หลักสูตรท้องถิ่นโรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
ประกาศโรงเรียนกุลโน เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ………………………………. เพื ่อให้การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสอดคลองกับความก้าวหน้าทางวิทยาการและการ เปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรมและเศรษฐกิจ เป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ที่ ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ ๒๑ โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกระดับการศึกษาให้มีความรู้ ทักษะ และค ุณลักษณะที ่เหมาะสมกับสังคมไทย เป็นไปตามนโยบายการจัดการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้มีคุณภาพด้าน ความรู้และทักษะที่จ าเป็นส าหรับการด ารงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง และแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนา ตนเองอย ่างต ่อเนื่องตลอดชีวิต เป็นไปตามเจตนารมณ์ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ตามความในมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ ก าหนดให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่จัดท าสาระของหลักสูตรตามวัตถุประสงค์ ในวรรคหนึ่งในส ่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึง ประสงค์เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติโรงเรียนกุลโน ได้ด าเนินการ พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ประจ าปีการศึกษา ๒๕๖๖ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื ่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ จึงประกาศใช้หลักสูตร สถานศึกษาโรงเรียนกุลโน พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ (นายดนัย ตั้งเจิดจ้า) (นายวุฒิศักดิ์ ถนัดค้า) ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนกุลโน ผู้อ านวยการโรงเรียนกุลโน
คำนำ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ พร้อมกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. ๒๕๕๕ มุ่งเน้น ให้การปฏิรูประบบบริหารและการจัดการทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยให้มี เอกภาพ ทางนโยบายและมีความหลากหลายในทางปฏิบัติ กระทรวงศึกษาธิการได้มีคําสั่งให้ใช้ หลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ พร้อมกันทั่วประเทศ ในปีการศึกษา ๒๕๖๑ โดย กําหนดให้สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามีบทบาทสําคัญในการจัดทํากรอบหลักสูตรระดับ ท้องถิ่นเพื่อ เชื่อมโยงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และความต้องการของท้องถิ่นสู่การ พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา โดยคณะบุคคลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 มีบทบาทสําคัญในการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น ระดับเขตพื้นที่ การศึกษา เพื่อให้โรงเรียนนําไปเป็นแนวทาง ในการจัดทําหลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ระดับโรงเรียน ตลอดจนมีการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับท้องถิ่น เพื่อให้สอดคล้องกับการ ประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติ โรงเรียนกุลโนได้จัดทําหลักสูตรท้องถิ่น โดยความร่วมมือของ คณะกรรมการ ประกอบด้วย คณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนกุลโน ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครู โรงเรียนกุลโน ผู้นำชุมชน ปรับปรุงจนแล้วเสร็จ และมีมติ เห็นชอบให้โรงเรียนกุลโน ใช้หลักสูตร ท้องถิ่นตามหลักสูตรแกนกลางศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบับนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุม และสอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษาต่อไป
สารบัญ คำนำ ก หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1 เป้าหมายและจุดเน้น 2 กรอบหลักสูตรท้องถิ่น 2 คําขวัญอำเภอพิมาย 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา 9 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ 10 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ 12 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 13 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ 14 การประเมินคุณภาพการศึกษาระดับท้องถิ่น 15 การนำหลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่นไปใช้ 16 ภาคผนวก 18 คณะผู้จัดทำหลักสูตรท้องถิ่น 95
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๑ หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 มีบทบาทสําคัญในการพัฒนา หลักสูตรท้องถิ่น ให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่นอำเภอพิมาย จึงเป็นตัวกลางใน การประสานความ ร่วมมือกับโรงเรียน และชุมชนในการร่วมมือกันคิดและจัดทําหลักสูตรท้องถิ่นฉบับ นี้ขึ้น โดยได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาร่างหลักสูตรท้องถิ่น ตามหลักสูตรแกนกลางศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ซึ่งประกอบด้วยผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครราชสีมา เขต 7 รองผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 ผู้บริหารโรงเรียน ครูผู้สอน ศึกษานิเทศก์ ผู้รับผิดชอบกลุ่มสาระการเรียนรู้ และเชิญผู้ทรงคุณวุฒิหลาย ท่านจากหน่วย ราชการส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าวได้ร่วมกันพิจารณาร่าง หลักสูตรท้องถิ่นจาก เอกสารและแหล่งข้อมูลต่าง ๆ อาทิเช่น หลักสูตรแกนกลางศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ แหล่งเรียนรู้ชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น สภาพแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และเศรษฐกิจในท้องถิ่น สภาพปัญหา ความต้องการของท้องถิ่น จุดเด่นของชุมชน เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้สถานศึกษาใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้แก่ผู้เรียนของตน เกี่ยวกับเรื่องราว ของท้องถิ่น ชุมชน ในแง่ต่าง ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการน้อมนํา หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และปฏิบัติ จนสามารถดําเนินชีวิตได้อย่างพอเพียง เกิดเป็นสมรรถนะและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ดีในตัวผู้เรียน
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๒ ๑. เป้าหมาย/จุดเน้น ๑. ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เรื่องราวของชุมชน ท้องถิ่นซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมในชีวิตจริงของ ตนเอง ๒. ส่งเสริมให้ผู้เรียนร่วมกันอนุรักษ์ชุมชน และท้องถิ่นอำเภอพิมาย และให้สามารถพัฒนา ชีวิตตนเองให้เป็นสมาชิกที่ดีของชุมชน 3. ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความซาบซึ้ง รัก หวงแหน และผูกพันกับท้องถิ่น มีความภาคภูมิใจ ในท้องถิ่นพิมายมากยิ่งขึ้น ๒. กรอบหลักสูตรท้องถิ่น ๒.๑ คําขวัญอำเภอพิมาย “ถิ่นอุตสาหกรรม เครื่องหวายงามล้ำค่า กระยาสารทรสเด็ด เป็ดย่างรสดี ผัดหมี่พิมาย ยอดมวยไทยยักษ์สุข สนุกพายเรือแข่ง แหล่งแมวสีสวาท ปราสาทหินถิ่นไทรงาม เรืองนาม ประเพณี วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์พระพุทธวิมายะ” คําขวัญอำเภอพิมาย ถือได้ว่าเป็นการรวบรวมจุดเด่นของอำเภอพิมายไว้ได้ดีที่สุด ชัดเจนที่สุด ทั้งในแง่ของสถานที่สําคัญ การท่องเที่ยว อุตสาหกรรม การเกษตร และประเพณีหนึ่งเดียวในโลก ซึ่ง เป็นสภาพแวดล้อมและบริบทของอำเภอพิมาย จัดเป็นสาระท้องถิ่นที่ครบถ้วนอันเป็นประโยชน์ต่อ การเรียนรู้ สําหรับผู้เรียน และประชาชนผู้ใฝ่รู้ทั่วไป สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครรราชสีมา เขต 7 จึง กําหนดให้ “คําขวัญอำเภอพิมาย” เป็นสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ที่สอดคล้อง กับหลักสูตรแกนกลางศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ซึ่งครูผู้สอนสามารถนําไปประยุกต์ใช้เป็น สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่สอนได้ทุกกลุ่มสาระ และยังสามารถคิดประยุกต์ สร้างสรรค์ในการผลิต เป็นสื่อการเรียนการสอนประเภทและรูปแบบต่าง ๆ ได้อีกตามต้องการ เพื่อ เร้าผู้เรียนให้เกิดความ กระตือรือร้น และสนใจเรียนมากขึ้น อันจะเป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความ ซาบซึ้ง รัก หวงแหน และมีความภาคภูมิใจในท้องถิ่นอำเภอพิมายมากยิ่งขึ้นด้วย
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๓ 2.2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย มาตรฐานและสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น สาระที่ ๑ การอ่าน มาตรฐาน ท ๑.๑ใช้กระบวนการ อ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัย รักการอ่าน สาระที่ ๒ การเขียน มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการ เขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียน รายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษา ค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟัง และดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมี วิจารณญาณและสร้างสรรค์ สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติ ของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลง ของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทาง ภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของ ชาติ สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดง ความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรม ไทยอย่างเห็นคุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิต จริง ๑. เรื่อง ประวัติเมืองพิมาย ฟังประวัติ เล่าเรื่อง ประวัติเมืองพิมาย ๒. เรื่อง ปราสาทหินพิมาย ตอบคำถาม สรุป ใจความสำคัญเรื่องที่ฟังได้ ๓. เรื่อง คำขวัญอำเภอพิมาย เช่น ท่องจำคำ ขวัญประจำอำเภอพิมาย บอกความสำคัญของ สถานที่จากคำขวัญประจำอำเภอพิมายได้ ๔. เรื่อง พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพิมาย เช่น ศึกษาแหล่งเรียนรู้นอกสถานที่แหล่งท่องเที่ยว อำเภอพิมาย โบราณวัตถุ เครื่องมือ เครื่องประดับ บอกความสำคัญของโบราณวัตถุ ที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ได้ ๔. เรื่อง ภาษาถิ่นเมืองพิมาย เช่น ภาษาพิมาย ฝึกพูดคำศัพท์ บอกความหมายของคำ และ เปรียบเทียบภาษาถิ่นพิมายกับภาษาไทย มาตรฐาน ๕. เรื่อง อาหารท้องถิ่นเมืองพิมาย เช่น ผัดหมี่พิมาย เป็ดย่าง กระยาสารท การตอบ คำถาม จัดทำโครงงานอาหารพื้นบ้าน ๖. เรื่อง นิทานประจำถิ่น เช่น นิทานท้าวปาจิต – นางอรพิม สรุปใจความสำคัญ ฝึกเล่าเรื่อง การตอบคำถาม ๗. เรื่อง ประเพณีและเทศกาลในท้องถิ่น เช่น เทศกาลเที่ยวพิมาย แข่งเรือยาว ลอยกระทง เรียนรู้คำศัพท์ เขียนคำศัพท์ เล่าเรื่องจากภาพ พูดแสดงความคิดเห็น แต่งกลอน ๘. เรื่อง วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ตอบคำถามเรื่องที่ ฟัง ๙. เรื่อง ภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การสานเสื่อกก สานหวาย การทำหมี่พิมาย จัดทำโครงงาน
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๔ 2.3 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาตรฐานและสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น สาระที่ ๑ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลาย ของระบบนิเวศความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิต กับสิ่งมีชีวิตและความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต กับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอด พลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบ ที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งนำ ความสำเร็จไปใช้ประโยชน์ มาตรฐาน ว 1.๒ เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้า และออกจากเซลล์ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆของสัตว์และมนุษย์ที่ ทำงานสัมพันธ์กันรวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ มาตรฐาน ว 1.๓ เข้าใจกระบวนการและ ความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทาง พันธุกรรม สารพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทาง พันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลาย ทางชีวภาพและวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต รวมทั้ง นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ๑. ระบบนิเวศในท้องถิ่น - ระบบนิเวศไทรงาม - ระบบนิเวศแม่น้ำมูล - ระบบนิเวศสระเพลง - ระบบนิเวศท่านางสระผม ๒. สภาพปัญหาสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ๒.๑ มลพิษทางอากาศ - ฝุ่นละอองจากโรงงาน - ฝุ่นละอองจากการเผาไร่อ้อย และนาข้าว - ควันจากโรงงานอุตสาหกรรม ๓. ทรัพยากรธรณีในท้องถิ่น ๓.๑ หินในท้องถิ่น - หินทราย (ปราสาทหินพิมาย เมรุพรหมทัต) - หินศิลาแลง (ปราสาทหินพิมาย ลานเมรุพรหมทัต) ๓.๒ แหล่งน้ำในท้องถิ่น - แม่น้ำมูล - ลำจักราช - สระเพลง - ท่านางสระผม ๓.๓ แร่ในท้องถิ่น - แร่เกลือหิน (แร่เฮไลต์) แอ่งสะสมโคราช
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๕ 2.4 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม มาตรฐานและสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น สาระที่ ๒ หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และ การดำเนินชีวิตในสังคม มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้าใจและปฏิบัติตน ตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดี งาม และธำรงรักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลก อย่างสันติสุข มาตรฐาน ส ๒.๒เข้าใจระบบการเมือง การปกครองในสังคมปัจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา และธำรงรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข สาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์ มาตรฐาน ส ๓.๑ เข้าใจและสามารถ บริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการ บริโภคการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดได้อย่างมี ประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการ ของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการดำรงชีวิตอย่างมี ดุลยภาพ มาตรฐาน ส ๓.๒ เข้าใจระบบ และ สถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทาง เศรษฐกิจ และความจำเป็นของการร่วมมือกัน ทางเศรษฐกิจในสังคมโลก สาระที่ ๔ ประวัติศาสตร์ 1. ประเพณีวัฒนธรรม อำเภอพิมาย เป็นเมืองเก่าที่มีผู้คนหลายชนเผ่า อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่เดิม จึงมีการ อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียม ประเพณีท้องถิ่น เช่น - ภาษาพิมาย - เพลงโคราช - แห่เรือยาว - พากย์เรือยาว - เรียกขวัญ - พากย์มวย - หมอพื้นบ้าน เช่น หมอเป่างูสวัด หมอเป่า หมาบ้า หมอเป่าตะพั่น หมอเป่าปี่มวย หมอผี หมอดูตํารา ประเพณีต่าง ๆ ตาม โบราณอย่างต่อเนื่อง เช่น - วันสงกรานต์ - วันลอยกระทง - วันเข้าพรรษา - วันออกพรรษา - แห่เทียนพรรษา - เทศน์มหาชาติ - กฐิน - งานแข่งเรือ - ลอยกระทง - ทําบุญตักบาตรปีใหม่
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๖ มาตรฐาน ส ๔.๑ เข้าใจความหมาย ความส ำคัญของ เวล าแล ะยุคส มัยทาง ประวัติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการทาง ประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ - ผ้าป่า - การโกนผมไฟ - งานแต่งงาน - งานบวช - งานกฐิน มาตรฐานและสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น สาระที่ ๔ ประวัติศาสตร์(ต่อ) มาตรฐาน ส ๔.๒ เข้าใจพัฒนาการของ มนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในด้าน ความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของ เหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสำคัญ และสามารถ วิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้น สาระที่ ๕ ภูมิศาสตร์ มาตรฐาน ส ๕.๑ เข้าใจลักษณะทาง กายภาพของโลกและความสัมพันธ์ของสรรพสิ่ง ซึ่งมีผลต่อกันใช้แผนที่และเครื่องมือทาง ภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ และสรุป ข้อมูล ตามกระบวนการทางภูมิศาสตร์ ตลอดจน ใช้ภูมิสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ส ๕.๒ เข้าใจปฏิสัมพันธ์ ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่ ก่อให้เกิด การสร้างสรรค์วิถีการดำเนินชีวิต มีจิตสำนึกและมีส่วนร่วมในการจัดการ ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ ยั่งยืน 1. ประเพณีวัฒนธรรม (ต่อ) - งานศพ - ทําบุญร้อยวัน - การรดน้าดำหัวผู้ใหญ่ - วันสงกรานต์ - บุญสารทข้าวเม่า - บุญสารทขนมห่อ - การละเล่นพื้นบ้าน - การทําบุญขึ้นบ้านใหม่ - การทําบุญกลางบ้าน - งานเทศกาลเที่ยวพิมาย ๒. เศรษฐศาสตร์ - เศรษฐกิจพอเพียง - การท่องเที่ยว อำเภอพิมายมีสถานที่ ท่องเที่ยวมากมาย ทั้งเชิงประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ วัฒนธรรม และจุดชมวิวสวยๆ มากมาย เช่น - อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย - พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย - อุทยานไทรงาม - อนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ - เมรุพรมทัต - ศูนย์วิจัยข้าวนครราชสีมา - สะพานรักบ้านเตย
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๗ - สหกรณ์โคนม - กลุ่มโอทอปในพื้นที่อําเภอพิมาย - กลุ่มการทำไม้กวาด - กลุ่มจักสานหวาย มาตรฐานและสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 3. ประวัติศาสตร์ - ประวัติความเป็นมาและการตั้งถิ่นฐาน ของชุมชน - ประวัติสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น - อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย - พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย - อุทยานไทรงาม - อนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ - เมรุพรมทัต - ประวัติบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น - นายสุข ปราสาทหินพิมาย - พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 - พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ 4. ภูมิศาสตร์ - สภาพภูมิประเทศทั่วไป ของอำเภอพิมาย เป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำมูล ลำจักราช ลำน้ำเค็ม ล้อมรอบ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตรจึง นิยมใช้เป็นพื้นที่ทํานา การเพาะปลูกพืชไร่ เช่น อ้อย มันสําปะหลัง - ทรัพยากรน้ำ ได้แก่ ลำน้ำจักราช และ แม่น้ำมูล ซึ่งไหลผ่านอำเภอพิมาย ใช้หล่อเลี้ยง ชาวอำเภอพิมายทั้งการอุปโภค และบริโภค
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๘ ๕. อาชีพในท้องถิ่น - การทําปลาส้ม - การทําน้ำตาลเมา - การทําหมี่พิมาย - การทําข้าวพอง - การทําหมูหวาน - การทำขนมกระยาสารท - การทำไม้กวาด - การแปรรูปอาหาร (ถั่วตัด) - การเพาะเห็ดฟาง มาตรฐานและสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ๕. อาชีพในท้องถิ่น (ต่อ) - การทำข้าวหลาม - การทอผ้าไหม - การทอเสื่อกก - การแปรรูปน้ำพริก - หัตถกรรมเครื่องหนังและ ยางพารา - การทำสมุนไพรไทย - การผลิตสุรากลั่น - อาชีพการเกษตร 6. สถานที่สำคัญ - วัดเดิม - วัดบูรพาพิมล (วัดบุ่ง) - วัดสระเพลง - วัดใหม่ประตูชัย - วัดเก่า - สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ 7. ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น อําเภอพิมายมีภูมิปัญญา ท้องถิ่นที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นผ่านวิถีชีวิต ของคนท้องถิ่นหลากหลายด้าน ดังนี้ - ภูมิปัญญาด้านหัตถกรรม ได้แก่ การ กรองหญ้ามุงหลังคา การสานเสื่อ การสานหวาย
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๙ การสานตะกร้าจากก้านมะพร้าว การทํา เครื่องมือดักจับปลา - ภูมิปัญญาด้านการแปรรูปอาหาร ได้แก่ การทําปลาส้ม การทําน้ำตาลเมา การทํา หมี่ พิมาย การทําข้าวพอง การทําหมูหวาน - ภูมิปัญญาด้านการทํามาหากิน ได้แก่ การจับแมลงโดยใช้ไฟล่อ การกําจัดหอยเชอรี่ โดยใช้แกลบหว่านตามนาข้าว การป้องกันไรไก่ ใช้กระเพราแห้งโรยบนเล้าไก่หรือรังไข่ 2.5 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา มาตรฐานและสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น สาระที่ 3 การเคลื่อนไหว การออกกําลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย และกีฬาสากล มาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจ มีทักษะในการ เคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และ กีฬา มาตรฐาน พ 3.2 รักการออกกําลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจํา อย่าง สม่ำเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬา มีจิต วิญญาณในการแข่งขัน และชื่นชม ในสุนทรียภาพของการกีฬา สาระที่ 4 การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพ และการป้องกันโรค มาตรฐาน พ 4.1 เห็นคุณค่าและมีทักษะใน การ สร้างเสริมสุขภาพ การดํารงสุขภาพ การ ป้องกัน โรคและการสร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อ สุขภาพ 1. กิจกรรมทางกายในท้องถิ่น 2. การเล่นพื้นบ้าน เช่น ขี่ม้าก้านกล้วย 3. การเล่นเกมและกีฬา เช่น การเล่นหมากรุก การแข่งเรือยาว วิ่งกระสอบ ตะกร้อวง ตะกร้อ ลอดบ่วง 4. การออกกำลังกาย เช่น - การออกกำลังกาย ประกอบจังหวะด้วย การรำแม่ไม้มวยไทย 5. การเสริมสร้างสุขภาพและการป้องกันโรค ใน ชุมชน เช่น โรคตาแดง โรคหัด โรค ไข้เลือดออก โรคท้องร่วง โรคอีสุกอีใส โรค ภูมิแพ้ที่เกิดจากสารพิษ 6. การมีส่วนร่วมในการส่งเสริมและพัฒนา สุขภาพของบุคคลในชุมชน เช่น สมุนไพรใน ท้องถิ่นรักษาโรค การนวดแผนไทย 7. การป้องกันมลพิษจากสิ่งแวดล้อมในชุมชน เช่น การใช้สารยาฆ่าแมลง ฆ่าหญ้า ฝุ่นหิน ควันพิษ สารพิษจากโรงงาน สารพิษจากบ่อ ทิ้ง
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๑๐ สาระที่ 5 ความปลอดภัยในชีวิต มาตรฐาน พ 5.1 ป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัย เสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงตอสุขภาพ อุบัติเหตุ การ ใช้ยา สารเสพติด และความรุนแรง ขยะ การใช้ชีวภาพ การกำจัดขยะใน ครัวเรือน ขยะ recycle 8. อุบัติเหตุในชุมชน สัตว์และแมลงมีพิษใน ชุมชน 9.การป้องกันตนเองจากอุบัติเหตุทางน้ำ เช่น การว่ายน้ำ 2.6 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ มาตรฐานและสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น สาระที่ 1 ทัศนศิลป์ มาตรฐาน ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่าง อิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มาตรฐาน ศ 1.2 เข้าใจความสัมพันธ์ ระหว่างทัศนศิลป์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานทัศนศิลป์ที่เป็นมรดกทาง วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย และสากล 1. ศิลปกรรมเมืองโบราณพิมาย 1.1 งานสถาปัตยกรรม - วัดและอุโบสถต่างๆในเขตตำบลใน เมืองอำเภอพิมาย - อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ตำบลใน เมืองอำเภอพิมาย - พิพิธภัณฑชุมชนบ้านส่วยใน แสดง หลักฐานการตั้งถิ่นฐานของชุมชนพิมายดำ (สถาปัตยกรรมภาชนะดินเผาแบบพิมายดำ) ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย - โบราณสถานต่าง ๆ ในเขตอำเภอพิ มาย เช่น กุฏิฤๅษี ประตูเมืองโบราณพิมายทั้ง 4 ทิศ เป็นต้น 1.2 ประติมากรรม - พระพุทธวิมายะ หลวงพ่อดำ หลวง พ่อแดง วัดเดิม ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๑๑ สาระที่ 2 ดนตรี มาตรฐาน ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทาง ดนตรี อย่างสร้างสรรค์วิเคราะห์วิพากษ์ - ประติมากรรมรูปเคารพที่ค้นพบใน เขตภาคอีสานตอนล่างแถบลุ่มแม่น้ำมูลถึงแม่น้ำ ชี ในจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ และชัยภูมิ รวบรวมอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย 1.3 จิตรกรรม - ภาพจิตรกรรมในอุโบสถวัดใหม่ ประตูชัย อายุกว่า 100 ปี ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย (สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.2472- 2473) 1.4 หัตถกรรม - ลายผ้าทอ “ลายหางกระรอก” ( ผ ้าห าง กร ะร อก) ล ายทอป ร ะจ ำห วั ด นครราชสีมา - งานจักสานหวาย ลายสานเครื่อง หวายบ้านส่วย อำเภอพิมาย จังหวัด นครราชสีมา 2. ดนตรีพื้นเมืองพิมาย มาตรฐานและสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น วิจารณ์คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อ ดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวัน มาตรฐาน ศ 2.2 เข้าใจความสัมพันธ์ ระหว่าง ดนตรี ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของดนตรีที่ เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล สาระที่ 3 นาฏศิลป์ มาตรฐาน ศ 3.1 เข้าใจ และแสดงออกทาง นาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์วิเคราะห์วิพากษ วิจารณ์คุณค่านาฏศิลป์ถายทอดความรู้สึก ความคิดอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวัน 2.1 เพลงพื้นบ้าน เช่น เพลงโคราช เพลง มโหรีเป็นต้น 2.2 การแสดงดนตรีพื้นบ้าน ได้แก่ วงดนตรี มโหรี เป็นต้น 2.3 เครื่องดนตรีพื้นบ้าน ได้แก่ ซอมโหรี ปี่มโหรีกลองมโหรี กลองตุ๊ก โทน เป็นต้น 3. นาฎศิลป์ถิ่นพิมาย 3.1 ศิลปะการแสดง เช่น รำวงคองก้า (เป็น การแสดงมหรสพเริ่มนิยมเล่นในจังหวัด นครราชสีมาเมื่อ ปี พ.ศ. 2480) การแสดง เพลงโคราช (ท่ารำประกอบการแสดงเพลง โคราช นิยมเล่นในจังหวัดนครราชสีมาปรากฏ หลักฐานชัดเจน เมื่อ ปี พ.ศ.2456) เป็นต้น
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๑๒ มาตรฐาน ศ 3.2 เข้าใจความสัมพันธ์ ระหว่างนาฏศิลป์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ ที่เป็นมรดกทาง วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย และสากล 3.2 การศึกษาศิลปะการร่ายรำของนางอัปรา จากภาพจำหลักบนทับหลัง และเสาหิน ภายใน อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย 3.3 การประดิษฐ์ท่ารำใหม่ เพื่อใช้ในใน โอกาสต่าง ๆ ในท้องถิ่น เช่น ระบำพิมายปุระ รำโคราชต้อนรับ รำมโหรีโคราช เป็นต้น 2.7 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ มาตรฐานและสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น สาระที่ 1 การดำรงชีวิตและครอบครัว มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทำงาน มี ความคิด สร้างสรรค์มีทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการ ทำงานร่วมกันและทักษะการแสวงหา ความรู้ มีคุณธรรม และลักษณะนิสัยในการ ทำงานมีจิตสำนึกใน การใช้พลังงาน ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อมเพื่อการ ดำรงชีวิตและ ครอบครัว สาระที่ ๒ การอาชีพ 1.งานบ้าน - การประกอบอาหารคาวหวานในท้องถิ่น/ อาหารพื้นบ้าน - การถนอมอาหารและผลไม้ในท้องถิ่น ตามฤดูกาล 2.งานเกษตร - การเลี้ยงสัตว์ - เกษตรอินทรีย์ - พันธุ์ไม้ในท้องถิ่น - การขยายพันธุ์พืชในท้องถิ่น - การปลูกไม้ดอกไม้ประดับในท้องถิ่น
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๑๓ มาตรฐาน ง 4 .1 เข้าใจ มีทักษะที่จำเป็น มี ประสบการณ์เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใช้ เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาอาชีพมีคุณธรรม และมี เจตคติที่ดีต่ออาชีพ - การตลาดเกี่ยวกับไม้ดอกไม้ประดับเพื่อ สร้างรายได้เกี่ยวกับไม้ดอกไม้ประดับ - การปลูกพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษ - การแปรรูผลผลิตทางการเกษตร 3.งานประดิษฐ์ - การประดิษฐ์ของชำร่วยจากวัสดุในท้องถิ่น - งานช่างประดิษฐ์ - การประดิษฐ์ของเล่นของใช้จากเศษวัสดุ ในโรงเรียนและในท้องถิ่น - กาประดิษฐ์ของประดับตกแต่งจากเศษวัสดุ ในโรงเรียนและในท้องถิ่น 4.งานช่าง - ประดิษฐ์งานไม้ที่ได้มาจากวัสดุเหลือใช้ ในท้องถิ่น - การซ่อมแซมอุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องใช้ ภายในบ้าน 5. งานออกแบบ - การใช้เทคโนโลยีในการออกแบบผลิตภัณฑ์/ บรรจุภัณฑ์ที่เน้นความเป็นท้องถิ่น 2.8 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ มาตรฐานและสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น สาระที่ ๑ จำนวนและพีชคณิต มาตรฐาน ค ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของ การแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการ ของจำนวนผลที่ เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช้ - สร้างโจทย์ปัญหา การบวก การลบ การคูณ การหาร โดยใช้ชื่อสถานที่ ทรัพยากร ผลิตภัณฑ์ สินค้า อาชีพ และเรื่องราวของ ชุมชนอำเภอพิมาย - แก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหาร ระคน โดยใช้ชื่อสถานที่ ทรัพยากร ผลิตภัณฑ์ สินค้า อาชีพ และเรื่องราวของ ชุมชนอำเภอพิมาย
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๑๔ 2.9 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศนั้น โดยธรรมชาติวิชาและเนื้อหาสาระแล้ว ไม่มีสาระ ท้องถิ่น เนื่องจากประเทศไทยได้จัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศอื่น ๆ ในฐานะของ การเรียนภาษาต่างประเทศ ดังนั้น การที่จะให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับชุมชนและท้องถิ่น จึง ต้องยึดตามมาตรฐานการเรียนรู้ และสาระการเรียนรู้ท้องถิ่นจากกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น เพื่อให้ผู้เรียน ได้มี โอกาสฝึกฝนการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ครูผู้สอนสามารถนําเรื่องราวต่าง ๆ ในท้องถิ่นมาเขียน ผูกเป็น เรื่องราวในรูแบบต่าง ๆ โดยใช้ภาษาต่างประเทศนั้น ๆ เช่น การพรรณนา บทความ บท สนทนา หนังสือส่งเสริมการอ่าน นิทาน บทร้อยกรอง เป็นต้น แล้วนํามาใช้จัดกิจกรรมทั้งในและนอก ห้องเรียน ให้นักเรียนได้เรียนรู้ โดยผ่านกระบวนการการฝึกทักษะทางภาษา คือทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน และกิจกรรมทางภาษา
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๑๕ มาตรฐานและสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น สาระที่ ๑ ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต ๑.๑ เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟัง และอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความ คิดเห็นอย่างมีเหตุผล มาตรฐาน ต ๑.๒ มีทักษะการสื่อสารทาง ภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดง ความรู้สึกและความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต ๑.๓ นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่อง ต่างๆ โดยการพูดและการเขียน สาระที่ ๒ ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต ๒.๑ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง ภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และ นำไปใช้ ได้อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ มาตรฐาน ต ๒.๒ เข้าใจความเหมือนและ ความ แตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้ อย่างถูกต้องและเหมาะสม สาระที่ ๓ ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่น มาตรฐาน ต ๓.๑ ใช้ภาษาต่างประเทศในการ เชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และ เป็นพื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และ เปิดโลกทัศน์ของตน 1. เรื่องเกี่ยวกับอำเภอพิมาย ซึ่งมีสาระ ท้องถิ่นที่ น่าสนใจ 1.1 ศาสนสถานสำคัญ เช่น - วัดเดิม - วัดสระเพลง - วัดดงใหญ่ 1.2 ผลิตผลทางการเกษตรที่ปลูกใน ท้องถิ่น เช่น - ข้าว - อ้อย - มันสำปะหลัง 1.3 แหล่งอุตสาหกรรม โรงงานอุตสาหกรรมในท้องถิ่น ที่ไม่ เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม เช่น - บริษัท เกลือพิมาย จำกัด (PSC) 1.4 แหล่งท่องเที่ยว เช่น - อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย - พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ - ไทรงาม - อนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ - เมรุพรหมทัต - สะพานรักบ้านเตย 1.5 ประเพณท้องถิ่น เช่น - แข่งเรือยาวพิมาย เป็นงานประเพณีที่ สืบทอดต่อกันมายาวนาน มากกว่า 100 ปี - มาตรฐานและสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น สาระที่ ๔ ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชน และโลก มาตรฐาน ต ๔.๑ ใช้ภาษาต่างประเทศใน สถานการณ์ต่างๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และ สังคม มาตรฐาน ต ๔.๒ ใช้ภาษาต่างประเทศเป็น เครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบ อาชีพ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก 2. เกษตรทฤษฏีใหม่ ตามปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง - ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านเตย - สถานีทดลองข้าว 3. ผลิตภัณฑ์ OTOP เช่น - ผัดหมี่พิมาย - กระยาสารท - ไม้กวาดทางมะพร้าว
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๑๖ - พรมเช็ดเท้า 4. สิ่งแวดล้อม พันธุ์พืชและสัตว์ในท้องถิ่น - แมวสีสวาท 5. บทประพันธ์ร้อยแก้วร้อยกรอง เช่น - นิทานพื้นบ้าน (Fairy tale) - เรื่องสั้น (Story Telling) 6. สาระการเรียนรู้ท้องถิ่นจากกลุ่มสาระการ เรียนรู้อื่น - การเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ จากอุทยาน ประวัติศาสตร์พิมาย และสถานที่สำคัญของ อำเภอพิมาย โดยชมรมมัคคุเทศน้อย ๓. การประเมินคุณภาพการศึกษาระดับท้องถิ่น สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมสึกษานครรราชสีมา เขต 7 จะใช้การประเมินคุณภาพ การศึกษา ระดับ ท้องถิ่นเป็นกลไกการควบคุมคุณภาพการศึกษา จึงกําหนดกรอบการประเมิน คุณภาพการศึกษา ระดับ ท้องถิ่นไว้อย่างกว้างๆ เพื่อให้สถานศึกษาสามารถดําเนินการได้ ดังนี้ ๑. การประเมินคุณภาพการศึกษา ระดับท้องถิ่น ให้ประเมินในทุกระดับชั้นปี รวมถึงช่วงชั้น ทั้งนี้ ให้มีการประเมินก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียน ๒. ดําเนินการประเมินทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่มีสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ซึ่งจัดการเรียนรู้ใน ทุกระดับชั้นปี ๓. กําหนดการประเมิน ให้ดําเนินการไปเช่นเดียวกับการประเมินคุณภาพสาระการเรียนรู้ แกนกลาง ในกรณีที่จัดการเรียนรู้สาระท้องถิ่นที่แทรกไว้ในรายวิชาพื้นฐานหรือประเมินรายวิชา เพิ่มเติมในกรณีที่จัดเป็นรายวิชาเพิ่มเติม ๔. เกณฑ์การประเมิน ให้สถานศึกษากําหนดเกณฑ์การประเมิน โดยให้สอดคล้องและ ครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด หรือผลการเรียนรู้ในรายวิชาและสาระการเรียนรู้ ท้องถิ่น นั้น ๆ ๕. ในกรณีที่ผู้เรียนไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ให้สถานศึกษาดําเนินการสอนซ่อมเสริมให้กับ ผู้เรียน เช่นเดียวกับการจัดการเรียนรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้และสาระการเรียนรู้แกนกลาง 6. วิธีการประเมิน ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาหรือให้ครูผู้สอนเป็นผู้กําหนดตามความ เหมาะสม เช่น การทดสอบ การประเมินตามสภาพจริงจากการปฏิบัติกิจกรรม การทําภาระงานหรือ ชิ้นงาน ซึ่งต้องกําหนดเกณฑ์คุณภาพในการประเมินอย่างชัดเจน เป็นต้น การนําหลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่นไปใช้
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๑๗ ๑. วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และสารการเรียนรู้ท้องถิ่นที่ต้องการ และนําไปจัดทําเป็น หน่วยการเรียนรู้ หรือสาระการเรียนรู้ท้องถิ่นที่แทรกในรายวิชาพื้นฐาน หรือรายวิชา เพิ่มเติม แต่ละ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ตามที่ต้องการได้อย่างหลากหลาย ๒. สําหรับสาระการเรียนท้องถิ่น ที่ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ควรจัดทําเป็นสาระการเรียน ท้องถิ่นให้ผู้เรียน ดังนี้ ๒.๑ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น “รอบรู้เรื่องเมืองพิมาย” สําหรับผู้เรียนระดับประถมศึกษา โรงเรียนกุลโนทุกคน ดังนี้ ๒.๑.๑ เรื่อง ประวัติเมืองพิมาย ๒.๑.2 เรื่อง ปราสาทหินพิมาย ๒.๑.3 เรื่อง งามล้ำถิ่นไทรงาม ๒.๑.4 เรื่อง พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพิมาย ๒.๑.5 เรื่อง ภาษาถิ่นเมืองพิมาย ๒.๑.6 เรื่อง อาหารท้องถิ่นเมืองพิมาย ๒.๑.7 เรื่อง แหล่งแมวสีสวาท ๒.๑.8 เรื่อง ประเพณีและเทศกาลเมืองพิมาย ๒.๑.9 เรื่อง วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ ๒.๑.10 เรื่อง ศาสนสถานสำคัญประจำเมืองพิมาย ๒.๑.11 เรื่อง ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ๒.๑.12 เรื่อง อุตสาหกรรมท้องถิ่น ๒.๑.13 เรื่อง ภูมิปัญญาท้องถิ่น ๒.๑.14 เรื่อง การจัดทําเว็บไซต์สาระการเรียนรู้ท้องถิ่นและเผยแพร่ เอกสารอ้างอิง กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๑๘ กระทรวงศึกษาธิการ. (25๖๐). มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรังปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (๒๕๕๑ ก.). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่ม สาระการเรียนรู้ภาษาไทย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมเกสรแห่งประเทศไทย จำกัด. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (๒๕๕๑ ข.). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระ การเรียนรู้ศิลปะ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมเกสรแห่งประเทศไทย จำกัด. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (๒๕๕๑ ค.). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระ การเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมเกสรแห่งประเทศไทย จำกัด. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (๒๕๕๑ ง.). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระ การเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมเกสรแห่งประเทศไทย จำกัด. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (๒๕๕๑ จ.). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระ การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมเกสรแห่งประเทศไทย จำกัด. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2553 ). แนวทางการตรวจสอบองค์ประกอบหลักสูตร สถานศึกษา. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 7. (2552). กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น สำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 7. กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการ จัดการศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 7. (เอกสารอัดสำเนา). สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 7. (2552). โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กลุ่มนิเทศติดตามและ ประเมินผลการจัดการศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 7 (เอกสารอัด สำเนา).
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๑๙ ภาคผนวก
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๒๐ ความรู้สำหรับครู อาชีพชาวนา การทำนาเป็นอาชีพที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย พื้นดินสำหรับเพาะปลูกข้าวที่เรียกว่านา ต้องมีเนื้อที่มากจึงจะเก็บเกี่ยวได้ผลพอเลี้ยงชีพ เมื่อเป็นเช่นนั้นจะใช้เพียงแต่คนในครอบครัวของตน ทำการไถ คราด หว่าน ดำ เก็บเกี่ยว ก็คงไม่ทันฤดูกาล ชาวนาจึงตกลงช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้เวลาและแรงงานมาก เช่น การดำนาและการเก็บเกี่ยว จะมีการลงแขกคือ เมื่อถึงคราวที่บ้านไหนเตรียมพื้นนาพร้อมที่จะดำนา ได้ก็ป่าวร้องกันไปตามละแวกนั้นให้มาช่วยกัน แล้วก็หมุนเวียนช่วยกันทำงานอย่างนี้ เรียกว่า “ใช้แรง” กันโดยไม่ต้อง “ใช้เงิน” จ้างแต่อย่างใด นอกจากเป็นการแสดงถึงความสามัคคี แล้วยังเกิดความสนุกสนานครื้นเครงอีก การทำนาเริ่มต้นด้วยการ “ไถนา” คือการทำพื้นดินให้ร่วนซุย พลิกดินข้างล่างขึ้นข้างบน ทำให้วัชพืชตาย เมื่อไถนาแล้ว 2 – 3 วัน จึงทำการคราดวัชพืชเหล่านั้นไปทิ้ง เมื่อเตรียมพื้นนา เรียบร้อยแล้วจึงหว่านเมล็ดข้าวเปลือกหรือปักดำต้นข้าวอ่อนลงในนา ประมาณเดือนพฤษภาคม หรือเรียกทางจันทรคติว่าเดือนหก พันธุ์ข้าวเบาจะเก็บเกี่ยวได้ภายในเวลาสามเดือนหลังจากหว่าน หรือดำ ส่วนพันธุ์ข้าวหนักต้องใช้เวลา 5 – 6 เดือนจึงจะเก็บเกี่ยวได้ ต้นข้าวจะออกเมล็ดมาเป็น “ข้าวเปลือก” ก่อนแล้วคนเราก็มีวิธีการกะเทาะเปลือกก่อน นำไปหุงต้ม สมัยโบราณนำข้าวเปลือกใส่ลงไปในครกใหญ่ ๆ แล้วก็ตำด้วยสาก จนเมล็ดหลุดออกจาก เปลือก จากนั้นฝัดเอาเปลือกออกให้หมด ส่วนในปัจจุบัน เรียกว่า ข้าวสาร ปัจจุบันมีโรงสี ข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร ชาวนาไม่ต้องเสียเวลาตำข้าว ฝัดข้าว
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๒๑ รายชื่อผู้ใหญ่บ้านตำบลในเมือง หมู่ที่ 1 บ้านในเมือง นายเที่ยง สมนิยม หมู่ที่ 2 บ้านในเมือง นางประภาวรินทร์ ศิริอาจ หมู่ที่ 3 บ้านส่วย นางสาววรัทยา รั้วชัย หมู่ที่ 4 บ้านขาม นางเขมิกา ผลนา หมู่ที่ 5 บ้านกอก นายวรรณลพ สืบค้า หมู่ที่ 6บ้านนางเหริญ นายจิรพงษ์ หมั่นรักษา หมู่ที่ 7 บ้านม่วง นายสมพงษ์ บุญปก หมู่ที่ 8 บ้านวังหิน นางพิมล ไทยแท้ หมู่ที่ 9 บ้านดอนแซะ นายสมโภช บนพิมาย หมู่ที่ 10 บ้านวังกลาง นายสมมาตร์ เลือดสงคราม หมู่ที่ 11 บ้านขี้เหล็ก นายสมเจตต์ เพ็ชรหิน หมู่ที่ 12 บ้านทองหลาง นางไยลดา กระจ่างแจ้ง หมู่ที่ 13 บ้านดง นางสาวอภิญญา ช่างไม้ หมู่ที่ 14 บ้านประตูชัย นางสาวปิยะวรรณ ตุนาค หมู่ที่ 15 บ้านน้อย นายอรัญ คร่ำสุข หมู่ที่ 16 บ้านใหม่สามัคคี นางสาววราภรณ์ มิ่งโมรี หมู่ที่ 17 บ้านเมรุพรหมทัต นางน้ำฝน สมิงรัมย์ หมู่ที่ 18 บ้านวังหิน กำนันจตุรงค์ สุรุ่งเรืองสกุล หมู่ที่ 19 บ้านท่าสงกรานต์ นางศิริพร ทุมมากรณ์ หมู่ที่ 20 บ้านสำโรงชัย นางจิรดา อาจศึก หมู่ที่ 21 บ้านไทรงามพัฒนา นายกิติกร ตั้งดวงดี
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๒๒ ปราสาทหินพิมาย ปราสาทหินพิมาย เป็นศาสนสถานทางพุทธศาสนานิกายมหายาน เป็นปราสาทขนาดใหญ่ ที่สุดในประเทศไทย สร้างขึ้นเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 - 17 ตัวปราสาทมีขอบเขตชั้นใน ด้วยระเบียงคต บริเวณด้านหน้านอกกำแพงชั้นนอกมีอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เรียกว่าพลับพลา เข้าใจว่าเป็นสถานที่สำหรับพักเตรียมพระองค์สำหรับพระมหากษัตริย์ หรือเจ้านายชั้นสูงที่เดินทางมา ประกอบพิธีกรรม ถัดจากพลับพลาเป็นทางด้านหน้าก่อเป็นสะพานนาคราช ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการ เข้าสู่ ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ สะพานนาคราชนี้มีความหมายว่า เป็นทางเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์ กับสวรรค์ ลานชั้นในซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดของปราสาทหินพิมายมีปราสาท 3 องค์ ตั้งอยู่ปราสาท ประธาน คือปราสาทองค์ใหญ่ ก่อสร้างด้วยหินทรายสีขาว ภายนอกโดยรอบของปราสาทประธานมี ภาพจำหลักบนทับหลัง และหน้าบัน เล่าเรื่องรามเกียรติ์ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นภาพจำหลักการสู้รบอัน ยาวนานระหว่างพระรามและทศกัณฐ์ สำหรับพระปรางค์อีก 2 องค์ สร้างเพิ่มเติมในพุทธศตวรรษที่ 18 ทางซ้ายของปราสาท ประธานคือปรางค์พรหมทัตก่อด้วยศิลาแลง ในสมัยพระเจ้าวรมันที่ 7 ภายในปรางค์พบ ประติมากรรมหินทรายรูปบุคคลขนาดใหญ่ นั่งขัดสมาธิ เชื่อกันว่าเป็นรูปเหมือนของพระเจ้าชัยวร มัน ที่ 7 ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติพิมายปรางค์หินแดงอยู่ทางขวาก่อด้วยหิน ทรายสีแดง มีส่วนฐานเชื่อมต่อกับอาคารเรียกว่าหอ พราหมณ์ซึ่งเดิมเป็นบรรณาลัย อันเนื่องมาจากความอุดมสมบูรณ์ของเมืองพิ มายตั้งแต่อดีต จึงทำให้มีการอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ด้วยเหตุของกาลเวลาทำให้ โบราณสถานของเมืองพิมายมีสภาพปรักหักพังและทรุด
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๒๓ โทรม จึงได้มีการบูรณครั้งใหญ่ระหว่าง พ.ศ. 2507 - 2512 โดยกรมศิลปากร และรัฐบาล ฝรั่งเศสร่วมมือกันบูรณะองค์ปราสาทประธานจนแล้วเสร็จ จากนั้นได้มีการดำเนินงานบูรณะ โบราณสถานในเมืองพิมายอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเปิดเป็นอุทยานประวัติศาสตร์พิมายอย่างเป็น ทางการ เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2532 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระ ราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด กุฏิฤาษี บริเวณที่ตั้งกุฏิฤๅษีเป็นจุดสิ้นสุดของถนนโบราณที่มีต้นทางจากเมืองพระนครในเขมร แต่ไม่ เหลือร่องรอยถนนไว้ให้เห็นเพราะเป็นที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน กุฏิฤๅษีเชื่อว่าเป็นอโรคยาศาลสร้างขึ้น ช่วงรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งเป็นยุครุ่งเรืองแห่งอาณาจักรขอม พระองค์โปรดเกล้าให้สร้างอโรค ยาศาลตามเส้นทางโบราณไว้จำนวนมาก ปัจจุบันเหลือเพียงซากกำแพงศิลาแลงกับปราสาทเท่านั้น ท่านางสระผม เป็นโบราณสถานนอกกำแพงเมือง ตั้งอยู่ริมลำน้ำเค็มทางทิศใต้ของเมือง เดิมทีเป็น เพียงเนินดินใหญ่ที่มีเศษภาชนะดินเผาและเศษกระเบื้อง กระทั่งได้รับการขุดแต่งใน พ.ศ.2531จึงพอ เห็นรูปรอยว่าเป็นอาคารทรงกากบาทก่อด้วยศิลาแลงมีฐานเป็นชั้นๆ และพบร่องรอยหลุมขนาดเล็ก อยู่ที่มุมอาคารทุกจุดนักโบราณคดีสันนิษฐานว่าคงเป็น ศาลาจัตุรมุขซึ่งเป็นท่ารับเสด็จเจ้านายทางฝั่งพิ มาย เพราะเป็นท่าน้ำแห่งเดียวที่อยู่ในแนวถนนโบราณ ห่างจากท่านางสระผมไปเล็กน้อยมีสระน้ำรูป สี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 200 ม. ยาว 400 ม.เรียกว่าสระช่องแมว แต่ไม่ปรากฎเรื่องราวว่ามีความสำคัญ ใด
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๒๔ ไทรงาม ลักษณะของต้นไทร ประเภทพันธุ์พืช เป็นต้นไม้ยืนต้น (Tree) ขนาดใหญ่ ชื่อวิชาการเรียกว่า ไทรย้อย (Ficus Benjamina LINN.) ชื่อพันธุ์พื้นเมือง เรียกว่า ไทรทอง (Golden Fig) ชื่อเสียงที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไป คือ ไทรงาม (Benyan Tree) ต้นไทรมีร่มเงาครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 35,000 ตารางฟุต โดยต้นที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดมี อายุประมาณ 350 ปี ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นต้นไทรที่ใหญ่ที่สุดในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประวัติและความเป็นมาของไทรงาม (Banyan Tree)
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๒๕ ไทรงามต้นที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุประมาณ 350 ปี (ได้ตรวจสอบและวิจัยเมื่อ พ.ศ.2510) ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า ไทรงามต้นนี้มีกำเนิดตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีของชาติไทย ที่ตั้งของไทรงาม ไทรงามพิมายอยู่ห่างไปจากตัวปราสาทหินพิมายไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 1.5 กิโลเมตร ในการเดินทางไปสู่ไทรงามนั้นจะต้องเดินทางผ่านเขื่อนพิมาย โครงการชลประทาน ทุ่งสัมฤทธิ์ เป็นเขื่อนที่สร้างขึ้นเพื่อกั้นลำน้ำมูล ไทรงามตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูล เป็นต้นไทรขนาดใหญ่หลายต้นมีกิ่งก้าน และใบติดต่อกัน จนกระทั่งแสงแดดไม่สามารถส่องผ่านเข้าไปได้ ความสำคัญของไทรงาม ไทรงามเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนที่สำคัญแห่งหนึ่งของอำเภอพิมายมาช้านาน โดยในสมัยที่ยังไม่ได้มีการปรับปรุงและพัฒนาสถานที่ให้เหมาะสมนั้น แม่ค้าจะตั้งร้านขายอาหารกัน อยู่ในบริเวณต้นไทรเลย ต่อมาเห็นว่าการกระทำเช่นนั้นทำให้บริเวณต้นไทรสกปรก จึงได้สร้างอาคาร ขึ้นมาสำหรับขายอาหารและของชำร่วยซึ่งมีร้านขายอาหาร 16 ร้าน ขายของชำร่วย 16 ร้าน ให้กับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ โดยอาหารที่ขึ้นชื่อของไทรงามคือ ส้มตำ และผัดหมี่พิมาย ซึ่งมีการ กล่าวกันไว้ว่า ถ้าผู้ใดมาพิมายแล้วไม่ได้มาทานส้มตำ และผัดหมี่พิมาย เท่ากับว่ามาไม่ถึงพิมาย สิ่งของที่มีขายอยู่ในบริเวณไทรงามส่วนมากจะเป็นสินค้าพื้นเมืองต่าง ๆ เช่น ผ้าไหม หมี่พิมาย
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๒๖ ของเด็กเล่นที่ทำจากเครื่องปั้นดินเผา ของชำร่วยที่ทำมาจากผ้าพื้นเมือง นอกจากนี้ยังมี ปลาไหล เต่า นก สำหรับผู้ที่ต้องการจะทำบุญอีกด้วย ยักษ์สุข ปราสาทหินพิมาย ชื่อจริง สุข จาดพิมาย ช่วงมีชื่อเสียง พ.ศ.2489 – 2496 บ้านเกิด บ้านรังกา ตำบลรังกาใหญ่ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ประวัติ
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๒๗ “ยักษ์สุข” ฉายาและกิตติศัพท์ของแม่ไม้มวยไทย โดยเฉพาะศอกสั้นอันตรายเกียรติประ วัต ณ เวทีราชดำเนินเป็นชื่อเสียงระดับประเทศที่ไม่มีผู้ต่อกร ประวัติแขวนนวม เมื่ออายุ 41 ปี เพราะอายุมาก เป็นบุคคลตัวอย่างแห่งชาวพิมายในการทำชื่อเสียงสู่อำเภอและจังหวัด ซึ่งชาวพิมาย รักและจดจำ สถานที่ตั้งรูปปั้นอนุสรณ์ ตั้งอยู่ที่ไทรงาม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ที่ตั้ง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย ตั้งอยู่บนถนนท่าสงกรานต์ เชิงสะพานท่าสงกรานต์ ริม แม่น้ำมูล ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ห่างจากปราสาทหินพิมายทางทิศ ตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 300 เมตร
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๒๘ ประวัติ โบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่แสดงเมื่อแรกก่อตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ส่วนใหญ่มาจากการ บูรณะและขุดแต่งปราสาทหินพิมายและจากแหล่งโบราณสถานในเขตจังหวัดทางภาค ตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชม ในลักษณะของพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2507 อยู่ในความดูแลของกองโบราณคดี ต่อมา พ.ศ. 2518 โอนมาอยู่ในความดูแลของ กองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และยกระดับเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ประจำภาค ตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง พ.ศ.2532 กรมศิลปากรมีนโยบายพัฒนาปรับปรุงพิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติพิมายขึ้นใหม่ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการพิพิธภัณฑสถานวิทยา จึงจัดทำโครงการปรับปรุง และพัฒนาพิพิธภัณฑ์ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากโครงการน้ำพระทัยจากในหลวงหรือ โครงการอีสานเขียว เพื่อดำเนินการก่อสร้างอาคารสำนักงาน ห้องประชุม และห้องจัดการแสดง ระหว่าง พ.ศ.2534 – 2536 ได้รับงบประมาณเพิ่มเติมในการปรับปรุงภูมิทัศน์จนแล้วเสร็จ สมบูรณ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงประกอบพิธีเปิด พิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติพิมาย ในวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ.2536 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมายนี้ นับว่าเป็น พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงถูกต้องตามหลักวิชาการ พิพิธภัณฑ์สากลที่ดีที่สุดในประเทศไทย การจัดแสดง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมายแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 2 เรื่อง ได้แก่อาคารจัดแสดงชั้น บน จัดแสดงเรื่องพัฒนาการของสังคมอีสาน เป็นการแสดงถึงอิทธิพลของอารยธรรมภายนอกที่เข้า มาและมีอิทธิพลต่ออีสาน รากฐานการกำเนิดอารยธรรมซึ่งมีที่มาจากความเชื่อต่าง ๆ ตั้งแต่สมัยก่อน ประวัติศาสตร์ถึงสมัยประวัติศาสตร์ ในอีสาน ซึ่งปรากฏอิทธิพลศิลปะ 2 แบบ คือ ศิลปะแบบ ทวารวดีและศิลปะแบบเขมร พร้อมทั้งกล่าวถึงบทบาทของดินแดนต่าง ๆ ซึ่งเคยครอบครองอีสานมา ก่อน ตลอดจนความรุ่งเรืองและความเสื่อมของดินแดนนั้น อาคารชั้นล่าง จัดแสดงเรื่องโบราณคดีและประวัติศาสตร์พิมาย กล่าวถึงกำเนิดเมือง การ สร้างพุทธสถานประจำเมือง หลักฐานร่องรอยความเจริญด้านสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ โดย ศึกษาจากหลักฐานต่าง ๆ ที่ปราสาทหินพิมาย ความเสื่อมของพิมาย และการบูรณะปราสาทแห่งนี้ ขึ้นใหม่ การจัดการแสดงนอกอาคารและอาคารโล่ง จัดแสดงส่วนประกอบสถาปัตยกรรมหินได้แก่ ใบเสมา ทับหลัง เสาประดับผนัง กลีบขนุน บัวยอดปรางค์ ฯลฯ ประติมากรรมรูปสัตว์และบุคคล พบจากโบราณสถานในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๒๙ โบราณวัตถุที่น่าสนใจ ➢ ลูกปัดหินและลูกปัดแก้ว ยุคก่อนประวัติศาสตร์ อายุราว 2,500 – 3,500 ปี มาแล้ว พบที่บ้านปราสาท ตำบล ธารปราสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ➢ พระพุทธรูปปางนาคปรก หินทราย ศิลปะลพบุรี ร่วมสมัยศิลปะเขมรแบบบายน อายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 พบที่ ปรางค์ประธาน ปราสาทหินพิมาย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ➢ พระวัชรสัตว์ สำริด ศิลปะลพบุรีร่วมสมัยศิลปะเขมรแบบบายน อายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 พบที่ปรางค์ พรหมทัต ปราสาทหินพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ➢ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๓๐ หินทราย ศิลปะลพบุรีร่วมสมัยศิลปะเขมรแบบบายน อายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 พบที่ ปรางค์พรหมทัต ปราสาทหินพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ➢ การเข้าชม เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00 – 16.00 น. ค่าธรรมเนียมการเข้าชม ชาวไทยคนละ 10 บาท ชาวต่างประเทศคนละ 30 บาท การอนุรักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย เป็นสถานที่เก็บรวบรวมอนุรักษ์หลักฐาน และจัดแสดง เรื่องราวเกี่ยวกับความเจริญรุ่งเรืองของวัฒนธรรมอีสานในอดีต โดยเฉพาะโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่ พบในเขตอีสานตอนล่างแถบลุ่มแม่น้ำมูล แม่น้ำชี ในจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ เช่น ใบเสมาแบบศิลปะทวารวดี ชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมแบบศิลปะเขมร ได้แก่ ทับ หลัง หน้าบัน เสาประดับกรอบประตูทวารบาล ฯลฯ ประติมากรรม รูปเคารพ อาทิ พระพุทธรูป เทวรูป รูปโพธิสัตว์ ซึ่งล้วนประณีตงดงามมาก โดยเฉพาะรูปสลักศิลาพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มหาราชองค์สุดท้ายแห่งอาณาจักรกัมพูชา นับเป็นโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยมของพิพิธภัณฑสถานแห่งนี้ อนึ่ง หากมีการขุดพบโบราณวัตถุในท้องที่อำเภอพิมาย และจังหวัดต่าง ๆ ในเขตภาค ตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างจะต้องแจ้งให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย ทราบตามกฎหมายเพื่อ นำมาเก็บไว้เป็นสมบัติของชาติ ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาหาความรู้ต่อไป เนื่องจากโบราณวัตถุที่ขุด
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๓๑ พบในที่ดินของผู้ใดก็ตาม บุคคลนั้นจะอ้างเป็นเจ้าของโบราณวัตถุหรือครอบครองโบราณวัตถุไว้มิได้ เพราะโบราณวัตถุที่ขุดพบเป็นทรัพย์ของแผ่นดิน ข้อเสนอแนะ 1. เพื่อให้เกิดความเข้าใจและเห็นภาพพจน์ ควรใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง ให้ครูผู้สอน นำนักเรียนมาศึกษาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย 2. บทนำควรกล่าวถึง พิมาย ปัจจุบันเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดนครราชสีมา และกล่าวสรุป เกี่ยวกับจังหวัดนครราชสีมาเล็กน้อย อำเภอพิมาย เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนล่างของประเทศไทย จังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันแบ่งการปกครองออกเป็น 32 อำเภอ ได้แก่ 1. เมืองนครราชสีมา 12. คง 23. แก้งสนามนาง 2. บัวใหญ่ 13. จักราช 24. โนนแดง 3. ปากช่อง 14. ด่านขุนทด 25. วังน้ำเขียว 4. โนนสูง 15. บ้านเหลื่อม 26. เฉลิมพระเกียรติ 5. ปักธงชัย 16. ประทาย 27. เมืองยาง
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๓๒ 6. พิมาย 17. ห้วยแถลง 28. เทพารักษ์ 7. สีคิ้ว 18. ชุมพวง 29. พระทองคำ 8. โชคชัย 19. ขามทะเลสอ 30. ลำทะเมนชัย 9. โนนสูง 20. ขามสะแกแสง 31. สีดา 10. สูงเนิน 21. เสิงสาง 32. บัวลาย 11. ครบุรี 22. หนองบุนนาค อนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๓๓ 1. ที่ตั้ง ตั้งอยู่ในเขตบ้านสัมฤทธิ์ หมู่ที่ 1 ตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่บ้าน 2. การเดินทางไปถึง ทางเข้าทางเดียวกับหมู่บ้านสัมฤทธิ์ คือ จากถนนมิตรภาพทางหลวง หมายเลข 2 ห่างจากจังหวัดนครราชสีมาประมาณ 46 กิโลเมตร ระยะทางจากปากทาง ถนนมิตรภาพเข้าตามถนนลาดยางประมาณ 2.5 กิโลเมตร หรือถ้ามาจากอำเภอพิมาย ตามถนนชลประทาน (ลาดยาง) ระยะทาง 11 กิโลเมตร 3. สภาพภูมิประเทศโดยรอบ เป็นทุ่งนา ส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่ม มีน้ำท่วมขังในฤดูฝน พื้นที่ โดยรอบมีความสูงประมาณ 156 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ในพื้นที่นาบางช่วง มีลำห้วยขนาดเล็กไหลผ่านเรียกว่า คลองบัว 4. ขอบเขตของอนุสรณ์สถานฯ ลักษณะของผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 52 ไร่ 1 งาน 89 ตารางวา ทิศเหนือ ล้อมรอบด้วยทุ่งนา มีลำคลองไหลผ่าน ทิศใต้ มีลำคลองบัวไหลผ่าน มีสะพานคอนกรีตข้ามลำคลอง ทิศตะวันออก ล้อมรอบด้วยทุ่งนา มีลำคลองบัวไหลผ่านและมีหนอง น้ำขนาดใหญ่เรียกว่า “คลองหนองเรือ” ทิศตะวันตก ติดกับถนนเข้าหมู่บ้าน 5. ลักษณะของอนุสรณ์สถานฯ ในปัจจุบันชาวบ้านสัมฤทธิ์ ช่วยกันสร้างศาลาอนุสรณ์ขึ้นเมื่อ ประมาณ พ.ศ.2531 เพื่อระลึกถึงวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ ศาลาอนุสรณ์สถานฯ หันหน้าไป ทางทิศเหนือ เป็นศาลาทรงไทย ขนาด 5×5 เมตร ตั้งอยู่บนลานคอนกรีตยกพื้นเตี้ย ๆ มี รั้วล้อมรอบประดับด้วยไม้ดอกไม้ประดับมีเสาโคมไฟโดยรอบถัดมาทางทิศตะวันออกมีโรง เพลง 6. ความเป็นมาของอนุสรณ์สถานฯ
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๓๔ 1. เดิมจังหวัดนครราชสีมา มีความประสงค์จะสร้างอนุสรณ์สถานในบริเวณทุ่งสัมฤทธิ์ ผู้ว่าฯ ในขณะนั้น (นายสุวรรณ รื่นยศ พ.ศ.2500) ได้สั่งให้กรรมการหมู่บ้าน สัมฤทธิ์สำรวจพื้นที่ หนองหัวลาว ติดตั้งเสาหลักแสดงที่ตั้งและอาณาเขตหนองหัว ลาว เพื่อเตรียมการก่อสร้างอนุสรณ์สถานฯ แต่งบประมาณไม่มีจึงระงับไว้ก่อน 2. ในปี พ.ศ.2526 ทางราชการได้มาประกอบพิธีอันเชิญ ดิน จากสมรภูมิทุ่งสัมฤทธิ์ ที่บริเวณ หนองหัวลาวบ้านสัมฤทธิ์ ไปบรรจุที่อนุสรณ์สถานวีรชนแห่งชาติที่ กรุงเทพฯ 3. ในปี พ.ศ.2529 นายสมบูรณ์ ไทยวัชรามาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดขณะนั้นประสงค์ จะสร้างอนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ที่ใกล้เมรุพรหมทัต บริเวณตลาดพิมาย แต่ ทางหน่วยศิลปากรไม่อนุมัติ จึงระงับไว้ 4. อนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ เป็นรูปร่างขึ้นมา เนื่องจากชาวบ้านสัมฤทธิ์ได้ ร่วมกันบริจาคที่ดินและงบประมาณ 200,000 บาท สร้างศาลาอนุสรณ์สถาน เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ดวงวิญญาณของนางสาวบุญเหลือและ วีรชนที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ 7. การจัดแสดง เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อระลึกถึงวีรกรรมของวีรสตรีไทยทุ่งสัมฤทธิ์ อำเภอพิ มาย คุณย่าโม (ท่านท้าวสุรนารี) คุณย่าบุญเหลือ (นางบุญเหลือ) ซึ่งจะมีการประกอบพิธี บวงสรวงตามพิธีการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจน่าชมมาก เช่น การแสดงแสงเสียง การละเล่นพื้นบ้าน มวยคาดเชือก (มวยไทย) เพลงโคราช กิจกรรมเหล่านี้จะจัดให้มีการ แสดงในช่วงเดือนมีนาคม ของทุกปี 8. การเข้าชม การเข้าชมอนุสรณ์และสถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย ท่านสามารถเข้า ไปสักการะได้ทุกวัน ไม่มีการเก็บค่าเข้าชมแต่อย่างใด แต่ถ้าท่านมีจิตศรัทธาจะบริจาคเพื่อ สมทบในการบูรณะหรือเพื่อการดูแลรักษา ก็บริจาคได้ที่ตู้รับบริจาค 9. การอนุรักษ์ อนุสรณ์สถานแห่งนี้เป็นอนุสรณ์ที่เราควรเคารพสักการะดำรงรักษาไว้เพื่อให้ อนุชนรุ่งหลังได้สำนึกในบุญคุณของวีรกรรมสตรีของไทย ที่ไม่ต้องตกเป็นทาสของประเทศใด บ่งบอกถึงความรักชาติ รักเมือง ความกล้าหาญและเพื่อการศึกษาของคนรุ่นหลังต่อไป
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๓๕ ประเพณีที่สำคัญของอำเภอพิมาย 1. งานประเพณีแข่งเรือพิมาย เป็นงานประเพณีที่ชาวอําเภอพิมาย ร่วมกันจัดขึ้นเป็นประจํา ทุกปีมากว่าร้อยปีแล้ว โดยจะจัดช่วงใกล้เทศกาลออกพรรษา ในปัจจุบันถือเอาวันเสาร์และ วันอาทิตย์ สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤศจิกายน เป็นวันจัดงานทุกปีงานนี้นอกจากจะมีการแข่ง เรือของชาวบ้านจากหมู่บ้านต่างๆ ในอําเภอพิมายและอําเภอใกล้เคียงแล้ว ยังมีการตกแต่ง เรือตามแบบเรือพระราชพิธีพร้อมประกวดการแห่เรือด้วย ซึ่งนับว่าเป็นงานที่น่าชมมาก 2. งานเทศกาลเที่ยวพิมาย ประวัติ / ความเป็นมา พิมายเป็นชื่อชุมชนโบราณอายุนับพันปีเป็นแหล่งเศรษฐกิจอันมั่งคั่ง และเป็นเส้นทาง
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๓๖ ผ่านของอารยธรรมขอมโบราณ ปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์ คือ ปราสาทหินพิมายที่ ใหญ่โตสง่างาม ในปัจจุบันพิมายเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดนครราชสีมา มีแม่น้ำสายสำคัญไหล ผ่านคือแม่น้ำมูลหรือลำน้ำจักราช ซึ่งเมื่อถึงเทศกาลออกพรรษา ชาวบ้านที่อยุ่ริมฝั่งน้ำจะร่วม ทำบุญกฐินและจัดแข่งเรือเพื่อสร้างความสามัคคีจนกลายเป็นประเพณีสืบมา เนื่องจากจังหวัด นครราชสีมา เป็นเสมือนประตูเปิดสู่ภูมิภาคอีสาน และอินโดจีน อีกทั้งเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ ทางการท่องเที่ยวสูง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ จังหวัดนครราชสีมา และ กรมศิลปากร จึงกำหนดงานเทศกาลเที่ยวพิมายขึ้น ในระหว่างวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤศจิกายน โดยเริ่มจัดครั้งแรกใน พ.ศ. 2531 และจัดต่อเนื่องมาทุกปี กำหนดงาน วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤศจิกายน กิจกรรม / พิธี ในภาคเช้าเป็นกิจกรรมทางด้านศิลปวัฒนธรรม เช่น การแสดงศิลปะพื้นบ้าน เพลงโคราช การประกวดแมวโคราช การแข่งขันตำส้มตำ ผัดหมี่พิมาย การแสดงของกลุ่มนาฎศิลป์และศิลปิน เฉียงเหนือ (ชิงถ้วยพระราชทาน) ณ ลำน้ำจักราช ซึ่งไหลผ่านอำเภอพิมาย และกิจกรรมจักยาน ท่องเที่ยวเส้นทางแหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท-พิมาย 3. งานประเพณีแห่เทียนพรรษา ประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาเป็นประเพณีเนื่องในพระพุทธศาสนากระทำกัน ในวัน เข้าพรรษา (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8) ในสมัยแรกยังไม่มีประเพณีหล่อเทียน แห่เทียนเช่น ปัจจุบัน ชาวบ้านจะฝั่นเทียนยาวรอบศรีษะไปถวายพระเพื่อจุดบูชา จำพรรษา หาน้ำมันไป ถวายพระสงฆ์และหาเครื่องไทยทานและผ้าอาบน้ำฝน ไปถวายพระสงฆ์ต่อมาในสมัยพระเจ้า น้องยาเธอกรมหลวงสุธรรมสิมธิประสงค์ เป็นข้าหลวง ต่างพระองค์ที่เมืองอุบลฯ คราวหนึ่งมี การแห่บั้งไฟที่วัดกลาง มีคนไปดูมาก ในการแห่ บั้งไฟมีการทะเลาะวิวาททุบตีกันถึงแก่ความ ตาย ทรงเห็นว่าประเพณีบุญบั้งไฟไม่เหมาะสมเพราะบางครั้งบั้งไฟแตกถูกประชาชนบาดเจ็บ
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๓๗ มีการเล่นคลุกดินคลุกโคลนสกปรกเลอะเทอะ ทั้งไม่ใช้ประเพณีทางศาสนาจึงให้ยกเลิก ประเพณีนี้ เปลี่ยนเป็นประเพณีแห่เทียน เข้าพรรษาแทน การแห่เทียนเข้าพรรษาแต่เดิมไม่ได้ทำใหญ่โตเช่นปัจจุบัน ชาวบ้านร่วมกัน บริจาคเทียนแล้ว นำเทียนมาติดกับลำไม้ไผ่ หากกระดาษสีเงินสีทองเป็นลายฟันปลา บิดตามรอยต่อเสร็จแล้วก็ แห่ไปถวายวัด ส่วนการทำเทียนในปัจจุบันแบ่งเป็น 2 ประเภท แบบติดพิมพ์ และแบบ แกะสลัก 4. ประเพณีลอยกระทง วันลอยกระทงของทุกปีจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย หรือถ้า เป็นปฏิทินจันทรคติล้านนาจะตรงกับเดือนยี่และหากเป็นปฏิทินสุริยคติจะราวเดือนพฤศจิกายน ซึ่ง เดือน 12 นี้เป็นช่วงต้นฤดูหนาว อากาศจึงเย็นสบาย และอยู่ในช่วงฤดูน้ำหลาก มีน้ำขี้นเต็มฝั่ง ทำให้ เห็นสายน้ำอย่างชัดเจน อีกทั้งวันขึ้น 15 ค่ำ เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวง ทำให้สามารถเห็นแม่น้ำที่มี แสงจันทร์ส่องกระทบลงมา เป็นภาพที่ดูงดงามเหมาะแก่การชมเป็นอย่างยิ่ง
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๓๘ ประวัติความเป็นมา ประเพณีลอยกระทงนั้น ไม่มีหลักฐานระบุแน่ชัดว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อใด แต่เชื่อว่าประเพณีนี้ได้สืบ ต่อกันมายาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง เรียกประเพณีลอยกระทงนี้ว่า "พิธีจองเปรียญ" หรือ "การลอยพระประทีป" และมีหลักฐานจากศิลาจารึกหลักที่ 1 กล่าวถึงงาน เผาเทียนเล่นไฟว่าเป็นงานรื่นเริงที่ใหญ่ที่สุดของกรุงสุโขทัย ทำให้เชื่อกันว่างานดังกล่าวน่าจะเป็นงาน ลอยกระทงอย่างแน่นอน ในสมัยก่อนนั้นพิธีลอยกระทงจะเป็นการลอยโคม โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงสันนิษฐานว่า พิธีลอยกระทงเป็นพิธีของพราหมณ์ จัดขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้า 3 องค์ คือ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม ต่อมาได้นำพระพุทธศาสนาเข้าไปเกี่ยวข้อง จึงให้ มีการชักโคม เพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุ และลอยโคมเพื่อบูชารอยพระบาทของพระพุทธเจ้า ก่อนที่นางนพมาศ หรือ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์สนมเอกของพระร่วงจะคิดค้นประดิษฐ์กระทง ดอกบัวขึ้นเป็นคนแรกแทนการลอยโคม ดังปรากฎในหนังสือนางนพมาศที่ว่า "ครั้นวันเพ็ญเดือน 12 ข้าน้อยได้กระทำโคมลอย คิดตกแต่งให้งามประหลาดกว่าโคมสนม กำนัลทั้งปวงจึงเลือกผกาเกษรสีต่าง ๆ มาประดับเป็นรูปกระมุทกลีบบานรับแสงจันทร์ใหญ่ประมาณ เท่ากงระแทะ ล้วนแต่พรรณดอกไม้ซ้อนสีสลับให้เป็นลวดลาย..." เมื่อสมเด็จพระร่วงเจ้าได้เสด็จฯ ทางชลมารค ทอดพระเนตรกระทงของนางนพมาศก็ทรงพอ พระราชหฤทัย จึงโปรดให้ถือเป็นเยี่ยงอย่าง และให้จัดประเพณีลอยกระทงขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยให้ ใช้กระทงดอกบัวแทนโคมลอย ดังพระราชดำรัสที่ว่า "ตั้งแต่นี้สืบไปเบื้องหน้า โดยลำดับกษัตริย์ใน สยามประเทศถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือน 12 ให้ทำโคมลอยเป็นรูปดอกบัว อุทิศ สักการบูชาพระพุทธบาทนัมมทานทีตราบเท่ากัลปาวสาน" พิธีลอยกระทงจึงเปลี่ยนรูปแบบตั้งแต่นั้น เป็นต้น
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๓๙ ประวัติความเป็นมาวัดสระเพลง วัด สระเพลง ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ต. ในเมีอง อ. พิมาย จ. นครราชสีมา เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2430 วัดแห่งนี้สร้างเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูงและตั้งอยู่บนติดขอบฝั่งสระ เพลง สระเพลงแหงนี้ จัดเป็นสระโบราณสถานคู่บ้านคู่เมืองพิมายมาตั้งแต่อดีตกาล เนื่องจากวัดตั้งอยูใกล้สระเพลงจึง เรียกว่า “วัดสระเพลง” วัดสระเพลงมีความเก่าแก่เป็นอันดับ 2 รองจากวัดเดิม มีอายุประมาณ120 กว่าปีต่อมาในปี พ.ศ.2544 ได้มีชาวนาผู้ใจบุญซึ่งมีที่นาอยู่ใกล้เคียงบริเวณวัดในสมัยนั้น ทำการ บริจาคที่ดินดังกล่าวถวายให้แก่ทางวัด จำนวนประมาณ 6 ไร่ วัดสระเพลงจึงได้ย้ายเข้ามาสร้างใหม่ใน พื้นทีแห่งนี้ ภายในบริเวณวัดมีกุฏิไม้1 หลัง ศาลาการเปรียญ 1 หลัง และโบสถ์ไม้อีก 1 หลัง ในสมัย นั้นมีพระจำพรรษาอยู่ในวัดทั้งหมด จำนวน 3 รูป คือ หลวงพ่อช้าง, หลวงพ่อทอง และหลวงพ่อ จันทร์ ในปี 2540 ได้มีพระ ครูพุทธัชธัมรงหรีอพระครูปลัดจีน เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ท่านเป็น ชาวบ้านสระมะค่า หมู่ 2 ต.ในเมีอง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา วัดแห่งแรกที่ท่านไปบวช คือ วัด จันทร์ ต. ประสุข อ. ชุมพวง จ.นครราชสีมา ต่อมาท่านได้ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเพลงแห่งนี้ นับว่าท่านเป็นพระนัก พัฒนารุ่นบุกเบิกรุ่นแรกอีกด้วย ท่านได้จัดซื้อที่ดินเพื่อขยายบริเวณวัดเพิ่มเติม ขึ้นอีก ประมาณ 4 ไร่ รวมเนื้อที่ดินของวัดทั้งหมค ประมาณ 10 ไร่ มีพื้นที่สาธารณะซึ่งเป็นป่าช้าเก่า อยู่ติดทางด้านทิศตะวันออกของวัด ประมาณ 9 ไร่ ป่าช้าเก่าแห่งนี้ใช้งานรับเป็นที่ฝังศพและเผาศพใน สมัยนั้น ในปี พ.ศ. 2464 พระครูปลัดจีน ท่านได้เดินธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ ท่านได้ประสบพบ เห็นและมีโอกาสชื่นชมความงดงามของพระธาตุพนมเมี่อกลับมาจากการเดินธุดงค์แล้ว ได้จัดสร้าง พระบรมธาตุเจดีย์ขึ้นเป็นครั้งแรก วัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นที่บรรจุพระบรมธาติ ปกิจจสมุปบาทธรรม พระพุทธรูปธาตุ การ ก่อสร้างได้ยึดถีอแบบอย่างมาจากพระธาตุพนม ในปี พ.ศ. 2477 ได้สร้างมณฑปและรอยพระพุทธ บาทจำลองขึ้นเป็นแห่งแรกในอำเภอพิมาย ได้ทำการรื้อศาลาการเปรียญูไม้หลังเก่ามาสร้างใหม่ใหญ่ ขึ้นกว่าเดิม และ ได้ยกศาลาการเปรียญไม้หลังใหม่นี้ให้เป็นโรงเรียนวัดสระเพลงสอนเด็กนักเรียน
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๔๐ อย่างตอนเนื่อง ตั้งแต่ระดับชั้นมูล ป. 1 -4รับเด็กนักเรียนอายุตั้งแต่ 8 ปีขึ้นไป มีครูสอนทั้งหมด 5 คน คือ 1. พระครูปลัดจีน 2. นายวัฒนเกียติ์ นาคะนิเวศน์ (เกิด จ๋าพิมาย) 3. นายประคอง จันทรทีประ 4. นส. จวน ค้าขาย 5. นส. พูนศรีจ๋าพิมาย ในปี พ.ศ. 2485 พระครูปลัดจีนท่านได้มรณภาพลง รวมระยะเวลาการเป็นเจ้าอาวาส วัดสระเพลงทั้งหมด ประมาณ 35 ปี (พ.ศ. 2450 - 2485) หลังจากท่านมรณภาพแล้ว โรงเรียน แห่งนี้จึงถูกย้ายไปสร้างอยู่ที่บริเวณใจกลางชุมชนแทนและได้เปลี่ยน ชื่อใหม่อีกหลายครั้ง คือโรงเรียน อนุบาลสุริยาอุทัยปัจจุบัน ในปี พ. ศ. 2500 หลวงพ่อหม้อ สังวโร เจ้าอาวาสรูปที่ 2 วัดสระเพลง ท่านเป็นพระ นักพัฒนารูปต่อมา โดยในปี พ.ศ. 2502 ท่านได้เริ่มสร้างโบสถ์หรืออุโบสถหลังคอนกรีตแบบถาวร หลังคามุงกระเบื้อง งบประมาณในการจัดสร้าง ประมาณ 4 แสนกว่าบาท ได้รับการสนับสนุนและ สมทบทุนจากโครงการชลประทานทุ่งสัมฤทธิ์และชาวอำเภอพิ มาย สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2506 รวมระยะเวลาในการสร้างทั้งหมด ประมาณ 4 ปี ในปี พ.ศ. 2508 ไค้สร้างศาลาการเปรียญเป็น อาคารคอนกรีต ในปี พ.ศ. 2510 สร้างเมรุเผาศพขึ้นเป็นครั้งแรก และสร้างกุฏิไม้พื้นปูน 1 หลัง ในปีพ.ศ. 2511 -2518 ได้สร้างซุ้มประตูโบสถ์หรืออุโบสถทั้ง 4 ทิศ และในปีพ.ศ.2518 นี้เองท่านก็ได้มรณภาพลงในปี พ.ศ.2520 พระอาจารย์ชิตหรือพระใบฎีกาชิต ติกขวโร เจ้าอาวาสรูป ที่3 วัดสระเพลง พระรูปนี้ท่านได้ย้ายมาจากวัดบูรพาพิมล (วัดบุง ) โดยญาติโยม อุบาสก อุบาสิกา พร้อมทั้งพระภิกษุและสามเณร ได้เรียนเชิญูและขอร้องท่านให้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเพลงแห่งนี้ จากการทีท่านได้บวชจำพรรษาอยู่ทีวัดบุ่งเป็นระยะเวลา ประมาณ 4-5 พรรษา และจากการที่ท่าน เป็นชาวชุมชนหมู่ที่ 3 แห่งวัดสระเพลงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงรับอาสามาเป็นเจ้าอาวาสให้ ท่าน เป็น พระที่มีความรู้ความสามารถ เป็นพระนักพัฒนาอีกรูปหนึ่งที่สามารถระดมกำลังทั้งพระภิกษุ สามเณร ญาติโยม อุบาสก อุบาสิกา มาช่วยพัฒนาวัดให้เจริญรุ่งเรืองขึ้น โดยในปีพ.ศ. 2522 ท่านได้สร้างกุฏิ สงฆ์
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๔๑
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๔๒
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๔๓
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๔๔
หลักสูตรท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โรงเรียนกุลโน พุทธศักราช 2566 หน้า | ๔๕