สามัคคีเภทคำ ฉันท์
นางสาวณัชชา นายกิตติภพ นายธีเมธ นางสาวกรกช นางสาวกุลิสรา อุไรสมสุรัติ พลโยราช นาคสร้อย ประจงการ ใจแก้ว เลขที่3 เลขที่5 เลขที่6 เลขที่14 เลขที่23 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เอกอังกฤษ - อาเซียน เสนอ นางสาวสุวิมล คำ นวล นางสาวสุภัสสรา ชูศรี รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาภาษาไทย ท33101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร(ฝ่ายมัธยม) ผู้จัดทำ
ประวัติผู้แต่ง สมเด็จพระสังฆราชเจ้าเป็นผู้อุปัชฌาย์ ได้เขียนงานประพันธ์ครั้งแรก โดยใช้นามปากกา " เอกชน " จนเป็นที่รู้จักกันดีในเวลานั้นขณะบวชนั้น สามเณรชิตได้รับอาราธนาจากองค์ สภานายก หอพระสมุดวชิรญาณ ให้เข้าร่วมแต่งฉันท์สมโภชพระมหาเศวตฉัตร ใน งานพระ ราชพิธีฉัตรมงคลรัชกาลที่ 6 เมื่อ พ.ศ. 2454 ด้วย พ.ศ. 2458 : นายชิต บุรทัต ซึ่งลาสิกขาแล้ว ได้ส่งบทประพันธ์เป็นกาพย์ปลุกใจ ลงตี พิมพ์ในหนังสือพิมพ์สมุทสาร เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทอดพระเนตร ก็พอพระราชหฤทัยเป็นอย่างมาก ให้เจ้าหน้าที่ของภาพถ่ายเจ้าของบทประพันธ์นั้นด้วย ผลงาน : งานกวีนิพนธ์ส่วนใหญ่จะเป็นประเภทคำ ฉันท์ มีทั้งที่แต่งขึ้นด้วยจินตนาการ ของความเป็นกวี ชมธรรมชาติ คติสอนใจ บทสดุดีเฉลิมพระเกียรติและวรรณคดีเรื่องยาว เกี่ยวกับชาดก เช่นสามัคคีคำ ฉันท์ ลิลิตสุภาพธนุคคหะบัณฑิต ฉันท์ราชสดุดีและอนุสาวรี ยกถา นิราศแมวคราว เพชรทนต์ ฯลฯ ทำ งานกับหนังสือพิมพ์ต่างๆ : หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย หนังสือพิมพ์ศรีกรุง หนังสือพิมพ์ไทย หนุ่ม ฯลฯ ผลงานเป็นที่พอพระราชหฤทัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับพระราชทาน : บุรทัต ถึงแก่กรรมด้วยโรค : โรคลำ ไส้พิการ ถึงแก่กรรมเมื่อ : 27 เมษายน พ.ศ. 2484 อายุ 49 ปี ผู้แต่ง : นายชิต บุรทัต นามสกุลเดิม : ชวางกูร เป็นบุตรของ : นายชูกับนางปริก วันเกิด : 6 กันยายน พ.ศ.2435 จบจากโรงเรียน : โรงเรียนวัดสุทัศน์ บรรพชาเป็นสามเณร : วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ (เริ่มทำ งานในกรมตำ รวจแล้วลาออกไปเป็นครูที่วัดจันทร์ จ.สุพรรณบุรี)
" สามัคคีเภทคำ ฉันท์ " เกิดจากวิกฤตการณ์ทั้งภายในและ ภายนอกประเทศใน สมัยรัชกาลที่ ๖ เช่น สงครามโลกครั้ง ที่ ๑, กบฏ ร.ศ. ๑๓๐ ประกอบกับคนไทยใน สมัยนั้นได้ รับการศึกษามากขึ้นทําให้เกิดแนวความคิดที่เกี่ยวกับกิจการ บ้านเมืองที่ หลากหลาย จึงส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของ บ้านเมือง ทำ ให้ในช่วงดังกล่าวมักเกิด ความนิยมในการ แต่งวรรณคดีปลุกใจให้รักชาติ ซึ่งสามัคคีเภทคำ ฉันท์ก็ เป็นหนึ่งใน วรรณคดีที่มุ่งชี้ให้เห็นความสำ คัญของความ สามัคคี การรวมเป็นหมู่คณะ เป็นน้ำ หนึ่ง ใจเดียวกัน ดัง นั้น สามัคคีเภทคำ ฉันท์จึงถือเป็นวรรณคดีที่มีเนื้อหาเป็น คติสอนใจ ที่มาของเรื่อง จุดประสงค์ มุ่งแสดงให้เห็นโทษของการแตกแยก ความสำ คัญของความสามัคคีการรวมเป็นหมู่คณะ เป็นหนึ่งนำ ใจเดียวกัน สามัคคีเภทคำ ฉันท์จึงถือว่าเป็นวรรณคดีที่มีเนื้อหาเป็นคติสอนใจ ให้รักษาบ้านเมืองให้เป็นปึกแผ่นเดียวกันและนอกจากนี้ยังเพื่อแสดงความสามารถในเชิง กวี ให้เป็นที่ปรากฏและเป็นพิทยาภร์ประดับบ้านเมือง
สามัคคีเภทคำ ฉันท์แต่งด้วยคำ ประพันธ์เภทฉันท์ 19 ชนิด และกาพ์ 1 ชนิดคำ ประพันธ์ ในสามัคคีเภทคำ ฉันท์ที่ควรรู้ มีดังนี้ ลักษณะคำ ประพันธ์ 1. สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ 19 : เป็นฉันท์ที่มีลีลาการอ่านสง่างาม เคร่งขรึม มีอำ นาจดุจเสือ ผยอง ใช้แต่งสำ หรับบทไหว้ครู บทสดุดี ยอพระเกียรติ 2. วสันตดิลกฉันท์ 14 , อินทรวิเชียรฉันท์ 11 : เป็นฉันท์ที่มีลีลาไพเราะ งดงาม เยือก เย็นดุจเม็ดฝน ใช้สำ หรับบรรยายหรือพรรณนาชื่นชมสิ่งที่สวยงาม เพื่อโน้มน้าวใจให้อ่อน โยน เมตตาสงสาร เอ็นดู ให้อารมณ์เหงาและเศร้า 3. ภุชงคประยาตฉันท์ 12 : เป็นฉันท์ที่มีลีลางามสง่าดุจงูเลื้อย นิยมใช้แต่งบทที่ดำ เนิน เรื่องอย่างรวดเร็วและคึกคัก 4. อุปชาติฉันท์ 11 , สาลินีฉันท์ 11 , อุเปนทรวิเชียรฉันท์ 11 : เป็นฉันท์ที่มีความ ไพเราะใช้ในการบรรยายบทเรียบๆ 5. อิทิสังฉันท์ 20 : เป็นฉันท์ที่มีจังหวะกระแทกกระทัน เกรียวกราด และอารมณ์รุนแรง เช่น รักมาก โกรธมาก หรือพรรณนาความสับสน 6. โตฏกฉันท์ 12 , จิตรปทาฉันท์ 8 , มาณวกฉันท์ 8 : เป็นฉันท์ที่มีลีลาสะบัดสะบิ้ง เหมือนประตักแทงโค ใช้แต่งกับบทที่แสดงความโกรธเคือง ร้อนรน หรือสนุกสนาน คึก คะนอง ตื่นเต้น และเร้าใจ 7. มาลินีฉันท์ 15 : เป็นฉันท์ที่ใช้แต่งกลบทหรือบรรยายความเคร่งครึมเป็นสง่า
คำ ประพันธ์ประเภทคำ ฉันท์ คือ คำ ประพันธ์ที่กำ หนดครุ ลหุ และสัมผัสเพื่อให้เกิดความ ไพเราะ และอารมณ์ความรู้สึกตามลีลาของฉันท์แต่ละชนิด ครุ ( ) ลหุ( ) ครุ ( ) ุุุุุุ ประสมด้วยสระเสียงยาวในแม่ก กา และสระอำ ไอ ใอ เอา เช่น ฟ้า ไกล พยางค์ที่มีตัวสะกด เช่น แก้ว ลบ ร่วง พยางค์ที่มีเสียงหนัก มีลักษณะ ดังนี้ ประสมด้วยสั้นในแม่ ก กา เช่น ย จะ พระ มิ พยางค์เดียวกันเช่น ธ บ ณ ก็ ฤ พยางค์ที่มีเสียงเบา มีลักษณะ ดังนี้ ตัวอย่างฉันทลักษณ์ของฉันท์ วสันตดิลกฉันท์ 14 ั ั ั ั ุ ุ ุ ุ สามยอดตลอดระยะระยับ วะวะวับสลับพรรณ ช่อฟ้าตระการกลจะหยัน จะเยาะยั่วทิฆัมพร
พระเจ้าอชาตศัตรูแห่งกรุงราชคฤห์แคว้นมคธ ทรงมีวัสสการพราหมณ์ที่มีความฉลาดและ รอบรู้ ทางด้านศิลปศาสตร์เป็นที่ปรึกษา และท่านมีความประสงค์ที่จะขยายอาณาจักรของ ท่านไปที่เเคว้นวัชชี ของเหล่ากษัตริย์ลิจฉวี ซึ่งท่านปกครองด้วยการเน้นสามัคคีธรรม เป็นหลัก วัสสการพราหมณ์จึงเริ่มออก อุบายในการทำ ให้เหล่ากษัตริย์ลิจฉวีแตกคอกัน โดยการเรียกพระกุมารของเหล่ากษัตริย์ลิจฉวีมา สอบถามทีละคน ทำ ให้เหล่าพระกุมาร เกิดความระแวงและสงสัย หลังจากนั้นพระกุมารทั้งหลายจึงไป บอกพระบิดา ทำ ให้เกิด ความบาดหมางและสิ้นความสามัคคีในเหล่ากษัตริย์ลิจฉวีกันหมด และท้ายที่สุด ความ แตกความสามัคคีนี้ทำ ให้พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมาตีแคว้นวัชชีได้สำ เร็จอย่างง่ายดาย เนื้อเรื่องย่อ
คุณค่าทางด้านสังคม การอ่านและพิจารณาประโยชน์หรือคุณค่าในวรรณคดีและวรรณกรรม สะท้อนวัฒนธรรมของคนในสังคม สะท้อนภาพการปกครองโดยระบอบสามัคคีธรรม เน้นโทษของการแตกความ สามัคคี ในหมู่คณะ และเน้นถึงหลักธรรม อปริหานิยธรรม 7 ประการ ซึ่งเป็น หลักธรรมที่ส่งผล ให้เกิดความเจริญของหมู่คณะ ปราศจากความเสื่อม ได้แก่ ไม่เบื่อหน่ายการประชุม เมื่อมีภารกิจก็ประชุมปรึกษา หารือกัน เพื่อช่วยกันคิดหาทางแก้ไขปัญหา เข้าประชุมพร้อมกัน เลิกประชุมพร้อมกัน ร่วมกันประกอบ กิจอันควรกระทำ - มีความสามัคคีกัน ยึดมั่นในจารีตประเพณีอันดีงาม และประพฤติดีปฏิบัติ ตามสิ่งที่บัญญัติไว้ แสดงให้เห็นถึงโทษของการแตกความสามัคคีในหมู่คณะ ถ้าไม่สามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ก็จะนำ บ้านเมืองไปสู่ความหายนะได้ (ฝ่ายตรงข้ามสามารถใช้จุดอ่อนในเรื่องนี้เพื่อโจมตีได้ง่าย) เน้นการใช้สติปัญญาไตร่ตรองในการแก้ไขปัญหามากกว่าการใช้กำ ลัง
คุณค่าทางด้าน วรรณศิลป์ กวีมีความเชี่ยวชาญในการแต่งคำ ประพันธ์เป็นอย่างมาก และสามารถใช้ ฉันทลักษณ์ได้อย่าง งดงามเหมาะสม โดยเลือกฉันท์ชนิดต่าง ๆ มาใช้สลับกัน ตามความเหมาะสมกับเนื้อเรื่องทำ ให้ เนื้อเรื่องน่าจดจำ และมีความไพเราะสละ สลวย นิทานสุภาษิตเรื่องสามัคคีเภทคำ ฉันท์มีการประพันธ์ที่ใช้ภาษาเข้าใจง่าย ทำ ให้ผู้ อ่านเห็นภาพที่ ผู้ประพันธ์ต้องการจะสื่อได้อย่างชัดเจน เป็นวรรณคดที่ได้รับการยกย่องว่ามีความไพเราะงดงามเป็นที่นิยม เนื่องจากมีการ เล่นสัมผัสใน ทั้งสัมผัสอักษรและสัมผัสสระอย่างไพเราะ
พระเจ้าอชาติศัตรูมีพระราชประสงค์ที่จะปราบแคว้นวัชชี ซึ่งมีคณะกษัตริย์ลิจฉวี ปกครอง แต่กษัตริย์ลิจฉวีทุกๆพระองค์ล้วนมั่นอยู่ในธรรมที่เรียกว่า อปริหานิยธรรม๗ พระเจ้าอชาติศัตรูจึงปรึกษากับวัสสการพราหมณ์จึงได้ดำ เนินการทำ นายสามัคคีธรรมของ คณะกษัตริย์ลิจฉวี จนในที่สุดมีผลสำ เร็จ และได้ครอบครองแคว้นวัชชีได้โดยง่าย การวิเคราะห์เนื้อเรื่อง สามัคคีเภทคำ ฉันท์มีสามัคคีเภทคำ ฉันท์มีตัวละครที่แสดงบทบาทเป็นเนื้อเรื่องขึ้น ฉะนั้นการวิเคราะห์เนื้อเรื่องจึงแตกต่างจากเรื่องอื่นๆ โครงเรื่อง พระเจ้าอชาติศัตรูมีพระประสงค์ที่จะขยายพระราชอาณาเขตจึงใช้กลวิธีทำ ทำ ลายความสามัคคีของกษัตริย์ลิจฉวีจนได้รับชัยชนะและครอบครองแคว้นวัชชี สาระสำ คัญของเรื่อง สามัคคีเภทคำ ฉันท์ชี้ให้เห็นว่าการเชื่อโดยขาดการพิจารณา ไตร่ตรองจะทำ ให้แตกความสามัคคีอันเป็นผลให้หมู่ขนาดนั้นแก่อันพินาศ บ้านเมืองของ เราในปัจจุบันต้องอาศัยความสามัคคีของหมู่คณะเป็นสำ คัญ บ้านเมืองของเราในปัจจุบัน ต้องอาศัยความสามัคคีของหมู่คณะเป็นสำ คัญ ซึ่งในปัจจุบันมีสื่อมวลชนมากมาย มีข้อ เขียนแพร่หลาย ตลอดจนข่าวสารและข่าวลือมากมาย ฉะนั้น ผู้ที่รับฟังหรือผู้อ่านก็ควรจะ ใช้วิจารณญานให้รอบคอบอย่าเชื่อถือโดยง่าย ตัวละครเรื่องสามัคคีเภทคำ ฉันท์มีตัวละครที่สำ คัญเป็นสองฝ่ายดังนี้ ๑. แคว้นมคธ พระเจ้าอชาติศัตรู วัสสการพราหมณ์ ๒. แคว้นวัชชี คณะกษัตริย์ลิจฉวี บรรดาพระโอรส คุณค่าด้านเนื้อหา
เนื้อหาของสามัคคีเภทคำ ฉันท์ เกี่ยวข้องกับเรื่องใดมากที่สุด ก. ความชาญฉลาดของวัสสการพราหมณ์ ข. การแตกความสามัคคีของกษัตริย์ลิจฉวี ค. ความรอบคอบของพระเจ้าอชาตศัตรู ง. ความโง่เขลาเบาปัญญาของเหล่าราชกุมาร ตัวอย่างข้อสอบ สามัคคีเภทคำ ฉันท์ ใครเป็นผู้แต่ง และชี้ให้เห็นเรื่องอะไร ก. นายชัต บุรทิต ชี้ให้เห็นความรักต่อเพื่อนมนุษย์ ข. นายชิต บุรทัต ชี้ให้เห็นโทษของการแตกสามัคคี ค. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ชี้ให้เห็นโทษของการไม่เชื่อใจ ง. กรมพระยาดำ รงราชานุภาพ ชี้ให้เห็นโทษของการหักหลังเพื่อน 1 2 3 ฉันท์ชนิดใดถ้าไม่นับ ครุ ลหุ จะมีลักษณะคล้ายกับกาพย์ยานี 11 ก. วสันตดิลก ฉันท์ ข. อินทรวิเชียร ฉันท์ ค. วิชชุมมาลา ฉันท์ ง. มาณวก ฉันท์
ตัวอย่างข้อสอบ “ แม้มากผิกิ่งไม้ ผิวใครจะใคร่ลอง มัดกำ กระนั้นปอง พลหักก็เต็มทน ” คำ ประพันธ์นี้กล่าวถึงสิ่งใด ก. ความเพียร ข. ความสามัคคี ค. ความอ่อนน้อมถ่อมตน ง. ความเมตตากรุณา 4 5 6 “ ดั่งอินทโคปกะผวา มุหฝ่า ณ กองไฟ” ข้อความนี้เปรียบเทียบให้เห็นอย่างชัดเจนในเรื่องใด ก. ความหลง ข. ความฮึกเหิม ค. ความตื่นตระหนก ง. ความโอหังอวดดี ข้อความต่อไปนี้เป็นคำ พูดของผู้ใด “ มิแผกมิผิดพา กยข้าพระองค์ทาย ไป่ได้สะดวกดาย และจะแพ้เพราะไพรี” ก. พระเจ้าอชาตศัตรู ข. กษัตริย์ลิจฉวี ค. วัสสการพราหมณ์ ง. พระราชกุมาร
ตัวอย่างข้อสอบ 7 8 9 พระเจ้าอชาตศัตรูสร้างเมืองปาฏลีบุตรขึ้นด้วยสาเหตุใด ก. ต้องการย้ายเมืองหลวง ข. เพื่อเป็นฐานทัพโจมตีวัชชี ค. เพื่อสอดแนมความเคลื่อนไหวของวัชชี ง. เพื่อเป็นศูนย์กลางเผยแผ่พระพุทธศาสนา เรื่องสามัคคีเภทคำ ฉันท์เกี่ยวข้องกับสิ่งใด ก. สารคดี ข. ประวัติศาสตร์ ค. พุทธศาสนา ง. ศาสนา แคว้นมคธและวัชชีวิวาทกันด้วยเรื่องใด ก. แย่งเครื่องเทศ ข. แย่งพื้นที่อุดมสมบูรณ์ริมฝั่งแม่น้ำ คงคา ค. แย่งเมืองปาฏลิคาม ง. แย่งเส้นทางค้าขาย
ตัวอย่างข้อสอบ 10 ข้อใดเป็นเหตุผลที่กล่าวว่า “ขาดญาณพิจารณ์ตรอง ตริมลักประจักษ์เจือ ” ก. เชื่ออรรถยุบลเอา รสเล่าก็ง่ายเหลือ เหตุหากธมากเมือ คติโมหเป็นมูล ข. ควรยกประโยชน์ยื่น นรอื่นก็แลเหลียว ดูบ้างและกลมเกลียว มิตรภาพผดุงครอง ค. ลาภผลสกลบรร ลุก็ปันก็แบ่งไป ตามมากและน้อยใจ สุจริตนิยมธรรม์ ง. พึงมรรยาทยึด สุประพฤติสงวนพรค์ รื้อริษยาอัน อุปเฉทไมตรี