาชิกกลุ่มอ่ืน ปรับปรุง
ชิ้นงานของกลุ่มตนให้สมบูรณ์และบันทึก abc
เพิ่มเติม
de f
2. ผู้เรียนน�ำผลงานแสดงในป้ายนิเทศหรือ
เผยแพร่สูห่ ้องเรียนอื่นหรือสาธารณะ 7. ข้อใดตอ่ ไปน้ีคอื เครอื่ งมือท่ใี ชส้ ำาหรับการเจาะผนงั ปูน
1. c 2. d
3. ผู้เรียนแต่ละคนท�ำกิจกรรมตรวจสอบ
ความเข้าใจ (หนังสือเรียน หน้า 22) และ 3. e 4. f
แบบทดสอบ (หนังสือเรียน หน้า 25-26) 5. a
จากน้ันแลกเปล่ียนกันตรวจให้คะแนน 8. จากภาพ a มีชอ่ื เรยี กวา่ อะไร
พ ร ้ อ ม ท้ั ง ท� ำ แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ต น เ อ ง 1. ระดับนำา้ 2. ปกั เตา้ ตีเสน้
(หนงั สอื เรยี น หนา้ 27) และกำ� หนดแนวทาง 3. คอ้ นหงอน 4. คอ้ นตีกิ๊ป
การพฒั นาตนเอง 5. ตลบั เมตร
9. จากภาพ b มีช่อื เรยี กวา่ อะไร
1. ปักเต้าตเี ส้น 2. สวา่ นกระแทก
3. ตลบั เมตร 4. เล่ือยตัดเหลก็
5. ค้อนหงอน
10. จากภาพ e มชี อ่ื เรียกวา่ อะไร
1. ระดับนำ้า 2. ปกั เต้าตเี ส้น
3. คอ้ นหงอน 4. คอ้ นตกี ป๊ิ
5. เล่ือยมอื
กิจกรรมท้าทาย
ฝึกปฏิบัติการสืบเสาะหาความรู้เพ่ือเช่ือมโยงส่ิงท่ีได้เรียนรู้
ในภาคทฤษฎีเร่ืองเครื่องมือช่างไฟฟ้าเบื้องต้น ไปสู่การน�ำไปใช้จริง
เพ่ือให้เกิดทักษะชีวิตในด้านของการปฏิบัติจริง เป็นพ้ืนฐานของการ
ท�ำงานและการเรียนรใู้ นระดับที่สงู ขนึ้
44 สดุ ยอดค่มู อื ครู
A3. ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ A4. ข้ันส่ือสารและน�ำเสนอ 5. ขS้ันeปlรf-ะRเมeินgเพuื่อlaเพtiิ่มnคgุณค่า
pplying and Constructing the Knowledge pplying the Communication Skill
ค่านิยมหลัก 12 ประการ กิจกรรมท้าทาย รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
เคร่อื งมือช่างไฟฟ้าเบื้องตน้ 27 ค่านิยมหลัก 12 ประการ
แบบประเมนิ ตนเอง • ใฝ่หาความรู้ หม่ันศึกษาเล่าเรียนทั้ง
คำาชแี้ จง ตอนที่ 1 ใหผ้ เู้ รยี นประเมนิ ผลการเรยี นร ู้ โดยเขยี นเครอ่ื งหมาย ✓ลงในชอ่ งระดบั คะแนน ทางตรงและทางอ้อม
และเตมิ ขอ้ มลู ตามความเปน็ จรงิ
ระดบั คะแนนตอนที่ 1 5 : มากท่ีสุด 4 : มาก 3 : ปานกลาง 2 : น้อย 1 : ควรปรบั ปรงุ • ซ่ือสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์
ตอนที่ 2 ใหผ้ เู้ รยี นนาำ คะแนนจากแบบทดสอบมาเตมิ ลงในชอ่ งวา่ ง และเขยี นเครอ่ื งหมาย ✓ ในสิง่ ท่ดี งี ามเพ่อื ส่วนรวม
ลงในชอ่ งสรปุ ผล
• มรี ะเบยี บวนิ ยั เคารพกฎหมาย ผนู้ อ้ ยรจู้ กั
ตอนท ี่ 1 (ผลการเรยี นร)ู้ ตอนท ่ี 2 (แบบทดสอบ) การเคารพผใู้ หญ่
รายการ 5 4 3 2 1 แบบทดสอบ • รู้จักด�ำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชด�ำรัส
1. ผู้เรียนมคี วามร ู้ ความเข้าใจในเน้ือหา คะแนน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว* รู้จัก
อดออมไว้ใช้เม่ือยามจ�ำเป็น มีไว้พอกิน
2. ผเู้ รียนได้ทำากิจกรรมท่ีสอดคล้องกับเนอื้ หา (ข้อละ 1 คะแนน) พอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่ายจ�ำหน่าย และ
และจุดประสงค์การเรยี นรู้ สรุปผล พร้อมท่ีจะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม
9-10 (ดมี าก) เมือ่ มีภูมคิ ุ้มกนั ทดี่ ี
3. ผเู้ รียนได้เรียนและทำากจิ กรรมทส่ี ่งเสรมิ กระบวนการคดิ 7-8 (ดี)
เกิดการค้นพบความรู้ 5-6 (พอใช้)
4. ผู้เรียนสามารถประยุกต์ความร้เู พีื่อใช้ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาำ วันได้ ตาำ่ กวา่ 5
5. ผเู้ รยี นไดเ้ รยี นร้อู ะไรจากการเรยี น (ควรปรบั ปรุง)
6. ผเู้ รยี นตอ้ งการทาำ สง่ิ ใดเพือ่ พฒั นาตนเอง
7. ความสามารถที่ถือว่าผ่านเกณฑ์ประเมินของผเู้ รียน คือ
* พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
สดุ ยอดคูม่ อื ครู 45
ตารางสรปุ คะแนนการประเมินจดุ ประสงค์การเรียนรู้
และสมรรถนะประจำ� หนว่ ย
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 เครอ่ื งมอื ช่างไฟฟา้ เบอ้ื งตน้
คะแนนตาม จปส. รายหน่วยการเรียนรู้
ชิน้ งาน/การแสดงออก 1. บอกช่ือเครื่องมือประ �จำตัว ่ชางไฟ ้ฟาและ ิอเ ็ลกทรอนิก ์สไ ้ด รวม
ทก่ี �ำหนดในหนว่ ยการเรยี นรู้ 2. บอกหน้า ่ีทของเค ื่รอง ืมอ ่ชางไฟฟ้าและ ิอเ ็ลกทรอนิก ์สไ ้ด
3. เ ืลอกใช้เค ืร่อง ืมอ ่ชางไฟ ้ฟาและ ิอเ ็ลกทรอ ินก ์สไ ้ด
หรือหนว่ ยยอ่ ย
ภาระงาน/ช้ินงานระหวา่ งเรยี น
1. ผังกราฟิกแสดงการเก็บรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับเคร่ืองมือ
ช่างไฟฟ้าเบ้ืองตน้
2. ผังกราฟิกสรุปความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับเครื่องมือช่าง
ไฟฟา้ เบอ้ื งต้น
3. การนำ� เสนอผลการสรปุ ความรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั เครอ่ื งมอื
ช่างไฟฟา้ เบ้อื งต้น
การประเมินรวบยอด
1. ผลการปฏบิ ัติกิจกรรมตรวจสอบความเข้าใจ
2. ผลการปฏบิ ตั ิงาน (ใบงาน)
3. ผลการประเมินตนเอง
4. คะแนนผลการทดสอบ
รวม
หมายเหต:ุ คะแนนการประเมนิ จุดประสงค์การเรียนร้ขู นึ้ อยกู่ ับการออกแบบแผนการจัดการเรียนรขู้ องผสู้ อน
46 สดุ ยอดค่มู ือครู
1. ขGั้นaรtวhบeรrวiมnขg้อมูล 2 . ขPั้นrคoิดcวeิเsคsรiาnะหg์และสรุปความรู้
A3. ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ A4. ข้ันส่ือสารและน�ำเสนอ 5 . ขS้ันeปlรf-ะRเมeินgเพu่ือlaเพti่ิมnคgุณค่า
pplying and Constructing the Knowledge pplying the Communication Skill
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21 ทักษะชีวิต ค่านิยมหลัก 12 ประการ กิจกรรมท้าทาย รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
3หน่วยการเรียนรู้ท่ี พนื้ ฐานทางไฟฟ้า หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3
และอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้อื งตน้
พน้ื ฐานทางไฟฟ้า
สาระสาำ คญั และอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบ้ืองตน้
ระบบไฟฟ้ากระแสตรงเป็นระบบไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าคงที่และมีการบ่งบอกถึงข้ัวท่ีชัดเจน สาระการเรียนรู้
แหลง่ จา่ ยไฟฟา้ กระแสตรงหรอื อปุ กรณจ์ ดั เกบ็ ไฟฟา้ กระแสตรงจะจดั เกบ็ ประจไุ ฟฟา้ ในรปู ของเซลลไ์ ฟฟา้ 1. ศัพท์พื้นฐานของระบบไฟฟ้ากระแสตรง
เช่น ถ่านไฟฉายหรือแบตเตอร่ี เม่ือประจุไฟฟ้าได้เต็มแล้วก็สามารถท่ีจะจ่ายประจุเพ่ือการใช้งาน และ
หลังจากที่หมดประจุไฟฟ้าแล้ว หากเป็นรุ่นที่สามารถประจุไฟฟ้าได้ใหม่ก็สามารถนำามาประจุไฟฟ้าได้ (หนังสอื เรยี น หนา้ 30-31)
แล้วสามารถนำากลับไปใช้จ่ายประจุไฟฟ้าได้อีก ไฟฟ้ากระแสตรงเป็นระบบที่ต้องมีการกำาหนดขั้วซ่ึงจะมี 2. สญั ลักษณต์ า่ งๆ เก่ียวกับไฟฟา้ กระแสตรง
จำานวน 2 ขั้ว คือข้ัวบวก (Positive) จะมีค่าแรงดันไฟฟ้าเท่ากับความสามารถในการประจุแรงดันไฟฟ้า
ของเซลลไ์ ฟฟา้ แต่ละรนุ่ และขั้วลบ (Negative) จะมีค่าแรงดันไฟฟ้าเปน็ ศนู ยโ์ วลต์ ซ่งึ จะใชเ้ ปน็ จุดอ้างองิ (หนงั สือเรียน หนา้ 32)
3. หนว่ ยทางไฟฟา้ (หนงั สอื เรยี น หนา้ 33-34)
สาระการเรียนรู้ 2. สญั ลักษณ์ต่างๆ เกย่ี วกับไฟฟ้ากระแสตรง 4. กฎของโอหม์ (หนังสอื เรยี น หน้า 35-38)
4. กฎของโอหม์ 5. ก�ำลงั ไฟฟ้า (หนงั สอื เรียน หนา้ 38-44)
1. ศัพทพ์ ้นื ฐานของระบบไฟฟ้ากระแสตรง 6. เซลล์ไฟฟา้ 6. เซลลไ์ ฟฟ้า (หนังสอื เรียน หนา้ 44-50)
3. หนว่ ยทางไฟฟา้ 7. จุดกราวด์ (หนังสือเรียน หน้า 51-52)
5. กำาลังไฟฟ้า สมรรถนะประจ�ำหน่วย
7. จดุ กราวด์ 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับพ้ืนฐานทางไฟฟ้า
และอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บอ้ื งตน้
2. วดั และทดสอบวงจรไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
ตามหลกั การ
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายศัพท์พ้ืนฐานของระบบไฟฟ้า
กระแสตรงได้
2. บอกความหมายของสัญลักษณ์ไฟฟ้า
กระแสตรงได้
3. บอกหนว่ ยและวธิ กี ารแปลงหนว่ ยทางไฟฟา้
ได้
4. อธิบายกฎของโอห์มและการหาค่าความ
สมั พนั ธ์ได้
5. อธิบายเกี่ยวกับค่าก�ำลังไฟฟ้ากระแสตรง
และการคำ� นวณก�ำลงั ได้
6. อธิบายเก่ียวกับเซลล์ไฟฟ้ากระแสตรง
และการคำ� นวณแรงดนั ไฟฟ้าได้
7. อธิบายเกี่ยวกับจุดกราวด์และการต่อจุด
กราวด์ได้
สุดยอดคู่มอื ครู 47
1. ขG้ันaรtวhบeรrวiมnขg้อมูล 2 . ขP้ันrคoิดcวeิเsคsรiาnะหg์และสรุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 ทักษะชีวิต
การประเมนิ ผล พ้ืนฐานทางไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บอื้ งต้น 29
ภาระงาน/ชน้ิ งาน/การแสดงออกของผเู้ รยี น
ภาระงาน/ชิ้นงานระหวา่ งเรยี น สมรรถนะประจาำ หนว่ ย
1. ผังกราฟิกแสดงการเก็บรวบรวมข้อมูล 1. แสดงความรู้เกยี่ วกบั พนื้ ฐานทางไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์เบอ้ื งตน้
2. วดั และทดสอบวงจรไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์ตามหลกั การ
เกย่ี วกบั พนื้ ฐานทางไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
เบอื้ งต้น จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
2. ผังกราฟิกสรุปความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับ
พ้ืนฐานทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 1. อธบิ ายศพั ทพ์ ืน้ ฐานของระบบไฟฟา้ กระแสตรงได้
เบอื้ งต้น 2. บอกความหมายของสญั ลักษณไ์ ฟฟ้ากระแสตรงได้
3. การน�ำเสนอผลการสรุปความรู้ความเข้าใจ 3. บอกหน่วยและวธิ กี ารแปลงหนว่ ยทางไฟฟ้าได้
เกย่ี วกบั พน้ื ฐานทางไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ 4. อธบิ ายกฎของโอห์มและการหาค่าความสมั พันธไ์ ด้
เบื้องต้น 5. อธิบายเกยี่ วกับค่ากำาลังไฟฟ้ากระแสตรงและการคาำ นวณกำาลังได้
ภาระงาน/ชิ้นงานรวบยอดในหนว่ ยการเรียนรู้ 6. อธิบายเกย่ี วกบั เซลล์ไฟฟ้ากระแสตรงและการคำานวณแรงดันไฟฟา้ ได้
1. ผลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตรวจสอบความเขา้ ใจ 7. อธบิ ายเกย่ี วกับจุดกราวด์และการต่อจุดกราวดไ์ ด้
2. ผลการปฏบิ ตั งิ าน (ใบงาน)
3. ผลการประเมินตนเอง ผงั สาระการเรยี นรู้
4. คะแนนผลการทดสอบ
พน้ื ฐานทางไฟฟา้ ศัพทพ์ ้ืนฐานของระบบไฟฟ้ากระแสตรง
และอเิ ล็กทรอนกิ ส์ สญั ลักษณ์ต่างๆ เกี่ยวกบั ไฟฟ้ากระแสตรง
หน่วยทางไฟฟา้
เบอ้ื งต้น กฎของโอห์ม
กาำ ลังไฟฟ้า
เซลล์ไฟฟา้
จดุ กราวด์
48 สุดยอดคู่มือครู
A3. ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ A4. ข้ันสื่อสารและน�ำเสนอ 5. ขSั้นeปlรf-ะRเมeินgเพu่ือlaเพti่ิมnคgุณค่า
pplying and Constructing the Knowledge pplying the Communication Skill
ค่านิยมหลัก 12 ประการ กิจกรรมท้าทาย รอบรู้อาเซียนและโลก
asean
30 งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้ืองตน้
1. ศัพท์พื้นฐานของระบบไฟฟา้ กระแสตรง
ลาำ ดบั ชอ่ื เรยี ก คำาอธิบาย อกั ษรยอ่
V
1. โวลต์ (Volt) หน่วยที่ใชเ้ รียกคา่ แรงดนั ไฟฟา้ A
Ω
2. แอมแปร์ (Ampere) หน่วยที่ใช้เรียกค่ากระแสไฟฟา้ W
3. โอหม์ (Ohm) หนว่ ยที่ใชเ้ รยี กคา่ ความต้านทานไฟฟ้า E หรอื V
4. วัตต์ (Watt) หน่วยทใี่ ช้เรียกค่ากาำ ลังไฟฟ้า I
5. แรงดันไฟฟา้ แรงผลักหรือแรงดันอิเล็กตรอนหรือกระแสไฟฟ้า R
(Voltage) ใหเ้ กดิ การเคลอื่ นทีด่ ว้ ยศักย์ไฟฟ้า
P
6. กระแสไฟฟ้า อิเล็กตรอนหรือประจุไฟฟ้าท่ีเคล่ือนท่ีในวงจรไฟฟ้า
(Current) โดยอาศัยแรงผลกั ดนั จากแรงดันไฟฟา้ -
7. ความต้านทานไฟฟ้า การตา้ นการไหลของกระแสไฟฟา้ ทไี่ หลในวงจรไฟฟา้ -
(Resistance)
R
8. กาำ ลงั ไฟฟ้า ผลทเี่ กดิ จากอตั ราการใชก้ ระแสไฟฟา้ กบั แรงดนั ไฟฟา้
(Electric Power) L
9. แหลง่ จา่ ยไฟฟา้ อุปกรณ์ท่ีทำาหน้าท่ีกำาเนิดและจัดเก็บประจุไฟฟ้าและ H
(Source Power) สามารถจา่ ยประจไุ ฟฟา้ ออกมาได้
10. ตวั นาำ ไฟฟ้า อปุ กรณท์ สี่ ามารถนาำ กระแสไฟฟา้ ใหเ้ กดิ การไหลเวยี น
(Conductor) ในระบบได ้ปกตจิ ะทาำ จากทองแดง เงนิ และอะลมู เิ นยี ม
11. ตัวตา้ นทานไฟฟ้า อปุ กรณไ์ ฟฟา้ ทท่ี าำ หนา้ ทใ่ี นการตา้ นการไหลของกระแส
(Resistor) ไฟฟา้ ท่ไี หลเวยี นในระบบ
12. ตัวเหน่ยี วนาำ ไฟฟ้า อปุ กรณไ์ ฟฟา้ ทาำ หนา้ ทใี่ นการเหนยี่ วนาำ ไฟฟา้ ซง่ึ จะเปน็
(Inductor) ลักษณะของการพันขดลวดเพ่ือให้เกิดการไหลวน
ของกระแสไฟฟ้า
คา่ ความเหน่ียวนาำ ไฟฟา้ จะมีหนว่ ยเป็นเฮนรี่ (Henry)
พ้ืนฐานทางไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ สเ์ บื้องต้น 31
ep 1 ข้นั รวบรวมขอ้ มูล ลาำ ดบั ชื่อเรียก คำาอธิบาย อกั ษรย่อ
St Gathering 13. ตัวเกบ็ ประจไุ ฟฟา้ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทำาหน้าท่ีในการจัดเก็บประจุไฟฟ้า C
(Capacitor) และจ่ายประจุไฟฟ้า ตัวเก็บประจุไฟฟ้าท่ีใช้กับ F
1. ผู้สอนแบ่งกลุ่มผู้เรียนร่วมกันศึกษาเอกสารหนังสือเรียน ไฟฟา้ กระแสตรงจะตอ้ งมกี ารกาำ หนดขวั้ ไฟฟา้ ทชี่ ดั เจน
วิชางานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น เร่ืองพ้ืนฐาน ค่าความจไุ ฟฟ้าจะมีหน่วยเปน็ ฟารัด (Farad)
ทางไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บอ้ื งตน้ ตามหวั ขอ้ ทกี่ ำ� หนด
(ศกึ ษารายละเอียดจากแผนการจัดการเรยี นร)ู้ 14. พลังงานไฟฟา้ ความสามารถในการเกิดกำาลังไฟฟ้าต่อคาบเวลา W
(Electrical Energy) เป็นวินาที นาที หรือชั่วโมง ซึ่งจะมีหน่วยเป็นวัตต์-
2. ผู้สอนต้ังค�ำถามให้ผู้เรียนเสนอข้อมูลจากประสบการณ์ วนิ าท ี วตั ต-์ นาท ี วตั ต-์ ชวั่ โมง ในกรณที เ่ี กดิ กาำ ลงั ไฟฟา้
เดิมที่รับรู้เกี่ยวกับพ้ืนฐานทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 1 กิโลวัตต์ ในเวลา 1 ชั่วโมง จะเรียกว่า กิโลวัตต์-
เบ้ืองต้น (ศึกษารายละเอียดค�ำถามจากแผนการจัดการ ชัว่ โมง หรือยนู ติ
เรียนร)ู้
15. โหลดไฟฟา้ (Load) อุปกรณ์ไฟฟ้าท่ีทำาหน้าท่ีในการเปล่ียนพลังงานไฟฟ้า -
3. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มบันทึกผลจากการศึกษาตามหัวข้อ (Electric Power) ให้เป็นพลังงานรูปแบบอ่ืนๆ เช่น
ท่ีก�ำหนดลงผังกราฟิก (เลือกออกแบบและใช้ผังกราฟิก แสง (Light) เสียง (Sound) ความร้อน (Heat) หรอื
ให้เหมาะสมกับลกั ษณะของข้อมลู ) ดังตวั อยา่ ง พลงั งานกล (Mechanical)
16. ลัดวงจร การต่อถึงกันระหว่างขั้วบวกกับข้ัวลบของแหล่งจ่าย -
(Short Circuit) ไฟฟ้า โดยท่ีไม่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าใดต่อคั่นระหว่างกลาง
ระหว่างปลายขวั้ สายทง้ั สอง
17. จุดอา้ งองิ (Referent) ตำาแหน่งที่มีศักย์ไฟฟ้าตำ่าที่สุดในวงจรไฟฟ้า หรืออาจ -
เปน็ ตำาแหนง่ ข้ัวลบของแหลง่ จ่ายไฟฟ้า
18. ข้วั บวก จุ ด ท่ี มี ค่ า ศั ก ย์ ไ ฟ ฟ้ า สู ง ที่ สุ ด ข อ ง แ ห ล่ ง จ่ า ย เ มื่ อ -
(Positive Pole) เปรยี บเทียบกับจดุ อา้ งองิ หากเป็นก้อนถา่ นไฟฟ้าหรือ
แบตเตอรีจ่ ะมีข้ัวบวกเดยี ว แตห่ ากเป็นแหล่งจ่ายไฟฟ้า
อาจมีไดห้ ลายจุดหรอื หลายระดบั แรง
19. ขว้ั ลบ จุดที่มีค่าศักย์ไฟฟ้าเป็นศูนย์ ซ่ึงจะอยู่ตรงข้ามกับ -
(Negative Pole) ข้ัวลบ ขวั้ ลบของวงจรแหลง่ จา่ ยอาจตำาแหนง่ เดียวกนั
กับจุดอ้างอิง
สดุ ยอดคมู่ ือครู 49
1. ขG้ันaรtวhบeรrวiมnขg้อมูล 2 . ขP้ันrคoิดcวeิเsคsรiาnะหg์และสรุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 ทักษะชีวิต
32 งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้ืองต้น
2. สัญลักษณต์ ่างๆ เกยี่ วกบั ไฟฟ้ากระแสตรง
สัญลักษณ์ (Symbol) ใช้สำาหรับการเขียนแทนของจริงและส่ือความหมายได้เหมือนของจริง
เพ่ือเป็นการถ่ายทอดความหมาย สัญลักษณ์ที่ใช้เขียนแทนจะต้องเป็นสัญลักษณ์สากลที่ทุกคนอ่านดู
แลว้ จะได้ความหมายเดียวกันทัง้ หมด ในระบบไฟฟ้ากระแสตรงสรปุ ได้ดงั นี้
สัญลักษณ์
และความหมาย
แหล่งจ่ายแรงดนั ไฟฟา้ แหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้า 3. ผเู้ รยี นรว่ มกนั อธบิ ายบนั ทกึ ผลผงั ขอ้ สรปุ ความคดิ รวบยอด
เซลล์เดียว หลายเซลล์ ให้เขา้ ใจตรงกันทั้งกลมุ่ และรายบคุ คล
แหล่งจา่ ยกระแสไฟฟ้า ตัวตา้ นทานไฟฟา้
กระแสตรง
ตวั เหนย่ี วนำาไฟฟา้ ตัวเกบ็ ประจไุ ฟฟ้า
จดุ ตอ่ กราวด์ ทศิ ทางแรงดนั ไฟฟา้ E
I ทิศทางกระแสไฟฟา้ ตาำ แหน่งท่ีตอ่ สาย
ไฟฟ้าขา้ มเส้นกัน
ตาำ แหน่งสายทีต่ อ่ กัน หนว่ ยความต้านทาน
หรือจดุ ตอ่ ไฟฟา้ ไฟฟา้
พื้นฐานทางไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบือ้ งตน้ 33
ep 2 ข้นั คดิ วิเคราะห์และสรุปความรู้ 3. หน่วยทางไฟฟ้า
St Processing หน่วยทางไฟฟ้าเป็นหน่วยที่ใช้สำาหรับเรียกค่าปริมาณทางไฟฟ้า ซ่ึงกำาหนดให้ทราบว่าปริมาณทาง
ไฟฟ้าท่ีใช้อยู่นั้นมีขนาดเท่าไร หน่วยท่ีใช้เรียกกันโดยท่ัวไปจะเป็นหน่วยพ้ืนฐาน เช่น โวลต์ แอมแปร์
1. ผู้เรียนร่วมกันจ�ำแนก จัดกลุ่ม และโยงสัมพันธ์ข้อมูล โอหม์ หรอื วัตต ์ จากหน่วยพน้ื ฐานดังกลา่ วสามารถแปลงใหเ้ ป็นหน่วยใหญ่หรอื เป็นหน่วยย่อยได ้ โดยทาง
เกี่ยวกับพื้นฐานทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น ไฟฟา้ จะกาำ หนดใหก้ ารแปลงหนว่ ยแตล่ ะหนว่ ยนน้ั เพมิ่ ขนึ้ หนว่ ยละ 1,000 เทา่ สาำ หรบั การแปลงหนว่ ยใหญ่
โดยจดั เปน็ หมวดหมตู่ ามทร่ี วบรวมไดจ้ ากเอกสารทศี่ กึ ษา ให้เปน็ หนว่ ยย่อย และจะลดลงหนว่ ยละ 1,000 เทา่ สำาหรบั การแปลงหน่วยย่อยใหเ้ ป็นหนว่ ยใหญ ่
ค้นคว้า และจากความคิดเห็นของสมาชิกในกลุ่มหรือ
จากประสบการณข์ องตน 3.1 หนว่ ยแรงดนั ไฟฟ้า
2. ผู้เรียนเชื่อมโยงความสอดคล้องของข้อมูลที่น�ำมา ตารางท ่ี 3.1 แสดงตัวอยา่ งการแปลงค่าแรงดนั ไฟฟ้า
จ�ำแนก จัดกลุ่ม และโยงสัมพันธ์ โดยน�ำมาเขียนสรุป
ความรตู้ ามโครงสรา้ งเนอ้ื หาทเ่ี ชอ่ื มโยงไดเ้ ปน็ ผงั ความคดิ คา่ แรงดันไฟฟ้า คา่ ยกกำาลงั ช่อื เรียกหนว่ ย อกั ษรยอ่
รวบยอดของเรอ่ื งทศ่ี กึ ษา ดังตวั อยา่ ง 1 V 100 V โวลต์ V
1,000 V 103 V กิโลโวลต์ kV
1,000,000 V 106 V เมกะโวลต์ MV
1,000,000,000 V 109 V จิกะโวลต์ GV
1,000,000,000,000 V 1012 V เทระโวลต์ TV
1 V 100 โวลต์ V
0.001 V 10-3 มิลลิโวลต์ mV
0.000001 V 10-6 V ไมโครโวลต์ V
0.000000001 V 10-9 V นาโนโวลต์ nV
0.00000000001 V 10-12 V พโิ กโวลต์ pV
การแปลงหน่วยทางไฟฟ้าสามารถใช้ได้กับค่าทางไฟฟ้าทุกค่า เพ่ือความสะดวกในการเขียน
และการอ่าน อีกทั้งยังป้องกันการผิดพลาดในการเขียนหรือการอ่าน เพราะหากใช้ค่าพ้ืนฐานเพียง
อย่างเดียว เมื่อเป็นค่าท่ีมากๆ หรือค่าท่ีน้อยๆ โอกาสท่ีจะผิดพลาดในการส่ือความหมายนั้นอาจ
เกดิ ข้นึ ได ้ ดงั นน้ั การแปลงคา่ จงึ เปน็ อีกวิธที ีช่ ว่ ยในการแก้ปญั หา
50 สุดยอดค่มู ือครู