ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 6
ลูกเสือเอก
คำนำ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 แผนความมุ่งหมาย และ
หลักการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนดี คนเก่ง และอยู่ในสังคม
ไดอ้ ยา่ งมีความสุข บนพนื้ ฐานของความเป็นไทย
กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี เป็นองค์ประกองสำคญั หน่ึงที่จัดอยู่ในส่วนของกิจกรรมพัฒนา
ผูเ้ รียน ที่มงุ่ เน้นให้ผู้เรียน ปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ด้วยตนเอง โดย เริ่มตั้งแต่ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัตงิ าน และปรับปรุงการทำงาน โดยเนน้ กระบวนการกลมุ่
โรงเรียนบ้านสายควนได้ตระหนักถึงความสำคัญของกิจกรรมน้จี ึงได้จัดทำแนวทางการจัด
กิจกรรมแผนการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริงตามเน้ือหาของหลักสูตร และหวังเป็นอย่าง
ย่ิงวา่ แผนการเรยี นรู้เล่มนจ้ี ะเป็นประโยชนแ์ ก่กองลกู เสือ โรงเรยี น ครผู ้สู อน และนักเรยี น
สารบัญ หนา้
คำชแี้ จงการใชแ้ ผนการเรยี นรู้ 1
2
หนว่ ยท่ี 1 10
ปฐมนเิ ทศ 22
27
หนว่ ยที่ 2-3 37
ระเบียบแถว 41
หน่วยท่ี 4-5
การบรกิ าร
หนว่ ยท่ี 6-8
การชว่ ยเหลอื
หน่วยที่ 9-11
การผจญภัย
หนว่ ยที่ 12
การเดินทางไปยังสถานทีต่ ่างๆ
หนว่ ยที่ 13-19
วชิ าการลูกเสือ
หลักสตู รลกู เสอื สามัญ
ลูกเสือตรี
แสดงว่ามคี วามรู้เก่ยี วกบั ขบวนการลกู เสือ
ประวตั สิ งั เขปของลอรด์ เบเดน พาวเวลล์
พระราชประวัตสิ ังเขปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยูห่ วั
ววิ ัฒนาการของขบวนการลูกเสือไทยและลกู เสอื โลก
การทำความเคารพ การแสดงรหัส การจับมือซ้าย และคติพจนข์ องลูกเสอื
คำปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื สามญั
เข้าใจและยอมรบั คำปฏิญาณและกฎของลูกเสือสามัญ
กจิ กรรมกลางแจง้
มีส่วนร่วมในกิจกรรมของหมหู่ รือกองลูกเสือนอกสถานท่ี
ระเบียบแถว
ท่ามือเปล่า ท่าถอื ไมพ้ ลอง การใชส้ ญั ญาณมือและสญั ญาณนกหวีด
การต้งั แถวและการเรยี กแถว
ลกู เสอื โท
1. การรู้จักดูแลตนเอง
2. การช่วยเหลอื ผู้อน่ื
3. การเดินทางไปยังสถานทต่ี า่ ง ๆ
4. ทกั ษะในทางวิชาลกู เสือ
5. งานอดิเรกและเรอื่ งที่สนใจ
6. คำปฏิญาณและกฎของลูกเสอื
ลกู เสอื เอก
1. การพ่งึ ตนเอง
2. การบรกิ าร
3. การผจญภยั
4. วชิ าการของลูกเสือ
5. ระเบียบแถว
เคร่อื งหมายวิชาพเิ ศษ 54 วิชา
เรยี นนอกเวลาหรือใช้วธิ บี รู ณาการเข้ากับกล่มุ สาระการเรยี นรู้
จดุ ประสงค์
เพอ่ื ให้ผู้เรยี นมพี ัฒนาการทางกาย สตปิ ัญญา จิตใจ และศลี ธรรม ใหเ้ ปน็
พลเมอื งดมี ีความรบั ผิดชอบ ช่วยสร้างสรรคส์ ังคมใหม้ คี วามเจริญก้าวหน้า ความสงบสขุ และ
ความม่นั คงของประเทศชาติ จึงต้องปลูกฝังให้มีคณุ ลกั ษณะดังต่อไปน้ี
1. มีความรู้ ความเขา้ ใจ และสามารถปฏิบตั ติ ามคำปฏิญาณ กฎ และคตพิ จน์
ของลูกเสือสามญั
2. มีทักษะการสงั เกต จดจำ การใช้มือ การแก้ปัญหา และทกั ษะในการทำงาน
ร่วมกับผู้อ่ืน
3. มีความซ่อื สตั ย์สุจริต มรี ะเบยี บวินัย มคี วามสามัคคี เหน็ อกเห็นใจผอู้ ื่น มี
ความเสยี สละ บำเพญ็ ตนเพ่ือสาธารณประโยชน์
4. มกี ารพัฒนาตนเองอยูเ่ สมอ สรา้ งสรรค์งานฝมี อื สนใจและพฒั นาเรื่องของ
ธรรมชาติ
กำหนดหนว่ ยกิจกรรมลกู เสอื สามัญ
ชว่ งชั้นท่ี 2 (ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 6) วชิ าลกู เสือเอก ภาคเรยี นท่ี 1
ลำดับที่ หนว่ ยการเรียนรู้ เวลา(ชั่วโมง) หมายเหตุ
1
1 การปฐมนิเทศ
3
- การจัดการเรียนการสอน 2
3
- การแตง่ กาย 7
3
2 6. การพง่ึ ตนเอง 19
3 การบริการ
4 การผจญภยั
5 วิชาการของลูกเสือ
6 ระเบียบแถว
รวม
ภาคเรยี นท่ี 2 1. เรียนวชิ าพเิ ศษลูกเสอื สามัญ
2. จัดกจิ กรรมการเดินทางไกลและอยู่คา่ ยพักแรมลูกเสือสามญั
หมายเหตุ วชิ าลูกเสอื เอกใชเ้ วลาเรียนจำนวน 18 ช่วั โมง
กำหนดการจัดกิจกรรมลูกเสือสามัญ
ชว่ งช้ันที่ 2 (ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 6) วิชาลูกเสอื ตรี ภาคเรียนท่ี 1
สัปดาห์ท่ี เร่ือง จดุ ประสงค์ จำนวนชวั่ โมง หมายเหตุ
1. ปฏิบตั ติ นอย่ใู นระบบหมูไ่ ด้ 1
1 ปฐมนิเทศ 2. ชแ้ี จงการเข้าร่วมกิจกรรมตา่ ง
1
2 ระเบียบแถว ๆ ได้ 1
3 ระเบียบแถว เดนิ สวนสนามได้ถกู ตอ้ ง พร้อม 1
4 บรกิ าร เพรียง
เดนิ สวนสนามไดถ้ กู ตอ้ ง พร้อม 1
5 การบริการ (ต่อ) เพรยี ง
1. ปฐมพยาบาลผ้ทู ปี่ ระสบ 1
6 การพึ่งตนเอง 1
7 การพึ่งตนเอง (ต่อ) อุบตั ิเหตุเลอื ดออกภายนอกได้ 1
8 การพ่ึงตนเอง (ตอ่ ) 2. ปฐมพยาบาลผู้ป่วยมีอาการ
ช็อคได้
1. เคลื่อนยา้ ยผูป้ ่วยไดถ้ กู วิธีและ
ปลอดภยั
2. บอกวิธีขอความชว่ ยเหลือใน
กรณีเกดิ อุบตั ิเหตุ
บอกสถานทีท่ ่เี หมาะสมในการตัง้
คา่ ยพกั แรมได้
สามารถปรุงอาหาร 2 อย่าง
สำหรับคนสองคนได้
บอกวธิ ใี ช้ ดแู ล รกั ษาและ
ระมดั ระวงั อนั ตรายจากการใช้
ตะเกียง เตา และเครอื่ งใช้
ไฟฟา้ ได้
กำหนดการจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั (ต่อ)
ชว่ งช้นั ที่ 2 (ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6) วชิ าลูกเสือตรี ภาคเรยี นท่ี 1
สัปดาหท์ ี่ เร่ือง จดุ ประสงค์ จำนวนช่วั โมง หมายเหตุ
9 การผจญภยั 1. อธิบายระบบ เสน้ ช้นั ความสูง 1
10 การผจญภัย (ต่อ) ในแผนทขี่ องกรมแผนท่ีทหาร 1
ได้
11 การผจญภัย (ต่อ) 2. บอกและอา่ นตำแหน่งพกิ ดั 1
12 การเดนิ ทางไปยังสถานท่ีต่าง ๆ กรดิ ในแผนที่ได้ 1
3. บอกส่วนประกอบและวธิ ีใช้
เขม็ ทศิ ได้
4. แสดงวิธหี าทศิ โดยใช้เข็มทิศ
ในทีก่ ลางแจง้ ได้
1. เตรยี มอุปกรณส์ ำหรบั ใช้เดิน
ทางไกลและอยูค่ ่ายพักแรมได้
2. เดินทางไกลด้วยเทา้ หรือโดย
ทางเรือ ด้วยความสามารถ
ของตนเองไม่นอ้ ยกวา่ 10
กิโลเมตร หรือโดยรถจกั รยาน
เป็นระยะทางไมน่ อ้ ยกว่า 20
กิโลเมตร และบันทกึ รายงาน
การเดนิ ทางโดยย่อได้
สำรวจตำบลหรอื หมูบ่ ้านใน
ท้องถ่นิ เมอ่ื กลับมาแล้วรายงาน
ด้วยวาจาได้
1. ผกู เชือกพันหลักได้
2. ไตเ่ ชอื กไดถ้ ูกวิธีการ
กำหนดการจัดกิจกรรมลกู เสือสามัญ (ตอ่ )
ช่วงชัน้ ท่ี 2 (ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6) วิชาลูกเสือตรี ภาคเรียนท่ี 1
สัปดาหท์ ่ี เร่ือง จดุ ประสงค์ จำนวนช่วั โมง หมายเหตุ
ทำโครงการบุกเบกิ 1 โครงการ 1
13 วชิ าการลูกเสือ โดยการผกู เงื่อนไดอ้ ย่างน้อย 2 1
วิธี หรอื ใช้รอกประกอบเชือกได้ 1
14 วชิ าการลกู เสอื (ต่อ) ทำโครงการบกุ เบกิ 1 โครงการ 1
โดยการผูกเงื่อนไดอ้ ย่างน้อย 2
15 วิชาการลูกเสือ (ต่อ) วธิ ี หรอื ใช้รอกประกอบเชือกได้ 1
16 วชิ าการลูกเสือ (ต่อ) แสดงวธิ ีผูกเงอ่ื นสำหรบั ชว่ ยชีวิต 1
คนได้
17 วิชาการลกู เสือ (ต่อ) 1. แสดงวธิ ผี ูกเงอ่ื นบ่วงสายธนู 1
18 วิชาการลกู เสอื (ต่อ)
3 ชัน้ ได้
19 วิชาการลกู เสือ (ต่อ) 2. แสดงวธิ ผี กู เง่อื นบ่วงสายธนู
พนั หลกั ได้
3. แสดงวิธีผกู เงื่อนเกา้ อีไ้ ด้
แสดงวธิ ผี ูกเงือ่ นสำหรบั ช่วยชีวิต
คนได้อย่างน้อย 3 เงือ่ น
1. บอกวิธีใชข้ วานและเลื่อยอย่าง
ปลอดภยั และเหมาะสมกบั งาน
ได้
2. บอกวธิ ีเก็บรักษาขวานและ
เลือ่ ย
1. ให้รูจ้ ักใชเ้ วลาว่างให้เกดิ
ประโยชน์
2. สังเกตและจดจำลกั ษณะต่าง ๆ
ของส่ิงมชี วี ติ ได้
1
แผนการจัดกจิ กรรมลูกเสือสามัญ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6
แผนการจดั ที่ 1 เร่อื ง ปฐมนเิ ทศ จำนวน 1 ช่ัวโมง
จุดประสงค์ 1. ปฏิบัติตนอยู่ในระบบหมู่ได้
2. ชแ้ี จงการเขา้ ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้
เน้ือหา 1. หมู่และระบบหมู่ลูกเสอื สามัญ
2. การปฏิบตั ิตนการเข้าร่วมกิจกรรม
กจิ กรรมการเรยี นการสอน
1. แบง่ หมู่ลกู เสือสามญั ตามขอ้ บังคบั คณะลกู เสอื แห่งชาติ
2. สนทนาถงึ ระบบหมู่ การปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
3. อธบิ ายถึงการแต่งเคร่อื งแบบและการเตรยี มอปุ กรณ์
ส่อื การเรียนการสอน ภาพลูกเสือแตง่ เคร่ืองแบบ
การวดั ผลและประเมนิ ผล 1. การสงั เกต ความสนใจการเขา้ ร่วมกิจกรรม
2. ซักถามการแต่งเครื่องแบบ
บนั ทึกหลังการสอน…………………….……………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะของผ้บู รหิ ารสถานศึกษา………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
2
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสือสามญั ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 6
แผนการจดั ท่ี 2 เร่ือง ระเบยี บแถว จำนวน 1 ชั่วโมง
จดุ ประสงค์ เดินสวนสนามได้ถูกต้อง พร้อมเพรยี ง
เนื้อหา การเดินสวนสนาม
กจิ กรรมการเรยี นการสอน
1. พิธีเปิด ( ธงข้นึ สวดมนต์ สงบนง่ิ ตรวจ แยก ) 10 นาที
2. เพลง “ ลูกเสอื อดทน ” 5 นาที
3. สอนตามเนือ้ หา 30 นาที
3.1 ผ้กู ำกบั จดั รปู ขบวนสวนสนาม
3.2 ฝึกการเดินสวนสนาม
4. เล่าเรื่องสัน้ ท่ีเป็นคติ 5 นาที
5. พธิ ีปิด ( นดั หมาย ตรวจเคร่อื งแตง่ กาย ธงลง เลกิ ) 10 นาที
ส่อื การเรียนการสอน 1. ธงประจำกอง
2. ธงเขยี ว เหลือง แดง
3. พลอง
4. ปา้ ยชือ่ โรงเรยี น
5. ดรุ ิยางค์หรอื นกหวดี
6. ไม่ถือของผกู้ ำกบั
การวัดผลและประเมินผล 1. การสงั เกต
2. ผลการปฏบิ ตั ิ
บนั ทกึ หลังการสอน…………………….……………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศกึ ษา………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
3
การสวนสนาม
1. การเดินสวนสนาม
1.1 การจัดรูปขบวนสวนสนาม
- กองลกู เสืออาจจัดแถวสวนสนามไดด้ ังนี้
1.2 เปน็ แถวตอนเรยี ง 1 หรอื เป็นแถวหนา้ กระดานตอนหมู่ ทง้ั นีแ้ ล้วแตค่ วามเหมาะสม
1.3 ถา้ ลูกเสอื จังหวัดรวมกันสวนสนาม ใหจ้ ดั เดนิ เป็นอำเภออำเภอไป เว้นระยะต่อระหวา่ ง
อำเภอ 10 กา้ ว
ผู้อำนวยการลกู เสืออำเภอหรอื ผแู้ ทนเป็นผูบ้ อกแถวสวนสนามของอำเภอ และ
ผอู้ ำนวยการลูกเสือจังหวัดหรือผู้แทนเป็นผบู้ อกแถวสวนสนามของจังหวัด
1.4 ในการสวนสนามใหเ้ ว้นระยะต่อดังน้ี
- ระหวา่ งกองลูกเสอื 5 กา้ ว
- ระหว่างลูกเสืออำเภอ 15 กา้ ว
- ระหวา่ งลกู เสอื จังหวดั 15 ก้าว ทั้งน้ีแลว้ แต่ความเหมาะสมของภูมิประเทศ
1.5 เม่ือพร้อมแลว้ แตรเดย่ี วเป่าให้สญั ญาณ ผูบ้ ังคบั ขบวนสวนสนามสง่ั “เตรียมสวนสนาม”
แตรเดย่ี วเปา่ ให้สัญญาณ “หน้าเดนิ ” ผู้บงั คับขบวนสวนสนามสัง่ “ขวา - หนั ” “แบก –
อาวธุ ” และ “เดนิ หนา้ ” แตรวงบรรเลงแลว้ เดินขวนเคล่ือนทีอ่ อกไป ลูกเสือถือป้ายยืน
อยู่ตรงกง่ึ กลางหนา้ ขบวน หลังลูกเสอื ถือป้าน 4 กา้ ว เป็นลูกเสอื ถือธงหลังลกู เสือถือธง
5 กา้ วเป็นผู้กำกบั ลูกเสือ หลังผ้กู ำกบั ลูกเสือ 5 กา้ ว เป็นรองผกู้ ำกับลกู เสอื ซง่ึ เป็นผู้
บงั คบั แถว และหลงั รองผู้กำกบั ลกู เสอื 3 ก้าว เป็นกองลูกเสอื
4
ตวั อยา่ งแถวสวนสนาม หมู่แถวตอน
2. การทำความเคารพ
ก. เฉพาะผู้ถอื ธงการแสดงความเขา้ รพในเวลาอย่กู บั ท่ี เมอ่ื มคี ำบอกวา่ “วันทยา – วธุ ”
ใหผ้ ู้เชญิ ธงยกธงข้ึนในทา่ เคารพ ครั้นแล้วใหเ้ ชิญผู้เชิญธงทำกึ่งขวาหัน ลดปลายคนั ธงลงข้างหน้า
อยา่ งชา้ ๆ ให้ไดจ้ ังหวะเช่นเดียวกับขาลง และใหค้ นเชิญธงอย่ใู นท่าน้จี นกวา่ จะมคี ำบอกว่า
“เรยี บ - อาวุธ” จงึ ใหล้ ดธงลงแล้วจงึ ทำก่งึ ซ้ายหนั อยู่ในทา่ ตรง
ข. ลูกเสือ และผู้กำกบั ทำความเคารพตามวธิ ีการของลูกเสอื
การทำความเคารพในขณะเดนิ
จัดสถานที่ให้ใชธ้ งปักเป็นเคร่ืองหมาย 3 ธง ธงแรก (ธงสีเหลือง) ห่างจากจดุ ทำความ
เคารพ 20 กา้ ว ธงท่ี 2 (ธงสีเขยี ว) หา่ งจากผู้รับการเคารพ 10 ก้าว และธงที่ 3 (ธงสแี ดง) อยู่
ถัดจากผรู้ บั การเคารพไปอกี 10 ก้าว ทำความเคารพดงั น้ี
2.1 เมอื่ ถึงธงที่ 1 รองผูก้ ำกบั จะบอกระวงั ทุกคนเริ่มเตรียมตบเทา้ แรง
5
2.2 เม่ือถึงธงที่ 2 รองผู้กำกับจะบอก “แลขวา – ทำ” ให้ทุกคนทกุ หมู่ ทำความเคารพ
โดยสะบัดหน้าหันไปทางผูร้ ับความเคารพ เว้นคนขวาสุดแลตรงมองไปข้างหนา้ ทกุ คนไมแ่ กว่ง
แขน (คนถือพลอง ไมง้ ่ามแกวง่ แขนตามปกติ)
2.3 เมอื่ ถงึ ธงที่ 3 หมูใ่ ดถึงกอ่ นให้สะบัดหนา้ กลบั แลตรงและแกวง่ แขนตามปกตโิ ดย
ไมต่ ้องออกคำส่ัง
หมายเหตุ การบอก “ระวัง” หรือ “แลขวา” ทำ คำวา่ “ระวงั ” และ “ทำ” ควรรีบบอกเมื่อตบ
เทา้ ขวา
ขบวนสวนสนาม (ภายในอำเภอ)
หมายเหตุ : ระยะต่ออาจเปล่ยี นแปลงได้ตามความเหมาะสม
6
ขบวนสวนสนาม (ภายในจังหวัด)
หมายเหตุ 1) ระยะต่ออาจเปลีย่ นแปลงไดต้ ามความเหมาะสมของสถานท่แี ละภมู ปิ ระเทศ
2) ธงลูกเสอื ประจำจงั หวดั ถา้ เชิญมาประจำแท่นรบั การเคารพ(ดา้ นหน้าซ้ายมือของ
ประธาน) ห้ามใช้แสดงความเคารพผูเ้ ป็นประธานเดด็ ขาด(นอกจากสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู วั พระองค์
เดยี ว)
7
การเดินสวนสนาม
1. เม่อื จัดแถวพร้อมแล้ว ผู้บังคบั ขบวนสวนสนามจะบอก “แบก – อาวุธ” และ “ซอย
เท้า” แถวลกู เสือจะซอยเทา้ จัดแถวรออยู่
2. ให้แถวและแตรเดี่ยวออกเดนิ จนถึงกองลูกเสอื ท่ีอยหู่ น้าสดุ
3. ผู้บงั คบั ขบวนสวนสนามบอก “หน้าเดิน” ผู้บงั คับบญั ชาและลกู เสือท้งั หมดออกเดนิ
ตามระยะทีจ่ ดั ไว้
ท่าเดินสวนสนาม
1. ผกู้ ำกบั บอก “สวนสนาม หน้า – เดิน” ใหล้ ูกเสือเตะเทา้ ซ้ายออกไปกอ่ นอยา่ ง
แข็งแรง ขาตึง ปลายเทา้ งมุ้ ยกสงู จากพ้นื ดนิ ประมาณ 1 คืบ
2. ขณะเตะเทา้ ใหแ้ กว่งแขนตรงขา้ มกบั เทา้ ไปข้างหนา้ ตัดกับลำตวั ให้ฝา่ มอื ผา่ น
ประมาณก่ึงกลางลำตวั เสมอแนวเข็มขัด ห่างเขม็ ขดั ประมาณ 1 ฝา่ มือ แบน้ิวชิด
ติดกนั ตามธรรมชาตแิ ละแกว่งแขนเลยเฉียงไปทางดา้ นหลังพองาม งอศอกเล็กน้อย
3. เมอ่ื วางเทา้ เต็มฝา่ เท้าและกา้ วเทา้ และก้าวเทา้ ต่อไป ขณะวางเท้ากา้ วไปขา้ งหนา้ ให้
โนม้ ตัวไปข้างหน้าเลก็ นอ้ ยตบฝ่าเท้าอยา่ งแข็งแรง ยืดตัวอย่างองอาจ
4. เตะเทา้ อีกขา้ งหน่งึ ขนึ้ ปฏิบัติเชน่ เดียวกับข้อ 2 - 3 ทำสลับเทา้ ซ้ายและขวา
เมือ่ ต้องการเปล่ยี นเท้าเดินสวนสนามเป็นปกตใิ หใ้ ชค้ ำบอกวา่ “เดนิ ตามปกติ”
การทำความเคารพขณะเดินสวนสนาม
การจัดสถานท่ีบริเวณสวนสนามดา้ นหนา้ ผ้เู ป็นประธานในพิธีหรอื ผู้รบั การเคารพ จะมธี ง
ปักเปน็ เครือ่ งหมาย 3 ธง คือ
ธงที่ 1 (ธงสีเหลือง) ปักหา่ งจากจดุ ทำความเคารพ 20 ก้าว
ธงท่ี 2 (ธงสีเขียว) ปักหา่ งจากจดุ ทำความเคารพ 10 ก้าว
ธงท่ี 3 (ธงสีแดง) อยู่ถดั ผู้รบั ความเคารพไปอีก 10 กา้ ว
การทำความเคารพในขณะเดินสวนสนาม จะปฏบิ ตั ิดงั นี้
1. เมื่อคนทางขวาของแถวเดินถงึ ธงแรก ผ้บู อกแถวบอก “ระวัง” ลูกเสือตบเทา้ แขง็ แรง
และอย่ใู นระเบยี บอยา่ งดีทสี่ ุด
2. เม่อื ใกลธ้ งที่ 2 ใหผ้ ้บู อกแถวบอกว่า “แลขวา – ทำ” ผ้บู อกวันทยาหัตถ์สะบดั หนา้
แลขวา ตาจบั ผู้รับทำความเคารพสว่ นลูกเสอื สะบดั หนา้ แลขวา ตาจับผู้รบั การเคารพมือไม่แกว่งคน
ขวาสดุ ของแต่ละตับแลตรงรักษาแถวใหต้ รงไว้
3. เมื่อพ้นธงที่ 3 สะบัดหน้าแลตรง เลกิ ทำความเคารพเองและแกว่งแขนตามปกติ
4. เม่ือธงคณะลูกเสือแหง่ ชาติ ธงคณะลกู เสือจงั หวัดผ่านมากบั ขบวนลกู เสือสวนสนาม
ใหผ้ ู้บังคบั บัญชาทุกคนที่อยตู่ รวจพลสวนสนามแสดงความเคารพ
8
การทำความเคารพของผู้ถือธงและถือป้าย
ธงตา่ ง ๆ หมายถึงธงลูกเสือแหง่ ชาติ ธงลกู เสือประจำจังหวัด ธงประจำกล่มุ หรือกอง
ลูกเสือ (เว้นธงระจำหมู่ลกู เสือ)
กรณีท่ี 1 เวลาอยกู่ ับท่ี
ให้ถือธงดว้ ยมือขวา โคนธงจรดกบั พนื้ ประมาณโคนน้ิวขวา คนั ธงแนบกับลำตวั อยู่ใน
รอ่ งไหลข่ วา เวลาทำความเคารพ เม่ือเพลงสรรเสริญพระบารมเี ริม่ บรรเลงให้ผถู้ ือธงทำความเคารพ
ดว้ ยทา่ ธงตดิ ต่อกันไปดังนี้
1. เอามือซ้ายไปจับคันธงเหนือมือขวาและชิดมือขวา แล้วยกคันธงขึน้ ด้วยมือซ้ายให้
เสมอแนวบา่ จนข้อศอกซา้ ยต้ังไดม้ ุมฉาก ขณะเดียวกนั มือขวาก็จับท่ีโคนคันธงและเหยียดตรง
แลว้ ทำกงึ ขวาหัน
2. ค่อย ๆ ลดปลายคนั ธงลงช้า ๆ ตามจังหวะเพลง จนคนั ธงขนานกับพ้ืน มอื ซ้ายอยู่
เสมอแนวบ่าหา่ งตัวพอสมควร มอื ขวาจับคนั ธงโรยลง แขนเหยียดตรงไปตามคันธง(เมื่อบรรเลง
ไปได้ครึง่ ของเพลง)
3. ครั้นแลว้ ใหย้ กปลายคนั ธงข้ึนท่าเคารพช้า ๆ ใหไ้ ดจ้ งั หวะเชน่ เดยี วกบั ขาลงเมือ่ เพลง
สรรเสริญพระบารมจี บ ก็ให้ลดธงลงในทา่ ตรงตามเดิม
4. แลว้ ใหล้ ดมือซา้ ยกลบั ที่และทำขวาหนั กลบั ท่ีเดมิ
กรณที ี่ 2 เวลาเคลอ่ื นที่
ใหแ้ บกธงดว้ ยบ่าขวา มือขวาจับด้ามธงห่างจากโคนธงพอสมควร ศอกขวาแนบลำตัว
ทำมมุ 90 องศากบั ลำตวั
9
แผนการจัดกิจกรรมลูกเสอื สามัญ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
แผนการจดั ท่ี 3 เร่อื ง ระเบยี บแถว ( ต่อ ) จำนวน 1 ชว่ั โมง
จดุ ประสงค์ เดนิ สวนสนามไดถ้ ูกต้อง พร้อมเพรียง
เนื้อหา การเดินสวนสนาม ( ตอ่ )
กิจกรรมการเรยี นการสอน
1. พิธเี ปิด ( ธงขน้ึ สวดมนต์ สงบนง่ิ ตรวจ แยก ) 10 นาที
2. เพลง “ เกียรตศิ ักดิล์ ูกเสอื ไทย ” 5 นาที
3. สอนตามเนือ้ หา 30 นาที
3.1 ผกู้ ำกบั ฝึกการเดนิ ทา่ แบกอาวุธ ( เดนิ - หยดุ )
3.2 ใหน้ ายหมู่แยกฝกึ หมขู่ องตนเพ่อื ความพร้อมเพรียง ผูก้ ำกับคอยแนะนำ
4. เลา่ เร่ืองสน้ั ท่เี ป็นคติ 5 นาที
5. พิธปี ิด ( นดั หมาย ตรวจเคร่ืองแตง่ กาย ธงลง เลกิ ) 10 นาที
สอ่ื การเรียนการสอน 1. ธงประจำกอง
2. ธงเขยี ว เหลอื ง แดง
3. พลอง
4. ปา้ ยชอ่ื โรงเรยี น
5. ดรุ ิยางค์หรอื นกหวีด
6. ไม่ถอื ของผู้กำกับ
การวัดผลและประเมินผล 1. การสังเกต
2. ผลการปฏบิ ัติ
บนั ทกึ หลงั การสอน…………………….……………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
10 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 6
จำนวน 1 ชวั่ โมง
แผนการจัดกจิ กรรมลูกเสอื สามญั
แผนการจดั ท่ี 4 เรื่อง การบรกิ าร
จุดประสงค์ 1. ปฐมพยาบาลผทู้ ป่ี ระสบอุบัติเหตุเลือดออกภายนอกได้
2. ปฐมพยาบาลผ้ปู ว่ ยมอี าการช็อคได้
เนือ้ หา 1. การปฐมพยาบาลผปู้ ว่ ยท่มี ีเลอื ดออกภายนอก
2. การปฐมพยาบาลผ้ปู ว่ ยท่มี อี าการชอ็ ค
กจิ กรรมการเรียนการสอน
1. พิธเี ปดิ ( ธงขึ้น สวดมนต์ สงบนิ่ง ตรวจ แยก ) 10 นาที
2. เกม “ หมาปา่ ” 5 นาที
3. สอนตามเน้อื หา 30 นาที
3.1 ผกู้ ำกับสนทนาถงึ การเกดิ อุบตั ิเหตุ
3.2 แบ่งลกู เสือออกเปน็ 2 กลุ่ม เรยี นโดยผ้กู ำกับอธิบาย สาธิตและใหล้ กู เสอื
ปฏบิ ัติในเร่ือง
3.2.1 วิธีการปฐมพยาบาลผ้ปู ว่ ยท่ีมีเลอื ดออกภายนอก
3.2.2 วธิ ปี ฐมพยาบาลผปู้ ว่ ยทม่ี อี าการชอ็ ค
3.3ให้ใชเ้ วลากลมุ่ ละไมเ่ กิน 10 นาที แล้วหมนุ กลุม่ กนั เรียน
4. เล่าเร่ืองสน้ั ทเ่ี ปน็ คติ 5 นาที
5. พธิ ีปดิ ( นัดหมาย ตรวจเครอื่ งแตง่ กาย ธงลง เลิก ) 10 นาที
สื่อการเรียนการสอน 1. อุปกรณ์การปฐมพยาบาล เชน่ สำลี ผา้ พนั แผล ยาฆ่าเชื้อโรค
2.ภาพการปฐมพยาบาล
การวดั ผลและประเมนิ ผล 1. การสังเกต
2.การซกั ถาม
3.ทดสอบ
บันทึกหลังการสอน…………………….……………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะของผู้บริหารสถานศกึ ษา………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
11
การปฐมพยาบาล
1. การปฐมพยาบาลผ้ปู ว่ ยท่ีมเี ลอื ดออกภายนอก
1.1 แผลถลอก ชะล้างบาดแผลด้วยน้ำสบู่และนำ้ สะอาด ใช้ยาฆา่ เชือ้ ทาแผลและปิดแผลด้วย
ผา้ สะอาด
1.2 แผลลกึ แผลชนดิ น้ีเลอื ดออกมาก ฉะน้ันต้องหา้ มเลือดกอ่ น โดยใชผ้ า้ กดลงบนแผลจน
เลือดลดและพนั แผลไวใ้ นการปฐมพยาบาลอยา่ พยายามเช็ดเอาเลอื ดก้อนออกมากขึ้นและเกดิ
แผลติดเชื้อได้ง่าย
1.3 บาดแผลตา่ ง ๆ ให้ฉีดยาปอ้ งกนั บาดทะยกั ทกุ ราย
2. การปฐมพยาบาลผปู้ ่วยท่มี ีอาการชอ๊ ก
2.1 ให้ผ้ปู ่วยนอนราบ ไมห่ นุนหมอน
2.2 ถา้ ผปู้ ว่ ยหยดุ หายใจ หรือหายใจไมส่ ะดวกให้ทำทางเดนิ ทางหายใจให้สะอาด และผาย
ปอด
2.3 ถา้ มีปาดแผลตอ้ งหา้ มเลือด
2.4 ทำบาดแผลต่าง ๆ ให้อย่นู ิง่ เชน่ เข้าเฝอื กชัว่ คราว เพอื่ บริเวณนน้ั จะไดไ้ ม่เจ็บปวดมาก
หรอื มีเลอื ดออกมากข้นึ
2.5 รักษาตามอาการ ถา้ หนาวหม่ ผ้า ถ้าปวดใหย้ าแก้ปวดให้ยากระตุน้ หรอื ดมแอมโมเนียหอม
หมายเหตุ การนอนศีรษะตำ่ เช่น ยกปลายเตยี งใหส้ งู กวา่ หัวเตยี ง 20 - 30 เซนติเมตร
ให้ผลดีภายใน 30 นาทแี รกเทา่ น้นั ถานานกว่า 30 นาที ผลท่ีได้ส่นู อนราบไมไ่ ด้
การผายปอด
การผายปอด เปน็ วธิ กี ารทป่ี ฏบิ ัติเพอ่ื ใหป้ อดได้รบั ออกซเิ จนไดเ้ พียงพอและเพอ่ื ป้องกนั
มใิ ห้ความพกิ ารแกส่ มองและอวัยวะสำคัญอ่ืน ๆ เน่ืองจากขาดออกซิเจน
ถ้าหายใจหยดุ นาน 10 นาที ผปู้ ่วยจะต้องตายแน่นอน แตบ่ างคนตายเม่ือหยดุ หายใจ
เพียง 2 นาทีเทา่ นั้น ฉะนั้นในคนทีห่ ยุดหายใจ การผายปอดจงึ มคี ่ายิง่
วธิ กี าร
1. จัดทา่ ผปู้ ่วย เพ่ือให้ลมเข้าปอดไดส้ ะดวก ถ้าสงสยั วา่ มเี ศษอาหาร หรือส่งิ แปลกปลอม
อยู่ในปาก ใหใ้ ช้น้ิวมือของผู้ปฐมพยาบาลล้วงออกมากอ่ น
2. การผายปอด การผายปอดมีหลายวิธี เชน่ วธิ ปี ากตอ่ ปาก ปากตอ่ จมกู วธิ ขี องเซฟ
เฟอร์ วิธีของซลิ เวสเตอร์ โอเกอร์ นลิ สัน เป็นต้น
12
ปัจจุบนั การผายปอดด้วยวิธี “ปากต่อปาก” ได้รบั ความเชือ่ ถือและพสิ ูจน์แล้วว่าเปน็ วิธี
ท่ไี ดผ้ ลดที ่สี ดุ สำหรับการปฐมพยาบาลรบี ด่วน
แตต่ ้องทราบวิธีอื่นดว้ ย เพราะบางครั้งวธิ ปี ากต่อปากไม่อาจทำไดเ้ ช่น กรณีมีบาดแผล
บรเิ วณใบหน้า ปากกราน เป็นตน้
ก. วิธปี ากต่อปาก (Mouth to Mouth) หรือปากต่อจมูก (Mouth to nose) ให้
คนไขน้ อนหงาย ยกตน้ คอผู้ป่วยจดั ศรี ษะผู้ป่วยให้อยู่ในทา่ แหงนพร้อมกับจดั คางยกข้นึ ผู้ปฐม
พยาบาลสดู หายใจเขา้ ลกึ และกดริมฝีปากของผพู้ ยาบาลซ่งึ อา้ อยู่ ลงบนปากผปู้ ว่ ย ซ่งึ จับให้อา้ (ควร
ใชผ้ ้าก๊อสหรือผ้าเช็ดหนา้ บาง ๆ วางบนปากผปู้ ่วยกไ็ ดถ้ ้ามี) โดยให้ปาดทง้ั สองคนแนบกันสนิท
หรือปากผพู้ ยาบาลกับจมูกผู้ป่วย แล้วผู้พยาบาลเป่าลมทง้ั หมดเข้าไปในปากหรอื ในจมกู ผปู้ ว่ ย ซ่งึ
จะเห็นหนา้ อกของผปู้ ว่ ยกระเพ่ือมขึ้นแลว้ ป่วยใหผ้ ปู้ ่วยหายในออกเอง
ขณะที่เป่าลมเข้าไป ถา้ ผพู้ ยาบาลรู้สึกวา่ ไมส่ ามารถเปา่ ลมเข้าไปในปอดผู้ป่วย
ได้ใหจ้ ับผปู้ ว่ ยนอนตะแคงตบทห่ี ลังของผปู้ ว่ ย (ระหว่างสบักหรอื ไหล่ทงั้ สอง) ค่อนข้างแรงหลาย
ๆ ครัง้ เผ่อื วา่ จะมอี ะไรมาอุดทางเดนิ หายใจ จะได้หลุดออกแลว้ ผพู้ ยาบาลเรม่ิ ผายปอดต่อไป
การเปา่ ลมเข้าปาก ผพู้ ยาบาลควรใช้มอื อกี ขา้ งบีบจมกู ผู้ป่วยไว้ หรือถา้ ใช้
วธิ ีการปากตอ่ จมูกก็พยายามปดิ ปากผู้ป่วยไว้ ทงั้ น้เี พื่อไม่ให้ลมรั่วออกมาทางรจู มูกหรือทางปาก
ถา้ ในเด็กเล็ก ผปู้ ฐมพยาบาลอาจกดปากครอบลงบนท้ังปากและจมูกของเด็กได้
สำหรับผใู้ หญ่ การทำแตล่ ะครงั้ นานราว 5 นาที คือเป่าปากใหผ้ ู้ป่วยหายใจเข้า
ราว 2.5 วนิ าที และใหผ้ ู้ป่วยหายใจออก พร้อมกับทผ่ี ูป้ ฐมพยาบาลเงยหนา้ ข้นึ สดู อากาศหายใจ
เข้านานราว 2.5 วินาที ซ่งึ จะทำใหผ้ ายปอดได้นาทีละ 12 ครง้ั แตล่ ะคร้งั ควรจะได้ลมเขา้ ไป
ประมาณ 1,000 ซ.ี ซี สำหรับเดก็ ควรให้ผายปอดได้ประมาณ นาทีละ 20 ครง้ั (ปกตผิ ูใ้ หญ่
หายใจนาทีละ 20 ครั้ง แต่การผายปอดทำไดเ้ พียงนาทลี ะ 12 คร้งั เพราะแตล่ ะครง้ั ผู้ปฐมพยาบาล
เป่าลมเขา้ ไปมากกวา่ ท่คี นธรรมดาหายใจ)
ในเด็กการเป่าลมเขา้ น้ี บางครง้ั ทำใหล้ มเขา้ ไปอยใู่ นกระเพาะอาหารมาก เรา
อาจชว่ ยได้โดยกดบริเวณล้ิมปี่ เพือ่ ไล่ลมออก
ข. วธิ ขี องโฮลเกอร์ – นิลสัน (Holger - Neilsen) หรอื Arm Lift Back Pressure
method เป็นวิธีทีไ่ ด้ผลดีรองลงมาจากวิธปี ากตอ่ ปาก ใหค้ นไขน้ อนควำ่ มือทั้งสองข้างรองใต้
หน้าผาก ระวงั อย่าใหม้ ีอะไรอุดทางเดินหายใจผู้พยาบาลอยเู่ หนือศรี ษะผปู้ ่วยหันหน้าไปทางเท้า
ผปู้ ว่ ย คกุ เขา่ ขาข้างหนงึ่ และวางเทา้ ข้างหนง่ึ ใกล้ศีรษะผู้ป่วย มือท้งั สองขา้ งของผู้พยาบาลวางลง
บนหลงั สว่ นบนของผ้ปู ่วย (เพื่อสะดวกในการทำ อาจใชว้ ิธนี ับ 1 ถึง 8 )
โนม้ นำ้ หนักของผูพ้ ยาบาลลงบนมือท้งั สองข้าง จะทำใหม้ แี รงดันบนหลังผปู้ ว่ ย
จากบนลงล่างซงึ่ ใช้เวลาราว 2.5 วนิ าที เป็นการหายใจออก (นบั จังหวะ 1 – 2 – 3)
13
จากนัน้ ผู้พยาบาลยกมือขึ้น และเลื่อนมาจับที่แขนทง้ั สองข้างของผู้ป่วยเหนอื
ข้อศอก (จงั หวะนบั 4) แลว้ ดงึ แขนท้ังสองข้างไปดา้ นบน ยกใหส้ ูงขนึ้ ซ่งึ กินเวลาราว 2.5 วนิ าที
ซ่งึ เป็นทา่ ผู้ป่วยหายใจเขา้ จังหวะนบั ( 5 – 6 – 7) จากนนั้ กป็ ลอ่ ยแขนท้ังสองใหก้ ลบั มาทีเ่ ดิมอกี
(จงั หวะนับ 8 ) ทำเชน่ นสี้ ลบั กันไปเรื่อย ๆ
ค. วิธีของแชฟเฟอร์ (SCHAFERS) ผูป้ ว่ ยอยู่ในท่านอนคว่ำ ศีรษะเอยี งไปขา้ งใดข้าง
หนงึ่ ให้มือทง้ั สองข้างอย่ใู นทา่ สบาย
เมื่อจัดเสอื้ ผ้าของผปู้ ว่ ยให้หลวมแลว้ ผู้พยาบาลนั่งคุกเขา่ ลงข้าง ๆ ตัวผู้ป่วยข้าง
ใดก็ไดห้ นั หน้าไปทางศีรษะผ้ปู ่วย แบมอื ทัง้ สองวางบนชายโครงทั้งสองข้างของผปู้ ว่ ย
แล้วพยายามโน้มตัวไปขา้ งหนา้ ให้น้ำหนักลงบนมอื ทัง้ สองข้าง เพื่อไล่อากาศใน
ปอดและหลอดลมออกเป็นการหายใจออก
เม่ือผู้พยาบาลเอียงตัวกลบั ทรวงอกของผปู้ ว่ ยจะขยายตวั ออกให้อากาศผ่านเข้า
ไปในปอด เป็นการหายใจเข้า ทำสลบั เช่นนเ้ี รื่อย ๆ ในผู้ใหญท่ ำใหไ้ ดป้ ระมาณนาทลี ะ 12 ครั้ง
ง. วธิ ขี องซลิ เวสเตอร์ (SILVESTER) ผูป้ ่วยอยใู่ นทา่ นอนหงาย ปลดเส้ือผา้ ใหห้ ลวม
ใช้ผา้ หรอื หมอนสอดเข้าใตไ้ หลเ่ พือ่ ใหศ้ รี ษะแหงข้ึน จบั ใบหนา้ ผ้ปู ว่ ยให้เอียงไปดา้ นใดด้านหน่งึ
ผู้พยาบาลคกุ เข่าเหนือศีรษะและหนั หนา้ ไปทางดา้ นเทา้ ของผู้ป่วย จับข้อศอกของ
ผูป้ ่วยใหง้ อพับ
จบั ขอ้ มือท่ีงอพบั ท้งั สองขา้ งน้ี กดลงบนชายโครงทงั้ สองข้างของผูป้ ่วย ในขณะ
ทก่ี ดให้ผูพ้ ยาบาลโน้มตัวลงและทิง้ น้ำหนกั ตวั ตามลงไปดว้ ย ท่าน้ีเป็นวธิ ีทำให้ผูป้ ว่ ยหายใจออก
เมอื่ ยกขอ้ มือผปู้ ว่ ยข้ึน พร้อมกบั ผู้พยาบาลเอนตัวกลับ จะเปน็ ท่าทผ่ี ู้ปว่ ยหายใจ
เขา้ ใหท้ ำสลับกันเช่นนี้เรื่อย ๆ ไป
14 ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6
จำนวน 1 ช่ัวโมง
แผนการจดั กิจกรรมลูกเสือสามัญ
แผนการจดั ที่ 5 เรอ่ื ง การบริการ ( ตอ่ )
จดุ ประสงค์ 1. เคล่ือนย้ายผ้ปู ว่ ยไดถ้ กู วิธีและปลอดภัย
2. บอกวธิ ีขอความชว่ ยเหลือในกรณเี กดิ อุบัติเหตุ
เน้อื หา 1. การเคลื่อนยา้ ยผปู้ ่วย
2. การขอความช่วยเหลือ
กจิ กรรมการเรยี นการสอน
1. พธิ ีเปดิ ( ธงข้ึน สวดมนต์ สงบน่งิ ตรวจ แยก ) 10 นาที
2. เพลง “ ไก่ ” 5 นาที
3.สอนตามเน้ือหา 30 นาที
3.1 สนทนาและร่วมกนั อภปิ รายถงึ วธิ กี ารขอความช่วยเหลือจากบคุ คลหรือ
หน่วยงานต่าง ๆ เม่ือเกิดอุบัติเหตุ
3.2 แบง่ หมูล่ ูกเสือออกเปน็ 2 กลุม่ เรียนเปน็ ฐานโดยมีผู้กำกับอธบิ าย สาธิต แล้ว
ให้ลูกเสอื ปฏบิ ัตติ าม ดังนี้
ฐานที่ 1 การเคลอ่ื นย้ายผปู้ ่วย
ฐานที่ 2 การชว่ ยเหลือ
4. เลา่ เรื่องสั้นท่ีเปน็ คติ 5 นาที
5. พิธีปดิ ( นัดหมาย ตรวจเคร่อื งแต่งกาย ธงลง เลิก ) 10 นาที
ส่อื การเรียนการสอน อปุ กรณก์ ารเคลอื่ นย้ายข้ึนอยกู่ บั อุปกรณท์ ่ีเลอื กชว่ ยเหลือ เช่น เก้าอ้ี เส่ือ
เสอื้ กางเกง เข็มขัด ไมพ้ ลอง ฯลฯ
การวดั ผลและประเมนิ ผล 1. การสงั เกต
2. ทดสอบ
บนั ทกึ หลงั การสอน…………………….…………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………….………
ขอ้ เสนอแนะของผ้บู รหิ ารสถานศึกษา……………………………………………………….………
…………………………………………………………………………………………….…………
………………………………………………………………………………………………………
15
การเคล่อื นยา้ ยผู้ปว่ ย
การเคลื่อนยา้ ยผูป้ ว่ ยในสถานที่ท่ีเกิดอุบัตเิ หตนุ นั้ อาจทำได้หลายวธิ ี แลว้ แต่
จำนวนของผปู้ ่วยและผ้ปู ฐมพยาบาล และเครอ่ื งมอื ทมี่ ใี นขณะนน้ั
การเคลือ่ นยา้ ยผปู้ ่วยโดยมผี ู้ช่วยเหลือเพยี งคนเดยี ว
การเคลอื่ นย้ายดว้ ยคน ๆ เดียว สามารถจะทำไดห้ ลายวิธี โดยเฉพาะอย่างยิง่ สำหรับ
ผู้ป่วยทไ่ี ม่มีบาดแผลตามรา่ งกาย เชน่ ผปู้ ่วยหมดความรู้สึกเน่อื งจากจมนำ้ ขาดอากาศบริสุทธิ์
เปน็ ลม ข้อเท้าแพลง อาจเลือกใช้วธิ ที ีเ่ หมาะสม ดังตอ่ ไปน้ี
1. วิธพี ยงุ เดนิ
เหมาะสำหรบั คนไขท้ ่ขี าขา้ งหน่ึงไดร้ ับบาดเจ็บ เชน่ ข้อเท้าเคล็ด
16
2. วิธีแบก
วธิ ีนี้เหมาะสำหรับการช่วยเหลอื ผู้หมดสติออกจากบริเวณไฟไหมท้ ี่ต้องผา่ นขนั้ บนั ได้
ผูช้ ่วยเหลอื จะต้องมีมือวา่ งสำหรบั ยดึ เกาะทางท่ผี ่านไป
3. วิธีอุ้มทาบหลงั
ใช้สำหรับผู้ป่วยทห่ี มดสติ ในขณะทีค่ นไข้นอนหรอื นง่ั ผูพ้ ยาบาลหันหลังจบั แขนท้งั
สองของผปู้ ว่ ยคลอ่ มไหล่ผพู้ ยาบาลและดงึ มือทัง้ สองของผู้ป่วยทอ่ี ย่ดู า้ นหนา้ ของผ้พู ยาบาลให้ตำ่ ลง
มากที่สุด ผู้ปฐมพยาบาลเดินโดยหลงั โค้งมาทางหน้าเลก็ น้อย
17
4. วธิ กี อดและทาบด้านหลงั
วธิ นี ้ีใช้สำหรับผู้บาดเจ็บท่มี ีอาการไม่รนุ แรง ห้ามใชส้ ำหรับผู้บาดเจ็บท่ไี ด้รับอันตราย
เกย่ี วกบั สมองหรืออวัยวะภายใน
5. วิธีกอดและทาบดา้ นหนา้
เปน็ วธิ ที ดี่ วี ธิ หี นง่ึ สำหรับผู้ช่วยเหลือเพียงคนเดียวท่ีช่วยเคลือ่ นยา้ ยผปู้ ่วยทร่ี ู้สกึ ตัวโดยมี
มอื ทั้งสองวางไว้สำหรับไต่ หรอื เกาะบันได หรอื เปิดประตู หากมปี ญั หาระหวา่ งลงบันได ผู้ช่วย
เหลอื อาจพกั ผู้ปว่ ยไว้กับบนั ไดจนกวา่ จะมผี ู้มาชว่ ยเหลือต่อไป
18
6. วิธอี มุ้
ใช้สำหรับผ้บู าดเจบ็ เล็กน้อยอาจเน่ืองจากไม่สบาย หรอื เป็นลม หรือใชส้ ำหรับผปู้ ่วยท่ี
ขอ้ เทา้ แพลง หรือมีบาดเจ็บบนฝ่าเท้า เหมาะสำหรบั ผ้ปู ่วยท่ีเลก็ กวา่ ผชู้ ่วยเหลอื
7. วธิ ีลากด้วยผ้ารองใต้ตัวผู้ประสบอบุ ัติเหตุวิธลี ากผู้บาดเจ็บ
วิธีนีส้ ะดวกต่อการเคลอ่ื นย้ายออกจากตกึ ทก่ี ำลงั มไี ฟไหม้ เปน็ วธิ ที ่ใี ช้สำหรับผปู้ ระสบ
อุบัติเหตุที่ไมส่ ามารถชว่ ยเหลอื ตนเองได้ หรือหมดสติ และพืน้ ทเ่ี รยี บ โดยใชผ้ ้าปทู นี่ อน หรอื ผ้า
ห่ม ผา้ ม่าน รองใต้ตัวผู้บากเจบ็ แล้วลากสงิ่ รองตัวผู้บาดเจ็บไปตามพื้น
19
8. วิธลี ากผปู้ ระสบอุบตั ิเหตวุ ธิ ีลากผบู้ าดเจ็บโดยไม่มผี า้ รองใตต้ ัว
วิธีนี้สะดวกต่อการเคลื่อนยา้ ยออกจากตึกทก่ี ำลังมีไฟไหม้ เปน็ วธิ ีท่ใี ชส้ ำหรับผปู้ ระสบ
อบุ ตั เิ หตุที่ไมส่ ามารถช่วยเหลอื ตนเองได้ ผู้พยาบาลไม่สามารถยืนได้ ใหผ้ กู ขอ้ มือทั้งสองของ
ผู้บาดเจ็บ และผู้พยาบาลสอดศรี ษะใหข้ อ้ มือทง้ั สองของผู้ป่วยอยู่บนคอผู้พยาบาล ผู้พยาบาลอาจ
ยกศีรษะผู้ปว่ ยให้สงู ขึ้นมาก หรอื นอ้ ยได้โดยการยกไหล่และคอขึ้นลง
9. วิธลี ากลงจากท่ลี าดชัน
20
การเล่อื นยา้ ยผบู้ าดเจบ็ โดยมีผู้ช่วยเหลอื ตั้งแต่ 2 คนข้นึ ไป
1. วธิ ีอุม้ แบบน่งั
2. วิธีทำท่ีนง่ั ด้วย 4 มอื
21
3. วิธอี ุ้มพยงุ แขนและขา
4. วธิ ีอุ้มคนละดา้ น
5. วิธอี ุ้มเคียงสองคน
6. วธิ ีอมุ้ เคยี งสามคนวธิ อี มุ้ คนละดา้ นสามคน
22 ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6
จำนวน 1 ช่วั โมง
แผนการจัดกจิ กรรมลกู เสือสามัญ
แผนการจัดท่ี 6 เรือ่ ง การพ่ึงตนเอง
จดุ ประสงค์ บอกสถานทที่ ่ีเหมาะสมในการตง้ั ค่ายพักแรมได้
เนือ้ หา 1. การอยูค่ า่ ยพักแรม
2. การเลอื กทต่ี ้ังค่ายพกั แรม
กจิ กรรมการเรยี นการสอน
1. พธิ เี ปดิ ( ธงขึน้ สวดมนต์ สงบนง่ิ ตรวจ แยก ) 10 นาที
2. เกม “ ว่ิงเปรย้ี ววงกลม ” 5 นาที
3. สอนตามเน้อื หา 30 นาที
3.1 ผกู้ ำกับอธิบายและสาธิตการเลอื กสถานทต่ี ง้ั ค่ายพกั แรม
3.2 ให้ลกู เสือรจู้ ักพจิ ารณาเลือกสถานท่ีตั้งคา่ ยพกั แรมและพักค้างคนื ในทพี่ ักแรม
ชั่วคราวน้ัน
3.3 เพลง “ ค่ายพกั แรม ”
4. เลา่ เร่ืองสั้นทีเ่ ป็นคติ 5 นาที
5. พิธีปิด ( นดั หมาย ตรวจเครื่องแต่งกาย ธงลง เลิก ) 10 นาที
ส่อื การเรียนการสอน อปุ กรณ์ในการอยู่ค่ายพักแรม ( ภาคผนวก )
การวัดผลและประเมินผล 1. การสังเกต - ความสนใจและความตัง้ ใจ - การเข้าร่วมกจิ กรรม
2. การสัมภาษณ์ - บอกสถานทท่ี เ่ี หมาะสมในการตง้ั ค่ายพกั แรม
3. การทดสอบ - สร้างทีพ่ กั แรมชั่วคราว
บนั ทกึ หลงั การสอน…………………….…………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศึกษา………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
23
การเลอื กทีต่ ้งั คา่ ยพักแรม
ขอ้ สังเกตในการเลอื กสถานท่ีต้ังค่ายพักแรม
1. เลือกบริเวณที่ตัง้
2. ดวู ่าเป็นที่หวงห้ามการต้ังคา่ ยพกั ลกู เสือหรือเปลา่ ให้นายหมเู่ ป็นผู้ตรวจตรา
3. จะตงั้ ค่ายในทสี่ ำหรับคา่ ยลกู เสอื หรือในท้องนา ทำหนังสือขออนุญาตใชค้ า่ ยลุกเสือ
4. ไปดสู ถานทเ่ี สียก่อนเพือ่ เลือกท่ีตั้งคา่ ย ดูว่าจะหาความสะดวกไดอ้ ยา่ งไรบ้าง เพราะ
บางอย่างไมไ่ ดก้ ำหนดไว้ในแผนที่ บางอยา่ งในท่แี หง่ น้ันกม็ ไี ม่ได้
การเลือกทีต่ ั้งคา่ ย ปจั จยั สำคญั คอื อะไรบา้ ง
1. มีแหลง่ น้ำใช้
2. มฟี ้นื สำหรบั กอ่ ไปหุงตม้ (หรือเพื่อการอ่นื ) ดแู ผนท่ีประกอบ
3. ควรเป็นท่ีราบ แหง้ สนทิ มที ก่ี ำบงั ลม ตรวจดูความสงู ต่ำของพน้ื ดนิ จากแผนที่
4. เปน็ ทเ่ี หมาะและกวา้ งขวางพอสำหรับทำกิจกรรม
5. สะดวกแก่การสัญจร ควรมีพาหนะของหมู่เพื่อบรรทกุ สัมภาระ ถนนหรือทางเรียบ
นบั วา่ จำเป็น
24 ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6
จำนวน 1 ช่วั โมง
แผนการจดั กิจกรรมลูกเสอื สามญั
แผนการจัดท่ี 7 เร่อื ง การพึ่งตนเอง ( ต่อ )
จุดประสงค์ สามารถปรุงอาหาร 2 อยา่ ง สำหรับคนสองคนได้
เนื้อหา 1. การปรุงอาหารแบบชาวปา่
2. การสรา้ งทพี่ ักแรมชั่วคราว
กิจกรรมการเรียนการสอน
1. พิธีเปิด ( ธงข้ึน สวดมนต์ สงบน่งิ ตรวจ แยก ) 10 นาที
2. เกม “ เรือกรรเชียง ” 5 นาที
3. สอนตามเน้อื หา 30 นาที
3.1 ผู้กำกบั อธบิ ายและสาธติ วธิ ปี รุงอาหารแบบชาวบ้าน โดยสอนเป็นฐาน ดังน้ี
ฐานที่ 1 ปง้ิ ย่าง
ฐานท่ี 2 อบ ทอด
ฐานท่ี 3 เผา กลิ้ง
3.2 ผู้กำกับอธบิ าย สาธติ วิธสี ร้างทพี่ ักแรมช่ัวคราว แล้วให้ลกู เสอื ฝึกปฏิบัติ
4. เล่าเรื่องส้ันที่เป็นคติ 5 นาที
5. พิธีปิด ( นัดหมาย ตรวจเครอื่ งแต่งกาย ธงลง เลกิ ) 10 นาที
ส่อื การเรียนการสอน 1. อุปกรณ์ในการปรุงอาหาร เน้ือ ปลา ไข่ ฯลฯ
2.ไม้ขีดไฟ มดี ผ่าฝืน
3.แผนภมู เิ พลง
การวดั ผลและประเมินผล 1. การสงั เกต ความสนใจและความตัง้ ใจ การเข้ารว่ มกจิ กรรม
2. ทดสอบ - ให้ปรุงอาหารแบบชาวบ้าน
บันทึกหลังการสอน…………………….…………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
25
การปรงุ อาหารแบบชาวป่าและสรา้ งทพี่ ักแรม
1. การปรงุ อาหารแบบชาวปา่
ในการปรงุ อาหารแบบชาวปา่ มีอยู่หลายวิธี เช่น
- ป้ิง
- ย่าง
- อบ
- ทอด
- เผา
1.1 การปิ้ง ย่าง อาจใช้ไม้ทำตะขอแหลมปลาย เพ่อื ใช้เสียบหรือใช้ในรูปสอ้ มแหลมท่ีปลาย
ใชเ้ สียบ แล้วปงิ้ หรอื ยา่ ง
1.2 การเผาปลา อาจใช้ดินโคลน ดนิ เหนยี วพอกปลาแล้วนำไปเผาไฟ
1.3 การอบ เราใช้ใบกระหล่ำห่อสกั 2 – 3 ใบ ใชเ้ ชอื กมดั แลว้ เอาไปต้ังอังไว้ใกล้ ๆ ไฟ
1.4 การทอดไฟบนแผ่นหิน ทำโดยเราก่อไฟทีแ่ ผ่นหินประมาณ ½ ช่ัวโมง แลว้ นำไฟออก
ทำความสะอาดหิน แล้วลงมือทอดไขไ่ ด้เลย
2. การสร้างคา่ ยพักแรมช่วั คราว
อาจอาศยั ไม้พลองหรือไม้ปา่ เทา่ ทีห่ าได้ โดยอาศยั ธรรมชาติ คือต้นไมเ้ ขา้ ชว่ ย โดยทำเป็น
รูปหนา้ จว่ั แล้วใชผ้ ้าพลาสติกหรือผ้าใบก็ไดค้ ลุมแลว้ มัดให้เรียบรอ้ ย ใช้เปน็ ท่ีนอนได้
26 ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 6
จำนวน 1 ชวั่ โมง
แผนการจดั กิจกรรมลกู เสอื สามัญ
แผนการจดั ที่ 8 เรื่อง การพง่ึ ตนเอง ( ตอ่ )
จุดประสงค์ บอกวิธีใช้ ดูแล รกั ษาและระมดั ระวังอันตรายจากการใช้ตะเกยี ง เตา และเคร่ืองใช้
ไฟฟา้ ได้
เนื้อหา 1. การใช้ตะเกียง เตา และเครื่องใชไ้ ฟฟา้ ต่าง ๆ
2. การดูแล รกั ษา และระมดั ระวงั อันตรายจากการใชต้ ะเกยี ง เตาและเครื่องใช้ไฟฟ้า
กจิ กรรมการเรยี นการสอน
1. พธิ ีเปดิ ( ธงขน้ึ สวดมนต์ สงบนงิ่ ตรวจ แยก ) 10 นาที
2. เกม “ ว่ิงอลวน ” 5 นาที
3. สอนตามเน้อื หา 30 นาที
- ผกู้ ำกับนำอภปิ รายและสาธิตวธิ ีใช้ การดแู ลรกั ษาและการป้องกันอนั ตรายจากการใช้
ตะเกยี ง เตา และเครื่องใช้ไฟฟ้าตา่ ง ๆ เชน่ พดั ลม เตารีด เตาไฟฟ้า ตู้เย็น วทิ ยุ
โทรทศั น์ เป็นตน้
4. เล่าเรื่องสนั้ ท่ีเป็นคติ 5 นาที
5. พิธีปิด ( นัดหมาย ตรวจเครอื่ งแตง่ กาย ธงลง เลกิ ) 10 นาที
สือ่ การเรียนการสอน 1. อุปกรณ์ตา่ ง ๆ เช่น เตาไฟฟ้า ตะเกยี ง พัดลม วิทยุ โทรทัศน์ เตารีด
ตเู้ ย็น ฯลฯ
2. แผนภมู ิเพลง
การวดั ผลและประเมนิ ผล 1. การสังเกต ความสนใจ การเข้าร่วมกิจกรรม
2. การซักถามเกย่ี วกับวิธใี ช้ ดูแลรักษาระมดั ระวงั อันตราย
บนั ทกึ หลังการสอน…………………….…………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะของผ้บู รหิ ารสถานศึกษา………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
27
แผนการจดั กจิ กรรมลกู เสือสามัญ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6
แผนการจดั ที่ 9 เร่ือง การผจญภัย จำนวน 1 ชั่วโมง
จดุ ประสงค์ 1. อธบิ ายระบบ เสน้ ช้นั ความสงู ในแผนท่ีของกรมแผนที่ทหารได้
2. บอกและอา่ นตำแหน่งพกิ ัด กรดิ ในแผนทไ่ี ด้
3. บอกส่วนประกอบและวธิ ใี ชเ้ ข็มทิศได้
4. แสดงวิธีหาทิศโดยใชเ้ ขม็ ทศิ ในทกี่ ลางแจง้ ได้
เนอ้ื หา แผนที่และเขม็ ทศิ
1. การใช้เข็มทิศในท่ีกลางแจ้งและการหาทศิ
2. ระบบ เสน้ ชน้ั ความสงู
3. ระบบพิกัด กริดในแผนท่ีของกรมแผนทท่ี หาร
กิจกรรมการเรยี นการสอน
1. พิธเี ปดิ ( ธงขึน้ สวดมนต์ สงบน่งิ ตรวจ แยก ) 10 นาที
2. เพลง “ ริมโบ้ลูกเสือ ” 5 นาที
3. สอนตามเนือ้ หา 30 นาที
3.1 ผ้กู ำกบั อธิบายเส้นช้นั ความสูงและวิธีการหาตำแหน่งที่ต้ังโดยอาศยั ระบบพกิ ัด
กริดในแผนทีข่ องกรมแผนทท่ี หาร
3.2 แบง่ หมู่ลูกเสอื เรียนตามฐานโดยมีผู้กำกบั อธบิ าย สาธิต
ฐานท่ี 1 การหาตำแหน่งพิกัดกรดิ
ฐานที่ 2 การหาทิศโดยใช้เขม็ ทศิ
3.3 ผู้กำกบั และลูกเสอื ช่วยกันสรปุ
4. เล่าเรื่องส้ันท่เี ปน็ คติ 5 นาที
5. พธิ ีปิด ( นัดหมาย ตรวจเคร่อื งแต่งกาย ธงลง เลิก ) 10 นาที
ส่อื การเรียนการสอน 1. แผนที่ทหาร - เขม็ ทิศ
2. แผนภมู ิระบบชน้ั ความสงู และวิธอี า่ นตำแหนง่ พิกัดกริด
3. แผนภูมิส่วนประกอบ วิธีใช้เกบ็ รักษาเข็มทิศ
การวดั ผลและประเมนิ ผล 1. การสังเกต
2. ซกั ถามเกีย่ วกับระบบเสน้ ชน้ั ความสงู ในแผนท่ีและสว่ นประกอบ
ของเขม็ ทศิ
บันทกึ หลังการสอน…………………….…………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา………………………………………………………………
28
การอ่านพกิ ัด
เส้นแสดงเสน้ ช้ันความสูง (CONTOUR LINE) คือเสน้ ความสูง จุดทุกจดุ ทีเ่ ส้น
ชน้ั ความสงู จากระดบั นำ้ ทะเลจะมีตวั เลขบอกความสงู กำกับไว้ (เป็นฟตุ ) ในแผนท่ีเส้นความสูงจะ
ใชส้ นี ำ้ ตาล
หลักในการหาพกิ ัดตารางในแผนที่ คือ ต้องอา่ นไปทางขวาและข้ึนข้างบน
(READ RIGKT UP)
29
สมมติว่าต้องการหาพกิ ดั A จะหาไดด้ งั นี้
1. ดตู ารางที่เปน็ กรอบกน้ั จดุ A
2. อา่ นเส้นพกิ ดั ไปขวานัน่ คือ อ่านตัวเลขท่กี ำกบั เสน้ อื่นจากซ้ายไปขวา A หนา้ จุด A
คอื เส้น 81 หลังจุด A คือเสน้ 82 แบง่ ชอ่ ง 81 - 82 ออกเป็น 10 ช่อง เทา่ ๆ
กัน จดุ A หา่ งจากเสน้ 81 เปน็ ระยะห่าง 3 ชอ่ ง ดงั น้ันก็อ่านไดว้ า่ 813
3. อ่านเส้นพกิ ดั ขึ้นบน นั่นคืออ่านตัวเลขเสน้ นอนจากล่างขึ้นบนคอื 52 ต่อไปดูว่าจดุ
A อยเู่ หนือเสน้ 52 มากน้อยเพยี งใด แบ่งชอ่ ง 52 - 53 เป็น 10 ชอ่ ง เท่า ๆ กนั
จุด A หา่ งจากเส้น 52 เป็นระยะห่าง 5 ชอ่ ง ดงั นั้นก็อ่าน ไดว้ ่า 525
4. นำตัวเลข 2 ชุดในขอ้ 2 และ 3 มาเรียงต่อกนั จะได้ “813525” ตัวเลขน้ี คือพกิ ัด
ของจดุ A ที่ต้องการ
5. ฝกึ หาพิกดั B และ C ว่าอยู่พกิ ดั ใด คำตอบ ( B = 835535 C = 823510)
เข็มทิศ
หมายถึงเคร่อื งมอื ทีใ่ ชใ้ นการหาแนวทิศเหนือ (ทศิ เหนอื แมเ่ หลก็ ) เข็มทิศทีน่ ิยมใชใ้ น
วงการลูกเสอื คือ เข็มทศิ ซิลวา ของสวีเดน เป็นเข็มทิศและไมโ้ ปรแทรกเตอร์รวมอยู่ด้วยกัน ใช้
ง่ายและสะดวก
เข็มทิศซิลวามสี ่วนประกอบดงั นี้
1. แผน่ ฐาน เปน็ วัตถุโปร่งใส
2. ทข่ี อบมีมาตราสว่ นเปน็ นิ้ว และ เซนติเมตร
3. มีลูกศรชท้ี ิศทางมราจะไป
4. เลนซข์ ยาย
5. ตลับเข็มทิศเปน็ วงกลมหมนุ ได้ บนกรอบหน้าปัทม์ของเข็มทิศและเปน็ 360
องศา
6. ปลายเขม็ ทศิ เป็นแมเ่ หล็กสีแดง จะช้ีไปทางทิศเหนือเสมอ
30
7. ตำแหนง่ สำหรบั ต้ังมมุ และอา่ นคา่ มุม อยตู่ รงปลายลูกศรชีท้ ิศทาง
การใชเ้ ขม็ ทิศซลิ วา
א. กรณที ี่ทราบคา่ หรือบอกมมุ อะซีมทุ มาให้ และจะตอ้ งการรวู้ ่าจะต้องเดนิ ทางไป
ทิศทางใด (สมมติวา่ บอกมมุ อะซีมุทมาให้ 60 องศา)
1. ถอื เข็มทศิ ไวบ้ นฝา่ มือในแนวราบ โดยไท้แมเ่ หลก็ แกว่งไปมาได้อสิ ระ
2. หมุนกรอบหนา้ ปทั มข์ องเข็มทิศให้เลข 60 องศา อยู่ตรงปลายศรช้ี
3. จงหนั เหตวั เข็มทศิ ทัง้ ฐาน จนกวา่ เขม็ แม่เหลก็ แถวช้ตี รงอักษร N
4. เมอื่ ลูกศรชท้ี ิศทางไปทางทศิ ใดกเ็ ดินไปตามทิศทางน้นั (การเดนิ ทางไปตาม
ทิศทางทีล่ กู ศรแถวช้ีน้ันให้มองหาจดุ เด่น เช่น ต้นไม้ ก้อนหิน โปสถ์ ฯลฯ
เป็นหลักแลว้ เดินไปยังส่งิ นั้น)
ב. กรณที ีจ่ ะหาค่าของมุมอะซมิ ุท จากตำบลทเี่ ราอยู่ ไปยังตำบลทเ่ี ราจะเดินทางไป
1. ถือเข็มทศิ บนฝ่ามือในแนวระดบั
2. หันลกู ศรชท้ี ศิ ทาง ไปยงั จดุ ท่ีเราจะเดินทางไป
3. หมุนกรอบหน้าปทั ม์เข็มทศิ ไปจนกวา่ อกั ษร N จะอยจู่ ะอย่ตู รงปลายเข็ม
แมเ่ หล็ก
4. ตัวเลขบนกรอบหนา้ ปทั มท์ ่ปี ลายศรแดง คือค่ามมุ ท่ีเราต้องการทราบ
31
ขอ้ ควรระวังในการเก็บรักษาเขม็ ทิศ
1. จบั ถอื ด้วยความระมัดระวัง เหราะหน้าปัทม์และเข็มบอบบางอ่อนไหวงา่ ย
2. อยา่ ให้ตก แรงกระเทือนทำใหเ้ สยี หายได้
3. ไมค่ วรอา่ นเขม็ ทิศใกล้ส่ิงท่ีเป็นแมเ่ หล็กหรอื วงจรไฟฟ้า
4. อย่าให้เปยี กน้ำจะเกิดสนิม
5. อยา่ ให้ใกลค้ วามร้อนจะบิดงอ
การเลน่ เกมหาทศิ
อปุ กรณ์ เขม็ ทศิ กระดาษแขง็ ฝาขวดนำ้ อัดลม
ผูเ้ ลน่ เขา้ แถวตอนลกึ ตามจำนวนหมู่ ขีดเส้นจากหม่หู ่างออกไปประมาณ 8 เมตร นำ
เขม็ ทศิ วางไว้ กระดาษเขม็ ที่เส้นตามทศิ 8 ทศิ ฝาขวดน้ำอดั ลมเขยี นตวั เลขเป็นมมุ ต่าง ๆ 8 มมุ
(45 , 90 , 135 , 180 , 225 , 270 , 315 และ 0 องศา) เมอื่ ได้ยินสัญญาณเรม่ิ ใหน้ ายหมู่หัน
ทิศให้ตรงทิศเหนือแล้วล้วงฝาขวดนำ้ อัดลมอันหนงึ่ ให้ตรงมมุ ตามองศาทกี่ ำหนด แล้วว่ิงกลบั ทไี่ ป
สัมผสั มือคนที่ 2 คนทสี่ องหยบิ ฝาน้ำอัดลม 1 อนั ดูจำนวนองศาแล้ววางไว้ตามมุมทกี่ ำหนด
เสรจ็ แลว้ ว่ิงไปสมั ผสั มือคนท่ี 3 ทำไปต่อจนครบ 8 ทิศ (ถา้ ผูเ้ ลน่ ไม่ครบ 8 คน ให้เลน่ ซำ้ คน
แรกใหม่)
การตดั สิน หมใู่ ดถกู ต้องมากท่ีสุดชนะ
32
แผนการจดั กิจกรรมลูกเสอื สามญั ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 6
แผนการจดั ที่ 10 เรื่อง การผจญภยั ( ตอ่ ) จำนวน 1 ชวั่ โมง
จดุ ประสงค์ 1. เตรยี มอปุ กรณส์ ำหรับใช้เดินทางไกลและอยคู่ า่ ยพักแรมได้
2. เดนิ ทางไกลดว้ ยเทา้ หรือโดยทางเรือ ด้วยความสามารถของตนเองไม่น้อยกวา่ 10
กิโลเมตร หรือโดยรถจักรยานเป็นระยะทางไม่นอ้ ยกวา่ 20 กิโลเมตร และ
บันทกึ
รายงานการเดินทางโดยยอ่ ได้
เนื้อหา การเดินทางไกล
กจิ กรรมการเรยี นการสอน
1. พธิ เี ปิด ( ธงขึ้น สวดมนต์ สงบนงิ่ ตรวจ แยก ) 10 นาที
2. เกม “ จับข้ามแม่น้ำ ” 5 นาที
3.สอนตามเนื้อหา 30 นาที
3.1 ผกู้ ำกับนำอภิปรายถงึ การเตรียมอุปกรณส์ ำหรับใช้เดินทางไกลและอยูค่ ่ายพักแรม
3.2 ผู้กำกบั จดั ให้ลกู เสอื เดินทางไกลด้วยเท้าหรือโดยทางเรือด้วยความสามารถของ
ตนเองเปน็ ระยะทางไมน่ อ้ ยกวา่ 10 กโิ ลเมตร หรอื โดยรถจักรยานเป็นระยะทาง
ไม่นอ้ ยกวา่ 20 กโิ ลเมตร และบนั ทึกรายงานการเดินทางโดยยอ่ ท้งั น้ใี ห้จัดเป็น
โครงการในวนั หยุด
3.3 เพลง John Brown 5 นาที
4.เล่าเร่ืองสนั้ ที่เปน็ คติ
5. พธิ ีปิด ( นัดหมาย ตรวจเคร่อื งแตง่ กาย ธงลง เลิก ) 10 นาที
สอ่ื การเรียนการสอน 1. อุปกรณส์ ำหรบั เดินทางไกล
2. แบบรายงานการเดินทางไกล
3. แผนภมู เิ พลง
การวดั ผลและประเมนิ ผล 1. การสงั เกต
2. รายงานการเดินทางไกล
บันทึกหลังการสอน…………………….……………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศึกษา………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
33
การเตรียมอุปกรณส์ ำหรบั ใช้เดินทางไกลและอยู่ค่ายพกั แรม
เครื่องใชป้ ระจำตัว
ลกู เสอื จะตอ้ งเตรียมการต่าง ๆ ใหเ้ รยี บรอ้ ยในตอนเย็นกอ่ นออกเดินทางในวันรุ่งข้ึน
หรอื ก่อนกำหนดการเคล่ือนที่ ใหเ้ รยี บร้อย และควรเตรียมเฉพาะส่งิ ทีจ่ ำเปน็ จรงิ ๆ เทา่ นั้น ดังน้ี
1. กระติกน้ำ ลา้ งใหส้ ะอาดใส่นำ้ ใหเ้ ต็มก่อนออกเดนิ ทางเล็กน้อย
2. ตรวจดเู ครื่องใช้ประจำตัว เช่น ผ้าเชด็ หนา้ สบู่ แปรงสีฟัน เข็มเยบ็ ผ้า ด้ายเยบ็ ผ้า
เขม็ กลดั ซอ่ นปลาย เชอื กผูกเงอ่ื น เส้ือผ้า กางเกง ผา้ ขาวมา้ มีด ผา้ ปูท่นี อน ขัน
ล้างหน้า รองเทา้ แตะ
3. เคร่ืองแบบและเครอื่ งหมายประกอบเครื่องแบบ
4. ไฟฉาย ช้อนสอ้ ม จานขา้ ว
5. ยาประจำตวั และยาปฐมพยาบาลแผลเล็ก ๆ นอ้ ย ๆ
6. ตรวจดูเครื่องมือเคร่ืองใชท้ ่ีจะนำไปให้อยู่ในสภาพทใี่ ชก้ ารได้
7. ตรวจดคู วามเรียบร้อยของเครอ่ื งสนามและหีบห่อตา่ ง ๆ อย่าใหเ้ ปน็ อุปสรรคต่อการ
เดนิ ทาง
8. ตรวจดูรองเทา้ รองเทา้ ใหใ้ ส่ไดส้ บาย สภาพดี ไม่ควรใชร้ องเทา้ ใหม่จะกดั เท้า หาก
จำเปน็ ควรทาน้ำมัน
9. เข็มทิศ แผนท่ี สมดุ บันทกึ การเดินทาง ดินสอ
10. ผ้าหม่ นอน เต็นท์ทนี่ อน
11. หน้าฝนควรมีเสื้อกันฝน
12. เชอื กสำหรับผูกมัดของเลก็ ๆ นอ้ ย ๆ
13. กล้องถ่ายรูป (ถ้ามี)
14. ไม้พลอง
เคร่ืองใช้ประจำหมู่
เคร่ืองใช้ประจำหมู่ต้องเป็นไปตามความจำเป็นและตอ้ งแบง่ กันรบั ภาระในการจดั หา
และการนำพาไป สิ่งจำเป็นมีดังนี้
1. ตะเกยี ง
2. เคร่ืองครวั ที่จำเป็น เชน่ หม้อข้าว กระทะ หม้อแกง เป็นต้น
3. อาหารแหง้
4. ขวานเล็ก มีดโต้ พล่วั สนาม มีดทำครวั
34
5. กระดาษชำระ
6. กระเป๋ายาประจำหมู่
7. ถงั ตักน้ำ (ทำด้วยผ้าใบ)
8. ไม้ขีดไฟ
9. กะละมงั (อา่ ง)
10. ท่เี ปิดกระป๋อง
11. ยาขดั รองเทา้ ยาขัดโลหะ
12. ธงหมู่
เครื่องใชใ้ นการฝึก
ขึ้นอยกู่ ับวา่ จะฝึกเรื่องอะไร มีโปรแกรมอยา่ งไร จะต้องนำเคร่ืองใช้อะไรบา้ งไป
ประกอบการฝึกอบรม เช่น เชอื กทำบกุ เบกิ รอก ไม้ทำสะพาน หอคอย ฯลฯ
การเตรยี มรายการอาหาร
แตล่ ะหมู่จะต้องเตรยี มรายการอาหารลว่ งหนา้ คือ จะต้องรับประทานอาหารเช้า
กลางวัน เย็น จำนวนก่ีม้ือซึ่งเรื่องน้ีลกู เสือควรจะฝกึ การหุงขา้ ว ฝกึ การประกอบอาหารกอ่ นไปอยู่
ค่ายพักแรม อาหารที่รับประทานควรเปน็ อาหารที่ปรงุ ง่าย ๆ แบบชาวบ้านชาวปา่ และต้องถกู หลัก
โภชนาการตามสมควร สำหรับอาหารสด อาหารแหง้ ท่ีจะทำไป ควรมีนำ้ หกั เบา กนิ เน้ือท่ีน้อย
การเดนิ ทางไกล
คำแนะนำในการเดินทางไกล (ขั้นเตรยี มตัว)
1. ไปเมอื่ ไร
- การเดินทางไกลของลกู เสือควรไปในวันเสาร์ - อาทิตย์ หรือวันหยดุ โรงเรยี น
2. ไปทำอะไร
- ไปเพ่ือเรยี นวิชาลูกเสือให้สมบรู ณข์ น้ึ จากการเรียนรู้ทฤษฎแี ล้ว เช่น การสำรวจทำแผนท่ี
ก่อกองไฟ และการบนั ทกึ การเดินทาง ฯลฯ
3. ไปทห่ี น
- ไปตามเสน้ ทางและสถานท่ีที่ตกลงรว่ มกนั กับผู้กำกับ ท่ีทีไ่ ปควรจะเป็นสถานทท่ี มี่ ี
ธรรมชาติสวยงาม หรอื ร่มร่ืนนา่ พกั อาศัย เมื่อถงึ จดุ หมายปลายทางแล้ว สามารถประกอบ
กิจกรรมตา่ ง ๆ ตามโปรแกรมได้
4. ไปอยา่ งไร
- การไปตอ้ งมีการวางแผนลว่ งหนา้ และตระเตรียมสิ่งของให้พอเพียงต่อการพักแรม
เชน่ การติดต่อขออนุญาตสถานที่ ไปพรอ้ มกับแจง้ ให้ผ้ปู กครองทราบ
35
หลักการเขยี นรายงาน
1. รายงานควรต้ังต้นดว้ ยสถานที่รายงาน วนั เดือน ปี จากไหน ถึงไหน ระยะทางเทา่ ไร
วนั เดือน ปี รายการ ระยะทาง หมายเหตุ
กลับ 10 กม.
25 ม.ค. 2549 ใหบ้ นั ทกึ จากจุดเรม่ิ ตน้ ถงึ
26 09.00 – 12.00 น. จุดปลายทาง
2. มีแผนที่สงั เขปประกอบการรายงานตวั
3. บอกการประกอบอาหารเองอย่างนอ้ ย 2 มื้อ คือ หุงขา้ วและทำกับขา้ ว (ไม่ใช่อาหาร
กระป๋อง) ช้แี จงว่าใชเ้ ครอ่ื งปรงุ อะไรบ้าง
4. ใช้ภาษารดั กมุ งา่ ย ๆ สัน้ ๆ ใหไ้ ด้ใจความ
5. ตอ้ งลงชอ่ื บอกหมู่ กอง และใหน้ ายหม่ลู งนามกำกับด้วย
6. ส่งรายงานทันทเี ม่ือเสร็จสนิ้ กิจกรรม
36
แผนการจัดกจิ กรรมลูกเสือสามัญ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
แผนการจัดท่ี 11 เร่อื ง การผจญภยั (ตอ่ ) จำนวน 1 ช่ัวโมง
จดุ ประสงค์ สำรวจตำบลหรือหมูบ่ ้านในท้องถิ่น เมอื่ กลบั มาแลว้ รายงานด้วยวาจาได้
เนอ้ื หา เขา้ ร่วมกบั ลกู เสืออีกคนหนง่ึ จากกองลูกเสอื ของตนหรอื กองลกู เสือในทอ้ งถิ่น เพอ่ื สำรวจ
ตำบล หรือหมบู่ า้ นในท้องถิ่น เม่ือกลับมาแลว้ ให้รายงานดว้ ยวาจาว่าได้ทำอะไร เห็นอะไร พบกบั
ใคร และมอี ะไรบา้ งที่ได้เรยี นรเู้ กีย่ วกบั ชีวิตในท้องถิน่
กิจกรรมการเรยี นการสอน 10 นาที
1. พธิ เี ปิด ( ธงขึน้ สวดมนต์ สงบนง่ิ ตรวจ แยก ) 5 นาที
2. เพลง “ ยามค่ำ ”
3. สอนตามเนอื้ หา 30 นาที
3.1 ผู้กำกบั สนทนาถึงปฏบิ ตั กิ ิจกรรมการเดินทางสำรวจตำบล หรอื หมู่บา้ นในท้องถ่ิน
3.2 แจกใบงานใหล้ กู เสือปฏิบตั ติ ามคำส่ัง
3.3 รายงานผลการเดินทางสำรวจ
4. เล่าเรื่องส้ันที่เปน็ คติ 5 นาที
5. พธิ ีปดิ ( นัดหมาย ตรวจเคร่ืองแตง่ กาย ธงลง เลกิ ) 10 นาที
สือ่ การเรียนการสอน 1. ใบงาน
2. อปุ กรณก์ ารเดินทางสำรวจ
3. แผนภมู เิ พลง
การวดั ผลและประเมินผล 1. การสังเกต
2. รายงานผลการเดินทางสำรวจ
บันทกึ หลังการสอน…………………….…………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
แผนการจัดกิจกรรมลกู เสือสามัญ 37
แผนการจัดท่ี 12 เร่อื ง การเดินทางไปยงั สถานที่ต่างๆ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
จำนวน 1 ชว่ั โมง
จุดประสงค์ 1. ผกู เชอื กพนั หลักได้
2. ไต่เชือกได้ถูกวิธกี าร
เนื้อหา 1. การผูกเชือกพนั หลัก
2. การไตเ่ ชือก
กิจกรรมการเรียนการสอน
1. พธิ เี ปิด ( ธงขนึ้ สวดมนต์ สงบน่ิง ตรวจ แยก ) 10 นาที
2. เพลง “ มารว่ มใจ ” 5 นาที
3.สอนตามเนอื้ หา 30 นาที
3.1 ผูก้ ำกับสนทนาถงึ การปฏิบตั ิกจิ กรรม
- การผกู เชือกพันหลัก
- การไตเ่ ชือก
3.2 ให้ลกู เสือปฏบิ ัตกิ ิจกรรมดังกล่าวตามลำดับ
3.3 ผู้กำกบั และลกู เสอื ร่วมกันสรปุ ผลการปฏิบัติ
4. เล่าเร่ืองสัน้ ทเ่ี ป็นคติ…………………………………………..…………… 5 นาที
5. พิธปี ิด ( นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแต่งกาย ธงลง เลกิ )……..………………10 นาที
สอ่ื การเรียนการสอน 1. เชือกขนาด 3”
2. กระสอบ
การวัดผลและประเมนิ ผล 1. การสังเกต
2. ความสำเร็จ
บนั ทึกหลังการสอน…………………….……………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะของผ้บู ริหารสถานศึกษา………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
38
การผูกเชอื กพันหลักและการไตเ่ ชือก
การผกู เชือกพันหลกั และการไต่เชือก ถือวา่ เป็นการผจญภยั อยา่ งหน่ึงที่ให้ความ
ต่ืนเต้นช่วยเสริมสรา้ งทกั ษะ และยงั ช่วยเพ่มิ พูนประสบการณ์ให้ลกู เสือเป็นอย่างดี แต่ก่อนที่เรา
จะปฏบิ ตั ิกิจกรรมน้ี ควรจะไดเ้ รยี นร้เู กย่ี วกบั วิธีการผูกเชือกพนั หลกั และการไตเ่ ชือกใหเ้ ข้าใจอย่าง
ดเี สยี ก่อน เพ่ือนำไปใชเ้ ปน็ หลักปฏิบัติไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
1. การผูกเชอื กพนั หลกั
การผกู เชือกพนั หลัก เพือ่ จะนำไปใช้ในการผจญภัยด้วยการไตเ่ ชือก ซึง่ ลูกเสือควรไต่
ขา้ มเสน้ เชือกได้อย่างน้อย 9 เมตร ไดอ้ ยา่ งปลอดภยั การผูกเชือกพันหลักมีหลักการปฏิบัติดงั นี้
1.1 ตอ้ งมีความเข้าใจในระบบการผกู เชอื กพันหลกั ให้แนน่ โดยใช้เงอ่ื นผกู แน่นต่าง ๆ
ทล่ี กู เสือได้เคยเรยี นมาแล้ว
1.2 ควรใช้เชือกป่านมนลิ าที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่นอ้ ยกว่า 2 นิ้ว ในปจั จบุ ันจะ
ใช้เชือกไยสังเคราะห์(ชาวบ้านเรียกว่าเชือกใยยกั ษ์) โดยเมอื่ ลกู เสอื นำมาผกู แล้วจะ
ให้ความม่ันคงแขง็ แรง และจับยึดไดถ้ นดั มือ ซง่ึ จะทำให้เราสามารถไตข่ ้ามเชือกได้
อยา่ งปลอดภยั
1.3 เลือกหลกั ท่ีผูกยึดให้มั่นคงและแข็งแรง เช่น ผูกขึงระหว่างต้นไมท้ ี่แข็งแรง 2 ต้น
เป็นต้น
1.4 ควรผูกเชือกให้ตึงและมีระดับความลาดเอยี งพอสมควร เพือ่ ลูกเสือจะไดไ้ ตล่ งตาม
เสน้ เชือกจากท่ีสงู ไปสูท่ ่ตี ำ่ กวา่ ซงึ่ อยู่อีกข้างหนึ่งได้โดยสะดวก
2. การไต่เชือก
การไตเ่ ชือกเปน็ กิจกรรมหน่งึ ท่ีวงการลกู เสือนิยมปฏิบัตกิ ัน เพราะเปน็ การผจญภยั ท่ี
ช่วยใหอ้ วยั วะของรา่ งกายทำงานสัมพันธ์กนั ด้วยการท่ีเราจะต้องพยายามถ่วงดลุ นำ้ หนักของ
รา่ งกายใหส้ ามารถทรงตัวอยู่บนเสน้ เชือกได้ โดยไม่ให้พลาดตกลงมาและการไตเ่ ชือกนี้ยงั เป็น
กจิ กรรมสร้างความสนุกสนาน ความตืน่ เต้น นอกจากน้ียังชว่ ยเสรมิ สร้างประสบการณใ์ ห้กับ
ลูกเสืออีกด้วย
ถงึ แม้นวา่ เราจะผูกเชอื กพนั หลกั ไดอ้ ย่างมัน่ คงและแข็งแรงแล้วลูกเสอื ยังจะต้องรจู้ ักกับ
วธิ ๊การไตเ่ ชือกทีถ่ ูกตอ้ ง เพราะจะชว่ ยให้เราไตเ่ สน้ เชอื กไดอ้ ย่างคล่องแคล่วและไม่ทำใหห้ ลุด
หรอื ตกจากเส้นเชือก จะช่วยให้ปลอดภยั มากขึน้
39
วิธีไต่เชอื ก
การไตเ่ ชือกนยิ มใช้ปฏิบัติกันโดยทัว่ ไปมี 2 วิธี ดังนี้ คือ
วิธีท่ี 1 ไตใ่ ต้เส้นเชอื ก
ลกู เสอื สามารถปฏบิ ตั ิตามขั้นตอนดังนี้
ขนั้ ตอนที่ 1 ให้ลกู เสอื หันหลังให้กบั ปลายเชอื กดา้ นท่เี ราจะขา้ มไป จากน้นั ให้จบั
เสน้ เชือกด้วยมือทั้งสองขา้ งให้แนน่ แล้วใชก้ ำลงั มอื และกำลงั แขนดงึ ตัวขึ้นไปให้อยใู่ นแนวดงึ กับ
เสน้ เชือกกอ่ น
ขน้ั ตอนที่ 2 โน้มลำตวั ให้ข้ึนไปในแนวขนานกับเส้นเชือกพร้อมกับใช้เท้าทงั้ สอง
ขา้ งเก่ยี วเส้นเชือก แล้วจึงไขวเ้ ทา้ ท้ังสองเขา้ ดว้ ยกนั และพยายามอย่าใหเ้ ท้าหยุดจากกัน เพ่ือเปน็
การยึดเสน้ เชือกไวไ้ ม่ให้ตวั เราหลุดตกจากเสน้ เชือกอกี ท้ังยังชว่ ยในการทรงตัวให้สมดลุ ดังในภาพ
ข้นั ตอนท่ี 3 ไต่บนเสน้ เชือกโดยค่อย ๆ สาวมอื ไปจับเส้นเชือก แล้วใช้กำลังมือและ
กำลังแขนดงึ นำ้ หนักตวั ใหเ้ คล่ือนทไี่ ปข้างหน้าเรื่อย ๆ
ขนั้ ตอนที่ 4 เมื่อไต่ถงึ ฝัง่ ตรงกันขา้ มแล้ว ให้ใชเ้ ท้าทง้ั สองขา้ งเก่ยี วกับเส้นเชือกเอาไว้
แล้วค่อย ๆ พลกิ ลำตวั ให้ลงมาอยูใ่ ตเ้ สน้ เชือก จากนั้นค่อย ๆ ปลอ่ ยเทา้ ทีละขา้ งลงมาพร้อมกบั
หยอ่ นตัวลงมาส่พู ื้นดนิ ซงึ่ จะทำให้เราไต่เชือกถงึ ยงั จดุ มงุ่ หมายไดอ้ ย่างปลอดภัย
40
วิธที ี่ 2 ไตบ่ นเส้นเชอื ก
ลูกเสือสามารถปฏบิ ตั ติ ามขัน้ ตอนดังน้ี
ขน้ั ตอนที่ 1 ให้หันหน้าไปยงั ฝั่งตรงขา้ มท่ีเราจะไต่ไป แลว้ คอ่ ย ๆ โน้มตวั ขึน้ ไป
คร่อมอยู่บนเสน้ เชอื ก พร้อมกับใชม้ ือยึดจบั เส้นเชือกไว้
ข้นั ตอนที่ 2 ค่อย ๆ เอนตวั ให้นอนราบไปทับบนเส้นเชือกแลว้ ยกเท้าขา้ งใดข้างหน่งึ
มาพาดเก่ยี วกบั เส้นเชือกเอาไว้ สว่ นขาอกี ขา้ งหน่งึ ใหเ้ หยียดและปล่อยใหห้ ้อยลงมา เพือ่ ถว่ ง
นำ้ หนักให้สมดุลและทำให้เราสามารถทรงตวั อยู่บนเส้นเชือกได้ (ดงั ภาพ)
ขัน้ ตอนที่ 3 ไต่บนเส้นเชือกให้เคลือ่ นทล่ี งตามเส้นเชือก จากทสี่ ูงไปสทู่ ต่ี ำ่ กว่า ซ่ึง
อยอู่ กี ข้างหนง่ึ โดยใช้มอื ทยี่ ึดจบั เส้นเชือกไต่ให้แน่น แลว้ ดงึ ดว้ ยกำลังมอื และแขน พรอ้ ม ๆ
กบั พยายามดนั สว่ นลำตัวใหเ้ คลือ่ นท่ไี ปขา้ งหนา้ เรื่อย ๆ จนกระท่งั ถงึ ยงั ฝัง่ ตรงกันข้ามอยา่ ง
ปลอดภัย
41
แผนการจดั กิจกรรมลกู เสอื สามัญ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6
แผนการจัดที่ 13 เรอ่ื ง วชิ าการลกู เสอื จำนวน 1 ชว่ั โมง
จดุ ประสงค์ ทำโครงการบุกเบกิ 1 โครงการ โดยการผูกเง่อื นได้อยา่ งนอ้ ย 2 วธิ ี หรือใช้รอก
ประกอบเชือกได้
เนือ้ หา 1. การบกุ เบิก
2. อปุ กรณ์ทีใ่ ช้ในการบุกเบกิ
กจิ กรรมการเรียนการสอน 10 นาที
1. พิธีเปิด ( ธงขน้ึ สวดมนต์ สงบนิ่ง ตรวจ แยก )
2. เพลง “ ในหม่ลู ูกเสอื ” 5 นาที
3.สอนตามเนอ้ื หา 30 นาที
3.1 ผกู้ ำกบั อธิบายประเภทของเง่ือนและอุปกรณท์ ใี่ ชใ้ นการบุกเบกิ
3.2 ลูกเสอื ฝกึ ทักษะการผกู เงือ่ น
3.3 ผ้กู ำกบั ใหล้ กู เสือดโู มเดล งานบุกเบกิ และรว่ มกันอภปิ รายเกี่ยวกับวธิ ีการผกู เง่ือน
ทใี่ ช้ เชือกใช้ขนาด จำนวนของอปุ กรณ์และโครงร่าง
3.4 ผูก้ ำกบั มอบงานบกุ เบกิ ใหล้ ูกเสอื 1 โครงการ เป็นงานกลมุ่ จดั ทำโมเดล
4. เล่าเรื่องสั้นทีเ่ ปน็ คติ 5 นาที
5. พิธีปดิ ( นดั หมาย ตรวจเครื่องแต่งกาย ธงลง เลิก ) 10 นาที
สอ่ื การเรียนการสอน ห่นุ จำลองหรือภาพงานบุกเบิกครบจำนวนหมู่
อปุ กรณ์ 1. ไมข้ นาด 8” x 12” ( จำนวนแผน่ ครบหมู่ )
2. เชือกขนาดเลก็ (ด้าย 80 %)
3. ไม้ไผ่หรอื ไม้จริง
4. กาว
5. ลวดขนาดเลก็
ผู้กำกบั ตอ้ งจัดอุปกรณ์เปน็ ชุด ๆ แยกตามประเภทของงานบกุ เบกิ ใหค้ รบหมู่
การวัดผลและประเมนิ ผล 1. ตรวจผลงาน
2. ดูความรว่ มมือ
3. ระบบหมู่
4. ความสำเรจ็ ของงาน
บนั ทึกหลงั การสอน…………………….…………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………….…
ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศกึ ษา…………………………………………………………….…