สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ ๑๙
ที่มาของฉันท์
ในคัมภีร์วุตโตทัย ท่านเรียกว่า “สัททูลวิกกีฬิตคาถา” เป็นอติธิติฉันท์ ฯ “สัททูลวิกกีฬิตะ” แปลว่า “คาถาที่
ออกเสียงเหมือนการกระโดดของเสือดาว” เป็นคาถา ๔ บาท ๆ ละ ๑๙ คำ
ลักษณะคำประพันธ์
มี ๓ วรรค วรรคที่ ๑ มี ๑๒ คำ วรรคที่ ๒ มี ๕ คำ วรรคที่ ๓ มี ๒ คำ แต่งโดยใช้คำครุ (สระ อะ) ลหุ (สระ
อุ) ในการแต่ง คำสุดท้ายของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรคที่ ๒
คำศัพท์ ผัง
นรนิกร : ฝูงชน
ทิช : ผู้เกิดสองครั้ง คือ พราหมณ์
ชเนนทร์ : ผู้เป็นใหญ่ในหมู่ชน
ยุกติ : จบสิ้น
ปรุงโสต : ตกแต่งให้ไพเราะน่าฟัง
แปลความเรียง
จอมทัพแห่งแคว้นมคธกรีธาทัพเข้าเมืองเวสาลีทางประตู
เมืองที่เปิดอยู่โดยไม่มีผู้คนหรือทหารต่อสู้ประการใดขณะ
นั้นวัสสการพราหมณ์ผู้เป็นอาจารย์ก็ไปนำทัพของกษั ตริย์
แห่งมคธเข้ามาปรากษัตริย์ลิจฉวี อาณาจักรทั้งหมดก็ตกอยู่
ในเงื้อมพระหัตถ์โดยที่กองทัพไม่ต้องเปลืองแรงในการต่อสู้
ปราบราบคาบแล้วเสด็จยังราชคฤห์เมืองยิ่งใหญ่ดังเดิมเนื้อ
เรื่องแต่เดิมจบลงเพียงนี้ แต่ประสงค์จะแต่งสุภาษิตเพิ่มเติม
ให้ได้รับฟังเพื่อเป็นคติอันทรงคุณค่านำไปคิดไตร่ตรอง
ข้อคิด
1. กลยุทธ์ในการทำศึกสงครามควรทำอย่างชาญฉลาดเช่น การสังเกต จากเรื่อง จอมทัพแคว้นมคธกรีธาทัพ
มาบุกเมืองโดยมาทางประตูที่ไม่มีคนเฝ้า ทำให้ไม่เปลืองแรง
2.การวางแผนป้องกันเมืองควรมีความรอบคอบไม่เปิดช่องว่างศัตรู
สรุปความ
จอมทัพแห่งแคว้นมคธกรีธาทัพเข้าเมืองเวสาลีทางประตูเมืองที่เปิดอยู่โดยไม่มีผู้คนหรือทหารต่อสู้เฝ้าอยู่ ขณะนั้นวัสสการพราหมณ์ผู้
เป็นอาจารย์ก็ไปนำทัพของกษัตริย์แห่งมคธเข้ามาปราบกษัตริย์ลิจฉวี อาณาจักรทั้งหมดก็ตกอยู่ในเงื้อมพระหัตถ์ ปราบอย่างราบคาบ
ทำให้กองทัพไม่ต้องเปลืองแรงในการต่อสู้ แล้วเสด็จยังราชคฤห์เมืองยิ่งใหญ่ดังเดิมเนื้อเรื่องแต่เดิมจบลงเพียงนี้
สาลินี ฉันท์ ๑๑
กลุ่ม5 หน้ า116 สาลินี ฉันท์๑๑ อุปั ฏฐิตาฉันท์๑๑
ปณิตา อุทัชกุล 6/5 เลขที่18
ปารัช ขำเจริญ 6/5 เลขที่22
พรพรรณ ฐานั นดร 6/5 เลขที่25
พิชชารีย์ คล่องการ 6/5 เลขที่34
ภูมิรัศมิ์ วิลาวัลย์ 6/5 เลขที่37
สาลินี ฉันท์๑๑ อุปั ฏฐิตาฉันท์๑๑
ใช้ในโอกาส : บทบรรยาย ใช้ในโอกาส : บอกกษัตริย์
ความเป็ นไปอย่างเรียบๆ ในเรื่องการหารือต่างๆ
บทบรรยายความ นิ ยมใช้
สาลินี ฉันท์
ยินดีบัดนี้ กิจ จะสัมฤทธิ์มนารมณ์ ให้วัลลภชน คมดลประเทศฐาน
เริ่มมาด้วยปรากรม และอุตสาหแห่งตน กราบทูลนฤบาล อภิเผ้ามคธไกร
ความหมายของคำศั พท์ ข้อคิด:ถ้าเราไม่
สามัคคีกัน
วัลลภชน หมายถึง คนสนิ ท คนนอกจะคอยช่วง
คม หมายถึง ไป ชิงผลประโยชน์
อภิเผ้า หมายถึง ผู้เป็ นใหญ่ หวังจะเอาเปรียบ
ลักษณสาสน(ลักษณ์และสาส์น) หมายถึง จดหมาย
ไกวล หมายถึง ทั่วไป
มนารมณ์ หมายถึง สมดังที่คิดหรือสมดังใจ
ปรากรม หมายถึง ความเพียร
เอาภาร หมายถึง รับภาระ รับผิดชอบ
สรุ ปความสาลินี ฉันท์๑๑ สรุ ปความอุปั ฏฐิตาฉันท์๑๑
พราหมณ์ผู้เป็ นครู สังเกตเห็นดัง เมื่อพราหมณ์เห็นลู่ทางใน
นั้ นก็รู้ว่าเหล่ากษัตริย์ลิจฉวีกำลัง การเอาชนะ พราหมณ์ลอบ
ประสบความพินาศจึงยินดีมากที่ ส่งข่าวให้คนสนิ ทเดินทาง
ภารกิจที่ตนอดทนมานานประสบ กลับไปยังบ้านเมือง
ผลสำเร็จสมดังใจจึงให้ตีกลองนั ด กราบทูลกษัตริย์แคว้น
ประชุมกษัตริย์ฉวีทุกพระองค์ ฝ่ าย มคธในสาสน์ แจ้งว่ากษัตริย์
กษัตริย์วัชชีพอรู้ว่าตีกลองเรียก วัชชีทุกพระองค์ว่าขณะนี้
ประชุ มก็ไม่มีใครเห็ นความสำคัญ เกิดความแตกแยก จะหา
ในการไปเข้าประชุม ต่างองค์ โอกาสเหมาะสมแบบคงจะ
รับสั่ งว่าจะเรียกประชุมทำไม พวก ไม่มีอีกแล้ว ทูลเชิญ
เขาไม่ได้เป็ นใหญ่ ใจก็ขลาด ไม่ พระองค์ยกกองทัพมาทำ
กล้าหาญ ใครเป็ นใหญ่ มีความ สงครามโดยเร็ว
กล้าหาญ ใครพอใจจะไปประชุมก็ ความต่อจากอุปั ฎฐิตาฉันท์
ไป จะปรึกษาอะไรก็ช่าง มองไม่ อ่านในถอดความสามัคคี
เห็นประโยชน์ อะไรเลย และทุก เภทคำฉันท์ตอนที่ ๖ ไร้รัก
พระองค์ก็เพิกเฉยไม่เสด็จไปเข้า สามัคคี วัชชีเสียเมือง
ร่วมการประชุ มเหมือนเคย
กลุ่ม 8 หน้า 119
ชื่อ 1.ปัณณพร อโนทัยสินทวี ม.6/5 เลขที่ 12
2.พิชมญชุ์ กฤษดาธิการ ม.6/5 เลขที่ 8
3.ปาณิกา ปฏิฐานบุญชู ม.6/5 เลขที่ 29
4.พรธิดา อัจฉริยโสภณ ม.6/5 เลขที่ 42
5.สลิณา ขุนราชเสนา ม.6/5 เลขที่ 44
จิตรปทาฉันท์ เป็นชื่อที่เรียกตามแบบไทย แต่ในคัมภีร์วุตโตทัย ท่านเรียกว่า จิตรปทาคาถา ท่านจัดเป็นอนุฏฐุภา
ฉันท์ อนุฏฐุภา แปลว่า ฉันท์ที่ห้ามความทรามกล่าวคือให้ความเพลิดเพลินดี ฯ จิตรปทา แปลว่า คาถาที่มีครุต่างจากกุมาร
ลลิตา เป็นฉันท์ที่มี ๔ บาท รวม ๓๒ คำ มีสูตรว่า "จิตฺรปทา ยทิ ภา คา "แปลว่า คาถาที่มี ภ คณะ ภ คณะ และ ครุลอย ๒
คำ ชื่อว่า จิตรปทา
ถอดความ จิตรปทา ฉันท์ 8
ฝ่ายเมืองเวสาลีมองเห็นข้าศึกจำนวนมากข้ามแม่น้ำมาเพื่อจะทำลายล้างบ้านเมืองของตน ต่างก็ตระหนกตกใจกัน
ถ้วนหน้า ในเมืองเกิดจลาจลวุ่นวายไปทั่วเมือง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ต่างหวาดกลัวภัย บางพวกก็พูดว่าขณะนี้ยังไม่เป็นไร
หรอก ควรจะป้องกันประตูเมืองเอาไว้ให้มั่นคง ต้านทานข้าศึกเอาไว้ก่อน รอให้ที่ประชุมเหล่ากษัตริย์มีความเห็นว่าจะทรง
ทำประการใด ก็จะได้ดำเนินการตามพระบัญชาของพระองค์ เหล่าข้าราชการทั้งหลายก็ตีกลองสัญญาณขึ้นราวกับกลองจะ
พัง เสียงดังกึกก้องไปถึงพระกรรณกษัตริย์ลิจฉวี ต่างองค์ทรงเพิกเฉยราวกับไม่เอาใจใส่ในเรื่องราวของผู้ใด ต่างองค์ไม่
เสด็จไปที่ประชุม แม้แต่ประตูเมืองรอบทิศทุกบานก็ไม่มีผู้ใดปิด
คำศัพท์ ตัวอย่างคำประพันธ์
บทที่1 ริปุ = ข้าศึก นาครธา นิวิสาลี
บทที่2 ตะละ = แต่ละ , บุรคา , มจ
บทที่3 รุกเภทภัย = เภทภัย เห็นริปุมี พลมากมาย
บทที่4 อริ = ข้าศึก ข้ามติรชล ก็ลุ้นหมาย
มุ่งจะทลาย พระนครตน
ข้อคิด
การไม่ประมาท รู้จักตั้งรับให้ดีในทุกสถานการณ์ เมื่อมีปัญหาก็ควรรีบแก้ไม่ควรทิ้งเอาไว้เอาแต่
รอผู้ที่มีอำนาจกว่าตนมาแก้ปัญหา ทั้งที่มันเป็นปัญหาที่มีผลกระทบต่อส่วนรวมและตนเองด้วย
การรู้จักมีสติ ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น เราควรตั้งสติให้ดี เพื่อที่เราจะได้สามารถหาวิธีแก้ไข
ปัญหานั้นได้ และรู้จักคิดก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไร