- 41 -
4-21 แผนท่แี สดงเสน้ ชั้นระดบั ความลกึ พื้นผวิ ชั้นตะกอนชุดลา่ ง
- 42 -
รปู ท่ี 4-22 แผนท่แี สดงระดับความลึกละลักษณะภูมปิ ระเทศพ้นื ผิวช้นั ตะกอนชุดลา่ งในพ้นื ท่สี ารวจในแบบ 3 มติ ิ
- 43 -
4-23 แผนท่แี สดงเส้นช้นั ระดบั ความหนาตะกอนชดุ บน
- 44 -
ชะวากทะเล สนั ทรายชายหาด ตะกอนโคลนทะเล
แม่นา้ ระดับนา้ ทะเล 3
ระดบั นา้ ทะเล 2
แกนรอ่ งนา้ ร2ะดับนา้ ทะเล 1
ตะกอนทรายชะวากทะเล
ตะกอนทรายรอ่ งน้าเกา่ ตะกอนโคลน
ชะวากทะเล
ระดบั นา้ ทะเล 2
ชายฝ่งั
ร่องนา้ พ้ืนท้องทะเล
ระดบั น้าทะเล 3 ระดบั น้าทะเล 1 ตะกอนชะวากทะเล
ตะกอนทรายร่องนา้
ทศิ ทางการรกุ ลา้ ของนา้ ทะเล ตะกอนสมยั ไพลสโตซนี
รปู ท่ี 4-24 แสดงววิ ัฒนาการการตกสะสมตัวของชนั้ ตะกอนชุดบน หนว่ ย a และ d โดยอทิ ธิพลของ
การรกุ ล้าของน้าทะเล ในสมัยโฮโลซีน
4.4 ผลการวเิ คราะห์ธาตโุ ลหะหนักในตะกอนพ้ืนผวิ ท้องทะเล
โลหะหนกั (Heavy Metals) ธาตุท่ีมคี วามถ่วงจาเพาะต้งั แต่ 5 ข้ึนไป ซง่ึ เปน็ ธาตใุ นตาราง
ธาตทุ ีม่ ีเลขอะตอม ตั้งแต่ 23-34 และ 40-52 รวมท้งั ธาตุในอนุกรมแลนทาไนด์และแอกติไนด์ อยใู่ นคาบ 5-7
ในตารางธาตุ มสี ถานะเปน็ ของแข็ง (ยกเวน้ ปรอทในสภาวะปกต)ิ ในสถานะปกตโิ ลหะหนกั เม่ืออยใู่ นรปู ของ
ธาตุบริสทุ ธ์ิมคี วามเป็นพิษเล็กนอ้ ย แตถ่ า้ อยใู่ นรูปสารประกอบบางตวั จะเป็นอันตรายมาก โลหะหนักเป็นสาร
ที่คงตวั ไมส่ ามารถสลายตวั ได้ในกระบวนการธรรมชาติ จงึ มบี างสว่ นตกตะกอนสะสมอยู่ในดิน ดินตะกอนที่อยู่
ในน้ารวมถึงการสะสมอยู่ในสัตว์น้า
โลหะหนกั มีทง้ั หมด 68 ธาตุ เช่น ตะกั่ว (Pb) ปรอท (Hg) แคดเมย่ี ม (Cd) สงั กะสี (Zn)
ทองแดง (Cu) นเิ กลิ (Ni) โครเมียม (Cr) เหล็ก (Fe) แมงกานีส (Mn) โคบอลต์ (Co) สารหนู (As) ไทเทเนียม
(Ti) และ วานาเดยี ม (V) เป็นตน้ โลหะหนักท่ีมีบทบาทต่อสง่ิ แวดล้อมมากทส่ี ดุ คือ ปรอท ตะกวั่ แคดเมยี ม
และสารหนู มนษุ ย์ได้รับโลหะหนกั เข้าไปในร่างกาย อาจจะเนอื่ งมาจากโลหะหนักสะสมอย่ใู นห่วงโซ่อาหาร
และในขบวนการทางชีวภาพมนษุ ย์อาจจะบริโภคเข้าไปโดยตรงหรอื ได้สัมผสั หรือไดร้ บั โดยทางอ้อม มักพบ
โลหะหนักปนเปือ้ นในตะกอนมากกวา่ ในน้าเสมอ เพราะตะกอนมปี ระจเุ ปน็ ลบเป็นส่วนใหญ่ ส่วนโลหะหนกั มี
ประจเุ ปน็ บวก จึงมคี วามสามารถเกาะยึดกนั ไดด้ ีกวา่ ในน้า
The Agency for Toxic Substances and Disease Registry (ATSDR :
www.atsdr.cdc.gov) เปน็ องค์กรทกี่ ่อตั้งขึ้นเพ่ือศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชวี ติ ทลี่ ดลงจากสาร
อนั ตรายตา่ งๆ ไดร้ วบรวมรายการสารทเี่ ปน็ อันตรายจัดอนั ดับไวเ้ ป็น Top 20 Hazardous Substances ใน
Medical Management Guidelines for Acute Chemical Exposures (1992) ซงึ่ โลหะหนัก 4 ชนิด คือ
อารเ์ ซนกิ ตะกั่ว ปรอท และแคดเมียม จัดอย่ใู นกลุม่ น้ี โดยอารเ์ ซนกิ เป็นโลหะในลาดับท่ี 1 ใน Top 20
Hazardous Substances ของ ATSDR ไดจ้ ัดอันดับไว้ ความเปน็ พษิ เฉยี บพลันจากโลหะหนักสว่ นใหญม่ ี
- 45 -
สาเหตุมาจากอารเ์ ซนิก อาเซนิกจะถูกปล่อยสู่สิง่ แวดลอ้ มได้จากกระบวนการถลุงแรจ่ าพวกทองแดง สงั กะสี
และตะก่วั กระบวนการผลิตสารเคมีและแก้ว รวมถงึ กระบวนการผลิตยาฆ่าแมลง โดยอวัยวะเป้าหมายท่ีอารเ์ ซ
นิกเขา้ ไปทาปฏิกริ ยิ าคอื ในเลือด ไต ระบบประสาทสว่ นกลาง และระบบย่อยอาหาร ตะกวั่ เป็นโลหะหนักใน
ลาดบั ที่ 2 การไดร้ บั ตะกัว่ ในปริมาณหน่ึงเป็นสาเหตุให้เกิดความเปน็ พิษเฉียบพลนั จากโลหะหนักในเด็ก ใน
ทกุ ๆปีมีการใช้ตะกวั่ ในกระบวนการผลติ ต่างๆประมาณ 2.5 ลา้ นตันทว่ั โลก ซึ่งสว่ นใหญใ่ ช้ในแบตเตอร่ี การหุ้ม
สายเคเบิล และกระสนุ นอกจากน้ียังพบในเมด็ สี พลาสติกพวี ซี ี ดินสอ และยาฆ่าแมลง โดยอวัยวะเป้าหมาย
หลกั ทตี่ ะกัว่ เข้าไปทาปฏกิ ิริยาคือ กระดูก สมอง ไต และตอ่ มไทรอยด์ ปรอทเป็นโลหะหนักในลาดับที่ 3 ปรอท
ที่พบในสิ่งแวดล้อมเกิดจากการปล่อยกา๊ ซจากภเู ขาไฟระเบิด ซึ่งอยู่ใน 3 รูปแบบ คือ ธาตุปรอท สารอินทรีย์
ปรอท และสารอนนิ ทรียป์ รอท อุตสาหกรรมที่ใชป้ รอทในการผลิตไดแ้ ก่ การทาเหมืองแร่ การผลิตกระดาษ
ปรอทที่อยใู่ นอากาศสามารถแพร่กระจายไปได้ทวั่ โลกโดยกระแสลม และกลับสูผ่ ิวโลกในรูปฝน รวมทง้ั สะสม
ในแตล่ ะลาดับชน้ั ของห่วงโซ่อาหาร ปรอทถกู ยกเลกิ ใชเ้ ปน็ สว่ นประกอบของสีและยาฆ่าแมลงมาตงั้ แต่ปี 1990
แต่ยังคงใช้ในเทอรโ์ มมิเตอร์ เทอรโ์ มสแตทส์ และวสั ดอุ ุดฟัน โดยอวัยวะเป้าหมายหลักท่ีปรอทเข้าไปทา
ปฏกิ ริ ิยาคอื สมองและไต แคดเมียมเป็นโลหะหนักในลาดบั ท่ี 7 ใน Top 20 Hazardous Substances ของ
ATSDR ไดจ้ ดั อันดับไว้ แคดเมียมเปน็ ผลิตภณั ฑ์ซง่ึ เปน็ ผลพลอยได้จากการทาเหมืองแร่และถลงุ แรต่ ะกวั่ และ
สังกะสี แคดเมียมมักถูกใช้ในแบตเตอร่นี ิกเกลิ ตะกั่ว พลาสตกิ พวี ีซี และเม็ดสี และสามารถพบแคดเมยี มในดนิ
เน่ืองจากการใช้ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าเชื้อรา และปุ๋ย แคดเมยี มถูกดดู ซบั 15 – 50% ในระบบทางเดนิ หายใจ และ
ถูกดูดซบั ในลาไสป้ ระมาณ 2 – 7% โดยอวยั วะเปา้ หมายหลกั ทีแ่ คดเมยี มเข้าไปทาปฏิกิริยาคือ ตับ ไต สมอง
ปอด และกระดูก
เนอื่ งจากประเทศไทยยังไม่มีเกณฑ์มาตรฐานโลหะหนกั ในดินตะกอนในทะเล จงึ ไดน้ าคา่ ทีไ่ ด้
ไปเปรียบเทยี บกบั มาตรฐานคุณภาพดนิ ตะกอนของตา่ งประเทศได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมรกิ า ฮ่องกง
ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
กรมควบคุมมลพิษ (2546) รายงานว่าคณุ ภาพดินตะกอนในบรเิ วณอ่าวไทยตอนใน จากการ
สารวจโดยกองทพั เรือเม่ือปี พ.ศ. 2541-2542 พบวา่ มปี ริมาณโลหะหนักบางชนิดทมี่ ีคา่ เกินมาตรฐานแตย่ ังไม่
มีความเปน็ พิษต่อสิง่ มีชวี ิตใดๆ ในทะเล โลหะดงั กล่าวคือ ปรอทและตะกว่ั ตรวจพบในบรเิ วณปากแม่น้าท่าจนี
ปากแม่นา้ แมก่ ลอง และปากแม่น้าบางปะกง ส่วนโลหะหนักพวกทองแดงและโครเมยี มพบในบรเิ วณปากแมน่ ้า
เจา้ พระยา แลว้ ยงั พบโลหะหนกั ทม่ี ีค่าเกินมาตรฐานท่ีอาจจะมีความเป็นพิษต่อสง่ิ มชี ีวติ ในทะเล คอื สังกะสี
และตะกั่ว ซ่ึงพบในบรเิ วณปากแมน่ ้าทา่ จีนและปากนา้ เจา้ พระยา ตามลาดบั
สาโรจน์ เรมิ่ ดาริห์ และคณะ (2551) ศกึ ษาการปนเป้อื นของโลหะหนัก 4 ชนิด (สงั กะสี
ตะก่วั แคดเมยี ม และทองแดง) ในตะกอนดินบรเิ วณชายฝั่งทะเลของอา่ วไทยตอนบน 13 สถานี (รปู ที่ 4-25)
พบวา่ มีคา่ เกนิ มาตรฐาน ปรมิ าณโลหะหนักเรียงลาดบั จากมากไปนอ้ ย คอื สงั กะสี ตะก่วั ทองแดงและ
แคดเมียม มีคา่ เฉลี่ย 64.07, 28.19, 16.21, 2.05 ตามลาดบั โดยโลหะสงั กะสี ตะก่ัวและทองแดงพบมาก
บริเวณปากนา้ เจ้าพระยา (สถานีท่ี 3; 169.34, 44.66 และ 44.85 มลิ ลกิ รัมต่อกิโลกรมั ตามลาดบั ) โลหะ
แคดเมียมพบมากบรเิ วณปากนา้ ทา่ จีน (สถานที ่ี 4; 3.24 มิลลิกรัมต่อกิโลกรมั )
- 46 -
รปู ท่ี 4-25 แผนทแี่ สดงจดุ เก็บตวั อย่างนา้ และตะกอนดนิ บรเิ วณอ่าวไทยตอนบน เพ่ือศกึ ษาการ
ปนเปอ้ื นของโลหะหนกั (คดั ลอกจาก สาโรจน์ เริม่ ดาริ และคณะ, 2551)
สรุปผลการวเิ คราะหท์ างเคมธี าตโุ ลหะหนกั จานวน 12 ธาตุ ซ่งึ ประกอบดว้ ย สารหนู (อาร์
เซนิก) แคดเมยี ม โคบอลท์ โครเมยี ม ทองแดง เหลก็ แมงกานีส นิเกลิ ตะกัว่ ไทเทเนยี ม วานาเดียม
และสังกะสี ท่ีปนเปอื้ นในตะกอนพนื้ ผิวทอ้ งทะเลอา่ วไทยตอนบน จานวน 250 ตวั อย่าง (ภาคผนวก ข และ
ตารางท่ี 4-2) โดยวิธี Aqua Regia Digestion ICP-OES ดาเนนิ การโดยส่วนวเิ คราะห์ดนิ และตะกอนธารนา้
สานักวิเคราะหว์ ิจัยทรัพยากรธรณี กรมทรัพยากรธรณี พบวา่ ความเขม้ ขน้ ของธาตุโลหะเรยี งลาดับจากมากไป
น้อย คือ เหล็ก แมงกานสี ไทเทเนยี ม สงั กะสี โครเมยี ม วานาเดียม นเิ กลิ ทองแดง ตะกั่ว โคบอลท์ อาร์เซนิก
และ แคดเมียม ตามลาดับ
โดยทวั่ ไปปริมาณธาตุโลหะหนกั บริเวณอา่ วไทยตอนบนฝง่ั ตะวนั ตกและตะวนั ออก มีความ
เข้มข้นตา่ กวา่ ทางเหนือของอ่าว เห็นไดช้ ัดเจนวา่ ทกุ ธาตมุ ีความเขม้ ขน้ สงู บรเิ วณปากนา้ เจา้ พระยา บางปะกง
ทา่ จีน และบรเิ วณใกลเ้ คียง แตจ่ ะลดลงเม่ือออกหา่ งจากชายฝ่งั ยกเวน้ แคดเมียม (รูปที่ 4-26 ถึง 4-29)
สอดคล้องกบั ผลการศึกษาโดยสาโรจน์ เริม่ ดาริห์ และคณะ (2551)
ธาตุโลหะหนักอาร์เซนิก แคดเมียม โครเมียม ทองแดง ตะก่ัว และสงั กะสี มีค่าสูงกวา่ เกณฑ์
มาตรฐานคุณภาพตะกอนดนิ สาหรบั แหล่งทอี่ ยู่อาศัยของสัตวท์ ะเล ในประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย
นิวซีแลนด์และฮ่องกง (ตารางท่ี 4-3) แต่ต่ากว่าค่าเกณฑ์พน้ื ฐานของการปนเป้ือนของโลหะหนกั ในดินบนบก
ของประเทศไทยและสหภาพยโุ รป (ตารางท่ี 4-4)
ตารางท่ี 4-2 สรปุ ผลการวเิ คราะหต์ ัวอยา่ งตะกอนพ้นื ผิวท้องทะเลในพื้นท่สี ารวจอ่าวไทยตอนบน
- 47 -
ตารางท่ี 4-3 เกณฑม์ าตรฐานคณุ ภาพตะกอนดินสาหรบั แหลง่ ท่ีอยู่อาศยั ของสตั วท์ ะเล
- 48 -
ตารางท่ี 4-4 คา่ เกณฑ์พ้นื ฐานของการปนเป้ือนของโลหะหนักในดนิ ประเทศไทยและสหภาพยโุ รป
- 49 -
- 50 -
รปู ท่ี 4-26 แผนทีแ่ สดงปริมาณความเข้มขน้ ของธาตโุ ลหะหนัก
อาร์เซนกิ ตะก่ัวและแคดเมียมทสี่ ะสมในชั้นตะกอน
พ้ืนผิวท้องทะเลอา่ วไทยตอนบน
- 51 -
รูปที่ 4-27 แผนทีแ่ สดงปรมิ าณความเขม้ ขน้ ของธาตุโลหะหนกั
ทองแดง โคบอลท์ และโครเมียม ทสี่ ะสมในชั้น
ตะกอนพ้นื ผิวท้องทะเลอ่าวไทยตอนบน
- 52 -
รปู ที่ 4-28 แผนที่แสดงปริมาณความเข้มข้นของธาตุโลหะหนัก
วานาเดยี ม สงั กะสี และเหล็ก ท่สี ะสมในช้ันตะกอน
พืน้ ผิวท้องทะเลอ่าวไทยตอนบน
- 53 -
รปู ที่ 4-29 แผนทแี่ สดงปริมาณความเข้มข้นของธาตุโลหะหนกั
ไทเทเนียม แมงกานีสและนเิ กลิ ทสี่ ะสมในชั้นตะกอน
พ้ืนผิวท้องทะเลอา่ วไทยตอนบน
- 54 -
4.5 พน้ื ทศ่ี กั ยภาพแหลง่ ทราย
พ้นื ท่ีศักยภาพแหล่งทรายในรายงานฉบับน้ี หมายถึงพื้นทซ่ี ึ่งยังไมม่ ีการคน้ พบทรัพยากร
ทราย แตม่ ีแนวโน้มท่ีจะมีไดโ้ ดยมีหลกั ฐานบง่ ชี้ทางธรณีฟิสิกส์ และธรณีวิทยา
เนอื่ งจากไมส่ ามารถทราบถงึ ขอบเขตการตกสะสมตวั ของทรายท่แี น่ชดั ได้ เพราะเส้นทาง
เดนิ เรอื สารวจแตล่ ะแนวมรี ะยะหา่ งมาก ดังนน้ั ในการประเมินปริมาณทรพั ยากรทรายจึงเปน็ การประเมนิ แบบ
คาดคะเน (inferred) โดยใชว้ ิธีทางเรขาคณติ แบบหาพืน้ ที่ขอบเขตกว้างๆ (general outline method) ซง่ึ
เป็นวธิ ที น่ี ยิ มแพร่หลายโดยท่ัวไปและไมย่ ุง่ ยากซับซ้อนมากนกั (David, 1977)
จากผลการแปลความหมายและวิเคราะห์ขอ้ มลู คลื่นไหวสะเทือนแบบสะท้อนกลับ พบ
บรเิ วณทีม่ ีศักยภาพแหล่งทรายอยู่นอกชายฝงั่ มคี วามหนาของชน้ั ตะกอนโคลนทะเลทปี่ ิดทับไม่มากนัก จานวน
4 แปลง (รปู ท่ี 4-30)
แปลงที่ 1 และแปลงท่ี 2 อยบู่ ริเวณนอกชายฝง่ั อาเภอชะอา จงั หวดั เพชรบรุ ี อยู่ลึกจาก
ระดับน้าทะเลประมาณ 10-14 เมตร และอยู่ใตช้ ้นั ตะกอนโคลนทะเลหนาประมาณ 1-3 เมตร ช้นั ตะกอน
ทรายหนาเฉลี่ยประมาณ 4 เมตร ครอบคลุมพืน้ ท่ีรวมประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นปรมิ าตรตะกอน
ทรายประมาณ 240 ล้านลกู บาศกเ์ มตร หรือ 624 ลา้ นตัน สันนิษฐานว่าชั้นตะกอนทรายเปน็ แนวชายหาด
เดิม
แปลงท่ี 3 อยู่บรเิ วณนอกชายฝัง่ ตาบลบางพระ อาเภอศรีราชา จังหวดั ชลบุรี อยูล่ กึ จาก
ระดับน้าทะเลประมาณ 10-18 เมตร และอยู่ใต้ช้ันตะกอนโคลนทะเลหนาประมาณ 1-3 เมตร ช้นั ตะกอน
ทรายสะสมตัวเปน็ รูปเลนสห์ นาเฉล่ยี ประมาณ 3 เมตร ครอบคลุมพ้นื ทป่ี ระมาณ 11 ตารางกโิ ลเมตร คดิ เป็น
ปริมาตรตะกอนทรายประมาณ 33 ลา้ นลกู บาศกเ์ มตร หรือ 85.8 ลา้ นตัน สันนษิ ฐานวา่ ชั้นตะกอนทรายเป็น
แนวชายหาดเดมิ
แปลงที่ 4 อยู่บริเวณนอกชายฝั่งตาบลนาจอมเทยี น อาเภอบางละมุง จังหวัดชลบรุ ี อย่ลู ึก
จากระดับนา้ ทะเลประมาณ 13-16 เมตร และอยใู่ ต้ชนั้ ตะกอนโคลนทะเลหนาประมาณ 1-2 เมตร ช้นั ตะกอน
ทรายสะสมตวั เป็นรูปเลนสห์ นาเฉลี่ยประมาณ 4 เมตร ครอบคลุมพ้นื ท่ปี ระมาณ 7 ตารางกโิ ลเมตร คดิ เปน็
ปรมิ าตรตะกอนทรายประมาณ 28 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 72.8 ลา้ นตัน สนั นษิ ฐานว่าชัน้ ตะกอนทรายเปน็
แนวชายหาดเดิม
- 55 -
รปู ท่ี 4-25 แผนท่แี สดงพน้ื ทศ่ี กั ยภาพแหล่งทรายนอกชายฝ่งั
- 56 -
5. สรุปผลการสารวจ
5.1 สรุป
ผลการสารวจทาแผนทธ่ี รณีวทิ ยากายภาพพ้ืนทะเลบริเวณอา่ วไทยตอนบน (อา่ วไทยรปู ตวั
“ก”) ในแผนที่ 8 ระวาง บริเวณจังหวัดเพชรบรุ ี สมทุ รสงคราม สมุทรสาคร กรงุ เทพมหานคร สมทุ รปราการ
และชลบุรี ครอบคลุมพ้นื ที่ประมาณ 4,650 ตารางกิโลเมตร พบวา่
ระดับน้าตามแนวเสน้ สารวจมคี วามลกึ -1 ถงึ -52 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง บรเิ วณท่ี
น้าลกึ มากทีส่ ดุ อยู่ทางด้านตะวนั ตกของเกาะล้าน ลักษณะพ้นื ทะเลโดยท่วั ไปค่อนขา้ งราบเรียบ มคี วามลาดชัน
ต่า ยกเวน้ ในแผนทร่ี ะวางอาเภอศรีราชา และระวางอาเภอบางละมงุ ท่ลี ักษณะพนื้ ทอ้ งทะเลคอ่ นข้างขรขุ ระใน
บรเิ วณใกล้เกาะ และเปน็ เนนิ สลับกับแอ่งวางตัวในแนวเกือบเหนอื ใต้ ตะกอนพืน้ ผิวทะเลประกอบดว้ ยตะกอน
โคลนทะเล ร้อยละ 76.16 โคลนทะเลปนทราย ร้อยละ 14.66 ทรายปนโคลนทะเล ร้อยละ 8.77 และ ทราย
ทะเล ร้อยละ 0.41
ลกั ษณะธรณีวทิ ยาชั้นตะกอนใต้พืน้ ท้องทะเลในพ้นื ทส่ี ารวจ สามารถจาแนกออกเปน็ 2 ชดุ
คือ ชัน้ ตะกอนชดุ ลา่ ง และชนั้ ตะกอนชุดบน บางบรเิ วณพบหินดานโผล่ข้ันมาบนพ้นื ท้องทะเล ชนั้ ตะกอนชดุ
ล่างเป็นชน้ั ตะกอนท่สี ะสมตวั ในสมัยไพลสโตซนี ในสภาพแวดลอ้ มแบบบนบก ปรากฏร่องรอยถูกกัดเซาะเป็น
ร่องน้าขนาดใหญห่ ลายบรเิ วณ ชนั้ ตะกอนชดุ บนเปน็ ช้นั ตะกอนทีส่ ะสมตวั ในสมยั โฮโลซีนโดยอิทธพิ ลการรุกล้า
ของน้าทะเล ต้งั แต่ประมาณ 10,000 ปีทผี่ ่านมา มคี วามหนาตง้ั แต่ 0 เมตร ในบรเิ วณท่ีมหี นิ ดานโผล่ขนึ้ มาบน
พ้นื ทะเล จนถงึ -19 เมตร บรเิ วณปากนา้ เจา้ พระยา
ปริมาณความเขม้ ขน้ ของธาตโุ ลหะหนักเรียงลาดบั จากมากไปน้อย คือ เหลก็ แมงกานสี
ไทเทเนยี ม สงั กะสี โครเมยี ม วานาเดียม นิเกลิ ทองแดง ตะกั่ว โคบอลท์ อาร์เซนิก และ แคดเมยี ม ตามลาดับ
ปรมิ าณธาตโุ ลหะหนักบรเิ วณอ่าวไทยตอนบนฝัง่ ตะวันตกและตะวนั ออก มีความเข้มข้นตา่ กวา่ ทางเหนือของ
อ่าว ทกุ ธาตุมคี วามเขม้ ขน้ สงู บริเวณปากน้าเจา้ พระยา บางปะกง ท่าจีน และบรเิ วณใกลเ้ คียง แต่จะลดลงเม่ือ
ออกหา่ งจากชายฝ่ัง ยกเวน้ แคดเมยี ม ธาตุโลหะหนกั อารเ์ ซนกิ แคดเมยี ม โครเมยี ม ทองแดง ตะกว่ั และ
สังกะสี มีคา่ สงู กว่าเกณฑม์ าตรฐานคุณภาพตะกอนดินสาหรับแหล่งทีอ่ ยู่อาศัยของสัตว์ทะเล ในประเทศ
สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย นิวซแี ลนดแ์ ละฮ่องกง แตต่ า่ กวา่ คา่ เกณฑ์พน้ื ฐานของการปนเปื้อนของโลหะหนักใน
ดนิ บนบกของประเทศไทยและสหภาพยุโรป
พื้นทศี่ ักยภาพแหลง่ ทรายนอกชายฝัง่ ทพ่ี บจานวน 4 แปลง แปลงที่ 1 และแปลงท่ี 2 อยู่
บรเิ วณนอกชายฝ่งั อาเภอชะอา จงั หวดั เพชรบรุ ี มีปรมิ าตรตะกอนทรายประมาณ 624 ลา้ นตัน แปลงท่ี 3 อยู่
บรเิ วณนอกชายฝงั่ ตาบลบางพระ อาเภอศรรี าชา จังหวดั ชลบรุ ี มีปริมาตรตะกอนทรายประมาณ 85.8 ล้าน
ตนั แปลงที่ 4 อยู่บรเิ วณนอกชายฝงั่ ตาบลนาจอมเทียน อาเภอบางละมงุ จังหวดั ชลบุรี มเี ปน็ ปริมาตรตะกอน
ทรายประมาณ 72.8 ล้านตนั
5.2 ปัญหาและอุปสรรค
ปญั หาและอปุ สรรคท่ีสาคัญในการดาเนินงานสารวจคือ ความแปรปรวนของสภาพคลน่ื ลมใน
ทะเลทรี่ ุนแรงและคาดเดาได้ยาก สภาพอุปกรณ์สารวจท่ีชารดุ ทรดุ โทรมอนั เน่ืองมาจากการใชง้ านหนักอยา่ ง
ต่อเนือ่ ง ไมม่ ีงบประมาณซ่อมแซมและบารุงรักษา และความยากลาบากในการหาเชา่ เรอื สารวจท่เี หมาะสมตอ่
การสารวจในแตล่ ะพ้นื ท่ีทั้งเร่ืองราคาจา้ งเหมาและขนาดเรือ
- 57 -
เอกสารอา้ งองิ
กรมควบคุมมลพิษ, 2546, สถานการณ์โลหะหนกั ในตะกอนดินและเนอ้ื เยื่อสัตวน์ ้าบริเวณชายฝงั่ ทะเลของประเทศไทย
: กรมควบคุมมลพษิ , 120 หน้า
กรมวิชาการเกษตร, 2545, ระดบั เกณฑ์พ้ืนฐานของโลหะหนกั ในดนิ และค่าสูงสุดของโลหะหนัก: กรมวชิ าการเกษตร
กรมอทุ กศาสตร์, 2536, นาร่องน่านนา้ ไทย เล่ม 1 อา่ วไทย: กองทัพเรือ, 187 หน้า.
โครงการสารวจแร่นอกชายฝง่ั ทะเลอ่าวไทย, 2537, การสารวจธรณวี ทิ ยาแหลง่ แร่พ้ืนท่ีนอกชายฝ่ังทะเลอ่าวไทย แปลง
1,2,3 และ 4 : กองเศรษฐธรณวี ิทยา, กรมทรพั ยากรธรณี, 84 หนา้ .
สาโรจน์ เร่มิ ดารหิ ์, สาวติ รี แกเรียส และเกรกิ วงศ์สอนธรรม, 2551, การปนเป้อื นของโลหะหนักในน้าและตะกอนดินบริเวณ
ชายฝงั่ ทะเลอา่ วไทยตอนบน
สิน สินสกุล สุวัฒน์ ตยิ ะไพรัตน์ นริ นั ดร์ ชัยมณี และบรรเจิด อร่ามประยูร, 2545, การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชายฝ่ังทะเลดา้ นอ่าว
ไทย : กองธรณีวทิ ยา, กรมทรัยากรธรณี, 173 หน้า.
David, M., 1977, Geostatistical ore reserve estimation : Amsterdam, Elsevier Scientific Publishing Company,
357 p.
Evans, C.D.R., Brett, C.P., James, J.W.C., and Holmes, R., 1995, Shallow seismic reflection profiles from the
waters of East and Southeast Asia- An Interpretation manual and Atlas: British Geological Survey, 95 p.
Geyh, M.A., Kudrass, H.R., and Streif, H., 1979, Sea level changes during the late Pleistocene and Holocene in the
Strait of Malacca : Nature, v. 278, p. 441-443.
Hungspreugs, M., and Windom, H.L., 1982, Rates of sedimentation in the Upper Gulf of Thailand using Leads-
210 Method: Second Symposium of National Marine Science, National Marine Science Policy, Bang Saen,
Chonburi, Thailand, 8-11 September, p. 569-577.
Medical Management Guidelines for Acute Chemical Exposures ,1992, U.S. Department of Human Services,
Public Health Service, Agency for Toxic Substance and Disease Registry Publication date: 08/01/1992
Mitchum Jr., R.M., Vail, P.R., and Sangree, J.B., 1977, Seismic stratigraphy and global change of sea level, part 6.
Stratigraphic interpretation of seismic reflection patterns in depositional sequences, in Payton, C.E. ed.,
Seismic stratigraphy-Applications to Hydrocarbon Exploration: AAPG Memoir, v. 26, p. 117-133.
Nutalaya, P., and Rau, J.L., 1984, Structural framework of the Chao Phraya Basin, Thailand, in Proceedings of the
Symposium of Cenozoic Basins: Chiang Mai University, Thailand, p. 106-129.
Pradidtan, S., and Dook, R., 1992, Petroleum geology of the northern part of the Gulf of Thailand, in Piancharoen,
C. (editor-in-chief), National Conference on Geologic Resources of Thailand, Potential for future development:
Department of Mineral Resources, Bangkok, Thailand, 17-24 November 1992, p. 235-246.
Ramnarong, V., and Buapeng, S., 1992, Groundwater resources of Bangkok and its vicinity impact and management:
in Piancharoen, C. (editor-in-chief), National Conference on Geologic Resources of Thailand, Potential for
future development: Department of Mineral Resources, Bangkok, Thailand, 17-24 November 1992, p. 172-174.
Ringis, J., 1986, Seismic stratigraphy I ; Seismic stratigraphy in very high resolution shallow marine seismic data, in
Proceeding of the Joint ASCOPE/CCOP workshop I, Jakarta, Indonesia: Coordinating Committee for Coastal and
Offshore Geoscience Programmes in East and Southeast Asia, September 1986, p. 115-126.
Roy, P.S., 1994, The geology, stratigraphy and mineral prospectivity of inshore parts of the Gulf of Thailand : A
preliminary assessment of drilling results, Offshore mineral exploration in the Gulf of Thailand project,
Department of Mineral Resources, Bangkok, Thailand, Mission Report, 292 p., (Unpublished).
Sangree, J.B., and Widmier, J.M., 1979, Interpretation of depositional facies from seismic data: Geophysics, v. 44,
no. 2, 131 p.
Sato, Y., Saito, Y., and Suzuki, Y., 1999, Molluscan assemblages for reconstruction of late Quaternary sea level
change, lower Central Plain, Thailand, in Proceedings of the Comprehensive Assessment on Impacts of Sea
Level Rise: Geological Survey Division, Department of Mineral Resources, Bangkok, Thailand, 1-4 December
1999 , p. 110-119.
- 58 -
Sinsakul, S., Sonsuk, M., and Hasting, P., 1985, Holocene sea level in Thailand- Evidence and basis for
interpretation: Journal of the Geological Society of Thailand, v. 8, no. 2, p. 1-12.
Sinsakul, S., 1992, Evidence of Quaternary sea level changes in the coastal areas of Thailand- A review: Journal of
Southeast Asian Earth Science, v. 7(1), p. 23-37.
Sinsakul, S., 2000, Late Quaternary geology of the Lower Central Plain, Thailand: Journal of Southeast Asian Earth
Science, vol. 18, p. 415-426.
Srikulwongse, S., Jarusirisawadi, R., 1991, Petroleum potential of Ayuthaya province: Department of Mineral
Resources Special Issue on Kathin Procession, Bangkok, p. 31-36.
Tjia, H.D., 1989, Workshop on Quaternary sea level changes and related geological processes in relation to
secondary tin deposits, Lecture notes: Department of Mineral Resources, Regional Centre II, Phuket, Thailand,
74 p.
Vail, P.R., Todd, R.G., and Sangree, J.B., 1977, Seismic stratigraphy and global change of sea level, Part 5, in
Payton C.E. (editor), Chronostratigraphic significance of seismic reflections, Seismic stratigraphy-Applications to
Hydrocarbon Exploration: AAPG Memoir, v. 26, p. 99-116.