The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่มที่ 1 ทัศนธาตุ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Chonnika Wongsa, 2022-07-13 06:16:26

เล่มที่ 1 ทัศนธาตุ 1

เล่มที่ 1 ทัศนธาตุ 1

เลม่ ที่ 1

https://www.google.co.th/search



คำนำ

แบบฝกึ ทักษะความคดิ สร้างสรรค์ทางศิลปะ เรอื่ ง ทัศนธาตุ รายวชิ าทศั นศลิ ป์ 1 รหัสวชิ า ศ21101
สาหรับนักเรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ฉบับนี้ เปน็ แบบฝึกทกั ษะความคิดสรา้ งสรรค์ทางศิลปะ เร่ือง
ทัศนธาตุจัดทาขึ้นเพื่อให้นกั เรยี นได้ฝึกปฏิบัติและเกิดทักษะในการเรียนรู้ ดังน้ันการศึกษาค้นควา้
ครั้งนม้ี วี ตั ถุประสงค์เพอ่ื 1)เพอื่ ศกึ ษาและพัฒนาหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะเร่อื ง เรื่องทัศน
ธาตุและการวาดภาพระบายสี ในรายวิชาพ้ืนฐานสาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1 2) เพื่อ
เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง ทัศนธาตุและการวาดภาพ
ระบายสีโดยใช้แบบฝึกทักษะความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 3) เพื่อศึกษา
ผลงานทัศนศลิ ปข์ องนกั เรยี น หลงั การเรยี น เรือ่ ง ทศั นธาตุและการวาดภาพระบายสโี ดยใช้แบบฝึก
ทกั ษะความคดิ สรา้ งสรรค์ทางศิลปะช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 4) เพื่อศกึ ษาความพึงพอใจของนักเรียน
ในการจัดการเรียนการสอน เรื่อง ทัศนธาตุและการวาดภาพระบายสีโดยใช้แบบฝึกทักษะวิชา
ทศั นศลิ ปช์ ั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1ใช้เป็นสอ่ื การเรยี นประกอบการจดั การเรยี นรใู้ นหนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2
เรื่อง ทัศนธาตุ รายวิชาทศั นศิลป์ 1 รหัสวิชา ศ 21101 ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 1 เพอื่ ให้นกั เรียนได้ฝึก
ใหเ้ กดิ ความชานาญ เกดิ การเรียนรทู้ ี่คงทนและได้เรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง จึงจะทาใหก้ ารเรยี นการสอนมี
ประสิทธภิ าพ

ขอขอบพระคุณผู้เชี่ยวชาญทุกท่าน และผู้เก่ียวข้องทุกฝ่ายท่ีให้คาแนะนา ส่งเสริม
สนับสนุนให้ความรู้ในการจัดทาแบบฝึกทักษะความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะสาเร็จลุล่วงไปด้วยดี
ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแบบฝึกทักษะเล่มน้ี จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจ
เนื้อหาได้ง่าย มีผลต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจ
ศึกษา ที่จะนาไปเป็นแนวทาง ในการประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน และนวัตกรรมทาง
การศกึ ษาต่อไป

ชลณิการ์ มนตรโี พธิ์

สำรบัญ ข

เร่อื ง หนำ้

คานา ข-ค
สารบญั ง
คาชีแ้ จงเก่ยี วกับแบบฝกึ ทักษะวชิ าทศั นศิลป์ จ
คาแนะนาการใช้แบบฝึกทกั ษะสาหรบั ครู ฉ
คาแนะนาการใชแ้ บบฝกึ ทักษะสาหรับนักเรยี น ช
ลาดบั ขั้นตอนการใช้แบบฝกึ ทักษะ ซ
มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ช้ีวัด / จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1
แบบทดสอบกอ่ นเรียน 2
ใบความรู้ท่ี 1 เรอ่ื ง ความรเู้ กี่ยวกับทศั นธาตุ 3
แบบฝกึ ทักษะท่ี 1.1 4
ใบความรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง จดุ (Dot) 5
แบบฝกึ ทกั ษะที่ 1.2 6-7
ใบความรู้ที่ 3 เร่อื ง เส้น (Line) 8
แบบฝึกทักษะที่ 1.3 9
ใบความรู้ท่ี 4 เร่ือง รูปรา่ งและรูปทรง (Shape And Form) 10
แบบฝกึ ทกั ษะที่ 1.4 11
ใบความรทู้ ี่ 5 เรื่อง พ้ืนผวิ (Texture) 12
แบบฝกึ ทักษะที่ 1.5

สำรบญั (ตอ่ ) ค

เร่ือง หนำ้
13
ใบความรทู้ ่ี 6 เรือ่ ง พ้ืนท่ีวา่ ง (space) 14
แบบฝึกทกั ษะท่ี 1.6 15
ใบความร้ทู ่ี 7 เรือ่ ง นา้ หนกั อ่อน – แก่ (Value) 16
แบบฝึกทักษะที่ 1.7 17-18
ใบความรทู้ ี่ 8 เรอ่ื ง สี (Color) 19
แบบฝกึ ทักษะที่ 1.8 20
แบบทดสอบหลงั เรยี น 21
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน 22
เฉลยแบบฝึกทกั ษะที่ 1.1 23
เฉลยแบบฝกึ ทักษะท่ี 1.2 24
เฉลยแบบฝึกทกั ษะท่ี 1.3 25
เฉลยแบบฝึกทักษะที่ 1.4 26
เฉลยแบบฝกึ ทักษะที่ 1.5 27
เฉลยแบบฝกึ ทกั ษะที่ 1.6 28
เฉลยแบบฝึกทักษะที่ 1.7 29
เฉลยแบบฝกึ ทักษะท่ี 1.8 30
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น 31
บรรณานกุ รม 32

ภาคผนวก



คำช้ีแจงเกี่ยวกบั แบบฝึกทักษะควำมคดิ สร้ำงสรรค์ทำงศลิ ปะ

1. แบบฝกึ ทักษะวิชาทัศนศิลปเ์ รอื่ ง ทัศนธาตแุ ละการวาดภาพระบายสี ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 มี
จานวน 3 เลม่ ดงั นี้

เลม่ ท่ี 1 เร่ือง ทศั นธาตุ
เล่มท่ี 2 เรอ่ื ง สีและวงจรสี
เล่มที่ 3 เรอ่ื ง วาดเสน้ สร้างสรรค์
2. แบบฝกึ ทักษะวชิ าทัศนศิลป์เรอ่ื ง ทัศนธาตุและการวาดภาพระบายสี เลม่ ที่ 1 เรือ่ ง ทศั นธาตุ
ประกอบด้วย
2.1 คาช้ีแจงเกย่ี วกบั แบบฝกึ ทกั ษะวิชาทัศนศลิ ป์
2.2 คาแนะนาการใชแ้ บบฝกึ ทักษะสาหรับครู
2.3 คาแนะนาการใชแ้ บบฝกึ ทกั ษะสาหรับนักเรยี น
2.4 มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชี้วัด / จุดประสงค์การเรียนรู้
2.5 แบบทดสอบกอ่ นเรียน
2.6 ใบความรู้
2.7 แบบฝึกทักษะ
2.8 แบบทดสอบหลังเรียน
3. แบบฝกึ ทักษะวิชาทศั นศิลปฉ์ บบั น้ีจดั ทาขึ้นเพื่อใชเ้ ปน็ สอ่ื การจัดกิจกรรมการเรียนรูใ้ หผ้ ้เู รียนได้
ศึกษา ทาความเข้าใจ สาหรับนกั เรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1
4. แบบฝกึ ทกั ษะวิชาทัศนศิลปฉ์ บับนใ้ี ชเ้ วลาเรียน 2 ชว่ั โมง



คำแนะนำกำรใช้แบบฝกึ ทักษะสำหรบั ครู

แบบฝกึ ทกั ษะวิชาทศั นศิลป์เรอ่ื ง ทัศนธาตแุ ละการวาดภาพระบายสี ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 1
ครูผู้สอน เป็นผู้มีบทบาทสาคัญท่ีจะช่วยให้การดาเนินการเรียนรู้ของนักเรียนให้บรรลุตาม
วตั ถปุ ระสงค์ ครผู ้สู อน จึงควรศกึ ษารายละเอยี ดเก่ยี วกับการใชแ้ บบฝึกทกั ษะ ดังนี้

1. ครูควรเตรียมแบบฝึกทักษะให้พรอ้ มและครบถว้ นเพยี งพอสาหรับนกั เรียน
2. ครูให้นักเรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน เพอ่ื ประเมินความรู้เดิมของนกั เรยี น
3. ครูแจง้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ใหน้ กั เรยี นทราบ
4. ดาเนินการสอนตามกิจกรรมการเรียนรู้ที่กาหนดไว้ในแผนการจดั การเรยี นรู้
5. แจกแบบฝึกทักษะให้นักเรียนศึกษาพร้อมกับแนะนาวิธีการใช้แบบฝึกทักษะ เพื่อให้
นกั เรยี นปฏิบตั ไิ ด้อยา่ งถกู ตอ้ ง
6. เม่ือนักเรียนทาแบบฝกึ ทกั ษะเสรจ็ แล้วให้นกั เรยี นส่งให้ครตู รวจ
7. ใหน้ กั เรยี นทาแบบทดสอบหลังเรียน
8. เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น – หลังเรียน และบนั ทกึ คะแนนของนกั เรยี นแต่ละคน เพ่อื
ประเมนิ การพฒั นาและความกา้ วหน้า
9. ครูสังเกตความต้ังใจของนักเรียน ความสนใจในการเรียน การทางานร่วมกันเป็นกลุ่ม
ของนักเรยี นทุกกลมุ่ อยา่ งใกลช้ ิด ถา้ กลุม่ ใดมีปญั หาครทู าหนา้ ทแ่ี นะนา



คำแนะนำกำรใชแ้ บบฝึกทกั ษะสำหรบั นกั เรียน

ในการศึกษาแบบฝกึ ทักษะวชิ าทศั นศิลป์เรือ่ งทัศนธาตุและการวาดภาพระบายสี ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 1
เลม่ ท่ี 1 เรอ่ื ง ทศั นธาตุ นักเรียนควรปฏิบตั ิตามคาแนะนา ดงั นี้

1. นาแบบฝึกทกั ษะมาเรียนทุกคร้ัง
2. ปฏิบัติตนตามคาแนะนาการใช้แบบฝึกทักษะสาหรับนักเรียน และลาดับขั้นตอนการใช้แบบฝึก
ทกั ษะ
3. สาหรบั นักเรียนอ่านใหเ้ ขา้ ใจกอ่ นลงมอื ทางานหรือทาการศกึ ษาทุกคร้งั
4. ทาแบบทดสอบก่อนเรยี นเพ่ือประเมนิ ความรูเ้ ดิมของนกั เรยี น
5. ในการศึกษาเน้ือหาและทาแบบฝึกทักษะ ถ้าทาแบบฝึกทักษะไม่ได้ให้กลับไปทบทวนแบบฝึกดว้ ย
ตนเอง หรอื หากไม่เขา้ ใจใหน้ กั เรยี นสอบถามจากครผู ้สู อน ทาแบบฝกึ ดว้ ยความสนใจและตงั้ ใจ
6. เมอื่ นกั เรยี นทาแบบฝึกทกั ษะในแต่ละเล่มเสรจ็ แลว้ ให้นกั เรียนส่งแบบฝกึ ทักษะให้ครูตรวจแล้วจึง
สามารถดเู ฉลยแบบฝึกทกั ษะซงึ่ อยู่ด้านหลงั ได้
7. ในการทาแบบฝึกทกั ษะ แบบทดสอบก่อนเรยี นและแบบทดสอบหลังเรยี น ให้นกั เรียนพยายามทา
ความต้งั ใจและมคี วามซอื่ สัตยต์ ่อตนเองมากทีส่ ดุ
8. ทาแบบทดสอบหลังเรียนเพ่ือประเมนิ ความก้าวหนา้ ของนกั เรียน

มาอา่ นกนั เถอะ.....!!!!



ลำดับข้ันตอนกำรใช้แบบฝกึ ทักษะ

อำ่ นคำแนะนำ
ทดสอบกอ่ นเรียน
ทำแบบฝึกทักษะ
ทดสอบหลังเรยี น
ตรวจแบบทดสอบ

ผ่านเกณฑ์ ไม่ผ่านเกณฑ์

ศึกษาแบบฝึกทักษะเล่มถัดไป

แผนภูมิ ลาดบั ขั้นตอนการใช้แบบฝึกทักษะความคดิ สรา้ งสรรคท์ างศิลปะ เรื่อง ทศั นธาตุ



มำตรฐำนกำรเรยี นรู้ / ตัวช้ีวัด / จุดประสงค์กำรเรียนรู้

มำตรฐำนกำรเรียนรู้ / ตัวชี้วดั
มาตรฐาน ศ1.1 สร้างสรรคง์ านทัศนศลิ ป์ตามจนิ ตนาการ และความคดิ สร้างสรรค์ วิเคราะห์
วิพากษ์ วจิ ารณ์คุณคา่ งานทศั นศลิ ป์ ถ่ายทอดความรสู้ ึก ความคิด
ต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจาวัน

ศ1.1 ม.1/1 1. บรรยายความแตกต่างและความคลา้ ยคลงึ กันของงานทศั นศิลปแ์ ละ สงิ่ แวดลอ้ ม

โดยใช้ความรูเ้ รื่องทัศนธาตุ

จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้
1. อภิปรายเกีย่ วกบั ความหมายของทัศนธาตุได(้ K )
2. อธบิ ายเกี่ยวกับพนื้ ฐานการรับรูข้ องมนุษย์ทมี่ ตี อ่ งานทศั นศลิ ปไ์ ด้( K )
3. สามารถสื่อสารและนาความรู้เกีย่ วกับทศั นธาตุและพืน้ ฐานการรบั รู้ไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้( P )
4. ช่ืนชมและเหน็ คุณค่าของทศั นธาตแุ ละพืน้ ฐานการรบั ร(ู้ P )
5. มวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ และม่งุ ม่นั ในการทางาน ( A )

1

แบบทดสอบก่อนเรยี น

คาช้แี จง ให้นกั เรยี นเลอื กคาตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว

1. ส่วนประกอบทส่ี ำคญั ทส่ี ุดของทศั นธำตุ คอื อะไร 6. สขี นั้ ท่ี 2 เกดิ จำกแม่สี 2 สผี สมกนั ในอตั รำสว่ นเทำ่ ไร
ก. สี
ข. เสน้ ก. อตั รำส่วน 1 : 1
ค. รปู ทรง
ง. แสงเงำ ข. อตั รำสว่ น 1 : 2

2. ขอ้ ใดต่อไปน้ี ไม่ใช่องคป์ ระกอบของทศั นธำตุ ค. อตั รำส่วน 1 : 3

ก. น้ำหนกั ทว่ี ำ่ ง ง. อตั รำสว่ น 1 : 4
ข. เสน้ สี แสงเงำ
ค. รปู ร่ำง รปู ทรง พน้ื ผวิ 7. สใี นขอ้ ใดใหค้ วำมรสู้ กึ “ใจเยน็ สงำ่ ฉลำด สุขุม”
ง. ควำมสมดุล สดั สว่ น จดุ สนใจ
3. เสน้ ทใ่ี หค้ วำมรสู้ กึ แขง็ แรงมนั่ คง คอื ขอ้ ใด ก. สมี ว่ ง ข. สสี ม้
ก. เสน้ ฟันปลำ
ข. เสน้ ตรงตำมแนวตงั้ ค. สเี ทำ ง. สนี ้ำตำล
ค. เสน้ ตรงตำมแนวนอน
ง. เสน้ เอยี งหรอื เสน้ ทแยง 8. กำรจดั องคป์ ระกอบศลิ ป์ ทต่ี ้องกำรใหเ้ ป็นอนั หน่งึ
4. ขอ้ ใดคอื ลกั ษณะของรปู ทรงทถ่ี กู ต้อง
ก. รปู ทรงมี 2 มติ ิ อนั เดยี วกนั คอื ขอ้ ใด
ข. รปู ทรงมี 3 มติ ิ
ค. รปู ทรงไมม่ นี ้ำหนัก ก. จงั หวะและจุดสนใจ
ง. รปู ทรงไมม่ ปี รมิ ำตร
5. สขี นั้ ท่ี 1 หรอื แม่สี ไดแ้ กส่ อี ะไรบำ้ ง ข. ควำมเป็นเอกภำพ
ก. สแี ดง สสี ม้ สมี ว่ ง
ข. สนี ้ำเงนิ สเี ขยี ว สแี ดง ค. ควำมสมดลุ
ค. สเี หลอื ง สนี ้ำเงนิ สมี ว่ ง
ง. สแี ดง สเี หลอื ง สนี ้ำเงนิ ง. สดั สว่ น

9. ขอ้ ใดคอื กำรจดั องคป์ ระกอบศลิ ป์

ก. กำรจดั บรเิ วณใหเ้ หมำะสม

ข. กำรนำ แสง เงำ สี จงั หวะ มำจดั ร่วมกนั

ค. กำรแยกส่วนประกอบของทศั นธำตุออกให้

ชดั เจน

ง. กำรนำทศั นธำตุมำประกอบกนั ใหเ้ กดิ งำน

ทศั นศลิ ป์

10. สงิ่ แวดลอ้ มกบั กำรสรำ้ งสรรคง์ ำนทศั นศลิ ป์ มคี วำม

สมั พนั ธก์ นั อย่ำงไร

ก. สงิ่ แวดลอ้ มทำใหม้ นุษยเ์ กดิ แรงบนั ดำลใจใน

กำรสรำ้ งสรรคง์ ำนทศั นศลิ ป์

ข. สงิ่ แวดลอ้ มทำใหม้ นุษยเ์ รยี นรกู้ ำรเปลย่ี นแปลง

ของธรรมชำติ

ค. สง่ิ แวดลอ้ มเป็นสว่ นสำคญั ในกำรสรำ้ งควำมสขุ

ใหก้ บั มนุษย์

ง. สง่ิ แวดลอ้ มทำใหม้ นุษยม์ กี ำรดำรงชวี ติ มำแต่

โบรำณ

2

ใบควำมรูท้ ี่ 1

ควำมรเู้ ก่ยี วกบั ทศั นธำตุ
ทัศนธำตุ หมายถึง ธาตุแห่งการมองเห็นหรือส่วนประกอบต่าง ๆ ท่ีสาคัญในงานศิลปะหรือ

ทัศนศิลป์ได้แก่ จุด เส้น รูปร่าง รูปทรง น้าหนักอ่อน – แก่ พื้นที่ว่าง พื้นผิว และสี ซ่ึงเป็นสื่อด้าน
สุนทรยี ภาพทีศ่ ลิ ปินนามาใช้สรา้ งสรรค์ผลงาน เพื่อส่ือความหมายตามแนวคิด โดยนาทัศนธาตดุ ังกล่าว
มาประกอบ หรือประสานให้เข้ากัน จนเป็นอันหนึ่งอันเดียวและ เกิดการรวมตัวกันอยา่ งสมบรู ณ์ โดย
อาศยั หลกั เกณฑ์ความเป็นเอกภาพ ความกลมกลนื และความสมดุลซึ่งเราสามารถนาส่วนประกอบแต่
ละอย่ามาสร้างเป็นงานศิลปะได้ในหลายรูปแบบ ซ่ึงก็จะให้ความรู้สึกในการมองเห็นท่ีแตกต่างกันไป
ทัศนธาตุ สามารถสร้างอารมณ์ต่าง ๆ ให้กับคนดู จึงเป็นความรู้พ้ืนฐาน นับตั้งแต่ จุด เส้น รูปร่าง -
รูปทรง แสง เงา นา้ หนกั อ่อน – แก่ สี พน้ื ผิว มกั มีปรากฏอยู่ในความงามอันละเอียดอ่อนของธรรมชาติ
ท้ังส้ิน

ฉะนั้นการรูจ้ กั สงั เกตธรรมชาตทิ อ่ี ยรู่ อบ ๆ ตวั และการรู้จักเลือกสรรส่วนประกอบจากธรรมชาติ
มาจัดองคป์ ระกอบทางศลิ ปะนัน้ จงึ เปน็ วธิ ีทง่ี ่ายและดีทสี่ ดุ ในการสรา้ งสรรค์งานศิลปะทัศนธาตุ

Starry Night – Vincent van Gogh

ศิลปช์ ำวดตั ชน์ ำมวำ่ วินเซนต์ แวน โกะ๊
ทมี่ ำ : http://realmetro.com

“ศำสนำ ธรรมชำติ ศลิ ปะ เป็นบ่อเกดิ ของสนุ ทรยี ะใน
จติ ใจ” อ.พชิ ยั นริ ันต์

ท่ีมำ : https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/924612

3

แบบฝกึ ทกั ษะที่ 1.1

คำช้ีแจง ให้นกั เรียนตอบคำถำมตอ่ ไปน้ใี ห้สมบูรณ์
1. ทัศนธำตุมีควำมสำคัญต่องำนทัศนศิลป์อย่ำงไร
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
2.ทัศนธำตุ ประกอบดว้ ยอะไรบ้ำง
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
3. กำรนำทัศนธำตุมำสร้ำงงำนทัศนศิลป์จนเกิดกำรรวมตัวกันอย่ำงสมบูรณ์ ต้องอำศัย
หลกั เกณฑ์อะไรบำ้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………

ใบควำมรู้ที่ 2 4
เรื่อง จดุ

จุด (Point,Dot)เป็นทัศนธาตุหรือองค์ประกอบอันดับแรกของงานทัศนศิลป์ จุด
เป็นส่วนท่ีมีขนาดเล็กที่สุดของงานศิลปะ เมื่อนาเอาจุดหลายๆ จุดมาเรียงต่อเน่ืองกัน ตรง
ตาแหน่งท่ีเหมาะสมซ้าๆกันก็จะทาให้เกิดเป็นเส้น รูปร่าง รูปทรง ลักษณะผิว น้าหนัก
อ่อน-แก่ แสงเงา จุดจงึ เปน็ ทศั นธาตุทส่ี าคัญในการสรา้ งสรรค์งานศิลปะเช่นเดยี วกันกับ
ทัศนธาตุอื่นๆ ซ่ึงเราสามารถพบเห็นจุดในลักษณะต่างๆ ในผลงานจิตรกรรมหรือการ
ออกแบบตกแต่งภายนอกอยูเ่ สมอ

จดุ สามารถแบ่งได้ตามลกั ษณะการเกิดมี 2 ลักษณะ คอื
1. เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น จุดในลวดลายของตัวสัตว์ เปลือกหอย ผีเส้ือ แมลง
ตา่ ง ๆ พชื เปลอื กไม้ ผลไม้ ดอกไม้ก้อนดนิ ฯลฯ
2. เกิดจากมนุษย์สร้างขึ้น ได้แก่ การจ้ิม กระแทก กด ด้วยวัสดุหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ
เชน่ ปากกา ดินสอ พกู่ นั กง่ิ ไม้และของปลายแหลมทุกชนดิ

5

แบบฝึกทกั ษะที่ 1.2

คำชแี้ จง ให้นักเรยี นสรำ้ งภำพจำกจุดใหส้ วยงำมพรอ้ มทั้งต้งั ชื่อภำพและบอกแรงบันดำล
ใจในกำรสร้ำงสรรค์ภำพ

ชื่อภำพ.......................................................................................
แรงบนั ดำลใจในกำรสรำ้ งสรรค์ภำพ
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………

ใบควำมรู้ที่ 3 6
เรอื่ ง เส้น

เส้น (Line) คือ จุดจานวนมากที่นามาเรียงติดต่อเช่ือมโยงกันบนพ้ืนระนาบ ของ
ทศิ ทาง จนสามารถแสดงให้เห็นไดว้ ่าเป็นลกั ษณะเสน้ ชนิดใด เช่น แนวตง้ั แนวนอน โค้ง
คด แนวหยัก หักเห เม่ือนาเอามาประกอบแสดงทิศทาง ทาให้เกิดรูปร่าง รูปทรง เกิด
เนื้อที่ มีน้าหนัก ขนาดปริมาตร เส้นเป็นทัศนธาตุที่สาคัญในทางศิลปะ ซ่ึงงานทาง
ทศั นศิลปท์ ุกแขนง ไมว่ า่ จะเปน็ งานจิตรกรรม ประตมิ ากรรม สถาปตั ยกรรม ล้วนมจี ุดเร่ิมตน้
ด้วยการใช้เส้น เส้นจึงเป็นทัศนธาตุเบื้องต้นท่ีสาคัญท่ีสุด เป็นพ้ืนฐานของโครงสร้างของทกุ
ส่ิง สาหรับวิธีท่ีทาให้เกิดเส้น คือ การขูด ขีด เขียนด้วยดินสอ ปากกา พู่กัน แปรง หรือ
เคร่ืองมืออื่นๆ เส้นแบ่งตามลักษณะใหญ่ๆ ได้ ๕ ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดให้คุณค่าและความรสู้ กึ
แตกตา่ งกนั ดงั น้ี

7

ปยิ พชั ร์ จโี น
ทีม่ ำ : https://kooper.co/10-thai-illustrators/

ปวีณำ ตะ๊ วิชยั
ทีม่ ำ : https://www.pinterest.com/hugpinkjung

8

แบบฝกึ ทักษะที่ 1.3

คำช้ีแจง ให้นักเรียนออกแบบลวดลายโดยใช้เส้นโค้ง ใช้ดินสอฝึกลากเส้นตรง แนวต้ัง
เสน้ ตรงแนวนอน และเสน้ ตรงแนวเฉยี ง ตั้งชื่อภาพ พรอ้ มแรงบันดาลใจในการสร้างสรรคภ์ าพ

ช่อื ภำพ.......................................................................................
แรงบันดำลใจในกำรสร้ำงสรรค์ภำพ
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………

9

ใบควำมรทู้ ่ี 4
เรอ่ื ง รปู ร่ำงและรูปทรง (Shape and Form)

รปู ร่ำง เปน็ ภาพ ๒ มิติ คอื มีความกว้างและ รูปทรง เป็นภาพ ๓ มิติ คือ มีความกว้าง
ความยาว มีเนอ้ื ที่ภายในเสน้ ขอบเขต เช่น ความยาว ความหนา เนื้อท่แี ละปริมาตร มกี ารกอ่ รูป
ลากเสน้ เปน็ รูปวงกลม เนอื้ ทีภ่ ายในเส้นรอบวง ร ว ม ตั ว กั น ขึ้ น เ ป็ น ผ ล ง า น ทั ศ น ศิ ล ป์ เ ช่ น
คือ รูปรา่ ง มีลกั ษณะ ๒ มติ ิ โดยเปรียบไดก้ ับ ประตมิ ากรรมลอยตัว จิตรกรรมเหมือนจริงที่มี
วตั ถทุ ี่มลี กั ษณะเปน็ แผน่ กลม โดยแบง่ ออกเป็น ระยะใกล้ – ไกล
2 ลักษณะ คอื
รูปทรงแบ่งออกเปน็ 2 ลกั ษณะ คือ
1.รูปร่างเรขาคณิต เป็นรูปร่างท่ีมีโครงสร้าง 1. รู ป ท ร ง เ ร ข า ค ณิ ต เ ป็ น รู ป ท ร งท่ีมี
แนน่ อนเกิดจากการสร้างของมนุษยส์ ามารถระบุ โครงสร้างแน่นอนสามารถระบุช่ือเรียกได้ เช่นทรง
ชอ่ื เรียกได้ ซง่ึ พบเห็นชีวติ ประจาวนั เชน่ รปู ร่าง ส่ีเหลี่ยม มุมฉาก ทรงกระบอก ทรงกลม พีระมิด
สามเหลีย่ ม รปู รา่ งส่เี หลี่ยม เปน็ ต้น กรวย

2.รูปรา่ งอสิ ระเปน็ รูปรา่ งทไี่ มม่ โี ครงสรา้ งแน่นอน 2. รูปทรงอสิ ระ เป็นรูปทรงทีม่ โี ครงสรา้ งไม่แนน่
เปล่ียนแปลงไปตามการเคลือ่ นไหวของ ธรรมชา นอน มที ้ังเกดิ ขึน้ ตามธรรมชาตแิ ละเกดิ ข้นึ จาก
ติและส่ิงแวดล้อม ไม่สามารถระบุชื่อเรียกได้ มนษุ ย์สรา้ งข้ึน เชน่ รปู ทรงของสัตว์ตา่ งๆ รูปทรง
ชัดเจน เช่น รูปร่างของใบไม ก้อนเมฆ ถุงเท้า ก้อนหิน รปู ทรงรองเทา้
เปน็ ต้น

10

แบบฝกึ ทักษะที่ 1.4

คำช้ีแจง ให้นกั เรียนบอกความหมายของคาตอ่ ไปน้ี

1. รูปรำ่ ง

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2. รูปรำ่ งอสิ ระ

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

3. รปู ทรง

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

4. รปู ทรงในธรรมชำติ

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

11

ใบควำมรู้ที่ 5
เรื่อง พ้นื ผวิ (Texture)

พ้นื ผิว หมายถงึ ลักษณะของบรเิ วณผิวหนา้ ของส่ิงต่าง ๆทเ่ี ม่ือสัมผสั แล้วสามารถรับรูไ้ ด้ว่ามี
ลักษณะอย่างไร คือรู้ว่า หยาบ ขรุขระ เรียบ มัน ด้าน เนียน สาก เป็นต้น ลักษณะท่ีสัมผัสได้ของ
พนื้ ผวิ มี 2 ประเภท คือ

1. พื้นผิวที่สัมผัสได้ด้วยมือ (กายสัมผัส) เป็นลักษณะพ้ืนผิวท่ีเป็นอยู่จริง ๆของผิวหน้าของ
วัสดนุ ั้น ๆ ซ่งึ สามารถสมั ผสั ได้จากงานประติมากรรมงานสถาปตั ยกรรม และสงิ่ ประดษิ ฐอ์ น่ื ๆ

ภาพ พน้ื ผวิ กอ้ นหิน จาก http:// https://www.google.com/search

2. พื้นผิวที่สัมผัสได้ด้วยสายตาเป็นลักษณะพื้นผิวท่ีรับรู้จากการมองเห็นแต่ไม่ใช่ลักษณะท่ี
แท้จริงของผิว วัสดุนั้น ๆ เช่นการวาดภาพก้อนหินบนกระดาษ จะให้ความรู้สึกเป็นก้อนหิน แต่มือ
สัมผัสเป็นกระดาษ ลักษณะเช่นน้ีถือว่า เป็นการสร้างพ้ืนผิวลวงตาให้สัมผัสได้ด้วยการมองเห็น
เทา่ นัน้

ภาพ พนื้ ผวิ จากhttps://quizizz.com/admin/quiz/5f9a42c8d107eb001b2b61a3/visual-art-

12

แบบฝึกทักษะท่ี 1.5

คาชแี้ จง ให้นกั เรียนสรา้ งสรรค์ลกั ษณะพน้ื ผิวต่าง ๆ ลงในช่องส่ีเหลยี่ มพรอ้ มท้งั บอกประเภทของ
พื้นผิวท่ีนักเรยี นวาด

Texture Texture
Texture Texture
Texture Texture

13

ใบควำมรู้ที่ 6
เรือ่ ง พืน้ ท่ีวำ่ ง (Space)

พื้นท่ีว่ำง (Space) หมายถึง ช่องว่างหรือพ้ืนที่ว่างท่ีล้อมรอบรูปร่าง รูปทรง ระยะห่าง
ระหว่างรูปร่างกบั รูปร่าง รูปทรงกบั รูปทรง และพื้นที่ว่างภายในรูปทรง บริเวณว่างเหล่านจ้ี ะชว่ ยให้
รูปภาพมีลกั ษณะปลอดโปรง่ สบายตา ดไู ม่อดึ อัด ทึบตัน ใหค้ วามรสู้ ึกแปลกใหม่และผอ่ นคลาย

พืน้ ที่วา่ งกับการนามาใช้ในงานทัศนศลิ ปะ
1. การนามาใชเ้ พือ่ จดั พ้ืนที่
เป็นการใช้บริเวณว่างมาใชใ้ นงานทัศนศิลปเ์ พ่ือจดั พ้ืนทใ่ี ห้เกิดความงามด้านการจัด
องคป์ ระกอบศลิ ป์และประโยชนใ์ ชส้ อยอย่างเหมาะสม
2. เพอ่ื เสริมสร้างความชัดเจนของรูปและมิติ
เป็นการใชพ้ ืน้ ทวี่ ่างเพอ่ื สร้างความชัดเจนของรปู ร่าง รูปทรง และระยะใกล้ ไกล ตื้น ลกึ ช่วย
ให้มองเหน็ กายภาพของรปู และมิติไดด้ ขี ้นึ
3. ใชเ้ พอื่ ให้เกดิ อารมณ์ความรสู้ ึก
เพ่ือให้ผู้ดูเกิดอารมณ์และความรู้สึกคล้อยตามลักษณะบรรยากาศของภาพงานที่แสดงออก
ใหเ้ กิดความรู้สึกอ้างวา้ ง อดึ อัด ทึบตัน ฯลฯ เชน่ จิตรกรรมภาพทวิ ทัศนม์ ีบรเิ วณว่างระหวา่ งกิง่ ก้าน
พมุ่ ใบ ทาให้มองลอดเหน็ ฉากหลงั หรือท้องฟ้าเพ่อื ให้เกิดความรู้สกึ ผ่อนคลายสายตา

14

แบบฝกึ ทักษะท่ี 1.6

คาช้แี จง จากภาพให้นักเรยี นนกั เรยี นสงั เกตและบอกส่งิ ท่ีพบเห็นในภาพน้ีบา้ ง

ทมี่ า ภาพพื้นทว่ี า่ ง จากเว็ป https://www.dek-d.com/board/view/1468778/

ส่งิ ท่ีพบเหน็ ในภาพน้ี

............................................................................................................................. ..............................................
...........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..............................................
............................................................................................................................. ..............................................
...........................................................................................................................................................................

15

ใบควำมร้ทู ่ี 7
เรอ่ื ง น้ำหนกั ออ่ น-แก่ (Value)

น้ำหนักอ่อน-แก่ (Value) หมายถึง จานวนความเข้ม ความอ่อนของสีต่างๆ และแสงเงา
ตามทป่ี ระสาทตารบั รู้ เมื่อเทยี บกับนา้ หนักของสีขาว-ดา ความออ่ นแก่ของแสงเงาทาให้เกิดมิติ เกดิ
ระยะใกลไ้ กลและสมั พนั ธ์กับเรือ่ งสโี ดยตรง

ท่ีมาของภาพ :
https://sites.google.com/a/chaikasemwit.ac.th/thasn-thatu/home/na-hnak-xxn---kae

ที่มาของภาพ :
https://www.finearts.cmu.ac.th/e_doc/56/07_texture-Volume.pdf

16

แบบฝึกทกั ษะท่ี 1.7

คำช้แี จง ใหน้ ักเรยี นฝึก ลงค่าน้าหนกั ของสี 9 ระดบั ตามตวั อยา่ ง

ที่มาของภาพ : http://www.ideazign.com/port/graphic/content0302_08.htm

17

ใบควำมรทู้ ี่ 8
เรื่อง สี (Color)

สี (Color) หมายถงึ ลกั ษณะของแสงสว่าง ปรากฏแก่ตาให้เห็นเป็นสีขาว ดา แดง เขียว น้า
เงนิ เหลือง เปน็ ต้น ถ้าไม่มีแสงจะมองไม่เหน็ สี ซงึ่ สมี ี 2 ชนิด ดงั นี้ สีทเ่ี ปน็ วัตถุ และ สีท่ีเปน็ แสง สีที่
เปน็ วัตถุ (Pigment) สีที่เป็นรงควตั ถสุ ีผงหรือธาตุในรา่ งกายทที่ าให้คนมีสีต่าง ๆ สีที่เกิดจากวัตถุธาตุ
เช่น จากพืช สัตว์ แร่ธาตุ เป็นต้น ซึ่งเป็นสีท่ีใช้ในงานศิลปะ สีท่ีเป็นแสง (Spectrum) คือ สีที่เกิด
จากการหักเหของแสง เชน่ สีรุ้ง สจี ากแท่งแก้วปรซิ มึ 1.2 สีท่อี ยู่ในวัตถุ หรือเนือ้ สี (Pigment) คอื สี
ท่ีมอี ย่ใู นวัตถธุ รรมชาตทิ ่วั ไป เชน่ สีของพืช สตั ว์ หรอื แรธ่ าตุต่างๆ

สแี ตล่ ะสีทมี่ อี ยูใ่ นวัตถตุ ำ่ ง ๆ มผี ลต่อควำมรู้สึก นึกคิด ของมนษุ ย์ เช่น
สแี ดง กล้าหาญ อันตราย เร้าใจ สะดุดตา
สเี หลือง สวา่ งทสี่ ุด บริสทุ ธ์ิ แจ่มใส เล่ือมใส
สีน้ำเงนิ สงบ สขุ มุ สันตภิ าพ ภมู ฐิ าน
สเี ขียว ความหวัง สดช่ืน ชุ่มช่นื ร่มเยน็
สีม่วง ร่ารวย โอ่อา่ งอกงาม
สสี ้ม รอ้ นแรง สนุกสนาน รื่นเรงิ เปรี้ยว
สีขำว สะอาด บริสทุ ธิ์ กระจ่างแจ้ง ม่นั คง เบา
สีดำ เศรา้ ความตาย หนัก

ท่ีมาของภาพ :
https://sites.google.com/a/chaikasemwit.ac.th/thasn-thatu/home/na-hnak-xxn---kae

18

วรรณะของสี หมายถึง ระดับความเข้มท่ีแตกต่างกันของสีหรือค่าความอ่อนแก่ของสี ไล่
ระดับกันไป เช่น ดา – เทาเข้ม – เทากลาง – เทาอ่อน–ขาว โทนก็มีผลต่อความรู้สึกคล้ายกับสี
น่ันเอง เพียงแต่จะละเอียดอ่อนมากขึ้น มีค่าความแตกต่างกันเล็กน้อย แต่มีผลต่อความรู้สึก นึกคิด
ของมนษุ ย์ เช่น

1.วรรณะสรี ้อน (Warm Tone)
2. วรรณะสีเย็น ( Cold Tone )

ท่ีมาของภาพ : www.google.com/search?q=วรรณะ+สี&h

ที่มาของภาพ :

https://www.google.com/search?q=%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B0%20%E0%B
8%AA%E0%B8%B5&tbm

แบบฝึกทกั ษะที่ 1.8 19



9

คำชีแ้ จง ให้นกั เรยี นเขียนชือ่ สี ระบายสี และบอกความหมายของสีทส่ี ่งผลต่อความรู้สกึ นกึ คิด ของมนุษย์

ชือ่ ส.ี .................................................... ชอ่ื ส.ี ....................................................

ความหมายของสี ความหมายของสี
............................................................................. .............................................................................
............................................................................. .............................................................................

ช่ือส.ี .................................................... ช่อื สี.....................................................

ความหมายของสี ความหมายของสี
............................................................................. .............................................................................
............................................................................. .............................................................................

ช่ือส.ี .................................................... ช่ือส.ี ....................................................

ความหมายของสี ความหมายของสี
............................................................................. .............................................................................
............................................................................. .............................................................................

20

แบบทดสอบหลังเรยี น

คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลือกคำตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพียงขอ้ เดยี ว

1. สใี นขอ้ ใดใหค้ วำมรสู้ กึ “ใจเยน็ สงำ่ ฉลำด สขุ มุ ” 6. สงิ่ แวดลอ้ มกบั กำรสรำ้ งสรรคง์ ำนทศั นศลิ ป์ มคี วำม

ก. สนี ้ำตำล สมั พนั ธก์ นั อยำ่ งไร

ข. สสี ม้ ก. สง่ิ แวดลอ้ มทำใหม้ นุษยม์ กี ำรดำรงชวี ติ มำแต่

ค. สมี ว่ ง โบรำณ

ง. สเี ทำ ข. สง่ิ แวดลอ้ มเป็นสว่ นสำคญั ในกำรสรำ้ งควำมสุข

2. สขี นั้ ท่ี 2 เกดิ จำกแมส่ ี 2 สผี สมกนั ในอตั รำสว่ นเทำ่ ไร ใหก้ บั มนุษย์

ก. อตั รำส่วน 1 : 4 ค. สง่ิ แวดลอ้ มทำใหม้ นุษยเ์ รยี นรกู้ ำรเปลย่ี นแปลง

ข. อตั รำสว่ น 1 : 3 ของธรรมชำติ

ค. อตั รำส่วน 1 : 2 ง. สง่ิ แวดลอ้ มทำใหม้ นุษยเ์ กดิ แรงบนั ดำลใจใน

ง. อตั รำสว่ น 1 : 1 กำรสรำ้ งสรรคง์ ำนทศั นศลิ ป์

3. สขี นั้ ท่ี 1 หรอื แม่สี ไดแ้ ก่สอี ะไรบ้ำง 7. สว่ นประกอบทส่ี ำคญั ทส่ี ดุ ของทศั นธำตุ คอื อะไร

ก. สแี ดง สเี หลอื ง สนี ้ำเงนิ ก. รปู ทรง ข. แสงเงำ

ข. สเี หลอื ง สนี ้ำเงนิ สมี ่วง ค. เสน้ ง. สี

ค. สนี ้ำเงนิ สเี ขยี ว สแี ดง 8. เสน้ ทใ่ี หค้ วำมรสู้ กึ แขง็ แรงมนั่ คง คอื ขอ้ ใด

ง. สแี ดง สสี ม้ สมี ่วง ก. เสน้ เอยี งหรอื เสน้ ทแยง

4. กำรจดั องคป์ ระกอบศลิ ป์ ทต่ี ้องกำรใหเ้ ป็นอนั หน่งึ ข. เสน้ ตรงตำมแนวนอน

อนั เดยี วกนั คอื ขอ้ ใด ค. เสน้ ตรงตำมแนวตงั้

ก. สดั ส่วน ง. เสน้ ฟันปลำ

ข. ควำมสมดุล 9. ขอ้ ใดคอื ลกั ษณะของรปู ทรงทถ่ี กู ตอ้ ง

ค. ควำมเป็นเอกภำพ ก. รปู ทรงมี 3 มติ ิ

ง. จงั หวะและจดุ สนใจ ข. รปู ทรงมี 2 มติ ิ

5. ขอ้ ใดคอื กำรจดั องคป์ ระกอบศลิ ป์ ค. รปู ทรงไมม่ ปี รมิ ำตร

ก. กำรนำทศั นธำตุมำประกอบกนั ใหเ้ กดิ งำน ง. รปู ทรงไม่มนี ้ำหนกั

ทศั นศลิ ป์ 10. ขอ้ ใดต่อไปน้ี ไม่ใช่องคป์ ระกอบของทศั นธำตุ

ข. กำรแยกสว่ นประกอบของทศั นธำตุออกให้ ก. ควำมสมดุล สดั ส่วน จุดสนใจ

ชดั เจน ข. รปู ร่ำง รปู ทรง พน้ื ผวิ

ค. กำรนำ แสง เงำ สี จงั หวะ มำจดั รว่ มกนั ค. เสน้ สี แสงเงำ

ง. กำรจดั บรเิ วณใหเ้ หมำะสม ง. น้ำหนกั ทว่ี ่ำง

21

เฉลย

แบบทดสอบกอ่ นเรียน

คาช้ีแจง ใหน้ ักเรียนเลือกคาตอบทถ่ี กู ต้องทีส่ ุดเพียงข้อเดยี ว

1. ส่วนประกอบทส่ี ำคญั ทส่ี ุดของทศั นธำตุ คอื อะไร 6. สขี นั้ ท่ี 2 เกดิ จำกแมส่ ี 2 สผี สมกนั ในอตั รำส่วนเท่ำไร
ก. สี
ข. เสน้ ก. อตั รำสว่ น 1 : 1
ค. รปู ทรง
ง. แสงเงำ ข. อตั รำส่วน 1 : 2

2. ขอ้ ใดต่อไปน้ี ไม่ใช่องคป์ ระกอบของทศั นธำตุ ค. อตั รำส่วน 1 : 3

ก. น้ำหนกั ทว่ี ่ำง ง. อตั รำส่วน 1 : 4
ข. เสน้ สี แสงเงำ
ค. รปู รำ่ ง รปู ทรง พน้ื ผวิ 7. สใี นขอ้ ใดใหค้ วำมรสู้ กึ “ใจเยน็ สงำ่ ฉลำด สขุ ุม”
ง. ควำมสมดลุ สดั ส่วน จุดสนใจ
3. เสน้ ทใ่ี หค้ วำมรสู้ กึ แขง็ แรงมนั่ คง คอื ขอ้ ใด ก. สมี ว่ ง ข. สสี ม้
ก. เสน้ ฟันปลำ
ข. เสน้ ตรงตำมแนวตงั้ ค. สเี ทำ ง. สนี ้ำตำล
ค. เสน้ ตรงตำมแนวนอน
ง. เสน้ เอยี งหรอื เสน้ ทแยง 8. กำรจดั องคป์ ระกอบศลิ ป์ ทต่ี อ้ งกำรใหเ้ ป็นอนั หน่งึ
4. ขอ้ ใดคอื ลกั ษณะของรปู ทรงทถ่ี กู ต้อง
ก. รปู ทรงมี 2 มติ ิ อนั เดยี วกนั คอื ขอ้ ใด
ข. รปู ทรงมี 3 มติ ิ
ค. รปู ทรงไม่มนี ้ำหนัก ก. จงั หวะและจดุ สนใจ
ง. รปู ทรงไม่มปี รมิ ำตร
5. สขี นั้ ท่ี 1 หรอื แมส่ ี ไดแ้ กส่ อี ะไรบำ้ ง ข. ควำมเป็นเอกภำพ
ก. สแี ดง สสี ม้ สมี ่วง
ข. สนี ้ำเงนิ สเี ขยี ว สแี ดง ค. ควำมสมดลุ
ค. สเี หลอื ง สนี ้ำเงนิ สมี ว่ ง
ง. สแี ดง สเี หลอื ง สนี ้ำเงนิ ง. สดั สว่ น

9. ขอ้ ใดคอื กำรจดั องคป์ ระกอบศลิ ป์

ก. กำรจดั บรเิ วณใหเ้ หมำะสม

ข. กำรนำ แสง เงำ สี จงั หวะ มำจดั รว่ มกนั

ค. กำรแยกสว่ นประกอบของทศั นธำตุออกให้

ชดั เจน

ง. กำรนำทศั นธำตุมำประกอบกนั ใหเ้ กดิ งำน

ทศั นศลิ ป์

10. สงิ่ แวดลอ้ มกบั กำรสรำ้ งสรรคง์ ำนทศั นศลิ ป์ มคี วำม

สมั พนั ธก์ นั อยำ่ งไร

ก. สงิ่ แวดลอ้ มทำใหม้ นุษยเ์ กดิ แรงบนั ดำลใจใน

กำรสรำ้ งสรรคง์ ำนทศั นศลิ ป์

ข. สงิ่ แวดลอ้ มทำใหม้ นุษยเ์ รยี นรกู้ ำรเปลย่ี นแปลง

ของธรรมชำติ

ค. สง่ิ แวดลอ้ มเป็นส่วนสำคญั ในกำรสรำ้ งควำมสุข

ใหก้ บั มนุษย์

ง. สงิ่ แวดลอ้ มทำใหม้ นุษยม์ กี ำรดำรงชวี ติ มำแต่

โบรำณ

22

แบบฝึกทกั ษะที่ 1.1

คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นตอบคำถำมต่อไปนีใ้ ห้สมบรู ณ์
1. ทัศนธำตุมคี วำมสำคัญตอ่ งำนทัศนศลิ ปอ์ ย่ำงไร
แนวทำงกำรตอบ ผลงานทศั นศิลปจ์ ะมที ัศนธาตุเป็นองคป์ ระกอบที่สาคัญ กล่าวคอื เมอ่ื มี
รูปทรงของงาน ทัศนศิลป์ปรากฏข้ึน ทัศนธาตุจะประสานและรวมตัวกันอยู่ในงาน
ทัศนศิลป์นั้นอย่างครบถ้วน ดังนั้น ถ้าต้องการวิเคราะห์ วิจารณ์รูปแบบทัศนธาตุในงาน
ทัศนศิลป์ ผู้วิเคราะห์ วิจารณ์จาเป็นต้องแยกทัศนธาตุออกมาเป็นประเภทๆ ก่อน เพ่ือให้
งา่ ยต่อการศกึ ษา วเิ คราะห์ วิจารณ์ งานทัศนศลิ ป์ชั้นดงั กลา่ ว
2.ทัศนธำตุ ประกอบดว้ ยอะไรบำ้ ง
แนวทำงกำรตอบ จุด เส้น รูปรา่ งรปู ทรง น้าหนักอ่อน-แก่ พื้นผิว พืน้ ทว่ี ่าง สี
3. กำรนำทัศนธำตุมำสร้ำงงำนทัศนศิลป์จนเกิดกำรรวมตัวกันอย่ำงสมบูรณ์ ต้องอำศัย
หลกั เกณฑ์อะไรบ้ำง
แนวทำงกำรตอบ ความเป็นเอกภาพ ความกลมกลืน และความสมดุล

23

แบบฝึกทกั ษะท่ี 1.2

คำชแี้ จง ให้นักเรยี นสรำ้ งภำพจำกจุดให้สวยงำมพรอ้ มท้งั ต้ังชื่อภำพและบอกแรงบันดำล
ใจในกำรสร้ำงสรรค์ภำพ

ชื่อภำพ.......................................................................................
แรงบนั ดำลใจในกำรสรำ้ งสรรค์ภำพ
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………

24

แบบฝึกทกั ษะท่ี 1.3

คำชี้แจง ให้นักเรียนออกแบบลวดลายโดยใช้เส้นโค้ง ใช้ดินสอฝึกลากเส้นตรง แนวต้ัง
เส้นตรงแนวนอน และเสน้ ตรงแนวเฉยี ง ตง้ั ชื่อภาพ พรอ้ มแรงบันดาลใจในการสรา้ งสรรค์ภาพ

ช่ือภำพ.......................................................................................
แรงบันดำลใจในกำรสรำ้ งสรรคภ์ ำพ
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………

25

แบบฝกึ ทกั ษะท่ี 1.4

คำชีแ้ จง ให้นักเรยี นบอกความหมายของคาตอ่ ไปนี้

1. รูปรำ่ ง
หมายถึง เสน้ รอบนอกทางกายภาพของวัตถุสงิ่ ของเครอ่ื งใช้ คน สัตว์ และ พืช มี

ลกั ษณะเปน็ 2 มิติมคี วามกวา้ งและความยาว

2. รปู รำ่ งอสิ ระ
เป็นรูปร่างที่ไม่มีโครงสร้างแน่นอน เปล่ียนแปลงไปตามการเคล่ือนไหวของ

ธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม ไม่สามารถระบชุ ือ่ เรยี กไดช้ ดั เจน เชน่ รูปรา่ งของใบไม้ กอ้ นเมฆ
ถุงเท้า

3. รปู ทรง
หมายถึง โครงสร้างทั้งหมดของวัตถุที่ปรากฏแก่สายตาในลักษณะ 3 มิติ คือมีท้ัง

ส่วนกวา้ ง ส่วนยาว ส่วนหนา หรือลกึ คือจะใหค้ วามรู้สกึ เปน็ แทง่ มีเนอ้ื ทีภ่ ายใน มีปรมิ าตร
และมีนา้ หนกั

,umyh

4. รูปทรงในธรรมชำติ
หมายถงึ รปู ทรงทีเ่ กดิ จากส่ิงมชี ีวิตในธรรมชาติ เช่น คน สัตว์ พืช โดยการนามา

ถา่ ยทอดเป็นงานศิลปะในลกั ษณะ 3 มติ ิ รปู ทรงประเภทนี้จะให้ความรสู้ ึกมชี วี ิต

26

แบบฝึกทักษะท่ี 1.5

คาชแี้ จง ให้นกั เรียนสรา้ งสรรค์ลกั ษณะพน้ื ผิวต่าง ๆ ลงในช่องส่ีเหลยี่ มพรอ้ มท้งั บอกประเภทของ
พื้นผิวท่ีนักเรยี นวาด

Texture Texture
Texture Texture
Texture Texture

27

แบบฝึกทักษะที่ 1.6

คาช้แี จง จากภาพใหน้ ักเรยี นนักเรียนสังเกตและบอกส่งิ ท่พี บเหน็ ในภาพนี้บา้ ง

ทมี่ า ภาพพน้ื ทว่ี า่ ง จากเวป็ https://www.dek-d.com/board/view/1468778/

สิง่ ทพ่ี บเห็นในภาพนี้
แนวทางในการตอบ คนแกผ่ ชู้ าย ผู้หญงิ หนั หน้าเขา้ หากัน อยบู่ ริเวณ ลาตน้
ทั้งหมดมีผหู้ ญิง 2 คน ผู้ชายทั้งหมด 8 คน ในภาพจะมีคนอยู่ 10 คน

28

แบบฝึกทกั ษะท่ี 1.7

คำช้แี จง ใหน้ ักเรยี นฝึก ลงค่าน้าหนกั ของสี 9 ระดบั ตามตวั อยา่ ง

ที่มาของภาพ : http://www.ideazign.com/port/graphic/content0302_08.htm

แบบฝึกทักษะที่ 1.8 29



9

คำชีแ้ จง ให้นกั เรยี นเขียนชือ่ สี ระบายสี และบอกความหมายของสีทส่ี ่งผลต่อความรู้สกึ นกึ คิด ของมนุษย์

ชือ่ ส.ี .................................................... ชอ่ื ส.ี ....................................................

ความหมายของสี ความหมายของสี
............................................................................. .............................................................................
............................................................................. .............................................................................

ช่ือสี..................................................... ช่อื สี.....................................................

ความหมายของสี ความหมายของสี
............................................................................. .............................................................................
............................................................................. .............................................................................

ช่ือส.ี .................................................... ช่ือส.ี ....................................................

ความหมายของสี ความหมายของสี
............................................................................. .............................................................................
............................................................................. .............................................................................

เฉลย 30

แบบทดสอบหลงั เรียน

คำชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นเลือกคำตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพยี งขอ้ เดียว

1. สใี นขอ้ ใดใหค้ วำมรสู้ กึ “ใจเยน็ สง่ำ ฉลำด สุขุม” 6. สงิ่ แวดลอ้ มกบั กำรสรำ้ งสรรคง์ ำนทศั นศลิ ป์ มคี วำม

ก. สนี ้ำตำล สมั พนั ธก์ นั อย่ำงไร

ข. สสี ม้ ก. สงิ่ แวดลอ้ มทำใหม้ นุษยม์ กี ำรดำรงชวี ติ มำแต่

ค. สมี ว่ ง โบรำณ

ง. สเี ทำ ข. สงิ่ แวดลอ้ มเป็นส่วนสำคญั ในกำรสรำ้ งควำมสุข

2. สขี นั้ ท่ี 2 เกดิ จำกแม่สี 2 สผี สมกนั ในอตั รำสว่ นเท่ำไร ใหก้ บั มนุษย์

ก. อตั รำส่วน 1 : 4 ค. สง่ิ แวดลอ้ มทำใหม้ นุษยเ์ รยี นรกู้ ำรเปลย่ี นแปลง

ข. อตั รำส่วน 1 : 3 ของธรรมชำติ

ค. อตั รำส่วน 1 : 2 ง. สง่ิ แวดลอ้ มทำใหม้ นุษยเ์ กดิ แรงบนั ดำลใจใน

ง. อตั รำส่วน 1 : 1 กำรสรำ้ งสรรคง์ ำนทศั นศลิ ป์

3. สขี นั้ ท่ี 1 หรอื แม่สี ไดแ้ ก่สอี ะไรบำ้ ง 7. สว่ นประกอบทส่ี ำคญั ทส่ี ดุ ของทศั นธำตุ คอื อะไร

ก. สแี ดง สเี หลอื ง สนี ้ำเงนิ ก. รปู ทรง ข. แสงเงำ

ข. สเี หลอื ง สนี ้ำเงนิ สมี ่วง ค. เสน้ ง. สี

ค. สนี ้ำเงนิ สเี ขยี ว สแี ดง 8. เสน้ ทใ่ี หค้ วำมรสู้ กึ แขง็ แรงมนั่ คง คอื ขอ้ ใด

ง. สแี ดง สสี ม้ สมี ่วง ก. เสน้ เอยี งหรอื เสน้ ทแยง

4. กำรจดั องคป์ ระกอบศลิ ป์ ทต่ี อ้ งกำรใหเ้ ป็นอนั หน่งึ ข. เสน้ ตรงตำมแนวนอน

อนั เดยี วกนั คอื ขอ้ ใด ค. เสน้ ตรงตำมแนวตงั้

ก. สดั ส่วน ง. เสน้ ฟันปลำ

ข. ควำมสมดลุ 9. ขอ้ ใดคอื ลกั ษณะของรปู ทรงทถ่ี ูกตอ้ ง

ค. ควำมเป็นเอกภำพ ก. รปู ทรงมี 3 มติ ิ

ง. จงั หวะและจดุ สนใจ ข. รปู ทรงมี 2 มติ ิ

5. ขอ้ ใดคอื กำรจดั องคป์ ระกอบศลิ ป์ ค. รปู ทรงไมม่ ปี รมิ ำตร

ก. กำรนำทศั นธำตุมำประกอบกนั ใหเ้ กดิ งำน ง. รปู ทรงไม่มนี ้ำหนัก

ทศั นศลิ ป์ 10. ขอ้ ใดต่อไปน้ี ไม่ใช่องคป์ ระกอบของทศั นธำตุ

ข. กำรแยกสว่ นประกอบของทศั นธำตุออกให้ ก. ควำมสมดลุ สดั ส่วน จดุ สนใจ

ชดั เจน ข. รปู รำ่ ง รปู ทรง พน้ื ผวิ

ค. กำรนำ แสง เงำ สี จงั หวะ มำจดั ร่วมกนั ค. เสน้ สี แสงเงำ

ง. กำรจดั บรเิ วณใหเ้ หมำะสม ง. น้ำหนกั ทว่ี ำ่ ง

31

บรรณำนุกรม

กระทรวงศึกษาธกิ าร. (2552). หลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขนั้ พืน้ ฐำน พุทธศักรำช 2551. กรุงเทพฯ : โรง
พิมพ์ชมุ นมุ สหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย.

จรี พนั ธ์ สมประสงค.์ (2552). หนงั สือเรยี นแมค็ ศิลปะ ชนั้ มธั ยมศกึ ษำปที ่ี 1. กรงุ เทพฯ : แม็ค.
ธดิ ารตั น์ ภกั ดีรักษ์.แหล่งเรยี นรสู้ ำระ ทศั นศลิ ป์ ดนตรีและ นำฏศลิ ป.์ เขา้ ถงึ จาก

http://dancespictures.blogspot.com/2010/11/blog-post_3744.html. (11
มถิ นุ ายน 2565)

ปยิ พชั ร์ จีโน.อำรต์ .อ้างองิ : https://kooper.co/10-thai-illustrators/(11 มิถนุ ายน 2565)
ผดุง พรมมูล และคณะ. (2545). กลุ่มสำระกำรเรียนรูศ้ ลิ ปะ ชว่ งชั้นท่ี 3 (ม.1-3). กรุงเทพฯ : ประสานมิตร.
พิชัย นิรนั ต์. “ศำสนำ ธรรมชำติ ศลิ ปะ เปน็ บอ่ เกดิ ของสุนทรยี ะในจิตใจ”อา้ งองิ :

https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/924612
วินเซนต์ แวน โกะ๊ . Starry Night – Vincent van Gogh.อ้างองิ :http://realmetro.com. (11 มถิ นุ ายน

2565)
สชุ าติ เถาทอง และคณะ. (ม.ป.ป.). หนงั สอื เรียนสำระกำรเรยี นรู้พน้ื ฐำน กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ศลิ ปะ

ทัศนศิลป์ ชน้ั มัธยมศึกษำปที ่ี 1. กรุงเทพฯ : อักษรเจรญิ ทศั น์.
https://www.dek-d.com/board/view/1468778/
https://www.finearts.cmu.ac.th/e_doc/56/07_texture-Volume.pdf

http:// www.google.com/search
http://www.google.com/search?q=วรรณะ+สี&h
https://www.google.com/search?q
http://www.ideazign.com/port/graphic/content0302_08.htm
https://quizizz.com/admin/quiz/5f9a42c8d107eb001b2b61a3/visual-art-
https://sites.google.com/a/chaikasemwit.ac.th/thasn-thatu/home/na-hnak-xxn---kae


Click to View FlipBook Version