๒. สัมผัสใน คอื คำทีค่ ล้องจองกันภายในวรรค ไม่ได้ถือว่าเปน็ ขอบงั คบั แต่ถา้ คำประพันธ์ใดมีสัมผัส
ในกถ็ ือวา่ ไพเราะ สัมผสั ในนน้ั ใชท้ ้ังสมั ผสั สระ และสัมผสั พยัญชนะ เป็นการใชค้ ำท่มี ีพยัญชนะเดยี วกัน เช่น
แพรว – พราว ฝัน – ฝน
ฟาก – ฟ้า แดน – ดนิ
ม้วย – มรณ์ เชิญ – ช่วย
การอ่านกลอนแปด
การแบ่งคำจะเหมือนกนั ทกุ วรรค คอื 3 – 2 – 3 (บางครง้ั ในกลอนแปด ในแต่ละวรรคอาจมี 9
– 10 คำ ถ้ามี 9 คำ ก็แบ่งอ่านเป็น 3 – 3 – 3 )
วิธีการอา่ นกลอนแปด อา่ นได้ 3 แบบ คือ
❑ อ่านทำนองสามัญ
❑ อ่านทำนองเสนาะ
❑ อ่านทำนองเพลงยาว คอื อา่ น 2 วรรคแรกเสียงสูง วรรคหลงั ให้อ่านเสียงต่ำ
ตวั อย่าง การใหจ้ ังหวะการอ่านกลอนแปด
ขาดอะไร / ในโลก / ไม่โศกเศรา้ เหมอื นกับเรา / ท้งั ชาติ / ขาดภาษา
คงตดิ ขดั / อดั อ้นั / ตันอรุ า มองในตา / ไมช่ ดั / รหัสใจ
ยลศิลา / จารึก / นึกแน่จิต สง่ิ ศกั ดส์ิ ิทธ์ิ / มิง่ ขวัญ / อนั ยิ่งใหญ่
เราชาวไทย / รูค้ ่า / ภาษาไทย เทดิ ทูนไว้ / ค่ชู าติ / พลิ าสเอย
( ฐะปะนีย์ นาครทรรพ )
บตั รกจิ กรรมการเรียนรู้
คำช้แี จง ให้นักเรียนปฏิบัตกิ จิ กรรมต่อไปน้ี
๑. ใหน้ กั เรียนเลอื กคำประพนั ธ์ตอนที่นักเรียนสนใจ ๑ - ๒ บท แล้วถอดความด้วยภาษาทีก่ ระชบั
สละสลวย
……………………………………………………………………………………………………………………..……………………………………
………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………
…………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………
……..…………………………………………………………………………………………
๒. ใหน้ กั เรียนขยายความหมายและขยายความคำศัพท์ต่อไปน้ี ตามบรบิ ทท่ีปรากฏในเน้ือเรอื่ ง
กถามุข ดุษณี นกแสก แม่เหยา้ รโหฐาน ร่อยรอ่ ย ศพสงู
……………………………………………………………………………………………………………………..……………………………………
………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………
…………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………
…….……………………………………………………………………………………………………………………..……………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………….
๓. ให้นักเรียนแต่งกลอนดอกสร้อย เรอื่ งเก่ยี วกับธรรมชาติ ตามประสบการณแ์ ละจินตนาการ
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 4.๘
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๒
หน่วยท่ี 4 กลอนดอกสร้อยรำพงึ ในปา่ ชา้ เวลา ๘ ชั่วโมง
เรือ่ ง อา่ นคดิ สรปุ เรอื่ ง เวลา ๑ ชั่วโมง
ใช้สอนวนั ท่ี ....................................................................................................................
.
มาตรฐานที่ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความร้แู ละความคดิ เพื่อนำไปใชต้ ดั สินใจแกป้ ัญหาในการ
มาตรฐานที่ ท ๕.๑ ดำเนินชีวิตและมีนสิ ัยรกั การอ่าน
เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คณุ คา่
และนำมาประยุกต์ใชใ้ นชีวติ จรงิ
ตวั ช้วี ัด
ท ๑.๑ ม.๒/๔ อภปิ รายแสดงความคิดเห็นและข้อโต้แยง้ เกีย่ วกับเร่ืองทีอ่ ่าน
ท ๕.๑ ม.๒/๑. สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่านในระดบั ทย่ี ากขึน้
ท ๕.๑ ม.๒/๒ วเิ คราะหแ์ ละวิจารณว์ รรณคดวี รรณกรรม และวรรณกรรมท้องถ่ินท่ีอ่าน พรอ้ มยก
เหตุผลประกอบ
ท ๕.๑ ม.๒/๓ อธิบายคณุ ค่าของวรรณคดแี ละวรรณกรรมท่ีอ่าน
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง/ท้องถิน่
ตัวชว้ี ัด ความรู้ (K) ทกั ษะ/กระบวนการ คณุ ลักษณะ (A)
(P)
ท ๑.๑ ม.๒/๔ อภปิ รายแสดง - นิยามหลักการ - ฝกึ อภิปรายแสดง - มมี ารยาทในการ
ความคดิ เหน็ และข้อโต้แย้ง อภปิ รายแสดงความ ความคิดเหน็ และ อภิปรายและแสดง
เก่ียวกบั เรอื่ งท่ีอ่าน คิดเหน็ และข้อโตแ้ ยง้ ขอ้ โต้แยง้ ความคดิ เห็น
ข้อโต้แยง้
ท ๕.๑ ม.๒/๑. สรุปเนอ้ื หา การจบั ใจความสำคัญ - ฝกึ จบั ใจความสำคัญ - มมี ารยาทในการอ่าน
วรรณคดีและวรรณกรรมที่อา่ น - ฝึกสรปุ เนือ้ หา
ในระดับท่ียากขึ้น
ท ๕.๑ ม.๒/๒ วิเคราะหแ์ ละ การวิเคราะห์คณุ คา่ - ฝกึ วิเคราะห์คณุ คา่ - เหน็ คุณคา่ และซาบซึ้ง
วิจารณ์วรรณคดวี รรณกรรม และ ของวรรณคดีไทย ของวรรณคดไี ทยและ
วรรณกรรมท้องถิน่ ทอ่ี ่าน พร้อม และวรรณกรรม วรรณกรรมท้องถนิ่
ยกเหตุผลประกอบ ท้องถิน่
ท ๕.๑ ม.๒/๓ อธิบายคุณค่า การวิเคราะห์คุณคา่ ฝกึ เขยี นอธิบาย - เห็นคุณคา่ และซาบซึง้
ของวรรณคดแี ละวรรณกรรมท่ี ของวรรณคดไี ทย วเิ คราะหค์ ุณค่าของ
อา่ น และวรรณกรรม วรรณคดีไทยและ
ทอ้ งถนิ่ วรรณกรรมท้องถน่ิ
สาระสำคญั
๑. การอภปิ รายบทเรยี น แสดงเหตุผลประกอบการพูด เป็นการเพิ่มทักษะด้าน
การวเิ คราะห์ ทำให้สรปุ ขอ้ คิดจากบทเรียนไดง้ ่ายและตรงประเดน็
๒. การยอ่ ความจากเร่ืองทอี่ า่ น โดยอาศยั แผนภาพโครงเร่ือง จะทำให้ยอ่ เร่ืองไดง้ า่ ยและ
สมบรู ณ์มากขนึ้
สาระการเรยี นรู้
๑. การอภิปรายข้อคดิ จากบทเรียน
๒. การเขยี นยอ่ ความ
๓.การทดสอบหลังการเรียนรู้
กระบวนการเรียนรู้
๑. นักเรยี นและครูร่วมกันสนทนาทบทวนเนื้อหาสาระการเรียนรู้จากช่ัวโมงท่ีผ่านมา
๒. แบ่งนกั เรียนออกเปน็ กลุ่ม (ตามความเหมาะสม) โดยให้นักเรยี นรว่ มกนั ศึกษา
วิเคราะห์ เนื้อหาจากบทเรยี น แล้วดำเนนิ การอภปิ รายสรุปขอ้ คิดจากบทเรยี น แล้วเขยี นสรปุ ข้อคิด
ลงในสมดุ แบบฝกึ หดั
๓. นกั เรียนแลกเปลย่ี นเรียนรกู้ ารเขยี นย่อความกับเพ่ือนในกลมุ่ แลว้ เขยี นยอ่ ความจากบทเรียนลงใน
สมดุ และส่งตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลงานการเขยี นสรุปขอ้ คิดจากบทเรยี น และยอ่ ความของตนเองหน้าช้นั
เรยี น
๔. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายสรุปขอ้ คดิ จากบทเรียน เสนอแนะข้อบกพรอ่ งการ
เขียนยอ่ ความ และแนวทางปรบั ปรงุ แก้ไข สนทนาถงึ การทำงานกล่มุ และการทำงานรายบคุ คลของ
นักเรียน
๕. นักเรียนทำบัตรกจิ กรรมการเรียนรู้
๖. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังการเรยี นรู้
สื่อ / แหล่งเรียนรู้
ลำดับที่ รายการส่อื กิจกรรมทใี่ ช้ แหล่งทไี่ ดม้ า
๑
แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน นักเรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น ครจู ดั ทำ
๒ ครูจัดทำ
แผนภูมิความหมายของคำศัพท์ นกั เรยี นศกึ ษาและอ่าน
และสำนวนจากเร่อื ง
๓ หนงั สอื เรียน ชดุ วรรณคดี นักเรียนดภู าพและฝกึ อ่าน ครจู ดั หา
ครูจดั ทำ
วจิ ักษ์ ช้ัน ม.๒
๔ แบบประเมินการสังเกต บันทกึ การสงั เกตพฤติกรรม
พฤติกรรม
การวัดผลและประเมินผล
กจิ กรรม-พฤตกิ รรมที่ เครือ่ งมือทีใ่ ชใ้ น วธิ กี ารประเมิน เกณฑ์การประเมนิ
การประเมิน
ประเมนิ
แบบทดสอบก่อนเรียน ตรวจงานรายบุคคล ร้อยละ ๗๐ ขึน้ ไป
๑. นกั เรยี นทำแบบทดสอบ
หลงั เรยี น แบบประเมนิ รายกลุ่ม สงั เกตรายกลมุ่ ร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป
๒. นกั เรยี นนำเสนอหนา้ ชนั้ แบบประเมินพฤติกรรมและ ตรวจงานรายกลุม่ รอ้ ยละ ๗๐ ขึ้นไป
เรียน ผลงานระหว่างเรียน
๓. ประเมนิ พฤติกรรมและ
ผลงานระหวา่ งเรยี น
กิจกรรมเสนอแนะ
ในกิจกรรมการสอนภาษาไทยทกุ ช่ัวโมง ครูตอ้ งกวดขนั ให้นักเรียนใชต้ วั เลขไทย เพื่อใหเ้ กดิ ความ
เคยชนิ และติดเป็นนสิ ยั อีกทั้งให้มคี วามภูมิใจในการใช้ตัวเลขไทย อนั เป็นสมบัติของชาติ
บันทึกผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
๑. ผลการจัดการเรยี นรู้ตามผลการเรยี นร้ทู คี่ าดหวัง
นกั เรียนทงั้ หมด ....................คน
– ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ระดับดี ............ คน คิดเปน็ ร้อยละ ...............
– ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ระดับปานกลาง – คน คิดเปน็ ร้อยละ .................
– ไม่ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ระดับปรับปรุง – คน คดิ เป็นร้อยละ ...............
๒. ผลการประเมินพฤตกิ รรมระหวา่ งเรียน
............................................................................................................................. ...........................
..............................................................................................................................................................................
.......................................................................................... .......................................................................... ..........
......................................................................................................................... ...................................
๓. ปญั หาและอุปสรรคระหวา่ งการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน
........................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
๔. การปรบั ปรงุ แก้ไข
............................................................................................................................. ..............
.................................................................................................................................................................
๕. ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพ่ิมเตมิ
........................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .........................................
ลงชื่อ..........................................................ผสู้ อน
( นางสาวรตั นา มากอำไพ)
ครผู ู้ช่วย
ความเห็นของผู้อำนวยการโรงเรยี น
........................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................ ..............................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................ .........................................................
ลงชื่อ.................................................ผู้ตรวจสอบ
( นายพิเชษฐ์ ทับทอง )
ผ้อู ำนวยการโรงเรียนครนพิทยาคม
บัตรกจิ กรรมการเรียนรู้
๑. ใหน้ กั เรยี นเลอื กบทประพันธบ์ ททต่ี นเองประทับใจจากกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า ๑ บท พร้อม
แสดงเหตุผล
กองเอ๋ยกองขา้ ว กองสูงราวโรงนายงิ่ น่าใคร่
เกิดเพราะการเก็บเกี่ยวดว้ ยเคียวใคร ใครเล่าไถคราดฟ้ื นพ้นื แผน่ ดิน
เชา้ กข็ บั โคกระบือถือคนั ไถ สาราญใจตามเขตประเทศถิ่น
ยดึ หางยามยกั ไปตามใจจินต์ หางยามผินตามใจเพราะใครเอย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………..
คำชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนยอ่ ความกลอนดอกสร้อยรำพึงในปา่ ช้า ให้ถูกต้อง
ย่อกลอนดอกสร้อยรำพงึ ในป่าชา้ จาก หนงั สอื เรียนภาษาไทย ชุดวรรณคดวี ิจกั ษ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๒
หนา้ …….ถึง. …..ความวา่ ………………………….
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
เฉลยบัตรกจิ กรรมการเรียนรู้
๑. ให้นกั เรียนเลอื กบทประพันธบ์ ททต่ี นเองประทบั ใจจากกลอนดอกสรอ้ ยรำพึงในปา่ ชา้ ๑ บท พร้อม
แสดงเหตุผล
กองเอ๋ยกองขา้ ว กองสูงราวโรงนายง่ิ น่าใคร่
เกิดเพราะการเกบ็ เกี่ยวดว้ ยเคียวใคร ใครเลา่ ไถคราดฟ้ื นพ้ืนแผน่ ดิน
เชา้ ก็ขบั โคกระบือถือคนั ไถ สาราญใจตามเขตประเทศถ่ิน
ยดึ หางยามยกั ไปตามใจจินต์ หางยามผนิ ตามใจเพราะใครเอย
ประทับใจบทประพนั ธน์ ีเ้ พราะสะท้อนภาพของชาวนาในทุกขัน้ ตอนของการทำงาน และบทประพนั ธ์
ตงั้ คำถามใหผ้ ้อู า่ นไดใ้ ช้สตทิ บทวนหรอื ไตรต่ รองภาพของการกระทำที่เกิดข้ึน
คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนยอ่ ความกลอนดอกสร้อยรำพึงในปา่ ชา้ ให้ถูกต้อง
ย่อกลอนดอกสรอ้ ยรำพึงในป่าช้า จาก หนังสือเรียนภาษาไทย ชุดวรรณคดีวจิ กั ษ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๒
หน้า…….ถงึ . …..ความว่า………………………
( อยู่ในดุลพินจิ ของครู )
แบกบลทอดนสดออบกกส่อรน้อยเรรียำนพ-ึงหใลนงั ปเรา่ ียชนา้
คำช้ีแจง ให้นักเรียนเขียนเคร่ืองหมายถูกหน้าข้อความท่ีนักเรียนคิดว่าถูกต้อง และ เขียนเครื่องหมายผิด
หน้าข้อท่นี กั เรียนคดิ วา่ ผิด
...............๑ กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า เป็นบทประพันธ์ท่ีไม่ค่อยมีคนรู้จัก และท่องจำได้ยากมาก
ท้ังน้ีน่าจะเป็นเพราะเป็นบทประพันธ์ที่ประกอบด้วยเสียงเสนาะ คำดี และความดี ครบถ้วนตามคติความงาม
ทางวรรณศลิ ปข์ องไทย
............... ๒ กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า มีที่มาจากกวีนิพนธ์เรื่อง Elegy Written in a Country
Chruchyard ของ ทอมัส เกรย์ (Thomas Gray) กวีชาวองั กฤษ
........... ๓ พระยาอุปกิตศิลปสาร (น่ิม กาญจนาชีวะ) ผู้ถ่ายทอด Elegy Written in a Country
Churchyard มาเป็นกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า เป็นกวีคนสำคัญคนหน่ึงในสมัยรัชการท่ี ๕ และรัชกาลท่ี
๖
...............๔ ผลงานของพระยาอุปกิต ศิลปะสาร ส่วนใหญ่มีลักษระเป็นกาพย์กลอนแห่งความคิด คือเป็น
กวีนิพนธ์ขนาดส้ัน ท่ีมุ่งแสดงความคิดหรือความรู้สึกของกวี ต่างกับวรรณคดียุคก่อนที่นิยมแต่งเป็นเร่ืองยาว
โดยนำเร่อื งมาจากนทิ านหรอื ชาดก
...............๕ พระยาอุปกิตศิลปสารได้ประพันธ์กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า จากต้นฉบับแปลของเสฐียร
โกเศศ โดยแตง่ เป็นกลอนดอกสรอ้ ยจำนวน ๒๒ บท เพ่ิมข้ึนจากบทประพนั ธ์ภาษาอังกฤษหนึ่งบท
...............๖ การนำตัวบทวรรณคดีตะวันตกมาแปลและดัดแปลงให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมและรสนิยม
ของคนไทย นับเป็นลกั ษณะเด่นของการประพันธ์วรร ณคดีในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยู่หัว
และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจา้ อยหู่ ัว
.............. ๗ การใช้กลวิธี “แต่งดัดแปลงให้เข้าธรรมเนียมไทย” เป็นส่ิงสำคัญท่ีทำให้กลอนดอกสร้อย
รำพึงในป่าช้าเป็นบทประพันธ์ที่มีคุณค่าสูง เพราะเนื้อหาอันเป็นสากลได้รับการถ่ายทอดผ่านฉันทลักษณ์และ
ขนบทางวรรณศลิ ป์ของร้อยกรองไทย จงึ มคี วามไพเราะรัดรงึ ใจผ้อู ่าน
...............๘ คุณค่าในด้านเนื้อหาของบทรำพึงในป่าช้าอยู่ที่การมุ่งแสดงความจริงเก่ียวกับชีวิตมนุษย์ โดย
เสนอแนวคิดหลักว่า มนษุ ยท์ กุ คน ไมม่ ีผู้ใดหลีกหนีความตายไปได้
............... ๙ กลอนดอกสร้อย เปน็ คำกลอนที่มีรปู แบบคำที่จดจำยากมาก ไม่นยิ มใช้เปน็ บทขับร้องหรือบท
ร้องเลน่ และให้มเี นอ้ื หาเป็นคตสิ อนใจ
............... ๑๐ ลักษณะเด่นทางด้านวรรณศิลป์ของกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้าคือ การใช้โวหาร
เปรยี บเทียบอันงดงามแยบคายเพอ่ื เสนอแนวคดิ ซ่ึงจดั เป็นงานสรา้ งสรรค์โดยตรงของพระยาอปุ กิตศลิ ปสาร
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน-หลงั เรียน
...............๑ กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า เป็นบทประพันธ์ท่ีไม่ค่อยมีคนรู้จัก และท่องจำได้ยากมาก
ทั้งนี้น่าจะเป็นเพราะเป็นบทประพันธ์ที่ประกอบด้วยเสียงเสนาะ คำดี และความดี ครบถ้วนตามคติความงาม
ทางวรรณศิลปข์ องไทย
............... ๒ กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า มีท่ีมาจากกวีนิพนธ์เรื่อง Elegy Written in a Country
Chruchyard ของ ทอมัส เกรย์ (Thomas Gray) กวีชาวองั กฤษ
........... ๓ พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ) ผู้ถ่ายทอด Elegy Written in a Country
Churchyard มาเป็นกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า เป็นกวีคนสำคัญคนหน่ึงในสมัยรัชการท่ี ๕ และรัชกาลท่ี
๖
...............๔ ผลงานของพระยาอุปกิต ศิลปะสาร ส่วนใหญ่มีลักษระเป็นกาพย์กลอนแห่งความคิด คือ
เป็นกวีนิพนธ์ขนาดส้ัน ที่มุ่งแสดงความคิดหรือความรู้สึกของกวี ต่างกับวรรณคดียุคก่อนที่นิยมแต่งเป็นเรื่อง
ยาว โดยนำเร่อื งมาจากนทิ านหรอื ชาดก
...............๕ พระยาอุปกิตศิลปสารได้ประพันธ์กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า จากต้นฉบับแปลของ
เสฐียรโกเศศ โดยแต่งเป็นกลอนดอกสรอ้ ยจำนวน ๒๒ บท เพม่ิ ขึ้นจากบทประพนั ธภ์ าษาอังกฤษหนงึ่ บท
...............๖ การนำตวั บทวรรณคดีตะวันตกมาแปลและดัดแปลงใหส้ อดคลอ้ งกับวฒั นธรรมและรสนิยม
ของคนไทย นบั เป็นลกั ษณะเด่นของการประพันธ์วรร ณคดีในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยู่หัว
และพระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว
.............. ๗ การใช้กลวิธี “แต่งดัดแปลงให้เข้าธรรมเนียมไทย” เป็นส่ิงสำคัญท่ีทำให้กลอนดอกสร้อย
รำพึงในป่าช้าเป็นบทประพันธ์ที่มีคุณค่าสูง เพราะเน้ือหาอันเป็นสากลได้รับการถ่ายทอดผ่านฉันทลักษณ์และ
ขนบทางวรรณศิลปข์ องร้อยกรองไทย จึงมคี วามไพเราะรัดรึงใจผู้อา่ น
...............๘ คุณค่าในด้านเนื้อหาของบทรำพึงในป่าช้าอยู่ที่การมุ่งแสดงความจริงเก่ียวกับชีวิตมนุษย์
โดยเสนอแนวคิดหลกั ว่า มนุษย์ทุกคน ไมม่ ผี ูใ้ ดหลกี หนคี วามตายไปได้
............... ๙ กลอนดอกสรอ้ ย เป็นคำกลอนทม่ี ีรูปแบบคำที่จดจำยากมาก ไม่นิยมใช้เป็นบทขบั รอ้ งหรือ
บทร้องเลน่ และให้มเี นอื้ หาเปน็ คตสิ อนใจ
............... ๑๐ ลักษณะเด่นทางด้านวรรณศิลป์ของกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้าคือ การใช้โวหาร
เปรียบเทียบอันงดงามแยบคายเพือ่ เสนอแนวคิด ซึ่งจัดเปน็ งานสร้างสรรค์โดยตรงของพระยาอุปกิตศิลปสาร
แบบประเมนิ หลงั แผนการจัดการเรียน
แบบประเมนิ พฤติกรรมและผลงานระหว่างเรียน
ความหมาย
๑. ตง้ั ใจ หมายถึง ความมานะ อดทนทำงานจนเสรจ็ ( A )
๒. ความร่วมมอื หมายถึง สมาชกิ ในกลุ่มใหค้ วามรว่ มมือทำงานจนเสรจ็ ( A )
๓. ความมวี ินัย หมายถึง ผลงาน หรอื การทำงานเปน็ ระบบระเบยี บเรียบร้อย สะอาด
สวยงาม และได้เนื้อหาครบถ้วน ทนั หรอื ตรงตอ่ เวลา ( A,K )
๔. คณุ ภาพของผลงาน หมายถงึ ผลงานเรียบรอ้ ย สวยงาม เน้ือหาครบถว้ น
ภาษาท่ใี ช้เหมาะสม (P – Product, K)
๕. การนำเสนอผลงาน หมายถงึ การพดู อธิบายนำเสนอผลงานไดต้ ามลำดับ
และเนอื้ หาถูกต้อง ( P – Process, K )
เกณฑ์การประเมิน
๔ หมายถงึ ทำไดด้ ีมาก ๓ หมายถึง ทำได้ดี
๒ หมายถึง ทำได้พอใช้ ๑ หมายถงึ ควรปรับปรงุ
เลขท่ี ความต้ังใจ ความรว่ มมอื ความมีวินัย คณุ ภาพของ การนำเสนอ รวม
(๔) (๔) (๔) ผลงาน (๔) ผลงาน (๔) (๒๐)
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนกระบวนการทำงานกลมุ่
ประเดน็ การประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน/ระดับ
๑. การกำหนด –
๓๒๑
เป้าหมายรว่ มกนั
สมาชิกทุกคนมสี ่วน สมาชิกสว่ นใหญ่มี สมาชิกส่วนน้อยมี
๒. การแบ่งหนา้ ที่
รบั ผิดชอบ รว่ มในการกำหนด ส่วนร่วมในการกำหนด สว่ นรว่ มในการกำหนด
๓. การปฏิบตั ิหน้าท่ี เป้าหมายการทำงาน เปา้ หมายในการ เป้าหมายในการ
ท่ีได้รับมอบหมาย
อย่างชดั เจน ทำงาน ทำงาน
๔. การประเมินและ
ปรบั ปรุงผลงาน กระจายงานได้อยา่ ง กระจายงานได้ท่วั ถึง กระจายงานไม่ทัว่ ถึง
ทว่ั ถงึ และตรงตาม แต่ไมต่ รงตาม
ความสามารถของ ความสามารถของ
สมาชิกทุกคน สมาชกิ
ทำงานได้สำเรจ็ ตาม ทำงานได้สำเร็จตาม ทำงานไม่สำเรจ็ ตาม
เปา้ หมายท่ีไดร้ บั เป้าหมายแตช่ ้ากว่า เปา้ หมาย
มอบหมาย ตาม เวลาที่กำหนด
ระยะเวลาที่กำหนด
สมาชกิ ทกุ คนรว่ ม สมาชกิ บางส่วนมสี ว่ น สมาชกิ บางสว่ นไม่มี
ปรึกษาหารือ ติดตาม ร่วมปรกึ ษาหารือแต่ไม่ สว่ นร่วมปรึกษาหารือ
ตรวจสอบและปรบั – ชว่ ยปรับปรุงผลงาน และไม่ชว่ ยปรบั ปรุง
ปรงุ ผลงานเปน็ ระยะ ผลงาน
แบบประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย วิชา ภาษาไทย
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มท่ี …….....
ที่ รายการประเมนิ คะแนน ข้อคิดเห็น
๓๒๑
๑. การกำหนดเปา้ หมายรว่ มกัน
๒. การแบง่ หนา้ ท่ีรับผิดชอบ
๓. การปฏิบัติตามหนา้ ท่ีทีไ่ ด้รบั มอบหมาย
๔. การประเมินและปรับปรุงผลงาน
รวม
ลงชอื่ ผ้ปู ระเมิน
( )
เกณฑ์การประเมิน ดมี าก
ดี
๑๑ – ๑๒= พอใช้
๘ – ๑๐ = ปรบั ปรุง
๕–๖ =
๐–๔ =
เกณฑก์ ารประเมินการนำเสนอผลงาน
แนวทางการพจิ ารณา
หวั ข้อการพิจารณา/ระดับการปฏบิ ัติหรอื พฤติกรรม
ระดับ เน้ือหา กลวธิ ีการนำเสนอ ขน้ั ตอนการ การใช้ภาษา ตอบคำถาม/
คะแนน นำเสนอ เวลา
มกี ารเรียงลำดบั ตอบคำถามได้
๔ เนอ้ื หาไดด้ ี มกี ารนำเข้าสู่เน้อื มีการนำเสนอ ออกเสยี งถูกต้อง อยา่ งมภี มู ริ ู้
มคี วามตอ่ เนอื่ ง และมคี วาม
มปี ระโยชน์ เรื่อง มคี วาม อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ตามอักขรวิธแี ละดัง ชัดเจน มแี หล่ง
ให้แง่คิด อ้างอิง
สัมพันธ์กบั เนือ้ ราบร่ืนเป็นไปตาม ชดั เจน ใช้ภาษา ใชเ้ วลาตาม
กำหนด
เร่อื ง เร้าใจผูฟ้ ัง ขน้ั ตอน เหมาะสม เข้าใจ ตอบคำถามได้
คอ่ นข้างชดั เจน
มคี วามมน่ั ใจ ง่าย มีการใช้ มีแหล่งอ้างอิง
ใช้เวลาเกนิ
สำนวนโวหาร กำหนด ๑ นาที
๓ มีการเรยี งลำดับ มีการนำเข้าสูเ่ น้อื การนำเสนอ ออกเสียงถูกต้อง ตอบคำถามไดไ้ ม่
เนื้อหาไดด้ ี เรอ่ื ง มคี วาม ต่อเนอื่ ง มีการ ตามอักขรวิธีและดงั ค่อยชดั เจน
มคี วามตอ่ เนือ่ ง สมั พันธก์ ับเนือ้ ข้ามข้นั ตอนบ้าง ชดั เจน ใชภ้ าษา มแี หลง่ อ้างองิ
มีประโยชน์ เรอ่ื ง เรา้ ใจผู้ฟงั เหมาะสมเขา้ ใจงา่ ย เปน็ บางส่วน
ให้แง่คดิ น้อย ไมม่ คี วามมนั่ ใจใน การนำเสนอ ไมม่ ีการใช้สำนวน ใชเ้ วลาเกนิ
การนำเสนอ ต่อเน่ือง ไมม่ ี โวหาร กำหนด
๒ มีการเรียงลำดบั ขั้นตอนเป็นส่วน ๒ นาที
เนอ้ื หาไดด้ ี มกี ารนำเข้าสู่เน้ือ ใหญ่ ออกเสียงถูกตอ้ ง ตอบคำถามไม่ได้
มีความต่อเนอ่ื ง เรื่อง มคี วาม ตามอักขรวิธแี ละดัง เปน็
มีประโยชนน์ ้อยให้ สัมพันธก์ บั เนือ้ ชดั เจน ใชภ้ าษา ส่วนใหญ่
แง่คดิ นอ้ ย เรื่อง ไม่ เร้าใจผ้ฟู งั เข้าใจยาก ไมม่ ี ใช้เวลาเกนิ
ไมม่ ีความมั่นใจใน การใชส้ ำนวน กำหนด ๕ นาที
การนำเสนอ โวหาร
๑ มีการเรียงลำดบั มีการนำเขา้ สูเ่ นอื้ การนำเสนอ ออกเสียงถกู ตอ้ ง
เน้อื หาไดด้ ี เร่ือง ไมม่ ีความ ไม่ต่อเน่ือง ตามอักขรวธิ แี ละดงั
ไม่มีความตอ่ เนื่อง สัมพันธ์กบั เนอื้ นำเสนอสบั สน ชดั เจน ใช้ภาษาไม่
มีประโยชนน์ อ้ ยให้ เรอื่ ง ไม่เรา้ ใจผฟู้ ัง เหมาะสม เข้าใจ
แง่คิดน้อย ไม่มคี วามมัน่ ใจใน ยาก ไมม่ ีการใช้
การนำเสนอ สำนวนโวหาร
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
กล่มุ ท่.ี ...........................................................หอ้ ง.......................
เน้ือหา กลวธิ ี ขนั้ ตอนการ การใช้ การตอบ รวม
๔ การ นำเสนอ ภาษา คำถาม คะแนน
ประเด็น นำเสนอ ๔ ๔ /เวลา ๒๐
ชอื่ – สกลุ ๔๔
สมาชกิ
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๖.
๘.
ลงช่อื ......................................................ผู้ประเมิน
()
วันท่ี......เดือน......................ป.ี ...............
เกณฑ์การประเมิน ๔ หมายถึง ดีมาก
๓ หมายถึง ดี
๒ หมายถึง พอใช้
๑ หมายถึง ตอ้ งปรบั ปรุง
แบบสงั เกตพฤติกรรมการอ่าน
คำชีแ้ จง ใหท้ ำเครื่องหมาย / ลงในช่องรายการสงั เกตพฤตกิ รรมทก่ี ำหนด
รายการสงั เกต
เลขท่ี ช่อื – สกุล
ความสนในเร่ือง
่ีท ่อาน
ีมมารยาทในการ
อ่าน
ีมสมา ิธในการอ่าน
อ่านคำถูกต้อง
้นำเสียง ัชดเจน
ถูกต้อง
อ่านไม่กดหรือเติม
คำ
จับห ันงสือได้
ูถก ้ตอง
สรุปผลการประเ ิมน
ผ่าน / ไ ่มผ่าน
๒๑๐๒๑๐๒๑๐๒๑๐๒๑๐๒๑ ๐๒๑๐
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
๑๐
๑๑
๑๒
๑๓
๑๔
๑๕
๑๖
๑๗
๑๘
๑๙
๒๐
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ๒= ด,ี ๑ = ปานกลาง, ๐ = ตอ้ งปรบั ปรงุ แกไ้ ข
(ลงช่ือ)……………………………………….ผูป้ ระเมนิ
วันท่ี……….เดือน…………………….พ.ศ………………
แบบประเมนิ ก่อนเรียนและหลังเรยี น หน่วยท่ี 4
แบบทดสอบ แบบทดสอบ สรปุ
เลขท่ี ชอื่ – สกลุ ก่อนเรียน หลงั เรยี น ผลต่าง
๑ ๒๐ ๒๐ ผ่าน ไม่ผา่ น
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
๑๐
๑๑
๑๒
๑๓
๑๔
๑๕
๑๖
๑๗
๑๘
๑๙
๒๐