The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือนักเรียนโรงเรียนวัชรวิทยา 2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by กรานติมาพร เดชะผล, 2020-08-13 00:37:34

คู่มือนักเรียนโรงเรียนวัชรวิทยา 2563

คู่มือนักเรียนโรงเรียนวัชรวิทยา 2563

Keywords: คู่มือนักเรียน2563

โรงเรยี นวชั รวทิ ยา หลักสูตร ห้องเรียน E-SMAT
โครงสรา้ งรายวชิ า ระดับชั้นมธั ยมศึกษาตอนต้น (ม.1-ม.3) เขา้ เรยี นปกี ารศึกษา 2562

ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 1 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3

ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2

รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก.

วชิ าพน้ื ฐาน 11.0 11.0 11.0 11.0 11.0 11.0

ท 21101 ภาษาไทยพื้นฐาน 1.5 ท 21102 ภาษาไทยพื้นฐาน 1.5 ท 22101 ภาษาไทยพื้นฐาน 1.5 ท 22102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 1.5 ท 23101 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 1.5 ท 23102 ภาษาไทยพื้นฐาน 1.5

ค 21101 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 1.5 ค 21102 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 1.5 ค 22101 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 1.5 ค 22102 คณติ ศาสตร์พื้นฐาน 1.5 ค 23101 คณติ ศาสตร์พื้นฐาน 1.5 ค 23102 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 1.5

ว 21101 วทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน 1.5 ว 21102 วทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน 1.5 ว 22101 วทิ ยาศาสตร์พื้นฐาน 1.5 ว 22102 วทิ ยาศาสตร์พื้นฐาน 1.5 ว 23101 วทิ ยาศาสตร์พื้นฐาน 1.5 ว 23102 วทิ ยาศาสตร์พื้นฐาน 1.5

ว 21103 การออกแบบและเทคโนโลยี 10.5 ว 21104 วทิ ยาการคานวณ 1 0.5 ว 22103 การออกแบบและเทคโนโลยี 20.5 ว 22104 วทิ ยาการคานวณ 2 0.5 ว 23103 การออกแบบและเทคโนโลยี 30.5 ว 23104 วทิ ยาการคานวณ 3 0.5

ส 21101 ภมู ศิ าสตร์ 1 1.0 ส 21104 สังคมศึกษาพื้นฐาน 1.0 ส 22101 ภมู ิศาสตร์ 2 1.0 ส 22104 สังคมศึกษาพ้ืนฐาน 1.0 ส 23101 ภมู ิศาสตร์ 3 1.0 ส 23104 สังคมศึกษาพ้ืนฐาน 1.0

ส 21102 พระพุทธศาสนา 0.5 ส 21105 พระพุทธศาสนา 0.5 ส 22102 พระพุทธศาสนา 0.5 ส 22105 พระพุทธศาสนา 0.5 ส 23102 พระพุทธศาสนา 0.5 ส 23105 พระพุทธศาสนา 0.5

ส 21103 ประวตั ิศาสตร์ทอ้ งถ่ิน 0.5 ส 21106 ประวตั ิศาสตร์ไทยสมัยสุโขทยั 0.5 ส 22103 ประวตั ิฯกรุงศรีอยุธยา 0.5 ส 22106 ประวตั ิศาสตรไทยสมัยกรุงธนบ0รุ .5ี ส 23103 ประวตั ิศาสตร์สมยั กรุงรัตนโกส0ิน.5ทร์ส 23106 ประวตั ิศาสตร์ไทยยุคประชาธปิ 0ไ.ต5ย

พ 21101 สุขศึกษา 0.5 พ 21103 สุขศึกษา 0.5 พ 22101 สุขศึกษา 0.5 พ 22103 สุขศึกษา 0.5 พ 23101 สุขศึกษา 0.5 พ 23103 สุขศึกษา 0.5

พ 21102 พลศึกษา (เทเบลิ เทนนสิ ) 0.5 พ 21104 พลศึกษา (วอลเลย์บอล) 0.5 พ 22102 พลศึกษา (วดู้ บอล 1) 0.5 พ 22104 พลศึกษา (ฟุตซอล) 0.5 พ 23102 พลศึกษา (บาสเกตบอล) 0.5 พ 23104 พลศึกษา (ฟุตบอล) 0.5

ศ 21101 ศิลปะ (ทศั นศิลป)์ 1.0 ศ 21102 ศิลปะพ้ืนฐาน (ดนตรี-นาฏศิลป1)์ .0 ศ 22101 ศิลปะ (ดนตรี-นาฏศิลป)์ 1.0 ศ 22102 ศิลปะพ้ืนฐาน (ทศั นศิลป)์ 1.0 ศ 23101 ศิลปะพ้ืนฐาน (ดนตรี-นาฏศิลป1)์ .0 ศ 23102 ศิลปะพ้ืนฐาน (ทศั นศิลป)์ 1.047

อ 21101 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1.5 อ 21102 ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน 1.5 อ 22101 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1.5 อ 22102 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1.5 อ 23101 ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน 1.5 อ 23102 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1.5

ง 21101 การงานอาชีพ 1 0.5 ง 21102 การงานอาชีพ 2 0.5 ง 22101 การงานอาชีพ3 0.5 ง 22102 การงานอาชีพ4 0.5 ง 23101 การงานอาชีพ 5 0.5 ง 23102 การงานอาชีพ 6 0.5

วชิ าเพมิ่ เตมิ 4.0 3.0 3.5 4.0 4.0 3.0

ว 20207 ปฏิบัตกิ ารวทิ ยาศาสตร์ 1 1.0 ว 20208 ปฏิบัตกิ ารวทิ ยาศาสตร์ 2 1.0 ว 20209 ปฏิบัตกิ ารวทิ ยาศาสตร์ 3 1.0 ค 20202 คณิตศาสตรเ์ พอ่ื วทิ ยาการ 1.0 ว 20234 ปฏิบัตกิ ารเทคโนโลยี 2 1.0 ว 20210 ปฏิบัตกิ ารวทิ ยาศาสตร์ 4 1.0

ว 20231 โปรแกรมคอมฯกราฟิก 0.5 ว 20232 การสร้างงานแอนเิ มช่ัน 0.5

อ 21205 Reading and Writing 5 0.5 อ 21206 Reading and Writing 5 0.5 อ 22207 Reading and Writing 7 0.5 อ 22208 Reading and Writing 8 0.5 อ 23209 Reading and Writing 9 0.5 อ 23210 Reading and Writing 10 0.5

อ 21207 Listening and Speaking 50.5 อ 21208 Listening and Speaking 60.5 อ 22209 Listening and Speaking 70.5 อ 22210 Listening and Speaking 80.5 อ 23211 Listening and Speaking 90.5 อ 23212 Listening and Speaking 10.5

ท 20207 การใช้ห้องสมดุ 0.5 I 20201 การศกึ ษาคน้ ควา้ และสรา้ งอง1ค.ค์0วาIม2ร0ู้ 202 การสอ่ื สารและการนาเสนอ 1.0

จ 21223 ภาษาจีนฟังพูด 1 1.0 จ 21224 ภาษาจีนฟังพูด 2 1.0 จ 22223 ภาษาจีนฟังพูด 3 1.0 จ 22224 ภาษาจีนฟังพูด 4 1.0 จ 23223 ภาษาจีนฟังพูด 5 1.0 จ 23224 ภาษาจีนฟังพูด 6 1.0

กจิ กรรมเพม่ิ เวลารู้ 80 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 80 กจิ กรรมเพม่ิ เวลารู้ 80 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 80 กจิ กรรมเพม่ิ เวลารู้ 80 กจิ กรรมเพม่ิ เวลารู้ 80
แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20
กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20
ลูกเสือ-เนตรนารี 20 ลูกเสือ-เนตรนารี 20 ลูกเสือ-เนตรนารี 20 ลูกเสือ-เนตรนารี 20 ลูกเสือ-เนตรนารี 20 ลูกเสือ-เนตรนารี 20
กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 8 กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 7 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 8 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 7 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 8 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 7
รวม 15.0 รวม 14.0 รวม 14.5 รวม 15.0 รวม 15.0 รวม 14.0

โรงเรยี นวชั รวทิ ยา หลักสูตร ห้องเรยี น สสวท
โครงสรา้ งรายวชิ า ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-ม.3) เข้าเรยี นปกี ารศึกษา 2562

ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 1 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 3

ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2

รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก.

วชิ าพนื้ ฐาน 11.0 11.0 11.0 11.0 11.0 11.0

ท 21101 ภาษาไทย 1.5 ท 21102 ภาษาไทยพื้นฐาน 1.5 ท 22101 ภาษาไทย 1.5 ท 22102 ภาษาไทยพื้นฐาน 1.5 ท 23101 ภาษาไทยพื้นฐาน 1.5 ท 23102 ภาษาไทยพื้นฐาน 1.5

ค 21101 คณิตศาสตร์ 1.5 ค 21102 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 1.5 ค 22101 คณิตศาสตร์ 1.5 ค 22102 คณติ ศาสตร์พื้นฐาน 1.5 ค 23101 คณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน 1.5 ค 23102 คณติ ศาสตร์พื้นฐาน 1.5

ว 21101 วทิ ยาศาสตร์ 1.5 ว 21102 วทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน 1.5 ว 22101 วทิ ยาศาสตร์ 1.5 ว 22102 วทิ ยาศาสตร์พื้นฐาน 1.5 ว 23101 วทิ ยาศาสตร์พื้นฐาน 1.5 ว 23102 วทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน 1.5

ว 21103 การออกแบบและเทคโนโลยี 10.5 ว 21104 วทิ ยาการคานวณ 1 0.5 ว 22103 การออกแบบและเทคโนโลยี 20.5 ว 22104 วทิ ยาการคานวณ 2 0.5 ว 23103 การออกแบบและเทคโนโลยี 30.5 ว 23104 วทิ ยาการคานวณ 3 0.5

ส 21101 ภมู ศิ าสตร์ 1 1.0 ส 21104 สังคมศึกษาพ้ืนฐาน 1.0 ส 22101 ภมู ศิ าสตร์ 2 1.0 ส 22104 สังคมศึกษาพื้นฐาน 1.0 ส 23101 ภมู ศิ าสตร์ 3 1.0 ส 23104 สังคมศึกษาพ้ืนฐาน 1.0

ส 21102 พระพุทธศาสนา 0.5 ส 21105 พระพุทธศาสนา 0.5 ส 22102 พระพุทธศาสนา 0.5 ส 22105 พระพุทธศาสนา 0.5 ส 23102 พระพุทธศาสนา 0.5 ส 23105 พระพุทธศาสนา 0.5

ส 21103 ประวตั ิศาสตร์ทอ้ งถิ่น 0.5 ส 21106 ประวตั ิศาสตร์ไทยสมยั สุโขทยั 0.5 ส 22103 ประวตั ิฯกรุงศรีอยุธยา 0.5 ส 22106 ประวตั ิศาสตรไทยสมยั กรุงธนบ0รุ .5ี ส 23103 ประวตั ิศาสตร์สมยั กรุงรัตนโกส0ิน.5ทร์ส 23106 ประวตั ิศาสตร์ไทยยุคประชาธปิ 0ไ.ต5ย

พ 21101 สุขศึกษา 0.5 พ 21103 สุขศึกษา 0.5 พ 22101 สุขศึกษา 0.5 พ 22103 สุขศึกษา 0.5 พ 23101 สุขศึกษา 0.5 พ 23103 สุขศึกษา 0.5

พ 21102 พลศึกษา (เทเบลิ เทนนสิ ) 0.5 พ 21104 พลศึกษา (วอลเลย์บอล) 0.5 พ 22102 พลศึกษา (วดู้ บอล 1) 0.5 พ 22104 พลศึกษา (ฟุตซอล) 0.5 พ 23102 พลศึกษา (บาสเกตบอล) 0.5 พ 23104 พลศึกษา (ฟุตบอล) 0.5

ศ 21101 ศิลปะ (ทศั นศิลป)์ 1.0 ศ 21102 ศิลปะพ้ืนฐาน (ดนตรี-นาฏศิลป1)์ .0 ศ 22101 ศิลปะ (ดนตรี-นาฏศิลป)์ 1.0 ศ 22102 ศิลปะพ้ืนฐาน (ทศั นศิลป)์ 1.0 ศ 23101 ศิลปะพ้ืนฐาน (ดนตรี-นาฏศิลป1)์ .0 ศ 23102 ศิลปะพื้นฐาน (ทศั นศิลป)์ 1.0

อ 21101 ภาษาอังกฤษ 1.5 อ 21102 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1.5 อ 22101 ภาษาอังกฤษ 1.5 อ 22102 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1.5 อ 23101 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1.5 อ 23102 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1.5 48

ง 21101 การงานอาชีพ 1 0.5 ง 21102 การงานอาชีพ 2 0.5 ง 22101 การงานอาชีพ3 0.5 ง 22102 การงานอาชีพ4 0.5 ง 23101 การงานอาชีพ 5 0.5 ง 23102 การงานอาชีพ 6 0.5

วชิ าเพมิ่ เตมิ 4.5 4.5 4.0 6.0 4.5 4.0

ท 20211 ภาษาไทยเพอื่ การเขียนเชิงวชิ 1า.ก0าร

ค 20202 คณิตศาสตรเ์ พอ่ื วทิ ยาการ 1.0

ว 20217 ของเลน่ เชงิ วทิ ยาศาสตร์1 1.0 ว 20218 วทิ ยาศาสตรก์ บั ความงาม 1.0 ว 20219 วทิ ยาศาสตรโ์ ลกทั้งระบบ 1 1.0 ว 20220 วทิ ยาศาสตรโ์ ลกท้งั ระบบ 2 1.0 ว 20221 เชอื้ เพลงิ เพอื่ การคมนาคม 1.0 ว 20222 พลงั งานทดแทนกบั การใชป้ ร1ะ.0โยชน์

ว 20231 โปรแกรมคอมฯกราฟิก 0.5 ว 20238 การโปรแกรมเบื้องตน้ 1.0 ว.20235 IPST-Microbox 1.0 ว 20233 การสรา้ งเวป็ เพจ 0.5 ว 20236 การออกแบบและเทคโนโลยี 13.0

อ 21207 Listening and Speaking 50.5 อ 21208 Listening and Speaking 60.5 อ 22209 Listening and Speaking 70.5 อ 22210 Listening and Speaking 80.5 อ 23211 Listening and Speaking 90.5 อ 23212 Listening and Speaking 10.5

อ 21201 Reading and Writing 1 1.0 อ 21203 Reading and Writing 2 1.0 อ 22211 English for Maths & Scien0c.e5 อ 22212 English for Communicatio0n.51อ 23213 English for Presentation 10.5 อ 23214 English for Presentation 20.5

ท 20207 การใช้ห้องสมดุ 0.5 I 20201 การศกึ ษาคน้ ควา้ และสรา้ งอง1ค.ค์0วาIม2ร0ู้ 202 การสอื่ สารและการนาเสนอ 1.0

จ 21223 ภาษาจีนฟังพูด 1 1.0 จ 21224 ภาษาจีนฟังพูด 2 1.0 จ 22223 ภาษาจีนฟังพูด 3 1.0 จ 22224 ภาษาจีนฟังพูด 4 1.0 จ 23223 ภาษาจีนฟังพูด 5 1.0 จ 23224 ภาษาจีนฟังพูด 6 1.0

กจิ กรรมเพม่ิ เวลารู้ 80 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 80 กจิ กรรมเพม่ิ เวลารู้ 80 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 80 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 80 กจิ กรรมเพม่ิ เวลารู้ 80
แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20
กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20
ลูกเสือ-เนตรนารี 20 ลูกเสือ-เนตรนารี 20 ลูกเสือ-เนตรนารี 20 ลูกเสือ-เนตรนารี 20 ลูกเสือ-เนตรนารี 20 ลูกเสือ-เนตรนารี 20
กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 8 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 7 กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 8 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 7 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 8 กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 7
รวม 15.5 รวม 15.5 รวม 15.0 รวม 17.0 รวม 15.5 รวม 15.0

โรงเรยี นวชั รวทิ ยา หลกั สูตร หอ้ งเรียน EP
โครงสรา้ งรายวชิ า ระดับช้ันมธั ยมศึกษาตอนต้น (ม.1-ม.3) เขา้ เรยี นปกี ารศึกษา 2562

ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 1 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 3

ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรยี นที่ 2

รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก.

วชิ าพนื้ ฐาน 11.0 11.0 11.0 11.0 11.0 11.0

ท 21101 ภาษาไทยพื้นฐาน 1.5 ท 21102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 1.5 ท 22101 ภาษาไทยพื้นฐาน 1.5 ท 22102 ภาษาไทยพื้นฐาน 1.5 ท 23101 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 1.5 ท 23102 ภาษาไทยพื้นฐาน 1.5

ค 21101 คณติ ศาสตร์พื้นฐาน 1.5 ค 21102 คณิตศาสตร์พื้นฐาน 1.5 ค 22101 คณติ ศาสตร์พื้นฐาน 1.5 ค 22102 คณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน 1.5 ค 23101 คณติ ศาสตร์พื้นฐาน 1.5 ค 23102 คณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน 1.5

ว 21101 วทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน 1.5 ว 21102 วทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน 1.5 ว 22101 วทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน 1.5 ว 22102 วทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน 1.5 ว 23101 วทิ ยาศาสตร์พื้นฐาน 1.5 ว 23102 วทิ ยาศาสตร์พื้นฐาน 1.5

ว 21103 การออกแบบและเทคโนโลยี 10.5 ว 21104 วทิ ยาการคานวณ 1 0.5 ว 22103 การออกแบบและเทคโนโลยี 20.5 ว 22104 วทิ ยาการคานวณ 2 0.5 ว 23103 การออกแบบและเทคโนโลยี 30.5 ว 23104 วทิ ยาการคานวณ 3 0.5

ส 21101 ภมู ิศาสตร์ 1 1.0 ส 21104 สังคมศึกษาพื้นฐาน 1.0 ส 22101 ภมู ศิ าสตร์ 2 1.0 ส 22104 สังคมศึกษาพื้นฐาน 1.0 ส 23101 ภมู ิศาสตร์ 3 1.0 ส 23104 สังคมศึกษาพ้ืนฐาน 1.0
ส 21102 พระพุทธศาสนา 0.5 ส 21105 พระพุทธศาสนา 0.5 ส 22102 พระพุทธศาสนา 0.5 ส 22105 พระพุทธศาสนา 0.5 ส 23102 พระพุทธศาสนา 0.5 ส 23105 พระพุทธศาสนา 0.5

ส 21103 ประวตั ิศาสตร์ทอ้ งถ่ิน 0.5 ส 21106 ประวตั ิศาสตร์ไทยสมยั สุโขทยั 0.5 ส 22103 ประวตั ิฯกรุงศรีอยุธยา 0.5 ส 22106 ประวตั ิศาสตรไทยสมยั กรุงธนบ0รุ .5ี ส 23103 ประวตั ิศาสตร์สมัยกรุงรัตนโกส0ิน.5ทร์ส 23106 ประวตั ิศาสตร์ไทยยุคประชาธปิ 0ไ.ต5ย

พ 21101 สุขศึกษา 0.5 พ 21103 สุขศึกษา 0.5 พ 22101 สุขศึกษา 0.5 พ 22103 สุขศึกษา 0.5 พ 23101 สุขศึกษา 0.5 พ 23103 สุขศึกษา 0.5

พ 21102 พลศึกษา (เทเบลิ เทนนสิ ) 0.5 พ 21104 พลศึกษา (วอลเลย์บอล) 0.5 พ 22102 พลศึกษา (วดู้ บอล 1) 0.5 พ 22104 พลศึกษา (ฟุตซอล) 0.5 พ 23102 พลศึกษา (บาสเกตบอล) 0.5 พ 23104 พลศึกษา (ฟุตบอล) 0.5

ศ 21101 ศลิ ปะ (ทัศนศลิ ป์) 1.0 ศ 21102 ศิลปะพ้ืนฐาน (ดนตรี-นาฏศิลป1)์ .0 ศ 22101 ศลิ ปะ (ดนตรี-นาฏศลิ ป์) 1.0 ศ 22102 ศิลปะพื้นฐาน (ทศั นศิลป)์ 1.0 ศ 23101 ศลิ ปะพ้นื ฐาน (ดนตร-ี นาฏศลิ ป์) 1.0 ศ 23102 ศิลปะพื้นฐาน (ทศั นศิลป)์ 1.0

ง 21101 การงานอาชีพ 1 0.5 ง 21102 การงานอาชีพ 2 0.5 ง 22101 การงานอาชีพ3 0.5 ง 22102 การงานอาชีพ4 0.5 ง 23101 การงานอาชีพ 5 0.5 ง 23102 การงานอาชีพ 6 0.549

อ 21101 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1.5 อ 21102 ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน 1.5 อ 22101 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1.5 อ 22102 ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน 1.5 อ 23101 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1.5 อ 23102 ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน 1.5

วชิ าเพม่ิ เตมิ 4.0 3.0 3.5 4.0 4.5 3.0

อ 21201 Reading and Writing 1 1.0 อ 21203 Reading and Writing 2 1.0 อ 22201 Reading and Writing 3 1.0 อ 22203 Reading and Writing 4 1.0 อ 23201 Reading and Writing 5 1.0 อ 23203 Reading and Writing 6 1.0

อ 21202 Listening and Speaking 11.0 อ 21204 Listening and Speaking 21.0 อ 22202 Listening and Speaking 31.0 อ 22204 Listening and Speaking 41.0 อ 23202 Listening and Speaking 51.0 อ 23204 Listening and Speaking 61.0

ว 20231 โปรแกรมคอมฯกราฟิก 0.5 ว 20232 การสร้างงานแอนเิ มชั่น 0.5 ว 20233 การสรา้ งเวป็ เพจ 0.5

ท 20207 การใช้ห้องสมดุ 0.5 I 20201 การศกึ ษาคน้ ควา้ และสรา้ งอง1ค.ค์0วาIม2ร0ู้ 202 การสอื่ สารและการนาเสนอ 1.0

จ 21223 ภาษาจีนฟังพูด 1 1.0 จ 21224 ภาษาจีนฟังพูด 2 1.0 จ 22223 ภาษาจีนฟังพูด 3 1.0 จ 22224 ภาษาจีนฟังพูด 4 1.0 จ 23223 ภาษาจีนฟังพูด 5 1.0 จ 23224 ภาษาจีนฟังพูด 6 1.0

กจิ กรรมเพม่ิ เวลารู้ 80 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 80 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 80 กจิ กรรมเพม่ิ เวลารู้ 80 กจิ กรรมเพม่ิ เวลารู้ 80 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 80
แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20
กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20
ลูกเสือ-เนตรนารี 20 ลูกเสือ-เนตรนารี 20 ลูกเสือ-เนตรนารี 20 ลูกเสือ-เนตรนารี 20 ลูกเสือ-เนตรนารี 20 ลูกเสือ-เนตรนารี 20
กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 8 กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 7 กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 8 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 7 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 8 กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 7
รวม 15.0 รวม 14.0 รวม 14.5 รวม 15.0 รวม 15.5 รวม 14.0

โรงเรยี นวชั รวทิ ยา หลกั สตู ร ห้องเรยี นปกติ
โครงสรา้ งรายวชิ า ระดับชั้นมธั ยมศึกษาตอนต้น (ม.1-ม.3) เข้าเรยี นปกี ารศึกษา 2562

ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 1 ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 2 ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 3

ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2

รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก.

วชิ าพนื้ ฐาน 11.0 11.0 11.0 11.0 11.0 11.0

ท 21101 ภาษาไทยพื้นฐาน 1.5 ท 21102 ภาษาไทยพื้นฐาน 1.5 ท 22101 ภาษาไทยพื้นฐาน 1.5 ท 22102 ภาษาไทยพื้นฐาน 1.5 ท 23101 ภาษาไทยพื้นฐาน 1.5 ท 23102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 1.5

ค 21101 คณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน 1.5 ค 21102 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 1.5 ค 22101 คณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน 1.5 ค 22102 คณติ ศาสตร์พื้นฐาน 1.5 ค 23101 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 1.5 ค 23102 คณติ ศาสตร์พื้นฐาน 1.5

ว 21101 วทิ ยาศาสตร์พื้นฐาน 1.5 ว 21102 วทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน 1.5 ว 22101 วทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน 1.5 ว 22102 วทิ ยาศาสตร์พื้นฐาน 1.5 ว 23101 วทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน 1.5 ว 23102 วทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน 1.5

ว 21103 การออกแบบและเทคโนโลยี 10.5 ว 21104 วทิ ยาการคานวณ 1 0.5 ว 22103 การออกแบบและเทคโนโลยี 20.5 ว 22104 วทิ ยาการคานวณ 2 0.5 ว 23103 การออกแบบและเทคโนโลยี 30.5 ว 23104 วทิ ยาการคานวณ 3 0.5

ส 21101 ภมู ศิ าสตร์ 1 1.0 ส 21104 สังคมศึกษาพื้นฐาน 1.0 ส 22101 ภมู ิศาสตร์ 2 1.0 ส 22104 สังคมศึกษาพ้ืนฐาน 1.0 ส 23101 ภมู ิศาสตร์ 3 1.0 ส 23104 สังคมศึกษาพ้ืนฐาน 1.0

ส 21102 พระพุทธศาสนา 0.5 ส 21105 พระพุทธศาสนา 0.5 ส 22102 พระพุทธศาสนา 0.5 ส 22105 พระพุทธศาสนา 0.5 ส 23102 พระพุทธศาสนา 0.5 ส 23105 พระพุทธศาสนา 0.5

ส 21103 ประวตั ิศาสตร์ทอ้ งถิ่น 0.5 ส 21106 ประวตั ิศาสตร์ไทยสมัยสุโขทยั 0.5 ส 22103 ประวตั ิฯกรุงศรีอยุธยา 0.5 ส 22106 ประวตั ิศาสตรไทยสมยั กรุงธนบ0รุ.5ี ส 23103 ประวตั ิศาสตร์สมัยกรุงรัตนโกส0ิน.5ทร์ส 23106 ประวตั ิศาสตร์ไทยยุคประชาธปิ 0ไ.ต5ย

พ 21101 สุขศึกษา 0.5 พ 21103 สุขศึกษา 0.5 พ 22101 สุขศึกษา 0.5 พ 22103 สุขศึกษา 0.5 พ 23101 สุขศึกษา 0.5 พ 23103 สุขศึกษา 0.5

พ 21102 พลศึกษา (เทเบลิ เทนนสิ ) 0.5 พ 21104 พลศึกษา (วอลเลย์บอล) 0.5 พ 22102 พลศึกษา (วดู้ บอล 1) 0.5 พ 22104 พลศึกษา (ฟุตซอล) 0.5 พ 23102 พลศึกษา (บาสเกตบอล) 0.5 พ 23104 พลศึกษา (ฟุตบอล) 0.5

ศ 21101 ศิลปะ (ทศั นศิลป)์ 1.0 ศ 21102 ศิลปะพื้นฐาน (ดนตรี-นาฏศิลป1)์ .0 ศ 22101 ศิลปะ (ดนตรี-นาฏศิลป)์ 1.0 ศ 22102 ศิลปะพื้นฐาน (ทศั นศิลป)์ 1.0 ศ 23101 ศิลปะพ้ืนฐาน (ดนตรี-นาฏศิลป1)์ .0 ศ 23102 ศิลปะพื้นฐาน (ทศั นศิลป)์ 1.050

ง 21101 การงานอาชีพ 1 0.5 ง 21102 การงานอาชีพ 2 0.5 ง 22101 การงานอาชีพ3 0.5 ง 22102 การงานอาชีพ4 0.5 ง 23101 การงานอาชีพ 5 0.5 ง 23102 การงานอาชีพ 6 0.5

อ 21101 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1.5 อ 21102 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1.5 อ 22101 ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน 1.5 อ 22102 ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน 1.5 อ 23101 ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน 1.5 อ 23102 ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน 1.5

วชิ าเพิ่มเติม 2.5 1.5 2.0 2.5 3.0 1.5

อ 21207 Listening and Speaking 5 0.5 อ 21208 Listening and Speaking 6 0.5 อ 22209 Listening and Speaking 7 0.5 อ 22210 Listening and Speaking 8 0.5 อ 23211 Listening and Speaking 9 0.5 อ 23212 Listening and Speaking 10 0.5

จ 21223 ภาษาจีนฟังพูด 1 1.0 จ 21224 ภาษาจีนฟังพูด 2 1.0 จ 22223 ภาษาจีนฟังพูด 3 1.0 จ 22224 ภาษาจีนฟังพูด 4 1.0 จ 23223 ภาษาจีนฟังพูด 5 1.0 จ 23224 ภาษาจีนฟังพูด 6 1.0

ว 20231 โปรแกรมคอมฯกราฟิก 0.5 ว 20232 การสร้างงานแอนเิ มช่ัน 0.5 I 20201 การศึกษาค้นควา้ และสร้างองค1์ค.0วามIร2ู้ 0202 การส่ือสารและการนาเสนอ 1.0

ท 20207 การใช้ห้องสมดุ 0.5 ว 20233 การสรา้ งเวป็ เพจ 0.5

กจิ กรรมลดเวลาเรยี น (4 ช.ม.) 80 กจิ กรรมลดเวลาเรยี น (4 ช.ม.) 80 กจิ กรรมลดเวลาเรยี น (4 ช.ม.) 80 กจิ กรรมลดเวลาเรยี น (4 ช.ม.) 80 กจิ กรรมลดเวลาเรยี น (4 ช.ม.) 80 กจิ กรรมลดเวลาเรยี น (4 ช.ม.) 80
แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20
กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20
ลูกเสือ-เนตรนารี 20 ลูกเสือ-เนตรนารี 20 ลูกเสือ-เนตรนารี 20 ลูกเสือ-เนตรนารี 20 ลูกเสือ-เนตรนารี 20 ลูกเสือ-เนตรนารี 20
กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 7 กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 7 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 8 กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 7 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 8 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 7

รวม 13.5 รวม 12.5 รวม 13.0 รวม 13.5 รวม 14.0 รวม 12.5

โรงเรยี นวชั รวทิ ยา หลักสูตร หอ้ งเรียน EP-SMAT
โครงสรา้ งรายวชิ า ระดับช้ันมธั ยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-ม.6) เข้าเรยี นปกี ารศึกษา 2562

ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 4 ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 5 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 6

ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2

รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก.

วชิ าพน้ื ฐาน 7.0 7.0 7.0 7.0 7.0 7.0

ท 31101 ภาษาไทยพน้ื ฐาน 1.0 ท 31102 ภาษาไทยพน้ื ฐาน 1.0 ท 32101 ภาษาไทยพน้ื ฐาน 1.0 ท 32102 ภาษาไทยพน้ื ฐาน 1.0 ท 33101 ภาษาไทยพน้ื ฐาน 1.0 ท 33102 ภาษาไทยพน้ื ฐาน 1.0

ค 31101 คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน 1.0 ค 31102 คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน 1.0 ค 32101 คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 1.0 ค 32102 คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน 1.0 ค 33101 คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 1.0 ค 33102 คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 1.0

ว 31101 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 0.5 ว 31102 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 0.5 ว 32101 วทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน 0.5 ว 32102 วทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน 0.5 ว 33101 วทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน 0.5 ว 33102 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 0.5

ว 31103 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 0.5 ว 31104 วทิ ยาการคานวณ 1 0.5 ว 32103 การออกแบบและเทคโนโลยี2 0.5 ว 32104 วทิ ยาการคานวณ 2 0.5 ว 33103 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 0.5 ว 33104 วทิ ยาการคานวณ 3 0.5

ส 31101 สงั คมศกึ ษาพนื้ ฐาน 1.0 ส 31103 สงั คมศกึ ษาพน้ื ฐาน (กฎหมาย1.)0 ส 32101 ภูมศิ าสตรก์ ายภาพ 1.0 ส 32103 เศรษฐศาตร์ 1.0 ส 33101 ประวตั ศิ าสตรไ์ ทย 1.0 ส 33103 ประวตั ศิ าสตรส์ ากล 1.0

ส 31102 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 31104 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 32102 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 32104 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 33102 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 33104 พระพทุ ธศาสนา 0.5

พ 31101 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 31102 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 32101 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 32102 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 33101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 33102 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5

ศ 31101 ศลิ ปะพน้ื ฐาน (ดนตร)ี 0.5 ศ 31102 ศลิ ปะพนื้ ฐาน (ดนตร)ี 0.5 ศ 32101 ศลิ ปะพน้ื ฐาน (นาฏศลิ ป์) 0.5 ศ 32102 ศลิ ปะพนื้ ฐาน (นาฏศลิ ป์) 0.5 ศ 33101 ศลิ ปะพนื้ ฐาน (ทัศนศลิ ป์) 0.5 ศ 33102 ศลิ ปะพน้ื ฐาน (ทัศนศลิ ป์) 0.5

อ 31101 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 1.0 อ 31102 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 1.0 อ 32101 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน 1.0 อ 32102 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน 1.0 อ 33101 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน 1.0 อ 33102 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 1.0

ง 31101 การงานอาชีพ 0.5 ง 31102 การงานอาชีพ 0.5 ง 32101 การงานอาชีพ 0.5 ง 32102 การงานอาชพี 0.5 ง 33101 การงานอาชพี 0.5 ง 33102 การงานอาชีพ 0.5

วชิ าเพม่ิ เตมิ 10.0 11.5 11.5 10.5 11.5 10.5 51

ค 31201 คณิตศาสตรเ์ พมิ่ เตมิ 1.5 ค 31202 คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ 1.5 ค 32201 คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ 1.5 ค 32202 คณิตศาสตรเ์ พมิ่ เตมิ 1.5 ค 33201 คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ 2.5 ค 33202 คณิตศาสตรเ์ พมิ่ เตมิ 2.5

ว 30207 ปฏิบัตกิ ารฟสิ ิกส์ 1 1.0 ว 30247 ปฏิบัตกิ ารชวี วทิ ยา 1 1.0 ค 30204 คณิตศาสตรเ์ พอื่ มหาวทิ ยาลยั 1.0 ว 30227 ปฏิบัตกิ ารเคมี 1 1.0 ค 30205 คณิตศาสตรเ์ พอ่ื มหาวทิ ยาลยั 1.0 ว 30283 ปฏิบัตกิ ารเทคโนโลยี 2 1.0

ว 30201 ฟสิ ิกส์ 1 1.5 ว 30202 ฟสิ กิ ส์ 2 1.5 ว 30203 ฟสิ ิกส์ 3 1.5 ว 30204 ฟสิ กิ ส์ 4 1.5 ว 30205 ฟสิ กิ ส์ 5 1.5 ว 30206 ฟสิ กิ ส์ 6 1.5

ว 30221 เคมี 1 1.5 ว 30222 เคมี 2 1.5 ว 30223 เคมี 3 1.5 ว 30224 เคมี 4 1.5 ว 30225 เคมี 5 1.5 ว 30226 เคมี 6 1.5

ว 30241 ชีววทิ ยา 1 1.5 ว 30242 ชีววทิ ยา 2 1.5 ว 30243 ชวี วทิ ยา 3 1.5 ว 30244 ชวี วทิ ยา 4 1.5 ว 30245 ชีววทิ ยา 5 1.5 ว 30246 ชวี วทิ ยา 6 1.5

อ 31201 Reading and Writing 1 1.0 อ 31203 Reading and Writing 2 1.0 อ 32201 Reading and Writing 3 1.0 อ 32203 Reading and Writing 4 1.0 อ 33207 English for Examination 11.0 อ 33208 English for Examination 21.0

อ 31202 Listening and Speaking 11.0 อ 31204 Listening and Speaking 21.0 อ 32202 Listening and Speaking 31.0 อ 32204 Listening and Speaking 41.0 อ 33202 Listening and Speaking 51.0 อ 33204 Listening and Speaking 61.0

จ 31221 ภาษาจีนเพอื่ การสอื่ สาร 1 0.5 จ 31222 ภาษาจีนเพอ่ื การสอ่ื สาร 2 0.5 จ 32221 ภาษาจีนเพอ่ื การสอื่ สาร 3 0.5 จ 32222 ภาษาจีนเพอื่ การสอ่ื สาร 4 0.5 จ 33221 ภาษาจีนเพอื่ การสอื่ สาร 5 0.5 จ 33222 ภาษาจีนเพอื่ การสอ่ื สาร 6 0.5

ว 30281 เวป็ แอปพลเิ คชนั 0.5 ว 30282 การเขยี นโปรแกรมบนบอรด์ แบบฝ0งั ต.5วั I 30201 การศกึ ษาคน้ ควา้ และสรา้ งอง1ค.0ค์ วาIม3ร0ู้ 202 การสอื่ สารและการนาเสนอ 1.0

ว 30261 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 1.0 ว30262 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 1.0 ว30263 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 1.0

ท 30220 การใชห้ ้องสมดุ 0.5

กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพม่ิ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 20
แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20
กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20
กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 10 กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 10 กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 10 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 10 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 10 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 10
รวม 17.0 รวม 18.5 รวม 18.5 รวม 17.5 รวม 18.5 รวม 17.5

โรงเรยี นวชั รวทิ ยา หลักสตู ร ห้องเรยี น E-SMAT
โครงสรา้ งรายวชิ า ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-ม.6) เข้าเรยี นปกี ารศึกษา 2562

ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 4 ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 5 ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 6

ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรยี นที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2

รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก.

วชิ าพน้ื ฐาน 7.0 7.0 7.0 7.0 7.0 7.0

ท 31101 ภาษาไทยพน้ื ฐาน 1.0 ท 31102 ภาษาไทยพนื้ ฐาน 1.0 ท 32101 ภาษาไทยพน้ื ฐาน 1.0 ท 32102 ภาษาไทยพน้ื ฐาน 1.0 ท 33101 ภาษาไทยพนื้ ฐาน 1.0 ท 33102 ภาษาไทยพนื้ ฐาน 1.0

ค 31101 คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 1.0 ค 31102 คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน 1.0 ค 32101 คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 1.0 ค 32102 คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน 1.0 ค 33101 คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน 1.0 ค33102 คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 1.0

ว 31101 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 0.5 ว 31102 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 0.5 ว 32101 วทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน 0.5 ว 32102 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 0.5 ว 33101 วทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน 0.5 ว 33102 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 0.5

ว 31103 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 0.5 ว 31104 วทิ ยาการคานวณ 1 0.5 ว 32103 การออกแบบและเทคโนโลยี2 0.5 ว 32104 วทิ ยาการคานวณ 2 0.5 ว 33103 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 0.5 ว 33104 วทิ ยาการคานวณ 3 0.5

ส 31101 สังคมศกึ ษาพนื้ ฐาน 1.0 ส 31103 สงั คมศกึ ษาพน้ื ฐาน (กฎหมาย1.)0 ส 32101 ภูมศิ าสตรก์ ายภาพ 1.0 ส 32103 เศรษฐศาตร์ 1.0 ส 33101 ประวตั ศิ าสตรไ์ ทย 1.0 ส 33103 ประวตั ศิ าสตรส์ ากล 1.0

ส 31102 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 31104 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 32102 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 32104 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 33102 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 33104 พระพทุ ธศาสนา 0.5

พ 31101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 31102 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 32101 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 32102 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 33101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 33102 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5

ศ 31101 ศลิ ปะพนื้ ฐาน (ดนตร)ี 0.5 ศ 31102 ศลิ ปะพน้ื ฐาน (ดนตร)ี 0.5 ศ 32101 ศลิ ปะพนื้ ฐาน (นาฏศลิ ป์) 0.5 ศ 32102 ศลิ ปะพน้ื ฐาน (นาฏศลิ ป์) 0.5 ศ 33101 ศลิ ปะพน้ื ฐาน (ทัศนศลิ ป์) 0.5 ศ 33102 ศลิ ปะพน้ื ฐาน (ทัศนศลิ ป์) 0.5

อ 31101 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 1.0 อ 31102 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 1.0 อ 32101 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 1.0 อ 32102 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน 1.0 อ 33101 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน 1.0 อ 33102 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 1.0

ง 31101 การงานอาชีพ 0.5 ง 31102 การงานอาชีพ 0.5 ง 32101 การงานอาชีพ 0.5 ง 32102 การงานอาชีพ 0.5 ง 33101 การงานอาชีพ 0.5 ง 33102 การงานอาชีพ 0.5

วชิ าเพม่ิ เตมิ 10.0 11.5 11.5 10.5 11.5 10.5 52

ค 31201 คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ 1.5 ค 31202 คณิตศาสตรเ์ พมิ่ เตมิ 1.5 ค 32201 คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ 1.5 ค 32202 คณิตศาสตรเ์ พมิ่ เตมิ 1.5 ค 33201 คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ 2.5 ค 33202 คณิตศาสตรเ์ พมิ่ เตมิ 2.5

ว 30207 ปฏิบัตกิ ารฟสิ กิ ส์ 1 1.0 ว 30247 ปฏิบัตกิ ารชวี วทิ ยา 1 1.0 ค 30204 คณิตศาสตรเ์ พอ่ื มหาวทิ ยาลัย1.0 ว 30227 ปฏิบัตกิ ารเคมี 1 1.0 ค 30205 คณิตศาสตรเ์ พอ่ื มหาวทิ ยาลยั 1.0 ว 30283 ปฏิบัตกิ ารเทคโนโลยี 2 1.0

ว 30201 ฟสิ ิกส์ 1 1.5 ว 30202 ฟสิ ิกส์ 2 1.5 ว 30203 ฟสิ กิ ส์ 3 1.5 ว 30204 ฟสิ ิกส์ 4 1.5 ว 30205 ฟสิ ิกส์ 5 1.5 ว 30206 ฟสิ กิ ส์ 6 1.5

ว 30221 เคมี 1 1.5 ว 30222 เคมี 2 1.5 ว 30223 เคมี 3 1.5 ว 30224 เคมี 4 1.5 ว 30225 เคมี 5 1.5 ว 30226 เคมี 6 1.5

ว 30241 ชวี วทิ ยา 1 1.5 ว 30242 ชีววทิ ยา 2 1.5 ว 30243 ชีววทิ ยา 3 1.5 ว 30244 ชีววทิ ยา 4 1.5 ว 30245 ชวี วทิ ยา 5 1.5 ว 30246 ชวี วทิ ยา 6 1.5

ว30261 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 1.0 ว30262 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 1.0 ว30263 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 1.0

อ 31201 Reading and Writing 1 1.0 อ 31203 Reading and Writing 2 1.0 อ 32201 Reading and Writing 3 1.0 อ 32203 Reading and Writing 4 1.0 อ 33207 English for Examination 11.0 อ 33208 English for Examination 21.0

อ 31202 Listening and Speaking 11.0 อ 31204 Listening and Speaking 21.0 อ 32202 Listening and Speaking 31.0 อ 32204 Listening and Speaking 41.0 อ 33202 Listening and Speaking 51.0 อ 33204 Listening and Speaking 61.0

ว 30281 เวป็ แอปพลเิ คชนั 0.5 ว 30282 การเขียนโปรแกรมบนบอรด์ แบบฝ0งั ต.5วั I 30201 การศกึ ษาคน้ ควา้ และสรา้ งอง1ค.0ค์ วาIม3ร0ู้ 202 การสอื่ สารและการนาเสนอ 1.0

จ 31221 ภาษาจีนเพอ่ื การสอ่ื สาร 1 0.5 จ 31222 ภาษาจีนเพอื่ การสอ่ื สาร 2 0.5 จ 32221 ภาษาจีนเพอ่ื การสอื่ สาร 3 0.5 จ 32222 ภาษาจีนเพอื่ การสอื่ สาร 4 0.5 จ 33221 ภาษาจีนเพอ่ื การสอื่ สาร 5 0.5 จ 33222 ภาษาจีนเพอื่ การสอื่ สาร 6 0.5

ท 30220 การใชห้ ้องสมดุ 0.5

กจิ กรรมเพม่ิ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพม่ิ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพม่ิ เวลารู้ 20
แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20
กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20
กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 10 กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 10 กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 10 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 10 กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 10 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 10
รวม 17.0 รวม 18.5 รวม 18.5 รวม 17.5 รวม 18.5 รวม 17.5

โรงเรยี นวชั รวทิ ยา หลักสูตร หอ้ งเรียน วทิ ย์ คณิต
โครงสรา้ งรายวชิ า ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-ม.6) เข้าเรยี นปกี ารศึกษา 2562

ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 4 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 6

ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรยี นที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2

รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก.

วชิ าพนื้ ฐาน 7.0 7.0 7.0 7.0 7.0 7.0

ท 31101 ภาษาไทยพน้ื ฐาน 1.0 ท 31102 ภาษาไทยพน้ื ฐาน 1.0 ท 32101 ภาษาไทยพน้ื ฐาน 1.0 ท 32102 ภาษาไทยพน้ื ฐาน 1.0 ท 33101 ภาษาไทยพนื้ ฐาน 1.0 ท 33102 ภาษาไทยพนื้ ฐาน 1.0

ค 31101 คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน 1.0 ค 31102 คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 1.0 ค 32101 คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 1.0 ค 32102 คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 1.0 ค 33101 คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน 1.0 ค33102 คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน 1.0

ว 31101 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 0.5 ว 31102 วทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน 0.5 ว 32101 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 0.5 ว 32102 วทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน 0.5 ว 33101 วทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน 0.5 ว 33102 วทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน 0.5

ว 31103 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 0.5 ว 31104 วทิ ยาการคานวณ 1 0.5 ว 32103 การออกแบบและเทคโนโลยี2 0.5 ว 32104 วทิ ยาการคานวณ 2 0.5 ว 33103 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 0.5 ว 33104 วทิ ยาการคานวณ 3 0.5

ส 31101 สังคมศกึ ษาพน้ื ฐาน 1.0 ส 31103 สังคมศกึ ษาพน้ื ฐาน (กฎหมาย1.)0 ส 32101 ภูมศิ าสตรก์ ายภาพ 1.0 ส 32103 เศรษฐศาตร์ 1.0 ส 33101 ประวตั ศิ าสตรไ์ ทย 1.0 ส 33103 ประวตั ศิ าสตรส์ ากล 1.0

ส 31102 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 31104 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 32102 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 32104 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 33102 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 33104 พระพทุ ธศาสนา 0.5

พ 31101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 31102 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 32101 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 32102 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 33101 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 33102 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5

ศ 31101 ศลิ ปะพนื้ ฐาน (ดนตร)ี 0.5 ศ 31102 ศลิ ปะพน้ื ฐาน (ดนตร)ี 0.5 ศ 32101 ศลิ ปะพนื้ ฐาน (นาฏศลิ ป์) 0.5 ศ 32102 ศลิ ปะพนื้ ฐาน (นาฏศลิ ป์) 0.5 ศ 33101 ศลิ ปะพนื้ ฐาน (ทัศนศลิ ป์) 0.5 ศ 33102 ศลิ ปะพนื้ ฐาน (ทัศนศลิ ป์) 0.5

อ 31101 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 1.0 อ 31102 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน 1.0 อ 32101 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน 1.0 อ 32102 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน 1.0 อ 33101 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน 1.0 อ 33102 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน 1.0

ง 31101 การงานอาชีพ 0.5 ง 31102 การงานอาชีพ 0.5 ง 32101 การงานอาชีพ 0.5 ง 32102 การงานอาชีพ 0.5 ง 33101 การงานอาชีพ 0.5 ง 33102 การงานอาชีพ 0.5

วชิ าเพมิ่ เตมิ 9.0 10.5 10.5 9.5 10.5 9.5

ค 31201 คณิตศาสตรเ์ พมิ่ เตมิ 1.5 ค 31202 คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ 1.5 ค 32201 คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ 1.5 ค 32202 คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ 1.5 ค 33201 คณิตศาสตรเ์ พมิ่ เตมิ 2.5 ค 33202 คณิตศาสตรเ์ พมิ่ เตมิ 2.5 53

ว 30201 ฟสิ กิ ส์ 1 1.5 ว 30202 ฟสิ ิกส์ 2 1.5 ว 30203 ฟสิ กิ ส์ 3 1.5 ว 30204 ฟสิ กิ ส์ 4 1.5 ว 30205 ฟสิ กิ ส์ 5 1.5 ว 30206 ฟสิ กิ ส์ 6 1.5

ว 30221 เคมี 1 1.5 ว 30222 เคมี 2 1.5 ว 30223 เคมี 3 1.5 ว 30224 เคมี 4 1.5 ว 30225 เคมี 5 1.5 ว 30226 เคมี 6 1.5

ว 30241 ชีววทิ ยา 1 1.5 ว 30242 ชีววทิ ยา 2 1.5 ว 30243 ชวี วทิ ยา 3 1.5 ว 30244 ชวี วทิ ยา 4 1.5 ว 30245 ชีววทิ ยา 5 1.5 ว 30246 ชวี วทิ ยา 6 1.5

ว 30261 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 1.0 ว 30262 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 1.0 ว30263 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 1.0

อ 31201 Reading and Writing 1 1.0 อ 31203 Reading and Writing 2 1.0 อ 32201 Reading and Writing 3 1.0 อ 32203 Reading and Writing 4 1.0 อ 33207 English for Examination 11.0 อ 33208 English for Examination 21.0

อ 31202 Listening and Speaking 11.0 อ 31204 Listening and Speaking 21.0 อ 32202 Listening and Speaking 31.0 อ 32204 Listening and Speaking 41.0 อ 33202 Listening and Speaking 51.0 อ 33204 Listening and Speaking 61.0

ว 30281 เวป็ แอปพลิเคชัน 0.5 ว 30282 การเขียนโปรแกรมบนบอรด์ แบบฝ0ังต.5วั I 30201 การศกึ ษาคน้ ควา้ และสรา้ งอง1ค.0ค์ วาIม3ร0ู้ 202 การสอื่ สารและการนาเสนอ 1.0

จ 31221 ภาษาจีนเพอ่ื การสอ่ื สาร 1 0.5 จ 31222 ภาษาจีนเพอ่ื การสอื่ สาร 2 0.5 จ 32221 ภาษาจีนเพอื่ การสอ่ื สาร 3 0.5 จ 32222 ภาษาจีนเพอ่ื การสอ่ื สาร 4 0.5 จ 33221 ภาษาจีนเพอ่ื การสอ่ื สาร 5 0.5 จ 33222 ภาษาจีนเพอื่ การสอ่ื สาร 6 0.5

ท 30220 การใช้ห้องสมดุ 0.5

กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพม่ิ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพม่ิ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพม่ิ เวลารู้ 20
แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20
กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20
กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 10 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 10 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 10 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 10 กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 10 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 10
รวม 16.0 รวม 17.5 รวม 17.5 รวม 16.5 รวม 17.5 รวม 16.5

โรงเรยี นวชั รวทิ ยา หลกั สูตร ห้องเรียน ศิลป คานวณ
โครงสรา้ งรายวชิ า ระดับช้ันมธั ยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-ม.6) เข้าเรยี นปกี ารศึกษา 2562

ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 4 ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 5 ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 6

ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรยี นที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2

รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก.

วชิ าพนื้ ฐาน 7.0 7.0 7.0 7.0 7.0 7.0
ท 31101 ภาษาไทยพนื้ ฐาน 1.0 ท 31102 ภาษาไทยพน้ื ฐาน 1.0 ท 32101 ภาษาไทยพน้ื ฐาน 1.0 ท 32102 ภาษาไทยพน้ื ฐาน 1.0 ท 33101 ภาษาไทยพนื้ ฐาน 1.0 ท 33102 ภาษาไทยพนื้ ฐาน 1.0
ค 31101 คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 1.0 ค 31102 คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 1.0 ค 32101 คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 1.0 ค 32102 คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน 1.0 ค 33101 คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 1.0 ค33102 คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน 1.0

ว 31101 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 0.5 ว 31102 วทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน 0.5 ว 32101 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 0.5 ว 32102 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 0.5 ว 33101 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 0.5 ว 33102 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 0.5

ว 31103 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 0.5 ว 31104 วทิ ยาการคานวณ 1 0.5 ว 32103 การออกแบบและเทคโนโลยี2 0.5 ว 32104 วทิ ยาการคานวณ 2 0.5 ว 33103 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 0.5 ว 33104 วทิ ยาการคานวณ 3 0.5
1.0 ส 32103 เศรษฐศาตร์ 1.0
ส 31101 สงั คมศกึ ษาพน้ื ฐาน 1.0 ส 31103 สงั คมศกึ ษาพนื้ ฐาน (กฎหมาย1.)0 ส 32101 ภูมศิ าสตรก์ ายภาพ 0.5 ส 32104 พระพทุ ธศาสนา 1.0 ส 33101 ประวตั ศิ าสตรไ์ ทย 1.0 ส 33103 ประวตั ศิ าสตรส์ ากล 0.5
0.5 พ 32102 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5
ส 31102 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 31104 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 32102 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 33102 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 33104 พระพทุ ธศาสนา

พ 31101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 31102 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 32101 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 33101 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 33102 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา

ศ 31101 ศลิ ปะพนื้ ฐาน (ดนตร)ี 0.5 ศ 31102 ศลิ ปะพน้ื ฐาน (ดนตร)ี 0.5 ศ 32101 ศลิ ปะพน้ื ฐาน (นาฏศลิ ป์) 0.5 ศ 32102 ศลิ ปะพนื้ ฐาน (นาฏศลิ ป์) 0.5 ศ 33101 ศลิ ปะพน้ื ฐาน (ทัศนศลิ ป์) 0.5 ศ 33102 ศลิ ปะพน้ื ฐาน (ทัศนศลิ ป์) 0.5

อ 31101 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 1.0 อ 31102 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน 1.0 อ 32101 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 1.0 อ 32102 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 1.0 อ 33101 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 1.0 อ 33102 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน 1.0

ง 31101 การงานอาชีพ 0.5 ง 31102 การงานอาชีพ 0.5 ง 32101 การงานอาชีพ 0.5 ง 32102 การงานอาชีพ 0.5 ง 33101 การงานอาชีพ 0.5 ง 33102 การงานอาชีพ 0.5

วชิ าเพม่ิ เตมิ 8.5 9.0 8.0 7.0 7.0 7.054

ท 30201 การเขยี น 1.0 ท 30210 การอา่ นจับใจความ 1.0 ท 30203 หลักภาษาไทย 1.0 ท 30202 การใชภ้ าษาไทย 1.0

ค 31201 คณิตศาสตรเ์ พมิ่ เตมิ 1.5 ค 31202 คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ 1.5 ค 32201 คณิตศาสตรเ์ พมิ่ เตมิ 1.5 ค 32202 คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ 1.5 ค 33201 คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ 2.5 ค 33202 คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ 2.5

ส 30222 การเมอื งการปกครองไทย 1.0 ส 30221 กฎหมายรฐั ธรรมนูญ 1.0 ส 30265 เหตกุ ารณ์ปัจจุบัน 1.0 ส 30269 อาเซียนศกึ ษา 1.0 ส 30240 เศรษฐศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ 1.0 ส 30223 ประวตั สิ ังคมและวฒั นธรรมไ1ท.ย0

ศ 30204 ดนตรไี ทย 1.0 ศ 30201 การออกแบบ 1.0 ศ 30202 จิตรกรรม 1.0 ศ 30206 ศลิ ปะประยุกต์ 1.0

อ 31201 Reading and Writing 1 1.0 อ 31203 Reading and Writing 2 1.0 อ 32201 Reading and Writing 3 1.0 อ 32203 Reading and Writing 4 1.0 อ 33207 English for Examination 11.0 อ 33208 English for Examination 21.0

อ 31202 Listening and Speaking 11.0 อ 31204 Listening and Speaking 21.0 อ 32202 Listening and Speaking 31.0 อ 32204 Listening and Speaking 41.0 อ 33202 Listening and Speaking 51.0 อ 33204 Listening and Speaking 61.0

ว 30281 เวป็ แอปพลเิ คชนั 0.5 ว 30282 การเขยี นโปรแกรมบนบอรด์ แบบฝ0ังต.5วั I 30201 การศกึ ษาคน้ ควา้ และสรา้ งอง1ค.0ค์ วาIม3ร0ู้ 202 การสอ่ื สารและการนาเสนอ 1.0

จ 31221 ภาษาจีนเพอื่ การสอื่ สาร 1 0.5 จ 31222 ภาษาจีนเพอ่ื การสอ่ื สาร 2 0.5 จ 32221 ภาษาจีนเพอื่ การสอื่ สาร 3 0.5 จ 32222 ภาษาจีนเพอื่ การสอ่ื สาร 4 0.5 จ 33221 ภาษาจีนเพอ่ื การสอื่ สาร 5 0.5 จ 33222 ภาษาจีนเพอื่ การสอื่ สาร 6 0.5

ท 30220 การใชห้ ้องสมดุ 0.5

ง 30211 การบัญชี 1 1.0 ง 30212 การบัญชี 2 1.0 ง 30212 การบัญชี 2** 1.0

กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพม่ิ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพม่ิ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 20
แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20
กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20
กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 10 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 10 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 10 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 10 กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 10 กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 10
รวม 15.5 รวม 16.0 รวม 15.0 รวม 14.0 รวม 14.0 รวม 14.0

โรงเรยี นวชั รวทิ ยา หลักสูตร หอ้ งเรยี น ศลิ ป ภาษาจนี
โครงสรา้ งรายวชิ า ระดับชั้นมธั ยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-ม.6) เข้าเรยี นปกี ารศึกษา 2562

ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 4 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 6

ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรยี นที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรยี นที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2

รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก.
7.0
วชิ าพนื้ ฐาน 7.0 7.0 7.0 7.0 7.0 1.0

ท 31101 ภาษาไทยพนื้ ฐาน 1.0 ท 31102 ภาษาไทยพนื้ ฐาน 1.0 ท 32101 ภาษาไทยพน้ื ฐาน 1.0 ท 32102 ภาษาไทยพนื้ ฐาน 1.0 ท 33101 ภาษาไทยพน้ื ฐาน 1.0 ท 33102 ภาษาไทยพนื้ ฐาน

ค 31101 คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน 1.0 ค 31102 คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน 1.0 ค 32101 คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน 1.0 ค 32102 คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน 1.0 ค 33101 คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 1.0 ค33102 คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน 1.0

ว 31101 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 0.5 ว 31102 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 0.5 ว 32101 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 0.5 ว 32102 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 0.5 ว 33101 วทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน 0.5 ว 33102 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 0.5

ว 31103 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 0.5 ว 31104 วทิ ยาการคานวณ 1 0.5 ว 32103 การออกแบบและเทคโนโลยี2 0.5 ว 32104 วทิ ยาการคานวณ 2 0.5 ว 33103 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 0.5 ว 33104 วทิ ยาการคานวณ 3 0.5

ส 31101 สงั คมศกึ ษาพนื้ ฐาน 1.0 ส 31103 สงั คมศกึ ษาพนื้ ฐาน (กฎหมาย1.)0 ส 32101 ภูมศิ าสตรก์ ายภาพ 1.0 ส 32103 เศรษฐศาตร์ 1.0 ส 33101 ประวตั ศิ าสตรไ์ ทย 1.0 ส 33103 ประวตั ศิ าสตรส์ ากล 1.0

ส 31102 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 31104 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 32102 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 32104 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 33102 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 33104 พระพทุ ธศาสนา 0.5
พ 31101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 31102 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ศ 31101 ศลิ ปะพน้ื ฐาน (ดนตร)ี 0.5 ศ 31102 ศลิ ปะพน้ื ฐาน (ดนตร)ี 0.5 พ 32101 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 32102 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 33101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 33102 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5

0.5 ศ 32101 ศลิ ปะพน้ื ฐาน (นาฏศลิ ป์) 0.5 ศ 32102 ศลิ ปะพน้ื ฐาน (นาฏศลิ ป์) 0.5 ศ 33101 ศลิ ปะพนื้ ฐาน (ทัศนศลิ ป์) 0.5 ศ 33102 ศลิ ปะพน้ื ฐาน (ทัศนศลิ ป์) 0.5

อ 31101 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 1.0 อ 31102 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 1.0 อ 32101 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 1.0 อ 32102 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน 1.0 อ 33101 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน 1.0 อ 33102 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 1.0

ง 31101 การงานอาชีพ 0.5 ง 31102 การงานอาชีพ 0.5 ง 32101 การงานอาชีพ 0.5 ง 32102 การงานอาชีพ 0.5 ง 33101 การงานอาชีพ 0.5 ง 33102 การงานอาชีพ 0.5 55
วชิ าเพม่ิ เตมิ 7.0 7.5 6.5 7.5 6.5 5.5

ส 30222 การเมอื งการปกครองไทย 1.0 ส 30221 กฎหมายรฐั ธรรมนูญ 1.0 ส 30265 เหตกุ ารณ์ปัจจุบัน 1.0 ส 30269 อาเซยี นศกึ ษา 1.0 ส 30240 เศรษฐศาสตรเ์ พมิ่ เตมิ 1.0 ส 30223 ประวตั สิ งั คมและวฒั นธรรมไ1ท.ย0

ศ 30204 ดนตรไี ทย 1.0 ศ 30201 การออกแบบ 1.0 ศ 30202 จิตรกรรม 1.0 ศ 30206 ศลิ ปะประยุกต์ 1.0 ง 30301 งานไมเ้ ครอ่ื งเรอื นประยุกต์ 1.0

อ 31201 Reading and Writing 1 1.0 อ 31203 Reading and Writing 2 1.0 อ 32201 Reading and Writing 3 1.0 อ 32203 Reading and Writing 4 1.0 อ 33207 English for Examination 11.0 อ 33208 English for Examination 21.0
อ 31202 Listening and Speaking 11.0 อ 31204 Listening and Speaking 21.0 อ 32202 Listening and Speaking 31.0 อ 32204 Listening and Speaking 41.0 อ 33202 Listening and Speaking 51.0 อ 33204 Listening and Speaking 61.0

ว 30281 เวป็ แอปพลิเคชนั 0.5 ว 30282 การเขยี นโปรแกรมบนบอรด์ แบบฝ0ังต.5วั I 30201 การศกึ ษาคน้ ควา้ และสรา้ งอง1ค.0ค์ วาIม3ร0ู้ 202 การสอ่ื สารและการนาเสนอ 1.0

จ 30221 Chinese Genius 1 2.0 จ 30222 Chinese Genius 2 2.0 จ 30223 Chinese Genius 3 2.0 จ 30224 Chinese Genius 4 2.0 จ 30225 Chinese Genius 5 2.0 จ 30226 Chinese Genius 6 2.0

จ 31221 ภาษาจีนเพอื่ การสอื่ สาร 1 0.5 จ 31222 ภาษาจีนเพอ่ื การสอื่ สาร 2 0.5 จ 32221 ภาษาจีนเพอ่ื การสอ่ื สาร 3 0.5 จ 32222 ภาษาจีนเพอื่ การสอ่ื สาร 4 0.5 จ 33221 ภาษาจีนเพอื่ การสอ่ื สาร 5 0.5 จ 33222 ภาษาจีนเพอ่ื การสอ่ื สาร 6 0.5

ท 30220 การใช้ห้องสมดุ 0.5

ประชมุ /โฮมรมู 20 กจิ กรรมเพม่ิ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 20
แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20
กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20
กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 10 กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 10 กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 10 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 10 กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 10 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 10

รวม 14.0 รวม 14.5 รวม 13.5 รวม 14.5 รวม 13.5 รวม 12.5

โรงเรยี นวชั รวทิ ยา หลักสตู ร ห้องเรียน ศลิ ป นติ ิ รัฐศาสตร์
โครงสรา้ งรายวชิ า ระดับชั้นมธั ยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-ม.6) เข้าเรยี นปกี ารศึกษา 2562

ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 4 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 6

ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรยี นที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2

รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า นก. รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า นก.

วชิ าพน้ื ฐาน 7.0 7.0 7.0 7.0 7.0 7.0

ท 31101 ภาษาไทยพน้ื ฐาน 1.0 ท 31102 ภาษาไทยพนื้ ฐาน 1.0 ท 32101 ภาษาไทยพนื้ ฐาน 1.0 ท 32102 ภาษาไทยพน้ื ฐาน 1.0 ท 33101 ภาษาไทยพนื้ ฐาน 1.0 ท 33102 ภาษาไทยพน้ื ฐาน 1.0
1.0 ค 32101 คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 1.0 ค 32102 คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 1.0
ค 31101 คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 1.0 ค 31102 คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน 0.5 ว 32101 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 0.5 ว 32102 วทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน 1.0 ค 33101 คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน 1.0 ค33102 คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 0.5
0.5 ว 32103 การออกแบบและเทคโนโลยี2 0.5 ว 32104 วทิ ยาการคานวณ 2 0.5
ว 31101 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 0.5 ว 31102 วทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน 0.5 ว 33101 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 0.5 ว 33102 วทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน

ว 31103 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 0.5 ว 31104 วทิ ยาการคานวณ 1 0.5 ว 33103 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 0.5 ว 33104 วทิ ยาการคานวณ 3

ส 31101 สงั คมศกึ ษาพน้ื ฐาน 1.0 ส 31103 สังคมศกึ ษาพน้ื ฐาน (กฎหมาย1.)0 ส 32101 ภูมศิ าสตรก์ ายภาพ 1.0 ส 32103 เศรษฐศาตร์ 1.0 ส 33101 ประวตั ศิ าสตรไ์ ทย 1.0 ส 33103 ประวตั ศิ าสตรส์ ากล 1.0
ส 31102 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 32104 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 33102 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 33104 พระพทุ ธศาสนา 0.5
พ 31101 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 ส 31104 พระพทุ ธศาสนา 0.5 ส 32102 พระพทุ ธศาสนา 0.5 พ 32102 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 33101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 33102 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5

0.5 พ 31102 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 0.5 พ 32101 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา

ศ 31101 ศลิ ปะพนื้ ฐาน (ดนตร)ี 0.5 ศ 31102 ศลิ ปะพนื้ ฐาน (ดนตร)ี 0.5 ศ 32101 ศลิ ปะพนื้ ฐาน (นาฏศลิ ป์) 0.5 ศ 32102 ศลิ ปะพนื้ ฐาน (นาฏศลิ ป์) 0.5 ศ 33101 ศลิ ปะพนื้ ฐาน (ทัศนศลิ ป์) 0.5 ศ 33102 ศลิ ปะพนื้ ฐาน (ทัศนศลิ ป์) 0.5

อ 31101 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน 1.0 อ 31102 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 1.0 อ 32101 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 1.0 อ 32102 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน 1.0 อ 33101 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 1.0 อ 33102 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 1.0

ง 31101 การงานอาชีพ 0.5 ง 31102 การงานอาชีพ 0.5 ง 32101 การงานอาชีพ 0.5 ง 32102 การงานอาชีพ 0.5 ง 33101 การงานอาชีพ 0.5 ง 33102 การงานอาชีพ 0.5 56

วชิ าเพม่ิ เตมิ 7.0 7.5 6.5 7.5 6.5 5.5

ส 30222 การเมอื งการปกครองไทย 1.0 ส 30221 กฎหมายรฐั ธรรมนูญ 1.0 ส 30265 เหตกุ ารณ์ปัจจุบัน 1.0 ส 30269 อาเซียนศกึ ษา 1.0 ส 30240 เศรษฐศาสตรเ์ พมิ่ เตมิ 1.0 ส 30223 ประวตั สิ งั คมและวฒั นธรรมไ1ท.ย0

ศ 30204 ดนตรไี ทย 1.0 ศ 30201 การออกแบบ 1.0 ศ 30202 จิตรกรรม 1.0 ศ 30206 ศลิ ปะประยุกต์ 1.0 ง 30301 งานไมเ้ ครอ่ื งเรอื นประยุกต์ 1.0

อ 31201 Reading and Writing 1 1.0 อ 31203 Reading and Writing 2 1.0 อ 32201 Reading and Writing 3 1.0 อ 32203 Reading and Writing 4 1.0 อ 33207 English for Examination 11.0 อ 33208 English for Examination 21.0

อ 31202 Listening and Speaking 11.0 อ 31204 Listening and Speaking 21.0 อ 32202 Listening and Speaking 31.0 อ 32204 Listening and Speaking 41.0 อ 33202 Listening and Speaking 51.0 อ 33204 Listening and Speaking 61.0

ว 30281 เวป็ แอปพลเิ คชนั 0.5 ว 30282 การเขียนโปรแกรมบนบอรด์ แบบฝ0ังต.5วั I 30201 การศกึ ษาคน้ ควา้ และสรา้ งอง1ค.0ค์ วาIม3ร0ู้ 202 การสอ่ื สารและการนาเสนอ 1.0

ส 30228 กฏหมายเบอื้ งตน้ 2.0 ส 30229 รฐั ศาสตรเ์ บื้องตน้ 2.0 ส 30230 กฏหมายอาญา 2.0 ส 30231 การบรหิ ารรฐั กจิ 2.0 ส 30232 กฏหมายแพ่งและพาณชิ ย์ 2.0 ส 30233 ความสมั พันธร์ ะหวา่ งประเทศ 2.0

จ 31221 ภาษาจีนเพอื่ การสอ่ื สาร 1 0.5 จ 31222 ภาษาจีนเพอ่ื การสอื่ สาร 2 0.5 จ 32221 ภาษาจีนเพอ่ื การสอื่ สาร 3 0.5 จ 32222 ภาษาจีนเพอื่ การสอ่ื สาร 4 0.5 จ 33221 ภาษาจีนเพอ่ื การสอื่ สาร 5 0.5 จ 33222 ภาษาจีนเพอ่ื การสอ่ื สาร 6 0.5

ท 30220 การใชห้ ้องสมดุ 0.5

ประชุม/โฮมรมู 20 กจิ กรรมเพม่ิ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพม่ิ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพม่ิ เวลารู้ 20 กจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ 20
แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20 แนะแนว 20
กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20 กิจกรรมชุมนมุ 20
กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 10 กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 10 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 10 กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 10 กิจกรรมเพ่ือสังคมฯ 10 กิจกรรมเพื่อสังคมฯ 10

รวม 14.0 รวม 14.5 รวม 13.5 รวม 14.5 รวม 13.5 รวม 12.5

57

1. เกณฑก์ ารจบหลกั สูตร

1.1 ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนตน๎ ผเ๎ู รียนต๎องเรียนรายวิชาพ้ืนฐานและเพิ่มเติมไมํเกนิ 81 หนวํ ยกติ
โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 66 หนํวยกิต และรายวิชาเพิม่ เตมิ 15 หนํวยกิต

ช้ันมัธยมศึกษาตอนปลาย ผ๎ูเรียนต๎องเรียนรายวิชาพ้ืนฐานและเพิ่มเติม ไมํเกิน 81 หนํวยกิต โดยเป็น
รายวชิ าพน้ื ฐาน 41 หนวํ ยกิต และรายวชิ าเพมิ่ เตมิ 40 หนวํ ยกิต

1.2 ชั้นมัธยมศึกษาตอนต๎น ผ๎ูเรียนต๎องได๎หนํวยการเรียนตลอดหลักสูตร ไมํน๎อยกวํา 77 หนํวยกิต โดยเป็น
รายวิชาพนื้ ฐาน 66 หนํวยกติ และรายวชิ าเพิ่มเติมไมนํ อ๎ ยกวํา 11 หนวํ ยกติ

ชั้นมธั ยมศึกษาตอนปลาย ผ๎ูเรยี นต๎องได๎หนํวยการเรยี นตลอดหลักสูตรไมํน๎อยกวํา 77 หนํวยกิต โดยเป็น
รายวิชาพื้นฐาน 41 หนํวยกติ และรายวชิ าเพิ่มเตมิ ไมํนอ๎ ยกวาํ 36 หนํวยกติ

1.3 ผเู๎ รยี นจะมีผลการเรยี นเป็น “0” “ร” “มส” ในกลุมํ สาระพ้ืนฐานไมไํ ด๎ ถ๎าผ๎ูเรยี นจะมีผล
การเรยี นมีระดบั การเรียนเป็น “0” “ร” “มส” ถอื วาํ ไมจํ บหลกั สูตร

1.4 ในกลํุมสาระเพิ่มเติมตลอดหลักสูตร ผู๎เรียนจะต๎องได๎รับการประเมินผลการเรียนคือต๎องได๎รับผลการ
เรยี น 0-4 จะมีผลการเรียนเป็น “ร” และหรอื “มส” ไมํได๎

1.5 ในกลุํมสาระเพิ่มเติม ผู๎เรียนจะได๎รบั ผลการเรยี นเปน็ “0” ได๎ไมํเกิน 3 รายวิชา และหรือไมํเกิน 4 หนํวย
กติ ถ๎าเกินถือวาํ ไมํจบหลักสูตร

1.6 ตอ๎ งผํานการประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผูเ๎ รียนตามหลกั สูตรท่ีโรงเรียนกาหนด และต๎องได๎รับการประเมินผล
การเรียนเป็น “ผ” ซึ่งถือวําผํานการตัดสินกิจกรรมพัฒนาผ๎ูเรียน แตํถ๎าได๎รับผลการเรียนเป็น “มผ” แม๎กิจกรรมใด
กิจกรรมหนึ่ง ถอื วาํ ไมจํ บหลกั สูตร

1.7 ต๎องผํานการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของการศึกษา ผู๎เรียนจะต๎องได๎รับการประเมินเป็น
“ดีเย่ียม” “ดี” และ “พอใช๎” ถ๎านักเรียนได๎รับผลการประเมินเป็น “ควรปรับปรุง” ในการประเมินช้ันใดถือวําไมํจบ
หลักสูตร

1.8 ต๎องผํานการประเมินการอําน คิดวิเคราะห์ และเขียน ผ๎ูเรียนจะต๎องได๎รับการประเมินผลการเรียนเป็น
“ดีเยี่ยม” “ดี” และ “ผํานเกณฑ์” ถ๎าผ๎ูเรียนได๎รับผลการประเมินเป็น “ควรปรับปรุง” ในการประเมิน ระดับชั้นใด
ถือวําไมํจบหลกั สตู ร

58

2. ความหมายของระดับผลการเรียน

ระดับผลการเรียน ความหมาย ชว่ งคะแนนเป็นรอ้ ยละ
80-100
4 ดเี ย่ยี ม 75-79
70-74
3.5 ดีมาก 65-69
60-64
3 ดี 55-59
50-54
2.5 คอํ นข๎างดี ต่ากวํา 50

2 นําพอใจ

1.5 พอใช๎

1 ผาํ นเกณฑ์ข้นั ต่า

0 ตา่ กวําเกณฑ์ขน้ั ต่า (ไมํผาํ น)

มส หมายถงึ ไมมํ สี ทิ ธิส์ อบปลายภาคเรยี น เพราะเวลาเรียนไมคํ รบ 80%
ร หมายถงึ รอการตัดสินหรือตัดสนิ ไมไํ ด๎เพราะไมํไดเ๎ ข๎าสอบหรือไมสํ ํงงาน
ผ หมายถึง ผํานการประเมินกจิ กรรม
มผ หมายถงึ ไมํผาํ นการประเมินกจิ กรรมเพราะเวลาเข๎ารํวมกิจกรรมไมํถงึ 80 %

หรือไมผํ ํานจดุ ประสงค์สาคัญของกิจกรรม

3. การเปล่ียนระดบั ผลการเรยี น

3.1 รายวชิ าท่ีได๎ 0 ต๎องย่ืนคาร๎องขอสอบแกต๎ ัวในภาคเรียนถัดไป ผลการแกไ๎ ด๎ 0-1
3.2 รายวชิ าทไ่ี ด๎ “ร” ตอ๎ งสอบหรอื สงํ งานที่ติดค๎างในภาคเรียนถัดไป ผลการแกไ๎ ด๎ 0-4
3.3 รายวิชาใดที่ได๎ “มส” ต๎องยื่นคารอ๎ งขอมีสิทธิ์สอบและเรยี นเพิ่มใหเ๎ วลาเรียน

ไมํน๎อยกวาํ 80% ในภาคเรยี นถดั ไป แลว๎ จึงสอบ ผลการแก๎ได๎ 0-1
3.4 การเรียนซ้าต๎องยนื คาร๎องขอเรียนซ้า
3.5 การเปลีย่ น “มผ” เปน็ “ผ” ต๎องทากจิ กรรมในสํวนทีย่ ังขาดใหค๎ รบ

59

คู่มือการลงทะเบยี นออนไลน์
กิจกรรมชมุ นุม

60

ขั้นตอนการใช้ ระบบลงทะเบยี นกจิ กรรรมชุมนมุ /ชมรม
โรงเรยี นวัชรวิทยา สานกั งานเขตพืน้ ที่การศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 41
ข้นั ตอนท่ี 1 เข๎าเว็บไซต์โรงเรยี นวัชรวทิ ยา www.wr.ac.th แลว๎ คลิก ระบบลงทะเบียนกิจกรรมชมุ นุม/ชมรม

คลกิ ระบบลงทะเบยี น

ขน้ั ตอนที่ 2 จะปรากฎหนา๎ จอระบบลงทะเบยี น กจิ กรรมชุมนมุ /ชมรม

61

ขั้นตอนที่ 3 คลกิ เลือกเมนู ขอ้ มูลกจิ กรรม เพ่อื ดูรายการกจิ กรรม

เมนขู ๎อมลู กจิ กรรม

ขัน้ ตอนที่ 4 คลิกเลือกเมนู เข้าสรู่ ะบบ โดย กรอกรหสั นกั เรยี น และ
เลขประจาตวั ประชาชน 13 หลกั แลว๎ คลกิ ปุม เข๎าสํูระบบ

62

ขั้นตอนท่ี 5 จากนนั้ คลิก เลือกรายการ แล๎วกดปมุ ยนื ยันการลงทะเบียน

ยนื ยันการลงทะเบียน เลือกรายการกจิ กรรม

โปรแกรมจะแสดงรายการที่ลงทะเบียน ดงั น้ี เมนูออกจากระบบ

ขน้ั ตอนท่ี 6 จากนั้นคลกิ ปุม ออกจากระบบ เมอ่ื เสร็จสิน้ การลงทะเบียน

63

กล่มุ บรหิ ารงานบคุ คล

64

ระเบยี บโรงเรยี นวัชรวิทยา
ว่าด้วยการปกครองนกั เรียน แกไ้ ขเพิม่ เติม (ฉบบั ท่ี 4) พ.ศ. 2563

--------------------------------------------------------------

เพอื่ ให๎การบรหิ ารและการจัดการเก่ยี วข๎องกับนักเรียนโรงเรียนวัชรวิทยา เป็นไปอยาํ งมีประสิทธิภาพสอดคล๎อง
กบั พระราชบญั ญัติค๎ุมครองเด็ก พ.ศ. 2546 อันเปน็ กฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเก่ยี วกับการจากดั สทิ ธิและ
เสรภี าพของบุคคล

อาศยั อานาจตามความในข๎อ 2 กฎกระทรวงศกึ ษาธกิ าร กาหนดความประพฤติของนกั เรียนและนกั ศกึ ษา พ.ศ.
2548 และระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการ วาํ ดว๎ ยการลงโทษนักเรยี นนักศึกษา พ.ศ. 2548 โรงเรียนวัชรวทิ ยา
จงึ กาหนดระเบยี บเพ่ือเปน็ แนวทาง ในการบรหิ ารและจดั การให๎นักเรียนได๎ปฏิบตั ิรวํ มกันระหวํางโรงเรียนกับนักเรยี น
ดงั น้ี

หมวดที่ 1
บททั่วไป

ข๎อ 1 ระเบียบนี้เรียกวํา “ระเบยี บโรงเรียนวัชรวิทยา วําด๎วยการปกครองนักเรียน แก๎ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4)
พ.ศ.2563”

ขอ๎ 2 ระเบียบนใ้ี หม๎ ีผลบังคับใชต๎ ัง้ แตํ วันท่ี 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 เป็นต๎นไป
ข๎อ 3 ใหย๎ กเลิก ระเบียบโรงเรียนวชั รวิทยา วําดว๎ ยการปกครองนักเรียน (ฉบับท่ี 3) พ.ศ. 2560 และบรรดา

ระเบยี บ ข๎อบังคับ ประกาศ และคาสั่งอน่ื ใด ทขี่ ดั แย๎งกบั ระเบยี บนี้ ให๎ใช๎ระเบียบนีแ้ ทน
ขอ๎ 4 ระเบียบน้ีใชบ๎ งั คบั สาหรบั นกั เรยี นโรงเรียนวชั รวิทยา สังกัดสานักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 41
ขอ๎ 5 นกั เรยี นและนักศกึ ษาต๎องไมปํ ระพฤติตน ดังตํอไปนี้

5.1 หนีเรียนหรือออกนอกสถานศึกษาโดยไมํได๎รบั อนุญาตในชํวงเวลาเรยี น
5.2 เลํนการพนนั จัดใหม๎ ีการเลํนการพนัน หรือมว่ั สมุ ในวงการพนนั
5.3 พกพาอาวธุ หรอื วัตถรุ ะเบิด
5.4 ซื้อ จาหนาํ ย แลกเปลย่ี น เสพสรุ า หรอื เครื่องดื่มท่มี ีแอลกอฮอล์ ส่ิงมึนเมา บหุ รี่ หรือยาเสพติด
5.5 ลกั ทรัพย์ กรรโชกทรัพย์ ขมํ ขูํ หรอื บังคบั ขนื ใจเพื่อเอาทรพั ย์บคุ คลอืน่
5.6 กํอเหตทุ ะเลาะวิวาท ทาร๎ายรํางกายผอ๎ู น่ื เตรียมการหรือกระทาการใด ๆ อนั นําจะกํอใหเ๎ กดิ ความไมสํ งบ
เรียบรอ๎ ย หรอื ขัดตอํ ศลี ธรรมอนั ดขี องประชาชน
5.7 แสดงพฤติกรรมทางช๎สู าวซึง่ ไมํเหมาะสมในที่สาธารณะ

65

5.8 เกี่ยวข๎องกบั การค๎าประเวณี
5.9 ออกนอกสถานท่ีพกั เวลากลางคนื เพื่อเทยี่ วเตรํหรือรวมกลํุม อันเปน็ การสร๎างความเดือดรอ๎ นใหแ๎ กํ
ตนเองหรอื ผู๎อื่น
ข๎อ 6 กาหนดการลงโทษโดยแบํงโทษท่จี ะลงโทษแกํนกั เรียนท่กี ระทาความผิดเป็น 4 สถาน คอื
6.1 วาํ กลาํ วตักเตือน
6.2 ทาทณั ฑบ์ น
6.3 ตัดคะแนนความประพฤติ
6.4 ทากิจกรรมเพ่ือให๎ปรับเปล่ยี นพฤตกิ รรม

66

หมวดท่ี 2
การควบคุมความประพฤตินักเรียน

ขอ๎ 7 ระเบยี บการลงโทษนกั เรยี นที่ทาผดิ ระเบียบวนิ ยั
7.1 โทษข้ันวํากลําวตักเตือน ครูโรงเรียนวัชรวิทยา ทุกทํานมีอานาจในการวํากลําวตักเตือน

เม่อื นักเรยี นมีความประพฤตไิ มเํ หมาะสม
7.2 โทษการทาทณั ฑ์บนนกั เรียนทีป่ ระพฤติผิดหรอื กระทาความผดิ ระเบียบของโรงเรียนวัชรวิทยาบํอยคร้ังไมํ

ปรับปรุงตนเอง จนกระทั่งถูกตัดคะแนนความประพฤติ 15 คะแนน รองผู๎อานวยการกลํุมบริหารงานบุคคล
หรือ หวั หนา๎ งานระดับชน้ั และสงํ เสรมิ วินัย มอี านาจเชญิ ผู๎ปกครองมาเพื่อทาทณั ฑ์บนได๎

7.3 โทษการตัดคะแนนความประพฤติ ให๎ครูทุกทํานมีอานาจในการเสนอตัดคะแนนความประพฤติของ
นักเรียนท่ีกระทาความผดิ โดยเสนอตํอรองผ๎อู านวยการกลุํมบริหารงานบคุ คล เพอื่ ให๎ผ๎ูอานวยการสั่งการให๎หัวหน๎างาน
ระดับช้นั และสงํ เสริมวินัยไดด๎ าเนินการบนั ทึกไวเ๎ ป็นหลักฐานในกรณที ่ีนกั เรยี นกระทาความผดิ ดังน้ี

7.3.1 ครูทุกทํานมอี านาจการตดั คะแนนได๎ครง้ั ละไมเํ กิน 5 คะแนน
7.3.2 ครทู ่ีทาหน๎าทห่ี ัวหนา๎ ระดบั ชั้น หวั หน๎ากลุมํ สาระการเรยี นร๎แู ละรองหวั หน๎าระดบั ชั้น
มอี านาจตัดคะแนนได๎ไมเํ กินครงั้ ไมํเกนิ 10 คะแนน
7.3.3 ครูท่ีทาหนา๎ ทหี่ วั หน๎างานระดบั ชัน้ และสํงเสรมิ วินยั มีอานาจตัดคะแนน ไดค๎ ร้ังละไมเํ กนิ 15
คะแนน
7.3.4 หัวหน๎ากลํุมงาน และรองผูอ๎ านวยการ ทกุ ฝุายมีอานาจตดั คะแนนได๎ครง้ั ละไมํเกิน 20
คะแนน
7.3.5 ผอู๎ านวยการโรงเรยี น มีอานาจตดั คะแนนได๎ตามความเหมาะสมของการกระทาความผิด
7.3.6 นักเรียน คนหน่ึงๆ มคี ะแนนความประพฤตปิ ระจาตัว ภาคเรียนละ 30 คะแนน
7.3.7 ในกรณีท่ีนักเรียน ทาความผดิ เกินอานาจครทู ี่สง่ั ตัดคะแนน ใหค๎ รูที่สัง่ ตดั คะแนนเสนอให๎
ครูทม่ี ีอานาจตดั คะแนนสูงกวํา เปน็ ผู๎ตดั คะแนนพร๎อมแนบเหตผุ ลของการตัดคะแนนมาดว๎ ย
7.3.8 หวั หน๎างานระดับช้นั และสํงเสริมวินยั มีหนา๎ ท่รี วบรวมคะแนนความประพฤติของนกั เรียน
ทถ่ี ูกสง่ั ตดั คะแนนเสนอเพ่ือพิจารณาสัง่ การประจาภาคเรียน
7.4 โทษทากิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เม่ือนักเรียนคนใดถูกลงโทษถึงข้ันสูงสุดของโทษที่กาหนดไว๎
แล๎วให๎มอบหมายกิจกรรมเสริมสร๎างนิสัย หรือกระทากิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์โดยนับเป็นคร้ัง หรือนับเป็นช่ัวโมง
ตั้งแตํ 1 ช่ัวโมง ข้ึนไปแล๎วแตกํ รณีความผิดทจ่ี ะพจิ ารณา หรือจัดเขา๎ คํายอบรม เพื่อให๎ปรับเปล่ียนพฤติกรรม ท้ังน้ีต๎อง
อยูภํ ายใต๎การควบคมุ ของครหู รือบคุ คลท่ีไดร๎ บั มอบหมาย

67

ข๎อ 8 แนวทางปฏบิ ัตวิ าํ ดว๎ ยการลงโทษ
เพือ่ ให๎การปฏิบัติของครใู นการพจิ ารณาลงโทษนักเรียนโรงเรยี นวัชรวิทยาเปน็ ไปอยาํ งถกู ต๎อง โรงเรียนได๎

กาหนดลักษณะของความผดิ ไว๎ ดังนี้
8.1 ความผิดขน้ั ต๎น เปน็ ความผดิ ท่ีตัดคะแนนความประพฤติครัง้ ละไมเํ กนิ 5 คะแนน ได๎แกํ
8.1.1 แตํงกายผิดระเบยี บของโรงเรียน
8.1.2 แสดงกริ ยิ า วาจาหยาบคายไมํวําในหรือนอกโรงเรยี น
8.1.3 หลีกเล่ียงไมเํ ข๎าห๎องเรียนโดยไมํมเี หตผุ ลอนั สมควร
8.1.4 ออกนอกบริเวณโรงเรียนในเวลาเรยี นโดยไมไํ ด๎รับอนุญาต
8.1.5 ขดั คาสงั่ โดยชอบของครู(เก่ียวกับการเรียนการสอนหรือกจิ กรรม)
8.1.6 มอี ุปกรณ์การเลนํ การพนันไวใ๎ นครอบครอง
8.1.7 ทรงผมผิดระเบียบ
8.1.8 รับประทานอาหารไมํถูกเวลาและสถานที่
8.1.9 เข๎าหอ๎ งเรยี นสายเกิน 10 นาที
8.1.10 ไมรํ ักษาความสะอาดห๎องเรยี น
8.1.11 พดู เท็จโกหกครู
8.1.12 ไมํหยดุ ยนื เคารพเพลงชาติไทย
8.1.13 ไมทํ าความเคารพหรือไหวค๎ รู
8.1.14 สํงเสียงดงั รบกวนผ๎อู น่ื ใน และ นอกห๎องเรยี น
8.1.15 ใสํเคร่ืองประดับ ใช๎เคร่อื งสาอาง
8.1.16 ท้ิงขยะไมลํ งถัง
8.1.17 มอี ุปกรณ์การเรยี นไมํครบบํอยคร้งั
8.1.18 ไมสํ นใจเรียน ไมสํ ํงงานบอํ ยครง้ั
8.2 ความผดิ ข้ันท่ี 2 เปน็ ความผิดท่ีตดั คะแนนความประพฤติครง้ั ละไมํเกิน 10 คะแนน ได๎แกํ
8.2.1 แสดงกิริยา วาจาก๎าวร๎าว หยาบคาย หรือไมํสุภาพตํอครูและบุคคล ท่วั ไป
8.2.2 เขา๎ ไปในแหลํงอบายมุข ท่อี นั ไมํสมควร แหลํงม่ัวสมุ หรือเขตหวงหา๎ มของโรงเรยี นโดยไมํไดร๎ บั
อนญุ าต
8.2.3 เจตนากระทาผิดเกี่ยวกบั เอกสารทางราชการ
8.2.4 กอํ การทะเลาะววิ าทสถานเบา
8.2.5 ประพฤติตนในทานองชส๎ู าว
8.2.6 หนีการเรียนเปน็ รายวิชา
8.2.7 มีบุหรี่ สุรา หรือสิ่งเสพตดิ ไว๎ในครอบครอง
8.2.8 หลกี เลี่ยงการเข๎าแถวเคารพธงชาติ
8.2.9 ขีดเขียนโต๏ะ ผนังห๎องเรยี น หรอื อาคารเรยี น

68

8.2.10 สวมใสชํ ุดกิจกรรม ไมํตรงกับวันเรยี น
8.2.11 สวมใสํเสื้อที่ไมํมชี ่อื -โรงเรยี นของตนเอง
8.2.12 การซอยผม สไลดผ์ ม กดั สผี ม
8.2.13 ใสํรองเทา๎ ขน้ึ บนอาคารเรยี น
8.2.14 มาโรงเรียนสาย
8.2.15 มีปากเสียงกนั อยาํ งรนุ แรงกับผอู๎ ่นื
8.3 ความผดิ ขั้นที่ 3 เป็นความผิดที่ตดั คะแนนความประพฤติคร้ังละไมํเกิน 15 คะแนน ได๎แกํ
8.3.1 กอํ การทะเลาะวิวาทหรอื กระทาให๎เกดิ การแตกแยกความสามัคคี และกํอความเดอื ดรอ๎ น
แกํผอู๎ นื่
8.3.2 สบู บุหรี่ ดม่ื สุราหรอื ของมึนเมาอนื่ ๆ หรือเสพยาเสพติด
8.3.3 เลนํ การพนนั
8.3.4 มอี าวุธไว๎ในครอบครอง
8.3.5 นาสอ่ื ลามกอนาจารทุกประเภทเข๎ามาในโรงเรยี น
8.3.6 ยุยงใหเ๎ กดิ ความกระด๎างกระเดอ่ื งและฝาุ ฝนื ระเบียบของโรงเรยี น
8.3.7 ทาลายทรพั ยส์ ินของโรงเรยี นหรือของผูอ๎ น่ื
8.4 ความผิดขั้นที่ 4 เปน็ ความผดิ ท่ีตดั คะแนนความประพฤติครง้ั ละไมํเกิน 20 คะแนน ได๎แกํ
8.4.1 ความประพฤติทเี่ ป็นการกระทาผดิ ซ้าๆ ได๎รับการวํากลําวตักเตือน และถูกตัดคะแนนในข้ันตน๎
มาแลว๎
8.4.2 ประพฤตติ ัวไมํเหมาะสมกบั การเป็นนักเรียน
8.4.3 แอบอ๎างช่ือโรงเรยี นไปกระทาการใดๆ จนเกดิ ความเสียหายแกํช่ือเสยี งของโรงเรียน
8.4.4 นาทรัพยส์ ินของโรงเรียน หรือของผู๎อ่นื ไปโดยไมํไดร๎ ับอนญุ าต
8.4.5 ประพฤตติ นในทานองชู๎สาวที่มหี ลกั ฐานตํอเน่ืองกันหลายครั้ง
8.4.6 จอด - ขบั ข่ีรถไมํถกู กฎจราจร
8.4.7 แสดงตนเปน็ อันธพาล
8.4.8 ไมํเขา๎ รวํ มกิจกรรมทโ่ี รงเรยี นกาหนด
8.4.9 แสดงสทิ ธใ์ิ นทรัพย์สินของโรงเรียน
8.4.10 จดุ ประทัดหรืออนื่ ๆ ท่ีทาให๎เกิดเสยี งดงั
8.4.11 ปลอมลายมือชอ่ื ผป๎ู กครอง หรอื ครู
8.5 ความผดิ ข้ันที่ 5 เปน็ ความผิดท่ตี ดั คะแนนความประพฤติครง้ั ละไมํเกิน 25 คะแนน ได๎แกํ
8.5.1 ทาลายทรัพยส์ ินของโรงเรยี นโดยเจตนา
8.5.2 ขโมยทรัพยส์ ินของโรงเรยี นหรอื ของผอ๎ู ืน่ โดยมีหลักฐานแนํชัด
8.5.3 ซํองสุมกํอกวนความสงบเรียบร๎อยของสงั คม
8.5.4 ประทุษร๎ายราํ งกายผู๎อ่นื จนได๎รับบาดเจ็บทั้งรํางกายและจติ ใจ

69

8.5.5 ชักนาบุคคลภายนอกโรงเรียนมารวํ มกํอการทะเลาะวิวาท
8.5.6 พกอาวุธหรอื วัตถรุ ะเบดิ เขา๎ มาในโรงเรยี นหรอื นอกโรงเรียน
8.5.7 มีพฤติกรรมชส๎ู าว
8.5.8 ประพฤติช่วั หรอื กระทาการใด ๆ ทท่ี าความเสอื่ มเสียชอื่ เสยี งเกียรติศักด์ิแกํโรงเรียน หรือ
กระทาการอนั เปน็ ความผิดทางอาญา
8.5.9 แสดงพฤติกรรมขํูกรรโชคทรัพย์
8.5.10 เสพยาเสพตดิ ใน-นอกโรงเรียน
8.5.11 พกพาอาวุธ-ใช๎อาวธุ หรือพาบุคคลภายนอกกํอการทะเลาะววิ าท
8.6 ความผดิ เก่ยี วกบั สารเสพตดิ ไดแ๎ กคํ วามผิดในลักษณะดังตํอไปนี้
8.6.1 เปน็ ผเู๎ สพภายในและภายนอกโรงเรยี น
8.6.2 เปน็ ผจ๎ู าหนาํ ยจํายแจก
8.6.3 เปน็ ผู๎ซือ้
8.6.4 เป็นผผ๎ู ลิต
8.6.5 เป็นผ๎ชู กั จงู หรอื ลํอลวงใหผ๎ ูอ๎ น่ื ซื้อเสพหรือซ้อื ให๎เสพ
8.6.6 มีไวใ๎ นครอบครองทัง้ สง่ิ เสพตดิ และอุปกรณ์ ในการเสพให๎กาหนดการลงโทษไว๎ดงั ตํอไปน้ี

1) การเสพ ใหท๎ าทณั ฑบ์ น และสงํ เขา๎ รับการบาบดั ในสถานบาบัด
2) เป็นผูจ๎ าหนํายจํายแจกใหด๎ าเนนิ การตามแนวปฏิบตั ขิ องกระทรวงศึกษาธกิ าร
3) การมีไว๎ครอบครอง ชักจูงหรือลํอลวง หรืออ่ืน ๆ ให๎ทาทัณฑ์บน หรือโทษอื่น ทั้งน้ีให๎อยํูใน
ดุลพนิ จิ ของคณะกรรมการพิจารณาโทษนกั เรียน และผู๎อานวยการโรงเรยี น
8.7 ความผิดอื่น ๆ ทีไมํได๎ระบุไว๎ในระเบียบน้ีให๎กลุํมบริหารงานบุคคลหรือคณะกรรมการพิจารณาโทษ
นกั เรียน พิจารณาระดับการลงโทษตามแนวบรรทัดฐาน เปรียบเทียบความผิดแล๎วเสนอ ผู๎บังคับบัญชาตามลาดับข้ัน
เพ่อื ส่ังการตอํ ไป
ขอ๎ 9 การดาเนินการดูแลเพื่อการปรับปรุงความประพฤติของนกั เรยี น
ถ๎านักเรียนคนใดถูกตัดคะแนนความประพฤติ (ใน 1 ภาคเรียน) และได๎รับการพิจารณาโทษแล๎ว ให๎ครูท่ีมี
หนา๎ ท่ีขา๎ งลํางนเี้ ปน็ ผู๎ปรบั ปรุงแก๎ไขความประพฤติของนักเรยี นรวํ มกบั ฝาุ ยตาํ ง ๆ ตามเกณฑ์คะแนนดังนี้
9.1 ถกู ตดั คะแนนความประพฤติ 5 คะแนน มอบให๎ครทู ป่ี รึกษาแจ๎งผูป๎ กครองให๎รบั ทราบเพ่ือปรับปรงุ แก๎ไข
9.2 ถูกตัดคะแนนความประพฤติ 10 คะแนน มอบให๎ครูที่ปรึกษาเชิญผ๎ูปกครองมารับทราบปัญหาและทา
ทัณฑบ์ นไว๎เป็นหลกั ฐาน
9.3 ถูกตัดคะแนนความประพฤติ 15 คะแนน มอบให๎ครูที่ปรึกษาและหัวหน๎างานระดับช้ันเชิญผู๎ปกครองมา
รับทราบปญั หา และทาทณั ฑ์บนคร้ังที่ 2 ไว๎เปน็ หลักฐาน
9.4 ถูกตัดคะแนนความประพฤตติ งั้ แตํ 20 คะแนนขน้ึ ไปมอบใหค๎ ณะกรรมการพิจารณาโทษนักเรียน
พิจารณาเพอ่ื กาหนดโทษและใหห๎ วั หน๎างานระดับช้ันเชิญผูป๎ กครองรับทราบผลการกระทาความผดิ ของนักเรยี นและ
แนะนาใหผ๎ ๎ูปกครองได๎ดาเนินการดูแลควบคุมอยาํ งเข๎มงวดตอํ ไป

70

9.5 ถูกตัดคะแนนความประพฤติ 30 คะแนน ขึ้นไป ในภาคเรียนน้ัน ๆ มอบให๎คณะกรรมการพิจารณาการ
โทษนักเรียนพิจารณากาหนดแนวทางปฏิบัติใน การส่งคืนผู้ปกครอง ให๎ไปอบรมดูแลชั่วคราวจนกวําโรงเรียนมี
ความเห็นวํา สามารถรับกลับมาพัฒนาได๎ เหมือนกับนักเรียนคนอ่ืน ๆ หรือ ให๎คณะกรรมการพิจารณาจัดกิจกรรม
เพือ่ พฒั นาจิตใจ จนเหน็ วาํ สามารถเข๎าเรียนไดต๎ ามปรกติ จงึ จะดาเนนิ การตํอไป
ข๎อ 10 การมอบหมายกจิ กรรมใหท๎ าเพื่อใหป๎ รบั เปล่ียนพฤติกรรม

ในการปรับเปล่ียนพฤติกรรมไมํกระทาความผิดซ้าอีกโรงเรียนจึงได๎กาหนดการมอบหมายกิจกรรมให๎ทา
ดงั ตํอไปนี้

10.1 ถูกตัดคะแนนความประพฤติ 5 คะแนน ครูผ๎ูส่ังตัดคะแนนมอบหมายงานกิจกรรมพัฒนาในบริเวณ
โรงเรยี น เป็นเวลา 1 ช่วั โมง และบนั ทึกผลการทากิจกรรมไวเ๎ ป็นหลักฐาน

10.2 ถกู ตัดคะแนนความประพฤติ 10 คะแนน ใหค๎ รูสั่งตัดคะแนนมอบหมายงานกิจกรรมพัฒนาบรเิ วณ
โรงเรียน เปน็ เวลา 3 วนั วนั ละ 1 ชั่วโมง

10.3 ถกู ตดั คะแนนความประพฤติ 15 คะแนน ใหก๎ ลํมุ บริหารงานท่ัวไปรบั ผดิ ชอบมอบหมายงานกจิ กรรม
พัฒนาภายในโรงเรียน เป็นเวลา 5 วนั วันละ 1 ช่ัวโมง

10.4 ถูกตัดคะแนนความประพฤติ 20 คะแนน ขน้ึ ไป ให๎นกั เรยี น ท่ถี กู ตดั คะแนนเข๎ารํวมอบรมคุณธรรม
จรยิ ธรรม หรือคาํ ยกจิ กรรม ทที่ างโรงเรียนจดั หรือหนวํ ยงานอืน่ จัดเปน็ เวลา 3-5 วันโดยมผี ูป๎ กครองรบั ผดิ ชอบดูแล
และมีใบรับรองการผํานการอบรมมาแสดงตํอโรงเรียนเป็นหลกั ฐาน

10.5 ถกู ตัดคะแนนความประพฤติ 30 คะแนน ขึ้นไป ให๎นกั เรยี นทถี่ ูกตดั คะแนนเขา๎ รํวมอบรมคุณธรรม
จรยิ ธรรม ท่ีทางโรงเรียนจัดหรือหนํวยงานอืน่ จัดเปน็ เวลาไมเํ กนิ 30 วัน โดยมผี ปู๎ กครอง ครูทป่ี รึกษา หรือครูที่ไดร๎ บั
มอบหมาย รับผดิ ชอบดูแล และมีใบรับรองการผาํ นการอบรมมาแสดงตํอโรงเรียนเปน็ หลักฐาน

10.6 การท่นี ักเรียนคนหน่งึ คนใดถูกสง่ั ตัดคะแนนความประพฤตทิ ุกระดับของการตัดคะแนน ใหม๎ ีการ
มอบหมายกจิ กรรมพัฒนาให๎นกั เรยี นผ๎ูนัน้ ได๎ปฏิบตั ิดว๎ ยทุกคร้งั
ข๎อ 11 ผลของการถูกลงโทษ หรอื การถูกสั่งตัดคะแนนความประพฤติจะทาให๎นักเรยี น เสยี สทิ ธใิ นเรอื่ งตําง ๆ
ดงั ตํอไปนี้

11.1 นกั เรียนถูกตัดคะแนนความประพฤตติ ั้งแตํ 30 คะแนนขนึ้ ไป โรงเรยี นจะไม่ออก หนงั สือรับรองความ
ประพฤติให๎

11.2 นักเรยี นที่ถูกตัดคะแนนความประพฤตติ ั้งแตํ 20 คะแนน ข้นึ ไป ไม่มสี ทิ ธิ ขอรบั ทุนการศึกษา หรือ
รางวลั นักเรียนผม๎ู คี วามประพฤติดี หรือนกั เรียนผ๎ูมคี วามเพียร หรือรางวลั คนดศี รีวัชรวทิ ยา หรอื สวัสดิการอน่ื ๆ ของ
โรงเรียน

71

หมวดที่ 3
การสง่ เสรมิ นักเรยี นที่มีความประพฤติดแี ละทาคุณประโยชน์ให้กับโรงเรียน

นักเรียนคนใด ได๎กระทาความดี หรือทาคุณประโยชน์ให๎แกํโรงเรียน หรือชํวยเหลือกิจกรรมของโรงเรียนใน

ดา๎ นตาํ ง ๆ หรือกระทาตนสมควรแกํการยกยํองชมเชย เพ่ือให๎เป็นแบบอยํางท่ีดีแกํนักเรียนผู๎อื่นได๎ อีกทั้งเพื่อให๎เป็น

ความภาคภมู ิใจแกตํ นเองและวงศ์ตระกูล จึงให๎ครูผพู๎ บเห็น หรือครูทรี่ ับผิดชอบ ดาเนนิ การเพ่อื พิจารณาดังตอํ ไปนี้

ข๎อ 12 ครูทพี่ บเห็นหรือรับทราบการกระทาความดีของนักเรียน

เมื่อได๎พิสูจน์ทราบวําเป็นเรื่องจริงแล๎วให๎ครูผู๎น้ันทาบันทึกเสนอผํานหัวหน๎างานระดับช้ันและสํงเสริมวินัย

เพ่ือพิจารณาเสนอตามลาดับข้ันตอนนักเรียนประพฤติหรือกระทาดี เพ่ือเป็นการยกยํอง สํงเสริม ให๎กาลังใจแกํ

นักเรียนท่ีประพฤติหรือกระทาดี และสํงเสริมให๎นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรมสูงสํงย่ิงข้ึน โรงเรียนวัชรวิทยา ได๎

กาหนดใหค๎ ะแนนการประพฤตหิ รือกระทาดแี กนํ กั เรียน โดยนกั เรยี นทไ่ี ดค๎ ะแนนประพฤตหิ รือกระทาดีสะสมต้ังแตํ 50

คะแนนขน้ึ ไป มีสิทธิ์ขอรับรางวัล “นักเรียนผู๎มีความประพฤติดี” นักเรียนท่ีได๎รับคะแนนประพฤติหรือกระทาดีสะสม

100 คะแนน จะไดร๎ ับเข็มเชิดชูเกียรติรางวัล “นักเรียนผู๎มีความเพียร” หรือกระทาดีสะสม 3 ปีการศึกษาต้ังแตํ 150

คะแนนข้ึนไป มีสทิ ธขิ์ อรบั โลรํ างวลั “คนดีศรีวชั รวทิ ยา” ตามเกณฑท์ ีโ่ รงเรยี นกาหนด

ขอ๎ 13. คะแนนการประพฤติดีหรือทาความดี

13.1 เก็บของมีคาํ หรือเงินท่ีมมี ลู คาํ ไมเํ กนิ 50 บาทสงํ คนื ได๎ 5 คะแนน

13.2 เกบ็ ของมีคําหรอื เงนิ ท่ีมมี ลู คําตง้ั แตํ 51 บาท ไมํเกิน 100 บาทสํงคืน ได๎ 10 คะแนน

13.3 เก็บของมีคําหรอื เงนิ ท่ีมีมลู คําตัง้ แตํ 101 บาท ไมเํ กิน 500 บาทสํงคืน ได๎ 20 คะแนน

13.4 เกบ็ ของมีคําหรือเงนิ ท่ีมมี ลู คาํ ตั้งแตํ 501 บาทขึน้ ไปสงํ คืน ได๎ 30 คะแนน

13.5 แสดงความมนี ้าใจ เชนํ ชํวยเหลืองานคณุ ครู-อาจารย์โดยมิตอ๎ งร๎องขอ ได๎ 10 คะแนน

13.6 แจ๎งเบาะแสหรือแจง๎ ขําวผ๎กู ระทาผิดระเบียบของโรงเรียน ได๎ 10 คะแนน

13.7 กรณีอ่นื ๆ ทม่ี ิได๎ระบุไวัในระเบียบหมวดน้ี ให๎อยํูในดุลพินิจของคณุ ครู-อาจารย์

ผูใ๎ หค๎ ะแนนให๎เหมาะสมใกลเ๎ คียงกับระดบั คะแนนความดที ่ีกาหนดไว๎ในหมวดนี้

13.8 ให๎คุณครู-อาจารย์ทุกทํานเปน็ ผ๎ูใหค๎ ะแนนการประพฤติหรือการทาดีของนกั เรยี น

ทุกคนเม่อื ประสบพบเห็น โดยให๎บนั ทกึ ลงในสมุดความดี และมอบให๎กบั นักเรียน ใหน๎ ักเรียนนาไปแจง๎ กบั หัวหน๎างาน

สํงเสรมิ คุณธรรม จริยธรรม กลมํุ บริหารงานท่วั ไป เพอ่ื บันทกึ คะแนนไว๎ในสมดุ ความดีเป็นหลกั ฐาน

ขอ๎ 14. คะแนนการชนะการประกวดหรือการแขงํ ขนั กจิ กรรมตาํ ง ๆ

14.1 นกั เรยี นท่ชี นะการประกวดหรือการแขํงขนั กจิ กรรมตําง ๆ ภายในโรงเรยี น

14.1.1 ชนะการประกวดหรอื การแขงํ ขนั รางวลั ที่ 1 ได๎ 10 คะแนน

14.1.2 ชนะการประกวดหรือการแขํงขนั รางวลั ที่ 2 ได๎ 8 คะแนน

14.1.3 ชนะการประกวดหรือการแขํงขัน รางวลั ท่ี 3 ได๎ 5 คะแนน

14.2 นักเรียนทช่ี นะการประกวดหรอื การแขํงขนั กจิ กรรมตําง ๆ ภายนอกโรงเรียน ระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา

ระดับจังหวัด

72

14.2.1 ชนะการประกวดหรือการแขงํ ขนั รางวัลท่ี 1 ได๎ 15 คะแนน

14.2.3 ชนะการประกวดหรือการแขงํ ขนั รางวัลที่ 2 ได๎ 10 คะแนน

14.2.4 ชนะการประกวดหรือการแขํงขนั รางวลั ท่ี 3 ได๎ 8 คะแนน

14.3 นักเรียนทชี่ นะการประกวดหรอื การแขํงขนั กจิ กรรมตําง ๆ ภายนอกโรงเรยี น ระดบั ภาค หรอื เทยี บเทาํ

14.3.1 ชนะการประกวดหรือการแขํงขัน รางวัลท่ี 1 ได๎ 20 คะแนน

14.3.2 ชนะการประกวดหรอื การแขงํ ขัน รางวัลท่ี 2 ได๎ 15 คะแนน

14.3.3 ชนะการประกวดหรอื การแขํงขัน รางวลั ท่ี 3 ได๎ 10 คะแนน

14.4 นกั เรยี นทช่ี นะการประกวดหรอื การแขํงขันกจิ กรรมตําง ๆ ภายนอกโรงเรยี น ระดับประเทศ หรอื

เทียบเทํา

14.4.1 ชนะการประกวดหรอื การแขํงขัน รางวัลท่ี 1 ได๎ 30 คะแนน

14.4.2 ชนะการประกวดหรือการแขํงขนั รางวัลท่ี 2 ได๎ 20 คะแนน

14.4.3 ชนะการประกวดหรือการแขํงขนั รางวลั ท่ี 3 ได๎ 15 คะแนน

14.5 ให๎คุณครู-อาจารย์ทร่ี บั ผดิ ชอบการประกวดหรอื การแขงํ ขนั บนั ทกึ ลงในสมดุ ความดี และแจง๎ กับหัวหน๎างาน

สํงเสริมคณุ ธรรม จรยิ ธรรม กลํมุ งานกิจการนักเรียน เพือ่ บันทกึ รวบรวมคะแนนไว๎ในสมุดความดเี ป็นหลกั ฐาน

ขอ๎ 15 การมอบรางวัล ใหจ๎ ัดมีขึ้นในโอกาสอันสมควร ดงั นี้

15.1 นกั เรียนท่ีมีการประพฤติดหี รือทาความดีตามข๎อ 13 ให๎ครูทป่ี รึกษา ประสานหัวหน๎างานระดับชั้นและ

สํงเสรมิ วนิ ัย จดั มอบเกียรติบัตรหนา๎ เสาธง และบันทึกคะแนนความดสี ะสมไว๎เป็นหลกั ฐาน

15.2 นักเรยี นท่ีชนะการประกวดหรอื การแขํงขันกิจกรรม ให๎ครูที่จัดแขงํ ขนั หรือครูท่ีพานักเรียนไปแขํงขนั

หรือครูผ๎คู วบคุมการแขงํ ขนั ประสานงานครูทปี่ รกึ ษาจดั ให๎การยกยํองเชดิ ชูเกยี รติหนา๎ เสาธง และนาสาเนาเกยี รตบิ ัตร

สงํ หวั หน๎างานระดับชนั้ และสํงเสริมวนิ ยั เพอื่ บนั ทึกคะแนนความดสี ะสมไว๎เป็นหลักฐาน

15.3 การมอบรางวัล “คนดีศรวี ชั รวทิ ยา” ใหห๎ วั หน๎างานระดบั ชั้นและสํงเสรมิ วินยั กาหนดหลกั เกณฑ์ และ

แนวทางการประเมนิ นักเรียนรางวลั “คนดศี รวี ชั รวทิ ยา” ใหก๎ รรมการบรหิ ารให๎ความเห็นชอบ เพอ่ื ใช๎ในการประเมนิ

นักเรยี น ประกอบดว๎ ย

15.3.1 รางวัล “นกั เรียนผูม๎ ีความประพฤติดี”

15.3.2 รางวัล “นักเรียนผม๎ู คี วามเพียร”

15.3.3 รางวัล “คนดศี รีวัชรวทิ ยา”

73

หมวดท่ี 4
การปกครองและการดแู ลช่วยเหลือนกั เรยี น

โรงเรียนวัชรวิทยา ได๎จัดการปกครองในรูปแบบของระดับชั้นเรียน โดยมีครูท่ีปรึกษาเป็นผู๎ให๎การดูแล
ชํวยเหลือนักเรียน และเพื่อให๎นักเรียนอยํูในระเบียบวินัยและคํานิยมอันพึงประสงค์ของโรงเรียนและเป็นคนดีของ
สงั คม ซง่ึ จะทาให๎นกั เรียนของโรงเรยี นเป็นบุคคลท่ีมีคุณธรรมเป็นที่ต๎องการของสังคม ดังน้ัน ครูที่ปรึกษาจึงมีบทบาท
ในการดแู ลชํวยเหลอื นกั เรียนในทุกด๎าน เสมอื นหนึง่ เป็นพํอแมํคนทส่ี องโดยมลี ักษณะการดาเนินการดงั นี้
ขอ๎ 16 ครูท่ีปรกึ ษามีหนา๎ ที่ ดงั ตํอไปนี้

16.1 ดแู ลควบคมุ ปรบั ปรงุ เร่อื งความประพฤติระเบียบวินัยของนักเรียนในความปกครอง
16.2 ชํวยเหลือให๎คาแนะนาให๎กบั นกั เรยี นท้ังด๎านการเรียน และเร่อื งสํวนตวั ตามสมควร
16.3 ดูแลควบคุมนักเรียนในการรวํ มกจิ กรรมตาํ ง ๆ ของโรงเรยี น เชํน กิจกรรมหนา๎ เสาธง เปน็ ต๎น
16.4 ดาเนนิ การพจิ ารณาการลงโทษเบอ้ื งต๎นเม่อื ได๎รบั ทราบหรือพบเห็นการทาผดิ ระเบยี บวนิ ัยของนักเรยี น
16.5 ตดิ ตอํ ประสานงานกับผป๎ู กครองของนักเรียนเพื่อแก๎ปัญหาที่เกิดกับนักเรียนหรือติดตํอรายงานเก่ียวกับ
ความประพฤติของนักเรียนท่ีมีพฤติกรรมไมํถูกต๎อง หรือรายงานความก๎าวหน๎าในการเรียนของนักเรียนให๎ผ๎ูปกครอง
ได๎รับทราบ
16.6 ปฏิบัติหนา๎ ทีต่ ามนโยบายกระทรวงศกึ ษาธกิ าร และระบบการดแู ลชวํ ยเหลือนักเรยี น
ขอ๎ 17 แนวปฏิบตั ิ สาหรบั นกั เรยี นโรงเรียนวชั รวทิ ยา
โรงเรียนวชั รวทิ ยาไดก๎ าหนดแนวทางการปฏิบตั สิ าหรับนักเรียนเพ่ือถือปฏบิ ตั ใิ นเรื่องตําง ๆ ดังนี้
17.1. การเขา๎ รํวมกจิ กรรมหน๎าเสาธง

17.1.1 เวลา 07.40 น. ประชาสัมพันธ์เปิดเพลงมาร์ชโรงเรียนนักเรียนเตรียมตัวเข๎าแถวประกอบ
พิธหี นา๎ เสาธง (ครูเวรประจาวนั / คณะกรรรมการนกั เรียนทาหน๎าทีน่ ากจิ กรรมหนา๎ เสาธง)

17.1.2 ครูที่ปรึกษานักเรียนชวํ ยกากบั ดแู ลการเขา๎ แถวของนกั เรียน ตรวจสอบการเข๎าแถว
17.1.3 ครูเวรแจง๎ ขําวสาร / อบรมนกั เรียน / หรือพธิ ปี ระกาศเกยี รตคิ ุณตาํ ง ๆ
17.1.4 เวลา 08.00 น. เคารพธงชาติ/สวดมนต์/ทํองศีลห๎า/แผํเมตตา/คาปฏิญาณโรงเรียนสุจริต/
ร๎องเพลงมาร์ชโรงเรียน/กจิ กรรมรุํนนอ๎ งเคารพรนํุ พ่ี
17.1.5 เวลา 08.10 น. นักเรยี นพบครูทีป่ รึกษาจัดกิจกรรมโฮมรมู ส้นั
17.1.6 เวลา 08.20 น. โครงการรกั การอําน/กจิ กรรมวางทกุ งานอาํ นทุกคน
17.1.7 เวลา 08.25 น. เร่มิ เรยี น
17.1.8 การเลกิ เรียนเป็นไปตามตารางเรยี นของแตํละชนั้ เรียน
17.1.9 มาตรการการดาเนินการกบั นักเรียน ทไี่ มเ่ ขา้ รวํ มกจิ กรรมหนา๎ เสาธงใหด๎ าเนนิ ดังนี้

1) ขาด / สายกิจกรรมหนา๎ เสาธง 1-5 คร้งั ครทู ่ีปรกึ ษาวาํ กลําวตกั เตือน และแจง๎
ผู๎ปกครองทราบเพอื่ แก๎ไข

74

2) ขาด / สายกิจกรรมหน๎าเสาธง 6-10 คร้ัง ครูที่ปรึกษาแจ๎งผู๎ปกครองทราบ และบันทึก
ลงโทษทณั ฑ์บนนักเรยี น

3) ขาด / สายกิจกรรมหน๎าเสาธง 10 ครั้งข้ึนไปครูที่ปรึกษาตัดคะแนนความประพฤติ
แล๎วแจ๎งผ๎ูปกทราบเพ่ือดาเนินการแก๎ไข และให๎นักเรียนเข๎ารํวมกิจกรรมชดเชยตามที่โรงเรียน
มอบหมาย

4) นกั เรยี นคนใด มีความจาเป็น ไมํสามารถรํวมกิจกรรมหน๎าเสาธงได๎ให๎ดาเนินการแจ๎ง
ครทู ่ีปรกึ ษา และบันทกึ ขออนญุ าตเป็นกรณีพิเศษตํอหัวหนา๎ งานระดบั ชน้ั และสงํ เสริมวินัยนกั เรียน

5) นกั เรียนคนใด ไม่เข้า รํวมกิจกรรมหนา๎ เสาธง ต้ังแตํเปิดภาคเรยี นให๎ครูทีป่ รึกษา
ดาเนินการดังน้ี

(1) เชิญผู๎ปกครองพบ
(2) สงํ ช่อื ไมผํ าํ นกิจกรรม
(3) ระงับการออกใบระเบยี นแสดงผลการเรียน (ปพ. 1)
(4) มอบหมายกจิ กรรมชดเชยให๎ปฏบิ ตั ิตามความเหมาะสม
17.2. การเรียน
17.2.1 นกั เรยี นตอ๎ งเข๎าเรียนทุกคาบเรยี นตามตารางเรียน นกั เรียนที่เข๎าห๎องเรียนสายเกิน 10 นาที
ถอื วาํ เขา๎ ห๎องเรยี น สายในคาบเรียนน้ัน นักเรยี นท่ีเขา๎ หอ๎ งเรยี นสายรวม 3 ครง้ั ถอื วําขาดเรียนในรายวิชานั้น
1 ครง้ั
17.2.2 นักเรียนต๎องมีอุปกรณ์การเรียนครบทุกรายวิชา และต๎องเตรียมอุปกรณ์การเรียนให๎พร๎อม
กํอนคณุ ครู-อาจารย์ ประจาวิชาเขา๎ ห๎องสอน
17.2.3 นักเรียนต๎องต้ังใจเรียน เข๎ารํวมกิจกรรม ปฏิบัติงานตามที่คุณครู-อาจารย์สั่งไมํสํงเสียงรบ
กวน หรือมีพฤติกรรม อื่นใดที่มีผลกระทบตํอบรรยากาศการเรียนการสอน และให๎ถือปฏิบัติหรือเข๎ารํวม
กิจกรรม ตามระเบียบขอ๎ ตกลงทเ่ี ห็นชอบรํวมกนั ของนกั เรียนในแตํละข๎อ
17.2.4 นักเรียนท่ีเจ็บปุวย ไมํสามารถเข๎าเรียนในคาบเรียนใด ให๎แจ๎งและขออนุญาตตํอ
คณุ คร-ู อาจารย์ประจาวิชานั้น กํอน และนาใบอนุญาตจากคุณครู-อาจารย์ประจาวิชา ไปแสดงตํอเจ๎าหน๎าท่ี
พยาบาล
17.2.5 ในขณะทม่ี ีการเรียนการสอน นกั เรียนท่มี กี ิจธรุ ะจาเปน็ ตอ๎ งออกจากห๎องเรยี น หรือต๎องการ
เขา๎ ห๎องเรยี น หรือมีความจาเป็นเรงํ ดวํ นท่ตี ๎องการพบเพ่ือน ให๎ขออนญุ าตตํอคุณครู-อาจารย์ท่สี อนกํอนทุก
คร้งั
17.2.6 ในคาบเรียนใดทคี่ ณุ ครู-อาจารยป์ ระจาวิชาไมํไดเ๎ ขา๎ ห๎องสอน เมือ่ เวลาผํานไปแล๎ว 10 นาที
ใหห๎ วั หนา๎ ชั้นรบี รายงานตอํ หัวหน๎ากลํุมสาระการเรียนร๎ู หรอื กลํมุ งานวิชาการ เพอื่ จัดคณุ ครู-อาจารย์ดูแล
หรอื สอนแทน

75

13.2.7 นกั เรยี นตอ๎ งชวํ ยกนั รักษาความสะอาดของห๎องเรยี น จัดเวรทาความสะอาดเป็นประจาทกุ
วนั และจัดบรรยากาศของห๎องเรยี นใหเ๎ ปน็ ระเบยี บเรียบร๎อยอยเํู สมอ หา๎ มนาอาหาร เครื่องดืม่ ของขบเค้ยี ว
ไปรบั ประทานในห๎องเรยี น และในอาคารเรียน

17.2.8 ในคาบวําง นักเรียนต๎องใช๎เวลาวํางให๎เกิดประโยชน์ เชํน อํานหนังสือ เข๎าห๎องสมุดทา
การบ๎าน เลนํ กฬี า หรอื ทากจิ กรรมทเ่ี ป็นประโยชน์ หา๎ มกระทาอนื่ ใดทีก่ อํ ใหเ๎ กิดการรบกวนการเรียนการสอน
ของคณุ คร-ู อาจารย์ และเพือ่ นนกั เรยี น

17.2.9 นักเรียนต๎องมีความรักสามัคคี มีมนุษย์สัมพันธ์อันดี มีความเป็นเพ่ือน มีความเป็นพ่ีหรือ
น๎องกับนักเรียนทุกคนห๎ามใช๎กาลังชกตํอย หรือใช๎อาวุธอ่ืนใด หรือใช๎อารมณ์ในการตัดสินปัญหา หากเกิด
ปัญหาหรือเกิดการทะเลาะกันข้ึน ให๎คํูกรณีหรือผู๎พบเห็นรายงานตํอคุณครู-อาจารย์ ท่ีอยํูใกล๎ท่ีสุดทราบ
ทนั ที
17.3. การเขา๎ -ออก บริเวณโรงเรยี น

เพ่ือให๎เกิดความเป็นระเบียบเรียบร๎อย ในการเข๎า–ออก บริเวณโรงเรียนของนักเรียนให๎ถือปฏิบัติ
ดังน้ี

17.3.1 นักเรียนต๎องอยูํในบริเวณโรงเรียนต้ังแตํเร่ิมปฏิบัติกิจกรรมหน๎าเสาธง และต้ังแตํเร่ิมเรียน
ชัว่ โมงแรก ไมอํ นุญาตให๎นกั เรยี น ออกนอกบริเวณโรงเรยี นโดยเดด็ ขาด

17.3.2 นักเรยี นออกนอกบรเิ วณโรงเรยี นได๎ดังกรณตี ํอไปนี้
1) เสร็จส้นิ การเรยี นตามตารางเรยี น
2) ขออนญุ าตออกนอกบริเวณโรงเรียนตามระเบยี บปฏิบัติวําด๎วยการขออนุญาตออกนอก

บรเิ วณโรงเรียน
17.3.3 ระเบียบปฏบิ ตั วิ าํ ดว๎ ยการขออนญุ าตออกนอกบรเิ วณโรงเรียน มขี นั้ ตอนดงั น้ี

1) ขออนญุ าตออกนอกบริเวณโรงเรยี นทห่ี อ๎ งกลุํมงานกิจการนกั เรยี นกรอกข๎อความครบท้งั
2 สํวน

2) นาใบขออนุญาตที่กรอกข๎อความเรียบร๎อยแล๎ว ใหอ๎ าจารย์ผ๎ูสอน (หากการขออนญุ าต
นัน้ อยํูในระหวาํ งคาบเรยี น) ครหู ัวหนา๎ เวรประจาวนั หรอื หวั หน๎ากลํุมงานกจิ การนักเรยี น เป็นผูล๎ ง
นามอนญุ าต

3) นักเรยี นผขู๎ ออนญุ าตยืน่ แสดงในอนญุ าตตอํ ยามรักษาการณ์และรบั สวํ นท่ี 2 ติดตวั ไว๎
เมอื่ ออกนอกบรเิ วณโรงเรยี น

4) นกั เรียนลงเวลาโดยการบันทกึ กํอนออกนอกโรงเรียน
5) เมือ่ กลบั เขา๎ บรเิ วณโรงเรยี นใหม๎ อบใบอนุญาตสวํ นที่ 2 คืนแกํยามรักษาการณ์
6) นักเรยี นลงเวลาโดยการบันทึกเมื่อกลับเขา๎ โรงเรยี น
17.3.4 การออกนอกบรเิ วณโรงเรียนเปน็ หมคูํ ณะ ต๎องมีคุณครู-อาจารย์ควบคมุ ดูแล และ
คณุ ครู-อาจารย์ผคู๎ วบคมุ ต๎องเสนอขออนญุ าตจากผู๎อานวยการ

76

17.3.5 การมาโรงเรียนในวันหยุดหรือนอกเวลาเรียนปกติ นักเรียนท่ีได๎รับการนัดหมายให๎มา
โรงเรียนในวันหยุด หรือนอกเวลาเรียนปกติ เชํน การเรียนเสริม การซ๎อมกีฬา หรือการทากิจกรรมอ่ืนใดท่ี
เกีย่ วข๎องกบั โรงเรียน ให๎ปฏิบตั ิดังน้ี

๑) คณุ คร-ู อาจารย์ผร๎ู ับผิดชอบต๎องเสนอขออนุญาตจากผู๎อานวยการ
๒) และดูแลควบคุมนกั เรยี นตลอดเวลา
๓) นักเรียนต๎องนาหนังสือขออนุญาตจากโรงเรียนให๎ผ๎ูปกครองลงช่ือเพื่ออนุญาตและนา

หนงั สอื ขออนญุ าตมาให๎คณุ ครู-อาจารยผ์ ร๎ู บั ผดิ ชอบ
๔) นักเรยี นตอ๎ งแตงํ เครอ่ื งแบบนักเรยี น หรอื เคร่ืองแบบกิจกรรม หรอื ชดุ สภุ าพเรียบร๎อย

ตามที่ คณุ ครู-อาจารย์ ผ๎ูรบั ผิดชอบเป็นผู๎กาหนด ตามท่ีเห็นสมควร
๕) นกั เรียนตอ๎ งประพฤตปิ ฏิบัตติ นให๎อยํูในระเบยี บวนิ ยั ของโรงเรียนเหมือนเชํนวันเรียน

ปกติ
5) นักเรยี นต๎องกลับถึงบ๎านตามเวลาที่คุณครู-อาจารยผ์ ๎ูรับผิดชอบกาหนด
17.3.6 นักเรยี นคนใดออกนอกบริเวณโรงเรยี น โดยไมไํ ด๎รับอนญุ าตถอื วํามีความผดิ ใหล๎ งโทษตาม
ระเบยี บของโรงเรียน
17.4. การใชย๎ านพาหนะ
นกั เรียนทม่ี ีความประสงคจ์ ะใช๎ยานพาหนะมาโรงเรียนและขอเข๎าจอดในโรงเรียนเพื่อความเปน็ ระเบยี บ
เรยี บร๎อยและความปลอดภยั ใหถ๎ อื ปฏบิ ตั ิดังนี้
17.4.1 โรงเรยี นอนญุ าตให๎นักเรยี นใช๎ยานพาหนะได๎เฉพาะรถจักรยาน และจักรยานยนตเ์ ทําน้ัน
17.4.2 นกั เรยี นทีม่ คี วามประสงค์จะขอใชย๎ านพาหนะ จะตอ๎ งยน่ื แบบคารอ๎ งขอขนึ้ ทะเบียน
ยานพาหนะเพื่อขอรับบัตร อนญุ าต เข๎า-ออก และจอดในโรงเรยี น
17.4.3 ยานพาหนะทไี่ มํมบี ตั รอนญุ าต จะไมํมีสิทธิตามข๎อ 17.4.2
17.4.4 ยานพาหนะที่ไดร๎ บั อนุญาตให๎ตดิ บตั รอนญุ าตไว๎ทตี่ ัวยานพาหนะใหช๎ ัดเจน
17.4.5 ยานพาหนะท่ีจะไดร๎ ับอนุญาตให๎เข๎า-ออก และจอดในโรงเรยี นได๎ จะต๎องเปน็ ยานพาหนะ
ถูกต๎องตามกฎหมายนกั เรยี นท่ขี ับข่ีต๎องมีใบอนุญาตขับที่ท่ีถูกต๎อง
17.4.6 โรงเรียน ไมร่ บั ผิดชอบ ตอํ ความเสียหายท่จี ะเกดิ กับยานพาหนะที่นามาจอดในบริเวณ
โรงเรียน
17.5. การขอพบนักเรียน ผูป๎ กครองหรือบุคคลภายนอกท่ีมีความประสงค์จะขอพบนักเรยี นใหถ๎ ือปฏิบตั ิดังน้ี
17.5.1 แจง๎ ชื่อ ระบุชัน้ /ปี ของนกั เรียนท่ีจะขอพบ
17.5.2 แจ๎งความเกยี่ วพันระหวาํ งผ๎ูขอพบและนกั เรียน
17.5.3 ตดิ ตอํ ขอพบนักเรยี นไดท๎ ีห่ ๎องประชาสมั พนั ธ์ หรือหอ๎ งกิจการนักเรียนเทาํ นน้ั
17.5.4 เวลาท่ีขออนุญาตใหพ๎ บจะต๎องเป็นเวลาพกั หรือเวลาเปลยี่ นคาบเรียนเทาํ น้ัน

77

17.6. การใช๎อาคารสถานท่ี
17.6.1 อาคารเรยี น / ห๎องเรียน
1) รักษาทรัพยส์ ินที่มอี ยํูในอาคารเรยี น และห๎องเรยี น ไมใํ หเ๎ กิดความเสียหาย
2) หากนักเรียนผใ๎ู ดกระทาให๎เกิดความเสียหายตํอทรัพย์สินของสํวนรวมให๎ลงโทษตาม
ระเบยี บโรงเรยี น และชดใช๎ตามมลู คาํ ของของทเี่ กิดความเสยี หาย
3) หากนักเรยี นพบเห็นทรัพย์สินของสํวนรวมเกดิ ความเสียหาย หรือชารุดใหแ๎ จ๎งตํอ
ครูผส๎ู อนหรืองานอาคารสถานทที่ ันที
17.6.2 การใช๎โรงอาหาร
1) ห๎ามนักเรียนนาอาหารและเคร่ืองดม่ื ไปรับประทานในอาคารเรยี นห๎องเรยี นหรอื บริเวณ
นอกโรงอาหารโดยเด็ดขาด
2) เมื่อนักเรยี นรับประทานอาหารเสรจ็ แล๎ว จะต๎องเก็บภาชนะใสอํ าหารไปวางในทเ่ี กบ็
ภาชนะรวมทที่ างโรงเรยี นจดั ไวใ๎ ห๎
3) นักเรยี นมีหน๎าที่ชวํ ยกันดูแลรักษาความสะอาดของโรงอาหารรวํ มกนั
4) นกั เรียนคนใดไมปํ ฏบิ ัติตามระเบียบในขอ๎ 1) ถงึ 3) ถือวาํ มีความผิด ใหล๎ งโทษโดยการ
วาํ กลําวตกั เตือนและตัดคะแนนความประพฤติตํอไป
17.6.3 การใช๎ห๎องน้า หอ๎ งสว๎ ม
1) นักเรยี นตอ๎ งปฏิบตั ิตามข๎อบงั คับ หรอื แนวปฏบิ ตั กิ ารใช๎หอ๎ งน้าหอ๎ งสว๎ มท่ีโรงเรยี นได๎
กาหนดไว๎
2) ชํวยกันรักษาวัสดุอุปกรณ์ทาความสะอาด รักษาบรรยากาศใหส๎ วยงาม ไมํทาลายให๎
เกดิ ความชารุดเสียหาย
3) กรณที ่มี ีอปุ กรณ์ชารดุ ชวํ ยแจง๎ ให๎ครู หรือแมบํ ๎านทราบโดยดวํ น
4) หากการชารุดเสียหายเกิดจากการกระทาของนักเรยี น ให๎ผู๎ปกครองเปน็ ผรู๎ ับผดิ ชอบ
ซอํ มแซม จนใช๎งานได๎ดี

17.7. การใชโ๎ ทรศพั ทเ์ คลื่อนท่ี
17.7.1 โรงเรียนอนุญาตให๎นักเรยี นสามารถนาโทรศพั ท์เคล่ือนที่มาใช๎ได๎ และต๎องอยํูในการควบคมุ

การใช๎ท่ี โรงเรียนกาหนด
17.7.2 ใหน๎ ักเรยี นดูแลและเกบ็ รกั ษาโทรศัพท์ของตนเอง หากสูญหายโรงเรยี นจะไมํรบั ผิดชอบใด

ๆ ทั้งสิ้น
17.7.3 ขอ๎ ปฏบิ ัติในการใชโ๎ ทรศพั ท์ มีดังนี้
1) นักเรยี นทกุ คนต๎องปิดสญั ญาณโทรศัพทก์ ํอนเขา๎ ห๎องเรียนทุกคร้ัง และไมํอนุญาตให๎

นกั เรียนต้งั สัน่ เนอื่ งจากเป็นการรบกวนสมาธิในการเรียน
2) ไมํอนุญาตใหน๎ าอปุ กรณ์ใด ๆ เช่อื มตอํ โทรศัพท์ หรอื ชารต์ แบตเตอรี่ในหอ๎ งเรยี น

78

3) ในกรณีท่คี รูผสู๎ อนต๎องการใช๎โทรศัพท์เปน็ สํวนหน่งึ ของสอื่ ประกอบการเรยี นการสอน
และใชใ๎ นการสบื คน๎ ข๎อมูล อนญุ าตใหค๎ รูผ๎ูสอนใช๎ดุลยพินิจ และพจิ ารณาเป็นกรณีๆ และเม่ือเสร็จ
สน้ิ กิจกรรมแล๎วใหป๎ ฏบิ ตั โิ ดยการปิดสัญญาณเหมือนเดิม

4) นักเรยี นต๎องเกบ็ โทรศัพทเ์ คล่ือนที่ไว๎ในท่ปี ลอดภยั ไมใํ ชโ๎ ทรศัพทใ์ นขณะทก่ี าลังเดนิ
เปลี่ยนชวั่ โมงเรยี น ระหวํางบันได หรอื สวนครู อาจารย์

5) ไมนํ าโทรศัพท์มาใช๎ในขณะรํวมกิจกรรมทมี่ ีครู หรอื หนํวยงานอื่น ๆ มาจัดกจิ กรรม เชํน
กจิ กรรมหน๎าเสาธง ประชมุ กิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี เปน็ ต๎น

6) อนญุ าตให๎นักเรยี นใชโ๎ ทรศพั ท์ไดใ๎ นสถานทโ่ี รงเรยี นจดั ให๎ เชนํ ทน่ี งั่ ซุ๎มท่ีพัก โรงอาหาร
13.7.4 การลงโทษ

1) ไมํปฏิบัตติ ามทโี่ รงเรยี นกาหนด คร้ังท่ี 1 วํากลาํ วตกั เตอื น และตัดคะแนนความ
ประพฤติ 5 คะแนน และยึดโทรศพั ท์ไว๎ 3 วัน แล๎วแจ๎งให๎ผ๎ูปกครองทราบ

2) ไมํปฏิบัติตามทโี่ รงเรียนกาหนด ครง้ั ท่ี 2 ทาทัณฑบ์ น แจง๎ ใหผ๎ ป๎ู กครองมารับทราบ
และตดั คะแนนความ ประพฤติ 10 คะแนน และยึดโทรศัพท์ไว๎ 7 วนั

3) ไมํปฏบิ ตั ติ ามทโี่ รงเรียนกาหนด ครง้ั ที่ 3 ตัดคะแนนความประพฤติ
15 คะแนน และไมํอนญุ าตให๎นาโทรศัพท์มาใช๎

17.8. การลากิจ ลาปวุ ย และลาไปทากิจกรรม
17.8.1 การลากจิ และขาดเรียนตลอดทัง้ วัน นักเรยี นจะตอ๎ งยื่นใบขออนญุ าตหยดุ เรยี นตํอกลุํมงาน

กิจการนกั เรียน โดยใชแ๎ บบใบลาของโรงเรยี นซงึ่ ขอไดจ๎ ากหอ๎ งกลํุมงานกิจการนักเรยี น
17.8.2 การลาตดิ ตอํ กันเกนิ 3 วัน จะต๎องชี้แจงเหตุผลอนั สมควรหรือแนบ

ใบรับรองแพทย์หากเปน็ การลาปวุ ย
17.8.3 นกั เรยี นทมี่ ีความประสงค์จะขอลาในระหวาํ งการเรียนและตอ๎ งออกนอกบริเวณโรงเรยี น

ใหป๎ ฏบิ ัติตามระเบียบวาํ ดว๎ ยการอนญุ าตออกนอกบรเิ วณโรงเรยี น
17.8.4 นักเรียนท่ีมีความจาเป็นต๎องขาดเรียนไปทากิจกรรมที่โรงเรียนกาหนด หรือไปแขํงขันกีฬาหรือ

การได๎รับอนุญาตจากผ๎ูอานวยการโรงเรียนให๎ครูผู๎รับผิดชอบขออนุญาตผู๎อานวยการโรงเรียนผํานรอง
ผ๎ูอานวยการกลมํุ บริหารงานวิชาการและแจง๎ ให๎ครผู ๎ูสอนทราบเพื่อขอเวลาเรยี นให๎นักเรียน
17.9 การทาความเคารพการทาความเคารพให๎นกั เรียนปฏิบตั ดิ ังนี้

17.9.1 เม่ือนักเรียนพบครู-อาจารย์ทุกคน ให๎นักเรียนยืนตรง หันหน๎าไปทางคุณครู-อาจารย์ ทา
ความเคารพด๎วย การไหว๎ ให๎นักเรียนชายกลําวคาวํา “สวัสดีครับ” และนักเรียนหญิงกลําวคาวํา “สวัสดี
ค่ะ” หากมีสัมภาระอยูํในมือ ให๎วางสัมภาระไว๎กํอนการไหว๎ ในกรณีท่ีไมํสามารถวางสัมภาระได๎ เมื่อวาง
อาจจะสํงผลเสียหายตํอสัมภาระหรือชีวิต ให๎ทาความเคารพ โดยการยืนตรง ให๎นักเรียนชายกลําวคาวํา
“สวัสดคี รับ” และนกั เรยี นหญิงกลําวคาวาํ “สวัสดคี ่ะ”

17.9.2 ขณะท่ีนักเรียนยืน หรือน่ังอยูํตามบริเวณตําง ๆ เม่ือคุณครู-อาจารย์เดินผําน ให๎ทาความ
เคารพเชนํ ข๎อ 13.9.1

79

17.9.3 เมื่อนักเรียนเดินสวนกับคุณครู-อาจารย์ ต๎องทาความเคารพเชํนข๎อ 13.9.1 และให๎
คุณคร-ู อาจารยเ์ ดนิ ผาํ นไปกอํ นจึงคํอยเดินตํอไป

17.9.4 ขณะทน่ี กั เรยี นเดินไมคํ วรเดินแซงคุณครู-อาจารย์ หากมีความจาเป็น ให๎นักเรียนชายกลําว
คาวํา “ขอโทษครบั ” และนักเรียนหญิงกลําวคาวํา “ขอโทษค่ะ” เสียกํอน จึงเดนิ แซงไป

1 7 . 9 . 5 ใ น เ ค รื่ อ ง แ บ บ อื่ น ๆ ก า ร ท า ค ว า ม เ ค า ร พ ใ ห๎ เ ป็ น ไ ป ต า ม ร ะ เ บี ย บ ข อ ง
เคร่ืองแบบน้นั ๆ

17.9.6 ในห๎องเรียน เมื่อคุณครู-อาจารย์เข๎าห๎องสอนให๎หัวหน๎าชั้นบอกคาวํา “นักเรียนทาความ
เคารพ”และให๎ทุกคนยืนตรง ทาความเคารพโดยการไหว๎ ให๎นักเรียนชายกลําวคาวํา “สวัสดีครับ” และ
นักเรยี นหญิงกลําวคาวํา “สวสั ดคี ่ะ” เมอื่ ไดร๎ บั อนญุ าตให๎น่ังจึงนง่ั ลง และเมอ่ื หมดคาบ
เรยี นคุณครู-อาจารย์ออกจากห๎อง ให๎หัวหน๎าช้ันบอกคาวํา “นักเรียนทาความเคารพ” และให๎ทุกคนยืนตรง
ยกมือไหว๎ ให๎นักเรียนชายกลําวคาวํา “ขอบคุณครับ” และนักเรียนหญิงกลําวคาวํา “ขอบคุณค่ะ” (ในวิชา
ตํางประเทศให๎ใชภ๎ าษาในรายวชิ านั้น ๆ)

17.9.7 ในคาบท่เี รียนกับพระสงฆ์ ให๎ปฏบิ ตั ติ ามศาสนพธิ ี หรอื ที่พระสงฆ์กาหนด
17.9.8 เมื่อพบคณุ ครู-อาจารย์ภายนอกบริเวณโรงเรียน ให๎ถือปฏิบตั ิตามประเพณนี ยิ ม คือ ทา
ความเคารพด๎วยการไหว๎
17.10. การแสดงความเป็นนักเรียนโรงเรียนวัชรวทิ ยา
17.10.1 นกั เรียนทกุ คน ต๎องพกบัตรประจาตัวนกั เรยี นตลอดเวลา
17.10.2 หากนกั เรยี นคนใดมบี ตั รประจาตวั ประชาชนแลว๎ ใหพ๎ กบัตรประชาชนประกอบกับบัตร
ประจาตวั นกั เรียนดว๎ ย

หมวดที่ 5
ระเบียบการแต่งกาย

ข๎อ 18. เครือ่ งแบบนกั เรยี นชาย ชั้นมธั ยมศึกษาตอนตน๎
เส้ือ แบบเชิ้ตคอต้ัง ผ๎าขาวเกล้ียง ไมํบางเกินควร ผําตลอด สาบที่อกเส้ือกว๎าง 2 ซ.ม. ใช๎กระดุมสีขาว

กลมแบนขนาดเส๎นผําศูนย์กลางไมํเกิน 1 ซ.ม. แขนสั้นเพียงข๎อศอก มีกระเป๋าติดแนวราวนมซ๎าย 1 กระเป๋า
ขนาดกว๎างตง้ั แตํ 8 - 13 ซ.ม. และลึกต้ังแตํ 10 - 15 ซ.ม. พอเหมาะกับขนาดของเสื้อ

กางเกง ใช๎ผา๎ สกี ากีแบบกางเกงไทย ขาสั้นเพียงเขํา พ๎นกลางสะบ๎าประมาณ 5 ซ.ม. เม่ือยืนตรงสํวนของขา
กางเกงหํางจากขาของนักเรียนต้ังแตํ 8 - 13 ซ.ม. ตามสํวนของขา ขาพับเข๎าในกางเกงกว๎าง 5 ซ.ม. ผําตรงสํวนหน๎า
ใช๎กระดุมขนาดยํอมซํอนไว๎ข๎างในหรือติดซิปซํอนไว๎ก็ได๎ กระเป๋าตามแนวตะเข็บข๎าง ข๎างละ 1 กระเป๋า ไมํมีกระเป๋า
หลัง เวลาสวมใหก๎ างเกงทับชายเส้ือให๎เรียบร๎อย และสามารถมองเห็นเข็มขัดของนักเรียนได๎

เขม็ ขัด ใช๎หนงั สีน้าตาลกว๎างตั้งแตํ 2.5 - 4 ซ.ม. ตามสํวนขนาดของตัวนักเรียน เข็มขัดเป็นโลหะสีทองหรือเงิน
รปู ส่เี หล่ียมผนื ผา๎ แบบชนิดหัวเข็มขดั ให๎คาดทับกางเกง นักเรยี นทเ่ี ปน็ ลูกเสือ จะใชเ๎ ขม็ ขัดลูกเสือแทนก็ได๎

รองเท้า ใช๎รองเทา๎ ผา๎ ใบห๎มุ สน๎ สนี ้าตาล ไมมํ ลี วดลาย

80

ถงุ เทา้ ใช๎ถุงเทา๎ สีน้าตาล แบบธรรมดา ไมํมลี วดลาย (หา๎ มพับหรอื มว๎ นเวลาสวมใสํ)
ข๎อ 19 เครอ่ื งแบบนกั เรยี นหญิง ช้ันมัธยมศึกษาตอนตน๎

เสื้อ สขี าวเกลี้ยง ไมบํ างจนเกินไป ไมํเปน็ เส้ือคล๎ายคอพบั ในตวั สวมศรี ษะไดส๎ ะดวก ปกดา๎ นหลังเปน็ รูปปก
ทหารเรือ วัดจากต๎นคอลงไปไมํเกิน 12 ซ.ม. ใชผ๎ ๎าสองชัน้ เยบ็ แบบเข๎าถ้า แขนยาวเพียงเหนือศอกเล็กน๎อย ปลาย
แขนจบี ประกอบดว๎ ยผ๎าสองชั้นกว๎าง 3 ซ.ม. ความยาวและความกวา๎ งของตัวเส้ือใหเ๎ หมาะสมกับลาตัวไมํรัดเอว ริมขอบ
เส้ือด๎านลํางแถบขวา ตดิ กระเป๋ามีขนาดพองาม ปากกระเป๋าพบั ริมประมาณ 2 ซ.ม. ผกู หูกระตํายใช๎ผา๎ สกี รมทาชายเป็น
สามเหลี่ยมกว๎างไมํเกิน 10 ซ.ม. ผกู รอบคอแบบเง่ือนกลาสี (นักเรยี นทุกคนต๎องสวมเสอื้ ซับใน)

กระโปรง ใช๎ผา๎ สีกรมทําเกล้ยี ง ไมํมลี วดลาย ด๎านหน๎าและด๎านหลงั พับเปน็ จีบ ด๎านละ 3 จบี พบั ออกด๎าน
นอก เย็บทาบขอบกลางลงประมาณ 6 - 12 ซ.ม. เว๎นระยะความกวา๎ ง ตรงกลางพอประมาณเอวหรอื สะดือ
กระโปรงยาวเพียงคลุมเขําพองาม ชายกระโปรงพบั เขา๎ ดา๎ นใน 5 ซ.ม.

รองเทา้ ใช๎รองเทา๎ หนงั แบบหุ๎มสน๎ หมุ๎ ปลายเทา๎ หวั มนชนิดมีสายรดั หลงั เท๎า สดี า ไมํมีลวดลาย ส๎นสูงไมํ
เกนิ 3 ซ.ม.

ถงุ เท้า สีขาวไมํมลี วดลาย เวลาสวมใหพ๎ ับถุงเทา๎ ลง 2 ช้ัน กว๎างประมาณ 3 - 4 ซ.ม.

ขอ๎ 20 เครื่องแบบนักเรียนชาย ชั้นมธั ยมศึกษาตอนปลาย
เสื้อ แบบเชิ้ตคอตง้ั ผ๎าขาวเกล้ยี ง ไมบํ างเกนิ ควร ผาํ ตลอด สาบท่อี กเสือ้ กวา๎ ง 2 ซ.ม. ใช๎กระดุมสีขาว

กลมแบนขนาดเสน๎ ผาํ ศนู ย์กลางไมเํ กนิ 1 ซ.ม. แขนสน้ั เพยี งขอ๎ ศอก มีกระเปา๋ ตดิ แนวราวนมซา๎ ย 1 กระเปา๋
ขนาดกวา๎ งต้งั แตํ 8 - 13 ซ.ม. และลกึ ต้ังแตํ 10 - 15 ซ.ม. พอเหมาะ กบั ขนาดของเสอ้ื

กางเกง ใชผ๎ า๎ สีกากีแบบกางเกงไทย ขาสั้นเพยี งเขํา พ๎นกลางสะบ๎าประมาณ 5 ซ.ม. เมื่อยืนตรงสํวนของขา
กางเกงหาํ งจากขาของนักเรียนตั้งแตํ 8 - 13 ซ.ม. ตามสํวนของขา ขาพับเข๎าในกางเกงกว๎าง 5 ซ.ม. ผําตรงสํวน
หน๎าใช๎กระดุมขนาดยํอมซํอนไว๎ข๎างในหรือติดซิปซํอนไว๎ก็ได๎กระเป๋าตามแนวตะเข็บข๎าง ข๎างละ 1 กระเป๋า ไมํมี
กระเป๋าหลงั เวลาสวมใหก๎ างเกงทับชายเสื้อใหเ๎ รียบร๎อยสามารถมองเหน็ เข็มขัดของนักเรียนได๎

เขม็ ขัด ใชห๎ นังสีน้าตาลกว๎างต้ังแตํ 2.5 - 4 ซ.ม. ตามสํวนขนาดของตัวนักเรียน เข็มขัดเป็นโลหะสีทองหรือเงิน
รูปส่ีเหลีย่ มผนื ผา๎ แบบชนดิ หัวเข็มขดั ให๎คาดทับกางเกง นักเรยี นท่เี ปน็ ลูกเสือ จะใชเ๎ ข็มขัดลูกเสือแทนก็ได๎

81

รองเท้า ใช๎รองเทา๎ ผา๎ ใบหุ๎มส๎นสีน้าตาล ไมมํ ลี วดลาย
ถงุ เทา้ ใช๎ถุงเท๎าสีน้าตาล แบบธรรมดา ไมํมลี วดลาย (ห๎ามพบั หรอื มว๎ นเวลาสวมใสํ)
ขอ๎ 21 เครื่องแบบนกั เรยี นหญิง ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
เส้ือ ผา๎ สีขาวเกลยี้ ง ไมํบางเกินควร ไมํใช๎ผ๎าดบิ แบบคอเช้ิต ผาํ อกตลอด ที่อกเส้ือทาเป็นสาบตลบเขา๎ ใน
กวา๎ ง 2 ซ.ม. มดี ุมกลางแบบสขี าว 3 ซ.ม. เสื้อแผํนหลงั ไมตํ ํอไหลหํ รอื จีบรุดเอว เวลาสวมเสื้อชายเส้อื ไว๎ในกระโปรง
(นกั เรียนหญงิ ใหส๎ วมเส้ือซับในสีขาวเทํานั้น)
กระโปรง ใช๎ผ๎าสีกรมทําเกล้ียง ไมํมีลวดลาย กระโปรงแบบธรรมดา ด๎านหน๎าและหลังเป็นจีบข๎างละ 3
จีบ หันออกด๎านนอก เย็บทางขอบขวากลางลงมาระหวําง 6 - 12 ซ.ม. เว๎นระยะความกว๎างตรงกลางพองามความ
ยาวของกระโปรงให๎เลยเขาํ พองาม
เข็มขัด ใช๎เข็มขัดหนังสีดากว๎างต้ังแตํ 2 - 3 ซ.ม. ตามสํวนขนาดของนักเรียน หัวเป็นรูปส่ีเหล่ียมผืนผ๎า
แบบชนิดหัวกลัดใช๎หนงั สดี าห๎มุ มปี ลอกหนังสีเดียว กับเข็มขัดขนาดกว๎าง 1.5 ซ.ม.สาหรับสอดปลายเข็มขัดที่วํานี้ใช๎
คาดเอวขอบกระโปรง ขอบเอวกระโปรงกว๎าง 3 ซ.ม.
รองเทา้ แบบหุ๎มสน๎ หุ๎มปลายเทา๎ หัวมนชนิดมีสายรัดหลังเท๎าหนังสดี า ไมํมลี วดลายสน๎ สูงไมเํ กิน 3 ซ.ม.
ถุงเทา้ สขี าวไมํมลี วดลาย เวลาสวมใหพ๎ บั ถงุ เทา๎ ลงมา 2 ชั้น กว๎างประมาณ 3 ซ.ม.
ข๎อ 22 การปักอักษรยอํ ใหน๎ กั เรียนชายและนกั เรียนหญงิ ปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
ชื่อโรงเรียน ใช๎ตัวยํอวํา “ว.ร.” ไว๎ทางหน๎าอกด๎านขวา ใต๎ชื่อยํอโรงเรียน เป็นเลขประจาตัวนักเรียน ช่ือ
และนามสกุลของนักเรียน อยูํหน๎าอกด๎านซ๎าย

ข๎อ 23 ชุดลกู เสือ
หมวก ทรงออํ นสีเลือดหมู มีตราหน๎าหมวกรูปตราคณะลูกเสือแหํงชาติ ทาด๎วยโลหะสีทองเวลาสวมให๎ตรา

หนา๎ หมวกอยูเํ หนือค้ิวซา๎ ย
เสอ้ื คอพับสกี ากี แขนส้ันเหนือศอก ผําอกตลอด อกเส้ือทาเป็นสาบ กว๎าง 35 ซ.ม. มีดุมเหนือเข็มขัด 4 ดุม

อกมีกระเป๋าข๎างละ 1 กระเป๋า มีอินทรธนูสีเดียวกับเสื้ออยํูเหนือบําท้ัง 2 ข๎าง ด๎านไหลํกว๎าง 35 ซ.ม. เย็บติดกับ
ตะเข็บ ไหลํเสื้อด๎านคอกว๎าง 25 ซ.ม. ปลายมน มีดุมที่ปลายอินทรธนูทางด๎านคอด๎านละ 1 ดุม ดุมลักษณะกลม

82

แบน ทาดว๎ ยวตั ถสุ ีนา้ ตาลแกํ อนิ ทรธนสู เี ลอื ดหมูมีอักษร “ล.ญ.” สีเหลือง ให๎สอดชายเสื้ออยํูในกางเกง ไมํอนุญาตให๎
ใช๎ผา๎ เวสปอยต์

ผา้ ผกู คอ รูปสามเหลย่ี มหน๎าจว่ั ด๎านฐาน 100 ซ.ม. ด๎านตั้ง 75 ซ.ม. สมี วํ งมีหวํ งซ่ึงไมํใชหํ วํ งกลิ เวลลส์ วมผ๎า
ผกู คอ

กางเกงสีกากี ขาสน้ั เหนือเขาํ ประมาณ 5 ซ.ม. สํวนกว๎างของขากางเกงเมื่อยืนตรงหํางจากขาตั้งแตํ 8-12
ซ.ม. ปลายขาพับเข๎ากว๎าง 5 ซ.ม. ผําตรงสํวนหน๎า ใช๎ดุมขนาดยํอมขัดซํอนไว๎ข๎างในกระเป๋าตามแนวตะเข็บข๎างละ 1
กระเป๋า และมีหูร๎อยเข็มยาวไมํเกิน 6 ซ.ม. กว๎าง 1 ซ.ม. ไมํอนุญาตให๎ใช๎ผ๎าเวสปอยต์ ให๎ใช๎ชนิดและสีของผ๎าเหมือน
เสือ้

เขม็ ขัดหนังสีน้าตาล กว๎างไมํเกิน 3 ซ.ม. หัวชนิดหัวขัด ทาด๎วยโลหะสีทอง มีลายนูนรูปตราลูกเสือแหํงชาติ
ภายในกรอบชอํ ชัยพฤกษ์

ถุงเทา้ สีกากี พบั ขอบไวใ๎ ตเ๎ ขํา ใต๎รัดขอบมสี ายรัดถงุ ตดิ พูํสเี ลือดหมูขา๎ งละ 2 พํู
รองเทา้ ผ๎าใบสนี ้าตาล ไมมํ ลี วดลาย หุ๎มสน๎ ชนดิ ผกู เชือก
ขอ๎ 24 ชดุ เนตรนารี
หมวก ปกี แคบสเี ขยี วแกํ มีตราหนา๎ หมวกรูปเครื่องหมายเนตรนารีทาดว๎ ยโลหะสที อง ปีกหมวกดา๎ นหลังพับ
ขึ้น

83

ข๎อ 25 ชุดพลศึกษา เปน็ ไปตามแบบที่โรงเรียนกาหนด

ขอ๎ 26 ชดุ นกั ศึกษาวชิ าทหาร เป็นไปตามแบบท่กี รมการรักษาดินแดนกาหนด

84

ขอ๎ 27 ทรงผม นกั เรยี นชาย ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนต๎น
ตัดสั้นเกรยี นหรือรองหวเี บอร์ 1 รอบศีรษะ ผมดา๎ นหน๎ายาวไมํเกิน 5 ซ.ม. ด๎านบนศีรษะตดั ส้นั สมสํวน

มีรํองรอยปตั ตาเลีย่ น ห๎ามรองหวี ห๎ามแลเงา หา๎ มไวห๎ นวดเครา ไมตํ กแตงํ ด๎วยเยล หรือนา้ มนั แตํงผม และให๎ตดั
ทุกสิ้นเดือน
ขอ๎ 28 ทรงผม นักเรยี นชาย ช้ันมธั ยมศึกษาตอนปลาย

อนญุ าตให๎ไว๎ผมทรง “รองทรงสงู ” เทาํ น้ัน ดสู ภุ าพไมไํ วห๎ นวด และเคราไมํตกแตงํ ดว๎ ยเจล หรอื น้ามันแตงํ ผม
ข๎อ 29 ทรงผม นักเรยี นหญิง ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนตน๎

ตัดส้ันระดับใต๎ติ่งหูประมาณ 3 น้ิวมือของนักเรียน (น้ิวชี้ นิ้วกลาง และน้ิวนาง) เสมอกันทั้งด๎านข๎างและ
ด๎านหลัง ติดก๊ิบสีดา แสกข๎างหรือแสกกลางก็ได๎ ไมํอนุญาตให๎ดัดผม ซอยผม สไลด์ผม หรือไว๎หน๎าม๎า กรณีท่ี
นกั เรยี นมีความจาเปน็ ในการไว๎ผมยาว ให๎ผป๎ู กครองบันทกึ ขออนุญาตเปน็ รายกรณี
ข๎อ 30 ทรงผม นักเรยี นหญงิ ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

ถา๎ มีความประสงค์จะไว๎ผมส้ัน ให๎ไว๎ระดับใต๎ต่ิงหูประมาณ 3 น้ิวมือของนักเรียน (นิ้วช้ี น้ิวกลาง และนิ้วนาง)
เสมอกันทั้งด๎านข๎างและด๎านหลัง ติดก๊ิบสีดา แสกข๎างหรือแสกกลางก็ได๎ ไมํอนุญาตให๎ดัดผม ซอยผม สไลด์ผม
หรือไว๎หนา๎ มา๎ และกรณไี ว๎ผมยาวใหร๎ วบรดั ใหเ๎ รียบรอ๎ ย ผูกดว๎ ยโบสีดา หรอื นา้ เงิน

85

ขอ๎ 31 เครื่องประดับและสิ่งของเคร่อื งใช๎
อนุโลมใหใ๎ ชน๎ าฬิกาข๎อมือ สรอ๎ ยคอท่ีทาดว๎ ยเงนิ หรือสแตนเลส ใสํไวใ๎ นเส้ือ (กรณีทค่ี ล๎องพระบชู า) และมีข๎อ

หา๎ ม ดังน้ี
31.1 ห๎ามไวเ๎ ลบ็ ยาว แตงํ ตัวผดิ ระเบยี บ แตงํ หนา๎ ทารมิ ฝีปาก
31.2 หา๎ มใช๎เครื่องประดับท่ีมคี ํา หรอื เพ่อื ความสวยงาม

ขอ๎ 32 การใช๎กระเปา๋ เปู และของใช๎จาเป็นอน่ื ๆ
เพ่อื ความเปน็ ระเบยี บเรียบร๎อยในการใช๎กระเปา๋ เปู และของใชจ๎ าเปน็ อืน่ ๆ จึงมหี ลักเกณฑ์ดังน้ี กระเปา๋

และเปู อนุญาตให๎ใช๎ตามทโ่ี รงเรียนกาหนด
ขอ๎ 33 นาฬกิ าข๎อมือ

อนุญาตให๎ใชเ๎ พอื่ ประโยชนใ์ นการดูเวลา รูปแบบสภุ าพ สายโลหะหรอื สายหนงั สดี าหรอื น้าตาล ขนาดและ
ราคาพอเหมาะกบั วัยเรยี น
ข๎อ 34 แวํนตา

อนุญาตให๎ใช๎เฉพาะแวํนสายตา สาหรับนักเรียนที่มีปัญหาเรื่องสายตาเทําน้ัน ต๎องมีรูปทรงที่สุภาพเหมาะสม
ไมอํ นญุ าตใหใ๎ ชแ๎ วํนกนั แดดสีชาหรอื สดี า หรือคอนแทกซ์เลนส์ ยกเวน๎ กรณมี ีปญั หาเรอ่ื งแสงกบั สายตา ต๎องขออนุญาต
กลมุํ งานกจิ การนักเรียน โดยมีใบรบั รองแพทยป์ ระกอบ

86

ข๎อ 35 กบิ๊ ผม อนุญาตให๎ใชเ๎ ฉพาะนกั เรยี นหญิง ตอ๎ งเป็นก๊ิบสีดา ไมํมลี วดลาย
ขอ๎ 36 ไมํอนญุ าตให๎ใชเ๎ ครื่องสาอาง เวน๎ แตํเป็นกจิ กรรมที่โรงเรียนอนุญาต
ข๎อ 37 หา๎ มทาศัลยกรรมตกแตงํ ราํ งกายทุกชนดิ
ข๎อ 38 ไมอํ นุญาตให๎นาเคร่อื งใชไ๎ ฟฟูา ทกุ ชนดิ เข๎ามาในโรงเรยี น ยกเวน๎ เมอ่ื ได๎รบั อนุญาตแล๎วเทํานั้น
ข๎อ 39 การตรวจเคร่ืองแตํงกาย สขุ ภาพ และทรงผม

ผ๎ูตรวจ
39.1 ครูท่ีปรึกษามีหน๎าท่ีตรวจเครื่องแบบ ตรวจสุขภาพ และตรวจทรงผม ของนักเรียนให๎อยํูในระเบียบ
วินัยระยะเวลาโฮมรูมส้ันตอนเชา๎ ทุกวนั
39.2 ครูที่ปรกึ ษา มีหน๎าท่ตี รวจเคร่ืองแบบ ตรวจสขุ ภาพ และตรวจทรงผม ประจาทุกเดือนตามที่โรงเรียน
กาหนด
กาหนดการตรวจ
39.3 ให๎กาหนดการตรวจ ให๎ใช๎วันตรวจทกุ ตน๎ เดือน ภายใน 3 วนั ทาการของทุกเดอื น
39.4 การนดั หมายการตรวจ ใหห๎ วั หนา๎ ระดับชน้ั และครูท่ปี รกึ ษา นัดหมายการตรวจเองทั้งน้ีต๎องไมํ
กระทบการเรียนการสอน ทั้งครแู ละนกั เรยี น
สถานทตี่ รวจ
39.5 กาหนดให๎ใช๎ข๎างหอประชมุ โรงเรยี น
39.6 บริเวณทโ่ี ลงํ แจง๎ ไมกํ ระทบการใชส๎ ถานที่ของบุคคลอื่น
การบนั ทกึ
39.7 ให๎ใช๎แบบบนั ทกึ การตรวจสุขภาพของกลํมุ บรหิ ารทัว่ ไป
39.8 ใหม๎ ีการบนั ทึกการตรวจไวท๎ ุกครัง้ ภายใน 3 วนั ทาการ ทม่ี กี ารตรวจ
39.9 กลํมุ งานกจิ การนกั เรียนรายงานการตรวจใหผ๎ อ๎ู านวยการทราบทุกเดือน
39.10 ครทู ่ปี รึกษาลงนามในบันทกึ การตรวจ และการติดตามแก๎ไขให๎ปฏบิ ตั ิใหถ๎ ูกตอ๎ ง
การแก๎ไขตดิ ตามและการสงํ ตํอ
39.11 มอบหมายครูท่ปี รึกษาแก๎ไขพฤติกรรมให๎แลว๎ เสรจ็ กํอน 3 วันทาการ
39.12 หากพบวํานักเรียนมีพฤติกรรมทีไ่ มํพงึ พอใจ และไมํปฏิบตั ติ าม ให๎แจง๎ หัวหน๎าระดบั ชัน้ ทันที
และให๎หวั หนา๎ ระดับชน้ั แก๎ไข ท้งั น้ีต๎องอยภํู ายใน 3 วันทาการ
39.13 เมื่อหัวหน๎าระดับชัน้ ตดิ ตามแกไ๎ ขแลว๎ และยังไมํดีขึ้น ให๎สงํ ตํอหัวหนา๎ งานระดับชัน้ และสํงเสรมิ วินยั
หรอื หวั หน๎ากลมุํ งานกจิ การนักเรยี นเพ่ือดาเนนิ การแก๎ไข ทั้งนี้ใหด๎ าเนินการภายใน 3 วันทาการ จากการสงํ ตํอ

87

หมวดท่ี 6
การส่งเสรมิ ประชาธิปไตยในโรงเรียน

เพ่ือสํงเสริมการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยให๎เกิดขึ้นในโรงเรียน จึงกาหนดแนวทางการปฏิบัติงาน

ประชาธิปไตยในโรงเรียน เพื่อสํงเสริมให๎นักเรียนมีลักษณะเป็นผู๎นาและเป็นผ๎ูรํวมงานท่ีดีมีความรับผิดชอบในการใช๎

สิทธแิ ละปฏบิ ัติหนา๎ ทข่ี องตน โดยเปดิ โอกาสใหน๎ ักเรียนได๎มสี วํ นรํวมกบั โรงเรยี นวัชรวิทยา ตามสมควรแกํกรณีจึงให๎มี

แนวปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี

ข๎อ 40 คณะกรรมการนกั เรียน ให๎มคี ณะกรรมการนกั เรยี นขึ้นคณะหนึ่ง เรยี กวาํ คณะกรรมการนักเรยี นโรงเรียนวชั รวิ

ทยา ประกอบดว๎ ย

40.1 ประธานคณะกรรมการนกั เรียน 1 คน

40.2 รองประธานคณะกรรมการนกั เรยี น(ชาย) 1 คน

40.3 รองประธานคณะกรรมการนกั เรยี น(หญิง) 1 คน

40.4 ปฏคิ ม 1 คน

40.5 สวัสดกิ าร 1 คน

40.6 เหรัญญิก 1 คน

40.7 ประชาสัมพันธ์ 1 คน

40.8 เลขานกุ าร 1 คน

40.9 ประธานสี ทัง้ 4 สี ๆ ละ 1 คน รวม 4 คน

รวมทั้งหมด 12 คน

ขอ๎ 41 กรรมการคณะสี ใหม๎ ีคณะกรรมการคณะสขี นึ้ มาคณะหนงึ่ เรียกวํา คณะกรรมการคณะสี

เปน็ คณะกรรมการบรหิ าร ประกอบด๎วย

41.1 ประธานสี 1 คน

41.2 รองประธานสี (ชาย) 1 คน

41.3 รองประธานสี (หญิง) 1 คน

41.4 กิจกรรม 1 คน

41.5 สวสั ดิการ 1 คน

41.6 เหรญั ญกิ 1 คน

41.7 ประชาสัมพนั ธ์ 1 คน

41.8 เลขานกุ าร 1 คน

รวมท้ังหมด 8 คน

88

ขอ๎ 42 สภานกั เรียน ใหม๎ สี ภานักเรยี นขึ้นหน่งึ คณะ เปน็ คณะกรรมการบรหิ ารงาน ประกอบด๎วย

42.1 ประธานสภานักเรยี น 1 คน

42.2 รองประธานสภานักเรียน(ชาย) 1 คน

42.3 รองประธานสภานกั เรียน(หญิง) 1 คน

42.4 คณะกรรมการนักเรยี น 12 คน

42.5 คณะกรรมการสี ๆ ละ 2 คน รวม 8 คน

42.6 ตัวแทนนกั เรียนห๎องละ 1 คน

ข๎อ 43 การเลอื กตั้ง
43.1 ให๎กลุํมงานกิจการนักเรียนเสนอผ๎ูอานวยการแตํงต้ังคณะกรรมการดาเนินการเลือกตั้งและให๎

คณะกรรมการเลือกตั้งดาเนินการเลือกต้ังให๎เสร็จส้ินภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีโดยถูกต๎องตามระเบียบการ
เลือกตั้งทกุ ประการเพ่อื ประโยชน์ทางด๎านการศึกษาและการปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตย

43.2 ใหน๎ ักเรยี นโรงเรยี นวัชรวทิ ยาในระดบั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 เปน็ ผูม๎ ีสิทธิสมัครรบั เลือกต้ังเป็นคณะกรรมการ
นกั เรยี น

43.3 ใหน๎ ักเรยี นโรงเรยี นวชั รวิทยาท้งั หมด ครแู ละบคุ ลากร เป็นผ๎มู ีสิทธเิ ลือกตัง้ คณะกรรมการนักเรยี น
43.4 ให๎นกั เรียนโรงเรยี นวชั รวิทยาแตลํ ะคณะสีเป็นผ๎มู ีสทิ ธิเลือกต้ังประธานสีของแตํละคณะสี
43.5 ให๎ประธานสแี ตํละคณะสีท่ีได๎รับการเลือกตัง้ จัดตั้งคณะกรรมการสพี รอ๎ มทั้งสงํ รายช่ือคณะกรรมการสีให๎
งานสงํ เสรมิ ระบอบประชาธิปไตยภายใน 7 วัน หลังจากไดร๎ บั เลือกตัง้ เป็นประธานสี
43.5 คณะกรรมการนกั เรยี น และคณะกรรมการสีทง้ั คณะ อยํูในตาแหนํงคราวละ 1 ปีการศกึ ษา
43.6 ให๎นักเรยี นแตลํ ะห๎องเลือกตัวแทนนักเรียนเพ่อื เข๎าประชมุ สภานกั เรยี นห๎องละ 1 คน
43.7 ให๎สภานักเรียนเลือกต้ังคณะกรรมการนักเรียนท่ีหมดวาระลงข้ึนเป็นประธานสภานักเรียน 1 คน รอง
ประธานสภา นักเรียน (ชาย) 1 คน รองประธานสภานกั เรยี น (หญิง) 1 คน
ข๎อ 44. สภานักเรียนมีอานาจและหน๎าท่ีออกระเบียบข๎อบังคับ เพ่ือกาหนดเป็นแนวทางให๎นักเรียนปฏิบัติซึ่งไมํขัดตํอ
ระเบียบข๎อบังคับ นโยบายของโรงเรียน และกระทรวงการศึกษาธิการ รวมทั้งพิจารณาอนุมัติโครงการตําง ๆ ของ
คณะกรรมการนกั เรยี น
ข๎อ 45. ข๎อบงั คบั และโครงการตาํ ง ๆ ตอ๎ งผาํ นการเห็นชอบจากคณะกรรมการกลํุมงานกิจการนักเรยี น และนาเสนอ
ผู๎อานวยการอนุมตั ิจึงประกาศใชไ๎ ด๎
ขอ๎ 46. คณะกรรมการนักเรียนมีหนา๎ ทเี่ ป็นผป๎ู ระสานงานกับคณะกรรมการคณะสี และงานฝุายตําง ๆ
ของโรงเรียน
ขอ๎ 47 คณะกรรมการนกั เรียนมอี านาจและหน๎าทเ่ี ปน็ ผ๎ูประเมินและตัดสินการทางานของคณะสีตําง ๆ
ข๎อ 48 คณะกรรมการนักเรียนมีหน๎าท่ี เปน็ ผ๎บู ริหารงานตามมติของสภานกั เรียน
ขอ๎ 49 นกั เรียนตวั แทนหอ๎ งท่ีมีหนา๎ ท่เี ข๎าประชุมสภาเพ่ือแสดงความคิดเหน็ ตามวาระประชมุ แลว๎ แจ๎งใหน๎ ักเรยี น
และครูทีป่ รึกษาในห๎องของตัวเองทราบถึงมติท่ีประชุม

89

ขอ๎ 50 การสน้ิ สดุ สภาพคณะกรรมการในตาแหนํงตาํ ง ๆ ของคณะกรรมการนักเรียน
50.1 ตาย
50.2 ลาออก
50.3 หมดสภาพการเปน็ นักเรียนโรงเรยี นวชั รวิทยา
50.4 ออกตามวาระ

ข๎อ 51 กรรมการในตาแหนํงใดวํางลง ให๎คณะกรรมการนักเรียนดาเนินการคัดเลือกแทนตาแหนํงที่วํางลงให๎เสร็จส้ิน
ภายใน 30 วนั และใหป๎ ฏบิ ัตหิ นา๎ ท่ีตามตาแหนงํ จนครบวาระในปกี ารศึกษาน้นั ยกเว๎นหรอื เวลาครบวาระไมถํ งึ 60 วนั
ข๎อ 52 การประชมุ คณะกรรมการนกั เรียน

52.1 การประชมุ สภานักเรียน คณะกรรมการนักเรียน คณะกรรมการสี มี 2 ประเภท การประชุมสามัญ ให๎
สภานกั เรียนจดั ประชุมเพือ่ บรหิ ารงาน 1 ครงั้ ตอํ เดอื น การประชุมวิสามัญ เมื่อมีเหตุการณ์รีบดํวน เพ่ือประโยชน์ของ
โรงเรียนเป็นสํวนรวมให๎เรยี กประชมุ คณะกรรมการ

52.2 ในการประชุมแตํละครั้งให๎มีผู๎เข๎ารํวมประชุม 2 ใน 3 ของผ๎ูมีหน๎าที่เข๎ารํวมประชุมจึงถือวําเป็นองค์
ประชมุ และตอ๎ งมคี รูหัวหนา๎ งานสํงเสริมประชาธปิ ไตยในโรงเรียน ครูท่ีปรกึ ษาสเี ขา๎ ประชมุ

52.3 การลงมตขิ องท่ีประชุมให๎ถอื คะแนนเสียงขา๎ งมาก
52.4 การประชุมในแตํละคร้ังเลขานุการคณะกรรมการนักเรียนและเลขานุการคณะกรรมการสี จะต๎องทา
หนงั สือระเบียบวาระการประชุม โดยผํานการพิจารณาจากครูหัวหน๎างานสํงเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน หรือครูที่
ปรกึ ษาสกี อํ นการประชุมอยาํ งนอ๎ ย 1 วัน
52.5 การประชุมทุกครั้งเลขานุการต๎องมีการจดบันทึกการประชุม และรายงานการประชุมให๎โรงเรียนทราบ
เป็นลายลักษณอ์ ักษร พร๎อมทั้งดาเนนิ การประชุมตามระเบียบวาระอยํางถกู ต๎อง
ข๎อ 53 สิทธิการยับย้ัง ให๎ครูหัวหน๎างานสํงเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน หรือกลํุมงานกิจการนักเรียน หรือครูท่ี
ปรึกษาคณะสี มอี านาจยับย้ังกิจกรรมใด ๆ เมื่อเหน็ วาํ กิจกรรมน้นั ๆ ไมํเปน็ การสมควร
ขอ๎ 53 การแกไ๎ ขเพมิ่ เตมิ การแกไ๎ ขเพมิ่ เตมิ ระเบียบในหมวดนี้ ต๎องได๎รับมติจากสภานักเรียนเกินกวําคร่ึงหนึ่งของสภา
นักเรียนโดยความเห็นชอบจากครูหัวหน๎างานสํงเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน และหัวหน๎ากลุํมงานกิจการนักเรียน
และไมขํ ดั ตอํ ระเบียบข๎อบังคับของโรงเรียน กฎหมายและประเพณีอันดีงาม

90

หมวดที่ 7
บทเฉพาะกาล

ข๎อ 54 ให๎คณะกรรมการบริหารโรงเรยี น เป็นผพ๎ู ิจารณาเปล่ยี นแปลงระเบียบการปกครองนกั เรยี น
โรงเรียนวชั รวิทยา ตามความเหมาะสมตํอเหตกุ ารณ์
ขอ๎ 55 ให๎ผอู๎ านวยการโรงเรยี น กากบั ดแู ลให๎เปน็ ไปตามระเบียบน้ี

ประกาศ ณ วนั ท่ี 26 กรกฎาคม 2563

(นายไพชยนต์ ศรีมวํ ง)
ผู๎อานวยการโรงเรยี นวชั รวทิ ยา

91

ตวั อยา่ งใบลา

เขยี นท่ี………………………………………….
วันท่ี...................เดอื น..............................พ.ศ...................
เรอ่ื ง ..............................................................................

เรียน ครูปรกึ ษาชน้ั มัธยมศึกษาปที .ี่ ............ท่ีเคารพ

ด๎วยกระผม (ดิฉัน) (เด็กชาย,เด็กหญิง ,นาย ,นางสาว)………………………………………………………………………….
นักเรียนชั้น .............เลขท่ี .................ไมํสามารถมาเรียนได๎ตามปกติ เนื่องจาก...........................................................
...............................................................................(บอกสาเหตลุ า หากปวุ ยให๎แจ๎งอาการดว๎ ย)
กระผม(ดิฉัน) จึงขออนญุ าตหยุดเรยี น ตงั้ แตวํ ันที่...................... เดอื น .................................... พ.ศ. ........................
ถึงวนั ที่................เดือน....................................พ.ศ. ......................เปน็ เวลา.........................วนั เม่อื ครบกาหนดแลว๎
กระผม(ดฉิ นั ) จะมาเรยี นตามปกติ

จงึ เรียนมาเพ่ือโปรดพจิ ารณาอนุญาต

ดว๎ ยความเคารพอยาํ งสูง

ลงชื่อ……………………………………………….
(………………………………………………………)

นกั เรียน

ขา๎ พเจา๎ ขอรบั รองวาํ เปน็ จริง

ลงชือ่ .......................................................
(………………………………………………………)

ผู๎ปกครอง

92

กลมุ่ บริหารงานทั่วไป

93

1. อาคารเรียน 1 6. อาคารเกยี รตยิ ศ 11. อาคารชัว่ คราว
2. อาคารเรยี น 2 7. อาคารประชุม 2 ชนั้ /โรงอาหาร/โรงพลศึกษา 12. อาคารชั่วคราว
3. อาคารเรียน 3 8. อาคารดนตรี 13. โรงฝึกงาน
4. อาคารเรียน 4 9. โรงฝึกงาน 14. โรงอาหาร
5. หอ๎ งประชมุ 10. อาคารชวั่ คราว 15. สนามฟตุ บอล

94

แผนผงั อาคารเรียน โรงเรียนวชั รวทิ ยา

ผงั อาคารเรียน 1 (อาคารวชั รินทร์)

ค1 ค2 ค3 ค4 หอ้ งกลมุ่ สาระฯ ค5
คณติ ศาสตร์
ห้องผอู้ านวยการ ค6
หอ้ งเกียรตยิ ศ หอ้ งกลุ่มงาน ห้อง server หอ้ งปฏิบตั ิการ หอ้ งปฏบิ ตั ิการ หอ้ งอดั สาเนา
นโยบายและแผน คอมพิวเตอร์ 1 คอมพิวเตอร์ 2

สนง. บริหารงานงบประมาณ สนง. บรหิ ารงานวิชาการ

ผงั อาคารเรียน 2 (อาคารวชั เรนทร์)

ท1 หอ้ งกลมุ่ สาระฯ ภาษาไทย ท 3 ท 4 ท5 ท6 ท7

Lab 1 หอ้ งกลุม่ สาระฯ Lab 2 Lab 3 Lab 4 Lab Lab Lab
วทิ ยาศาสตร์ ฯ ฟสิ ิกส์ เคมี ชีววิทยา

สนง. กจิ การนกั เรยี น ห้องพยาบาล หอ้ งใหค้ าปรกึ ษา ห้องแนะแนว หอ้ งไรพ้ รมแดน

ผงั อาคารเรียน 3 (อาคารวชั เรนทร)

อ1 ห้องกลุม่ สาระฯ อ2 อ3 อ4 อ5 จีน 1 จีน 2
ภาษาอังกฤษ

ส1 ส2 ส3 ส4 ส5 ส6 หอ้ งกลุม่ สาระ ส7
ฯสังคมศึกษาฯ

ห้อง จีน 3 ห้องสมดุ โรงเรยี น หอ้ งโสต ฯ 1
ประวัตศิ าสตร์

ผงั อาคารเรียน 4 (อาคารวชั รปาณ)ี

Lab Lab 2 English 3 Mathematics Mathematics 2 สังคมศึกษาฯ ภาษาไทย 437 คอมพวิ เต
1 433 1 434 435 436 อร์ 438

ห้อง สานกั งาน ห้องสมดุ หอ้ งเรยี นรวม ห้องเรียนรวม หอ้

นา้ EP EP 423 424 English English 427 428 ง
(ญ) 1 2 นา้

(ช)

หอ้ ง หอ้ งประชุมพลู เขียว หอ้ งมัลติมีเดยี ห้อ

นา้ Resource Room น้า
(ช)
(ญ)

95

บทบาทหนาทีข่ องคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้นื ฐาน
ตามระเบียบกระทรวงศกึ ษาธกิ าร

คณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน เปน็ รปู แบบการบริหรจัดการศกึ ษา ทก่ี ระทรวงศึกษาธิการ
กาหนดให๎มที กุ โรงเรยี น โดยใหม๎ จี านวนแตกตํางกนั ไปตามขนาดท่ีนับจากจานวนนกั เรียนในโรงเรยี นน้นั
และกาหนดใหม๎ กี ารประชุมอยํางนอ๎ ยภาคเรยี นละ 2 ครงั้ เพื่อกากับและสํงเสรมิ กิจกรรมของสถานศึกษา
ให๎มปี ระสิทธิภาพ คณะกรรมการสถานศึกษามบี ทบาท หน๎าท่ีตามระเบยี บกระทรวงศึกษาธกิ าร วําดว๎ ย
คณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พ.ศ. 2543 ดงั น้ี

1. กาหนดนโยบายและแผนพัฒนาของสถานศึกษา
2. ให๎ความเห็นชอบแผนปฏบิ ัติการประจาปีของสถานศึกษา
3. ใหค๎ วามเห็นชอบในการจัดทาสระหลักสูตรให๎สอดคล๎องกบั ความต๎องการของท๎องถิน่
4. กากับและตดิ ตามการดาเนินงานตามแผนของสถานศกึ ษา
5. สงํ เสรมิ และสนับสนนุ ให๎เดก็ ทกุ คนในเขตบริการไดร๎ ับการศึกษาขัน้ พนื้ ฐานอยํางท่วั ถึง
มีคณุ ภาพและไดม๎ าตรฐาน
6. พทิ กั ษส์ ิทธิเดก็ ดแู ลเด็กพิการ เด็กดอ๎ ยโอกาสและเดก็ ท่มี ีความสามารถพิเศษ ให๎ไดร๎ ับ
การพัฒนาเตม็ ศักยภาพ
7. เสนอแนะและมีสวํ นรวํ มในการบรหิ ารด๎านวิชาการด๎านงบประมาณ ดา๎ นการบริหารงานบคุ คล
และด๎านการบริหารงานทว่ั ไปของสถานศึกษา
8. ระดมทรัพยากรเพื่อการศกึ ษา ตลอดจนวชิ าวิทยากรภายนอกและภมู ิปญั ญาท๎องถน่ิ เพื่อสํงเสรมิ
พัฒนาการของนกั เรยี นทุกดา๎ น รวมทงั้ สืบสานจารตี ประเพณศี ิลปวัฒนธรรมของท๎องถิน่ และของชาติ
9. เสริมสร๎างความสัมพนั ธ์ระหวํางสถานศึกษากับชุมชนตลอดจนประสานงานกับองค์กรทั้งภาครัฐ
และเอกชน เพ่ือไหส๎ ถานศกึ ษาเป็นแหลํงวิทยากร ของชุมชนและมีสวํ นรํวมในการพัฒนาชมุ ชนและท๎องถิน่
10. ใหค๎ วามเห็นชอบรายงานผลการดาเนนิ งานประจาปีของสถานศึกษา กํอนเสนอตํอสาธารณชน
11. แตงํ ตง้ั ท่ีปรึกษาและหรอื คณะอนุกรรมการ เพ่ือการดาเนินงานตามระเบยี บน้ี ตามทเ่ี หน็ สมควร
12. ปฏิบัตกิ ารอื่น ตามทไ่ี ด๎รับมอบหมายจากหนวํ ยงานตน๎ สังกัดของสถานศึกษา

96

บทบาทหน้าท่ขี องคณะกรรมการเครอื ขา่ ยผู้ปกครอง
โรงเรียนวชั รวิทยา

1. รวํ มสนบั สนุนกิจกรรมของสถานศึกษา ด๎านพฒั นาการเรียนร๎แู ละพฤติกรรมของ นักเรียน
โดยผํานความเห็นชอบจากผ๎ูบรหิ ารสถานศกึ ษา

2. รํวมสรา๎ งความสมั พันธอ์ นั ดี ระหวํางครูและผปู๎ กครอง
3. สนบั สนนุ การพัฒนาการเรียนการสอนของสถานศึกษา
4. เสนอข๎อคดิ ข๎อเสนอแนะในการพัฒนาท่จี ะเปน็ ประโยชน์แกนํ ักเรียนและสถานศึกษา
5. รํวมกบั สถานศกึ ษา จัดให๎มีการประชมุ ระหวํางคณะกรรมการกับผปู๎ กครองตามความเหมาะสม
อยํางน๎อยปีละ 2 คร้งั
6. สรปุ และรายงานผลการดาเนินของคณะกรรมการ อยาํ งน๎อยปลี ะ 1 ครั้ง ในทีป่ ระชุมใหญํ
ของผ๎ูปกครองนักเรียน

เพลงมารช์ "วัชรวิทยา" (ว.ร.)

วชั รวทิ ยาสถาบันใหญํ
เกรียงไกรในด๎านการศึกษา

สจฺจ เว อมตา วาจา
ท่ีพึง่ พาชาวฟูาชมพู
ชมพูฟาู ดูสงําปลวิ ไสว
รํวมนาใจใหเ๎ ราต๎องสู๎
ดนตรดี ัง กีฬาเดํน เนน๎ ความร๎ู
และเชิดชูจรยิ ธรรมนอ๎ มนาใจ

รักชาตศิ าสนามหากษตั ริย์
เปน็ คณุ สมบัติคณุ ธรรมนานสิ ัย

วชั รคงนามความเป็นไทย
วัชรทาให๎ไทยเจริญ


Click to View FlipBook Version