ราชาธิราช
๑ตอน สมิงพระรามอาสา
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่
ลักษณะคำประพนั ธ์
“ร้อยแก้ว” ลักษณะเป็นนทิ านองิ ประวตั ศิ าสตร์
วตั ถุประสงค์ในการแต่ง
วรรณคดเี รอื่ ง ราชาธิราช ตอนสมงิ พระรามอาสา เป็นการทำ
สงคราม ระหว่างพม่ากับมอญ เดิมต้นฉบับเป็นภาษามอญ แต่เน่อื งจาก
เนื้อเร่อื งมคี วามสนุกน่าสนใจ ให้ข้อคดิ มากมายจงึ ได้มนี ักปราชญ์ ชาว
ไทยแปลและเรียบเรยี งเป็นภาษาไทย ตง้ั แต่ก่อนเสียกรุงเสยี อยุธยา
ครั้งสดุ ท้าย ภายหลังสมเด็จ เจ้าพระยามหากษตั ริย์ศึกขน้ึ ครองราชย์เป็น
รชั กาลท่ี 1 ทรงมพี ระมหากรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาพระคลงั
(หน) แปลและเรยี บเรียงให้เรียบร้อยเสร็จสมบูรณ์อกี คร้ัง
ผู้เรยี บเรยี ง เจ้าพระยาพระคลัง (หน)
แนะนำตัวละคร โจเปียว ขนุ นาง พระเจ้าฝรง่ั มงั ฆ้อง
พระเจ้ากรงุ ต้าฉิง ฝ่ายพลเรือนทีพ่ ดู เป็นพระมหากษตั ริย์
ภาษาพม่าได้ เป็น แห่งอาณาจกั รองั วะ
กษัตรยิ ์ปกครองกรุงจนี ผู้อญั เชญิ พระราช
มกี องทพั ขนาดใหญ่ สาส์น
มีอำนาจมาก มวี าจาสตั ย์
แนะนำตวั ละคร
สมงิ พระราม
เชลยชาวมอญ ถูกจอง
จำอยู่ทีอ่ ังวะ
เป็นผู้อาสาออกไปรำ
ทวน
กามานี
ทหารเอกของพระเจ้า
กรุงจนี มีฝีมอื
ในการรำทวนท่ี
เก่งกาจ
เร่ืองย่อราชาธริ าช
ตอน สมงิ พระรามอาสา
พระเจ้ากรุงต้าฉิง ผู้เสวยราชสมบตั อิ ยู่ทกี่ รงุ จีน มี
ทหารเอกคนหน่งึ ชื่อ “กามะน”ี ผู้มีฝีมือด้านการข่มี ้าแทง
ทวนอย่างหาผู้ทัดเทยี มได้ยาก พระเจ้ากรงุ จีนจงึ เกดิ ดำริอยาก
ทอดพระเนตรขนุ ศกึ ของพระองค์รำทวนต่อสู้กับทหารฝีมอื ดี จงึ
ได้ทำการยกทพั มาที่กรุงรัตนปุระอังวะ เพือ่ ตามหาขุนศกึ ที่
ทดั เทยี มกับกามะนี
เม่ือมาถงึ พระเจ้ากรุงจีน ได้ส่ง “โจเปียว”
ขุนนางในตำแหน่งฝ่ายพลเรือนที่พดู ภาษาพม่าได้ เพือ่
อญั เชิญพระราชสาส์นและเครอื่ งราชบรรณาการมากมาย โดย
บอกความประสงค์ของพระองค์ว่า ต้องการเพียงแค่
ทอดพระเนตรรำทวนเท่านนั้ จึงมีพระราชประสงค์ให้ทง้ั ๒
ฝ่าย ส่งตัวแทนมารำทวนสู้กนั ซ่ึงหากตัวแทนฝั่งกรุงองั วะ
แพ้ จะต้องยกเมืองให้พระเจ้ากรงุ จีน แต่หากกรุงองั วะชนะตน
จะยอมทัพกลบั ไปแต่โดยดี และได้มพี ระราชกำหนดประกาศ
แก่ทหารทั้งปวงว่า ถ้าผู้ใดไม่มอี าวุธในการสู้รบ ห้ามทำ
อนั ตรายเป็นอนั ขาด
พระเจ้าฝรัง่ มงั ฆ้องได้รบั แจ้งในพระราชสาส์น ก็
รู้สกึ ดพี ระทัยยิ่งนกั จงึ ได้พระราชทานเงินทองให้แก่โจเปียว
และเครอ่ื งราชบรรณาการตอบกลบั เป็นจำนวนมาก
หลังจากนั้น พระเจ้าฝรง่ั มังฆ้องจึงได้ตฆี ้องร้องป่าวไป
ทว่ั ทั้งพระนครเพอื่ ตามหาคู่ต่อสู้ที่ทัดเทียมกบั กามะนี แต่ก็ไม่
มีใครรับอาสา แม้พระเจ้าฝร่งั มังฆ้อง จะทรงโปรดให้เป็น
มหาอุปราช และแบ่งพระราชสมบัตใิ ห้กงึ่ หนึ่งก็ตาม
แต่เม่อื สมิงพระรามได้ยิน
เร่อื งราวเหล่านีจ้ ากการพูดคุยกันของผู้คุม
ก็เกดิ ความคิดว่าตัวเองน้ันต้องพนั ธนาการ
มานาน ได้ออกไปขม่ี ้ายดื แข้งขดื ขาบ้างก็
คงจะดไี ม่น้อย อกี ท้ังตนกไ็ ม่ได้เกรงกลวั ต่อ
กามะนแี ต่อย่างใด ถึงกระนน้ั การจะรบั
อาสากเ็ หมือนเป็นการหาบสองบ่า อาสา
สองเจ้า เพราะตนเป็นคนมอญทเ่ี คารพ
พระเจ้าราชาธริ าชมาก จะมาช่วยพม่าได้
อย่างไรแต่เม่ือมาคดิ ดูแล้ว หากพม่าไม่
สามารถต้านทานทพั ของพระเจ้ากรุงจีนไว้
ได้ ด่านต่อไปที่ทพั จีนจะไปบกุ คงหนีไม่
พ้นกรงุ หงสาวดี บ้านเกดิ ของตนแน่
เมื่อคิดได้ดังนนั้ สมงิ พระรามจึงอาสาทำศึกกับ
กามะนี พระเจ้าฝรงั่ มังฆ้องดีพระทยั มาก จงึ ถามสมิง
พระรามว่าต้องการสิง่ ใดบ้าง ฝ่ายพระสมิงพระรามจงึ ตอบ
กลบั ไปว่า ต้องการแค่ม้าฝีเท้าดเี ท่านั้น พระเจ้าฝร่ังมัง
ฆ้องได้ยินดงั นนั้ จึงประกาศหาม้าไปทวั่ เมือง แต่กไ็ ม่
ถกู ใจสมงิ พระราม สดุ ท้ายจงึ ต้องหาม้าเชลยศักดิ์จากนอก
เมือง
เมอื่ ออกมานอกเมอื ง สมงิ พระรามได้พบกบั
ม้าสองแม่ลูกของหญิงม่ายคนหน่งึ โดยลกู ม้านน้ั มี
กำลังมากถกู ต้องตรงตามคุณสมบัติทกุ ประการ เมอ่ื
สมิงพระรามเอามือแตะหลังม้า ก็ไม่ได้ทรดุ อ่อน
เหมือนม้าตวั อืน่ ๆ สมงิ พระรามจงึ ตดั สินใจขนึ้ ขม่ี ้า
และควบออกไปอย่างรวดเรว็ จนฝุ่นฟุ้งกระจายไปท่วั
และแม้จะควบตัง้ แต่เช้าจนบ่าย เจ้าม้าตวั นกี้ ไ็ ม่ได้
เหนด็ เหนอ่ื ยเลย สมงิ พระรามจึงสะบดั ม้าเป็นเพลง
ทวน กลบั เข้ามาเฝ้าพระเจ้าฝร่ังมังฆ้อง
เมือ่ วันประลองศกึ มาถงึ ณ สนามรบ
กามะนี ขนุ ศกึ พระเจ้ากรงุ จนี แต่งตัวใส่เส้ือหุ้ม
เกราะ คาดสายเอวประดบั หยก เหนบ็ กระบี่
ฝ่ายสมิงพระราม ใส่เสื้อสชี มพขู ลิบทอง
จีบเอว ใส่กำไลต้นแขน ปลายแขนสอดดาบสะพาย
แล่ง
ท้งั สองฝ่ายต่างก็ร่ายรำเพลงทวนออกมาอย่าง
สง่างาม เมื่อสมิงพระรามเหน็ ชดุ เกราะทแี่ น่นหนา
ของกามะนี จงึ ออกอุบายให้ทง้ั ๒ ฝ่ายร่ายรำเพลง
ทวนถวายแก่พระเจ้าอยู่หวั ทั้งสองทอดพระเนตรเป็น
ขวัญตาเสยี ก่อน
แล้วจงึ ค่อยสู้กันทีหลัง
กามะนตี อบตกลง ท้ังสองจึงรำทวนถวาย
ซึ่งในขณะทร่ี ำทวนอยู่นั้น สมงิ พระราม ได้หา
ช่องทางทจี่ ะสอดแทงทวนผ่านชุดเกราะ ซึ่งมอี ยู่ ๒
ช่องทางคอื บริเวณใต้รักแร้ และกลบี เกราะท้าย
หมวก ทีพ่ อจะย้อนแทงได้
หลงั จากน้นั ทั้งสองฝ่ายกเ็ ข้าโรมรันเพลง
ทวนต่อสู้กันหลายสิบเพลง ต่างคนต่างรบั ต่าง
ป้องกนั ไม่มคี นเพลี่ยงพล้า สมงิ พระรามจงึ คิดว่า
หากสู้ต่อไปแบบนี้ คงชนะได้ยากแน่ จงึ แสร้งควบ
ม้าหนี
กามะนจี ึงควบม้าไล่ตาม สมิงพระราม
มองเหน็ ว่าม้าของกามะนอี ่อนแรงแล้ว จึงชกั ม้าเข้าสู้
อีกคร้งั แต่ม้าของกามะนที ่ีอ่อนแรงหันหนกี ลับไม่
ทนั สมิงพระรามจึงได้สอดทวนแทงใต้รกั แร้ กา
มะนเี สยี จงั หวะทนั ที
ฝ่ายสมิงพระรามไม่รอช้า ชักดาบออกพร้อม
เร่งม้า ฟันย้อนตามกลีบเกราะท้ายหมวกจนศีรษะของ
กามะนีขาด แต่ไม่ทนั ตกลงพ้นื
สมงิ พระรามก็ได้ใช้ขอเหล็กเก่ยี วศีรษะใส่ตะกรวย แล้วชกั
ม้ากลบั ไปถวายพระเจ้าฝรงั่ มังฆ้อง หลังจากน้ัน
พระเจ้ากรงุ จีนได้นำศพของกามะนี มาทำพิธีฝังต่อไป ส่วน
เหล่าทหารของพระเจ้ากรุงจีนก็โกรธแค้นมาก จึงขอเข้าไปตี
กรุงองั วะ แต่พระเจ้ากรุงจีนนั้นรักษาสัตย์มากกว่าทรัพย์ จึงสงั่ ให้
ถอนกองทพั กลบั ไป
คณุ ค่าของวรรณคดี
ราชาธริ าช
ตอน สมงิ พระรามอาสา
วเิ คราะห์ตวั ละคร
พระเจ้ากรงุ ต้าฉงิ พระเจ้าฝร่ังมังฆ้อง
- มีความยุติธรรม - เป็นคนรกั ษาคำพูด
- ซื่อสัตย์ในคำพดู - กล้าได้กล้าเสยี ประกาศว่าจะ
- รักษาสัตย์ มากกว่าทรพั ย์
- มอี ำนาจคุมคนได้ดี แบ่งพระราชสมบตั ใิ ห้กงึ่ หนึง่
- มคี วามเมตตาประทาน
บรรณาการให้กับผู้อันเชิญ
สาสน์
วิเคราะหต์ วั ละคร
สมงิ พระราม กามานี
- มไี หวพรบิ ในการเอาตวั - มคี วามซอ่ื สตั ย์
รอด ต่อกษตั รยิ ก์ รงุ
จนี
- มคี วามซ่อื สตั ยต์ อ่ บา้ นเกดิ
ของตน - มฝี ีมอื ในการ
- มกี ารวางแผนมองการณ์
ไกล
คณุ ค่าด้านเนือ้ หา
๑. คนดมี ีความสามารถแม้อยู่ในเมืองศัตรูก็ยังมีคนเชิดชไู ด้เสมอ
๒. ผู้เป็นกษัตรยิ ์ย่อถอื ความสัตย์เป็นสิ่งประเสรฐิ ทส่ี ดุ
๓. ความประมาทเป็นหนทางแห่งความตาย เช่น กามะนี
๔. ผู้ทีทำกิจโดยอาศยั ปฏภิ าณไหวพริบและความสามารถ
เฉพาะตนจะประสบความสำเร็จในชวี ติ ได้
๕. บ้านเมืองทป่ี ระกอบไปด้วยกษตั รยิ ์ ทอ่ี ยู่ในความสัตย์
เสนาอำมาตย์มคี วามสามคั คี
คณุ ค่าด้านวรรณศิลป์
๑. การใช้สำนวนเปรยี บเทยี บทค่ี มคาย เช่น
"พระเจ้ากรงุ จนี ยกมาครง้ั นี้อปุ มาดังฝนตกห่าใหญ่ตกลงน้านองท่วมป่าไหลเชีย่ ว
มาเมอื่ วสนั ตฤดูนนั้ หาสิ่งใดจะต้านทานมไิ ด้"
หมายถงึ กองทพั ของพระเจ้ากรงุ จีนเป็นกองทพั ท่ียง่ิ ใหญ่ไม่มีใครสามารถ
ต้านทานได้
๒. ใช้คำคมให้คตเิ ตอื นใจ เช่น
"เรารักสัตย์ยิ่งกว่าทรพั ย์ อย่าว่าแต่สมบัตมิ นษุ ย์นเ้ี ลย ถึงท่านจะเอาทิพย
สมบตั ิของสมเด็จอมรนิ ทร์มายกให้เรา เราก็มไิ ด้ปรารถนา"
หมายถงึ คนท่รี ักษาคำพูดถึงแม้จะนำทรัพย์อันมีค่ามาให้ก็ไม่
สามารถ เปล่ียนแปลงคำพดู ท่ีเคยให้ไว้ได้"
คณุ ค่าด้านสงั คม
๑. ความเช่อื ถอื ในเรอื่ งฤกษ์ เช่น
ตอนพระเจ้ากุงต้าฉิงยกทมั ายังกรงุ รัตนบุระองั วะกต็ ้องรอให้ฤกษ์ดี
ก่อนจะยกทพั มาใด้
๒. ขนบธรรมเนยี มในการส่งเครอ่ื งราชบรรณาการไปเพอื่ ตอบแทน
เมอ่ื อีกฝ่ายหนึง่ ประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ ามท่ีฝ่ายตนร้องขอ หรือส่งเครอ่ื งราช
บรรณาการไปเพ่อื ขอให้อีกฝ่ายหนึ่งทำตามท่ีตนเองขอ เช่น
การส่งพระราชสาส์นจากพระเจ้ากรงุ ต้าฉิง เพอ่ื จะให้พระเจ้าอังวะอยู่ในอำนาจออกมา
ถวายบังคมและต้องการจะดทู หารรำทวนขีม่ ้าสู้กัน
คุณค่าด้านสงั คม
๓. การรกั ษาสจั จะของบคุ คลทอี่ ยู่ในฐานะกษตั รยิ ์ เช่น
การรักษาคำพดู ของพระเจ้ากรุงต้าฉิงเม่ือกามะนแี พ้ก็ยกทพั กลับไปโดยไม่ทำ
อันตรายแก่ผู้ใดเลย ตามท่ีได้พดู ไว้
๔. ความจงรกั ภกั ดตี ่อพระมหากษตั รยิ ์ เช่น
สมิงพระรามแม้จะอาสารบให้กบั พระเจ้าอังวะ แต่โดยใจจริงแล้วก็ทำเพ่อื
บ้านเมอื งของตน และยงั คงจงรกั ภักดตี ่อพระมหากษัตรยิ ์ของตน
๕. การปนู บำเหนจ็ รางวลั ให้แก่ผู้ทำคณุ ประโยชน์ต่อประเทศชาติ
เป็นการสร้างกำลังใจและผูกใจคนไว้ได้
ราชาธิราช
ตอน สมงิ พระรามอาสา
จบแล้ว