๑
๒ คำนำ เอกสารวิธีปฏิบัติที่ดี ( Best Practice ) เล่มนี้เป็นรายงานผลการดำเนินโครงการโรงเรียนสุจริต โดย นางพุทรา นันทะเกตุ ตำแหน่ง ครูโรงเรียนบ้านบุฮม ได้นำเสนอผลงาน การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียน สุจริต โรงเรียนบ้านบุฮม ผ่านกิจกรรมงานประดิษฐ์ใบตองประเภทบายศรีปากชาม เพื่อฝึกทักษะและพัฒนา นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ตามกรอบการนำเสนอผลงาน การถอดบทเรียน ( Best Practice ) เพื่อประกอบการพิจารณาคัดเลือกกิจกรรมถอดบทเรียน ( Best Practice ) ประเภทครู หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าเอกสารฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาและอำนวยความสะดวกแก่ คณะกรรมการในการคัดเลือกกิจกรรมถอดบทเรียน Best Practice ประเภทครูประจำปี 2566 พุทรา นันทะเกตุ ก
๓ สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข แบบการนำเสนอ Best Practice 1 ความสำคัญของผลงาน/นวัตกรรมการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) 1 วัตถุประสงค์และเป้าหมายของผลงาน/นวัตกรรมการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) 5 กระบวนการผลิตผลงานหรือขั้นตอนการดำเนินงาน 5 ผลการดำเนินงาน/ผลสัมฤทธิ์/ประโยชน์ที่ได้รับ 9 สอดคล้องคุณลักษณะ ๕ ประการของโครงการโรงเรียนสุจริต 10 กิจกรรมที่สอดคล้องกับปฏิญญาโรงเรียนสุจริต 11 ปัจจัยความสำเร็จ 11 บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learn) 12 การเผยแพร่/การใด้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ 13 ข้อเสนอแนะ 15 ข
๑ แบบรายงานผลงาน/นวัตกรรมการปฏิบัติที่เป็นเลิศ ( Best Practice ) ชื่อผลงาน “การใช้กิจกรรมงานประดิษฐ์ใบตองประเภทบายศรีปากชาม เพื่อฝึกทักษะและพัฒนานักเรียนที่ มีความบกพร่องทางการเรียนรู้” ชื่อเจ้าของผลงาน นางพุทรา นันทะเกตุ ตำแหน่ง ครูโรงเรียนบ้านบุฮม โรงเรียน บ้านบุฮม สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต ๑ โทรศัพท์ 092-6646228 โทรสาร - โทรศัพท์มือถือ 092-6646228 e-mail : [email protected] ประเภทผลงาน ผู้บริหารสถานศึกษา ครู สอดคล้องของคุณลักษณ์โรงเรียนสุจริต (เลือกได้มากกว่า ๑ ประการ) ทักษะกระบวนการคิด มีวินัย ซื่อสัตย์สุจริต อยู่อย่างพอเพียง จิตสาธารณะ รายละเอียดการนำเสนอผลงาน / นวัตกรรมการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) 1. ความสำคัญของผลงาน/ นวัตกรรมการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ๑.๑ เหตุผลที่เกิดแรงบันดาลใจ ความจำเป็น ปัญหาหรือความต้องการที่จะทำผลงาน/นวัตกรรม โรงเรียนบ้านบุฮม จังหวัดเลย เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งเป็นสถาบันทางสังคม ที่รับผิดชอบอบรม สั่งสอนนักเรียนระดับปฐมวัยและประถมศึกษา จึงคิดหาวิธีการที่จะป้องกันพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ที่จะเกิด ขึ้นกับนักเรียนในโรงเรียนพร้อมการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมควบคู่ไปด้วย และได้จัดทำกิจกรรมวิถีพุทธ ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และวิถีชีวิตตามหลักศาสนาขึ้น ได้นำศาสนาที่นักเรียนนับถือมาใช้เป็น แนวทางให้นักเรียนได้เรียนรู้และนำไปดำเนินชีวิต เพื่อกล่อมเกลาจิตใจ ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม เป็นคนดี เติบโตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข และตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานการศึกษาขึ้นพื้นฐาน 2551 มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดีมีปัญญา มีความสุข มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็น คุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย มีจิตสาธารณะที่มุ่งทำ ประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข ในการสร้างค่านิยมคนไทยใหม่ เพื่อสร้างสรรค์ประเทศไทยให้เข้มแข็ง โดยต้องสร้างคนในชาติให้มีค่านิยมไทย 12 ประการ อย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง เน้นการปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน จนเกิดเป็นพฤติกรรมที่ยั่งยืน สอดคล้องกับสภาพบริบทของ
๒ โรงเรียน จากข้อมูลข้างต้นนั้นสอดคล้องกับมุมมองความคิดของข้าพเจ้าที่ว่า ผู้เรียนต้องเป็นคนดีก่อนเป็นคน เก่ง เพราะเมื่อเป็นคนดีก็จะสามารถพัฒนาให้เป็นคนเก่งที่มีคุณภาพได้แต่ด้วยสภาพปัจจุบันของโลกที่มีการ พัฒนาด้านวัตถุอย่างรวดเร็ว แต่การพัฒนาด้านจิตใจกลับตามไม่ค่อยทัน ข้าพเจ้าจึงอยากจะพัฒนาพื้นฐาน จิตใจของผู้เรียนให้ดีขึ้นก่อน และด้วยที่ข้าพเจ้าเป็นคนที่นับถือพระพุทธศาสนาจึงได้ซึมซับวัฒนธรรมที่ดีงาม ของคนในท้องถิ่นเกี่ยวกับพระพุทธศาสนามาอย่างช้านาน สภาพปัญหาการเรียนในปัจจุบันนี้ ปัญหาที่พบเพิ่มมากขึ้น คือ ผู้เรียนมีผลการเรียนตกต่ำ เรียนช้า หรือ มีปัญหาพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อการเรียน สาเหตุที่ทำให้เด็กมีปัญหาการเรียนซึ่งอาจเกิดจากหลาย ความผิดปกติ เช่น ความบกพร่องในการเรียนรู้ โรคซน สมาธิสั้น สติปัญญาบกพร่อง ปัญหาทางสุขภาพจิต ขาดโอกาสในการศึกษา ปัญหาครอบครัวและการเลี้ยงดู รวมถึงรูปแบบกิจกรรมการเรียนการสอนไม่เหมาะสม กับตัวผู้เรียน กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รายงาน สถานการณ์เด็กไทยในช่วงวัย 6 – 12 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยเรียน พบว่า การพัฒนาการทางสติปัญญา (IQ) ของ เด็กไทยมีความสามารถทางสติปัญญายังอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้เก็บ ข้อมูลของเด็กไทยที่ป่วยเป็นสมาธิสั้น พบว่า มีมากกว่าหนึ่งล้านคน หรือประมาณร้อยละ 12 ซึ่งมากกว่า ค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึงร้อยละ 10 เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (Learning Disabilities: LD) เป็นเด็กกลุ่มที่ถูกจัดไว้ในความ พิการตามพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. 2551 ประเภทที่ 5 บุคคลที่มีความ บกพร่องทางการเรียนรู้ ได้แก่ บุคคลที่มีความผิดปกติในการทำงานของสมองบางส่วน ที่แสดงถึงความ บกพร่องในกระบวนการเรียนรู้ที่อาจเกิดขึ้นเฉพาะความสามารถหนึ่งหรือหลายด้าน คือ การอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ ซึ่งไม่สามารถเรียนรู้ได้ทั้งที่ระดับปัญญาปกติ บุคคลเหล่านี้จะสามารถปฏิบัติทักษะทางกลไกได้ ไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากทักษะทางกลไกจะต้องอาศัยความสัมพันธ์กับทักษะทางด้านสติปัญญาเพื่อเรียงลำดับ ขั้นตอนในการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง มักพบเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ได้มากในระดับ ประถมศึกษา ถ้าหากผู้สอนไม่มีความเข้าใจลักษณะและธรรมชาติของเด็กเหล่านี้แล้วก็จะส่งผลกระทบต่อการ เรียน ซึ่งทำให้เด็กขาดความเชื่อมั่นในตนเอง มีปัญหาในเรื่องการวางแผนการศึกษาอาชีพ การใช้ชีวิตประจำวัน ตลอดจนความสัมพันธ์ต่อครอบครัวและความสัมพันธ์ทางสังคมต่างๆ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ครูจะต้องเข้าใจและ แสวงหาวิธีการในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาเด็กกลุ่มนี้ให้สามารถเรียนร่วมกับเด็กปกติได้ อย่างมีความสุข เพื่อเป็นการช่วยบุคคลที่ผ่านกระบวนการทางการศึกษาได้มีการพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาควบคูกันไป ให้มีความสมบูรณ์กล่าวคือ กิจกรรมทางกายช่วยในการพัฒนาการทางด้าน ร่างกาย จะช่วยให้ร่างกายมีความแข็งแรง สมบูรณ มีความสง่าผ่าเผย มีสุขภาพดี และมีการเจริญเติบโต เป็นไปตามวัย ส่วนการพัฒนาการทางด้านอารมณ์จะช่วยให้มีความอดทน อดกลั้น มีความรับผิดชอบ มี ระเบียบวินัย เป็นผู้ที่มีอารมณ์สดชื่น แจ่มใส ร่าเริง เบิกบานอยูเสมอ ส่วนการพัฒนาการทางด้านสังคมจะช่วย ให้รูจักเคารพในกฎกติกา และกฎหมายต่างๆ ของบ้านเมือง ความสามัคคีในหมูคณะ การช่วยเหลือซึ่งกันและ กัน ตลอดทั้งการเสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อสังคมได้อีกด้วย และในส่วนการพัฒนาทางด้านสติปัญญานั้น ช่วยให้สามารถเกิดทักษะที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคิด การวางแผน การตัดสินใจ อย่างมีเหตุผล สามารถแก ปัญหาต่างๆ อย่างสุขุมและรอบคอบมากยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด ลวนเป็นปัจจัยพื้นฐานที่มีความสำคัญ ยิ่งของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โรงเรียนบ้านบุฮม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1 เป็นโรงเรียนที่มีการ จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 2 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มี จำนวนนักเรียน 111 คน ได้
๓ ดำเนินงานการคัดกรองนักเรียนตาม แบบคัดกรองบุคคลที่มีความต้องการพิเศษทางการศึกษา (แนบท้าย ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ) พบว่ามี นักเรียนที่มีภาวะบกพร่องเรียนรู้ด้านการอ่าน ด้านการเขียน และการ คิดคำนวณ จำนวน 26 คน คิดเป็น ร้อยละ 23.42 จากนักเรียนทั้งหมด และจากการประเมินด้านสมาธิของ นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการ เรียนรู้ทั้งหมด โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรม (๒๕๕๖ : KUS SI Rating Scales : ADHD/LD/Autism (PDDs) ) พบว่า นักเรียนมีปัญหาทั้งสามด้านที่ว่ามา คือมีพฤติกรรมภาวะ บกพร่องด้านการอ่าน การเขียน และการคิด คำนวณ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเรียนรู้ ของนักเรียน จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาทั้ง สามด้าน โดยใช้กิจกรรมงานประดิษฐ์ใบตองประเภทบายศรีปาก ชาม เพื่อฝึกทักษะและพัฒนานักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ จากสภาพปัญหาดังกล่าว ข้าพเจ้าจึงได้ศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาพฤติกรรมภาวะบกพร่องด้านการ อ่าน การเขียน และการคิดคำนวณ ของนักเรียนในวัยเรียนโดยการเพิ่มความสามารถในการควบคุมตนเอง มี สมาธิในการทำกิจกรรม พร้อมทั้งเข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมให้เต็มตามศักยภาพ ได้พบแนวทางการแก้ปัญหาที่ได้ นำมาใช้ในการดำเนินการคือการใช้กิจกรรมงานประดิษฐ์ใบตองประเภทบายศรีปากชาม เพื่อฝึกทักษะและ พัฒนานักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ 1.2 แนวคิด หลักการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับผลงานหรือนวัตกรรม สามารถอ้างอิงถึงแนวคิด หลักการทฤษฎี รูปแบบ วิธีการ ฯลฯ ที่นำมาใช้ในการออกแบบผลงานหรือนวัตกรรม กิจกรรมงานประดิษฐ์ใบตองประเภทบายศรีปากชาม ได้นําแนวคิดตามกรวยประสบการณ์ (Cone of Experience) ของเอดการ์ เดล ได้แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างสื่อโสตทัศนูปกรณ์ต่างๆ และขั้นตอนของ ประสบการณ์การเรียนรู้และการใช้สื่อแต่ละประเภท ดังนี้ ภาพแสดงกรวยประสบการณ์ (Cone of Experience) เอ็ดการ์ เดลย์ (Dale, 1969) ได้ลำดับขั้นของกรวยประสบการณ์ (Cone of Experience) เป็นการ เรียนรู้ที่หลากหลาย ซึ่งมีขั้นตอนของประสบการณ์การเรียนรู้และการใช้สื่อแต่ละประเภท ดังนี้ ขั้นที่ 1 ประสบการณ์ตรง (Direct or Purposeful Experiences) เป็นประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรม มากที่สุด สื่อการสอนที่สร้างประสบการณ์ให้ผู้เรียนสามารถรับรู้และเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ลงมือปฏิบัติกิจกรรม
๔ ด้วยตนเอง เข้าไปอยู่ในสถานการณ์จริงและได้สัมผัสด้วยตนเองจากประสาทสัมผัสทั้งห้า ตัวอย่างเช่น การ ทดลองผสมสารเคมี การฝึกหัดทําอาหาร การฝึกหัดตัดเย็บเสื้อผ้า เป็นต้น ขั้นที่ 2 ประสบการณ์จําลอง (Contrived experience) เป็นสื่อการสอนที่ผู้เรียนเรียนรู้จาก ประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่สุดแต่ไม่ใช่ความเป็นจริง อาจเป็นสิ่งของจําลอง หรือสถานการณ์ จําลอง เป็นกรณีที่ประสบการณ์หรือของจริงมีข้อจำกัดจำเป็นต้องจําลองสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นมาศึกษาแทน เช่น หุ่นจําลอง ของตัวอย่าง การแสดงเหตุการณ์จําลองทางดาราศาสตร์ เป็นต้น ขั้นที่ 3 ประสบการณ์นาฏการหรือการแสดง (Dramatized Experience) เป็นสื่อการสอนที่ผู้เรียน เรียนรู้จากประสบการณ์ ในการแสดงบทบาทสมมติ หรือการแสดงละคร เป็นประสบการณ์ที่จัดขึ้นแทน ประสบการณ์ตรงหรือเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในอดีตหรืออาจเป็นความคิด เพื่อเป็นนิยมใช้สอนในเนื้อหาที่ข้อมี จํากัดเรื่องยุคสมัยหรือเวลา ขั้นที่ 4 การสาธิต (Demonstration) เป็นสื่อการสอนที่ผู้เรียนเรียนรู้จากการดูการแสดงหรือการ กระทำประกอบคำอธิบาย เพื่อให้เห็นลำดับขั้นตอนของการกระทำนั้น ๆ เช่น การสาธิตการอาบน้ำเด็กแรก เกิด การสาธิตการผายปอด การสาธิตการแกะสลักผลไม้ เป็นต้น ขั้นที่ 5 การศึกษานอกสถานที่ (Field Trip) การพานักเรียนไปศึกษายังแหล่งความรู้นอกห้องเรียนใน สภาพจริง เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนรู้หลายๆด้าน ได้แก่ การศึกษาความรู้จากสถานที่สำคัญ เช่น โบราณสถาน โรงงาน อุตสาหกรรม เป็นต้น ขั้นที่ 6 นิทรรศการ (Exhibition) คือ การจัดแสดงสิ่งต่างๆ รวมทั้งมีการสาธิตและการฉายภาพยนตร์ ประกอบเพื่อให้ประสบการณ์ในการเรียนรู้ด้วยการดู แก่ผู้เรียนหลายด้าน ได้แก่ การจัดป้ายนิทรรศการ การ จัดแสดงผลงานนักเรียน ขั้นที่ 7 โทรทัศน์และภาพยนตร์(Television and Motion Picture) เป็นประสบการณ์ที่ให้ทั้ง ภาพเคลื่อนไหวและเสียงประกอบ แต่โทรทัศน์มีความเป็นรูปธรรมมากกว่าภาพยนตร์ เนื่องจากโทรทัศน์ สามารถนําเหตุการณ์ที่กําลังเกิดขึ้น ในขณะนั้นมาให้ชมได้ในเวลาเดียวกันที่เรียกว่า “การถ่ายทอดสด” ในขณะที่ภาพยนตร์เป็น การบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และต้องผ่านกระบวนการล้างและตัดต่อฟิล์มก่อนจึงจะ นํามาฉายให้ชมได้ ขั้นที่ 8 การบันทึกเสียง วิทยุ และภาพนิ่ง เป็นประสบการณ์ที่รับรู้ได้ทางใดทางหนึ่งระหว่างการฟัง และการพูด ซึ่งนับเป็นนามธรรมมากขึ้น ได้แก่ เทปบันทึกเสียง แผ่นเสียง ซึ่งต้องอาศัยเรื่องการขยายเสียง ส่วนภาพนิ่ง ได้แก่ รูปภาพทั้งชนิดโปร่งแสงที่ใช้กับเครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ สไลด์ภาพนิ่งจากคอมพิวเตอร์ และ ภาพบันทึกเสียง ที่ใช้กับเครื่องฉายภาพทึบแสง เป็นต้น ขั้นที่ 9 ทัศนสัญลักษณ์ (Visual Symbol) เป็นสัญลักษณ์ที่สามารถรับรู้ได้ด้วยระบบประสาทสัมผัส ทางตา มีความเป็นนามธรรมมากขึ้น จําเป็นที่จะต้องคำนึงถึงประสบการณ์ของผู้เรียนเป็นพื้นฐาน ในการเลือก นําไปใช้ สื่อที่จัดอยู่ในประเภทนี้ คือ แผนภูมิ แผนสถิติ ภาพโฆษณา การ์ตูน แผนที่ และสัญลักษณ์ต่างเป็นต้น สื่อเหล่านี้เป็นสื่อที่มีลักษณะเป็นสัญลักษณ์สำหรับถ่ายทอดความหมายให้เข้าใจได้รวดเร็วขึ้น ขั้นที่ 10 วจนสัญลักษณ์ (Verbal Symbol) เป็นสัญลักษณ์ทางภาษา เป็นประสบการณ์ขั้นสุดท้าย ซึ่งเป็นนามธรรมมากที่สุด ได้แก่ การใช้ตัวหนังสือแทนคําพูด ได้แก่คําพูด คำอธิบาย หนังสือ เอกสาร แผ่นปลิว แผ่นพับ ที่ใช้ตัวอักษร ตัวเลข แทนความหมายของสิ่งต่าง ๆ นับเป็นประสบการณ์ที่เป็นนามธรรมมากที่สุด ดังนั้น จะเห็นได้ว่าสื่อที่นำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ที่ทำให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์มากที่สุดคือการ ลงมือปฏิบัติจริง เป็นผู้ร่วมคิดร่วมทำและร่วมแสดง โดยเฉพาะนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ นอกจากนี้ยังสามารถสอดแทรกคุณธรรมที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียนผ่านกิจกรรมงานประดิษฐ์ใบตองประเภท บายศรีปากชามได้และยังเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมอันดีงามของชุมชนสืบต่อไป
๕ สรุปได้ว่า การประดิษฐ์ใบตองประเภทบายศรีปากชามจำเป็นต้องอาศัยทักษะหลาย ๆ ด้านประกอบ กัน เช่น ทักษะทางความคิดสร้างสรรค์ ความประณีตละเอียดอ่อน ทักษะการทำงานเป็นทีม ทักษะการใช้ อุปกรณ์ในการประดิษฐ์ ทักษะความคิดคำนวณ ความคิดรวบยอด เป็นต้น และที่สำคัญนักเรียนต้องมีสมาธิ มี ความอดทนอดกลั้นต่อการทำงานที่ต้องใช้เวลานาน และเป็นการทำงานแข่งกับเวลา แต่ก็เป็นการท้าทาย ความสามารถของตนเองว่าจะทำผลงานออกมาได้ตรงตามแบบและเสร็จทันเวลาหรือไม่ ซึ่งก็ทำให้นักเรียนมี ความตื่นเต้นในการเรียนด้วย 2. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน /นวัตกรรมการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) 2.1 วัตถุประสงค์ 2.1.1 เพื่อเสริมสร้างให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้โรงเรียนบ้านบุฮม มีคุณลักษณะ ๕ ประการของโรงเรียนสุจริต 2.1.2 เพื่อพัฒนาทักษะงานประดิษฐ์ใบตองประเภทบายศรีปากชาม ของนักเรียนที่มีความ บกพร่องทางการเรียนรู้ ให้มีทักษะและมีความสามารถในการเข้าร่วมแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน กลุ่ม สาระการงานอาชีพ 2.1.2 เพื่อพัฒนาครู บุคลากร นักเรียน ให้มีทัศนคติ วิธีคิด และการประพฤติปฏิบัติที่เน้น คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม กับสังคมไทย เพื่อเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และลดพฤติกรรมที่ไม่พึง ประสงค์ ๒.๒ เป้าหมาย ๒.๒.๑ เป้าหมายเชิงปริมาณ นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ชั้นประถมศึกษาโรงเรียนบ้านบุฮม ทุกคน ๒.๒.๒ เป้าหมายเชิงคุณภาพ ๑) นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ชั้นประถมศึกษามีคุณลักษณะ ๕ ประการของโรงเรียนสุจริต 2) ครูและบุคลกรทางการศึกษามีคุณลักษณะ ๕ ประการของโรงเรียนสุจริต ๓) นักเรียนที่มีทักษะงานประดิษฐ์ใบตองประเภทบายศรีปากชาม เป็นตัวแทนใน การเข้าร่วมแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน กลุ่มสาระการงานอาชีพ ๓. กระบวนการผลิตผลงานหรือขั้นตอนการดำเนินงาน การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนสุจริต โรงเรียนบ้านบุฮม ผ่านกิจกรรมส่งเสริมทักษะงานประดิษฐ์ ใบตองประเภทบายศรีปากชาม จากกิจกรรมที่ดำเนินการทั้งหมดสามารถนำมาเขียนกรอบแนวคิดการดำเนิน “STAR Model” เพื่อให้บรรลุตามคุณลักษณะ ๕ ประการของโรงเรียนสุจริต มีรายละเอียดของการดำเนินการ ใช้ดังนี้
๖ ภาพ STAR Model การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนสุจริต โรงเรียนบ้านบุฮม ผ่านกิจกรรมส่งเสริมทักษะงานประดิษฐ์ ใบตองประเภทบายศรีปากชาม โดยนำไปใช้กับครู สู่ผู้เรียน ด้วย “STAR Model” มีวิธีการดังนี้ 1) S – structure โรงเรียนมีโครงสร้างการบริหารงานที่เอื้อตอการดําเนินงานพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทุกคน สร้างความตระหนัก เห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณลักษณะ ๕ ประการของโรงเรียนสุจริตโดยผ่าน กิจกรรมส่งเสริมทักษะงานประดิษฐ์ใบตองประเภทบายศรีปากชาม 2) T - total Quality control โรงเรียนดำเนินการควบคุมคุณภาพการดำเนินพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนปกติ หรือนักเรียนที่มีความบกพร่องในด้านต่างๆ 3) A – activity มีการจัดกิจกรรมหลากหลายตามความสนใจ ความถนัด และครอบคลุมนักเรียนทุก คน ทุกประเภท 4) R – research ใชการวิจัยในการแกปญหาผู้เรียน ขั้นวางแผน 1) ประชุม PLC เพื่อระบุปัญหาพฤติกรรมนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้และพัฒนา พฤติกรรมผ่านกิจกรรมงานประดิษฐ์ใบตองประเภทบายศรีปากชาม 2) สร้างความเข้าใจและความตระหนักกับคณะครู ชี้แจงวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจกรรมที่ สอดคล้องแนวทางของโครงการโรงเรียนสุจริต 3) กำหนดปฏิทินกิจกรรมและระยะเวลาดําเนินงานลงสู่แผนปฏิบัติการของโรงเรียนและจัดกิจกรรม งานประดิษฐ์ใบตองประเภทบายศรีปากชาม ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ลงในตารางสอนใน ชั่วโมงชุมนุม ภาพประชุม PLC ของคณะครูโรงเรียนบ้านบุฮม
๗ ขั้นปฏิบัติตามแผน ๑. แต่งตั้งคณะกรรมการทำการคัดกรองนักเรียนบกพร่องทางการเรียนรู้ ตามแบบคัดกรองบุคคลที่มี ความต้องการพิเศษทางการศึกษา (แนบท้ายประกาศกระทรวงศึกษาธิการ) และสังเกตพฤติกรรม ด้านสมาธิ (๒๕๕๖ : KUS SI Rating Scales : ADHD/LD/Autism (PDDs) ) ภาพแบบคัดกรองนักเรียนบกพร่องทางการเรียนรู้และแบบสังเกตพฤติกรรม ด้านสมาธิ (KUS SI Rating Scales : ADHD/LD/Autism (PDDs) ๒. สรุปแบบคัดกรองนักเรียน พบนักเรียนที่บกพร่องทางการเรียนรู้ จำนวน 26 คน จากจำนวน นักเรียนทั้งหมด 111 คน คิดเป็นร้อยละ 23.42 และจากการประเมินโดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมด้าน สมาธิ พบว่า นักเรียนมีปัญหาทั้งสามด้านที่ว่ามา คือมีพฤติกรรมภาวะบกพร่องด้านการอ่าน การเขียน และ การคิด คำนวณ ซึ่งเป็นปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาด้านสมาธิ เพื่อเป็น ส่วนหนึ่งของการพัฒนานักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ภาพรายงานข้อมูลนักเรียนเรียนรวม 3. กำหนดโครงสร้างการบริหารจัดการ ๔. แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) โดยปฏิบัติตามประกาศ กระทรวงศึกษาธิการ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล ระดับการศึกษาขั้น
๘ พื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๒ มีการกำหนดองค์ประกอบ และกระบวนการจัดทำ บุคคลที่เกี่ยวข้องการนำแผนไปสู่การ ปฏิบัติ การปรับปรุง และความสำคัญของแผนการส่งต่อไว้อย่างชัดเจน และนำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะ บุคคล (IEP) ไปใช้จัดทำแผนการสอนเฉพาะบุคคล (IIP) 5. กำหนดตารางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนพิการเรียนร่วม และครูผู้รับผิดชอบ ตามความบกพร่องและความสามารถพิเศษ สำหรับการพัฒนาด้านสมาธิ โดยกำหนดให้นักเรียน เข้ารับการ ฝึกฝนงานประดิษฐ์ใบตองประเภทบายศรีปากชาม ชั่วโมงกิจกรรมชุมนุมทุกวันพุธ และ ในเวลาว่างหลังเลิก เรียนตามความเหมาะสม 6. ครูผู้สอนนำแผนการสอนเฉพาะบุคคลไปจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ตามที่กำหนดไว้ในแต่ละ ขั้นตอน/วิธีสอน พร้อมทั้งบันทึกหลังสอนและประเมินผลการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในแต่ละครั้ง 7. ขั้นตอนการประเมินผลการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล คณะกรรมการจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลประชุมเพื่อประเมิน ทบทวนและปรับแผนพร้อมจัดทำ รายงานผลการเรียนรู้อย่างน้อยปีการศึกษาละ ๒ ครั้ง โดยประเมินตามขั้นตอน ดังนี้ ๑) การประเมินผลการเรียนรู้ตามแผนการสอนเฉพาะบุคคล เป็นการประเมินผลการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ ให้ทราบว่าผู้เรียนมีพัฒนาการตามที่ระบุไว้ในแผนการสอนเฉพาะบุคคลฉบับนั้นหรือไม่โดย ประเมินตามวิธีการ เครื่องมือ และเกณฑ์ระดับคุณภาพที่ระบุไว้ในแผนการสอนเฉพาะบุคล ๒) การประเมินผลการเรียนรู้ตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (เป้าหมายระยะสั้น) ทำได้โดย ประมวลผลการผ่านของจำนวนแผนการสอนเฉพาะบุคคล และนำมาเทียบกับเกณฑ์และวิธีประเมินผลการผ่าน จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (เป้าหมายระยะสั้น) ที่กำหนดไว้ในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล ๓) การประเมินผลการเรียนรู้ตามเป้าหมายระยะยาว ๑ ปี โดยประมวลผลการผ่าน/ไม่ผ่าน (จำนวน) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (เป้าหมายระยะสั้น) ของผู้เรียน และนำมาเทียบเกณฑ์การผ่านตามที่ สถานศึกษากำหนด ๔) การประเมินผลการเรียนรู้และระดับคุณภาพตามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล ทำได้โดย ประมวลผลการผ่าน/ไม่ผ่านจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (เป้าหมายระยะสั้น) ของทุกเป้าหมายระยะยาว ๑ ปี มา คำนวณหาค่าร้อยละ และนำมาเทียบเกณฑ์การผ่านตามเกณฑ์ระดับคุณภาพของหลักสูตรการให้บริการ ช่วยเหลือระยะแรกเริ่มสำหรับนักเรียนพิการ ศูนย์การศึกษาพิเศษ พุทธศักราช ๒๕๕๖ หลักสูตรสถานศึกษา ในกรณีที่ผู้เรียนมีพัฒนาการ หรือผลการเรียนรู้ต่ำกว่าหรือสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ คณะกรรมการฯ สามารถทบทวน ปรับแผนการสอนเฉพาะบุคคล จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เป้าหมายระยะยาว ๑ ปี เพื่อให้ ผู้เรียนได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ ขั้นประเมินผลและขั้นปรับปรุงพัฒนา เพื่อให้การดำเนินการพัฒนานักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ โดยส่งเสริมทักษะงานประดิษฐ์ ใบตองประเภทบายศรีปากชาม เกิดผลดีต่อนักเรียนอย่างต่อเนื่อง ผู้ดำเนินการควรมีการตรวจสอบซ้ำเพื่อ พัฒนาปรับปรุงกระบวนการดำเนินการ ดังนี้
๙ ๑) การคัดกรองนักเรียน โดยครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ผ่านการอบรมการคัดกรองผู้พิการ ๙ ประเภท ตามแบบคัดกรองบุคคลที่มีความต้องการพิเศษทางการศึกษา สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน (สพฐ.) ๒) ปรับปรุงแผน IEP และ IIP เพื่อแก้ปัญหาหรือจุดบกพร่องที่พบ ๓) ปรับปรุงสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีให้ทันสมัย และใช้งานได้จริง เหมาะสมและปลอดภัยกับ ผู้เรียน ๔) ปรับปรุงวิธีและเครื่องมือที่ใช้ในการวัดและประเมินผล ให้หลากหลาย และเหมาะสมกับผู้เรียนแต่ ละคน ๕) ทำวิจัยทางการศึกษา เพื่อเป็นการตรวจสอบคุณภาพของกิจกรรมการเรียนการสอน ที่พัฒนา ผู้เรียนได้จริงและเป็นที่ยอมรับของผู้ที่เกี่ยวข้อง และรายงานผลการดำเนินงานในรูปแบบของงานวิจัยทาง การศึกษา เผยแพร่ต่อไป ๔. ผลการดำเนินการ / ผลสัมฤทธิ์/ ประโยชน์ที่ได้รับ การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนสุจริต โรงเรียนบ้านบุฮม ผ่านกิจกรรมส่งเสริมทักษะงานประดิษฐ์ ใบตองประเภทบายศรีปากชาม มีผลการดำเนินการ ดังนี้ ๔.1 ผลที่เกิดขึ้นกับนักเรียน 1) นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้สามารถปฏิบัติทักษะงานประดิษฐ์ใบตองประเภทบายศรี ปากชามได้ดี และทำผลงานได้ดีเยี่ยม เต็มความสามารถของตนเอง 2) นักเรียนได้เป็นตัวแทนสำนักเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1 ในการแข่งขันงาน ศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 70 กลุ่มสาระการงานอาชีพในระดับชาติ ณ จังหวัดร้อยเอ็ด ภาพการเข้าร่วมแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 70 ณ จังหวัดร้อยเอ็ด 3) นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้มีสมาธิในการควบคุมตนเองควบคุมตนเองและสมาธิใน การเรียนรู้และทำกิจกรรมได้มากยิ่งขึ้น 4) นักเรียนมีคุณลักษณะ ๕ ประการของโรงเรียนสุจริต
๑๐ ๔.2 ผลที่เกิดขึ้นกับครอบครัวและชุมชน ผู้ปกครองเห็นการเปลี่ยนแปลงและพึงพอใจในการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนทั้งทางด้าน ระเบียบวินัย คุณธรรม จริยธรรม ความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและสังคมของนักเรียน ทำให้ผู้ปกครอง ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญในดูแลเอาใจใส่นักเรียนและกิจกรรมของโรงเรียนมากขึ้น ตลอดจนการเป็น แบบอย่างที่ดีชุมชน และสังคมเล็งเห็นและตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาคุณธรรมให้กับนักเรียนเพื่อ ส่งเสริมให้นักเรียนเป็นคนดีของสังคม โรงเรียนจึงได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมการทำกิจกรรมเพื่อสังคม อย่างต่อเนื่อง ผลสัมฤทธิ์ของงานสอดคล้องกับคุณลักษณะ ๕ ประการของโรงเรียนสุจริต การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนสุจริต โรงเรียนบ้านบุฮม ผ่านกิจกรรมส่งเสริมทักษะงานประดิษฐ์ ใบตองประเภทบายศรีปากชาม มีผลสัมฤทธิ์สอดคล้องกับคุณลักษณะ ๕ ประการของโรงเรียนสุจริตตาม รายละเอียด ดังนี้ คุณลักษณะ กิจกรรม/วิธีการ ที่สอดคล้อง ผลที่เกิดขึ้น 1. ทักษะกระบวนการคิด - การคิดวางแผนในการทำงานของนักเรียน - การคิดออกแบบชิ้นงาน - การคิดแก้ปัญหาในการประดิษฐ์ชิ้นงาน - การคิดหาคำตอบให้กับกรรมการ นักเรียนมีทักษะ กระบวนการคิดที่ดี ขึ้น 2. มีวินัย - ปฏิบัติตามคำสั่งที่ได้รับหมายให้ทำในแต่ละชิ้นงาน ได้อย่างถูกต้อง - การตรงต่อเวลา ความละเอียดรอบคอบในการ ทำงาน - มีระเบียบวินัยในการฝึกซ้อม - มีระเบียบวินัยในการใช้และเก็บรักษาวัสดุอุปกรณ์ นักเรียนมีวินัยที่ดี ขึ้น 3. ซื่อสัตย์สุจริต - แสดงความคิดเห็นต่อการแสดงคำตอบของเพื่อน อย่างมีเหตุผล - ปฏิบัติตามกฎระเบียบการแข่งขันอย่างเคร่งครัด - ไม่มีการเตรียมชิ้นงานที่ทำมาก่อนเวลาแข่งขัน - มีการยอมรับผลการตัดสินของกรรมการอย่าง ซื่อสัตย์ นักเรียนมีความ ซื่อสัตย์สุจริต 4.อยู่อย่างพอเพียง - ใช้วัสดุธรรมชาติตามท้องถิ่นเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย - ใช้และเก็บรักษาวัสดุอุปกรณ์อย่างถูกวิธี - นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้กับงานใบตองประเภท อื่น เพื่อหารายได้เสริม นักเรียนรู้จักหลัก ปรัชญาพอเพียงที่ดี 5.จิตสาธารณะ - นักเรียนสามารถนำความรู้ไปช่วยทำบายศรี ประเภทต่างๆ ร่วมกับชุมชนในงานประเพณีต่างๆ น ั ก เ ร ี ย น ม ี จิ ต สาธารณะที่ดี
๑๑ กิจกรรมที่สอดคล้องกับปฏิญญาโรงเรียนสุจริต ปฏิญญา กิจกรรม/วิธีการ ที่สอดคล้อง ผลที่เกิดขึ้น การปลูกฝัง - ให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความซื่อสัตย์สุจริต - หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา นักเรียนตระหนัก เ กี่ย ว ก ั บ ค ว า ม ซื่อสัตย์สุจริต การป้องกัน - ระดมพลังสมองหาวิธีการป้องกันการทุจริตใน สังคมไทย - หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา น ั ก เ ร ี ย น ร ู ้ จั ก ป้องกันตนเองจาก การทุจริต การสร้างเครือข่าย - ประชาสัมพันธ์ในการประชุมคณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน - ประชาสัมพันธ์ในวันประชุมผู้ปกครอง โรงเรียนมีการสร้าง เครือข่ายร่วมกับ ชุมชน 5. ปัจจัยความสำเร็จ ปัจจัยภายใน ๑) ผู้บริหาร มีวิสัยทัศน์ มีเจตคติที่ดีต่อการจัดการเรียนร่วม และให้การสนับสนุน ส่งเสริมให้กำลังใจ รวมถึงด้านงบประมาณ ๒) ครูทุกคนมีส่วนร่วม ให้ความร่วมมือ ร่วมใจอย่างเต็มที่ และเต็มใจ มุ่งมั่นตั้งใจจริงและทุ่มเท ทั้ง แรงกาย แรงใจ เพื่อส่งเสริมทักษะงานประดิษฐ์ใบตองประเภทบายศรีปากชาม ๓) นักเรียนให้ความร่วมมือ มีใจรัก มีระเบียบวินัย มีความซื่อสัตย์ สุจริต เห็นคุณค่าและความสำคัญ ของการพัฒนาตนเองด้านทักษะงานประดิษฐ์ใบตองประเภทบายศรีปากชาม ๔) ครูผู้รับผิดชอบกิจกรรม มีความรู้ความสามรถ และประสบการณ์ในการฝึกซ้อมมากกว่า 5 ปี ๕) โรงเรียนมีอาคารสถานที่เหมาะสม และมีอุปกรณ์ในการเรียนการสอน และการเรียนและการ ฝึกซ้อมที่มีคุณภาพเพียงพอ ปัจจัยภายนอก ๑) ผู้ปกครอง และชุมชน พร้อมให้การส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมอย่างดียิ่ง มีส่วนร่วมในกิจกรรม การส่งเสริมการพัฒนาตนเองด้านทักษะงานประดิษฐ์ใบตองประเภทบายศรีปากชาม และสนับสนุนทรัพยากร ในการดำเนินงาน เช่น ใบตอง ดอกไม้สด เป็นต้น ๒) การมีส่วนร่วมของภาครัฐและเอกชน ส่งเสริม สนับสนุน ให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมส่งเสริม การพัฒนาตนเองด้านทักษะงานประดิษฐ์ใบตองประเภทบายศรีปากชาม ภาพท่านศึกษานิเทศก์มาให้คำแนะนำและให้กำลังใจแก่นักเรียนและครูผู้ฝึกสอน ที่เป็นตัวแทนการ แข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับประเทศ
๑๒ 6. บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learn) ๑) ในการพัฒนานักเรียนจะต้องใช้ความอดทน ความมีวินัย ความรับผิดชอบ กระบวนการทำงานที่ กระตุ้น ให้นักเรียนได้พัฒนา เกิดทักษะและบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ ๒) ครูผู้รับผิดชอบกิจกรรม ต้องมีความเสียสละทุ่มเทและบุคลากรฝ่ายต่างๆ ให้ ส่งเสริมและสนับสนุน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การจัดกิจกรรมประสบความสำเร็จ ๓) การมีวินัย อดทน ความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา ของนักเรียนและครูที่เข้าร่วมกิจกรรม ๔) การให้นักเรียนเรียนรู้ผ่านกิจกรรม เพื่อให้เกิดประสบการณ์ตรง โดยเฉพาะกิจกรรมเชิงปฏิบัติ เพื่อ เสริมสร้างคุณลักษณะ ๕ ประการของโรงเรียนสุจริตให้กับนักเรียน โดยเลือกจัดกิจกรรมให้เหมาะกับระดับชั้น และวัย ของนักเรียน ทั้งนี้เพราะประโยชน์ที่นักเรียนจะได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรม มีมากมาย เช่น การใช้ ชีวิต การทำงาน เป็นหมู่คณะ เกิดทักษะชีวิต ภาวะผู้นำผู้ตาม มีทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างเป็น ระบบ มีวินัย มีความรับผิดชอบ บนพื้นฐานความพอเพียง และ มีจิตสาธารณะ ภาพการฝึกซ้อมบายศรีปากชาม
๑๓ 7. การเผยแพร่ / การได้รับการยอมรับ / รางวัลที่ได้รับ 7.1 การเผยแพร่ ๑) เผยแพร่ภาพกิจกรรมการดำเนินการส่งเสริมทักษะงานประดิษฐ์ใบตองประเภทบายศรีปากชาม ใน เว็บไซต์โรงเรียน www.buhomschool.com ๒) เผยแพร่ผ่านสื่อ ออนไลน์ เช่น Facebook , Line ทั้งของโรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา 7.2 การได้รับการยอมรับ ๑) นักเรียนกล้าแสดงออกมีความสามารถในการถ่ายทอดออกมาทางผลงาน และอยู่ในสังคม อย่างมี ความสุขมากยิ่งขึ้น 2) ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา ชุมชน และหน่วยงานต้นสังกัด เกิดความพึงพอใจต่อการ ดำเนินงานของโรงเรียนบ้านบุฮม ในการจัดการเรียนการสอนและพัฒนานักเรียนที่มีบกพร่องทางการเรียนรู้ 7.3 รางวัลที่ได้รับ 1) ได้รับรางวัลชนะเลิศ เหรียญทอง การแข่งขันการประดิษฐ์งานใบตองประเภทบายศรีปากชาม ประเภทนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ระดับชั้น ป.๑ - ป.๖ ระดับกลุ่มคุณภาพการศึกษาเชียงคาน
๑๔ ภาพการแข่งขันงานศิลปะหัตกรรมนักเรียน ครั้งที่ 70 ระดับกลุ่มคุณภาพการศึกษา 2) ได้รับรางวัลชนะเลิศ เหรียญทอง การแข่งขันการประดิษฐ์งานใบตองประเภทบายศรีปากชาม ประเภทนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ระดับชั้น ป.๑ - ป.๖ ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ภาพการแข่งขันงานศิลปะหัตกรรมนักเรียน ครั้งที่ 70 ระดับเขตพื้นที่การศึกษา
๑๕ 3) ได้รับรางวัล เหรียญเงิน การแข่งขันการประดิษฐ์งานใบตองประเภทบายศรีปากชาม ประเภท นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ระดับชั้น ป.๑ - ป.๖ ระดับชาติ ภาพการแข่งขันงานศิลปะหัตกรรมนักเรียน ครั้งที่ 70 ระดับชาติ ๘. ข้อเสนอแนะ 8.๑) การทำความเข้าใจกับผู้ปกครองของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ เกี่ยวกับความ บกพร่องที่ตัวนักเรียนถึงสาเหตุเกิด และวิธีการบำบัดรักษา เนื่องจากผู้ปกครองย่อมจะคาดหวังว่าลูกมา โรงเรียนจะต้องเรียนเก่งจนอาจมองข้ามวิชาที่เป็นทักษะอาชีพ สำหรับใช้ประกอบอาชีพได้ในอนาคต ดังนั้น โรงเรียนจำเป็นต้องหาความเข้าใจ สร้างความตระหนักเกี่ยวกับการ ประกอบอาชีพสุจริต การฝึก ทักษะอาชีพ และการสร้างรายได้ระหว่างเรียนเพื่อแบ่งเบาภาระของครอบครัว 8.๒) การแสวงหาและการได้รับโอกาสจากองค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ ให้โรงเรียนได้นำนักเรียนออก แสดงผลงานต่อสาธารณชน
๑๖