The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

1 แบบเผยแพร่ pdf แบบรายงานผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by petcharat.9, 2024-04-17 09:36:02

แบบรายงานผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศแนวคิดจิตตปัญญา

1 แบบเผยแพร่ pdf แบบรายงานผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ

Keywords: จิตตปัญญา

แบบรายงานผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ในการจัดประสบการณ์ระดับปฐมวัย ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning ) ปีการศึกษา 2566 ซื่อผลงาน การจัดประสบการณ์โดยใช้แนวคิดจิตตปัญญา เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการมีสมาธิของนักเรียน ชั้นอนุบาล 3/3 ผู้เสนอผลงาน นางเพชรรัตน์ ภู่พัสกร ตำแหน่ง ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนวัดกาญจนาราม อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 ๑. ความเป็นมา และสภาพปัญหา เด็กเป็นทรัพยากรที่มีค่าและเป็นความหวังของครอบครัว เป็นผู้สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมและเป็น มนุษยชาติ เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ อนาคตของประเทศชาติจึงขึ้นอยู่กับคุณภาพของเด็ก เด็กที่มีความ สมบูรณ์ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา มีพัฒนาการในทุก ๆ ด้านที่เหมาะสมกับวัย ไม่ว่า จะเป็นพัฒนาการทางด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคมและจริยธรรม จะเป็นผู้ที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคม ได้อย่างมีความสุขและเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ เด็กในวัยเริ่มแรกของชีวิต หรือที่เรียกว่า “เด็ก ปฐมวัย” คือ วัยตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 8 ปี จัดได้ว่าเป็นระยะที่สำคัญที่สุดของชีวิต ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม บุคลิกภาพ โดยเฉพาะด้านสติปัญญา จะเจริญมากที่สุดในช่วงนี้ และพัฒนาการใด ๆ ในวัยนี้จะเป็นพื้นฐานที่มี ความสำคัญต่อพัฒนาการในช่วงอื่น ๆ ของชีวิตเป็นอย่างมาก ในสังคมปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์นับว่ามีผลต่อการดำรงชีวิตของบุคคลทั่วไปทุกเพศทุกวัย เป็นสิ่งที่ทำให้ เกิดการเรียนรู้และองค์ความรู้ใหม่ๆที่หลากหลาย สามารถอำนวยความสะดวกในด้านการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็ว เข้าถึงได้ง่าย เมื่อมีข้อดีก็ย่อมมีข้อเสียตามมาเช่นกันได้แก่ การส่งผลกระทบด้านอารมณ์จิตใจของบุคคลที่มีภาวะ จิตใจที่ไม่นิ่งไปกับสังคมที่ถูกเชื่อมต่อเข้าหากันด้วยระบบโซเชียล สังคมออนไลน์ยุคแห่งการสื่อสารดิจิทัลทุกอย่าง เต็มไปด้วยความรวดเร็ว มีความสะดวกสบาย ทุกอย่างได้มารวดเร็วทำให้เด็กๆ มีปัญหาเรื่องการอดทน รอคอยไม่ได้ และส่งผลกับการควบคุมอารมณ์จิตใจ การมีสมาธิและการแสดงออก การฝึกให้เด็กๆ มีความอดทนรู้จักการรอคอย มีสมาธิรู้จักเวลาที่เหมาะสมนั้นเป็นหนึ่งในทักษะที่จำเป็นสำหรับเด็กๆ และเป็นเรื่องท้าทายที่เกิดการเรียนรู้การ จัดการสิ่งรบกวนจากสื่อรอบตัว การทำสมาธิ คือกระบวนการทางเลือกที่ดีอีกวิธี การทำสมาธิช่วยเพิ่ม กระบวนการพัฒนาในด้านความสนใจ โดยสอนให้เด็กเรียนรู้อย่างจดจ่อ แน่วแน่ และตามความคิดของเด็กได้ ณ ขณะนั้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มเซลล์ประสาทในสมองของเด็กโดยเฉพาะในส่วนของการควบคุมและการตอบสนอง ทางอารมณ์จิตใจ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลด้านความจำและการเรียนรู้ที่ดีขึ้น ในทางจิตวิทยา เด็กที่มีปัญหาทางด้านสมาธิมักจะเกิดจากการขาดการควบคุมตนเอง ซึ่งพบในเด็กที่มา จากครอบครัวที่ขาดการอบรมด้านระเบียบวินัยที่เหมาะสมหรือถูกปล่อยตามใจมากเกินไป หรือมีความกดดันและมี ความเครียดสูงทำให้เด็กต้องแสดงพฤติกรรมความตึงเครียดของอารมณ์ออกมาเป็นการเคลื่อนไหวมักพบในเด็กที่มี อายุในช่วงก่อนวัยเรียนคือ 3-6 ขวบและช่วงวัยเรียนชั้นประถมศึกษาตอนต้นประมาณ 6-9 ขวบ ความกดดัน หรือความตึงเครียดอาจเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งที่เด็กถูกบังคับให้จำกัดการเคลื่อนไหวหรือเป็น สถานการณ์ที่เด็กรู้สึกว่ามีความกดดันเช่นเด็กถูกบังคับให้นั่งอยู่เฉยๆถูกห้ามไม่ให้ซน ถูกบังคับให้ทำงานใน ห้องเรียนเป็นต้น มีเด็กเป็นจำนวนมากที่อาจจะยังไม่พร้อมในการควบคุมการเคลื่อนไหว เช่น เด็กในวัยอนุบาล


ปัจจุบันมีแนวคิดทฤษฎีมากมายในโลกการศึกษาที่พัฒนาขึ้นจากข้อค้นพบต่างๆและรากฐานความรู้อัน เก่าแก่จิตตปัญญาศึกษาและการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง(Contemplative Education and Transformative Learning) จิตตปัญญาศึกษาเป็นทั้งแนวคิดและแนวปฏิบัติจิตตปัญญาศึกษาปฏิบัติโดยภาพรวม เป็นการศึกษาที่ เน้นและให้ความสำคัญกับการพัฒนาความตระหนักรู้ การเรียนรู้และการรู้เท่าทันมิติ/โลกภายใน(อารมณ์ ความรู้สึก ความคิด ความเชื่อ ทัศนะ/มุมมองต่อชีวิต โลก และสรรพสิ่ง) ของตนเองให้คุณค่าในเรื่องการเรียนรู้ด้วยใจอย่าง ใคร่ครวญ ซึ่งหมายถึงการสังเกตอย่างมีสติต่อการเปลี่ยนแปลงภายในของตนเองที่เกิดขึ้นจากการเผชิญกับผู้อื่นและ โลกภายนอก ผ่านกระบวนการ/วิธีการและกิจกรรมที่หลากหลาย มีเป้าหมายก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน อย่างลึกซึ้งทางความคิดความเชื่อและจิตสำนึกใหม่เกี่ยวกับตนเอง โลก และสรรพสิ่งส่งผลต่อการประพฤติปฏิบัติ และการ ดำเนินชีวิตอย่างมีสติ อย่างมีปัญญา มีความรักความเมตตาต่อตนเองและสรรพสิ่งทั้งในฐานะที่เป็นส่วน หนึ่งและเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติเป็นแนวทางการจัดกิจกรรมและกระบวนการเรียนรู้ (จุมพล พูลภัทร ชีวิน,2555) สมาธิเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่สำคัญสำหรับเด็ก เพราะเมื่อเด็กมีสมาธิจดจ่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อย่างแน่ว แน่ในชั่วระยะเวลาหนึ่ง เป็นกระบวนการเริ่มต้นที่จะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้และเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้ง่ายขึ้น การฝึก เด็กให้สนใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเวลานานๆ คงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะธรรมชาติของเด็กนั้นจะมีความสนใจสิ่งต่างๆรอบตัว อยู่เสมอ แนวทางการจัดกิจกรรมที่ช่วยฝึกสมาธิเด็กควรเป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน ช่วยส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้อย่าง มีประสิทธิภาพและกระตุ้นให้เด็กเกิดความสนใจกิจกรรม เป็นกระบวนการช่วยฝึกสมาธิให้กับเด็ก อีกทั้งสามารถ ส่งเสริมการประสานสัมพันธ์ของมือและตาเด็กให้ดีขึ้น ทั้งนี้การฝึกสมาธิให้กับเด็กไม่สามารถทำได้ในระยะเวลาสั้น ๆ ผู้ปกครองต้องหมั่นฝึกฝนและพัฒนาเด็กอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เด็กมีสมาธิที่ดี ช่วยส่งเสริมต่อการเรียน รู้อย่างมี ประสิทธิภาพของเด็ก (ฐิติยา สุ่นศรี, 2561) นักเรียนระดับชั้นอนุบาล 3/3 โรงเรียนวัดกาญจนาราม ส่วนใหญ่จะได้รับการอบรมเลี้ยงดูโดยผู้ปกครองที่ เป็น ปู่ ย่า ตา และยาย มากกว่าพ่อแม่เด็กเอง มีการเลี้ยงดูที่ส่วนใหญ่จะให้เด็กเล็กในการดูแลของผู้ปกครองอยู่กับ สื่อที่เป็นสื่อออนไลน์ ด้วยเหตุผลดังกล่าวผู้วิจัยในฐานะครูปฐมวัยจึงสนใจที่จะนำแนวคิดจิตตปัญญาศึกษาที่มุ่ง พัฒนาด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่สงบ ผ่อนคลาย มาปรับใช้จัดประสบการณ์โดยใช้แนวคิดจิตตปัญญา เพื่อให้เด็กมี สมาธิอันเป็นพื้นฐานสำคัญให้เด็กสามารถ กำกับตนเองได้ จดจ่อ มีความสุข สงบในการเรียนรู้อันจะเป็นแนวทาง สำหรับผู้ปกครอง ครู และผู้เกี่ยวข้องในการพัฒนาเด็กปฐมวัยได้นำไปใช้ส่งเสริมพฤติกรรมการมีสมาธิของเด็ก ปฐมวัยต่อไป ตามแนวคิดจิตตปัญญาศึกษาในห้องเรียนอาจช่วยสนับสนุนและพัฒนาการกำกับอารมณ์โดยการปรับระบบ ประสาท เกิดความสมดุล มีสติและเลือกที่จะตอบสนองทางอารมณ์อัตโนมัติ ทั้งยังช่วยส่งเสริมความสามารถในการ สะท้อนอารมณ์และความรู้สึก ทำให้เด็กเกิดการตอบสนองอย่างยืดหยุ่นและปรับตัวเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ทาง อารมณ์ (Shapiro et al., 2014) การใช้แนวคิดจิตตปัญญาศึกษาร่วมกับการชี้แนะทางอารมณ์ เป็นแนวทางที่ช่วย ให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับอารมณ์ของตนเองโดยมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่เป็นสิ่งขับเคลื่อน


๒. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน 2.1 จุดประสงค์ 2.1.1 เพื่อศึกษาพฤติกรรมการมีสมาธิของนักเรียนชั้นอนุบาล 3/3 ด้วยการจัด ประสบการณ์โดยใช้แนวคิดจิตตปัญญา 2.1.2 เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการมีสมาธิของนักเรียนชั้นอนุบาล 3/3 ก่อนและหลังการจัด ประสบการณ์โดยใช้แนวคิดจิตตปัญญา 2.2 เป้าหมายของการดำเนินงาน 2.2.1 เป้าหมายเชิงปริมาณ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3/3 จำนวน 23 คน โรงเรียนวัดกาญจนาราม อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 ปีการศึกษา 2566 ที่ได้รับ การจัดกิจกรรมโดยใช้แนวคิดจิตตปัญญา ร้อยละ ๘๐ มีผลการประเมินพัฒนาการสูงขึ้นกว่า ก่อนการทดลอง 2.2.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3/3 จำนวน 23 คน โรงเรียนวัดกาญจนาราม อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 ปีการศึกษา 2566 มีสมาธิ จากการจัดกิจกรรมโดยใช้แนวคิดจิตตปัญญามีผลการประเมินพัฒนาการ สูงขึ้นกว่าก่อนการทดลอง ได้รับการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้อย่างมีความสุขและเหมาะสมตามวัย ๓. วิธีการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน ๓.๑ การออกแบบผลงานนวัตกรรม จากการศึกษาสภาพปัญหาและได้กำหนดจุดประสงค์ ในการจัดประสบการณ์โดยใช้แนวคิดจิตตปัญญา เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการมีสมาธิของนักเรียน ดังนี้ 1) ศึกษาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2560 เพื่อออกแบบหน่วยการเรียนรู้ตาม มาตรฐานคุณลักษณะและตัวบ่งชี้ 2) ศึกษาข้อมูล งานวิจัย และทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง กับแนวคิดการจัดประสบการณ์ตามแนวคิด จิตตปัญญา ๓) นําแนวคิด การจัดประสบการณ์โดยใช้แนวคิดจิตตปัญญาเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการมีสมาธิของ นักเรียนชั้นอนุบาล 3/3 มาประยุกต์ใช้ในการ ออกแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ในเด็กปฐมวัย โดยคํานึง ถึงความสอดคล้องกับหลักสูตร ประสบการณ์สำคัญและสาระที่ควรเรียนรู้ ออกแบบกิจกรรมการจัดการเรียนการ สอนตามหน่วยการเรียนรู้และจัดทำแผนการจัดประสบการณ์ โดยใช้แนวคิดจิตตปัญญาเข้ามาจัดกิจกรรมเสริม ประสบการณ์ ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ ๔) ประเมินพัฒนาการนักเรียนเพื่อพัฒนารูปแบบกิจกรรมให้ดียิ่งขึ้น


ภาพที่ 1 หลักการจัดการเรียนการสอนแบบจิตตปัญญา 3.1.1 การออกแบบผลงาน/นวัตกรรม ผู้จัดทำใช้กระบวนการการออกแบบผลงานโดยใช้แนวคิด หลักการจัดการเรียนการสอนแบบจิตตปัญญา ขั้นที่ 1 ศึกษาสภาพและความต้องการของผู้เรียน หมายถึง การกำหนดหัวเรื่องให้ สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้โดยใช้แผนการจัดประสบการณ์ ครูกล่าวทักทายนักเรียน นำนักเรียนเข้าสู่กระบวนการในความสงบเพื่อให้นักเรียนมีจิตใจที่นิ่ง และมี ความพร้อมในการเรียน ด้วยกิจกรรมดังตัวอย่างต่อไปนี้ (สลับตามวัน ตามหน่วยการเรียนรู้) กิจกรรมที่ 1 นักเรียนนั่งหลับตา นิ่ง ครูกล่าวบทความ เนื้อเรื่อง หรือบทเรียน ให้นักเรียนคิดตาม และจินตนาการตามสิ่งที่ครูบอกเล่าจากเรื่อง กิจกรรมที่ 2 นักเรียนนั่งหลับตา ส่งฝ่ามือไปที่ขาของเพื่อน และมือนึงแบออก อีกมือนึงคว่ำ ประกบกับฝ่ามือของเพื่อน เพื่อจะทำกิจกรรมการส่งความรัก ความปรารถนาดีให้กับเพื่อน เรียกว่า “การส่งกระแส จิต ให้กับเพื่อน และรับพลังบวกจากเพื่อนมาสู่ตัวเรา พร้อมฟังเรื่องเล่าจากคุณครู กิจกรรมที่ 3 ส่งเทียนแห่งปัญญา เป็นการฝึกส่งเทียนโดยไม่ให้ไฟดับและการยกมือขึ้นมารับโดย การไหว้นำทาง และเมื่อเพื่อนรับไปเราก็ส่งเทียนด้วยการไหว้ เป็นการฝึกการรอคอยและระมัดระวังให้นักเรียนได้มี สมาธิในการจดจ่อต่อสิ่งที่ตนเองกระทำ กิจกรรมที่ 4 กิจกรรมปลาดาว ให้นักเรียนนอนราบลงกับพื้น พร้อมทำสมาธิโดยการนอนนิ่งๆเป็น ปลาดาวที่สงบ พร้อมรับฟังเรื่องราว เรื่องเล่าจากคุณครู หลังจากทำกิจกรรมสมาธิเรียบร้อยแล้ว ครูและนักเรียนร่วมสนทนา ความรู้เดิม และความรู้ใหม่ ตามหน่วยการจัดประสบการณ์ที่จะเรียนรู้


ขั้นที่ 2 กำหนดมโนทัศน์ที่ต้องเรียน หมายถึง เนื้อหาหลักที่ครูต้องการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ครูและ นักเรียนร่วมกันกำหนดสิ่งที่จะต้องเรียน โดยการสอบถามจากความรู้เดิม โดยการให้อิสระในการตอบโดยมีกติกาใน การตอบคำถาม และร่วมพูดคุย หรือ การนำนิทานที่เกี่ยวข้องกับหน่วยการเรียนรู้เข้ามานำให้นักเรียนได้มองเห็น ภาพ ขั้นที่ 3 กำหนดจุดประสงค์ของการสอน หมายถึง กำหนดสาระสำคัญและจุดประสงค์การเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ดำเนินการสร้างแผนการประสบการณ์การเรียนรู้ ขั้นที่ 4 ออกแบบกิจกรรมการสอน หมายถึง ขั้นตอนของการพัฒนากิจกรรมการเรียน รู้ที่มุ่งคุณสมบัติสำคัญของกิจกรรมการเรียนรู้อิงแนวคิดจิตตปัญญา 5 ประการคือ A B C D P ซึ่ง ประกอบ ด้วยขั้นตอนดังนี้ 1. ขั้นเตรียม ครูเตรียมนักเรียนเข้าสู่การเรียนรู้ ด้วยกิจกรรมเตรียมความพร้อมที่สอดคล้อง กับ เรื่องที่เรียน ทบทวนประสบการณ์เดิม และบอกจุดประสงค์การจัดการเรียนรู้แต่ละครั้งให้นักเรียนทราบ 2. ขั้นดำเนินการ ครูดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้อิงแนวคิดจิตตปัญญา ในการจัดกิจกรรม การเรียนรู้แต่ละครั้งจะต้องประกอบด้วยกิจกรรมที่มีคุณสมบัติสำคัญของการเรียนรู้อิงแนวคิด จิตตปัญญาตาม กระบวน A B C D P ครบทั้ง 5 กิจกรรม แต่กิจกรรมไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับกิจกรรมใด กิจกรรมหนึ่งอาจอยู่ใน ขั้นนำ ขั้นสอน ขั้นสรุป แต่ละกิจกรรมมีความหมายดังนี้ ภาพที่ ๒ แนวคิดแบบจิตตปัญญา ตามกระบวนการ A B C D P 3.ขั้นสรุป ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปโดยตอบคำถามและจากการทำแบบฝึกหัดจากใบงาน


ขั้นที่ 5 ดำเนินการสอนและจัดกิจกรรมการเรียนรู้หมายถึง การนำกิจกรรมการเรียนรู้อิงแนวคิด จิตตปัญญาตามกระบวนการ A B C D P มาจัดกิจกรรมกับผู้เรียนตามที่ออกแบบกิจกรรมไว้ ขั้นที่ 6 ประเมินภาพการสอนหมายถึง การตรวจสอบความก้าวหน้าของผู้เรียนโดยการสังเกตขณะ ทำกิจกรรมซักถาม ตอบปากเปล่า ทำกิจกรรมจากใบงาน ๓.๒ การดำเนินงานตามกิจกรรม กิจกรรมการเรียนรู้อิงแนวคิดจิตตปัญญา 5 ประการคือ A B C D P ซึ่งประกอบ ด้วยขั้นตอนดังนี้ 1. ขั้นเตรียม ครูเตรียมนักเรียนเข้าสู่การเรียนรู้ ด้วยกิจกรรมเตรียมความพร้อมที่สอดคล้อง กับ เรื่องที่เรียน ทบทวนประสบการณ์เดิม และบอกจุดประสงค์การจัดการเรียนรู้แต่ละครั้งให้นักเรียนทราบ 2. ขั้นดำเนินการ ครูดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้อิงแนวคิดจิตตปัญญา ในการจัดกิจกรรม การเรียนรู้แต่ละครั้งจะต้องประกอบด้วยกิจกรรมที่มีคุณสมบัติสำคัญของการเรียนรู้อิงแนวคิด จิตตปัญญาตาม กระบวน A B C D P ครบทั้ง 5 กิจกรรม แต่กิจกรรมไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับกิจกรรมใด กิจกรรมหนึ่งอาจอยู่ใน ขั้นนำ ขั้นสอน ขั้นสรุป แต่ละกิจกรรมมีความหมายดังนี้ หน่วย หนูรักฤดูฝน องค์ประกอบของการสอนอิงแนว จิตตปัญญา กิจกรรมเสริมประสบการณ์ อิงแนวคิดจิตตปัญญา วิธีดำเนินการสอน เครื่องมือ/สื่อ ครูผู้สอน นักเรียน A (Active learning) ผู้เรียนต้องลงมือกระทำด้วย ความคิด ครูจัด กิจกรรม สมาธิใน รูปแบบจิตต ปัญญา - นักเรียนร่วมกันทำกิจกรรม จิตตปัญญาโดยนำมือวาง บริเวณขาของเพื่อนและตัวเอง โดยด้านนึงคว่ำ ด้านหงายส่ง พลังบวกให้กับเพื่อนโดยฟังเรื่อง เล่า -นักเรียนร่วมทำกิจกรรมตาม แผนการจัดประสบการณ์ และ ใบงานกิจกรรมการเรียนรู้ - นักเรียนร่วมทำ กิจกรรมด้วยการทำ สมาธิก่อนเข้าร่วม กิจกรรมอื่นๆ - นักเรียนและครู ร่วมกันเล่านิทานก่อน ร่วมทำกิจกรรมทั้งใบ งานและการออกมาทำ กิจกรรมหน้าชั้นเรียน - นักเรียนสามารถ อธิบายและช่วยกัน เสนอแนวทางตาม ความคิดของกลุ่ม ร่วมกันได้ในการเกิด ปรากฏการณ์ของฝน และเมื่อเกิด ฝนตก เรา สามารถร่วมกันคิดการ ป้องกันที่จะประดิษฐ์ อุปกรณ์ป้องกันฝนได้ ตามจินตนาการของ ตนเองและภายในกลุ่ม -การสนทนา ซักถาม -การร่วมส่งพลังบวก -สื่ออุปกรณ์การเรียน ประจำหน่วยการเรียนรู้ “หน่วยหนูรักฤดูฝน” B (Behaving well) ผู้เรียนต้องแสดงออกที่ดี ครูแนะนำ วิธีการทดลอง เกี่ยวกับการ เกิดฝน การนำ อุปกรณ์มาใช้ ในการเกิด ในช่วงฤดูฝน นักเรียนร่วมกันยกมือตอบ คำถามและแสดงความคิดเห็น ตามกติกา และการทำกิจกรรม กลุ่มจะมีการเสนอหัวหน้ากลุ่ม ในการเป็นตัวแทนกลุ่มจากการ คัดเลือกภายในกลุ่ม


องค์ประกอบของการสอนอิงแนว จิตตปัญญา กิจกรรมเสริมประสบการณ์ อิงแนวคิดจิตตปัญญา วิธีดำเนินการสอน เครื่องมือ/สื่อ ครูผู้สอน นักเรียน C (Cooperative learning) ผู้เรียนต้องเรียนรู้แบบร่วมมือ ครูประเมิน ผู้เรียนแบบ สังเกตการณ์ ทำกิจกรรม กลุ่ม นักเรียนภายในกลุ่มมีการทำ กิจกรรมโดยการแบ่งหน้าที่ และรู้จักการรอคอย การเป็น ผู้นำและผู้ตามที่ดี และการให้ ความร่วมมือด้วยดี นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วม อภิปรายและทำงาน ร่วมกัน ส่งตัวแทน ออกมาอธิบายในสิ่งที่ กลุ่มตัวเองได้รับ มอบหมายและ ช่วยเหลือกันคิดภายใน กลุ่มของตนเอง -รายชื่อกลุ่ม -แบบบันทึกพฤติกรรม กลุ่ม -แบบประเมินจิตต ปัญญาการมีสมาธิ D (Discover learning) ผู้เรียนต้องเรียนรู้ด้วยการค้นพบ -ครูแนะนำ อุปกรณ์ใน การป้องกัน ฝน -ครูสังเกต พฤติกรรม การทำงาน ของนักเรียน -นักเรียนสามารถเสนอแนวทาง ในการจัดทำอุปกรณ์ป้องกันฝน ได้ด้วยตัวเองโดยใช้วัสดุ ใกล้ตัว และฟังแนวคิดจากๆเพื่อนๆและ หาแนวทางร่วมกันในการ ประดิษฐ์ให้ได้ตามที่ตัวเอง จินตนาการ หรือคิดกันไว้ -นักเรียนร่วมพูดคุยเกี่ยวกับรุ้ง กินน้ำ นักเรียนแบ่งกลุ่มและ ร่วมกันคิดถึงแนวทางที่ จะหาอุปกรณ์ในการ ป้องกันฝน และร่วม สรุปเลือกมา 1 อย่าง และร่วมกันวิเคราะห์ ถึงความเป็นไปได้ที่จะ ประดิษฐ์ให้ใช้งานได้ จริง ภาพสื่อ อุปกรณ์ใน หน่วย ฉันรักฤดูฝน นิทาน หนอนน้อย การเกิดรุ้ง P (Progress) ผู้เรียนต้องก้าวหน้าในการเรียนรู้ ครูให้นักเรียน ประเมิน ตนเอง นักเรียนประเมินตนเอง เมื่อนักเรียนทำ กิจกรรมด้วยตนเอง เรียบร้อยแล้ว นักเรียน ประเมินตนเองถึง ผลงานที่ได้ทำพร้อม ออกมาเล่าผลงานของ ตนเองให้เพื่อนๆฟังได้ -แบบประเมินตนเอง -ใบงานภาพปะติด สายรุ้ง 3.ขั้นสรุป ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปโดยตอบคำถามและจากการทำแบบฝึกหัดจากใบงาน นักเรียนสามารถร่วมกันสรุปเกี่ยวกับ วัฏจักรของฝน และการเกิดปรากฏการณ์การเกิดฝน และการเกิดรุ้งกินน้ำได้ อย่างเป็นระบบโดยการทำกิจกรรมนักเรียนสามารถออกแบบการประดิษฐ์วัสดุ ที่จะสามารถนำมาประดิษฐ์เป็น อุปกรณ์ป้องกันฝนได้โดยการพูดคุยกันภายในกลุ่ม กิจกรรมจิตตปัญญา เมื่อฝึกฝนบ่อยๆ จะทำให้ผู้เรียนเกิดสมาธิ และสามารถสร้างความภาคภูมิใจให้กับตนเอง ให้เกิดการยอมรับผู้อื่น ฝึกการรอคอย และการทำกิจกรรมกลุ่มก็ สามารถทำให้เรียนรู้ รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นอีกด้วย อีกทั้งการที่จะประดิษฐ์ อุปกรณ์ป้องกันฝนได้จะต้องอาศัย การศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อนำมาประดิษฐ์ให้ได้ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน


๔. ผลการดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน จากการจัดประสบการณ์โดยใช้แนวคิดจิตตปัญญา เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการมีสมาธิของนักเรียน ชั้นอนุบาล 3/3 มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ ๓/๓ ปีการศึกษา 256๖ โรงเรียนวัดกาญจนาราม พบว่าเด็กชั้นอนุบาล 3/3 มีสมาธิที่ดีขึ้นและมีประสบการณ์สำคัญที่สอดคล้องตามหลัก ของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2560 จากการประเมินผลตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ พบว่า เด็กปฐมวัย ระดับชั้นอนุบาล 3/3 ปีการศึกษา 25๖๖ โรงเรียนวัดกาญจนาราม มีพัฒนาที่ดีขึ้นตามจุดประสงค์ที่กำหนดไว้ 1. นักเรียนชั้นอนุบาล 3/3 มีพฤติกรรมด้านการมีสมาธิจากการจัดประสบการณ์โดยใช้แนวคิดจิตต ปัญญาที่ดีขึ้น ส่งผลให้พัฒนาการทั้ง 4 ด้านดีขึ้นตามลำดับ 2. พฤติกรรมการมีสมาธิของนักเรียนชั้นอนุบาล 3/3 ก่อนและหลังการจัดประสบการณ์โดยใช้แนวคิด จิตตปัญญาสูงขึ้น การใช้แนวคิดจิตตปัญญา เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการมีสมาธิของนักเรียน ชั้นอนุบาล 3/3 มา ประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน เป็นการสร้างความผ่อนคลาย เพื่อเตรียมสภาวะจิตใจเด็กให้เหมาะสมต่อ การเรียนรู้ มีสมาธิและมีความตระหนักรู้ ทำให้เด็กมีสภาวะที่พร้อมต่อการเรียนรู้ อยู่กับตนเอง สำรวจตนเอง จากหลักการดังกล่าวทำให้เด็กพร้อมรับประสบการณ์อย่างเต็มที่ พร้อมที่จะเริ่มทำกิจกรรมในชั้นเรียน การฝึกสติ เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการสร้างบรรยากาศแห่งความสงบในห้อง และช่วยให้เด็กรู้สึกผ่อนคลาย การฝึกสติช่วย ให้เด็กมีสมาธิจดจ่อได้นานมากขึ้นจาก 3 นาที เป็น 9 นาที ดังนั้นเมื่อครูสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย สงบทำให้เด็ก เกิดสมาธิที่จะเรียนรู้ และเรียนรู้อย่างตั้งใจการสร้างบรรยากาศของความรักเมตตา ความไว้วางใจ และสัมพันธภาพ เชิงบวก โดยดำรงอารมณ์ที่เป็นกลาง เพื่อให้เด็กเกิดความไว้วางใจ ปลอดภัย เมื่อเด็กสนิทกับครู เกิดความรักครู เด็กจะทำตามที่ครูชี้แนะด้วยความรัก และสามารถปรับพฤติกรรมของตนเองให้ดีขึ้นได้ ๕. ผลสำเร็จของงาน 5.1 เชิงปริมาณ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ ๓/3 โรงเรียนวัดกาญจนาราม จำนวน 23 คน ที่ได้รับการจัดประสบการณ์โดยใช้ แนวคิดจิตตปัญญา เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการมีสมาธิของนักเรียนชั้นอนุบาล 3/3 ร้อยละ 9๐ มีผลการประเมิน พัฒนาการสูงขึ้นกว่าก่อนการทดลอง


ภาพที่ 3 แผนภูมิเปรียบเทียบก่อนและหลังการทดลองการจัดประสบการณ์โดยใช้แนวคิดจิตตปัญญา เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการมีสมาธิ ภาพที่ 4 แผนภูมิเปรียบเทียบก่อนและหลังการทดลองตามแบบประเมิน การจัดประสบการณ์โดยใช้แนวคิดจิตตปัญญาเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการมีสมาธิ 0 10 20 30 40 50 60 70 31 42 44 26 26 43 30 26 43 30 56 68 65 65 66 62 65 66 65 67 เปรียบเทียบก่อนและหลังการจัดประสบการณ์โดยใช้แนวคิดจิตตปัญญา เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการมีสมาธิของนักเรียน ชั้นอนุบาล 3/3 โรงเรียนวัด กาญจนาราม ก่อนการทดลอง หลังการทดลอง


5.1 เชิงคุณภาพ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ ๓/3 โรงเรียนวัดกาญจนาราม จำนวน 23 คน ที่ได้รับการจัดประสบการณ์โดยใช้ แนวคิดจิตตปัญญาเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการมีสมาธิร้อยละ 90 มีผลการประเมินพัฒนาการสูงขึ้นกว่าก่อนการ ทดลอง ตารางผลประเมินพัฒนาการทั้ง ๔ ด้าน ก่อนการใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้แนวคิดจิตตปัญญา เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการมีสมาธิของนักเรียน ชั้นอนุบาล 3/3 พัฒนาการ ร้อยละ หมายเหตุ ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง ด้านร่างกาย 21.73 56.54 21.73 ด้านอารมณ์ จิตใจ 4.34 65.21 30.45 ด้านสังคม 4.34 86.95 8.71 ด้านสติปัญญา 4.34 78.26 17.4 ตารางผลประเมินพัฒนาการทั้ง ๔ ด้าน หลังการใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้แนวคิดจิตตปัญญา เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการมีสมาธิของนักเรียน ชั้นอนุบาล 3/3 พัฒนาการ ร้อยละ หมายเหตุ ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง ด้านร่างกาย 91.30 8.70 - ด้านอารมณ์ จิตใจ 95.65 4.35 - ด้านสังคม 95.65 4.35 - ด้านสติปัญญา 91.30 8.70 - หลังการใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้แนวคิดจิตตปัญญา เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการมีสมาธิของนักเรียน ชั้นอนุบาล 3/3 พบว่า - ด้านร่างกาย จากการประเมินพบว่า เด็กมีพัฒนาการ ในระดับ ดี จำนวน 21 คน คิดเป็น ร้อยละ 91.30 ในระดับ พอใช้ จำนวน 2 คน คิดเป็น ร้อยละ 8.70 - ด้านอารมณ์ จิตใจ จากการประเมินพบว่า เด็กมีพัฒนาการ ในระดับ ดี จำนวน 22 คน คิดเป็น ร้อยละ 95.65 ในระดับ พอใช้ จำนวน 1 คน คิดเป็น ร้อยละ 4.35 - ด้านสังคม จากการประเมินพบว่า เด็กมีพัฒนาการ ในระดับ ดี จำนวน 22 คน คิดเป็น ร้อยละ 95.65 ในระดับ พอใช้ จำนวน 1 คน คิดเป็น ร้อยละ 4.35 - ด้านสติปัญญา จากการประเมินพบว่า เด็กมีพัฒนาการ ในระดับ ดี จำนวน 21 คน คิดเป็น ร้อยละ 91.30 ในระดับ พอใช้ จำนวน 2 คน คิดเป็น ร้อยละ 8.70


สรุปผล ๑. การส่งเสริมพัฒนาการ ทั้ง ๔ ด้าน ของเด็กปฐมวัย โดยใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้แนวคิดจิตต ปัญญา เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการมีสมาธิของนักเรียนชั้นอนุบาล 3/3 เด็กมีการเปลี่ยนแปลงความสามารถของ ร่างกาย ในการเคลื่อนไหว สุขภาพอนามัยที่ดี รวมถึงความสามารถ ในการใช้มือกับตาที่ประสานสัมพันธ์กันในการทำ กิจกรรมต่าง ๆ ๒. ความสามารถในการแสดงอารมณ์ และความรู้สึก โดยที่เด็กรู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ดี และ แสดงออกอย่างเหมาะสมกับวัยและสถานการณ์ เพื่อเผชิญกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนการรู้สึกที่ดีต่อตนเองและ ผู้อื่น ๓. ความสามารถในการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น ปรับตัวในการเล่น และอยู่ร่วมกับผู้อื่น สามารถทำ หน้าที่ตามบทบาทของตน ทำงานร่วมกับผู้อื่น มีความรับผิดชอบ รู้จักกาลเทศะ สามารถช่วยเหลือตนเองใน ชีวิตประจำวัน เรียนรู้การปรับตัวให้เข้ากับเด็กอื่น รู้จักการให้ความร่วมมือในการเล่นกับกลุ่มเพื่อน ปฏิบัติ ตามข้อตกลงในการเล่นรู้จักรอคอยตามลำดับก่อนหลัง ๔. เด็กมีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาการ ทั้ง ๔ ด้าน ที่เพิ่มมากขึ้น เกิดขึ้นจากการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว และความสัมพันธ์ระหว่างตนเองและสิ่งแวดล้อม ด้วยการรับรู้ สังเกต จดจำ วิเคราะห์ รู้คิด รู้เหตุผล และ แก้ปัญหาทำให้สามารถปรับตัวและเพิ่มทักษะใหม่ เด็กวัยนี้สามารถโต้ตอบหรือมีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุและสิ่งของที่อยู่ รอบตัวได้สามารถจดจำสิ่งต่างๆที่ได้กระทำซ้ำกันบ่อยๆได้ดี เรียนรู้สิ่งต่างๆได้ดีขึ้นแต่ยังอาศัยการรับรู้เป็นส่วนใหญ่ การแก้ปัญหา การลองผิด ลองถูก จากการรับรู้มากกว่าการใช้เหตุผลความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว พัฒนาอย่างรวดเร็วตามอายุที่เพิ่มขึ้นเราสามารถเสริมในส่วนของกิจกรรมที่สร้างเสริมสมาธิให้ ในรูปของการสนทนา ตอบคำถามเล่าเรื่องนิทาน และทำกิจกรรมอื่นๆเพิ่มเติม การจัดกิจกรรมตามแนวคิดจิตตปัญญาศึกษาซึ่งในแต่ละเนื้อหาเน้นกิจกรรม 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ปรับกาย ใจให้พรั่งพร้อมคือการเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อมที่จะเรียนรู้ 2) น้อมเปิดใจเรียนรู้ คือ การฝึกฝนเฝ้าสังเกตสิ่ง ต่างๆ ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้3) มุ่งสู่ประสบการณ์ใหม่คือ การเรียนรู้ผ่านการ สังเกตสำรวจและลงมือทำกิจกรรมเพื่อเปิดรับประสบการณ์ใหม่ 4) คิดใคร่ครวญการเรียนรู้ คือ สะท้อนคิดถึงสิ่งที่ ได้เรียนรู้และสิ่งที่เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมตามแนวคิดจิตตปัญญาศึกษา สามารถส่งเสริมพฤติกรรมการมีสมาธิ ของนักเรียนชั้นอนุบาล 3/3 ได้เพิ่มขึ้น


การจัดประสบการณ์โดยใช้แนวคิดจิตตปัญญา เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการมีสมาธิของนักเรียน ชั้นอนุบาล 3/3 A ผู้เรียนต้องลงมือกระทำด้วยความคิด (Active learning) B ผู้เรียนต้องแสดงออกที่ดี (Behaving well) C ผู้เรียนต้องเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative learning)


D ผู้เรียนต้องเรียนรู้ด้วยการค้นพบ (Discover learning) P ผู้เรียนต้องก้าวหน้าในการเรียนรู้ (Progress) ๖. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ นักเรียนชั้นอนุบาล 3/3 ให้ความสนใจกระตือรือร้นในการทำกิจกรรม ให้ความร่วมมือกับครู ทำ ให้มีพัฒนาการทั้ง 4 ด้านที่ดีขึ้น เมื่อนักเรียนมีสมาธิ การจัดประสบการณ์ที่เหมาะสมกับวัย สอดคล้องกับหลักสูตร การศึกษาปฐมวัย 2560 ทำให้นักเรียนมีสมาธิ พัฒนาการทั้ง 4 ด้านก็ได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ ครูปฐมวัย มีความมุ่งมั่นในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ การจัดประสบการณ์ประโยชน์ที่เกิด กับครู คือ จากการทำนวัตกรรมวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดประสบการณ์โดยใช้แนวคิดจิตตปัญญา เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการมีสมาธิส่งผลให้ข้าพเจ้าได้พัฒนาตนเองในด้านการออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โรงเรียนมีการจัดกระบวนการเรียนการสอนในโรงเรียนให้ผู้เรียนอย่างเป็นระบบมีคุณภาพ การศึกษา ส่งเสริมให้นักเรียนมีสมาธิ รวมทั้งมีการกำกับดูแลนิเทศติดตามภายในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ การดำเนินการเป็นไปอย่างต่อเนื่องและและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักเรียนมากที่สุด


ผู้ปกครอง เปิดใจยอมรับ และทำความเข้าใจถึงการฝึกให้นักเรียน ได้ทำสมาธิที่บ้าน เช่นก่อนเข้า นอน การสวดมนต์ไหว้พระ ส่งเสริมสนับสนุน ทบทวนตามที่คุณครูแนะนำ ที่เหมาะสม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อบุตร หลาน และเป็นแนวทางให้บุตร หลานมีพัฒนาการในด้านอื่นๆดีขึ้น คณะครูโรงเรียนวัดกาญจนาราม เป็นแรงขับเคลื่อนในการดำเนินการพัฒนานวัตกรรม เพื่อ พัฒนาการจัดประสบการณ์โดยใช้แนวคิดจิตตปัญญาเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการมีสมาธิมีการปรึกษา ประชุมและ วางแผน การร่วมกิจกรรมสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) มีการนิเทศติดตามประเมินผล ทุกภาคเรียนเพื่อ นำผลมาถอดบทเรียนและวางแผน ร่วมกันในภาคเรียนต่อไป ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผู้บริหาร เข้าใจและให้การส่งเสริมการใช้แนวคิดจิตตปัญญา มีการเสนอแนะวิธีการแนวทาง เครื่องมือในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ บูรณาการระหว่างจิตตปัญญากับกิจกรรม Active learning ซึ่งเป็นนโยบาย ที่สำคัญของ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 ๗. บทเรียนที่ได้รับ ๗.1 บทสรุป การจัดประสบการณ์โดยใช้แนวคิดจิตตปัญญาเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการมีสมาธิได้คำนึงถึงแนวคิดในการ เรียนรู้ของเด็ก ให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้เคลื่อนไหวมีโอกาสคิดริเริ่มตามความต้องการและความสนใจของ ตนเอง รวมทั้งอยู่ในบรรยากาศที่เป็นอิสระ อบอุ่นและปลอดภัย การจัดกิจกรรมให้กับเด็กปฐมวัย จึงต้องยึดรูปแบบ การจัดกิจกรรมที่หลากหลายบูรณาการผ่านการเล่นและกิจกรรมที่ให้ประสบการณ์ตรง และต้องแทรกกิจกรรม คุณธรรมส่งเสริมการมีสมาธิ การสร้างกระบวนการจากภายใน เมื่อนักเรียนมีสมาธิจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้าน ต่างๆเพิ่มมากขึ้น ซึ่งพบว่าผลการเปรียบเทียบการจัดประสบการณ์โดยใช้แนวคิดจิตตปัญญาเพื่อส่งเสริมพฤติกรรม การมีสมาธิก่อนและหลังการการจัดประสบการณ์มีค่าคะแนนเฉลี่ยหลังการจัดประสบการณ์สูงกว่าก่อนการจัด ประสบการณ์ เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล ๓/3 มีความพึงพอใจต่อการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อยู่ในระดับมาก 7.2 ข้อสังเกต/ข้อเสนอแนะ 7.2.1 ควรกระตุ้นให้เด็กมีความสนใจและกระตือรือร้นในการทำกิจกรรมต่างๆ โดยนำกิจกรรมที่ เสริมสร้างสมาธิแปลกใหม่มาให้นักเรียนได้เรียนรู้เพิ่มเติม และฝึกซ้ำ ย้ำ ทบทวน ให้เกิดความเคยชิน 7.2.2 ควรมีการพัฒนาการฝึกสมาธิอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ เพื่อส่งเสริมทักษะด้านอื่นๆด้วยกิจกรรม ต่างๆ เช่น กิจกรรมเสริมประสบการณ์ สื่อหนังสือนิทาน ชุดกิจกรรม หรือเทคนิคการสอนแบบต่างๆ เป็นต้น ๗.๒.๓ นำผลงานของตนเองไปจัดนิทรรศการ การนำเสนอผลงานในห้องเรียนและนำเสนอผลงาน ต่อผู้ปกครองและนักเรียนระดับชั้นอื่น ๆ ๗.๒.๔ เด็กได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ พร้อมทั้งได้ฝึกกระบวนการคิด จากภายในจิตใจ และ สามารถแสดงออกทางผลงาน และยังช่วยให้พัฒนาการ ทั้ง ๔ ด้าน ดีขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง 7.3 การเพิ่มเติมให้ประสบผลสำเร็จมากขึ้น ๗.๓.๑. ศึกษาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ๒๕๖๐ ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ของเด็กปฐมวัย ๗.๓.๒. ศึกษาการส่งเสริมพัฒนาการทั้ง ๔ ด้าน ศึกษาการเขียนแผน เพื่อให้ตรงกับนวัตกรรมที่จะ นำมาใช้ในการจัดประสบการณ์ ให้คำนิยาม ของหัวข้อที่จะทำการศึกษาให้ชัดเจน


๘. การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์/การได้รับการยอมรับ / รางวัลที่ได้รับ ระดับปฐมวัย โรงเรียนวัดกาญจนาราม ได้รับการยอมรับ เผยแพร่ผลงาน ความรู้ ของโรงเรียนให้กับคุณครู ในโรงเรียน กลุ่มเพื่อนครูปฐมวัย ผู้ที่สนใจ รวมไปถึง ผู้ปกครองและชุมชน จนเป็นที่ยอมรับในการจัดการเรียน การสอนระดับปฐมวัย ที่มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อม ที่ส่งเสริมพัฒนาการทั้ง ๔ ด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา โดยจัดรูปแบบการจัดประสบการณ์ตามแนวคิดจิตตปัญญา ส่งเสริมการเรียนรู้ ให้เด็กได้เรียนรู้ ฝึกปฏิบัติ และลงมือปฏิบัติจริง ด้วยความสามารถของตนเอง โดยมีคุณครูคอยดูแล ช่วยเหลืออย่าง ใกล้ชิด จนได้รับการยอมรับจากผู้ปกครอง และนำบุตรหลานเข้ามาศึกษาเรียนรู้กับทางโรงเรียนวัดกาญจนาราม 1. เผยแพร่โดยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กับเพื่อนครูปฐมวัยภายในโรงเรียน ๒. เผยแพร่โดย Google site ห้องเรียนครูเอ็ม https://sites.google.com/view/kroo-m


Click to View FlipBook Version