The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sumintra Chanchampa, 2022-12-26 10:11:17

การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์

การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์

Keywords: การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์

การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์

นางสาวสมุ นิ ตรา จันจำปา
ค.บ.(คอมพิวเตอร)์

คณะครศุ าสตร์
มหาวิทยาลยั ราชภฏั ลำปาง

2565

คำนำ

เอกสารประกอบการเรียนวิชาคอมพวิ เตอรเ์ รอื่ งการทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์ไดเ้ รียบเรียงจากประ
สบการณ์ในการเรียนการเข้าอบรมการจดั การเรียนการสอนและการฝึกอบรมสาขาวิชาชีพคอมพวิ เตอร์และศึก
ษาคน้ ควา้ เพม่ิ เติมจากหนังสือเอกสารแหลง่ เรยี นร้อู ่ืนๆโดยเรียบเรยี งขึน้ เพ่ือประกอบการเรยี นการสอนและมุ่ง
หวงั ใหผ้ เู้ รียนมีความรมู้ ที ักษะในวชิ าชีพตลอดจนยดึ หลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาใช้ในชีวิตจรงิ เพ่ือนําสิ่งท่ี
ได้จากการเรียนรู้ไปใช้ประกอบอาชีพตรงตามความสามารถ และความต้องการของตลาดแรงงานต่อไป

ผู้เรียบเรียงได้จัดเนื้อหาการเรียนการสอนไว้โดยแต่ละหน่วยการเรียนประกอบด้วยเนื้อหา
ใบกิจกรรม,ใบงาน,แบบฝึกหัดและแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนโดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนมีความเข้าใจดีย่งิ
ขึ้นสามารถฝึกปฏบิ ัตงิ านได้จรงิ

จากความตั้งใจดังกล่าว เพื่อให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ตรงตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร
ผู้เรียบเรียงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารประกอบการเรียนการสอนเล่มนี้จะเอื้อประโยชน์ต่อการจัดการเรียนรู้
ของครู ผู้เรยี น และผ้สู นใจไดเ้ ป็นอยา่ งดี ทว่ั ไป

นางสาวสมุ ินตรา จนั จำปา
คณะครศุ าสตร์ สาขาคอมพวิ เตอร์ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏลำปาง

กรกฎาคม 2565

สารบัญ หนา้

คำนำ 1
สารบญั 1
บทที่ 1 การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ 1
2
สาระสำคัญ 2
สาระการเรียนรู้ 3
จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม 5
แผนผังความคิด 10
แบบทดสอบก่อนเรียน 12
19
1.1 องคป์ ระกอบของระบบคอมพิวเตอร์ 21
1.2 วงจรประมวลผลขอ้ มูลและหลักการทำงานของคอมพวิ เตอร์ 23
1.3 ประเภทของคอมพิวเตอร์ 25
1.4 สถาปตั ยกรรมซีพียู 27
1.5 คุณลกั ษณะทมี่ ีความแตกตา่ งในระบบคอมพิวเตอร์
1.6 การนาํ คอมพวิ เตอร์ไปใช้งาน
1.7 สรุป
แบบฝกึ หดั ท้ายบท

สารบญั ภาพ หนา้
5
ภาพที่ 6
ภาพที่ 1.1 ฮาร์ดแวรค์ อมพวิ เตอร์ (Computer hardware) 7
ภาพท่ี 1.2 ซอฟต์แวรค์ อมพวิ เตอร์ (Computer Software) 7
ภาพท่ี 1.3 ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) 8
ภาพท่ี 1.4 ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) 9
ภาพที่ 1.5 บุคลากร (People ware) 9
ภาพท่ี 1.6 ข้อมลู /สารสนเทศ (Data/Information) 10
ภาพท่ี 1.7 กระบวนการทาํ งาน (Documentation/Procedure) 12
ภาพท่ี 1.8 องคป์ ระกอบพ้ืนฐานของระบบคอมพวิ เตอร์ (พซี ีคอมพวิ เตอร)์ 13
ภาพท่ี 1.9 อนาลอกคอมพวิ เตอร์ (Analog Computer) 14
ภาพที่ 1.10 ดิจิทัลคอมพวิ เตอร์ (Digital Computer) 14
ภาพท่ี 1.11 ไฮบรดิ คอมพิวเตอร์ (Hybrid Computer) 15
ภาพท่ี 1.12 ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer) 16
ภาพท่ี 1.13 เมนเฟรมคอมพวิ เตอร์ (Mainframe Computer) 16
ภาพท่ี 1.14 มินคิ อมพิวเตอร์ (Minicomputer) 17
ภาพท่ี 1.15 เวิรค์ สเตชนั คอมพวิ เตอร์ (Workstation Computer) 18
ภาพที่ 1.16 คอมพิวเตอร์แบบตั้งโตะ๊ (Desktop Computer) 19
ภาพท่ี 1.17 โน๊ตบุ๊คคอมพวิ เตอร์ (Notebook Computer) 20
ภาพที่ 1.18 ซีพียูจากค่าย Intel และ AMD
ภาพท่ี 1.19 ซพี ยี ูจากคา่ ย IBM

สารบญั ตาราง หนา้
20
ตาราง
ตารางที่ 1.1 เปรยี บเทยี บข้อดแี ละข้อเสียของซีพยี ชู นิด CISC และ RISC

1

บทท่ี 1
การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์

สาระสำคญั

คอมพิวเตอร์มีเทคโนโลยที ่ีทนั สมยั มากขึ้น โดยเรม่ิ จากผู้ใชท้ ำการกรอกข้อมูล หรือคำสงั่ ผา่ นทำงอุปกรณ์รับ
ขอ้ มลู (Input Devices) ซ่ึงขอ้ มูลหรอื คำส่งั ต่างๆท่ีรับเขา้ มาจะถูกนำไปเก็บไวท้ ่ีหน่วยความจำหลัก(Memory)
จากนั้นก็จะถูกนำไปประมวลผลโดยหน่วยประมวลผลกลาง(Central processing) แล้วนำผลที่ได้จากการ
ประมวลผลมาเก็บไว้ในหน่วยความจำแรม พร้อมทั้งแสดงออกทำงอุปกรณ์แสดงผล (Output Devices )
ดงั นั้นการทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์จงึ ประกอบดว้ ยสี่ส่วนด้วยกัน ได้แก่ อปุ กรณร์ บั ข้อมลู สว่ นประมวลผล
กลาง หนว่ ยความจำ และอปุ กรณ์แสดงผล

สำระการเรยี นรู้

1.1 องค์ประกอบของระบบคอมพวิ เตอร์
1.2 วงจรประมวลผลข้อมลู และหลักการทำงานของคอมพวิ เตอร์
1.3 ประเภทของคอมพิวเตอร์
1.4 สถาปัตยกรรมซีพยี ู
1.5 คุณลักษณะท่ีมีความแตกต่างในระบบคอมพวิ เตอร์
1.6 การนำคอมพวิ เตอร์ไปใชง้ าน

บทท่ี 1 การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์

2

จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

1. อธบิ ายองค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ได้
2. บอกวงจรประมวลผลข้อมลู และหลักการทำงานของคอมพิวเตอร์ได้
3. สำมารถจำแนกประเภท และบอกความแตกตา่ งของเคร่อื งคอมพิวเตอร์แตล่ ะประเภทได้
4. อธบิ ายความแตกต่างระหว่างสถาปัตยกรรมซีพียูได้
5. บอกคณุ ลักษณะที่มีความแตกต่างในระบบคอมพวิ เตอรไ์ ด้
6. อธบิ ายการนำคอมพิวเตอร์ไปประยุกต์ใชง้ านทำงานด้านตา่ งๆได้

แผนผงั ความคิด (Mind Mapping)

บทที่ 1 การทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์

3

แบบทดสอบกอ่ นเรียน บทที่ 1
เรอื่ ง การทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์

คำช้แี จง 1. ขอ้ สอบเปน็ แบบปรนยั มที งั้ หมด 10 ข้อ 10 คะแนน ใช้เวลา 20 นาที
2.ห้ามขดี เขยี นข้อความใด ๆ ลงในข้อสอบโดยเด็ดขาด

**************************************************************************************************
คำสั่ง ใหน้ กั เรียนเลือกกากบาท (X) ทับขอ้ ทีเ่ หน็ ว่าถูกที่สดุ เพยี งขอ้ เดียว ลงในกระดาษคาตอบทีแ่ จกให้

1. ข้อใดให้ความหมายของคอมพวิ เตอร์ถกู ต้องท่ีสดุ
ก. เครื่องคิดเลขคานวณผลไดเ้ รว็
ข. จัดเก็บข้อมลู ไดเ้ ป็นจานวนมาก
ค. เชอื่ มต่ออปุ กรณต์ ่อพ่วงได้มาก
ง. อุปกรณอ์ เิ ล็กทรอนกิ ส์สำมารถประมวลแบบอัตโนมัติ

2. หนว่ ยประมวลผล หรือซีพียู จัดอยใู่ นส่วนใดของระบบคอมพวิ เตอร์
ก. อุปกรณ์ต่อพวง
ข. ฮาร์ดแวร์
ค. ซอฟตแ์ วร์
ง. ข้อมูล

3. การแสดงผลออกทำงจอภาพ ถอื เป็นวงจรการประมวลผลระบบใด
ก. ระบบการจัดเกบ็ ข้อมูล
ข. ระบบการประมวลผล
ค. ระบบการแสดงผล
ง. ระบบการสง่ ขอ้ มูลเข้า

4. คอมพิวเตอร์ประเภทใดต่อไปนี้ ทีม่ ีประสทิ ธิภาพสงู ทสี่ ดุ
ก. ซูเปอร์คอมพวิ เตอร์
ข. เมนเฟรมคอมพวิ เตอร์
ค. มินิคอมพวิ เตอร์
ง. ไมโครคอมพวิ เตอร์

บทที่ 1 การทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์

4

5. คอมพวิ เตอรน์ ิยมใช้มากท่ีสดุ ในสถานศกึ ษา คือประเภทใด
ก. ซเู ปอรค์ อมพวิ เตอร์
ข. เมนเฟรมคอมพิวเตอร์
ค. มินิคอมพิวเตอร์
ง. ไมโครคอมพิวเตอร์

6. คอมพิวเตอรป์ ระเภทเวริ ค์ สเตชนั่ ใชส้ ถาปตั ยกรรมซีพียูตามข้อใด

ก. RISC ข. CISC

ค. Intel ง. AMD

7. หนว่ ยวดั ความเร็วของโปรเซสเซอรส์ ำหรับเครื่องคอมพวิ เตอร์พีซี คือขอ้ ใด
ก. FLOPS
ข. MHz / GHz
ค. MIPS
ง. Nano Technology

8. หนว่ ยความจตุ ามขอ้ ใด ทมี่ ีปริมาณสงู ทีส่ ดุ
ก. KB ข. MB
ค. TB ง. GB

9. โปรแกรม AutoCAD จัดเป็นการนำคอมพวิ เตอร์ไปใช้ในงานทำงานด้านใด
ก. การออกแบบ
ข. การศกึ ษา
ค. การเกษตร
ง. ความบนั เทิง

10. หากต้องการเลอื กซ้ือเคร่ืองคอมพิวเตอร์เพอ่ื ใช้ในการศึกษาควรเลอื กซือ้ ประเภทใด
ก. ซูเปอรค์ อมพิวเตอร์
ข. เมนเฟรมคอมพวิ เตอร์
ค. มินคิ อมพิวเตอร์
ง. ไมโครคอมพิวเตอร์
*****************************************************************************************

บทที่ 1 การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์

5

1.1 องค์ประกอบของระบบคอมพวิ เตอร์

ตามพจนานกุ รมฉบบั ราชบณั ฑติ ยสภา พ.ศ 2525 หมายถงึ เคร่ืองอิเลก็ ทรอนกิ ส์ แบบอัตโนมตั ทิ ำหนา้ ที่
เปน็ เหมือน สมองโกนชา้ ๆสำหรับแก้ปัญหาต่างๆทงั้ ทงี่ ่ายและซบั ซอ้ นโดยวิธที ำงคณิตศาสตร์

ตามคำศัพท์ภาษาอังกฤษ หมายถึง เครื่องคำนวณ ท่ีเป็นเครื่องไฟฟ้า หรือเครื่องที่เป็น กลไกลก็สำมารถ
จัดเป็นเครอื่ งคอมพิวเตอรไ์ ด้ทั้งส้ิน

สรุปคอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความสำมารถประมวลผลแบบอัตโนมตั ิ ทำหน้าท่ีเหมือน
สมองกลใชส้ ำหรับการแกป้ ัญหาตา่ งๆ ทง้ั ท่งี า่ ย และซับซ้อน โดยวธิ ที ำงคณิตศาสตร์ ซ่ึงตอ้ งอาศัยองค์ประกอบ
พนื้ ฐานของระบบคอมพวิ เตอร์ ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ดงั นี้

1.1.1 ฮาร์ดแวร์ (Hardware) หมายถึง สิ่งที่มองเห็นและจับต้องสัมผัสได้ท้ังหมดที่ เกี่ยวข้องกับ
คอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ (Case) เมนบอร์ด (Mainboard) และ อุปกรณ์ต่อพ่วงรอบ
ข้าง (Peripheral) ที่เกี่ยวข้อง เช่น ฮาร์ดดิสก์ แป้นพิมพ์ เมาส์ หน่วยประมวลผล กลาง จอภาพ เครื่องพิมพ์
และอุปกรณ์อื่น ๆ ฮาร์ดแวร์จะไม่สำมารถทำงานด้วยตัวเองเดี่ยว ๆ ได้ จะต้องนามาต่อเชื่อมเพื่อทำงาน
รว่ มกนั เป็นระบบท่ีเรียกวา่ "ระบบคอมพวิ เตอร์ (Computer System)" ท่มี ีโครงสร้างของระบบจะทำงานตาม
โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ทเี่ ขียนขน้ึ

ภาพที่ 1.1 ฮารด์ แวรค์ อมพิวเตอร์ (Computer hardware)
ที่มา : http://https://sites.google.com/site/ahciploy

บทท่ี 1 การทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์

6

1.1.2 ซอฟต์แวร์ (Software) หมายถึง โปรแกรม (Program) หรือชุดคำสั่งที่ควบคุมให้ เครื่อง
คอมพิวเตอร์ทำงานให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ซึ่งคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ที่ประกอบออกมาจาก โรงงานจะยัง
ไม่สำมารถทำงานได้ในทันที ต้องมีซอฟต์แวร์ซึ่งเป็นโปรแกรมหรือชุดคำสั่งที่สั่งให้ ฮาร์ดแวร์ทำงานตาม
ต้องการได้ โดยโปรแกรมหรือชุดคำสั่งนั้นจะเขียนจากภาษาต่าง ๆ ที่มนุษย์สร้าง ขึ้น เรียกว่า
ภาษาคอมพิวเตอร์ (Programming Language) ภาษาใดภาษาหนึ่ง และมี โปรแกรมเมอร์ (Programmer)
หรอื นักเขยี นโปรแกรมเป็นผใู้ ชภ้ าษาคอมพวิ เตอรเ์ หล่านน้ั เขียน ซอฟต์แวร์แบบต่าง ๆ ขึน้ มา

ภาพที่ 1.2 ซอฟต์แวรค์ อมพวิ เตอร์ (Computer Software)
ที่มา : http://mbbsoftware.wordpress.com

ซอฟต์แวรส์ ำมารถแบ่งออกเปน็ 2 ประเภทใหญๆ่ คือ

1.1.2.1 ซอฟตแ์ วรร์ ะบบ (System Software) เปน็ ซอฟตแ์ วรท์ ท่ี ำหน้าท่จี ัดการและควบคุม ทรัพยากร
ตา่ ง ๆ ของคอมพวิ เตอร์ และอำนวยความสะดวกดา้ นเครื่องมอื สำหรับการทำงานพนื้ ฐานต่าง ๆ ต้งั แตผ่ ูใ้ ชเ้ ร่ิม
เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ การทำงานจะเป็นไปตาม ชุดคำสั่งที่เขียนขึ้น ตลอดจนควบคุมการสื่อสำรข้อมูลใน
ระบบเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์

บทท่ี 1 การทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์

7

ภาพท่ี 1.3 ซอฟตแ์ วร์ระบบ (System Software)
ที่มา : http://samsalinasaleh.wordpress.com
1.1.2.2 ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) หมายถึง ซอฟต์แวร์ที่สร้างหรือพัฒนาขึ้น เพ่ือ
ใช้งานด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะตามที่ผู้ใช้ต้องการ เช่น งานด้านการจัดทำเอกสำร การทพบัญชี การจัดเก็บ
ข้อมลู ข่าวสำร ตลอดจนงานดา้ นอ่ืน ๆ ตามแตผ่ ู้ใช้ตอ้ งการ

ภาพท่ี 1.4 ซอฟตแ์ วรป์ ระยุกต์ (Application Software)
ทม่ี า : http://mcnewton.org/web-apps.php

บทที่ 1 การทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์

8

1.1.3 บุคลากรทำงคอมพิวเตอร์ (People ware) คือ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานต่างๆ และ ผู้ใช้เครื่อง
คอมพิวเตอร์ในหน่วยงานนั้นๆ บุคลากรด้านคอมพิวเตอร์นั้น มีความสำคัญมาก เพราะการ ใช้เครื่อง
คอมพิวเตอร์ทำงานต่างๆ นั้นจะต้องมีการจัดเตรียมเปลี่ยนระบบ จัดเตรียมโปรแกรม ดำเนินการต่างๆ หลาย
อย่าง ซึ่งไม่สำมารถทำด้วยตัวเองได้ ถ้าหากไม่ใช่ผู้ที่รู้เรื่องคอมพิวเตอร์มากนัก เราจึงถือว่าบุคลากร เป็น
ส่วนประกอบทส่ี ำคญั ของระบบคอมพวิ เตอรด์ ว้ ย ซง่ึ สำมารถสรปุ เป็น ประเภทใหญๆ่ ได้ดงั นี้

- เจา้ หนา้ ทป่ี ฏิบตั ิการ (Operator)
- บุคลากรท่เี กย่ี วข้องกับระบบ (System)
- ผจู้ ดั การศนู ยป์ ระมวลผลคอมพวิ เตอร์ (Electronic Data Processing Manager)
- ผใู้ ช้คอมพวิ เตอร์ (Computer user)

ภาพท่ี 1.5 บุคคลากร (People ware)
ที่มา : http://munkahelyiterror.blog.hu
1.1.4 ข้อมูล/สำรสนเทศ (Data/Information) คือ ข้อมูลต่างๆ ที่เรานามาให้ คอมพิวเตอร์ทำการ
ประมวลผลคำนวณ หรือกระทพการอย่างใดอย่างหนึ่งให้ได้มาเป็นผลลัพธ์ที่เรา ต้องการ ยกตัวอย่างเช่น
ข้อมูลบุคลากรเกี่ยวกับรายละเอียดประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษาหรือ ประวัติการทำงาน ซึ่งอาจนำมา
จำแนกเป็นรายงานต่างๆ เก่ยี วกับบุคลากรในหน่วยงานได้ หรอื ขอ้ มูล เกยี่ วกบั ตวั เลขมาตรา ไฟฟา้ ของบ้านแต่
ละหลัง ก็ใช้สำหรับคำนวณเป็นปริมาณไฟฟ้า ที่ใช้ในแต่ละ เดือน แล้วคิดเป็นเงิน ที่จะต้องชาระให้กับการ
ไฟฟ้าฯ

บทที่ 1 การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์

9

ภาพท่ี 1.6 ขอ้ มูล/สารสนเทศ (Data/Information)
ท่ีมา : http://sagoondej142.blogspot.com

1.1.5 กระบวนการทำงาน (Documentation/Procedure) เป็นขั้นตอนการทำงาน เพอื่ ให้ได้ ผลลัพธ์
หรือข้อสนเทศจากคอมพวิ เตอร์ ในการทำงานกับคอมพวิ เตอรจ์ ำเป็นทีจ่ ะต้องใหผ้ ู้ใช้ เข้าใจขัน้ ตอนการทำงาน
ต้องมีระเบียบปฏิบตั ใิ ห้เป็นแบบเดียวกัน มีการจัดทำคู่มือการใช้ คอมพิวเตอร์ให้ทุกคนเรียนรูแ้ ละใชอ้ ้างองิ ได้
นอกจากนั้น เมื่อการใช้มาตรฐาน ช่วยให้การประสำนงานระหว่างหน่วยงานย่อย ๆราบรื่น การจัดซื้อจัดหา
ตลอดจนการบำรุงรักษาเครื่อง คอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์ก็จะง่ายขึ้นเพราะทุกหน่วยงานใช้มาตรฐาน
เดียวกัน

ภาพท่ี 1.7 กระบวนการทำงาน (Documentation/Procedure)
ทีม่ า : http://51011211104.blogspot.com

บทท่ี 1 การทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์

10

1.2 วงจรประมวลผลข้อมลู และหลักการทำงานของคอมพวิ เตอร์

ความสำมารถหลักของคอมพิวเตอร์ คอื การทำงานได้โดยอัตโนมตั ิการท่ีคอมพิวเตอรส์ ำมารถทำงานได้
อัตโนมัตินั่นก็เพราะคอมพิวเตอร์ถูกสั่งการโดยโปรแกรมซึ่งประกอบด้วยชุดคำสั่ง ภาษาคอมพิวเตอร์ที่มนุษย์
เขียนขึ้นมาเพื่อควบคุมการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ จากนั้นคอมพิวเตอร์ก็ทำงานแทนเราโดยมนุษย์ไม่
จำเป็นต้องนั่งปฏิบัติงานกับตัวเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ตลอดเวลา สำมารถปล่อยให้คอมพิวเตอร์ทำงานแทนได้
ตัวอย่างเช่นเจ้าหน้าทีฝ่ า่ ยบุคลากรของบริษัทจะใช้โปรแกรมคิดเวลาทำงานโดยสั่งให้คอมพิวเตอรป์ ระมวลผล
วันที่มาทำงาน วันที่ลากิจ วันที่ลาป่วย และวันที่มาสำยของพนักงานแต่ละคนในบริษัท เพื่อสรุปผลการมา
ทำงานของพนักงานทกุ คน เป็นต้น และในการทีจ่ ะบรรลถุ ึงวัตถุประสงค์ดังกล่าวจำเป็นตอ้ งพึง่ พาขัน้ ตอนทำง
เทคนคิ ทเ่ี รยี กวา่ วงจรประมวลผลข้อมูล ซึง่ ประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบสำคัญอยู่ 4 ระบบดว้ ยกัน คอื

1. ระบบการสง่ ข้อมูลเข้า (Input)
2. ระบบการประมวลผล (Processing)
3. ระบบการแสดงผล (Output)
4. ระบบการจัดเก็บข้อมูล/สำรสนเทศ (Storage)

ภาพท่ี 1.8 องคป์ ระกอบพ้ืนฐานของระบบคอมพิวเตอร์ (พีซีคอมพวิ เตอร์)
ทม่ี า : http://www.bbc.co.uk/education/guides/zmb9mp3/revision

บทที่ 1 การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์

11

องค์ประกอบทั้ง 4 เมื่อถูกรวมเข้าด้วยกัน จะเรียกว่า “ วงจรประมวลผลข้อมูล ” ดังนั้นเมื่อนำวงจร
ประมวลผลข้อมูลมาใช้กับ “ การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ ” ในเรื่อง โปรแกรมคิดเวลาทำงาน ก็สำมา
รถอธิบายไดด้ งั น้ี

1.2.1 การนำข้อมูลเข้า (Input) เป็นการป้อนข้อมูลเข้าไปในเครื่องคอมพิวเตอร์โดยผ่าน แป้นพิมพ์
(Keyboard) หรือเมาส์ (Mouse) ดังนี้

- โดยการส่ังรันโปรแกรม แล้วให้คิดเวลาทำงานภายในระยะเวลา 1 เดอื น
1.2.2 การประมวลผล (Processing) เมอ่ื นำขอ้ มลู เข้าไปในเครื่องคอมพวิ เตอร์ แล้ว เคร่อื งคอมพิวเตอร์
ก็จะดำเนินการกับข้อมูลตามที่ได้รับ โดยใช้หน่วยประมวลผลกลาง (Microprocessor) เป็นตัวประมวลผล
ขอ้ มลู ดงั นี้

- โปรแกรมได้อ่านข้อมูลเวลาการทำงานของพนักงานในแต่ละคนภายในเดือนนั้น จากแฟ้มข้อมูล
แลว้ โหลดมาเก็บไวใ้ นหนว่ ยความจำหลกั

- เครื่องคอมพิวเตอร์เริ่มดำเนินการประมวลผลข้อมูล ด้วยการคำนวณระยะเวลาในการทำงานของ
พนักงานแต่ละคนตามสูตรการคำนวณ และเงื่อนไขทีร่ ะบุไว้ในตัวโปรแกรม ให้ คอมพิวเตอร์ประมวลผล วันท่ี
มาทำงาน วันที่ลากิจ วันที่ลาป่วย และวันที่มาสำยของพนักงานแต่ ละคนในบริษัท เพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูล
ประกอบการพิจารณา อาทิเช่น การเลื่อนขั้นตำแหน่ง การ ขึ้นเงินเดือน และการจัดสวัสดิการให้เป็นพิเศษ
เป็นต้น

1.2.3 ข้อมูลผลลัพธ์ หรือการแสดงผลข้อมูล (Output) เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ประมวล เสร็จ เครื่อง
คอมพวิ เตอร์จะแสดงผลลัพธ์ท่ีประมวลผลได้ ให้ผใู้ ชค้ อมพิวเตอร์ดูผลทเ่ี กิดขึ้น โดยจะ แสดงผลลพั ธ์ออกมาทำ
งจอภาพ (Monitor) หรอื เครอื่ งพิมพ์ (Printer) หรือบางคร้งั แสดงผลลพั ธ์ ออกมาเป็นเสียงโดยผา่ นทำงลพโพง
(Speaker) ดังน้ี

- พิมพร์ ายงานการทำงานของพนักงานในบริษัทในแต่ละคนมาเกบ็ รักษาไวใ้ นแฟ้ม บุคลากรในแต่ละ
เดอื น เพ่ือเปน็ ขอ้ มูล

1.2.4 ระบบการจัดเกบ็ ข้อมูล/สำรสนเทศ (Storage) เมื่อได้ผลลัพธ์ทีป่ ระมวลผลแลว้ ก็ทำการจัดเก็บ
ข้อมลู เพือ่ นำไปใช้ในการทภงาน เช่น ฮาร์ดดสิ ก์ ซดี ี ดีวดี ี และแฟลชไดรฟ์ เปน็ ต้น

- โปรแกรมคิดเวลาทำงานก็จะมีการอัพเดตข้อมูลของพนักงานในบริษัทเก็บไวล้ งใน ดิสก์ ฮาร์ดดิสก์
ซีดี ดีวดี ี และแฟลชไดรฟ์ เป็นตน้ เพอ่ื เกบ็ ไวใ้ ช้งานในรอบเดอื นถดั ไป

บทที่ 1 การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์

12

1.3 ประเภทของคอมพิวเตอร์

1.3.1 ประเภทของคอมพิวเตอรแ์ บง่ ตามลักษณะของขอ้ มลู ได้ 3 ประเภท คือ

1.3.1.1 อนาล็อกคอมพิวเตอร์ (Analog Computer) เปน็ เครื่องคอมพิวเตอร์ท่สี ร้างข้ึนเป็นพิเศษ
เพื่อใช้กับงานเฉพาะด้าน มีการทำงานโดยใช้หลักในการวัด มีลักษณะเป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ แยกส่วนทำ
หน้าทีเ่ ป็นตัวกระทำและฟังชั่นทำงคณติ ศาสตร์โดยใช้คา่ ระดับแรงดนั ไฟฟา้ เปน็ หลกั ในการคำนวณ และการรับ
ข้อมูลจะรับในลักษณะของปรมิ าณที่มีค่าต่อเน่ือง ส่วนการรับข้อมูลสำมารถรับข้อมูลได้โดยตรงจากแหล่งเกิด
ข้อมูล แล้วแสดงผลออกมาทำงจอภาพหรืออ่านค่าได้จากเครื่องวัดและแทนข้าเป็นอุณหภูมิ ความเร็ว หรือ
ความดัน มีความละเอียดและสำมารถคำนวณได้น้อยกว่าดิจิทัลคอมพิวเตอร์ ไม่สำมารถเก็บข้อมูลได้เป็น
จำนวนมากเหมือนกับดิจิทัลคอมพิวเตอร์ ได้แก่ เครื่องที่ใช้วัดปริมาณทำงฟิสิกส์ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะออกมาใน
รปู แบบของกราฟ เคร่ืองคอมพวิ เตอรท์ ีต่ รวจสภาพอากาศและที่ใช้ในวงการแพทย์ เช่น เคร่ืองตรวจวัดสำยตา
ตรวจวัดคลืน่ สมองและการเต้นของหัวใจ เป็นต้น

ภาพท่ี 1.9 อนาล็อกคอมพวิ เตอร์ (Analog Computer)
ทมี่ า : http://www.reddit.com

บทท่ี 1 การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์

13

1.3.1.2 ดิจิทัลคอมพวิ เตอร์ (Digital Computer) เปน็ เครอ่ื งคอมพิวเตอร์ที่ทำงานโดยใช้หลักใน
การคำนวณแบบลูกคิด หรือหลกั การนบั และการทำงานกบั ข้อมลู แบบไม่ต่อเน่ือง ลักษณะการคำนวณจะแปลง
เลขฐานสิบก่อน แล้วจึงประมวลผลดว้ ยระบบเลขฐานสอง แล้วให้ผลลัพธ์ออกมาอยู่ในรปู แบบของตัวเลข ซึ่ง
คอมพิวเตอร์จะแปลงเป็นเลขฐานสิบเพ่ือแสดงใหผ้ ู้ใช้เข้าใจงา่ ย มีความสำมารถในการคำนวณและมีความแม่น
ยำมากกว่าอนาล็อกคอมพิวเตอร์ สำมารถเก็บข้อมูลได้เป็นจำนวนมากจึงต้องใช้สื่อในการบันทึกข้อมูล เช่น
จานแม่เหล็กและเทปแม่เหล็ก เป็นต้น เนื่องจากดิจิทัลคอมพิวเตอร์มีอุปกรณ์ชิ้นส่วนต่างๆเป็นมาตรฐาน
เดียวกันและใช้กบั งานไดอ้ ย่างแพร่หลายในปจั จุบัน ทำให้ดิจิทัลคอมพิวเตอร์มกี ารพัฒนาให้สำมารถทำงานได้
เหมาะสมกับสภาพงานทั่วไป เช่น งานพิมพ์เอกสำร งานคำนวณ งานวิจัยเปรียบเทียบค่าทำงสถิติ งานบันทึก
นัดหมาย งานส่งข้อความในรูปเอกสำรภาพและเสียง ตลอดจนงานกราฟฟิกเพื่อนำเสนอในรูปแบบตา่ งๆ เป็น
ตน้

ภาพที่ 1.10 ดิจทิ ัลคอมพิวเตอร์ (Digital Computer)
ที่มา : http://www.wisegeek.com

1.3.1.3 ไฮบริดคอมพิวเตอร์ (Hybrid Computer) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้กับงานเฉพาะ
ด้าน มีประสิทธิภาพสูงและสำมารถทำงานที่ซับซ้อนได้ เนื่องจากการนำเทคนิคการทำงานของอนาล็อก
คอมพิวเตอร์และดิจิทัลคอมพิวเตอร์มาใช้งานร่วมกัน เช่น การส่งยานอวกาศขององค์การนาซาจะใช้เทคนิค
ของอนาล็อกคอมพิวเตอร์ในการควบคุมการหมุนของตัวยานอวกาศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความกดอากาศ อุณหภูมิ
ความเลว และใช้เทคนคิ ของดิจทิ ลั คอมพวิ เตอร์ในการคำนวณระยะทำงจากพ้นื ผิวโลก เป็นตน้

บทที่ 1 การทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์

14

ภาพที่ 1.11 ไฮบริดคอมพวิ เตอร์ (Hybrid Computer)
ที่มา : http://www.reddit.com

1.3.2 ประเภทของคอมพวิ เตอร์แบ่งตามสมรรถนะ ขนาดและราคาได้ 5 ประเภท คอื
1.3.2.1 ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดรุ่นแรก

สร้างในปี ค.ศ. หนึ่ง เก้าหกศูนย์ ที่องค์การทหารของสหรัฐอเมริกา สร้างสำมารถประมวลผลได้กว่าหนึ่งร้อย
ล้านคำส่งั ตอ่ วินาที จงึ ทำใหท้ ำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง มรี าคาแพงท่ีสุด เปน็ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่
เหมาะกับงานคำนวณที่คำนวณตัวเลขจำนวนมหาศาล ให้เสร็จภายในระยะเวลาอันสั้น โดยต้องอยู่ในห้องที่มี
การควบคุมอุณหภูมิและปราศจากฝุ่นละออง มักใช้กับองค์กรที่มีขนาดใหญ่เท่านั้น เนื่องจากสำมารถรองรับ
การใช้งานของผู้ใช้จำนวนมากพร้อมๆกันได้ เรียกว่า มัลติโปรเซสซิ่ง (Multiprocessing) อันเป็นการใช้หนว่ ย
ประมวลผลหลายตวั เพื่อให้คอมพวิ เตอรส์ ำมารถทำงานพร้อมๆกนั ได้ จงึ นยิ มใชก้ ับงานท่ีการคำนวณท่ีซับซ้อน
เช่นการพยากรณ์อากาศ การทดสอบทำงอวกาศ การคำนวณทำงวิทยาศาสตร์ การบิน อุตสาหกรรมน้ำมัน
ตลอดจนการวิจัยในห้องปฏิบัติการทั้งของภาครัฐบาลและเอกชน เป็นต้น ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่รู้จักกันดีใน
ปจั จบุ นั ไดแ้ ก่ Cray Supercomputer

ภาพที่ 1.12 ซูเปอรค์ อมพวิ เตอร์ (Supercomputer)
ทมี่ า : http://www.oknation.net

บทท่ี 1 การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์

15

1.3.2.2 เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่มี
ความเร็วในการประมวลผลสูงรองลงมาจากซูเปอร์คอมพวิ เตอรต์ ้องอยู่ในห้องที่ควบคุมอุณหภูมิและปราศจาก
ฝุ่นละออง และได้รับการพัฒนาให้มีหน่วยประมวลผลหลายหน่วยทำงานพร้อมๆกันเช่นเดียวกับซูเปอร์
คอมพิวเตอร์ แต่มีจำนวนหน่วยประมวลผลทีน่ ้อยกว่าจึงทำให้สำมารถประมวลคำสั่งได้หลายสิบล้านคำสั่งตอ่
วินาที ระบบคอมพิวเตอร์ของเครื่องเมนเฟรมส่วนมากจะมีระบบคอมพิวเตอร์ย่อยย่อยประกอบอยู่ด้วย เพ่ือ
ชว่ ยในการทำงานบางประเภทใหก้ ับเคร่อื งหลกั มีราคาแพงมาก แตน่ ้อยกวา่ ซเู ปอร์คอมพิวเตอร์ เหมาะกับงาน
ที่มีข้อมูลที่มีปริมาณมาก ต้องประมวลผลพรอ้ มกันโดยผู้ใช้นับพันคน ใช้กับองค์กรใหญ่ๆ ทั่วไป เช่น งานด้าน
วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วทิ ยาศาสตร์ การควบคุมระบบเครอื ขา่ ย งานพัฒนาระบบ งานดา้ นธุรกิจ ธนาคาร งาน
สำมะโนประชากร งานสำยการบนิ งานประกันชวี ิต และมหาวทิ ยาลัย เป็นตน้

ภาพท่ี 1.13 เมนเฟรมคอมพวิ เตอร์ (Mainframe Computer)
ท่มี า : http://www.oknation.net

1.3.2.3 มนิ ิคอมพิวเตอร์ (Minicomputer) เป็นเครือ่ งคอมพวิ เตอรท์ ี่มีขนาดกลางที่มปี ระสิทธิภาพ
ในการทำงานน้อยกว่าเม้นท์เฟรม แต่สูงกว่าไมโครคอมพิวเตอร์ สำมารถรองรับการทำงานจากผู้ใช้หลายร้อย
คนในการทำงานที่แตกต่างกัน เช่นเดียวกับเครื่องเมนเฟรม แต่สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างเครื่องบินเฟรมกับ
เครื่องมินิคอมพิวเตอร์คือ ความเร็วในการทำงาน เนื่องจากมินิคอมพิวเตอร์ทำงานได้ช้ากว่า และควบคุม
ผู้ใช้งานต่างต่างในจำนวนที่น้อยกว่า รวมทั้งสื่อที่เก็บข้อมูลมีความจุน้อยกว่าเมนเฟรม จึงเหมาะกับองค์กร
ขนาดกลางเพราะมีราคาถูกกว่าเครื่องเมนเฟรมมาก ทำงานเฉพาะด้าน เช่น การคำนวณทำงวิศวกรรม การ
จองหอ้ งพักของโรงแรม การทำงานดา้ นบัญชีขององค์การธรุ กจิ เป็นตน้ ในสถานศึกษาตา่ งๆและบางหน่วยงาน
ของรัฐนยิ มใช้คอมพวิ เตอรป์ ระเภทนี้

บทที่ 1 การทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์

16

ภาพที่ 1.14 มินิคอมพิวเตอร์ (Minicomputer)
ท่ีมา : http://www.glogster.com

1.3.2.4 เวิร์คสเตชันคอมพิวเตอร์ (Workstation Computer) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้ง
โต๊ะที่สนับสนุนการทำงานของคอมพิวเตอร์เครือข่าย ซึ่งใช้ในการจัดสรรและใช้ทรัพยากรร่วมกัน เช่น
แฟ้มข้อมูลโปรแกรมประยุกต์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เช่น เครื่องพิมพ์และอุปกรณ์อื่นๆโดยการเชื่อมโยงกับ
เทอร์มนิ ัล หลายๆเครอ่ื งอีกทั้งได้ถูกออกแบบมาให้มีความสำมารถในการคำนวนด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม
หรืองานอื่นๆ ที่เน้นการแสดงผลด้านกราฟฟิก เช่น การนำมาช่วยออกแบบภาพกราฟฟิกที่มีความละเอียดสูง
ทำให้เวริ ค์ สเตชั่นใชห้ น่วยประมวลผลทมี่ ปี ระสิทธภิ าพสูงและมีหน่วยเกบ็ ขอ้ มลู สำรองจำนวนมากด้วย ผใู้ ชบ้ าง
กลุ่มจะเรียกเครื่องประดับเวิร์คสเตชั่นนี้ว่า ซูเปอร์ไมโคร เพราะถูกออกแบบให้ใช้งานแบบตั้งโต๊ะแต่ชิปที่ใทำ
งานนั้นแตกต่างกันมาก เนื่องจากเว็บไซต์เตชั่น ส่วนมากใช้ชิปที่ลดจำนวนคำสั่งที่สำมารถใช้งานให้เหลือ
เฉพาะทจ่ี ำเปน็ เพ่ือใหส้ ำมารถทำงานไดด้ ว้ ยความเร็วสงู

ภาพท่ี 1.15 เวิร์คสเตชันคอมพิวเตอร์ (Workstation Computer)
ทม่ี า : http://www.medicalexpo.com

บทท่ี 1 การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์

17

1.3.2.5 ไมโครคอมพิวเตอร์ (Microcomputer) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ราคาถูกสำมารถ
เรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer หรือ PC) เราสำมารถแบ่ง
คอมพิวเตอรส์ ่วนบุคคล ไดด้ งั นี้

1.3.2.5.1 คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ (Desktop Computer) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก
ราคาถกู สำมารถเรยี กไดอ้ กี อยา่ งหนึ่งวา่ เครอื่ งคอมพวิ เตอรส์ ว่ นบคุ คล
(Personal Computer หรอื PC) มีการพฒั นาขึ้นในปี ค.ศ. 1975 ซึง่ ได้รับความนิยมเป็นอันมาก เมอ่ื IBM ได้
สรา้ งเครือ่ ง IBM PC ออกมา ซึง่ ความแตกต่างระหว่างเวิร์คสเตชันคอมพวิ เตอร์และไมโคร- คอมพิวเตอร์ได้ลด
น้อยลงเรื่อย ๆ เนื่องจากเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ระดับสูงในปัจจุบันมีประสิทธิภาพ และมีความเร็วในการ
แสดงผลท่ีดีกว่าเวิร์คสเตชนั คอมพวิ เตอร์มาก สำมารถใช้งานโดยใช้คนเดยี ว (Stand-alone) หรอื เชื่อมต่อเป็น
เครือข่ายเพื่อติดต่อสื่อสำรกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้ จากการที่เทคโนโลยีที่ก้าวนาสมัยทำให้ PC สำมารถ
เชื่อมโยงเข้ากับระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ติดต่อสื่อสำรกับคนอื่นได้ ทั่วโลก เหมาะกับงานทั่วไป เช่น การ
ประมวลผลคำสั่ง(Word Processing) การคำนวณ (Spreadsheet) การบัญชี(Accounting) จัดทำสิ่งพิมพ์
(Desktop Publishing) และงานทเ่ี ก่ยี วข้องกบั ฐานขอ้ มลู เป็นต้น

ภาพที่ 1.16 คอมพิวเตอร์แบบต้ังโต๊ะ (Desktop Computer)
ท่มี า : http://grabworthy.pricegrabber.com

บทท่ี 1 การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์

18

1.3.2.5.2 โน้ตบุ๊คคอมพิวเตอร์ (Notebook Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก มีน้ำหนัก
เบาประมาณ 2-4 กโิ ลกรมั และบางกวา่ แบบตงั้ โตะ๊ สำมารถพกพาไปยงั สถานทีต่ า่ ง ๆ ได้สะดวก โดยมหี น้าจอ
และคีย์บอร์ดติดกัน ส่วนเมาส์ (Mouse) และลำโพงจะอยู่ติดกับตัวเครื่อง โดยสำมารถหาอุปกรณ์ดังกล่าว
ติดตั้งภายนอกเพิ่มเติมก็ได้ มีเครื่องอ่านแผ่นดิสก์ (Floppy Disk Drive) และเครื่องอ่านแผ่นซีดีรอม (CD-
ROM drive) และพัฒนาใหม้ ขี นาดเลก็ กวา่ เดมิ สำมารถวางบนตักได้ เปน็ ต้น

ภาพท่ี 1.17 โนต้ บุ๊คคอมพวิ เตอร์ (Notebook Computer)
ที่มา : http://www.bhphotovideo.com

บทที่ 1 การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์

19

1.4 สถาปตั ยกรรมซพี ยี ู

สถาปัตยกรรมซีพยี ู สำมารถแบง่ ออกเป็น 2 ชนดิ ดว้ ยกนั คอื ซีพยี แู บบ CISC และ
RISC ดังน้ี

1.4.1 CISC (Complex Instruction Set Computers) การใช้หน่วยความจำสถาปตั ยกรรมแบบ
CISC จะมีชุดคำสั่งมากมายหลายคำสั่งท่ีซับซ้อนและยุ่งยาก แต่นั้นไม่ได้หมายความว่า ทุกชุดคำสั่งจะมีการ
FIX CODE คือ ถ้ามีการใช้ชุดคำสั่งที่มีความซับซ้อนมากก็จะใช้จำนวนบิตมาก แต่ถ้าใช้งานชุดคาส่ังที่มีความ
ซับซ้อนน้อยก็จะใช้จำนวนบิตน้อยเช่นกัน ในการเก็บชุดคาสั่งของ CISC นั้นจะเก็บเท่ากับจานวนจริงของการ
ใช้งาน จึงประหยัดเน้ือท่ีในหน่วยความจาแต่เนื่องจากการเก็บชุด ของคาส่ังนั้น เก็บเฉพาะการใช้งานจริง ซึ่ง
จะใช้งานหน่วยความจาน้อย แต่นั้นไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน แต่จะทำให้
ประสิทธิภาพการทำงานของเคร่ืองคอมพิวเตอร์ช้าลง เพราะต้องเสียเวลาการถอดรหัสอันยุ่งยากของการ
เขา้ รหัสทม่ี ขี นาดไมเ่ ท่ากนั เน่ืองจาก CISC มีชดุ ของคำส่ังทซี่ บั ซ้อนมากกว่า RISC และในคำสง่ั พิเศษที่มีอยู่ใน
CISC นั้น หรือค่ังยากๆ เช่น การแก้สมการในการทำงานหนึ่งคำสั่งของ CISC อาจใช้เวลามากกว่าการนำเอา
คำสั่งที่มี อยู่ใน RISC หลายๆคำสั่งมารวมกัน ตัวอย่าง ซีพียูท่ีใช้สถาปัตยกรรม CISC เช่น ชิปตระกูล Intel
และ AMD ท้งั นพ้ี ซี ีคอมพวิ เตอรท์ ี่ใช้งานอยใู่ นทกุ วนั น้ี ล้วนเป็นซีพียูแบบ CISC

ภาพที่ 1.18 ซีพยี ูจากค่าย Intel และ AMD
ทมี่ า : http://www.tomshardware.com

1.4.2 RISC (Reduced Instruction-Set Computing) การใช้หน่วยความจำ เน้นหลักการของการ
นำเอาชุดคำส่ังง่ายๆเพียงไม่กีค่ ำสั่ง (โดยทั่วไปไม่เกิน 128 คาสั่ง เช่น บวก ลบ คูณ หาร) มาประกอบรวมเขา้
ไว้ด้วยกัน 128 คำส่ัง มีค่าเท่ากับ 2 ยกกาลัง 6 หรือกล่าวคือใช้งานแค่ 6 บิต ในการเก็บค่าของชุดคำสั่ง ใน
การเก็บชดุ คาส่งั จึง FIX CODE ไว้แค่ 6 เท่าน้ัน ซงึ่ เกดิ ข้อเสยี คือ ถ้าหากคำสงั่ ทใี่ ช้งานใชแ้ ค่ 1 บติ ก็ยังคงเก็บ
6 บิต ทำให้เกิดการสูญเสีย แต่เนื่องจากการเก็บข้อมูล ของ RISC นี้เป็นลักษณะ FIX CODE จึงส่งผลให้การ
ถอดรหัสรวดเร็ว เพราะชุดคำสั่งเท่ากันทุกRecord การทำงานจะทำได้เร็วกว่า CISC เพราะ RISC

บทท่ี 1 การทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์

20

ประกอบด้วยคาสั่งง่ายๆ ทีมีการบรรจุเฉพาะ ชุดคาสั่งพื้นฐานเท่าน้ันจึงทำให้ซีพียูมีขนาดเล็ก และใช้พลังงาน
น้อยกว่า ตัวอย่างซีพียูที่ใช้ สถาปัตยกรรม RISC เช่น ชิป ตระกูล Power PC, Silicon Graphics และ DEC
Alpha เปน็ ตน้

ภาพที่ 1.19 ซีพียูจากค่าย IBM

ท่มี า : http://www.tomshardware.com
ซพี ียทู ัง้ สองชนิด CISC และ RISC ตา่ งก็มีข้อดีและข้อเสยี ท่ีแตกตา่ งกนั โดยเปรียบเทียบ ข้อดี และข้อเสีย
ของซีพยี ูทั้งสองแบบเอาไว้ ดงั แสดงในตารางที่ 1.1

ตารางที่ 1.1 เปรยี บเทียบข้อดแี ละข้อเสียของซพี ียชู นิด CISC และ RISC

บทที่ 1 การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์

21

1.5 คุณลักษณะท่ีมคี วามแตกต่างในระบบคอมพวิ เตอร์

คุณลักษณะ ที่บอกความแตกต่างในระบบคอมพิวเตอร์เครื่องหน่ึงๆ เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่อง
คอมพิวเตอร์อื่นๆ นั้น จะพิจารณาจากคุณลักษณะขนาดข้อมูล ความเร็วของโปรเซสเซอร์ และขนาดความจุ
ของหนว่ ยความจา ดงั น้ี

1.5.1 ขนาดข้อมูล (Word Size) ความหมายของคอมพิวเตอร์ก็คือ "คำ" หรือ "ตัวอักษร" อันเป็น
สัญญาณไฟฟ้าท่รี ับ หรอื สง่ เขา้ สรู่ ะบบ โดยจะนับเปน็ จานวนคร้ังละกบ่ี ิต ดงั นั้นคอมพิวเตอร์ที่ มีประสิทธิภาพ
สูง จะสำมารถรับ/ส่งข้อมูลจานวนบิตมากกว่าตามไปด้วย เช่น เครื่องที่มี Word ขนาด 32 บิต ย่อมรับ/ส่ง
ข้อมูลไดม้ ากกวา่ เครอ่ื ง 16 บติ และเรยี กขนาดของ Word วา่ 16-bit word หรอื 32-bit word นัน่ เอง

1.5.2 ความเร็วของโปรเซสเซอร์ (Processor speed) หมายถึง ความเร็วในการ ประมวลผลของ
Processor ซง่ึ สำมารถแบ่งได้หลายหน่วย ดังน้ี

1.5.2.1 MHz ย่อมาจาก Megahertz เป็นหน่วยที่วัดการงานของคอมพิวเตอร์ ในอัตรา Millions
of clock cycle ทั้งหน่วยวดั ความเร็ว MHz และ GHz (กิกะเฮิรตซ์) จะถูกนามาใช้ วัดความเร็วของซีพยี ู เชน่
ไมโครคอมพิวเตอร์ที่มีความเร็ว 100MHz จะใช้เวลาในการปฏิบัติงานเศษ 1 ส่วน 100,000,000 วินาที
อย่างไรก็ตามเครื่องทีม่ ี Word size ตา่ งกันก็จะมคี วามเร็วต่างกนั ไปด้วย เชน่ เครอื่ ง 32-bit 200 MHz ทำงาน
ช้ากว่าเคร่ือง 64-bit 200MHz

1.5.2.2 MIPS ย่อมาจาก Millions of instructions per second ใช้กับ คอมพิวเตอร์ขนาดกลาง
ขน้ึ ไป

1.5.2.3 FLOPS ย่อมาจาก Floating point operations per second เป็น หน่วยวัดสำหรับ
Supercomputer โดยวดั จากงานท่ปี ฏบิ ัติ และเนน้ งานดา้ นวทิ ยาศาสตรเ์ ปน็ หลัก

1.5.3 ขนาดความจุของหน่วยความจำหลัก (RAM) ความจุของหน่วยความจาหลัก (RAM) เป็นตัวบ่ง
บอกให้เหน็ ถึงสมรรถนะของเคร่ืองคอมพิวเตอร์เคร่ืองน้ัน หากมหี น่วยความจาหลัก มากๆ ทำให้ประสิทธิภาพ
และการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอรเ์ รว็ ข้ึน การวดั ความจุหรอื ขนาดของ ข้อมลู มีรายละเอยี ดดงั นี้

1.5.3.1 บิต (Bit) เป็นหน่วยวัดข้อมูลท่ีมีขนาดเล็กที่สุด โดยแต่ละบิตจะถูกแสดง ด้วยตัวเลขไบนารี
(Binary Digits) หรือเลขฐานสองคือ “0′′ หรอื “1′′ ซ่ึงจะบ่งบอกถงึ สถานะการทำงาน

1.5.3.2 ไบต์ (Byte) เปน็ หนว่ ยวัดพ้นื ฐานทสี่ ำมารถพบเหน็ ได้ทั่วไป โดย 1 ไบต์ จะมขี นาด 8 บิต ใช้
แทนตัวอกั ษรใดๆเชน่ ตวั เลข, พยัญชนะ หรอื สัญลักษณ์ต่างๆได้ 1 ตัว

บทที่ 1 การทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์

22

1.5.3.3 กิโลไบต์ (Kilobyte ตัวย่อคือ KB) จะมีค่าเท่ากับ 1,024 ไบต์ หรือประมาณ 1,000 ไบต์
เทียบเท่ากับตัวอักษรประมาณ 1,000 ตัว หรือประมาณ 1 หน้ากระดาษ ใช้วัดความจุของแรมในเครื่อง
คอมพิวเตอรใ์ นอดตี ที่เปน็ รุ่นแรกๆ

1.5.3.4 เมกะไบต์ (Megabyte ตัวย่อคือ MB) จะมีค่าประมาณ 1,000 กิโลไบต์ หรือประมาณ 1
ลา้ นไบต์ เทียบเท่ากบั ตวั อกั ษรประมาณ 1 ลา้ นตวั หรอื ประมาณหนังสอื 1 เล่ม ใช้วดั ความจขุ องแรมในเคร่ือง
คอมพิวเตอร์รุน่ ถดั มา และไมน่ ิยมใช้แล้ว

1.5.3.5 กิกะไบต์ (Gigabyte ตัวย่อคือ GB) เป็นหน่วยวัดที่มักใช้บอกความจุข้อมูลของอุปกรณ์
จำพวก ฮาร์ดดิสก,์ ยเู อสบีไดรฟ,์ แผน่ ดีวีดี และอนื่ ๆ โดยจะมคี า่ ประมาณ 1,000 เมกกะไบตห์ รอื ประมาณ
1 พันล้านไบต์เทียบเท่ากับตัวอักษรประมาณ 1 พันล้านตัวหรือประมาณ หนังสือที่ถูกบรรจุอยู่ในตู้หนังสือ
จำนวน 1 ตู้ ปจั จบุ ันนิยมมาใชใ้ นเครือ่ งคอมพิวเตอร์ในยคุ นี้

1.5.3.6 เทอราไบต์ (Terabyte ตวั ยอ่ คอื TB) เปน็ หนว่ ยวดั ข้อมลู ทีม่ ีขนาดใหญ่มาก ปัจจบุ นั มีเพียง
อุปกรณ์จาพวกฮาร์ดดิสก์บางรุ่นเท่านั้นที่มีความจุมากถึงระดับนี้ แต่ด้วยปริมาณความ ต้องการข้อมูลที่เพ่ิม
สูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้อีกไม่นานความจุระดับนี้อาจมีแพร่หลายมากขึ้น โดยใช้กับ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ใน
เทอราไบต์จะมีค่าประมาณ 1,000 กิกะไบต์ หรือประมาณ 1 ล้านล้านไบต์ เทียบเท่ากับตัวอักษรประมาณ 1
ล้านลา้ นตัว หรือประมาณหนังสือทง้ั หมดท่ีถกู บรรจุอยใู่ นห้องสมุด 1 หอ้ ง

บทที่ 1 การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์

23

1.6 การนำคอมพิวเตอร์ไปใช้งาน

ปัจจุบันคอมพิวเตอร์มีราคาถูกลงมาก ผู้คนจึงนิยมซื้อคอมพิวเตอร์ไปใช้ในงานส่วนตัวที่บ้าน ส่วนใหญ่
นำไปใช้ในด้านงานเอกสำร เก็บข้อมูลส่วนตัว วิเคราะห์รายรับรายจา่ ยของ ครอบครัว เล่นเกม หรือเพ่ือความ
บันเทงิ จากระบบมัลตมิ เี ดยี นอกจากนี้แลว้ ยงั มีการนภคอมพวิ เตอร์ไปประยกุ ต์ใชง้ านตา่ งๆ ดังนี้

1.6.1 การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในงานการเงินและบัญชี งานประเภทนี้ต้องใช้ตัวเลข เป็นจำนวน
มาก การตรวจสอบความถูกต้องของตวั เลขเป็นส่ิงทย่ี ุ่งยากมาก การตรวจสอบความ ถูกต้องของตัวเลขเป็นส่ิง
ที่ยุ่งยากมากโดยเฉพาะในธุรกิจขนาดใหญ่ การนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ทำให้ การทำงานสะดวกขึ้น เช่น การ
วางระบบคอมพิวเตอร์สำหรับออกแบบใบทวงหน้ี การออกใบเสร็จ รบั เงนิ การทำประวัติและบัญชีลูกค้า และ
การทำบัญชีเงนิ เดือน เปน็ ต้น

1.6.2 การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในงานธนาคาร ธนาคารทุกแห่งจะเกี่ยวข้องโดยตรง กับการฝากหรือ
ถอนเงิน ความถูกต้องและรวดเร็วในการให้บริการเป็นสิ่งที่มีความสำคัญสูงสุด นอกจากนี้ยังมีบริการด้าน
สินเชื่อ เงินกู้ การแลกเปลี่ยนเงินตรา การถอนเงินแบบ ATM เป็นต้น การนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ทำให้งาน
ทุกด้านมีความคล่องตัวสูงทุกด้าน เช่น การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ การลงทุน การตลาด ลูกค้าจะได้รับความ
สะดวกในการฝากถอนเงนิ และสำมารถตรวจสอบสถานะ ทำงการเงินได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

1.6.3 การประยกุ ตใ์ ชใ้ นคอมพิวเตอรใ์ นการสำรองทน่ี ั่ง การนำระบบคอมพิวเตอร์มาชว่ ย เก็บชื่อผู้โดย
สำรหรือนักท่องเที่ยว วันเวลาเดินทำง สถานที่จะขึ้นหรือลง สำยการบิน เที่ยวบิน และ จพนวนที่นั่งของ
ยานพาหนะ จะทำใหเ้ จ้าหนา้ ทีทราบสถานะและเหตุการณ์ได้ทันทว่ งที ขา่ ยงาน คอมพิวเตอร์ท่ีติดต่อถึงกันท้ัง
ภายในประเทศและต่างประเทศ จะทำให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและรับ ช่วงผู้โดยสำรหรือนักท่องเที่ยวได้
ทันทว่ งที

1.6.4 การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในการควบคุมการผลิต โรงงานอุตสาหกรรมที่ทันสมัย แทบทุกแห่ง
ได้นาคอมพิวเตอร์มาควบคุมการผลติ เพ่ือใหส้ นิ คา้ มคี ุณภาพดีข้ึนโดยมีการควบคุมทุก ขั้นตอน ตง้ั แต่ตรวจสอบ
คณุ ภาพของวัตถุดิบ ขน้ั ตอนการผลิต จนกระทง่ั คุณภาพของสนิ ค้าสำเร็จรูป ทอ่ี อกมาจากโรงงานก่อนท่ีจะนา
ไปจาหน่ายให้แกล่ ูกคา้ คอมพิวเตอรจ์ ะรายงานอุปสรรคทเี่ กิดขน้ึ แล้ว แก้ไขอัตโนมัติ งานจึงไมห่ ยดุ ชะงกั

บทท่ี 1 การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์

24

1.6.5 การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในการออกแบบ งานออกแบบทั่วไป เช่น การ ออกแบบก่อสร้าง
ออกแบบเครื่องยนต์ รถยนต์ ผลติ ภณั ฑต์ ่าง ๆ เป็นงานทตี่ อ้ งรอบคอบ สนิ้ เปลือง แรงงานและเวลา ปัจจุบันได้
นำคอมพิวเตอร์มาช่วยออกแบบ เรียกว่า โปรแกรม CAD (Computer Aided Design) เช่น โปรแกรม
AUTOCAD และคอมพิวเตอร์ช่วยการผลิตทำงอุตส าหกรรมเรียกว่า CAM (Computer Aided
Manufacturing) มาอานวยความสะดวกในการเขยี นแบบชน้ิ สว่ นต่าง ๆ บนจอภาพ ปรับปรงุ แกไ้ ข

1.6.6 การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในการศึกษา ประเทศไทยได้นาคอมพิวเตอร์มาช่วยใน การศึกษาไม่
น้อยกว่า 20 ปีมาแล้ว โดยนามาใช้ในหลายลักษณะ เช่น ในการเรียนการสอนโดยเปิด สอนวิชาของ
คอมพิวเตอร์และการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์กับวิชาอ่ืน ๆ นอกจากน้ียงั นามาชว่ ยในงาน บรหิ าร เช่น การทำ
ระเบียนประวัติของนักศึกษาช่วยงานทะเบยี นและงานแนะแนว การเก็บเงิน ลงทะเบียนเรียนของงานการเงนิ
งานวัดผลช่วยตัดเกรดและคดิ เกรดเฉลยี่ สะสมงาน ทำใบ รบ. หรอื ใบประกาศนียบัตร ฯลฯ ปัจจุบันได้พัฒนา
โปรแกรมสำเร็จรปู เพ่ือช่วยสอน ทเ่ี รยี กวา่ คอมพวิ เตอร์ ช่วยสอน หรือ CAI (Computer Aided Instruction)
ในวิชาตา่ ง ๆ เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และแม้กระทั่งวชิ าของคอมพวิ เตอร์เอง
มีภาพเคลื่อนไหวและมีเสียงเสมือน จริง นักเรียนจึงสนใจมากขึ้น ได้สนุกสนานกับการเรียนด้วยเครื่อง
คอมพวิ เตอร์ ทำให้นกั เรยี นไม่เบ่ือหนา่ ยในการแสวงหาความรูอ้ กี ต่อไป

1.6.7 การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในวงการแพทย์ วงการแพทย์ได้ใช้คอมพิวเตอร์ ในการ ตรวจเลือด
ตรวจปัสสาวะ หัวใจ อวัยวะภายใน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยวิเคราะห์ผลรังสีเอ็กซ์ที่ผ่าน เข้าไปในคนไข้ โดย
การแสดงข้อมูลบนจอภาพ เรียกว่า “ เอกซเรย์โทโมกราฟี” (X – Ray Tomography) ภาพทีได้เป็น
ภาพตัดขวางทีละแนว นอกจากนี้ยังนาคอมพิวเตอร์มาช่วยการ บริหารงานในโรงพยาบาล เช่น การจองเตียง
คนไข,้ คุมสต๊อกยา และระเบยี นคนไข้ เปน็ ตน้

1.6.8 การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในการคมนาคมและการสื่อสำร ปัจจุบันการคมนาคม และการสื่อ
สำรไม่วา่ จะเปน็ ข่าวสารด้านวิทยุ โทรทศั น์ ดาวเทียมตา่ ง ๆ ใช้คอมพวิ เตอรเ์ ข้าควบคุม และจัดการท้ังสิ้น เช่น
การถ่ายทอดสดทำงโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมทั้งภายในประเทศและภายนอก ประเทศเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทัน
เหตุการณ์

1.6.9 การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในด้านนันทนาการ เช่น เกมส์คอมพิวเตอร์ทั่วไป ปัจจุบัน
คอมพิวเตอรไ์ ด้พฒั นาเข้าสู่ระบบมลั ติมีเดีย ทำใหค้ อมพวิ เตอรม์ ลี ักษณะเป็นเครื่องเสยี ง รวม กับโทรทัศน์ รวม
กับวิดีโอ และคอมพวิ เตอรอ์ ยูใ่ นเครอื่ งเดียวกนั ในราคาที่ไมแ่ พงจนเกนิ ไป

บทท่ี 1 การทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์

25

สรุป บทที่ 1
เร่ือง การทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์

คอมพิวเตอร์ คือ อปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกสท์ ีม่ ีความสำมารถประมวลผลแบบอตั โนมตั ิ
องค์ประกอบพน้ื ฐานของระบบคอมพวิ เตอร์ ประกอบด้วย 5 องคป์ ระกอบ ดงั นี้
1. ฮาร์ดแวร์ (Hardware)

2. ซอฟต์แวร์ (Software) แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software)และ
ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software)

3. ข้อมูล/สำรสนเทศ (Data/Information)
4. บคุ คลากร (People ware)
5. กระบวนการทำงาน (Documentation/Procedure)
วงจรประมวลผลข้อมลู ซ่ึงประกอบด้วยองคป์ ระกอบสำคญั อยู่ 4 ระบบ คือ
1. ระบบการสง่ ข้อมูลเข้า (Input)
2. ระบบการประมวลผล (Processing)
3. ระบบการแสดงผล (Output)
4. ระบบการจัดเกบ็ ข้อมูล/สำรสนเทศ (Storage)
ประเภทของคอมพิวเตอร์
1. ประเภทของคอมพิวเตอร์แบ่งตามลักษณะของข้อมูลได้ 3 ประเภทคอื
1.1 อนาล็อกคอมพิวเตอร์ (Analog Computer)
1.2 ดิจทิ ลั คอมพิวเตอร์ (Digital Computer)
1.3 ไฮบริดคอมพิวเตอร์ (Hybrid Computer)
2. ประเภทของคอมพิวเตอร์แบง่ ตามสมรรถนะ ขนาดและราคาได้ 5 ประเภทคอื
2.1 ซูเปอร์คอมพวิ เตอร์ (Supercomputer)
2.2 เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer)
2.3 มนิ ิคอมพิวเตอร์ (Minicomputer)
2.4 เวิร์คสเตชันคอมพวิ เตอร์ (Workstation Computer)
2.5 ไมโครคอมพิวเตอร์ (Microcomputer) แบ่งออกเปน็ 2 แบบ คอื

2.5.1 คอมพิวเตอร์แบบตงั้ โต๊ะ (Desktop Computer
2.5.2 โน๊ตบ๊คุ คอมพวิ เตอร์ (Notebook Computer) เป็นตน้

บทที่ 1 การทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์

26

สถาปัตยกรรมซพี ียู เเบง่ ออกเปน็ 2 ชนิด คือ
1. CISC (Complex Instruction Set Computers) จะมีชุดคำสั่งมากมายหลาย คำสั่งท่ีซับซ้อนและ

ยุ่งยาก เช่น ชปิ ตระกลู Intel และ AMD ปัจจบุ ันน้ียงั ใชอ้ ยู่
2. RISC (Reduced Instruction-Set Computing) การใช้หน่วยความจำ เน้นหลักการของการนภ

เอาชดุ คำส่ังง่ายๆ เพยี งไม่กคี่ ำสงั่ เชน่ ชิปตระกูล Power PC, Silicon Graphics และ DEC Alpha เป็นตน้
คุณลักษณะทแ่ี ตกต่างในระบบคอมพวิ เตอร์ ดังน้ี

1. ขนาดขอ้ มูล (Word Size)
2. ความเร็วของโปรเซสเซอร์ (Processor speed) มหี นว่ ยวดั ดงั น้ี MHz/GHz, MIPS และ FLOPS
3. ขนาดความจุของหนว่ ยความจำหลกั (RAM) มหี นว่ ยวดั ดังน้ี Bit, Byte, KB, MB, GB และ TB
การนำคอมพิวเตอร์ไปใช้งาน เช่น งานการเงินและบัญชี, งานธนาคาร, การควบคุมการผลิต, การออกแบบ,
การศึกษา, การแพทย,์ การคมนาคมและการส่อื สำร และนันทนาการ เป็นตน้

บทที่ 1 การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์

27

แบบฝึกหัด บทท่ี 1
เรอื่ ง การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์

คำช้ีแจง 1. ข้อสอบเป็นแบบอัตนยั มีท้ังหมด 10 ข้อ 40 คะแนน ใช้เวลา 30 นาที
**************************************************************************************************
คำส่งั จงตอบคาถามดังต่อไปน้ใี หส้ มบรู ณท์ ่ีสุด

1. คอมพิวเตอร์ หมายถึง
........................................................................................ ....................................................................... ……………
…………………………………………………………………………….........................................................………………………….

2. องคป์ ระกอบของระบบคอมพวิ เตอร์ ประกอบด้วยอะไรบา้ ง
............................................................................................................................. ..................................……………
…………………………………………………………………………….........................................................………………………….
3. วงจรการประมวลผลข้อมลู และการทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์มีองค์ประกอบทสี่ ำคัญทั้งหมด กร่ี ะบบ
อะไรบา้ ง
............................................................................................................................. ..................................……………
…………………………………………………………………………….........................................................………………………….
4. จงจำแนกประเภทของคอมพิวเตอรโ์ ดยพิจารณาถึงขนาด และขดี ความสำมารถของคอมพิวเตอร์
................................................................... ............................................................................................ ……………
…………………………………………………………………………….........................................................………………………….
5. สถาปัตยกรรมซีพยี ู สมารถแบง่ ออกเป็นกชี่ นดิ อะไรบา้ ง
..................................................................................................................................... ..........................……………
…………………………………………………………………………….........................................................………………………….
6. ส่ิงท่บี ง่ บอกถงึ ความแตกต่างในระบบคอมพิวเตอร์ คอื
............................................................................................................................. ..................................……………
…………………………………………………………………………….........................................................………………………….

บทท่ี 1 การทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์

28

7. การใชง้ านทำงานดา้ นกราฟกิ ควรเลือกเครื่องคอมพิวเตอร์ท่ีมีคณุ สมบตั ิอยา่ งไร
........................................................................................................................... ....................................……………
…………………………………………………………………………….........................................................………………………….
8. จงยกตัวอยา่ งอปุ กรณ์ที่เป็นหน่วยเก็บขอ้ มูลภายนอก (External Storage) มา 2 ชนดิ
............................................................................................................................................................... ……………
…………………………………………………………………………….........................................................………………………….
9. Microsoft Office จัดเปน็ ซอฟต์แวรป์ ระเภทใด
............................................................................................................................. ..................................……………
…………………………………………………………………………….........................................................………………………….
10. คอมพวิ เตอร์ประเภทใด นิยมนามาใช้งานท่มี คี วามซับซอ้ นสูง เชน่ งานทำงานด้านวิศวกรรมศาสตร์
............................................................................................................................. ..................................……………
…………………………………………………………………………….........................................................………………………….

***************************************************************************************

บทที่ 1 การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์

29

บรรณานกุ รม

ฉันทท์ ิพย์ ลลี ิตธรรม และพรชัย รอดเจริญ. คอมพิวเตอร์และการบำรงุ รักษา กรุงเทพฯ :
แมค็ เอ็ดดูเคชั่น, 2557.

ฝา่ ยผลิตหนังสือตำราวิชาการคอมพวิ เตอร.์ คมู่ ือเรียนคอมพวิ เตอร์และการบำรุงรักษา.
กรุงเทพฯ : บรษิ ทั ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน), 2556.

พจน์ นวลปลอด. คอมพิวเตอรแ์ ละการบำรุงรกั ษา. กรุงเทพฯ : ศูนยส์ ่งเสริมวิชาการ, 2558.
พนั จันทร์ ธนวฒั นเสถยี ร และพชั รินทร์ ทวิสวุ รรณ. Windows7. กรุงเทพฯ : บริษัท ซีเอ็ด

ยูเคชั่น จำกัด (มหาชน), 2552.
ภาสกร พาเจรญิ . ลา้ งเคร่อื งลง Windows. กรงุ เทพฯ : บริษัท โปรวิช่ัน จากัด, 2556.
ศรีไพร ศกั ดร์ิ งุ่ พงศากลุ . เทคโนโลยีคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศ. กรุงเทพฯ : บรษิ ัท ซเี อ็ด

ยูเคชั่น จำกัด (มหาชน), 2547.
สุจิตรา อดลุ ย.์ ทฤษฎี ระบบปฏบิ ตั ิการ (Operating System). กรุงเทพฯ : บริษทั โปรวชิ ่นั

จำกดั , 2552.
สุธีร์ นวกลุ . คูม่ ือใช้งาน Microsoft Windows 8.1 ฉบบั สมบรู ณ์. กรุงเทพฯ : บรษิ ัท ซเี อ็ด

ยเู คชั่น จำกัด (มหาชน), 2557.


Click to View FlipBook Version