The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

3.1 PP หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องคลื่น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jularat Sripanya, 2022-05-14 09:56:03

คลื่น

3.1 PP หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องคลื่น

หน่วยการเรยี นรู้
คลื่นและแสง
เรอื่ ง คลืน่

ส่อื การสอนประกอบในรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3

Timeline หนว่ ยการเรียนรู้
คลื่นและแสง

บทที่ 1 คลืน่
คลนื่ กล

คลน่ื แม่เหล็กไฟฟ้า

wคaลvน่ืe

คาถามก่อนเรยี น (pre test)

เขยี นเคร่อื งหมาย √ หน้าข้อความทถี่ กู ต้อง เครือ่ งหมาย X หนา้ ขอ้ ความที่ไม่ถูกตอ้ ง
 1. คล่ืนนา้ คลื่นเสียง และคล่ืนในสปรงิ เป็นคล่นื กลที่ต้องอาศัยตวั กลาง

ในการสง่ ผา่ นพลงั งาน
 2. ความร้อนจากดวงอาทติ ยส์ ง่ ผ่านมายงั โลกไดโ้ ดยไมอ่ าศัยตัวกลาง
 3. การแผ่รังสคี วามรอ้ นเปน็ การส่งผ่านพลงั งานแบบอาศัยตวั กลาง

(ที่มา: หนังสอื เรียนรายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 เล่ม 1 ตามหลกั สูตร
แกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศกึ ษาธกิ าร หนา้ 94)

การเกดิ คลน่ื (wave)

การรบกวนซา้ ๆ หรอื การเคลอ่ื นท่ี แลว้ ก่อให้เกดิ การถา่ ยเท
พลงั งานผา่ นตัวกลางหรอื ไม่ผ่านตวั กลาง (through matter

or space)

ภาพแสดง ผิวน้าท่ีถูกรบกวน เกิดเปน็ คลืน่ แผก่ ระจายออกรอบข้าง

ลกั ษณะการเกิดคลนื่ (wave)

 ปรากฏการณท์ ี่เกิดจากการรบกวนแหลง่ กาเนดิ หรอื ตวั กลาง
 เกดิ การสัน่ สะเทือน ทาใหม้ กี ารแผห่ รือถา่ ยโอนพลังงาน
 การถา่ ยเทพลงั งานผ่านตวั กลางหรอื ไม่ผา่ นตวั กลางกไ็ ด้
 คลืน่ เป็นการเคลือ่ นย้ายถ่ายเทพลังงานเท่านั้น

ไมไ่ ด้ถา่ ยเทสสาร

ชนดิ ของคลื่น (wave type)

คล่ืนเปน็ ปรากฏการณท์ ่เี กีย่ วกับการเคลอ่ื นทรี่ ปู แบบหนง่ึ คลนื่ สามารถ
จาแนกตามลกั ษณะตา่ ง ๆไดด้ ังน้ี

1. จาแนกตามลกั ษณะการอาศยั ตัวกลาง
1.1 คลน่ื กล (mechanical wave) เปน็ คล่นื ทีเ่ คล่ือนทโ่ี ดยอาศยั ตวั กลาง

ซง่ึ อาจเป็นของแข็ง ของเหลว หรือกา๊ ซกไ็ ด้ ตัวอย่างของคลืน่ กล ได้แก่ คลน่ื เสียง
คลนื่ ท่ีผวิ น้า คลื่นในเส้นเชอื ก เป็นต้น

1.2 คลนื่ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ (electromagnetic waves) เป็นคลน่ื ทเ่ี คล่ือนท่ี
โดยไมอ่ าศัยตัวกลาง สามารถเคลอ่ื นทใ่ี นสญุ ญากาศได้ ไดแ้ ก่ คลื่นแสง คลนื่ วิทยุ
และโทรทัศน์ คล่ืนไมโครเวฟ รงั สเี อกซ์ รงั สีแกมมา เปน็ ต้น

ชนิดของคลื่น (wave type)

คลนื่ เปน็ ปรากฏการณท์ ่เี ก่ยี วกับการเคล่ือนท่รี ปู แบบหน่งึ คลน่ื สามารถ
จาแนกตามลกั ษณะตา่ ง ๆได้ดังนี้

2. จาแนกตามลกั ษณะการเคลือ่ นท่ี
2.1 คล่ืนตามขวาง (transverse wave) เปน็ คลนื่ ทอี่ นภุ าคของตัวกลาง

เคล่ือนที่ในทศิ ตง้ั ฉากกับทศิ การเคลอื่ นทข่ี องคล่นื ตวั อย่างของคล่ืนตามขวาง
ไดแ้ ก่ คลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟา้

2.2 คล่นื ตามยาว (longitudinal wave) เปน็ คลื่นท่ีอนภุ าคของตวั กลาง
เคล่ือนทไ่ี ปมาในแนวเดียวกบั ทศิ การเคล่ือนทีข่ องคลื่น ตัวอย่างของคลนื่ ตามยาว
ไดแ้ ก่ คลืน่ เสยี ง

คล่นื กล

(mechanical wave)

คลนื่ กล (mechanical wave)

 ปรากฏการณ์การส่งผ่านพลงั งานกลจากบริเวณหนง่ึ ไปยัง
บริเวณหนึง่ โดยอนภุ าคตัวกลางไม่ได้เคลือ่ นท่ไี ปดว้ ย

 เริม่ จากการส่ันสะเทือนไปยังจุดตา่ ง ๆ โดยทีต่ ัวกลางนนั้
ไมม่ ีการเคลือ่ นท่ีไปกบั คล่นื

 ตัวอย่างคลื่นกล ได้แก่ คล่นื ในสปรงิ คล่นื ในเส้นเชือก
คล่ืนน้า คลน่ื เสียง คลน่ื แผ่นดนิ ไหว

ยกตวั อยา่ งการเกิดคลืน่ เสยี ง

ผ่านตวั กลาง

เสน้ เชือก (สถานะของแข็ง)

เกดิ การสัน่ สะเทอื นไปยงั จุดตา่ ง ๆ โดยทต่ี ัวกลางน้ันไมม่ กี ารเคลอื่ นทีไ่ ปกับคลน่ื

ตวั รับ แหล่งกาเนดิ

คลื่นเสียงกระทบกบั ใบหู การออกเสยี งพูด

เสยี งเปน็ คลื่นกล ทีเ่ กดิ จากการส่นั สะเทอื นของวัตถุ เมื่อวตั ถุเกดิ การส่นั สะเทือน จะทาให้เกดิ
การอัดตวั และขยายตวั ของคลื่นเสียง และถูกส่งผ่านตวั กลางทเี่ ปน็ สสารอยใู่ น

สถานะ ก๊าซ ของเหลว ของแขง็ (คล่ืนเสยี งจะไมผ่ ่านสุญญากาศ) ไปยงั หู ทาใหไ้ ด้ยินเสยี งเกิดข้นึ

ทิศทางการเคลื่อนทข่ี องตัวกลางกับทิศทางการเคลื่อนทขี่ องคลนื่ กล

สว่ นขยาย สว่ นอัด

ทศิ ทางการสะบัดมือ ทิศทางการเคลือ่ นท่ขี องคล่ืน ทิศทางการสะบัดมอื ทศิ ทางการเคลอื่ นทข่ี องคลื่น

ถ้าสะบัดสปริงในแนวตงั้ ฉากกบั แนวการวางตัวของสปริง ถา้ สะบดั สปริงกลบั ไปมาในแนวเดียวกบั แนวการวางตวั ของสปริง

อนภุ าคของสปริงจะเคลอ่ื นทใี่ นแนวตง้ั ฉาก จะทาให้บางสว่ นของสปริงอยู่ชดิ กนั บางส่วนอยหู่ ่างจากกัน
กบั ทศิ การเคลื่อนทข่ี องคลนื่ เหน็ เปน็ สว่ นหดส่วนขยายสลับกันเคลอ่ื นท่ีจากมือไปยงั ปลาย
อีกตนั หน่ึง อนุภาคของสปริงจะเคลือ่ นที่กลับไปกลบั มาใน
เรยี กคลนื่ ประเภทน้วี ่า
แนวเดียวกับทศิ ทางการเคล่ือนทข่ี องคล่นื
คลื่นตามขวาง (transverse wave)
เรยี กคลน่ื ประเภทนี้ว่า
คลื่นตามยาว (longitudinal wave)

ลักษณะทางกายภาพของคล่นื

สันคล่ืน (crest) แอมพลจิ ดู
(amplitude)

ทอ้ งคลื่น ท้องคลนื่ (trough)

(trough) ความยาวคล่นื

(wavelength)

1. สนั คล่ืน (crest) คอื ตำแหนง่ ที่อนุภำคของตัวกลำงอยู่ทจ่ี ดุ สูงสดุ หรอื ตำแหนง่ นูนสดุ จำกเสน้ แกน

2. ทอ้ งคลื่น (trough) คือ ตำแหน่งที่อนภุ ำคของตัวกลำงอยู่ท่ีจดุ ตำ่ สดุ หรอื ตำแหน่งเวำ้ สุดจำกเส้นแกน

3. แอมพลจิ ูด (amplitude) คือ ขนำดของกำรกระจดั สงู สดุ ของอนุภำคของตวั กลำงทีค่ ลน่ื ผำ่ นจำก

ตำแหนง่ สมดลุ เดมิ ใช้สัญลักษณ์ A มหี น่วยเป็น เมตร

ลักษณะทางกายภาพ ความยาวคลื่น
ของคลนื่ (wavelength)

ระยะในแนวดิง่ (m)

แนวปกติเมอื่ ไมม่ ีคลนื่
ระยะในแนวระดบั (m)

4. ความยาวคล่นื (wavelength) คอื ระยะทางทค่ี ลนื่ เคลอื่ นที่เมือ่ ตัวกลางส่ันครบ 1 รอบ
แทนสญั ลักษณ์ λ (อ่าน แลมบด์ า) มหี น่วยเปน็ เมตร โดยควำมยำวคลน่ื จะมีขนำดเทำ่ กับควำมยำว

ทว่ี ัดจำกสนั คลืน่ หนึ่งถงึ อกี สนั คลื่นทอี่ ยถู่ ดั ไป หรอื วดั จำกท้องคลนื่ หนึง่ ถงึ ทอ้ งคลื่นหน่ึงทีอ่ ย่ถู ัดไป

คาถามทบทวน ลักษณะทางกายภาพของคลน่ื

>>>คล่นื ทเ่ี กิดขน้ึ บนผวิ น้าแหง่ หน่ึงเป็นดังภาพ<<<

• สนั คล่ืนและท้องคลื่นอยตู่ าแหนง่ ใด
คาตอบ...........................................................................................
• คล่นื ทเี่ กดิ ขึน้ มีแอมพลจิ ดู และความยาวคลน่ื เป็นเท่าใด
คาตอบ............................................................................................

เฉลยคาถามทบทวน ลกั ษณะทางกายภาพของคลน่ื

>>>คล่นื ทีเ่ กิดขึ้นบนผวิ น้าแหง่ หนึง่ เป็นดังภาพ<<<

• สนั คลืน่ และทอ้ งคลืน่ อยู่ตาแหนง่ ใด
คาตอบ.... สนั คล่ืนอยู่ตาแหน่ง P T และ X ท้องคล่นื อยู่ตาแหน่ง R และ V
• คลนื่ ที่เกดิ ข้ึนมแี อมพลจิ ูดและความยาวคลื่นเป็นเทา่ ใด
คาตอบ.... แอมพลจิ ูดมีขนาด 2 เซนตเิ มตร ความยาวคลน่ื มีขนาด 6 เซนตเิ มตร

ลกั ษณะทางกายภาพของคล่นื

ระยะในแนวดง่ิ (m) แอมพลจิ ดู แอมพลิจดู ของคลื่น

แนวปกตเิ มอื่ ไมม่ คี ลื่น จะข้ึนอยูก่ บั พลังงานทใี่ ชใ้ น
ระยะในแนวระดับ (m) การรบกวนตัวกลาง เช่น
แนวปกตเิ ม่ือไม่มคี ลืน่
รบกวนตัวกลางของคลน่ื ดว้ ยพลังงานนอ้ ย คลืน่ มแี อพลิจูดต่า ถา้ ใหก้ อ้ นหินกระทบผิวนา้ ดว้ ย
อัตราเร็วหรอื พลงั งาน

แอมพลิจดู ทเี่ พ่ิมข้ึน หรือถ้าสะบัดสปริง

ระยะในแนวระดับ (m) ใหม้ ีช่องกวา้ งของการสะบัด

มากข้ึน คลนื่ กจ็ ะมแี อมพลจิ ูด

รบกวนตัวกลางของคลืน่ ด้วยพลังงานมาก คลื่นมแี อพลิจูดสงู สูงขน้ึ ดว้ ย

คาถามทบทวน ลกั ษณะทางกายภาพของคล่นื

• เพราะเหตุใดคลนื่ สึนามิทม่ี แี อมพลิจูดสงู จงึ สามารถทาความ
เสียหายให้กับชวี ิตและทรพั ย์สินริมชายฝงั่ ทะเลไดม้ าก
คาตอบ
...............................................................................................

เฉลยคาถามทบทวน ลกั ษณะทางกายภาพของคลื่น

• เพราะเหตุใดคล่ืนสึนามทิ ม่ี แี อมพลจิ ูดสงู จึงสามารถทาความ
เสยี หายให้กบั ชีวติ และทรัพยส์ นิ ริมชายฝง่ั ทะเลไดม้ าก
คาตอบ....พลังงานของคล่นื กลขึ้นอยู่กบั แอมพลิจูด ดงั น้นั คล่ืนสึนามิท่ีมแี อมพลิจดู สงู

จงึ มพี ลงั งานมาก สามารถทาความเสียหายใหก้ ับชีวติ และทรพั ย์สนิ ริม
ชายฝง่ั ทะเล ได้มากระยะในแนวระดบั (cm)

ระยะในแนวดิ่ง (m) ลักษณะทางกายภาพของคลนื่

t = 1 วินาที ความถี่คลื่น (f)
ความถ่ี 3 รอบต่อวนิ าที (Hz)

ระยะในแนวระดับ (m) คอื จานวนรอบท่ตี ัวกลาง
สัน่ ครบรอบหรือจานวนลกู
ความถน่ี ้อย ลูกคลื่นนอ้ ย คลน่ื มีความถ่ตี า่ ความยาวคลืน่ มาก คลื่นทเ่ี คล่ือนทผ่ี ่านจดุ จุด
หนึ่งในตัวกลางใน 1 วินาที
ระยะในแนวดิ่ง (m) t = 1 วินาที มหี น่วยเป็น รอบต่อวินาที
ความถี่ 6 รอบต่อวินาที (Hz) หรือเฮิรตซ์ (Hz)

ระยะในแนวระดบั (m)

ความถ่มี าก ลูกคล่ืนมาก คล่นื มีความถสี่ งู ความยาวคล่นื สั้น

คาถามทบทวน ลกั ษณะทางกายภาพของคลน่ื

• นกั เรยี นใชด้ นิ สอแตะผิวหน้าของนา้ ท่ีจดุ A แลว้ สังเกตพบวา่ เกิดคลื่นเคล่ือนที่จากจดุ
A ไป B และพบว่าเมด็ โฟมท่ีอยูบ่ นผวิ น้าเคล่อื นท่ขี ึน้ ลงในแนวดิ่ง ดงั ภาพ

โจทย์ถามว่า: ถา้ พบว่า ในเวลา 5 วินาที เมด็ โฟมเคลื่อนทข่ี ้นึ ลงครบ 8 รอบพอดี
คล่นื ดงั กล่าวมคี วามถี่เท่าใด
คาตอบ................................................................................................................

เฉลยคาถามทบทวน ลักษณะทางกายภาพของคลนื่

• นักเรยี นใชด้ นิ สอแตะผวิ หน้าของน้าทจี่ ดุ A แลว้ สงั เกตพบว่าเกดิ คลื่นเคลื่อนท่จี ากจดุ A ไป B
และพบว่าเม็ดโฟมที่อย่บู นผวิ นา้ เคลื่อนทข่ี ึ้นลงในแนวดง่ิ ดังภาพ

แนวคาตอบ ความถ่ีคอื จานวนรอบท่ตี วั กลางสน่ั ครบรอบ

ในเวลา 1 วินาที

ดงั น้นั หาความถี่ของคล่นื ไดจ้ าก

โจทย์ถามวา่ : ถ้าพบว่า ในเวลา 5 วินาที ความถข่ี องคลื่น = จานวนรอบท่ตี วั กลางส่ันครบรอบ/เวลา
= 8 รอบ/5 วินาที
เม็ดโฟมเคล่อื นทีข่ ้นึ ลงครบ 8 รอบพอดี
= 1.6 รอบต่อวนิ าที
คลืน่ ดังกลา่ วมคี วามถเ่ี ท่าใด
คล่ืนนา้ นม้ี ีความถี่เป็น 1.6 รอบต่อวินาที หรอื 1.6 เฮริ ตซ์

คาถามทบทวน ลกั ษณะทางกายภาพของคลืน่

โจทย์ถามวา่ : ถ้านกั เรยี นสะบดั สปริงอยา่ งต่อเนอ่ื งใหเ้ กิดคลน่ื ตามขวาง เมอ่ื เวลาผ่านไป
2 วนิ าที สังเกตคลื่นในสปริงท่ี เกิดขึ้นได้เปน็ ดงั ภาพ คลืน่ ดังกล่าวมีความถเ่ี ทา่ ใด

คาตอบ................................................................................................................
............................................................................................................................

เฉลยคาถามทบทวน ลักษณะทางกายภาพของคล่ืน

โจทยถ์ ามวา่ : ถา้ นกั เรียนสะบัดสปรงิ อย่างต่อเน่ือง
ให้เกิดคลนื่ ตามขวาง เมอ่ื เวลาผา่ นไป 2 วินาที
สงั เกตคลืน่ ในสปริงที่ เกดิ ข้ึนไดเ้ ป็นดังภาพ
คลื่นดงั กลา่ วมคี วามถ่เี ท่าใด

แนวคาตอบ ความถค่ี ือจานวนรอบท่ตี ัวกลางส่นั ครบรอบในเวลา
1 วินาที จากภาพ ในเวลา 2 วนิ าที มจี านวนลูกคล่ืน 6 ลูกคลน่ื

ดังนนั้ หาความถ่ขี องคลื่นไดจ้ าก
ความถ่ขี องคล่ืน = จานวนรอบท่ตี วั กลางส่ันครบรอบ/เวลา

= 6 รอบ/2 วินาที
= 3 รอบตอ่ วนิ าที
คลืน่ สปริงนมี้ คี วามถีเ่ ป็น 3 รอบต่อวินาที หรือ 3 เฮิรตซ์

คลน่ื แม่เหล็กไฟฟา้

(electromagnetic waves)

คล่นื แม่เหลก็ ไฟฟ้า (electromagnetic waves)

 เป็นคลื่นทีไ่ มอ่ าศยั ตัวกลางในการเคลอื่ นท่ี
 จะอาศยั การเหนยี่ วนาสนามแม่เหลก็ และสนามไฟฟ้า

ตอ่ เนือ่ งเปน็ ทอดๆ เพือ่ ส่งผ่านพลังงานทีห่ นงึ่ ไปยังอกี ที่หน่งึ
 เคล่ือนท่ใี นสุญญากาศด้วยอตั ราเร็วเทา่ กัน แต่จะเคลื่อนที่

ด้วยอัตราเร็วต่างกันในตวั กลางอน่ื
 คล่ืนแม่เหล็กไฟฟา้ แบ่งออกเปน็ ช่วงความถี่ต่าง ๆ เรยี กวา่

สเปกตรัมของคล่นื แม่เหล็กไฟฟ้า

แหลง่ กาเนดิ คล่นื แม่เหลก็ ไฟฟา้

แหล่งกาเนิดคล่นื แมเ่ หล็กไฟฟา้ ทส่ี าคญั ของโลกคอื
ดวงอาทติ ย์ ซึ่งจะแผค่ ลืน่ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ทม่ี คี วามถี่
ต่อเนื่องเป็นชว่ งกวา้ งมาก

คลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟ้าทมี่ ีความถ่ีมากจะมีความยาว
คลน่ื สน้ั โดยมชี ่วงความยาวคลืน่ ตงั้ แต่ 10-12 เมตร
จนถึงมากกวา่ 10 เมตร

คล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟา้ แบง่ ออกเปน็ ชว่ งความถี่ต่าง ๆ เรยี กว่า
สเปกตรมั ของคล่ืนแมเ่ หล็กไฟฟา้ (electromagnetic spectrum)

สเปกตรัมของคล่ืนแมเ่ หล็กไฟฟา้

แตล่ ะชว่ งความถมี่ ชี อื่ เรียกต่างกัน ได้แก่ คล่นื วิทยุ ไมโครเวฟ อินฟราเรด แสง
อัลตราไวโอเลต รงั สีเอกซ์ และรงั สีแกมมา ดงั ภาพ

พลงั งานของคล่นื แม่เหลก็ ไฟฟ้า

พลังงานของคลื่นแม่เหลก็ ไฟฟ้าจะข้ึนอยูก่ ับความถีข่ องคลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟา้ นัน้ ๆ โดยคล่ืนแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า
ทม่ี ีความถส่ี ูงจะมีพลังงานมาก จงึ สามารถทะลทุ ะลวงสิ่งกดี ขวางไดม้ ากกวา่ คล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟา้ ทมี่ ีความถ่ตี า่
มนษุ ยน์ าคลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟา้ แตล่ ะชว่ งความถีไ่ ปใชป้ ระโยชนไ์ ดม้ ากมาย

ภาพ ตัวอยา่ งการใช้ประโยชน์จากคล่ืนแมเ่ หล็กไฟฟา้ (ท่มี า: https://sites.google.com/site/khlunnnn/)

การใช้ประโยชนจ์ ากคลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟ้า

คลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟ้า คล่นื วิทยุ คลืน่ โทรศพั ท์ คล่นื ไมโครเวฟ คล่นื อินฟราเรด แสง รงั สอี ลั ตราไวโอเลต รงั สีเอก็ ซ์ รังสแี กมมา

 กำรใชค้ ลนื่ วทิ ยุส่งสญั ญำณวิทยุ
 กำรใชค้ ลื่นไมโครเวฟในกำรอุ่นอำหำรหรือทำให้อำหำรสุกได้อีกด้วย
 กำรใชแ้ สงเลเซอร์สำหรบั ส่งขอ้ มลู ผ่ำนเส้นใยนำแสง
 กำรใชร้ ังสีเอกซ์ในกำรศกึ ษำโครงสรำ้ งกระดกู ภำยในรำ่ งกำยมนุษย์
 แสงยงั ทำใหเ้ รำมองเหน็ ส่งิ ต่ำง ๆ รอบตวั ได้

การเกิดโทษตอ่ มนุษย์จากการใช้คลน่ื แม่เหลก็ ไฟฟา้

คลนื่ แม่เหล็กไฟฟ้าที่มีพลงั งานสูงก็อาจมีโทษต่อมนุษยด์ ้วย เช่น
รงั สอี ัลตรำไวโอเลตอำจทำให้เกิดมะเรง็ ผวิ หนัง
รังสแี กมมำอำจทำลำยเนื้อเยอื่ หรอื อำจทำให้เสยี ชวี ิตไดถ้ ำ้ ไดร้ ับรังสีแกมมำในปรมิ ำณสงู

คาถามทบทวน คลนื่ แม่เหล็กไฟฟา้

• ความถ่ี ความยาวคล่นื และพลงั งานของคล่นื แม่เหลก็ ไฟฟ้ามีความสมั พนั ธก์ นั
อย่างไร
ตอบ...................................................................................................................
• เสียงท่ีได้ยินจากเครื่องรบั วิทยเุ ปน็ คล่นื กลหรอื คลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟา้ เพราะเหตุใด
ตอบ...................................................................................................................

เฉลยคาถามทบทวน คลนื่ แมเ่ หล็กไฟฟ้า

• ความถี่ ความยาวคล่นื และพลังงานของคล่นื แมเ่ หล็กไฟฟ้ามคี วามสัมพนั ธ์กัน
อยา่ งไร ความถ่ีของคลื่นแม่เหล็กไฟฟา้ จะแปรผกผนั กับความยาวคล่นื โดยคลื่น
แนวคาตอบ แมเ่ หล็กไฟฟา้ ทีม่ คี วามถ่สี งู จะมีความยาวคลน่ื สนั้ ส่วนพลังงานของคลน่ื

แม่เหล็กไฟฟา้ จะแปรผันตรงกบั ความถ่ี โดยคลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้าที่มีความถส่ี งู หรอื
ความยาวคลืน่ สั้นจะมีพลงั งานสูง

• เสียงทีไ่ ด้ยินจากเครอื่ งรบั วทิ ยุเปน็ คลน่ื กลหรอื คล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟ้า เพราะเหตุใด
แนวคาตอบ เสียงทไ่ี ดย้ ินจากเครือ่ งรับวทิ ยเุ ปน็ คล่นื กลเพราะเสยี งต้องอาศัยตวั กลาง

ซง่ึ เป็นอากาศ ในการสง่ ผ่านพลังงาน

ผงั มโนทัศนใ์ นบทเรยี นเรื่องคล่นื

สรุปคาศพั ท์ทา้ ยบท

- คลื่นกล (mechanical wave) - สันคล่ืน (crest)

- คลนื่ แมเ่ หล็กไฟฟา้ (electromagnetic waves) - ท้องคลนื่ (trough)

- คลน่ื ตามขวาง (transverse wave) - แอมพลิจดู (amplitude)

- คลื่นตามยาว (longitudinal wave) - ความยาวคลนื่

- สเปกตรัมของคลนื่ แมเ่ หล็กไฟฟา้ (wavelength)
(electromagnetic spectrum) - ความถี่ (frequency)

ขอ้ มลู อ้างอิงจาก

- คู่มือการใชห้ ลักสตู รกลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น
จดั ทาโดยสถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธิการ
- เขยี นแผนการจดั การเรยี นรู้ โดยศกึ ษาตัวชวี้ ดั และสาระการเรียนร้แู กนกลางกล่มุ สาระ
การเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษา
ข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
-หนงั สือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 เลม่ 1
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
สสวท. กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

wคaลvน่ืe


Click to View FlipBook Version