The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เครื่องหยอดแอลกอฮอร์และวัดอุณหภูมิอัตโนมัติ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by prateep.r, 2021-10-23 08:13:06

เครื่องหยอดแอลกอฮอร์และวัดอุณหภูมิอัตโนมัติ

เครื่องหยอดแอลกอฮอร์และวัดอุณหภูมิอัตโนมัติ

เครอื่ งหยอดเเอลกอฮอลเ เละวัดอณุ หภมู อิ ัตโนมตั ิ

Alcohol vending machine and automatic temperature measurement

นายภัคพล แยม ศิริ
นางสาววลิ าวณั ย คำกุง
นายณฐั พงษ หลักงาม

โครงการนเี้ ปนสวนหน่ึงของการเรียนตามหลักสตู รประกาศนยี บตั รวิชาชีพ
วิทยาลัยเทคนคิ เพชรบูรณ อาชวี ศกึ ษาจังหวดั เพชรบูรณ

สำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา กระทรวงศกึ ษาธิการ
ปการศกึ ษา ๒๕๖๓

ใบรับรองโครงการ

ครูประจำวิชาโครงการและแผนกวิชาชางไฟฟากำลัง ไดพิจารณาโครงการเครื่อง
หยอดเเอลกอฮอลเเละวัดอุณหภูมิอัตโนมัติ ของผูวิจัยแลว เห็นสมควรไดรับอนุมัติใหนับเปนสว นหนงึ่
ของการศึกษตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาวิชาชางไฟฟากำลัง ของวิทยาลัยเทคนิค
เพชรบูรณ

……………………………………………………….
( นายประทปี ราชบุรี )
ครปู ระจำวชิ า

……………………………………………………..
( นายประยง นอ ยหนา )

หัวหนา แผนกวชิ าชางไฟฟากำลัง

ใบรับรองโครงการ
วทิ ยาลยั เทคนิคเพชรบูรณ สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา

ปก ารศกึ ษา 2563

เรือ่ ง เคร่อื งหยอดเเอลกอฮอลเเละวัดอณุ หภมู อิ ตั โนมัติ
โดย นายภัคพล แยม ศิริ
นางสาววลิ าวัณย คำกุง
นายณัฐพงษ หลักงาม
ไดร บั อนุมัตใิ หน บั เปน สว นหน่ึงของการเรยี นตามหลกั สตู รประกาศนยี บัตรวิชาชีพ
สาขาวิชาไฟฟา วิทยาลัยเทคนิคเพชรบูรณ สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา

คณะกรรมการสอบโครงการ ..............................................หัวหนาแผนกวชิ า
(นายประยง นอ ยหนา )

วันที.่ .........เดือน.................พ.ศ.............

................................................ประธานกรรมการ
(นายประทปี ราชบรุ ี)
ครผู ูสอนวิชาโครงการ

.................................................กรรมการ
(นายธนวตั ร สงิ หเวยี ง)
ครูที่ปรึกษาโครงการ

..................................................กรรมการ
(นางสาวปย าภรณ สีหาปญญา)
ครทู ป่ี รกึ ษาโครงการ



ชอื่ โครงการ : เคร่อื งหยอดเเอลกอฮอลเ เละวดั อุณหภมู ิอตั โนมัติ
คณะผจู ัดทำ : นายภคั พล แยม ศริ ิ

สาขาวิชา นางสาววลิ าวัณย คำกุง
ทป่ี รกึ ษา นายณัฐพงษ หลกั งาม
ปการศกึ ษา : ชางไฟฟา กำลัง
: นายธนวัตร สิงหเ วียง
นางสาวปยาภรณ สหี าปญ ญา
: 2563

บทคัดยอ

โครงการ เรื่อง เครื่องหยอดเเอลกอฮอลเเละวัดอุณหภูมิอัตโนมัติ เพื่อการปองกันการติด
เช้อื สามารถทำไดโ ดยหลกี เล่ียงการเดินทางไปยงั พ้ืนทท่ี ่ีมีการระบาดของเช้ือ COVID-19 การสัมผัสกับ
ผูปวย หรือผูที่เสี่ยงตอการติดเชื้อหากสงสัยวาตนเองอาจจะไดรับเชื้อควรแยกสังเกตอาการอยางนอ ย
14 วัน ตองปองกันการแพรเชื้อโดยการสวมหนากาก และการตรวจเช็คอุณหภูมิรางกายอยูตลอด
ขณะแยกสงั เกตอาการตองงดการเดนิ ทางหรืออยูในท่ีๆ มคี นหนาแนน งดใชส ่งิ ของสว นตวั รวมกบั ผูอ่ืน
และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอยางเครงครัด จากการวิเคราะหพบวาความ
คิดเหน็ ของผูเช่ยี วชาญโดยภาพรวมมีความพึงพอใจ อยูในระดับดมี ากทค่ี าเฉลี่ย = 4.62


กิตติกรรมประกาศ
โครงการฉบับนี้ สำเรจ็ ลุลว งไปไดด ว ยความเมตตาชว ยเหลืออยางดีย่ิง จากครปู ระทีป ราชบรุ ี
ครธู นวตั ร สงิ หเ วยี ง ครปู ยาภรณ สีหาปญญา เปน ครทู ปี่ รึกษาประจำวชิ าโครงการและไดใหคำแนะนำขอคิดตางๆ
ของการทำงานมาโดยตลอด และไดรับการสนับสนุนจากคณะครู ประจำแผนกชางไฟฟากำลงั ผูจัดทำโครงการจงึ
ขอขอบพระคณุ ทุกๆทานที่ไดส นบั สนนุ การทำงาน และใหก ำลังใจแกผูจัดทำมาเสมอมาจนกระทำโครงการน้ี สำเร็จ
ลุลวงดวยดีและความดีอันเกินจากการศึกษาคนควาครั้งนี้ ผูจัดทำขอมอบแด บิดา มารดา ครู และผูมีพระคุณทุก
ทา น

คณะผูจ ัดทำโครงการ
นายภัคพล แยม ศริ ิ
นางสาววลิ าวณั ย คำกุง
นายณฐั พงษ หลกั งาม

สารบัญ ค
เรื่อง
หนา
กิตติกรรมประกาศ
บทคดั ยอ ก
สารบญั ข
สารบญั ตาราง ค
สารบญั ภาพ ง

บทที่ 1 บทนำ
1
1.1 ความเปนมาและความสำคญั ของปญหา 1
1.2 วัตถปุ ระสงคข องโครงการ 1
1.3 ขอบเขตของโครงการ 2
1.4 ประโยชนท่คี าดวาจะไดร ับของโครงการ
2
บทที่ 2 เอกสารทีเ่ กี่ยวขอ ง 3
5
2.1 เช้ือไวรสั โคโรนา สายพนั ธุใหม 2019 หรอื COVID-19 7
2.2 อณุ หภมู ริ างกายของมนุษย 8
2.3 แอลกอฮอลฆ า เชอื้ (Alcohol disinfectant) 15
2.4 Arduino คืออะไร 18
2.5 ประเภทของเหล็ก
2.6 E18-D80NK เซ็นเซอรตรวจจับวตั ถุ 80 CM 19
2.7 GY-906-BAA Infrared Temperature Sensor Module (GY-906 20
21
MLX90614ESF) เซน็ เซอรอ ุณหภูมแิ บบไรสัมผสั 23
2.8 LED Matrix Driver MAX7219 IC Driver Module 24
2.9 Relay 1CH 25
2.10 สวิตซเปดปด Auto และ Manual 25
2.11 Pump water DC ปม น้ำ DC 12V
2.12 Power Supply
2.13 สายจม้ั เปอร ตวั ผู+ตัวผู
2.14 ตใู สอุปกรณไ ฟฟาแบบประตเู ดยี ว

เร่ือง สารบญั (ตอ ) ค

2.15 Adaptor 12V หนา

บทท่ี 3 ขน้ั ตอนและวธิ กี ารดำเนินงาน 27

3.1 การออกแบบเคร่ืองหยอดเเอลกอฮอลเ เละวัดอณุ หภูมิอัตโนมัติ 30
3.1.1 กลอ งอปุ กรณ 30
3.1.2 ขาตง้ั อปุ กรณ 31
31
3.2 การออกแบบวงจรไฟฟา 32
3.2.1 วงจรบอรด Arduino ควบคุมเคร่ืองวดั อุณหภูมิ 32
3.2.2 วงจรบอรด Arduino ควบคุมเครื่องหยอดเเอลกอฮอล
32
3.3 ข้นั ตอนและวธิ กี ารดำเนินงาน 33
3.3.1 ขั้นตอนแรก หาซอ้ื ของตามรายการท่ีกำหนดใหค รบ 47
3.3.2 ขน้ั ตอนท่ีสอง เจาะกลองอปุ รกรณทีม่ ีตัว Sansor E18-D80NK , 49
Sansor GY-906 จอ LED Matrix max7219 , จดุ เติมแอลกอฮอล, 49
แหลงจาย , สวิทช และ ไฟแสดงผล 50
3.3.3 เจาะกลองเสร็จแลว พนสดี ำ 51
3.3.4 ตอ วงจรบอรด Arduino ควบคุมเคร่อื งวดั อุณหภูมิ 52
3.3.5 ตอ วงจรบอรด Arduino ควบคุมเครือ่ งหยอดเเอลกอฮอล 52
53
3.4 การทดลอง
3.4.1 ทดลองการวัดอุณหภูมิ แบบไรส ัมผัส
3.4.2 ทดลองการหยอดเเอลกอฮอล แบบอตั โนมัติ

3.5 การวิเคราะหขอมลู
3.5.1 สถติ ทิ ่ใี ชในการวิเคราะหขอมูล

บทที่ 4 ผลการวิเคราะหขอมูล

4.1 ผลการวเิ คราะหขอ มลู

บทท่ี 5 สรปุ ปญ หา การแกไ ขปญ หาและขอเสนอแนะ

5.1 ขอเสนอแนะ
5.2 แนวทางการพัฒนาเครือ่ งหยอดเเอลกอฮอลเเละวดั อณุ หภมู ิอัตโนมตั ิ

บรรณานุกรม

สารบัญ (ตอ ) ค
เร่ือง
ภาคผนวก หนา

ภาคผนวก ก แบบประเมนิ ความพึงพอใจ
ภาคผนวก ข โครงสรา งโครงการ
ภาคผนวก ค ประวตั ิผจู ดั ทำ

สารบัญตาราง ง

เร่อื ง หนา
ตารางที่ 3.1 ตอ วงจร Arduino ควบคุมเครื่องวดั อุณหภูมิ 33
ตารางที่ 3.2 ตอวงจร Arduino ควบคมุ เครื่องหยอดเเอลกอฮอล 34

สารบญั ภาพ จ
เร่ือง
หนา
ภาพท่ี 2.1 ไวรัสโคโรนา COVID 19
ภาพที่ 2.2 อณุ หภูมิปกติของรางกาย 3
ภาพท่ี 2.3 อุณหภมู ิสูงหรือตำ่ กวา ระดับปกติ 5
ภาพที่ 2.4 เอทิลแอลกอฮอล 6
ภาพท่ี 2.5 ผลิตภัณฑท ำความสะอาดมือ 7
ภาพที่ 2.6 Arduino 8
ภาพท่ี 2.7 (Model: Arduino UNO R3) 10
ภาพที่ 2.8 (Model: Arduino Nano ) 11
ภาพที่ 2.9 โลหะผสมที่นำมาทำชิน้ สวน 12
ภาพท่ี 2.10 เหล็กกลา คารบ อนที่นำมาทำเหล็กเสน 13
ภาพท่ี 2.11 เหลก็ แปบเหล่ยี ม 14
ภาพที่ 2.12 E18-D80NK เซ็นเซอรต รวจจบั วตั ถุ 80 CM 15
ภาพท่ี 2.13 การตั้งระยะตรวจจบั 16
ภาพท่ี 2.14 ขว้ั ตอและวงจรการตอ ใชงาน 16
ภาพท่ี 2.15 ขนาดของ Sensor 17
ภาพท่ี 2.16 เซนเซอรอุณหภมู แิ บบไรส ัมผัส 18
ภาพที่ 2.17 LED Matrix Driver MAX7219 19
ภาพที่ 2.18 Relay 1ch 20
ภาพที่ 2.19 สญั ลักษณส วติ ซ 21
ภาพท่ี 2.20 วงจรเปด 21
ภาพที่ 2.21 วงจรปด 21
ภาพท่ี 2.22 สวติ ซป ุมกด 22
ภาพท่ี 3.5 วงจรบอรด Arduino ควบคมุ เคร่ืองวดั อุณหภูมิ 23
ภาพท่ี 3.6 เจาะกลอ งอปุ รกรณ 32
ภาพท่ี 3.7 พน สกี ลองอุปกรณ 32
ภาพท่ี 3.8 ลงโคด (CODE) 33
ภาพที่ 3.9 ลงโคด (CODE) 34
ภาพท่ี 3.10 วธิ กี ารทดลองการวัดอุณหภมู ิแบบไรสมั ผัส 35
ภาพที่ 3.11 การหยอดเเอลกอฮอล แบบอัตโนมัติ 36
36

1

บทท่ี 1
บทนำ

1.1 ความเปนมาและความสำคญั ของปญ หา
เนื่องจากสถานการณในปจจุบัน เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุใหม 2019 หรือ COVID-19

(coronavirus disease starting in 2019) เปนไวรัสขามสายพันธุที่สันนิษฐานวาเกิดจากคางคาวมา
ติดเชื้อในมนุษย โดยเริ่มระบาดในมณฑลอูฮั่นของประเทศจีนในชวงปลายป ค.ศ. 2019 จนกระทั่งมี
การระบาดไปยังประเทศอื่นๆ ทัว่ โลก สถานการณการแพรระบาดของ COVID-19 มีความรุนแรงเพิ่ม
มากขึ้น ปจจุบันสถานการณการแพรระบาดของเชื้อ COVID-19 มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอยางตอเนื่อง
องคการอนามัยโลกไดประกาศวาการแพรระบาดของเชื้อดังกลาวเปนภัยพิบัติฉุกเฉินระดับโลก
ขณะเดียวกนั ประเทศไทยไดป ระกาศใหโรคติดเชอ้ื COVID-19 เปนโรคตดิ ตอ อันตราย

การปองกนั การติดเชื้อสามารถทำไดโดยหลีกเลี่ยงการเดนิ ทางไปยังพื้นทที่ ี่มกี ารระบาดของ
เชื้อ COVID-19 การสัมผัสกับผูปวย หรือผูที่เสี่ยงตอการติดเชื้อหากสงสัยวาตนเองอาจจะไดรับเช้ือ
ควรแยกสังเกตอาการอยางนอย 14 วัน ตองปองกันการแพรเชื้อโดยการสวมหนากาก และการการ
ตรวจเช็คอุณหภูมิรางกายอยูตลอด ขณะแยกสังเกตอาการตองงดการเดินทางหรืออยูในที่ที่มีคน
หนาแนน งดใชสิ่งของสวนตัวรวมกับผูอื่น และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข
อยางเครง ครัด

ดังนั้นคณะผูจัดทำโครงงานมีความคิดเห็นตระหนักถึงความปลอดภัย ปญหาของโรค
ระบาด ในการดำรงชีวิตประจำวัน ผูจัดทำจึงไดจัดทำเครื่องหยอดเเอลกอฮอลเเละวัดอุณหภูมิ
อตั โนมัติ เพือ่ ใหผูใ ช ไดเ ชค็ อุณหภมู ิรางกายสะดวกรวดเรว็ และหลกี เลี่ยงเช้ือโรคโดยไมตองสัมผัสขวด
เจลโดยตรง เพ่ือลดการตดิ เช้อื COVID-19 (coronavirus disease starting in 2019)
1.2 วตั ถปุ ระสงคข องโครงการ

1.2.1 สรา งเครอ่ื งหยอดเเอลกอฮอลเเละวดั อณุ หภมู ิอัตโนมตั ิเน่ืองจากสถานการณใ นปจจบุ ัน
1.2.2 เพือ่ ใหผ ูใชไดเช็คอณุ หภูมิรา งกายและฆา เชื้อโรคโดยลดการสมั ผสั ขวดเจลและ เครือ่ งวัด

อณุ หภูมิโดยตรงเพ่ือเลีย่ งการติดเชื้อ COVID-19
1.2.3 เพอื่ ใชน วตั กรรมแทนบุคลากร ที่ตอ งปฏิบตั หิ นาที่ในสถานศึกษา
1.2.4 เพอื่ ทจ่ี ะสามารถนำความรทู ่ีศึกษาและคนควา มาประยุกตใช
1.3 ขอบเขตของโครงการ
1.3.1 การออกแบบเครอื่ งหยอดเเอลกอฮอลเเละวดั อณุ หภมู ิอตั โนมัตทิ ่ีมขี นาดกะทดั รดั

1.3.1.1 ขนาดอปุ กรณฆ าเช้อื โรคและวัดอณุ หภมู ิ 255mmx200mmx120mm
1.3.2 สถานที่ในการติดตัง้ และทดลอง

1.3.2.1 ทดลอง ณ จดุ คัดกรองโรงรถวิทยาลยั เทคนิคเพชรบูรณ

2
1.4 ประโยชนท่คี าดวา จะไดร บั ของโครงการ

1.4.1 เพือ่ ปอ งกันการระบาดของเช้อื COVID-19 (coronavirus disease starting in 2019)
1.4.2 เพือ่ สะดวกสบายตอการใชงานหลีกเล่ียงเช้ือโรคโดยไมตอ งสมั ผัสขวด
1.4.3 เปน อีกหนึง่ ทางเลือกในการทำความสะอาด
1.4.4 ไดเครอื่ งหยอดเเอลกอฮอลเเละวดั อณุ หภมู ิอตั โนมตั ิ

3

บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวขอ ง

โครงการเครื่องหยอดเเอลกอฮอลเเละวัดอุณหภูมิอัตโนมัติ ผูดำเนินงานไดศึกษาคนควา
รวบรวมแนวคดิ ทฤษฏแี ละเอกสารท่ีเก่ยี วขอ งดงั ตอ ไปนี้

2.1 เชอ้ื ไวรัสโคโรนาสายพนั ธุใ หม 2019 หรือ COVID-19
2.2 อณุ หภูมิรา งกายของมนุษย
2.3 แอลกอฮอลฆา เชื้อ (Alcohol disinfectant)
2.4 Arduino คอื อะไร
2.5 ประเภทของเหล็ก
2.6 E18-D80NK เซ็นเซอรตรวจจบั วัตถุ 80 CM
2.7 GY-906-BAA Infrared Temperature Sensor Module (GY-906 MLX90614ESF)

เซน็ เซอรอ ุณหภมู แิ บบไรส ัมผัส
2.8 LED Matrix Driver MAX7219 IC Driver Module
2.9 Relay 1CH
2.10 สวติ ซเปดปด Auto และ Manual
2.11 Pump water DC ปม นำ้ DC 12V
2.12 Power Supply
2.13 สายจมั้ เปอร ตัวผู+ตัวผู
2.14 ตูใสอปุ กรณไฟฟา แบบประตเู ดยี ว
2.15 Adaptor 12V
2.1 เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุใหม 2019 หรอื COVID-19
ไวรัสโคโรนา (Coronavirus) เปนไวรัสที่ถูกพบครั้งแรกในป 1960 แตยังไมทราบแหลงที่มา
อยางชัดเจนวามาจากที่ใด แตเปนไวรัสที่สามารถติดเชื้อไดทั้งในมนุษยและสัตว ปจจุบันมีการคนพบ
ไวรสั สายพันธนุ ีแ้ ลวทง้ั หมด 6 สายพนั ธุ สว นสายพนั ธทุ ี่กำลงั แพรระบาดหนักทว่ั โลกตอนนี้เปนสายพนั ธุ
ท่ียงั ไมเคยพบมากอ น คือ สายพันธทุ ี่ 7 จึงถกู เรยี กวาเปน “ไวรัสโคโรนาสายพนั ธใุ หม” และในภายหลัง
ถกู ตงั้ ชื่ออยางเปน ทางการวา “โควดิ -19” (COVID-19) นนั่ เอง

ภาพที่ 2.1 ไวรสั โคโรนา COVID 19

4

อาการเมือ่ ติดเช้ือไวรสั โคโรนาสายพนั ธใุ หม หรอื ไวรัสโควดิ -19
1.มีไข
2.เจ็บคอ
3.ไอแหง ๆ
4.น้ำมูกไหล
5.หายใจเหนือ่ ยหอบ

กลมุ เส่ียงติดเชื้อไวรสั โคโรนาสายพันธุใหม หรือโควิด-19
• เด็กเล็ก (แตอ าจไมพ บอาการรุนแรงเทาผสู งู อายุ)
• ผูสงู อายุ
• คนท่ีมโี รคประจำตัวอยแู ลว เชนโรคหัวใจ เบาหวาน โรคปอดเรื้อรงั
• คนทภี่ มู คิ ุม กนั ผิดปกติ หรือกนิ ยากดภูมติ านทานโรคอยู
• คนท่ีมนี ้ำหนักเกนิ มาตรฐานมาก (คนอวนมาก)
• ผูที่เดินทางไปในประเทศเสี่ยงติดเชื้อ เชน จีน เกาหลีใต ญี่ปุน ไตหวัน ฮองกง มาเกา
สิงคโปร มาเลเซยี เวียดนาม อิตาลี อิหราน ฯลฯ
• ผูทีต่ องทำงาน หรือรักษาผปู วย ตดิ เช้อื ไวรสั โคโรนาสายพันธุใ หม หรอื โควดิ -19 อยางใกลช ดิ
• ผทู ี่ทำอาชีพที่ตองพบปะชาวตางชาติจำนวนมาก เชน คนขบั แทก็ ซี่ เจาหนาท่ีในโรงพยาบาล
ลูกเรอื สายการบินตา ง ๆ เปนตน

หากมีอาการโควดิ 19 ควรทำอยา งไร ?
• หากมอี าการของโรคทีเ่ กดิ ข้ึนตาม 5 ขอดังกลาว ควรพบแพทยเ พือ่ ทำการตรวจอยางละเอียด
และเมื่อแพทยซักถามควรตอบตามความเปนจริง ไมปดบัง ไมบิดเบือนขอมูลใด ๆ เพราะจะ
เปนประโยชนต อการวินจิ ฉยั โรคอยา งถกู ตอ งมากที่สดุ
• หากเพิ่งเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง ควรกักตัวเองอยูแตในบาน ไมออกไปขางนอกเปนเวลา
14-27 วัน เพอื่ ใหผ า นชวงเชอ้ื ฟกตวั (ใหแ นใ จจริง ๆ วา ไมติดเชอื้ )

วธิ ีปอ งกันการตดิ เชือ้ ไวรัสโคโรนาสายพันธุใหม
• หลกี เลย่ี งการใกลชดิ กับผปู ว ยที่มอี าการไอ จาม น้ำมูกไหล เหนื่อยหอบ เจ็บคอ
• หลกี เลีย่ งการเดินทางไปในพ้ืนทเ่ี สยี่ ง
• หลีกเล่ยี งการเดนิ ทางไปในพื้นทเี่ สี่ยง
• ระมดั ระวังการสมั ผสั พื้นผิวท่ไี มส ะอาด และอาจมีเช้ือโรคเกาะอยู รวมถึงสิ่งทม่ี ีคนจบั บอยครั้ง
เชน ท่จี บั บน BTS, MRT, Airport Link ท่ีเปด-ปด ประตูในรถ กลอนประตูตา ง ๆ กอ กน้ำ ราว
บันได ฯลฯ เมอ่ื จับแลวอยา เอามือสมั ผสั หนา และขา วของเครื่องใชส วนตวั ตาง ๆ เชน
โทรศพั ทมอื ถือ กระเปา ฯลฯ
• ลา งมือใหส ม่ำเสมอดว ยสบู หรอื แอลกอฮอลเ จลอยา งนอ ย 20 วนิ าที ความเขมขนของ
แอลกอฮอลไ มต ่ำกวา 70% (ไมผ สมน้ำ)
• งดจบั ตา จมูก ปากขณะทไ่ี มไดล า งมือรบั ประทานอาหารสกุ สะอาดไมท านอาหารทท่ี ำจากสตั ว

5
2.2 อณุ หภูมริ า งกายของมนุษย
อณุ หภูมปิ กติรางกาย อยูที่เทาไร โดยปกตแิ ลว อณุ หภมู ิของรางกายมนุษยจะคอนขางคงทไี่ มคอยมี
การเปลย่ี นแปลงแมอณุ หภมู ิภายนอกจะเปล่ยี นแปลงก็ตาม เพราะมนุษยเรามีกลไกการรกั ษาสมดุลใน
รา งกาย กลาวคือ หากเจออากาศรอน รางกายจะขบั เหงื่อ หรือกระตุน ใหรูสกึ หวิ นำ้ หรอื หากเจสภาพ
อากาศท่ีเยน็ ขนจะลุก ซึ่งสิ่งเหลา น้ีก็คอื กลไกท่ีรา งกายพยายามจะรักษาสมดุลในตวั เองเอาไว เพื่อให
อณุ หภูมใิ นรา งกายของเราอยูในเกณฑป กติ ซึ่งก็คือประมาณ 36.2-37.5 องศาเซลเซีย

ภาพท่ี 2.2 อุณหภูมิปกตขิ องรางกาย
ศนู ยควบคมุ และปองกันโรค สหรฐั อเมริกา (CDC) ใหขอ มูลวา เมอ่ื รา งกายมอี ณุ หภมู ิประมาณ
38 องศาเซลเซียส รว มกบั มอี าการตัวรอ นทีส่ มั ผัสได ซึม หนา แดง ตวั แดง หรอื มีอาการผดิ ปกติอ่ืน ๆ ท่ี
สำคญั วัดไขภายใน 48 ชวั่ โมงก็ยังมอี ุณหภูมิรา งกายทส่ี ูงกวา ปกติ ก็จัดวามอี าการไขแลวแตทง้ั น้เี กณฑ
การวัดไขทว่ั ไปก็มีหลายระดบั อยางทีเ่ ราเคยไดยินกันวา ไขตำ่ ไขส งู น่นั เอง โดยระดบั ของการมีไข มี
ดงั นี้
- อณุ หภูมิ 37.6-38.3 องศาเซลเซียส คอื มีไขต่ำ
- อณุ หภูมิ 38.4-39.4 องศาเซลเซียส คือมีไขปานกลาง
- อณุ หภูมิ 39.5-40.5 องศาเซลเซยี ส คอื มีไขสงู
- อณุ หภมู ิ 40.5 องศาเซลเซียสข้นึ ไป คือมไี ขส ูงมาก

6

ภาพที่ 2.3 อุณหภมู ิสงู หรือตำ่ กวาระดบั ปกติ
วิธวี ดั ไขที่ถูกตอ ง
เราสามารถวดั อุณหภูมขิ องรางกายไดหลากหลายรูปแบบโดยอุปกรณวัดไขทีน่ ิยมใชใ นทุก
วันนี้ ไดแก
1.ปรอทแกว
− ควรทำความสะอาดปรอทแกวดว ยแอลกอฮอลกอ นใชทุกคร้ัง
− สะบดั ปรอทแกว เบา ๆ และเชก็ ดูวาอุณหภูมขิ องปรอทแกวต่ำกวา 35 องศาเซลเซยี ส
และอยางท่ีบอกวา การใชปรอทแกว วดั ไข สามารถวัดไขไดหลายสว นของรา งกาย

วัดทางปาก (อมใตลิ้น)
วัดทางรักแร
วดั ทางทวารหนกั
2. ปรอทวดั ไขด จิ ทิ ัล
ลกั ษณะคลายปรอทแกว แตป รอทวดั ไขแ บบดจิ ทิ ัลจะมหี นา จอแสดงคาอณุ หภูมิใหเหน็ เปนตวั เลข
ดิจิทัล ไมตองอานคาเอง อีกท้ังยังมีเสยี งแจง เตอื นเมื่อวดั อณุ หภูมริ า งกายไดสำเร็จ ความแมนยำให
การวัดไขด ว ยปรอทดิจทิ ลั จึงมมี ากกวา ปรอทแกว โดยวธิ ีใชป รอทดจิ ทิ ลั วัดไขก ม็ ีข้นั ตอน ดังน้ี
1.ควรทำความสะอาดปรอทดว ยแอลกอฮอลกอนใชทกุ ครง้ั
2.ตรวจสอบใหแนใ จวา รเี ซตปรอทใหพรอ มวัดไขแลว ไมมีคาอณุ หภูมิคา งอยูในตวั ปรอท
3.ตรวจสอบใหแ นใ จวารีเซตปรอทใหพรอมวัดไขแลว ไมมีคา อณุ หภูมิคา งอยูในปรอท
สามารถวดั ไขไ ดห ลายสว นของรา งกาย
วัดทางปาก (อมใตลนิ้ )
วัดทางรกั แร
วัดทางทวารหนัก

7

ขอ ควรระวงั ในการวัดอุณหภมู ิ การวดั ไขท ม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ เพอ่ื ใหการวัดอณุ หภมู ใิ นรา งกาย
คลาดเคลอื่ นนอ ยทส่ี ดุ ควรปฏบิ ตั ิ ดงั นี้

1. ไมควรวัดไขหลงั จากทำกิจกรรมหนัก ๆ ท่ีทำใหร างกายรสู กึ เหนอ่ื ย เชน การว่ิง เพราะใน
ขณะนัน้ รางกายจะมีอณุ หภมู ิสงู กวาปกติ โดยถา จะวัดไขใ หว ดั หลงั จากเสรจ็ กจิ กรรม
1 ชัว่ โมง

2. หากวดั อุณหภมู ิดวยปรอททป่ี าก ไมค วรดื่มนำ้ เยน็ หรอื ของรอ น รวมถึงอาหารใด ๆ กอน
วดั อณุ หภูมิ 30 นาที เพราะคาท่วี ัดไดอาจคลาดเคล่ือน

3. ไมค วรวัดอณุ หภูมิทันทีหลงั จากสบู บุหร่ี
2.3 แอลกอฮอลฆ าเชื้อ (Alcohol disinfectant)
แอลกอฮอล เปนสารชนดิ หน่ึงทมี่ ีคุณสมบตั เิ ปน สารตานเช้ือจุลนิ ทรยี  (antimicrobial agent) โดย
สามารถฆา (microbicide) หรอื หยดุ ย้งั การเจริญเตบิ โต (microbiostasis) ของเช้ือได แอลกอฮอลม ี
สามารถกำจัดเชื้อจุลนิ ทรยี ไดหลากหลาย (disinfectant) และไมจ ำเพาะเจาะจง ใชกำจัด
เชือ้ จลุ ินทรยี บนพน้ื ผวิ สิ่งของตาง ๆ ทีไ่ มมีชวี ติ เพ่ือยบั ยั้งการแพรก ระจายของเช้ือ
แอลกอฮอล กับการเปน disinfectant
กลไก: ขบั น้ำออกจากเซลล รบกวนเยือ่ หมุ เซลลโ ดยละลายไขมนั ที่อยูในเยอื่ หุมเซลล และทำให
โปรตนี ตกตะกอน
ขอดี: ใชงาย ราคาถูก
ขอเสยี : ระคายเคืองผิวหนงั ระเหยเร็ว จุดเดือดต่ำ ตดิ ไฟงาย ทาใหโ ลหะเปนสนมิ เลนสม ัว พลาสติก
แขง็ หรอื พองตัว

ภาพท่ี 2.4 เอทลิ แอลกอฮอล

8
แอลกอฮอลสามารถทำลายเช้ือแบคทีเรียทั้งแกรมบวกและลบ รวมทั้งเชื้อวณั โรค เชื้อรา และ
ไวรัสบางชนิด โดยเฉพาะเชื้อที่มีโครงสรางไขมันหุมอยู เนื่องจากแอลกอฮอลจะออกฤทธิ์ละลายไขมัน
ทำใหเ ย่อื หมุ เซลลเ ปลย่ี นสภาพ (protein denaturant) แตไ มม ีผลตอสปอร
สารกลุมนี้สามารถใชไดทั้งเปน disinfectant และ antiseptic ไมมีฤทธิ์กัดกรอน แตสามารถ
ติดไฟ ไดดี ระเหยไดงายทำใหติดบนพื้นผิวและออกฤทธิ์เปนระยะเวลานานไมได เมื่อละลายกับน้ำจะ
สามารถแพร ผา นเย่อื หมุ เซลลไ ดด ขี น้ึ จึงทำใหโ ปรตีนเสียสภาพและยังทำใหเยื่อหมุ เซลลแ ตกและเขาไป
รบกวนระบบ metabolism ไดดวย แตถาเปนแอลกอฮอลบริสุทธิ์จะทำใหโปรตีนดานนอกของเยื่อหมุ
เซลลเสียสภาพได อยางเดียวเทานั้น เมื่อเขมขนของแอลกอฮอลนอยลงการออกฤทธิ์ก็จะลดลง ความ
เขมขนปกติที่นิยมใชกัน จะอยูในชวง 60−90% (ถาความเขมขนมากกวานี้จะไมสามารถเขาเซลลได)
เชน แอลกอฮอลผสมความเขมขนสูงของ 80% ethanol รวมกับ 5% isopropanol จะสามารถยับย้ัง
ไวรัสที่มีเยื่อหุมเปนลิปดไดดวย (HIV ไวรัสตับอักเสบ B และ C) สวนการ disinfect บนพื้นผิวเปยก
จะตองใชค วามเขมขน มากขน้ึ

ภาพที่ 2.5 ผลติ ภณั ฑทำความสะอาดมือ
เจลลางมือเปนผลิตภัณฑที่นิยมใชกันอยางแพรหลาย สามารถพกพาไปใชไดสะดวก ทดแทนการลาง
มอื ดว ยน้ำและสบู ลดการนำเชอ้ื โรคเขา สรู างกายจากการสมั ผสั โดยเฉพาะในชวงนำ้ ทวมใหญป ลายป
พ.ศ. 2554 และเมื่อมีการระบาดของโรคติดเช้ือ เชน ไขหวัดใหญสายพนั ธุใหม 2009, โรคมือเทาปาก
เปอย เปนตน ปจ จบุ ันกระทรวงสาธารณสุข โดยสำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา ยังไมมีเกณฑ
ควบคุมคุณภาพดานประสิทธิภาพของผลิตภัณฑเจลลางมือที่วางจาหนายทั่วไปในทองตลาด แตหาก
ผลิตภัณฑไมมีประสิทธิภาพในการลดเชื้อไดจริงแลว เมื่อนำมาใชอาจทำใหเกิดการแพรกระจายของ
โรคไดอีกดว ย

9

ขอ ดีของเจลลา งมือ
1. สะดวกสบายในการลางมือโดยไมต องใชน ้ำ พกพาไดง าย หยบิ ใชไดส ะดวกตามตองการ
เนื่องจากเจลลา งมือถกู ผลิตออกมาหลายรูปแบบ เพื่อตอบสนองการใชง านทีแ่ ตกตา งกัน
2. ทำความสะอาดไดอยางรวดเร็ว โดยใชเวลาตอครั้งเพียง 20- 30 วินาที ซ่ึงนอยกวาการลา ง
มือแบบปกติ และมีขน้ั ตอนไมซับซอน
3. ปองกนั การแหงกรา นของผวิ หนัง เนื่องจากมักมสี ารใหความชมุ ชื่นและอาจกอ ใหเกิดการระ
เคอื งนอยกวาการใชส บูแ ละน้ำ
4. ประสิทธภิ าพในการปกปองและยบั ยัง้ เชื้อโรคดีกวาผลติ ภณั ฑทำความสะอาดทว่ั ไป

ขอควรระวัง
1. เจลลางมอื มีสว นผสมของแอลกอฮอล ในปริมาณมาก สามารถตดิ ไฟไดหากทามือแลว ยังไม
แหง ควรหลีกเล่ียงเปลวไฟ โดยเฉพาะ ผสู ูบบุหร่ี ควรระวังเปนพเิ ศษ
2. ไมควรใชผลติ ภณั ฑเจลลา งมือกบั เด็กทารก และบริเวณผวิ บอบบาง เชน รอบดวงตา และ
บริเวณทผ่ี วิ อกั เสบ มสี วิ มบี าดแผล หากสมั ผสั แอลกอฮอลบอ ยๆ อาจทาใหเกดิ การระคาย
เคือง และผิวหยาบกระดา ง
3. กรณีทม่ี ือสกปรกมาก มคี วามเปย กชน้ื สงู หรอื มีความมัน เชน หลังการเลน กีฬา ทำสวน หรือ
จบั อาหาร เจลลา งมอื อาจไมมีประสิทธิภาพในการขจดั เช้ือโรคไดเ พียงพอ
4. ประสทิ ธภิ าพในการปกปองและยับยงั้ เช้อื โรคดีกวาผลติ ภณั ฑทำความสะอาดท่ัวไป
5. ประสทิ ธิภาพของเจลลางมืออาจลดลงเมื่อใชไมถูกวธิ ี เชน ใชแอลกอฮอลท ่มี ีความเขม ขน ต่ำ
กวา 60% หรอื ถเู จลลางมอื ไมทัว่ ถงึ
2.4 Arduino คืออะไร
Arduino อานวา (อา-ดู-อิ-โน หรือ อาดุยโน) เปนบอรดไมโครคอนโทรเลอรตระกูล

AVR ที่มีการพัฒนาแบบ Open Source คือมีการเปดเผยขอมูลทั้งดาน Hardware และ Software
ตัว บอรด Arduino ถูกออกแบบมาใหใชงานไดงาย ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับผูเริ่มตนศึกษา ทั้งน้ี
ผูใชงานยังสามารถดัดแปลง เพิ่มเติม พัฒนาตอยอดทั้งตัวบอรด หรือโปรแกรมตอไดอีกดวย ความ
งายของบอรด Arduino ในการตออุปกรณเสริมตางๆ คือผูใชงานสามารถตอวงจรอิเลก็ ทรอนคิ สจาก
ภายนอกแลวเชื่อมตอเขามาที่ขา I/O ของบอรด (ดูตัวอยางรูปที่ 1) หรือเพื่อความสะดวกสามารถ
เลือกตอกับบอรดเสริม (Arduino Shield) ประเภทตางๆ (ดูตัวอยางรูปที่ 2) เชน Arduino XBee
Shield, Arduino Music Shield, Arduino Relay Shield, Arduino GPRS Shield เปนตน มาเสยี บ
กับบอรด บนบอรด Arduino แลวเขียนโปรแกรมพฒั นาตอไดเลย

10
จดุ เดน ท่ที ำใหบ อรด Arduino เปน ทีน่ ยิ ม

• งา ยตอ การพฒั นา มีรปู แบบคำสงั่ พนื้ ฐาน ไมซ ับซอนเหมาะสำหรับผูเ ร่มิ ตน
• มี Arduino Community กลุม คนที่รว มกนั พฒั นาทแ่ี ข็งแรง
• Open Hardware ทำใหผ ใู ชส ามารถนำบอรดไปตอ ยอดใชง านไดห ลายดา น
• ราคาไมแ พง
• Cross Platform สามารถพฒั นาโปรแกรมบน OS ใดก็ได

ภาพที่ 2.6 Arduino
รูปแบบการเขยี นโปรแกรมบน Arduino
1. เขยี นโปรแกรมบนคอมพิวเตอร ผานทางโปรแกรม ArduinoIDE ซ่ึงสามารถดาวนโ หลดไดจาก

Arduino.cc/en/main/software
2. หลงั จากทเ่ี ขยี นโคดโปรแกรมเรยี บรอ ยแลว ใหผใู ชง านเลือกรนุ บอรด Arduino ท่ีใชและหมายเลข

Com port
3. เลือกรุน บอรด Arduino ที่ตอ งการ upload
4. เลือกหมายเลข Comport ของบอรด
5.กดปมุ Verify เพื่อตรวจสอบความถกู ตอ งและ Compile โคด โปรแกรม จากนน้ั กดปุม Upload

โคด โปรแกรมไปยงั บอรด Arduino ผานทางสาย USB เมื่ออับโหลดเรยี บรอยแลว จะแสดง
ขอ ความแถบขา งลาง “Done uploading” และบอรด จะเริ่มทำงานตามท่ีเขยี นโปรแกรมไวไดทันที

11

Layout & Pin out Arduino Board (Model: Arduino UNO R3)

ภาพท่ี 2.7 (Model: Arduino UNO R3)
1. USB Port: ใชสำหรับตอ กับ Computer เพ่ืออบั โหลดโปรแกรมเขา MCU และจา ยไฟใหก ับบอรด
2. Reset Button: เปน ปุม Reset ใชกดเมอ่ื ตองการให MCU เริ่มการทำงานใหม
3. ICSP Port ของ Atmega16U2 เปนพอรตท่ีใชโปรแกรม Visual Com port บน Atmega16U2
4. I/OPort:Digital I/O ตง้ั แตข า D0 ถงึ D13 นอกจากนี้ บาง Pin จะทำหนา ท่อี น่ื ๆ เพิ่มเตมิ ดว ย เชน

Pin0,1 เปนขา Tx,Rx Serial, Pin3,5,6,9,10 และ 11 เปนขา PWM
5. ICSP Port: Atmega328 เปน พอรตที่ใชโปรแกรม Bootloader
6. MCU: Atmega328 เปน MCU ทใ่ี ชบนบอรด Arduino
7. I/OPort: นอกจากจะเปน Digital I/O แลว ยังเปลยี่ นเปน ชอ งรบั สญั ญาณอนาล็อก ต้ังแตข า A0-

A5
8. Power Port: ไฟเล้ียงของบอรด เมื่อตอ งการจา ยไฟใหกับวงจรภายนอก ประกอบดวยขาไฟเลี้ยง

+3.3 V, +5V, GND, Vin
9. Power Jack: รับไฟจาก Adapter โดยที่แรงดนั อยรู ะหวาง 7-12 V
10. MCU ของ Atmega16U2 เปน MCU ทที่ ำหนาทีเ่ ปน USB to Serial โดย Atmega328 จะ

ตดิ ตอกบั Computer ผาน Atmega16U2

12
Arduino Nano

บอรด Arduino Nano ออกแบบมาใหมีขนาดเล็ก และใชกับงานทั่วๆไป ใชชิปไอซี
ไมโครคอนโทรเลอรเ บอร ATmega168 หรือเบอร ATmega328 (มีรนุ 2.3 กับ 3 ตอนซอ้ื ตองเช็คดีๆ
กอน) โปรแกรมผานโปรโตคอล UART มีชิปUSB to UART มาให ใช Mini USB เชื่อมตอกับ
คอมพวิ เตอร มพี อรตดจิ ิตอลอนิ พตุ เอาตพตุ 14 พอรต มพี อรตอนาลอ็ กอินพุต 8 พอรต บนบอรด ยังมี
เรกกูเลเตอร สามารถจายไฟไดตั้งแต 7 – 12V เพื่อใหบอรดทำงานได (จายไฟที่ขา VIN)กรณีมี
แหลง จา ยไฟ 5V

ขอมลู จำเพาะ ภาพที่ 2.8 (Model: Arduino Nano )

ชิปไอซไี มโครคอนโทรเลอร ATmega168 หรอื ATmega328
ใชแรงดันไฟฟา 5V
รองรบั การจายแรงดนั ไฟฟา (ทแ่ี นะนำ) 7 – 12V
รองรับการจา ยแรงดันไฟฟา (ท่ีจำกดั ) 6 – 20V
พอรต Digital I/O 14 พอรต (มี 6 พอรต PWM output)
พอรต Analog Input 6 พอรต
กระแสไฟทจ่ี ายไดใ นแตล ะพอรต 40mA
กระแสไปทจ่ี า ยไดใ นพอรต 3.3V 50mA
พ้ืนที่โปรแกรมภายใน 16KB หรือ 32KB พ้นื ที่โปรแกรม, 500B ใชโดยBooloader
พน้ื ทแ่ี รม 1 หรือ 2KB
พืน้ ที่หนวยความจำถาวร (EEPROM) 512B หรอื 1KB
ความถี่ครสิ ตัล 16MHz
ขนาด 45x18 mm
น้ำหนกั 5 กรมั

13
2.5 ประเภทของเหลก็
การแยกประเภทของเหล็กนั้นสามารถแบงออกไดเปน 2 ประเภทใหญๆดวยกัน คือ โลหะ
ผสม และเหล็กกลา ซง่ึ แตละประเภทนั้นจะมลี ักษณะที่แตกตา งกนั ดานการใชงาน ความยืดยุนในการ
ใชงานก็แตกตางกัน ความสามารถในการรับน้ำหนัก ความทนทานนั้น เปนสิ่งที่กำหนดราคาเหลก็ แต
ละชนดิ และรวมไปถึงอายใุ นการใชงานอกี ดวย

ภาพท่ี 2.9 โลหะผสมท่ีนำมาทำชน้ิ สวน
โลหะผสม
โลหะผสมเปนเหล็กที่ไมไดมีเฉพาะเนื้อเหล็กในการหลอขึ้นรูปอยางเดียว แตยังมีธาตุอื่นๆท่ี
นำมาเจือปนผสมเขาดวยกัน เพื่อใหมีคุณสมบัติเดนในการใชงานที่แตกตางกัน อีกทั้งยังสามารถลด
ตนทุนใหก ับผูผลิตไดอกี ดว ย ซงึ่ โลหะผสมแบงออกยอ ยๆไดด ังน้ี
เหลก็ หลอโลหะผสม (alloy cast iron)
เปนโลหะที่มีปริมาณเนื้อเหล็กนอย เพราะมีการผสมธาตุอื่นๆเขาไปเปนจำนวนมาก เพ่ือ
จดุ ประสงคใ นการทนตอ ความรอ นของโลหะชนดิ นี้
เหล็กหลอ (cast iron)
เปนโลหะที่มีปริมาณของธาตุมากกวา 1.7 – 2% การขึ้นรูปจะตองใชกระบวนการหลอข้ึน
เทานน้ั การข้นึ รปู ดว ยการรีดจะทำใหม ีความแข็งแตเ ปราะ สาเหตนุ ัน่ ก็เพราะวามปี ริมาณธาตุที่สูง จึง
เปน เหตทุ ่ีควรหลอ ขนึ้ เทานน้ั
เหล็กหลอขาว (white cast iron)
โลหะชนิดนี้จะไมเกิดโครงสรางคารบอนในรปู กราฟไฟต สาเหตุนั่นก็เพราะมีปริมาณซิลิคอน
ต่ำกวาเหล็กหลอเทา ซึ่งคารบอนนั้นจะคงตัวในรูปแบบของคารไบดของเหล็ก (Fe3C) เรียกอีกอยาง
วา ซเี มนไตต จะมคี ณุ สมบัติในการทนแรงเสยี ดสไี ดดแี ตเ ปราะ
เหล็กหลอเทา (grey cast iron)
โลหะชนดิ นจ้ี ะมปี ริมาณคารบ อนและซิลิคอนสงู ผสมอยูในเนื้อระหวางข้ึนรปู ทำใหม ีคารบอน
อยใู นรปู แบบของกราฟไฟต

14
เหล็กหลอ เหนยี ว หรอื เหล็กหลอ กราฟไฟตกลม (spheroidal graphite cast iron)
โลหะชนิดนี้จะมีการผสมธาตุธาตุซีเรียม หรือ ธาตุแมกนีเซียม เขาไปในเนื้อเหล็ก ทำใหเกิด
คุณสมบัตทิ ีด่ ขี น้ึ ทางกลไก เพราะกราฟไฟตท่ีมรี ูปรางกลมเกิดเปน กลมุ
เหล็กหลอ อบเหนียว (malleable cast iron)
โลหะชนิดนี้เปนเหล็กหลอขาว ที่มีขั้นตอนการผลิตที่ซับซอนขึ้นดวยการอบในบรรยากาศ
พิเศษ เพื่อชวยใหคารบอนในโครงสรางเนื้อคารไบดแตกตัวมารวมกันเปนกราฟไฟตเม็ดกลม ทำใหมี
ปรมิ าณของคารบอนลดต่ำลงเปลย่ี นรูปเปนเพริ ล ไลต
เหลก็ กลาคารบอน (carbon steel)
เปนเหล็กที่มีปริมาณของธาตุคารบอนนอยกวา 1.7- 2% ซึ่งมีคุณสมบัติที่มีความเหนียวกวา
เหล็กหลอ สามารถขึ้นรูปทางกลไดดี อีกทั้งไมเปราะหักงาย จึงกลายเปนเหล็กที่ไดรับความนิยมใน
การอุตสาหกรรม เชน เหล็กโครงรถยนต, ทอเหล็ก, เหล็กแผน, เหล็กเสน โดยสามารถแบงเหลก็ กลา
ออกยอยๆไดดงั น้ี

ภาพท่ี 2.10 เหล็กกลาคารบ อนทน่ี ำมาทำเหล็กเสน
เหลก็ คารบอนต่ำ (low carbon steel)
มปี ริมาณคารบอนต่ำกวา 0.2% มคี วามแข็งแรงต่ำ ทำใหนำมารีด หรือตใี หก ลายเปนแผนได
งา ย เชน เหล็กแผน ทใี่ ชกันทั่วไป, เหลก็ เสน
เหลก็ กลา คารบอนปานกลาง (medium carbon steel)
มีปรมิ าณคารบอนประมาณ 0.2-0.5% มคี วามแข็งแรงมากกวาเหล็กคารบ อนตำ่ ใชใ นการทำ
ช้ินสวนสำหรบั เครื่องจักรกล และยงั สามารถทำการอบชุบความรอ นได
เหล็กกลาคารบอนสงู (high carbon steel)
มีปริมาณคารบอนสูงกวา 0.5% แข็งแรงมากจึงทำใหเนื้อเหล็กมีความแข็งสูง สามารถทำให
ความแขง็ เพิ่มข้ึนไดดวยการอบชุบความรอ น ใชท ำเคร่ืองมอื ท่ีมคี วามตา นทานการสกึ หรอสูง
เหล็กกลาผสม (alloy steel)
จะใชธาตุอื่นๆมาผสมเพื่อปรับปรุงคุณสมบัติตางในความตานทานการกัดกรอน ซึ่งจะธาตุ
ผสม โมลิบดินัม โคบอลต วาเนเดียม โครเมียม นิกเกิล แมงกานีสและซิลิคอน การผสมธาตุเหลาน้ีลง
ไปตอ งมีปริมาณมากพอจึงจะเรียกวา เหลก็ กลาผสม

15

ภาพที่ 2.11 เหล็กแปบ เหลย่ี ม
2.6 E18-D80NK เซน็ เซอรตรวจจบั วตั ถุ 80 CM
E18-D80NK เปนเซนเซอรตรวจจับวัตถุที่ใชหลักการสะทอนของคลื่นอินฟาเรด สามารถ
กำหนดระยะในการทำงานไดโดยปรับคาท่ี Potentiometer ให Output ออกมาเปน แบบ Logic
TTL คอื 0(GND) และ1 (5V)
คุณสมบัติ
− ระยะทางการตรวจจบั สามารถปรับไดตัง้ แต 6 Cm- 80 Cm ดว ย VR ปรบั คา และแสดงสถานะ
ระยะตรวจจบั ดว ย LED
− วัตถุท่ีใช Sensing จะตองเปน แบบทึบแสงหรือแสงผานไดน อ ยและควรเปนสีดำจะดีทสี่ ุด
เนื่องจากตัว Sensor ทำงานโดยใชการสะทอนของ Infrared
− OUTPUT เปนแบบ Open Collector เวลาใชงานตองตอ R 10 K Pull Up ทO่ี ut Put ดว ย
− ใหส ัญญาณ Out Put แบบ ดิจติ อล TTL คอื 0= GND และ 1 = 5V
− ใชไฟเลย้ี ง DC5V กระแส 100 mA

ภาพที่ 2.12 E18-D80NK เซ็นเซอรต รวจจับวตั ถุ 80 CM

16
การตง้ั ระยะตรวจจับ กอนการใชง านจะตอ งต้ังระยะการตรวจจบั ท่ีผใู ชตอ งการใชง านใหกบั

Sensor ดังน้ี
1. จา ยไฟเลย้ี ง 5V (สายสีนา ตาล) และ GND (สายสนี าเงิน)ใหกับตัว Sensor
2. หนั หัว Sensor ใหต ง้ั ฉากกับพน้ื หรอื กำแพง (พนื้ หรอื กำแพงควรมีสีดำจะดที ่สี ดุ )
3. ใชไมบรรทัดวัดระยะที่ตองการตรวจจับจากพื้นหรือกำแพงมายังหัว Sensor และจับ Sensor คางไว

ในระยะที่ตองการตรวจจบั
4. ปรับ VR ที่ดานทายของตัว Sensor และสังเกตการเปลี่ยนแปลงของ LED ที่ดานทายของตัว Sensor

ซง่ึ มหี ลักพิจารณาดังนี้

ภาพท่ี 2.13 การตงั้ ระยะตรวจจับ
- ถา LED ดบั อยู(OUTPUT=1) ใหป รับ VR ตามเข็มนาิกาจนเห็น LEDติด(OUTPUT=0)แลวใหห ยดุ

ปรบั จดุ ท่ี LEDเปล่ยี นสถานะคือระยะ Detect ทเ่ี ราตองการจะไดเ งื่อนไขการทำงานคอื ถา ระยะ
Sensor นอยกวาหรือเ ทา กับระยะ Detect LED Status จะตดิ และจะไดOUTPUTเปน Logic 0 แต
ถาระยะ Sensor มากกวา ระยะ Detect LED Status จะดับ และจะได OUTPUTเปน Logic 1
- ถา LED ตดิอย(ู OUTPUT=0) ใหป รับ VR ทวนเข็มนาิกาจนเห็น LEDดบั (OUTPUT=1)แลวใหห ยดุ
ปรับจุดที่ LEDเปล่ียนสถานะคือระยะ Detect ที่เราตอ งการจะไดเ ง่ือนไขการทำงานคอื ถาระยะ
Sensor มากกวาหรอื เทา กบั ระยะ Detect LED Status จะดบั และจะไดO UTPUTเปน Logic 1 แตถา
ระยะ Sensor นอยกวา ระยะ Detect LED Status จะติด และจะได OUTPUTเปน Logic 0

ตรวจสอบ E18-D80NK เซ็นเซอรต รวจจับวตั ถุ
ทดสอบการทางานของ Sensor ดวยการขยับตัว Sensor โดยใหหัว Sensor เคลื่อนที่ผาน

ระยะตรวจจับที่เราตั้งไว จะตองเห็น LED ที่ตัว Sensor ติด ถาระยะ Sensor มีคานอยกวาหรือ
เทากับระยะตรวจจับ และเห็น LED ดับถาระยะ Sensor มีคามากกวาหรือเทากับระยะตรวจจบั ที่ต้งั
ไว ถา ไมเ ปนไปตามท่กี ลา วมาแสดงวา การตงั้ ระยะตรวจจับให Sensor ยงั ใชง านไมได

17
สาเหตุจากการทดลอง

ซึ่งสาเหตุจากการทดลองพบวา พื้น หรือ ฉาก หรือ วัตถุใดๆ ทีใชเปนตัวสะทอนใหกับ
Sensor มีสีเขมไมมากพอ เพราะถาฉาก สะทอนมีสีออนจะทำ ใหคาระยะตา สุดที่ Sensor จะ
สามารถตรวจจับไดจะมีคาเพิ่มขึ้นตามไปดวย ทำ ใหระยะตรวจจับที่เรากำ หนดอยูตา กวา ระยะตา
สุดของ Sensor ที่จะสามารถตรวจจับได ดังนั้น เราจึงควรใชฉากที่มีสีเขมมากขึ้น หรือไมก็กำ หนด
ระยะตรวจจบั ใหส งู ขึน้ ซึง่ จะเปน ระยะเทาไหรนัน้ ผใู ชจ ะตอ งทดลองเอาเองเนื่องจากฉากท่ีใชสะทอน
Sensor นั้นอาจใชส ไี มเ หมอื นกนั แลว กลบั ไปทา ตามขัน้ ตอนที่ 1-5 อีก ครงั้ ซึ่งจากทเี่ ราทดลองถาใช
ฉากสีดา สา หรับสะทอน Sensor เราจะต้งั ระยะตรวจจบั ไดตา สุดอยูท่ี 6 cm ซงึ่ จะใหผ ลเปน ไปตาม
ขั้นตอนที่ แสดงวา Sensor พรอ มนำไปตอ ใชงานในหวั ขอตอไป
การนำ Sensor ไปใชงานหลังการปรับตัง้ ระยะตรวจจบั

ใหตอ Sensor ตามวงจรดานลางโดยดูขว้ั ตอ ตามสีท่ีไดร ะบไุ ว คือ สายนา ตาลจะเปน ไฟเลี้ยง
5VDC , สายสนี า เงินจะเปน GND และสายสีดา คือ OUTPUT (TTL) จากน้ันดรู ปู เงือ่ นไขการทา งาน
ของ Sensor เพือ่ นา ไปใชเ ขยี นโปรแกรมไดถูกตอ ง

ภาพท่ี 2.14 ข้วั ตอ และวงจรการตอใชง าน

ภาพท่ี 2.15 ขนาดของ Sensor

18

2.7 GY-906-BAA Infrared Temperature Sensor Module (GY-906
MLX90614ESF) เซน็ เซอรอุณหภูมิแบบไรส ัมผัส
GY-906 Infrared Temperature Sensor Module (GY-906 MLX90614ESF) เซนเซอร
อุณหภูมิแบบไรสัมผัส ราคาถกู โมดูล เซ็นเซอรส ำหรับวัดอุญหภูมิ แบบ Infrared ไรการสัมผัส โดยใช
MLX90614ESF ในการวัดอุณหภูมิ สำหรับ Arduino ใชไฟเลี้ยงแรงดนั 3-5V ใชวิธีการเชือ่ มตอแบบ
I2C (I2C interface) สามารถวัดอุณหภูมิได -70 ถึง 380 องศาเซลเซียส คาแนะนำที่สามารถใชงาน
โดยที่ความผิดพลาดนอย -40 ถึง 125 องศาเซลเซียส ความละเอียดของอถณหภูมิ อยูที่ 0.02 องศา
เซลเซียส มีขนาดเล็ก ราคาถกู ใชง านรวมกบั Arduino ไดง า ยมไี ลบารใ่ี หใ นตัวสำหรับโมดลู เซ็นเซอร
GY-906 เหมาะกบั งาน ทตี่ องการใชว ัดอณุ หภูมิ แบบไมส มั ผัสกับ วตั ถุ ประยุคใชเ ชน การวัด หมอ กา
ตม น้ำ วดั ไขคนไข เปนตน
ขอ มลู เพิม่ เตมิ

− รุน GY-906
− ใช Chip MELEXIS MLX90614ESF-BAA-000-TU-ND
− Sensor มขี นาดเลก็ มาก ราคาถูกเมอ่ื เทยี บกับการใชง านเหมือนกนั
− ใชแรงดนั ที่ DC 3-5 Volt
− สามารถวดั คาอณุ หภูมิ -40 ถึง 125 องศาเซลเซียส
− คาความละเอยี ดอยทู ่ี 0.02 องศาเซลเซียส
− การเชื่อมตอ ไปยัง Arduino แบบ I2C (I2C interface) ใชเ พียง 2 เสน SDL SLC
− มี Mode Sleep สำหรบั ประหยดั พลงั งาน
− รองรับ การเชอื่ มตอ Sensor ไดถงึ 127 ตัว ใชเพียง 2 เสน I2C interface

วิธีการตออุปกรณ สอนใชงาน Arduino GY-906-BAA Infrared Temperature Sensor
Module (GY-906 MLX90614ESF) เซ็นเซอรอณุ หภูมแิ บบไรส ัมผัส

เช่อื มตอ อุปกรณตามดานลาง
− Arduino sensor shield v5.0 -> GY-906-BAA Infraredฃ
− 5V -> VIN
− GND -> GND
− A4 -> SDA
− A5 -> SCL

19

ภาพที่ 2.16 เซนเซอรอณุ หภูมแิ บบไรสัมผสั
2.8 LED Matrix Driver MAX7219 IC Driver Module
โมดูล LED 3mmDot Matrix 8x8 ดวง ขนาดจอ เสน ทะแยงมุม 40x40 มิลลเิ มตร สามารถใชง าน
เด่ียว ๆ หรอื นำมาเรยี งตอกนั เพอ่ื ทำไฟวิ่งแสดงขอ ความได ใชง าย
วิธกี ารตอ ใชง าน Arduino LED Matrix MAX7219
Arduino -> LED Matrix MAX7219
− 5V-> VCC
− GND -> GND
− ขา 12 – DataIn
− pin 11 – CLK
− pin 10 - CS

ภาพที่ 2.17 LED Matrix Driver MAX7219

20
2.9 Relay
เปนอุปกรณที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟาใหเปนพลังงานแมเหล็ก เพื่อใชในการดึงดูดหนาสัมผัส
ของคอนแทคใหเปลี่ยนสภาวะ โดยการปอนกระแสไฟฟาใหกับขดลวด เพื่อทำการปดหรือเปด
หนา สมั ผสั คลา ยกบั สวิตชอิเลก็ ทรอนกิ ส ซง่ึ เราสามารถนำรีเลยไปประยุกตใช ในการควบคุมวงจรตาง
ๆ ในงานชางอิเลก็ ทรอนิกสมากมาย
รีเลย ประกอบดว ยสว นสำคญั 2 สว นหลักกค็ อื
1. สวนของขดลวด (coil) เหนี่ยวนำกระแสต่ำ ทำหนาที่สรางสนามแมเหล็กไฟฟาใหแกน
โลหะไปกระทุง ใหห นา สมั ผสั ตอ กนั ทำงานโดยการรบั แรงดันจากภายนอกตอครอมทีข่ ดลวดเหนี่ยวนำ
นี้ เมื่อขดลวดไดรับแรงดัน(คาแรงดันที่รีเลยตองการขึ้นกับชนิดและรุนตามที่ผูผลิตกำหนด) จะเกิด
สนามแมเ หลก็ ไฟฟา ทำใหแ กนโลหะดา นในไปกระทุงใหแ ผนหนาสัมผัสตอกัน
2. สวนของหนาสัมผัส (contact) ทำหนาที่เหมือนสวิตชจายกระแสไฟใหกับอุปกรณที่เรา
ตองการน่นั เอง
จดุ ตอใชงานมาตรฐาน ประกอบดวย
จดุ ตอ NC ยอมาจาก normal close หมายความวา ปกติดปด หรอื หากยงั ไมจายไฟให
ขดลวดเหนี่ยวนำหนาสมั ผสั จะติดกัน โดยทั่วไปเรามกั ตอจุดน้เี ขา กบั อปุ กรณหรือเคร่อื งใชไฟฟาท่ี
ตองการใหท ำงานตลอดเวลาเชน
จุดตอ NO ยอมาจาก normal open หมายความวาปกติเปด หรอื หากยงั ไมจ ายไฟให
ขดลวดเหนย่ี วนำหนา สมั ผัสจะไมตดิ กัน โดยท่ัวไปเรามักตอจดุ น้เี ขากับอุปกรณหรอื เคร่อื งใชไ ฟฟาท่ี
ตอ งการควบคุมการเปด ปด เชนโคมไฟสนามหนอื หนาบาน
จดุ ตอ C ยอ มากจาก common คือจุดรวมทตี่ อมาจากแหลง จา ยไฟ

ภาพท่ี 2.18 Relay 1ch

21

2.10 สวิตซเปด ปด Auto และ Manual
ความรเู บ้ืองตนเก่ียวกับสวติ ช
สวิตช คอื อปุ กรณท่ีทำหนาท่คี วบคุมการไหลของกระแสไฟฟา ภายในวงจร หรือกลาวงาย ๆ คอื
อุปกรณเปด ปดกระแสไฟฟา ภายในวงจรไฟฟา โดยใชสัญลกั ษณด ังรปู

ภาพท่ี 2.19 สญั ลักษณส วิตซ
การทำงานของสวติ ช
สวนประกอบพน้ื ฐานของสวิตชจะมีสว นที่เรยี กวา หนาสมั ผสั อยภู ายในซึง่ คลายกับสะพานเชอ่ื มให
กระแสไฟฟาไหลในวงจรไฟฟาได สวิตชทำหนาทเ่ี ปด ปด วงจรไฟฟา ทำใหวงจรไฟฟาเกิดการทำงาน
อยู 2 ลักษณะคือ วงจรเปดและวงจรปด วงจรเปด คอื ลกั ษณะที่หนา สัมผสั ของสวิตชไ มเ ชอ่ื มตอ กนั ทำ
ใหกระแสไฟฟาไมส ามารถไหลไปในวงจรได และวงจรปด คอื การท่หี นา สมั ผัสของสวิตชเชอื่ มตอ กนั
ทำใหกระแสไฟฟาไหลในวงจรได
วงจรเปด
หนาสมั ผัสไมเช่ือมตอ กัน กระแสไฟฟา ไมส ามารถไหลในวงจรได ทำใหอปุ กรณไฟฟา ไมทำงาน แตเ รา
มักจะเรยี กกันวา เปนการปด สวติ ช ซึง่ หมายถงึ การปด การทำงานของอุปกรณไฟฟา นนั่ เอง

ภาพที่ 2.20 วงจรเปด
วงจรปด
หนา สมั ผสั เชอื่ มตอ กัน กระแสไฟฟาสามารถไหลในวงจรได ทำใหอ ุปกรณไฟฟา ทำงาน แตเรามักจะ
เรียกกันวา เปน การเปด สวิตช ซงึ่ หมายถงึ การเปดการทำงานของอุปกรณไฟฟา

ภาพท่ี 2.21 วงจรปด

22
ประเภทสวิตซเ ปด ปด
1. สวิตชเลื่อน เปนสวิตชชนิดหนึ่งที่ใชเปด ปด การทำงานของอุปกรณ ใชงานโดยการเลื่อน

การควบคุมตัดตอสวิตช ทำไดโดยผลักเลื่อนสวิตชขึ้นบนหรือลงลาง การเลื่อนสวิตชข้ึน
บนเปน การตอ (ON) การเล่ือนสวิตชลงลางเปน การตดั (OFF) นยิ มใชเ ปนอุปกรณเ ปด ปด
สง่ิ ของประเภทของเลนเดก็ และเครื่องใชต า งๆ เชน นากิ าปลกุ ไฟฉาย
2. สวิตชกระดก เปนสวิตชที่ใชงานโดยการกด เมื่อตองการเปดสวิตชก็ใหกดดานที่ระบุวา
เปนการเปดสวิตชลง สวนอีกดานที่เหลือก็จะกระดกขึ้น โดยสวนใหญแลวจะมีตัวอักษร
ระบุการทำงานบนตัวสวิตช เชน เปด ปด On-OFF เราจะพบเห็นการใชสวิตชกระดกนีก้ ับ
หลอดไฟ ปลกั๊ ราง หรอื เครอื่ งใชไฟฟาตา งๆ
3. สวิตชก ด ใชง านโดยการกดเปด ปด ในปุม เดียวกนั คือ กดปุม ท่อี ยสู ว นกลางสวติ ช กดปุม
สวิตชหนึ่งคร้ังสวิตชตอ (ON) และเมื่อกดปุมสวิตชอ ีกหน่ึงครั้งสวติ ชตัด (OFF) การทำงาน
เปนเชนนี้ตลอดเวลา แตสวิตชแบบกดบางแบบอาจเปนชนิดกดติดปลอยดับ
(Momentary) คือขณะกดปุมสวิตชเปนการตอ (ON) เมื่อปลอยมือออกจากปุมสวิตชเปน
การตดั (OFF) ทนั ที เชน ปมุ ปด เปดโทรทัศน รโี มท คอมพิวเตอร
4. สวิตชแบบกานยาว (Toggle Switch) เปน สวิตชท เี่ วลาใชงานตอ งโยกกานสวติ ชไปมาโดยมี
กานสวิตชโยกยื่นยาวออกมาจากตัวสวิตช การควบคุมตัดตอสวิตช ทำไดโดยโยกกาน
สวิตชใหขึ้นบนหรือลงลาง ในการโยกกานสวิตชขึ้นมักจะเปนการตอ (ON) และโยกกาน
สวิตชลงมักจะเปนการตดั (OFF)
5. สวิตชแบบหมุน (Rotary Switch) หรือเรียกวาสวิตชแบบเลือกคา (Selector Switch)
เปน สวติ ชท ต่ี องหมุนกานสวิตชไปโดยรอบเปน วงกลม สามารถเลอื กตำแหนงการตัดตอได
หลายตำแหนง มีหนาสัมผัสสวิตชใหเลือกตอมากหลายตำแหนง เชน 2, 3, 4 หรือ 5
ตำแหนง เปน ตน
6. เปนสวิตชแบบไมโคร (Microswitch) คือสวิตชแบบกดชนิดกดติดปลอยดับนั่นเอง แต
เปนสวิตชที่สามารถใชแรงจำนวนนอยๆ กดปุมสวิตชได กานสวิตชแบบไมโครสวิตชมี
ดวยกันหลายแบบ อาจเปนปุมกดเฉยๆ หรืออาจมีกานแบบโยกไดมากดปุมสวิตชอีกที
หนึ่ง การควบคุมตัดตอสวิตช ทำไดโดยกดปุมสวติ ชหรือกดกานคันโยกเปนการตอ (ON)
และเมอื่ ปลอ ยมือออกจากปุมหรอื กา นคนั โยกเปนการตัด (OFF)
7. สวิตชแบบดิพ (DIP Switch) คำวาดิพ (DIP) มาจากคำเต็มวาดูอัลอินไลนแพกเกจ (Dual
Inline Package) เปนสวิตชข นาดเลก็ ใชงานรวมกับวงจรอเิ ล็กทรอนิกสท่ีสรางข้ึนในรูปชิพ
(Chip) ที่มีขนาดเล็กๆ หรือใชงานกับไอซี (IC = Integrated Circuit) ลักษณะสวิตช
สามารถตัดหรือตอวงจรได การควบคุมตัดตอสวิตชแบบดิพจะตองใชปลายมปากกาหรือ
ปลายดินสอในการปรบั เลื่อนสวิตชสวติ ชแบบดิพมักถูกติดตั้งบนแผน วงจรพิมพ (Printed
Cricuit Board) ใชกับกระแสไมเ กิน 30mA ทแี่ รงดัน 30VD

23

ภาพท่ี 2.22 สวิตซป มุ กด
2.11 Pump water DC ปม น้ำ DC 12V

Pump Water DC ปมน้ำ DC 6-12V ชนิด ไดอะแฟรม เปนปมขนาดเล็กโครงสรางแบบ
ไดอะเฟรม สามารถนำไปใชงาน รดน้ำตนไม หรือพนหมอก ดูดน้ำออกจากตูปลา ไดอีกดวยตอวงจร
งายไมตองเสียงกับปมน้ำตูปลาที่ใชไฟฟาแรงดัน AC ที่มีความอันตรายอาจจะเกิดไฟรั่วได เหมาะ
สำหรบั นำไปใชงานโปรเจคขนาดเลก็ เชน ชดุ รดน้ำตนไมข นาดเล็ก ชดุ พนหมอกสำหรบั ตน ไมห รือโรง
เพาะเหด็ ตั้งเวลารดนำ้ ตนไมก บั Arduino การตอใชง านงาย

ภาพท่ี 2.23 DC ปมนำ้ DC 12V
ขอมลู เพิม่ เตมิ
• ใชมอเตอร 385
• ขนาด : 90*40*35
• รองรับแรงดนั : DC 12V (แนะนำแหลง จา ยไฟ 9V1A 12V1A)
• ปริมาณกระแส : 0.5-0.7A
• ปรมิ าณการสบู น้ำ : 1.5-2 ลติ ร
• ดดู นำ้ ขึน้ : 2 เมตร
• อายขุ องมอเตอร : 2,500 ชัว่ โมง
• สามารถทนอหุ ภูมิของน้ำได : 80 องศา

24
2.12 Power Supply
ความเปนมาของ Power Supply
แหลงจายไฟในอดีตนั้น จะเริ่มจากแหลงจายกำลังไฟฟาแบบเชิงเสน ซึ่งแหลงจายไฟชนิดนี้
จะมีขนาดใหญ เชน Transformer ที่ประกอบขึ้นจากเหล็กและทองแดง โดยมีการออกแบบหมอ
แปลงไฟฟาที่ความถี่สาย (line frequency) ใหไดแรงดันไฟฟาในระดับที่ตองการกอน จากนั้นจะ
แปลงผา นวงจรเรยี งกระแสไปยงั โหลดอุปกรณอเิ ล็กทรอนิกส จนกระทงั่ ปลายป1960 มคี วามตองการ
ใชแหลงจายกำลังไฟฟาสำหรับงานการบินอวกาศ จึงมีการพัฒนาและประยุกตจนเกิดเปน
แหลงจายไฟแบบสวติ ชิง่ (Switched mode)
หลักการทำงานของพาวเวอรซ ัพพลาย
พาวเวอรซัพพลาย ทั้งแบบ AT และ ATX นั้นมีลักษณะการทำงานที่เหมือนกัน คือรับ
แรงดันไฟจาก 220-240 โวลต โดยผานการควบคุมดวยสวิตช สำหรับ AT และเมนบอรด แลวสง
แรงดันไฟสวนหนึ่งกลับไปที่ชอง AC output เพื่อเลี้ยงตัวมอนิเตอร และจะสงแรงดันไฟ 220 โวลต
อีกสวนหนึ่งเขาสูหนวยการทำงานที่ทำหนาที่แปลงแรงดันไฟสลับ 220 โวลต ใหเปนไฟกระแสตรง
300 โวลต โดยไมผานหมอแปลงไฟ ระบบนี้เรียกวา (Switching power supply ) และผานหมอ
แปลงที่ทำหนาที่แปลงไฟตรงสูงใหเปนไฟตรงต่ำ โดยจะฝานชุดอุปกรณที่ทำหนาที่กำหนด
แรงดันไฟฟา อกี ชดุ หนึ่งแบงใหเ ปน 5 และ 12 กอนท่จี ะสง ไปยังสายไฟและตัวจายตา งๆ โดย

ภาพที่ 2.24 หลกั การทำงานของพาวเวอรซัพพลาย
ความสามารถพิเศษของ Switching power supply ก็คือ มีชุด Switching ท่ีจะทำการตดั
ไฟเล้ยี งออกทันทีเม่ือมีอุปกรณท ่ีโหลดไฟตัวใดตวั หนึ่งชำรุดเสยี หาย หรือชอ็ ตน่ันเอง

25

2.13 สายจม้ั เปอร ตัวผ+ู ตัวผู
การนำไปใชง าน

• สายไฟจัมเปอรแบบ ผู-ผู เหมาะสำหรับใชงานในวงจรทั่วๆไป เชน วงจรทดลองบน
Protroboard เพราะมีหัวเข็มหรือ Pin Header ที่ออกแบบมาใชสำหรับเสียบลงบน
Protoboard โดยเฉพาะ หรือใชงานกับบอรด Arduino รุน UNO หรือรุนอื่นๆที่มี Socket
ตวั เมยี

• ขนาด 26 AWG สามารถทนกระแสสงู สดุ ได 2.2 A ถาตอสายแบบ Chassis Wiring (ตอแบบ
แยกสาย) ,สามารถทนกระแสได 0.36 A ถาตอแบบ Power Transmission (รวมเปน
กระจกุ )
คา AWG บอกอะไร?

คา AWG หรือ American Wire Gauge คือคาทเี่ อาไวบ อกขนาดเสนผา นศูนยก ลาง และการทน
กระแสสูงสุดของสายไฟ ตามมารตฐานอเมริกัน โดยมีขอสังเกตดงั นี.้ .
• AWG มาก ,เสน ใหญ
• AWG นอ ย ,ทนกระแสไดม าก
ดังนน้ั สรปุ ไดวาสายไฟทม่ี ีคา AWG นอ ย คอื สายไฟทเี่ สน ใหญ และทนกระแสไดมาก นั่นเอง

2.14 ตูใ สอปุ กรณไฟฟาแบบประตูเดยี ว
การใชงาน
การจัดเก็บอุปกรณสวิตชไฟฟาหรืออุปกรณอิเล็กทรอนิกสเกียรควบคุมและอุปกรณที่จำเปนในการ
จัดหาแจกจายและแปลงกระแสไฟฟาในโรงงานอุตสาหกรรมชุดนี้ประกอบดวยหลากหลายรูปแบบ
มาตรฐานที่ทำดวยคุณภาพระดับพรีเมียมวัสดุในแผนเหล็กรีดเย็นหรือเหล็กกลาไรสนิม ทั้งสองวัสดุ
เหลานี้มีอยูในรุน BJS1 การออกแบบและการผลิตของสายผลิตภัณฑนี้มีความยืดหยุนและสามารถ
ปรับแตง ไดส ำหรับการต้ังคาท่ตี อ งการมิตขิ อมูลเฉพาะขน้ึ อยกู บั ความตอ งการของผูใชและการติดตั้ง
ชดุ อุปกรณครบครนั ประกอบดวยชดุ อปุ กรณเ สริม:แผน ติดต้ัง,ประตูดานใน, หลงั คา, ตา, ระบบระบาย
อากาศ, แชสซี ฯลฯ
คุณสมบตั ิ

• การปอ งกัน IP66
• ระบบรางนำ้ ออกแบบพเิ ศษ
• ประตเู ปด ได120ºชวยใหเขาถงึ ไดง าย
• ประตูรางมาเปน มาตรฐานตดิ ตง้ั ท่ดี านในของประตู
• คุณลักษณะพิเศษสำหรับติดผนังชวยใหม ัน่ ใจไดวา การติดตั้งทำไดงายและรวดเร็วโดยไมตอง

เจาะรใู นตวั ตู

26

มาตรฐาน
IEC 60529, IP66, IK10
วัสดุ:

สิง่ ทีแ่ นบมา: แผน เหลก็ 1.2 มม. ถึงความสูง 800 แลว 1.5 มม
ประต:ู แผนเหลก็ 1.2 มม. จนถึงความสูง 600 แลว 1.5 มม
แผนยึด: 1.5 มม. ถงึ ความสงู 800 แลว 2.0 มม

ภาพที่ 2.25 ตใู สอปุ กรณไฟฟาแบบประตเู ดยี ว
2.15 Adaptor 12V

Adaptor หรือ อแดปเตอร คือหมอแปลงไฟฟา จากไฟฟากระแสสลับ (AC) ที่ใชทั่วๆ ไปตาม
บาน ที่มีความตางศักย 220 โวลต ใหเปนไฟฟากระแสตรง (DC) ที่มีความตางศักยตำงลงไป เพื่อให
สามารถจายกระแสไฟฟากบั เครอื่ งใชไฟฟาได หรอื จา ยไฟใหก บั ตัวกลอ งวงจรปดนน่ั เอง

การทำงานของอแดปเตอร adapter
ที่อยูในเครื่องใชไฟฟา(ทางอิเล็คโทรนิค) ผมลองอธิบายแบบงายๆนะครับกอนอื่นตองเขาใจกอนวา
อุปกรณ ทางอิเล็คโทรนิคตองใชไฟกระแสตรง แตไฟฟาตามบานเราเปนกระแสสลับ ดังนั้นเราจะมี
อุปกรณ อย2ู -3ชนิ้ เปน หลกั

1. ตองมีหมอแปลงเพื่อลดหรือเพิ่มแรงเคลื่อนใหพอเหมาะและยังตองจายกระแสไฟไดเพียงพอกับ
ความตองการกับอปุ กรณฯ
2. เราจะใชไ ดโอด เรียงกระแส(พดู งา ยๆก็เปลย่ี นจากกระแสสลับเปน กระแสตรง

27
3. หลังจากเราไดไฟกระแสตรงจากไฟสลับแลวยังไมสามารถนำมาใชไดเลย เพราะยังไมสม่ำเสมอไม
เรียบ เราตอ งใช คอนเดนเซอรกรองใหเรียบอีกครบั ก็จะได กระแสไฟตรง ออกมาใชง านจายไฟใหกับ
อุปปรณที่เราใชงาน ไฟ220Vacที่ผานจาก อะแดปเตอร จึงสามารถใชแทนถานไฟฉาย, แบตเตอรี่ได

ภาพที่ 2.26 Adaptor 12V

28

บทที่ 3
วิธีดาํ เนินการ

โครงการเครื่องหยอดเเอลกอฮอลเ เละวดั อณุ หภมู ิอตั โนมตั ิ ผดู ำเนินงานโครงการได
มีวธิ กี ารดำเนินงานตามข้นั ตอนดังตอไปนี้
3.1 การออกแบบเครอื่ งหยอดเเอลกอฮอลเ เละวัดอณุ หภูมิอัตโนมตั ิ

3.1.1 กลองอปุ กรณ
3.1.2 ขาต้ังอุปกรณ
3.2 การออกแบบวงจรไฟฟา
3.2.1 วงจรบอรด Arduino ควบคุมเคร่ืองวัดอณุ หภูมิ
3.2.2 วงจรบอรด Arduino ควบคมุ เครื่องหยอดเเอลกอฮอล
3.3 ข้ันตอนและวธิ กี ารดำเนินงาน
3.3.1 ขั้นตอนแรก หาซ้อื ของตามรายการทกี่ ำหนดใหครบ
3.3.2 ขั้นตอนทส่ี อง เจาะกลองอปุ รกรณทม่ี ีตัว Sansor E18-D80NK , Sansor GY-906

จอ LED Matrix max7219 , จุดเติมแอลกอฮอล, แหลง จาย , สวิทช และ ไฟแสดงผล
3.3.3 เจาะกลองเสร็จแลว กท็ ำสี พนสดี ำ
3.3.4 ตอวงจรบอรด Arduino ควบคมุ เคร่ืองวดั อุณหภมู ิ
3.3.5 ตอวงจรบอรด Arduino ควบคุมเคร่อื งหยอดเเอลกอฮอล
3.4 การทดลอง
3.4.1 ทดลองการวดั อุณหภมู ิ แบบไรส ัมผัส
3.4.2 ทดลองการหยอดเเอลกอฮอล แบบอตั โนมัติ
3.5 การวเิ คราะหข อมูล
3.5.1 สถิตทิ ี่ใชในการวเิ คราะหขอมูล

29

เร่ิมตน ปรบั ปรุงแกไข
ศกึ ษาขอ มลู ทีเ่ กย่ี วของ
ออกแบบเครือ่ งหยอดเเอลกอฮอลเเละวดั

อณุ หภมู ิอตั โนมตั ิ

ทดสอบ

เกบ็ ผลการทดสอบ
บนั ทึกผลการทดสอบและสรุปผล

สิ้นสุด
แผนผังขนั้ ตอนการออกแบบและสรา ง

30

3.1การออกแบบเครอื่ งหยอดเเอลกอฮอลเเละวดั อณุ หภูมอิ ตั โนมตั ิ

ภาพท่ี 3.1 เคร่ืองหยอดเเอลกอฮอลเเละวดั อณุ หภูมิอัตโนมัติ

ภาพที่ 3.2 ขาตง้ั เคร่ืองหยอดเเอลกอฮอลเเละวดั อุณหภมู ิอตั โนมัติ

31

3.2การออกแบบวงจรไฟฟา

3.2.1 วงจรบอรด Arduino

ภาพท่ี 3.3 วงจบอรด Arduino ควบคมุ เครื่องวดั อุณหภมู ิ
ภาพที่ 3.4 วงจรบอรด Arduino ควบคมุ เครือ่ งหยอดแอลกอฮอล

32

3.3ข้นั ตอนและวิธกี ารดำเนินงาน

3.3.1 ขั้นตอนแรก หาซ้ือของตามรายการทกี่ ำหนดใหค รบ

ภาพท่ี 3.5 วงจรบอรด Arduino ควบคุมเครื่องวดั อุณหภูมิ
3.3.2 ข้นั ตอนท่ีสอง เจาะกลองอปุ รกรณทมี่ ีตวั Sansor E18-D80NK , Sansor GY-906 จอ

LED Matrix max7219 , จุดเติมแอลกอฮอ , แหลงจา ย , สวทิ ช และ ไฟแสดงผล
ภาพที่ 3.6 เจาะกลองอุปกรณ

3.3.3 ขนั้ ตอนทีส่ าม เจาะกลอ งเสร็จแลว ก็ พน สดี ำ

33

ภาพท่ี 3.7 พน สีกลองอปุ กรณ

3.3.4 ตอ วงจรบอรด Arduino ควบคุมเครื่องวัดอุณหภูมิ และ ลงโคด (CODE)
ตารางท่ี 3.1 ตอ วงจร Arduino ควบคมุ เคร่ืองวดั อุณหภูมิ
ท่ี อุปกรณ ตอ วงจร คณุ สมบัติ
1 Arduino UNO R3 ตอ แหลง จาย 5-12V DC Support อปุ กรณต า งๆ
และควบคุม
2 GY-906 MLX90614 ตอเขากบั Arduino UNO R3 วัดอณุ หภมู ิ แสดงผลท่จี อ
(เซ็นเซอรว ัดอุณหภมู ิ) VIN = 5V LED matrix MAX7219
GND = GND
SDA = A4
SCL = A5
3 จอ LED matrix MAX7219 ตอเขากบั Arduino UNO R3 แสดงผลอุณหภมู ิ ทวี่ ัดได
VCC = 5V จากการสแกน
GND = GND
DIN = ขา11
CS = ขา10
CLK = ขา13
4 Sansor E18-D80NK ตอ เขากบั Arduino UNO R3 ตรวจสอบวตั ถุทเ่ี คลื่อนที
น้ำตาล = 5V ผาน
นำ้ เงนิ = GND
ดำ = ขา2

34

ลงโคด (CODE)
// Program to exercise the MD_MAX72XX library
//
// Uses most of the functions in the library
#include <Wire.h>
#include "MLX90614.h"
esl::MLX90614 mlx90614;
#include <MD_MAX72xx.h>
#include <SPI.h>
#include "Font.h"
#include <Wire.h>
#include <Adafruit_MLX90614.h>
#define SENSOR 2 // define pint 2 for sensor
Adafruit_MLX90614 mlx = Adafruit_MLX90614();
#define HARDWARE_TYPE MD_MAX72XX::FC16_HW
#define MAX_DEVICES 8
#define Max_row 8
#define Max_col (MAX_DEVICES*8)/2
#define CLK_PIN 13 //สำหรบั Arduino
#define DATA_PIN 11 //สำหรบั Arduino
#define CS_PIN 10 //สำหรับ Arduino
//#define CLK_PIN D5 //สำหรับ NodeMcu
//#define CS_PIN D8 //สำหรับ NodeMcu
//#define DATA_PIN D7 //สำหรับ NodeMcu
#define Sound1 4 //IN1
int gap_pixel = 1; //ระยะชองไฟ
bool state=true; //ถา คา เปน เท็จจะแสดงผลตัวอักษรมืดแตรอบดานสวาง
char bright = MAX_INTENSITY/2; // คา ความสวา ง LED 0-15
// SPI hardware interface
MD_MAX72XX mx = MD_MAX72XX(HARDWARE_TYPE, CS_PIN, MAX_DEVICES);
// Arbitrary pins
//MD_MAX72XX mx = MD_MAX72XX(HARDWARE_TYPE, DATA_PIN, CLK_PIN, CS_PIN,
MAX_DEVICES);

35

void setbrightness(char bri)
{
if (bri>15) bri=MAX_INTENSITY/2;
mx.control(MD_MAX72XX::INTENSITY, bri);
}
void mysetpoint(uint16_t x,uint16_t y,bool z) //ลงจดุ xy ใหมสำหรับ dot matrix แบบ 2
แถว
{
uint16_t my_x,my_y;
if (x<0 || x>Max_col-1) return; //ถาเกนิ ขอบเขตของแกน X ใหห ยุดตรวจสอบ
if (y<0 || y>Max_row-1) return; //ถา เกินขอบเขตของแกน y ใหหยุดตรวจสอบ
my_x=Max_col-x-1; //กำหนดใหแกน x ตำแหนง 0 อยูลางซายสุด
my_y=7-y;
if (y >= 8) {my_x=my_x+Max_col;my_y=15-y;} //กำหนดใหแกน y ตำแหนง 0 ลา งซายสุด
mx.setPoint(my_y,my_x,z);
}
void DrawChar(int x,int y,unsigned char input_char,bool invert) //ฟงกช น่ั พิมพทีละอักษร
ตามตำแหนง ASCii ฟอนต
{
unsigned char mc;
char my_x=0,data=0;
if(!invert) //ใหแ สดงผลปรกติ

{
while (data<16) //แสกนจากบนลงลางเพื่อลงจุด
{

mc = pgm_read_byte_near(&Matrix_16_Font[input_char][data]); //อานฟอนตจาก
หนวยความจำมาทลี ะไบต

if((mc & 0x80)==0x80) my_x++; // อา นบติ ที่1ถา คาตรงใหลงจุด
else {mysetpoint(x+my_x,15-data+y, true);my_x++;} // อา นบติ ที1่ ถา คาไมตรงไม
ตอ งลงจุด
if((mc & 0x40)==0x40) my_x++; // อานบิตท่ี2ถาคา ตรงใหลงจุด

36
else {mysetpoint(x+my_x,15-data+y, true);my_x++;}
if((mc & 0x20)==0x20) my_x++; // อา นบิตท่ี3ถา คาตรงใหล งจุด
else {mysetpoint(x+my_x,15-data+y, true);my_x++;}
if((mc & 0x10)==0x10) my_x++; // อา นบติ ที่4ถาคาตรงใหล งจุด
else {mysetpoint(x+my_x,15-data+y, true);my_x++;}
if((mc & 0x08)==0x08) my_x++; // อานบิตท่ี5ถา คา ตรงใหล งจุด
else {mysetpoint(x+my_x,15-data+y, true);my_x++;}
if((mc & 0x04)==0x04) my_x++; // อา นบติ ที่6ถา คาตรงใหลงจุด
else {mysetpoint(x+my_x,15-data+y, true);my_x++;}
if((mc & 0x02)==0x02) my_x++; // อา นบติ ท่ี7ถา คาตรงใหลงจุด
else {mysetpoint(x+my_x,15-data+y, true);my_x++;}
if((mc & 0x01)==0x01) my_x=0; // อานบติ ท่ี8ถาคา ตรงใหล งจุด
else {mysetpoint(x+my_x,15-data+y, true);my_x=0;}
data++;
}
}
else //ใหแสดงผลกลับการลงจดุ
{
while (data<16) //แสกนจากบนลงลางเพ่ือลงจดุ
{
mc = pgm_read_byte_near(&Matrix_16_Font[input_char][data]); //อานฟอนตจ าก
หนว ยความจำมาทลี ะไบต
if((mc & 0x80)==0x80) {mysetpoint(x+my_x,15-data+y, true);my_x++;} // อา นบติ
ท1ี่ ถาคา ตรงใหลงจดุ
else my_x++; // อา นบิตท1่ี ถาคา ไมตรงไมต องลงจุด
if((mc & 0x40)==0x40) {mysetpoint(x+my_x,15-data+y, true);my_x++;} // อา นบติ
ท2ี่ ถาคาตรงใหลงจุด
else my_x++;
if((mc & 0x20)==0x20) {mysetpoint(x+my_x,15-data+y, true);my_x++;} // อานบิต
ท3่ี ถา คาตรงใหลงจดุ
else my_x++;
if((mc & 0x10)==0x10) {mysetpoint(x+my_x,15-data+y, true);my_x++;} // อา นบิต
ท4ี่ ถาคาตรงใหล งจุด
else my_x++;
if((mc & 0x08)==0x08) {mysetpoint(x+my_x,15-data+y, true);my_x++;} // อา นบติ
ท5่ี ถา คา ตรงใหลงจดุ

37

else my_x++;
if((mc & 0x04)==0x04) {mysetpoint(x+my_x,15-data+y, true);my_x++;} // อานบติ
ท6่ี ถาคาตรงใหลงจุด
else my_x++;
if((mc & 0x02)==0x02) {mysetpoint(x+my_x,15-data+y, true);my_x++;} // อานบิต
ท7่ี ถาคาตรงใหลงจุด
else my_x++;
if((mc & 0x01)==0x01) {mysetpoint(x+my_x,15-data+y, true);my_x=0;} // อานบติ
ท8่ี ถา คา ตรงใหลงจดุ
else my_x=0;
data++;
}
}
}
int Check_Char_Width(int font) //ตรวจสอบความกวางของอกั ษร
{
unsigned char c;
int w=0,j=0;
for (int i=0; i<16; i++) //ตรวจฟอนต 8x16 จำนวน 16 รอบ
{
c = pgm_read_byte_near(&Matrix_16_Font[font][i]); //ตรวจสอบฟอนตใ น
หนว ยความจำ
if((c & 0x80)==0x80)w=1; //ถา บิตที1่ มจี ดุ
if((c & 0x40)==0x40)w=2; //ถาบิตที่2มีจุด
if((c & 0x20)==0x20)w=3;
if((c & 0x10)==0x10)w=4;
if((c & 0x08)==0x08)w=5;
if((c & 0x04)==0x04)w=6;
if((c & 0x02)==0x02)w=7;
if((c & 0x01)==0x01)w=8; //ถา บิตท8่ี มจี ุด
if(w>=j)j=w;
}
return j; //คืนคา ทต่ี รวจสอบความกวางของตัวอักษร

38

}
void DrawText(int my_row,int my_column,String text_Input) //พมิ พขอความ
{
String my_text;
unsigned char char1,char2,char_out;
int i=0,x;
int indx;
my_text = text_Input;
indx = 0;
mx.clear();
while (i<text_Input.length()) //ไลไ ปทีละอกั ษรจนหมด

{
char1 = my_text[i];
if (char1==0xE0) // ตรวจสอบไบตแรกถา เปน ภาษาไทย ถา ไมใ ชใหไป else ภาษาอังกฤษ
{

char1 = my_text[i+1]; //ให char1 เปนไบตที่สองแสดงอักษรไทยหรอื สระ
char2 = my_text[i+2]; //ให char2 เปน ไบตท ส่ี ามซึ่งเปน ตำแหนง อักษรไทย
if (char1==0xB8 && (char2+32)>=161 && (char2+32)<=218) //เชค็ วาเปน หมวด1 ก-
พนิ ธุ
{

if ((char2+32)>=212 && (char2+32)<=218) //เช็ควา เปนสระ อ-ิ อ-ี อ-ึ อ-ื อ-ุ อ-ู อฺ
{
char_out=char2+32;
i=i+3; //ขา มภาษาไทยท่มี ี 3 ไบตไ ปอักษรตอ ไป
x=Check_Char_Width(char_out);
indx = indx-x-1;
}
else //อกั ษรไทยปรกติ
{

char_out=char2+32;
if (char2+32 == 209) //เช็ควา เปนไมห ันอากาศ
{

x=Check_Char_Width(char_out);
indx = indx-x-1;

39

}
if (char_out==211) //ถา เปนสระ อำ
{

x=Check_Char_Width(char_out);
indx = indx-x+5;
}
i=i+3; //ขามภาษาไทยที่มี 3 ไบตไ ปอักษรตอไป
}
}
if (char1==0xB9 && (char2+96)>=224 && (char2+96)<=251) //เชค็ วา เปน หมวด2
สระเอ-ขอหมดุ
{
if ((char2+96)>=231 && (char2+96)<=237) //เช็ควาเปน วรรยุกต ็--- --- ํ
{
char_out=char2+96;
i=i+3; //ขามภาษาไทยท่ีมี 3 ไบตไปอกั ษรตอ ไป
x=Check_Char_Width(char_out);
indx = indx-x-1;
}
else //สระปรกติ เ แ โ
{
char_out=char2+96;
i=i+3; //ขามภาษาไทยท่มี ี 3 ไบตไ ปอักษรตอ ไป
if(char_out==226 || char_out==227 || char_out==228) //ถา เปน สระ โ ใ ไ
{
x=Check_Char_Width(char_out);
indx = indx-x+3;
}
}
}
}
else //อักษรภาษาองั กฤษ
{
char_out=my_text[i];
i++; // ไปอักษรตอไป

40

if(char_out == 32)indx=indx+8; //ถาเปนเวน วรรค
}
DrawChar(my_row+indx,my_column,char_out,state); //พิมพอ กั ษรที่แปลง
x=Check_Char_Width(char_out);
indx=indx+x+gap_pixel;
}
//mp.update();
mx.update();
}
int CheckTextWidth(String text_Input) //ตรวจขนาดของจดุ แนวแกน x ท้ังหมดของขอ ความ
{
String my_text;
unsigned char char1,char2,char_out;
int i=0,x;
int indx;
my_text = text_Input;
indx = 0;
mx.clear();
while (i<text_Input.length()) //ไลไ ปทีละอกั ษรจนหมด
{
char1 = my_text[i];
if (char1==0xE0) // ตรวจสอบไบตแ รกถา เปนภาษาไทย ถา ไมใชใ หไป else ภาษาอังกฤษ
{
char1 = my_text[i+1]; //ให char1 เปน ไบตท ี่สองแสดงอกั ษรไทยหรอื สระ
char2 = my_text[i+2]; //ให char2 เปน ไบตทสี่ ามซงึ่ เปน ตำแหนง อักษรไทย
if (char1==0xB8 && (char2+32)>=161 && (char2+32)<=218) //เชค็ วา เปนหมวด1 ก-
พนิ ธุ

{
if ((char2+32)>=212 && (char2+32)<=218) //เชค็ วา เปน สระ อิ-อ-ี อ-ึ อ-ื อ-ุ อ-ู อฺ
{

char_out=char2+32;
i=i+3; //ขามภาษาไทยท่มี ี 3 ไบตไ ปอักษรตอไป


Click to View FlipBook Version