The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kokboon Buayai, 2023-05-09 02:26:51

รายงานการวิจัยพัฒนาชุดฝึกทักษะ วิชาการบัญชีชั้นสูง 1

2565-1กกบุญ_ วิจัยพัฒนาชุดฝึกทักษะ รวมเล่ม

Keywords: การบัญชีชั้นสูง 1 การวิจัยพัฒนาชุดฝึกทักษะ

44 แบบแผนการทดลอง การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองผู้วิจัยดำเนินการตามแบบแผนการทดลอง แบบ One - Group Pretest -Posttest Designs ดังตารางที่ 3.1 (พวงรัตน์ทวีรัตน์.2543: 60) ตารางที่ 3.1 แบบแผนการทดลองแบบ One Group Pretest - Posttest Design ทดสอบก่อนการทดลอง (Pretest) ทดลอง (Treatment) ทดสอบหลังการทดลอง (Posttest) T1 X T2 สัญลักษณ์ที่ใช้ในแบบแผนการทดลอง X แทน การจัดกระทำ (Treatment) การจัดการเรียนรู้ด้วยชุดฝึกทักษะการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน T1 แทน การสอบก่อนการจัดกระทำทดลอง (Pre - test) T2 แทน การสอบหลังการจัดกระทำทดลอง (Post - test) การดำเนินการทดลอง การวิจัยครั้งนี้ดำเนินการทดลองกับนักศึกษาระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยเทคนิคเดชอุดม ในภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา2565 ซึ่งผู้วิจัยดำเนินการทดลองกับกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 8 ชั่วโมงตามขั้นตอน ดังนี้ 1. ผู้วิจัยจัดปฐมนิเทศเพื่อให้นักศึกษาเข้าใจเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนด้วยชุดฝึกทักษะ บทบาทของนักศึกษา เป้าหมายของการเรียน จุดประสงค์การเรียนและวิธีประเมินผลการเรียนรู้ 2. ผู้วิจัยทำการทดสอบก่อนเรียนกับกลุ่มตัวอย่าง โดยการใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก ของนักศึกษา ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงชั้นปีที่ 1จำนวน 20ข้อเพื่อเก็บข้อมูลเบื้องต้น 3. ผู้วิจัยดำเนินการทดลองจัดการเรียนรู้กับกลุ่มตัวอย่างตามแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้ ชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้า แยกต่างหากสำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเองจำนวน 8 ชั่วโมง จน ครบทุกแผน และเก็บข้อมูลคะแนนระหว่างเรียนของนักศึกษาไว้สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลในขั้นตอนต่อไป 4. หลังจากเสร็จสิ้นการทดลองตามระยะเวลาที่กำหนดไว้จึงทำการทดสอบหลังเรียนด้วยแบบทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยก ต่างหากวิชาการบัญชีชั้นสูง 1 ของนักศึกษาระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงชั้นปีที่1 จำนวน 20ข้อ ซึ่งเป็น ชุดเดียวกับชุดที่ทดสอบก่อนเรียน 5. ผู้วิจัยตรวจคะแนนจากการทำแบบทดสอบย่อยระหว่างเรียน คะแนนจากการทำแบบทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยก


45 ต่างหากวิชาการบัญชีชั้นสูง 1ของนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงชั้นปีที่ 1 ก่อนเรียนและหลังเรียน และคะแนนความพึงพอใจของนักศึกษาจากนั้นนำคะแนนที่ได้วิเคราะห์ด้วยวิธีการทางสถิติต่อไป ตารางที่ 3.2 การดำเนินการทดลองตามแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้ชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ครั้งที่ วัน เดือน ปี กิจกรรมทดลอง เวลา จำนวน ชั่วโมง 1 7 มิ.ย.2565 - ทดสอบก่อนเรียน - แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 1 ชุดฝึกทักษะที่ 1 บัญชีแยกประเภทที่เกี่ยวข้อง 08.00-12.00 น. 4 2 7 มิ.ย.2565 - แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 1 ชุดฝึกที่ 3เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการ ร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยก ต่างหาก (ครั้งที่ 2) 08.00-12.00 น. 4 3 14 มิ.ย.2565 - แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 1 ชุดฝึกที่ 3เรื่องการแบ่งกำไรขาดทุน (ครั้งที่ 3) - ทดสอบหลังเรียน - ตอบแบบสอบถามความพึงพอใจ 08.00-12.00 น. 4


46 การวิเคราะห์ข้อมูล 1. การวิเคราะห์คุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการ บันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหากสำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ผู้วิจัยดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ 1.1 วิเคราะห์หาค่าความเที่ยงตรง (Validity) โดยวิธีการหาค่าดัชนีค่าความสอดคล้อง IOC 1.2 วิเคราะห์หาค่าความยากง่าย (p) และค่าอำนาจจำแนก (r) 1.3 วิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่นโดยใช้สูตรKR20ของKuder -Richardson 2.วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วม ค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหากสำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ดำเนินการ ดังนี้ 2.1วิเคราะห์หาค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนน ที่ ได้จากการทำแบบทดสอบย่อยระหว่างเรียนด้วยชุดฝึกทักษะการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนและคะแนน จาก การทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางกาเรียน การบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่ เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ก่อนเรียน และหลังเรียนด้วยชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุด บัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก 2.2 วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชี กิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ตามเกณฑ์ 80/80โดยใช้สูตร E1 / E2 3. วิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนด้วยชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหากสำหรับนักศึกษาระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ด้วยการทดสอบค่า t แบบ Dependent Samples สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติพื้นฐานที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1. ร้อยละ (Percentage) โดยใช้สูตรดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด.2545:104) P = N f x 100 เมื่อ P แทน ร้อยละ f แทน ความถี่ที่ต้องการแปลงเป็นร้อยละ N แทน จำนวนข้อมูลทั้งหมด


47 2. ค่าเฉลี่ย (Mean) โดยใช้สูตรดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด.2545: 105) X = N X เมื่อ X แทน คะแนนเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง X แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดในกลุ่ม N แทน จำนวนข้อมูลทั้งหมดของกลุ่มตัวอย่าง 3. ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยใช้สูตรดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด.2545: 106) S.D. = ( ) (N 1) X X 2 − − เมื่อ S.D.แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน X แทน คะแนนแต่ละตัว X แทน ค่าเฉลี่ยของคะแนนกลุ่มตัวอย่าง N แทน จำนวนนักเรียนในกลุ่ม แทน ผลรวมของคะแนน สถิติที่ใช้ในการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. ค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถาม ความพึงพอใจโดยใช้สูตรดังนี้(พวงรัตน์ทวีรัตน์. 2543 : 117) N R IOC = เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้อง มีค่าระหว่าง -1 ถึง +1 R แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญ


48 2. ค่าความยากง่าย (Difficulty) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้สูตรดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด. 2545:84-85) P = N R เมื่อ P แทน ค่าความยากง่ายของข้อสอบ R แทน จำนวนผู้ที่ตอบข้อสอบนั้นถูกทั้งหมด N แทน จำนวนผู้เข้าสอบทั้งหมด 3. ค่าอำนาจจำแนก (Discrimination) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้สูตรดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด.2545: 84-85) r = F Ru − Ri เมื่อ r แทน ค่าอำนาจจำแนก Ru แทน จำนวนผู้ที่ตอบข้อสอบถูกในกลุ่มสูง Ri แทน จำนวนผู้ที่ตอบข้อสอบถูกในกลุ่มต่ำ F แทน จำนวนผู้เข้าสอบทั้งหมดในกลุ่มสูงหรือกลุ่มต่ำซึ่งเท่ากัน 4. ค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางกาเรียน โดยใช้สูตรKR-20ของKuder - Richardsonดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด.2545:88-89) rtt = − − 2 S pq 1 k 1 k เมื่อ rtt แทน ความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ K แทน จำนวนข้อสอบ p แทน สัดส่วนของผู้ตอบถูกในข้อหนึ่งๆ q แทน สัดส่วนของผู้ตอบผิดในข้อหนึ่ง ๆ (q = 1- p) S 2 แทน ความแปรปรวนของคะแนนทั้งฉบับ


49 5. การหาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบสอบถามความพึงพอใจทั้งฉบับ ด้วยวิธีการหาค่าสัมประสิทธิ์ แอลฟา (Alpha coefficient) ตามวิธีการของครอนบาค (Cronbach)จากสูตร ดังนี้(บุญชม ศรีสะอาด.2545: 117) − − = 2 t 2 i s s 1 k 1 k α เมื่อ α แทน ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม k แทน จำนวนข้อของแบบสอบถาม 2 i s แทน ผลรวมความแปรปรวนของคะแนนรายข้อ 2 t s แทน ความแปรปรวนของคะแนนทั้งฉบับ สถิติที่ใช้ในการหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะ การหาประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงชั้นปีที่ 1 ตามเกณฑ์80/80 โดยใช้สูตร E1/E2 (กรมวิชาการ 2545 : 57-58) 100 A N X E 1 = Σ หรือ E 100 1 = A X เมื่อ E1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการ Σ X แทน ผลรวมของคะแนนที่ได้จากการวัดระหว่างเรียน N แทน จำนวนผู้เรียน A แทน คะแนนเต็มจากการวัดระหว่างเรียน 100 B N Y E 2 = Σ หรือ E 100 1 = A Y เมื่อ E2 แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ ได้จากคะแนนเฉลี่ย จากการทำแบบทดสอบหลังเรียนของผู้เรียนทั้งหมด Σ Y แทน ผลรวมของคะแนนที่ได้จากการทดสอบหลังเรียน N แทน จำนวนผู้เรียน B แทน คะแนนเต็มของการทดสอบหลังเรียน


บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิจัยเรื่อง การพัฒนาชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วม ค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ผู้วิจัยได้เสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 1. สัญลักษณ์ที่ใช้ในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 2. ลำดับขั้นตอนในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 3. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล สัญลักษณ์ที่ใช้ในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล X แทน ค่าเฉลี่ยของคะแนน S.D. แทน ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน N แทน จำนวนนักเรียนในกลุ่มตัวอย่างหรือจำนวนคู่คะแนน E1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการได้จากคะแนนจากการทำแบบทดสอบระหว่างเรียน E2 แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ได้จากคะแนนการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนด้วยชุดฝึกทักษะ t แทน ค่าวิกฤติใน t - distribution p แทน ค่าความน่าจะเป็นของค่าสถิติที่ใช้ทดสอบ ** แทน มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ลำดับขั้นตอนในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ลำดับขั้นตอนในการนำเสนอผลวิเคราะห์ข้อมูลครั้งนี้ ผู้วิจัยแบ่งออกเป็น 2 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชี กิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ตอนที่ 2 วิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังเรียนด้วยชุดฝึกทักษะ การบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยก ต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการ บันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ปรากฏผลดังตารางที่ 4.1


51 ตารางที่ 4.1 แสดงผลการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการ บันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 คะแนนจากการทำแบบทดสอบ ย่อย ระหว่างเรียนด้วยชุดฝึกทักษะ คะแนนจากการทำแบบทดสอบวัดผล สัมฤทธิ์ ทางการเรียนหลังเรียนด้วยชุดฝึกทักษะ ประสิทธิภาพ คะแนนเต็ม X E1 คะแนนเต็ม X E2 E1/E2 40 35.64 81.34 10 8.96 80.96 81.34/80.96 จากตารางที่ 4.1 พบว่า คะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบทดสอบย่อยระหว่างเรียนด้วย ชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วม ค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 จำนวน 3 ชุด มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 41.64คิดเป็นร้อยละ 82.55และคะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเท่ากับ 12.26 คิดเป็นร้อยละ 81.85ดังนั้น ชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วม ค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.34/80.96 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่ตั้งไว้ ตอนที่ 2ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังเรียนด้วยชุดฝึกทักษะการ บัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ปรากฏผลดังตารางที่ 4.2 ตารางที่ 4.2 แสดงผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนด้วยชุดฝึกทักษะการบัญชี ชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับ นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ ผลการทดสอบ N คะแนน เต็ม X S.D. t p ก่อนเรียนด้วยชุดฝึกทักษะ 30 10 5.5 1.4 23.451 .000**หลังเรียนด้วยชุดฝึกทักษะ 30 10 8.96 1.8 **p .01 จากตารางที่ 4.2 พบว่า นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ที่เรียนด้วยชุดฝึก ทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยก ต่างหาก มีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุด บัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก วิชาการบัญชีชั้นสูง 1 ส่วนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ .01ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้


บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัย เรื่อง ชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิด สมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ผู้วิจัย เสนอผลการวิจัยตามลำดับ ดังนี้ 1. วัตถุประสงค์ของการวิจัย 2. สมมติฐานของการวิจัย 3. สรุปผล 4. อภิปรายผล 5. ข้อเสนอแนะ วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อพัฒนาชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิด สมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ที่มี ประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์80/80 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนด้วยชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง ลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 สมมติฐานของการวิจัย นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ที่เรียนด้วยชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง ลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก มีผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน วิชาการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยก ต่างหาก หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน


53 สรุปผล 1. ชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง ลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชี กิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมี ประสิทธิภาพเท่ากับ 81.34/80.96 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่ตั้งไว้ 2. นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ที่เรียนด้วยชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหากมีคะแนนเฉลี่ย ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก กรณีมีของเสียในกระบวนการผลิต วิชาการบัญชีชั้นสูง ส่วนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ อภิปรายผล จากผลการวิจัย เรื่อง การพัฒนาชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง ลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วม ค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้น ปีที่ 1 สามารถอภิปรายผลได้ดังนี้ 1. ชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง ลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชี กิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมี ประสิทธิภาพเท่ากับ 81.34/80.96 แสดงว่าชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง ลักการบันทึกบัญชีกิจการ ร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่ตั้งไว้ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะชุดฝึกทักษะ การบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง ลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก ที่ ผู้วิจัยสร้างขึ้นสำหรับใช้ในการทดลองครั้งนี้ได้ผ่านกระบวนการขั้นตอนการสร้างอย่างมีระบบ จากการศึกษาหลักสูตร ทฤษฎีเทคนิควิธีการกระบวนการสร้างชุดฝึกทักษะโดยคำนึงถึงความเหมาะสมของเนื้อหาและแบบฝึกหัดในชุดฝึกมี ความหลากหลายรวมทั้งได้รับการตรวจสอบแก้ไขตามขั้นตอนการสร้างและนำไปใช้ตลอดจนได้ผ่านการประเมินจาก ผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านเนื้อหาและด้านสื่อผลการประเมินคุณภาพของชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง ลักการ บันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก พบว่ามีคุณภาพอยู่ในระดับ มากที่สุด จึงสามารถนำไปทดลองหาประสิทธิภาพ 3 ขั้นตอน ก่อนนำไปใช้จริงกับกลุ่มตัวอย่าง นอกจากนี้อาจเป็นเพราะชุดฝึก ทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยก ต่างหาก ที่ผู้วิจัยสร้างและพัฒนาขึ้น มีเนื้อหาที่ไม่ยากจนเกินไป มีการจัดเรียงเนื้อหาเป็นลำดับจากง่ายไปหายาก ใช้ สำนวนภาษาที่เหมาะสมกับวัยของนักเรียนและมีความหลากหลายของกิจกรรม เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ด้วยความ เข้าใจทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจได้ง่ายขึ้น มีความน่าสนใจท้าทายความสามารถของนักเรียนผ่านกิจกรรมที่ฝึกทักษะ การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนในรูปแบบต่างๆรวมทั้งมีรูปภาพประกอบสวยงามที่สอดคล้องกับเนื้อหาเพื่อให้ นักเรียนสนุกสนานเพลิดเพลินและมีความสุขกับการเรียนด้วยชุดฝึกทักษะการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนจึงส่งผลให้


54 ชุดฝึกทักษะการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดสอดคล้องกับแนวคิด ของ กรรณิการ์ พวงเกษม (2540 : 8 -9) กล่าวว่าแบบฝึกทักษะที่จะทำให้นักเรียนเกิดทักษะที่ดีและถูกต้อง ควรมี ลักษะดังนี้1) ควรมีความชัดเจนทั้งคำสั่งและวิธีทำ คำสั่งหรือตัวอย่างไม่ควรยาวเกินไปเพราะจะทำให้เข้าใจยากควร ปรับให้ง่ายเหมาะสมกับผู้ใช้ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เรียนสามารถศึกษาด้วยตนเองได้2) ควรมีความหมายต่อผู้เรียนและตรง จุดมุ่งหมายของการฝึก ลงทุนน้อยใช้ได้นานและทันสมัย อยู่เสมอ 2) ภาษาและภาพที่ใช้มีความหมายสมกับวัยและ พื้นฐานความรู้ของนักเรียน 4) ควรแยกฝึกเป็นเรื่องไม่ควรยาวเกินไปควรมีกิจกรรมหลายรูปแบบเพื่อให้นักเรียนเกิด ความสนใจและไม่เบื่อในการทำและเพื่อทักษะด้านหนึ่งจนเกิดความชำนาญ 5) ควรมีทั้งกำหนดคำตอบให้และแบบให้ ตอบแบบเสรีการเลือกใช้คำข้อความ หรือรูปภาพในการฝึกควรเป็นสิ่งที่นักเรียนคุ้นเคยและตรงกับความสนใจ6) ควร เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ศึกษาด้วยตนเองให้รู้จักค้นคว้ารวบรวมสิ่งที่พบเห็นบ่อย ๆ จะทำให้นักเรียนเข้าใจในเรื่อง นั้นได้ดีใช้ได้อย่างถูกต้องมีหลักเกณฑ์และมองสิ่งที่เขาได้รับการฝึกฝนนั้นมีความหมายต่อผู้ฝึกต่อไป 7) มี ผลตอบสนองความต่างระหว่างบุคคล เนื่องจากผู้เรียนแต่ละคน มีความแตกต่างกันในหลาย ๆ ด้าน เช่น ความต้องการ ความสนใจ ความพร้อม ระดับสติปัญญา และประสบการณ์ฉะนั้นการทำแบบฝึกหัดควรจัดทำให้มากพอและควรมี ทุกระดับตั้งแต่ง่าย ปานกลางจนถึงค่อนข้างยาก เพื่อให้นักเรียนทุกคน ประสบความสำเร็จในการทำแบบฝึกหัด8) ควรเร้าความสนใจตั้งแต่กิจกรรมแรกจนถึงกิจกรรมสุดท้าย 9) ควรได้รับการปรับปรุงควบคู่ไปกับหนังสือแบบเรียน อยู่เสมอและควรใช้ได้ดีทั้งในห้องและนอกห้องเรียน และ 10) ควรเป็นแบบฝึกที่ครูสร้างให้นักเรียนได้ฝึกหัดแล้ว สามารถประเมินและจำแนกความเจริญ งอกงามของเด็กได้ด้วย ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยของฉันทนา การสะอาด (2547: 100) ได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง การสร้างแบบฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย มหาสารคาม ผลการวิจัยพบว่า แบบฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์มีประสิทธิภาพ 88.14/80.91 ซึ่ ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ต า ม เ ก ณ ฑ์ 80/80 แ ล ะ ศิ ริ พ ร กอนวงศ์(2548 : 109) ได้สร้างชุดฝึกทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ/แผนภาพโครงเรื่อง/ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 ผลการวิจัยพบว่าชุดฝึกทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจโดยใช้แผนภาพโครงเรื่องสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 ที่ สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 87.50/85.00 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่กำหนดไว้ 2. นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่1 ที่เรียนด้วยชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง ลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก มีคะแนนเฉลี่ย ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก วิชาบัญชีชั้นสูง 1 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ แสดงว่าการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่ เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ทำให้ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้า แยกต่างหาก วิชาบัญชีชั้นสูง 1 สูงขึ้น ทั้งนี้อาจเป็นเพราะชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการบันทึก บัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก ที่สร้างขึ้นเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ ที่ สามารถพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ และการคำนวณของนักเรียนให้สูงขึ้นและสร้างความพึงพอใจให้แก่นักเรียนเป็น อย่างดี เนื่องจากชุดฝึกทักษะมีกระบวนการสร้างตามลำดับขั้นตอน สร้างขึ้นโดยวามแตกต่างระหว่างบุคคลเป็นการ จัดการเรียนรู้ที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองโดยการฝึกฝนกิจกรรมที่หลากหลายจนเกิด


55 ความชำนาญ สามารถตรวจสอบผลการเรียนรู้ด้วยตนเอง ทำให้นักเรียนเข้าใจบทเรียนได้ดีขึ้นเป็นเครื่องมือทบทวน ความรู้และสร้างความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในด้านความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และการคำนวณและการบันทึกบัญชี ที่ได้จากการเรียนด้วยชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง ลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุด บัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก ได้ดีและรวดเร็วขึ้น สังเกตจากการทำกิจกรรมที่มีความยากและสลับซับซ้อนมาก ขึ้นก็สามารถทำเสร็จได้ภายในเวลาที่กำหนดสะท้อนให้เห็นถึงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เรียงลำดับได้อย่างเหมาะสม ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยของฉันทนา การสะอาด(2547: 100) ได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่องการสร้างแบบฝึกทักษะการ อ่านเชิงวิเคราะห์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย มหาสารคาม ผลการวิจัยพบว่า แบบฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนเพิ่มขึ้นหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01เหมพรรณ โนทะยะ(2549 : 64) ได้ศึกษาผลการพัฒนา แบบฝึกทักษะความคิด สร้างสรรค์วิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 โรงเรียนอัสสัมชัญ กรุงเทพ ฯ ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่ เรียนด้วย แบบฝึกทักษะความคิดสร้างสรรค์มีพัฒนาการทางความคิดสร้างสรรค์สูงขึ้นกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .01จิรเดช เหมือนสมาน (2551: 58) ได้พัฒนาชุดฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์จากสื่อสิ่งพิมพ์สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ผลการศึกษาพบว่าความสามารถในด้านการคิดวิเคราะห์หลังเรียนสูงกว่าก่อนการเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01และนันทนา คำสุข (2552 : 68 -69) ได้ทำการวิจัย เรื่อง การพัฒนาชุดฝึกทักษะ การอ่านเพื่อจับใจความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 ผลการวิจัย พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการอ่าน เพื่อจับใจความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่1 หลังเรียนด้วยชุดฝึกทักษะสูงกว่าก่อน เรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้ 1. ครูผู้สอนสามารถนำชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1ในชั่วโมงปกติหรือชั่วโมงซ่อมเสริมได้ทันทีเนื่องจากชุดฝึกทักษะนี้ได้ผ่านกระบวนการทดลองหาประสิทธิภาพ เรียบร้อยแล้ว 2. การนำชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุด บัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก ไปเป็นสื่อประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่องลัก การบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก นักศึกษาระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ครูผู้สอนควรศึกษาขั้นตอนการใช้ให้เข้าใจ มีการวางแผน กำหนด กิจกรรมการฝึกไว้ให้แน่นอนและทำการฝึกอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ จึงจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อนักเรียนอย่าง แท้จริง 3. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยชุดฝึกทักษะครูผู้สอนควรให้อิสระในการเรียนรู้ของนักเรียน ให้ นักเรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง กระตุ้นให้นักเรียนกล้าตอบคำถามและแสดงออกทางความคิดที่ได้จากการเรียนรู้อย่าง สม่ำเสมอ โดยครูผู้สอนควรมีการชมเชยนักเรียนเมื่อตอบถูกและให้กำลังใจเมื่อตอบผิดหรือไม่กล้าตอบ


56 4. ครูผู้สอนควรจัดกิจกรรมในชั้นเรียนเพิ่มเติมอย่างหลากหลาย เพราะจะทำให้นักเรียน เกิดความสนใจ สนุกสนาน เบื่อหน่าย เช่น อาจเพิ่มเติมการจัดกิจกรรมการเขียนสื่อความ และการสมมติสถานการณ์ เพื่อฝึกการแก้ปัญหาให้นักเรียนได้ใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์คำนวณ และบันทึกบัญชีให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 5. การประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนควรทำการสรุปผลการประเมินเป็นช่วง ๆ เพื่อจะได้พิจารณา ความก้าวหน้าหรือพัฒนาการของผู้เรียนได้และสามารถพัฒนาหรือแก้ปัญหาได้ถูกจุด ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป 1. ควรมีการพัฒนาชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่ เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ใน เนื้อหาอื่น ๆ และขยายผลในการนำไปใช้กับสถานศึกษาอื่น ๆ 2. ควรมีการพัฒนาชุดฝึกทักษะในเนื้อสาระอื่นในรายวิชาให้ครบทุกหน่วยการเรียนรู้ ในรายวิชาการ บัญชีชั้นสูง 1 3. ควรมีการเปรียบเทียบความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์คำนวณและบันทึกบัญชี เรื่อง หลักการ บันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก วิชาบัญชีชั้นสูง 1 ระหว่างการ เรียนรู้ด้วยชุดฝึกทักษะกับการจัดการเรียนรู้แบบปกติ หรือการจัดการเรียนรู้วิธีอื่น


บรรณานุกรม กรมวิชาการ. การสังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. กรุงเทพฯ : กรมวิชาการ, 2544. _________. สื่อการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพ ฯ : โรงพิมพ์องค์การรับส่ง สินค้าและพัสดุภัณฑ์, 2545. กรรณิการ์ พวงเกษม. ปัญหาและกลวิธีการสอนภาษไทยในโรงเรียนประถม. กรุงเทพ ฯ :ไทยวัฒนา พานิช, 2540. กรรณิกา ศุภปัญญาวุฒิ. ผลการใช้แบบฝึกการอ่านต่อการพัฒนาความสามารถในการอ่านอย่างมี วิจารณญาณกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิตบัณฑิต วิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2544. กระทรวงศึกษาธิการ.2562.หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุทธศักราช 2557.[ระบบ ออนไลน์].แหล่งที่มา http://bsq2.vec.go.th/course. (15 สิงหาคม 2562) กองเทพ เคลือบพานิชกุล. การใช้ภาษาไทย. กรุงเทพฯ : โอเอสพริ้นติ้งเฮ้าส์, 2542. กฤษฎา แก้วสิงห์. การศึกษาความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีการวัดและประเมินควบคู่กับการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ โรงเรียนสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมาเขต 4. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2551. กัณหา คำหอมกุล.การพัฒนาความสามารถในการเขียนสรุปความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบแผนผังความคิด. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2548. กิตติยา รัศมีแจ่ม. การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์จากหนังสือพิมพ์รายวันของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 โรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา.สาร นิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2549. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. การคิดเชิงวิเคราะห์. กรุงเทพฯ : ซัคเซส มีเดีย, 2546. เกษณี สิมสีดา. การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่องอาหารและ สารอาหารโดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้5 ขั้นชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4. การศึกษาค้นคว้าอิสระ การศึกษามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2550. จันทิมา สุขสำราญ.การพัฒนาชุดฝึกทักษะการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 .โรงเรียนนายมวิทยาคาร อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29 จังหวัดอุบลราชธานี และอำนาจเจริญ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ จิรเดช เหมือนสมาน. การพัฒนาชุดฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์จากสื่อสิ่งพิมพ์สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดทองเพลง สำนักงานเขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร.สาร นิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2551.


98 จีรัณดา กั้วพิสมัย . การพัฒนาแผนการสอนและแบบฝึกทักษะการอ่าน เชิงวิเคราะห์ วิชาภาษาไทยชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6. การศึกษาค้นคว้าอิสระการศึกษามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัย มหาสารคาม, 2545. จุติมา นาควรรณ. ผลของการสอนเขียนโดยใช้เทคนิคระดมสมองและแผนผังความคิดที่มีต่อ ความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544. ฉวีวรรณ กีรติกร. การส่งเสริมทักษะการคำนวณในระดับประถมศึกษา การพัฒนาทักษะการคิด คำนวณของนักเรียนในระดับประถมศึกษา. กรุงเทพ ฯ : บุ๊คพอยท์, 2545. ฉวีวรรณ คูหาภินันท์. การอ่านและการส่งเสริมการอ่าน. กรุงเทพฯ: ศิลปาบรรณคาร, 2542. ฉันทนา การสอาด. การสร้างแบบฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม. การศึกษาค้นคว้าอิสระการศึกษามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2547. ชนาธิป พรกุล. การออกแบบการสอนการบูรณาการการอ่าน การคิดวิเคราะห์และการเขียน. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. ชวลิต ชูกำแพง. การพัฒนาหลักสูตร. มหาสารคาม : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2551. ชัยยงค์ พรหมวงศ์. เอกสารการสอนชุดวิชาสื่อการสอนระดับประถมศึกษา. นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2540. ชาติแจ่มนุช. สอนอย่างไรให้คิดเป็น. กรุงเทพฯ : เลี่ยงเชียง, 2545. ฐะปะนีย์ นาครทรรพ. การสอนภาษาไทยระดับประถมศึกษา. กรุงเทพฯ: เมธีทิปส์, 2545. ดวงเดือน อ่อนน่วม และคณะ. เรื่องน่ารู้สำหรับครูคณิตศาสตร์. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช, 2536. ถวัลย์มาศจรัส. PDCA นวัตกรรมการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และ การเขียนหนังสือสำหรับครูและผู้บริหาร. กรุงเทพ ฯ : ไทยวัฒนาพานิช, 2546. ทรงธรรม ปิ่นโต,จริยา เปรมศิลป์และคณะ.เศรษฐศาสตร์เล่มเดียวอยู่.กรุงเทพฯ: ธนาคารแห่งประเทศ ไทย,2555. ทัศนีย์ศุภเมธี. การสอนภาษาไทย. กรุงเทพ ฯ : สถาบันราชภัฎธนบุรี, 2542. เทพรัตนราชสุดาฯ, สมเด็จพระ. การพัฒนานวัตกรรมเสริมทักษะการเรียนการสอนภาษาไทยสำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนคริ นทรวิโรฒประสานมิตร, 2529. นพดล จันทร์เพ็ญ. การใช้ภาษาไทย. กรุงเทพฯ : ต้นอ้อ, 2542. นันทนา คำสุข. การพัฒนาชุดฝึกทักษะการอ่านเพื่อจับใจความกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฎ อุบลราชธานี, 2552. นิลวรรณ เจตวรัญญู. การเปรียบเทียบความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ในวิชาภาษาไทยของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนโดยใช้เทคนิคการคิดแบบหมวกหกใบกับ การสอนปกติ. สารนิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิ โรฒ, 2549. บุญเกื้อ ควรหาเวช. นวัตกรรมการศึกษา. กรุงเทพ ฯ : เอสอาร์พริ้นติ้ง, 2542.


99 บุญชม ศรีสะอาด. การพัฒนาการสอน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพ ฯ : ชมรมเด็ก, 2541. _________. การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพ ฯ : สุวีริยาสาส์น, 2545. บุญชม ศรีสะอาด และคณะ. พื้นฐานการวิจัยการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 4. กาฬสินธุ์: ประสานการพิมพ์ 2552. ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ. การพัฒนาการคิด. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพ ฯ : 9119 เทคนิคพริ้นติ้ง, 2551. ประสาท อิศรปรีดา. สารัตถะจิตวิทยาการศึกษา. มหาสารคาม : ภาควิชาจิตวิทยาการศึกษา และ การแนะแนว คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2541. ผดุง อารยะวิญญู. การศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพ ฯ : บริษัทรำ ไทย เพรส จำกัด, 2546. พร้อมพรรณ อุดมสิน. การวัดและการประเมินผลการเรียนการสอนคณิตศาสตร์. กรุงเทพ ฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540. พริ้มเพรา หันตรา. การใช้แบบฝึกพัฒนาทักษะการเขียนสรุปความจากบทร้อยแก้ว. กรุงเทพ ฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2541. พวงรัตน์ทวีรัตน์. วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์(ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพ ฯ : สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2543. เพ็ญศรีสร้อยเพชร. ชุดการเรียนการสอน. นครปฐม : คณะครุศาสตร์สถาบันราชภัฏนครปฐม, 2542 ฟ้ า มุ่ ย สุ กั ณ ศี ล . ค ว า ม พึ ง พ อ ใจ ต่ อ ก า ร ให้ บ ริ ก า ร ข อ ง ส ำ นั ก งา น เล ข า นุ ก า ร สั ง ค ม ศ า ส ต ร์ ม ห า วิท ย า ลั ย เ ชี ย ง ใ ห ม่ . เ ชี ย ง ใ ห ม่ : ค ณ ะ ศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2548. ภัทรา นิคมานนท์. การประเมินผลการเรียน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: อักษราพิพัฒน์, 2540. มุกดา ลิบลับ. ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร. กรุงเทพ : ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษย์ศาสตร์และ สังคมศาสตร์สถาบันราชภัฏพระนครเหนือ, 2542. ราตรี เสริฐเลิศ. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะประกอบกลุ่มร่วมมือแบบ STAD เรื่อง การเขียนคำที่มีตัวการันต์กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปี ที่6. การศึกษาค้นคว้าอิสระการศึกษามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2552. รุจิร์ ภู่สาระ. การเขียนแผนการเรียนรู้. กรุงเทพ ฯ : บุ๊คพ้อยต์, 2545. โรงเรียนนายมวิทยาคาร. รายงานการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้น พื้นฐาน โรงเรียนนายมวิทยาคาร. อำนาจเจริญ : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29, 2552. _________. สรุปรายงานการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ปีการศึกษา 2550 - 2552. อำนาจเจริญ : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29, 2553. ลักขณา สิริวัฒน์. จิตวิทยาเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, 2541. ลินจง จันทรวราทิตย์. การอ่านเพื่อชีวิต. นครปฐม : สถาบันราชภัฏนครปฐม, 2542. วนิช สุธารัตน์. การคิดและความคิดสร้างสรรค์. กรุงเทพ ฯ : สุวีริยาสาสน์, 2547. วนิดา เกศานุช. ผลการอ่านเชิงวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้แบบฝึกทักษะ ประกอบกลุ่มร่วมมือแบบ NHT. การศึกษาค้นคว้าอิสระการศึกษามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย


100 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2553. วนิดา สุขวนิช. “การใช้แบบฝึกเพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจหลักเกณฑ์ทางภาษาของนักเรียน ประถมศึกษาปีที่ 4 เกี่ยวกับการอ่านและเขียนคำควบกล้ำ อักษรนำ และตัวการันต์,” วารสารการวิจัยทางการศึกษา. 1 (2) : (33 - 44); มกราคม, 2540. วรรณี โสมประยูร. การสอนภาษาไทยระดับประถมศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ไทย วัฒนาพานิช, 2544. วรวิทย์ ศรีสุวรรณ.หลักเศรษฐศาสตร์.พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : ศูนย์หนังสือเมืองไทย จำกัด,2558 วัฒนาพร ระงับทุกข์. แผนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพ ฯ : แอลทีเพลส จำกัด, 2542. วิมลรัตน์สุนทรโรจน์. นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้. กรุงเทพ ฯ : ช่างทอง, 2549. วิเศษ ชาญประโคน. ภาษาไทย 1. กรุงเทพ ฯ : ทริปเพิ้ล, 2549. ศิริพงศ์ พยอมแย้ม. การศึกษาผลสัมฤทธิ์และความพึงพอใจในการเรียนของนักศึกษาโดยใช้ชุดฝึก ทักษะด้วยตนเอง เรื่อง การประดิษฐ์ตัวอักษร. รายงานการวิจัยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2545. ศิริพร กอนวงค์. ชุดฝึกทักษะการอ่านเพื่อความเข้าโดยใช้แผนภาพโครงเรื่อง สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา, 2543. ศิริพร ลิมตระการ. “ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการอ่าน,” ในเอกสารการสอนชุดการสอนภาษาไทย หน่วยที่ 1 - 7 สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 96 - 97. นนทบุรี:มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2534 ศิวกานท์ ปทุมสูติ. การอ่านเพื่อชีวิต. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, 2540. ศรีสุดา จริยากุล. เอกสารการสอนชุดวิชาภาษาไทย การอ่านหน่วยที่ 1 - 5. นนทบุรี: สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2540. สนิท ตั้งทวี. การใช้ภาษาเชิงปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : โอ. เอส. พริ้นติ้งเฮาส์, 2538. สมนึก ภัททิยธนี. การวัดผลการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 6. กาฬสินธุ์ : ประสานการพิมพ์, 2551. สมบัติท้ายเรือคํา. ระเบียบวิธีวิจัยสำหรับมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 2.กาฬสินธุ์: ประสานการพิมพ์, 2551. สมศักดิ์ สินธุรเวชญ์. เอกสารทางวิชาการการพัฒนากระบวนการเรียนการสอนเอกสารลำดับที่ 33. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช, 2540. สาคร ธรรมศักดิ์. ผลการสอนตามแนวคอนสตรัคติวิซึมแบบร่วมมือที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและ ความสามารถในการคิดแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. ปริญญา นิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2541. สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ. เอกสารเสริมความรู้สำหรับครูการสอนภาษาไทยแบบ มุ่งประสบการณ์ทางภาษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 2. โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2539. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ.2542 และที่ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ : พริกหวานกราฟฟิค, 2545. สำลี รักสุทธี. เทคนิควิธีการเขียนหลักสูตร. กรุงเทพฯ : พัฒนาศึกษา, 2544.


101 สุกิจ ศรีพรหม. “ชุดการสอนกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน,” วารสารวิชาการ. 1 (9): 68 -72; กันยายน, 2541. สุจริต เพียรชอบ และสายใจ อินทรัมพรรย์. วิธีสอนภาษาไทยระดับมัธยมศึกษา. กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2539. สุคนธ์ สิทธพานนท์. การจัดกระบวนการเรียนรู้ : เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. กรุงเทพ ฯ : อักษรเจริญ ทัศน์, 2545. _________. นวัตกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาคุณภาพของเยาวชน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: 9119 เทคนิคพริ้นติ้ง, 2551. สุนันทา มั่นเศรษฐวิทย์. หลักการและวิธีสอนอ่านภาษาไทย. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพ ฯ : โรงพิมพ์ไทย วัฒนาพานิช, 2545. สุรางค์ โค้วตระกูล. จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2536. สุวิทย์ มูลคำ. กลยุทธ์การสอนคิดวิเคราะห์. กรุงเทพ ฯ : ดวงกมลสมัย จำกัด, 2547. สุวิทย์ มูลคำและอรทัย มูลคำ. เรียนรู้สู่ครูมืออาชีพ. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพ ฯ : ภาพพิมพ์, 2549. สุวิมล ติรกานันท์. การสร้างเครื่องมือวัดตัวแปรในการวิจัยทางสังคมศาสตร์ : แนวทางสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. เสงี่ยม โตรัตน์. “การสอนเพื่อสร้างเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์,” วารสารศึกษาศาสตร์. 1 (1) : 26 - 27; มิถุนายน - ตุลาคม, 2546. เหมพรรณ โนทะยะ. การพัฒนาแบบฝึกทักษะความคิดสร้างสรรค์วิชาภาษาไทย ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอัสสัมชัญ กรุงเทพฯ. สารนิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิตบัณฑิต วิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2549. อธิพร ศรียมก. การประเมินสื่อการสอน เอกสารการสอนชุดวิชา 22302 สื่อการสอนระดับมัธยมศึกษา เล่ม 2 หน่วยที่8 - 15. พิมพ์ครั้งที่12. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2542. อรพรรณ พรสีมา. การคิด. กรุงเทพ ฯ : สถาบันพัฒนาทักษะการคิด, 2543. อรพิมพ์ เครือเนียม. การสร้างแบบฝึกทักษะการเขียนโคลงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสตรีชัยภูมิอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิตบัณฑิต วิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2544 อาชว์วิศิษฎ์ อู่ข้างอู่น้ำ. การพัฒนาแบบฝึกการวิเคราะห์คำภาษาบาลีสันสกฤตในภาษาไทยสำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนศรีอยุธยา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระภคินีเธอเจ้า ฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดีกรุงเทพมหานคร. สารนิพนธ์การศึกษา มหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2551. อารีย์ บัวคุ้มภัย. การสร้างแบบฝึกเพื่อเสริมทักษะการใช้ถ้อยคำในงานเขียนร้อยแก้ว สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2540. อารีย์วชิรวราการ. การวัดและการประเมินผลการเรียน. กรุงเทพ ฯ : สถาบันราชภัฎธนบุรี, 2542. อุทุมพร จามรมาน. วิธีการทำประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน (รวมเกณฑ์การ ประเมินและรายงาน. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ฟันนี่, 2544.


102 Bloom, Benjamins. Human Characteristics and school Learning. New York : McGraw - Hill co., 1976. Herzberg, Lorrie. Social Learning Theory. New Jersey : Prentice-Hill, 1959. Maslow, Abraham Harold. Motivation and Personality. 2 nd ed. New York : Harper and Row Inc, 1970. McGreger, Douglas. The Human Side of Enterprise. New York : McGraw-Hill Book Inc, 1960. Mcpeake, J.G. “The Effects of Original Systematic Study Worksheets, Reading Level and Sex on the Spelling Achievement of Sixth Grade Students,” Dissertation Abstracts International. 39 : 7199 - A, 1979. Tomaszczyk, J. On bilingual dictionaries. the case for bilingual dictionaries for foreign Language learners. New York: Academic press, 1983.


ภาคผนวก


ภาคผนวก ก รายนามผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย


60 รายนามผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1.นางสาวเพ็ญศรี กุลพัฒน์ ตำแหน่ง ครู หัวหน้างาน พัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน วุฒิการศึกษา ศิลปะศาสตร์มหาบัณฑิต (ศศ.ม.) วิชาเอก ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา นวัตกรรมและแผนการจัดการเรียนรู้ 2.นายวิเศรษฐ ศรีแสง ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ หัวหน้างานพัสดุ วุฒิการศึกษา ปริญญาโท ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต วิชาเอก หลักสูตรและการสอน ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยหลักสูตรการสอนและการวัดผล ประเมินผล 3. นายสุริยา สามแก้ว ตำแหน่ง ครู หัวหน้างานวิจัยพัฒนานวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ วุฒิการศึกษา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (ศษ.ม.) วิชาเอก บริหารการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม และด้านการวิจัย 4. นายสมาน คูณสวัสดิ์ ตำแหน่ง ครู หัวหน้างาน วัดผลและประเมินผล วุฒิการศึกษา วิศวศาสตร์บัณฑิต (วศ.บ.) วิชาเอก วิศวกรรมเครื่องกล ผู้เชี่ยวชาญด้านด้านการวิจัยและการวัดผล ประเมินผล 5. นางสาวรุจิรา พูลเพิ่ม ตำแหน่ง ครู หัวหน้าครูที่ปรึกษา วุฒิการศึกษา บริหารธุรกิจบัณฑิต (บธ.บ.) วิชาเอก การบัญชี ผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาชีพการบัญชี


ภาคผนวก ข เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย - ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้ - ตัวอย่างชุดฝึกทักษะ - แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน - แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ - แบบประเมินชุดฝึกทักษะ - แบบสอบถามความพึงพอใจ


แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 1 ชื่อวิชา การบัญชีชั้นสูง 1 สอนครั้งที่ 1-4 ชื่อหน่วย การบัญชีของกิจการร่วมค้า ชั่วโมงรวม 14 ชื่อเรื่องและชื่องาน การบัญชีของกิจการร่วมค้า จำนวนชั่วโมง 14 หัวข้อเรื่องและงาน 1.1 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกิจการร่วมค้า 1.2 ประเภทของธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจร่วมค้า 1.3 สาเหตุที่มีการทำธุรกิจแบบร่วมค้า 1.4 การบันทึกบัญชีของกิจการร่วมค้า สาระสำคัญ ธุรกิจที่ดำเนินการเกี่ยวกับการรับจ้างทำงานในโครงการใหญ่ ๆ หรือรับงานที่มีการประกวดราคา นั้นผู้ประกอบการที่มีเงินลงทุนไม่เพียงพอหรือขาดแคลนทางด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้ไม่สามารถรับงาน นั้น ๆ ได้ ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการร่วมกับผู้ประกอบการอื่นในการรับงาน ซึ่งเป็นการยกระดับความสามารถและเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ ตลอดจนเป็นการเพิ่ม ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน การรวมตัวของธุรกิจทำให้ธุรกิจมีองค์กรขนาดใหญ่ สามารถแข่งขันกับคู่แข่ง ทางธุรกิจได้ ลักษณะของการรวมกิจการ อาจจะมีการนำเงินและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาร่วมกันลงทุน โดยมี การกำหนดสัดส่วนและจัดสรรผลประโยชน์ระหว่างกัน มีการแบ่งแยกสิทธิและหน้าที่ รวมทั้งการแบ่งกำไร หรือขาดทุนอย่างชัดเจน การรวมกิจการดังกล่าวที่นิยมกันในปัจจุบัน คือ กิจการร่วมค้า และกิจการค้าร่วม สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับการบัญชีกิจการร่วมค้า ปฏิบัติงานบันทึกบัญชีร่วมค้าโดยไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าได้ถูกต้อง 2. ปฏิบัติงานบันทึกบัญชีร่วมค้าโดยเปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหากได้ถูกต้อง จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการบัญชีของกิจการร่วมค้า ประเภท ของธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจร่วมค้า สาเหตุที่มีการทำธุรกิจแบบร่วมค้า การบันทึกบัญชีของกิจการร่วมค้า 2. เพื่อให้มีทักษะในการปฏิบัติงานทางการบัญชีให้ถูกต้องตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป สำหรับกิจการร่วมค้า 3. เพื่อให้มีมนุษยสัมพันธ์ มีความสนใจใฝ่รู้ มีความรับผิดชอบ


จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ 1. บอกความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกิจการร่วมค้าได้ 2. บอกประเภทของธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจร่วมค้าได้ 3. บอกสาเหตุที่มีการทำธุรกิจแบบร่วมค้าได้ ด้านทักษะ 4. บันทึกบัญชีของกิจการร่วมค้าได้ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5. รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 6. มีความกระตือรือร้นในการใฝ่หาความรู้ใหม่ 7. มีการเตรียมพร้อมในการเรียนและการปฏิบัติงาน เนื้อหาสาระ 1.1 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกิจการร่วมค้า 1.1.1 ความหมายของกิจการร่วมค้า 1.1.2 ลักษณะของการร่วมค้า 1.1.3 รูปแบบของการร่วมค้า 1.1.4 รายการค้าระหว่างผู้ร่วมค้ากับการร่วมค้า 1.1.5 การเปิดเผยข้อมูล 1.1.6 ประโยชน์ของการร่วมค้า 1.2 ประเภทของธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจร่วมค้า 1.3 สาเหตุที่มีการทำธุรกิจแบบร่วมค้า 1.4 การบันทึกบัญชีของกิจการร่วมค้า 1.4.1 วิธีที่ 1 ไม่เปิดสมุดบัญชีของกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก 1.4.2 วิธีที่ 2 วิธีเปิดสมุดบัญชีของกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก กิจกรรมการเรียนการสอน ขั้นตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ขั้นตอนการเรียนหรือกิจกรรมของนักเรียน ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (สอนครั้งที่ ) 1. สนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับรูปแบบการค้า - ร่วมสนทนาและตอบคำถาม 2. บอกเนื้อหาและจุดประสงค์ในการเรียน - ฟังและจดบันทึก 3. แจกแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 1 - ทำแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 1 4. เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 1 - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 1 -


ขั้นดำเนินการสอน 1. นักศึกษาแบ่งกลุ่มด้วยกิจกรรมเกม “รวมเงิน รวมคน” (ร้องเพลงรวมเงิน เพื่อแบ่งจำนวนคน) จะได้กลุ่มละ 5-6 คน - ร่วมกิจกรรมเกม - แบ่งกลุ่มและนั่งตามกลุ่ม 2. นักศึกษาทำความเข้าใจใบงาน และปฏิบัติ กิจกรรมตามใบงาน โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ แบบ Active Learning ด้วยการเรียนรู้ที่เน้น ทักษะกระบวนการคิด (Thinking Based Learning) - นักศึกษาปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม โดยใช้ กระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยการเรียนรู้ที่เน้นทักษะกระบวนการคิด (Thinking Based Learning) 3. แจกเอกสารประกอบการเรียนเรื่อง ความรู้ ทั่วไปเกี่ยวกับกิจการร่วมค้า ประเภทของธุรกิจ แบบร่วมค้า การบันทึกบัญชีของกิจการร่วมค้า ครูเดินดู สังเกต พฤติกรรม คอยให้ความ ช่วยเหลือเมื่อนักเรียนมีข้อสงสัย 4. บรรยายและสาธิต ด้วยโปรแกรม MS excel - ทำความเข้าใจ ดูการสาธิตจากครู - ทำการฝึกทักษะการเรียนรู้จากเอกสาร ประกอบการเรียน ขั้นนำไปใช้ 1. มอบหมายแบบฝึกหัดหน่วยที่ 1 ทำเป็น รายบุคคลแต่นั่งทำกันรวมเป็นกลุ่ม - ทำแบบฝึกหัด 2. ให้นักเรียนช่วยกันดูว่าเพื่อนทำแบบฝึกหัด ถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องทำอย่างไร - ช่วยกันดูและบอกวิธีทำที่ถูกต้อง ชั้นสรุปและวัดผล 1. ให้นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ กิจการร่วมค้า ประเภทของธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจ ร่วมค้า สาเหตุที่มีการทำธุรกิจแบบร่วมค้า การ บันทึกบัญชีของกิจการร่วมค้า - ช่วยกันสรุปเนื้อหา 2. เปิดโอกาสให้นักเรียนโดยการซักถาม - ซักถาม 3. มอบหมายงานให้นักศึกษาทำแบบฝึกหัด - ทำแบบฝึกหัด 4. แจกแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยที่ 1 - ทำแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยที่ 1 5. เฉลยแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยที่ 1 - เฉลยแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยที่ 1 งานที่มอบหมายหรือกิจกรรม ก่อนเรียน ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 1


ขณะเรียน 1. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 4 คน โดยเลือกประธานกลุ่ม รองประธานกลุ่มและ เลขานุการ 2. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาเนื้อหาเรื่อง 2.1ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกิจการร่วมค้า 2.2 ประเภทของธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจร่วมค้า 2.3สาเหตุที่มีการทำธุรกิจแบบร่วมค้า 2.4การบันทึกบัญชีของกิจการร่วมค้า 3. ให้นักเรียนในแต่ละกลุ่มนำเสนองานที่มอบหมายหน้าชั้นเรียน 4. ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดหน่วยที่ 1 หลังเรียน 1. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยที่ 1 2. ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดหน่วยที่ 1 3. ให้นักเรียนในแต่ละกลุ่มไปศึกษาเกี่ยวกับกิจการร่วมค้า โดยถ่ายรูปกิจการนั้น ๆ พร้อม อธิบายเกี่ยวกับรูปแบบของกิจการร่วมค้านั้น ๆ นำมาจัดทำใส่กระดาษ A4 การประเมินผล ก่อนเรียน สังเกตจากแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 1 เกณฑ์การให้คะแนน : ถูก 1 ข้อ ได้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินการผ่านสมรรถนะ : ได้คะแนนรวมเกินร้อยละ 50 ถือว่าผ่าน ขณะเรียน 1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคลและรายกลุ่ม 2. สังเกตการณ์แสดงความคิดเห็น 3. ถาม-ตอบเป็นรายบุคคล 4. ตรวจแบบฝึกหัด หลังเรียน สมรรถนะ : บอกความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกิจการร่วมค้าได้ บอกประเภทของธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจร่วมค้าได้ บอกสาเหตุที่มีการทำธุรกิจแบบร่วมค้าได้ บันทึกบัญชีของกิจการร่วมค้าได้ วิธีวัด : ตรวจแบบฝึกหัด เครื่องมือวัด : แบบฝึกหัด


เกณฑ์การให้คะแนน : ตอบคำถามในแบบฝึกหัดได้ข้อละ 1 คะแนน สื่อการเรียนการสอน สื่อสิ่งพิมพ์ กนกเพิ่ม ขันโคกกรวด.(2557). การบัญชีชั้นสูง 1. นนทบุรี : บริษัทศูนย์หนังสือเมืองไทย จำกัด. สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์. มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 (ปรับปรุง 2555) เรื่อง การนำเสนองบการเงิน. [ออนไลน์]. เข้าถงได้จาก : http://www.fap.or.th/images/column 1359010309/TAS%201%-%20Web_28%2011%2056.pdf (วันที่สืบค้น: 5 มกราคม 2558) _______มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 31 (ปรับปรุง 2555) เรื่อง ส่วนได้เสียในการร่วมค้า. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.fap.or.th/images/.../TAS%2031%20_Update%20%202_1_57.pdf (วันที่ สืบค้น : 28 มกราคม 2558) สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี) Power Point เรื่อง 1. ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกิจการร่วมค้า 2. ประเภทของธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจร่วมค้า 3. สาเหตุที่มีการทำธุรกิจแบบร่วมค้า 4. การบันทึกบัญชีของกิจการร่วมค้า หุ่นจำลองหรือของจริง (ถ้ามี) -


ตัวอย่างชุดฝึกทักษะ - ใบงาน (Job Sheet) ที่ 1 - ใบแบบฝึกหัด (Exercise Sheet) ที่ 1


ใบงาน (Job Sheet) ที่ 1 ชื่อวิชา การบัญชีชั้นสูง 1 รหัสวิชา 30201-2005 ชื่อหน่วย การบัญชีเกี่ยวกับกิจการร่วมค้า เวลา 4 ชั่วโมง หน่วยที่ ..1... หัวข้อเรื่อง การบัญชีกิจการร่วมค้า ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ จุดประสงค์ของชุดฝึกทักษะ 1. เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับการบัญชีของกิจการร่วมค้า ประเภทของธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจร่วม ค้า สาเหตุที่มีการทำธุรกิจแบบร่วมค้า การบันทึกบัญชีของกิจการร่วมค้า 2.เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจหลักการบันทึกบัญชีของกิจการร่วมค้า คำชี้แจง 1.นักศึกษาแบ่งกลุ่มด้วยกิจกรรมเกม “รวมเงินรวมคน” (ร้องเพลงรวมเงิน เพื่อแบ่งจำนวน คน) จะได้กลุ่มละ 5-6 คน 2.แต่ละกลุ่มเลือกหัวหน้ากลุ่มและเลขานุการของกลุ่ม 3.ให้แต่ละกลุ่มศึกษาใบความรู้และแหล่งค้นคว้าเพิ่มเติมตามที่สนใจเพื่อทำความเข้าใจใน หัวข้อต่อไปนี้ - ลักษณะของกิจการร่วมค้า - ประเภทธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจร่วมค้า - สาเหตุที่มีการทำธุรกิจแบบร่วมค้า - หลักการบัญชีของกิจการร่วมค้า 4. แนวทางการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นตอนการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยการ เรียนรู้ที่เน้นทักษะกระบวนการคิด (Thinking Based Learning) ดังนี้ ลำดับขั้น องค์ประกอบกิจกรรมการ เรียนรู้ สื่อหรือแหล่งเรียนรู้/ อุปกรณ์ การวัดผลประเมินผล 1.การแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 5 คน เกม”รวมเงินรวมคน” เพลง 2. เลือก หัวหน้ากลุ่ม และเลขากลุ่ม โดยใช้เสียงข้าง มาก -เสนอชื่อหัวหน้ากลุ่ม -เลือกโดยถือมติตามเสียงข้าง มาก -หัวหน้ากลุ่มเลือกเลขานุการ 3.ศึกษาความรู้ จากใบความรู้ และแหล่ง เรียนรู้อื่น ๆ - สมาชิกร่วมกันศึกษาความรู้ ตามหัวข้อที่ได้รับมอบหมาย โดยอาศัยประสบการณ์และ การค้นคว้าจากแหล่งความรู้ ต่าง ๆ - ใบความรู้ ในgoogle classroom ที่ครูเตรียม ให้ - เว็ บ ไซ ด์ ต่ า ง ๆ ที่ นักศึกษาสนใจ สังเกตพฤติกรรม -ความสนใจใฝ่รู้


- อื่น ๆ 4. การระดม ความคิดเห็น -สมาชิกแต่ละคนนำเสนอ ความรู้ที่ตนเองได้ค้นคว้ามา ต่อกลุ่ม ให้เลขาฯ จดบันทึก ข้อมูลของทุกคน - กระดาษ - ปากกา - สมาร์ทโฟน สังเกตพฤติกรรม -การแสดงความคิดเห็น อย่างสร้างสรรค์ 5.สะท้อน ความคิดใน กลุ่มย่อย/การ อภิปราย -สะท้อนความคิดเห็นของ สมาชิกนำความคิดของสมาชิก ทุกคนมาอภิปรายข้อมูลเพื่อ พิจารณา วิเคราะห์ข้อมูล - กระดาษ - ปากกา - สมาร์ทโฟน สังเกตพฤติกรรม -การแสดงความคิดเห็น อย่างสร้างสรรค์ 6. สรุปองค์ ความรู้ - นำข้อมูลที่วิเคราะห์แล้วมา สรุปเป็นองค์ความรู้ของกลุ่ม ด้วยรูปแบบต่าง ๆ ตามที่กลุ่ม ตั ด สิ น ใจ เช่ น โป ส เต อ ร์ power point แผนผัง แผ่น พับ คลิปวิดีโอ เป็นต้น - กระดาษ - ปากกา - สมาร์ทโฟน สังเกตพฤติกรรม -การใช้วัสดุอุปกรณ์ อย่างคุ้มค่า ปลอดภัย - การมีส่วนร่วมสร้าง ชิ้นงานกลุ่ม 7. นำเสนอ ผลงาน - นำเสนองานกลุ่ม - เครื่องฉาย - เครื่องคอมพิวเตอร์ - ชิ้นงานของกลุ่ม ประเมินผลการ ปฏิบัติงานจากผลงาน การนำเสนอ 8. สะท้อน ความคิดใน กลุ่มใหญ่ - ให้มีการซักถาม ตอบคำถาม เพื่อสะท้อนความคิดของแต่ละ กลุ่มในกลุ่มใหญ่ 9. สรุป ความคิดรวบ ยอด - นักศึกษาเขียนสรุปความคิด รวบ ยอดของตนเอง ด้วย แ ผ น ผั ง ค ว า ม คิ ด (Mind mapping) แผนผังความคิด


ใบแบบฝึกหัด (Exercise Sheet) ครั้งที่ 1 ชื่อวิชา การบัญชีชั้นสูง 1 รหัสวิชา 30201-2005 ชื่อหน่วย การบัญชีเกี่ยวกับกิจการร่วมค้า สอนครั้งที่ 2 เวลา 4 ชั่วโมง หน่วยที่ ..1... หัวข้อเรื่อง การบัญชีเกี่ยวกับกิจการร่วมค้า ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ คำชี้แจง 1.นักศึกษาทำแบบฝึกหัดลงในสมุดแบบฝึกหัดตามแบบฟอร์มที่กำหนดให้ หรือในโปรแกรม MS excel 2.ให้บันทึกบัญชีเกี่ยวกับกิจการร่วมค้า เฉพาะวิธีที่ 1 วิธีไม่เปิดสมุดกิจการร่วมค้า 3. กำหนดเวลา 120 นาทีคะแนนเต็ม 10 คะแนน 4. เมื่อทำแบบฝึกหัดเสร็จเรียบร้อย ให้ตรวจเฉลยพร้อมกันโดยครูจะเฉลยแบบฝึกหัดด้วยการ สาธิตวิธีทำให้ดูอีกครั้ง 5. นักศึกษาตรวจแก้ไขให้ถูกต้อง รวบรวมส่งครู 6. ครูตรวจให้คำแนะนำรายบุคคล (แบบสุ่ม) ข้อ 1


ตัวอย่างแบบฟอร์มสมุดบันทึกรายการชั้นต้น


แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน -ตอนที่ 1 แบบทดสอบแบบอัตนัย -ตอนที่ 2 แบบทดสอบแบบปรนัย


ตอนที่ 1 แบบทดสอบแบบอัตนัย คำชี้แจง 1. นักศึกษาเลือกทำแบบประเมินในโปรแกรม MS excel ตามแบบฟอร์มที่กำหนดให้หรือตาม แบบฟอร์มที่นักศึกษาสร้างเอง 2. แบบประเมินจำนวน 1 ข้อ เวลาทำ 90 นาที


แบบฟอร์มในโปรแกรม MS excel


ตอนที่ 2 แบบทดสอบหน่วยที่ 1 เรื่องการบัญชีของกิจการร่วมค้า วิชา การบัญชีชั้นสูง 1 รหัสวิชา 30201-2005 แบบทดสอบแบบปรนัย จำนวน 10 ข้อ เวลา 20 นาที ------------------------------------------------------------------------------------------------------ คำชี้แจง 1. อนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลขได้ 2. ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของการร่วมค้า ก. การร่วมค้าประกอบด้วยบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปร่วมกันลงทุนดำเนินการค้า ข. วัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจงอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อหวังผลกำไรจากการค้านั้น ๆ ค. ระยะเวลาในการดำเนินงานไม่ถาวรเหมือนการค้าปกติ ง. มีการนำกฎหมายว่าด้วยบริษัทจำกัดมาบังคับใช้ 2. รูปแบบของการร่วมค้าข้อใดที่ต้องมีการจดบันทึกรายการค้าและจัดทำงบการเงินของกิจการร่วมค้ า ก. การดำเนินงานที่ควบคุมร่วมกัน ข. การดำเนินงานที่มีลักษณะเป็นอิสระ ค. กิจการที่ควบคุมร่วมกัน ง. สินทรัพย์ที่ควบคุมร่วมกัน 3. ข้อใดเป็นสาเหตุที่มีการทำธุรกิจแบบร่วมค้าด้านการลดค่าใช้จ่าย ก. ผู้ประกอบการที่ขาดความรู้ ประสบการณ์ เทคโนโลยีและทรัพยากรอื่น ๆ ที่ทันสมัย ข. ผู้ประกอบการต้องการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงแต่ต้องมีต้นทุนต่ำ ค. ผู้ประกอบการไม่สามารถจัดหาเงินลงทุนได้จึงจำเป็นจะต้องมีการลงทุนร่วมกับผู้ประกอ บการอื่น ง. ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจประเภทเดียวกันทำความร่วมมือกันทำให้ทั้งสองฝ่ายได้รับผลปร ะโยชน์ 4. บัญชีที่เกี่ยวข้องกับการบันทึกบัญชีวิธีไม่เปิดสมุดบัญชีของกิจการร่วมค้าแยกต่างหากบัญชีใดมีลัก ษณะเดียวกันกับบัญชีทุนหรือกระแสทุนของผู้เป็นหุ้นส่วนของกิจการห้างหุ้นส่วน ก. บัญชีเดินสะพัด


ข. บัญชีผู้เป็นหุ้นส่วน ค. บัญชีร่วมค้า ง. บัญชีผู้ร่วมค้า 5. รายการค้าข้อใดที่จะต้องบันทึกเดบิตบัญชีร่วมค้า ก. ขายสินค้าเป็นเงินเชื่อ ข. ผู้ร่วมค้าจ่ายชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ ค. ผู้ร่วมค้าโอนสินค้าจากกิจการร่วมค้า ง. ผู้ร่วมค้านำสินค้ามาลงทุนในกิจการร่วมค้า 6. กนก เข้ม และคม ตกลงทำการร่วมค้า กนกส่งเงินให้ คม ในสมุดบัญชีของกนก จะบันทึกบัญชีอย่างไรถ้ากิจการใช้วิธีไม่เปิดสมุดบัญชีของกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก ก. เดบิต เข้ม xx เครดิต คม xx ข. เดบิต คม xxเ ครดิต เข้ม xx ค. เดบิต คม xx เครดิต เงินสด xx ง. เดบิต เงินสด xx เครดิต คม xx 7. กนก รับชำระหนี้จากลูกหนี้ 3,000 บาท ที่ขายสินค้าเป็นเงินเชื่อในสมุดบัญชีของกนก จะบันทึกบัญชีอย่างไร ถ้ากิจการใช้วิธีไม่เปิดสมุดบัญชีของกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก ก. เดบิต เงินสด 3,000 เครดิต กนก 3,000 ข. เดบิต ลูกหนี้ 3,000 เครดิต เงินสด 3,000 ค. เดบิต เงินสด 3,000 เครดิต ลูกหนี้ 3,000 ง. ไม่บันทึกบัญชี 8. กนก นำสินค้ามาลงทุน สมุดบัญชีกิจการร่วมค้าจะบันทึกบัญชีอย่างไร ถ้ากิจการใช้วิธีเปิดสมุดบัญชีของกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก ก. เดบิต ซื้อสินค้า xx เครดิต ทุนกนก xx ข. เดบิต ซื้อสินค้า xx เครดิต เงินสด xx ค. เดบิต ซื้อสินค้า xx เครดิต เงินลงทุนในกิจการร่วมค้า xx


ง. เดบิต เงินลงทุนในกิจการร่วมค้า xx เครดิต ซื้อสินค้า xx 9. ในกรณีกิจการร่วมค้าคิดค่าเช่าให้กนก สมุดบัญชีของกนกจะบันทึกบัญชีอย่างไร ถ้ากิจการใช้วิธีเปิดสมุดบัญชีของกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก ก. เดบิต ค่าเช่า xx เครดิต ทุนกนก xx ข. เดบิต ค่าเช่า xx เครดิต เงินสด xx ค. เดบิต เงินลงทุนในกิจการร่วมค้า xx เครดิต รายได้ค่าเช่า xx ง. เดบิต เงินสด xx เครดิต รายได้ค่าเช่า xx 10. กรณีกิจการร่วมค้าดำเนินการยังไม่เสร็จสิ้น มีวิธีการคำนวณหากำไรขาดทุนจากการร่วมค้าอย่างไร ถ้ากิจการใช้วิธีไม่เปิดสมุดบัญชีของกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก ก. ขายสินค้า – สินค้าคงเหลือ – ซื้อสินค้าและค่าใช้จ่าย ข. ขายสินค้า + ซื้อสินค้าและค่าใช้จ่าย – สินค้าคงเหลือ ค. ขายสินค้า + สินค้าคงเหลือ – ซื้อสินค้าและค่าใช้จ่าย ง. ขายสินค้า + สินค้าคงเหลือ + ซื้อสินค้าและค่าใช้จ่าย


แบบประเมินคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้ชุดฝึกทักษะ การบัญชีชั้นสูง 1 รหัสวิชา 30201-2005 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก (สำหรับผู้เชี่ยวชาญ) คำชี้แจง โปรดกาเครื่องหมาย() ลงในช่องว่างที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านมากที่สุด ซึ่งมีระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ 5 คะแนน หมายถึง มีคุณภาพ มากที่สุด 4 คะแนน หมายถึง มีคุณภาพ มาก 3 คะแนน หมายถึง มีคุณภาพ ปานกลาง 2 คะแนน หมายถึง มีคุณภาพ น้อย 1 คะแนน หมายถึง มีคุณภาพ น้อยที่สุด รายการประเมิน ระดับคุณภาพ 5 4 3 2 1 1. ด้านจุดประสงค์การเรียนรู้ 1.1 สอดคล้องกับผลการเรียนรู้ 1.2 ระบุพฤติกรรมที่ต้องการวัดได้ชัดเจน ครอบคลุม 2. ด้านเนื้อหา 2.1 เหมาะสมกับนักเรียน 2.2 มีความยากง่ายพอเหมาะ 2.3 เนื้อหาชัดเจน ต่อเนื่อง 2.4 เนื้อหาน่าสนใจ 2.5 เนื้อหานำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ 3. ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 3.1 สอดคล้องกับเนื้อหา 3.2 เหมาะสมกับวัยของนักเรียน 3.3 น่าสนใจ กระตุ้นให้นักเรียนทำกิจกรรม 3.4 กระตุ้นให้นักเรียนแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง 3.5 ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์และปฏิบัติงาน 4. สื่อการเรียนรู้ 4.1 เหมาะสมกับเนื้อหาและกิจกรรม 4.2 เป็นรูปธรรม เข้าใจง่าย 4.3 กระตุ้นให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้


หน้า 2 ข้อความ ระดับคุณภาพ 5 4 3 2 1 5. การวัดและประเมินผล 5.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ 5.2 วัดได้ครอบคลุมเนื้อหา 5.3 ประเมินผลตามสภาพจริง ลงชื่อ.......................................... (...................................................). ผู้เชี่ยวชาญ


แบบประเมินคุณภาพของชุดฝึกทักษะ การบัญชีชั้นสูง 1 รหัสวิชา 30201-2005 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก (สำหรับผู้เชี่ยวชาญ) คำชี้แจง โปรดกาเครื่องหมาย() ลงในช่องว่างที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านมากที่สุด ซึ่งมีระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ 5 คะแนน หมายถึง มีคุณภาพ มากที่สุด 4 คะแนน หมายถึง มีคุณภาพ มาก 3 คะแนน หมายถึง มีคุณภาพ ปานกลาง 2 คะแนน หมายถึง มีคุณภาพ น้อย 1 คะแนน หมายถึง มีคุณภาพ น้อยที่สุด รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น 5 4 3 2 1 1. ด้านคำแนะนำการใช้แบบฝึกทักษะ 1.1 สื่อความหมายชัดเจนเข้าใจง่าย 1.2 บอกรายละเอียดของเนื้อหาได้ครอบคลุม 2. ด้านเนื้อหา 2.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ 2.2 มีความชัดเจน 2.3 เหมาะสมกับวัยและความสนใจของนักเรียน 2.4 เป็นไปตามลำดับขั้นตอนการเรียนรู้ 2.5 มีความยากง่ายพอเหมาะ 2.6 ช่วยส่งเสริมทักษะการอ่าน การเขียน 2.7 เนื้อหานำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ 3. ด้านกิจกรรมในชุดฝึกทักษะ 3.1 สอดคล้องกับเนื้อหา 3.2 เหมาะสมกับวัยของนักเรียน 3.3 น่าสนใจ กระตุ้นให้นักเรียนทำกิจกรรม 3.4 กระตุ้นให้นักเรียนแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง 3.5 ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์และปฏิบัติงาน 4. ด้านการใช้ภาษา 4.1 ใช้คำสื่อความหมายได้ถูกต้องชัดเจน เข้าใจง่าย 4.2 ใช้ภาษาที่สุภาพ เหมาะสม


หน้า 2 รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น 5 4 3 2 1 5. ด้านรูปแบบ 5.1 นำไปใช้ได้สะดวก 5.2 มีความสวยงาม 5.3 น่าสนใจ 5.4 ภาพประกอบเหมาะสม 5.5 รูปแบบการพิมพ์ถูกต้อง เหมาะสม 6. ด้านการวัดและประเมินผล 6.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ 6.2 วัดได้ครอบคลุมเนื้อหา 6.3 ประเมินผลตามสภาพจริง 6.4 มีการเฉลยแบบฝึกหัดและแบบทดสอบในชุดฝึกทักษะ อย่างถูกต้อง ชัดเจน ลงชื่อ.......................................... (..........................................................) ผู้เชี่ยวชาญ


แบบสอบถามพึงพอใจที่มีต่อการใช้ชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 รหัสวิชา 30201-2005 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม คำชี้แจง โปรดทำเครื่องหมาย ()ลงใน หน้าข้อความที่ตรงกับความเป็นจริงของท่านเพียง คำตอบเดียว 1. เพศ 1. เพศชาย 2. เพศหญิง 2. อายุ 1. อายุ 18-20 ปี 2. อายุ 21-23 ปี 3. อายุ 24 ปีขึ้นไป ตอนที่ 2 แบบสอบถามพึงพอใจที่มีต่อการเรียนภาษีเงินได้นิติบุคคลกับการบัญชีของนักศึกษาสาขาวิชา การบัญชี วิทยาลัยเทคนิคเดชอุดม คำชี้แจง ให้อ่านข้อความแต่ละข้อแล้วให้ทำเครื่องหมาย () ในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของนักศึกษามาก ที่สุด ซึ่งมีความคิดเห็น 5 ระดับ ดังนี้ 5 คะแนน หมายถึง มีความคิดเห็น มากที่สุด 4 คะแนน หมายถึง มีความคิดเห็น มาก 3 คะแนน หมายถึง มีความคิดเห็น ปานกลาง 2 คะแนน หมายถึง มีความคิดเห็น น้อย 1 คะแนน หมายถึง มีความคิดเห็น น้อยที่สุด ข้อ รายการประเมิน ความคิดเห็น 5 4 3 2 1 1 เนื้อหาที่เรียนในชุดฝึกทักษะเป็นเรื่องที่น่าสนใจ 2 การเรียนรู้ด้วยชุดฝึกทักษะได้ศึกษาเนื้อหา สาระการเรียนรู้ได้ ครบถ้วนตามจุดประสงค์รายวิชา 3 เนื้อหาที่เรียนในชุดแบบฝึกทักษะไม่ยากเกินไป 4 กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยชุดฝึกทักษะมีแบบฝึกหัด ที่หลากหลาย 5 การเรียนรู้ด้วยชุดฝึกทักษะช่วยส่งเสริมให้นักเรียน มี ทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง 6 การเรียนรู้ด้วยชุดฝึกทักษะช่วยส่งเสริมทักษะ การคิดวิเคราะห์ และการคำนวณของนักเรียนให้สูงขึ้น 7 การเรียนรู้ด้วยชุดฝึกทักษะช่วยส่งเสริมทักษะการบันทึก


ข้อ รายการประเมิน ความคิดเห็น 5 4 3 2 1 บัญชีของนักเรียนให้สูงขึ้น 8 การเรียนรู้ด้วยชุดฝึกทักษะช่วยส่งเสริมให้นักเรียน มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนทุกขั้นตอน 9 การเรียนรู้ด้วยชุดฝึกทักษะมีการทดสอบความรู้ ความเข้าใจในการเรียนอย่างต่อเนื่อง 10 การเรียนรู้ด้วยชุดฝึกทักษะนักเรียนสามารถตรวจคำตอบและ ทราบผลคะแนนทันที ข้อเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………………..................... ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ...............................................................................................................................................


ภาคผนวก ค ผลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย


137 ผลการประเมินคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้ชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 รหัสวิชา 30201-2005 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ตามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ คะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญคนที่ R X 1 2 3 4 5 หน่วยที่ 1 การบัญชีสำหรับ กิจการร่วมค้า 4.28 4.56 4.72 4.50 4.56 22.61 4.52 ค่าเฉลี่ย ( X ) โดยรวม 4.52 ผลการประเมินคุณภาพของชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 รหัสวิชา 30201-2005 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1จำนวน 5 ท่าน ชุดฝึกทักษะที่ คะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญคนที่ R X 1 2 3 4 5 1 4.50 4.28 4.50 4.56 4.44 22.28 4.46 2 4.28 4.56 4.50 4.39 4.33 22.06 4.41 3 4.44 4.39 4.50 4.50 4.50 22.33 4.47 รวม 13.34 ค่าเฉลี่ย ( X ) โดยรวม 4.45


138 ผลการวิเคราะห์ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 รหัสวิชา 30201-2005 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ตามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน ข้อที่ คะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญคนที่ R IOC สรุปผล 1 2 3 4 5 1 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 นำไปใช้ได้ 2 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 นำไปใช้ได้ 3 +1 +1 0 +1 +1 4 0.80 นำไปใช้ได้ 4 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 นำไปใช้ได้ 5 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 นำไปใช้ได้ 6 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 นำไปใช้ได้ 7 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 นำไปใช้ได้ 8 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 นำไปใช้ได้ 9 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 นำไปใช้ได้ 10 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 นำไปใช้ได้


139 ผลการวิเคราะห์ค่าความยากง่าย (p) ค่าอำนาจจำแนก (r) และค่าความเชื่อมั่น (rcc) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 รหัสวิชา 30201-2005 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ข้อ p r สรุปผล 1 0.74 0.31 คัดเลือกไว้ 2 0.63 0.23 คัดเลือกไว้ 3 0.70 0.23 คัดเลือกไว้ 4 0.70 0.23 คัดเลือกไว้ 5 0.78 0.23 คัดเลือกไว้ 6 0.78 0.23 คัดเลือกไว้ 7 0.74 0.31 คัดเลือกไว้ 8 0.70 0.23 คัดเลือกไว้ 9 0.63 0.23 คัดเลือกไว้ 10 0.52 0.31 คัดเลือกไว้ ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทั้งฉบับเท่ากับ .73


140 ผลการวิเคราะห์ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) แบบสอบถามความพึงพอใจ ที่มีต่อการเรียนด้วยชุดฝึกทักษะการบัญชีชั้นสูง 1 รหัสวิชา 30201-2005 เรื่อง หลักการบันทึกบัญชีกิจการร่วมค้า กรณีไม่เปิดสมุดบัญชีกิจการร่วมค้าแยกต่างหาก สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่1 ตามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน ข้อที่ คะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญคนที่ R IOC สรุปผล 1 2 3 4 5 1 +1 +1 +1 +1 0 4 0.80 นำไปใช้ได้ 2 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 นำไปใช้ได้ 3 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 นำไปใช้ได้ 4 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 นำไปใช้ได้ 5 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 นำไปใช้ได้ 6 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 นำไปใช้ได้ 7 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 นำไปใช้ได้ 8 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 นำไปใช้ได้ 9 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 นำไปใช้ได้ 10 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 นำไปใช้ได้


Click to View FlipBook Version