Vietnam
ประเทศเวยี ดนาม
สมาชกิ ในกลุ่ม
นายฮารสิ หวนั อาหลี 611031390
นายจกั รกฤษณ์ คงสงค์ 611031400
นายอาลยี ัส ซาจิ 611031600
สาขาสังคมศึกษา คณะศึกษาสตร์
มหาวทิ ยาลยั ทักษณิ
ประเด็นท่ีน่าสนใจ
01 ขอ้ มูลท่ัวไปของประเทศเวยี ดนาม
02 ประวตั ิศาสตรข์ องเวยี ดนาม
03 การเมอื งของเวยี ดนาม
04 เศรษฐกิจของเวยี ดนาม
05 สถานท่ีสาคัญในเวยี ดนาม
ข้อมูลทั่วไปของประเทศเวยี ดนาม
ช่อื ประเทศ อาณาเขต ประชากร เมืองหลวง
สาธารณรฐั 331,689 ตารางกโิ ลเมตร 96.2 ล้านคน กรุงฮานอย
สังคมนยิ มเวยี ดนาม
(The Socialist
Republic of
Vietnam)
ขอ้ มูลทั่วไปของประเทศเวยี ดนาม
การปกครอง ศาสนา ภาษา การศึกษา
ระบบพรรคเดยี ว ไม่มีศาสนา 73.2% ภาษาเวยี ดนาม 1. การศกึ ษาระดบั กอ่ นประถมศกึ ษา
คือพรรคคอมมิวนสิ ต์ พุทธ 12.2% และยงั นยิ มเรยี น 2. การศกึ ษาสามัญ
ครสิ ต์ 8.3% ภาษาต่างประเทศ คือ
เวยี ดนาม อ่นื ๆ 6.3% อังกฤษ ฝรงั่ เศส จนี ระดับประถมศกึ ษา
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
3. การศกึ ษาด้านเทคนิคและอาชพี
4. การศกึ ษาระดบั อดุ มศกึ ษา
5. การศกึ ษาต่อเน่อื ง
ขอ้ มูลท่ัวไปของประเทศเวยี ดนาม
ลักษณะภมู ปิ ระเทศ สภาพภมู อิ ากาศ วนั ชาติ สกลุ เงนิ
มีลักษณะเปน็ รปู ตัว S แบ่งออกได้เปน็ 4 ฤดู 2 กันยายนของทกุ ปี สกุลดอ่ ง (Dong)
ตามแนวฝ่ งั ตะวนั ตก ฤดใู บไมผ้ ลิ วนั ประกาศการสถาปนาสาธารณรฐั
ฤดรู อ้ น ประชาธปิ ไตยเวยี ดนาม (ปัจจุบนั คอื
ของทะเลจนี ใต้ ฤดใู บไม้รว่ ง สาธารณรฐั สังคมนยิ มเวยี ดนาม)
นอกจากนีย้ งั มีหมู่ ฤดหู นาว
เกาะต่างๆ อีกนับพนั และวนั ราลกึ ถึงการจากไปของ
เกาะ เรยี งรายตง้ั แต่ “โฮจมิ ินห”์ บดิ าแหง่ เอกราช
อา่ วตังเกยี๋ ไปจนถึง
อา่ วไทย
ข้อมูลท่ัวไปของประเทศเวยี ดนาม
การแตง่ กาย
อา่ วหญ่าย (Ao dai)
เป็นชุดประจาชาติของประเทศเวยี ดนาม ที่ประกอบไปด้วยชุดผ้าไหมที่พอดีตัว สวมทับกางเกงขา
ยาว ซ่งึ เปน็ ชดุ ท่ีมักสวมใส่ในงานแต่งงาน และพธิ กี ารสาคัญของประเทศ มีลักษณะคล้ายชุดกี่เพา้ ของจนี ใน
ปัจจุบันเป็นชุดที่ได้รับความนิยมจากผู้หญิงเวียดนาม ส่วนผู้ชายเวียดนามจะสวมใส่ชุด อ่าวหญ่ายในพิธี
แต่งงาน หรอื พธิ ศี พ
ประวตั ิศาสตรข์ องเวยี ดนาม
ยุคอาณานคิ ม
ฝรงั่ เศสแสวงหาผลประโยชน์จากการปกครองเวยี ดนามทางด้านเศรษฐกิจ เวยี ดนามเป็นแหล่งปลูกข้าว
และพชื เศรษฐกิจใหม่ ๆ เชน่ กาแฟ และยางพารา ส่งออกไปยังฝรงั่ เศสและเป็นวตั ถุดิบแก่โรงงานในฝรง่ั เศส ท่ีดิน
ในเวยี ดนามถกู ยึดและตกเปน็ ของชาวฝรง่ั เศส และเรม่ิ อพยพเข้ามาตั้งถ่ินฐานในเวยี ดนาม ขณะเดียวกันก็ส่งเสรมิ
การศกึ ษาและวฒั นธรรมฝรง่ั เศสใหแ้ พรห่ ลายในเวยี ดนาม ชาวเวยี ดนามส่วนหน่ึงได้รบั การศึกษาแบบใหม่และเรม่ิ
ต้องการอิสระในการทางานและมีส่วนรว่ มในการปกครองประเทศ นาไปสู่การก่อตัวของกลุ่มชาตินิยมต่าง ๆ ที่
เข้มแข็งที่สุดคือพรรคคอมมิวนิสต์อนิ โดจนี ที่ต้ังข้ึนโดยโฮจมิ ินห์ ในปี พ.ศ. 2473 และต่อมาปรบั เปล่ียนเป็น กลุ่ม
เวยี ดมินห์ ได้นาชาวนากอ่ การต่อต้านฝรง่ั เศสในชนบท
ประวตั ิศาสตรข์ องเวยี ดนาม
ยุคเอกราช
พ.ศ. 2488 โฮจิมินห์รับมอบอานาจจากจักรพรรดิบ๋าวได่ และรับตาแหน่งประธานาธิบดีคนแรกหลัง
ประกาศเอกราช แต่หลังจากนั้นฝร่ังเศสได้กลับเข้ามาขับไล่รัฐบาลของโฮจิมินห์และไม่ยอมรับเอกราชของ
เวยี ดนาม นาไปสู่สงครามจนในท่ีสุดฝรง่ั เศสพา่ ยแพแ้ ก่กองกาลังเวยี ดมินห์ท่ีค่ายเดียนเบียนฟู ในปี พ.ศ. 2497
และมีการทาสนธิสัญญาเจนีวาของประเทศสวติ เซอรแ์ ลนด์ ยอมรบั เอกราชของเวยี ดนาม แต่สหรฐั อเมรกิ าและ
ชาวเวยี ดนามในภาคใต้บางส่วนไม่ต้องการรวมตัวกับรฐั บาลของโฮจิมินห์ ต่อมาได้ก่อตั้งดินแดนเวยี ดนามภาคใต้
เป็นอกี ประเทศหน่ึง คือ สาธารณรฐั เวยี ดนาม (เวยี ดนามใต้) มีเมืองหลวงคือ ไซง่ อ่ น แบ่งแยกกับเวยี ดนามส่วน
เหนือใต้การปกครองของโฮจมิ ินห์ (เวยี ดนามเหนือ)
ประวตั ิศาสตรข์ องเวยี ดนาม
สงครามเวยี ดนาม
เวยี ดนามเหนือไม่ยอมรบั สถานภาพของเวยี ดนามใต้ ขณะที่สหรฐั อเมรกิ าได้ให้การชว่ ยเหลือทางทหาร
แก่เวยี ดนามใต้อยา่ งต่อเน่ือง รวมถึงการส่งทหารมาประจาในเวยี ดนามใต้เพม่ิ ข้ึนเร่อื ย ๆ เวยี ดนามเหนือประกาศ
ทาสงครามเพ่อื ขับไล่และ ปลดปล่อย เวยี ดนามใต้จากสหรฐั อเมรกิ าและรวมเข้าเป็นประเทศเดียวกัน พรอ้ มให้การ
สนับสนุนกลุ่มชาวเวยี ดนามใต้ที่ต่อต้านสหรฐั อเมรกิ า (เวยี ดกง) ในการทาสงคราม จนสามารถรกุ เข้ายึดไซง่ อ่ น
และเวยี ดนามใต้ได้ท้ังหมดในปี พ.ศ. 2518 การรวมเวยี ดนามทั้งสองส่วนเข้าด้วยกันเกิดข้ึนในวนั ที่ 2 กรกฎาคม
พ.ศ. 2519 และเปล่ียนช่อื ประเทศเป็น สาธารณรฐั สังคมนิยมเวยี ดนาม
การเมืองและการปกครอง
เวยี ดนามปกครองด้วยระบอบสังคมนิยม โดยมีพรรคคอมมิวนิสต์เวยี ดนาม (Communist
Party of Vietnam : CPV) เป็นพรรคการเมืองเพยี งพรรคเดียวของประเทศ โครงสรา้ งการปกครอง
ของเวยี ดนามแบง่ ออกเปน็ 3 ระดับ คือ
1.ฝ่ายนิติบัญญัติ ได้แก่ สภาแห่งชาติ ทาหน้าที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ มีอานาจสูงสุดในการ
กาหนดนโยบายท้ังภายในและต่างประเทศ มีหน้าท่ีบัญญัติและ แก้ไขกฎหมาย แต่งตั้งประธานาธิบดี
ตามท่ีพรรคคอมมิวนิสต์เสนอ ให้การ รบั รอง หรอื ถอดถอนนายกรฐั มนตรตี ามท่ีประธานาธิบดีเสนอ
รวมทั้งแต่งตั้งคณะรฐั มนตรตี ามที่นายกรฐั มนตรเี สนอ อนั เปน็ ระบบการบรหิ ารแบบผู้นารว่ ม
ประธานาธบิ ดี : เหงยี น ฟู้ จอ่ ง นายรฐั มนตรี : เหงยี น ซวน ฟุก
การเมืองและการปกครอง
2.ฝ่ายบริหาร ( หรือรัฐบาลส่วนกลาง ) ประกอบด้วย ประธานาธิบดี นายกรฐั มนตรี และ
คณะรฐั มนตรี รวมไปถึงตาแหน่งสาคัญในพรรคคอมมิวนิสต์ เช่น สมัชชาของพรรคคอมมิวนิสต์ มี
วาระดารงตาแหน่ง 5 ปี มีหน้าท่ีพิจารณา ให้ความเห็นเก่ียวกับการดาเนินงานขององค์กรบริหาร
ระดับสูง เลขาธกิ าร พรรคคอมมิวนิสต์ เป็นผู้มีอานาจสูงสุดของพรรค คณะกรรมการกลางของพรรค
คอมมิวนิสต์
3.การปกครองท้องถิ่น ในแต่ละจงั หวัดจะมีคณะกรรมการประชาชน ทาหน้าที่บรหิ ารงาน
ภายในท้องถิ่นให้เป็นไปตามกฎหมายรฐั ธรรมนูญ นโยบายและกฎระเบียบต่างๆ ท่ีบัญญัติโดยองค์กร
ของรฐั ที่อยู่ในระดับสูงกวา่ ระบบการบรหิ ารราชการท้องถิ่นของเวยี ดนามแบง่ ออกเปน็ 3 ระดับ คือ
- ระดับจงั หวดั และเทียบเท่า มี 59 จงั หวดั กบั อกี 5 นคร คือ ฮานอย โฮจิมินห์ ไฮฟอง ดานัง
และเกิน่ เธอ
- ระดับเมืองและเทศบาลมีประมาณ 600 หน่วย
- ระดับตาบลมีประมาณหน่ึงหม่ืนตาบล
ด้านเศรษฐกิจของเวยี ดนาม
ภายใต้การดาเนินนโยบายโด๋ยเม้ยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 รฐั บาลเวยี ดนาม ได้ปฏิรูประบบเศรษฐกิจอย่างต่อเน่ือง
ประกอบกับสภาวะการเมืองท่ีม่ันคง ส่งผลให้เศรษฐกิจเวยี ดนามขยายตัวอย่างรวดเรว็ โดยมีการปรบั ตัวเองจากระบบ
เศรษฐกิจที่มีการควบคุมจากส่วนกลาง มาเป็นระบบเศรษฐกิจที่ใช้กลไกตลาด การขยายตัวของภาคอตุ สาหกรรมมี
การเติบโตท่ีสูงมาก และมีศักยภาพการส่งออกด้านน้ามัน สินค้าโภคภัณฑ์ นอกจานั้นยังดาเนินนโยบายที่เปิดรบั การ
ลงทนุ จากต่างประเทศมากข้ึน ทาให้ปจั จบุ นั เวยี ดนามกลายเป็นแหล่งดึงดดู นักลงทนุ จากท่ัวโลก
ด้านทรพั ยากร เวยี ดนามจดั วา่ เป็นประเทศท่ีมีทรพั ยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะพลังงานและแรธ่ าตุ
เวยี ดนามมีแหล่งน้ามันดิบกระจายอยู่ทั่วทุกภาค ทาให้เวยี ดนาม เป็นประเทศผู้ส่งออกน้ามันอันดับสามของอาเซยี น
(รองจากมาเลเซยี และอนิ โดนีเซยี )
ด้านเศรษฐกิจของเวยี ดนาม
สินคา้ นาเข้าที่สาคญั : วตั ถดุ ิบ วสั ดสุ ิ่งทอ เคร่อื งหนัง เคร่อื งจกั รผลติ ภัณฑ์ปิโตรเลยี ม
สินคา้ ส่งออกที่สาคญั : นา้ มนั ดิบ เส้ือผ้าและส่ิงทอ อารหารทะเล ยางพารา ขา้ ว กาแฟ รองเท้า
ตลาดนาเข้าที่สาคัญ : สิงคโปร์ ญป่ี ุน่ ไต้หวนั เกาหลใี ต้ จนี
ตลาดส่งออกท่ีสาคญั
: สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น สหรฐั อเมรกิ า จนี
สถานท่ีสาคญั ในเวยี ดนาม
สุสานโฮจมิ นิ ห์
เป็นที่พานักรา่ งของผู้นาปฏิวตั ิโฮจมิ ินห์ สุสานต้ังอยู่ในกลางจตั ุรสั Ba Dinh ในนครโฮจมิ ินห์ ซ่งึ เคยเป็น
ท่ีที่ประธานโฮได้ต้ังพรรคคอมมิวนิสต์ของเวียดนาม หลังจากประธานโฮเสียชีวติ ในปี ค.ศ. 1969 ก็ได้มีการอา่ น
ประกาศจดั ตั้งสาธารณรฐั ประชาธปิ ไตยเวยี ดนาม ข้ึนที่กลางจตั รุ สั น้ีเม่ือวนั ที่ 2 กนั ยายน ค.ศ. 1945 หลังจากน้ันก็
ได้เรมิ่ กอ่ สรา้ งสุสานแหง่ น้ีข้ึนและเปิดให้เข้าชมในปี 29 สิงหาคม ค.ศ. 1947
สถานท่ีสาคัญในเวยี ดนาม
ซาปา
เมืองชายแดนตอนเหนือของประเทศเวยี ดนาม ในจงั หวดั หล่าวกาย มีจุดเด่นคือมีการทานาข้ันบันได ทาให้
มีภูมิทัศน์สวยงามควรค่าแก่การมาท่องเท่ียว เดิมซาปาเป็นเมืองตากอากาศของเจ้านายช้ันสูงชาวฝรัง่ เศสท่ีมา
ทางานในเวยี ดนาม จงึ มีสถาปัตยกรรมอาคารบ้านเรอื น และการวางผังเมืองแบบอาณานิคมฝรงั่ เศส ทั้งนี้ในบางปี
ของซาปายังมีหิมะตกได้ในบางวนั ด้วย
สถานท่ีสาคญั ในเวยี ดนาม
เมืองเว้
เมืองหลวงเก่าของประเทศเวียดนาม ต้ังที่อยู่ในภาคกลาง ซ่ึงถูกยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกจาก
UNESCO ในปี ค.ศ. 1945 เป็นเมืองท่ีรวบรวมวฒั นธรรมตกทอดมาจากจนี โดยแท้ ซ่งึ แตกต่างจากเมืองอ่นื ๆ ใน
เวยี ดนามท่ีจะมีความเป็นยุโรปเขามาผสม แต่ที่เมืองเวไ้ ด้ถูกแต่งเติมไปด้วยสิ่งก่อสรา้ งแบบจนี โบราณ และประวัติ
จากประเทศจนี อย่างอดั แน่น
สถานท่ีสาคญั ในเวยี ดนาม
ฮอยอนั
เป็นเมืองขนาดเล็กรมิ ฝ่ ังทะเลจนี ใต้ทางตอนกลางของสาธารณรฐั สังคมนิยมเวยี ดนาม ในอดีตเคยเป็น
เมืองท่าท่ีใหญ่ท่ีสุดในภมู ิภาคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ ในปี พ.ศ. 2542 องค์การยูเนสโกได้ข้ึนทะเบียนเขตเมืองเก่า
ของฮอยอันให้เป็นมรดกโลก ด้วยเหตุผลว่าเป็นตัวอย่างของเมืองท่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในสมัย
ครสิ ต์ศตวรรษที่ 15-19 ท่ีมีการผสมผสานศิลปะและสถาปัตยกรรมทั้งของท้องถิ่นและของต่างชาติไวไ้ ด้อย่างมี
เอกลักษณ์
สถานที่สาคญั ในเวยี ดนาม
ฮาลอง เบย์
อา่ วท่ีมีภมู ิทัศน์ของธรรมชาติอันตระการตา โดยเราสามารถล่องเรอื ไปบนผืนน้าสีเขียวมรกต เพ่อื สัมผัส
กับธรรมชาติได้อย่างเต็มท่ี บนพ้นื ท่ีกวา่ 1,500 ตารางกโิ ลเมตร พรอ้ มชายฝ่ งั ยาวกวา่ 120 กโิ ลเมตร ระหวา่ งทางที่
ล่องเรอื ไปบนฮาลอง เบย์ เราจะได้เห็นเกาะหินปูนน้อยใหญ่ที่โผล่พ้นน้าข้ึนมา จานวนมากเกือบ 2,000 เกาะ ซ่งึ
สวยงามและยิง่ ใหญ่ จนขนาดท่ีได้รบั การข้ึนทะเบียนเป็นมรดกโลก จากองค์การยูเนสโกอกี ด้วย
ขอบคุณครบั