การหาค่าการหาค่าความเที่ยงตรง (IOC) และค่าความแปรปรวน (t - test) ด้วยโปรแกรม Excel ผู้สอน :: ผศ.ดร.กนกรัตน์ จิรสัจจานุกูล
การหาค่าความเที่ยงตรง การหาค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) เป็นการหาค่าความเที่ยงตรง โดยมีผู้เชี่ยวชาญพิจารณาว่าข้อสอบ หรือ ข้อค าถามแต่ละข้อ วัดได้ตรงตามสิ่งที่ต้องการวัดเนื้อหาหรือวัตถุประสงค์การเรียนรู้มากน้อย เพียงใด แล้วน าข้อมูลที่ได้หาค่าความสอดคล้องระหว่างข้อค าถามแต่ละข้อกับจุดประสงค์ หรือเนื้อหา (Index of Item-Objective Congruence หรือ IOC)
การหาค่าความเที่ยงตรง โดยใช้เกณฑ์การประเมิน ดังนี้ ให้คะแนน +1 หมายถึง แน่ใจ/เห็นด้วย ให้คะแนน 0 หมายถึง ไม่แน่ใจ ให้คะแนน -1 หมายถึง แน่ใจ /ไม่เห็นด้วย เกณฑ์การตัดสินค่า IOC ถ้ามีค่า 0.50 ขึ้นไป
การค านวณและแปลผล
การเปรียบเทียบ หรือ การทดสอบค่าที (t-Test) t-Test แบบ Dependent (t-Test: Paired Two Sample for Means) แบบ Independent (t-Test: Two Sample Assuming Equal Variances)
ค่าระดับนัยส าคัญ ➢ ตามกฎทั่วไป ระดับนัยส าคัญ (หรืออัล่ า) ตั้งไว้ที่ 0.05 หมายถึง ความเป็นไปได้ของการสังเกตเห็นความแตกต่างในข้อมูล โดยบังเอิญจะมีเพียง 5% ➢ หากคุณต้องการความมั่นใจที่สูงขึ้นในข้อมูล ให้ตั้งค่า p-value ต่ าลงมาเหลือ 0.01 ➢ ค่า p-values ที่ต่ าลงถูกใช้เมื่อมีการตรวจพบข้อบกพร่องจึงต้อง เพิ่มความมั่นใจให้สูง ➢ ส ำหรับกำรทดลองพิสูจน์สมมติฐำนโดยทั่วไปนั้น ระดับนัยส ำคัญที่ 0.05 เป็นสิ่งที่ยอมรับได้
การอ่านค่า เปรียบเทียบค่า t-Stat กับ ค่า t-Critical ถ้าค่า t-Stat มำกกว่ำหรือเท่ำกับค่ำ t-Critical แสดงว่า คะแนนหลังเรียนสูงกว่า คะแนนก่อนเรียน แต่ถ้า ค่า t-Stat น้อยกว่ำ ค่า t-Critical แสดงว่า คะแนนหลังเรียนต่ ากว่าคะแนนก่อนเรียน
ความหมาย
การน าผลในexcelมาแสดงในตารางรายงานผล
การแปลผล คะแนนสอบ n S.D. df t p ก่อนเรียน 6 6.33 3.07 5 5.80* .000 หลังเรียน 6 15.50 11.50 ҧ *p<.05 จากตารางแสดงให้เห็นว่า นักเรียนมีผลการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05