The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานโครงการกิจกรรม 5ส ประจำปีการศึกษา 2562

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jukrinkeng01, 2022-03-03 02:56:45

โครงการกิจกรรม 5ส ประจำปีการศึกษา 2562_clone

รายงานโครงการกิจกรรม 5ส ประจำปีการศึกษา 2562

รายงานผลการดาเนินงาน

โครงการกจิ กรรม 5ส

(Big Cleaning Day)
ประจาปกี ารศกึ ษา 2562

งานอาคารสถานท่ี
ฝา่ ยพัฒนากจิ การนักเรียน นกั ศึกษา

วทิ ยาลยั เทคนคิ ขอนแกน่
อาชีวศกึ ษาจังหวัดขอนแก่น
สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

บทสรุปผบู้ ริหาร

1. รายละเอียดเก่ียวกับโครงการ
1.1 ช่ือโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day) ประจาปกี ารศึกษา 2562
1.2 ชื่อคณะผูด้ าเนินโครงการ
นายนิรันดร์ คาเรืองศรี หัวหนา้ งานอาคารสถานที่
ฝา่ ยพัฒนากจิ การนักเรียน นักศึกษา
1.3 งบประมาณและระยะเวลาในการดาเนินโครงการ
ได้รบั งบประมาณ ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 งบประมาณทไี่ ด้รับ 30,000 บาท
ระยะเวลาการดาเนินโครงการ 1 ตุลาคม 2561 – 30 กนั ยายน 2562

2. สรุปโครงการ
การสรุปรายงานโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day) ประจาปีการศึกษา 2562 ครั้งน้ีมี

วัตถุประสงค์ 1) เพ่ือเป็นการปลูกฝังให้บุคลากรภายในสถานศึกษานักเรียน และนักศึกษา มีระเบียบวินัยมี
จิตสานึกที่ดีต่อการรักษาความสะอาด 2) เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรภายในสถานศึกษา นักเรียน และนักศึกษา
เกิดการเรียนรู้ของการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข 3) เพ่ือสร้างบรรยากาศท่ีดีภายในสถานศึกษา ซ่ึงจะ
ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ และการทางานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งข้ึน กลุ่มเป้าหมายโครงการ จานวน 5,357
คน บุคลากรทางการศึกษา จานวน 246 คน นักเรียนนักศึกษา จานวน 5,106 คน กลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการ
ตอบแบบสอบถาม จานวน 540 คน บุคลากรทางการศกึ ษา จานวน 30 คน นกั เรยี น นกั ศึกษา จานวน 510
คน เคร่ืองมือท่ีใช้ในการศึกษาเป็นแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สาเร็จรูป สถิติท่ี
ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมลู ได้แก่ ความถ่ี รอ้ ยละ ค่าเฉลีย่

สรุปผล
ผลการดาเนินโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day) ประจาปีการศึกษา 2562 จานวนกลุ่ม
ตัวอย่างท่ีเข้าร่วมกิจกรรมและสุ่มตอบแบบสอบถาม จานวน 540 คน ประกอบด้วย ชาย มีจานวน 460
คน คิดเป็นร้อยละ 85.19 หญิง มีจานวน 80 คน คิดเป็นร้อยละ 14.81 จานวนกลุ่มตัวอย่างที่เข้ารว่ ม
กิจกรรมและสุ่มตอบแบบสอบถาม พบว่า มีคิดเห็นเกี่ยวกับการดาเนินการจัดกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยภาพรวมอย่ใู น
ระดบั มาก ที่ค่าเฉล่ยี 4.36 เมือ่ พิจารณาเป็นรายข้อแล้วพบวา่ ขอ้ ที่มีผลการประเมินความพึงพอใจมากที่สุด
เป็นอันดับ 1 คือ ความร่วมมือในการปฏิบัติกิจกรรมของผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีค่าเฉล่ียมากที่สุด คือ 4.78
รองลงมา สามารถนาความรู้ท่ีได้ไปใช้ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันและงานต่าง ๆ ได้ มีค่าเฉล่ียมากที่สุด คือ
4.69 และ สภาพแวดลอ้ มมีความเหมาะสมในการจดั กจิ กรรม มีคา่ เฉลยี่ ต่าท่สี ุด คอื 3.47

คานา

รายงานโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day) ประจาปกี ารศึกษา 2562 นี้ โดยมจี ดุ ประสงค์ 1)
เพ่ือเป็นการปลูกฝังให้บุคลากรภายในสถานศึกษานักเรียน และนักศึกษา มีระเบียบวินัยมีจิตสานึกท่ีดีต่อการ
รกั ษาความสะอาด 2) เพื่อส่งเสริมใหบ้ คุ ลากรภายในสถานศึกษา นักเรยี น และนกั ศึกษาเกดิ การเรยี นรู้ของการ
อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข 3) เพื่อสร้างบรรยากาศท่ีดีภายในสถานศึกษา ซึ่งจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้
และการทางานอย่างมีประสทิ ธิภาพมากยิ่งขน้ึ

ผู้จัดทาได้เลือกโครงการน้ีในการทารายงาน เนื่องมาจากเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และสอดคล้องกับ
แผนการสร้างสมาชิกขององค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทยเป็นคนเก่ง คนดี อย่างมีความสุข
ผู้จัดทาจะต้องขอขอบคุณ ผู้อานวยการ นายสิทธิศักด์ิ ชาปฏิ ที่ให้คาแนะนาในการจัดกิจกรรม ผู้จัดทาหวังว่า
รายงานฉบบั น้ีจะใหค้ วามรู้ และเป็นประโยชน์แก่ผูอ้ ่านทุก ๆ ทา่ น

งานอาคารสถานท่ี
ฝา่ ยพัฒนากจิ การนกั เรียน นักศึกษา

วทิ ยาลยั เทคนิคขอนแกน่ 2562

สารบัญ หนา้

ส่วนที่ 1 ก
บทคดั ย่อ ........................................................................................................................ ข
คานา ........................................................................................................................ ค
สารบัญ ........................................................................................................................
1
ส่วนท่ี 2
บทท่ี 1 บทนา
บทที่ 2 แนวคิดและทฤษฎีทเ่ี กยี่ วข้อง
บทท่ี 3 ขน้ั ตอนการดาเนนิ งาน
บทที่ 4 ผลการวจิ ัยและวเิ คราะหข์ ้อมูล
บทที่ 5 บทสรุปผล และข้อเสนอแนะ

สว่ นที่ 3
ภาคผนวก
เอกสารอ้างองิ PDCA

บทท่ี 1
บทนา

1.1 หลักการและเหตุผล
กิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day) จัดข้ึนเพ่ือเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและให้

หน่วยงานภายในให้มีระบบบริหารและการจัดการที่ดี สามารถพัฒนาประสิทธิภาพการทางาน และกิจกรรม
หน่ึงได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับหน่วยงาน คือ กิจกรรม 5ส ได้แก่ สะสาง
สะดวก สะอาด สุขลักษณะ และสร้างนิสัย เป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาบุคลากร นักเรียนและนักศึกษาให้มี
คุณภาพเป็นการจัดระเบียบและสภาพแวดล้อมที่ดี มีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมเพื่อให้เกิดสภาพการทางาน
การสร้างบรรยากาศการเรยี นการสอนภายในองค์กร มคี วามเปน็ ระเบยี บมีความสะอาดควบคู่กันไปกบั การเพิ่ม
ประสทิ ธิภาพและความปลอดภยั ในการปฏิบัตงิ าน

ในการน้ี งานอาคารสถานท่ี ฝ่ายบริหารทรัพยากร จึงได้จัดทาโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning
Day) ขึ้น โดยมีกิจกรรมทาความสะอาดห้องเรียนและสถานที่ภายในโรงเรียน ให้สะอาด มีความเป็นระเบียบ
เรียบร้อย เพ่ือพัฒนาให้บุคลากรภายในสถานศึกษา นักเรียน และนักศึกษา เกิดจิตสานึกในการรักษาความ
สะอาดของห้องเรยี นและสถานที่อ่ืน ๆ อกี ท้ังยงั เป็นการฝกึ ทักษะการดูแลความสะอาดเรียบร้อยของท่อี ยู่อาศัย
และความรับผดิ ชอบ ความมรี ะเบยี บของการอยูร่ ว่ มกันในสังคม เพ่อื เปน็ ประโยชน์ต่อตวั นกั เรยี นในอนาคต

1.2 วตั ถุประสงค์ของโครงการ
1.2.๑ เพื่อเป็นการปลูกฝังให้บุคลากรภายในสถานศึกษา นักเรียน และนักศึกษา มีระเบียบวินัย

มีจติ สานึกท่ดี ตี อ่ การรักษาความสะอาด
1.2.๒ เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรภายในสถานศึกษา นักเรียน และนักศึกษาเกิดการเรียนรู้ของการอยู่

รว่ มกันในสังคมอยา่ งมีความสุข
1.2.๓ เพื่อสร้างบรรยากาศท่ีดีภายในสถานศึกษา ซ่ึงจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ และการทางานอย่างมี

ประสิทธิภาพมากยง่ิ ข้นึ

1.3 เปา้ หมาย

1.3.1 ด้านเชิงปริมาณ

ผู้บรหิ าร จานวน 5 คน

ครูผู้สอน จานวน 207 คน

บคุ ลากรทางการศกึ ษา จานวน 39 คน

นักเรยี น นักศกึ ษา จานวน 5,106 คน

รวมทงั้ ส้ิน 5,357 คน

1.3.2 ด้านเชิงคุณภาพ (ตามโครงการ)

ผเู้ ขา้ รว่ มโครงการไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 80

ผเู้ ข้าร่วมโครงการมีระดบั ความพึงพอใจไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 80 หรอื อยใู่ นระดบั ดี

1.4 ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั
1.4.๑ บุคลากรภายในสถานศึกษา นักเรียน และนักศึกษา ได้รับการปลูกฝังให้มีระเบียบวินัยมี

จติ สานกึ ทดี่ ีตอ่ การรกั ษาความสะอาด
1.4.๒ เกิดกิจกรรมส่งเสริมให้บุคลากรภายในสถานศึกษา นักเรียน และนักศึกษาเกิดการเรียนรู้ของ

การอย่รู ่วมกนั ในสังคมอย่างมีความสขุ
1.4.๓ เพื่อสร้างบรรยากาศท่ีดีภายในสถานศึกษา ซึ่งจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ และการทางานอย่างมี

ประสิทธภิ าพมากย่งิ ขน้ึ

1.5 ระยะเวลาดาเนินงาน
1 ตลุ าคม 2561 – 30 กันยายน 2562

1.6 ผลทคี่ าดว่าจะได้รบั
1.6.1 สภาพแวดล้อมมสี ภาพน่าอยู่ สะอาด และเป็นระเบยี บมากข้นึ ส่งผลใหเ้ กดิ บรรยากาศที่ดีใน

การเรยี นรู้ เกิดสขุ ภาวะท่ีดดี า้ นความปลอดภยั
1.6.2 บคุ ลากรทางการศึกษา นกั เรยี น นกั ศึกษามีระเบยี บวนิ ัยและจติ สานกึ ที่ดีต่อการรักษาความ

สะอาดมากขนึ้ มีความรบั ผดิ ชอบตอ่ หน้าท่ี เรียนรู้การอยรู่ ่วมกนั ในสังคม

บทที่ 2
แนวความคิดและทฤษฎที เ่ี กีย่ วขอ้ ง

การดาเนินงานตามโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day) ประจาปีการศึกษา 2562 ผู้ดาเนิน
กิจกรรมได้ศึกษาจากแนวความคิดและทฤษฎีที่เก่ียวข้องศึกษา โดยนาข้อมูลจากเอกสารดังรายละเอียดที่จะ
นาเสนอต่อไปน้ี

2.1 แนวคดิ เกยี่ วกับกจิ กรรม 5ส
2.2 ความหมายของกจิ กรรม 5ส
2.3 ผลลัพธ์ที่ได้จากกจิ กรรม 5ส
2.4 ขน้ั ตอนในการดาเนินกิจกรรม 5ส ของหนว่ ยงาน
2.5 เทคนิคและวิธีการในการดาเนินกิจกรรม 5ส

ความพงึ พอใจ

2.1 แนวคดิ เก่ยี วกบั กจิ กรรม 5ส

ความเป็นมาของกิจกรรม 5ส เร่ืองความเป็นระเบียบเรียบร้อย และการทาความสะอาดในสถานท่ี
ทางานถือเป็นความจาเป็น ในประเทศทางตะวันตกทั้งหลาย การจัดระเบียบเรียบร้อย และการทาความ
สะอาดสถานที่ทางานน้ัน ได้ปฏิบัติกันอย่างมีระบบมากกว่าในประเทศญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามการปฏิบัติน้ัน
มีการกาหนดมาตรฐานโดยผู้ชานาญการด้านการทาความสะอาดโดยเฉพาะ มิใช่เป็นกิจกรรมท่ีแต่ละบุคคลคิด
ริเรมิ่ ข้ึน

ในญป่ี ุ่น การจดั ระเบียบเรียบรอ้ ยในสถานท่ีทางานน้ัน ปฏิบตั กิ นั เป็นกจิ วตั ร และถอื เป็นเรอื่ งของ
สามัญสานึก ไม่ได้มีวธิ กี ารที่เปน็ ระบบแต่อยา่ งใด เป็นการมงุ่ เนน้ ในเร่อื งของการสรา้ งนิสยั ในตัวเองเปน็ เวลาชา้
นาน ในตอนเร่ิมแรกนัน้ ปฏิบัติการมากในกลุม่ ช่างฝมี ือ ในยคุ ของการพฒั นาอุตสาหกรรม การปฏิบัตนิ น้ั ม่งุ เนน้
เพ่อื ความปลอดภัยโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมหนกั ต่อมาก็มงุ่ ประเด็นทส่ี ิง่ แวดลอ้ มเป็นสาคัญ และก็มาเน้นการ
จัดระเบยี บเรียบร้อย และความสะอาดในสถานทที่ างานเพื่อยกระดับคุณภาพ ประสิทธิภาพ และการเพิ่ม
ผลผลิต

ปี 1985 การจัดระเบียบเรียบร้อยในสถานท่ีทางานแบบญี่ปุ่นได้ถูกจัดระบบเรียบกว่า 5S มีการ
จดั พมิ พ์หนังสอื 5S เลม่ แรกขึ้นเมือ่ ในตน้ ปี 1986 และเป็นหนงั สือท่ขี ายดีที่สุดเลม่ หน่งึ ไม่เคยมใี ครคิดมาก่อน
ว่าหนังสือที่เป็นเรื่องสามัญสานึกเล่มนี้จะติดอันดับเป็นท่ีนิยมได้ และมีการเขียนหนังสือเรื่อง 5S กับการ
ปรับปรุงงาน การยกระดับคุณภาพ ประสิทธิภาพในโรงงานอีกหลายเล่มโดยสานักพิมพ์ของประเทศทาง
ตะวันตก

สาหรับประเทศไทย บริษัทแรกที่ดาเนินกิจกรรม 5S (โดยเร่ิมใช้ 3S แรก) คือ บริษัทเอ็น เอช เค
สปริง (ประเทศไทย) จากัด ต่อมาก็เป็นบริษัทญ่ีปุ่นหลายบริษัท บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จากัด เป็นบริษัทแห่ง
แรกที่นา5S มาใช้ และได้กาหนดคาภาษาไทยว่า 5ส (สะสาง สะดวก สะอาด สุขลักษณะ และสร้างนสิ ัย) ซึ่งใช้

กนั มาจนทุกวันนี้ แต่กม็ บี างบริษัททีด่ าเนินกจิ กรรม 5ส แตไ่ มเ่ รียก 5ส เชน่ บรษิ ทั บรดิ จส์ โตน จากัด เรียก 4ก
คอื กาจดั กาหนด เก็บกวาด และกฎเกณฑ์ เป็นตน้

สถาบนั เพมิ่ ผลผลติ แหง่ ชาติมีหน้าท่สี ง่ เสรมิ การเพิ่มผลผลิต ไดร้ ณรงคส์ ง่ เสริมใหห้ น่วยงานทัง้ ภาค
ธรุ กิจเอกชน รฐั วิสาหกิจ และราชการ นากจิ กรรม 5ส มาใชใ้ นการพฒั นาบุคลากรและพ้ืนฐานของการเพิ่ม
ประสทิ ธภิ าพ คุณภาพและการเพ่ิมผลผลติ ตงั้ แต่เม่ือยังเป็นหน่วยราชการชือ่ ว่า ศูนยเ์ พ่มิ ผลผลิตแห่งประเทศ
ไทย ไดเ้ ปน็ ทป่ี รกึ ษาชว่ ยสนบั สนนุ สง่ เสริมหลายหนว่ ยงานดาเนินโครงการ อาทิ การปโิ ตรเลยี มแหง่ ประเทศ
ไทย (พ.ศ. 2530 - ปัจจบุ นั ) บรษิ ทั ไทยซีอาร์ที จากดั (พ.ศ.2533) การทา่ อากาศยานแห่งประเทศไทย (พ.ศ.
2530 - ปัจจุบัน) เรมิ่ โครงการจัดทาหนงั สือ โปสเตอร์ วีดิทัศน์ ด้วยความช่วยเหลือจากผู้เชยี่ วชาญจากศนู ย์
เพม่ิ ผลผลติ แหง่ ประเทศญี่ปนุ่ และความร่วมมือของบริษัท เอน็ เอช เค สปริง (ประเทศไทย) จากัด และบรษิ ัท
ปูนซเิ มนตไ์ ทย จากัด การปโิ ตเลย่ี มแหง่ ประเทศไทย และหนว่ ยงานตัวอย่างอ่นื ๆ ทาให้กิจกรรม 5ส
แพรห่ ลายและเหน็ ผลกันอยา่ งชัดเจนต่อการพัฒนาประสิทธิภาพ ความปลอดภยั คณุ ภาพ การลดตน้ ทุน
ตลอดจนทศั นคติท่ดี ีในการทางานของพนักงาน รวมทั้งการสร้างความพึงพอใจและความมัน่ ใจให้กบั ลูกคา้ หรอื
ผู้ใชบ้ ริการและเป็นสาคัญท่จี ะนาไปสู่การใชเ้ ทคโนโลยที ่กี า้ วหน้าอ่นื ๆ ตอ่ ไป ตลอดจนการยกระดับการบรหิ าร
คณุ ภาพสูส่ ากลต่อไป

ปัจจบุ นั 5ส กลายเป็นทน่ี ยิ มกนั อย่างแพร่หลายในญ่ีป่นุ สงิ คโปร์ อินโดนเี ซีย ไทย มีการทาโปสเตอร์
หนงั สอื วดี ิทศั น์ ฯลฯ มากมาย ทง้ั ภาษาองั กฤษ ญป่ี ุ่น ไทย จีน ในยุโรป และสหรฐั อเมรกิ ายอมรบั เอากจิ กรรม
5ส มาใช้และปรับปรุงกจิ กรรมอย่างต่อเน่ือง รวมไวเ้ ปน็ สว่ นหนง่ึ ของเทคนิคการบรหิ ารการจดั การและ
ปรับปรงุ เพม่ิ ผลผลติ

ส่วนประเทศไทยเรา มีหลายหน่วยงานทั้งภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ และราชการ ประสบความสาเร็จใน
การทากิจกรรม 5ส มาใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพ และพัฒนาบุคลากรในหน่วยงาน ตลอดจนเพื่อความ
ปลอดภัยในการทางาน

2.2 ความหมายของกจิ กรรม 5ส

กจิ กรรม 5ส เปน็ กระบวนการหนึ่งท่เี ปน็ ระบบมแี นวปฏบิ ัติ ทเี่ หมาะสมสามารถนามาใช้เพอื่ ปรับปรุง
แกไ้ ขงานและรกั ษาส่ิงแวดลอ้ มในสถานที่ทางานใหด้ ีข้นึ ท้ังในสว่ นงานด้านการผลิต และด้านการบริการซึง่
นามาใช้ในการเพิ่มประสิทธภิ าพการทางานขององคก์ ร ได้อีกทางหนึง่

สะสาง Seiri (เซร)ิ = สะสาง (ทาให้เปน็ ระเบยี บ) คือ การแยกระหวา่ งของท่จี าเป็นต้องใชก้ ับของที่ไม่
จาเปน็ ต้องใช้ขจัดของท่ีไมจ่ าเปน็ ต้องใชท้ ้ิงไป

สะดวก Seiton (เซตง) = สะดวก (วางของในท่ีที่ควรอยู่) คือ การจัดวางของท่ีจาเป็นต้องใช้ให้เป็น
ระเบยี บสามารถหยิบใช้งานได้ทันที

สะอาด Seiso (เซโซ) = สะอาด (ทาความสะอาด) คือการปัดกวาดเช็ดถูสถานที่ สิ่งของ อุปกรณ์
เคร่อื งมอื เครอื่ งจกั ร ใหส้ ะอาดอยูเ่ สมอ

สุขลักษณะ Seiketsu (เซเคทซึ) = สุขลักษณะ (รักษาความสะอาด) คือ การรักษาและปฏิบัติ 3ส
ได้แก่ สะสาง สะดวก และสะอาดใหด้ ีตลอดไป

สร้างนิสัย Shitsuke (ซทึ ซเึ คะ) = สร้างนิสัย (ฝึกใหเ้ ป็นนิสยั ) คือ การรักษาและปฏบิ ัติ 4ส หรือส่งิ ที่
กาหนดไว้แล้วอยา่ งถกู ตอ้ งจนตดิ เป็นนสิ ัย

นักวิชาการหลายทา่ นไดใ้ ห้ความหมายของ 5ส แตกตา่ งกันไป ดังนี้
(พักตร์พร้ิง เกษมพนั ธัย 2548 : 4) 5ส เปน็ กจิ กรรมพืน้ ฐาน เพอ่ื ช่วยใหพ้ นักงานมสี ว่ นร่วมในการจัด
สถานที่ทางานให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และปรับปรุงงานที่ตนทาอยู่ในมีประสิทธิภาพเพ่ิมมากข้ึน ลด
ต้นทุน รวมท้ังความล่าช้าอันส่งผลต่อการทางานลดลง โดยกิจกรรมน้ีต้องการการมีส่วนร่วมของทุกคนท้ังจาก
ผู้บริหารและพนักงาน

เหตุผลท่ีกิจกรรม 5ส ไดร้ บั ความนยิ มอย่างแพรห่ ลาย
5ส เป็นเทคนิคท่ีทุกคนสามารถเข้าใจแนวทางการปฏิบตั ิได้ง่าย อุปกรณ์ที่ใช้มีเพียงเคร่ืองมือทาความ

สะอาด ซ่ึงใช้งบประมาณต่า ผู้ทา 5ส ได้เรียนรู้การทางานเป็นทีมเป็นกิจกรรมท่ีปฏิบัตเิ ป็นกลุ่มพ้ืนท่ี ซึ่งมีส่วน
สนับสนุนเร่ืองการทางานเป็นทีม สมาชิกในพื้นท่ีได้ร่วมกันวางแผนและลงมือปรับปรุงพื้นที่ ปฏิบัติงานของ
ตนเอง และกลุ่มกิจกรรม 5ส ยังช่วยเสริมสร้างทักษะการเป็นผู้นาให้แก่หัวหน้าพื้นที่อีกด้วย เห็นผลที่เป็น
รูปธรรม พื้นท่ีได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้นและมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมีการจัดเก็บส่ิงของเป็น
ระเบยี บมากขึน้ ทาใหไ้ ม่ต้องเสียเวลาค้นหาของหรือเอกสาร การปรบั ปรุงที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งทม่ี องเห็นได้และเป็น
รปู ธรรม ส่งเสรมิ การสรา้ งนิสัย และการมวี ินัยในหนว่ ยงานการปฏิบตั ิกิจกรรม 5ส อยา่ งสม่าเสมอจนกลายเป็น
ส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจาวันจะเสริมสร้างลักษณะนิสัยและความเป็น ระเบียบ วินัยให้แก่ผู้ปฏิบัติกิจกรรม
ส่ิงของในที่ทางานมีความเปน็ ระเบียบเรียบรอ้ ย และจดั เก็บอย่างเป็นระบบ ทาใหก้ ารทางาน มปี ระสิทธิภาพสูง
ย่งิ ขนึ้
ประโยชนข์ อง 5ส

5ส มีคุณค่าในการพัฒนาคนให้ปฏิบัติกิจกรรมจนเกิดเป็นนิสัยที่ดีมีวินัย อันเป็นรากฐานของระบบ
คุณภาพเพราะเปน็ กิจกรรมท่ฝี ึกให้ทุกคนร่วมกนั คิด ร่วมกนั ทาเป็นทมี ค่อยเปน็ ค่อยไปไมย่ ุ่งยาก ไม่รสู้ ึกว่าการ
ปฏิบตั ิงานอย่างมีระเบยี บวนิ ยั เปน็ ภาระเพมิ่ ข้นึ อีกต่อไป ซ่งึ จะเปน็ ประโยชน์ตอ่ องคก์ ารดังตอ่ ไปน้ี

1) ส่งิ แวดล้อมในการทางานดี เป็นการเพ่ิมขวญั กาลงั ใจให้แก่พนักงาน
2) ลดอุบัตเิ หตุในการทางาน
3) ลดความสนิ้ เปลอื งในการจดั ซอื้ วัสดเุ กินความจาเปน็
4) ลดการสูญหายของวัสดุ เคร่อื งมือ และอปุ กรณต์ ่าง ๆ
5) พ้ืนทีก่ ารทางานเพิ่มขึ้นจากการขจดั วัสดุทเ่ี กินความจาเป็นออกไป
6) เพ่มิ ความสะดวกและรวดเร็วในการทางานมากข้นึ
7) สถานท่ีทางานสะอาดเปน็ ระเบียบเรยี บร้อยสรา้ งความประทับใจใหเ้ กดิ ขนึ้ กับลกู ค้า
8) พนักงานมกี ารทางานร่วมกนั เป็นทีมมากขึน้
9) สร้างความร้สู กึ เป็นเจ้าของต่อองคก์ ารของพนักงาน

องค์ประกอบของกจิ กรรม 5ส
ว่าท่ีรอ้ ยตรี ภูจติ สงวนศลิ ป์ ได้อธิบายองคป์ ระกอบของกิจกรรม 5ส มี 5 องค์ประกอบ ดงั นี้
ส สะสาง คือ การแยกของท่ีจาเป็นออกจากของท่ีไม่จาเป็น และขจัดของท่ีไม่จาเป็นออกไป เทคนิค

การปฏบิ ัติ ส สะสาง นัน้ ผปู้ ฏิบัตจิ ะตอ้ งเปน็ ผู้กาหนดว่าสง่ิ ของที่ใชง้ านนั้น ของสง่ิ ใดจาเปน็ และไมจ่ าเป็น โดย
สิ่งของจาเป็นคือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับผลสาเร็จของงาน ส่ิงของที่ไม่จาเป็นคือของท่ีไม่มีผลต่อความสาเร็จของ
งาน ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิงานแบ่งออกเปน็ 3 ประเภท ไดแ้ ก่

1) ของจาเป็นในการทางาน หมายถึง สิ่งของ เอกสาร อุปกรณ์ เครื่องมือ ซ่ึงมีผลต่อผลสาเร็จของ
งานท่ีพนังงานปฏิบัติอยู่ และจาเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงานอยู่ จึงควรเก็บวางของเหล่าน้ีในบริเวณพ้ืนท่ี
ปฏบิ ตั ิงานหรือพน้ื ท่งี า่ ยต่อการหยิบใช้

2) ของไมจ่ าเป็นในการทางาน หมายถึง สิง่ ของทไ่ี ม่มคี วามจาเป็นในการทางานและสามารถสะสาง
ไดท้ ันที เช่น เศษกระดาษ เอกสารทไี่ ม่จาเปน็ ตอ้ งใช้ เป็นตน้

3) ของท่ีต้องรองการตัดสินใจ อาจเป็นสิ่งของ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ ท่ีไม่จาเป็นต้องใช้อีกต่อไป และ
ส่ิงของดังกล่าวเป็นของที่มีค่าสูง พนักงานจึงไม่มีอานาจในการตัดสินใจสะสางของเหล่านั้น จาเป็นต้องให้
ผบู้ รหิ ารเปน็ ผูต้ ดั สินใจในการสะสาง

ส สะดวก คือ การจัดวางหรือจัดเก็บส่งต่าง ๆ ในสถานท่ีทางานอย่างเป็นระบบ เพื่อประสิทธิภาพ
คณุ ภาพ และความปลอดภัยในการทางาน ซ่งึ ส สะดวก ถอื เป็น ส ที่สาคัญขอ้ หน่งึ ในการคปฏิบัติกิจกรรม 5ส
โดยุม่งเน้นส่งเสริมให้เกิดประสิทธิภาพในการทางาน ต้ังแต่การจัดหมวดหมู่ การจัดสิ่งของให้เป็นระเบียบ การ
ประยุกต์ใช้สัญลักษณ์สี การทาป้ายบ่งชี้ การทาสีตีเส้นบริเวณพื้นโรงงานเพื่อแบ่งแยกพื้นท่ี ท้ังในการจัดวาง
ของระหว่างกระบวนการผลิต พ้ืนท่ีจัดวางอุปกรณ์ เคร่ืองจักร เคร่ืองมือ ซ่ึงหลักการทา ส สะดวก ในบริเวณ
พน้ื ทโ่ี รงงาน สามารถแบง่ ออกได้ คอื

1) เครื่องมือท่ีใช้ร่วมกัน มีวางแผนการจัดเก็บเคร่ืองมือให้เป็นหมวดหมู่ กาหนดตาแหน่งท่ีเก็บ
เครือ่ งมือ โดยการใชเ้ ส้น สี ป้ายบง่ ช้ีแสดงพืน้ ท่วี างเคร่ืองมอื

2) เครื่องจักร จัดทามีป้ายเครื่องจักร ส่วนท่ีเคลื่อนท่ี ซึ่งอาจเกิดอันตรยต้องมีอุปกรณ์ ป้องกัน
มีการทาสีเตือนหรือมาตรการใช้งาน มกี ารทาความสะอาดหรือตรวจสอบและดูแลรักษาเบ้ืองตน้ เคร่อื งมือที่ใช้
ปรบั ทั้งเคร่อื งจกั รตอ้ งกาหนดจุดวางในตาแหนง่ ใกลเ้ ครอ่ื งจักรท่สี ะดวกต่อการหยิบใช้ เปน็ ต้น

3) ของระหว่างกระบวนการผลิต กาหนดที่วางให้ชัดเจน อาจเป็นกล่องใส่ช้ินงาน หรือตีเส้น
ขอบเขตการวาง มีป้ายบ่งช้ีบอกบริเวณวาง หรือมีการกาหนดปริมาณมาตรฐานและควบคุมจานวนท่ีสาคัญ
การจัดวางต้อนคานึงถึงหลักความปลอดภัย เช่น มาตรฐานความสูงในการวางซ้อนของ และต้องคานึงถึงหลัก
เขา้ กอ่ น ออกกอ่ น (FIFO – First In First Out)

4) พัสดุคงคลงั จัดป้ายแสดงตาแหนง่ การวางของปา้ ยบ่งชพี้ สั ดุ กาหนดระดับ ตา่ สดุ สูงสดุ ของการ
จัดเก็บใหเ้ ห็นไดง้ ่าย ชดั เจนและต้องคานึงถงึ หลักการ FIFO

ส สะอาด เป็น ส ที่ส่วนใหญ่มักคิดถึงเวลากลา่ วถึง 5ส และทาให้คนส่วนใหญ่เข้าใจผดิ วา่ การทา 5ส
คือ การทาความสะอาด แต่ท่ีถูกต้องแล้ว สะอาดในความหมายของ 5ส ไม่ใช่แค่การปัดกวาด เช็ด ถูก แต่
จะต้องครอบคลุมไปถึงการตรวจสอบด้วย โดยความหมายของ ส สะอาด คือ การทาความสะอาด (ปัด กวาด

เช็ด ถ)ู และตรวจสอบเครือ่ งจักร เครือ่ งมอื อุปกรณ์ รวมทั้งบรเิ วณสถานท่ีทางาน การทาความสะอาดทีน่ าไปสู่
การเพม่ิ ผลผลติ โดยมี 3 ระดบั คือ

1) การทาความสะอาดประจาวัน โดยทาให้การทาความสะอาดเป็นส่วนหนึ่งในหน้าที่ประจาวัน
เป็นการปัดกวาด เช็ด ถู พ้ืนท่ีทั่วไป พ้ืนท่ีการทางาน เครื่องจักร อุปกรณ์ ตู้ชิ้นสินค้า งานระหว่างกระบวนการ
ผลิต เป็นประจาทุกวัน ซึ่งจะทาให้ทุกส่ิงสะอาด ปราศจากฝุ่น น้ามัน รวมถึงการทาความสะอาดใหญ่ประจาปี
การทาเช่นนีจ้ ะช่วยสรา้ งความรสู้ ึกการมสี ่วนรว่ มและความเป็นเจา้ ของใหแ้ ก่พนักงานได้

2) การทาความสะอาดแบบตรวจสอบ เมื่อการทาความสะอาดประจาวันกลายเปน็ เร่ืองปกของการ
ทางานแล้ว ก็สามารถรวมการทาความสะอาดแบบตรวจสอบเข้ากับการทาความสะอาดประจาวัน โดยใช้
ประสาทสมั ผัสทงั้ 5 คอื การมองเห็น การไดย้ นิ การไดก้ ลน่ิ การสมั ผัส และการชมิ

3) การทาความสะอาดแบบบารุงรักษา ระหว่างการทาความสะอาดแบบตรวจสอบ ถ้าพนักงาน
ค้นพบสิ่งผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ว่าจะเกิดจากตัวเครื่องจักร หรือชิ้นงาน และสามารถปรับปรุงหรือปรับแต่ง
แก้ไขได้ ก็นับเป็นส่วนหนึ่งของการทาความสะอาดแบบตรวจสอบ แต่ถ้าพนักงานไม่สามารถแก้ไขเองได้ ก็ต้อง
มีระบบที่ดีในการติดต่อพนักงานซ่อมบารุงมาดาเนินการอย่างรวดเร็ว และพนักงานประจาเครื่องควรมีใบ
ตรวจสอบบนั ทึกประวตั ิการผดิ ปกตแิ ละการซ่อมเพ่ือเปน็ ขอ้ มลู ทช่ี ว่ ยในการวางแผนดแู ลรกั ษาเคร่ืองจักร

ส สขุ ลักษณะ ความหมายของ ส สุขลกั ษณะ อาจแบง่ ออกไดเ้ ปน็ 2 ความหมายหลัก ๆ คอื
1) การรกั ษามาตรฐานการปฏิบตั ิ 3ส แรกที่ดไี ว้ และยกระดับมาตรฐานให้สูงข้ึน ซง่ึ ในความหมาย

น้ี จะก่อให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเน่ืองจะเกิดข้ึนได้จะต้องเร่ิมต้นจากการมีมาตรฐานเพ่ือใช้ในการอ้างอิง
กอ่ น จากนนั้ กพ็ ัฒนาปรับปรุงมาตรฐานให้ดีข้ึนเรื่อย ๆ มาตรฐานที่ว่าน้ีหมายถงึ มาตรฐานการปฏิบัติ 5ส ของ
แต่ละพ้ืนท่ี มาตรฐานดังกบ่าวเป็นส่ิงจาเป็นที่จะต้องมีเพื่อให้การทา 5ส มีแบบแผนที่ชัดเจน การกาหนด
มาตรฐานจะต้องทาให้เหมาะสมกับแต่ละพ้ืนที่ เพราะหากกาหนดมาตรฐานไม่เหมาะสมแล้ว จะทาให้สมาชิก
ในพน้ื ทีเ่ กดิ การตอ่ ตา้ นและไมป่ ฏบิ ตั ติ ามในท่ีทีส่ ดุ

2) การปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทางานให้ดีขึ้น ซึ่งเกิดจากการที่ได้ทา 3ส แรกอย่างต่อเน่ือง
จนทาให้สภาพแวดล้อมในการทางานดีขึ้นตามลาดับ สุขลักษณะจะเกิดข้ึนหรือไม่ เริ่มจากการปรับเปล่ียน
หน่วยงานและพนักงานด้วยการทา สะสาง สะดวก สะอาด หลังจากน้ันจึงตั้งมาตรฐานมั่นใจว่าการปฏิบัติ 3ส
แรก เป็นการปฏบิ ัตสิ ว่ นหนึง่ ของการทางาน ถ้า 3ส แรก ไม่สามารถรกั ษาไว้ได้ สุขลกั ษณะกจ็ ะเกดิ ข้ึนไม่ได้

ส สร้างนิสัย หมายถึง การปฏิบัติตามระเบียบกฎเกณฑ์ของหน่วยงานอยางสม่าเสมอ จนกลายเป็น
การกระทาท่ีเกิดข้ึนเองโดยอัตโนมัติ หรือโดยธรรมชาติ เช่น การไม่ทิ้งส่ิงของต่าง ๆ ลงพ้ืนการเก็บของที่
นาไปใชท้ ่เี ดิมทุกครงั้ โดยไม่มีใครเตือนหรือบอก การเลอ่ื นเก้าอี้เข้าใต้โต๊ะภายหลังเลิกใช้งานแลว้ ส่วนขนั้ ตอน
การดาเนนิ การเพ่อื ใหเ้ กิดการสรา้ งนิสัย คอื

1) ทบทวนและปฏบิ ัติ 4ส แรกอยา่ งต่อเน่อื ง
2) ผูบ้ งั คับบญั ชาต้องปฏบิ ัตเิ ปน็ ตวั อย่างทด่ี ี
3) คณะกรรมการหรอื ผูบ้ ริหารตรวจเยีย่ มอยา่ งต่อเน่อื ง
4) จัดกิจกรรมสง่ เสริม กระตนุ้ ให้พนักงานปฏิบตั ิตามมาตรฐานอย่างสม่าเสมอ โดยอาจจดั ให้มีการ
ประกวดพ้ืนทแ่ี ละมอบรางวลั เพื่อสรา้ งขวญั กาลังใจใหแ้ ก่ผูร้ ่วมทากิจกรรม

การดาเนินโครงการกจิ กรรม 5ส
สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ (2542 : 61-62) ได้อธิบายขั้นตอนการดาเนินโครงการกิจกรรม 5ส ดังนี้
1) ประกาศนโยบาย
2) ใหก้ ารอบรมแก่บคุ ลากร
3) ประชาสมั พันธ์
4) จดั แบ่งพื้นทีร่ ับผดิ ชอบ
5) การสารวจพน้ื ท่ีเพ่ือกาหนดแผนงานพร้อมท้งั การดาเนนิ งานปรับปรุง
6) ตรวจสอบ ประเมินผลและแก้ไข
7) กาหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงาน
8) ติดตามตรวจสอบภายหลังดาเนินกิจกรรมแก้ไขปรับปรงุ
9) รกั ษาสถานการณ์ดาเนนิ กิจกรรมแก้ไขปรับปรุงอย่างต่อเน่ือง
10) วัดผลและสรุปผลการดาเนินกิจกรรม

ความพงึ พอใจ
ความหมายของความพึงพอใจ
จากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับความพึงพอใจ ได้มีนักการศึกษาหลายท่านได้ให้ความหมายของ

ความพงึ พอใจ เช่น
จิรวรรณ สุทธิเภท (2551, น. 56) ได้ให้ความหมายของความพึงพอใจ คือ ระดับความรู้สึกพอใจ

โดยการได้บรรลุหรือได้ตอบสนองในความต้องการ ความคาดหวัง ความปรารถนา ความอยากของบุคคล
ซ่ึงเป็นผลมาจากความชอบ ความสนใจ มีทัศนคติที่ดีต่อทุกสถานการณ์หรือส่ิงนั้น ๆ และเห็นว่าสิ่งน้ันมี
ประโยชน์และมคี ุณคา่

สรุ างค์ โคว้ ตระกลู (2553, น. 179) ได้ให้ความหมายของความพึงพอใจ คือ องคป์ ระกอบทสี่ าคัญใน
การเรียนรู้ ความสัมฤทธิ์ผลในการเรียนของนักเรียน การเรียนรู้นอกจากจะขึ้นกับความสามารถแล้วยังข้ึนกับ
ความพึงพอใจดว้ ย

Pizam and Calantone อ้างใน เลิศพร ภาระสกุล. (2555) ให้คาจากัดความของคาว่า ความพึง
พอใจ หมายถงึ ผลลัพธท์ ีไ่ ดจ้ ากการเปรียบเทยี บกันระหว่างความคาดหวังต่าง ๆ ทีต่ ้องได้รบั จากประสบการณ์
ท่ไี ด้รับมา ส่งผลออกมาเป็นความรู้สึกของการบรรลคุ วามต้งั ใจ

สมนึก ภัททิยธนี. (2558, น. 22) ได้ให้ความหมายความพึงพอใจ หมายถึง การยินยอมที่จะตอบ
สนองและเต็มใจตอบสนอง ก่อนให้เกิดความพึงพอใจในการได้ตอบสนองขึ้น ด้วยอารมณ์ช่ืนชอบ สนุกสนาน
เชน่ การตอบวา่ “เข้าใจ” ด้วยใบหนา้ ท่ยี ม้ิ แยม้

สรุปได้ว่า ความพึงพอใจ คือ ความรู้สึกของบุคคลท่ีเกิดข้ึนข้างในจิตใจของบุคคลที่มีต่อสิ่ง
ต่าง ๆ ในทางบวก และเป็นความรู้สึกท่ีสามารถเปล่ียนแปลงได้ เม่ือเวลาหรือสถานการณ์เปล่ียนไป ดังน้ัน
ความพงึ พอใจในการเรียนรู้ จึงหมายถงึ ความร้สู กึ พอใจท่ีมตี ่อการไดร้ ่วมปฏิบัติกิจกรรมการเรยี นการสอนจน
บรรลผุ ลหรอื เปา้ หมายในการเรียนรู้

ลกั ษณะความพงึ พอใจ
บญุ ธรรม กิจปรีดาบรสิ ุทธิ์ (2553, น. 191) ได้กลา่ วถงึ ลักษณะความพึงพอใจว่าเปน็ ความรู้สึกที่โดย

ส่วนรวมของคนต่องานของเขา ซึ่งเป็นความตอ้ งการของคนในการทางาน ประกอบดว้ ย ความตอ้ งการภายนอก
และความต้องการภายให้ ดงั นี้

1) ความต้องการภายนอก ได้แก่ รายได้ ความมั่นคง ปลอดภัยในการทางาน สภาพแวดล้อมทาง
กายภาพ ตาแหน่งหนา้ ทก่ี ารไดท้ างานที่ถนดั

2) ความต้องการภายใน ไดแ้ ก่ ความต้องการมสี ว่ นร่วมในหมูค่ ณะ ความตอ้ งการเปน็ ท่ีรักใคร่ของ
เพอื่ นและผรู้ ่วมงาน ความตอ้ งการเป็นทีย่ อมรับนับถอื ของผู้อ่ืน ความตอ้ งการในศักดิศ์ รขี องตนเอง

3) ความพึงพอใจในลักษณะของงาน ได้แก่ งานที่ปฏิบัติถูกอัธยาศัยของผปู้ ฏิบัติงาน มีลักษณะไม่
ซ้าซากจาเจ มีงานลักษณะกา้ วหนา้ งานไม่ยากเกิดนความสามารถของผปู้ ฏิบัติ

ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์ (2553, น. 130) ได้กล่าวถึงจุดมุ่งหมาย แบบวัดความพึงพอใจและผลที่
ไดร้ ับจากความพงึ พอใจในการทางาน ดงั น้ี

1) จดุ มุง่ หมายในการวดั ความพึงพอใจในงานมีดงั นี้
1.1) เพื่อเข้าใจถึงปัจจัยต่าง ๆ ท้ังด้านส่วนบุคคล ด้านงาน ด้านการจัดการที่เก่ียวกับความ

พึงพอใจ และไม่พึงพอใจในการทางาน
1.2) เพ่ือเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างความพึงพอใจในการทางานกับการปฏิบัติงานว่า

อะไรเปน็ สาเหตุให้คนทางานไดด้ ี
1.3) เพื่อเข้าใจถึงงานลักษณะใดท่ีคนพึงพอใจและไม่พอใจ รวมท้ังเกี่ยวกับการจัดการ และ

การบรหิ ารหน่วยงานน้ัน
1.4) เพ่ือเข้าใจถงึ ผลจากการไม่พงึ พอใจงาน เชน่ การขาดงาน ลางาน และการออกจากงาน

รวมท้ังได้ศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษาต่อ การจัดสวัสดิการบริการต่าง ๆ ว่าจะ สามารถสร้างความ
พึงพอใจให้กับการทางานได้อย่างไร

2) แบบวัดความพึงพอใจในการทางาน นักจิตวิทยาได้สร้างแบบวัดความพึงพอใจในการทางาน
ตามนยิ ามที่วัดและตามจุง่ มุ่งหมายของการวัด ดงั น้ี

2.1) การแบง่ แบบวัดเปน็ ลักษณะของความทถี่ าม มี 2 ลกั ษณะ คอื
2.1.1) แบบสารวจปรนัยเป็นแบบวัดท่ีเป็นคาถามและคาตอบที่ให้เลือกตอบ

โดยผตู้ อบตามทตี่ นเองมคี วามคิดเหน็ และความรู้สึกเปน็ ข้อมลู ท่ไี ด้สามารถวเิ คราะหด์ ้วยเชิงปรมิ าณ
2.1.2) แบบสารวจเชิงพรรณนา เป็นแบบสอบถามท่ีผู้ตอบ ตอบด้วยคาพูดและ

ข้อเขยี นของตนเองเป็นแบบสมั ภาษณห์ รอื คาถามปลายเปดิ ใหผ้ ู้ตอบโดยอสิ ระ เป็นข้อมูลท่ไี ด้เชิงคณุ ภาพ
3) ผลท่ีได้รบั ความพึงพอใจในการทางาน จากการศกึ ษาความพงึ พอใจในการทางาน

สรีวาสตรา และคณะ (Srivastra and Others, 1977) ได้รวบรวมผลเก่ียวกับความพึงพอใจถึง
2,000 กวา่ เร่อื ง ได้สรปุ สง่ิ ทพ่ี บจากผลงานวิจยั ความพึงพอใจในการทางาน มี 5 ประการ คอื

1) แรงจงู ใจภายในทีม่ ตี อ่ การปฏิบตั ิงาน มคี วามสมั พนั ธใ์ นทางบวกกับความพึงพอใจในการทางาน
และมีความสัมพนั ธใ์ นทางลบ กับการเปล่ียนงานและการขาดงาน

2) ความอสิ ระของงานมคี วามสัมพนั ธ์ทางบวกกบั ความพึงพอใจในการทางาน
3) รูปแบบของผ้บู ังคบั บัญชาที่เป็นประชาธิปไตย มคี วามสัมพันธ์ทางบวกกับความพงึ พอใจในการ
ทางาน แตอ่ าจจะสัมพนั ธไ์ ด้ ทัง้ ทางบวกและทางลบกบั การปฏิบัติงาน
4) รูปแบบของผู้บังคับบัญชาท่ีสนับสนุนผู้ใต้บังคับบัญชามีความสัมพันธ์ในทางบวกกับความพึง
พอใจในการทางาน
5) บรรยากาศขององค์การซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการสนับสนุน การติดต่อประสานสัมพันธ์กันอย่าง
เปิดเผย การมีอิสระในการทางาน มีความสัมพันธ์ทางบวกกับความพึงพอใจในการทางาน และส่วนมากมี
ความสมั พันธ์ทางบวกกบั การปฏบิ ตั ิงาน
การวัดความพงึ พอใจ
บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์ (2553, น. 181) ในการวัดความพึงพอใจ เราสามารถวัดได้โดยใช้
เครื่องมือที่เรียกว่า แบบวัด คาว่าแบบวัดนี้เป็นคากลาง ใช้แทนความหมายของเครื่องมือรวบรวมข้อมูลทั่วไป
ทั้งแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินค่า แบบทดสอบวัดความรู้ วัดความถนัดและวัดพฤติกรรมดงั นั้น
ในการวัดความพึงพอใจในงานวิจัยนั้นจะสร้างแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ตอบได้โดยอาศัยแนวคิด
ทฤษฎีสนับสนุน แบบวัดความพึงพอใจจึงจะมีคุณภาพ สามารถวัดได้ตรงกับความต้องการของผู้วิจัย การวัด
ความพึงพอใจสามารถกระทาไดห้ ลายวธิ ี
1) การใช้แบบสอบถาม โดยผู้สอบถามจะออกแบบสอบถามเพื่อต้องการสร้างความคิดเห็น
ซึ่งสามารถทาได้ในลักษณะท่ีกาหนดคาตอบให้เลือก หรือคาถามอิสระ คาถามดังกล่าวอาจถามความพึงพอใจ
ในด้านตา่ ง ๆ เช่น การบรหิ าร การควบคุมงานเงื่อนไขต่าง ๆ เป็นตน้
2) การสัมภาษณ์ เป็นวิธีวัดความพึงพอใจทางตรงทางหน่ึง ซึ่งต้องอาศัยเทคนิค และวิธีการที่ดีจึงจะ
ทาให้ไดข้ ้อมลู ทเ่ี ป็นจรงิ ได้
3) การสังเกต เป็นวิธีการวัดความพึงพอใจโดยสังเกตพฤติกรรมของบุคคลเป้าหมาย ไม่ว่าจะ
แสดงออกจากการพูด กิริยา ท่าทาง วิธีนี้จะต้องอาศัยการกระทาอย่างจริงจัง และการสังเกตอย่างมีระเบียบ
แบบแผน
จากที่กล่าวมาข้างต้น ทาให้สามารถสรุปได้ว่า การวัดความพึงพอใจนั้น สามารถวัดได้หลายวิธี เช่น
การสังเกต การสัมภาษณ์ หรือการสอบถาม โดยสร้างแบบวัดความพึงพอใจตามจุดมุ่งหมายของการวัด ซึ่งใน
งานวิจัยครั้งน้ี ได้ดาเนินการวัดความพึงพอใจโดยการใช้แบบสอบถาม โดยแบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ด้าน
เนอ้ื หาสาระการเรยี นรู้ ด้านกจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้ ดา้ นครูผู้สอน ด้านการประเมินผล
ทฤษฎเี ก่ยี วกบั ความพงึ พอใจ
ความพึงพอใจเป็นความรู้สึกท่ีบคุ คลมตี ่อส่ิงที่ได้รับประสบการณ์ และแสดงออกหรือมีพฤตกิ รรม
ตอบสนองในลกั ษณะแตกต่างกันไป ความพงึ พอใจตอ่ สิ่งต่าง ๆ นนั้ จะมมี ากหรอื น้อยข้ึนอยูก่ ับแรงจูงใจ การ
สรา้ งแรงจงู ใจหรอื การกระตุ้นให้เกิดแรงจูงในกบั ผ้ปู ฏบิ ตั ิงานจงึ เป็นสง่ิ จาเปน็ เพ่ือให้งานหรือส่งิ ทท่ี านน้ั ประสบ
ความสาเรจ็ การศกึ ษาเก่ียวกับความพึงพอใจเป็นการศึกษาตามทฤษฎีทางพฤตกิ รรมศาสตร์ ที่เก่ยี วกบั ความ
ต้องการของมนุษย์ มีดงั ต่อไปน้ี

ศุภสิริ โสมาเกตุ (2544, น. 49 อ้างถึง Scott, 1970, น. 24) เสนอแนวคิดในการสร้างแรงจูงใจ
ใหเ้ กดิ ความพงึ พอใจต่อการทางานท่ีจะให้ผลเชิงปฏิบตั ิ มีลักษณะดังนี้

1) งานควรมสี ว่ นสมั พันธก์ ับความปรารถนาส่วนตัว งานจะมคี วามหมายตอ่ ผู้ทา
2) งานนั้นต้องมีการวางแผนและวัดความสาเร็จได้ โดยใช้ระบบการทางาน และการควบคุมที่มี
ประสทิ ธภิ าพ
3) เพอื่ ใหไ้ ด้ผลในการสร้างสิง่ จูงใจภายในเป้าหมายของงาน ตอ้ งมีลักษณะ ดงั นี้

- คนทางานมีสว่ นในการตัง้ เปา้ หมาย
- ผูป้ ฏิบัตไิ ด้รบั ทราบผลสาเรจ็ ในการทางานโดยตรง
- งานนน้ั สามารถทาได้สาเร็จได้
เมื่อนาแนวคิดของสก๊อต มาประยุกต์ให้กับกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อสร้างแรงจูงใจใหเ้ กิดความ
พงึ พอใจต่อกิจกรรมการเรียนการสอนมแี นวทาง ดังนี้
1) ศึกษาความต้องการ ความสนใจของผู้เรียน และระดับความสามารถหรือพัฒนาการตามวัย
ของผู้เรยี น
2) วางแผนการสอนอย่างเป็นกระบวนการและประเมนิ ผลอย่างมีประสิทธภิ าพ
3) จดั กจิ กรรมการเรียนการสอนทใี่ ห้นักเรียนมสี ว่ นร่วมและกาหนดเปา้ หมาย การทางาน สะทอ้ น
ผลงานและการทางานรว่ มกันได้
ทฤษฎีการจงู ใจของนกั การศกึ ษาต่าง ๆ มีดังนี้
1) ทฤษฎีการจูงใจ ERG ของแอลเดอร์เฟอร์ (Alderfer) กล่าวว่า ความต้องการของมนุษย์
แบง่ เป็น 3 กลมุ่ คอื
1.1) ความต้องการเพื่อดารงชีวิต (Existence needs) หรือ E เป็นความต้องการทางร่างกาย
และปัจจัยท่จี าเปน็ สาหรบั การดารงชีวติ
1.2) ความต้องการด้านความสัมพันธ์ (Relatedess needs) หรือ R เป็นความต้องการท่ีจะมี
ความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ๆ เช่น สมาชิกในครอบครัว เพ่ือนฝูงเพ่ือนร่วมงานและคนที่ต้องการจะมี
ความสมั พนั ธ์ดว้ ย
1.3) ความต้องการความเจริญก้าวหน้า (Growth needs) หรือ G เป็นความต้องการที่จะ
พัฒนาตนเองตามศกั ยภาพสงู สดุ
2) ทฤษฎีการจูงใจของ แมคคลีแลนด์ (McCleland) เชื่อว่า ความต้องการเป็นการเรียนรู้จากการ
มีประสบการณ์ และมีอิทธิพลต่อการรับรู้สถานการณ์ และมีอิทธิพลต้องการรับรู้สถานการณ์และแรงจูงใจสู่
เป้าหมาย โดยแบง่ ความตอ้ งการออกเป็น 3 ประเภท ดงั น้ี
2.1) ความต้องการสัมฤทธิ์ผล (Needs for achivement) เป็นพฤติกรรมท่ีจะกระทาการ
ใดๆ ให้เป็นผลสาเรจ็ เป็นแรงขบั ทนี่ ะไปสคู่ วามเปน็ เลิศ
2.2) ความต้องการสัมพันธ์ (Needs for affiliation) เป็นความปรารถนาที่จะสร้างมิตรภาพ
และมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้อนื่

2.3) ความต้องการอานาจ (Needs for power) เป็นความต้องการควบคุมผู้อ่ืนมีอิทธิพลต่อ
ผูอ้ ่นื และตอ้ งการควบคมุ ผ้อู ่ืน

การดาเนนิ กิจกรรมการเรียนการสอน ความพงึ พอใจเป็นส่ิงสาคัญท่จี ะกระตนุ้ ให้ผู้เรียนทางานท่ีได้รับ
มอบหมาย หรือท่ีต้องปฏิบัติให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ ครูผู้สอนจึงต้องคานึงถึงความพอใจในการเรียนรู้
ของผู้เรียน การทาให้ผู้เรียนเกิดความพึงพอใจในการเรียนรู้หรือการปฏิบัติงาน มีแนวคิดพื้นฐานท่ี
ต่างกนั ดงั น้ี (ศุภสริ ิ โสมาเกตุ, 2544, น. 53)

1) ความพงึ พอใจนาไปสกู่ ารปฏิบตั งิ าน การตอบสนองความตอ้ งการของผู้ปฏิบัติงานจนเกดิ ความ
พงึ พอใจ จะทาใหเ้ กิดแรงจูงใจในการเพิม่ ประสทิ ธิภาพการทางานทีส่ ูงกว่า ผ้ทู ีไ่ ม่ได้รบั การตอบสนอง

2) ผลของการปฏิบตั งิ านนาไปสคู่ วามพึงพอใจ ความสัมพันธร์ ะหวา่ งความพึงพอใจ และผล
การปฏบิ ตั งิ านจะถูกเช่ือมโยงดว้ ยปจั จยั อื่น ๆ ผลการปฏบิ ตั งิ านทด่ี จี ะนาไปสู่ผลตอบแทนทีเ่ หมาะสม ซ่ึงใน
ทีส่ ุดจะนาไปสู่การตอบสนองความพึงพอใจ ผลการปฏบิ ตั งิ านย่อมได้รับการตอบสนองในรปู ของรางวัลหรือ
ผลตอบแทน ซึง่ แบ่งออกเป็นผลตอบแทนภายใน (Intrinsic rewards) และผลตอบแทนภายนอก
(Extrinsic rewards)

แนวคิดพ้ืนฐานดังกล่าว เมื่อนามาปรับใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอน ครูผู้สอนจึงต้องมีบทบาท
สาคัญในการจัดการกิจกรรม วิธีการสื่ออุปกรณ์เอื้อต่อการเรียนรู้ เพ่ือตอบสนอง ความพึงพอใจให้ผู้เรียนมี
แรงจงู ในในการเรียน จนบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคใ์ นการเรียนการสอนในแตล่ ะครัง้ โดยให้ผู้เรียนไดร้ บั ผลตอบแทนจา
การเรียนรู้ในแต่ละครั้ง โดยเฉพาะผลตอบแทนภายในหรือรางวัลภายในท่ีเป็นความรู้สึกของ
ผู้เรียน เช่น ความรู้สึกถึงความสาเร็จของตนเม่ือสามารถเอาชนะความยุ่งยากต่าง ๆ ได้ทาให้เกิดความ
ภาคภูมิใจ ความมั่นใจ โดยครูอาจให้ผลตอบแทนภายนอก เช่น คาชมเชย หรือการให้คะแนนผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนในระดับที่น่าพงึ พอใจ

ความพึงพอใจในการเรียนรู้ และผลการเรียนรู้ มีความสัมพันธ์ในทางบวก คือ เม่ือเกิดความพึง
พอใจ จะเกิดผลท่ีดีต่อการเรียนรู้ และผลการเรียนรู้ท่ีดีหรอื ที่น่าพอใจทาให้เกิด ความพึงพอใจ กิจกรรมท่ีจัด
จงึ ควรคานึงถึงองคป์ ระกอบทที่ าให้เกิดแรงจูงใจจนเกดิ ความพึงพอใจในการเรยี นรู้

บทท่ี 3
วิธีดาเนินงาน

การศึกษาผลการดาเนินงานในการจัดกจิ กรรมโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day) ประจาปี
การศกึ ษา 2562 ณ วิทยาลยั เทคนิคขอนแก่น โดยมีวธิ ีดาเนนิ งานตามรายละเอียด ดงั นี้

3.1 วธิ ีดาเนินการโครงการตามสภาพปฏิบัติจรงิ
3.1.1 ข้ันเตรยี มการ
1) จัดทาโครงการ
2) เสนอโครงการ เพอ่ื ขออนุมตั ิ
3) แต่งต้ังคณะกรรมการดาเนนิ งาน
4) ประชุมคณะกรรมการและมอบหมายหนา้ ท่รี บั ผิดชอบ
5) ประชาสมั พนั ธ์โครงการ

3.1.2 ขนั้ ดาเนินการ
1) จดั ทาโครงการ และขออนุมตั โิ ครงการ
๒) จัดทาคาสง่ั มอบหมายงาน
๓) ประชุมคณะกรรมการดาเนนิ โครงการ
๔) จดั ซ้อื จดั จ้าง วสั ดุ อปุ กรณ์ เพ่อื ใชด้ าเนินโครงการ
๕) ดาเนนิ งานตามโครงการ
๖) ประเมนิ ผลโครงการ
๗) สรปุ ผล รายงานผลการปฏบิ ัตงิ าน PDCA

3.1.3 งบประมาณดาเนินการ 0 บาท
1) ค่าตอบแทน 0 บาท
2) คา่ ใช้สอย 30,000 บาท
3) ค่าวัสดุ 30,000 บาท

รวมทั้งส้ิน

3.2 วธิ ีดาเนนิ การประเมนิ โครงการ
3.2.1 กลุม่ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากรที่ใช้ในการประเมินคร้ังน้ี คือ ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิค

ขอนแก่น กลุ่มเป้าหมายโครงการ จานวน 5,357 คน บุคลากรทางการศึกษา จานวน 246 คน นักเรียน
นักศึกษา จานวน 5,106 คน ส่มุ ขอ้ มลู กลุ่มตวั อย่างจานวน 540 คน ชาย มจี านวน 460 คน คิดเป็นร้อยละ
85.19 หญงิ มจี านวน 80 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 14.81

3.2.2 เครอ่ื งมือทใ่ี ชใ้ นการประเมินผล
เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินผลโครงการ คือ แบบสอบถาม ประเมินผลความพึงพอใจในการ
ดาเนินงานตามโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day) ประจาปีการศึกษา 2562 แบ่งออกเป็น 3 ส่วน
คือ
ส่วนท่ี 1 ขอ้ มลู ทว่ั ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม เพศ อายุ การศกึ ษา
ส่วนที่ 2 สอบถามความคิดเหน็ ลกั ษณะคาถามแบบประมาณคา่ ใหค้ ะแนน 5 ระดับ คือ มากทส่ี ุด
มาก ปานกลาง นอ้ ย นอ้ ยทสี่ ดุ ตามลาดับ
ส่วนที่ 3 ความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะอน่ื ๆ เปน็ คาถามปลายเปดิ
3.2.3 การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลและการจัดกระทาขอ้ มูล

3.2.3.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลในการประเมินโครงการจากการตอบแบบสอบถามความ
คิดเห็นจากกลุ่มตวั อยา่ ง

3.2.3.2 การจดั กระทาขอ้ มลู
1) นาแบบสอบถามที่ได้รับคืน มาตรวจสอบความสมบูรณ์และกาหนดคะแนนตาม

นา้ หนกั แตล่ ะขอ้ เพ่อื นาไปวเิ คราะหโ์ ดยวิธีการทางสถติ ิ
2) นาผลการคานวณมาวิเคราะหข์ ้อมลู ตามหวั ข้อของการประเมนิ

3.2.3.3 การแปลความหมายของคะแนนของแบบสอบถามความคิดเห็น ผู้ประเมินกาหนด
เกณฑ์โดยอาศัยค่าเฉลย่ี (Mean) ของคะแนนเปน็ ตัวช้วี ัด นามาแปลความหมายเทยี บกับเกณฑด์ งั นี้

คะแนนเฉลี่ย แปลความหมาย
4.51 - 5.00 ระดบั ความคดิ เห็นอยู่ในระดับมากทส่ี ดุ
3.51 - 4.50 ระดับความคดิ เหน็ อยู่ในระดับมาก
2.51 - 3.50 ระดับความคดิ เห็นอยู่ในระดับปานกลาง
1.51 - 2.50 ระดับความคดิ เหน็ อยู่ในระดับนอ้ ย
1.00 - 1.50 ระดบั ความคดิ เหน็ อยู่ในระดับน้อยที่สุด

3.3 สถิติท่ใี ช้ในการวเิ คราะห์ข้อมูล
แบบประเมนิ ผลตอนท่ี 1 การแจกแจงความถ่แี ละค่าร้อยละ (Percentage) ใชส้ ตู รดงั นี้ (บุญชม ศรี

สะอาด. 2556, น. 122)

P = × 100


เมอ่ื P แทน รอ้ ยละ
f แทน ความถีท่ ตี่ ้องการแปลงใหเ้ ป็นรอ้ ยละ
N แทน จานวนความถ่ที ง้ั หมด

แบบประเมนิ ผลตอนที่ 2 คา่ เฉล่ีย ( ̅) สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน (S.D.)
การหาค่าเฉลีย่ (Arithmetic mean) ใชส้ ตู รดังน้ี (บุญชม ศรสี ะอาด. 2556, น. 123)

̅ = ∑


เมือ่ ̅ แทน ค่าเฉลีย่
แทน ผลรวมของคะแนนท้ังหมดในกลุ่ม

N แทน จานวนคะแนนในกลุ่ม

การหาส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน (Standard deviation) ใช้สตู รดังนี้ (บญุ ชม ศรสี ะอาด. 2556, น. 126)

เมอ่ื ̅ แทน คา่ เฉลี่ย
แทน ผลรวมของคะแนนท้ังหมดในกล่มุ

N แทน จานวนคะแนนในกลุ่ม

แบบประเมนิ ผลตอนที่ 3 เป็นคาถามปลายเปิด นาข้อเสนอแนะท่ีมีข้อความคล้ายกันมาสรุป
ตามลาดบั ความถ่ี

บทที่ 4
ผลการดาเนินงาน

การดาเนินงานตามโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day) ประจาปกี ารศึกษา 2562 มี
ผลการดาเนนิ งานตามรายละเอยี ด ดังนี้

4.1 ผลการดาเนนิ การโครงการ
จากแบบสอบถามความคดิ เห็นเกย่ี วกบั การดาเนินโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day) ประจาปี

การศกึ ษา 2562 สรปุ ไดด้ ังน้ี
4.1.1 การวเิ คราะหข์ ้อมลู
ในการประเมนิ ผลการจดั กิจกรรมโครงการกจิ กรรม 5ส (Big Cleaning Day) ประจาปีการศกึ ษา 2562

ผปู้ ระเมนิ ผลไดน้ าแบบสอบถามทีไ่ ดร้ ับมาแจกแจงความถ่ี หาคา่ เฉลย่ี ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน แลว้ นาเสนอ
ข้อมลู ในรปู ตารางประกอบความเรียง โดยแบง่ ออกเป็น 3 ตอน ดงั นี้

ตอนท่ี 1 สถานภาพทัว่ ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตอนท่ี 2 ความคดิ เหน็ ทีม่ ีต่อการจดั การกิจกรรม
ตอนท่ี 3 ปัญหา อุปสรรคและขอ้ เสนอแนะในการดาเนินการจัดกิจกรรม

4.2 ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล
ตอนที่ 1 สถานภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตารางท่ี 1 ข้อมูลแสดงจานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมกิจกรรม โดยจาแนกตามสถานะผู้ตอบ
แบบสอบถาม

สถานะผตู้ อบแบบสอบถาม จานวน ร้อยละ
ชาย 460 86.79
หญงิ 80 15.09
รวม 540 100

จากตารางที่ 1 จานวนกลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมกิจกรรมและสุ่มตอบแบบสอบถาม จานวน 540 คน
ประกอบด้วย ชาย มีจานวน 460 คน คิดเป็นร้อยละ 85.19 หญิง มีจานวน 80 คน คิดเป็นร้อยละ
14.81

ตอนที่ 2 ความคดิ เหน็ ทมี่ ตี ่อการจดั การกิจกรรม ̅ ระดับความ
ตารางท่ี 2 ความคดิ เหน็ ท่มี ตี ่อการจดั กิจกรรม คดิ เห็น

ลาดบั ขอ้ ความ 3.47 ปานกลาง

1 สภาพแวดลอ้ มมีความเหมาะสมในการจัดกิจกรรม 4.78 มากทีส่ ดุ
2 ความรว่ มมือในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมของผ้เู ขา้ รว่ มกจิ กรรม
3 ได้ใชค้ วามรทู้ ่ีได้เรยี นมาพฒั นาได้อย่างเต็มที่ 4.41 มาก
4 เป็นกิจกรรมทปี่ ลกู ฝงั คา่ นยิ มทดี่ ใี ห้กับนักเรียน นักศึกษา
5 สมาชกิ มคี วามสนใจในการเข้าร่วมกจิ กรรม 4.32 มาก
6 ระยะเวลาในการทากิจกรรมมีความเหมาะสม
7 มกี ารประชาสมั พนั ธ์โครงการอย่างทว่ั ถึง 4.53 มากทส่ี ุด
8 สามารถนาความรู้ท่ไี ด้ไปใช้ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และ
4.27 มาก
งานต่าง ๆ ได้
9 ประโยชนท์ ่ไี ด้รบั จากการทากิจกรรม 4.12 มาก
10 โครงการนเ้ี หมาะสมท่จี ะดาเนินการตอ่ ไปเรอ่ื ย ๆ
4.69 มากทส่ี ดุ
คา่ เฉลย่ี รวม
4.49 มาก
4.56 มากทสี่ ดุ
4.36 มาก

จากตารางที่ 2 จานวนกลุ่มตัวอย่างท่ีเข้าร่วมกิจกรรมและสุ่มตอบแบบสอบถาม พบว่ามีคิดเห็น
เก่ียวกับการดาเนินการจัดกิจกรรมมีค่าเฉล่ียภาพรวมอยู่ในระดับ มาก ที่ค่าเฉลี่ย ̅ 4.36 เม่ือพิจารณา
เป็นรายข้อแล้วพบว่า ความร่วมมือในการปฏิบัติกิจกรรมของผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีค่าเฉล่ียมากท่ีสุด คือ ̅
4.78 รองลงมา สามารถนาความรู้ที่ได้ไปใชป้ ระยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจาวันและงานต่าง ๆ ได้ มคี ่าเฉลยี่ มากที่สุด
คือ ̅ 4.69 และ สภาพแวดลอ้ มมีความเหมาะสมในการจัดกิจกรรม มคี า่ เฉลีย่ ตา่ ทส่ี ุด คือ ̅ 3.47

ตอนที่ 3 ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะอื่น ๆ สรุปความคิดเห็นของผูต้ อบแบบสอบถามการประเมินความพงึ
พอใจทม่ี ตี ่อการจัดโครงการกจิ กรรม 5ส (Big Cleaning Day) ประจาปีการศกึ ษา 2562 มดี งั น้ี

1) ควรมกี ารสนบั สนุนให้จดั กิจกรรมอยา่ งตอ่ เน่ือง เพ่ือความเปน็ ระเบียบเรยี บร้อยและเกิดความ
สามัคคีในองคก์ ร

2) อยากให้มกี ารจัดกิจกรรมรณรงค์ หรอื กิจกรรมใหค้ วามรู้ทเี่ กี่ยวเนอ่ื งกบั กิจกรรม 5ส

บทที่ 5
สรปุ ผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ

วิทยาลัยเทคนิคขอนแก่น ได้ดาเนินงานการจัดทาตามโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day)
ประจาปีการศึกษา 2562 โดยนาเคร่ืองมือแบบสอบถามประเมินผลความพึงพอใจโครงการกิจกรรม 5ส (Big
Cleaning) ประจาปีการศึกษา 2562 ผู้เข้าร่วมโครงการ 5,357 คน ระหว่างวันท่ี 1 ตุลาคม 2561 – 30
กันยายน 2562 ณ วิทยาลัยเทคนิคขอนแก่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑) เพื่อเป็นการปลูกฝังให้บุคลากร
ภายในสถานศึกษา นักเรียน และนักศึกษา มีระเบียบวินัย มีจิตสานึกท่ีดีต่อการรักษาความสะอาด ๒) เพื่อ
ส่งเสริมให้บุคลากรภายในสถานศึกษา นักเรียน และนักศึกษาเกิดการเรียนรู้ของการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมี
ความสุข ๓) เพื่อสร้างบรรยากาศท่ีดีภายในสถานศึกษา ซ่ึงจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ และการทางานอย่างมี
ประสิทธิภาพมากยิ่งข้นึ

ดงั น้ันเพื่อใหท้ ราบถงึ ผลการดาเนินงานและนาผลไปพฒั นางานในโอกาสต่อไป จงึ ได้ทาการประเมนิ ผล
โครงการโดยใชแ้ บบสอบถามความคดิ เหน็ ซึ่งแบง่ ออกเป็น 3 ตอน คอื

ตอนที่ 1 สถานภาพสว่ นตัวของผูต้ อบแบบสอบถามความคดิ เหน็
ผู้เขา้ รว่ มกจิ กรรมโครงการเปน็ ประชากรที่ใช้ในการประเมินครั้งน้ี คือ กลุ่มเปา้ หมายโครงการ จานวน
5,357 คน บุคลากรทางการศึกษา จานวน 246 คน นกั เรียนนักศึกษา จานวน 5,106 คน กลมุ่ ตัวอยา่ งที่ใช้
ในการตอบแบบสอบถาม บุคลากรทางการศึกษา จานวน 30 คน นักเรียน นักศึกษา จานวน 510 คน เป็น
เพศชาย จานวน 460 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 85.19 เป็นเพศหญงิ จานวน 80 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 14.81
ตอนที่ 2 ความคิดเห็นเก่ียวกับการดาเนินโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day) ประจาปี
การศึกษา 2562 สรุปได้ดังนี้ ความคิดเห็นเก่ียวกับการดาเนินโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day)
ประจาปีการศึกษา 2562 พบวา่ ความคิดเหน็ โดยรวมอยใู่ นระดับ มาก มีค่าเฉลี่ย 4.36 เมื่อพิจารณาความ
คิดเห็นรายข้อพบว่าผู้เข้าร่วมโครงการมีระดับความพึงพอใจมากที่สุด คือ ความร่วมมือในการปฏิบัติกิจกรรม
ของผเู้ ขา้ ร่วมกจิ กรรม บคุ ลากรและ นักศึกษา อยู่ในระดบั มากที่สดุ รองลงมา คอื สามารถนาความรทู้ ี่ไดไ้ ปใช้
ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันและงานต่าง ๆ ได้ และสภาพแวดล้อมมีความเหมาะสมในการจัดกิจกรรม เรียง
ตามลาดับ
ตอนที่ 3 ขอ้ คิดเห็นและข้อเสนอแนะอื่น ๆ
1) ควรมกี ารสนับสนนุ ใหจ้ ดั กิจกรรมอย่างตอ่ เน่ือง เพื่อความเปน็ ระเบยี บเรยี บร้อยและเกดิ ความ
สามัคคีในองค์กร
2) อยากให้มีการจดั กจิ กรรมรณรงค์ หรือกจิ กรรมใหค้ วามรู้ทเ่ี กี่ยวเนอ่ื งกบั กิจกรรม 5ส

5.1 สรุปผล
ตอนที่ 1 สถานภาพท่ัวไปของผตู้ อบแบบสอบถาม

จานวนกลุม่ ตวั อยา่ งท่ีเขา้ ร่วมกิจกรรมและสุ่มตอบแบบสอบถาม จานวน 540 คน ประกอบดว้ ย ชาย
มีจานวน 460 คน คดิ เป็นร้อยละ 85.19 หญงิ มีจานวน 80 คน คิดเป็นร้อยละ 14.81

ตอนที่ 2 ข้อมลู ผลการประเมนิ ความคิดเหน็ เกี่ยวกับการดาเนินการจัดกจิ กรรม
ตอนที่ 2.1 ขอ้ มลู ผลการประเมนิ ความคดิ เห็นเก่ยี วกับการดาเนนิ การจดั กิจกรรม
จานวนกลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมกิจกรรมและสุ่มตอบแบบสอบถาม พบว่า มีคิดเห็นเก่ียวกับการ
ดาเนินการจัดกจิ กรรมมีคา่ เฉลย่ี ภาพรวมอยู่ในระดับ มาก ท่คี ่าเฉลย่ี 4.36 เม่ือพิจารณาเปน็ รายข้อแลว้ พบว่า
ความร่วมมือในการปฏิบัติกิจกรรมของผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีค่าเฉล่ียมากที่สุด คือ ̅ 4.78... รองลงมา
สามารถนาความรู้ท่ีได้ไปใช้ประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจาวนั และงานต่าง ๆ ได้ มีคา่ เฉลี่ยมาก คือ ̅ 4.69... และ
สภาพแวดล้อมมคี วามเหมาะสมในการจัดกิจกรรม มคี ่าเฉลีย่ ต่าทีส่ ุด คอื ̅ 3.47.....

ตอนท่ี 2 ข้อมูลผลการประเมินเชงิ ปรมิ าณในการดาเนินการจัดกจิ กรรม
1. ข้อมูลจานวนผ้เู ขา้ ร่วมกิจกรรม
ครู บุคลากรทางการศกึ ษา และนกั เรยี น นกั ศึกษาวิทยาลยั เทคนคิ ขอนแก่น จานวน 5,357

คน คดิ เป็นร้อยละ 100

2. ขอ้ มูลงบประมาณในการจดั ทาโครงการ
1) งบประมาณที่รับการจดั สรร

โครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day) ประจาปีการศึกษา 2562 จานวน 30,000
บาท

2) การใช้งบประมาณคดิ เปน็ ร้อยละ 100 ของงบประมาณทไี่ ดร้ บั จดั สรร

ตอนท่ี 3 ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการดาเนนิ การจดั กิจกรรม
ปัญหา อุปสรรค

- ผู้เข้าร่วมโครงการยังขาดความเขา้ ใจในการนาหลกั การ 5ส มาประยุกต์ใช้เพื่อให้ได้ผล
จริง

- อุปกรณ์ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน

ขอ้ เสนอแนะ

- ควรจดั ให้มีการอบรมให้ความรู้ในการนาหลักการจดั การ 5ส ให้กบั บคุ ลากรทาง
การศกึ ษา และนักเรยี น นกั ศึกษา

- ควรมกี ารจัดสรรอปุ กรณใ์ ห้เพียงพอตอ่ ความตอ้ งการในการใชง้ าน
- มกี ิจกรรมส่งเสริม สรา้ งขวัญและกาลงั ใจให้กบั ผทู้ ส่ี ามารถนากิจกรรม 5ส มา

ประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทที่ 5

สรปุ ผล อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ

จากการวิจัยคร้ังนี้ มีวัตถุประสงค์ เพ่ือศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความสาเร็จในการทากิจกรรม 5 ส ซึ่งใช้
กลุ่มตัวอย่างจานวน 5,375 คน ประจาปีการศึกษา 2562 และเก็บรวบรวมข้อมูลจากวิทยาลัยเทคนิค
ขอนแก่น จากน้นั ได้นาข้อมลู ท่ีไดจ้ ากแบบสอบถามวิเคราะห์ดว้ ยโปรแกรมสาเรจ็ รูปทางสถิติ SPSS ผลการวจิ ยั
สรปุ ได้ดงั น้ี

ด้านการทากิจกรรม 5ส อย่างต่อเน่ือง ครูและนักเรียน นักศึกษามีความคิดเห็นว่าปัจจัยที่มีผลต่อ
ความสาเร็จในการทากิจกรรม 5ส ด้านการทากิจกรรม 5ส อย่างต่อเนื่อง โดยภาพรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง
อาจเป็นเพราะทางผู้บริหารไม่มีนโยบายท่ีชัดเจนในการใหครูและนักเรียน นักศึกษาทากิจกรรม 5ส อย่าง
ต่อเนื่อง ซึ่งสอดคลองกับผลงานวิจัยท่ีเกี่ยวของของ การศึกษาเร่ือง “การประเมินผลการทากิจกรรม 5ส. ใน
การ มีพฤติกรรมการมีสวนร่วมในการดาเนินกิจกรรม 5ส. อยู่ในระดับปานกลาง มี พฤติกรรมการการทา
กิจกรรม 5ส อย่างต่อเนื่องอยู่ในระดับปานกลาง 1.5 ด้านการประเมินผลการทากิจกรรม5ส พนักงานมีความ
คิดเห็นวาปัจจัยท่ีมีผลตอ ความสาเร็จในการทากิจกรรม 5ส ด้านการประเมินผลการทากิจกรรม5ส โดย
ภาพรวมอยู่ในระดับ ปานกลางอาจเป็นเพราะทางผู้บรหิ ารยังมีนโยบายท่ีไมช่ ัดเจนเกย่ี วกับการทากิจกรรม 5ส
รวมทัง้ ครูและนักเรียน นักศึกษายงั ไม่ใหความร่วมมือในการทา

ขอเสนอแนะ

การนาผลการวิจัยไปใชประโยชน ผลการวิจัยในครั้งนี้สามารถนาไปปรับใชกับคณะครู และนักเรียน
นักศึกษา ดานความมุ่งม่ันบริหาร ทางผู้บริหารควรมีการสร้างขวัญและกาลังใจ และความเช่ือม่ันในครูและ
นักเรียน นักศึกษาเมื่อ การทากิจกรรม 5ส บรรลุตามวัตถุประสงคท่ีต้ังไว และด้านการฝกอบรมกิจกรรม 5ส
ทางผู้บริหารควรมีนโยบายที่จะให้นักเรียนนักศึกษา และคณะครูได้ไปศึกษาตามวิทยาลัยอ่ืน ๆ ที่ดาเนินการ
ทากิจกรรม 5ส แล้วประสบความสาเร็จ ด้านการมีสวนร่วมของคณะครู นักเรียน และนักศึกษา ทางผู้บริหาร
ควรมีนโยบายในการวางแผนที่ชัดเจน เก่ียวกับการดาเนินการทา กิจกรรม 5ส พรอมท้ังมีการประชุมหัวหนา
แผนกของแต่ละฝ่ายเพื่อให้คณะบุคลากรทางการศึกษา ครู นักเรียนและนักศึกษาทุกคนได้เขาใจ และปฏิบัติ
ตามนโยบายโดยพร้อมเพรียงกัน


Click to View FlipBook Version