การวาดรูปและ
ระบายสี น้ำ
ด.ญ. จิรภิญญา จาวสุวรรณวงษ์ ม.2/9 เลขที่23
ด.ญ.ปภาวรินท์ ชัชวาลย์ ม.2/9 เลขที่30
ความหมายของ
การวาดรูปและระบายด้วยสีน้ำ
การวาดรูปสีน้ำ หมายถึง การวาดรูปด้วยสีชนิดหนึ่งเรียกว่าสีน้ำ
สีน้ำเป็นสีที่ใช้น้ำเจือให้ละลายก่อนจึงใช้ระบายได้ มีลักษณะ
โปร่งใส
ความสำคัญและประโยชน์ของการวาดรูปและ
ระบายด้วยสีน้ำ
1ทำให้ทำงานได้รวดเร็วขึ้น
2ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
3ได้ใช้จินตนาการ ความสร้างสรรค์
4เพิ่มความสวยงามให้กับงาน
5ช่วยให้ผ่อนคลาย
การศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการวาด
รูปและระบายสีน้ำ
การวาดเส้น เป็นพื้นฐานของงานทัศนศิลป์และ
การออกแบบ โดยการสร้างภาพสองมิติโดยวิธีที่ง่ายและ
รวดเร็ว ให้เกิดร่องรอยต่าง ๆ โดยใช้เครื่องมือที่อยู่ใกล้ตัว
เช่น ถ่าน เศษไม้ หรือแม้แต่นิ้วมือของตนเอง แต่ใน
ปัจจุบันนิยมใช้ ดินสอ ปากกาและหมึก เครยอง ดินสอสี
ดินสอถ่าน ชอล์ก ชอล์กสี ปากกามาร์กเกอร์ ปากกาหมึกซึม
ซึ่งโดยมากจะเขียนลงบนกระดาษ หรือวัสดุอื่นอย่าง
กระดาษแข็ง พลาสติก หนัง ผ้า กระดาน สำหรับการเขียน
ชั่วคราวอาจใช้กระดานดำหรือกระดานขาว หรือบนอะไรก็ได้
หลักการระบายสีน้ำ
หลักการระบายสีน้ำ และเทคนิคการระบายสีน้ำ ความจำเป็นที่จะ
ต้องเข้าใจคุณสมบัติของสีน้ำ และต้องสามารถควบคุมได้ การ
ลงมือทดลองจะเห็นธรรมชาติและความเป็นไปของจังหวะสี ดังนั้น
การสร้างสรรค์ภาพวาดสีน้ำจึงต้องใช้เทคนิคพื้นฐานการระบายสี
น้ำ ซึ่งจะสามารถนำไปสร้างสรรค์ภาพจิตรกรรมสีน้ำที่สมบูรณ์ การ
ระบายแบบเปียกบนเปียก (Wet ON Wet) : คือ สีเปียก (สี
ผสมน้ำแล้ว) ระบายบนกระดาษเปียก (กระดาษที่ระบายน้ำหรือ
น้ำสีไว้แล้ว) วิธีการคือ ใช้พู่กันจุ่มสี (ค่อนข้างข้น) แตะแต้มบน
กระดาษที่เปียกอยู่แล้วตามด้วยสีอื่น สีจะไหลซึม รุกรานเข้าหากัน
อย่างกลมกลืนและมีส่วนที่เกิดเป็นสีใหม่เพิ่มขึ้นมา ถ้าทำบน
กระดาษเปียกชุ่ม สีจะรุกรานกันรวดเร็วและนุ่มนวล เทคนิคนี้นำ
ไปใช้ระบายท้องฟ้า หรือน้ำทะเลได้ ถ้าทำบนกระดาษเปียก สีจะ
รุกรานไม่มากแต่ยังคงผสมผสานกลมกลืนกันดี เทคนิคนี้นำไป
ใช้ระบายเป็นพวกวัตถุรูปทรงทั่วไปได้ ถ้าทำบนกระดาษหมาด สี
จะผสมผสานกลมกลืนกันน้อย เห็นการแยกสัดส่วนชัดเจนกว่า
เทคนิคนี้นำไปใช้ สร้างพื้นผิวแสดงความแตกต่าง ไม่เรียบ
การระบายแบบเปียกบนแห้ง (Wet ON Dry) : เป็นลักษณะการ
ระบายเรียบโดยใช้สี (ผสมน้ำแล้ว) ระบายบนกระดาษแห้งมี 3 รูป
แบบ ดังนี้ ระบายเรียบสีเดียว (Flat wash) : โดยใช้พู่กันจุ่มสีระบาย
ไปตามแนวนอนบนกระดาษที่เอียงเล็กน้อยให้น้ำสีไหลลงไปกองข้าง
ล่างแล้วระบายต่อเนื่องกันลงไปจนจบ การระบายครั้งต่อไปให้ต่อที่ใต้
คราบน้ำที่ยังเปียกอยู่ ผลที่ได้คือสีจะใส เรียบสม่ำเสมอ ระวัง อย่านำ
พู่กันไปจุ่มน้ำ หรือเติมน้ำลงในสี ระหว่างทำงานเพราะจะทำให้สีที่ได้
ไม่เรียบเกิดเป็นขั้นได้ ระบายเรียบหลายสี (Colour wash) : ทำ
เหมือนกับระบายเรียบสีเดียวแต่เมื่อจบสีที่ 1 แล้วให้ระบายสีที่ 2 ต่อที่
ใต้คราบน้ำขณะที่เปียกอยู่ ผลที่ได้คือ สีต่างๆ จะมีการผสมผสาน
กลมกลืนกันอย่างต่อเนื่อง หมายเหตุ ทั้งการระบายเรียบสีเดียว และ
หลายสี เป็นพื้นฐานของงานสีน้ำที่นำไปใช้ระบาย ให้เกิดภาพแล้วแต่
ว่าจะให้เป็นสีเดียว หรือหลายสี เช่น ภาพคนใส่เสื้อผ้า ก็ต้องเป็น
ระบายเรียบหลายสี ระบายเรียบอ่อนแก่ (Grade wash) : เป็นการ
ระบายให้เกิดค่าน้ำหนักของสี จะเริ่มจากอ่อนไปหาแก่ หรือ จากแก่ไป
หาอ่อนก็ได้ ถ้าเริ่มจาก แก่ไปหาอ่อน ก็ผสมสีให้ข้นกว่าปกติ แล้ว
ระบายเรียบได้ช่วงหนึ่งให้ล้างพู่กันจนสะอาดแล้วจุ่มน้ำมาระบายใต้
คราบน้ำเป็นระยะๆให้สีจางลงไปเรื่อยๆ ถ้าเริ่มจาก อ่อนไปหาแก่
ให้ผสมสีเจือจางแล้วระบายเรียบไปช่วงหนึ่ง ก็เพิ่มสีให้มีความ
เข้มข้นขึ้น แล้วระบายต่อใต้คราบน้ำลงมา เป็นระยะๆ ให้สีเข้ม
ขึ้นการระบายเรียบอ่อนแก่ เป็นเทคนิคที่นำไปใช้ระบายให้
เกิด มิติ แสง-เงา การระบายแบบแห้งบนแห้ง (DRY ON
DRY) : เป็นการระบายสีข้นๆบนกระดาษแห้งในลักษณะ
ต่างๆเช่น แตะ แต้ม ขีด เขียน ลากเส้นอย่างรวดเร็ว ประกอบ
กับการใช้ส่วนต่างๆของพู่กันคือปลายบ้าง โคนบ้างเพื่อให้เกิด
เป็นลักษณะต่างๆ เทคนิคนี้นำไปใช้เน้นเพื่อเพิ่มรายละเอียด
ของภาพ เช่น เมื่อเราทำภาพตัวบ้านเสร็จแล้วเราก็มาใส่ประตู
หน้าต่าง ด้วยการใช้สีข้นๆ แตะ แต้ม ลงไปเราก็จะได้ราย
ละเอียดของภาพแบบ ดังนั้น การวาดภาพสีน้ำกระบวนการ
สำคัญคือการให้แสงและเงา ที่เข้าใจธรรมชาติของภาพ แล้วนำ
มารังสรรค์งานภาพวาดสีน้ำต่อไป
การวาด
การวาดลายเส้น: คือ ภาพวาดที่เป็นเส้นอาจมีความสมบูรณ์
ในตนเองหรือแต่งเติมด้วยการลงแสงเงาให้เด่นชัดยิ่งขึ้น
ในการวาดลายเส้นเราควรจะมารู้จักกับอุปกรณ์ในการวาด
ลายเส้นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเขียนลายเส้นที่เป็นพื้นฐาน
ของการสร้างงานศิลปะที่เรียกว่า ทัศนศิลป์ หลายๆคนที่
เคยสอบเอ็นทรานซ์คงรู้ดีว่าเป็นการวาดอย่างไร เราลองมา
รู้จักกับอุปกรณ์กันก่อนที่จะรู้จักหลักเทคนิคในการวาดต่อ
ไป
อุปกรณ์
อุปกรณ์ (Materials) เป็นอุปกรณ์ในการวาดทั่วไปที่ใช้
ในการวาดภาพ
1.ดินสอดำ ในการวาดควรใช้เฉพาะขนาดตั้งแต่ 5B
จนถึง EE เพราะมีความเข้มมาก ขนาดที่ต่ำกว่านี้ถ้าหาก
แรเงาจะเกิดความมันเลื่อม สะท้อนทำให้ภาพดูไม่ชัดเจน
2. ปากกาหมึกซึม เป็นปากกาใช้จุ่มหรือมีหมึกในตัวก็ได้
จุดเด่นของการใช้ปากกาคือ จะทำให้ภาพดูมีชีวิตชีวา
3. ปากกาหมึกแห้ง สะดวกในการใช้จะให้เส้นออกมามี
ความสนุกสนานอิสระ
4.แท่งถ่าน เป็นแท่งถ่านที่ขายตามร้านเครื่องเขียนทั่วไป
อุปกรณ์ทั่วไป (Natural Meterials)
1. กระดานรองเขียน
2. ตัวหนีบ
3. ยางลบ
4. มีดเหลาดินสอ
5. กระดาษทราย ถ้าจะให้สะดวกในการใช้ควรหาไม้
สี่เหลี่ยมเล็กมารองแผ่นกระดาษทราย
6. กระดาษปรู๊ฟ คือ กระดาษเนื้อบางลักษณะเหมือน
กับกระดาษที่ใช้ม้วนยาสูบ
7. กระดาษ 100 ปอนด์
เทคนิคการฝึกความแม้นยำในการ
วาดมีดังต่อไปนี้
1. การขีดเส้นตรงในแนวนอนและแนวตั้งให้เส้นมีชอง
ไฟเท่าๆกัน
2. การขีดเส้นตรงให้ลงน้ำหนักมือและผ่อนลงไปจะได้
เส้นที่มีลักษณะคล้ายดาวตก
3.การขีดเส้นตาข่ายให้ช่องไฟเท่ากันในทุกทิศทาง
4. การไล่น้ำหนักเงาจากอ่อนไปหาแก่และจากแก่ไปหา
อ่อน
5. การลากเส้นเป็นเลขแปดอย่างต่อเนื่อง
การวาดภาพขั้นพื้นฐาน
1
วาดสิ่งที่เห็น. เริ่มวาดในสิ่งง่ายๆ (อย่างชามใส่ผลไม้ธรรมดา)
หรือสิ่งของธรรมดาๆ แล้วค่อยไต่ขั้นไปยังของที่ซับซ้อนขึ้น
อย่างเช่น โต๊ะที่มีรูปร่างแบบประณีต หรือใบหน้าของคน ยิ่ง
วาดสิ่งที่มีอยู่จริงได้ดีเท่าไร ท้ายที่สุดแล้ว ก็จะยิ่งวาดสิ่งที่
จินตนาการในหัวลงกระดาษได้ดีขึ้น
ตัวอย่างเช่น ถ้าบอกว่าคุณมีไอเดียที่จะวาดตัวละครเพื่อ
เขียนการ์ตูน คุณสามารถจินตนาการทุกรายละเอียดขึ้น
มาได้ ไม่ว่าจะเป็นสีหน้า แววตา ท่าทางที่บ่งบอกว่าตัว
ละครนี้เป็นแบบนี้ แต่ถ้าคุณไม่เคยฝึกวาดใบหน้า ตา
หรือท่าทางมาก่อนเลย ก็คงจะใช้เวลาวาดตัวละครลง
กระดาษนานสักหน่อย กว่าจะได้ตัวละครที่ออกมาตรง
ตามความคิดในหัวของคุณ
แทนที่จะวาดอะไรอลังการหรือซับซ้อนตั้งแต่แรก ให้ไปให้ความ
สำคัญกับจุดเล็กๆ ง่ายๆ ก่อนดีกว่า เริ่มจากวาดชามผลไม้ หรือ
บ้าน หรือแนวเทือกเขา แล้ววาดรูปพวกนี้ซ้ำๆ ฝึกด้วยดินสอ
วาดรูปเดียวกันหลายๆ รูปแบบ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณวาดเทือก
เขา ก็ให้ลองประเมินผลงานที่วาดครั้งแรกด้วย ดูว่าตรงไหนผิด
ตรงไหนถูก หรือให้เพื่อนช่วยดูว่าส่วนไหนของเทือกเขาดูไม่
เป็นธรรมชาติ หรือต้องพัฒนาขึ้นอีก เมื่อคุณได้รายชื่อสิ่งที่ต้อง
พัฒนาแล้ว ให้วาดเทือกเขาอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ให้พัฒนาใน
ส่วนที่คุณวาดไว้ไม่ดีเท่าไรในครั้งแรก ถ้าผ่านไปสักสองสาม
อาทิตย์และฝีมือการวาดรูปของคุณพัฒนาขึ้น ให้กลับมาวาดรูป
เดิมอีกครั้ง ดูสิว่าคุณพัฒนาฝีมือขึ้นแค่ไหนกัน!?
คิดซะว่าตัวคุณเองเป็นเชฟ เมื่อเชฟเรียนรู้เมนูใหม่ๆ เขาก็จะ
ใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ในการทำเมนสูตรนั้นเพียง
สูตรเดียว มันอาจทำให้ค่อนข้างน่าเบื่อเลยล่ะ แต่เขาก็จะทำ
อาหารจานนี้ออกมาได้สมบูรณ์แบบหลังจากสัปดาห์นั้นหมดไป
อย่าเพิ่งหมดหวังไป ถ้าหากว่าอาหารของคุณยังมีรสชาติที่ไม่
สมบูรณ์แบบ ต้องใช้เวลาสักหน่อยอะไรๆ จึงจะเข้าที่
2
วาดให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้. ยิ่งฝึกมากเท่าไร ก็จะยิ่งวาดได้ดีเท่านั้น
แม้ว่าคุณจะกำลังทำอย่างอื่นอยู่ แต่เมื่อมือว่าง (การคุยโทรศัพท์อยู่ก็เป็น
โอกาสดีที่จะวาดรูปร่างคร่าวๆ ไว้ได้เลย) ให้นำกระดาษมาสักแผ่น แล้ว
เริ่มวาดจากรูปร่างพื้นฐานๆ
ฝึกด้วยรูปที่เป็นพื้นฐานในตอนต้น รูปร่างพื้นฐานเหล่านี้เป็นขั้น
เริ่มต้นของรูปร่างที่ยากขึ้นไปอีกที่คุณจะวาดในอนาคต การวาดรูป
ร่างเหล่านี้จะทำให้เส้นทางการพัฒนาการวาดรูปของคุณมีความ
หมายและมีประสิทธิผลมากขึ้น
วาดวงกลม สี่เหลี่ยมจัตุรัส สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมผืนผ้า ฯลฯ ท้าทาย
ตัวเองด้วยการวาดให้รูปร่างเหล่านี้ดูสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่จะได้
จากนั้นก็ท้าทายต่อด้วยการวาดรูปร่างแบบที่หลากหลายขึ้น ทั้ง
วงกลมและสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีขนาดต่างกัน หรือสี่เหลี่ยมผืนผ้ากับ
สามเหลี่ยมต่างชนิดกันออกไป
เมื่อฝึกวาดซ้ำมากพอแล้ว (และมีกระดาษเสียที่ขยำทิ้งลงถังมาก
พอแล้ว) ก็ควรไปถึงจุดที่จะวาดรูปร่างได้อย่างสบายๆ ได้แล้วล่ะ ใน
การฝึกทักษะพื้นฐานให้สูงขึ้น ให้วาดเส้นโค้งและเส้นงอด้วย ให้
ลองวาดเส้นขดและก้นหอย รวมถึงเส้นซ้ำ เส้นลอนเล็กๆ และเส้น
ซ้อนเป็นพวงหลายๆ แบบ โดยให้ตั้งสมาธิวาดความโค้งงอนั้นให้
มั่นคง
การปรับปรุงการวาดรูป
1
สเก็ตช์ภาพหยาบๆ. ถ้าคุณจะวาดภาพต้นไม้ อย่าเพิ่งวาดใบ ไม่
อย่างนั้น มันจะง่ายต่อการวาดส่วนหนึ่งของภาพ แต่จะลืมเรื่อง
ของ"ภาพรวม"ไปเลย เพราะฉะนั้นรูปก็จะออกมาไม่ค่อยถูกต้อง
หรือดูไม่ค่อยสมดุลเท่าไรนัก
ใช้แสง เส้นร่างซ้ำๆ วาดทุกอย่างให้ร่างๆ หลวมๆ และไม่
ต้องกังวลว่าจะวาดส่วนใดผิด คุณกำลังจะวาดภาพรวมในหัว
ให้ภูกต้อง ไม่ได้วาดให้ออกมาสมบูรณ์ เปรียบเทียบ ปรับ
แก้ และพัฒนาในท้ายที่สุด
ถ้าคุณจะวาดสิ่งของที่มีอยู่จริง ให้ตรวจสอบสิ่งที่วาดบน
กระดาษกับวัตถุนั้น โดยให้มั่นใจว่าขนาดของวัตถุใกล้เคียง
และสัมพันธ์กับรูปทรงอื่นๆ ที่สุด
จินตนาการว่าต้องการให้ต้นไม้ออกมามีรูปร่างแบบไหน แล้ว
ร่างเส้นเบาๆ ด้วยดินสอ หรือจะวาดเส้นโครงร่างของภาพที่
คุณต้องการ หรือจะวาด"โครงกระดูก"ของมันก็ได้ (มักจะใช้
เพื่อวาดร่างกาย)
วิธีที่ดีคือการจินตนาการถึงรูปร่างพื้นฐานที่ทำให้เกิดวัตถุนี้ขึ้น พูด
อีกอย่างหนึ่งคือ ให้แยกส่วนของรูปนั้นขึ้นในหัวของคุณ ต้นไม้
มักจะมีรูปร่างของวงรีและสามเหลี่ยมตรงกลางด้านบนของทรง
กระบอก วาดรูปร่างเหล่านี้ให้ออกมาในรูปสามมิติ แล้วค่อยเติม
รายละเอียดทีหลัง โดยยังคงสัดส่วนที่ต้องการเอาไว้
2
เติมความประณีตให้กับภาพร่างของคุณ. ใช้เส้นที่หนักกว่า/เข้มกว่าเพื่อ
วาดในส่วนต่างๆ ของรูปที่คุณต้องการ และใช้ยางลบลบส่วนร่างที่ไม่
ต้องการออกไป เติมรายละเอียดทีละเล็กละน้อย ให้ลองถอยหลังมอง
ภาพรวมของภาพตัวเองเรื่อยๆ เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ภาพไปในทางที่คุณ
ต้องการ เรียนรู้และทดลองหลายๆ เทคนิค ซึ่งจะไปช่วยเพิ่มความ
สามารถด้านการถ่ายทอดไอเดียออกมาในรูปแบบการวาดภาพของคุณได้
วาดแสงเงา แสงเงาหมายถึงการวาดแสงและสีที่ต่างกัน ให้นึกถึง
ทิศทางที่แสงมากระทบกับวัตถุ และส่วนใดที่จะสว่าง ส่วนใดจะ
ออกมามืด ซึ่งมันจะเพิ่มความส่องสว่าง ความเข้ม และความลึกให้
กับภาพ
ลองนึกภาพลูกโบว์ลิ่งอยู่ด้านหน้าและมีดวงอาทิตย์ที่อยู่
ทางด้านขวา กำลังจะขึ้นมา เป็นภาพพื้นหลัง เพราะดวง
อาทิตย์อยู่ใกล้กับเส้นขอบฟ้า แสงจึงกระทบกับลูกโบว์ลิ่ง
ในมุมที่ต่ำมาก ตรงข้ามกับมุมสูง (ที่ดวงอาทิตย์จะอยู่ใน
ช่วงเที่ยงของวันที่แดดจัด) นั่นหมายความว่า ในการที่จะ
จับแสงที่มากระทบกับลูกโบว์ลิ่ง คุณต้องแรเงาส่วนด้าน
บนของลูกโบว์ลิ่งมากกว่าด้านล่าง เพราะแสงอาทิตย์ไม่
ได้กระทบกับด้านล่างโดยตรง
ฝึกกับเรื่องเงา ถ้าคุณต้องการรูปที่มีความสมจริงมากขึ้น
ให้เรียนรู้ทิศทางของแสงเงาที่สะท้อนกลับมาจากวัตถุ
รวมไปถึงเงาที่กระทบด้วย เงาจะมีรูปร่างแทบจะเหมือน
กับวัตถุ หรืออาจยืดออกไป เป็นแนวทแยง และบิดเบือน
เอาได้ ให้ใส่ใจกับประเภทของเงาที่แสงอาทิตย์ทำให้มัน
เกิดขึ้นในชีวิตจริง และลองนำมาปรับเปลี่ยนพัฒนาใน
ภาพของคุณ
3
เพิ่มความสมจริงเข้าไป. แม้ว่าคุณจะวาดภาพการ์ตูนหรือภาพ
ล้อเลียนในท้ายที่สุด คุณก็จำเป็นต้องรู้ถึงสิ่งที่ทำให้วัตถุ
ออกมาดูสมจริงในภาพวาดของคุณ ถ้าหากว่าคุณต้องการให้
ภาพของคุณออกมาดูมีชีวิตชีวา การควบคุมการฝึกถือเป็น
หัวใจสำคัญเลยล่ะ
ทำความคุ้นเคยกับมุมมอง (เปอร์สเปคทีฟ) การวาด
มุมมองเป็นความคิดที่ว่าสิ่งที่อยู่ไกลออกไปจะดูเล็กลง
และสิ่งที่อยู่ใกล้ขึ้นมาก็จะดูใหญ่ขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นความ
จริง ถ้าหากว่าคุณจะวาดวัตถุที่มีรูปร่างใหญ่ (เช่น ตึก
อาคาร) หรือฉากที่ซับซ้อน (เช่น บริเวณใกล้เคียง)
ถือเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ในการเข้าใจถึงมุมมอง ยกเว้น
ว่าคุณจะวาดออกมาให้ดูคล้ายๆ การ์ตูน การมุ่งเน้นไป
ที่มุมมองขณะที่วาดวัตถุที่เล็กและเรียบง่าย (เช่น
ลูกบาศก์ กองหนังสือ) ถือเป็นการฝึกที่ดีเลยล่ะ
ทำความรู้จักกับสัดส่วน สัดส่วนนั้นคือส่วนที่แตกต่างกันไปใน
แต่ละวัตถุ จะเหมือนกันในแง่ของขนาด สัดส่วนอาจส่งผลต่อความ
สมจริงของรูปภาพที่จะออกมา ใช้วิธีการวัด เช่นเส้นกริด (เส้น
ตาราง) หรือจุดหนาๆ เพื่อสัดส่วนที่เหมาะสม การปรับสัดส่วน
ขยายบางส่วนและลดบางส่วน สามารถนำให้เกิดไอเดียที่เป็น
เอกลักษณ์ หรือเป็นตัวแทนในรูปแบบของการวาดรูปได้ ตัวอย่าง
เช่น ตัวการ์ตูนล้อเลียนหรือตัวละครในอนิเมชั่น จะมีดวงตาที่ใหญ่
โต หรือมีใบหน้าที่ใหญ่ตามสัดส่วน ให้ลองวาดสัดส่วนของวัตถุ
และคนก่อนที่จะวาดให้มันตรงข้ามกับสิ่งในหัว
เล่นสี สีจะช่วยเพิ่มมิติให้กับผลงานได้ การตัดสี ผสมสี ความอิ่ม
ของสี และโทนสีจะทำให้ภาพวาดบางภาพดูมีชีวิตชีวา ดูสมจริง
และดูเข้าใจยาก ขึ้นอยู่กับว่าใช้สีอย่างไร ถ้าหากว่าคุณสนใจขึ้นมา
แล้ว ให้ลองผสมสีน้ำเข้ากับสีอะคริลิค ผสมมันเข้าด้วยกันและดูว่า
จะได้อะไรใหม่ๆ ออกมา ถ่ายภาพที่วาดเอาไว้ เล่นสีที่ต่างกันออก
ไป และดูผลที่ต่างกันออกมา ซึ่งขึ้นอยู่กับสีที่ใช้
ไปยังขั้นที่เหนือกว่า: วัสดุ การบันทึกภาพ
และการวาดภาพกำหนดเวลา
1
สิ่งที่คุณต้องการในการเริ่ม. สำหรับมือใหม่ กระดาษสเก็ตช์อาจเป็นตัว
เลือกที่ดีที่สุด มันคือกระดาษแผ่นเรียบที่จะช่วยให้วาดรายละเอียดได้ดี
ขึ้น แต่กระดาษ"ผิวหยาบ"จะกักเก็บแกรไฟต์บนดินสอของคุณเอาไว้ได้
ดีกว่า
ดินสอจะแยกกันไปตามความเข้มของมัน ตั้งแต่ดินสอระดับ"เข้ม"
ขนาด H ไปถึงระดับ"อ่อน" ขนาด 9B ดินสอเข้มจะมีโทนสีที่เข้ม
นั่นหมายความว่ามันสามารถเปลี่ยนจากสีอ่อนเป็นสีเข้มได้ ส่วน
ดินสอระดับอ่อน จะต่างกัน คือมีโทนที่มากกว่า หมายความว่าแรง
กดที่คุณส่งไปตอนที่ใช้ดินสอจะส่งผลกับความอ่อนของเส้น ให้ส
เก็ตช์ภาพด้วยดินสอขนาด 6B หรือ 8B ซึ่งเป็นดินสอระดับอ่อน
เพื่อให้การออกแรงกดทำให้ได้โทนสีที่เข้มข้น
เมื่อพร้อมแล้ว ให้ลองวาดด้วยถ่านดู ถ่านจะมีในรูปแบบเป็นแท่ง
หรือเป็นรูปร่างของดินสอ ถ่านที่เข้มๆ จะให้เฉดสีเทา ขณะที่
ถ่านที่อ่อนกว่าจะนุ่มนวลใช้ง่าย ใช้ถ่านเหมือนกับใช้ดินสอได้
เลย อย่างไรก็ตาม ถ่านจะวาดออกมาได้ชัดกว่าดินสอ ให้ใช้ถ่าน
เพื่อจับภาพท่าทางและการเคลื่อนไหว หรือใช้แรเงาที่เข้มขึ้นไป
อีก ถ้าคุณจะวาดภาพบนผ้าแคนวาส ถ่านเป็นตัวช่วยวาดโครงร่าง
ได้ดีก่อนที่จะลงสีเลยล่ะ
2
เก็บภาพเอาไว้. ทำพื้นที่ที่เอาไว้เก็บภาพที่คุณวาดไว้ หรือเก็บเอาไว้
ในอัลบั้มภาพก็ได้ การทำแบบนี้จะช่วยให้คุณได้รู้ถึงพัฒนาการของ
คุณเอง ยิ่งวาดรูปจนชินมือเท่าไร ก็จะยิ่งมองข้อบกพร่องออก และรู้ว่า
จะแก้มันให้ถูกต้องได้อย่างไร และถ้าคุณวาดรูปต่อไปเรื่อยๆ คุณก็จะ
พัฒนาฝีมือไปจนมีรูปแบบการวาดของตนเอง การหวนกลับมาดูรูป
เก่าๆ และดูว่าความสามารถคุณเติบโตขึ้นแค่ไหนมันน่าสนใจเสมอ
แหละ อย่าท้อไปล่ะ เมื่อคุณฝึกมัน มันก็จะออกมาสมบูรณฺ์แบบเอง
3
ลองวาดรูปโดยกำหนดเวลา. ถ้าคุณรู้สึกติดๆ อยู่ที่สัดส่วน
รำคาญเรื่องท่าทางที่ทั้งดูแข็งและขัดๆ แย่ที่สุดเท่าที่เคยวาดมา
และมีแต่ข้อผิดพลาด ซึ่งจิตสำนึกของคุณก็รู้ว่าทำให้ดีไปกว่านี้
ไม่ได้ นั่นเป็นสัญญาณที่บอกว่าคุณควรหยุดวงจรการฝึกก่อน
ไปหยิบที่จับเวลามา ตั้งไว้สักห้านาที เลือกหัวข้อที่ค่อนข้าง
ตายตัว เช่น กุหลาบผ้าไหม บางอย่างที่ท้าทาย ที่คุณชอบพอที่
จะวาดได้มากกว่าหนึ่งครั้ง มันจะช่วยได้เลยล่ะถ้าคุณชอบหัวข้อ
นั้นจริงๆ ล่ะก็นะ ให้ใช้ดินสออ่อนๆ (ขนาด B หรือ 2B หรือ
4B หรือขนาดใดๆ ที่เป็นขนาด B ก็ได้) ลองวาดสเก็ตช์ภาพร่าง
ภายในห้าหรือสองนาที ตั้งเวลาไว้ห้ามเกินห้านาทีเด็ดขาด เมื่อที่
จับเวลาเตือนขึ้นมา ให้หยุดแม้ว่ารูปจะยังวาดไม่เสร็จก็ตาม แล้ว
วาดใหม่ในตรงบริเวณที่ยังว่างอยู่
ทุกครั้งที่คุณพยายามจะวาดอะไรบางอย่างในห้านาที
คุณจะสังเกตบางอย่างที่ต่างออกไป และมีสมาธิมาก
ขึ้น คุณจะแก้ไขสิ่งที่ผิดให้ถูกต้องโดยไม่ต้องกลับไป
ลบมันได้เลย
วิธีนี้จะดีเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่วาดรูป เพราะมันไม่ยาก
ที่จะให้เพื่อนโพสท่าเพื่อ"สเก็ตช์รูปร่าง"สักสองนาที
ซึ่งต่างจากการที่ให้นั่งท่าเดียวอยู่เป็นชั่วโมง
เมื่อคุณเสร็จสิ้นการสเก็ตช์หัวข้อนั้นแล้ว ให้เวลาตัว
เองมากขึ้นอย่างสิบห้านาที จะเหมือนกับได้เวลาไป
นานมากสำหรับการวาดให้ถูกต้องเลยล่ะ คุณอาจวาด
เสร็จก่อนที่เวลาจะหมดเสียอีก วิธีการฝึกที่ดีคือการวาด
ภาพด้านนอก เมื่อแสงสามารถเปลี่ยนไปได้ทุกๆ ครึ่ง
ชั่วโมง
วิธีการดำเนินการ
3.1 วิธีการศึกษาค้นคว้า และขั้นตอนการดำเนินงาน
ตามโครงงาน
1.ศึกษาค้นคว้ารายละเอียดเกี่ยวกับการวาดรูปและระบายสีน้ำ
2.ปรึกษาอาจารย์เกี่ยวกับการระบายสีน้ำ
3.วางแผนและเรียงลำดับขั้นตอนการดำเนินงานเพื่อให้เป็น
ระเบียบและเข้าใจง่าย
4.จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้เพื่อให้เกิดความสะดวก
รวดเร็วในการปฏิบัติงาน
5.เริ่มดำเนินการทำชิ้นงาน
ผลการศึกษาและอภิปรายผล
หลังจากที่วาดรูปได้เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆสำหรับการวาดรูป
และระบายสีน้ำ การผสมสี,การเลือกใช้เทคนิคให้เหมาะ
กับงานนั้นๆ,การเลือกใช้สีในการทำงานศิลปะเพื่อทำให้
งานที่ออกมาสวยงามมากขึ้น