รายงานผลการด าเนินงาน
โครงการกิจกรรม 5ส
(Big Cleaning Day ป้องกันและลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาด
กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019)
ประจ าปีการศึกษา 2563
งานอาคารสถานที่
ฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียน นักศึกษา
วิทยาลัยเทคนิคขอนแก่น
อาชีวศึกษาจังหวัดขอนแก่น
ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
บทสรุปผู้บริหาร
1. รายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ
ั
1.1 ชื่อโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day – ป้องกนและลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดกระจาย
ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) ประจ าปีการศึกษา 2563
1.2 ชื่อคณะผู้ด าเนินโครงการ
นายนิรันดร์ ค าเรืองศรี หัวหน้างานอาคารสถานที่
ฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียน นักศึกษา
1.3 งบประมาณและระยะเวลาในการด าเนินโครงการ
ได้รับงบประมาณ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 งบประมาณที่ได้รับ 52,260 บาท
ระยะเวลาการด าเนินโครงการ 30 ธันวาคม 2563
2. สรุปโครงการ
การสรุปรายงานโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day – ป้องกันและลดความเสี่ยงของการแพร่
ระบาดกระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) ประจ าปีการศึกษา 2563 ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อเป็นการ
ึ
ปลูกฝังให้บุคลากรภายในสถานศึกษานักเรียน และนักศกษา มีระเบียบวินัยมีจิตส านึกที่ดีต่อการรักษาความ
สะอาด 2) เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรภายในสถานศึกษา นักเรียน และนักศึกษาเกิดการเรียนรู้ของการอยู่ร่วมกัน
ในสังคมอย่างมีความสุข 3) เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีภายในสถานศึกษา ซึ่งจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ และการ
ท างานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กลุ่มเป้าหมายโครงการ จ านวน 5,187 คน บุคลากรทางการศกษา
ึ
จ านวน 277 คน นักเรียนนักศึกษา จ านวน 4,936 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการตอบแบบสอบถาม จ านวน
530 คน บุคลากรทางการศึกษา จ านวน 30 คน นักเรียน นักศึกษา จ านวน 500 คน เครื่องมือที่ใช้ใน
การศึกษาเป็นแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ส าเร็จรูป สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์
ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย
สรุปผล
ผลการด าเนินโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day – ป้องกันและลดความเสี่ยงของการแพร่
ระบาดกระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) ประจ าปีการศึกษา 2563 จ านวนกลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมกิจกรรม
และสุ่มตอบแบบสอบถาม จ านวน 530 คน ประกอบด้วย ชาย มีจ านวน 457 คน คิดเป็นร้อยละ 86.23
หญิง มีจ านวน 73 คน คิดเป็นร้อยละ 13.77 จ านวนกลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมกิจกรรมและสุ่มตอบ
แบบสอบถาม พบว่า มีคิดเห็นเกี่ยวกับการด าเนินการจัดกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก ที่
ค่าเฉลี่ย 4.30 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อแล้วพบว่า ข้อที่มีผลการประเมินความพึงพอใจมากที่สุดเป็นอนดับ 1
ั
คือ สามารถน าความรู้ที่ได้ไปใช้ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันและงานต่าง ๆ ได้ มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ 4.85
่
รองลงมา เป็นกิจกรรมที่ปลูกฝังค่านิยมที่ดีให้กับนักเรียน นักศึกษา มีคาเฉลี่ยมากที่สุด คือ 4.82 และ ได้ใช้
ความรู้ที่ได้เรียนมาพัฒนาได้อย่างเต็มที่มีค่าเฉลี่ยต่ าที่สุดคือ 3.43
ค าน า
รายงานโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day – ป้องกันและลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาด
กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) ประจ าปีการศึกษา 2563 นี้ โดยมีจุดประสงค์ 1) เพื่อเป็นการปลูกฝังให้
บุคลากรภายในสถานศึกษานักเรียน และนักศึกษา มีระเบียบวินัยมีจิตส านึกที่ดีต่อการรักษาความสะอาด 2)
เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรภายในสถานศึกษา นักเรียน และนักศึกษาเกิดการเรียนรู้ของการอยู่ร่วมกันในสังคม
อย่างมีความสุข 3) เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีภายในสถานศึกษา ซึ่งจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ และการท างานอย่าง
มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ผู้จัดท าได้เลือกโครงการนี้ในการท ารายงานเนื่องมาจากเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และสอดคล้องกับแผนการ
สร้างสมาชิกขององค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทยเป็นคนเก่ง คนดี อย่างมีความสุข ผู้จัดท าจะต้อง
ขอขอบคุณ ผู้อ านวยการ นายสิทธิศักดิ์ ช าปฏิ ที่ให้คาแนะน าในการจัดกิจกรรม ผู้จัดท าหวังว่ารายงานฉบับนี้จะ
ให้ความรู้ และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุก ๆ ท่าน
งานอาคารสถานที่
ฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียน นักศึกษา
วิทยาลัยเทคนิคขอนแก่น 256๓
สารบัญ
หน้า
ส่วนที่ 1
บทคัดย่อ ก
ค าน า ข
สารบัญ ค
ส่วนที่ 2
บทที่ 1 บทน า 1
บทที่ 2 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
บทที่ 3 ขั้นตอนการด าเนินงาน
บทที่ 4 ผลการวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล
บทที่ 5 บทสรุปผล และข้อเสนอแนะ
ส่วนที่ 3
ภาคผนวก
เอกสารอ้างอิง PDCA
บทที่ 1
บทน า
1.1 หลักการและเหตุผล
กิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day) จัดขึ้นเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและให้
หน่วยงานภายในให้มีระบบบริหารและการจัดการที่ดี สามารถพัฒนาประสิทธิภาพการท างาน และกิจกรรม
ิ่
หนึ่งได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในการเพมประสิทธิภาพให้กับหน่วยงาน คือ กิจกรรม 5ส ได้แก่ สะสาง
สะดวก สะอาด สุขลักษณะ และสร้างนิสัย เป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาบุคลากร นักเรียนและนักศึกษาให้มี
ื่
คุณภาพเป็นการจัดระเบียบและสภาพแวดล้อมที่ดี มีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมเพอให้เกิดสภาพการท างาน
การสร้างบรรยากาศการเรียนการสอนภายในองค์กร มีความเป็นระเบียบมีความสะอาดควบคู่กันไปกับการเพิ่ม
ประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการปฏิบัติงานอีกทั้งยังเป็นการด าเนินการตามมาตรการป้องกันและเฝ้า
ระวังการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19 ) ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขอย่าง
ึ
เคร่งครัด โดยท าความสะอาดบริเวณภายในสถานศกษา อาคารส านักงานฯ และเน้นบริเวณจุดเสี่ยงจุดสัมผัส
ของบุคคลพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ
ในการนี้ งานอาคารสถานที่ ฝ่ายบริหารทรัพยากร จึงได้จัดท าโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning
Day) ขึ้น โดยมีกิจกรรมท าความสะอาดห้องเรียนและสถานที่ภายในโรงเรียน ให้สะอาด มีความเป็นระเบียบ
ื่
ึ
เรียบร้อย เพอพัฒนาให้บุคลากรภายในสถานศกษา นักเรียน และนักศึกษา เกิดจิตส านึกในการรักษาความ
สะอาดของห้องเรียนและสถานที่อื่น ๆ อกทั้งยังเป็นการฝึกทักษะการดูแลความสะอาดเรียบร้อยของที่อยู่อาศัย
ี
และความรับผิดชอบ ความมีระเบียบของการอยู่ร่วมกันในสังคม เพื่อเป็นประโยชน์ต่อตัวนักเรียนในอนาคต
1.2 วัตถุประสงค์ของโครงการ
ึ
1.2.๑ เพื่อเป็นการปลูกฝังให้บุคลากรภายในสถานศึกษา นักเรียน และนักศกษา มีระเบียบวินัย
มีจิตส านึกที่ดีต่อการรักษาความสะอาด
1.2.๒ เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรภายในสถานศึกษา นักเรียน และนักศึกษาเกิดการเรียนรู้ของการอยู่
ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข
1.2.๓ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีภายในสถานศึกษา ซึ่งจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ และการท างานอย่างมี
ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
1.3 เป้าหมาย
1.3.1 ด้านเชิงปริมาณ
ผู้บริหาร จ านวน 5 คน
ครูผู้สอน จ านวน 209 คน
ึ
บุคลากรทางการศกษา จ านวน 37 คน
ึ
นักเรียน นักศกษา จ านวน 4,936 คน
รวมทั้งสิ้น 5,187 คน
1.3.2 ด้านเชิงคุณภาพ (ตามโครงการ)
ผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
ผู้เข้าร่วมโครงการมีระดับความพึงพอใจไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 หรืออยู่ในระดับดี
1.4 ประโยชน์ที่ได้รับ
1.4.๑ บุคลากรภายในสถานศึกษา นักเรียน และนักศึกษา ได้รับการปลูกฝังให้มีระเบียบวินัยมี
จิตส านึกที่ดีต่อการรักษาความสะอาด
1.4.๒ เกิดกิจกรรมส่งเสริมให้บุคลากรภายในสถานศึกษา นักเรียน และนักศึกษาเกิดการเรียนรู้ของ
การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข
1.4.๓ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีภายในสถานศึกษา ซึ่งจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ และการท างานอย่างมี
ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
1.5 ระยะเวลาด าเนินงาน
30 ธันวาคม 2563
1.6 ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1.6.1 สภาพแวดล้อมมีสภาพน่าอยู่ สะอาด และเป็นระเบียบมากขึ้น ส่งผลให้เกิดบรรยากาศที่ดีใน
การเรียนรู้ เกิดสุขภาวะที่ดีด้านความปลอดภัย
1.6.2 บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศกษามีระเบียบวินัยและจิตส านึกที่ดีต่อการรักษาความ
ึ
สะอาดมากขึ้น มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคม
บทที่ 2
แนวความคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
การด าเนินงานตามโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day – ป้องกันและลดความเสี่ยงของการแพร่
ระบาดกระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) ประจ าปีการศึกษา 2563 ผู้ด าเนินกิจกรรมได้ศึกษาจาก
แนวความคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องศึกษา โดยน าข้อมูลจากเอกสารดังรายละเอียดที่จะน าเสนอต่อไปนี้
2.1 แนวคิดเกี่ยวกับกิจกรรม 5ส
2.2 ความหมายของกิจกรรม 5ส
2.3 ผลลัพธ์ที่ได้จากกิจกรรม 5ส
2.4 ขั้นตอนในการด าเนินกิจกรรม 5ส ของหน่วยงาน
2.5 เทคนิคและวิธีการในการด าเนินกิจกรรม 5ส ความพงพอใจ
ึ
2.1 แนวคิดเกี่ยวกับกิจกรรม 5ส
ความเป็นมาของกิจกรรม 5ส เรื่องความเป็นระเบียบเรียบร้อย และการท าความสะอาดในสถานที่
ท างานถอเป็นความจ าเป็น ในประเทศทางตะวันตกทั้งหลาย การจัดระเบียบเรียบร้อย และการท าความสะอาด
ื
สถานที่ท างานนั้น ได้ปฏิบัติกันอย่างมีระบบมากกว่าในประเทศญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามการปฏิบัตินั้น
มีการก าหนดมาตรฐานโดยผู้ช านาญการด้านการท าความสะอาดโดยเฉพาะ มิใช่เป็นกิจกรรมที่แต่ละบุคคลคิด
ริเริ่มขึ้น
ในญี่ปุ่น การจัดระเบียบเรียบร้อยในสถานที่ท างานนั้น ปฏิบัติกันเป็นกิจวัตร และถอเป็นเรื่องของ
ื
สามัญส านึก ไม่ได้มีวิธีการที่เป็นระบบแต่อย่างใด เป็นการมุ่งเน้นในเรื่องของการสร้างนิสัยในตัวเองเป็นเวลา
ช้านาน ในตอนเริ่มแรกนั้นปฏิบัติการมากในกลุ่มช่างฝีมือ ในยุคของการพัฒนาอุตสาหกรรม การปฏิบัตินั้น
ื่
มุ่งเน้นเพอความปลอดภัยโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมหนัก ต่อมาก็มุ่งประเด็นที่สิ่งแวดล้อมเป็นส าคัญ และก็มา
เน้นการจัดระเบียบเรียบร้อย และความสะอาดในสถานที่ท างานเพอยกระดับคุณภาพ ประสิทธิภาพ และการ
ื่
เพิ่มผลผลิต
ปี 1985 การจัดระเบียบเรียบร้อยในสถานที่ท างานแบบญี่ปุ่นได้ถกจัดระบบเรียบกว่า 5S มีการ
ู
จัดพิมพ์หนังสือ 5S เล่มแรกขึ้นเมื่อในต้นปี 1986 และเป็นหนังสือที่ขายดีที่สุดเล่มหนึ่ง ไม่เคยมีใครคิดมากอน
่
ว่าหนังสือที่เป็นเรื่องสามัญส านึกเล่มนี้จะติดอันดับเป็นที่นิยมได้ และมีการเขียนหนังสือเรื่อง 5S กับการ
ปรับปรุงงาน การยกระดับคุณภาพ ประสิทธิภาพในโรงงานอีกหลายเล่มโดยส านักพิมพ์ของประเทศทาง
ตะวันตก
ส าหรับประเทศไทย บริษัทแรกที่ด าเนินกิจกรรม 5S (โดยเริ่มใช้ 3S แรก) คือ บริษัทเอ็น เอช เค สปริง
(ประเทศไทย) จ ากัด ต่อมากเป็นบริษัทญี่ปุ่นหลายบริษัท บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จ ากัด เป็นบริษัทแห่งแรกที่น า
็
5S มาใช้ และได้ก าหนดค าภาษาไทยว่า 5ส (สะสาง สะดวก สะอาด สุขลักษณะ และสร้างนิสัย) ซึ่งใช้กันมาจน
็
ทุกวันนี้ แต่กมีบางบริษัทที่ด าเนินกิจกรรม 5ส แต่ไม่เรียก 5ส เช่น บริษัทบริดจ์สโตน จ ากัด เรียก 4ก คือ ก าจัด
ก าหนด เก็บกวาด และกฎเกณฑ์ เป็นต้น
สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติมีหน้าที่ส่งเสริมการเพิ่มผลผลิต ได้รณรงค์ส่งเสริมให้หน่วยงานทั้งภาค
ธุรกิจเอกชน รัฐวิสาหกิจ และราชการ น ากิจกรรม 5ส มาใช้ในการพัฒนาบุคลากรและพื้นฐานของการ
เพิ่มประสิทธิภาพ คุณภาพและการเพิ่มผลผลิต ตั้งแต่เมื่อยังเป็นหน่วยราชการชื่อว่า ศูนย์เพิ่มผลผลิตแห่ง
ประเทศไทย ได้เป็นที่ปรึกษาช่วยสนับสนุนส่งเสริมหลายหน่วยงานด าเนินโครงการ อาทิ การปิโตรเลียมแห่ง
ประเทศไทย (พ.ศ. 2530 - ปัจจุบัน) บริษัทไทยซีอาร์ที จ ากัด (พ.ศ.2533) การท่าอากาศยานแห่งประเทศ
ไทย (พ.ศ. 2530 - ปัจจุบัน) เริ่มโครงการจัดท าหนังสือ โปสเตอร์ วีดิทัศน์ ด้วยความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ
ื
จากศูนย์เพิ่มผลผลิตแห่งประเทศญี่ปุ่น และความร่วมมอของบริษัท เอ็น เอช เค สปริง (ประเทศไทย) จ ากัด และ
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จ ากัด การปิโตเลี่ยมแห่งประเทศไทย และหน่วยงานตัวอย่างอื่น ๆ ท าให้กิจกรรม
5ส แพร่หลายและเห็นผลกันอย่างชัดเจนต่อการพัฒนาประสิทธิภาพ ความปลอดภัย คุณภาพ การลดต้นทุน
ตลอดจนทัศนคติที่ดีในการท างานของพนักงาน รวมทั้งการสร้างความพึงพอใจและความมั่นใจให้กับลูกค้า หรือ
ผู้ใช้บริการและเป็นส าคัญที่จะน าไปสู่การใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอื่น ๆ ต่อไป ตลอดจนการยกระดับการบริหาร
คุณภาพสู่สากลต่อไป
ปัจจุบัน 5ส กลายเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในญี่ปุ่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ไทย มีการท าโปสเตอร์
หนังสือ วีดิทัศน์ ฯลฯ มากมาย ทั้งภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น ไทย จีน ในยุโรป และสหรัฐอเมริกายอมรับเอากิจกรรม
5ส มาใช้และปรับปรุงกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง รวมไว้เป็นส่วนหนึ่งของเทคนิคการบริหารการจัดการและปรับปรุง
เพิ่มผลผลิต
ส่วนประเทศไทยเรา มีหลายหน่วยงานทั้งภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ และราชการ ประสบความส าเร็จใน
การท ากิจกรรม 5ส มาใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพ และพัฒนาบุคลากรในหน่วยงาน ตลอดจนเพื่อความ
ปลอดภัยในการท างาน
2.2 ความหมายของกิจกรรม 5ส
กิจกรรม 5ส เป็นกระบวนการหนึ่งที่เป็นระบบมีแนวปฏิบัติ ที่เหมาะสมสามารถน ามาใช้เพื่อปรับปรุง
แก้ไขงานและรักษาสิ่งแวดล้อมในสถานที่ท างานให้ดีขึ้น ทั้งในส่วนงานด้านการผลิต และด้านการบริการ
ิ่
ซึ่งน ามาใช้ในการเพมประสิทธิภาพการท างานขององค์กร ได้อีกทางหนึ่ง
สะสาง Seiri (เซริ) = สะสาง (ท าให้เป็นระเบียบ) คือ การแยกระหว่างของที่จ าเป็นต้องใช้กับของ
ที่ไม่จ าเป็นต้องใช้ขจัดของที่ไม่จ าเป็นต้องใช้ทิ้งไป
สะดวก Seiton (เซตง) = สะดวก (วางของในที่ที่ควรอยู่) คือ การจัดวางของที่จ าเป็นต้องใช้ให้เป็น
ระเบียบสามารถหยิบใช้งานได้ทันที
สะอาด Seiso (เซโซ) = สะอาด (ท าความสะอาด) คือการปัดกวาดเช็ดถูสถานที่ สิ่งของ อุปกรณ์
เครื่องมือเครื่องจักร ให้สะอาดอยู่เสมอ
ึ
สุขลักษณะ Seiketsu (เซเคทซ) = สุขลักษณะ (รักษาความสะอาด) คือ การรักษาและปฏิบัติ 3ส
ได้แก่ สะสาง สะดวก และสะอาดให้ดีตลอดไป
สร้างนิสัย Shitsuke (ซึทซึเคะ) = สร้างนิสัย (ฝึกให้เป็นนิสัย) คือ การรักษาและปฏิบัติ 4ส หรือสิ่งที่
ก าหนดไว้แล้วอย่างถูกต้องจนติดเป็นนิสัย
นักวิชาการหลายท่านได้ให้ความหมายของ 5ส แตกต่างกันไป ดังนี้
(พักตร์พริ้ง เกษมพันธัย 2548 : 4) 5ส เป็นกิจกรรมพื้นฐาน เพื่อช่วยให้พนักงานมีส่วนร่วมในการจัด
สถานที่ท างานให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และปรับปรุงงานที่ตนท าอยู่ในมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ลด
ต้นทุน รวมทั้งความล่าช้าอันส่งผลต่อการท างานลดลง โดยกิจกรรมนี้ต้องการการมีส่วนร่วมของทุกคนทั้งจาก
ผู้บริหารและพนักงาน
เหตุผลที่กิจกรรม 5ส ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
5ส เป็นเทคนิคที่ทุกคนสามารถเข้าใจแนวทางการปฏิบัติได้ง่าย อุปกรณ์ที่ใช้มีเพียงเครื่องมือท าความ
สะอาด ซึ่งใช้งบประมาณต่ า ผู้ท า 5ส ได้เรียนรู้การท างานเป็นทีมเป็นกิจกรรมที่ปฏิบัติเป็นกลุ่มพื้นที่ ซึ่งมีส่วน
ั
สนับสนุนเรื่องการท างานเป็นทีม สมาชิกในพื้นที่ได้ร่วมกนวางแผนและลงมือปรับปรุงพื้นที่ ปฏิบัติงานของ
ตนเอง และกลุ่มกิจกรรม 5ส ยังช่วยเสริมสร้างทักษะการเป็นผู้น าให้แก่หัวหน้าพื้นที่อีกด้วย เห็นผลที่เป็น
รูปธรรม พื้นที่ได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้นและมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมีการจัดเก็บสิ่งของเป็น
ระเบียบมากขึ้น ท าให้ไม่ต้องเสียเวลาค้นหาของหรือเอกสาร การปรับปรุงที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่มองเห็นได้และเป็น
รูปธรรม ส่งเสริมการสร้างนิสัย และการมีวินัยในหน่วยงานการปฏิบัติกิจกรรม 5ส อย่างสม่ าเสมอจนกลายเป็น
ส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจ าวันจะเสริมสร้างลักษณะนิสัยและความเป็น ระเบียบ วินัยให้แก่ผู้ปฏิบัติกิจกรรม
สิ่งของในที่ท างานมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และจัดเก็บอย่างเป็นระบบ ท าให้การท างาน มีประสิทธิภาพสูง
ยิ่งขึ้น
ประโยชน์ของ 5ส
5ส มีคุณค่าในการพัฒนาคนให้ปฏิบัติกิจกรรมจนเกิดเป็นนิสัยที่ดีมีวินัย อันเป็นรากฐานของระบบ
ั
คุณภาพเพราะเป็นกิจกรรมที่ฝึกให้ทุกคนร่วมกันคิด ร่วมกนท าเป็นทีม ค่อยเป็นค่อยไปไม่ยุ่งยาก ไม่รู้สึกว่าการ
ปฏิบัติงานอย่างมีระเบียบวินัยเป็นภาระเพิ่มขึ้นอีกต่อไป ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อองค์การดังต่อไปนี้
ิ่
1) สิ่งแวดล้อมในการท างานดี เป็นการเพมขวัญก าลังใจให้แก่พนักงาน
2) ลดอุบัติเหตุในการท างาน
3) ลดความสิ้นเปลืองในการจัดซื้อวัสดุเกินความจ าเป็น
4) ลดการสูญหายของวัสดุ เครื่องมือ และอุปกรณ์ต่าง ๆ
5) พื้นที่การท างานเพิ่มขึ้นจากการขจัดวัสดุที่เกินความจ าเป็นออกไป
6) เพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการท างานมากขึ้น
7) สถานที่ท างานสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยสร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นกับลูกค้า
8) พนักงานมีการท างานร่วมกันเป็นทีมมากขึ้น
9) สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของต่อองค์การของพนักงาน
องค์ประกอบของกิจกรรม 5ส
ว่าที่ร้อยตรี ภูจิต สงวนศิลป์ ได้อธิบายองค์ประกอบของกิจกรรม 5ส มี 5 องค์ประกอบ ดังนี้
ส สะสาง คือ การแยกของที่จ าเป็นออกจากของที่ไม่จ าเป็น และขจัดของที่ไม่จ าเป็นออกไป เทคนิค
การปฏิบัติ ส สะสาง นั้น ผู้ปฏิบัติจะต้องเป็นผู้ก าหนดว่าสิ่งของที่ใช้งานนั้น ของสิ่งใดจ าเป็นและไม่จ าเป็น โดย
สิ่งของจ าเป็นคือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับผลส าเร็จของงาน สิ่งของที่ไม่จ าเป็นคือของที่ไม่มีผลต่อความส าเร็จของ
งาน ขั้นตอนการปฏิบัติงานแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก ่
1) ของจ าเป็นในการท างาน หมายถึง สิ่งของ เอกสาร อุปกรณ์ เครื่องมือ ซึ่งมีผลต่อผลส าเร็จของ
งานที่พนังงานปฏิบัติอยู่ และจ าเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงานอยู่ จึงควรเก็บวางของเหล่านี้ในบริเวณพื้นที่
ปฏิบัติงานหรือพื้นที่ง่ายต่อการหยิบใช้
2) ของไม่จ าเป็นในการท างาน หมายถึง สิ่งของที่ไม่มีความจ าเป็นในการท างานและสามารถสะสาง
ได้ทันที เช่น เศษกระดาษ เอกสารที่ไม่จ าเป็นต้องใช้ เป็นต้น
3) ของที่ต้องรองการตัดสินใจ อาจเป็นสิ่งของ อุปกรณ์ เครื่องมือ ที่ไม่จ าเป็นต้องใช้อีกต่อไป และ
สิ่งของดังกล่าวเป็นของที่มีค่าสูง พนักงานจึงไม่มีอ านาจในการตัดสินใจสะสางของเหล่านั้น จ าเป็นต้องให้
ผู้บริหารเป็นผู้ตัดสินใจในการสะสาง
ื่
ส สะดวก คือ การจัดวางหรือจัดเก็บส่งต่าง ๆ ในสถานที่ท างานอย่างเป็นระบบ เพอประสิทธิภาพ
คุณภาพ และความปลอดภัยในการท างาน ซึ่ง ส สะดวก ถือเป็น ส ที่ส าคัญข้อหนึ่งในการคปฏิบัติกิจกรรม 5ส
โดยุม่งเน้นส่งเสริมให้เกิดประสิทธิภาพในการท างาน ตั้งแต่การจัดหมวดหมู่ การจัดสิ่งของให้เป็นระเบียบ การ
ประยุกต์ใช้สัญลักษณ์สี การท าป้ายบ่งชี้ การทาสีตีเส้นบริเวณพื้นโรงงานเพื่อแบ่งแยกพื้นที่ ทั้งในการจัดวางของ
ระหว่างกระบวนการผลิต พื้นที่จัดวางอุปกรณ์ เครื่องจักร เครื่องมือ ซึ่งหลักการท า ส สะดวก ในบริเวณพื้นที่
โรงงาน สามารถแบ่งออกได้ คือ
1) เครื่องมือที่ใช้ร่วมกัน มีวางแผนการจัดเก็บเครื่องมือให้เป็นหมวดหมู่ ก าหนดต าแหน่งที่เก็บ
เครื่องมือ โดยการใช้เส้น สี ป้ายบ่งชี้แสดงพื้นที่วางเครื่องมือ
2) เครื่องจักร จัดท ามีป้ายเครื่องจักร ส่วนที่เคลื่อนที่ ซึ่งอาจเกิดอันตรยต้องมีอุปกรณ์ ป้องกัน
มีการทาสีเตือนหรือมาตรการใช้งาน มีการท าความสะอาดหรือตรวจสอบและดูแลรักษาเบื้องต้น เครื่องมือที่ใช้
ปรับทั้งเครื่องจักรต้องก าหนดจุดวางในต าแหน่งใกล้เครื่องจักรที่สะดวกต่อการหยิบใช้ เป็นต้น
3) ของระหว่างกระบวนการผลิต ก าหนดที่วางให้ชัดเจน อาจเป็นกล่องใส่ชิ้นงาน หรือตีเส้น
ขอบเขตการวาง มีป้ายบ่งชี้บอกบริเวณวาง หรือมีการก าหนดปริมาณมาตรฐานและควบคุมจ านวนที่ส าคัญ การ
จัดวางต้อนค านึงถึงหลักความปลอดภัย เช่น มาตรฐานความสูงในการวางซ้อนของ และต้องค านึงถึงหลักเข้า
ก่อน ออกก่อน (FIFO – First In First Out)
4) พัสดุคงคลัง จัดป้ายแสดงต าแหน่งการวางของป้ายบ่งชี้พัสดุ ก าหนดระดับ ต่ าสุด สูงสุดของการ
ึ
จัดเก็บให้เห็นได้ง่าย ชัดเจนและต้องค านึงถงหลักการ FIFO
ส สะอาด เป็น ส ที่ส่วนใหญ่มักคิดถึงเวลากล่าวถึง 5ส และท าให้คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าการท า 5ส
คือ การท าความสะอาด แต่ที่ถูกต้องแล้ว สะอาดในความหมายของ 5ส ไม่ใช่แค่การปัดกวาด เช็ด ถูก แต่จะต้อง
ครอบคลุมไปถึงการตรวจสอบด้วย โดยความหมายของ ส สะอาด คือ การท าความสะอาด (ปัด กวาด เช็ด ถู)
ุ
และตรวจสอบเครื่องจักร เครื่องมือ อปกรณ์ รวมทั้งบริเวณสถานที่ท างาน การท าความสะอาดที่น าไปสู่การเพิ่ม
ผลผลิต โดยมี 3 ระดับ คือ
1) การท าความสะอาดประจ าวัน โดยท าให้การท าความสะอาดเป็นส่วนหนึ่งในหน้าที่ประจ าวัน
เป็นการปัดกวาด เช็ด ถู พื้นที่ทั่วไป พื้นที่การท างาน เครื่องจักร อุปกรณ์ ตู้ชิ้นสินค้า งานระหว่างกระบวนการ
ผลิต เป็นประจ าทุกวัน ซึ่งจะท าให้ทุกสิ่งสะอาด ปราศจากฝุ่น น้ ามัน รวมถึงการท าความสะอาดใหญ่ประจ าปี
่
การท าเช่นนี้จะช่วยสร้างความรู้สึกการมีส่วนร่วมและความเป็นเจ้าของให้แกพนักงานได้
2) การท าความสะอาดแบบตรวจสอบ เมื่อการท าความสะอาดประจ าวันกลายเป็นเรื่องปกของการ
ั
ท างานแล้ว ก็สามารถรวมการท าความสะอาดแบบตรวจสอบเข้ากบการท าความสะอาดประจ าวัน โดยใช้
ประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ การมองเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น การสัมผัส และการชิม
3) การท าความสะอาดแบบบ ารุงรักษา ระหว่างการท าความสะอาดแบบตรวจสอบ ถ้าพนักงาน
ค้นพบสิ่งผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ว่าจะเกิดจากตัวเครื่องจักร หรือชิ้นงาน และสามารถปรับปรุงหรือปรับแต่ง
้
แก้ไขได้ ก็นับเป็นส่วนหนึ่งของการท าความสะอาดแบบตรวจสอบ แต่ถ้าพนักงานไม่สามารถแกไขเองได้ ก็ต้องมี
ระบบที่ดีในการติดต่อพนักงานซ่อมบ ารุงมาด าเนินการอย่างรวดเร็ว และพนักงานประจ าเครื่องควรมีใบ
ตรวจสอบบันทึกประวัติการผิดปกติและการซ่อมเพื่อเป็นข้อมูลที่ช่วยในการวางแผนดูแลรักษาเครื่องจักร
ส สุขลักษณะ ความหมายของ ส สุขลักษณะ อาจแบ่งออกได้เป็น 2 ความหมายหลัก ๆ คือ
1) การรักษามาตาฐานการปฏิบัติ 3ส แรกที่ดีไว้ และยกระดับมาตรฐานให้สูงขึ้น ซึ่งในความหมาย
ิ
นี้ จะกอให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องจะเกิดขึ้นได้จะต้องเริ่มต้นจากการมีมาตรฐานเพื่อใช้ในการอ้างองกอน
่
่
จากนั้นก็พัฒนาปรับปรุงมาตรฐานให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ มาตรฐานที่ว่านี้หมายถึง มาตรฐานการปฏิบัติ 5ส ของแต่ละ
ื่
พื้นที่ มาตรฐานดังกบ่าวเป็นสิ่งจ าเป็นที่จะต้องมีเพอให้การท า 5ส มีแบบแผนที่ชัดเจน การก าหนดมาตรฐาน
จะต้องท าให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ เพราะหากก าหนดมาตรฐานไม่เหมาะสมแล้ว จะทาให้สมาชิกในพื้นที่เกิด
การต่อต้านและไม่ปฏิบัติตามในที่ที่สุด
2) การปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการท างานให้ดีขึ้น ซึ่งเกิดจากการที่ได้ท า 3ส แรกอย่างต่อเนื่อง
จนท าให้สภาพแวดล้อมในการท างานดีขึ้นตามล าดับ สุขลักษณะจะเกิดขึ้นหรือไม่ เริ่มจากการปรับเปลี่ยน
หน่วยงานและพนักงานด้วยการท า สะสาง สะดวก สะอาด หลังจากนั้นจึงตั้งมาตรฐานมั่นใจว่าการปฏิบัติ 3ส
แรก เป็นการปฏิบัติส่วนหนึ่งของการท างาน ถ้า 3ส แรก ไม่สามารถรักษาไว้ได้ สุขลักษณะก็จะเกิดขึ้นไม่ได้
ส สร้างนิสัย หมายถึง การปฏิบัติตามระเบียบกฎเกณฑ์ของหน่วยงานอยางสม่ าเสมอ จนกลายเป็นการ
กระท าที่เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ หรือโดยธรรมชาติ เช่น การไม่ทิ้งสิ่งของต่าง ๆ ลงพื้นการเก็บของที่น าไปใช้ที่
เดิมทุกครั้ง โดยไม่มีใครเตือนหรือบอก การเลื่อนเก้าอี้เข้าใต้โต๊ะภายหลังเลิกใช้งานแล้ว ส่วนขั้นตอนการ
ด าเนินการเพื่อให้เกิดการสร้างนิสัย คือ
1) ทบทวนและปฏิบัติ 4ส แรกอย่างต่อเนื่อง
2) ผู้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติเป็นตัวอย่างที่ดี
3) คณะกรรมการหรือผู้บริหารตรวจเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง
4) จัดกิจกรรมส่งเสริม กระตุ้นให้พนักงานปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างสม่ าเสมอ โดยอาจจัดให้มีการ
ประกวดพื้นที่และมอบรางวัลเพื่อสร้างขวัญก าลังใจให้แก่ผู้ร่วมท ากิจกรรม
การด าเนินโครงการกิจกรรม 5ส
สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ (2542 : 61-62) ได้อธิบายขั้นตอนการด าเนินโครงการกิจกรรม 5ส ดังนี้
1) ประกาศนโยบาย
่
2) ให้การอบรมแกบุคลากร
3) ประชาสัมพันธ์
4) จัดแบ่งพื้นที่รับผิดชอบ
5) การส ารวจพื้นที่เพื่อก าหนดแผนงานพร้อมทั้งการด าเนินงานปรับปรุง
้
6) ตรวจสอบ ประเมินผลและแกไข
7) ก าหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงาน
้
8) ติดตามตรวจสอบภายหลังด าเนินกิจกรรมแกไขปรับปรุง
้
9) รักษาสถานการณ์ด าเนินกิจกรรมแกไขปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
10) วัดผลและสรุปผลการด าเนินกิจกรรม
ความพึงพอใจ
ความหมายของความพงพอใจ
ึ
จากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับความพึงพอใจ ได้มีนักการศึกษาหลายท่านได้ให้ความหมายของ
ความพึงพอใจ เช่น
จิรวรรณ สุทธิเภท (2551, น. 56) ได้ให้ความหมายของความพึงพอใจ คือ ระดับความรู้สึกพอใจ
โดยการได้บรรลุหรือได้ตอบสนองในความต้องการ ความคาดหวัง ความปรารถนา ความอยากของบุคคล
ซึ่งเป็นผลมาจากความชอบ ความสนใจ มีทัศนคติที่ดีต่อทุกสถานการณ์หรือสิ่งนั้น ๆ และเห็นว่าสิ่งนั้นมี
ประโยชน์และมีคณค่า
ุ
สุรางค์ โค้วตระกูล (2553, น. 179) ได้ให้ความหมายของความพงพอใจ คือ องค์ประกอบที่ส าคัญใน
ึ
การเรียนรู้ ความสัมฤทธิ์ผลในการเรียนของนักเรียน การเรียนรู้นอกจากจะขึ้นกับความสามารถแล้วยังขึ้นกับ
ความพึงพอใจด้วย
Pizam and Calantone อ้างใน เลิศพร ภาระสกุล. (2555) ให้ค าจ ากัดความของค าว่า ความพึงพอใจ
หมายถึง ผลลัพธ์ที่ได้จากการเปรียบเทียบกันระหว่างความคาดหวังต่าง ๆ ที่ต้องได้รับจากประสบการณ์ที่ได้รับ
มา ส่งผลออกมาเป็นความรู้สึกของการบรรลุความตั้งใจ
สมนึก ภัททิยธนี. (2558, น. 22) ได้ให้ความหมายความพึงพอใจ หมายถึง การยินยอมที่จะตอบ
็
สนองและเตมใจตอบสนอง ก่อนให้เกิดความพึงพอใจในการได้ตอบสนองขึ้น ด้วยอารมณ์ชื่นชอบ สนุกสนาน
เช่น การตอบว่า “เข้าใจ” ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
สรุปได้ว่า ความพึงพอใจ คือ ความรู้สึกของบุคคลที่เกิดขึ้นข้างในจิตใจของบุคคลที่มีต่อสิ่งต่าง ๆ ใน
ทางบวก และเป็นความรู้สึกทสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อเวลาหรือสถานการณ์เปลี่ยนไป ดังนั้นความพึงพอใจ
ี่
ในการเรียนรู้ จึงหมายถึง ความรู้สึกพอใจที่มีต่อการได้ร่วมปฏิบัติกิจกรรมการเรียนการสอนจนบรรลุผลหรือ
เป้าหมายในการเรียนรู้
ลักษณะความพึงพอใจ
บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์ (2553, น. 191) ได้กล่าวถึงลักษณะความพึงพอใจว่าเป็นความรู้สึกที่โดย
ส่วนรวมของคนต่องานของเขา ซึ่งเป็นความต้องการของคนในการท างาน ประกอบด้วย ความต้องการภายนอก
และความต้องการภายให้ ดังนี้
1) ความต้องการภายนอก ได้แก่ รายได้ ความมั่นคง ปลอดภัยในการท างาน สภาพแวดล้อมทาง
ี่
กายภาพ ต าแหน่งหน้าที่การได้ท างานทถนัด
2) ความต้องการภายใน ได้แก่ ความต้องการมีส่วนร่วมในหมู่คณะ ความต้องการเป็นที่รักใคร่ของ
เพื่อนและผู้ร่วมงาน ความต้องการเป็นที่ยอมรับนับถือของผู้อื่น ความต้องการในศักดิ์ศรีของตนเอง
3) ความพึงพอใจในลักษณะของงาน ได้แก่ งานที่ปฏิบัติถูกอัธยาศัยของผู้ปฏิบัติงาน มีลักษณะไม่
ซ้ าซากจ าเจ มีงานลักษณะก้าวหน้า งานไม่ยากเกิดนความสามารถของผู้ปฏิบัติ
ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์ (2553, น. 130) ได้กล่าวถึงจุดมุ่งหมาย แบบวัดความพึงพอใจและผลที่
ึ
ได้รับจากความพงพอใจในการท างาน ดังนี้
1) จุดมุ่งหมายในการวัดความพึงพอใจในงานมีดังนี้
1.1) เพื่อเข้าใจถึงปัจจัยต่าง ๆ ทั้งด้านส่วนบุคคล ด้านงาน ด้านการจัดการที่เกี่ยวกับความพึง
ึ
พอใจ และไม่พงพอใจในการท างาน
1.2) เพื่อเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างความพึงพอใจในการท างานกับการปฏิบัติงานว่าอะไร
เป็นสาเหตุให้คนท างานได้ดี
1.3) เพื่อเข้าใจถึงงานลักษณะใดที่คนพึงพอใจและไม่พอใจ รวมทั้งเกี่ยวกับการจัดการ และ
การบริหารหน่วยงานนั้น
1.4) เพื่อเข้าใจถึงผลจากการไม่พงพอใจงาน เช่น การขาดงาน ลางาน และการออกจากงาน
ึ
รวมทั้งได้ศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษาต่อ การจัดสวัสดิการบริการต่าง ๆ ว่าจะ สามารถสร้างความ
พึงพอใจให้กับการท างานได้อย่างไร
2) แบบวัดความพึงพอใจในการท างาน นักจิตวิทยาได้สร้างแบบวัดความพงพอใจในการท างาน
ึ
ตามนิยามที่วัดและตามจุ่งมุ่งหมายของการวัด ดังนี้
2.1) การแบ่งแบบวัดเป็นลักษณะของความที่ถาม มี 2 ลักษณะ คือ
2.1.1) แบบส ารวจปรนัยเป็นแบบวัดที่เป็นค าถามและค าตอบที่ให้เลือกตอบ
โดยผู้ตอบตามที่ตนเองมีความคิดเห็นและความรู้สึกเป็นข้อมูลที่ได้สามารถวิเคราะห์ด้วยเชิงปริมาณ
ู
2.1.2) แบบส ารวจเชิงพรรณนา เป็นแบบสอบถามที่ผู้ตอบ ตอบด้วยค าพดและ
ข้อเขียนของตนเองเป็นแบบสัมภาษณ์หรือค าถามปลายเปิดให้ผู้ตอบโดยอิสระ เป็นข้อมูลที่ได้เชิงคุณภาพ
3) ผลที่ได้รับความพึงพอใจในการท างาน จากการศึกษาความพึงพอใจในการท างาน
สรีวาสตรา และคณะ (Srivastra and Others, 1977) ได้รวบรวมผลเกี่ยวกับความพึงพอใจถึง
2,000 กว่าเรื่อง ได้สรุป สิ่งที่พบจากผลงานวิจัยความพึงพอใจในการท างาน มี 5 ประการ คือ
1) แรงจูงใจภายในที่มีต่อการปฏิบัติงาน มีความสัมพันธ์ในทางบวกกับความพึงพอใจในการท างาน
และมีความสัมพันธ์ในทางลบ กับการเปลี่ยนงานและการขาดงาน
2) ความอิสระของงานมีความสัมพันธ์ทางบวกกับความพงพอใจในการท างาน
ึ
3) รูปแบบของผู้บังคับบัญชาที่เป็นประชาธิปไตย มีความสัมพันธ์ทางบวกกับความพึงพอใจในการ
ท างาน แต่อาจจะสัมพันธ์ได้ ทั้งทางบวกและทางลบกับการปฏิบัติงาน
4) รูปแบบของผู้บังคับบัญชาที่สนับสนุนผู้ใต้บังคับบัญชามีความสัมพันธ์ในทางบวกกับความพึง
พอใจในการท างาน
ั
5) บรรยากาศขององค์การซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการสนับสนุน การติดต่อประสานสัมพนธ์กันอย่าง
เปิดเผย การมีอิสระในการท างาน มีความสัมพันธ์ทางบวกกับความพึงพอใจในการท างาน และส่วนมากม ี
ความสัมพันธ์ทางบวกกับการปฏิบัติงาน
การวัดความพึงพอใจ
บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์ (2553, น. 181) ในการวัดความพึงพอใจ เราสามารถวัดได้โดยใช้เครื่องมือ
ที่เรียกว่า แบบวัด ค าว่าแบบวัดนี้เป็นค ากลาง ใช้แทนความหมายของเครื่องมือรวบรวมข้อมูลทั่วไป ทั้ง
์
แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ แบบประเมินค่า แบบทดสอบวัดความรู้ วัดความถนัดและวัดพฤติกรรมดังนั้นใน
ึ
การวัดความพงพอใจในงานวิจัยนั้นจะสร้างแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ตอบได้โดยอาศัยแนวคิด ทฤษฎี
ุ
สนับสนุน แบบวัดความพึงพอใจจึงจะมีคณภาพ สามารถวัดได้ตรงกับความต้องการของผู้วิจัย การวัดความพึง
พอใจสามารถกระท าได้หลายวิธี
ื่
1) การใช้แบบสอบถามโดยผู้สอบถามจะออกแบบสอบถามเพอต้องการสร้างความคิดเห็น
ึ
ซึ่งสามารถท าได้ในลักษณะที่ก าหนดค าตอบให้เลือก หรือค าถามอสระ ค าถามดังกล่าวอาจถามความพงพอใจ
ิ
ในด้านต่าง ๆ เช่น การบริหาร การควบคุมงานเงื่อนไขต่าง ๆ เป็นต้น
2) การสัมภาษณ์ เป็นวิธีวัดความพึงพอใจทางตรงทางหนึ่ง ซึ่งต้องอาศัยเทคนิค และวิธีการที่ดีจึงจะท า
ให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริงได้
3) การสังเกต เป็นวิธีการวัดความพึงพอใจโดยสังเกตพฤติกรรมของบุคคลเป้าหมาย ไม่ว่าจะแสดงออก
จากการพูด กิริยา ท่าทาง วิธีนี้จะต้องอาศัยการกระท าอย่างจริงจัง และการสังเกตอย่างมีระเบียบแบบแผน
จากที่กล่าวมาข้างต้น ท าให้สามารถสรุปได้ว่า การวัดความพึงพอใจนั้น สามารถวัดได้หลายวิธี เช่น การ
สังเกต การสัมภาษณ์ หรือการสอบถาม โดยสร้างแบบวัดความพึงพอใจตามจุดมุ่งหมายของการวัด ซึ่งใน
งานวิจัยครั้งนี้ ได้ด าเนินการวัดความพึงพอใจโดยการใช้แบบสอบถาม โดยแบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ด้าน
เนื้อหาสาระการเรียนรู้ ด้านกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ด้านครูผู้สอน ด้านการประเมินผล
ทฤษฎีเกี่ยวกับความพึงพอใจ
ึ
ความพงพอใจเป็นความรู้สึกที่บุคคลมีต่อสิ่งที่ได้รับประสบการณ์ และแสดงออกหรือมีพฤติกรรม
ึ
ตอบสนองในลักษณะแตกต่างกันไป ความพงพอใจต่อสิ่งต่าง ๆ นั้นจะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแรงจูงใจ
ื่
การสร้างแรงจูงใจหรือการกระตุ้นให้เกิดแรงจูงในกับผู้ปฏิบัติงานจึงเป็นสิ่งจ าเป็นเพอให้งานหรือสิ่งที่ท านั้น
ประสบความส าเร็จ การศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจเป็นการศึกษาตามทฤษฎีทางพฤติกรรมศาสตร์ ที่เกี่ยวกับ
ความต้องการของมนุษย์ มีดังต่อไปนี้
ศุภสิริ โสมาเกตุ (2544, น. 49 อ้างถึง Scott, 1970, น. 24) เสนอแนวคิดในการสร้างแรงจูงใจให้
เกิดความพึงพอใจต่อการท างานที่จะให้ผลเชิงปฏิบัติ มีลักษณะดังนี้
1) งานควรมีส่วนสัมพันธ์กับความปรารถนาส่วนตัว งานจะมีความหมายต่อผู้ท า
2) งานนั้นต้องมีการวางแผนและวัดความส าเร็จได้ โดยใช้ระบบการท างาน และการควบคุมที่มี
ประสิทธิภาพ
3) เพื่อให้ได้ผลในการสร้างสิ่งจูงใจภายในเป้าหมายของงาน ต้องมีลักษณะ ดังนี้
- คนท างานมีส่วนในการตั้งเป้าหมาย
- ผู้ปฏิบัติได้รับทราบผลส าเร็จในการท างานโดยตรง
- งานนั้นสามารถท าได้ส าเร็จได้
ื่
เมื่อน าแนวคิดของสก๊อต มาประยุกต์ให้กับกิจกรรมการเรียนการสอน เพอสร้างแรงจูงใจให้เกิดความ
พึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนการสอนมีแนวทาง ดังนี้
ั
1) ศึกษาความต้องการ ความสนใจของผู้เรียน และระดับความสามารถหรือพฒนาการตามวัย
ของผู้เรียน
2) วางแผนการสอนอย่างเป็นกระบวนการและประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพ
3) จัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ให้นักเรียนมีส่วนร่วมและก าหนดเป้าหมาย การท างาน สะท้อน
ผลงานและการท างานร่วมกันได้
ทฤษฎีการจูงใจของนักการศึกษาต่าง ๆ มีดังนี้
1) ทฤษฎีการจูงใจ ERG ของแอลเดอร์เฟอร์ (Alderfer) กล่าวว่า ความต้องการของมนุษย์
แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ
1.1) ความต้องการเพอด ารงชีวิต (Existence needs) หรือ E เป็นความต้องการทางร่างกาย
ื่
และปัจจัยที่จ าเป็นส าหรับการด ารงชีวิต
ั
1.2) ความต้องการด้านความสัมพนธ์ (Relatedess needs) หรือ R เป็นความต้องการที่จะมี
ื่
ื่
ั
ความสัมพนธ์กับบุคคลอน ๆ เช่น สมาชิกในครอบครัว เพอนฝูงเพอนร่วมงานและคนที่ต้องการจะมี
ื่
ความสัมพันธ์ด้วย
1.3) ความต้องการความเจริญก้าวหน้า (Growth needs) หรือ G เป็นความต้องการที่จะ
พัฒนาตนเองตามศักยภาพสูงสุด
2) ทฤษฎีการจูงใจของ แมคคลีแลนด์ (McCleland) เชื่อว่า ความต้องการเป็นการเรียนรู้จากการ
ิ
ิ
มีประสบการณ์ และมีอทธิพลต่อการรับรู้สถานการณ์ และมีอทธิพลต้องการรับรู้สถานการณ์และแรงจูงใจสู่
เป้าหมาย โดยแบ่งความต้องการออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
2.1) ความต้องการสัมฤทธิ์ผล (Needs for achivement) เป็นพฤติกรรมที่จะกระท าการ
ใดๆ ให้เป็นผลส าเร็จ เป็นแรงขับที่นะไปสู่ความเป็นเลิศ
ั
2.2) ความต้องการสัมพนธ์ (Needs for affiliation) เป็นความปรารถนาที่จะสร้างมิตรภาพ
และมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้อื่น
ิ
ื่
2.3) ความต้องการอานาจ (Needs for power) เป็นความต้องการควบคุมผู้อนมีอทธิพลต่อ
ผู้อื่น และต้องการควบคุมผู้อื่น
การด าเนินกิจกรรมการเรียนการสอน ความพึงพอใจเป็นสิ่งส าคัญที่จะกระตุ้นให้ผู้เรียนท างานที่ได้รับ
มอบหมาย หรือที่ต้องปฏิบัติให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ ครูผู้สอนจึงต้องค านึงถึงความพอใจในการเรียนรู้
ึ
ื้
ของผู้เรียน การท าให้ผู้เรียนเกิดความพงพอใจในการเรียนรู้หรือการปฏิบัติงาน มีแนวคิดพนฐานที่
ต่างกัน ดังนี้ (ศุภสิริ โสมาเกตุ, 2544, น. 53)
1) ความพึงพอใจน าไปสู่การปฏิบัติงาน การตอบสนองความต้องการของผู้ปฏิบัติงานจนเกิดความ
พึงพอใจ จะท าให้เกิดแรงจูงใจในการเพิ่มประสิทธิภาพการท างานที่สูงกว่า ผู้ที่ไม่ได้รับการตอบสนอง
ึ
ั
ึ
2) ผลของการปฏิบัติงานน าไปสู่ความพงพอใจ ความสัมพนธ์ระหว่างความพงพอใจ และผล
ื่
การปฏิบัติงานจะถูกเชื่อมโยงด้วยปัจจัยอน ๆ ผลการปฏิบัติงานที่ดีจะน าไปสู่ผลตอบแทนที่เหมาะสม ซึ่งใน
ึ
ที่สุดจะน าไปสู่การตอบสนองความพงพอใจ ผลการปฏิบัติงานย่อมได้รับการตอบสนองในรูปของรางวัล
หรือผลตอบแทน ซึ่งแบ่งออกเป็นผลตอบแทนภายใน (Intrinsic rewards) และผลตอบแทนภายนอก
(Extrinsic rewards)
ื้
แนวคิดพนฐานดังกล่าว เมื่อน ามาปรับใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอน ครูผู้สอนจึงต้องมีบทบาท
ุ
ื้
ส าคัญในการจัดการกิจกรรม วิธีการสื่ออปกรณ์เออต่อการเรียนรู้ เพอตอบสนอง ความพงพอใจให้ผู้เรียนมี
ึ
ื่
แรงจูงในในการเรียน จนบรรลุวัตถุประสงค์ในการเรียนการสอนในแต่ละครั้งโดยให้ผู้เรียนได้รับผลตอบแทนจา
การเรียนรู้ในแต่ละครั้ง โดยเฉพาะผลตอบแทนภายในหรือรางวัลภายในที่เป็นความรู้สึกของ
ผู้เรียน เช่น ความรู้สึกถึงความส าเร็จของตนเมื่อสามารถเอาชนะความยุ่งยากต่าง ๆ ได้ท าให้เกิดความ
ภาคภูมิใจ ความมั่นใจ โดยครูอาจให้ผลตอบแทนภายนอก เช่น ค าชมเชย หรือการให้คะแนนผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนในระดับที่น่าพึงพอใจ
ความพึงพอใจในการเรียนรู้ และผลการเรียนรู้ มีความสัมพันธ์ในทางบวก คือ เมื่อเกิดความพึง
พอใจ จะเกิดผลที่ดีต่อการเรียนรู้ และผลการเรียนรู้ที่ดีหรือที่น่าพอใจท าให้เกิด ความพึงพอใจ กิจกรรมที่จัด
จึงควรค านึงถึงองค์ประกอบที่ท าให้เกิดแรงจูงใจจนเกิดความพึงพอใจในการเรียนรู้
บทที่ 3
วิธีด าเนินงาน
การศึกษาผลการด าเนินงานในการจัดกิจกรรมโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day – ป้องกัน
และลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดกระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) ประจ าปีการศึกษา 2563
ณ วิทยาลัยเทคนิคขอนแก่น โดยมีวิธีด าเนินงานตามรายละเอียด ดังนี้
3.1 วิธีด าเนินการโครงการตามสภาพปฏิบัติจริง
3.1.1 ขั้นเตรียมการ
1) จัดท าโครงการ
2) เสนอโครงการ เพื่อขออนุมัติ
3) แต่งตั้งคณะกรรมการด าเนินงาน
4) ประชุมคณะกรรมการและมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบ
5) ประชาสัมพันธ์โครงการ
3.1.2 ขั้นด าเนินการ
1) จัดท าโครงการ และขออนุมัติโครงการ
๒) จัดท าค าสั่งมอบหมายงาน
๓) ประชุมคณะกรรมการด าเนินโครงการ
๔) จัดซื้อ จัดจ้าง วัสดุ อุปกรณ์ เพื่อใช้ด าเนินโครงการ
๕) ด าเนินงานตามโครงการ
๖) ประเมินผลโครงการ
๗) สรุปผล รายงานผลการปฏิบัติงาน PDCA
3.1.3 งบประมาณด าเนินการ
1) ค่าตอบแทน 0 บาท
2) ค่าใช้สอย 0 บาท
3) ค่าวัสดุ 52,260 บาท
รวมทั้งสิ้น 52,260 บาท
3.2 วิธีด าเนินการประเมินโครงการ
3.2.1 กลุ่มประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากรที่ใช้ในการประเมินครั้งนี้ คือ ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศกษาวิทยาลัยเทคนิค
ึ
ึ
ขอนแก่น กลุ่มเป้าหมายโครงการ จ านวน 5,187 คน บุคลากรทางการศกษา จ านวน 246 คน นักเรียน
นักศึกษา จ านวน 4,936 คน สุ่มข้อมูลกลุ่มตัวอย่างจ านวน 530 คน ชาย มีจ านวน 457 คน คิดเป็นร้อยละ
91.40 หญิง มีจ านวน 73 คน คิดเป็นร้อยละ 14.60
3.2.2 เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินผล
ึ
เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินผลโครงการ คือ แบบสอบถาม ประเมินผลความพงพอใจในการ
ด าเนินงานตามโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day – ป้องกันและลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาด
กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) ประจ าปีการศึกษา 2563 แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ
ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม เพศ อายุ การศึกษา
ส่วนที่ 2 สอบถามความคิดเห็นลักษณะค าถามแบบประมาณค่า ให้คะแนน 5 ระดับ คือ มากที่สุด
มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุดตามล าดับ
ส่วนที่ 3 ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอื่น ๆ เป็นค าถามปลายเปิด
3.2.3 การเก็บรวบรวมข้อมูลและการจัดกระท าข้อมูล
3.2.3.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลในการประเมินโครงการจากการตอบแบบสอบถามความ
คิดเห็นจากกลุ่มตัวอย่าง
3.2.3.2 การจัดกระท าข้อมูล
1) น าแบบสอบถามที่ได้รับคืน มาตรวจสอบความสมบูรณ์และก าหนดคะแนนตาม
น้ าหนักแต่ละข้อ เพื่อน าไปวิเคราะห์โดยวิธีการทางสถิติ
2) น าผลการค านวณมาวิเคราะห์ข้อมูลตามหัวข้อของการประเมิน
3.2.3.3 การแปลความหมายของคะแนนของแบบสอบถามความคิดเห็น ผู้ประเมินก าหนด
เกณฑ์โดยอาศัยค่าเฉลี่ย (Mean) ของคะแนนเป็นตัวชี้วัด น ามาแปลความหมายเทียบกับเกณฑ์ดังนี้
คะแนนเฉลี่ย แปลความหมาย
4.51 - 5.00 ระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด
3.51 - 4.50 ระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก
2.51 - 3.50 ระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับปานกลาง
1.51 - 2.50 ระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับน้อย
1.00 - 1.50 ระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับน้อยที่สุด
3.3 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
แบบประเมินผลตอนที่ 1 การแจกแจงความถี่และค่าร้อยละ (Percentage) ใช้สูตรดังนี้ (บุญชม ศรี
สะอาด. 2556, น. 122)
P = × 100
เมื่อ P แทน ร้อยละ
f แทน ความถี่ที่ต้องการแปลงให้เป็นร้อยละ
N แทน จ านวนความถี่ทั้งหมด
แบบประเมินผลตอนที่ 2 ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)
การหาค่าเฉลี่ย (Arithmetic mean) ใช้สูตรดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด. 2556, น. 123)
∑
=
เมื่อ แทน ค่าเฉลี่ย
แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดในกลุ่ม
N แทน จ านวนคะแนนในกลุ่ม
การหาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) ใช้สูตรดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด. 2556, น. 126)
เมื่อ แทน ค่าเฉลี่ย
แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดในกลุ่ม
N แทน จ านวนคะแนนในกลุ่ม
้
แบบประเมินผลตอนที่ 3 เป็นค าถามปลายเปิด น าข้อเสนอแนะที่มีขอความคล้ายกันมาสรุป
ตามล าดับความถี่
บทที่ 4
ผลการด าเนินงาน
การด าเนินงานตามโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day – ป้องกันและลดความเสี่ยงของ
การแพร่ระบาดกระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) ประจ าปีการศึกษา 2563 มีผลการด าเนินงานตาม
รายละเอียด ดังนี้
4.1 ผลการด าเนินการโครงการ
จากแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการด าเนินโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day ป้องกัน
และลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดกระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) ประจ าปีการศึกษา 2563 สรุปได้
ดังนี้
4.1.1 การวิเคราะห์ข้อมูล
ในการประเมินผลการจัดกิจกรรมโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day – ป้องกันและลดความ
เสี่ยงของการแพร่ระบาดกระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) ประจ าปีการศึกษา 2563 ผู้ประเมินผลได้น า
้
แบบสอบถามที่ได้รับมาแจกแจงความถี่ หาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน แล้วน าเสนอขอมูลในรูปตาราง
ประกอบความเรียง โดยแบ่งออกเป็น 3 ตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 สถานภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตอนที่ 2 ความคิดเห็นที่มีต่อการจัดการกิจกรรม
ตอนที่ 3 ปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะในการด าเนินการจัดกิจกรรม
4.2 ผลการวิเคราะห์ข้อมล
ู
ตอนที่ 1 สถานภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตารางที่ 1 ข้อมูลแสดงจ านวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมกิจกรรม โดยจ าแนกตามสถานะผู้ตอบ
แบบสอบถาม
สถานะผู้ตอบแบบสอบถาม จ านวน ร้อยละ
ชาย 457 91.40
หญิง 73 14.60
รวม 530 100
จากตารางที่ 1 จ านวนกลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมกิจกรรมและสุ่มตอบแบบสอบถาม จ านวน 530 คน
ประกอบด้วย ชาย มีจ านวน 457 คน คิดเป็นร้อยละ 91.40 หญิง มีจ านวน 73 คน คิดเป็นร้อยละ 14.60
ตอนที่ 2 ความคิดเห็นที่มีต่อการจัดการกิจกรรม
ตารางที่ 2 ความคิดเห็นที่มีต่อการจัดกิจกรรม
ล าดับ ข้อความ ระดับความ
คิดเห็น
1 สภาพแวดล้อมมความเหมาะสมในการจัดกิจกรรม 3.67 มาก
ี
2 ความร่วมมือในการปฏิบัติกิจกรรมของผู้เข้าร่วมกิจกรรม 4.33 มากที่สุด
3 ได้ใช้ความรู้ที่ได้เรียนมาพัฒนาได้อย่างเต็มที่ 3.43 ปานกลาง
ึ
4 เป็นกิจกรรมที่ปลูกฝังค่านิยมที่ดีให้กับนักเรียน นักศกษา 4.82 มากที่สุด
5 สมาชิกมีความสนใจในการเข้าร่วมกิจกรรม 4.42 มาก
6 ระยะเวลาในการท ากิจกรรมมีความเหมาะสม 4.12 มาก
7 มีการประชาสัมพันธ์โครงการอย่างทั่วถึง 4.33 มาก
8 สามารถน าความรู้ที่ได้ไปใช้ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันและ 4.85
งานต่าง ๆ ได้ มากที่สุด
9 ประโยชน์ที่ได้รับจากการท ากิจกรรม 4.69 มากที่สุด
10 โครงการนี้เหมาะสมที่จะด าเนินการต่อไปเรื่อย ๆ 4.38 มาก
ค่าเฉลี่ยรวม 4.30 มาก
จากตารางที่ 2 จ านวนกลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมกิจกรรมและสุ่มตอบแบบสอบถาม พบว่ามีคิดเห็น
่
เกี่ยวกับการด าเนินการจัดกิจกรรมมีคาเฉลี่ยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก ที่ค่าเฉลี่ย 4.30 เมื่อพิจารณา
เป็นรายข้อแล้วพบว่า สามารถน าความรู้ที่ได้ไปใช้ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันและงานต่าง ๆ ได้ มีค่าเฉลี่ยมาก
่
ึ
ที่สุด คือ 4.85 รองลงมา เป็นกิจกรรมที่ปลูกฝังค่านิยมที่ดีให้กับนักเรียน นักศกษา มีคาเฉลี่ยมากที่สุด คือ
4.82 และ ได้ใช้ความรู้ที่ได้เรียนมาพัฒนาได้อย่างเต็มที่ มีค่าเฉลี่ยต่ าที่สุด คือ 3.43
ตอนที่ 3 ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะอื่น ๆ สรุปความคิดเห็นของผู้ตอบแบบสอบถามการประเมินความพึง
พอใจที่มีต่อการจัดโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day – ป้องกันและลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาด
กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) ประจ าปีการศกษา 2563 มีดังนี้
ึ
1) ควรมีการสนับสนุนให้จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมความสมัครสมานสามัคคีในหน่วยงาน
2) อยากให้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ หรือกิจกรรมให้ความรู้ที่เกี่ยวเนื่องกับกิจกรรม 5ส
บทที่ 5
สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
วิทยาลัยเทคนิคขอนแก่น ได้ด าเนินงานการจัดท าตามโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day –
ป้องกันและลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดกระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) ประจ าปีการศึกษา 2563
โดยน าเครื่องมือแบบสอบถามประเมินผลความพงพอใจโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day – ป้องกัน
ึ
และลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดกระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) ประจ าปีการศึกษา 2563
ผู้เข้าร่วมโครงการ 5,187 คน วันที่ 30 ธันวาคม 2563 ณ วิทยาลัยเทคนิคขอนแก่น โดยมีวัตถุประสงค์เพอ
ื่
1) เพอเป็นการปลูกฝังให้บุคลากรภายในสถานศึกษา นักเรียน และนักศึกษา มีระเบียบวินัย
ื่
มีจิตส านึกที่ดีต่อการรักษาความสะอาด ๒) เพอส่งเสริมให้บุคลากรภายในสถานศึกษา นักเรียน และนักศึกษา
ื่
ื่
เกิดการเรียนรู้ของการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข ๓) เพอสร้างบรรยากาศที่ดีภายในสถานศึกษา ซึ่งจะ
ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ และการท างานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ดังนั้นเพื่อให้ทราบถึงผลการด าเนินงานและน าผลไปพัฒนางานในโอกาสต่อไป จึงได้ท าการประเมินผล
โครงการโดยใช้แบบสอบถามความคิดเห็นซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ตอน คือ
ตอนที่ 1 สถานภาพส่วนตัวของผู้ตอบแบบสอบถามความคิดเห็น
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการเป็นประชากรที่ใช้ในการประเมินครั้งนี้ คือ กลุ่มเป้าหมายโครงการ จ านวน
5,187 คน บุคลากรทางการศึกษา จ านวน 246 คน นักเรียนนักศึกษา จ านวน 4,936 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้
ึ
ในการตอบแบบสอบถาม บุคลากรทางการศึกษา จ านวน 30 คน นักเรียน นักศกษา จ านวน 500 คน เป็นเพศ
ชาย จ านวน 457 คน คิดเป็นร้อยละ 91.40 เป็นเพศหญิง จ านวน 73 คน คิดเป็นร้อยละ 13.77
ตอนที่ 2 ความคิดเห็นเกี่ยวกับการด าเนินโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day – ป้องกันและ
ลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดกระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) ประจ าปีการศกษา 2563 สรุปได้ดังนี้
ึ
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการด าเนินโครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day – ป้องกันและลดความเสี่ยงของการ
แพร่ระบาดกระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) ประจ าปีการศึกษา 2563 พบว่า ความคิดเห็นโดยรวมอยู่ใน
ระดับ มาก มีค่าเฉลี่ย 4.30 เมื่อพิจารณาความคิดเห็นรายข้อพบว่าผู้เข้าร่วมโครงการมีระดับความพึงพอใจมาก
ที่สุด คือ สามารถน าความรู้ที่ได้ไปใช้ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันและงานต่าง ๆ ได้ บุคลากรและ นักศึกษา อยู่
ึ
ในระดับ มากที่สุด รองลงมา คือ เป็นกิจกรรมที่ปลูกฝังค่านิยมที่ดีให้กับนักเรียน นักศกษา และประโยชน์ที่ได้รับ
จากการท ากิจกรรม เรียงตามล าดับ
ตอนที่ 3 ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะอื่น ๆ
1) ควรมีการสนับสนุนให้จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมความสมัครสมานสามัคคีในหน่วยงาน
2) อยากให้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ หรือกิจกรรมให้ความรู้ที่เกี่ยวเนื่องกับกิจกรรม 5ส
5.1 สรุปผล
ตอนที่ 1 สถานภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
จ านวนกลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมกิจกรรมและสุ่มตอบแบบสอบถาม จ านวน 530 คน ประกอบด้วย ชาย
มีจ านวน 457 คน คิดเป็นร้อยละ 91.40 หญิง มีจ านวน 73 คน คิดเป็นร้อยละ 14.60
ตอนที่ 2 ข้อมูลผลการประเมินความคิดเห็นเกี่ยวกับการด าเนินการจัดกิจกรรม
ตอนที่ 2.1 ข้อมูลผลการประเมินความคิดเห็นเกี่ยวกับการด าเนินการจัดกิจกรรม
จ านวนกลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมกิจกรรมและสุ่มตอบแบบสอบถาม พบว่า มีคิดเห็นเกี่ยวกับการ
ิ
ด าเนินการจัดกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก ที่ค่าเฉลี่ย 4.30 เมื่อพจารณาเป็นรายข้อแล้ว
พบว่า สามารถน าความรู้ที่ได้ไปใช้ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันและงานต่าง ๆ ได้ มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ
4.85 รองลงมา เป็นกิจกรรมที่ปลูกฝังค่านิยมที่ดีให้กับนักเรียน นักศึกษา มีค่าเฉลี่ยมาก คือ 4.82 และ
ได้ใช้ความรู้ที่ได้เรียนมาพัฒนาได้อย่างเต็มที่ มีค่าเฉลี่ยต่ าที่สุด คือ 3.43
ตอนที่ 2 ข้อมูลผลการประเมินเชิงปริมาณในการด าเนินการจัดกิจกรรม
1. ข้อมูลจ านวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม
ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคขอนแก่น จ านวน 5,187
คน คิดเป็นร้อยละ 100
2. ข้อมูลงบประมาณในการจัดท าโครงการ
1) งบประมาณที่รับการจัดสรร
โครงการกิจกรรม 5ส (Big Cleaning Day – ป้องกันและลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาด
กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) ประจ าปีการศึกษา 2563 จ านวน 52,260 บาท
2) การใช้งบประมาณคิดเป็นร้อยละ 100 ของงบประมาณที่ได้รับจัดสรร
้
ตอนที่ 3 ปัญหา อุปสรรค และขอเสนอแนะในการด าเนินการจัดกิจกรรม
ปัญหา อุปสรรค
- ผู้เข้าร่วมโครงการยังขาดความเข้าใจในการน าหลักการ 5ส มาประยุกต์ใช้เพื่อให้ได้ผล
จริง
- อุปกรณ์ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน
ข้อเสนอแนะ
- ควรจัดให้มีการอบรมให้ความรู้ในการน าหลักการจัดการ 5ส ให้กับบุคลากรทาง
การศึกษา และนักเรียน นักศึกษา
ี
- ควรมีการจัดสรรอุปกรณ์ให้เพยงพอต่อความต้องการในการใช้งาน
- มีกิจกรรมส่งเสริม สร้างขวัญและก าลังใจให้กับผู้ที่สามารถน ากิจกรรม 5ส มา
ประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทที่ 5
สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
จากการวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพอศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความส าเร็จในการท ากิจกรรม 5 ส ซึ่งใช้
ื่
กลุ่มตัวอย่างจ านวน 5,187 คน ประจ าปีการศึกษา 2563 และเก็บรวบรวมข้อมูลจากวิทยาลัยเทคนิค
ขอนแก่น จากนั้นได้น าข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมส าเร็จรูปทางสถิติ SPSS ผลการวิจัย
สรุป ได้ดังนี้
ด้านการท ากิจกรรม 5ส อย่างต่อเนื่อง ครูและนักเรียน นักศึกษามีความคิดเห็นว่าปัจจัยที่มีผลต่อ
ความส าเร็จในการท ากิจกรรม 5ส ด้านการท ากิจกรรม 5ส อย่างต่อเนื่อง โดยภาพรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง
อาจเป็นเพราะทางผู้บริหารไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในการใหครูและนักเรียน นักศึกษาท ากิจกรรม 5ส อย่าง
ต่อเนื่อง ซึ่งสอดคลองกับผลงานวิจัยที่เกี่ยวของของ การศึกษาเรื่อง “การประเมินผลการท ากิจกรรม 5ส. ใน
การ มีพฤติกรรมการมีสวนร่วมในการด าเนินกิจกรรม 5ส. อยู่ในระดับปานกลาง มี พฤติกรรมการการท า
กิจกรรม 5ส อย่างต่อเนื่องอยู่ในระดับปานกลาง 1.5 ด้านการประเมินผลการท ากิจกรรม5ส พนักงานมีความ
คิดเห็นวาปัจจัยที่มีผลตอ ความส าเร็จในการท ากิจกรรม 5ส ด้านการประเมินผลการท ากิจกรรม5ส โดย
ภาพรวมอยู่ในระดับ ปานกลางอาจเป็นเพราะทางผู้บริหารยังมีนโยบายที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการท ากิจกรรม 5ส
รวมทั้ง ครูและนักเรียน นักศึกษายังไม่ใหความร่วมมือในการท า
ขอเสนอแนะ
การน าผลการวิจัยไปใชประโยชน ผลการวิจัยในครั้งนี้สามารถน าไปปรับใชกับคณะครู และนักเรียน
นักศึกษา ดานความมุ่งมั่นบริหาร ทางผู้บริหารควรมีการสร้างขวัญและก าลังใจ และความเชื่อมั่นในครูและ
นักเรียน นักศึกษาเมื่อ การท ากิจกรรม 5ส บรรลุตามวัตถุประสงคที่ตั้งไว และด้านการฝกอบรมกิจกรรม 5ส
ื่
ทางผู้บริหารควรมีนโยบายที่จะให้นักเรียนนักศึกษา และคณะครูได้ไปศึกษาตามวิทยาลัยอน ๆ ที่ด าเนินการ
ท ากิจกรรม 5ส แล้วประสบความส าเร็จ ด้านการมีสวนร่วมของคณะครู นักเรียน และนักศึกษา ทางผู้บริหาร
ควรมีนโยบายในการวางแผนที่ชัดเจน เกี่ยวกับการด าเนินการท า กิจกรรม 5ส พรอมทั้งมีการประชุมหัวหนา
ื่
แผนกของแต่ละฝ่ายเพอให้คณะบุคลากรทางการศึกษา ครู นักเรียนและนักศึกษาทุกคนได้เขาใจ และปฏิบัติ
ตามนโยบายโดยพร้อมเพรียงกัน