43
2. วิธีการส่มุ เกบ็ ตัวอยา่ ง
2.1 ตวั อยา่ งทีส่ ่มุ เปน็ การสุม่ ต่อจากด่านฯ นำเขา้ ท่ีผ่านการตรวจสอบหาศัตรูพืชเรยี บร้อยแล้ว
(การสมุ่ เกบ็ ตัวอย่าง เฉพาะกรณสี ินค้านำเข้าทาง ดพ. เชยี งของ และแมส่ ายทตี่ ้องเดินทางไปเกบ็ ณ จุดนำเข้า
สว่ นดา่ นฯ อื่น เจา้ หนา้ ทด่ี า่ นฯ เปน็ ผนู้ ำส่งตัวอยา่ งทางไปรษณยี ม์ ายัง ดพ.เชยี งแสน)
2.2 เลือกชนดิ ตวั อย่างตามแผนท่ีกำหนดไวใ้ น Timeline ปริมาณตวั อยา่ งละ 1-2 กโิ ลกรมั
2.3 บรรจุตวั อยา่ งลงในถุงซิปล็อค พร้อมบันทกึ รายละเอียด ไดแ้ ก่ ลงเลขรบั ตัวอย่าง ชือ่ พืช
วนั เดอื นปีท่เี ก็บ ชอื่ ผู้เก็บตัวอยา่ ง และเลขรบั พ.ก.5 พรอ้ มบันทกึ ภาพ
2.4 บันทกึ รายละเอียดของเอกสารตวั อยา่ งพืชนำเข้าทสี่ มุ่ เกบ็ เรียบร้อยแล้ว
2.5 รวบรวมจำนวนตัวอย่างทั้งหมดใส่ตะกร้าหรือกล่อง ในการขนย้ายควรระมัดระวัง
อย่าให้ตัวอย่างซ้อนทบั กันเพราะจะทำให้ตัวอยา่ งช้ำและเน่าเสียไดง้ า่ ย
ภาพที่ 22 การสุ่มเก็บตัวอย่าง ภาพท่ี 23 การบันทึกภาพตวั อยา่ ง
3. การวิเคราะห์และการแปลผล
3.1 จัดเตรยี มสารเคมที ี่ใช้ในการวเิ คราะห์ใหพ้ รอ้ มในทกุ ข้นั ตอน
3.2 การเตรียมตัวอย่าง
3.2.1 ทำการสบั /ห่นั ตัวอย่างพชื แตล่ ะชนิดใหม้ ขี นาดเล็กลง เพอื่ ให้งา่ ยต่อการปั่น
3.2.2 นำตัวอย่างที่สับ/หั่น แล้ว เก็บรักษาที่อุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส เพื่อให้
ตวั อย่างแขง็ ตวั ง่ายตอ่ การป่นั โดยเครอ่ื งปั่นแบบละเอยี ด
3.2.3 เมือ่ ตัวอย่างแขง็ ตวั นำตวั อยา่ งออกมาปัน่ ละเอยี ด
(ทริค การปั่นขณะที่ตัวอย่างอยู่ในสภาพแข็งจะทำให้ปั่นตัวอย่างได้ง่ายและละเอียดทำให้ขั้นตอน
การสกัดสามารถสกัดสารเคมีทปี่ นเปอ้ื นออกมาได้ดี)
ภาพท่ี 24 การสับ/ห่ัน ตวั อย่างสม้ ภาพที่ 25 การปั่นละเอยี ดตัวอยา่ ง
44
3.2 การเตรียมตัวอยา่ ง (ต่อ)
3.2.4 การสกัดและ Clean up สารเคมีโดยใช้วิธี QueChERS มี 6 ข้นั ตอนดงั นี้
1. ชั่งตัวอย่าง (ผักและผลไม้สด) ที่ปั่นละเอียด น้ำหนัก 10 กรัม ใส่ลงใน
Centrifuge tube ขนาด 50 มิลลิลติ ร
2. เติม 1% acetic acid in acetonitrile 10 มิลลลิ ติ ร ลงใน Centrifuge tube ที่มี
ตวั อย่างผกั และผลไมส้ ดบรรจอุ ยู่ (ที่ช่ังตัวอยา่ งจากข้อ 1)
3. สกัดตัวอย่างด้วย Mix II (ประกอบด้วยสาร MgSO4 anhydrous 4 กรัม
และ Sodium Chloride 1 กรัม) เขย่าให้เข้ากันด้วยมือเป็นเวลา 1 นาที สลับกับการเขย่าด้วย Vortex
เป็นเวลา 1 นาที จนกระทัง่ ตัวอยา่ งและสารเคมผี สมเขา้ กันดี
4. นำตัวอย่างไปปั่นเหวี่ยงให้ตกตะกอนที่ความเร็วรอบ 3,500 รอบต่อนาที
เป็นเวลา 3 นาที แล้วนำสารละลายใสชั้นบนไปทำให้บริสุทธิ์ด้วยสาร Mix IV (ประกอบด้วยสาร MgSO4
600 มิลลิกรัม และ PSA 100 มิลลิกรัม) หรือ Mix V (ประกอบด้วยสาร MgSO4 600 มิลลิกรัม และ PSA
100 มิลลิกรัม และ Carbon 15 มิลลิกรัม) หรือ Mix VI (ประกอบด้วยสาร MgSO4 600 มิลลิกรัม และ
PSA 100 มลิ ลิกรัม และ Carbon 30 มิลลกิ รมั ) ทบ่ี รรจใุ น tube ขนาด 15 มลิ ลลิ ิตร
5. นำตัวอย่างไปเขย่าด้วย Vortex เป็นเวลา 1 นาที แล้วนำไปปั่นเหวี่ยงให้
ตกตะกอนทีค่ วามเรว็ รอบ 3,500 รอบต่อนาที เปน็ เวลา 3 นาที นำสารละลายใสชั้นบนปรมิ าตร 1 มลิ ลลิ ติ ร
ใสใ่ นขวด vial ขนาด 2 มลิ ลิลิตร แลว้ ไปทำให้แห้งดว้ ย Nitrogen dryer ทอี่ ุณหภูมหิ ้อง
6. เติมสาร hexane ปริมาตร 0.5 มิลลิลิตร ใส่ในขวด vial ขนาด 2 มิลลิลิตร
(ขวด vial เดยี วกันกบั ข้อ 5) ปดิ ฝาขวดให้เรยี บร้อยเตรียมนำเขา้ เคร่ือง GC
กขค
งจ
ภาพท่ี 26 การสกดั และ Clean up สารเคมีโดยใชว้ ธิ ี QueChERS
(ก) การช่งั ตัวอยา่ ง (ผักและผลไมส้ ด) ท่ีปั่นละเอยี ด น้ำหนัก 10 กรมั ใสล่ งใน Centrifuge tube ขนาด 50 มิลลลิ ติ ร
(ข)-(ค) การสกดั ตวั อย่างดว้ ย Mix II และปน่ั เหวย่ี งให้ตกตะกอนท่ีความเรว็ รอบ 3,500 รอบต่อนาที เปน็ เวลา 3 นาที
(ง)-(จ) การเปา่ แห้งดว้ ย Nitrogen dryer และเตมิ สาร hexane แลว้ ปิดฝาขวดใหเ้ รยี บรอ้ ย
45
3.3 การวิเคราะห์ผลโดยใช้เทคนิค Gas Chromatograph (GC)
3.3.1 เปดิ ชุดเครอื่ งมือวเิ คราะห์กอ่ นนำสารเขา้ เครอื่ งเป็นเวลา 2-3 ชวั่ โมง เพื่อเป็น
การเตรยี มเครอื่ งให้เครือ่ งมือมคี วามเสถยี รในการวเิ คราะห์
3.3.2 นำตัวอย่างที่เตรียมเรียบร้อยแล้วใน (ข้อ3.2) ใส่ใน sample tray (1 tray
เท่ากับ 100 หลุม) เช่น ตัวอย่างที่เตรียมไว้มี 30 ตัวอย่าง (33 Vials) เท่ากับ 33 หลุม โดยจะทำ 2 ซ้ำ
ในทุกๆ 10 ตัวอย่าง เชน่ ตวั อย่างที่ 10 20 และ 30 ต้องเตรยี ม 2 ซำ้
3.3.3 นำ Blank 1 Vial ใสใ่ น sample tray จำนวน 1 หลุม (วิธกี ารเตรียม Blank
ดังในขอ้ 3.2.4 การสกัดและ Clean up สารเคมีโดยใช้วธิ ี QueChERS (ข้อ 2-6))
3.3.4 ใส่สารมาตรฐาน (Standard) 2 เซต ในแต่ละความเข้มข้น เพื่อเป็นตัวเทียบ
ในการหาปรมิ าณของตัวอย่างทตี่ ้องการ
- เซต 1 ประกอบด้วย กลุ่มออร์กาโนคลอรีน และกลุ่มไพรีทรอยด์
มี 7 ความเข้มข้น เรม่ิ จาก 0.005-1.00 ppm (7 Vials) เทา่ กบั 7 หลุม
- เซต 2 ประกอบด้วย กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต มี 8 ความเข้มข้น เริ่มจาก
0.01-2.00 ppm (8 Vials) เทา่ กับ 8 หลมุ
3.3.5 เตรียม Hexane และ Acetyl acetate อย่างละ 1 vial สำหรับฉีดล้างเข็ม
และล้างสารสะสมในเครื่องมือเพ่ือไม่ให้มีพีครบกวนอน่ื แทรกทำให้การแปลผลยุ่งยาก (2 Vials) เท่ากับ 2 หลุม
3.3.6 ตั้งคำสั่งการทำงาน (การฉีดตัวอย่าง) ในโปรแกรมของเครื่อง GC
(เปน็ โปรแกรมสำเร็จรูปใน Software Computer)
3.3.7 เครื่อง GC จะทำงานตามระบบการสั่งการที่เจ้าหน้าท่ีแลปเซตวิธีไว้
ใช้ระยะเวลาประมาณ 40 ชั่วโมงต่อ 30 ตัวอย่าง เนื่องจากรวมการฉีดสารมาตรฐานและการฉีดล้างเข็ม
โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที ต่อ 1 ตัวอย่าง (ท้ังนีข้ น้ึ อย่กู ับการตัง้ โปรแกรมอุณหภูมใิ นแตล่ ะคร้ัง)
3.3.8 เมือ่ ครบกำหนดเวลา ข้อมลู ท่ีได้จะแสดงผลออกมาเป็นพีค (Chromatogram)
ซึ่งจะถูกรวบรวมไว้ในโปรแกรมสำเร็จรูป เมื่อต้องการแปรผลจะเริ่มจากการสร้างกราฟสารมาตรฐาน
(Calibration curve) ในที่นี้เลือกแบบหลายระดับความเข้มข้น (Multi Level Calibration) (ขั้นตอนการ
แปลผลอย่างละเอียดสามารถศึกษาได้จากคู่มือของเครื่องนั้นๆ) หากมีข้อสงสัยไม่สามารถดำเนินการได้
สามารถตดิ ต่อผเู้ ขยี นไดต้ าม E-mail: [email protected]
ก ข
ภาพที่ 27 การวิเคราะหผ์ ลโดยใช้เทคนิค Gas Chromatograph (GC)
(ก)-(ข) การใส่ Vial ใน Sample tray และ การแปลผลในโปรแกรมสำเรจ็ รปู
46
4. การเก็บขอ้ มลู และรายงานผลคา่ การวเิ คราะห์
4.1 ปริ๊นซ์ผลการวิเคราะห์เพื่อนำมาเทียบค่า MRLs ซึ่งในปัจจุบันขั้นตอนนี้ ห้องแลป
ดพ.เชียงแสน ได้พัฒนาการเก็บข้อมูลและการเทียบค่า MRLsในรูปแบบ Web Service Version.1 ภายใต้
ชอื่ www.csdatalab.com ทท่ี นั สมยั และคล่องตวั สามารถเรียกดูขอ้ มูลไดแ้ บบ Realtime
4.2 การรายงานผลจะนำเสนอต่อกรมวิชาการเกษตร โดยแบ่งการรายงานออกเป็น 4
รอบ รอบละ 3 เดือน คือ 3 6 9 และ 12 เดือน
ภาพท่ี 28 การเกบ็ ขอ้ มลู และการเทียบค่า MRLs ใน www.csdatalab.com
5. Flow Chart ขัน้ ตอนการปฏิบัติงาน (โดยยอ่ ) สุ่มเกบ็ และลงทะเบยี น
รับตัวอยา่ งพชื นำเขา้
การวางแผนสุ่มเก็บ พร้อมถา่ ยรปู ตัวอย่าง
ตวั อย่าง
ชงั่ ตวั อยา่ งทที่ ำการปน่ั สับและปั่นตวั อยา่ งพืชให้
เรียบรอ้ ยแลว้ ละเอียด แล้วตกั ใสถ่ งุ ซปิ
ตดิ ปา้ ยระบรุ ายละเอยี ด
ทำการ Extraction และ วิเคราะห์ปริมาณและชนดิ
Clean up ตัวอย่างพชื สารตกคา้ งดว้ ยเคร่ือง
ดว้ ยวธิ ี QuEChERS Gas chromatograph
บันทกึ ข้อมลู และรายงาน
ผลค่าการวิเคราะห์
47
1.4 ภาพรวมผลการดำเนนิ งาน
ในปงี บฯ 2564 ดำเนนิ การสมุ่ ตัวอย่างท้ังหมด จำนวน 1,275 ตัวอยา่ ง เพ่ือตรวจสอบการปนเปื้อนสารเคมี
ในสินค้าเกษตรนำเข้าจากต่างประเทศในกลุ่มยาฆ่าแมลง (Pesticide Residue) การสุ่มแยกเป็นในผัก
จำนวน 991 ตัวอย่าง จาก 53 ชนิดผัก โดย 5 อันดับชนิดผักที่มีการสุ่มเก็บมากที่สุด คือ ผักกาดฮ่องเต้
ถั่วลันเตา ผักกาดขาว ปวยเล้ง ถั่วลันเตาหวาน และเซเลอร่ี (ถั่วลันเตาหวาน และเซเลอร่ีมีเปอร์เซ็นต์การ
สุ่มเก็บตัวอย่างเท่ากัน) ตามลำดับ (ภาพที่ 29) และในผลไม้สดจำนวน 284 ตัวอย่าง จาก 13 ชนิดผัก โดย
5 อนั ดบั ชนิดผผลไมท้ ม่ี กี ารส่มุ เกบ็ มากที่สดุ คือ สม้ องุ่น พลับ ทบั ทิม แอปเปลิ ตามลำดับ (ภาพที่ 30)
ผลการสุ่มเกบ็ ได้ตัวอย่างจาก 5 ด่านฯ เทา่ นั้น เนอื่ งจาก ดพ.แมฮ่ ่องสอน ไมม่ พี ืชในกลุ่มเป้าหมาย
จงึ ไมส่ ง่ ตวั อย่างเพื่อทำการทดสอบ
ผลการดำเนินงานในรอบนี้สามารถดำเนินงานได้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ 20 ตัวอย่าง เนื่องจาก
ได้ประยุกต์ใช้วิธีการผสมผสานระหว่างการปฏิบัติจริงกับเอกสารงานวิจัยอื่นมาปรับใช้ โดยนำหลักการ
ในแต่ละรอบการวิเคราะหส์ ามารถเพม่ิ จำนวนตวั อย่างไดม้ ากขึน้ โดยใช้ Standard ชดุ เดมิ ได้ (ขอ้ เสนอแนะ
1. จำนวนตัวอย่างที่สามารถเพิ่มขึ้นได้สูงสุดในแต่ละรอบขึ้นอยู่กับความเหมาะสมตามอัตรากำลัง
ของเจ้าหน้าที่ที่ทำแลปในรอบนั้นๆ 2. จากประสบการณ์ผู้วิเคราะห์ในแต่ละรอบการวิเคราะห์ไม่ควรเกิน
40 ตวั อยา่ ง เนอ่ื งจากตัวอย่างมากกว่าน้ีจะใช้วลาเกินกวา่ 2 วนั )
ภาพรวมการปนเป้ือนสารเคมีอยู่ที่ร้อยละ 46.43 (คิดรวมทั้งหมดจากการตรวจพบสารเคมีในกลุ่ม
เสี่ยงรวมกับที่ตรวจพบในปริมาณน้อยแต่มีความปลอดภัยไม่เกินค่ามาตรฐานความปลอดภัยที่ตั้งไว้)
แยกรายละเอียดเป็น มีการปนเปื้อนสารเคมใี นผักร้อยละ 43.09 ของผักทั้งหมดที่สุ่มตรวจ และผลไม้สด มี
การปนเปื้อนสารเคมีร้อยละ 58.10 ของผลไม้ทั้งหมดที่สุ่มตรวจ ส่วนรายละเอียดสามารถติดต่อขอข้อมูล
ได้จากสำนักควบคมุ พชื และวสั ดุการเกษตร
ผักกาดฮ่องเต้ ถั่วลนั เตา ผักกาดขาว ปวยเลง้ ถ่วั ลันเตาหวาน
6.96 % 5.85 % 5.55 % 5.05 % และเซเลอรี่
4.84 %
ภาพท่ี 29 แสดง 5 อันดบั ชนิดผกั ท่มี ีเปอรเ์ ซน็ ต์ของการส่มุ เกบ็ มากทีส่ ุดเรยี งจากมากไปนอ้ ย
สม้ แมนดารนิ องุ่น พลบั ทบั ทิม แอปเปลิ
28.52 % 27.82 % 9.86 % 9.15 % 8.10 %
ภาพท่ี 30 แสดง 5 อนั ดับชนิดผลไมท้ ีม่ เี ปอรเ์ ซ็นต์ของการสุ่มเก็บมากที่สดุ เรียงจากมากไปน้อย
48
2. กลุ่มสารเคมใี นกลุม่ ยาฆ่าแมลง ทด่ี ่านตรวจพชื เชียงแสนสามารถตรวจวเิ คราะห์ได้ มี 3 กลมุ่ ไดแ้ ก่
2.1 กลุ่มออร์กาโนคลอรีน (Organochlorines) ซึ่งเป็นกลุ่มของสารเคมีที่มีคลอรีนเป็นองค์ประกอบ
เป็นสารที่สามารถละลายได้ดีในไขมันและมีพิษตกค้างนาน ไม่เหมาะต่อการฉีดพ่นป้องกันกำจัดศัตรูพืช
ปัจจุบันได้มีการยกเลิกการใช้ทางการเกษตรไปแล้ว เช่น DDT dieldrin เป็นต้น แต่ยังมีการใช้ในด้านอื่นๆ
คอื DDT ใชป้ ้องกนั กำจดั ยุง เพ่ือป้องกนั โรคไข้เลอื ดออก ส่วน dieldrin ใชใ้ นการกำจดั ปลวก เป็นตน้
2.2 กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต (Organophosphates) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีฟอสฟอรัสเป็นองค์ประกอบ
สารกลุ่มนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้ดีมีพิษตกค้างไม่นาน สลายตัวได้เร็ว ตัวอย่างสาร
เชน่ Malathion Fenitrothion Dichlorvos เป็นต้น
2.3 กลุ่มไพรีทรอยด์ (Pyrethroids) เป็นสารเคมีกลุ่มที่สังเคราะห์ขึ้นโดยมีความสัมพันธ์ตาม
โครงสร้างของไพรีทริน ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่สกัดได้จากพืชไพรีทรัม สารในกลุ่มนี้นิยมใช้กันมากในการ
ป้องกันกำจัดศัตรูพืชในปัจจุบัน เนื่องจากสลายตัวได้เร็ว แต่จะมีระยะการดื้อยาได้เร็วและมีราคาแพงกว่า
สารในกลมุ่ อ่ืน ตวั อย่างสาร เช่น Cypermethrin Deltamethrin Permethrin เป็นตน้
เอกสารอา้ งองิ : ผลงานเผยแพรข่ อง นางนงพะงา โอลเสน ตำแหนง่ นกั วิทยาศาสตร์ 7ว. ตำแหน่ง
เลขที่ 1250 กลุ่มพัฒนาการตรวจสอบพืชและปัจจัยการผลิต สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 1
ขอประเมนิ เพอื่ แตง่ ตงั้ ใหด้ ำรงตำแหน่ง นกั วิทยาศาสตร์ 8ว. ตำแหนง่ เลขที่ 1250
ORGANOCHLORINE
ORGANOPHOSPHATE
PYRETHROID
ภาพท่ี 31 แสดง 3 กลุ่มสารเคมีในกลุ่มยาฆ่าแมลง ท่ี ดพ.พืชเชยี งแสน สามารถตรวจวเิ คราะห์ได้
49
3. การเปรียบเทียบวธิ ีการสกัดตัวอยา่ งเพื่อนำไปวเิ คราะห์ปริมาณด้วยเครื่อง GC รายละเอียดดังตารางที่ 11
ตารางท่ี 11 แสดงการเปรียบเทยี บวิธกี ารสกัดตวั อยา่ งเพ่ือนำไปวิเคราะห์ปรมิ าณด้วยเครื่อง GC
วธิ กี ารสกดั ปีงบ พืช ข้อเปรียบเทียบ
ประมาณ เปา้ หมาย
ในช่วงเวลานัน้ วธิ นี ้ีเหมาะกบั การสกัดสารเคมีในผักและผลไมส้ ด
แต่มขี ้อด้อยในเร่ือง
Steinwander 2549 ผักและ 1. มคี วามไมป่ ลอดภยั ในขณะปฏิบตั ิงาน เพราะในสารสกดั มี
ผลไม้สด ไดคลอโรมเี ทน (Dichloromethane) ซง่ึ สารนีเ้ ปน็ สารระเหย
ก่อให้เกิดการระคายเคืองเย่ือบจุ มูก
2. มหี ลายขั้นตอนทำให้ใช้ระยะเวลานานในการสกัด
3. ใช้สารสกดั ในปรมิ าณมากในแต่ละรอบ
เรมิ่ นำวิธีสกดั แบบแคชเชอร์ (QueChERS method) (EN 15662)
มาใช้ เนอ่ื งจากมขี ้อดีในเร่ือง
1. มคี วามปลอดภยั ในการปฏบิ ัติงานมากกว่า เพราะในการสกดั ใช้
QueChERS 2557 ผักและ อะซิโตไนไตรล์ (Acetonitrile) แทน ซึ่งเป็นสารท่ีนิยมใช้ในปัจจุบัน
ผลไม้สด 2. มีขั้นตอนการสกัดที่รวดเรว็ ใชร้ ะยะเวลาส้นั
3. ใชส้ ารสกดั ในปริมาณน้อย แตห่ ากตัวอยา่ งมีสารสี (pigment)
ปะปนในสารละลายชัน้ บน เม่ือทำการวิเคราะห์และอ่านค่าทำให้
เกดิ พีค (peak) รบกวน และผลวเิ คราะหท์ ี่ไดค้ ลาดเคลือ่ น
มีการปรับเปล่ยี นวิธีการในข้ันตอนการขจดั ส่ิงปนเปื้อน (Clean up)
QueChERS 2560- ผกั และ โดยการเพิม่ ผงถา่ น (Graphite carbon black: GCB) เพ่อื ขจัด
ปจั จบุ นั ผลไมส้ ด สารสใี ห้ไดม้ ากท่สี ดุ สง่ ผลต่อการลดลงของพีครบกวน และมีความ
ถกู ต้องของข้อมูลมากข้ึน
50
4. การจัดเก็บฐานข้อมูลการตรวจสอบการปนเปื้อนสารเคมีในสินค้าเกษตรนำเข้า (ขั้นตอนการจัดทำ
Web service)
จากนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้องค์กรแต่ละองค์กรมีฐานข้อมูลกลาง ดพ.เชียงแสน
จึงได้จัดทำ Web service ขึ้นมาในชื่อ www.csdatalab.com ภายใต้นโยบายของการจัดทำเว็บไซต์
คือ 1) ข้อมูลที่จัดเก็บเป็นข้อมูลเชิงวชิ าการเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะด้าน โดยเริ่มตัง้ แต่ปงี บประมาณ 2564
เป็นต้นไป 2) ผู้มีสิทธิ์เข้าถึง เฉพาะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น 3) บุคคลใดประสงค์จะเข้าถึงข้อมูล
ต้องได้รับการอนุญาตจากผู้ดูแลระบบเท่านั้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการ
จัดเก็บข้อมูลการตรวจสารปนเปื้อนทั้งหมด และในอนาคตจะรองรับข้อมูลจากทั้งประเทศ ส่งผลให้การ
ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สะดวกและเข้าถึงข้อมูลได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความ
แม่นยำของข้อมูลด้วย และฐานข้อมูลนี้ยังมีประโยชน์ต่อกรมวิชาการเกษตรในเชิงนโยบายเพื่อนำไปต่อรอง
ทางการค้ากับประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทย ในส่วนของขั้นตอนการดำเนินงานการจัดทำ Web service
มรี ายละเอียดของข้ันตอน ดงั ตารางที่ 12
ตารางที่ 12 แสดง Timeline แผนการดำเนินงานจัดทำ Web Service
ลำดบั วัน/เดอื น/ปี การดำเนนิ งาน
เดือน มนี าคม
- 11 มนี าคม 2564 - กำหนดผรู้ บั ผิดชอบ Web Service
1 - 18-22 มีนาคม 2564 - ประชมุ รอบที่ 1 กำหนดขอบเขตและเน้อื หาในการจดั ทำ
Web Service
- 30 มีนาคม 2564 - รวบรวมขอ้ มลู MRLs และ ว.4 ใหก้ ับ Programmer
เดอื น เมษายน
- 5-9 เมษายน 2564 - จดั เตรยี มข้อมูลแหลง่ ทม่ี าและเกณฑพ์ จิ ารณาคา่ มาตรฐาน ที่นำมาใช้
ในการตรวจสอบ วอ.4 และ MRLs
2 - 19-23 เมษายน 2564 - รวบรวมขอ้ มลู แหลง่ ทีม่ าและเกณฑ์พจิ ารณาคา่ มาตรฐานท่นี ำมาใช้
- นดั หมาย วนั เวลา และสถานทพี่ บ Programmer
- 25 เมษายน 2564 - นัดพบ Programmer ทมี งานวางแผนร่วมกับ Programmer ณ อ.เทิง
จ.เชยี งราย
เดือน พฤษภาคม
- 10-11 พฤษภาคม 2564 - รวบรวมรายชอ่ื ชนดิ พชื และรวบรวมรายชอ่ื ชนดิ สารที่ตรวจวเิ คราะห์
- 13-20 พฤษภาคม 2564 - กำหนดคา่ มาตรฐานของสารในแต่ละชนดิ พชื
3 - 21 พฤษภาคม 2564 - แจ้ง Programmer ทมี งานไดล้ งขอ้ มลู (บางส่วน) ใน demo เรยี บร้อยแล้ว
- 22-30 พฤษภาคม 2564 - ทดลองลงขอ้ มูลหน้า Web Service (อาจมกี ารปรับปรุง/แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ
ในส่วนของหนา้ Web Service)
- 31 พฤษภาคม 2564 - คาดวา่ Web Service จะใชง้ านในแบบมีประสทิ ธิภาพได้
51
ในส่วนผลการดำเนินงานจัดทำ Web Service จากแผนการดำเนินงานในการจัดทำ Web Service
คาดว่าจะเสร็จสมบรู ณ์และสามารถใช้งานได้มีประสิทธิภาพภายในเดือนพฤษภาคม 2564 น้นั ในทางปฏิบัติจริง
Web Service สามารถเริ่มลงข้อมูลและสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในเดือนกรกฎาคม 2564
เนื่องจากเมื่อทำการทดลองใช้งานในเดือนพฤษภาคมแล้วพบข้อผิดพลาดของระบบที่ยังไม่สามารถใช้งาน
และแปลผลใหต้ รงตามความต้องการของผูใ้ ช้งานได้ จึงได้ประสานงานกบั Programmer เพือ่ แกไ้ ขในส่วนท่ี
ยังไมส่ ามารถแปลผลได้ จงึ ทำใหก้ ารปฏบิ ัตงิ านลา่ ช้าไม่เปน็ ไปตามแผนทวี่ างไว้ ต้ังแตเ่ ดือนกรกฎาคม 2564
Web Service สามารถใชง้ านไดจ้ ริงแบบ Realtime จนถึงปัจจบุ ัน
กข
คง
ภาพที่ 32 การจัดทำฐานขอ้ มูลการตรวจสอบการปนเป้ือนสารเคมใี นสนิ ค้าเกษตรนำเขา้
(ก) การประชมุ เพอื่ กำหนดขอบเขตและเนื้อหาในการจดั ทำ Web Service
(ข) พบ Programmer เพื่อดำเนนิ งานจดั ทำ Web Service
(ค) หนา้ เพจเวบ็ เซอรว์ สิ www.csdatalab.com
(ง) เรมิ่ ใช้งาน Web Service
52
5. การเพมิ่ สมรรถนะบุคลากรในหน่วยงานประจำปี
5.1 การทำทดสอบความชำนาญ Proficiency Testing (PT) ของ ดพ.เชยี งแสน
การทดสอบความชำนาญ (Proficiency testing: PT) คือ การประเมินความสามารถและ
ประเมินผลการทดสอบ หรือการวัดของห้องปฏิบัติการตั้งแต่สองห้องปฏิบัติการหรือมากกว่านั้นในการวัด
ตัวอย่างเดียวกัน หรือรายการที่คล้ายคลึงกันตามสภาวะที่ได้กำหนดไว้แล้ว ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)
ประเมินความสามารถของห้องปฏิบัติการ 2) สร้างความมั่นใจในกระบวนการและเทคนิคการวัดของ
เจ้าหน้าที่ของห้องปฏิบัติการ 3) สร้างคุณลักษณะของตัวมาตรฐานของห้องปฏิบัติการนั้นๆ เป็นตัวตัดสิน
การกระทำของแต่ละหอ้ งปฏิบตั ิการ ในการทดสอบท่ีจำเพาะ หรือการวัด 4) ใช้ตรวจสอบห้องปฏบิ ตั กิ ารที่
มีการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ชี้เฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการและเป็นการเริ่มปฏิบัติการแก้ไข ซ่ึง
อาจจะสัมพันธ์กัน เช่น การปฏบิ ัติงานของบคุ ลากรต่างๆ หรอื การสอบเทียบเคร่ืองมือ 5) เพื่อเป็นหลักฐาน
แสดงความมีประสิทธิผลและเปรียบเทียบวิธีทดสอบ/การวัด ใหม่ๆ และในทำนองเดียวกันใช้เพื่อเฝ้าระวัง
วธิ ที ดสอบท่สี ร้างขน้ึ มา 6) เพอื่ ใชต้ ดั สนิ วธิ ีทดสอบที่ใช้ปฏบิ ตั ิเปน็ ประจำ เพอื่ ชว่ ยไม่ให้มกี ารทดสอบหลายๆ ครั้ง
7) ประเมนิ ความเหมาะสมของวธิ ที ดสอบทเ่ี ฉพาะหรือขน้ั ตอนการวดั
โดยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบ (PT provider) จะทำการแจกจ่ายตัวอย่างให้กับห้องปฏิบัติการ
เพื่อทำการทดสอบ ผลการทดสอบจะถูกส่งไปยังผู้ดำเนินการทดสอบความชำนาญภายในระยะเวลาท่ี
กำหนดไว้ และประเมินผลที่ห้องปฏิบัติการส่งมา และรายงานผลเป็นคะแนน การรายงานผลจะมีการชี้บ่ง
ห้องปฏิบัติการโดยใช้รหัสเพื่อรักษาความลับของห้องปฏิบัติการ การคำนวณคะแนนจะยึดพื้นฐานเกณฑ์
ความสามารถของห้องปฏิบัตกิ ารโดยใช้หลักสถติ ิ Z-Score (เป็นการคำนวณหาอัตราส่วนของการเบี่ยงเบน
ระหว่างค่าอ้างอิง และค่าของห้องปฏิบัติการต่อค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการเขา้ ร่วมทั้งหมด) เพื่อประเมิน
ว่าผลของห้องปฏิบตั กิ ารเบ่ยี งเบนไปจากกลมุ่ มากนอ้ ยเพียงใด
โดย ดพ.เชียงแสน ได้ทำการทดสอบความชำนาญ (PT) ทุกปี จากหน่วยงานที่จัดโปรแกรมการ
ทดสอบ เช่น กรมวิทยาศาสตร์บริการ Food Analysis Performance Assessment Scheme (FAPAS)
และ National Measurement Institute (NMI) เปน็ ต้น
เอกสารอา้ งอิง :
1. อทุ มุ พร จงไพบูลย์กิจ. การทดสอบความชํานาญ (Proficiency Testing) ในการประกนั คุณภาพ
ของ ผลการสอบเทียบและทดสอบของห้องปฏิบตั กิ าร. วารสาร สมอ สาร 2546 กุมภาพันธ์; 29(332): 6-8.
2. จรญั ยะฝา, จีรพา บญุ ญคง. คำศพั ท์และนยิ ามท่เี กย่ี วขอ้ งกบั การเปรยี บเทียบผลการวัดระหว่าง
ห้องปฏิบัติการ. Metrology info 2010 Jan-Feb; 12(54): 14-8.
53
5.2 การจัดสง่ เจา้ หน้าที่ ดพ.เชียงแสน เขา้ รบั การทดสอบความร้คู วามสามารถเป็นเจ้าหน้าที่
ความปลอดภัยทางรงั สี ระดบั ตน้ ประเภทวัสดกุ ัมมนั ตรงั สี
เนื่องจาก ดพ.เชียงแสน มีเครื่อง GC ที่มี Detector ชนิด Electron Capture Detector หรือ
ECD อยู่จำนวน 2 เครื่อง โดย Detector ชนิดนี้ มี Ni-63 ที่เป็นวัสดุกัมมันตรังสีเป็นส่วนประกอบ
ซึ่งจะต้องมีการขออนุญาตฯ มีไว้ในครอบครองหรือใช้ซึ่งวัสดุพลอยได้ ตามพระราชบัญญัติพลังงาน
นิวเคลียร์เพือ่ สันติ พ.ศ.2559 สำนกั พลงั งานปรมาณเู พอื่ สันติ
ดังนั้น ดพ.เชียงแสน จึงได้จัดส่งเจ้าหน้าท่ีเข้ารับการทดสอบความรู้ความสามารถเป็นเจ้าหน้าที่
ความปลอดภัยทางรังสี ระดับตน้ ประเภทวัสดุกมั มนั ตรงั สี เพอ่ื ใหเ้ ป็นไปตามท่กี ฎหมายกำหนด
6. การปรับแผนเพื่อรองรับการดำเนนิ งานในปงี บฯ 2565
ดพ.เชียงแสน ได้วางแผนนำ 7 แนวทางเพื่อปรับปรุงและพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพยิ่งข้ึน
มากกว่าปีที่ผ่านมา ดังนี้ (1) ปรับเปลี่ยนจำนวนการสุ่มเก็บตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์ตามงบฯปี 2565 ที่ได้รับ
การจดั สรร (2) การวางแผนสุ่มเก็บตวั อย่าง (3) ศกึ ษาและเข้าอบรมเคร่ืองมือวิเคราะห์ GC-MS/MS เครื่องใหม่
(ทไี่ ดร้ บั การจัดสรรในปงี บฯ 2565) คาดวา่ จะใช้งานไดใ้ นเดือนเมษายน 2565 (4) การจดั เก็บข้อมลู (5) การ
ยกระดับมาตรฐานคุณภาพห้องปฏิบัติการ (6) การฝึกเจ้าหน้าที่ห้องแลปคนใหม่ (7) การศึกษาดูงาน
ภายนอกและการสร้างเครือข่าย ดงั รายละเอียดในตารางที่ 13
ตารางที่ 13 แนวทางการปรบั แผนเพ่อื รองรับการดำเนนิ งานปีงบฯ 2565
ลำดบั หัวขอ้ แนวทางการดำเนินงาน ผลทค่ี าดว่าจะได้รบั
วิธีเดมิ วิธใี หมใ่ นอนาคต
- ทราบข้อมูล/ชนิดพชื ท่มี ี
1 ปรับเปลยี่ นจำนวนการ - เดิมจำนวนสุ่มเก็บท้ังหมด 1,255 - กำหนดพชื เป้าหมายทตี่ อ้ งตรวจ ความเสยี่ งสูงในกลมุ่ วอ. 4
และกลุ่มเกินค่า MRLs
สมุ่ เก็บตวั อยา่ งเพือ่ ตวั อยา่ ง วิเคราะห์ 4กลุ่ม อยา่ งตอ่ เนื่อง
- ขอ้ มูลทไ่ี ด้ในกล่มุ เสี่ยงสูง
วเิ คราะหต์ ามงบฯ - ชนดิ พืชนำเขา้ เลือกส่มุ เกบ็ แบบ - จำนวน 850 ตวั อยา่ ง 2 กลุ่ม ในเชิงนโยบาย
สามารถนำไปกำหนด
ปี 2565 ทีไ่ ดร้ ับการ กระจาย - ชนดิ พชื ทเี่ ก็บ มาตรการเพิ่มควาเข้มงวด
ในการนำเข้า และด่านฯ
จดั สรร - หากมีพชื ชนิดใหมใ่ ห้เกบ็ เพ่ิม 1. พชื ทม่ี ีประวัตติ รวจพบ วอ.4 นำเข้า สามารถวางแผน
เฝา้ ระวังพืชนำเข้าชนิดนั้นๆ
- สุ่มเก็บเพม่ิ 15% ในพืชท่พี บวอ.4 ตอ้ งสุ่มเกบ็ 100% เก็บทกุ คร้ังท่ีสุ่ม ได้มากข้นึ
- ผ ล ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห ์ มี
และ 10% ในพืชทเี่ กิน MRLs 2. พชื ท่มี ีประวัติตรวจพบเกนิ ค่า ประสิทธิภาพและคุ้มค่า
กับงบฯ ประมาณที่ได้รับ
MRLs จำนวนตวั อยา่ งทัง้ หมดไม่ การจัดสรร
- ผลการวิเคราะห์ที่ได้
เกนิ 100 ตวั อยา่ งและสมุ่ กระจาย สามารถนำไปเป็นข้อมูล
เชิงวิชาการในการต่อรอง
ชนดิ พืชให้ครอบคลมุ กบั ประเทศคู่ค้า
3. พชื อ่นื นอกเหนอื จากท่กี ำหนด
และไม่เคยมปี ระวัตกิ ารนำเข้า
จำนวน 130 ตัวอย่าง
4. พชื จากดา่ นอ่นื ทงั้ หมด 50
ตัวอยา่ ง
54
ตารางท่ี 13 แนวทางการปรับแผนเพอื่ รองรบั การดำเนนิ งานปีงบฯ 2565 (ตอ่ )
ลำดบั หัวข้อ แนวทางการดำเนนิ งาน ผลทค่ี าดวา่ จะได้รับ
วิธเี ดมิ วิธีใหม่ในอนาคต
- เจ้าหน้าท่ีสามารถกลับ
2 การวางแผนสุ่มเกบ็ ใชเ้ วลา 2 วนั /พกั คา้ งคนื ไป-กลบั /ไมค่ า้ งคืน มาปฏิบตั ิหน้าท่ีอื่นท่ีได้รับ
ตัวอยา่ ง มอบหมายได้
- ประหยดั งบประมาณ
3 ศึกษาและเขา้ อบรม 1. วางแผนการติดตั้งเครือ่ ง - ได้จำนวนตัวอย่างที่นำ
มาวิเคราะห์ในแต่ละรอบ
เคร่ืองมือวเิ คราะห์ GC-MS/MS เหมาะสมต่ออัตรากำลังท่ี
มีอยู่และได้งานอย่างมี
GC-MS/MS เคร่อื งใหม่ 2. เข้าอบรมเพ่ือใหส้ ามารถใชง้ าน ประสิทธภิ าพ
- สามารถวิเคราะห์สารได้
(ทไี่ ด้รบั การจัดสรรในปี เครอ่ื งมอื ได้ มากกวา่ 100 ชนิด
- มีความไวและความจำเพาะ
งบฯ 2565) คาดว่าจะใช้ 3. ศึกษาวธิ ีและเซต็ วธิ กี าร ในการวิเคราะห์สาร ทำ
ให้ผลการวิเคราะห์ที่ได้มี
งานไดใ้ นเดอื นมถิ ุนายน วเิ คราะหเ์ ครือ่ ง GC-MS/MS ความถกู ต้องแมน่ ยำมากขนึ้
2565 4. สามารถวเิ คราะหก์ ารปนเปื้อน - ข ้อ มูลที่ แ ป ลผลโดย
Web Service มีความถูก
สารเคมีจากสินค้าเกษตรนำเขา้ ต้องแม่นยำกว่าการแปล
ผลใน Excel
4 การจัดเกบ็ ขอ้ มูล - เดิมใชโ้ ปรแกรมสำเรจ็ รูป 1. เกบ็ ข้อมูลในรูปแบบ Web - มีความสะดวกรวดเร็ว
ต่อเจ้าหน้าที่ในการแปล
(Excel) ต่อมาในระยะหลงั เริม่ Service เทา่ น้นั ผลการวิเคราะห์
- ป้องกันการสูญหายของ
ปรบั เปลีย่ นมาใช้ฐานข้อมูลแบบ 2. Up grade ฟงั กช์ ันเป็น ข้อมูล
- ห้องปฏิบัติการได้รับ
Web Service ในระยะตน้ Version.2 ใหร้ องรบั การใชง้ าน ใบรับรองมาตรฐาน
ห้องปฏิบัติการ 17025
(4 เดอื นในช่วง ก.ค.-ก.ย.64) 3.ปรบั ข้อมูลบางสว่ นให้สามารถ :2017 ภายในปีงบฯ 65
- ได้คู่มือการปฏิบัติงาน
เผยแพร่ต่อสาธารณะได้ (SOP) สำหรับเจ้าหน้าท่ี
จำนวน 2 เรอื่ ง
5 การยกระดบั มาตรฐาน - ในแต่ละปีต้องจัดหาเจ้าหน้าท่ี 1. ในแตล่ ะปตี อ้ งจัดหาเจ้าหนา้ ท่ี
คณุ ภาพห้องปฏบิ ัตกิ าร เพอ่ื เขา้ รบั การทดสอบความ เพ่ือเข้ารบั การทดสอบความ
ชำนาญ (PT) และตอ้ งผา่ นเกณฑ์ ชำนาญ (PT) และตอ้ งผา่ นเกณฑ์
2. วางแผนและเตรียมดำเนนิ การ
จัดทำ ISO 17025:2017
3. วางแผนจัดทำคู่มือการ
ปฏิบตั งิ าน (SOP) สำหรบั
เจา้ หนา้ ที่
55
ตารางท่ี 13 แนวทางการปรับแผนเพอื่ รองรบั การดำเนนิ งานปีงบฯ 2565 (ต่อ)
ลำดบั หัวขอ้ แนวทางการดำเนินงาน ผลท่คี าดวา่ จะไดร้ บั
วธิ ีเดิม วธิ ใี หม่ในอนาคต
- ไ ด้ ร ั บ บ ุ ค ล า ก ร ท ี ่มี
6 การฝึกเจ้าหน้าท่หี อ้ งแลป 1.ทำ แ ผนมอ บห มายงานให้ ประสิทธิภาพ สามารถ
คนใหม่ เจ้าหนา้ ท่คี นใหม่ ปฏิบัติงานได้ตามความ
2. กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ คาดหวัง
7 การศกึ ษาดงู านภายนอก งดการเดินทางเน่อื งจาก และมอบหมายผูด้ ูแลสอนงาน
และการสร้างเครือขา่ ย สถาณการณโ์ ควดิ -19 3. ทดลองปฏบิ ัตงิ าน - ไดเ้ ดินทางไปศึกษาดูงาน
4. ติดตามและประเมินผลตาม และนำวิธีการมาปรับใช้
ระเบยี บ เพอ่ื เพิ่มประสิทธภิ าพและ
5. ใหค้ ำแนะนำปรับปรุงแก้ไข สามารถลดขั้นตอนการ
6. ตอ้ งสามารถปฏิบตั งิ านได้อย่าง ทำงานลงได้
มีประสทิ ธภิ าพ - ได้ทำความรู้จักเพื่อน/
1. ว า ง แ ผ น ศ ึ ก ษ า ด ู ง า น กั บ พี่/น้อง ร่วมสายงาน และ
หน่วยงานในพื้นที่ใกล้เคียงและ เปิดโลกทัศน์ เพื่อสร้าง
ส่วนกลาง เช่น ห้องปฏิบัติการ เครือข่ายในการทำงานให้
สวพ.1 สวพ.6 และ กปผ. กว้างและมีวิสยั ทัศนท์ ด่ี ีขึ้น
2.กำหนดวันเวลาที่สามารถไป
ศึกษาดูงานได้ในช่วงที่ไม่กระทบ
กับงานประจำ
3. ตดิ ต่อประสานงานเพือ่ ทำการ
นดั หมาย
7. สรปุ ผลการดำเนินงานและขอ้ แนะนำ
ในปีงบฯ 2564 แลป ดพ.ชียงแสน ได้ดำเนินการสุ่มตัวอย่างทั้งหมด จำนวน 1,275 ตัวอย่าง เพื่อ
นำมาตรวจสอบการปนเปื้อนสารเคมีในสินค้าเกษตรนำเข้าจากต่างประเทศในกลุ่มยาฆ่าแมลง (Pesticide
Residue) ผลการดำเนินงานในรอบนี้ สามารถดำเนินงานได้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ 20 ตัวอย่าง หากคิดเป็น
ร้อยละพบว่าพืชนำเข้าในกลุ่มผักและผลไม้สด ภาพรวมมีการปนเปื้อนสารเคมีอยู่ท่ีร้อยละ 46.43 แยก
รายละเอียดคือ มีการปนเปอ้ื นสารเคมีในผักสดร้อยละ 43.09 ของผกั ทง้ั หมดท่ีสุ่มตรวจ และมีการปนเปื้อน
สารเคมีใน ผลไม้สดร้อยละ 58.10 ของผลไม้ทั้งหมดทีส่ ุ่มตรวจ ส่วนรายละเอียดสามารถติดต่อขอข้อมูลได้
จากสำนกั ควบคุมพืชและวัสดกุ ารเกษตร
นอกจากนี้ยังได้นำทริคบางข้ันตอนในการปฏิบัตงิ านมานำเสนอ เพื่อให้ทำงานได้อย่างรวดเรว็ และ
มปี ระสิทธิภาพย่ิงข้นึ ตามรายละเอยี ดในตารางที่ 14
56
ตารางที่ 14 แสดงข้อแนะนำ (ทริค) บางขน้ั ตอนในการดำเนินงาน
ลำดับ การดำเนินงาน ข้อแนะนำ (ทรคิ )
- ควรมีการจัดทำ Timeline ในการสุ่มเก็บตัวอย่างให้
1 การสมุ่ เกบ็ ตัวอยา่ ง ละเอียด เช่น วัน /เวลา /จำนวนครั้งและจำนวนตัวอย่าง
เพื่อให้ทีมงานทราบแผนที่ชัดเจนและง่ายต่อการบริหาร
จัดการ
- การปั่นขณะที่ตัวอย่างอยู่ในสภาพแข็งจะทำให้ปั่นตัวอย่าง
2 การเตรยี มตวั อย่าง ได้ง่ายและละเอียดทำให้ขั้นตอนการสกัดสามารถสกัด
สารเคมที ่ปี นเปื้อนออกมาไดด้ ี
- หากผู้ปฏิบัตไิ ม่เคยมีประสบการณม์ าก่อนขั้นตอนการแปล
ผลมีความยุ่งยากซับซ้อนแนะนำให้ศึกษาคู่มือให้เข้าใจและ
ฝึกปฏิบตั จิ ากผู้มปี ระสบการณ์
3 ขนั้ ตอนการแปลผล - ข้นั ตอนการแปลผลอย่างละเอยี ดสามารถศึกษาได้จากคู่มือ
ของเครื่องนั้นๆ) หากมีข้อสงสัยไม่สามารถดำเนินการได้
สามารถตดิ ตอ่ ผเู้ ขียนไดต้ าม
Email: [email protected]
- สามารถเพิม่ ตัวอยา่ งในการวเิ คราะห์แตล่ ะรอบไดแ้ ตต่ อ้ งไม่
4 การใช้ Standard ชดุ เดิม เกินกำลังการปฏิบัติงานของเจา้ หน้าท่ี
ในแตล่ ะรอบ - จำนวนตัวอย่างท่ีแลป ดพ.เชียงแสน ทดลองแล้วเหมาะสม
กบั อัตรากำลงั ของเจ้าหน้าท่ี (4 คน) เทา่ กับ 40 ตวั อยา่ ง
- การจัดทำ Web Service ส่งผลดีต่อการปฏิบัติงานหลาย
ข้อ ดงั นี้
5 ควรนำเทคโนโลยสี มยั ใหม่มาประยกุ ต์ใช้ 1. ขอ้ มูลทีแ่ ปลผลโดย Web Service มีความถกู ตอ้ งแมน่ ยำ
ในการจัดเก็บข้อมลู กว่าการแปลผลใน Excel
2. มีความสะดวกรวดเร็วต่อเจ้าหน้าที่ในการแปลผลการ
วเิ คราะห์
3. ป้องกนั การสญู หายของข้อมลู
6 การสรุปและรายงาน - สรปุ เฉพาะเนื้อหาทส่ี ำคัญ กระชับ ตรงประเดน็ มภี าพหรือ
ผลการวิเคราะห์ แสดงกราฟประกอบขอ้ มูลจะทำให้มองเห็นภาพได้ชัดเจน มี
การเปรยี บเทยี บและวเิ คราะหค์ วามแตกต่าง
งานกกั กนั พชื (การนาเข้า)
- ศัตรูพืชตัวร้ายของบอนสี ราชนิ ใี บไม้
- เรื่องเลา่ “การค้าชายแดนเชยี งแสน” จากอดีตสูป่ ัจจุบนั
งานกกั กนั พชื (การสง่ ออก)
- นายตรวจพชื ถ้าไม่รู้สง่ิ นี้...อยา่ ตรวจทเุ รยี นส่งออกไปต่างประเทศ
- จากปัญหาสู่การแกไ้ ขลาไยไปจีน
- เสิรฟ์ ความรู้ถึงมอื คณุ วิธกี ล่นั น้ามันกฤษณา
งานกกั กนั พชื (การนาผา่ น)
- เรยี นรทู้ างแก้ สนิ ค้าเกษตรนาผา่ น เมอื่ เกิดปัญหา
งานตรวจสอบการปนเปอื้ นสารเคมใี นสนิ คา้ เกษตรนาเขา้
- 5 แนวคิด ยกระดับมาตรฐาน LAB เขา้ สู่ ISO/IEC 17025
ในปี 2022
- ทริคการเก็บตวั อย่างและช่ังสารเคมีให้เร็วและแมน่ ยาแบบมอื โปร
58
นางสาวศภุ สริ ิ เชวงเผา่ พนั ธุ์
ตำแหนง่ นกั วชิ าการเกษตรปฏบิ ตั ิการ
ศตั รูพืชตัวร้ายของ
ราชนิ ไี ม้ใบ
บอนสี Caladium bicolor (Aiton) Vent. อย่ใู นวงศ์ Araceae เป็นไม้ประดับท่ีเปน็ กระแสมาแรง
ที่ได้รับความนิยมสูง มีใบสวยงาม มีความโดดเด่นเร่ืองสีสันหลากหลายแปลกตาและเป็นเอกลักษณ์ จน
ได้รับการขนานนามว่า “ราชินีแห่งไม้ใบ” (Queen of the Leafy Plants) ทำให้ราคาต้นบอนสี บอนด่าง
น้ันพุ่งสูงขึ้นเร่ือยๆ บอนบางชนิดมีราคาสูงถึงหลักหม่ืนถึงหลักแสนเลยทีเดียว โดยเฉพาะบอนสีที่ค่อนข้าง
หายาก ซงึ่ นกั สะสมไม้สวยงามประเภทต้นบอนสีสายพันธ์ตุ ่างๆ กน็ ำเอาออกมาจำหน่ายกันอย่างคึกคกั บาง
รายนำไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว และลงในเพจขายสินค้าสร้างรายได้อย่างงามในยุคโควิด-19 ซง่ึ บอนสีมี
วิธีเลี้ยงไม่ยากแต่ต้องใส่ใจ เหมาะกับสภาพอากาศของเมืองไทย เพราะบอนสี ต้องการความชื้นสูง มี
แสงแดดราํ ไร แตก่ ม็ ปี ญั หาในการปลกู บอนสี โดยเฉพาะศตั รูพืชท่ีเป็นอุปสรรคในการปลูกบอนสี
บอนสี จัดเป็นสิ่งกำกัดตามกฎหมายกักพืช
สามารถนำเข้าได้ทุกส่วน และจากทุกประเทศ การ
นำเข้าไม้กระถางห้ามใช้วัสดุปลูกเป็นดิน แกลบ
และขุยมะพร้าว พนักงานเจ้าหน้าท่ีจะทำการ
ตรวจสอบศตั รูพืชท่ีอาจติดมากับบอนสี เพ่ือป้องกันมิ
ให้มีศัตรูพืชร้ายแรงเข้ามาในประเทศไทย ซ่ึงมีการ
นำเข้าบอนสีจากสาธารณรัฐประชาชนจีนทางด่าน
ตรวจพืชเชียงแสน มีปริมาณ 35.76 ตัน มูลค่า 7
ลา้ นบาท
59
ศัตรพู ืชของบอนสี
โรคโคนเนา่ (Southern stem rot)
เชอื้ สาเหตุ เชอ้ื รา Sclerotium rolfsii
เช้ือราเข้าทำลายบริเวณโคนต้น พบแผล
เนื้อเย่ือตายเป็นสีน้ำตาล บริเวณใบล่างของพืชจะ
เปล่ียนเป็นสีเหลือง ถ้ามีความช้ืนสูงมากจะพบเส้น
ใยสีขาวป กคลุมโคน ต้น เช้ือราจะสร้างเม็ด
Sclerotia เกิดจากกลุ่มเส้นใยเช้ือราอัดตัวกันแน่น
แล้วสร้างผนังห่อหุ้มไว้ มีลักษณะกลมคล้ายเมล็ด
ผักกาด เร่ิมแรกจะมีสีขาว ต่อมาเปล่ียนเป็น
สีเหลือง และสีน้ำตาลปกคลุมบริเวณโคนต้นและ
ผิวดิน อาการรุนแรงจะทำใหพ้ ชื เหย่ี วและตายในท่สี ดุ
การป้องกนั กำจัด
- หมน่ั ตรวจดตู น้ บอนสีอย่างสมำ่ เสมอ เก็บรวบรวมเศษซากไปเผาทำลาย
- ตน้ พนั ธ์ุ และวสั ดุท่ีใชเ้ ปน็ เคร่ืองปลกู ตอ้ งสะอาด ปราศจากโรค
- สามารถใช้สารเคมปี ้องกันกำจัดเชอื้ ราได้หลายชนิด เชน่ สารเมตาแลกซิล 8 % + แมนโคเซบ 24 % WP
หรือสารโพรพิโคนาโซล 25 % EC หรือสารไอโปรไดโอน 50 % WP หรือสารรมดนิ กลมุ่ เมธลิ โบรไมด์
- เชอื้ ราไตรโคเดอร์มา
เพล้ียอ่อน (Aphid)
แมลงศัตรูพชื
เพล้ยี อ่อนกล้วย Pentalonia nigronervosa
เพล้ียอ่อนมีลำตัวสีแดงคล้ำ ดูดกินน้ำเลี้ยง
บริเวณโคนก้านบอนสี เกาะกินใบอ่อนท่ียังไม่คล่ี ใบอ่อน
ที่ถูกดูดกินน้ำเลี้ยง เม่ือใบคลี่ออกเต็มท่ีจะมีรอยย่น
ผิวใบขรุขระ ใบบิดงอ ผิดรูปร่างไป และเพล้ียอ่อนจะ
เพิม่ จำนวนมากขน้ึ ในสภาวะแวดลอ้ มท่อี บอ่นุ
การป้องกันกำจดั
- เชอื้ ราบิวเวอร์เรีย
- พน่ ดว้ ยสารฆ่าแมลงคาร์โบซลั แฟน ไตรอะโซฟอส หรืออิมิดาโคลพรดิ อยา่ งใดอยา่ งหนึ่ง อัตราตาม
คำแนะนำในฉลากสารเคมี
เอกสารอา้ งองิ
กลุ่มส่งเสริมการผลิตไมด้ อกไมป้ ระดบั กรมส่งเสรมิ การเกษตร. 2548. บอนส.ี โรงพิมพ์ชมุ นุมสหกรณ์การเกษตรแห่ง
ประเทศไทย จำกดั : นนทบุร.ี
กรมวิชาการเกษตร. 2547. ระบบการจดั การคุณภาพ: GAP ถ่วั ลิสงสำหรับเกษตรกร, กรุงเทพฯ.
Edmunds, B., M. Gleason, and U. Schuch. 2017. Crown Rot A Serious Disease of Hosta and Other
Ornamentals. Iowa State University of Science and Technology SUL8: 1-8.
ดา่ นตรวจพชื เชยี งแสน สำนกั ควบคมุ พชื และวสั ดกุ ารเกษตร กรมวชิ าการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
814 ม.2 ต.เวยี ง อ.เชยี งแสน จ.เชยี งราย 57150 โทร/fax. 0 5365 0259 e-mail: [email protected]
60
เรอ่ื งเล่า
“การคา้ ชายแดนเชียงแสน” จากอดีตสูป่ ัจจุบัน
นายนพพร เทยี นทอง
นกั วิชาการเกษตร
เรอื่ งเลา่ ในอดีต
ในอดีตหากย้อนหลังไป 20 ปี เส้นทางการค้าชายแดนในเขตภาคเหนือ เชียงแสนถือเป็นเส้นทาง
หลักที่สำคัญเส้นทางหนึ่ง โดยเป็นการขนส่งทางเรือลุ่มแม่น้ำโขง สภาพบรรยากาศในอดีตแตกต่างจาก
ปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง การค้าในสมัยนั้นถือว่าคึกคักมาก เพราะจะมีผู้คนจำนวนมากทั้งไทยและลาวเข้ามา
จับจา่ ยซื้อสนิ ค้าแตใ่ นปัจจุบนั ซบเซาลงไปมาก
ในสมยั ก่อนเม่ือสินคา้ ร่องเรือมาจากจีนมาถึงเชียงแสนจะเข้าเทียบท่าท่ีมีลักษณะเป็นท่าเทียบแบบ
แพโป๊ะลอยน้ำที่ขึ้นลงตามระดับน้ำได้ สินค้าที่นำเข้าจากจีนในช่วงแรกๆจะเป็นพวกผลไม้ เช่น แอปเปิล
สาลี่ ทับทิม และส้มจีน หลังจากนั้นจึงมีการทยอยนำผักเข้ามาเพื่อการบริโภคเพิ่มขึ้น เช่น กะหล่ำดอก
บร็อคโคลี ผักกาดขาว คะน้า เซเลอร่ี ในส่วนของกระเทียมมีการนำเข้าท่ีหลากหลายชนิดมาก เช่น
กระเทียมปิงปอง กระเทียมเขมร กระเทียมอินเตอร์ กระเทียมโทน กระเทียมกลีบม่วง กระเทียมเล็บเหยี่ยว
และกระเทยี มหางหนู เปน็ ตน้
ในเรื่องการค้าชายแดน โดยส่วนใหญ่ผู้ประกอบการเป็นคนในท้องถิ่น ในเขต อ.แม่สาย และ
อ.เชียงแสน ประมาณ 4-5 ราย ใช้แรงงานคนไทยและพม่าในการขนถ่ายสินค้าจากเรือขึ้นเทียบแพโป๊ะ
ในสมัยก่อนยงั ไม่ไดส้ รา้ งท่าเทยี บเรือ และการขนถา่ ยสนิ ค้าสมยั กอ่ นจงึ ไม่สะดวกเหมือนในปจั จบุ ัน
การขนส่งสินค้าในกลุ่มผักจะมรี ถตูเ้ ยน็ คอนเทนเนอร์และรถตู้แช่มารอรับ เพื่อเข้าไปจำหน่ายในกรุงเทพฯ
ส่วนผลไมส้ ว่ นมากจะขนเข้าโกดงั รอการจำหน่ายตอ่ ไป
61
มุมมองผเู้ ขียน
ในมุมมองผู้เขียน ในอนาคตหากการค้าชายแดนเชียงแสนจะมีโอกาสกลับมาคล่องตัวและคึกคัก
อีกครัง้ จนี ตอ้ งเปดิ ท่าเรือกวนเหลย่ ซ่ึงเปน็ ทา่ เรือทางน้ำที่สำคญั มีขนาดใหญ่ของจนี สว่ นสาเหตุการนำเข้า
กระเทียมลดลง เนือ่ งจากผ้นู ำเข้าเลือกใช้เส้นทางท่าเรือกรุงเทพฯ ซง่ึ เป็นการขนสง่ ทางเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่
กระเทยี มทน่ี ำเข้าเส้นทางน้ี มคี ณุ ภาพดีเน่อื งจากมีการคัดเกรด ตน้ ทุนบรหิ ารจัดการต่ำเพราะใกล้แหลง่ จำหน่าย
จึงทำใหผ้ ู้ประกอบการเลือกใช้เส้นทางน้ี ซึง่ มีความสะดวกและคล่องตัวมาก เช่น นำเข้ากระเทียมกระสอบละ
10 กโิ ลกรัม เป็นไซสท์ ล่ี กู คา้ ต้องการและสามารถจำหน่ายได้ทันที ซึง่ แตกตา่ งจากการนำเขา้ ทางเชียงแสน
ถ้าเข้าทางเชียงแสน จะเป็นกระเทียมคละเกรดกระสอบตาข่าย ประมาณ 30 กิโลกรัม
ต้องนำมาคัดไซส์ และทำความสะอาด และในบางครั้งหากตรวจพบศัตรูพืชกักกัน เช่น ไร จะถูกรมด้วย
สารเคมีกอ่ นการนำเข้า ผปู้ ระกอบการจึงหลกี เล่ียงไปเขา้ เส้นทางอื่นแทน
เรือ่ งเลา่ กระเทียม
หากใหเ้ ล่าเร่ืองราวของกระเทยี ม จากประสบการณข์ องผเู้ ขียนที่ทำงานคลุกคลีกับพอ่ ค้าชาวไทย
ที่ค้าขายกระเทียมกับชาวจีนมาช้านาน และเป็นนายตรวจพืชคนหนึ่งประจำด่านตรวจพืชเชียงแสน
จากประสบการณ์ที่ได้สั่งสมมาจึงนำเรื่องราวของกระเทียมมาบอกเล่าสู่น้องๆ ให้เห็นภาพการค้าขายใน
อดีตที่ผ่านมา
ประเทศไทยนำเข้ากระเทียม จากประเทศจีนเพื่อบรโิ ภคแต่ละปีคิดเป็นจำนวนหลายร้อยตันต่อปี
ซึ่งกระเทียมแต่ละชนิดจะมีลักษณะและขนาดท่ีแตกต่างกัน ชื่อเรียกทางการค้าของกระเทียมแต่ละแบบ
แตกตา่ งกนั ไป ซึ่งเปน็ ช่อื เรียกท่ีมักใชร้ ะหวา่ งพ่อคา้ จนี กับไทยทางเขตชายแดนเชียงแสน กระเทียมจำแนก
ได้ 7 ชนดิ พอสังเขป ดังนี้
62
7 ชนดิ กระเทยี ม
1. กระเทียมอินเตอร์ ลักษณะหัวใหญ่ กลีบใหญอ่ ้วน
กาบแหง้ เน้ือมาก เนื้อมีสีขาวภายในลอกง่าย มองเห็นกลีบได้ชดั เจน
2. กระเทียมปิงปอง ลักษณะหัวใหญ่กลมคล้ายลูกปิงปอง
ภายในสีขาวกาบใบหุ้มกลีบชัดเจน เนื้อเป็นสีขาว กลีบอ้วนสั้นกว่า
กระเทยี มอนิ เตอร์
3. กระเทียมหางหนู มีลักษณะหัวใหญ่ปานกลาง หัวและ
กลบี เนอื้ สขี าว ภายในแข็ง ปลายของกลีบมลี ักษณะยื่นยาวคล้ายหางหนู
4. กระเทยี มเล็บเหยีย่ ว ลกั ษณะหัวเล็ก กลบี เล็ก สขี าวอมแดง
กลีบมลี ักษณะเรยี วยาว และโคง้ งอเลก็ น้อยคล้ายเล็บเหย่ียว
5. กระเทียมโทน มีลักษณะหัวเดี่ยวไม่มีกลีบ มีขนาด
ตา่ งกันหวั มีสีมว่ งอมน้ำตาล
6. กระเทียมเขมร ลักษณะหัวใหญ่ปานกลาง ขรุขระไม่กลม
เรียบ กลีบมีสีแดงอมม่วง ยาวเล็กน้อย กลีบนอกจะมีลักษณะใหญ่
กวา่ กลบี ท่อี ยุ่ด้านในของหวั
7. กระเทียมกลีบม่วง หัวใหญ่ปานกลาง กลีบมีสีม่วง
ค่อนข้างมาก กลบี ใหญ่ กาบแขง็ มีสมี ว่ งเนอื้ ขา้ งในสขี าวอมแดงเล็กน้อย
ถงึ แมก้ ระเทยี ม จะเปล่ยี นเสน้ ทางการนำเขา้ จากเชียงแสนไปยังเสน้ ทางอน่ื ตามความตอ้ งการของ
ผู้ประกอบการก็ตาม แต่กระเทยี มยงั เป็นพชื สมุนไพรที่คนไทยต้องการนำมาใช้ในการบริโภคเป็นจำนวนมาก
ดังนั้น ผู้ประกอบการควรนำเข้ากระเทียมจากแหล่งผลิตที่ดีมีคุณภาพเข้ามาจำหน่ายภายในประเทศและ
ไมม่ โี รคและศัตรูพืชปนมากบั สนิ ค้า
63
นายตรวจพืช ถา้ ไม่รสู้ ่ิงน้ี.......
อยา่ ตรวจทุเรียนส่งออกไปตา่ งประเทศ
นางสาวสจุ ิตรา สุวรรณคดี
ตำแหน่งนักวชิ าการเกษตร
ปฏบิผู้เตัขียิกนาไดร้มโี อกาสเปน็ หน่ึงในทีมนายตรวจพืชที่รบั งานภารกจิ ระดบั ประเทศ (ในส่วนของกรมวชิ าการเกษตร)
ให้เปน็ ผู้ตรวจสอบผลไมเ้ พื่อการส่งออก ในพนื้ ท่ี 3 เขต คือ จุดส่งออกในเขตจังหวดั จนั ทบุรี จงั หวดั อตุ รดติ ถ์
จงั หวดั นครศรธี รรมราช และจังหวดั สรุ าษฎร์ธานี
ชนิดผลไม้ที่ต้องตรวจสอบ คือ ทุเรียน ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น
ราชาแห่งผลไม้ มีเน้ือสีเหลืองทอง รสหวาน มัน หอม ทผี่ สมผสานกันอย่าง
ยอดเย่ียม ยากทจี่ ะหารสชาตขิ องผลไมใ้ ดในเขตรอ้ นมาเทียบเคียงได้
ด้วยรูปลักษณท์ ่ีมหี นามแขง็ แทงขนึ้ รอบผล การตรวจสอบจึงตอ้ งใช้ความระมัดระวงั เตรยี มอุปกรณ์ให้พรอ้ ม
และนายตรวจพชื ต้องมเี ทคนิคการสงั เกตและค้นหาจดุ ท่ีศัตรูพืชจะแฝงตวั อยู่
จากประสบการณ์การเข้าตรวจทุเรียน ณ โรงคัดบรรจุในเขตพื้นที่จังหวัด
จนั ทบุรี ในชว่ งเดือนกมุ ภาพันธ์ถึงมิถุนายน
ในทุกๆ เช้าจะมีการแบ่งสายหรือแบ่งเขตรับผิดชอบ และทุกอาทิตย์
จะมกี ารผลัดเปลยี่ นนายตรวจเพ่ือ
หมุนเวียนเปลี่ยนสายการตรวจ
ให้นายตรวจแต่ละคนมีประสบการณ์
การท่ีหลากหลายและเพิ่มพูนการเรียนรู้ให้เชี่ยวชาญมากขึ้น การตรวจ
นายตรวจทุกคนต้องปฏิบัติบนพื้นฐานการตรวจเดียวกันคือ สุ่มตัวอย่าง
จากตู้ลงมา 10 กล่อง (size A กล่องละ 6–7 ลูก) เปิดทุกกล่องเพ่ือ
ตรวจหาแมลงศตั รูพืช วิธีการตรวจ เมอ่ื หยิบลูกทเุ รยี นข้นึ มาต้องหมุน
ดูรอบๆ ลกู และจบั พลกิ ดกู น้ ลูกทเุ รียนบริเวณท่ีมีหนามถีๆ่ เพราะจดุ น้ีศตั รพู ืชมกั จะซอ่ นตัวอยู่ และตอ้ งสงั เกต
ดูว่าลูกทเุ รียนมีรอย/รูเจาะซ่ึงน่ันบ่งบอกว่ามกี ารเขา้ เจาะของหนอนเจาะผลทเุ รียนแล้ว
เทคนคิ เฉพาะการแยกลกั ษณะ รู/รอยเจาะ วา่ เกิดจากหนอนเจาะผลหรือเกดิ จากการเก็บเก่ียว
ลักษณะรูท่ีเกิดจากหนอนจะมีขุยร่องรอยขี้หนอนหรือแผลบริเวณน้ันจะเรียบ หาก
เป็นรูทีเ่ กิดจากการเกีย่ วของหนามทุเรยี นด้วยกัน แผลตรงรูจะเห็นเป็นเสีย้ นของเปลือกทเุ รยี น
หากมั่นใจว่าเป็นรูที่เกิดจากหนอนเจาะผล นายตรวจพืชต้องแจ้งให้ผู้ประกอบการคดั ออกหา้ ม
สง่ ออก หากเป็นนายตรวจใหมท่ ี่ลงพ้ืนทไ่ี ม่เคยมปี ระสบการณค์ วรผ่าทุเรยี นลกู นน้ั เพื่อพิสูจน์ให้
มั่นใจและอย่าลืมถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐานในรอบถัดไปจะช่วยเพิ่มความมั่นในการตรวจ
มากขึ้นและจะได้ไม่ต้องผ่าทุเรียนทุกครั้งที่ตรวจ เพราะทุเรียนมีรูท่ีถูกคัดออกผู้ประกอบการ
ยงั สามารถขายตลาดภายในประเทศได้
64
จุดสงั เกตตำแหน่งเพลี้ยแป้ง ใหน้ ายตรวจโฟกัสทร่ี ่องหนามจะมีจุดสีขาวๆ
แต่ให้สังเกตดีๆ ว่าเป็นเศษกระดาษหรือตัวเพลี้ยแป้ง แนะนำให้ใช้ปลายมีดแหลม
เข่ียออกมาวางแลว้ กดให้แตกถา้ เปน็ เพลีย้ แป้งจะแตกเป็นนำ้ ออกมา ขอ้ เสนอแนะ
วิธที ถี่ ูกตอ้ งท่ีสุดคือนายตรวจตอ้ งพกแวน่ ขยายในการออกปฏิบัตงิ านทุกครั้ง
การตรวจสินค้าในรอบนั้นจะถือว่าเสร็จสิ้นสมบูรณ์ เมื่อตรวจจนครบจำนวนที่สุ่มแล้ว ไม่พบ
ศัตรูพืชจึงเขียนรายงานการตรวจพร้อมล็อคซีลตู้ ผลผลิตทุเรียนจังหวัดจันทบุรีที่ออกสู่ตลาดในช่วงเดือน
กุมภาพันธ์ถึงมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูร้อนของประเทศไทย แมลงศัตรูพืชของทุเรียนในแถบนี้ไม่เยอะนัก
โดยส่วนใหญพ่ บเพลีย้ แปง้ แต่พบนอ้ ยมากเพราะชาวสวนทุเรียนในเขตจงั หวดั จนั ทบรุ ีมีการ จัดการระบบ
สวนท่ีดที ง้ั การบำรงุ รักษาและการใช้สารเคมกี ำจดั
การตรวจทุเรยี นในเขตภาคเหนือ (จ.อตุ รดิตถ)์
เร่มิ มผี ลผลิตทุเรยี นขอส่งออกในชว่ งเดือนพฤษภาคมถงึ
กลางเดือนสิงหาคม ซงึ่ เปน็ ปลายฤดูร้อนถึงฤดูฝน ในเขตพื้นทจ่ี งั หวดั
อตุ รดิตถ์เป็นเขตรับผิดของด่านตรวจพชื เชยี งแสน
เนือ่ งจากทเุ รียนในเขตนสี้ ว่ นใหญจ่ ะปลกู บนดอย/ภูเขาจึงทำให้
ไม่มีการจัดการดูแลบำรุงรักษา ไม่มีการใช้สารเคมีในการกำจัดแมลง
ทำให้มีโอกาสสูงในการตรวจพบศัตรูพืชในปริมาณที่เยอะ
ศัตรูพืชที่มีการระบาดหนักในพื้นที่ คือ เพลี้ยแป้ง และ
หนอนเจาะผลทุเรียน ซึ่งเป็นศัตรูพืชกักกันของหลาย
ประเทศโดยเฉพาะประเทศจีน ดงั นน้ั นายตรวจพชื มือใหม่ต้อง
ใส่ใจและมีความรู้เบ้ืองตน้ เกี่ยวกับชนดิ ศัตรูพชื ในการตรวจสนิ ค้าก่อนการส่งออกและต้องตรวจดูรอยเจาะ
ของหนอนเป็นพเิ ศษตามเทคนคิ ท่ีได้กลา่ วไวข้ า้ งตน้ เพื่อป้องกันศัตรพู ืชตดิ ไปกบั ผลทเุ รียนทส่ี ่งออก
การตรวจทุเรียนในเขตภาคใต้ (จ.นครศรีธรรมราช) ในเขตพื้นที่นี้เป็นเขตสุดท้ายท่ีผู้เขียนได้
มีโอกาสไปเมื่อภาระกิจจากภาคตะวันออกและภาคเหนือเริ่มหมดลง ทีมนายตรวจจะถูกแบ่งกลุ่ม
กระจายออกไปช่วยงานตรวจส่งออกในเขตภาคใต้ รอบนี้ ผู้เขียนได้รับผิดชอบการตรวจทุเรียนในเขต
จงั หวดั นครศรธี รรมราช และสรุ าษฎร์ธานี) ซง่ึ ผลผลิตทเุ รยี นจะออกสู่ตลาดในช่วงกลางเดือนมิถุนายนถึง
ปลายเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝนทำให้ศัตรูพืชที่พบจึงมีทั้งโรคและแมลง โรคที่พบคือเชื้อรา
Phythopthora sp. สว่ นแมลง ทพ่ี บจะมเี พล้ยี แป้งและเพล้ยี หอย
เทคนิคการสังเกตว่าเป็นเชื้อรา Phythopthora sp.
บนเปลือกจะสังเกตเห็นรอยช้ำสีน้ำตาล บางครั้งอาจมองเห็น
เส้นใยของเชื้อรา ข้อแนะนำ ถึงแม้จะไม่ชัวร์ร้อยเปอร์เซ็นตว์ า่ เปน็
เชื้อรา แต่นายตรวจควรแนะนำให้ผู้ประกอบการคัดออกเพราะ
รอยช้ำอาจเป็นแหล่งให้เกิดเชื้อโรคหลังการเก็บเกี่ยวและลุกลาม
แพรก่ ระจายไปลกู อื่นๆ ภายในกล่องได้
65
เทคนิคการสงั เกตเพลย้ี หอย
สังเกตง่ายเพราะมีขนาดใหญ่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ลกั ษณะเปน็ วงค่อนขา้ งรี และนนู ขึน้ มาจากผิวเปลือกทเุ รยี น
แบ่งปันความรู้จากพสี่ ูน่ ้อง
หลักการและแนวทางการในตรวจจะใช้เช่นเดียวกับการตรวจทุเรียน
ทางภาคตะวนั ออก แตก่ ารตรวจทางแถบจังหวดั นครศรธี รรมราชและสรุ าษฎร์ธานี
จะมีเรื่องระยะทางที่ห่างกันของโรงคัดบรรจุ โดยเฉลี่ย 40-50 กิโลเมตรต่อ
โรงคัดบรรจุ ตา่ งกบั ทางจันทบรุ ีโรงคดั บรรจุจะอยู่ไม่ไกลกันมากนัก ประมาณ
ไม่เกิน 10-20 กิโลเมตร ทำให้การเข้าตรวจโรงคัดบรรจุทางแถบจังหวัด
นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานีจะต้องมีการวางแผนในการออกตรวจ
โดยการโทรนัดกับผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุเพื่อสอบถามความพร้อมในการที่จะให้เข้าตรวจและพร้อม
ล็อคตู้ นายตรวจจึงเข้าตรวจ เพราะการที่นายตรวจจะเข้าตรวจทุกโรงคัดบรรจุจะทำให้ตรวจไม่ทันหรือ
ลา่ ช้าในการเข้าตรวจได้ เนือ่ งด้วยระยะทางทหี่ ่างกันมาก
สรุปความเหมอื นและความต่างของการตรวจทเุ รยี นในเขตจงั หวดั นครศรธี รรมราชกบั จงั หวดั จันทบรุ ี
เร่ือง ความเหมอื น ความตา่ ง
1. การจดั ทมี นายตรวจ/การแบง่ สายออกตรวจ ✓
2. หลกั การสมุ่ ตวั อย่าง ✓
3. วิธกี ารตรวจหาศตั รูพืชเป้าหมาย ✓
4. มกี ารประสานงานเพ่ือนัดหมายโรงคัดบรรจุ ✓
ก่อนการเขา้ ตรวจสนิ ค้า
5. แหลง่ ที่ต้ังของโรงคดั บรรจุ จนั ทบรุ ี : โรงคัดอยูก่ ันเปน็ กระจกุ
นครศรธี รรมราชและสรุ าษฎร์ธานี : อยแู่ บบ
กระจายตวั หา่ งกัน 40 – 50 กม.
6. ค่าเฉลี่ยในการเดินทางระหวา่ งล้งต่อลง้ จันทบรุ ี : 10 – 20 นาที
นครศรีธรรมราชและสรุ าษฎรธ์ านี :
40 นาท-ี 1 ชั่วโมง
ในท้ายที่สุดนี้ในเรื่องของการตรวจทุเรียนในการส่งออก ต้องใช้ความร่วมมือกันทั้งเกษตรกร
เจ้าของสวนต้องมีการดูแลรักษาทุเรียนในสวนให้ปลอดศัตรูพืชเพื่อให้การผลิตทุเรียนปลอดจากศัตรูพืช
และการส่งออกปฏบิ ตั ิได้ตามเงื่อนไขของประเทศผู้นำเข้าได้อยา่ งถูกต้อง อีกทั้งผปู้ ระกอบการโรงคัดบรรจุ
ต้องมีความใส่ใจในการคัดและทำความสะอาดทุเรียนก่อนการบรรจุ และนายตรวจพืชก็ต้องมีความรู้มี
ประสบการณ์ จึงจะทำใหก้ ารสง่ ออกไปต่างประเทศประสบความสำเร็จได้เปน็ อย่างดี
ด่านตรวจพืชเชยี งแสน สำนกั ควบคมุ พชื และวัสดุการเกษตร
กรมวชิ าการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
814 หมู่ 2 ต.เวียง อ.เชยี งแสน จ.เชียงราย 57150
โทร/fax. 0 5365 0259 e-mail: [email protected]
66
นางมินตรา ไชยศิริ
ตำแหน่ง นักวทิ ยาศาสตร์
จากปัญหาที่สำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) ได้แจ้งเตือนเรื่องการตรวจ
พบเพลี้ยแป้งในลำไยจากไทยเมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2564 รวมจำนวน 114 ครั้ง โดยแบ่งเป็น สวนที่ถูกแจ้งเตือน
จำนวน 100 แห่ง โรงคัดบรรจุถูกแจ้งเตือน จำนวน 66 แห่ง (พื้นท่ี จ.จันทบุรี 28 แห่ง จ.สระแก้ว 1 แห่ง
จ.เชียงใหม่ 11 แห่ง และ จ.ลำพูน 26 แห่ง) ขณะท่ี GACC ได้ขอให้กรมวิชาการเกษตร ระงับการส่งออก
ลำไยไปจีนที่ผลิตจากสวนและโรงคัดบรรจุที่เกี่ยวข้องเป็นการ ผลผลติ ลำไยของแต่ละภาค ปี 2563
ช่วั คราว พร้อมทง้ั รายงานผลการตรวจสอบหาสาเหตุของปัญหาและ
แนวทางแก้ไขให้ GACC พิจารณาเห็นชอบจึงจะอนุญาตให้สวนและ ที่มา : สำนกั งานเศรษฐกิจการเกษตร
โรงคดั บรรจดุ ังกลา่ วส่งออกผลไม้ไปสาธารณรฐั ประชาชนจีนได้อีกคร้งั
ผลการหารือระหว่างทูตเกษตรและทูตพาณิชย์ของไทยกับ
หน่วยงานที่รับผิดชอบของจีน โดยจีนจะอนุญาตให้ผู้ประกอบการ
โรงคัดบรรจุ 50 แห่ง จาก 66 แห่ง ที่มีความถี่ในการตรวจพบ
ศัตรูพืชค่อนขา้ งต่ำ สามารถส่งออกลำไยไปจีนได้ และอนุญาตให้โรงคัดบรรจุอกี 6 แห่ง จาก 9 แห่ง ที่ไทย
ได้ระงับเองเป็นการช่ัวคราวเมือ่ เดือน มี.ค. 2564 ท่ีได้รับการปรับปรุงแกไ้ ขเปน็ ไปตามเงื่อนไขที่จีนกำหนด
สามารถส่งออกได้เช่นเดียวกัน รวมแล้วจะมีโรงคัดบรรจุ 56 แห่ง ที่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกไปจีนในครั้งน้ี
มีผลตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค. 2564 ส่วนโรงคัดบรรจุที่เหลือ หากมีการปรับปรุงและปฏิบัติตามเงื่อนไข
มาตรการป้องกันควบคุมศัตรูพืชในลำไยเพื่อการส่งออกไปยังจีนตามที่ฝ่ายไทยเสนอ ซึ่งก็จะอนุญาตให้
ส่งออกได้ในระยะต่อไป แต่การอนุญาตทั้งหมดนี้ ยังคงต้องได้รับการตรวจสอบสินค้ากักกันว่าด้วยการ
นำเข้าที่จีนเหมือนเดิม และทางการจีนหวังว่าไทยจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ เพื่อรับประกันว่า
จะไมม่ ีการปนเปื้อนศัตรูพชื ตามท่ีจีนกงั วลอีก
สำหรับมาตรการที่กรมวิชาการเกษตรเสนอทางฝ่ายจีนไปมีสาระสำคัญ
ดังน้ี
(1) การปรับปรุงการจัดการที่สวนและการเก็บเกี่ยว โดยเน้นการป้องกัน
กำจัดและคดั แยกลำไยที่มเี พลี้ยแป้งปะปนออก
(2) การปรับปรุงการจัดการทีโ่ รงคัดบรรจุ โดยกำหนดให้เจ้าหน้าท่ีควบคุม
คณุ ภาพ (QC) ทำหน้าทใ่ี นการตรวจสอบศตั รูพืช มีการกำหนดจุดสุ่มตรวจ
ศัตรูพืชเพิ่มขึ้น (รับสินค้าและคัดแยก/ก่อนรม/หลังรม) การจัดการ
67
โครงสร้างพื้นฐาน เช่น หลอดไฟส่องสว่างและอุปกรณ์ตรวจสอบศัตรูพืช ติดรูปภาพศัตรูพืชที่ต้องคัดแยก
หรือปฏิเสธการรับวัตถุดิบ รวมถึงมีพืน้ ท่ตี รวจสอบศัตรพู ชื เป็นตน้
(3) การปรับปรงุ การตรวจสอบและออกใบรับรองสุขอนามัยพชื (Phytosanitary certificate; PC) โดยการ
เพิ่มอัตราสุ่มจากเดิมร้อยละ 3 เป็นร้อยละ 10 ในกลุ่มโรงคัดบรรจุ (ทั้งหมด 66 แห่ง) หากมีการตรวจพบ
ศตั รูพืชกักกนั ครง้ั ท่ี 1 จะระงับการออกใบรับรองสุขอนามัยพชื เปน็ ระยะเวลา 7 วัน และหากมีการตรวจพบ
ศัตรูพืชกักกันครัง้ ที่ 2 จะระงับการออกใบรับรองสุขอนามัยพืชเป็นระยะเวลา 3 เดือน สำหรับโรงคัดบรรจุ
ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม 66 ราย กรมวิชาการเกษตรจะเพิ่มความเข้มงวดในการสุ่มตรวจสินค้าเป็นระดับในอัตรา
ทเ่ี พมิ่ ขึ้นรอ้ ยละ 3 5 และ 7 ตามลำดบั
การร่วมงานกบั ดา่ นฯ ตน้ ทาง ผูเ้ ขียนรว่ มถา่ ยภาพหมู่กับคณะทำงานแก้ปัญหาลำไย
ผเู้ ขยี นได้มีโอกาสเข้าไปร่วมงานกับด่านตรวจพืช ณ ดพ.ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ในขณะทม่ี โี อกาสไปปฏิบตั ิงาน
ในชว่ งเดอื น ส.ค.-ก.ย. 64
ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เพื่อแก้ปัญหาการตรวจพบ
ศัตรูพืชในลำไยที่ส่งออกไปจีน ในช่วงวันท่ี 22 ส.ค. 2564
ถึง 11 ก.ย. 2564 โดยได้รับมอบหมายในเขตพื้นที่
จงั หวัดเชียงใหม่และลำพนู แบง่ ออกเป็น 3 สาย ได้แก่
สาย 1 อ.ดอยหล่อ อ.ฮอด และ อ.จอมทอง จ.เชยี งใหม่
สาย 2 อ.เมือง อ.ปา่ ซาง และ อ.เวียงหนองล่อง (บางสว่ น) จ.ลำพูน
สาย 3 อ.บา้ นโฮง่ และ อ.เวียงหนองลอ่ ง จ.ลำพูน
ในการตรวจสอบสินค้าเพื่อการส่งออก นายตรวจปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเข้มงวด
เพ่อื ไม่ให้มีศตั รูพืชปนเปอื้ นตดิ ไป และต้องตรวจไม่พบศัตรูพชื กกั กัน เชน่ เพลย้ี แปง้ หนอนเจาะผล แมลงวนั
ผลไม้ เป็นต้น และตรวจสอบหมายเลขตู้คอนเทนเนอร์ ทะเบียนรถ หมายเลข GAP/DOA และข้อมูลที่ระบุ
บนสติก๊ เกอร์ที่ตดิ ขา้ งตะกรา้ เปน็ ไปตามพธิ สี ารไทย – จีน
จากการสงั เกตการณ์ของผู้เขียน โรงคดั บรรจแุ ต่ละแห่งห่างกันไม่เกิน 10 กโิ ลเมตร ผู้ประกอบการ
ปรับตัวและให้ความร่วมมือตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี เช่น ตัดก้านลำไยให้มีความยาวไม่เกนิ
15 cm เปน็ ต้น
ผเู้ ขียนมีโอกาสได้ไปปฏบิ ตั ิงานตรวจลำไยเพือ่ สง่ ออกไปจีน ภาพบรรยากาศ ณ โรงคัดบรรจใุ นเขตพืน้ ท่ี อ.ดอยหล่อ จ.เชยี งใหม่ ชว่ งเดือน ส.ค.-ก.ย. 2564
68
ภาพการตรวจหาศตั รูพืชในสินคา้ บนรางเลือ่ น ทม่ี แี สงไฟส่องสว่างเพยี งพอ (บางส่วน)
การตรวจหาเพลี้ยแป้งให้สังเกตบริเวณขั้วผล ก้านที่ติดกับผล ช่อผล ร่องผลที่ใช้ขั้วร่วมกัน จะพบ
คล้ายจุดสีขาว นายตรวจควรตรวจสอบให้มั่นใจโดยสะกิดออกมาและกด หากแตกเป็นน้ำแสดงว่าเป็น
เพล้ียแปง้ ที่มีชีวิต นายตรวจตอ้ งคดั ออกและแจ้งผปู้ ระกอบการดำเนินการทำความสะอาดใหม่
หลังจากเสร็จสิ้นการลำเลียงสินค้าใส่ในตู้คอนเทนเนอร์แล้ว ทำการล็อคซีลตู้ (สำหรับการส่งออก
เส้นทาง R3A และ R9) เป็นการเสร็จสิ้น ทั้งนี้จะมีการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนและหลังปิดตู้ (เป็นอีกหนึ่งใน
มาตรการการป้องกนั โควิด-19)
ในทา้ ยที่สุดนี้ จากการที่ผูเ้ ขียนได้เป็นส่วนหน่ึงของทีมงานในคร้ังน้ี ได้ต้งั ปณิธานว่าจะต้ังใจทำงาน
อย่างเต็มที่สุดกำลังเพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของพลังสำคัญของชาติผลักดันให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้ ซึ่งการ
แก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ ย่อมมาจากความร่วมมือความร่วมใจของทุกภาคส่วน จึงจะประสบความสำเรจ็
ได้เปน็ อยา่ งดี
ดา่ นตรวจพชื เชียงแสน สำนักควบคุมพชื และวสั ดกุ ารเกษตร
กรมวชิ าการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
814 หมู่ 2 ต.เวียง อ.เชยี งแสน จ.เชียงราย 57150
โทร/fax. 0 5365 0259 e-mail: [email protected]
69
ก
“กฤษณา” นางสาววณชิ ชา ชยั วงคเ์ หล็ก
(Aquilaria crassna Pierre ex Lecomte) คนงานทดลองการเกษตร
มีชื่อสามัญว่า Eagle wood และ Agarwood จัดอยู่ในวงศ์กฤษณา
THYMELAEACEAE เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ไม้
ผลัดใบ มีความสูงต้ังแต่ 18-21 เมตร ขึ้นไป วัดได้โดยรอบลำต้นยาว
ประมาณ 1.5 - 1.8 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มทรงเจดียต์ ่ำๆ หรอื รูปกรวย
ลำต้นเปลาะตรง เมื่อมีอายุมากเปลือกนอกเรียบ สีเทาอมขาว เปลือกหนา
ประมาณ 5 - 10 มิลลิเมตร มีรูระบายอากาศสีน้ำตาลอ่อนทัว่ ไป เปลือกนอก
จะปรเิ ปน็ ร่องเลก็ ๆ เมอ่ื มอี ายุมากๆ สว่ นเปลือกช้นั ในมสี ขี าวอมเหลอื ง
คณุ ภาพของกฤษณาในประเทศไทย
แบง่ เป็น 4 เกรด ได้ดงั นี้
เกรด 1 ชาวบา้ นเรียกว่า ไม้ลกู แกน่ มีนำ้ มนั กฤษณาสะสมอยู่เปน็
จำนวนมาก กระจายอยู่ทวั่ เนอื้ ไม้ ทำให้มีสดี ำ มีราคาแพงมาก
ประมาณ 30,000 - 60,000 บาท/กิโลกรมั
เกรด 2 มกี ลน่ิ หอมและน้ำมันสะสมรองจากเกรด 1 สีจะจางออกทาง
นำ้ ตาล มรี าคาประมาณ 8,000 - 10,000 บาท/กโิ ลกรัม
เกรด 3 มีกล่นิ หอมและน้ำมันสะสมรองจากเกรด 1 มีราคาประมาณ
1,000 - 1,500 บาท/กโิ ลกรมั
เกรด 4 มกี ลิ่นหอมและนำ้ มันสะสมอยู่น้อยใชก้ ล่นั นำ้ มันหอมระเหย
มรี าคาประมาณ 200 – 600 บาท/กโิ ลกรัม
70
จากการพูดคุยและสัมภาษณ์ คุณวิศวะ ศรีเพ็ชรกล้า ซึ่งเป็นผู้ส่งออก ณ. ด่านตรวจพืชเชียงแสน
ขอ้ มูลและวธิ กี ารกลนั่ น้ำมันกฤษณา เป็นเร่อื งน่าสนใจ ผูเ้ ขียนจงึ ไดร้ วบรวมและศึกษาขอ้ มลู เพือ่ นำมาแบ่งปนั ความรู้
ขนั้ ตอนการผลติ น้ำมนั กฤษณา มีขั้นตอนดงั น้ี
1. ตดั ไมแ้ ละผ่าไม้ออก
2. คนงานสบั และแยกเอาเฉพาะสว่ นท่ีตกนำ้ มันสดี ำๆไว้ ส่วนเนอื้ ไม้สีขาวท้ิงไป
3. สบั ไมด้ ำทีแ่ ยกออกมาให้มีชิ้นเล็กทีส่ ุดเท่าท่ีจะทำได้
4. นำไปเขา้ เคร่ืองโม่ให้ออกมาเปน็ ผงหยาบๆ
5. นำไปใส่หม้อกลั่น โดยส่วนมากจะกลั่นด้วยการต้มผงไม้ในน้ำ ใช้เวลาในการกลั่น 3 - 7 วันต่อหม้อ
โดยแตล่ ะหม้อจะบรรจุผงไม้ 15 - 20 กโิ ลกรัม และได้น้ำมันออกมา 15 - 24 กรัมตอ่ หมอ้ ต่อคร้ัง
การเตรยี มต้นกฤษณาเพ่ือนำมากลน่ั
1. การคัดเลือกตน้ กฤษณาทีจ่ ะนำมากล่ันน้ำมันหอม ตน้ ควรมีอายมุ าก 4 - 5 ปี
2. การทำให้เกิดแผลเพื่อสร้างสารกฤษณา อาจทำโดยใช้สิ่วขนาดเล็กเจาะรูลึก
เข้าไปเพ่ือให้เกิดบาดแผลรอบต้น ระยะห่างแต่ละรูที่เจาะประมาณ 2-3 นิ้ว
เพ่อื กระตุ้นให้สรา้ งสารกฤษณา ทิ้งไว้นาน 2-8 ปี จึงตดั ไม้มาแปรรปู และสกดั
3. การทำไม้ชิ้น …..ใช้มีดปอกและแยกเนื้อไม้ขาวออกไปก่อน เอาให้ใกล้กับแผลที่ตกน้ำมันมากที่สุด
จากนั้นใช้สิ่วบรรจงเหลาเอาเนื้อไม้ขาวออกจากเนื้อกฤษณาให้มากที่สุดจนเหลือแต่เนื้อดำ โดยสิ่วจะมี
ขนาดต่างๆกนั ไปตามแต่รปู ทรงของชิน้ ไม้ ปกตแิ ล้วคนสิว่ ไม้ทช่ี ำนาญมากๆ จะสามารถสิ่วเป็นไม้สำเร็จ
พรอ้ มขายไดป้ ระมาณ 300 - 500 กรมั ต่อวันต่อคน โดยทช่ี น้ิ ไมท้ นี่ ำมาสวิ่ นั้นคอื ไม้ที่ทำการปอกไว้และ
โกนเอาไมข้ าวออกไปจนถึงผิวแลว้
71
การกลั่นน้ำมนั หอมกฤษณา
การกลั่นน้ำมันหอมในขณะนี้อาจกล่าวได้ว่ามีอยู่ 2 แบบ ด้วยกันคือ การกลั่นแบบโบราณและการกล่ัน
แบบทันสมยั
1. การกลั่นแบบโบราณ เรียกว่า "การต้มกลั่น" เพราะจะเอาไม้กฤษณามาต้มนานหลายวัน วิธีการ
ต้มกลนั่ แบบโบราณจะไม่คำนึงถึงสายพันธ์ุ มกั จะอาศยั ความชำนาญเลือกเนื้อไม้กฤษณาที่หาได้จากในป่า
มารวมกัน แล้วนำไปใส่ครกตำจนละเอียด หลังจากนนั้ จะนำไม้กฤษณาที่ป่นแลว้ หมักไว้ 15-30 วัน จากน้ันก็
นำเขา้ หม้อตม้ กลนั่ ผสมนำ้ ท่ัว ๆ ไป ท่ีชาวบ้านมกั ใชต้ ้มกลัน่ สารบางประเภท เชน่ การต้มเหล้าเถื่อน
- การต้มกลน่ั นีจ้ ะใช้เวลาประมาณ 15 วนั ตอ่ 1 หมอ้ จะต้มกี่หม้อกไ็ ดข้ ้นึ อยู่กับปรมิ าณไม้กฤษณา
ที่จะหาได้ จากการต้มกลั่นน้ีเอง น้ำมันจากเน้ือไม้จะออกมาลอยบนผิวน้ำ เมื่อเห็นน้ำมันลอยอย่บู นผิวน้ำ
กใ็ ชช้ อ้ นตักใส่ขวดได้
- การต้มกลั่นแบบนี้มักได้น้ำหอมท่ีมคี ุณภาพตำ่ กลิ่นน้ำมนั ไมด่ ีมากนัก เพราะยังมีน้ำผสมอยู่
ในเนื้อน้ำมัน นำไปขายได้ราคาไม่สูงนัก เพราะยังไม่ตรงกับความต้องการของลูกค้านัก แต่ก็พอขายได้
เพราะจะมีพอ่ คา้ บางรายซ้อื นำไปใชป้ ระโยชนบ์ างอย่างที่อาจไมต่ ้องการน้ำมันคุณภาพดีนัก
2. การกลั่นแบบทันสมัย กรรมวิธีการต้มกลั่นแบบทันสมัย ต้องเริ่มต้นจาการคัดสายพันธุ์ไม้
กฤษณา จำแนกป่าแต่ละโซน ถา้ เปน็ สายพนั ธุ์ท่ีมีการส่งเสรมิ การปลูกกจ็ ะง่ายต่อการคัดเลอื กไม้กฤษณาต้ม
กลั่น เพราะเราจะรู้ว่าไม้ที่จะนำมาต้มกลั่นสายพันธุ์อะไร แต่ถ้านำไม้มาจากป่ามาต้มกลั่นอาจจะจำแนก
สายพนั ธุ์ไมค่ อ่ ยได้ ต้องตม้ กลั่นรวมกนั ไปทำให้ได้นำ้ มันหอมคุณภาพไม่ดนี ัก ไม้กฤษณาสายพนั ธุ์ดีคือ
สายพันธ์ุเขมร
- สำหรับขั้นตอนการกลั่นแบบทันสมัย ให้นำเนื้อไม้มาคัดแยกเกรดให้ชัดเจน แยกเกรด
เดยี วกนั ไวต้ ม้ กลั่นด้วยกนั จากน้ันนำไปตากแดดให้แห้งสัก 2-3 แดด หรอื อาจจะนำไปอบกไ็ ด้ ถ้าใช้วิธีอบ
ความช้ืนจะหายไป 20 - 30 เปอร์เซน็ ต์ กอ่ นจะตากแดดหรืออบ ใหช้ ัง่ น้ำหนกั ก่อน เม่ือตากแดดหรืออบแล้วก็
ชั่งน้ำหนักอกี คร้ัง จะเห็นได้ว่านำ้ หนกั ต่างกัน จากนนั้ ก็นำมาเขา้ เคร่ืองบด บดให้ละเอียดพอบดเป็นผงแล้ว
ให้ชั่งน้ำหนักอีกครั้งจะเห็นได้ว่าน้ำหนักไม้จะหายไปส่วนหนึ่ง เช่น ไม้กฤษณา 15 กิโลกรัม เมื่อนำไปตาก
แดดประมาณ 2 แดด น้ำหนกั จะหายไป 3 กิโลกรัม และหากน้ำไม้กฤษณาที่เหลือ 12 กิโลกรัม นั้นมาบดอีก
ครง้ั กจ็ ะหายไป 1 กโิ ลกรมั สดุ ท้ายจะเหลอื เน้ือไม้จรงิ ๆ ประมาณ 11 กโิ ลกรมั
72
ความแตกต่างการกลั่นแบบโบราญ และการกลั่นแบบทันสมัย
ลำดบั รายละเอยี ด แบบเก่า แบบปัจจุบนั
1 สายพนั ธุ์ - ไม่คำนึงถึงสายพนั ธุ์ - คัดแยกตามสายพันธุ์
2 ข้นั ตอนการเตรียมไม้ - ใสค่ รกตำแลว้ นำมาหมัก - อบให้แหง้ แล้วนำไปบดให้
กฤษณา 15-30 วัน ละเอียดแล้ว หมักในน้ำสะอาดใช้
เวลาประมาณ 2 วัน
3 ข้นั ตอนการกลน่ั - ผสมน้ำแล้วตม้ ใชเ้ วลา - นำไมเ้ ขา้ เคร่ืองต้มกลั่นแบบ
15 วนั /1 หมอ้ ทนั สมยั จะใชเ้ วลาตม้ กลัน่
เพียง 5 ชวั่ โมง
4 ระดับคุณภาพ - คุณภาพตำ่ - คณุ ภาพดี ข้ึนอยู่กบั สายพันธ์ุ
โดยเฉพาะสายพันธ์เุ ขมร
“นอ้ ยคนนัก จะรู้จักการกลัน่ น้ำมนั หอมระเหยจากไมก้ ฤษณา พืชอันลำ้ คา่ ของไทย ถือเปน็ โอกาสอัน
ดที ผี่ ู้เขียนไดแ้ ชร์ประสบการณ์จากการกลัน่ กรองความรู้ทีไ่ ดร้ ับจากคุณวิศวะ ศรีเพ็ชรกล้า อ.เวียงชัย
จ.เชียงราย ผู้เชีย่ วชาญดา้ นนีโ้ ดยตรง ออกมาเป็นตัวหนังสือเพ่อื แบ่งปันใหท้ า่ นผูอ้ า่ น ผู้เขียนจึงขอ
ขอบพระคุณเปน็ อย่างสูง”
ผู้จัดทำ/ผู้เผยแพร่ : นางสาววณิชชา ชัยวงค์เหลก็ คนงานทดลองการเกษตร
ดา่ นตรวจพืชเชียงแสน สำนกั ควบคุมพืชและวสั ดุการเกษตร
กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
814 หมู่ 2 ต.เวยี ง อ.เชยี งแสน จ.เชยี งราย 57150
โทร/Fax. 0 5365 0259
e-mail: [email protected]
73
เรยี นรทู้ างแก้ สนิ คา้ เกษตรนำผา่ น เมอื่ เกดิ ปญั หา
นางรงุ่ นภา เตโช
ตำแหน่ง นกั วทิ ยาศาสตร์
วัตถุประสงค์ของผ้เู ขยี น
เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาสินค้าเกษตรนำผ่าน ในกรณี “ไม่สามารถเข้า
ประเทศปลายทางได้ จึงติดต่อเพื่อขอนำกลับเข้าประเทศอีกครั้ง และแจ้งความประสงค์ขอ
เปล่ียนเสน้ ทางและเปล่ียนแปลงด่านส่งออกปลายทาง”
ในการเขียนบทความครั้งนี้ ผู้เขียนได้เลือก “บุกแห้งนำผ่านไปประเทศเมียนมา”
มาเป็นกรณีศึกษา
วธิ กี ารแก้ปญั หาเร่ิมจากไหน...ไปดูกนั
1. ให้ไปติดต่อหน่วยงานที่เก่ียวข้องกับสนิ ค้านำผ่าน กรณบี ุกแห้ง เกยี่ วข้องกับดา่ นตรวจพืช ด่านศุลกากร
และด่านอาหารและยา
- ในส่วนของด่านตรวจพืช ให้เตรียมใบรับรองสุขอนามัยพืชจากประเทศต้นทาง (ใบเดิมที่สำแดง
ณ ด่านตรวจพชื ) ใบแจง้ การนำผา่ นส่งิ ตอ้ งห้าม ส่ิงกำกัด และสงิ่ ไมต่ อ้ งห้าม (แบบ พ.ก.5-1)
- เตรียมทำหนังสือชี้แจงเหตุผลที่ขอนำสินค้าผ่านเข้ามาอีกครั้ง ออกโดยบริษัทผู้นำผ่าน หาก
ตัวแทนเป็นผู้ดำเนินการต้องมีหนังสือมอบอำนาจอย่างถูกต้องตามระเบียบ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของ
กรรมการทุกคนทล่ี งลายมือชื่อเป็นท่ีเรียบร้อยแล้ว และตอ้ งแจ้งรายละเอยี ดสภาพและท่ีอยู่ของสินค้าขณะอยู่นอก
ประเทศ เช่น สนิ ค้ายงั อยู่ในเรอื ลำเดิมและยังลอยลำอยู่ในน่านนำ้
- ให้ติดตอ่ ด่านศลุ กากร เพอ่ื ขอคำแนะนำวิธกี ารนำผา่ นตามระเบียบของศุลกากร
- ใหต้ ิดตอ่ ดา่ นอาหารและยา เพื่อขอคำแนะนำวธิ ีการนำผ่านตามระเบยี บของอาหารและยา
2. เอกสารท่ตี ้องยืน่ ต่อหนว่ ยงาน
ณ ด่านตรวจพชื ได้แก่ ใบรบั รองสุขอนามัยพชื จากประเทศต้นทาง
(ใบเดิมที่สำแดง ณ ด่านตรวจพืช) ใบแจ้งการนำผ่านสิ่งต้องห้าม สิ่งกำกัด และ
สิ่งไม่ต้องห้าม (แบบ พ.ก.5-1) หนงั สอื ชีแ้ จงเหตุผลการขอนำผา่ นเขา้ มาอกี ครั้ง
- ให้ตดิ ตอ่ ดา่ นศุลกากร
- ใหต้ ดิ ตอ่ ด่านอาหารและยา
ภาพประกอบ ; ภูเขาฟูจิ (อีกไมน่ านสถานการณป์ ระเทศไทยคงกลบั เข้าสู่สภาวะปกติ ท่านใดท่ีช่ืนชอบการท่องเทย่ี วตา่ งประเทศ ไมค่ วรพลาดประเทศญี่ปุ่น ภาพนเี้ ป็นภาพประทับใจของ
ผู้เขียนที่ได้มีโอกาสเดินทางไปทัศนศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2560 ทัศนียภาพที่สวยงามของภูเขาฟูจิที่มองเห็นได้ในระยะไกล และ ทุ่งดอกชิบะซากุระ (Shibazakura) หรือพิงค์มอส
(Pink Moss) ยงั ตราตรึงใจมาจนถึงทกุ วันนี้ ฝากไวอ้ ยา่ ลืม หากมีโอกาส ญี่ปนุ่ อาจเปน็ หนึ่งในทางเลอื กของคณุ
74
3. การแจง้ นำผ่านในระบบ NSW ของกรมวิชาการเกษตร ตามวิธีการ หลังจากได้เลขรับ พ.ก.5-1 จากดา่ นตรวจพืช
ต้นทางแล้วใหผ้ ู้ประกอบการไปติดตอ่ ด่านศุลกากรเพ่ือจัดทำ
3.1 ใบกำกบั ราคาสินคา้ (Invoice)/ใบแสดงรายการบรรจุสนิ คา้ (Packing list)
3.2 ใบขนสนิ ค้าผา่ นแดน (Transit Declaration)
3.3 ใบเคล่ือนยา้ ยของผา่ นแดน (Transition Control Message)
4. เมอ่ื ไดเ้ อกสารจาก 3.1-3.3 แลว้ ใหย้ ่ืนแนบในระบบ NSW ของกรมวชิ าการเกษตรอีกครง้ั
5. ผู้ประกอบการเตรียมสินคา้ ใหพ้ รอ้ มและติดต่อประสานงานพนักงานเจ้าหน้าทีใ่ หไ้ ปตรวจสอบสนิ คา้
สาระเพมิ่ เติม กฎหมายนำผ่านศุลกากร ท่หี ลายคนอาจไมร่ ู้
1. การขนย้ายสินค้า: สินค้าต้องถูกขนย้ายให้ถึง
ด่านศุลกากรปลายทาง ภายใน 72 ชั่วโมง นับจาก
มีการตรวจปล่อยจากต้นทาง เนื่องจากต้องอยู่ใน
อารักขาของศุลกากรนับแต่ผ่านเข้ามาตลอดไป
จนกว่าจะผ่านพ้นออกนอกราชอาณาจักรและมีการ
ปิดป้ายแสดงเครื่องหมายบ่งบอกว่าเป็นสินค้านำผ่าน
ชัดเจน การบรรทุกสินค้า อาจเป็นตู้คอนเทนเนอร์หรือ
รถบรรทุกชนิดตู้ทึบ (Closed Van) หรือรถบรรทุกและรถพ่วง แต่กรณี
รถพว่ งตอ้ งใช้ผา้ ใบคลุมท้งั ส่ีมมุ หรือมากกวา่ และมัดลวด ประทับดวงตราตะก่วั กศก. ทงั้ สมี่ มุ หรือมากกวา่
2. กรณีนำสินค้าออกไปนอกราชอาณาจักรภายใน 30 วันนับแต่วันที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ของน้ัน
ไม่อยู่ภายใต้ความรับผิดที่จะต้องเสียอากร คือ ไม่ต้องชำระอากรขาเข้าและขาออก แต่เมื่อมีการเปลี่ยนเป็นการ
นำเข้าจะต้องทำภายใน 30 วันนับแต่วันที่นำเข้ามา พร้อมทั้งปฏิบัติตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอ่ืน
ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าให้ครบถ้วนเสียก่อน แล้วจึงชำระอากรขาเข้าโดยคำนวณตามสภาพของ ราคาของ และ
พิกัดอัตราศุลกากร ที่เป็นอยู่ในเวลาที่นำของนั้นเข้ามาในราชอาณาจักร กรณีตามความตกลง GATT 1994 หรือ
ของถ่ายลำ ที่ไม่ได้นำออกไปนอกประเทศไทย หรือไม่มีการยื่นคำขอเปลี่ยนเป็นการนำเข้า ภายใน 30 วันนับแต่
วันทนี่ ำเข้ามา ของนน้ั ตกเป็นของแผ่นดนิ
3. สินค้านำผ่านตามความตกลงว่าด้วยการขนส่งทางถนน
ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐ
ประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่ไม่ได้นำออกไปนอกประเทศไทย หรือไม่
มีการยื่นคำขอเปลี่ยนเป็นการนำเข้า ภายใน 90 วันนับแต่วันที่นำเข้า
มาในราชอาณาจักร สนิ คา้ น้นั ตกเป็นของตกค้าง
75
4. กรณมี เี หตจุ ำเป็นไม่สามารถส่งสนิ ค้าออกไปนอกราชอาณาจักรภายใน 30 วนั นบั แตว่ นั ทคี่ รบกำหนดได้
ผู้ขอนำผา่ นต้องยื่นคำร้องขอขยายเวลาส่งออกก่อนครบกำหนด 30 วนั ตอ่ หน่วยงานศุลกากรต้นทางหรือหน่วยงาน
ศุลกากรปลายทาง (แล้วแต่กรณี) เพื่อให้ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรหรือนายด่านศุลกากรพิจารณาอนุญาต
ทั้งนี้ ให้ขยายเวลาได้ไม่ว่าจะกรณีใด ไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่ครบกำหนด หากเกินกำหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่า
ของนั้นไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่อธบิ ดีกำหนด และอยู่ภายใต้ความรับผิดในอันที่จะต้องเสียภาษีตามท่ีกฏหมายกำหนด
5. กรณีการส่งสินค้านำผ่านกลับไปยังประเทศต้นทาง หรือประเทศที่สาม หรือเปลี่ยนท่าที่ส่งออก ผู้ขอ
ผ่านแดนต้องยื่นคำร้องขอแก้ไขข้อมูลใบขนสินค้าหรือใบเคลื่อนยา้ ยสินค้า ต่อผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรหรอื
นายดา่ นศุลกากรทีเ่ กบ็ รกั ษาสนิ คา้ นน้ั เพ่อื พิจารณาอนมุ ัติให้สง่ ออกไปนอกราชอาณาจักรตามท่รี ้องขอได้ โดยให้ใช้
ใบขนสินคา้ ผา่ นแดนฉบบั เดิม
6. กรณีหีบห่อภาชนะบรรจุแตก หรือชำรุด เพื่อความสะดวกหรือความเหมาะสมในการขนส่ง ผู้ขอผ่ าน
แดนสามารถยื่นคำร้องขอแก้ไขข้อมูลต่อผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรหรือนายด่านศุลกากร เพื่อพิจารณาให้
เปลี่ยนภาชนะบรรจุของเพ่ือประโยชน์ในการขนส่ง โดยใหพ้ นกั งานศลุ กากรควบคุมตรวจนบั จำนวนสินค้าในหีบห่อ
ควบคุมการซ่อมแซม หรือเปลี่ยนหีบห่อภาชนะบรรจุใหม่ และเมื่อได้ดำเนินการแล้ว พนักงานศุลกากรจะบันทึก
แกไ้ ขขอ้ มลู ในระบบคอมพวิ เตอร์ของศุลกากร
(ท่ีมา: สำนกั งานศลุ กากรทา่ เรือกรงุ เทพ (สทก.), 2561 และประกาศกรมศลุ กากร ที่ ๑๓๙/๒๕60 เรื่อง
วิธกี ารศุลกากรว่าด้วยการผ่านแดนทางอิเลก็ ทรอนิกส์)
บทความน้ไี ม่ควรพลาด...................
หากเรารู้จักเรยี นรู้ข้อผดิ พลาดของคนอ่นื จักเป็นประสบการณช์ ัน้ เลศิ และเป็นทางลัด
สู่ความสำเร็จได้โดยง่ายดาย
ดา่ นตรวจพชื เชยี งแสน สำนักควบคุมพืชและวสั ดกุ ารเกษตร กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
814 ม.2 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย 57150 โทร/fax. 0 5365 0259 e-mail: [email protected]
76
5 แนวคดิ ยกระดบั มาตรฐาน LAB
เขา้ สู่ ISO/IEC 17025 ในปี 2022
บทเกรนิ่ นำ นางสาวภารดี ถาวรวงษ์
นักวทิ ยาศาสตร์ปฏบิ ัติการ
ในปัจจุบันนี้ สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมเกษตร ORGANOCHLORI ORGANOPHOSP
ทั่วโลกอย่างแพร่หลาย ซึ่งสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเหล่านี้สามารถปนเปื้อนอยู่ใน PYRETHROID
ผลผลิตทางการเกษตรและสง่ ผลเสยี ต่อสุขภาพของผูบ้ รโิ ภค นอกจากนน้ั แล้วในแง่
ของการนำเข้านั้น การที่ผลผลิตทางการเกษตรมีสารเคมีปนเปื้อนทำให้ส่งผล
กระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจของประเทศชาติอย่างมหาศาล ดังนั้น เพื่อความ
ปลอดภัยของผู้บริโภคและการนำเข้าสินค้า ในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึง
ประเทศไทยได้มีการกำหนดกฎหมายควบคุมปริมาณสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
ที่ปนเปอื้ นในผลผลิตทางการเกษตรข้นึ มา สำหรับหอ้ งแลปด่านตรวจพืชเชียงแสน
ใช้เกณฑ์มาตรฐานค่าการปนเปื้อนในผลผลิตทางการเกษตรนำเข้า (MRLs) จาก
2 แหล่ง คอื หนว่ ยงานสำนักมาตรฐานสนิ ค้าเกษตรและอาหารแหง่ ชาติ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (มกษ.) และ CODEX
หวั ใจสำคญั ในการวิเคราะหเ์ พื่อใหง้ านบรรลผุ ลขน้ึ อยู่กับ 2 องค์ประกอบหลกั
คือ เทคนคิ และเครอื่ งมือที่นำมาใช้ในการวเิ คราะห์ เชน่ นกั วิเคราะห์โดยส่วนใหญ่
เลือกใช้เทคนิคโครมาโทกราฟี (Chromatography) ที่มีความจำเพาะ
(Selectivity) และความไวในการวิเคราะห์ (Sensitivity) สูง เนื่องจากเทคนิคนี้
ทั่วโลกนิยมนำมาใช้ในการตรวจสอบการปนเปื้อนสารเคมีในผลิตผลทาง
การเกษตร เป็นต้น
นอกจากนย้ี ังมีปจั จัยอ่ืนๆ ทอ่ี าจส่งผลกระทบต่อผลการวิเคราะห์ ไม่ว่า
จะเป็นเจ้าหน้าที่ สภาพแวดล้อมในการวิเคราะห์ เช่น เครื่อง GC ในขณะใช้งาน
ต้องควบคุมสภาพอุณหภมู ิห้อง 25±5 องศาเซลเซยี ส
ในปจั จุบนั หนว่ ยงานท่ีทำหน้าทใ่ี นการตรวจสอบการปนเปอื้ นสารฯ
เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคภายในประเทศ คือ ด่านอาหารและยา สำนักคณะกรรมการ
อาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสขุ
ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การตรวจสอบการปนเปื้อน
สารเคมใี นสนิ ค้าเกษตรนำเข้า เป็นภารกิจของ ดพ.เชียงแสน สำนกั ควบคมุ พืชและ
วัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร โดยมีวัตถุประสงค์เพือ่ นำขอ้ มูลการวเิ คราะห์
ที่ได้ไปเป็นข้อมูลทางวิชาการใช้ในเชิงนโยบายต่อรองทางการค้าระหว่างประเทศ
จากความสำคัญของภารกิจดงั กล่าว กลุ่มงานวิเคราะห์ ดพ.เชยี งแสน จงึ มีแนวคิด
ยกระดับมาตรฐาน LAB เข้าสู่ ISO/IEC 17025 ในปี 2022 โดยผู้เขยี นได้รวบรวม
แนวคิดจากแหล่งวิชาการที่น่าเช่ือถือและจากประสบการณ์ในการทำงาน มาแชร์
และแบง่ ปันเพือ่ เป็นแนวทางใหก้ ับน้องๆ รนุ่ ต่อไป
77
แนวคดิ ที่ 1 ประเมนิ สมรรถนะเครื่องมือทมี่ ีอยู่เดมิ
เทียบกับเครอื่ งมือรนุ่ ใหมท่ ี่อัพเดตกวา่
วัตถุประสงค์ เพื่อหาความแตกต่างของเครื่องมือวิเคราะห์ที่มีอยู่เทียบกับเครื่องมอื
รนุ่ ใหม่ เพอ่ื วางแผนจดั หาในอนาคต
เปรียบเทยี บข้อดขี ้อด้อยจากการวเิ คราะหร์ ะหว่างเคร่อื ง GC กับ เครอื่ ง GC-MS/MS
GC (Gas Chromatograph) เดมิ ทใ่ี ช้งานอยูใ่ นปัจจุบนั
- มีความสามารถในการวเิ คราะห์สารได้เพยี ง 33 ชนิดสาร
- จำเป็นต้องใช้สารมาตรฐานในการเปรยี บเทยี บผลวิเคราะห์
- มคี วามไวในการวเิ คราะห์ทสี่ ามารถวิเคราะห์สารท่ีสนใจได้ในระดับ มิลลิกรัมต่อ
กโิ ลกรัม (mg/kg; ppm)
GC-MS/MS (Gas Chromatograph-MassSpectrometer/ Mass Spectrometer)
- มคี วามสามารถในการวเิ คราะหส์ ารได้มากกว่า 100 ชนิดสาร
- เป็นเครื่องมือที่มีความไวในการวิเคราะห์ที่สามารถวิเคราะห์สารที่สนใจได้ใน
ระดบั ไมโครกรมั ต่อกิโลกรัม (µg/kg; ppb) หรอื น้อยกว่า
- มีรูปแบบการทำงานแบบที่จำเพาะเจาะจงต่อสารที่ต้องการวิเคราะห์
(Selected Reaction Monitoring; SRM หรือ Multiple Reaction Monitoring; MRM)
- สามารถเปรยี บเทยี บผลวิเคราะหก์ ับฐานข้อมูล (Library) เพ่ือความถูกต้องได้โดย
ไม่จำเป็นตอ้ งใช้สารมาตรฐาน
การสอบเทยี บเคร่อื งมอื ในแตล่ ะปตี อ้ งมกี ารประเมินสมรรถนะของเครอ่ื งมือ
วัตถุประสงค์ เพื่อตรวจสอบสภาพการทำงานและความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นกับ
เคร่ืองมอื วิเคราะห์ใหพ้ ร้อมใชง้ านให้ค่าการวดั ทีถ่ ูกตอ้ งและแม่นยำ
การดำเนินการ ดพ.เชียงแสน ได้สอบเทียบเครื่องมือวิเคราะห์กับหน่วยงาน
ภายนอกท่ไี ดร้ บั รองมาตรฐานจำนวนปีละ 1 คร้งั จึงมน่ั ใจไดว้ า่ เคร่ืองอยู่ในสภาพ
พร้อมใชง้ านได้อยา่ งมีประสิทธิภาพส่งผลให้การวิเคราะหม์ ีความถูกตอ้ งและแม่นยำ
แนวคดิ ที่ 2 การสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานให้เปน็ ระบบ
และมีมาตรฐานเดียวกันได้ผลลัพธ์ที่เหมือนกันและคงที่
วัตถปุ ระสงค์ เพอื่ ให้การปฏิบัติงานเปน็ ระบบและมีมาตรฐานเดยี วกนั ได้
ผลลพั ธ์ทเ่ี หมอื นกนั และคงที่
วิธีดำเนินการ
- จดั ทำคมู่ ือวิธกี ารวิเคราะหแ์ ละการใช้งานเคร่อื งมอื จำนวน 13 คมู่ อื
ในการจดั ทำคมู่ ือการปฏิบัติงานถือเป็นเคร่อื งมอื อย่างหน่งึ ในการ
ยกระดับมาตรฐาน LAB เขา้ สู่ ISO/IEC 17025 ในปี 2022
- ในปี 2564 ดำเนนิ การเสร็จส้นิ แลว้ 8 ค่มู ือ คอื
(1) เครื่องปั่นเหวี่ยงสารให้ตกตะกอน (Centrifuge)
(2) เครื่องชั่ง Electronic Balance (Ba2)
(3) เครอ่ื งช่ัง Electronic Balance (Ba4)
(4) เคร่ืองปนั่ Robot coupe (R201 Ultra E)
(5) เครอ่ื งทำความสะอาดดว้ ยระบบอัลตร้าโซนคิ (Ultrasonic bath)
(6) เครอ่ื งเขย่าสาร VORTEX GENIE 2
(7) เครื่องกรองน้ำ
(8) ต้ดู ดู ความชนื้ ไฟฟ้า (Electronic Dry cabinet)
78
แนวคดิ ที่ 3 การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใชใ้ นการจัดเกบ็ ขอ้ มูล
วัตถุประสงค์ เพือ่ ใหส้ อดคลอ้ งกบั นโยบายภาครฐั ในการนำเทคโนโลยีมา
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นการจดั ทำฐานขอ้ มูลกลาง
- ดพ.เชียงแสน ได้จัดทำฐานข้อมูลออนไลน์ (Web service) ขึ้นมา
สำหรับเจา้ หนา้ ที่ภายใต้ช่อื www.csdatalab.com
- เพื่อนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการจัดเก็บข้อมูลการตรวจสอบ
การปนเป้ือนสารเคมีในสินคา้ เกษตรนำเข้าทาง 6 ดา่ น
- ฐานข้อมูลมีประโยชน์ต่อกรมวิชาการเกษตรในเชิงนโยบายเพื่อ
นำไปตอ่ รองทางการคา้ กบั ประเทศคู่ค้าท่ีสำคญั ของไทย
- ในอนาคตฐานขอ้ มลู สามารถรองรับขอ้ มลู จากทง้ั ประเทศได้
- ข้อดี ส่งผลให้การปฏิบตั ิงานของเจ้าหน้าที่สะดวกและเข้าถึงข้อมลู
ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง รวดเร็ว ชว่ ยเพิม่ ประสิทธภิ าพและความแมน่ ยำของขอ้ มลู ด้วย
แนวคดิ ที่ 4 แผนการเพมิ่ สมรรถนะบคุ ลากรในหนว่ ยงานประจำปี
แนวคดิ ที่ 5 วัตถุประสงค์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานอย่างมี
ประสิทธิภาพ โดยดำเนนิ การ ดังน้ี
- การจดั ส่งเจ้าหนา้ ท่เี ข้ารบั การทดสอบความร้คู วามสามารถ
ดพ. เชียงแสน ได้ดำเนินการจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้ารับการทดสอบความรู้
ความสามารถเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี ระดับต้น ประเภทวัสดุ
กัมมันตรังสี เนื่องจากการทำงานในห้องปฏิบัติการที่ต้องเกี่ยวข้องกับสารเคมี
และรังสี นับเป็นสภาวะที่มีความเสี่ยงอันตรายตอ่ การเกดิ อบุ ัติเหตุ ดังนั้นการมี
ทักษะความรู้และความระมัดระวงั ในการปฏิบัตงิ านจึงมีสำคญั ต่อความปลอดภัย
ของผู้ปฏบิ ตั ิงาน
- การจัดสง่ เจ้าหน้าทีท่ ดสอบความชำนาญ (Proficiency Testing: PT)
ดพ.เชียงแสน ได้มีการทดสอบความชำนาญ (PT) จากหน่วยงานท่ีทำหน้าที่ใน
การจดั โปรแกรมทดสอบทุกปี เช่น กรมวทิ ยาศาสตรบ์ รกิ าร เป็นตน้
แผนการจัดทำระบบมาตรฐาน ISO/IEC 17025:2017
วตั ถุประสงค์ เพอ่ื ยกระดับห้องปฏบิ ตั ิการใหม้ คี วามนา่ เชอ่ื ถอื และมีมาตรฐานตามข้อกำหนด ISO/IEC 17025:2017
วิธดี ำเนินการ
- เร่มิ ตน้ เดือนตลุ าคม 2564 ประชมุ และกำหนดรูปแบบตามข้อกำหนด ISO/IEC 17025:2017
- ภายใน 2 เดอื นปีงบฯ 2565 ยกรา่ ง ISO/IEC 17025:2017 สง่ ให้ ผเู้ ชี่ยวชาญตรวจสอบ
- ภายใน 6 เดอื นปงี บฯ 2565 ตรวจตดิ ตามคุณภาพภายใน (Internal audit) เพอ่ื ให้มั่นใจว่าระบบ คุณภาพเป็นไปตามข้อกำหนด
- ภายใน 9 เดอื นปีงบฯ 2565 แกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ งที่พบจากการตรวจตดิ ตามคุณภาพภายใน (Internal audit)
- ภายใน12 เดือนปีงบฯ 2565 ไดใ้ บรบั รองมาตรฐาน ISO จากหนว่ ยงาน สมอ.
จาก 5 แนวคดิ ทก่ี ล่าวมานัน้ ผู้เขยี นต้องการจดุ ประกายใหน้ ้องๆ ชว่ ยกันคดิ ชว่ ยกนั ทำยกระดบั มาตรฐานและเพิ่มขีด
ความสามารถของหอ้ งปฏิบตั กิ ารให้เปน็ ทย่ี อมรับทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
ผจู้ ัดทำ/ผู้เผยแพร่ : นางสาวภารดี ถาวรวงษ์ นกั วทิ ยาศาสตร์ปฏบิ ัติการ
ดา่ นตรวจพชื เชียงแสน สำนกั ควบคุมพชื และวสั ดกุ ารเกษตร กรมวชิ าการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
814 หมู่ 2 ต.เวยี ง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย 57150 โทร/fax. 0 5365 0259 e-mail: [email protected]
79
อปุ กรณท์ ี่จำเปน็ ในการเกบ็ ตัวอยา่ ง
1. ตารางรับตวั อย่าง นางสาวเรณู ไชยมงคล
2. ถงุ ซิป ตาแหนง่ พนักงานจ้างเหมา
3. สตกิ เกอร์
4. ปากกา
การเกบ็ ตวั อยา่ งมวี ธิ ดี งั นี้
1. จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน เช่น ถุงซิปเก็บตัวอย่างต้องติดสติกเกอร์ให้พร้อม เตรียมปากกา
อยา่ งนอ้ ยควรมี 2 ดา้ ม เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหมึกหมด เตรียมและตรวจสอบเลขตัวอยา่ งลำดบั ถัดไป
2. เตรียมแผนและจัดทำรายชอ่ื พืชเป้าหมายที่ตอ้ งการ
3. เมือ่ ถึงจดุ ปฏิบัตงิ านให้สงั เกตภาพรวมและแยกกลมุ่ พชื ออกเปน็ 2 กลุ่ม คอื กลมุ่ ผกั กลุ่มผลไม้
4. นำตัวอยา่ งตามแผนที่วางไว้แยกออกมาจากกลุ่ม
5. เอาตวั อยา่ งใส่ในถุงซปิ บนั ทกึ ขอ้ มูลเลขพก.5 ชอ่ื พืช วนั ที่เกบ็ ตวั อย่าง ช่อื ผเู้ กบ็
6. บันทึกภาพลักษณะทางกายภาพของพืช โดยนำพืชมาวางบนแผ่นยางที่มีสเกลวัดขนาด 2
หนว่ ย : ตน้ /ผล และผา่ ครงึ่ เพ่อื เปรียบเทยี บกัน
7. ทำซ้ำในขอ้ 5 จนครบจำนวนตวั อย่างที่ตอ้ งการ
หมายเหตุ
1. ตัวอย่างท่ีใช้เป็นส่วนหนึ่งของตัวอย่างด่านต้นทางนำเข้าท่ีนายตรวจสุ่มเก็บเพื่อตรวจศัตรูพืช
2. ปริมาณตัวอยา่ ง 1 - 2 กิโลกรัมต่อพืช
วิธกี ารบนั ทกึ ภาพใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพ
1. ควรมีขาต้งั กลอ้ ง เพือ่ ใหง้ า่ ยต่อการจดั ภาพ และสามารถกำหนดขนาดได้ตามทตี่ ้องการ
2. เลอื กจดุ ทมี่ ีแสงสวา่ งเพยี งพอ เพื่อความชดั เจนของรูป
3. ไมค่ วรอยใู่ นจดุ ที่มีลม/พัดลม เนอื่ งจากลมจะทำให้ถงุ ซปิ เคลอ่ื นไหว ทำใหภ้ าพทอ่ี อกมาเบลอ
4. หากใช้มือถือในการถ่ายภาพให้โฟกัสตำแหน่งสติกเกอร์ และให้เห็นภาพรวมท้ังหมด
(จากประสบการณ์ผู้เขยี นความสงู จากพน้ื โต๊ะประมาณ 55 ซม. จะไดภ้ าพท่ีมคี ณุ ภาพตามทีต่ อ้ งการ)
80
ทรคิ การชงั่ สารเคมใี หเ้ รว็ และแมน่ ยา
1. เลอื กจุดตดิ ตั้งเคร่ืองชงั่ ให้อยูใ่ นสถานทไ่ี ม่มีลมหา่ งจากหน้าตา่ งและประตู เน่ืองจากเครือ่ งชัง่
มีความไว (sensitive) มาก การปดิ เปิดประตหู น้าต่างจะสง่ แรงสน่ั สะเทือนตอ่ การชั่งสาร
2. การวางเคร่ืองช่งั เพื่อใหก้ ารชั่งสารมีความแม่นยำและได้ค่าท่ถี ูกตอ้ ง
2.1 จัดหาโต๊ะหรอื ที่วาง ที่มคี วามแนน่ หนาและม่นั คง และต้องมีแสงสวา่ งเพยี งพอ
2.2 เมื่อวางเครื่องช่งั บนพน้ื โตะ๊ ใหส้ งั เกตลูกน้ำเครื่องชั่งสารตอ้ งอยู่ตรงกลางวงกลม
2.3 ไมค่ วรเคลื่อนย้ายเคร่ืองช่ังหากไม่จำเปน็
3. ผู้ใชง้ านควรศึกษารายละเอียดปรมิ าณสารทตี่ ้องการใช้ในแตล่ ะคร้ัง เพื่อจัดหาเคร่ืองช่ังให้เหมาะสม
เช่น เครื่องชั่งท่ีมีความละเอียด 2 ตำแหน่ง 4 ตำแหน่ง เพราะการเลือกเคร่ืองช่ังที่เหมาะกับการใช้งาน
จะทำให้ได้งานทีม่ ีคุณภาพ
4. ในการใช้งานแต่ละครั้งต้องเปิดเคร่ืองช่ังท้ิงไว้อย่างน้อย 30 นาที เพ่ือทำการวอร์มเคร่ืองให้
พร้อมใช้งาน และปรับเทียบ (calibrate) เครือ่ งเพื่อให้ได้ตามค่ามาตรฐาน
5. ข้อเสนอแนะสำหรบั มือใหม่ชง่ั สารเปน็ ครัง้ แรก
5.1 ตอ้ งจัดเตรยี มช้อนให้ครบกบั จำนวนสารทตี่ ้องการไม่ใช้ชอ้ นซำ้ กันเดด็ ขาด เพราะการ
ใช้ชอ้ นซำ้ จะเกิดการปนเป้ือนกบั สารอื่น
5.2 หากชง่ั สารในปรมิ าณที่น้อยมากควรเลือกเคร่ืองช่งั ท่มี ีความละเอยี ดสงู เช่น มีทศนิยม
2 ตำแหนง่ หรอื 4 ตำแหน่ง
5.3 เลือกใช้กระดาษชั่งสารหรือจานพลาสติกสำหรับชั่งสารทำให้ง่าย สะดวก ไม่หกเลอะเทอะ
หากตอ้ งการเทลงหลอดพลาสติก (centrifuge tube)
81
5.4 ควรสังเกตขนาดช้อนที่มีในห้องปฏิบัติการมีกี่ขนาด และควรเลือกให้เหมาะสม
กับปรมิ าณสารทต่ี ้องการ เช่น ตอ้ งการชัง่ สารปรมิ าณ 4 g. ใหใ้ ช้ชอ้ นเบอร์ 0
5.5 ในกรณีที่ช่ังสารหลายชนิดพร้อมกันให้เลือกช่ังสารที่มีปริมาณมากก่อน เพราะจะทำ
ให้ง่ายและสะดวกต่อการเตรยี มสารในลำดับถดั ไป สว่ นการช่งั สารในปริมาณทน่ี ้อยใชเ้ วลามากข้ึน เพราะต้องมี
สมาธใิ นการชง่ั
6. หากปรมิ าณท่ีตอ้ งการชงั่ มีความละเอียดสูงเมื่อตกั สารไปในรอบแรก ในรอบถดั ไปควรใหต้ กั สาร
มาในปริมาณท่ีพอเหมาะแล้วใช้ปลายช้อนสะกิดออกไปเพียงเล็กนอ้ ยและสงั เกตว่าไดน้ ำ้ หนกั ตามทต่ี ้องการ
หรือไม่ หากเหลือสารท่ีตักออกมาไม่ควรเทกลับขวดเดิม ถ้ามีปริมาณน้อยควรเทท้ิง แต่หากมีปริมาณมาก
ควรจัดหาบีกเกอร์มาใสแ่ ละปิดใหส้ นทิ และควรเขียนชอ่ื สารและวันท่กี ำกับไว้
7. หากมีโอกาสควรหม่นั สังเกตและหาความรู้เพม่ิ เตมิ จากผู้มปี ระสบการณ์ เพราะจะทำให้เกดิ การ
เรียนรทู้ างลัดได้เรว็ กวา่ คนอ่นื
นางสาวเรณู ไชยมงคล ตาแหนง่ พนกั งานจา้ งเหมา
ด่านตรวจพชื เชียงแสน สานักควบคมุ พชื และวสั ดุการเกษตร กรมวชิ าการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
814 หมู่ 2 ตาบลเวียง อาเภอเชียงแสน จงั หวัดเชยี งราย 57150
โทร/fax : 0 5365 0259 e-mail : [email protected]
82
งานปรบั ปรุงขนั้ ตอนการให้บรกิ ารของด่านตรวจพืชเชยี งแสน
นางมนิ ตรา ไชยศริ ิ นักวิทยาศาสตร์
โดยมี 2 กระบวนงาน คือ
1) ลดขั้นตอนการยื่นเอกสาร โดยเพิ่มช่อง ภาพที่ 33 ชอ่ งทางการตดิ ตอ่ Line Official
ทางการให้บริการ และให้คำแนะนำในเรื่องพิธีการ
การนำเข้า – ส่งออก – นำผ่าน พืชเกษตร โดยนำ
Application Line Official มาใช้ และผู้มาติดต่อ
ขอรับบริการเกิดความพึงพอใจ ในการอำนวยความ
สะดวกและรวดเร็ว
2) เพม่ิ จุดการใหบ้ ริการ โดยปรบั ปรงุ สำนักงานย่อย ณ ท่าเรือพาณชิ ย์เชียงแสน ใหม้ คี วามพรอ้ มใน
การอำนวยความสะดวกในเรื่องพธิ ีการ การนำเขา้ – สง่ ออก – นำผ่าน พชื เกษตร แก่ผูม้ าตดิ ตอ่ ขอรบั บรกิ าร
83
งานประชาสัมพนั ธ์เผยแพร่ขอ้ มูลข่าวสาร
ประชาสัมพนั ธ์ในรูปแบบโปสเตอร์
จากประเด็นปัญหาชายแดนบางครั้งมีการนำต้นไม้ประดับบางชนิดออกไปนอกประเทศโดย
ไม่ทราบว่าพืชชนิดนั้นไม่อนุญาตให้นำออกนอกประเทศ เนื่องจากมีกฎหมายคุ้มครองเป็นพืชสงวนของ
ประเทศไทย ดังนั้นเพ่ือเป็นการแก้ปญั หา ด่านตรวจพืชเชียงแสน จึงมีนโยบายจัดทำโปสเตอร์พืชสงวนเพอ่ื
ประชาสัมพันธ์ ออกเป็น 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาจีน ภาษาลาว และภาษาอังกฤษ ผลการดำเนินการสามารถ
ลดปัญหาการนำพืชสงวนออกนอกประเทศได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้เนื่องจากผู้ที่มาติดต่อหรือต่างชาติสามารถ
เลือกอ่านภาษาทตี่ นเข้าใจและมีภาพประกอบเนื้อหาทำให้เข้าใจได้ง่ายยง่ิ ข้ึน จดุ ตดิ ต้ังมี 3 แหง่ คือ
1. ด่านตรวจพืชเชยี งแสน (สำนกั งานใหญ่ ต.เวยี ง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย)
2. ด่านตรวจพชื เชียงแสน (สำนักงานย่อย ทา่ เรือพาณชิ ยเ์ ชยี งแสน ต.บา้ นแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย)
3. สำนกั งานด่านตรวจพืชช่วั คราว จุดผ่านแดนถาวรภูดู่ (ต.มว่ งเจ็ดตน้ อ.บา้ นโคก จ.อุตรดติ ถ์)
ภาพท่ี 34 จุดตดิ ตั้งโปสเตอร์พืชสงวน
84
ประชาสมั พันธใ์ นรูปแบบส่อื โซเชยี ล
เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์งานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของด่าน เป็นสื่อในการให้ความรู้ด้าน
การกักกันพืช เช่น การบอกเล่าเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของศัตรูพืชในรูปแบบต่างๆ การประชาสัมพันธ์
กฎหมายและเงื่อนไขต่างๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า-ส่งออก-นำผ่าน สินค้าเกษตร รวมทั้งกิจกรรม
ตา่ งๆ ของ ดพ.เชียงแสน ผ้สู นใจสามารถติดตามได้ตามช่องทางดังน้ี
1. เฟสบคุ๊ ของ ดพ.เชียงแสน ตามลิง้ ค์
https://www.facebook.com/ChiangsaenPlantQuarantine
2. อนิ สตาแกรม ของ ดพ.เชียงแสน ตามลงิ้ ค์
https://www.instagram.com/chiangsaenpqs/
86
87
88
89
90
91
92