- 40 -
4.1.2 การวัดค่าสภาพต้านทานไฟฟา้ แบบ 3 มิติ
วางแนวสำรวจวดั คา่ สภาพตา้ นทานไฟฟ้าแบบ 3 มิติ บรเิ วณหลุมยบุ ท่พี บใหม่ 2 บรเิ วณ จัด
วางรปู แบบขั้วไฟฟ้าตามแนวแกน x และแกน y แบบ rectangular grid ในระบบ 7x8 กำหนดระยะห่าง
ระหวา่ งขั้วไฟฟ้า 3 เมตร พ้นื ท่ี 378 ตารางเมตร ได้ความลึกประมาณ 6 เมตร ไดผ้ ลการสำรวจตามลำดบั ดังน้ี
4.1.2.1 หลุมยุบ พกิ ัด 682517 E / 2082398 N
เปน็ หลมุ ยุบที่เกดิ ข้ึนใหม่ทางทิศเหนอื หา่ งจากบา้ นประมาณ 50 เมตร หลมุ ยบุ มีเส้นผ่าน
ศูนยก์ ลางประมาณ 3 เมตร ลึกประมาณ 7 เมตร (รปู ที่ 4-10) คา่ สภาพต้านทานไฟฟ้าท่ไี ด้จากแบบจำลองมี
ค่าสงู มากกวา่ 5000 โอห์ม.เมตร เนอื่ งจากแนวสำรวจผา่ นบรเิ วณที่เป็นโพรงอากาศ โดยพบความต่อเนื่องของ
โพรงลงไปในระดบั ลึกมากกว่า 5 เมตร ในทิศทางตะวันออกเฉียงใต้ (รปู ท่ี 4-11)
รปู ท่ี 4-10 หลุมยุบท่ีเกดิ ข้ึนใหม่ทางทศิ เหนือห่างจากบ้านประมาณ 50 เมตร
- 41 -
รูปท่ี 4-11 ผลการสำรวจวิธีวัดคา่ สภาพตา้ นทานไฟฟ้าแบบ 3 มิติ บรเิ วณหลุมยุบพกิ ัด 682517 E /
2082398 N
รปู ที่ 4-12 เทคนิคการทำ dynamic slices แบบ 3 มิติ บรเิ วณหลุมยุบพกิ ดั 682517 E / 2082398 N
- 42 -
4.1.2.2 หลุมยุบ พกิ ัด 682573 E / 2082356 N
เป็นหลุมยุบทเี่ กดิ ข้นึ ใหม่ทางทศิ ตะวนั ตกของบา้ น ห่างจากหลังบา้ นประมาณ 10 เมตร หลุม
ยบุ มเี สน้ ผ่านศนู ย์กลางประมาณ 4 เมตร ลึกประมาณ 1.5 เมตร คา่ สภาพต้านทานไฟฟา้ ท่ีไดจ้ ากแบบจำลอง
ไมแ่ สดงความต่อเนื่องของโพรงในระดบั ลกึ และไมแ่ สดงความต่อเนื่องในแนวระนาบ โดยพบความต่อเน่ืองของ
โพรงเฉพาะที่ในแนวดงิ่ ถึงทีร่ ะดบั ลกึ ประมาณ 4 เมตร (รปู ท่ี 4-7)
รูปที่ 4-13 หลุมยบุ ที่เกิดขึน้ ใหมท่ างทิศเหนอื ห่างจากหลังบ้านประมาณ 10 เมตร
รปู ที่ 4-14 ผลการสำรวจวิธวี ัดค่าสภาพตา้ นทานไฟฟา้ แบบ 3 มติ ิ บริเวณหลุมยุบพิกัด 682573 E /
2082356 N
- 43 -
รปู ที่ 4-15 เทคนคิ การทำ dynamic slices แบบ 3 มิติ บริเวณหลมุ ยบุ พกิ ดั 682573 E / 2082356 N
4.2 ผลการสำรวจวิธีวดั คา่ สนามแม่เหลก็ ไฟฟ้าแบบ Time domain
จากการวิเคราะห์ decay curve และ profile plot ของกลมุ่ ข้อมูลทัง้ 22 จดุ สำรวจ (รูป 4-
16 และรูปท่ี 4-17) เพื่อตรวจสอบคณุ ภาพของข้อมูลดว้ ยโปรแกรม Protix64TM ซ่งึ เป็นโปรแกรมใน
ระบบปฏิบตั กิ าร DOS กอ่ นทจี่ ะนำชุดข้อมูลดงั กลา่ วไปสรา้ งภาพตัดขวางคา่ สภาพต้านทานไฟฟ้า ดว้ ย
โปรแกรม Emax CDI โดยจาก profile plot จะสังเกตเหน็ ความแตกต่างของค่าสภาพนำไฟฟ้าทางด้านซ้าย
ของ profile ของ gate ที่ 16-20 ซึ่งเปน็ บรเิ วณทีแ่ สดงคา่ ผดิ ปกติของค่าสภาพนำไฟฟ้าสูงสอดคลอ้ งกบั ผล
การสำรวจวดั คา่ สภาพตา้ นทานไฟฟา้ ของแนวสำรวจ L9 ท่พี บว่าบริเวณทิศใต้ของแนวสำรวจเปน็ ตำแหน่งที่มี
ค่าสภาพต้านทานไฟฟ้าตำ่ แปลความหมายเปน็ โพรงในหินปนู ทีม่ ีนำ้ หรอื ดินเหนยี วแทรกในช่องว่าง
ผลการสำรวจวัดคา่ สนามแมเ่ หลก็ ไฟฟ้าแบบ time domain จำนวน 22 จดุ สำรวจ (รูปที่ 4-
18) เมื่อนำมาประมวลผลแปลงใหเ้ ป็นภาพตดั ขวางค่าสภาพต้านทานไฟฟา้ จะได้ได้ความลกึ การสำรวจ
ประมาณ 45 เมตร ซึ่งสามารถแปลความหมายแบ่งลกั ษณะ ช้ันดิน/ชนั้ หนิ ไดเ้ ปน็ 2 ลักษณะใหญๆ่ คือ ช้ัน
บนสุดเป็นชั้นตะกอนดินมีความหนาประมาณ 3-10 เมตร มคี า่ สภาพต้านทานไฟฟ้านอ้ ยกว่า 15 โอห์ม.เมตร
ช้ันหนิ ทร่ี องรบั ช้นั ตะกอนดังกล่าวเปน็ หนิ ปูนซ่งึ สามารถพบตั้งแต่ระดับความลึกประมาณ 3 เมตรลงไป โดย
หนิ ปนู มคี ่าสภาพตา้ นทานไฟฟา้ ระหว่าง 80-100 โอห์ม.เมตร พบโพรงในหินปูนมีคา่ สภาพต้านทานไฟฟา้
ระหวา่ ง 15-20 โอห์ม.เมตร โดยบริเวณดงั กล่าวจะอยูท่ ่ีความลกึ ประมาณ 30 เมตร จากรูป 4-19 จะสังเกตได้
วา่ เมือ่ ทำ interpolation ดว้ ยโปรแกรม Emax CDI จะพบวา่ มขี ้อมูลในระดบั ตนื้ ขาดหายไปซึ่งเป็นสาเหตจุ าก
การทีม่ สี ญั ญาณรบกวนใกลก้ ับจุดสำรวจ ในท่ีน้ีคือสายสง่ ไฟฟา้ เนื่องจากจดุ สำรวจอย่ใู กล้กบั ถนน
- 44 -
การแสดงผลค่าสภาพต้านทานไฟฟา้ โดยใชเ้ ฉดสีในการนำเสนอขอ้ มลู แบบภาพตดั ขวางของ
การสำรวจวัดคา่ สนามแม่เหล็กไฟฟ้าแบบ Time Domain น้นั จะมีการนำเสนอเฉดสีในความหมายท่ีตรงกนั
ขา้ มกบั เฉดสขี องการวัดค่าสภาพต้านทานไฟฟา้ เนอื่ งจากในทางทฤษฎที างไฟฟา้ คา่ สภาพต้านทานไฟฟ้าและ
ค่าสภาพนำไฟฟ้าจะเปน็ ส่วนกลบั ซึง่ กนั และกนั ดังนน้ั การนำเสนอด้วยเฉดสดี ังกล่าวจะแสดงความหมายของ
ค่าสภาพต้านทานไฟฟา้ ทีอ่ า่ นไดต้ รงกันขา้ มกนั กล่าวคือ เฉดสแี ดงในกรณีของคา่ สภาพต้านทานไฟฟ้าจะแสดง
ถึงบรเิ วณท่มี ีคา่ สภาพต้านทานไฟฟา้ สูง ในทางกลับกันเฉดสีแดงในกรณขี องการวัดคา่ สนามแม่เหลก็ ไฟฟา้ จะ
แสดงถึงบริเวณที่มคี า่ สภาพต้านทานไฟฟ้าต่ำ หรืออีกนัยหนงึ่ คอื สามารถบอกได้วา่ ค่าสภาพต้านทานไฟฟา้ ท่ี
แสดงลกั ษณะของเฉดสีดงั กล่าวเป็นผลการสำรวจที่ไดม้ าจากการสำรวจวดั คา่ สนามแม่เหล็กไฟฟา้ (รปู ที่ 4-20)
รูปที่ 4-16 Decay curve ของจุดสำรวจ T1-T22
- 45 -
รปู ท่ี 4-17 Profile plot ของ window gate (1-20 gates)
รปู ท่ี 4-18 ตัวอยา่ งผลการสำรวจ T9 จากการประมวลผลขอ้ มูลด้วยโปรแกรม Interplex iX1DTM เพ่อื
แปลความหมายค่าสภาพต้านทานไฟฟ้าตามความลกึ ก่อนทีจ่ ะนำข้อมูลแตล่ ะจดุ สำรวจมา
interpolation สำหรบั สรา้ งภาพตดั ขวางทางไฟฟ้าในโปรแกรม Emax CDI
- 46 -
รูปที่ 4-19 ภาพตดั ขวางคา่ สภาพตา้ นทานไฟฟ้าท่ไี ดจ้ ากการ interpolation ของจดุ สำรวจวัดคา่
สนามแมเ่ หล็กไฟฟ้าแบบ time domain จำนวน 22 จดุ สำรวจ (T1-T22) ด้วย
โปรแกรม Emax CDI จะพบวา่ มีข้อมูลในระดับตน้ื ขาดหายไปซึ่งเปน็ สาเหตจุ ากการที่มี
สญั ญาณรบกวนใกลก้ ับจดุ สำรวจ
รปู ที่ 4-20 ผลการสำรวจเปรยี บเทียบระหว่างการสำรวจวัดคา่ สภาพตา้ นทานไฟฟา้ และการวัดคา่
สนามแม่เหล็กไฟฟ้าแบบ Time Domain ทัง้ สองวิธีการสำรวจได้ผลลพั ธ์ท่สี อดคล้องกัน
แต่ตารางสที ่ีกำหนดคา่ สภาพต้านทานไฟฟา้ ของแตล่ ะวิธีการจะมคี า่ ตรงขา้ มกัน
- 47 -
4.3 พื้นท่เี สีย่ งภยั หลุมยุบ
จากผลการสำรวจวดั คา่ สภาพตา้ นทานไฟฟ้าและวดั ค่าสนามแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ แบบ Time
Domain สามารถประเมนิ พื้นทเี่ ส่ยี งภยั หลุมยบุ ท่ีอาจจะเกดิ ขนึ้ อีกบริเวณพน้ื ที่สำรวจ บา้ นผาตูบ ตำบลผา
สงิ ห์ อำเภอเมอื งนา่ น จงั หวดั ไดเ้ ป็น 3 บรเิ วณใหญ่ (รปู ที่ 4-21) ได้แก่ ดา้ นเหนอื ของพื้นทีส่ ำรวจ บรเิ วณ
สวนยางกลางพ้นื ท่ีสำรวจ และบรเิ วณด้านใต้ของพ้ืนทส่ี ำรวจ
รปู ที่ 4-21 ภาพตัดขวางค่าสภาพต้านทานไฟฟ้าท่ีไดจ้ ากการ interpolation ของจดุ สำรวจวดั ค่า
สนามแมเ่ หลก็
บทที่ 5
สรปุ ผลและข้อเสนอแนะ
การตรวจสอบหลมุ ยุบบริเวณบา้ นผาตูบ ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมอื งนา่ น จงั หวดั นา่ น เพือ่
ประเมินขอบเขตและความต่อเน่อื งของโพรงใต้ดินท่ีอาจจะสมั พันธ์กบั การเกิดหลมุ ยุบด้วยการสำรวจทางธรณี
ฟสิ ิกส์วธิ ีวัดคา่ สภาพต้านทานไฟฟ้าและดว้ ยวธิ ีวดั คา่ สนามแมเ่ หลก็ ไฟฟ้าแบบ time domain สามารถสรุปได้
ดังนี้
5.1. สรุปผล
จากผลการสำรวจด้วยวิธีวัดค่าสภาพต้านทานไฟฟ้าและด้วยวิธีวัดค่าสนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แบบ time domain สามารถแปลความหมายสรุปลักษณะ ชั้นดิน/ช้ันหิน ในพ้ืนท่ีสำรวจได้เป็น 2 ช้ัน คือ
ชั้นบนเป็นตะกอนดินเหนียวหนาประมาณ 3 -10 เมตร ปิดทับชั้นหินปูนที่รองรับอยู่ด้านล่าง โดยหินปูนใน
พ้ืนที่สำรวจสามารถพบได้ตั้งแต่ความลึก 3 เมตร ลงไป ค่าสภาพต้านทานไฟฟ้าของหินปูนในพ้ืนที่สำรวจท่ี
ไม่ใชห่ ินปูนผหุ รือหินปูนที่มีระบบรอยแตกมาก จากการแปลความหมายมีคา่ สภาพตา้ นทานไฟฟา้ มากกว่า 700
โอห์ม.เมตร โดยพบโพรงในหินปูน (ค่าสภาพต้านทานไฟฟ้าน้อยกว่า 30 โอห์ม.เมตร) ท่ีระดับความลึก
ประมาณ 15-20 เมตร บริเวณทิศใต้ของแนวสำรวจวัดค่าสภาพต้านทานไฟฟ้า L1 และ L2 และพบแนวโน้ม
ของโพรงในหินปูน บริเวณด้านเหนือของแนวสำรวจ L9 ซึ่งเปน็ พนื้ ทสี่ วนยาง โดยพบโพรงในหินปนู ด้านเหนือ
ของแนวสำรวจ L1 ทคี่ วามลกึ ประมาณ 35 เมตร ตรงกับบรเิ วณที่เคยเกดิ หลุมยบุ มาแลว้ ในอดตี
บริเวณหลุมยุบใหม่ที่พบห่างจากเขตบ้านไปทางทิศเหนอื ประมาณ 50 เมตร พบลักษณะของ
ชน้ั เหนยี ว/ดินลูกรงั มคี วามหนาประมาณ 10 เมตร ปิดทับช้นั หินปูนท่ีพบท่ีความลกึ ประมาณ 10 เมตร โพรงที่
พบในบริเวณดังกล่าวเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดหลุมยุบและโพรงมีความต่อเนื่องในแนวด่ิงไปทางทิศตะวันออก
เฉียงใต้ ในขณะท่ีหลุมยุบที่พบในเขตหลงั บ้านอาจจะเกิดจากอทิ ธิพลของน้ำใต้ดิน เนื่องจากไม่พบลักษณะค่า
ผิดปกติท่ีบ่งช้ีถึงโพรงในหินปูนบริเวณน้ี ทั้งนี้บริเวณหลุมยุบดังกล่าวอยู่ใกล้กับลำน้ำขนาดเล็กซึ่งอยู่ห่างจาก
บ้านไปทางทิศเหนอื ประมาณ 20 เมตร
ผลการสำรวจท่ีแสดงเป็นภาพตัดขวางค่าสภาพต้านทานไฟฟ้าของการสำรวจวัดค่าสภาพ
ต้านทานไฟฟ้าและภาพตัดขวางค่าสภาพต้านทานไฟฟ้าของการสำรวจวัดค่าสนามแม่เหล็กไฟฟ้าแบบ Time
Domain แสดงรปู แบบทคี่ ลงึ กันกนั
- 50 -
5.2. ข้อคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะ
การสำรวจด้วยวิธีวัดค่าสภาพต้านทานไฟฟ้าและวัดค่าสนามแม่เหล็กไฟฟ้าแบบ Time
Domain สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการสำรวจธรณีพิบัติภัยหลุมยุบได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การวัดค่า
สนามแม่เหลก็ ไฟฟ้าแบบ Time Domain ยังคงจะต้องมีการสำรวจควบคู่ไปกับวิธีการทางธรณีฟิสกิ ส์ประเภท
อ่ืน ๆ เพ่ือให้ได้ผลการสำรวจที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้น ในกรณีของการสำรวจในคร้ังน้ีผลการสำรวจวัดค่าสภาพ
ต้านทานไฟฟ้า แนวสำรวจ L9 กำหนดระยะห่างของข้ัวไฟฟ้า 5 เมตร ได้ความลึกการสำรวจประมาณ 50
เมตร ในขณะที่การวัดค่าสนามแม่เหล็กไฟฟ้าแบบ time domain กำหนดจุดสำรวจวางคู่ขนานไปกับแนว
สำรวจที่ 9 และกำหนดจัดวาง transmitter loop เป็น 10x10 ตารางเมตร ได้ความลึกการสำรวจประมาณ
45 เมตร ผลการสำรวจทั้งสองวิธีการดังกล่าวเม่ือผ่านการประมวลผลด้วยการ inversion จากโปรแกรม
มาตรฐานของแต่ละวิธกี ารสำรวจแล้วจะได้ผลผลิตเป็นภาพตัดขวางค่าสภาพต้านทานไฟฟ้า (โอมห์.เมตร) ที่
แสดงรูปแบบคล้ายคลึงกันแต่ความละเอียดของข้อมูลท่ีได้จะต่างกัน และค่าสภาพต้านทานไฟฟ้าท่ีคำนวณได้
จะแตกต่างกันด้วย เน่ืองจากในกรณีของการสำรวจด้วยวิธีวัดค่าสภาพต้านทานไฟฟ้าจะเป็นการการวัดค่า
ความต่างศักย์เม่ือปล่อยกระแสไฟฟ้าลงไปใต้ผิวดินผ่านขั้วปล่อยกระแสไฟฟ้าในระยะต่าง ๆกัน แต่ค่าท่ีอ่าน
ได้การวัดค่าสนามแม่เหล็กไฟฟ้าแบบ time domain ของ receiver coil จะเป็นการวัดค่าการเปล่ียนแปลง
ของสนามแมเ่ หล็กตอ่ วินาที (magnetic flux with time, dB/dt) ที่เกิดจากการสลายไปของกระแสไฟฟ้าท่ีถูก
เหนย่ี วนำ (decay curve of eddy current) ในตัวกลางตามความลกึ ดังน้ันค่าสภาพตา้ นทานไฟฟา้ ท่ีคำนวณ
ได้จากการวัดค่าสนามแม่เหล็กไฟฟ้าแบบ time domain จึงมีค่าแตกต่างจากการสำรวจด้วยวิธีวัดค่าสภาพ
ต้านทานไฟฟ้าตามกฏของโอหม์
การสำรวจวัดค่าสภาพต้านทานไฟฟ้าแบบ 3 มิติ สามารถแสดงข้อมูลให้เห็นได้มากกว่าการ
สำรวจแบบ 2 มิติ แต่เนื่องจากเป็นการอ่านค่าแบบ real time ดังนั้นจำนวนข้ัวไฟฟ้าในงานสำรวจจะมีผลกับ
ความละเอียดและความลึกของขอ้ มูลทไี่ ด้ ในงานสำรวจคร้ังน้ีใชข้ ั้วไฟฟ้าท้ังหมด 56 ข้ัว วางข้ัวไฟฟา้ ในรูปแบบ
rectangular grid (7x8) ได้ความลึกประมาณ 6 เมตร ซ่งึ ถา้ ต้องการใหไ้ ดข้ ้อมูลในระดับลึกและมีรายละเอียด
ข้อมูลมากกว่าน้ี ต้องใช้ข้ัวไฟฟ้ามากกว่าเดิม เช่น 256 ข้ัวไฟฟ้า วางในรูปแบบ square grid (16x16) ซึ่งต้อง
พิจารณาคุณสมบัติของเคร่ืองมือและคอมพิวเตอร์สำหรับโปรแกรมประมวลผลประกอบด้วย เนื่องจากการ
สำรวจและข้อมูลท่ีได้จากการสำรวจแบบ 3 มิติ จะใช้เวลานานและมีขนาดใหญ่ ท้ังนี้กรณีต้องการขยายพื้นที่
การสำรวจออกไปมากกว่าการจัดวางข้ัวแบบปกติ สามารถปฏิบัติได้โดยต้องวางแผนการย้ายกลุ่มขั้วไฟฟ้าใน
ทิศทางใดทางหนึ่ง (แกน x หรือ แกน y) โดยการสร้างรูปแบบคำส่ังในโปรแกรมก่อนการสำรวจและต้องย้าย
ขั้วไฟฟ้าในลักษณะของการซ้อนทับ 75% ซ่ึงเคร่ืองมือแต่ละรุ่นก็จะมีรูปแบบคำสั่งหรือขั้นตอนท่ีแตกต่างกัน
ไป ในกรณีนีอ้ ้างถงึ ขนั้ ตอนการสำรวจโดยใชเ้ ครอ่ื งมือ SuperSting™ R8 Wi-Fi
- 51 -
5.2.1 ขอ้ จำกัดของการสำรวจ
การสำรวจวัดค่าสภาพต้านทานไฟฟ้าต้องใช้พื้นท่ีในการสำรวจท่ีมีขนาดพื้นท่ีกว้างในระดับ
หนึ่งในการวางแนวสำรวจเพื่อให้ได้ความลึกของการสำรวจที่เหมาะสม วิธีนี้จึงไม่เหมาะกับพ้ืนท่ีสำรวจท่ีมี
บริเวณจำกัด เช่น การสำรวจหลุมยุบในเขตชุมชนท่ีเป็นบ้านจัดสรร กรณีน้ีอาจจะต้องพิจารณาวิธีการสำรวจ
ธรณีฟิสิกส์ด้วยวิธีการอื่นทดแทน และในบางกรณีอาจพบตะกอนชั้นผิวดินในระดับตื้นที่มีค่าสภาพต้านทาน
ไฟฟา้ ตำ่ มาก อาจจะสง่ ผลทำใหก้ ระแสไฟฟา้ ไมส่ ามารถส่งผา่ นลงไปในระดบั ลึกได้
การสำรวจด้วยการวัดค่าสนามแม่เหล็กไฟฟ้าแบบ Time Domain ด้วยเคร่ืองมือ
PROTEM/TEM47 เป็นชุดอุปกรณ์ที่ใช้ receiver coil ความถ่ีสูง จึงสามารถถูกรบกวนสัญญาณได้ง่ายจาก
ระบบไฟฟ้าหรือจากโครงสร้างของอาคารทั่วไป โดยขนาดพ้ืนที่ของ transmitter loop ท่ีเล็กที่สุดท่ีสามารถ
ปฏิบตั ิงานได้ตามคุณสมบตั ิของเครื่องมอื คือ 10x10 ตารางเมตร ดงั นั้นในกรณีที่ต้องการสำรวจโพรงขนาดเล็ก
อาจจะไม่สามารถประยุกตใ์ ช้วิธกี ารนี้ได้
ปัญหาโดยท่วั ไปของการสำรวจทางธรณฟี ิสกิ ส์คอื ขนาดของวัตถุที่เลก็ เกินความสามารถใน
การวัดค่า และความคลุมเครอื ในการแปลความหมายลักษณะธรณีวิทยาใต้ผวิ ดนิ เนอื่ งจากลักษณะทาง
ธรณวี ทิ ยาทม่ี ีความแตกต่างกันสามารถใหผ้ ลการสำรวจทีเ่ หมอื นกนั ได้ อยา่ งไรก็ตามการสำรวจทางธรณฟี สิ ิกส์
ยังเป็นเครือ่ งมือทมี่ ีความสำคัญสำหรบั การสำรวจธรณวี ทิ ยาใตผ้ วิ ดินและเป็นกุญแจทส่ี ำคัญในการสำรวจเพ่อื
คน้ หาแหล่งทรัพยากรและการตรวจสอบธรณพี ิบัติภัยของประเทศ
5.2.2 ข้อเสนอแนะ
บริเวณทแ่ี ปลความหมายเปน็ โพรงในหนิ ปูนควรจดั เปน็ พนื้ ที่เฝ้าระวงั หากมีโครงการก่อสร้าง
ในพืน้ ทใ่ี กล้เคียงตำแหน่งดงั กลา่ ว ควรจะต้องมีการดำเนินการตรวจสอบลกั ษณะธรณวี ิทยาโดยละเอยี ดอกี ครงั้
โดยท่ัวไปเมื่อเกิดหตุการณ์หลุมยุบน้ัน มาตรการปกติท่ีควรจะปฏิบัติคือการแจ้งหน่วยงานท่ี
เก่ียวข้องเพ่ือมาตรวจสอบสภาพทางธรณีวิทยาและล้อมบริเวณโดยรอบห่างจากขอบหลุม เพื่อป้องกันมิให้
ประชาชนหรือสัตว์เล้ียงตกลงไปในหลุม และในกรณีท่ีต้องมีการถมวัสดุลงไปในหลุมควรจะต้องใช้หลักการ
graded filter โดยการถมก้อนหินขนาดใหญ่ลงไปก่อนจากนัน้ จึงตามด้วยก้อนหินขนาดเล็กลงและตามดว้ ยดิน
หรือทรายลงไปจนเต็มหลุม ในขณะท่ีมีการถมวัสดุลงไปควรจะต้องมีการฉีดน้ำเป็นระยะ เพื่อช่วยในการบดอัด
และเตมิ เต็มช่องวา่ งภายในหลุม
เอกสารอา้ งองิ
กรมทรัพยากรธรณี, 2548, แผนท่ีแสดงพ้ืนที่ที่มีโอกาสเกิดหลุมยุบ จังหวัดน่าน: กรุงเทพฯ, กรม
ทรพั ยากรธรณ,ี
, 2558, การจำแนกเขตเพ่ือการจัดการด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี
จังหวดั น่าน: กรุงเทพฯ, กรมทรัพยากรธรณี, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม, 118
หนา้
กรมแผนท่ีทหาร , 2542, แผนท่ีภูมิประเทศ มาตราส่วน 1 : 50,000. ระวาง 5146 IV (บ้านคำเขื่อน
แกว้ ), ลำดับชดุ ท่ี L7018., พิมพ์ครั้งท่ี 2-RST: กรุงเทพฯ, กรมแผนที่ทหาร
กัมปนาท แหลมพูลทรัพย์ และ วิไลวรรณ เวชกามา, 2555, การตรวจสอบหลุมยุบด้วยวธิ ีวัดค่าความ
ต้านทานไฟฟ้าท่ีสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย อำเภอเมือง จังหวัดสตูล: สำนัก
เทคโนโลยีธรณี, กรมทรพั ยากรธรณี, 33 หนา้ .
คเชนทร์ เหน่ียวสุภาพ, ถนัด สร้อยซา และ พงษ์ทรัพย์ จันทร์งู, 2553, การสำรวจธรณีฟิสิกส์
โครงการพัฒนาพื้นท่ีดินเค็ม พ้ืนที่อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน: สำนักเทคโนโลยีธรณี, กรม
ทรัพยากรธรณ,ี 29 หน้า.
ดีเซลล์ สวนบรุ ี และ วภิ ู ศรีเอย่ี มสะอาด, 2560, การสำรวจบริเวณเสี่ยงภัยหลมุ ยุบจากการทำเหมอื ง
หนิ ปูน: แหลง่ ทม่ี า http://www3.rdi.ku.ac.th/exhibition/50/technology/22_techno/22
_tech.html#author. [12 เมษายน 2563]
ที ม งาน วิช าก ารธ รณี ไท ย , 25 5 5 , ก ระบ ว น ก ารเกิ ด ห ลุ ม ยุ บ :(อ อ น ไล น์ ). แ ห ล่ งท่ี ม า
https://www.geothai.net/sinkhole/ [27 มนี าคม 2563]
เพยี งตา สาตรกั ษ์ และ สาคร แสงชมภู, 2554, การเปรียบเทยี บอัตราการขยายตัวของหลุมยุบ และ
โพรงใต้ผิวดิน, กรณีศกึ ษาที่บา้ นบ่อแดง อำเภอบ้านมว่ ง จังหวัดสกลนคร: วารสารวิจัย มข., ปีที่
16, ฉบับที่ 6, หน้า 655-667.
ศุภวิชญ์ ยอแสงรัตน์, จักรพันธ์ คำบุญเรือง, ธัญรัตน์ วินัยพานิช และภัณฑรักษ์ ชาญณรงค์, 2562 ,
การตรวจสอบความตอ่ เน่ืองของหลมุ ยบุ และโพรงใต้ดนิ ด้วยวธิ กี ารสำรวจธรณฟี ิสิกส์ พน้ื ท่ีอำเภอ
ทุ่งหว้า จังหวัดสตูล ใน เอกสารการประชุมวิชาการธรณีไทย 2562 เรื่อง "ธรณีวิทยาก้าวไกล
พฒั นาไทยก้าวหนา้ ": กรมทรัพยากรธรณี, หนา้ 50.
สำนักงาน สถิติแห่ งชาติ , 2558, น้ำฝน อุณ ห ภูมิ : แห ล่งที่ มา http://service.nso.go.th
/nso/web/statseries/statseries27.html
Ahmed Ismail and Neil Anderson, 2012: 2D and 3D Resistivity Imaging of Karst Regions
in Missouri, USA.: Environmental & Engineering Geoscience, Volume 18, pp. 281-
293.
- 54 -
Aizebeokhai, AP., 2010, 2D and 3D geoelectrical resistivity imaging: Theory and field
design: Scientific Research and Essays, Vol. 5, no.23, pp. 3592-3605.
Cahill K., Rutherford J., Farmer D., and Munday T., 2017, Ground-based geophysics:
results from an investigation near lucky Bay Perth, WA.: CSIRO Report EP174246,
56 P.
Eyþórsson, E., 2015, The Transient Electromagnetic method (TEM) in geothermal
exploration, Processing and 1D inversion of a TEM sounding from Reykjanes, SW-
Iceland: (Bachelor's thesis), University of Iceland, 107 Reykjavík.
French R.B., 2002, Time-Domain Electromagnetic Exploration, A Discussion of
Geophysical Techniques: Northwest Geophysical Associates, Inc., 7 p.
Loke, M.H., 2002, Tutorial, 2-D and 3-D Electrical Imaging Surveys: Geotomo Software,
126 p.
McNeill, J.D., 1994, Principles and Application of Time Domain Electro-magnetic
Techniques for Resistivity Sounding: Technical Note TN-27, Geonics Limited, 16 p.
Nabighian, M.N. and Macnae, J.C., 1 9 9 1 , Time Domain Electromagnetic Prospecting
Methods. In: M.N., Nabighian, ed., Investigations in Geophysics No 3 .
Electromagnetic Methods: in Applied Geophysics, Society of Exploration
Geophysicists, pp. 427-514.
Palacky, G. J. , 1988, Resistivity characteristics of geologic targets, in Investigations in
Geophysics vol. 3: Electromagnetic methods in M. N. Nabighian, applied
geophysics theory, vol. 1, edited by, Soc. Expl. Geophys., pp. 53–129.
Zhu T., Feng R., Hao j., Zhou j., Wang H. and Wang S., 2009, The Application of
Electrical Resistivity Tomography to Detecting a Buried Fault, A Case Study:
Journal of Environmental and Engineering Geophysics, 14(3), pp. 145-151
กรมทรพั ยากรธรณี ถ.พระราม 6 เขตราชเทวี กรงุ เทพฯ 10400
http://www.dmr.go.th