-40-
4.3.2 การตรวจวัดระดับน้าข้ึนน้าลง
การตรวจวัดระดับน้าข้ึนน้าลงประจาวัน (Tide measurement) เทียบกับระดับทะเล
ปานกลางในพ้ืนท่ีสารวจ ดาเนินการโดยใช้เครื่องมือ Portable Water Level Recorder ยี่ห้อ Valeport
รุ่น 740 (รูปที่ 34) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้าข้ึนน้าลง ระบบดิจิตอล แบบวัดความดัน ซึ่งจะวัด
ความกดดันของน้าจากใต้น้า แล้วแปลงเป็นความสูงของน้าเหนืออุปกรณ์วัด โดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่าง
ความดนั ความหนาแนน่ ของนา้ อตั ราเร่งเนอื่ งจากแรงโน้มถว่ ง และความสงู ของน้า การตรวจวัดจะบันทึก
คา่ การเปลีย่ นแปลงระดับน้าเทยี บกบั ระดบั ทะเลปานกลางในพนื้ ท่ีสารวจ ทุกๆ 1 นาที อุปกรณ์ตรวจวัดได้
ตดิ ตงั้ ไวบ้ ริเวณทา่ เรอื ในพนื้ ที่สารวจแต่ละพน้ื ท่ี
รูปที่ 34 เครอ่ื งตรวจวัดระดับนา้ ข้นึ -น้าลงแบบวดั ความดนั ตราเคร่อื งหมาย Valeport รุ่น 740
4.3.3 การเกบ็ และวิเคราะห์ตัวอยา่ งตะกอนพ้นื ผวิ ทอ้ งทะเล
การเก็บตัวอย่างตะกอนพื้นผิวท้องทะเลเพ่อื ศึกษาลกั ษณะ ชนิด และการกระจายตัวของ
ตะกอนที่ตกสะสมตัวอยู่บนพ้ืนท้องทะเลในปัจจุบัน การเก็บตัวอย่างตะกอนในการสารวจคร้ังนี้ได้ใช้
เครือ่ งมอื แบบ home-made dredger ดังแสดงในรูปท่ี 35 จดุ เกบ็ ตวั อยา่ งมีทงั้ หมด 300 จดุ
รูปที่ 35 เครอื่ งมือเก็บตัวอยา่ งตะกอนพื้นทะเลแบบ home - made dredger
-41-
4.3.4 การตรวจวดั กระแสนา้ ชายฝ่งั
การวัดความเร็วและทิศทางกระแสน้าชายฝั่ง โดยใช้เคร่ืองมือแบบ Acoustic Doppler
Current Profile (ADCP) รุ่น Sentinel Workhorse Rio Grande 600 kHz ดังแสดงในรูปท่ี 36 ซ่ึงจะ
ตรวจวัดความเร็วของกระแสน้าในแนวด่ิงโดยใช้พลังงานเสียง ส่งผ่านไปในน้าคล้ายกับคลื่นโซนาร์ แต่มี
ความถ่ีคลื่นสงู กว่า รวมทง้ั ตรวจวดั ทศิ ทางการเคล่อื นท่ี (Flux Gate Compass) อุณหภูมนิ ้า และความลึก
ท้องน้า โดยจะแสดงข้อมูลแบบปัจจุบัน (Real time) หรือบันทึกข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์เพ่ือการ
ประมวลผลตอ่ ไป วธิ กี ารตรวจวดั กระแสนา้ ชายฝง่ั สามารถทาไดห้ ลายแบบ ซ่ึงในการสารวจคร้ังน้ี ได้เลือก
ติดต้ังเครื่องมือไว้บริเวณใกล้ชายฝ่ัง ที่ระดับน้าลึก 2 เมตร จานวน 2 สถานี คือหน้าหาดทรายแก้ว และ
หนา้ หาดชลาทศั น์ (หาดเกา้ เส้ง) ทาการตรวจวัดกระแสน้าสถานลี ะ 24 ช่วั โมง
รปู ที่ 36 เคร่ืองตรวจวัดความเร็วและทศิ ทางกระแสน้าตราเครอ่ื งหมาย Workhorse รุน่ Rio grande
5.ผลการศกึ ษาการเปลี่ยนแปลงชายฝงั่ ทะเล
5.1 สถานภาพการเปลยี่ นแปลงชายฝั่งทะเล
5.1.1 สถานภาพการเปลี่ยนแปลงชายฝ่งั ในช่วง 10 ปี
จากผลการวิเคราะห์สถานภาพการเปล่ียนแปลงชายฝั่ง บริเวณพ้ืนท่ีอาเภอเมือง (ยกเว้น
พ้ืนที่ตาบลเกาะแต้ว) และบางส่วนของพื้นท่ีอาเภอสิงนคร จังหวัดสงขลา เป็นระยะทางรวม
18.15 กโิ ลเมตร ในชว่ งระหวา่ งปี พ.ศ. 2545 - 2555 พบว่าสถานภาพการเปล่ียนแปลงชายฝ่ังในช่วง 10
ปี ของพ้ืนท่ีศึกษาแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะคือ พ้ืนท่ีกัดเซาะ พื้นท่ีสะสมตัว และพื้นท่ีคงสภาพ โดยมี
รายละเอยี ดดังน้ี (รูปท่ี 37)
หมายเหตุ
- ข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศออร์โธสี มาตราส่วน 1:25,000 มีไม่ครอบคลุมท่ัวทั้งพ้ืนท่ี
ทาใหไ้ ดผ้ ลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ที่ไมต่ อ่ เนื่องและขาดช่วงในบริเวณตอนกลางของอาเภอสงิ หนคร
- แผนที่สถานภาพการเปลี่ยนแปลงชายฝ่ังในช่วง 10 ปี แสดงในมาตราส่วนขนาดกลาง
(Intermediate scale) คือ 1: 40,000 ถึง 1:50,000 ดังนั้นจึงเหมาะแก่การนาไปใช้งานในระดับอาเภอ
หรือจงั หวัดขน้ึ ไป ไม่เหมาะแก่การนาไปใช้ในงานระดับทอ้ งถน่ิ เชน่ ระดบั หมบู่ า้ น หรือระดบั ตาบล
-43-
รูปท่ี 37 แผนที่สถานการเปล่ียนแปลงชายฝง่ั พ้นื ทอี่ าเภอเมอื งและอาเภอสงิ หนคร (พ.ศ.2545-2555)
-44-
5.1.1.1 พนื้ ทีก่ ดั เซาะ แบ่งการกดั เซาะในพ้ืนทอ่ี อกเปน็ 2 ระดบั คอื
1) พื้นทก่ี ดั เซาะระดับรุนแรง (กัดเซาะ มากกวา่ 5 เมตรตอ่ ปี)
ครอบคลุมพื้นท่ีท้ังหมด 164,084 ตารางเมตร คิดเป็น 102.55 ไร่ รวม
ระยะทางกัดเซาะรุนแรงทั้งหมด 1.88 กิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 10.36 ของระยะทางทั้งหมด กัดเซาะ
เขา้ มามากทส่ี ดุ 18.38 เมตร ด้วยอัตราเฉล่ีย 10.55 เมตรต่อปี ได้แก่ บ้านหัวสนอ่อน ตาบลชิงโค และบ้าน
หาดทรายแกว้ ตาบลหัวเขา อาเภอสิงหนคร (รปู ท่ี 38)
รปู ที่ 38 พ้นื ท่ถี กู กัดเซาะระดบั รนุ แรงบรเิ วณหาดทรายแก้ว ตาบลหัวเขา อาเภอสงิ หนคร
(รูปสารวจเมอื่ ธันวาคม 2555)
2) พื้นทีก่ ดั เซาะระดับปานกลาง (กัดเซาะระหวา่ ง 1 - 5 เมตรต่อปี)
ครอบคลมุ พ้นื ที่ทั้งหมด 33,359 ตารางเมตร คิดเป็น 20.85 ไร่ รวมระยะทาง
กัดเซาะปานกลางท้ังหมด 0.95 กิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 5.23 ของระยะทางทั้งหมด กัดเซาะเข้ามาก
ทีส่ ดุ 4.59 เมตร กัดเซาะปานกลางด้วยอตั ราเฉล่ีย 3.56 เมตรต่อปี พบ 1 บริเวณ คือ บ้านหาดทรายแก้ว
ตาบลหัวเขา อาเภอสงิ หนคร (รปู ท่ี 39)
รปู ที่ 39 พืน้ ที่กัดเซาะระดบั ปานกลาง บริเวณหาดทรายแก้ว ตาบลหัวเขา อาเภอสิงหนคร
(รปู สารวจเม่อื ธนั วาคม 2555)
-45-
5.1.1.2 พ้นื ท่สี ะสมตัว (สะสมตวั มากกวา่ 1 เมตรต่อปี)
ครอบคลุมพน้ื ที่ทงั้ หมด 385,583 ตารางเมตร คิดเปน็ 241 ไร่ รวมระยะทางสะสมตวั
ทง้ั หมด 8.50 กโิ ลเมตร คิดเป็นร้อยละ 46.83 ของระยะทางตามแนวชายฝั่งท่ีมีการเปล่ียนแปลง
ทั้งหมด สะสมตัวออกไปมากทสี่ ดุ 18.20 เมตร สะสมตัวดว้ ยอัตราเฉลย่ี 5.01 เมตรต่อปี ไดแ้ ก่ บ้าน
มว่ งงาม ตาบลมว่ งงาม บา้ นวัดวาส ตาบลวัดขนนุ อาเภอสงิ หนคร หาดสมิหลา และหาดชลาทัศน์ ตาบล
บอ่ ยาง อาเภอเมือง เนือ่ งจากมกี ารถมทรายบรเิ วณหน้าหาด (รปู ที่ 40 และ41)
รูปท่ี 40 พ้นื ท่สี ะสมตัวบรเิ วณหาดสนอ่อน ตาบลบ่อยาง อาเภอเมือง (รปู สารวจเม่ือธันวาคม 2555)
รปู ท่ี 41 พื้นทส่ี ะสมตวั บรเิ วณหาดชลาทัศน์ ตาบลบ่อยาง อาเภอเมอื ง (รปู สารวจเมอื่ ธนั วาคม 2555)
หมายเหตุ
หาดสมิหลาและหาดชลาทัศน์มีการสะสมตัวจากแนวหาดเดิมเมื่อปี พ.ศ. 2545
เนื่องจากมีการถมทรายในบริเวณหน้าหาด เพื่อป้องกันคลื่นกัดเซาะชายฝ่ังเน่ืองจากพื้นที่ดังกล่าวเป็น
แหล่งทอ่ งเที่ยวทสี่ าคัญของจังหวัดสงขลา
-46-
5.1.1.3 พน้ื ทคี่ งสภาพ (กดั เซาะหรือสะสมตัวน้อยกวา่ 1 เมตรต่อปี)
รวมระยะทางคงสภาพท้ังหมด 6.82 กิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 37.58 ของระยะทาง
ทั้งหมด ได้แก่ บ้านม่วงพุ่ม บ้านบ่อกลอง ตาบลม่วงงาม อาเภอสิงหนคร หาดชลาทัศน์ และบ้านเก้าเส้ง
ตาบล บ่อยาง อาเภอเมือง
5.1.2 สถานภาพการเปลย่ี นแปลงชายฝง่ั ระหวา่ งชว่ งฤดูกาล
จากผลการวเิ คราะห์สถานภาพการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง บริเวณพ้ืนที่อาเภอเมือง (ยกเว้น
พ้ืนท่ีตาบลเกาะแต้ว) และพ้ืนที่อาเภอสิงนคร จังหวัดสงขลา เป็นระยะทางรวม 27.34 กิโลเมตร ในช่วง
ฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (กลางเดือนพฤศจิกายน) กับหลังฤดูมรสุมดังกล่าว (ปลายเดือนมีนาคม)
พบว่า ข้อมูลสถานภาพการเปลี่ยนแปลงชายฝ่ังในระหว่างช่วงฤดูกาลมีความแปรปรวนมาก ผลการ
วิเคราะห์แสดงดังรูปที่ 42
ข้อมูลแนวเส้นชายฝ่ังท่ีได้จากการสารวจในแนวราบ ทาการสารวจในช่วงกลางเดือน
พฤศจิกายนซ่ึงเป็นช่วงเริ่มฤดูกาลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (ลมมรสุมมีอิทธิพลต่อพ้ืนท่ีในช่วงเดือน
พฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม) พื้นที่ศึกษายังไม่ได้รับอิทธิพลจากคลื่นลมมากนัก สภาพพ้ืนที่จึงมีการ
เปลี่ยนแปลงค่อนข้างน้อย และจากการสารวจพบว่าลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมีอิทธิพลต่อการ
เปล่ียนแปลงสภาพพ้ืนที่มากท่ีสุดในปี พ.ศ. 2555 น้ี คือ ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม
ชว่ งนีส้ ภาพพืน้ ทม่ี ีการเปลี่ยนแปลงชดั เจน โดยเฉพาะในพืน้ ที่ทีพ่ บปญั หาการกดั เซาะชายฝ่ัง ทาให้ข้อมูลที่
ได้จากการวิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างฤดูกาลมีการเปล่ียนแปลงมาก ดังน้ันเพ่ือให้ข้อมูลแผนที่มีความ
ถกู ต้องแมน่ ยามากย่ิงขน้ึ ควรมกี ารสารวจซา้ พื้นทเี่ ดมิ ในชว่ งเวลาเดียวกนั หลายหลายปี
หมายเหตุ
- ข้อมูลแผนทส่ี ถานภาพการเปลย่ี นแปลงชายฝ่ังระหวา่ งช่วงฤดูกาล แสดงในมาตราส่วน
ใหญ่ (Large scale) สามารถนาข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการวางแผนจัดการพ้ืนที่ได้ในระดับชุมชน เช่น
ระดับหมู่บา้ น หรือระดบั ตาบล
-47-
รูปท่ี 42 แผนที่สถานการเปลี่ยนแปลงชายฝง่ั ระหว่างชว่ งฤดูกาล พนื้ ท่อี าเภอเมืองและอาเภอสิงหนคร
-48-
5.1.2.1 พ้ืนท่ีกดั เซาะ ในพน้ื ท่ศี กึ ษาแบ่งการกดั เซาะออกเปน็ 2 ระดบั ดังน้ี
1) พนื้ ที่กดั เซาะระดับรนุ แรง (กดั เซาะ มากกว่า 5 เมตรตอ่ ปี)
ครอบคลุมพ้ืนที่ทั้งหมด 27,427 ตารางเมตร คิดเป็น 17.14 ไร่ รวมระยะทาง
กัดเซาะรุนแรงท้ังหมด 2.78 กิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 10.17 ของระยะทางท้ังหมด กัดเซาะเข้ามามากที่สุด
24.45 เมตร ด้วยอัตราเฉล่ีย 11.36 เมตรต่อปี ได้แก่ บ้านม่วงพุ่ม ตาบลม่วงงาม บ้านหัวสนอ่อน ตาบลชิงโค
บ้านหาดทรายแก้ว ตาบลหัวเขา อาเภอสิงหนคร หาดเก้าเส้ง และหาดชลาทัศน์ ตาบลบ่อยาง อาเภอเมือง
(รปู ท่ี 43)
รูปที่ 43 พ้ืนทีถ่ ูกกัดเซาะระดับรนุ แรง บรเิ วณบา้ นหัวสนออ่ น ตาบลชิงโค อาเภอสงิ หนคร
2) พ้ืนทก่ี ัดเซาะระดับปานกลาง (กัดเซาะ ระหวา่ ง 1 - 5 เมตรตอ่ ปี)
ครอบคลุมพ้ืนท่ีท้ังหมด 14,180 ตารางเมตร คิดเป็น 8.87 ไร่ รวมระยะทางกัด
เซาะปานกลางท้ังหมด 4.98 กิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 18.22 ของระยะทางทั้งหมด กัดเซาะเข้ามามาก
ที่สดุ 4.99 เมตร ดว้ ยอตั ราเฉลี่ย 2.87 เมตรต่อปี ได้แก่ บ้านม่วงพุ่ม บ้านม่วงงามบน ตาบลม่วงงาม บ้าน
บางหวย บา้ นหัวสนออ่ น ตาบลชิงโค บ้านหาดทรายแก้ว ตาบลหัวเขา อาเภอสิงหนคร และหาดชลาทัศน์
ตาบลบ่อยาง อาเภอเมือง
5.1.2.2 พื้นทสี่ ะสมตวั (สะสมตัว มากกว่า 1 เมตรตอ่ ปี)
ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 45,819 ตารางเมตร คิดเป็น 28.62 ไร่ รวมระยะทางสะสมตัว
ทง้ั หมด 11.43 กโิ ลเมตร คิดเปน็ รอ้ ยละ 41.81 ของระยะท้ังหมด สะสมตวั ออกไปมากท่สี ุด 17.94 เมตร
อัตราเฉลี่ย 4.47 เมตรต่อปี ได้แก่ บ้านม่วงพุ่ม บ้านม่วงงาม ตาบลม่วงงาม บ้านวัดวาส บ้านชายทะเล
ตาบลวัดขนุน บ้านหัวยาง บ้านวัดเลียบ บ้านบางหอย ตาบลชิงโค หาดทรายแก้ว ตาบลหัวเขา อาเภอ
สิงหนคร และหน้าหาดหลัง สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้าชายฝ่ัง ตาบลเขารูปช้าง อาเภอเมือง
(รปู 44)
-49-
รูปที่ 44 พน้ื ทสี่ ะสมตัว บริเวณบา้ นวดั เลยี บ ตาบลชิงโค อาเภอสิงหนคร
5.1.2.3 พ้ืนที่คงสภาพ
รวมระยะทางสะสมตัวทั้งหมด 8.15 กิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 29.81 ของระยะทาง
ทั้งหมด ได้แก่ บา้ นมว่ งพุ่ม บา้ นมว่ งงาม ตาบลม่วงงาม บา้ นชายทะเล ตาบลวัดขนุน บ้านบางหอย ตาบล
ชิงโค อาเภอสงิ หนคร หาดสมิหลาและหาดชลาทศั น์ ตาบลบ่อยาง อาเภอเมือง (รูป 45)
รปู ท่ี 45 พืน้ ท่ีคงสภาพ บริเวณบ้านชายทะเล ตาบลวดั ขนนุ อาเภอสิงหนคร
-50-
5.1.3 สถานการเปลย่ี นแปลงในแนวดงิ่ ระหว่างช่วงฤดูกาล
การสารวจรังวัดชายฝั่งด้วยเครื่องมือ DGPS ในแนวด่ิง เป็นการสารวจให้ได้มาซ่ึง
ขอ้ มูลภาพตัดขวางของแนวชายฝง่ั เพ่ือศกึ ษาการเปลีย่ นแปลงธรณีสัณฐานของพื้นท่ีศึกษา โดยดาเนินการ
สารวจใน 2 ชว่ งเวลา คือ ช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (ธันวาคมถึงมกราคม) และหลังช่วงฤดูมรสุม
ดังกล่าว (เมษายนถึงกรกฎาคม) ผลการสารวจรังวัดในแนวดิ่งเมื่อนามาสร้างเป็นภาพสามมิติให้แสดง
ลักษณะธรณีสัณฐานพบว่าความชันของหน้าหาดเปล่ียนแปลงไปจากเดิมคือ ในช่วงฤดูมรสุม
ตะวันออกเฉียงเหนือสัณฐานหน้าหาดมีความชันมากกว่าหลังฤดูมรสุม และหลังฤดูมรสุมจะพบลักษณะ
ของดอนทรายเลก็ ๆเพม่ิ ข้นึ ในบรเิ วณหนา้ หาดหรอื ใกล้แนวชายฝัง่
1) บริเวณหาดเก้าเส้ง ด้านหลังสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้าชายฝ่ัง อาเภอเมือง
จากการเปรียบเทยี บธรณสี ัณฐานหาดทง้ั 2 ช่วงเวลา พบว่าช่วงหลังฤดมู รสมุ ในเดือนพฤษภาคมหน้าหาดมี
ตะกอนทรายสะสมตัวเล็กน้อย (รูปที่ 46)
2) บริเวณหาดชลาทัศน์ อาเภอเมือง จากการเปรียบเทียบธรณีสัณฐานหาดท้ัง 2
ช่วงเวลา จะพบว่าสัณฐานหน้าหาดช่วงเดือนธันวาคมมีความลาดชันมากกว่าเดือนพฤษภาคม บริเวณ
ชายหาดตรงข้ามกับสนามยิงปืนกองทัพเรือ ในช่วงมรสุมเกิดการพัดพาทรายออกไปจากบริเวณหน้าหาด
(รปู ที่ 47)
3) บริเวณหาดสมิหลา อาเภอเมือง จากการเปรียบเทียบธรณีสัณฐานหาดทั้ง 2 ช่วงเวลา
จะพบว่าสัณฐานหน้าหาดช่วงเดือนธันวาคมมีความลาดชันมากกว่าเดือนพฤษภาคม และบริเวณชายหาด
ข้างรูปป้ันนางเงือก พบว่าชายหาดหน้าฤดูมรสุมทรายบริเวณหน้าหาดหายไป แต่หลังฤดูมรสุมจะมีดอน
ทรายเล็กๆ สะสมตัวห่างออกไปจากชายหาดประมาณ 30 เมตร (รูปท่ี 48)
4) บริเวณบ้านหาดทรายแก้ว อาเภอสิงหนคร จากการเปรียบเทียบธรณีสัณฐานหาดท้ัง
2 ช่วงเวลา จะพบว่าสัณฐานหน้าหาดช่วงเดือนธันวาคมมีความลาดชันมากกว่าเดือนพฤษภาคม และ
ในช่วงเดือนพฤษภาคมมีทรายมาสะสมตัวเพิ่มข้ึนในบริเวณดังกล่าว หลังจากท่ีช่วงฤดูมรสุมโดนกัดเซาะ
หายไป (รปู ท่ี 49) เชน่ หาดหนา้ สานกั สงฆห์ าดทรายแกว้
5) บริเวณชายหาดบา้ นขนุน อาเภอสงิ หนคร จากการเปรียบเทียบธรณีสัณฐานหน้าหาด
พบวา่ ในช่วงมรสุมหนา้ หาดมลี ักษณะแคบและมคี วามลาดชัน ส่วนช่วงหลังฤดูมรสุมเดือนพฤษภาคม หน้า
หาดจะกวา้ ง (รปู ท่ี 50)
6) บริเวณหาดวัดเลียบ อาเภอสิงหนคร จากการเปรียบเทียบธรณีสัณฐานหาดท้ัง 2
ช่วงเวลา จะพบว่า ช่วงเดือนธันวาคมหน้าหาดแคบกว่าช่วงเดือนพฤษภาคม และช่วงมรสุมตะกอนทราย
ถกู พดั พาออกไปจากบริเวณหนา้ หาด และพัดพากลับมาในช่วงหลังฤดูมรสุมทาให้หน้าหาดกว้างขึ้นในช่วง
เดือนพฤษภาคม (รปู ที่ 51)
7) บริเวณหาดม่วงงาม อาเภอสิงหนคร จากการเปรียบเทียบธรณีสัณฐานหาดทั้ง 2
ชว่ งเวลา พบวา่ หนา้ หาดช่วงฤดมู รสมุ เดือนธนั วาคมตะกอนทรายถูกพัดพาออกไป และจะกลับมาสะสมตัว
ในช่วงหลงั ฤดมู รสุม หน้ากวา้ งกว่าเดอื นธันวาคมซ่ึงเปน็ ชว่ งฤดมู รสมุ (รปู ท่ี 52)
-51-
ก ข
รูปที่ 46 ธรณสี ัณฐานหนา้ บ้านเก้าเสง้ (ก) ฤดูมรสุม (เดือนพฤศจิกายน) และ
(ข) หลังฤดูมรสุม (เดอื นพฤษภาคม)
ก ข
รปู ท่ี 47 ธรณสี ัณฐานหนา้ หาดชลาทศั น์ (ก) ฤดมู รสุม (เดอื นพฤศจิกายน) และ
(ข) หลังฤดมู รสุม (เดอื นพฤษภาคม)
-52-
ก ข
รูปที่ 48 ธรณสี ณั ฐานหน้าหาดสมิหลา (ก) ฤดูมรสุม (เดือนพฤศจิกายน) และ
(ข) หลังฤดมู รสุม (เดอื นพฤษภาคม)
ก ข
รูปที่ 49 ธรณสี ณั ฐานหนา้ หาดทรายแกว้ (ก) ฤดูมรสุม (เดือนพฤศจิกายน) และ
(ข) หลังฤดูมรสุม (เดือนพฤษภาคม)
-53-
ก ข
รปู ท่ี 50 ธรณีสณั ฐานหนา้ หาดบ้านขนุน (ก) ฤดูมรสุม (เดอื นพฤศจกิ ายน) และ
(ข) หลังฤดมู รสุม (เดือนพฤษภาคม)
ก ข
รูปที่ 51 ธรณีสณั ฐานหนา้ หาดวัดเลยี บ (ก) ฤดูมรสุม (เดอื นพฤศจิกายน) และ
(ข) หลังฤดมู รสุม (เดือนพฤษภาคม)
-54-
กข
รปู ท่ี 52 ธรณีสณั ฐานหน้าหาดมว่ งงาม (ก) ฤดูมรสุม (เดือนพฤศจิกายน) และ
(ข) หลังฤดมู รสุม (เดือนพฤษภาคม)
5.1.4 แนวโนม้ การเปล่ียนแปลงชายฝ่งั ของพ้นื ทศี่ ึกษาในอนาคต
บริเวณที่มีแนวโน้มเกิดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ได้แก่ พ้ืนท่ีบ้านหัวสนอ่อน ตาบลชิงโค
และบ้านหาดทรายแก้ว ตาบลหัวเขา อาเภอสิงหนคร โดยเฉพาะพื้นท่ีหาดทรายแก้วจัดเป็นพื้นท่ีวิกฤต คือ
มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกกัดเซาะ เน่ืองจากทรายถูกพัดพาออกไปมาก แต่ตะกอนทรายที่มาสะสมในพื้นท่ีมี
จานวนน้อยกว่า ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวกระแสน้ามีการไหลวน ทาให้คล่ืนมีพลังงานสูง ส่งผลให้มีการกัด
เซาะรุนแรงมากขึ้น ส่วนบริเวณที่มีแนวโน้มของการสะสมตัวของตะกอนมากข้ึน ได้แก่ พ้ืนที่ในบริเวณแหลม
สนอ่อน ตาบลบ่อยาง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีเข่ือนกันทรายและคล่ืน ซ่ึงใช้เป็นโครงสร้างป้องกันชายฝ่ัง
บริเวณท่าเรือน้าลึก โครงสร้างดังกล่าวทาหน้าท่ีดักตะกอนที่จะถูกพัดพาไปตามกระแสคลื่นจากทิศใต้ไป
เหนือ ดังนั้นตะกอนท่ีจะถูกพัดพาไปสะสมในทางตอนเหนือของโครงสร้างดังกล่าวจึงลดน้อยลง (รูปท่ี 53 -
54)
-55-
พ้ืนทีว่ ิกฤติ พื้นท่ีสะสมตวั เพิ่มข้ึน
(หาดทรายแก้ว) (แหลมสนอ่อน)
หาดชลาทัศนแ์ ละสมิหลาแต่เดิมเปน็ พนื้ ที่
ถกู กดั เซาะ แต่ในปัจจุบันได้มกี ารถมทราย
หน้าหาด และทาโครงสร้างป้องกนั ชายฝงั่
จงึ กลายเปน็ พนื้ ท่ีสะสมตวั และคงสภาพ
รปู ท่ี 53 แนวโน้มสถานภาพการเปลย่ี นแปลงชายฝงั่ ของพน้ื ที่ศกึ ษาในอนาคต
-56-
รปู ท่ี 54 สถานภาพการเปลี่ยนแปลงชายฝง่ั ในพนื้ ท่ีหาดทรายแก้ว ตาบลหัวเขา อาเภอสิงหนคร
โดยภาพถ่ายอากาศออรโ์ ธสีปีในอดตี พ.ศ. 2545 (ภาพบน) เปรยี บเทียบกับภาพจากGoogle earth
ในปัจจุบนั พ.ศ. 2556 (ภาพลา่ ง)
-57-
5.2 ธรณีสัณฐานชายฝั่งทะเล
การศึกษาธรณีสัณฐานชายฝั่งทะเล ใช้วิธีการศึกษาตะกอนระดับตื้นและตะกอนผิวดิน
ซ่ึงประกอบด้วย การเจาะสารวจชายฝั่งระดับต้ืน และ การเก็บตัวอย่างตะกอนผิวดินชายหาด โดยผล
การศกึ ษามีดังนี้
5.2.1 การเจาะสารวจชายฝ่งั ระดับต้ืน
จากการศกึ ษาสภาพแวดลอ้ มการสะสมตัวของตะกอนในอดีต ด้วยการเจาะสารวจระดับ
ต้ืน พบว่า ในพื้นที่ศึกษาครอบคลุมธรณีสัณฐานชายฝ่ังทะเล ทั้งส้ิน 4 หน่วย จาก 8 หน่วยท่ีศึกษาโดย
สิน สนิ สกุล (ธรณสี ัณฐานชายฝง่ั ของพ้นื ทอี่ าเภอเมืองรวบรวมจากข้อมูลเดิมที่ศึกษาโดย สิน สินสกุล และ
คณะ) ได้แก่ หาดทรายเดิม หาดทรายปัจจุบัน ที่ราบน้าขึ้นถึงเดิม และลากูนปัจจุบัน (ดังรูปท่ี 59 และ
ภาคผนวก ข)
1) หาดทรายเดิม หาดทรายเดิมในพ้ืนท่ีศึกษานี้เกิดจากการสะสมตะกอนจาก
อิทธิพลของคล่ืนลมในช่วงที่น้าทะเลรุกเข้ามาในแผ่นดิน ตะกอนมีลักษณะเด่นคือ เป็นตะกอนทราย
มแี รต่ วอตซ์เป็นองค์ประกอบหลัก มีแร่กลุ่มไมก้าปะปนปริมาณมาก ขนาดละเอียดจนถึงหยาบ (รูปท่ี 55)
ช้ันตะกอนหนาประมาณ 3 - 4 เมตร โดยในเขตอาเภอเมือง พบหาดทรายเดิมเป็นแนวขนานยาวกับหาด
ทรายปัจจบุ ันและแนวชายฝั่ง ส่วนบรเิ วณอาเภอสงิ หนคร หาดทรายเดิมจะวางตวั ขนานกับชายฝั่งเป็นแนว
ยาว บริเวณตาบลสทิงหม้อ ตาบลชิงโค ตาบลวัดขนุนและตาบลม่วงงาม ซ่ึงพบว่า มักมีการต้ังบ้านเรือน
และถนนสายหลักไว้บนแนวของหาดทรายเดมิ นี้
รูปท่ี 55 ลักษณะตะกอนหาดทรายเดมิ บริเวณบ้านมะม่วงหมู่ ตาบลสทิงหม้อ อาเภอสิงหนคร
2) หาดทรายปัจจุบัน หาดทรายปัจจุบันในพื้นที่ศึกษาเกิดจากการสะสมตัวของ
ตะกอนทรายและเศษซากเปลือกหอย ปะการัง โดยอิทธิพลของกระแสน้า คลื่นและลม จนเกิดเป็น
ชายหาดท่ีมีแนวขอบเขตติดกับน้าทะเลในปัจจุบัน ลักษณะที่เด่นชัดของตะกอนคือ เป็นตะกอนทราย มี
แร่ควอตซ์เป็นองค์ประกอบหลัก ขนาดทรายละเอียดถึงปานกลาง มีการคัดขนาดค่อนข้างดี ยกเว้นช่วง
รอยต่อของหน้าหาดกับทะเล บริเวณน้ีการคัดขนาดไม่ดี พบเศษเปลือกหอยและซากปะการังปะปน มี
สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ (รูปที่ 56) โดยในพ้ืนท่ีอาเภอเมืองและอาเภอสิงหนคร สามารถพบหาดทราย
ปัจจบุ นั ในทกุ ตาบลที่มีขอบเขตติดกบั น้าทะเล
-58-
รปู ท่ี 56 ลกั ษณะตะกอนหาดทรายปจั จุบนั บ้านหาดทรายแก้ว ตาบลหัวเขา อาเภอสงิ หนคร
3) ที่ราบน้าขึ้นถึงเดิม เกิดจากการสะสมตัวของตะกอนทะเล ในระหว่างช่วงท่ี
น้าทะเลรุกล้าเข้าท่วมแผ่นดิน จนถึงช่วงเวลาที่น้าทะเลลดระดับถอยร่นออกไป ลักษณะเด่นของตะกอน
บริเวณนี้คือ เป็นตะกอนขนาดดินเหนียว สีเทาถึงน้าตาล ซ่ึงเกิดจากปฏิกิริยาระหว่างน้าและอากาศ อาจ
พบเศษตะกอนขนาดกรวดจาพวกแร่ ได้แก่ เหล็ก (สีน้าตาลแดง) และแมงกานีส (สีน้าตาลดา) (รูปท่ี 57)
ชั้นตะกอนดนิ เหนียวนวี้ างตวั ซอ้ นทับอยบู่ นดนิ เหนยี วทะเลสีเทาเขียว โดยท่ีราบนา้ ขน้ึ ถึงเดิมในพื้นที่ศึกษา
พบเปน็ บริเวณกว้างในแถบอาเภอสงิ หนคร ได้แก่ ตาบลม่วงงาม บางเขียด ราแดง วัดขนุน ป่าขาด ทานบ
และบางส่วนของตาบลชิงโค
รูปท่ี 57 ลกั ษณะตะกอนดนิ เหนยี วท่ีราบนา้ ขน้ึ ถงึ เดิม พ้ืนที่ตาบลราแดง อาเภอสิงหนคร
(มักพบเศษตะกอนแร่ จาพวกเหลก็ และแมงกานสี แสดงในวงกลม)
-59-
4) ลากูนปัจจุบัน เป็นลากูนที่เกิดจากการท่ีระดับน้าทะเลลดลงในอดีต มักจะ
ประกอบด้วยตะกอนทราย เน่ืองจากการกัดเซาะของหาดทรายเดิมท่ีวางตัวอยู่ด้านข้างของลากูน รวมถึง
ตะกอนทรายที่ถูกลมพัดทามาสะสมตัวในลากูนด้วย ลักษณะเด่นท่ีพบได้ในตะกอนบริเวณนี้คือ เป็น
ตะกอนทรายขนาดละเอียดจนถึงหยาบสะสมตัวด้านบน ลึกลงไปจะเริ่มพบตะกอนขนาดดินเหนียวสีเทา
ปะปนกับตะกอนทราย อาจพบเป็นชั้นแทรกสลับกันระหว่างตะกอนทั้ง 2 ชนิด นอกจากน้ียังพบเศษซาก
พืชและเปลือกหอยปะปนในเนือ้ ตะกอน หรือพบเป็นชั้นบางๆแทรกสลับในเน้ือตะกอน (รูปท่ี 58) ในพื้นท่ี
ศึกษาสามารถพบลากูนปัจจุบันได้ในเขตด้านตะวันตกของอาเภอสิงหนคร ได้แก่ บางส่วนของตาบลบาง
เขียด ชะแล้ ปากรอ ปา่ ขาด และตาบลสทงิ หมอ้
รปู ท่ี 58 ลกั ษณะตะกอนลากนู ปัจจบุ ัน (ก - ข) เศษซากพืชทท่ี ับถมอย่ใู นชัน้ ตะกอน
(ค - ง) ชิ้นส่วนเปลือกหอยที่สะสมตัวเปน็ ช้ันบางๆแทรกในเน้ือตะกอน พน้ื ทีต่ าบลปากรอ อาเภอสิงหนคร
-60-
รปู ที่ 59 แผนทตี่ าแหนง่ หลมุ เจาะสารวจชายฝั่งระดับตื้นในพ้นื ท่ศี กึ ษา
-61-
5.2.2 การเกบ็ ตวั อยา่ งตะกอนชายทะเล
จากการศึกษาสภาพแวดล้อมการสะสมตัวของตะกอนชายทะเลด้วยการเก็บตัวอย่าง
ตะกอนผวิ ดินชายหาด โดยแบง่ เป็น ตะกอนชายทะเลหน้าหาด และตะกอนชายทะเลหลังหาด ครอบคลุม
พื้นทช่ี ายฝง่ั ทะเลอาเภอเมอื งและอาเภอสิงหนคร จานวน 178 ตวั อยา่ ง (ดงั รูปท่ี 61 และภาคผนวก ค)
1) ตะกอนชายทะเลหน้าหาด
แร่องค์ประกอบหลักคือ แร่ควอตซ์ (มากกว่าร้อยละ 95) ความมนดี (Rounded) และมี
ขนาดต้ังแต่ละเอียดถึงหยาบ การคัดขนาดของตะกอนแตกต่างกันไปขึ้นกับตาแหน่งที่เก็บตัวอย่าง ใน
บริเวณท่ีได้รับอิทธิพลจากคลื่นหรือรอยต่อระหว่างทะเลกับฝ่ัง ตะกอนมีการคัดขนาดปานกลางถึงเลว
และพบเศษเปลือกหอยได้ท่ัวไป (Moderate to poor sorted) ส่วนบริเวณที่อยู่ห่างออกไปจากอิทธิพล
ของคล่ืน ตะกอนมีการคัดขนาดดี (Well sorted) มีขนาดละเอียดถึงปานกลางความมนของตะกอนใน
พืน้ ท่บี ง่ ช้ีว่า หินตน้ กาเนดิ ของตะกอนอยหู่ า่ งออกไปค่อนข้างไกลจากแหล่งสะสมตัว ซ่ึงพบว่าอยู่ทางทิศใต้
ของพ้ืนท่ี (กระแสน้าเลียบชายฝั่งไหลจากทิศใต้ไปสู่ทิศเหนือ) ได้แก่ ภูเขาหินแกรนิตในพื้นท่ีจังหวัด
ปตั ตานี และประเทศมาเลเซีย
2) ตะกอนชายทะเลหลงั หาด
ลักษณะเป็นเนินทราย (Coastal dune) ขนาดเล็ก วางตัวต่อเน่ืองเป็นแนวยาวขนานกับ
แนวชายหาด (รูปที่ 60) ลักษณะตะกอนมีแร่ควอตซ์เป็นองค์ประกอบหลัก และมีขนาดละเอียด การคัด
ขนาดดีมาก ความมนดี โดยท่ัวไปมีต้นไม้ขนาดเล็กและหญ้าข้ึนปกคลุม กระบวนการที่เป็นตัวกลางพัดพา
ตะกอนมาสะสมตัวคือ ลม (Aeolian process) เน่อื งจากการคดั ขนาดของตะกอนดมี าก
รปู ท่ี 60 เนนิ ตะกอนชายทะเลหลังหาด บรเิ วณตาบลม่วงงาม อาเภอสิงหนคร
-62-
รูปที่ 61 แผนทตี่ าแหนง่ เก็บตวั อย่างตะกอนชายทะเลในพ้นื ท่ศี กึ ษา
-63-
5.3 ธรณีวิทยากายภาพพ้ืนทะเล
ผลการสารวจทาแผนที่ธรณีวิทยากายภาพพ้ืนทะเลใกล้ชายฝ่ัง ในแผนที่ 2 ระวาง คือ
ระวางอาเภอสิงหนคร และอาเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา ครอบคลุมพ้ืนที่ประมาณ 140 ตาราง
กิโลเมตร สารวจระดับความลึกน้ารวมระยะทาง 1,000 กิโลเมตร สารวจข้อมูลภาพหน้าตัดข้างคล่ืนไหว
สะเทือนแบบสะท้อนกลับระดับตื้นรวมระยะทาง 1,000 กิโลเมตร เก็บตัวอย่างตะกอนพื้นผิวท้องทะเล
จานวนทั้งส้ิน 300 ตัวอย่าง (รูปที่ 62)
รปู ที่ 62 แผนท่แี สดงเสน้ ทางเดินเรอื สารวจหยั่งนา้ ลกึ และบันทึกภาพหน้าตัดข้างคลืน่ ไหวสะเทือน
แบบสะท้อนกลับระดับตืน้ จดุ เกบ็ ตัวอย่างตะกอนพื้นผวิ ทอ้ งทะเลและสถานตี รวจวดั
กระแสนา้ ชายฝ่ังในพน้ื ทสี่ ารวจ
-64-
5.3.1 ความลกึ นา้ และลักษณะภมู ปิ ระเทศพนื้ ทะเล
ระดับน้าตามแนวเส้นสารวจมีความลึกอยู่ในช่วง -1 ถึง -11 เมตร จากระดับทะเลปาน
กลาง บริเวณชายฝ่ังมีความลาดชันค่อนข้างสูง สามารถสังเกตเห็นแนวการเปลี่ยนแปลงสภาพพ้ืนที่ได้
อย่างชัดเจนคือ จากชายฝั่งถึงระดับน้าลึก -5 เมตร มีความลาดชัน 1:300 และจากระดับน้าลึก -5 เมตร
ถึง -10 เมตร มีความลาดชัน 1: 1000 ลักษณะพ้ืนผิวท้องทะเลโดยทั่วไปค่อนข้างราบเรียบ พบหินดานที่
โผลข่ น้ึ มาจากพ้นื ทอ้ งทะเลแตไ่ ม่โผล่พ้นผวิ นา้ เพียงจดุ เดียวใกลก้ บั เกาะหนู (รปู ที่ 63 - 64)
รปู ท่ี 63 แผนท่แี สดงระดบั ความลึกนา้ และลักษณะภมู ิประเทศพืน้ ทะเลในพนื้ ทส่ี ารวจ
-65-
เกาะหนู
หาดชลาทัศน์
รปู ที่ 64 แผนท่แี สดงระดับความลึกนา้ และลกั ษณะภูมิประเทศพ้นื ทะเลในพน้ื ท่ีสารวจในแบบ 3 มิติ
5.3.2 ลกั ษณะตะกอนพืน้ ผิวท้องทะเล
จากการเกบ็ และวเิ คราะหต์ วั อยา่ งตะกอนพนื้ ผวิ ท้องทะเลจานวน 300 ตวั อยา่ ง ตาม
หลักการจาแนกชนิดตะกอนของ Folk (1980) พบวา่ ประกอบด้วย ตะกอนทรายและทรายแปง้ บริเวณใกล้
ชายฝ่ัง ห่างจากชายฝง่ั โดยเฉลี่ยไม่เกนิ 300 เมตร และตะกอนโคลนทะเล สะสมตวั อยหู่ ่างจากชายฝง่ั
ออกไปมากกว่า 300 เมตร (รปู ที่ 65 - 66)
รปู ที่ 65 ตัวอย่างตะกอนพน้ื ผวิ ท้องทะเลประเภททราย (SKL 016) และโคลนทะเล (SKL 006)
-66-
รปู ท่ี 66 แผนทแ่ี สดงชนดิ และการสะสมตวั ของตะกอนพื้นทะเลในพื้นท่สี ารวจ
-67-
5.3.4 กระแสนา้ ชายฝงั่
จากการตรวจวัดกระแสน้าชายฝ่ังบริเวณหน้าหาดทรายแก้วและหาดชลาทัศน์ ห่างจาก
ชายฝ่งั 100 เมตร ทีร่ ะดับน้าลกึ 1.5 เมตร (น้าลงต่าสุด) ถึง 3.5 เมตร (น้าขึ้นสูงสุด) สภาพคลื่นลมทะเล
สงบน่ิง ในวันที่ 16 - 17 พฤษภาคม 2556 และ 17 - 18 พฤษภาคม 2556 ตามลาดับ พบว่า กระแสน้า
ชายฝั่งบริเวณหน้าหาดทรายแกว้ ไหลไปทางทิศตะวนั ตกเฉยี งเหนอื ขนานกับแนวชายฝั่ง ด้วยความเร็ว 50
- 1,400 มิลลิเมตรต่อวินาที ส่วนกระแสน้าบริเวณหน้าหาดหาดชลาทัศน์ จะไหลไปทางทิศ
ตะวนั ออกเฉยี งเหนือ ดว้ ยความเรว็ 200 - 2,000 มลิ ลิเมตรตอ่ วนิ าที (รปู ท่ี 67)
รปู ท่ี 67 กระแสน้าใกลช้ ายฝง่ั บรเิ วณหาดทรายแก้ว (ภาพซ้าย) และหาดชลาทศั น์ (ภาพขวา)
5.3.5 ลกั ษณะธรณีวิทยาช้ันตะกอนใต้พื้นท้องทะเล
จากผลการวิเคราะห์ และแปลความหมายข้อมูลภาพหน้าตัดข้างคล่ืนไหวสะเทือนแบบ
สะท้อนกลบั ระดบั ต้ืน (Shallow seismic reflection profile) ความละเอยี ดสงู พบว่าลักษณะธรณีวิทยา
ช้ันตะกอนใต้พื้นท้องทะเลในพื้นท่ีสารวจ สามารถจาแนกออกเป็น 2 ชุดหลัก คือ ช้ันตะกอนชุดล่าง
(Lower sequence) และชน้ั ตะกอนชดุ บน (Upper sequence) (รปู ที่ 68 และภาคผนวก ง)
1) ชน้ั ตะกอนชุดล่าง
ตามแนวเส้นสารวจอยู่ลึกจากระดับน้าทะเลตั้งแต่ -1 ถึง -18 เมตร พื้นผิวตอนบนของ
ช้ันตะกอนชุดนี้คอ่ นข้างราบเรยี บ เนือ่ งมาจากถกู น้าทะเลกัดเซาะในช่วงเวลาท่ีระดับน้าทะเลเพิ่มสูงขึ้นใน
สมยั โฮโลซีน (Ravinement surface) ชุดล่างสว่ นใหญเ่ ป็นชัน้ ตะกอนทีส่ ะสมตวั โดยอทิ ธิพลของทางน้าบน
บก ในสมยั ไพลสโตซนี ตอนปลาย เมือ่ น้าทะเลลงต่าสุด จนท้องอ่าวไทยเป็นแผ่นดินที่เชื่อมต่อกันกับแผ่นดิน
ของหม่เู กาะชวา กะลิมันตัน ที่เรียกกันว่า “แผ่นดินชุนดา” (Sundaland) ชั้นตะกอนชุดนี้ประกอบด้วยชั้น
ตะกอนกรวดทราย แทรกสลับกับช้นั ดนิ เหนยี ว
2) ช้ันตะกอนชดุ บน
เป็นชั้นตะกอนท่ีสะสมตัวโดยอิทธิพลของน้าทะเลมาตั้งแต่สมัยโฮโลซีน ตอนต้น
(ประมาณ 10,000 ปี ก่อนปัจจุบัน) จนถึงปัจจุบัน มีความหนา 0 - 8 เมตร จะลีบบางลงเม่ือห่างจาก
-68-
ชายฝั่งออกไป ชั้นตะกอนชุดน้ี ประกอบด้วยชั้นตะกอนทรายชายฝ่ัง และช้ันตะกอนโคลนทะเล/โคลน
ทะเลปนทราย ช้นั ตะกอนทรายชายฝัง่ มคี วามหนา 0 - 2 เมตร มีลักษณะเป็นรูปลิ่ม ลีบบางลงและหายไป
เม่ือหา่ งจากชายฝงั่ ประมาณ 300 - 500 เมตร
?
รปู ที่ 68 ลักษณะธรณวี ิทยาชนั้ ตะกอนจากการแปลความหมายข้อมูลภาพหน้าตัดข้างคลื่นไหวสะเทือน
แบบสะท้อนกลับระดับตืน้ ความละเอียดสูง พนื้ ที่ใกลช้ ายฝั่ง อาเภอสิงหนครและอาเภอเมือง
5.4 การเผยแพร่ขอ้ มูล
ดาเนินการเผยแพร่ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงชายฝ่ังทะเลพ้ืนท่ีอาเภอเมืองและอาเภอสิง
หนคร แบง่ ออกเปน็ 3 รปู แบบ คือ
5.4.1 การสมั มนาระดมความคดิ เห็น
การประชุมสัมมนา เร่ือง “การเปล่ียนแปลงชายฝั่งทะเลพ้ืนท่ีอาเภอเมืองและอาเภอ
สิงหนคร จังหวัดสงขลา” มีวัตถุประสงค์เพ่ือเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาให้กับ
หน่วยงานที่เก่ียวข้อง นาไปใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝ่ังทะเล ตลอดจนการวาง
แผนการใช้ประโยชน์ท่ีดินในอนาคต โดยมีเป้าหมายผู้เข้าร่วมการสัมมนาคร้ังน้ี จานวน 100 คน
ประกอบด้วย เจ้าหน้าท่ีส่วนกลาง เจ้าหน้าท่ีส่วนท้องถ่ิน และภาคประชาชน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี
จากทุกภาคส่วนท่ีมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาการกัดเซาะชายฝ่ังทะเลในพื้นที่จังหวัดสงขลา (ดังแบบ
ประเมนิ ความพงึ พอใจแนบทา้ ย)
รูปท่ี 69 การประชมุ สัมมนาระดมความคดิ เห็น ณ โรงแรมราชมังคลาสงขลาเมอร์เมด จงั หวดั สงขลา
-69-
5.4.2 เผยแพร่ข้อมูลผ่านระบบอนิ เทอรเ์ นต
เพือ่ ใหห้ น่วยงานท่เี กีย่ วขอ้ ง และประชาชนท่ัวไป มีความสะดวก รวดเร็วและง่ายต่อการ
เข้าถึงข้อมูลการเปลี่ยนแปลงชายฝ่ังอาเภอเมืองและอาเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา กรมทรัพยากรธรณี
โดยสานกั ธรณวี ทิ ยาส่ิงแวดลอ้ ม จึงไดด้ าเนนิ การเผยแพร่ข้อมูลทเ่ี ก่ยี วข้องกับการศึกษา ได้แก่ แผนผังและ
รายละเอียดหมุดหลักฐานอ้างอิง แผนที่และข้อมูลสถานภาพการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งในพื้นท่ีศึกษา โดย
สามารถดาวนโ์ หลดข้อมลู ขา้ งตน้
รปู ที่ 70 แสดงหนา้ เว็บเพจ .........................................................................
-70-
5.4.3 เอกสารเผยแพร่และส่ือสิ่งพมิ พต์ ่างๆ
นอกจากการจัดประชุมสัมมนาระดมความคิดเห็นของทุกภาคส่วนแล้ว กรมทรัพยากร
ธรณี ยังได้ดาเนินการเผยแพร่ข้อมูลสถานภาพการเปล่ียนแปลงชายฝ่ังอาเภอสิงหนครและอาเภอเมือง
จังหวัดสงขลา ซึ่งจัดทาออกมาในรูปแบบของ รายงานนาเสนอผลการศึกษา โปสเตอร์วิชาการท่ีเกี่ยวข้อง
กับการศึกษา แผ่นพับ หนังสอื ให้ความรู้เกี่ยวกบั ชายฝง่ั ทะเลไทย เชน่ หนังสอื วิกฤตการณ์ชายฝ่ังทะเลไทย
หนงั สอื ธรณสี ัณฐานชายฝงั่ ไทย หนังสือการกดั เซาะชายฝัง่ ทะเลไทย เป็นต้น
รปู ท่ี 71 เอกสารและสง่ิ พิมพ์ สาหรับการเผยแพรข่ ้อมลู ผลการศึกษา
6. สรปุ
6.1 สถานภาพการเปล่ยี นแปลงชายฝงั่
6.1.1 การเปรยี บเทยี บแนวเส้นชายฝงั่ ในช่วงคาบ 10 ปี
วิเคราะห์สถานภาพการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งทะเลในพื้นท่ีอาเภอเมือง (ยกเว้นตาบลเกาะ
แตว้ ) และพ้นื ทีบ่ างสว่ นของอาเภอสงิ หนคร ครอบคลุมระยะทางทั้งส้ิน 18.15 กิโลเมตร รายละเอียดผลการ
วิเคราะห์ ดังนี้
1) พน้ื ที่กัดเซาะ แบ่งออกเปน็ 2 ระดบั คือ กัดเซาะรนุ แรงและกดั เซาะปานกลาง ดังนี้
1.1) กัดเซาะรุนแรง ครอบคลุมพ้ืนท่ีท้ังหมด 164,084 ตารางเมตร (102.55 ไร่)
ระยะรวม 1.88 กิโลเมตร (ร้อยละ 10.36) กัดเซาะเข้ามามากสุด 18.38 เมตร ด้วยอัตราเฉลี่ย 10.55 เมตร
ตอ่ ปี ไดแ้ ก่ บ้านหัวสนออ่ น ตาบลชิงโค และบา้ นหาดทรายแก้ว ตาบลหวั เขา อาเภอสิงหนคร
1.2) กัดเซาะปานกลาง ครอบคลุมพ้ืนที่ทั้งหมด 33,359 ตารางเมตร (20.85 ไร่)
ระยะทางรวม 0.95 กิโลเมตร (ร้อยละ 5.23) กัดเซาะเข้ามามากสุด 4.59 เมตร ด้วยอัตราเฉลี่ย 3.56 เมตร
ต่อปี คือ บ้านหาดทรายแกว้ ตาบลหัวเขา อาเภอสงิ หนคร
2) พนื้ ทีส่ ะสมตัว
ครอบคลุมพ้ืนท่ีทั้งหมด 385,583 ตารางเมตร ( 241 ไร่) ระยะรวม 8.50 กิโลเมตร สะสม
ตัวออกไปมากสดุ 18.20 เมตร ดว้ ยอตั ราเฉลย่ี 5.01 เมตรต่อปี ได้แก่ บ้านม่วงงาม ตาบลม่วงงาม บ้านวัด
วาส ตาบลวัดขนุน อาเภอสิงหนคร หาดสมิหลา และหาดชลาทศั น์ ตาบลบอ่ ยาง อาเภอเมอื ง
3) พน้ื ที่คงสภาพ (กดั เซาะหรอื สะสมตัวน้อยกว่า 1 เมตรตอ่ ปี)
ระยะทางรวม 6.82 กิโลเมตร ได้แก่ บ้านม่วงพุ่ม บ้านบ่อกลอง ตาบลม่วงงาม อาเภอ
สงิ หนคร หาดชลาทัศน์ และบ้านเก้าเส้ง ตาบลบอ่ ยาง อาเภอเมอื ง
6.1.2 การเปรยี บเทยี บแนวเส้นชายฝง่ั ระหว่างชว่ งฤดกู าล
วิเคราะห์สถานภาพการเปล่ียนแปลงชายฝ่ังทะเลในพ้ืนท่ีอาเภอเมือง (ยกเว้นตาบลเกาะแต้ว) และ
อาเภอสิงหนคร ครอบคลมุ ระยะทางทงั้ สนิ้ 27.34 กโิ ลเมตร รายละเอยี ดผลการวเิ คราะห์ ดังน้ี
1) พืน้ ทีก่ ัดเซาะ แบง่ ออกเปน็ 2 ระดับ คือ กดั เซาะรนุ แรงและกดั เซาะปานกลาง ดงั น้ี
1.1) กัดเซาะรุนแรง ครอบคลุมพื้นที่ท้ังหมด 27,427 ตารางเมตร (17.14 ไร่)
ระยะทางรวม 2.78 กิโลเมตร (ร้อยละ 10.17) กัดเซาะเข้ามามากสุด 24.45 เมตร ด้วยอัตราเฉลี่ย 11.36
เมตรต่อปี ได้แก่ บ้านม่วงพุ่ม ตาบลม่วงงาม บ้านหัวสนอ่อน ตาบลชิงโค บ้านหาดทรายแก้ว ตาบลหัวเขา
อาเภอสงิ หนคร หาดเก้าเสง้ และหาดชลาทศั น์ ตาบลบ่อยาง อาเภอเมอื งสงขลา
1.2) กัดเซาะปานกลาง ครอบคลุมพ้ืนที่ท้ังหมด 14,180 ตารางเมตร (8.87 ไร่)
ระยะรวม 4.98 กิโลเมตร (ร้อยละ 18.22) กัดเซาะเข้ามามากสุด 4.99 เมตร ด้วยอัตราเฉล่ีย 2.87 เมตรต่อปี
-72-
ได้แก่ บา้ นม่วงพุม่ บา้ นม่วงงามบน ตาบลม่วงงาม บ้านบางหวย บ้านหัวสนอ่อน ตาบลชิงโค บ้านหาดทราย
แก้ว ตาบลหวั เขา อาเภอสงิ หนคร และหาดชลาทัศน์ ตาบลบอ่ ยาง อาเภอเมอื งสงขลา
2) พ้นื ทส่ี ะสมตวั
ครอบคลุมพ้ืนที่ทั้งหมด 45,819 ตารางเมตร (28.62 ไร่) ระยะรวม 11.43 กิโลเมตร (ร้อย
ละ 41.80) สะสมตัวออกไปมากสุด 17.94 เมตร ด้วยอัตราเฉล่ีย 4.47 เมตรต่อปี ได้แก่ บ้านม่วงพุ่ม บ้าน
ม่วงงาม ตาบลม่วงงาม บ้านวัดวาส บ้านชายทะเล ตาบลวัดขนุน บ้านหัวยาง บ้านวัดเลียบ บ้านบางหอย
ตาบลเชิงโค หาดทรายแก้ว ตาบลหัวเขา อาเภอสิงหนคร และหาดหลังประมงชายฝั่ง ตาบลเขารูปช้าง
อาเภอเมอื งสงขลา
3) พ้ืนทค่ี งสภาพ
ระยะรวม 8.15 กิโลเมตร (ร้อยละ 29.80) ได้แก่ บ้านม่วงพุ่ม บ้านม่วงงาม ตาบลม่วงงาม
บ้านชายทะเล ตาบลวดั ขนนุ บ้านบางหอย ตาบลชงิ โค อาเภอสิงหนคร หาดสมหิ ลาและหาดชลาทัศน์ ตาบล
บอ่ ยาง อาเภอเมืองสงขลา
บริเวณท่ีมีแนวโน้มเกิดปัญหาการกัดเซาะชายฝ่ัง ได้แก่ พื้นท่ีบ้านหัวสนอ่อน ตาบลชิงโค
และบ้านหาดทรายแก้ว ตาบลหัวเขา อาเภอสิงหนคร โดยเฉพาะพื้นท่ีหาดทรายแก้วจัดเป็นพ้ืนที่วิกฤตคือ
มีความเส่ียงสูงต่อการถูกกัดเซาะ เน่ืองจากทรายถูกพัดพาออกไปมากแต่ตะกอนทรายท่ีมาสะสมในพื้นท่ีมี
จานวนน้อยกว่า ประกอบกับพ้ืนที่ดังกล่าวกระแสน้ามีการไหลวน ทาให้คล่ืนมีพลังงานสูง ส่งผลให้มีการกัด
เซาะรนุ แรงมากขน้ึ ส่วนบริเวณทม่ี แี นวโนม้ ของการสะสมตัวของตะกอนมากข้ึน ได้แก่ พ้ืนท่ีในบริเวณแหลม
สนอ่อน ตาบลบ่อยาง เน่ืองจากพื้นที่ดังกล่าวมีเข่ือนกันทรายและคล่ืน ซ่ึงใช้เป็นโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง
บริเวณท่าเรือน้าลึก โครงสร้างดังกล่าวทาหน้าท่ีดักตะกอนที่จะถูกพัดพาไปตามกระแสคลื่นจากทิศใต้ไป
เหนอื ดงั น้นั ตะกอนทจี่ ะถูกพดั พาไปสะสมในทางตอนเหนอื ของโครงสรา้ งดังกล่าวจงึ ลดน้อยลง
6.2 ธรณีสณั ฐานชายฝง่ั ทะเล
ธรณีสัณฐานชายฝั่งทะเลที่ได้ทาการศึกษาครอบคลุมทั้งสิ้น 4 หน่วย ประกอบด้วย หาด
ทรายปัจจุบัน หาดทรายเดิม ท่ีราบน้าขึ้นถึงเดิม และลากูนปัจจุบัน โดยลักษณะการวางตัวของธรณีสัณฐาน
ในพื้นท่ีศึกษา บ่งช้ีถึงการตกสะสมตัวของตะกอนในสภาพแวดท่ีมีการรุกและถอยร่นของระดับน้าทะเลใน
อดีตจนถึงปัจจุบัน พ้ืนท่ีศึกษาบริเวณชายฝ่ังทะเลส่วนใหญ่ประกอบด้วย หาดทรายท่ีมีแร่ควอตซ์เป็น
องค์ประกอบหลัก (มากกว่ารอ้ ยละ 95) การคัดขนาดดี และมคี วามมนสงู ส่วนหาดหินพบเป็นหินแกรนิตเน้ือ
หยาบ พบไดท้ ่บี รเิ วณบ้านเก้าเสง้ ตาบลบอ่ ยาง อาเภอเมือง
6.3 ธรณีวิทยากายภาพพื้นทะเล
ดาเนินการสารวจธรณีวิทยากายภาพ้ืนทะเลในเดือนพฤษภาคม 2556 พบว่าระดับน้าตาม
แนวเส้นสารวจมีความลึก -1 ถึง -11 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง บริเวณชายฝ่ังมีความลาดชันค่อนข้าง
สูง สังเกตเห็นแนวการเปล่ียนแปลงความลาดชันได้อย่างชัดเจน คือจากชายฝั่งถึงระดับน้าลึก -5 เมตร มี
ความลาดชัน 1:300 และจากระดับน้าลึก -5 เมตร ถึง -10 เมตร มีความลาดชัน 1: 1000 ลักษณะพื้นผิว
ท้องทะเลโดยทั่วไปค่อนข้างราบเรียบ พบหินดานท่ีโผล่ขึ้นมาจากพื้นท้องทะเลแต่ไม่โผล่พ้นผิวน้าเพียงจุด
เดียว ตัวอย่างตะกอนพ้ืนผิวท้องทะเลประกอบด้วย ตะกอนทรายและทรายแป้งบริเวณใกล้ชายฝั่ง ห่างจาก
-73-
ชายฝ่ังโดยเฉลี่ยไม่เกิน300 เมตร และตะกอนโคลนทะเล สะสมตัวอยู่ห่างจากชายฝ่ังออกไป
มากกวา่ 300 เมตร
กระแสน้าชายฝ่ังบริเวณหน้าหาดทรายแก้ว ไหลไปทางทิศตะวนั ตกเฉยี งเหนือขนานกับแนว
ชายฝง่ั ดว้ ยความเร็ว 50 - 1,400 มลิ ลิเมตรต่อวินาที ส่วนกระแสนา้ บริเวณหน้าหาดหาดชลาทัศน์ จะไหลไป
ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือดว้ ยความเร็ว 200 - 2,000 มิลลิเมตรต่อวินาที ลักษณะธรณีวิทยาช้ันตะกอนใต้
พ้ืนท้องทะเลในพ้ืนที่สารวจ สามารถจาแนกออกเป็น 2 ชุดคือ ชั้นตะกอนชุดล่าง และช้ันตะกอนชุดบน ช้ัน
ตะกอนชุดล่างเป็นชั้นตะกอนที่สะสมตัวในสมัยไพลสโตซีน ในสภาพแวดล้อมแบบบนบก ช้ันตะกอนชุดบน
เป็นช้ันตะกอนที่สะสมตัวในสมัยโฮโลซีนโดยอิทธิพลการรุกล้าของน้าทะเล ต้ังแต่ประมาณ 10,000 ปีที่ผ่าน
มา มีความหนาต้ังแต่ 0 - 8 เมตร
เอกสารอ้างอิง
ก ร ม ท รั พ ย า ก ร ท า ง ท ะ เ ล แ ล ะ ช า ย ฝั่ ง .( 2552) . อุ ท ก ศ า ส ต ร์ ช า ย ฝั่ ง ท ะ เ ล . ค้ น เ มื่ อ 1 3 ก ร ก ฎ า ค ม 2 5 5 6 ,
จาก http://www.dmcr.go.th/marinecenter/coastalzone-lesson5.php
กรมอุตุนิยมวิทยา . (2554). วารสารอุตุนิยมวิทยา, ปีที่ 2554 (ฉบับที่ 3). ค้นเมื่อ 13 กรกฏาคม 2556,
จาก http://www.tmd.go.th/programs%5Cuploads%5Cmagazines%5Cmag3_2554.pdf
ด ร . ม ณ ฑ ล แ ก่ น ม ณี . ( 2 5 5 3 ) . วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ ท า ง น้า เ บื้ อ ง ต้ น . ค้ น เ มื่ อ 1 3 ก ร ก ฎ า ค ม 2 5 5 6 ,
จาก http://www.agri.kmitl.ac.th/elearning/courseware/aquatic/5_tidal_patterns.html
ศริ ประภา ชาติประเสริฐ, 2551, การเปล่ียนแปลงชายฝั่งทะเลลุ่มน้าปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช, พิมพ์ครั้งท่ี 1, กรุงเทพฯ:
กรมทรพั ยากรธรณี, 73 หนา้ .
ศู น ย์ ภู มิ อ า ก า ศ ก ร ม อุ ตุ นิ ย ม วิ ท ย า . ( 2 5 5 6 ) . ส ถิ ติ ภู มิ อ า ก า ศ . ค้ น เ มื่ อ 1 3 ก ร ก ฎ า ค ม 2 5 5 6 ,
จาก http://climate.tmd.go.th/Page30002_Climate_Monitoring.aspx
ศู นย์ พย าก ร ณ์ อ าก าศภ าคใต้สง ข ลา ( ม.ป.ป.) , ภู มิอ าก าศจั ง หวัดสง ข ลา . ค้ น เ มื่ อ 1 3 ก ร ก ฎ า ค ม 2 5 5 6 ,
จาก http://www.marine.tmd.go.th/thai/tus_type/songkhla.html
สิน สนิ สกลุ , สุวตั น์ ตยิ ะไพรชั , นิรนั ดร์ ชัยมณี และบรรเจิด อร่ามประยูร, 2545, การเปลี่ยนแปลงพ้ืนท่ีชายฝ่ังทะเลด้านอ่าวไทย,
พิมพ์คร้งั ที่ 1, กรุงเทพฯ: กรมทรัพยากรธรณี, 173 หนา้ .
สถาบนั วจิ ัยและให้คา้ ปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2549, โครงการส้ารวจและศึกษาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบริเวณอ่าว
ไทยและอนั ดามนั (จงั หวัดสุราษฏร์ธานี นครศรธี รรมราช และสงขลา), รายงานฉบบั สมบรู ณ์เสนอต่อกรมทรัพยากรธรณี
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม
.