NG
NASOGASTRIC TUBE
เสนอ
อาจารย์สิริอร ข้อยุ่น
Nasogastric
Nasogastric คือ การให้อาหารทาง เริ่มจากการใส่สายยางทางจมูกหรือปาก เป็นการใส่สายที่
สายยางทางจมูก เป็นการให้อาหาร สามารถโค้งงอได้ เข้าทางรูจมูกผ่านคอลงไปถึงกระเพาะ
ผ่านทางสายยางจากจมูกถึงกระเพาะ อาหารหรือเรียกว่าสายให้อาหารหรือสายยางให้อาหาร
อาหาร เรียกว่าสายให้อาหารหรือสาย (FEEDING TUBE) และการล้างกระเพาะอาหารในแบบต่าง ๆ
ยางให้อาหาร ให้เมื่อมีปัญหาการให้
อาหารทางปาก มีปัญหาเกี่ยวกับการ
กลืน ได้แก่การที่ปาก คอ หลอดอาหาร
ได้รับบาดเจ็บ หรือผ่าตัดโรคทางระบบ วัตถุประสงค์ของการใส่ NG TUBE
ประสาท ใส่ท่อช่วยหายใจ เด็กเล็กที่
ดูดนมได้ไม่ดี เด็กเกิดก่อนกำหนด ผู้ 1.เพื่อให้อาหารหรือให้ยาทางสายยางในผู้ป่วยที่มีปัญหาใน
ป่วยที่ไม่รู้สึกตัวติดต่อกันเป็น เวลา การรับประทานทางปาก
นาน เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง 2.ล้างกระเพาะกรณีผ่าตัดกระเพาะอาหารหรือล้างสารพิษ
ช็อก ตับวาย ไตวาย ผู้ป่วยที่ได้รับ 3.หยุดเลือดกรณีมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร
อาหารทางปากได้ไม่เพียงพอ เช่น เบื่อ 4.ต้องการนําน้ำย่อยไปตรวจวินิจฉัย
อาหาร เป็นโรคเรื้อรัง อ่อนเพลียมาก 5.ระบายลมหรือของเหลวในกระเพาะอาหาร (GASTRIC
ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก มะเร็ง ผู้ป่วยที่ได้ DECOMPRESSION)
รับเคมีบำบัดหรือรังสี รักษา การให้ 6.ใส่สารทึบแสงเพื่อตรวจเอกซเรย์ทางเดินอาหารส่วนต้น
อาหารทางสายที่ผ่านจมูกสู่กระเพาะ 7.บรรเทาหรือป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียน
อาหาร (Nasogastric tube) เป็นวิธีที่
ง่าย ใช้สะดวก วิธีนี้ คาดว่าผู้ป่วยจะ
สามารถกลับมารับประทานอาหารทาง
ปากตามปกติได้
อุปกรณ์ในการใส่
NG tube
1.ถาดสี่เหลี่ยมสำหรับใส่ของใช้ 1 ใบ
2.สายกระเพาะอาหาร Levin Tube
ขนาดที่ต้องใช้ 1 เส้น
3.Asepto syring ขนาด 50cc
4.สารหล่อลื่น เช่น K.Y Jelly 5.ชามรูปไต 1 ใบ
หรือ Glycerine
6.กระดาษเช็ดปาก
7.ผ้าก๊อส 1-2 ผืน 8.พลาสเตอร์ติด tube 9.Stethoscope
หรือ Hyperfix
10.ไม้พันสำลีชุบน้ำ 11.ถุงมือสะอาด 12.แก้วใส่น้ำ
วิธีปฏิบัติ
10. ปฏิบัติในผู้ใหญ่
วัดตำแหน่งที่จะใส่ NG tube ลงสู่
กระเพาะอาหารในผู้ใหญ่ จากติ่งหูไปที่
ปลายจมูก จากปลายจมูกวัดตรงไปยัง
Xyphoid process
11. ปฏิบัติในเด็ก
วัดตำแหน่งที่จะใส่ NG tube ลงสู่
กระเพาะอาหารในเด็ก อายุ 2 เดือนขึ้น
ไป จากติ่งหูไปที่ปลายจมูก จากปลาย
จมูกไปที่กึ่งกลางระหว่าง xyphoid กับ
สะดือเด็ก
12. ปฏิบัติในทารก
วัดตำแหน่งที่จะใส่ NG tube ลงสู่
กระเพาะอาหารในเด็กเล็กทารก จาก
ระหว่างคิ้วไปยังกึ่งกลางระหว่าง
xyphoid กับสะดือเด็ก
อายุ ขนาดของสาย
ทารกแรกเกิดที่มีน้ำ 5-6 Fr
หนักน้อยกว่าปกติ
ทารก 6-8 Fr
เด็ก 8-12 Fr
ผู้ใหญ่ 12-16 Fr
การล้างกระเพาะอาหาร วัตถุประสงค์ของการล้างกระเพาะอาหาร
(gastric lavage)
1.เพื่อชำระล้างสิ่งแปลกปลอมออกจากกระเพาะ
เป็นการล้างกระเพาะอาหารด้วยสารละลาย อาหาร
ที่เหมาะสม โดยทั่วไปนิยมใช้ 0.9% NSS ใส่ลงไป 2.เพื่อล้างกระเพาะอาหารสำหรับการตรวจ
ในกระเพาะอาหารโดยผ่านสาย Nasogastric วินิจฉัยและการเตรียมผ่าตัด
tube (NG tube) เพื่อล้างเลือด สารพิษ อาหารที่ 3.เพื่อขจัดสารพิษภายหลังการดื่มสารพิษ
4.เพื่อวินิจฉัยเลือดออกในกระเพาะอาหารและ
ไม่ย่อยหรือสิ่งที่ไม่ต้องการออกจากกระเพาะ การห้ามเลือด
อาหาร
อุปกรณ์ที่ใช้ในการล้างกระเพาะอาหาร
1. ชุดสวนล้างกระเพาะอาหารปลอดเชื้อ(Set irrigate) ประกอบด้วย
-Syringe irrigate50 ml
-ชามรูปไต
-ผ้าสี่เหลี่ยม
2.สายที่ใส่ทางจมูกหรือทางปาก( Nasogastric tube :NG tube )ทำด้วยสารโพลี
เอทิลีน (Polyethylene)
หรือซิลิโคน (Silicone) ขนาด 12-18 French
3. น้ำยาที่ใช้ในการสวนล้างได้แก่ Normal Saline Solution for irrigate (NSS)
4. ถังน้ำสำหรับใส่สิ่งตกค้างที่ออกมาจากกระเพาะ
5. หูฟัง (Stethoscope)
6. ถุงมือสะอาด
7. แผ่นเทปกาว (พลาสเตอร์ตัดเป็นรูปตัว Y) สำหรับยดึงสายยางกับจมูก
8. K-Y jelly
9. ผ้ายางกันเปื้อน
ขั้นตอนการปฏิบัติ
1.ล้างมือให้สะอาด
2.การเตรียมอุปกรณ์ในการใส่สาย
3.แจ้งและอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ในการใส่สายยาง
4.ปูผ้ายางและผ้าขวางเตียงให้อยู่ใต้บริเวณปลายสายยาง
5.จัดให้ผู้ป่วยนอนในท่านอนยกศีรษะสูง30-90 องศา (High Fowler' s position)
6.ใส่สายยางลงสู่กระเพาะอาหารตามคู่มือการใส่สายยางลงสู่กระเพาะอาหารและทดสอบดูว่าปลายสาย
ให้อาหาร อยู่ในกระเพาะ
7.ต่อSyringe irrigate กับ gastric tube และดูดเอาสิ่งตกค้างและสารคัดหลั่งในกระเพาะอาหารออกให้
หมดใสใน ชามรูปไต หรือ ภาชนะที่เตรียมมาเพื่อส่งตรวจ
8.บันทีกลักษณะสีและปริมาณของสารคัดหลั่งและสิ่งตกค้าง
9.เทน้ำยา NSS ใส่ชามรูปไตใช้Syringe สวนล้างดูดน้ำยา NSS ครั้งละประมาณ 30 – 50 มิลลิลิตร หรือ
ตามคำสั่ง การรักษายกให้สูงกว่ากระเพาะอาหารให้น้ำยาไหลช้าๆ ตามแรงดึงดูดของโลก (ไม่ใช่วิธีดันน้ำยา
เข้าไปในสายให้ อาหาร) จำนวนของสารละลายที่ใช้ล้างในกระเพาะอาหารของผู้ป่วยแต่ละคนแตกต่างกัน
ระหว่าง 250 – 500 มิลลิลิตร และในแต่ละครั้งก็ใส่สารละลายลงไปได้ถึงครั้งละ500 มิลลิลิตร
10.ใช้ Syringe ดูด content ออกมาเบาๆในช่วงแรกจนกระทั่งของเหลวระบายออกมาสะดวก โดยทั่วไป
ผู้ใหญ่จะใส่สารละลาย 1,000-5,000 cc ในเด็กจะใส่สารละลาย 1,000-2,000 cc
11.หลังจากล้างกระเพาะอาหารสะอาดแล้วอาจดึงสายออกได้เลย โดยการบีบสายยางให้แน่นและดึงออ
กช้าๆ หรือ ใส่สายยางคาไว้ตามแผนการรักษาแพทย์
12.ทำความสะอาดปากและฟันและเปลี่ยนเสื้อผ้าสกปรก เก็บอุปกรณ์ไปล้างทำความสะอาดและเก็บเข้าที่
13.ถอดถุงมือและล้างมือให้สะอาด
14.สังเกตอาการและประเมินสัญญาณชีพผู้ป่วยขณะทำและหลังทำรวมทั้งความรู้สึกของผู้ป่วย บันทึก
รายงานใน แบบบันทึกทางการพยาบาล (Nurse's note) เกี่ยวกับลักษณะ สี จำนวนน้ำยาที่ใส่และจำนวน
สิ่งตกค้างที่ดูด ออกมา
15.แจ้งผู้ป่วยหลังการทำหัตถการเสร็จสิ้น
ข้อควรระวัง(Special consideration)
1. ห้ามล้างกระเพาะอาหารในผู้ป่วยที่กินสารพิษประเภทกัดกร่อนอย่างแรง (strong corrosive) เพราะการ
ใส่สาย เข้าไปในหลอดอาหารอาจทำให้เกิดบาดแผลหรือทะลุได้หรือเกิดการขย้อนสารพิษขึ้นมาทำลาย
หลอดอาหารซึ่งมี การทำลายอยู่ก่อนแล้วให้เพิ่มมากขึ้น ควรปล่อยให้สารพิษเหล่านั้นอยู่ในกระเพาะอาหาร
และหาวิธีการรักษาให้ เหมาะสมต่อไป
2. สารพิษพวกไอระเหยเช่น น้ำมันรถยนต์ไอระเหยจะระคายเคืองต่อปอดอย่างรุนแรงเมื่อสูดดมเข้าไป จึง
ควร ปล่อยให้อยู่ในกระเพาะอาหารและหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
3. ในกรณีที่กินยานอนหลับ (barbiturate) เกินขนาด การล้างกระเพาะอาหารอาจไม่ได้ผลและยัง
ทำให้การดูดซึม ของยาเร็วขึ้น เนื่องจากน้ำที่ใส่เข้าไปล้างทำให้ยาเจือจางขึ้น
4. ในกรณีที่กินยานอนหลับ (barbiturate) ไม่ควรทําการล้างกระเพาะอาหาร เพราะการใส่สายเข้าไป
จะกระตุ้นให้ ทางเดินอาหารเกร็งตัวตีบแคบลง
5. การล้างกระเพาะอาหารอาจมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้เช่น เกิดบาดแผล มีเลือดออกในกระเพาะ
อาหาร สาลัก สิ่งที่ออกมาจากกระเพาะอาหาร
6. การล้างกระเพาะอาหารในผู้ป่วยที่รับประทานยาเกินขนาดหรือรับประทานสารพิษนั้น ไม่จำเป็น
ต้องทำในผู้ป่วย ทุกราย และห้ามทำในผู้ป่วยที่รับประทานกรด ด่าง หรือสารในกลุ่ม hydrocarbon ซึ่ง
มีโอกาสที่ทำให้เกิดอาการ สำลักได้ง่ายและควรระวังในกลุ่มของผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดการ
สำลักโดยการใส่ท่อเพื่อทำการล้าง กระเพาะอาหารนั้น ควรจะใส่ทางปากมากกว่า ทางจมูกเนื่องจาก
สามารถใส่ท่อได้ในขนาดที่ใหญ่กว่าทางจมูก เพื่อให้สามารถล้างเม็ดยาที่มีขนาดใหญ่ออกมาได้โดย
ขนาดท่อที่ใช้ในการทำ orogastric lavage ในผู้ใหญ่ควรเป็น ขนาด 36-40 French และในเด็กจะใช้
ขนาด 22-28 French ในการทําการล้างกระเพาะอาหารสามารถทําได้ ภายใน 60 นาทีหลังจากผู้ป่วย
รับประทานยาเกินขนาด โดยช่วงเวลาที่มีประสิทธิภาพในการทําการล้างกระเพาะ อาหารผู้ป่วยจะอยู่
ประมาณ 5-30 นาทีหลังจากผู้ป่วยรับประทานยาเกินขนาด
7.หมั่นตรวจสอบสัญญาณชีพและอาการทั่วไปของผู้ป่วยอยู่ตลอดเวลา
การพยาบาล ขณะ Gastric lavage
1. ตรวจสอบตำแหน่งสายยางก่อนล้างกระเพาะอาหารทุกครั้ง
2. ใส่สายละลายครั้งละไม่เกิน 500 CC. และจำนวนทั้งหมดไม่เกิน 10 ลิตร
3.ถ้าอาเจียน ต้องดูดสิ่งที่อาเจียนออกจากปากและลำคอให้หมด
4.ต้องใส่ถุงมือในกรณีผู้ป่วยดื่มยาฆ่าแมลงหรือยาฆ่าหญ้า เพื่อป้องกัน การดูดซึม
สารพิษเข้าทางผิวหนัง
5.ในผู้ป่วยที่ดื่มยาพิษหรือรับประทานยาเกินขนาด ต้องนำ Content ส่งตรวจก่อน
ล้างกระเพาะอาหาร
6.บันทึก V/S, Vo
การสวนล้างกระเพาะอาหาร (gastric irrigation)
คือ การสวนล้างสายยาง หมายถึง การใส่สารละลายปริมาณ น้อย คือ
ประมาณ 50-100 cc. เข้าไปในสายยาง แล้วดูดสารละลายออก มาหรือปล่อย
ให้ไหลออกมาเองเพื่อให้สิ่งอุดตันหรือตกค้างอยู่ในสาย ยางหลุดออกมาได้
วัตถุประสงค์
1. เพื่อป้องกันหรือลดการอุดตันของสายยาง ซึ่งเกิดจากจากสิ่งคัดหลั่ง
ที่ค้างอยู่ตามสายหรือลิ่มเลือดที่ค้างอยู่ทำให้ content ไม่สามารถ ระบายออก
มาได้
2. เพื่อลดอาการท้องอืดจากแก๊สและสิ่งคัดหลั่งที่ค้างอยู่ในกระเพาะ อาหาร
วิธีปฏิบัติ (gastric irrigation)
1.เท NSS (Normal saline solution ) 50-100 cc. ลงในชามรูปไต ใบใหญ่
2.ใช้ syringe ดูด NSS ครั้งละ 30-50 CC. ตามแผนการรักษา
3.ต่อ syringe เข้ากับสายยางและดันสารละลายเข้าไปช้า ๆ ทำการสวนล้าง
สายยางซ้ำอีกครั้งจนกระทั่งได้ content ออกมาตาม แผนการรักษา
การพยาบาล
1 ตรวจสอบตำแหน่งสายยางก่อนสวนล้างสายยางเสมอ
2 ถ้าใส่สารละลายเข้าไปแล้วดูดออกมาไม่ได้ อาจเป็นเพราะสายยาง เลื่อน ต้องใส่
สายยางให้ลึกจากเดิมลงไปอีก 1-2 นิ้ว
3 บันทึก I/O (intake / output)
Gastric Suction
คือ การใส่สายให้อาหารเพื่อระบายและต่อกับเครื่องควบคุม
ความดันสูญญากาศ เพื่อระบายสารคัดหลั่ง ลม ออกจาก กระเพาะ
อาหาร
วัตถุประสงค์
1. รักษาภาวะลำไส้อุดตัน
2. เตรียมกระเพาะอาหารให้ว่างก่อนผ่าตัด
3. ป้องกันภาวะท้องอืดก่อนและหลังผ่าตัด
4. ป้องกันการสำลักอาหารสู่ทางเดินหายใจ
5. ป้องกันกระเพาะอาหารกดเบียดทางเดินหายใจ
อุปกรณ์
1. สายยางขนาดตามอายุของเด็ก 8, 10, 12 Fr (ขนาดเล็กมากอุดตันง่าย) มี 2 ชนิด
1.1 Salem sump tube / Esophageal tube (continuous suction) ลักษณะปลายเปิด 2 หาง เพื่อช่วยปรับแรงดัน
อากาศระหว่างกระเพาะอาหารกับบรรยากาศภายนอก
1.2 Gastric tube / Suction tube (intermittent suction) ลักษณะปลายเปิดหางเดียวหรือ สายให้อาหาร (NG-
tube feed)
1.3 สายยางควรเปลี่ยนทุก 72 ชั่วโมง (ระบุวันที่ เดือน ปี ที่เปลี่ยนทุกครั้ง)
2. กระบอกฉีดยาขนาด 5-10 มิลลิลิตร
3. สารหล่อลื่น เช่น น้ำกลั่นหรือ K-Y jelly ที่ละลายน้ำได้หรือสเปร์ยยาซา (10% lidocaine)
4. ผ้าห่อตัวหรือผ้าผูกยึดตรึงมือและแขนทั้ง 2 ข้าง
5. พลาสเตอร์
6. หูฟัง
7. ชามรูปไตเพื่อรองรับของเหลวจากกระเพาะอาหาร
8. ถุงมือสะอาด 1 คู่
9. ผ้ารองกันเปื้อน กระดาษเช็ดหน้า ผ้าก๊อส 1-2 ผืน
10. เครื่องดูดน้ำย่อยจากกระเพาะอาหาร นิยมใช้ 2 ระบบ
10.1 ระบบขวด (intercostals chest drain: ICD) ชนิด 2 ขวดและมอเตอร์ไฟฟ้า
10.2 ระบบท่อ (pine line) มีหน้าปัด-ตัวเลขบอกค่าแรงดูด 0-760 มิลลิเมตรปรอท โดยแยก
แถบสีและแรงดูดเป็น 4 ช่วง คือ
แรงดูดต่ำ (Low) 0 - 80 มิลลิเมตรปรอท (สีเขียว)
แรงดูดปานกลาง (Medium) 81-120 มิลลิเมตรปรอท (สีเหลือง)
แรงดูดสูง (High) 121- 200 มิลลิเมตรปรอท (สีส้ม)
แรงดูดสูงสุด (Full)200 มิลลิเมตรปรอท (สีแดง)
วิธีปฏิบัติ
1.บอกวัตถุประสงค์และขั้นตอนการใส่สายให้ ผู้ป่วยและผู้ดูแล
ทราบ พร้อมอธิบายวิธีการดูแล เมื่อคาสายยางเข้ากระเพาะ เช่น
ระวังการหด รั้ง กด เสียดสีบริเวณผิวหนังรอบสายยาง ดูแล ช่อง
ปากให้สะอาดและชุ่มชื้นเสมอ 2-
2.ปฏิบัติเช่นเดียวกับการใส่สายอาหารลง กระเพาะอาหาร (NG
tube insertion)
3. ต่อปลายสาย NG tube suction กับ อุปกรณ์ (ขึ้นกับระบบ
แหล่งฝึกเลือกใช้)
3.1 ระบบขวด ICD ต่อปลายสายโดยตรง
3.2 ระบบท่อ (pipe line)
4. .เปิดเครื่องสวิทซ์ (On)
4.1 ระบบท่อ (pipe line) ให้ปรับการดูด ระบบ intermittent /
continuous suction ตามแผนการรักษา เริ่มต้นที่แรงดูดต่ำ 60-
80 มิลลิเมตรปรอท
5. ตรวจสอบวงจรการทำงานของระบบเป็น ระยะหรือทุก 2
ชั่วโมง 6. .ตรวจสอบการเคลื่อนตัวของของเหลวใน สายยางหรือ
รีดสายยาง (milking) เป็นระยะ (อาจใช้น้ำเกลือนอร์มอล 0.9%
สวนล้างสาย ทุก 2-4 ชั่วโมง)
7. เททิ้งของเหลวเมื่อมีจำนวนของเหลวในขวด รองรับประมาณ %
ของขวดหรือทุก 8 ชั่วโมง
8. เก็บอุปกรณ์ ล้างมือ
9. บันทึกวัน เวลา จำนวนของเหลวที่ได้จาก กระเพาะอาหารด้วย
กระบอกตวงและเซ็นชื่อ กํากับในบันทึกการพยาบาล
เอกสารอ้างอิง
งานพยาบาล. (ม.ป.ป.). การใส่สายยางทางจมูก (Inserting a nasogastric tube).แหล่งข้อมูล:
https://www.nurse.kku.ac.th/index.php/download/category .สืบค้นเมื่อ 8 กรกฎาคม 2565
กาญจนา ศิริเจริญวงศ์. (ม.ป.ป.). การใส่สายอาหารลงกระเพาะอาหาร (Nasogastric tube
insertion). แหล่ง
ข้อมูล:https://elnurse.ssru.ac.th/kanjana_si/pluginfile.php/27/block_html/content/NG%20tube
%20insertion.pdf .สืบค้นเมื่อ 8 กรกฎาคม 2565
กาญจนา ศิริเจริญวงศ์. (ม.ป.ป.). การใส่สายดูดของเหลวในกระเพาะอาหาร (Nasogastric Tube
suction). แหล่ง
ข้อมูล:https://elnurse.ssru.ac.th/kanjana_si/pluginfile.php/27/block_html/content/Gastric%20
suction.pdf .สืบค้นเมื่อ 8 กรกฎาคม 2565
สมาชิก
นางสาวสุชาดา พิมพาแสง เลขที่ 62 รหัสนึกศึกษา 64118301129
นางสาวสุดารัตน์ ศรีลาพัฒน์ เลขที่ 63 รหัสนึกศึกษา 64118301130
นางสาวสุรีฉาย สระแก้ว เลขที่ 65 รหัสนึกศึกษา 64118301135
นางสาวอรัญญา แสบงบาล เลขที่ 72 รหัสนึกศึกษา 64118301144