The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ NT O-NET-63

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kanatip.st, 2021-05-30 12:18:38

รายงานโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ NT O-NET-63

รายงานโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ NT O-NET-63

รายงานผลการดาเนนิ งาน

โครงการยกระดบั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น

ประจาปีการศึกษา ๒๕๖๓

โรงเรยี นตากสินราชานสุ รณ์

สานกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาตาก เขต ๑
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ

32

คำนำ

เอกสารรายงานการดาเนนิ งานโครงการยกระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น ประจาปกี ารศกึ ษา
2563 ฉบับน้ี ไดร้ วบรวมข้อมูลต่างๆ ที่เกยี่ วข้องกับการดาเนนิ กิจกรรม นาเสนอเปน็ ขนั้ เป็นตอน โดย
เร่ิมตน้ จากความสาคัญและความเป็นมา วัตถุประสงคใ์ นการศึกษา ขอบเขตของการศกึ ษาเอกสารและ
งานวจิ ัยท่ีเกีย่ วข้อง วธิ ีการดาเนินงาน ผลการดาเนินงาน สรปุ ผล อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ ในสว่ น
ของภาคผนวกประกอบดว้ ยโครงการ คาสงั่ และรูปภาพกจิ กรรมในการรายงานผลการดาเนนิ ครงั้ น้ี มี
วตั ถุประสงคเ์ พ่ือศกึ ษาความคดิ เห็นนกั เรียนท่มี ตี ่อการจัดโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ ทางการเรยี น และ
รายงานผลการดาเนินงานโครงการเปรยี บเทยี บกับเป้าหมายของโครงการ

ในการดาเนนิ งานได้รบั ความรว่ มมือจากคณะครู และบคุ ลากรทุกท่านเป็นอยา่ งดี จงึ ขอขอบคุณ
ทุกทา่ นมา ณ โอกาสน้ี

หวงั เปน็ อยา่ งยงิ่ ว่ารายงานผลการดาเนินงานโครงการยกระดับผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น ประจาปี
การศึกษา 2563 ฉบับนี้ จะเปน็ ประโยชน์ใช้เป็นข้อมลู ประกอบการตดั สนิ ใจ ในการจดั กิจกรรม ในโอกาส
ตอ่ ไป

คณะผู้จัดทา

สำรบญั 33

บทท่ี 1 บทนา หนา้
ความเป็นมาและความสาคญั 1
วตั ถุประสงคข์ องการรายงาน 1
ขอบเขตของการรายงาน 1
นิยามศัพท์เฉพาะ 2
2
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจยั ที่เกี่ยวขอ้ ง 3
พระราชบัญญตั ิการศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 3
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พ.ศ. 2551 5
22
บทท่ี 3 วธิ กี ารดาเนินงาน 22
ประชากรและกลุม่ ตัวอย่าง 22
เครื่องมอื ท่ใี ชใ้ นการเกบ็ ขอ้ มูล 22
การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู 23
การวิเคราะห์ข้อมูล 23
สถิตทิ ี่ใช้ในการวิเคราะห์ขอ้ มูล 24
การนาเสนอข้อมูล 25
25
บทที่ 4 ผลการดาเนินงาน
ตารางท่ี 1 สรุปความคดิ เหน็ ของนกั เรยี นตอ่ การจัดโครงการยกระดับผลสัมฤทธ์ิ 26
ทางการเรยี น โรงเรยี นตากสินราชานสุ รณ์ ประจาปกี ารศึกษา 2563
ตารางที่ 2 ขอ้ มลู จานวนนักเรียนระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 ที่เขา้ ร่วมโครงการ 26
ยกระดบั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ประจาปีการศึกษา 2563
ตารางท่ี 3 แสดงการเปรียบเทียบการสอบประเมินคณุ ภาพการศึกษาระดบั ชาติขน้ั พน้ื ฐาน 30
30
(NT) ระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 ระหว่าง ปีการศกึ ษา 2562 และ ปีการศกึ ษา 2563 และ 31
การเปรยี บเทยี บการสอบประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติขน้ั พ้ืนฐาน (O-NET) ระดับชน้ั 31
ประถมศึกษาปีท่ี 6 และ ระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ระหว่าง ปีการศึกษา 2562 และ
ปกี ารศกึ ษา 2563
บทที่ 5 สรปุ ผล อภิปรายผลและขอ้ เสนอแนะ

สรุปผล
อภปิ รายผล
ขอ้ เสนอแนะ
ภาคผนวก

1

บทที่ 1

บทนำ

1. ความสาคญั และความเปน็ มา
พระราชบญั ญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 47 กาหนดใหม้ ีระบบการประกันคณุ ภาพ

การศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาในทุกระดับ และมาตรา 48 ใหห้ น่วยงานตน้ สังกัดและ
สถานศกึ ษา จัดใหม้ รี ะบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาและใหถ้ ือว่าการประกนั คณุ ภาพ
ภายใน เปน็ สว่ นหน่งึ ของกระบวนการบริหารการศึกษาทต่ี อ้ งดาเนินการอยา่ งต่อเนือ่ ง โดยมีการจัดทารายงาน
ประจาปเี สนอตอ่ หนว่ ยงานตน้ สังกัด หนว่ ยงานท่เี กยี่ วข้อง และเปดิ เผยต่อสาธารณชน เพื่อนาไปส่กู ารพัฒนา
คณุ ภาพและมาตรฐานการศึกษา และเพ่ือรองรบั การประกันคุณภาพภายนอก การประเมินคุณภาพการศกึ ษา
ขนั้ พืน้ ฐานจึงเป็นกระบวนการ วธิ ีการ เพ่ือใหข้ ้อมลู ทจ่ี ะเปน็ ตวั บ่งชถี้ งึ ผลสาเร็จในการจดั การศกึ ษา ซ่งึ เปน็
สว่ นประกอบสาคญั ส่วนหนึง่ ในการประกนั คณุ ภาพภายใน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พ.ศ. 2551
จงึ กาหนดแนวทางการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เพ่ือให้ได้ข้อมูลสารสนเทศทแ่ี สดงพัฒนาการความกา้ วหนา้
และความสาเร็จทางการเรียนของผ้เู รยี น ซง่ึ สถานศกึ ษาตอ้ งจัดใหม้ ีการประเมินผลการเรียน ให้เปน็ ไปใน
มาตรฐานเดียวกัน ทงั้ ในระดับชัน้ เรยี น ระดับสถานศกึ ษา ระดบั เขตพ้ืนทกี่ ารศึกษา และระดบั ชาติ ขอ้ มลู ท่ีได้
จากการประเมนิ จะนาไปใชใ้ นการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน และคณุ ภาพการจัดการศกึ ษาของสถานศึกษา และ
เพ่ือเป็นสารสนเทศรองรบั บริบทของการประเมนิ ภายนอก

NT (National Test) คอื การสอบประเมินคณุ ภาพการศึกษาระดับชาตขิ นั้ พ้ืนฐานเพ่ือการประกนั
คุณภาพผู้เรยี น ตรวจสอบกากบั ดแู ล และพฒั นาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนของสานักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธกิ าร และ O-NET (Ordinary National
Educational Test) คือ การทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติข้ันพ้นื ฐาน เป็นการทดสอบเพอ่ื วดั ความรู้
และความคิดของนกั เรยี นชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 และชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 6 ประเมนิ
ตามมาตรฐานการเรียนรู้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551

ดงั น้ันเพอ่ื ใหผ้ ลการประเมนิ การการสอบ ประเมนิ คณุ ภาพการศึกษาระดบั ชาติขนั้ พื้นฐาน ของ
โรงเรยี นตากสินราชานุสรณม์ พี ัฒนาการท่ีดีข้ึน ส่งผลให้คณุ ภาพการจดั การศึกษาขน้ั พ้นื ฐานของโรงเรียน
พัฒนาไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพต่อไป จงึ ได้ดาเนนิ โครงการยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นใหก้ บั นักเรียน

2. วัตถุประสงคข์ องการรายงาน
2.1 เพื่อศึกษาความคิดเห็นนักเรียนต่อการจัดโครงการยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ของ

โรงเรียนตากสินราชานสุ รณป์ ระจาปกี ารศึกษา 2563
2.2 เพื่อรายงานผลการดาเนินงานโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น ปกี ารศึกษา 2563

2

3. ขอบเขตของการรายงาน
3.1 ประชากร คอื
3.1.1 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนตากสินราชานุสรณ์ ปีการศกึ ษา 2563
จานวน 129 คน
3.1.2 นกั เรยี นช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 6 โรงเรียนตากสินราชานุสรณ์ ปีการศกึ ษา 2563
จานวน 75 คน
3.1.3 นกั เรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรยี นตากสินราชานสุ รณ์ ปกี ารศกึ ษา 2563
จานวน 15 คน
3.2 กลุม่ ตัวอย่าง ไดแ้ ก่
3.2.1 นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 โรงเรียนตากสนิ ราชานสุ รณ์ ปกี ารศึกษา 2563

จานวน 129 คน
3.2.2 นกั เรยี นช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนตากสินราชานสุ รณ์ ปกี ารศกึ ษา 2563

จานวน 75 คน
3.2.3 นกั เรยี นช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 3 โรงเรียนตากสินราชานสุ รณ์ ปกี ารศึกษา 2563

จานวน 15 คน
3.3 การรายงานคร้งั นี้ม่นุ เน้นศกึ ษา
3.3.1 ความคิดเห็นของนักเรียนโรงเรียนตากสินราชานุสรณ์ ปีการศึกษา 2563 ต่อการ

จดั โครงการยกระดบั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น ท่โี รงเรยี นตากสนิ ราชานสุ รณ์จดั ขน้ึ
3.3.2 ผลการสอบประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติข้ันพ้ืนฐาน ของนักเรียนชั้น

ประถมศึกษาปีที่ 3 ทกุ ด้าน อยู่ในระดบั ดี ผลการประเมินระดับชาติ ของนกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 6 อยู่
ในระดับ ดี และผลการประเมนิ ระดับชาติ ของนกั เรียนชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 อยู่ในระดับ ดี

4. นิยามคาศัพท์
4.1 นกั เรียน หมายถึง นกั เรยี นชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 3 นกั เรียนช้ันประถมศึกษาปที ี่ 6 และนักเรียน
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 โรงเรยี นตากสินราชานสุ รณ์ท่กี าลงั ศกึ ษาอยู่ ในปกี ารศกึ ษา 2563
4.2 โรงเรียน หมายถึง โรงเรยี นตากสินราชานสุ รณ์ อาเภอเมือง จงั หวดั ตาก
4.3 ยกระดบั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น หมายถงึ การพัฒนาการสอบประเมนิ คณุ ภาพการศึกษา

ระดบั ชาติข้ันพน้ื ฐาน (NT) ด้านความสามารถด้านภาษาไทย ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ อยู่ในระดบั ดี
ขน้ึ และการการพฒั นาการสอบประเมนิ คณุ ภาพการศึกษาระดบั ชาติขนั้ พ้ืนฐาน (O-NET) ในกลมุ่ สาระการ
เรียนรูภ้ าษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
ภาษาองั กฤษ อยู่ในระดบั ดีขน้ึ

4.4 ความคดิ เห็นนกั เรยี นต่อการโครงการยกระดบั ผลสัมฤทธิ์ หมายถึง ข้อมูลท่ีได้จากการตอบ
แบบสอบถามของนักเรียน

3

บทที่ 2

เอกสำรและงำนวจิ ัยทเี่ กี่ยวข้อง

รายงานผลการดาเนินงานโครงการยกระดบั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนโรงเรียนตากสินราชานุสรณ์
ประจาปกี ารศึกษา 2563 ไดท้ าการศกึ ษาแนวคิด ทฤษฎเี อกสารและงานวิจัยท่ีเก่ียวขอ้ งเมื่อใช้เป็นขอ้ มลู
พนื้ ฐานในการดาเนินงาน การศกึ ษาและรายงานผลการดาเนินงาน ดงั น้ี

1. พระราชบัญญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
2. หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรุง 2560 )

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ และกลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ
3. การสอบประเมินคณุ ภาพการศึกษาระดับชาติขนั้ พ้นื ฐาน (NT)
4. การสอบประเมนิ คุณภาพการศึกษาระดับชาตขิ ้นั พนื้ ฐาน (O-NET)

1. พระราชบญั ญัติการศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
มาตรา 22 การจัดการศกึ ษาต้องยึดหลักวา่ ผเู้ รียนทกุ คนมีความสามารถเรียนรู้

และพัฒนาตนเองได้ และถอื ว่าผูเ้ รยี นมคี วามสาคัญทส่ี ุด กระบวนการจดั การศกึ ษาตอ้ งส่งเสรมิ
ใหผ้ เู้ รยี นสามารถพฒั นาตามธรรมชาติและเต็มศกั ยภาพ

มาตรา 23 การจัดการศกึ ษา ทง้ั การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและ
การศกึ ษาตามอธั ยาศัย ต้องเนน้ ความสาคญั ทง้ั ความรู้ คณุ ธรรม กระบวนการเรียนรู้และ
บูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดบั การศึกษาในเรื่องตอ่ ไปนี้

( 1 ) ความรเู้ รือ่ งเก่ยี วกับตนเอง และความสัมพนั ธข์ องตนเองเก่ียวกับสงั คม
ไดแ้ ก่ ครอบครวั ชุมชุน ชาติ และสังคมโลก รวมถึงความรู้เก่ยี วกบั ประวตั ิศาสตรค์ วามเปน็ มา
ของสังคมไทยและระบบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์
เป็นประมุข

( 2 ) ความร้แู ละทกั ษะดา้ นวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รวมท้ังความรู้ความเขา้ ใจ
และประสบการณเ์ รือ่ งการจดั การ การบารุงรกั ษาและการใชป้ ระโยชน์จากทรพั ยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลย่ังยนื

( 3 ) ความรูเ้ กย่ี วกบั ศาสนา ศลิ ปะ วฒั นธรรม การกีฬา ภูมปิ ัญญาไทย และการ
ประยุกตใ์ ช้ภมู ปิ ัญญา

( 4 ) ความรู้และทักษะด้านคณิตศาสตร์ และด้านภาษาไทยอยา่ งถกู ตอ้ ง
( 5 ) ความรู้ และทกั ษะในการประกอบอาชีพและการดารงชีวิตอยา่ งมคี วามสุข

4

มาตรา 24 การจัดกระบวนการเรยี นรู้ ใหส้ ถานศกึ ษาและหนว่ ยงาน
ที่เกยี่ วขอ้ งดาเนินการดงั ต่อไปนี้

( 1 ) จดั เนอ้ื หาสาระและกจิ กรรมให้สอดคลอ้ งกับความสนใจและความถนัดของ
ผู้เรียนโดยคานึงถึงความแตกตา่ งระหว่างบคุ คล

( 2 ) ฝกึ ทกั ษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชญิ สถานการณ์
และการประยกุ ตค์ วามรมู้ าใช้เพอ่ื ปอ้ งกนั และแก้ปัญหา

( 3 ) จัดกจิ กรรมให้ผูเ้ รียนได้เรยี นรจู้ ากประสบการณ์จริง ฝกึ การปฏิบตั ใิ ห้ทาได้
คิดเป็น ทาเป็น รักการอา่ นและเกิดการใฝร่ ู้อย่างต่อเน่ือง

( 4 ) จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรดู้ า้ นตา่ ง ๆ อย่าง ได้สัดส่วนสมดุล
กันรวมทัง้ ปลูกฝงั คณุ ธรรม คา่ นิยมทด่ี ีงามและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ไวใ้ นทุกวชิ า

( 5 ) สง่ เสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดลอ้ ม
ส่อื การเรียน และอานวยความสะดวกเพือ่ ให้ผเู้ รยี นเกิดการเรยี นรู้และมคี วามรอบรู้ รวมท้งั
สามารถใช้การวิจยั เปน็ สว่ นหน่งึ ของกระบวนการเรียนรู้ ทั้งนี้ ผู้สอนและผูเ้ รยี นอาจเรียนรู้
ไปพร้อมกันจากส่อื การเรียนการสอนและแหล่งวิทยาการประเภทต่าง ๆ

( 6 ) การจดั การเรียนรูใ้ หเ้ กดิ ข้ึนไดท้ ุกเวลาทกุ สถานท่ี มกี ารประสานความรว่ มมอื
กับบิดามารดา ผูป้ กครอง และบุคคลในชุมชุนทุกฝ่าย เพื่อร่วมกนั พฒั นาผู้เรียนตามศกั ยภาพ

มาตรา 25 รัฐต้องส่งเสริมการดาเนนิ งานและการจดั ต้งั แหล่งเรียนรตู้ ลอดชีวติ
ทุกรูปแบบไดแ้ ก่ ห้องสมุดประชาชน พพิ ิธภณั ฑ์ หอศิลป์ สวนสตั ว์ สวนสาธารณะ
สวนพฤกษศาสตร์ อุทยานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ศนู ยก์ ารกีฬาและนันทนาการ แหลง่ ขอ้ มูล และ
แหลง่ การเรยี นร้อู ่นื อย่างพอเพยี งและมีประสทิ ธภิ าพ

มาตรา 26 ให้สถานศกึ ษา จัดการประเมินผลผู้เรยี นโดยพจิ ารณาจากพัฒนาการ
ของผเู้ รียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรยี น การร่วมกิจกรรม และการทดสอบ
ควบคไู่ ปในกระบวนการการเรียนการสอนตามความเหมาะสมของแต่ละระดับและรูปแบบการศึกษา

มาตรา 27 ใหค้ ณะกรรมการการศึกษาขัน้ พื้นฐานกาหนดหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขั้นพ้นื ฐานเพื่อความเปน็ ไทย ความเป็นพลเมอื งทด่ี ีของชาติ การดารงชีวติ และการประกอบ
อาชพี ตลอดจนเพ่ือการศกึ ษาต่อ ให้สถานศกึ ษาขั้นพืน้ ฐานมีหน้าท่จี ดั ทาสาระของหลกั สูตร
ตามวัตถปุ ระสงคใ์ นวรรคหนึง่ ในสว่ นที่เก่ยี วกบั สภาพปัญหาในชมุ ชุนและสังคม
ภูมิปญั ญาทอ้ งถ่ิน คณุ ลกั ษณะอนั พึ่งประสงคเ์ พ่อื เปน็ สมาชกิ ทด่ี ขี องครอบครัว ชมุ ชุน สงั คม และ
ประเทศชาติ

มาตรา 28 หลักสตู รการศึกษาระดบั ตา่ ง ๆ รวมทง้ั หลกั สูตรการศกึ ษาสาหรบั
บุคคลตามมาตรา 10 วรรคสอง วรรคสาม แลวรรคส่ี ต้องมีลักษณะหลากหลาย ท้ังนี้ ให้จัดตาม
ความเหมาะสมของแต่ละระดบั โดยมุง่ พัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลให้เหมาะสมแกว่ ยั และ
ศกั ยภาพ

5

สาระหลักสตู ร ท้งั เปน็ วชิ าการ และวชิ าชพี ตอ้ งมงุ่ พฒั นาคนใหม้ คี วามสมดุล ทัง้ ดา้ น
ความรู้ ความคดิ ความสามารถ ความดงี าม และความรับผดิ ชอบตอ่ สงั คม

สาหรบั หลกั สตู รการศกึ ษาระดบั อุดมศกึ ษา นอกจากคณุ ลกั ษณะในวรรคหนง่ึ และ
วรรคสองแลว้ ยงั มคี วามม่งุ หมายเฉพาะทจ่ี ะพัฒนาวชิ าการ วิชาชพี ช้นั สูงและการค้นคว้า วจิ ยั
เพือ่ พฒั นาองค์ความรูแ้ ละพัฒนาสงั คม

มาตรา 29 ใหส้ ถานศกึ ษาร่วมกบั บุคคล ครอบครวั ชุมชนุ องค์กรชมุ ชุน
องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน เอกชน องค์กรเอกชน องคก์ รวชิ าชีพ สถาบันศาสนา
สถานประกอบการ และสถาบนั สงั คมอน่ื สง่ เสริมความเข้มแข็งของชุมชนุ โดยจดั กระบวน
การเรยี นรู้ภายในชุมชุน เพอื่ ใหช้ ุมชนุ มีการจัดการศกึ ษา อบรม แสวงหาแหล่งเรียนรู้ ข้อมลู ข่าวสาร
และ รจู้ ักเลือกสรรภมู ิปญั ญาและวทิ ยาการต่าง ๆ เพือ่ พัฒนาชุมชนุ ให้สอดคลอ้ งกับสภาพ
ปัญหาและความตอ้ งการ รวมทัง้ วิธีการสนบั สนุนให้มีการแลกเปลยี่ นประสบการณ์การพัฒนา
ระหวา่ งชุมชุน

มาตรา 30 ให้สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรยี นการสอนท่มี ปี ระสิทธิภาพ รวมทั้ง
การสง่ เสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพ่ือการพฒั นาการเรียนรทู้ ่เี หมาะสมกับผ้เู รยี นในแตร่ ะดับ การศึกษา
2. หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน พ.ศ. 2551

วิสัยทศั น์
หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทกุ คน ซ่งึ เปน็ กาลังของชาตใิ ห้เป็นมนุษย์
ทมี่ คี วามสมดุลท้ังด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสานกึ ในความเปน็ พลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมน่ั ใน
การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมุข มีความรูแ้ ละทกั ษะ
พ้นื ฐาน รวมทงั้ เจตคติ ท่ีจาเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศกึ ษาตลอดชวี ิต โดยมุ่งเน้น
ผูเ้ รียนเปน็ สาคัญบนพืน้ ฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรูแ้ ละพฒั นาตนเองได้เตม็ ตามศกั ยภาพ

หลกั กำร

หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน มีหลักการที่สาคัญ ดังน้ี
1. เป็นหลักสูตรการศกึ ษาเพอ่ื ความเปน็ เอกภาพของชาติ มจี ุดหมายและมาตรฐานการเรยี นรู้
เปน็ เป้าหมายสาหรบั พัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทกั ษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐานของ
ความเปน็ ไทยควบค่กู ับความเป็นสากล
2. เปน็ หลกั สูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ท่ปี ระชาชนทุกคนมโี อกาสได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาค และมี
คณุ ภาพ

3. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอานาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้
สอดคลอ้ งกับสภาพและความต้องการของทอ้ งถิน่

4. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างยืดหยุ่นท้ังด้านสาระการเรียนรู้ เวลาและการจัด
การเรยี นรู้

5. เปน็ หลกั สูตรการศึกษาท่เี นน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคัญ

6

6. เปน็ หลักสูตรการศึกษาสาหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุก
กลุ่มเป้าหมาย สามารถเทยี บโอนผลการเรียนรู้ และประสบการณ์

จุดหมำย

หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน มุ่งพฒั นาผ้เู รยี นให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสขุ มี
ศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกาหนดเปน็ จดุ หมายเพอื่ ให้เกดิ กับผู้เรียน เม่อื จบ
การศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน ดังนี้

1. มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นิยมทพี่ งึ ประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มวี ินยั และปฏิบัติตน
ตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาท่ีตนนบั ถอื ยดึ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

2. มีความรู้ ความสามารถในการสอ่ื สาร การคดิ การแกป้ ัญหา การใช้เทคโนโลยี และมีทักษะ
ชวี ิต

3. มีสุขภาพกายและสุขภาพจติ ที่ดี มีสุขนสิ ยั และรักการออกกาลังกาย
4. มีความรักชาติ มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดม่ันในวิถีชีวิตและ
การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมขุ
5. มจี ติ สานึกในการอนุรักษว์ ัฒนธรรมและภูมปิ ัญญาไทย การอนรุ กั ษแ์ ละพฒั นาสงิ่ แวดลอ้ ม มี
จิตสาธารณะทม่ี ุ่งทาประโยชนแ์ ละสร้างสง่ิ ที่ดงี ามในสงั คม และอยู่รว่ มกนั ในสังคมอยา่ งมีความสขุ

สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์

ในการพฒั นาผู้เรยี นตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งเน้นพฒั นาผู้เรียนให้มคี ณุ ภาพ

ตามมาตรฐานท่กี าหนด ซง่ึ จะชว่ ยใหผ้ ู้เรียนเกดิ สมรรถนะสาคัญและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ดงั น้ี

สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน

หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน มุง่ ใหผ้ ู้เรยี นเกิดสมรรถนะสาคัญ 5 ประการ ดงั น้ี
1. ความสามารถในการสื่อสาร เปน็ ความสามารถในการรบั และสง่ สาร มีวัฒนธรรมในการใช้
ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเขา้ ใจ ความร้สู กึ และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปลย่ี นขอ้ มูล
ขา่ วสารและประสบการณ์อนั จะเป็นประโยชนต์ อ่ การพัฒนาตนเองและสงั คม รวมท้ังการเจรจาตอ่ รอง
เพ่ือขจัดและลดปญั หาความขัดแยง้ ต่าง ๆ การเลือกรับหรอื ไม่รับข้อมลู ข่าวสารด้วยหลกั เหตุผล
และความถกู ต้อง ตลอดจนการเลอื กใชว้ ธิ กี ารสือ่ สาร ทมี่ ีประสิทธภิ าพโดยคานงึ ถึงผลกระทบ
ทมี่ ีต่อตนเองและสงั คม
2. ความสามารถในการคิด เปน็ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสงั เคราะห์ การคดิ อยา่ ง
สร้างสรรค์ การคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ และการคิดเปน็ ระบบ เพอื่ นาไปสกู่ ารสร้างองค์ความรู้
หรอื สารสนเทศเพ่อื การตัดสนิ ใจเกย่ี วกบั ตนเองและสังคมไดอ้ ย่างเหมาะสม
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เปน็ ความสามารถในการแก้ปญั หาและอปุ สรรคต่าง ๆ
ทีเ่ ผชญิ ได้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสมบนพนื้ ฐานของหลกั เหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เขา้ ใจ
ความสมั พันธแ์ ละการเปลย่ี นแปลงของเหตกุ ารณ์ตา่ ง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์

7

ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปญั หา และมกี ารตัดสนิ ใจท่มี ีประสทิ ธภิ าพโดยคานงึ ถึงผลกระทบ
ที่เกิดขนึ้ ตอ่ ตนเอง สังคมและสง่ิ แวดล้อม

4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต เปน็ ความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการ
ดาเนนิ ชวี ติ ประจาวัน การเรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง การเรียนรอู้ ย่างต่อเนื่อง การทางานและการอยู่รว่ มกัน
ในสังคมดว้ ยการสร้างเสรมิ ความสมั พนั ธ์อันดีระหว่างบคุ คล การจดั การปญั หาและความขดั แย้งต่าง ๆ อยา่ ง
เหมาะสม การปรับตัวใหท้ นั กบั การเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรูจ้ กั
หลกี เล่ยี งพฤติกรรมไม่พงึ ประสงค์ทีส่ ง่ ผลกระทบต่อตนเองและผ้อู ื่น

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เปน็ ความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีดา้ นตา่ ง ๆ และ
มที กั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในดา้ นการเรยี นรู้ การส่ือสาร การทางาน
การแกป้ ญั หาอยา่ งสร้างสรรค์ ถูกตอ้ ง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพ่ือให้
สามารถอยูร่ ว่ มกับผู้อื่นในสงั คมได้อยา่ งมคี วามสุข ในฐานะเปน็ พลเมอื งไทยและพลโลก ดงั นี้

1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
2. ซือ่ สัตยส์ จุ ริต
3. มีวินัย
4. ใฝ่เรียนรู้
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง
6. มุ่งม่ันในการทางาน
7. รกั ความเป็นไทย
8. มจี ิตสาธารณะ
นอกจากนี้ สถานศึกษาสามารถกาหนดคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์เพมิ่ เตมิ ให้สอดคลอ้ งตามบริบท
และจดุ เน้นของตนเอง
มาตรฐานการเรียนรู้
การพฒั นาผู้เรยี นใหเ้ กดิ ความสมดลุ ตอ้ งคานงึ ถึงหลักพฒั นาการทางสมองและพหปุ ัญญา หลักสตู ร
แกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน จึงกาหนดใหผ้ ้เู รยี นเรยี นรู้ 8 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ดงั นี้
1. ภาษาไทย
2. คณติ ศาสตร์
3. วทิ ยาศาสตร์
4. สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
5. สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
6. ศิลปะ
7. การงานอาชพี และเทคโนโลยี
8. ภาษาต่างประเทศ

8

ในแต่ละกลุ่มสาระการเรยี นรู้ได้กาหนดมาตรฐานการเรียนรูเ้ ป็นเป้าหมายสาคัญของการพฒั นา
คณุ ภาพผู้เรียน มาตรฐานการเรียนรรู้ ะบสุ ง่ิ ทผ่ี เู้ รียนพงึ รู้ ปฏบิ ัตไิ ด้ มคี ณุ ธรรมจริยธรรม และค่านิยม ที่พึง
ประสงคเ์ มอ่ื จบการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน นอกจากน้นั มาตรฐานการเรยี นรยู้ ังเป็นกลไกสาคัญ ในการขบั เคลอ่ื น
พัฒนาการศกึ ษาท้ังระบบ เพราะมาตรฐานการเรยี นรูจ้ ะสะทอ้ นให้ทราบวา่ ต้องการอะไร จะสอนอย่างไร
และประเมนิ อยา่ งไร รวมท้งั เป็นเครือ่ งมือในการตรวจสอบเพอื่ การประกันคุณภาพ

การศึกษาโดยใช้ระบบการประเมนิ คุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอก ซง่ึ รวมถงึ การ
ทดสอบระดับเขตพ้นื ที่การศกึ ษา และการทดสอบระดับชาติ ระบบการตรวจสอบเพ่ือประกนั
คณุ ภาพดังกลา่ วเปน็ สง่ิ สาคญั ที่ชว่ ยสะท้อนภาพการจดั การศึกษาว่าสามารถพัฒนาผูเ้ รยี นใหม้ ีคณุ ภาพ
ตามทม่ี าตรฐานการเรยี นร้กู าหนดเพียงใด

ตวั ชี้วัด

ตัวชว้ี ดั ระบุสงิ่ ทีน่ กั เรียนพึงรแู้ ละปฏบิ ตั ิได้ รวมท้งั คณุ ลักษณะของผเู้ รยี นในแตล่ ะระดบั ชน้ั ซึ่ง
สะท้อนถงึ มาตรฐานการเรยี นรู้ มคี วามเฉพาะเจาะจงและมคี วามเป็นรูปธรรมนาไปใช้ ในการกาหนดเนอื้ หา
จัดทาหน่วยการเรยี นรู้ จัดการเรยี นการสอน และเป็นเกณฑ์สาคญั
สาหรบั การวดั ประเมินผลเพอ่ื ตรวจสอบคุณภาพผู้เรียน

1. ตัวช้ีวัดชั้นปี เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนแต่ละช้ันปีในระดับการศึกษาภาคบังคับ
(ประถมศึกษาปีท่ี 1 – ประถมศึกษาปที ี่ 3)

2. ตวั ชีว้ ัดชว่ งชัน้ เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผเู้ รียนในระดับมธั ยมศึกษา
ตอนปลาย(มัธยมศึกษาปที ่ี 4- 6)

หลกั สูตรได้มกี ารกาหนดรหสั กากับมาตรฐานการเรยี นร้แู ละตัวช้วี ดั เพอื่ ความเขา้ ใจ
และใหส้ ่อื สารตรงกัน ดังนี้
ว 1.1 ป. 1/2

ป.1/2 ตวั ชวี้ ัดชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 ขอ้ ที่ 2
1.1 สาระที่ 1 มาตรฐานขอ้ ที่ 1
ว กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์

ต 2.2 ม.4-6/ 3 ตวั ชวี้ ดั ช้นั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ข้อที่ 3
ม.4-6/3 สาระที่ 2 มาตรฐานขอ้ ท่ี 2
2.3
ต กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ

9

สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรู้ ประกอบด้วย องค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้ และคุณลักษณะ

อันพึงประสงค์ ซึ่งกาหนดให้ผู้เรียนทุกคนในระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐานจาเป็นต้องเรียนรู้ โดยแบ่งเป็น 8

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ดงั นี้ วทิ ยาศาสตร์ : กำรนำควำมรู้

ภาษาไทย : ควำมรู้ ทักษะ คณิตศาสตร์ : กำรนำควำมรู้ และกระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์
ทักษะและกระบวนกำรทำง ไปใชใ้ นกำรศึกษำ คน้ คว้ำหำควำมรู้

และวฒั นธรรมกำรใช้ภำษำ คณิตศำสตร์ไปใช้ใน และแก้ปญั หำอยำ่ งเปน็ ระบบ กำรคิด

เพอ่ื กำรสอ่ื สำร ควำมชืน่ ชม กำรแก้ปัญหำ กำรดำเนินชวี ิต อยำ่ งเปน็ เหตุเปน็ ผล คดิ วเิ ครำะห์

กำรเห็นคณุ ค่ำภมู ิปัญญำไทย และ และศึกษำตอ่ กำรมเี หตมุ ผี ล คิดสร้ำงสรรค์ และจติ วิทยำศำสตร์

ภูมใิ จในภำษำประจำชำติ มเี จตคตทิ ด่ี ตี ่อคณิตศำสตร์

พัฒนำกำรคิดอย่ำงเป็นระบบ

และสร้ำงสรรค์

ภาษาตา่ งประเทศ : ควำมรู้ องคค์ วามรู้ ทักษะสาคัญ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม :
ทกั ษะ เจตคติ และวัฒนธรรม และคณุ ลักษณะ กำรอยูร่ ว่ มกันในสังคมไทยและสงั คมโลก
กำรใช้ภำษำตำ่ งประเทศในกำร อยำ่ งสันติสุข กำรเป็นพลเมืองดี
ส่อื สำร กำรแสวงหำควำมรู้ ในหลกั สูตรแกนกลางการศึกษา ศรทั ธำในหลกั ธรรมของศำสนำ
และกำรประกอบอำชีพ ข้ันพื้นฐาน กำรเห็นคณุ ค่ำของทรัพยำกรและ
ส่งิ แวดล้อม ควำมรักชำติ และภูมใิ จใน
ควำมเป็นไทย

การงานอาชพี และเทคโนโลยี : ศลิ ปะ : ควำมรแู้ ละทกั ษะใน สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา : ควำมรู้
ควำมรู้ ทกั ษะ และเจตคติ กำรคิดรเิ ร่มิ จินตนำกำร ทกั ษะและเจตคติในกำรสรำ้ งเสริม
ในกำรทำงำน กำรจัดกำร สรำ้ งสรรคง์ ำนศลิ ปะ สขุ ภำพพลำนำมยั ของตนเองและ
กำรดำรงชวี ิต กำรประกอบอำชพี สนุ ทรียภำพและกำรเหน็ ผูอ้ ื่น กำรป้องกนั และปฏบิ ัติต่อ
และกำรใช้เทคโนโลยี คุณค่ำทำงศลิ ปะ สิ่งต่ำง ๆ ท่ีมีผลตอ่ สุขภำพอยำ่ ง
ถูกวธิ ีและทกั ษะในกำรดำเนินชีวติ

10

วิสัยทัศน์
หลกั สูตรแกนกลำงกำรศกึ ษำข้ันพ้นื ฐำน มงุ่ พฒั นำผูเ้ รยี นทุกคน ซ่ึงเป็นกำลังของชำติใหเ้ ปน็ มนุษย์ทม่ี ีควำม
สมดุลทง้ั ด้ำนร่ำงกำย ควำมรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในควำมเป็นพลเมอื งไทยและเป็นพลโลก ยดึ ม่ันในกำรปกครองตำม
ระบอบประชำธิปไตยอันมพี ระมหำกษัตริยท์ รงเปน็ ประมุข มีควำมร้แู ละทักษะพนื้ ฐำน รวมท้ัง เจตคติ ทจ่ี ำเป็นต่อ
กำรศกึ ษำต่อ กำรประกอบอำชีพและกำรศกึ ษำตลอดชีวิต โดยมงุ่ เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐำนควำมเชอ่ื วำ่ ทุก
คนสำมำรถเรียนรูแ้ ละพัฒนำตนเองได้เต็มตำมศกั ยภำพ

จุดหมาย
1. มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่ำนยิ มที่พงึ ประสงค์ เห็นคณุ คำ่ ของตนเอง มีวนิ ัยและปฏิบัตติ นตำม
หลักธรรมของพระพทุ ธศำสนำ หรือศำสนำที่ตนนับถอื ยดึ หลกั ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง

2. มคี วำมรูอ้ ันเปน็ สำกลและมีควำมสำมำรถในกำรสือ่ สำร กำรคิด กำรแก้ปญั หำ กำรใช้เทคโนโลยี
และมที กั ษะชีวติ

3. มสี ขุ ภำพกำยและสขุ ภำพจิตทดี่ ี มีสขุ นสิ ยั และรกั กำรออกกำลังกำย
4. มีควำมรกั ชำติ มจี ติ สำนกึ ในควำมเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ยดึ ม่นั ในวถิ ชี วี ิตและกำร

ปกครองในระบอบประชำธิปไตยอันมีพระมหำกษตั ริยท์ รงเป็นประมุข
5. มีจติ สำนึกในกำรอนุรกั ษว์ ัฒนธรรมและภูมิปัญญำไทย กำรอนุรักษ์และพัฒนำส่งิ แวดลอ้ ม

มจี ิตสำธำรณะที่มุง่ ทำประโยชน์และสรำ้ งส่ิงท่ดี ีงำมในสงั คม และอยู่รว่ มกันในสงั คมอย่ำงมคี วำมสุข

สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. รักชำติ ศำสน์ กษตั รยิ ์
1. ควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร 2. ซือ่ สัตยส์ จุ ริต
2. ควำมสำมำรถในกำรคิด 3. มีวินัย
3. ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ญั หำ 4. ใฝเ่ รยี นรู้
4. ควำมสำมำรถในกำรใช้ทกั ษะชีวิต 5. อยอู่ ย่ำงพอเพียง
5. ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี 6. มุ่งม่ันในกำรทำงำน

7. รักควำมเปน็ ไทย

8. มจี ิตสำธำรณะ

มำตรฐำนกำรเรยี นร้แู ละตวั ชี้วดั 8 กลุม่ สำระกำรเรยี นรู้ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
1.กจิ กรรมแนะแนว
1. ภำษำไทย 2. คณติ ศำสตร์ 3. วิทยำศำสตร์ 2.กิจกรรมนักเรยี น
3. กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและ
4. สังคมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม 5. สขุ ศกึ ษำและพลศึกษำ 6. ศิลปะ สำธำรณประโยชน์
7. กำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี 8. ภำษำต่ำงประเทศ

คุณภาพของผเู้ รยี นระดบั การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน

11

สำระและมำตรฐำนกำรเรียนรู้

ภำษำไทย

สำระที่ 1 กำรอ่ำน

มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปใช้ตัดสนิ ใจ แกป้ ญั หา

ในการดาเนินชีวิตและมีนสิ ยั รักการอ่าน

สำระท่ี 2 กำรเขียน

มาตรฐาน ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขียน เขยี นสอ่ื สาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว

ในรูปแบบตา่ งๆ เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้า

อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

สำระท่ี 3 กำรฟงั กำรดู และกำรพูด

มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลอื กฟงั และดูอย่างมีวิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด

ความรูส้ กึ ในโอกาสตา่ งๆ อยา่ งมีวิจารณญาณ และสรา้ งสรรค์

สำระท่ี 4 หลักกำรใชภ้ ำษำไทย

มาตรฐาน ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลัง

ของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรักษา ภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ิของชาติ

สำระท่ี 5 วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มำตรฐำน ท 5.1 เขำ้ ใจและแสดงควำมคดิ เหน็ วิจำรณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทยอย่ำง

เห็นคณุ คำ่ และนำมำประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง

คณิตศำสตร์
สำระที่ 1 จำนวนและพชี คณติ
มาตรฐาน ค. 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของจานวน

ผลที่เกดิ ขนึ้ จากการดาเนินการ สมบตั ิของการดาเนนิ การ และนาไปใช้
มาตรฐาน ค. 1.2 เข้าใจและวิเคราะห์แบบรปู ความสมั พนั ธ์ ฟงั ก์ชัน ลาดับและอนกุ รม และนาไปใช้
มาตรฐาน ค. 1.3 ใชน้ ิพจน์ สมการ อสมการ และเมทริกซ์ อธิบายความสัมพนั ธ์หรือชว่ ยแก้ปญั หา

ทก่ี าหนดให้
สำระที่ 2 กำรวดั และเรขำคณิต
มาตรฐาน ค. 2.1 เขา้ ใจพ้นื ฐานเก่ียวกับการวดั วดั และคาดคะเนขนาดของสิ่งทต่ี ้องการวดั และนาไปใช้
มาตรฐาน ค. 2.2 เขา้ ใจและวิเคราะหร์ ปู เรขาคณิต สมบัติของรปู เรขาคณิต ความสมั พันธร์ ะหวา่ งรูป
เรขาคณิตและทฤษฎบี ททางเรขาคณิต และนาไปใช้
มาตรฐาน ค. 2.3 เขา้ ใจเรขาคณติ วเิ คราะห์ และนาไปใช้
มาตรฐาน ค. 2.4 เขา้ ใจเวกเตอร์ การดาเนนิ การของเวกเตอร์ และนาไปใช้

12

(หมำยเหตุ : มาตรฐาน ค. 2.3 และ มาตรฐาน ค. 2.4 (สาหรับผู้ทต่ี อ้ งการเรยี นคณิตศาสตรเ์ ปน็ พนื้ ฐาน
ในการศึกษาตอ่ )

สำระท่ี 3 สถติ แิ ละควำมนำ่ จะเป็น
มาตรฐาน ค. 3.1 เขา้ ใจกระบวนการทางสถิติ และใชค้ วามร้ทู างสถิติในการแกป้ ญั หา
มาตรฐาน ค. 3.2 เขา้ ใจหลักการนับเบ้อื งตน้ ความนา่ จะเปน็ และนาไปใช้

วิทยำศำสตร์
สำระที่ 1 วิทยำศำสตร์ชวี ภำพ
มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิต กับสิ่งมีชีวิต

และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับส่ิงมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอด
พลังงาน การเปล่ียนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของ ประชากร ปัญหาและ
ผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาติและการแกไ้ ขปัญหาส่ิงแวดลอ้ ม รวมทง้ั นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของส่ิงมีชีวิต หน่วยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต การลาเลียงสารเข้า และออกจาก
เซลล์ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าท่ีของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่
ทางานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าท่ี ของอวัยวะต่างๆ ของพืชที่
ทางานสัมพันธก์ ัน รวมทัง้ นาความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม สารพันธกุ รรม
การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมท่ีมีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลาย ทางชีวภาพและ
วิวฒั นาการของสงิ่ มีชวี ติ รวมทง้ั นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

สำระท่ี 2 วิทยำศำสตร์กำยภำพ
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธร์ ะหว่างสมบัติของ สสารกับ

โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติ ของการเปล่ียนแปลง
สถานะของสสาร การเกดิ สารละลาย และการเกิด ปฏกิ ริ ยิ าเคมี
มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจาวัน ผลของแรงท่ีกระทาต่อวัตถุ ลักษณะ การ
เคลอ่ื นท่แี บบตา่ ง ๆ ของวัตถุรวมทั้งนาความรไู้ ปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏสิ มั พนั ธ์
ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจาวนั ธรรมชาตขิ อง คลน่ื ปรากฏการณท์ ่ี
เกีย่ วข้องกบั เสยี ง แสง และคลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ รวมทง้ั นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

13

สำระท่ี 3 วิทยำศำสตร์โลก และอวกำศ
มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกดิ และววิ ัฒนาการของเอกภพ
กาแล็กซีดาวฤกษ์และระบบสุริยะ รวมท้ังปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะ ที่ส่งผล
ตอ่ สง่ิ มีชีวิต และการประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ

มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง ภายใน
โลก และบนผิวโลก ธรณีพิบัตภิ ัย กระบวนการเปลีย่ นแปลงลมฟา้ อากาศและภูมอิ ากาศ
โลก รวมทัง้ ผลต่อสิ่งมีชวี ิตและสง่ิ แวดล้อม

สำระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปล่ียนแปลง อย่าง

รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และ ศาสตร์อ่ืน ๆ เพ่ือ
แก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิง
วิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคานงึ ถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และ
ส่งิ แวดล้อม
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็น ขั้นตอนและ
เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้ การทางาน และการ
แกป้ ัญหาได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ รเู้ ทา่ ทัน และมีจรยิ ธรรม

ภำษำอังกฤษ
สำระที่ 1 ภำษำเพอ่ื กำรส่อื สำร
มำตรฐำน ต 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเรือ่ งท่ีฟังและอ่านจากสอ่ื ประเภทต่างๆและแสดงความคดิ เห็นอย่าง

มีเหตุผล
มำตรฐำน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นขอ้ มูลข่าวสาร แสดงความร้สู กึ และ

ความคิดเห็นอยา่ งมีประสิทธิภาพ
มำตรฐำน ต 1.3 นาเสนอขอ้ มูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเหน็ ในเร่อื งต่างๆ โดยการพูด

และการเขยี น
สำระที่ 2 ภำษำและวัฒนธรรม
มำตรฐำน ต 2.1 เขา้ ใจความสัมพนั ธ์ระหว่างภาษากบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนาไปใช้ ไดอ้ ย่าง

เหมาะสมกบั กาลเทศะ
มำตรฐำน ต 2.2 เข้าใจความเหมอื นและความแตกตา่ งระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา

กบั ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนามาใช้อยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสม
สำระที่ 3 ภำษำกับควำมสมั พันธก์ ับกล่มุ สำระกำรเรยี นรอู้ ่ืน
มำตรฐำน ต 3.1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการเชื่อมโยงความร้กู บั กลุ่มสาระการเรยี นร้อู ่ืน และเปน็

พน้ื ฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทัศนข์ องตน

14

สำระที่ 4 ภำษำกบั ควำมสัมพนั ธก์ บั ชุมชนและโลก
มำตรฐำน ต 4.1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ท้งั ในสถานศึกษา ชมุ ชน และสังคม
มำตรฐำน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมอื พ้นื ฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ

การแลกเปล่ียนเรียนรู้กบั สังคมโลก

คุณภำพผเู้ รียนกล่มุ สำระกำรเรยี นร้ภู ำษำไทย

จบชนั้ ประถมศึกษำปีที่ 3

 อ่านออกเสยี งคา คาคล้องจอง ขอ้ ความ เร่ืองสน้ั ๆ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ ไดถ้ ูกต้อง
คล่องแคลว่ เข้าใจความหมายของคาและข้อความทีอ่ ่าน ตงั้ คาถามเชงิ เหตุผล ลาดับเหตุการณ์
คาดคะเนเหตกุ ารณ์ สรปุ ความรขู้ อ้ คดิ จากเร่อื งทอี่ ่าน ปฏิบัติตามคาส่งั คาอธบิ ายจากเรื่องทอี่ า่ นได้
เข้าใจความหมายของขอ้ มลู จากแผนภาพ แผนท่ี และแผนภูมิ อ่านหนังสอื อย่างสม่าเสมอ และ
มีมารยาทในการอา่ น

 มที กั ษะในการคดั ลายมอื ตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยาย บันทกึ ประจาวัน เขียน
จดหมายลาครู เขียนเร่อื งเกี่ยวกบั ประสบการณ์ เขยี นเร่ืองตามจนิ ตนาการและมีมารยาท ในการเขียน

 เล่ารายละเอยี ดและบอกสาระสาคญั ตั้งคาถาม ตอบคาถาม รวมทง้ั พดู แสดงความคิด
ความร้สู กึ เก่ยี วกับเรื่องท่ฟี งั และดู พูดสือ่ สารเล่าประสบการณแ์ ละพดู แนะนา หรือพูดเชิญชวน ใหผ้ ู้อ่นื
ปฏบิ ตั ติ าม และมีมารยาทในการฟงั ดู และพูด

 สะกดคาและเข้าใจความหมายของคา ความแตกต่างของคาและพยางค์ หน้าที่ของคา
ในประโยค มีทักษะการใช้พจนานุกรมในการค้นหาความหมายของคา แต่งประโยคง่ายๆ แต่งคาคล้องจอง
แตง่ คาขวัญ และเลือกใชภ้ าษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่ินไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ

 เข้าใจและสามารถสรุปขอ้ คดิ ทไี่ ดจ้ ากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมเพอ่ื นาไปใช้ใน
ชีวิตประจาวัน แสดงความคดิ เหน็ จากวรรณคดีท่ีอ่าน รจู้ ักเพลงพืน้ บ้าน เพลงกลอ่ มเดก็ ซึง่ เปน็ วฒั นธรรม
ของ ทอ้ งถิ่น รอ้ งบทร้องเลน่ สาหรบั เดก็ ในท้องถ่ิน ท่องจาบทอาขยานและบทร้อยกรอง ทมี่ คี ุณค่าตาม
ความสนใจได้

จบช้ันประถมศกึ ษำปีที่ 6

1. อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองเป็นทานองเสนาะได้ถูกต้อง อธิบาย

ความหมายโดยนยั ของคา ประโยค ขอ้ ความ สานวนโวหารจากเร่อื งทอ่ี ่าน เข้าใจคาแนะนา คาอธบิ าย

ในคู่มือต่าง ๆ แยกแยะข้อคิดเห็นและข้อเท็จจริง รวมท้ังจับใจความสาคัญของเรื่องท่ีอ่านและนาความรู้

ความคิดจากเร่อื งทอ่ี า่ นไปตดั สนิ ใจแก้ปญั หาในการดาเนนิ ชีวติ ได้ มีมารยาทในการอ่าน มนี ิสยั

รกั การอ่าน และเหน็ คณุ คา่ ส่งิ ทอ่ี า่ น

15

2. มีทักษะในการคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัดเขียนสะกดคา แต่ง
ประโยคและเขียนขอ้ ความ ตลอดจนเขียนสือ่ สารโดยใชถ้ ้อยคาชดั เจนเหมาะสม ใชแ้ ผนภาพโครงเรื่องและ
แผนภาพความคิด เพื่อพัฒนางานเขียน เขียนเรียงความ ย่อความ จดหมายส่วนตัวกรอกแบบรายการ
ต่าง ๆ เขียนแสดงความรูส้ ึกและความคิดเห็น เขียนเร่ืองตามจินตนาการอยา่ งสร้างสรรค์ และมีมารยาท
ในการเขยี น

3. พูดแสดงความร้สู กึ ความคิดเก่ียวกบั เร่ืองท่ฟี ังและดู เลา่ เรื่องย่อหรือสรุปจากเรอื่ งที่ฟัง
และดู ตั้งคาถามจากเร่ืองท่ีฟังและดู รวมท้ังประเมินความน่าเช่ือถือจากการฟัง และดูโฆษณาอย่างมี
เหตุผล พูดตามลาดับข้ันตอนเรื่องต่าง ๆอย่างชัดเจน พูดรายงานหรือประเด็นค้นคว้าจากการฟัง การ
ดู การสนทนา และการพูดโนม้ นา้ วได้อย่างมเี หตุผล รวมทงั้ มีมารยาทในการดแู ละพดู

4. สะกดคาและเข้าใจความหมายของคา สานวน คาพงั เพยและสภุ าษิต ร้แู ละเข้าใจชนิด
และหน้าที่ของคาในประโยค ชนิดของประโยค และคาภาษาต่างประเทศในภาษาไทย ใช้คาราชาศัพท์
และคาสุภาพไดอ้ ยา่ งเหมาะสม แตง่ ประโยค แต่งบทร้อยกรองกลอนสี่ กลอนสุภาพ และกาพย์ยานี 11

5. เข้าใจและเห็นคุณคา่ วรรณกรรมคดแี ละวรรณกรรมที่อา่ น เล่านิทานพน้ื บ้าน รอ้ งเพลง
พื้นบ้านของท้องถ่ินนาข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่านไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง และท่องจาบทอาขยานตามที่
กาหนดได้

จบช้ันมัธยมศกึ ษำปีที่ 3
1. อ่านออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทรอ้ ยกรองเปน็ ทานองเสนาะไดถ้ ูกตอ้ ง เข้าใจความหมาย

โดยตรงและความหมายโดยนยั จับใจความสาคัญและรายละเอียดของสง่ิ ทอี่ ่าน แสดงความคดิ เหน็ และขอ้
โต้แยง้ เกยี่ วกับเรอื่ งที่อา่ น และเขียนกรอบแนวคิด ผงั ความคิด ยอ่ ความ เขียนรายงานจาก สิ่งทอ่ี ่าน
ได้ วิเคราะห์ วจิ ารณ์ อยา่ งมีเหตุผล ลาดับความอย่างมขี ั้นตอนและความเปน็ ไปได้ของเรอื่ งท่ี
อา่ น รวมทัง้ ประเมินความถูกต้องของขอ้ มลู ท่ีใช้สนบั สนุนจากเร่อื งที่อ่าน

2. เขยี นสื่อสารดว้ ยลายมอื ท่ีอ่านงา่ ยชดั เจน ใชถ้ อ้ ยคาไดถ้ ูกต้องเหมาะสมตามระดับภาษาเขียนคา
ขวญั คาคม คาอวยพรในโอกาสต่างๆ โฆษณา คติพจน์ สนุ ทรพจน์ ชีวประวัติ อัตชวี ประวตั ิและ
ประสบการณ์ตา่ งๆ เขยี นยอ่ ความ จดหมายกิจธุระ แบบกรอกสมคั รงาน เขยี นวเิ คราะห์ วิจารณ์ และ
แสดงความรู้ความคิดหรอื โต้แย้งอย่างมีเหตุผล ตลอดจนเขยี นรายงานการศึกษาค้นคว้าและเขียนโครงงาน

3. พูดแสดงความคิดเหน็ วเิ คราะห์ วิจารณ์ ประเมนิ สิง่ ที่ไดจ้ ากการฟงั และดู นาขอ้ คิดไป
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั พดู รายงานเรือ่ งหรือประเดน็ ท่ไี ดจ้ ากการศกึ ษาค้นคว้าอย่างเปน็ ระบบ มีศลิ ปะ
ในการพดู พูดในโอกาสตา่ งๆ ได้ตรงตามวตั ถุประสงค์ และพูดโน้มน้าวอย่างมีเหตผุ ลน่าเชื่อถอื รวมท้งั มี
มารยาทในการฟงั ดู และพดู

4. เข้าใจและใช้คาราชาศัพท์ คาบาลสี ันสกฤต คาภาษาต่างประเทศอ่นื ๆ คาทับศพั ท์ และศัพท์
บัญญัตใิ นภาษาไทย วิเคราะหค์ วามแตกตา่ งในภาษาพูด ภาษาเขยี น โครงสร้างของประโยครวม ประโยค

16

ซอ้ น ลักษณะภาษาทเี่ ป็นทางการ กงึ่ ทางการและไมเ่ ปน็ ทางการ และแตง่ บทรอ้ ยกรองประเภทกลอน
สภุ าพ กาพย์ และโคลงสี่สภุ าพ

5. สรปุ เนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมทอ่ี ่าน วิเคราะห์ตวั ละครสาคญั วิถีชีวติ ไทย และคุณค่าท่ี
ได้รับจากวรรณคดวี รรณกรรมและบทอาขยาน พร้อมทั้งสรุปความรขู้ อ้ คดิ เพ่ือนาไปประยกุ ต์ใช้ในชีวติ จริง

คณุ ภำพผเู้ รียนกลมุ่ สำระกำรเรยี นรคู้ ณติ ศำสตร์

จบช้นั ประถมศกึ ษำปีที่ 3

- อ่าน เขียนตัวเลข ตัวหนังสือแสดงจานวนนับไม่เกิน 100,000 และ 0 มีความรู้สึกเชิงจานวน
มที กั ษะการบวก การลบ การคณู การ หาร และนาไปใชใ้ นสถานการณ์ตา่ ง ๆ

- มคี วามรู้สึกเชิงจานวนเก่ียวกับเศษสว่ นที่ไม่เกิน 1 มีทกั ษะการบวก การลบ เศษสว่ นทต่ี ัวส่วน
เท่ากนั และนาไปใช้ในสถานการณต์ ่าง ๆ

- คาดคะเนและวัดความยาว น้าหนัก ปริมาตร ความจุ เลือกใช้เคร่ืองมือและหนว่ ยท่ีเหมาะสม
บอกเวลา บอกจานวนเงิน และนาไปใช้ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ

- จาแนกและบอกลักษณะของรูปหลายเหลี่ยม วงกลม วงรี ทรงสี่เหล่ียมมุมฉาก ทรงกลม
ทรงกระบอกและกรวย เขียนรูปหลายเหล่ียม วงกลมและวงรีโดยใช้แบบของรูป ระบุรูป
เรขาคณิตทมี่ แี กนสมมาตรและจานวนแกนสมมาตร และนาไปใชใ้ นสถานการณต์ ่าง ๆ

- อ่านและเขียนแผนภมู ริ ูปภาพ ตารางทางเดียว และนาไปใชใ้ นสถานการณ์ตา่ ง ๆ
จบชั้นประถมศึกษำปที ี่ 6

 มีความรู้ความเข้าใจและความรู้สึกเชิงจานวนเกีย่ วกับจานวนนบั และศูนย์ เศษส่วน ทศนิยมไม่
เกนิ สามตาแหนง่ ร้อยละ การดาเนนิ การของจานวน สมบัติเก่ยี วกับจานวน สามารถแก้ปญั หาเกีย่ วกับการ
บวก การลบ การคูณ และการหารจานวนนับ เศษส่วน ทศนิยมไม่เกินสามตาแหน่ง และร้อยละ พร้อมทั้ง
ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคาตอบที่ได้ สามารถหาค่าประมาณของจานวนนับและทศนิยมไม่เกิน
สามตาแหนง่ ได้

 มีความรูค้ วามเข้าใจเกย่ี วกับความยาว ระยะทาง นา้ หนัก พื้นที่ ปรมิ าตร ความจุ เวลา เงิน ทิศ
แผนผัง และขนาดของมุม สามารถวัดได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม และนาความรู้เก่ียวกับการวัดไปใช้
แก้ปัญหาในสถานการณต์ ่าง ๆ ได้

 มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะและสมบัติของรูปสามเหล่ียม รูปสี่เหลี่ยม รูปวงกลม
ทรงสี่เหลยี่ มมุมฉาก ทรงกระบอก กรวย ปริซมึ พรี ะมิด มุม และเสน้ ขนาน

 มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับแบบรูปและอธิบายความสัมพันธ์ได้ แก้ปัญหาเก่ียวกับแบบรูป
สามารถวเิ คราะห์สถานการณ์หรือปัญหาพร้อมทั้งเขียนใหอ้ ยใู่ นรูปของสมการเชงิ เสน้ ท่ีมีตวั ไม่ทราบค่าหน่ึง
ตัวและแกส้ มการนั้นได้

 รวบรวมข้อมูล อภิปรายประเด็นต่าง ๆ จากแผนภูมิรูปภาพ แผนภูมิแท่ง แผนภูมิแท่ง
เปรยี บเทยี บ แผนภูมริ ปู วงกลม กราฟเส้น และตาราง และนาเสนอขอ้ มลู ในรูปของแผนภมู ิรูปภาพ แผนภมู ิ

17

แทง่ แผนภมู แิ ทง่ เปรยี บเทยี บ และกราฟเสน้ ใชค้ วามรเู้ กีย่ วกับความนา่ จะเป็นเบือ้ งต้นในการคาดคะเนการ
เกิดขน้ึ ของเหตกุ ารณต์ ่าง ๆ ได้

 ใช้วิธีการท่ีหลากหลายแก้ปัญหา ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์และ
เทคโนโลยีในการแกป้ ัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจและสรปุ
ผลได้อย่างเหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การส่ือความหมาย และการ
นาเสนอได้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม เชอื่ มโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณติ ศาสตร์และเช่อื มโยงคณิตศาสตร์กับ
ศาสตร์อื่นๆ และ มีความคดิ รเิ ริ่มสร้างสรรค์

จบชน้ั มธั ยมศกึ ษำปที ี่ 3

 มีความคิดรวบยอดเกีย่ วกับจานวนจริง มีความเข้าใจเกี่ยวกับอัตราส่วน สดั ส่วน ร้อยละ เลขยก
กาลังที่มีเลขช้ีกาลังเป็นจานวนเต็ม รากที่สองและรากที่สามของจานวนจริง สามารถดาเนินการเกี่ยวกับ
จานวนเต็ม เศษส่วน ทศนิยม เลขยกกาลัง รากท่ีสองและรากท่ีสามของจานวนจริง ใช้การประมาณค่าใน
การดาเนนิ การและแก้ปญั หา และนาความรูเ้ ก่ียวกับจานวนไปใชใ้ นชวี ติ จรงิ ได้

 มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับพ้ืนที่ผิวของปริซึม ทรงกระบอก และปริมาตรของปริซึม
ทรงกระบอก พรี ะมิด กรวย และทรงกลม เลือกใช้หน่วยการวดั ในระบบต่าง ๆ เกี่ยวกับความยาวพื้นท่ี และ
ปริมาตรได้อย่างเหมาะสม พร้อมท้งั สามารถนาความรู้เก่ยี วกับการวัดไปใช้ในชวี ิตจริงได้

 สามารถสรา้ งและอธบิ ายขั้นตอนการสร้างรูปเรขาคณิตสองมิตโิ ดยใช้วงเวียนและสันตรง อธบิ าย
ลกั ษณะและสมบตั ิของรูปเรขาคณติ สามมติ ซิ งึ่ ได้แก่ ปรซิ ึม พรี ะมิด ทรงกระบอก กรวย และทรงกลมได้
มีความเขา้ ใจเกี่ยวกับสมบัติของความเท่ากันทุกประการและความคล้ายของรูปสามเหลีย่ ม เส้นขนาน
ทฤษฎบี ทพที าโกรัสและบทกลับ และสามารถนาสมบตั ิเหล่านั้นไปใชใ้ นการใหเ้ หตผุ ลและแกป้ ัญหา

คณุ ภำพผเู้ รียนกล่มุ สำระกำรเรยี นรู้วิทยำศำสตร์
จบช้ันประถมศึกษำปที ่ี 6

❖ เข้าใจโครงสร้าง ลกั ษณะเฉพาะและการปรบั ตวั ของสิง่ มีชีวิต รวมท้ังความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต
ในแหลง่ ที่อยู่ การทาหน้าทีข่ องส่วนต่าง ๆ ของพืช และการทางานของระบบย่อยอาหารของมนษุ ย์

❖ เข้าใจสมบัติและการจาแนกกลุ่มของวัสดุ สถานะและการเปลี่ยนสถานะของสสาร
การละลาย การเปลยี่ นแปลงทางเคมี การเปล่ยี นแปลงที่ผนั กลับได้และผนั กลบั ไม่ได้ และการแยกสารอย่าง
ง่าย

❖ เข้าใจลักษณะของแรงโนม้ ถ่วงของโลก แรงลัพธ์ แรงเสียดทาน แรงไฟฟา้ และผลของแรงต่างๆ
ผลที่เกิดจากแรงกระทาต่อวัตถุ ความดัน หลักการที่มีต่อวัตถุ วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย ปรากฏการณ์เบื้องต้น
ของเสียง และแสง

❖ เข้าใจปรากฏการณ์การขึ้นและตก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงรูปร่างปรากฏของดวงจันทร์
องค์ประกอบของระบบสุริยะ คาบการโคจรของดาวเคราะห์ ความแตกต่างของดาวเคราะห์และ
ดาวฤกษ์ การขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์ การใช้แผนที่ดาว การเกิดอุปราคา พัฒนาการและประโยชน์ของ
เทคโนโลยีอวกาศ

❖ เขา้ ใจลกั ษณะของแหล่งนา้ วฏั จักรนา้ กระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้าคา้ ง นา้ คา้ งแข็ง หยาดนา้
ฟ้า กระบวนการเกิดหิน วัฏจักรหิน การใช้ประโยชน์หินและแร่ การเกิดซากดึกดาบรรพ์ การเกิดลมบก

18

ลมทะเล มรสุม ลักษณะและผลกระทบของภัยธรรมชาติ ธรณีพิบัติภัย การเกิดและผลกระทบของ
ปรากฏการณเ์ รอื นกระจก

❖ ค้นหาขอ้ มูลอยา่ งมีประสิทธิภาพและประเมนิ ความนา่ เช่อื ถอื ตัดสินใจเลือกข้อมูลใช้เหตุผลเชิง
ตรรกะในการแก้ปญั หา ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในการทางานรว่ มกัน เข้าใจสทิ ธแิ ละหน้าที่
ของตน เคารพสิทธขิ องผูอ้ ่ืน

❖ ตั้งคาถามหรือกาหนดปัญหาเกี่ยวกับสิ่งที่จะเรียนรู้ตามที่กาหนดให้หรือตามความสนใจ
คาดคะเนคาตอบหลายแนวทาง สร้างสมมติฐานที่สอดคล้องกับคาถามหรือปัญหาที่จะสารวจตรวจสอบ
วางแผนและสารวจตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีเหมาะสม ในการเก็บ
รวบรวมขอ้ มลู ท้ังเชงิ ปรมิ าณและคณุ ภาพ

❖ วเิ คราะห์ข้อมูล ลงความเหน็ และสรปุ ความสัมพันธ์ของข้อมูลทมี่ าจากการสารวจตรวจสอบใน
รปู แบบทีเ่ หมาะสม เพื่อส่อื สารความรู้จากผลการสารวจตรวจสอบไดอ้ ยา่ งมีเหตุผลและหลกั ฐานอา้ งอิง

❖ แสดงถึงความสนใจ มุ่งม่ัน ในสิ่งที่จะเรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับเรอ่ื งท่ีจะศึกษาตาม
ความสนใจของตนเอง แสดงความคิดเห็นของตนเอง ยอมรับในข้อมูลท่ีมีหลักฐานอ้างอิง และรับฟังความ
คดิ เห็นผอู้ ื่น

❖ แสดงความรับผิดชอบดว้ ยการทางานที่ไดร้ บั มอบหมายอยา่ งมุง่ มน่ั รอบคอบ ประหยดั ซื่อสัตย์
จนงานลุล่วงเปน็ ผลสาเรจ็ และทางานรว่ มกบั ผู้อืน่ อยา่ งสร้างสรรค์

❖ ตระหนักในคณุ คา่ ของความรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใช้ความรแู้ ละกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์ในการดารงชีวติ แสดงความชนื่ ชม ยกย่อง และเคารพสทิ ธใิ นผลงานของผ้คู ิดคน้ และศึกษาหา
ความรเู้ พ่ิมเติม ทาโครงงานหรือชิน้ งานตามที่กาหนดใหห้ รือตามความสนใจ

❖ แสดงถงึ ความซาบซึง้ หว่ งใย แสดงพฤติกรรมเก่ยี วกบั การใช้ การดูแลรกั ษาทรัพยากรธรรมชาติ
และสงิ่ แวดล้อมอย่างรู้คณุ ค่า

จบชั้นมธั ยมศึกษำปที ี่ 3

❖ เข้าใจลักษณะและองค์ประกอบที่สาคัญของเซลล์สิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ของการทางาน
ของระบบต่าง ๆ ในร่างกายมนุษย์ การดารงชีวิตของพืช การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การ
เปลี่ยนแปลงของยีนหรือโครโมโซม และตัวอย่างโรคที่เกิดจากการเปล่ียนแปลงทางพันธุกรรม ประโยชน์
และผลกระทบของสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ ปฏิสัมพันธ์ขององค์ประกอบ
ของระบบนิเวศและการถา่ ยทอดพลังงานในสงิ่ มชี วี ิต

❖ เข้าใจองค์ประกอบและสมบัติของธาตุ สารละลาย สารบริสุทธิ์ สารผสม หลักการแยกสาร
การเปลี่ยนแปลงของสารในรูปแบบของการเปล่ียนสถานะ การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี
และสมบตั ทิ างกายภาพ และการใช้ประโยชน์ของวสั ดปุ ระเภท พอลิเมอร์ เซรามิกสแ์ ละวสั ดผุ สม

❖ เข้าใจการเคล่ือนที่ แรงลัพธ์และผลของแรงลัพธ์กระทาต่อวัตถุ โมเมนต์ของแรง แรงที่
ปรากฏในชีวิตประจาวนั สนามของแรง ความสัมพันธ์ของงาน พลังงานจลน์ พลังงานศักย์โนม้ ถ่วง กฎการ
อนุรักษ์พลังงาน การถ่ายโอนพลังงาน สมดุลความร้อน ความสัมพันธ์ของปริมาณทางไฟฟ้า การต่อ
วงจรไฟฟา้ ในบ้าน พลังงานไฟฟา้ และหลักการเบอื้ งตน้ ของวงจรอิเล็กทรอนิกส์

19

❖ เขา้ ใจสมบัติของคล่ืน และลกั ษณะของคล่ืนแบบตา่ ง ๆ แสง การสะท้อน การหกั เหของแสง
และทศั นูปกรณ์

❖ เข้าใจการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ การเกิดฤดู การเคลื่อนที่ปรากฏของดวง
อาทิตย์ การเกดิ ข้างขน้ึ ข้างแรม การขน้ึ และตกของดวงจันทร์ การเกิดน้าขึ้นน้าลง ประโยชนข์ องเทคโนโลยี
อวกาศ และความกา้ วหน้าของโครงการสารวจอวกาศ

❖ เข้าใจลักษณะของชั้นบรรยากาศ องค์ประกอบและปัจจัยท่ีมีผลต่อลมฟ้าอากาศ การเกิด
และผลกระทบของพายุฟ้าคะนอง พายุหมุนเขตร้อน การพยากรณ์อากาศ สถานการณ์ การเปล่ียนแปลง
ภูมิอากาศโลก กระบวนการเกดิ เช้ือเพลิงซากดึกดาบรรพ์และการใช้ประโยชน์ พลังงานทดแทนและการใช้
ประโยชน์ ลักษณะโครงสร้างภายในโลก กระบวนการเปล่ียนแปลงทางธรณีวิทยาบนผิวโลก ลักษณะช้ัน
หน้าตัดดิน กระบวนการเกิดดิน แหล่งน้าผิวดิน แหล่งน้าใต้ดิน กระบวนการเกิดและผลกระทบของภัย
ธรรมชาติ และธรณพี บิ ัติภัย

❖ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยี ได้แก่ ระบบทางเทคโนโลยี การเปล่ียนแปลงของ
เทคโนโลยี ความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับศาสตร์อ่ืน โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์
วิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเพื่อเลือกใช้เทคโนโลยี โดยคานึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และ
สิ่งแวดลอ้ ม ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ และทรพั ยากรเพื่อออกแบบและสร้างผลงานสาหรับการแก้ปญั หาใน
ชีวิตประจาวันหรือการประกอบอาชีพ โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมท้ังเลือกใช้วัสดุ
อปุ กรณ์ และเคร่อื งมือได้อย่างถูกตอ้ ง เหมาะสม ปลอดภัย รวมทง้ั คานงึ ถงึ ทรพั ยส์ นิ ทางปัญญา

❖ นาข้อมลู ปฐมภมู เิ ขา้ ส่รู ะบบคอมพวิ เตอร์ วเิ คราะห์ ประเมิน นาเสนอข้อมูลและสารสนเทศ
ได้ตามวัตถุประสงค์ ใช้ทักษะการคิดเชิงคานวณในการแกป้ ัญหาที่พบในชีวิตจริง และเขียนโปรแกรมอยา่ ง
ง่ายเพ่อื ชว่ ยในการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สารอยา่ งรเู้ ทา่ ทนั และรับผิดชอบต่อสงั คม

❖ ตง้ั คาถามหรือกาหนดปญั หาท่ีเชอื่ มโยงกับพยานหลักฐาน หรือหลกั การทางวิทยาศาสตร์ท่ี
มีการกาหนดและควบคุมตัวแปร คิดคาดคะเนคาตอบหลายแนวทาง สร้างสมมติฐานที่สามารถนาไปสู่การ
สารวจตรวจสอบ ออกแบบและลงมือสารวจตรวจสอบโดยใช้วัสดุและเคร่ืองมือที่เหมาะสม เลือกใช้
เคร่ืองมือและเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมในการเก็บรวบรวมข้อมูล ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพที่
ได้ผลเท่ยี งตรงและปลอดภัย

❖ วิเคราะห์และประเมินความสอดคล้องของข้อมูลที่ได้จากการสารวจตรวจสอบจาก
พยานหลักฐาน โดยใช้ความรู้และหลักการทางวิทยาศาสตร์ในการแปลความหมายและลงข้อสรุปและ
ส่ือสารความคิด ความรู้ จากผลการสารวจตรวจสอบหลากหลายรูปแบบ หรือใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
เพ่อื ใหผ้ อู้ นื่ เข้าใจได้อยา่ งเหมาะสม

❖ แสดงถึงความสนใจ มุ่งม่ัน รับผิดชอบ รอบคอบ และซื่อสัตย์ ในส่ิงที่จะเรียนรู้ มีความคิด
สร้างสรรค์เกี่ยวกบั เร่ืองท่ีจะศึกษาตามความสนใจของตนเอง โดยใช้เคร่ืองมือและวิธีการที่ให้ได้ผลถกู ต้อง
เช่ือถือได้ ศึกษาค้นคว้าเพ่ิมเติมจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ แสดงความคิดเห็นของตนเองรับฟังความคิดเห็น

20

ผู้อ่ืน และยอมรับการเปลี่ยนแปลงความรู้ที่ค้นพบ เมื่อมีข้อมูลและประจักษ์พยานใหม่เพ่ิมขึ้นหรือโต้แย้ง
จากเดิม

❖ ตระหนกั ในคุณคา่ ของความรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยที ีใ่ ชใ้ นชีวิตประจาวัน ใช้ความรู้
และกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยใี นการดารงชีวติ และการประกอบอาชีพ แสดงความช่นื ชม
ยกย่อง และเคารพสิทธิในผลงานของผู้คิดค้น เข้าใจผลกระทบท้ังด้านบวกและด้านลบของการพัฒนาทาง
วิทยาศาสตรต์ ่อสงิ่ แวดล้อมและตอ่ บริบทอ่ืน ๆ และศกึ ษาหาความรเู้ พ่ิมเตมิ ทาโครงงานหรอื สรา้ งช้ินงาน
ตามความสนใจ

❖ แสดงถงึ ความซาบซึ้ง ห่วงใย มพี ฤตกิ รรมเก่ียวกบั การดแู ลรกั ษาความสมดลุ ของระบบนิเวศ
และความหลากหลายทางชีวภาพ

คุณภำพผ้เู รียนกลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำองั กฤษ
จบชน้ั ประถมศกึ ษำปที ่ี 6

 ปฏบิ ตั ติ ามคาสั่ง คาขอร้อง และคาแนะนาท่ฟี ังและอ่าน อ่านออกเสียงประโยค ขอ้ ความ นิทาน
และบทกลอนส้ันๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน เลือก/ระบุประโยคและข้อความตรงตามความหมายของ
สัญลักษณ์หรือเคร่ืองหมายที่อ่าน บอกใจความสาคัญ และตอบคาถามจากการฟังและอ่าน บทสนทนา
นทิ านงา่ ยๆ และเร่ืองเล่า

 พูด/เขียนโต้ตอบในการส่ือสารระหว่างบุคคล ใช้คาส่ัง คาขอร้อง และให้คาแนะนา พูด/
เขียนแสดงความต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์
ง่ายๆ พูดและเขียนเพือ่ ขอและให้ข้อมูลเกยี่ วกับตนเอง เพ่ือน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตวั พูด/เขียนแสดง
ความรูส้ ึกเกี่ยวกับเร่ืองต่างๆ ใกล้ตัว กิจกรรมต่างๆ พรอ้ มทง้ั ใหเ้ หตุผลส้ันๆ ประกอบ

 พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน และส่ิงแวดล้อมใกล้ตัว เขียนภาพ แผนผัง แผนภูมิ
และตารางแสดงขอ้ มูลตา่ งๆ ท่ีฟงั และอา่ น พูด/เขียนแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับเรอ่ื งตา่ งๆ ใกล้ตัว

 ใชถ้ ้อยคา น้าเสียง และกริ ยิ าทา่ ทางอยา่ งสุภาพ เหมาะสม ตามมารยาทสงั คมและวัฒนธรรม
ของเจา้ ของภาษา ให้ข้อมูลเกย่ี วกบั เทศกาล/วนั สาคญั /งานฉลอง/ชวี ิตความเปน็ อยู่ของเจ้าของภาษา เข้า
ร่วมกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ

 บอกความเหมือน/ ความแตกตา่ งระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ การใช้เครื่องหมาย
วรรคตอน และการลาดับคา ตามโครงสร้างประโยคของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย เปรยี บเทียบความ
เหมอื น/ความแตกต่างระหว่างเทศกาล งานฉลองและประเพณีของเจา้ ของภาษากับของไทย

 คน้ คว้า รวบรวมคาศัพทท์ ี่เก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรอู้ ืน่ จากแหล่งการเรียนรู้ และนาเสนอ
ด้วยการพูด/การเขยี น

 ใช้ภาษาสือ่ สารในสถานการณ์ต่างๆ ทีเ่ กดิ ข้ึนในหอ้ งเรยี นและสถานศกึ ษา

21

 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการสบื คน้ และรวบรวมข้อมลู ต่างๆ
 มีทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศ (เน้นการฟัง-พูด-อ่าน-เขียน) สื่อสารตามหัวเร่ืองเก่ียวกับ
ตนเอง ครอบครัว โรงเรียน ส่ิงแวดล้อม อาหาร เคร่ืองดื่ม เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ
การซื้อ-ขาย และลมฟ้าอากาศ ภายในวงคาศัพท์ประมาณ 1,050-1,200 คา (คาศัพท์ท่ีเป็นรูปธรรมและ
นามธรรม)
 ใช้ประโยคเด่ยี วและประโยคผสม (Compound Sentences) สื่อความหมายตามบริบทต่างๆ

จบช้นั มัธยมศกึ ษำปที ี่ 3

 ปฏิบัติตามคาส่ัง คาขอร้องที่ฟัง อ่านออกเสียงตัวอักษร คา กลุ่มคา ประโยคง่ายๆ และ บท
พูดเขา้ จังหวะงา่ ยๆ ถูกต้องตามหลักการอา่ น บอกความหมายของคาและกลุ่มคาท่ีฟังตรงตามความหมาย
ตอบคาถามจากการฟงั หรืออา่ นประโยค บทสนทนาหรือนทิ านง่ายๆ

 พูดโต้ตอบด้วยคาส้ันๆ ง่ายๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบท่ีฟัง ใช้คาสั่งและ
คาขอร้องง่ายๆ บอกความต้องการง่ายๆ ของตนเอง พูดขอและให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเองและเพ่ือน
บอกความรสู้ กึ ของตนเองเก่ียวกบั สิง่ ต่างๆ ใกล้ตวั หรือกิจกรรมตา่ งๆ ตามแบบทีฟ่ งั

 พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว จัดหมวดหมคู่ าตามประเภทของบคุ คล สัตว์ และ
สงิ่ ของตามทีฟ่ ังหรืออ่าน

 พูดและทาท่าประกอบ ตามมารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา บอกชื่อและคาศัพท์
งา่ ยๆ เกย่ี วกับเทศกาล/วันสาคญั /งานฉลอง และชวี ติ ความเปน็ อยู่ของเจ้าของภาษา เขา้ รว่ มกิจกรรมทาง
ภาษาและวฒั นธรรมทเี่ หมาะกับวยั

 บอกความแตกต่างของเสยี งตัวอักษร คา กลมุ่ คา และประโยคง่ายๆ ของภาษาต่างประเทศและ
ภาษาไทย

 บอกคาศพั ทท์ ี่เก่ียวข้องกบั กลุม่ สาระการเรียนรู้อ่นื
 ฟงั /พูดในสถานการณ์งา่ ยๆ ที่เกิดขึน้ ในหอ้ งเรียน
 ใช้ภาษาต่างประเทศ เพอื่ รวบรวมคาศพั ทท์ ี่เกยี่ วขอ้ งใกลต้ ัว
 มีทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศ (เน้นการฟัง-พูด) สื่อสารตามหัวเรื่องเกี่ยวกับตนเอง
ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว อาหาร เคร่ืองด่ืม และเวลาว่างและนันทนาการ ภายในวง
คาศัพทป์ ระมาณ ๓00-๔๕0 คา (คาศพั ท์ทีเ่ ป็นรูปธรรม)
 ใช้ประโยคคาเดียว (One Word Sentence) ประโยคเดี่ยว (Simple Sentence) ในการ
สนทนาโต้ตอบตามสถานการณใ์ นชีวิตประจาวนั

22

บทที่ 3
วิธีกำรดำเนนิ งำน

การรายงานผลการดาเนินงานโครงการยกระดับผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น โรงเรียนตากสนิ ราชา
นุสรณ์ ประจาปีการศึกษา 2563 ได้กาหนดวิธีการดาเนนิ งานไว้ตามลาดบั ดงั น้ี

1. ประชากรและกลมุ่ ตัวอยา่ ง
2. เครือ่ งมอื ท่ีใชใ้ นการเก็บรวบรวมข้อมลู
3. วิธีดาเนนิ การเกบ็ รวบรวมข้อมูล
4. การวเิ คราะหข์ อ้ มูล
5. สถติ ทิ ใ่ี ช้ในการรายงาน
6. การนาเสนอข้อมูล

1. ประชำกรและกลมุ่ ตวั อยำ่ ง
1.1 ประชากร คอื นักเรียนชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 3 โรงเรียนตากสนิ ราชานสุ รณ์ ปกี ารศกึ ษา 2563
จานวน 129 คน นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 6 โรงเรียนตากสนิ ราชานุสรณ์ ปีการศึกษา 2563
จานวน 75 คน และนกั เรยี นช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนตากสินราชานุสรณ์ ปีการศึกษา 2563
จานวน 15 คน
1.2 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนตากสินราชานุสรณ์ ปี
การศึกษา 2563 จานวน 129 คน นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนตากสินราชานุสรณ์ ปี
การศึกษา 2563 จานวน 75 คน และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนตากสินราชานุสรณ์ ปี
การศกึ ษา 2563 จานวน 15 คน
2. เครอ่ื งมือที่ใช้ในกำรเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
ในการรายงานผลการดาเนินงานโครงการยกระดับผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นโรงเรยี นตากสินราชา
นุสรณ์ ในครงั้ น้ี ใช้เครอ่ื งมอื ในการเกบ็ รวบรวมข้อมลู ดังน้ี
2.1 แบบสอบถาม ซ่ึงเป็นแบบมาตราสว่ นประมาณค่า (Rating Seal) 5 ระดับ คือ มากท่สี ุด
มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด มีทั้งหมด 7 ข้อ
2.2 ข้อสอบ NT ระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 ข้อสอบ O-NETระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 และ
ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3
3. วธิ กี ำรดำเนินกำรเก็บรวบรวมขอ้ มลู
3.1 นาแบบสอบถามแจกใหผ้ เู้ ขา้ รว่ มโครงการ โดยการสมุ่ แจกแบบสอบถามให้ นักเรยี นชน้ั

ประถมศึกษาปีที่ 3 จานวน 60 คน และเกบ็ แบบสอบถามคนื ให้ครบท้งั 60 ฉบับ ซ่ึงมี
ข้อมลู ครบสมบูรณท์ ั้งหมดทกุ ฉบับ นักเรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 จานวน 30 คน และ
เกบ็ แบบสอบถามคืนให้ครบท้ัง 30 ฉบับ ซ่งึ มขี ้อมูลครบสมบรู ณ์ทั้งหมดทกุ ฉบบั นกั เรยี นชนั้

23

ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 จานวน 15 คน และเก็บแบบสอบถามคนื ให้ครบทงั้ 15 ฉบบั ซึง่ มี
ข้อมูลครบสมบูรณท์ ้ังหมดทุกฉบบั
3.2 นักเรยี นระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 3 จานวน 129 คน เขา้ ทดสอบประเมนิ คุณภาพ การศกึ ษา
ระดับชาติขัน้ พ้ืนฐาน (NT) นกั เรียนช้ันประถมศึกษาปที ี่ 6 จานวน 75 และ นกั เรยี น
ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 จานวน 15 คน เขา้ ทดสอบประเมนิ คุณภาพ การศึกษาระดับชาติ
ข้ันพน้ื ฐาน (O-NET)
4. กำรวิเครำะห์ข้อมลู
4.1 ข้อมูลท่ีได้จากแบบสอบถามมาทาการวิเคราะห์ระดบั ความคิดเห็นของผตู้ อบ แบบสอบถาม
เกยี่ วกบั โครงการยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น โรงเรียนตากสินราชานสุ รณ์ ประจาปีการศกึ ษา 2563
มาตรวจหาค่าความถ่ีของการตอบแบบสอบถามในแต่ละข้อทง้ั ฉบบั โดยมรี ะดับความคิดเหน็ ดงั นี้

มากท่ีสดุ ตรวจให้ 5 คะแนน
มาก ตรวจให้ 4 คะแนน
ปานกลาง ตรวจให้ 3 คะแนน
น้อย ตรวจให้ 2 คะแนน
น้อยทส่ี ดุ ตรวจให้ 1 คะแนน
4.2 นาคะแนนทดสอบประเมนิ คุณภาพการศึกษาระดับชาติขน้ั พนื้ ฐาน (NT)และ (O-NET)
มาเปรยี บเทียบระหว่างปีการศึกษา 2562 และ ปีการศึกษา 2563 มีการพฒั นาขึน้ หรอื ลดลง
และคิดเปน็ ร้อยละ

5. สถิติทใี่ ชใ้ นกำรวิเครำะหข์ อ้ มูล
5.1 ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Arithmetic Mean) เป็นการหาค่ากลางเพ่ือเป็นตัวแทนของข้อมูลชุดนั้น

โดยนาเอาตัวเลขทง้ั หมดมารวมกัน แลว้ หารด้วยจานวนขอ้ มูลท่ีมที ้ังหมดใช้สญั ลกั ษณ์ 
( อ่านวา่ เอ็กซบ์ าร์) การคานวณใชส้ ตู รดงั นี้

  x คา่ เฉล่ียของขอ้ มูล
 ข้อมลู
ผลรวมของข้อมลู ทงั้ หมด
 หมายถึง จานวนของข้อมลู ท่ีมีท้ังหมด

X หมายถึง

 x หมายถงึ

N หมายถึง

24

ค่าทไ่ี ด้จากการวิเคราะหไ์ ด้นามาแปลผล และนาสถติ ทิ ี่ไดม้ าใชว้ ิเคราะห์ข้อมูล คอื คา่ เฉลีย่ ดังนั้น
จงึ ได้กาหนดเกณฑ์ไวด้ ังนี้

ค่าเฉลี่ย 4.51 - 5.00 หมายถึงพอใจมากท่สี ุด
3.51 – 4.50 หมายถงึ พอใจมาก
2.51 – 3.50 หมายถงึ พอใจปานกลาง
1.51 – 2.50 หมายถงึ พอใจน้อย
1.00 – 1.50 หมายถึงพอใจนอ้ ยท่สี ุด

6. กำรนำเสนอขอ้ มูล
การนาเสนอข้อมูลในการรายงานโดยใช้ตาราง และการบรรยายสรุปข้อมลู ในแต่ละรายการ

25

บทที่ 4
ผลกำรดำเนินงำน

รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการยกระดับผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น ประจาปีการศกึ ษา 2563
โรงเรยี นตากสนิ ราชานุสรณ์ อาเภอเมอื ง จังหวัดตาก มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พื่อ

(1) เพ่อื ศกึ ษาความคดิ เห็นนกั เรียนต่อการจดั โครงการยกระดบั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น ของ
โรงเรยี นตากสนิ ราชานสุ รณ์ประจาปกี ารศึกษา 2563

(2) รายงานผลการดาเนินงานโครงการยกระดับผลสัมฤทธิท์ างการเรยี น ผลการศกึ ษา นาเสนอใน
รปู ของตาราง ดังน้ี

ตอนท่ี 1 สรุปควำมคดิ เห็นของนกั เรยี นต่อกำรจัดโครงกำรยกระดบั ผลสัมฤทธท์ิ ำงกำรเรยี น
ตำรำงที่ 1 ตำรำงสรปุ ควำมคิดเห็นของนกั เรียนต่อกำรจดั โครงกำรยกระดบั ผลสัมฤทธท์ิ ำงกำรเรยี น
โรงเรยี นตำกสนิ รำชำนสุ รณป์ ระจำปกี ำรศึกษำ 2563

ลาดบั รายการประเมนิ ค่าเฉลย่ี การแปล
ที่ () ความ
4.56
1 ความรทู้ ่ไี ด้รบั จากการเข้าร่วมกจิ กรรม 4.47 มากที่สุด
4.69 มาก
2 ความเหมาะสมของสถานทใ่ี นการจดั กิจกรรม 4.40
4.67 มากทส่ี ดุ
3 ความเหมาะสมของเน้ือหา แนวข้อสอบ 4.44 มาก
4.76
4 ความเหมาะสมของเวลาในการจดั กิจกรรม 4.57 มากที่สุด
มาก
5 ประโยชน์จากการจัดกิจกรรม
มากทสี่ ดุ
6 การมีส่วนรว่ มของนักเรยี น มากทส่ี ุด

7 ควรจัดกจิ กรรมน้ีตอ่ ไป

รวม

จากตารางที่ 1 พบวา่ ความคดิ เห็นนักเรียนตอ่ การจดั โครงการยกระดบั ผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนของโรงเรยี นตากสนิ ราชานุสรณ์ ประจาปกี ารศึกษา 2563 มคี วามพงึ พอใจอยู่ในระดบั มาก

ท่สี ุด (   4.57 )

26

ตอนที่ 2 รำยงำนผลกำรดำเนินงำนโครงกำรยกระดับผลสัมฤทธ์ิทำงกำรเรยี น
ตำรำงท่ี 2 ขอ้ มูลจำนวนนกั เรยี นทีเ่ ข้ำรว่ มโครงกำรยกระดับผลสัมฤทธท์ิ ำงกำรเรยี น

ประจำปกี ำรศึกษำ 2563

จานวนนักเรยี นทีเ่ ข้า จานวนนักเรยี นทไี่ มเ่ ขา้ ร่วม
กิจกรรม
ระดับชนั้ จานวนนกั เรียน รว่ มกิจกรรม
จานวน (คน) รอ้ ยละ
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 3 ท้ังหมด (คน) จานวน รอ้ ยละ
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 6 (คน) --
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 80 51.61
129 129 100 84 84.85
รวมทั้งหมด 164 42.82
155 75 48.39

99 15 15.15

383 219 57.18

จากตารางท่ี 2 พบวา่ นักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3 จานวน 129 คน เข้ารว่ มกจิ กรรมจานวน
129 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 100 นักเรยี นชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 6 จานวน 155 คน เข้าร่วมกจิ กรรมจานวน
75 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 48.39 และ นักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 3 จานวน 99 คน เขา้ ร่วมกจิ กรรมจานวน
15 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 15.15

ตำรำงท่ี 3 แสดงกำรเปรียบเทยี บผลกำรสอบประเมินคุณภำพกำรศกึ ษำระดบั ชำติขั้นพ้ืนฐำน (NT)
3.1 ผลกำรประเมนิ กำรทดสอบควำมสำมำรถพื้นฐำนของผเู้ รยี นระดบั ชำติ (National Test : NT )
ระดบั ช้ันประถมศึกษำปีที่ 3

1 ) ผลกำรประเมนิ กำรทดสอบควำมสำมำรถพื้นฐำนของผูเ้ รียนระดับชำติ ( NT)
ช้นั ประถมศึกษำปที ี่ 3 ปีกำรศึกษำ 2563

คะแนนเฉลีย่ ร้อยละ ด้านภาษาไทย ด้านคณิตศาสตร์ เฉล่ยี ทัง้ 2 ดา้ น
ระดับโรงเรียน 43.28 45.46 44.37
ระดบั สพฐ. 47.76 41.30 44.53
ระดบั ประเทศ 47.46 44.53 43.97

27

ผลกำรประเมินกำรทดสอบควำมสำมำรถพนื้ ฐำนของผ้เู รยี นระดับชำติ (
NT)

ชน้ั ประถมศกึ ษำปีที่ 3 ปีกำรศึกษำ 2563

50 ระดับสพฐ. ระดบั ประเทศ
48
46
44
42
40
38

ระดับโรงเรยี น

ด้านภาษาไทย ด้านคณติ ศาสตร์ เฉลี่ยทั้ง 2 ดา้ น

3.2 ผลกำรประเมินกำรทดสอบควำมสำมำรถพื้นฐำนของผเู้ รียนระดบั ชำติ ( O-NET ) ระดบั ชน้ั
ประถมศึกษำปที ี่ 6

1 ) ผลกำรประเมินกำรทดสอบควำมสำมำรถพืน้ ฐำนของผเู้ รียนระดับชำติ (O-NET)
ระดบั ชนั้ ประถมศึกษำปีท่ี 6 ปกี ำรศกึ ษำ 2563

รำยวชิ ำ ระดับโรงเรยี น คะแนนเฉลีย่ ระดับประเทศ
61.17 ระดับ สพฐ. 56.20
ภาษาไทย 25.93 29.99
คณติ ศาสตร์ 41.37 54.96 38.78
วิทยาศาสตร์ 46.53 28.59 43.55
ภาษาองั กฤษ 37.64
38.87

ผลการประเมินระดับชาติ (ONET) ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6
ปกี ารศกึ ษา 2563

80 61.17 54.96 56.2 25.93 28.59 29.99 41.37 37.64 38.78 46.53 38.87 43.55
60 ภาษาองั กฤษ
คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์
40

20

0
ภาษาไทย

โรงเรยี น สพฐ. ประเทศ

28

3.2 ผลกำรประเมนิ กำรทดสอบควำมสำมำรถพ้ืนฐำนของผเู้ รยี นระดบั ชำติ ( O-NET ) ระดบั ชน้ั
มธั ยมศึกษำปที ี่ 3

1 ) ผลกำรประเมนิ กำรทดสอบควำมสำมำรถพื้นฐำนของผูเ้ รยี นระดับชำติ (O-NET)
ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษำปที ี่ 3 ปีกำรศึกษำ 2563

รายวชิ า ระดบั โรงเรียน คะแนนเฉลยี่ ระดับประเทศ
56.17 ระดบั สพฐ. 54.29
ภาษาไทย 21.07 25.46
คณติ ศาสตร์ 27.92 55.18 29.89
วิทยาศาสตร์ 28.17 25.82 34.38
ภาษาองั กฤษ 30.17
34.14

ผลการประเมนิ ระดับชาติ (ONET) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3
ปกี ารศึกษา 2563

60 56.17 55.18 54.29
50

40 34.14 34.38

30 25.82 25.46 27.92 30.17 29.89 28.17

21.06

20

10

0 คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ
ภาษาไทย

โรงเรียน สพฐ ประเทศ

2) ผลกำรประเมนิ กำรทดสอบควำมสำมำรถพน้ื ฐำนของผูเ้ รียนระดับชำติ ( NT ) ชั้นประถมศกึ ษำ

ปที ี่ 3 ประจำปกี ำรศึกษำ 2562-2563

2.1) เปรียบเทยี บภำพรวมผลกำรประเมนิ กำรทดสอบควำมสำมำรถพน้ื ฐำนของผูเ้ รยี นระดับชำต(ิ NT )

และร้อยละของผลตำ่ งระหว่ำงปกี ำรศกึ ษำ 2562 – 2563

ควำมสำมำรถ ปีกำรศกึ ษำ ปกี ำรศกึ ษำ ร้อยละของผลต่ำงระหวำ่ ง

2562 2563 ปีกำรศกึ ษำ

ดำ้ นภำษำไทย 50.86 43.28 -7.58

ด้ำนคณิตศำสตร์ 50.57 45.46 -5.11

รวมควำมสำมำรถทั้ง2 ดำ้ น 50.72 44.37 -6.35

29

2.2) เปรยี บเทยี บภำพรวมผลกำรประเมนิ กำรทดสอบควำมสำมำรถพ้นื ฐำนของผูเ้ รยี นระดบั ชำติ
( O-NET ) และร้อยละของผลต่ำงระหวำ่ งปีกำรศกึ ษำ 2562 – 2563 ระดับชนั้ ประถมศึกษำปีที่ 6

รายวชิ า ปีการศกึ ษา 2562 คะแนนเฉลีย่ ผลต่าง
ระหวา่ งปีการศึกษา
ภาษาไทย 46.88 ปกี ารศึกษา 2563
คณิตศาสตร์ 26.53 14.29
วิทยาศาสตร์ 35.59 61.17 -0.60
ภาษาอังกฤษ 26.21 25.93 5.78
41.37 20.32
46.53

2.3) เปรยี บเทยี บภำพรวมผลกำรประเมนิ กำรทดสอบควำมสำมำรถพื้นฐำนของผเู้ รยี นระดับชำติ
( O-NET ) และรอ้ ยละของผลต่ำงระหว่ำงปกี ำรศึกษำ 2562 – 2563 ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษำปที ่ี 6

รายวิชา ปีการศึกษา 2562 คะแนนเฉล่ยี ผลต่าง
ระหวา่ งปกี ารศึกษา
ภาษาไทย 51.77 ปีการศกึ ษา 2563
คณิตศาสตร์ 20.50 4.4
วทิ ยาศาสตร์ 29.01 56.17 0.57
ภาษาอังกฤษ 27.52 21.07 -1.09
27.92 0.65
28.17

30

บทที่ 5

สรปุ ผล อภปิ รำยผลและขอ้ เสนอแนะ

รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการยกระดับผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น ประจาปีการศึกษา 2563
โรงเรียนตากสินราชานสุ รณ์ อาเภอเมือง จงั หวัดตาก มวี ตั ถปุ ระสงค์

(1) เพือ่ ศกึ ษาความคดิ เห็นนักเรยี นต่อการจดั โครงการยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ิ ทางการเรยี นของ
โรงเรียนตากสินราชานสุ รณ์ประจาปีการศึกษา 2563

(2) รายงานผลการดาเนินงานโครงการยกระดบั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น ประชากรได้แก่ นักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 3 โรงเรียนตากสนิ ราชานุสรณ์ ปกี ารศกึ ษา 2563 จานวน 129คน นักเรียนชน้ั
ประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนตากสนิ ราชานุสรณ์ ปกี ารศกึ ษา 2563 จานวน 75 คน นกั เรียนช้ันมัธยมศึกษา
ปีท่ี 3 โรงเรยี นตากสนิ ราชานุสรณ์ ปกี ารศกึ ษา 2563 จานวน 15 คนและ กลมุ่ ตัวอย่างได้แก่ นกั เรียน
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 โรงเรียนตากสนิ ราชานสุ รณ์ ปกี ารศกึ ษา 2563 จานวน 129คน นักเรียนชนั้
ประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนตากสินราชานุสรณ์ ปีการศกึ ษา 2563 จานวน 75 คน นักเรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษา
ปีที่ 3 โรงเรียนตากสนิ ราชานสุ รณ์ ปีการศึกษา 2563 จานวน 15 คน โดยใชว้ ธิ ีสมุ่ แบบเจาะจง
เคร่อื งมือท่ใี ชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู เปน็ แบบสอบถาม และขอ้ สอบ NT นาข้อมูลทไ่ี ดจ้ ากแบบสอบถาม
มาทาการวิเคราะห์ระดบั ความคดิ เห็นของผตู้ อบแบบสอบถาม ตรวจหาคา่ ความถ่ีของการตอบ
แบบสอบถามในแต่ละขอ้ ทง้ั ฉบับ สถติ ิท่ีใชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูล คอื ค่าเฉลีย่ เลขคณิต (  )

สรปุ ผล
1) ความคิดเห็นนักเรยี นต่อการจดั โครงการยกระดบั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน
ของโรงเรยี นตากสนิ ราชานุสรณ์ประจาปีการศกึ ษา 2563 อยูใ่ นระดับมาก (   4.57)
2) ผลการเปรียบเทยี บจานวนนักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนตากสินราชานุสรณ์
ปีการศกึ ษา 2563 จานวน 129 คน เขา้ รว่ มกิจกรรมทง้ั หมด 129 สงู กวา่ เปา้ หมายของโครงการ
(85/100 )ร้อยละ 15 ส่วนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จานวน 254
คน เขา้ สอบ 90 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 35.43 เนอื่ งจากการสอบประเมินผลระดบั ชาติ O-NET ใหน้ ักเรยี นสอบ
ตามความสมัครใจ และผลการสอบไม่มีผลต่อการเข้าศกึ ษาตอ่ ระดบั ท่ีสูงขึ้น
3) ผลการเปรียบเทียบคะแนนการสอบประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติขั้นพ้ืนฐาน (NT)
ระดับช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 3 พบวา่ รวมทกุ ดา้ นลดลงร้อยละ 6.35 ดา้ นภาษาไทย ลดลงรอ้ ยละ 4.7.58
ด้านคณติ ศาสตร์ ลดลงร้อยละ 5.11

ผลการเปรยี บเทยี บคะแนนการสอบประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติขัน้ พืน้ ฐาน (O-NET)
ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 พบวา่ ภาษาไทย เพมิ่ ขน้ึ รอ้ ยละ 14.29 คณิตศาสตร์ ลดลงรอ้ ยละ -0.60
วทิ ยาศาสตร์ เพิม่ ข้ึนร้อยละ 5.78 และภาษาอังกฤษ เพมิ่ ขนึ้ รอ้ ยละ 20.32

31

ผลการเปรยี บเทยี บคะแนนการสอบประเมินคุณภาพการศกึ ษาระดับชาตขิ นั้ พ้นื ฐาน (O-NET)
ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 3 พบว่า ภาษาไทย เพมิ่ ขึน้ ร้อยละ 4.4 คณติ ศาสตร์ เพิ่มข้ึนร้อยละ 0.57
วิทยาศาสตร์ ลดลงร้อยละ 1.09 และภาษาอังกฤษ เพมิ่ ขนึ้ ร้อยละ 0.65

อภิปรำยผล
1) ความคิดเหน็ ของนกั เรยี นตอ่ การจดั โครงการยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น ประจาปี

การศึกษา 2563 ของโรงเรียนตากสินราชานุสรณ์ อาเภอเมือง จังหวดั ตาก อยู่ในระดับพอใจมากท่ีสดุ
(   4.57 ) ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมกจิ กรรม (   4.56) ความเหมาะสมของ

สถานทใ่ี นการจัดกจิ กรรม (   4.47 ) ความเหมาะสมของเน้ือหา แนวข้อสอบ (   4.69 )
ความเหมาะสมของเวลาในการจัดกิจกรรม (   4.40 ) ประโยชนใ์ นการจัดกจิ กรรม (   4.67)
การมีสว่ นร่วมของนกั เรียน (   4.44) ควรจดั กิจกรรมนตี้ ่อไป (   4.76 )

2) ผลการเปรียบเทียบจานวนนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนตากสินราชานุสรณ์ ปี
การศึกษา 2563 จานวน 129 คน เข้ารว่ มกจิ กรรมทงั้ หมด 129 คน คิดเป็นร้อยละ 100 สงู กวา่ เปา้ หมาย
ของโครงการ (85/100 ) ถือว่าบรรลุเป้าหมาย ส่วนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีท่ี 3 จานวน 254 คน เข้าสอบ 90 คน คิดเป็นร้อยละ 35.43 เน่ืองจากการสอบประเมินผล
ระดับชาติ O-NET ให้นักเรียนสอบตามความสมัครใจ และผลการสอบไม่มีผลต่อการเข้าศึกษาต่อระดับท่ี
สงู ข้นึ

3) ผลการเปรยี บเทียบคะแนนการสอบประเมนิ คุณภาพการศึกษาระดบั ชาติขน้ั พ้ืนฐาน (NT) และ
O-NET ระดับช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 3 ระดับช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 และระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 ถือวา่
การดาเนินโครงการสง่ ผลให้นักเรยี นมคี วามตระหนักถึงการทดสอบทางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานระดบั ชาติ และ
มีความพรอ้ มในการทาขอ้ สอบมากขน้ึ

ข้อเสนอแนะ
ด้วยสถานการณ์โรคระบาดไวรสั โคโรน่า 2019 หรอื โควิด 19 ทาให้เวลาเรยี นของนกั เรยี นมีน้อย

ไม่สามารถจัดการเรยี นการสอนได้ตามปกติ นักเรียนตอ้ งเรียนในรูปแบบออนไลน์ การเข้าเรียนแบบสลับกัน
มาเรยี น ส่งผลใหป้ กี ารศกึ ษาน้ี ผลการทดสอบระดับชาติทุกด้านมคี ่าเฉลีย่ ลดลงจากปีการศกึ ษา 2562
ดงั นั้นในปีการศกึ ษา2564 ซึ่งอาจจะยังมกี ารแพรร่ ะบาดของโรคไวรัสโคโรน่า 2019 อยนู่ ั้น จึงเห็นควรให้
เนน้ สอนตามโครงสรา้ งตัวชว้ี ัดที่จะทาการทดสอบใหม้ ากท่ีสุด

34

ภำคผนวก

หนาน 1/2

รายงานผลการทดสอบทางการศศกษาระดบห ชาตขส ตนห พชนต ฐาน (O-NET)
ชตหนมธห ยมศศกษาปร ทชร 3 ปร การศศกษา 2563

ฉบหบทชร 6 - คญาสถตส แส ยกตามรายวชส าสสาหรหบโรงเรรยน

รหหสโรงเรรยน 1063010042 ชชอโรงเรรยน ตากสสนราชานนสรณณ

ขนาดโรงเรรยน ใหญญ ทตชร ตงห โรงเรรยน ในเมชอง

จงห หวดห ตาก ภาค ตะวนห ตก สหงกดห สสานหกงานคณะกรรมการการศศกษาขตนห พชนต ฐาน
วชส า : ภาษาไทย (91)
จสานวนผผสเขผาสอบ คะแนนเฉลยชร สญวนเบรยช งเบน คะแนนสสงสนด คะแนนตาสช สนด มธห ยฐาน ฐานนสยม
การจาส แนกระดบห (Mean) มาตรฐาน (S.D.) (Max.) (Min.) (Median) (Mode)
คญาสถสตส
50.00
โรงเรรยน 15 56.17 14.23 81.25 26.25 55.00 60.00
ขนาดโรงเรรยน 79,011 53.60 15.93 100.00 2.50 55.00 56.25
ทรชตตงห โรงเรรยน: ในเมชอง 55.88 15.79 91.25 10.00 57.50 56.25
ทรชตตงห โรงเรรยน: นอกเมชอง 904 50.89 14.91 91.25 13.75 50.00 56.25
3,169 52.00 15.25 91.25 10.00 52.50 37.50*
จหงหวดห 4,073 46.78 13.95 81.25 16.25 48.75 60.00
เขตพชนต ทชร 119 55.18 16.00 98.75 3.75 56.25 56.25
สหงกดห 253,689 54.47 15.82 96.25 5.00 55.00 56.25
ศธ.ภาค 18,484 54.68 15.53 96.25 10.00 56.25 60.00
ภาค(ภสมศส าสตรณ) 15,768 54.81 16.22 98.75 2.50 56.25 60.00
กระทรวง: ศธ 319,132 54.29 16.22 100.00 0.00 55.00
ประเทศ 357,051 คะแนนเฉลยรช สญวนเบรชยงเบน คะแนนสสงสนด คะแนนตชาส สนด มหธยฐาน ฐานนสยม
* : มมคาค ฐานนนยมมากกวาค 1 คาค จาส นวนผผสเขผาสอบ (Mean) มาตรฐาน (S.D.) (Max.) (Min.) (Median) (Mode)

วชส า : ภาษาองห กฤษ (93) 25.00
27.50
การจาส แนกระดบห 25.00
คญาสถตส ส 25.00
25.00
โรงเรรยน 15 28.17 10.39 55.00 17.50 25.00 25.00
ขนาดโรงเรรยน 77,698 33.57 13.79 100.00 2.50 30.00 27.50
ทตชร ตงห โรงเรรยน: ในเมชอง 891 35.30 15.22 95.00 7.50 32.50 27.50
ทชรตตงห โรงเรรยน: นอกเมชอง 3,161 30.22 10.71 95.00 5.00 27.50 27.50
4,052 31.34 12.03 95.00 5.00 30.00 27.50
จหงหวดห 119 27.27 7.83 55.00 12.50 25.00 27.50
เขตพชนต ทชร 249,800 34.14 14.52 100.00 0.00 30.00
สหงกดห 18,319 33.39 14.11 100.00 5.00 30.00
ศธ.ภาค 15,453 33.74 13.75 100.00 5.00 30.00
ภาค(ภสมสศาสตรณ) 314,548 34.85 15.25 100.00 0.00 30.00
กระทรวง: ศธ 352,119 34.38 14.93 100.00 0.00 30.00
ประเทศ

วนว ทมท 21/04/2021 22:29:53

หนาน 2/2

รายงานผลการทดสอบทางการศศกษาระดบห ชาตขส ตนห พชนต ฐาน (O-NET)
ชตหนมธห ยมศศกษาปร ทชร 3 ปร การศศกษา 2563

ฉบหบทชร 6 - คญาสถตส แส ยกตามรายวชส าสสาหรหบโรงเรรยน

รหหสโรงเรรยน 1063010042 ชชอโรงเรรยน ตากสสนราชานนสรณณ

ขนาดโรงเรรยน ใหญญ ทตชร ตงห โรงเรรยน ในเมชอง

จหงหวดห ตาก ภาค ตะวนห ตก สหงกดห สสานหกงานคณะกรรมการการศศกษาขตนห พชนต ฐาน
วชส า : คณตส ศาสตรณ (94)
จสานวนผผสเขผาสอบ คะแนนเฉลยรช สญวนเบยชร งเบน คะแนนสสงสนด คะแนนตาสช สนด มหธยฐาน ฐานนสยม
การจาส แนกระดบห (Mean) มาตรฐาน (S.D.) (Max.) (Min.) (Median) (Mode)
คญาสถสตส
24.00
โรงเรรยน 15 21.07 7.79 32.00 8.00 24.00 20.00
ขนาดโรงเรรยน 79,061 24.16 13.08 100.00 0.00 20.00 20.00
ทชรตตงห โรงเรรยน: ในเมชอง 904 26.00 14.78 92.00 0.00 24.00 24.00
ทชรตตงห โรงเรรยน: นอกเมชอง 3,169 22.42 11.17 100.00 0.00 20.00 20.00
4,073 23.21 12.16 100.00 0.00 20.00 16.00
จหงหวดห 119 19.70 8.09 40.00 0.00 20.00 20.00
เขตพชนต ทชร 254,056 25.82 15.23 100.00 0.00 24.00 20.00
สหงกดห 18,484 25.21 14.54 100.00 0.00 24.00 20.00
ศธ.ภาค 15,775 25.32 14.44 100.00 0.00 24.00 20.00
ภาค(ภสมศส าสตรณ) 319,517 25.90 15.37 100.00 0.00 24.00 20.00
กระทรวง: ศธ 357,425 25.46 15.02 100.00 0.00 24.00
ประเทศ ฐานนสยม
(Mode)
วชส า : วทส ยาศาสตรณ (95) จสานวนผผสเขผาสอบ คะแนนเฉลยชร สญวนเบรยช งเบน คะแนนสสงสนด คะแนนตาชส สนด มธห ยฐาน
15 (Mean) มาตรฐาน (S.D.) (Max.) (Min.) (Median) 29.80
การจาส แนกระดบห 27.92 40.80 13.60 27.20
คญาสถสตส 77,903 29.31 7.17 91.20 0.00 29.00 29.40
โรงเรรยน 889 30.37 8.91 76.00 2.20 28.40 27.20
3,164 28.31 9.57 89.00 6.60 29.40 27.20
ขนาดโรงเรรยน 4,053 28.76 8.07 89.00 2.20 27.60 22.80
ทชรตตงห โรงเรรยน: ในเมชอง 119 26.37 8.47 46.00 2.20 27.60 27.20
ทตชร ตงห โรงเรรยน: นอกเมชอง 30.17 8.23 97.80 0.00 25.40 27.20
250,375 29.78 9.73 93.40 2.20 29.40 27.20
จงห หวดห 18,348 30.09 9.39 89.00 2.20 29.00 27.20
เขตพชนต ทชร 15,477 30.14 9.26 97.80 0.00 29.40 27.20
สหงกดห 315,263 29.89 9.81 97.80 0.00 29.00
ศธ.ภาค 352,867 9.66 29.00
ภาค(ภสมศส าสตรณ)
กระทรวง: ศธ
ประเทศ

วนว ททม 21/04/2021 22:29:53

หนาน 1/2

รายงานผลการทดสอบทางการศศกษาระดบห ชาตขส ตนห พชนต ฐาน (O-NET)
ชตหนประถมศศกษาปร ทรช 6 ปร การศศกษา 2563

ฉบหบทชร 6 - คญาสถตส แส ยกตามรายวชส าสสาหรหบโรงเรรยน

รหหสโรงเรรยน 1063010042 ชชอโรงเรรยน ตากสสนราชานนสรณณ

ขนาดโรงเรรยน ใหญญ ทตชร ตงห โรงเรรยน ในเมชอง

จงห หวดห ตาก ภาค ตะวนห ตก สหงกดห สสานหกงานคณะกรรมการการศศกษาขตนห พชนต ฐาน
วชส า : ภาษาไทย (61)
จาส นวน คะแนนเฉลยรช สญวนเบชยร งเบนมาตรฐาน คะแนนสสงสนด คะแนนตชาส สนด มธห ยฐาน ฐานนสยม
การจาส แนกระดบห ผผสเขผาสอบ (Mean) (S.D.) (Max.) (Min.) (Median) (Mode)
คญาสถตส ส
ปรนหย อตห นหย รวม ปรนหย อตห นหย รวม ปรนหย อตห นหย รวม ปรนหย อตห นหย รวม รวม รวม
โรงเรรยน 75 47.93 13.24 61.17 10.67 3.02 12.55 70.00 18.00 85.75 27.50 5.75 35.75 60.50 55.75
ขนาดโรงเรรยน 93,318 46.96 12.10 59.06 14.55 3.62 16.89 80.00 20.00 99.75 0.00 0.00 0.50 60.75 64.00
ทชรตตงห โรงเรรยน: ในเมชอง 681 45.52 12.34 57.86 13.91 3.28 15.64 77.50 20.00 95.75 5.00 0.75 12.75 58.50 71.25
ทชตร ตงห โรงเรรยน: นอกเมชอง 5,109 38.96 10.81 49.78 14.14 3.81 16.56 77.50 19.75 94.25 0.00 0.00 1.00 49.25 43.25
จงห หวดห 5,790 39.73 10.99 50.73 14.27 3.78 16.66 77.50 20.00 95.75 0.00 0.00 1.00 50.50 43.25
เขตพชนต ทชร 549 43.91 12.24 56.15 13.13 3.19 14.83 70.00 19.50 87.00 5.00 0.00 12.75 56.75 54.25*
สหงกดห 317,651 43.41 11.55 54.96 14.18 3.49 16.36 80.00 20.00 100.00 0.00 0.00 0.25 55.50 59.00
ศธ.ภาค 23,715 43.52 11.74 55.26 14.17 3.50 16.32 80.00 20.00 99.25 0.00 0.00 1.00 55.75 58.50
ภาค(ภสมสศาสตรณ) 22,787 43.86 11.50 55.36 14.44 3.58 16.64 80.00 20.00 99.50 0.00 0.00 1.00 56.00 56.00
กระทรวง: ศธ 441,288 44.60 11.68 56.28 14.44 3.59 16.72 80.00 20.00 100.00 0.00 0.00 0.00 57.25 59.00
ประเทศ 495,250 44.54 11.66 56.20 14.43 3.60 16.73 80.00 20.00 100.00 0.00 0.00 0.00 57.00 59.00

* : มมคาค ฐานนนยมมากกวาค 1 คาค

วชส า : ภาษาองห กฤษ (63) คะแนนเฉลยชร สญวนเบยชร งเบน คะแนนสสงสนด คะแนนตชาส สนด มธห ยฐาน ฐานนสยม
การจาส แนกระดบห (Mode)
คญาสถสตส จสานวนผผสเขผาสอบ (Mean) มาตรฐาน (S.D.) (Max.) (Min.) (Median)

โรงเรรยน 75 46.53 17.18 87.50 15.00 42.50 30.00*
ขนาดโรงเรรยน 93,311 50.12 24.13 100.00 2.50 42.50 30.00
ทชรตตงห โรงเรรยน: ในเมชอง 46.64 22.43 97.50 7.50 40.00 30.00
ทชรตตงห โรงเรรยน: นอกเมชอง 681 36.56 16.41 100.00 5.00 32.50 30.00
5,109 37.75 17.53 100.00 5.00 32.50 30.00
จงห หวดห 5,790 40.41 18.21 97.50 12.50 35.00 27.50
เขตพชนต ทชร 549 38.87 18.70 100.00 0.00 32.50 30.00
สหงกดห 317,625 41.24 20.09 100.00 5.00 35.00 30.00
ศธ.ภาค 23,718 42.29 20.88 100.00 2.50 35.00 30.00
ภาค(ภสมสศาสตรณ) 22,784 43.67 22.17 100.00 0.00 37.50 30.00
กระทรวง: ศธ 441,257 43.55 22.02 100.00 0.00 37.50 30.00
ประเทศ 495,217
* : มมคาค ฐานนนยมมากกวาค 1 คาค

วนว ทมท 21/04/2021 10:54:45

รายงานผลการทดสอบทางการศศกษาระดบห ชาตขส ตนห พชนต ฐาน (O-NET)
ชตหนประถมศศกษาปร ทรช 6 ปร การศศกษา 2563

ฉบหบทชร 6 - คญาสถตส แส ยกตามรายวชส าสสาหรหบโรงเรรยน

รหหสโรงเรรยน 1063010042 ชชอโรงเรรยน ตากสสนราชานนสรณณ

ขนาดโรงเรรยน ใหญญ ทตรช ตงห โรงเรรยน ในเมชอง

จงห หวดห ตาก ภาค ตะวนห ตก สหงกดห สสานหกงานคณะกรรมการการศศกษาขตนห พชนต ฐาน
วชส า : คณตส ศาสตรณ (64)
จาส นวนผผสเขผาสอบ คะแนนเฉลยชร สญวนเบรยช งเบน คะแนนสสงสนด คะแนนตสชาสนด มธห ยฐาน ฐานนสยม
การจาส แนกระดบห (Mean) มาตรฐาน (S.D.) (Max.) (Min.) (Median) (Mode)
คญาสถสตส
30.00
โรงเรรยน 75 25.93 10.64 65.00 10.00 25.00 25.00
ขนาดโรงเรรยน 93,307 32.29 16.73 100.00 0.00 30.00 25.00
ทรชตตงห โรงเรรยน: ในเมชอง 30.84 14.52 95.00 0.00 30.00 25.00
ทชตร ตงห โรงเรรยน: นอกเมชอง 681 26.21 11.38 100.00 0.00 25.00 25.00
5,107 26.75 11.88 100.00 0.00 25.00 25.00
จงห หวดห 5,788 28.70 12.88 90.00 5.00 25.00 25.00
เขตพชนต ทรช 548 28.59 13.84 100.00 0.00 25.00 25.00
สหงกดห 317,630 29.22 14.51 100.00 0.00 25.00 25.00
ศธ.ภาค 23,714 29.54 14.56 100.00 0.00 25.00 25.00
ภาค(ภสมศส าสตรณ) 22,785 30.16 15.38 100.00 0.00 25.00 25.00
กระทรวง: ศธ 441,247 29.99 15.21 100.00 0.00 25.00
ประเทศ 495,206 ฐานนสยม
(Mode)
วชส า : วทส ยาศาสตรณ (65) จาส นวนผผสเขผาสอบ คะแนนเฉลยรช สญวนเบยรช งเบน คะแนนสสงสนด คะแนนตชสาสนด มหธยฐาน
75 (Mean) มาตรฐาน (S.D.) (Max.) (Min.) (Median) 37.35
การจาส แนกระดบห 41.37 74.70 14.55 33.55
คญาสถสตส 93,312 41.02 11.33 100.00 0.00 39.85 40.50
681 41.17 14.67 89.25 10.10 39.85 33.55
โรงเรรยน 5,109 35.08 13.94 89.90 3.80 40.50 33.55
ขนาดโรงเรรยน 5,790 35.79 11.76 89.90 3.80 33.55 40.50*
ทรชตตงห โรงเรรยน: ในเมชอง 549 38.53 12.20 86.10 10.10 34.20 33.55
ทชรตตงห โรงเรรยน: นอกเมชอง 37.64 12.98 100.00 0.00 37.35 29.75
317,624 37.76 13.07 96.85 0.00 36.70 33.55
จงห หวดห 23,718 38.28 13.24 96.20 0.00 36.70 33.55
เขตพชนต ทชร 22,786 38.89 13.45 100.00 0.00 36.70 33.55
สหงกดห 441,260 38.78 13.86 100.00 0.00 37.35
ศธ.ภาค 495,223 13.79 37.35
ภาค(ภสมสศาสตรณ)
กระทรวง: ศธ
ประเทศ
* : มมคาค ฐานนนยมมากกวาค 1 คคา

วนว ทมท 21/04/2021 10:54:45


Click to View FlipBook Version