The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่มที่ 2 สีและวงจรสี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Chonnika Wongsa, 2022-07-13 06:24:21

เล่มที่ 2 สีและวงจรสี

เล่มที่ 2 สีและวงจรสี

เลม่ ที่ 2

https://www.google.co.th/search



คำนำ

แบบฝึกทกั ษะความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะ เรอ่ื ง สแี ละวงจรสี รายวชิ าทัศนศิลป์ 1 รหัส
วิชา ศ21101 สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ฉบับนี้ เป็นแบบฝึกทักษะความคิดสร้างสรรค์
ทางศิลปะ เร่ือง ทัศนธาตุจัดทาข้ึนเพื่อให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติและเกิดทักษะในการเรียนรู้ ดังน้ัน
การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาและพัฒนาหาประสิทธิภาพของแบบฝึก
ทักษะเรื่อง เร่ืองทัศนธาตุและการวาดภาพระบายสี ในรายวิชาพ้ืนฐานสาหรับนักเรียนช้ัน
มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 2) เพ่อื เปรยี บเทยี บผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน เร่อื ง ทัศน
ธาตุและการวาดภาพระบายสโี ดยใช้แบบฝึกทักษะความคิดสร้างสรรคท์ างศิลปะชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี
1 3) เพื่อศึกษาผลงานทัศนศิลป์ของนักเรียน หลังการเรียน เร่ือง ทัศนธาตุและการวาดภาพ
ระบายสีโดยใช้แบบฝึกทักษะความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 4) เพื่อศึกษา
ความพึงพอใจของนักเรียน ในการจัดการเรียนการสอน เร่ือง ทัศนธาตุและการวาดภาพระบายสี
โดยใช้แบบฝึกทักษะวิชาทัศนศิลป์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ใช้เป็นสื่อการเรียนประกอบการจัดการ
เรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ทัศนธาตุ รายวิชาทัศนศิลป์ 1 รหัสวิชา ศ 21101 ชั้น
มัธยมศึกษาปีท่ี 1 เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกให้เกิดความชานาญ เกิดการเรียนรู้ท่ีคงทนและได้เรียนรู้
ดว้ ยตนเอง จงึ จะทาใหก้ ารเรียนการสอนมปี ระสทิ ธิภาพ

ขอขอบพระคุณผู้เช่ียวชาญทุกท่าน และผู้เก่ียวข้องทุกฝ่ายท่ีให้คาแนะนา ส่งเสริม
สนับสนุนให้ความรู้ในการจัดทาแบบฝึกทักษะความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะสาเร็จลุล่วงไปด้วยดี
ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแบบฝึกทักษะเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจ
เนื้อหาได้ง่าย มีผลต่อการพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนให้สูงขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจ
ศึกษา ท่ีจะนาไปเป็นแนวทาง ในการประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน และนวัตกรรมทาง
การศกึ ษาตอ่ ไป

ชลณิการ์ มนตรีโพธิ์

สำรบญั ข

เรอื่ ง หนำ้

คานา ข-ค
สารบัญ ง
คาชแ้ี จงเก่ยี วกับแบบฝกึ ทักษะวิชาทัศนศิลป์ จ
คาแนะนาการใชแ้ บบฝกึ ทกั ษะสาหรบั ครู ฉ
คาแนะนาการใช้แบบฝึกทกั ษะสาหรับนกั เรียน ช
ลาดบั ข้ันตอนการใชแ้ บบฝึกทกั ษะ ซ
มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ช้วี ัด / จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1
แบบทดสอบกอ่ นเรียน 2-3
ใบความรู้ท่ี 1 เร่ือง ความหมายและประเภทของสี 4
แบบฝกึ ทกั ษะท่ี 1.1 5
ใบความรทู้ ี่ 2 เรื่อง จติ วทิ ยาสกี ับความรสู้ กึ 6
แบบฝึกทกั ษะที่ 1.2 7
ใบความรูท้ ่ี 3 เรื่อง คณุ ลกั ษณะของสี 8
แบบฝกึ ทกั ษะที่ 1.3 9
ใบความรู้ที่ 4 เรอ่ื ง วงจรสี 10
แบบฝึกทกั ษะท่ี 1.4 11
ใบความรทู้ ่ี 5 เรอ่ื ง วรรณะของสี 12
แบบฝึกทักษะที่ 1.5

สำรบญั (ต่อ) ค

เร่อื ง หนำ้
ใบความรูท้ ่ี 6 เร่อื ง สีตรงขา้ ม 13
แบบฝึกทักษะท่ี 1.6 14
แบบทดสอบหลังเรยี น 15
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น 16
เฉลยแบบฝึกทกั ษะท่ี 1.1 17
เฉลยแบบฝึกทักษะที่ 1.2 18
เฉลยแบบฝกึ ทกั ษะที่ 1.3 19
เฉลยแบบฝึกทักษะท่ี 1.4 20
เฉลยแบบฝึกทักษะท่ี 1.5 21
เฉลยแบบฝกึ ทกั ษะท่ี 1.6 22
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น 23
บรรณานุกรม 24

ภาคผนวก 25



คำชแ้ี จงเก่ยี วกับแบบฝกึ ทักษะควำมคิดสร้ำงสรรค์ทำงศลิ ปะ

1. แบบฝกึ ทักษะวชิ าทศั นศิลปเ์ ร่ือง ทัศนธาตแุ ละการวาดภาพระบายสี ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 มี
จานวน 3 เล่ม ดงั นี้

เล่มท่ี 1 เรอ่ื ง ทัศนธาตุ
เลม่ ท่ี 2 เรือ่ ง สีและวงจรสี
เล่มที่ 3 เรอื่ ง วาดเสน้ สรา้ งสรรค์
2. แบบฝึกทกั ษะวชิ าทัศนศิลป์เรือ่ ง ทัศนธาตุและการวาดภาพระบายสี เลม่ ที่ 2 เรอื่ ง สแี ละวงจรสี
ประกอบด้วย
2.1 คาช้ีแจงเกีย่ วกบั แบบฝกึ ทักษะวิชาทัศนศิลป์
2.2 คาแนะนาการใชแ้ บบฝึกทกั ษะสาหรับครู
2.3 คาแนะนาการใช้แบบฝึกทักษะสาหรับนักเรยี น
2.4 มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชี้วัด / จุดประสงค์การเรยี นรู้
2.5 แบบทดสอบกอ่ นเรียน
2.6 ใบความรู้
2.7 แบบฝกึ ทักษะ
2.8 แบบทดสอบหลงั เรยี น
3. แบบฝึกทกั ษะวชิ าทศั นศิลป์ฉบบั น้จี ดั ทาขนึ้ เพื่อใชเ้ ป็นสอ่ื การจัดกิจกรรมการเรยี นรใู้ หผ้ ูเ้ รยี นได้
ศกึ ษา ทาความเข้าใจ สาหรบั นกั เรียนชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 1
4. แบบฝึกทกั ษะวชิ าทศั นศิลปฉ์ บับนใี้ ช้เวลาเรียน 2 ชวั่ โมง



คำแนะนำกำรใช้แบบฝกึ ทักษะสำหรบั ครู

แบบฝกึ ทกั ษะวิชาทศั นศิลป์เรอ่ื ง ทัศนธาตแุ ละการวาดภาพระบายสี ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 1
ครูผู้สอน เป็นผู้มีบทบาทสาคัญที่จะช่วยให้การดาเนินการเรียนรู้ของนักเรียนให้บรรลุตาม
วตั ถปุ ระสงค์ ครผู ู้สอน จงึ ควรศกึ ษารายละเอยี ดเก่ยี วกับการใชแ้ บบฝึกทกั ษะ ดังนี้

1. ครูควรเตรียมแบบฝึกทักษะให้พรอ้ มและครบถว้ นเพยี งพอสาหรับนกั เรียน
2. ครูให้นักเรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน เพ่ือประเมินความรู้เดิมของนกั เรยี น
3. ครูแจง้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ใหน้ กั เรยี นทราบ
4. ดาเนินการสอนตามกิจกรรมการเรียนรู้ท่กี าหนดไว้ในแผนการจดั การเรยี นรู้
5. แจกแบบฝึกทักษะให้นักเรียนศึกษาพร้อมกับแนะนาวิธีการใช้แบบฝึกทักษะ เพื่อให้
นกั เรยี นปฏิบตั ไิ ด้อยา่ งถกู ตอ้ ง
6. เม่ือนักเรียนทาแบบฝกึ ทกั ษะเสรจ็ แล้วให้นักเรยี นส่งให้ครตู รวจ
7. ใหน้ กั เรยี นทาแบบทดสอบหลังเรยี น
8. เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน – หลังเรียน และบนั ทกึ คะแนนของนกั เรยี นแต่ละคน เพ่อื
ประเมนิ การพฒั นาและความกา้ วหน้า
9. ครูสังเกตความต้ังใจของนักเรียน ความสนใจในการเรียน การทางานร่วมกันเป็นกลุ่ม
ของนักเรยี นทุกกลมุ่ อยา่ งใกล้ชิด ถา้ กลุม่ ใดมีปญั หาครทู าหน้าทแ่ี นะนา



คำแนะนำกำรใชแ้ บบฝกึ ทกั ษะสำหรับนกั เรยี น

ในการศกึ ษาแบบฝึกทักษะวชิ าทศั นศิลป์เรื่องทัศนธาตุและการวาดภาพระบายสี ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1
เลม่ ท่ี 2 เร่ือง สีและวงจรสี นักเรยี นควรปฏิบตั ติ ามคาแนะนา ดังน้ี

1. นาแบบฝกึ ทักษะมาเรยี นทกุ ครง้ั
2. ปฏิบัติตนตามคาแนะนาการใช้แบบฝึกทักษะสาหรับนักเรียน และลาดับข้ันตอนการใช้แบบฝึก
ทกั ษะ
3. สาหรบั นักเรียนอ่านใหเ้ ข้าใจกอ่ นลงมือทางานหรอื ทาการศกึ ษาทกุ ครั้ง
4. ทาแบบทดสอบกอ่ นเรียนเพ่อื ประเมินความร้เู ดิมของนกั เรียน
5. ในการศึกษาเน้อื หาและทาแบบฝึกทักษะ ถ้าทาแบบฝึกทักษะไม่ได้ให้กลับไปทบทวนแบบฝึกด้วย
ตนเอง หรือหากไม่เข้าใจให้นักเรียนสอบถามจากครผู สู้ อน ทาแบบฝกึ ด้วยความสนใจและต้งั ใจ
6. เม่อื นักเรยี นทาแบบฝึกทักษะในแต่ละเลม่ เสร็จแล้ว ใหน้ กั เรียนสง่ แบบฝกึ ทักษะให้ครูตรวจแล้วจึง
สามารถดเู ฉลยแบบฝึกทกั ษะซึ่งอยดู่ ้านหลงั ได้
7. ในการทาแบบฝึกทักษะ แบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลังเรยี น ใหน้ กั เรียนพยายามทา
ความตัง้ ใจและมีความซ่ือสัตย์ตอ่ ตนเองมากทีส่ ุด
8. ทาแบบทดสอบหลังเรียนเพื่อประเมนิ ความก้าวหนา้ ของนกั เรียน

มาอา่ นกนั เถอะ.....!!!!



ลำดับขน้ั ตอนกำรใชแ้ บบฝึกทักษะ

อำ่ นคำแนะนำ
ทดสอบกอ่ นเรียน
ทำแบบฝึกทกั ษะ
ทดสอบหลังเรยี น
ตรวจแบบทดสอบ

ผา่ นเกณฑ์ ไมผ่ า่ นเกณฑ์
ศกึ ษาแบบฝึกทกั ษะเล่มถดั ไป

แผนภมู ิ ลาดบั ขัน้ ตอนการใช้แบบฝึกทักษะความคดิ สรา้ งสรรค์ทางศลิ ปะ เรอ่ื ง สีและวงจรสี



มำตรฐำนกำรเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / จุดประสงค์กำรเรียนรู้

มำตรฐำนกำรเรียนรู้ / ตวั ช้วี ัด
มาตรฐาน ศ1.1 สร้างสรรคง์ านทศั นศิลป์ตามจนิ ตนาการ และความคดิ สร้างสรรค์ วเิ คราะห์
วิพากษ์ วิจารณ์คณุ คา่ งานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคดิ
ตอ่ งานศิลปะอยา่ งอสิ ระ ชนื่ ชม และประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจาวัน

ศ1.1 ม.1/1 1. บรรยายความแตกตา่ งและความคลา้ ยคลงึ กนั ของงานทัศนศิลปแ์ ละ สงิ่ แวดลอ้ ม

โดยใชค้ วามรเู้ รอ่ื งทัศนธาตุ

จดุ ประสงคก์ ำรเรียนรู้
1. อภปิ รายเก่ยี วกับความหมายของสแี ละวงจรสไี ด(้ K )
2. อธบิ ายเกยี่ วกับพนื้ ฐานการรับรขู้ องมนษุ ยท์ ีม่ ีตอ่ งานทศั นศิลปไ์ ด(้ K )
3. สามารถสือ่ สารและนาความรู้เก่ยี วกับสแี ละวงจรสีไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้( P )
4. ช่นื ชมและเห็นคุณคา่ ของสีและวงจรสี ( P )
5. มวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มั่นในการทางาน ( A )

1

แบบทดสอบก่อนเรียน

คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนเลอื กคาตอบทถ่ี ูกต้องท่ีสุดเพยี งข้อเดยี ว

1. สีวรรณะร้อนให้ความรู้สึก 6. สีในขอ้ ใดทเี่ รียงลาดบั ในวงจรสี
ก. สดช่ืน เยือกเย็น อุดมสมบูรณ์ ก. แดง สม้ แดง เหลอื ง
ข. สุขุม มีเสน่ห์ ข. เขียวเหลอื ง เขยี ว น้าเงนิ
ค. ลึกลับน่ากลัว ค. ม่วง ม่วงแดง แดง
ง. ต่ืนเต้น สว่าง เร้าใจ ง. สม้ เหลอื ง เขียวเหลือง เขียว

2. สี สมัยก่อนได้จาก 7. ขอ้ ใดคอื สีขัน้ ท่ี 1
ก. ดินสีเลือด ก. ส้ม-มว่ ง-เขยี ว
ข. ดินผสมนา้ ข. ส้ม-เหลอื ง-แดง
ค. เลือดสัตว์ ค. แดง-เหลอื ง-เขียว
ง. ดินผสมไขสัตว์ ง. แดง-เหลือง-น้าเงิน

3. แม่สีท่ีใช้ในงานวาดเขียน เรียกว่า 8. วงจรสีธรรมชาตมิ ีท้ังหมดกส่ี ี
ก. แม่สีวัตถุธาตุ ก. 3 สี
ข. แม่สีช่างเขียน ข. 6 สี
ค. แม่สีอะคริลิก ค. 9 สี
ง. แม่สีวิทยาศาสตร์ ง. 12 สี

4. สีอะไร เปน็ ได้ทั้ง 2 วรรณะ 9. สที ี่ให้ความร้สู กึ สว่าง เกิดความเล่อื มใส คอื
ก. ส้ม เขยี ว ก. มว่ ง
ข. เหลือง แดง ข. เขยี ว
ค. ม่วง แดง ค. เหลือง
ง. ม่วง เหลือง ง. แดง

5. สีวรรณะเย็นใหค้ วามรู้สึก 10. สีคู่ประกอบของสีแดง คือ
ก. สดชื่น เยอื กเย็น อุดมสมบูรณ์ ก. ม่วง
ข. สุขุม มีเสน่ห์ ข. เขียว
ค. ลกึ ลบั น่ากลัว ค. เหลือง
ง. ต่ืนเต้น สวา่ ง เร้าใจ ง. แดง

ใบควำมรทู้ ี่ 1 2

ควำมหมำยและประเภทของสี

ควำมหมำยของสี

ควำมรู้เบือ้ งต้นเกย่ี วกบั สี ( Introduction to Colour)

สี เป็นสิ่งท่ีปรากฏอยู่บนโลก ทุกๆส่ิงท่ีเรามองเห็นรอบๆตัวนั้น
ล้วนแตม่ สี ี โลกของเราถกู จรรโลง และแตง่ แตม้ ด้วย สีสนั หลายหลาก ท้ัง
สสี ันตามธรรมชาติ และสีท่ีมนษุ ย์รังสรรคข์ นึ้ หากโลกนไ้ี ม่มสี ี หรอื มนุษย์
ไม่สามารถ รบั รู้เกีย่ วกบั สไี ด้ สิง่ นั้นอาจเป็น ความพกพรอ่ งที่ย่ิงใหญ่ของ
ธรรมชาติ เพราะสมี ีความสาคัญต่อวฏั จกั รแห่งโลก และเกย่ี วขอ้ งกับ วิถี
ชีวิตมนุษย์ จนแยกกนั ไมอ่ อก เพราะมนษุ ย์ได้ตระหนักแล้วว่า สีน้นั สง่ ผล
ต่อความรู้สึกนึกคิด อารมณ์ จินตนาการ การสื่อความหมาย และ
ความสุขสาราญใจในชวี ิตประจาวนั มาช้านานแล้ว ดังนนั้ จงึ อาจกล่าวได้
ว่า สี มีอิทธิพลต่อมนษุ ย์เราเป็นอย่างสงู และมนษุ ยก์ ็ใช้ประโยชน์ จากสี
อย่าง อเนกอนันต์ ในการสรา้ งสรรค์ สิง่ ต่างๆอยา่ งไม่มที ่สี น้ิ สดุ

ท่มี าภาพ:https://www.google.com/search?q=%E0%B8%AA%E0%B8%B5&tbm

3

ประเภทของสี

สี มีอยู่ทว่ั ไปในสิง่ แวดล้อมรอบๆตัวเรา สที ปี่ รากฏอยใู่ นโลกสามารถแบ่ง
ออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

 สที ่ีเกิดในธรรมชำติ มอี ยู่ 2 ชนดิ คอื
ก. สีที่เป็นแสง ( Spectrum ) คือ สีที่เกิดจากการหักเหของแสง

เชน่ สีรงุ้ สจี ากแทง่ แกว้ ปรซิ ึม
ข. สีที่อยู่ในวัตถุ หรือเน้ือสี ( Pigment ) คือ สีที่มีอยู่ในวัตถุ

ธรรมชาตทิ ัว่ ไป เช่น สขี องพืช สัตว์ หรอื แร่ธาตตุ า่ งๆ
 สีทม่ี นษุ ย์สร้ำงขึน้ คอื สีที่ไดจ้ ากการสงั เคราะห์ เพ่ือใชป้ ระโยชน์

ในงานต่างๆ เช่น งานศิลปะ อุตสาหกรรม การพาณิชย์ และใน
ชีวิตประจาวัน โดยสังเคราะห์จากวัสดุธรรมชาติ และจากสารเคมี ท่ี
เรียกว่า สีวิทยาศาสตร์ ซ่ึงสีท่ีได้จาก การสังเคราะห์สามารถนามาผสม
กนั ใหเ้ กดิ เป็น สตี า่ งๆอีกมากมาย

ทมี่ าภาพ: https://www.novabizz.com/CDC/Interior/Interior_Colour01.htm

4

แบบฝกึ ทักษะที่ 1.1

คำชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นตอบคำถำมตอ่ ไปน้ใี หส้ มบรู ณ์
1. จงบอกควำมหมำยของสี
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
2. สที ่ีปรำกฏอย่ใู นโลกสำมำรถแบง่ ออกไดเ้ ปน็ กป่ี ระเภทอะไรบำ้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
3. สที เี่ กิดจำกกำรสงั เครำะหจ์ ำกวัสดธุ รรมชำติ และสำรเคมเี รยี กวำ่ อะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………

ใบควำมรูท้ ่ี 2 5
เร่ือง จติ วิทยำสกี บั ควำมรูส้ ึก ( Psychology of Colour)

ในดำ้ นจติ วิทยำ สี เป็นตวั กระตนุ้ ความรสู้ ึกและมผี ลต่อจิตใจของมนุษย์ สตี ่างๆจะให้
ความรู้สึกท่ีแตกตา่ งกัน ดงั นัน้ เราจงึ มกั ใช้สีเพ่อื สอ่ื ความรู้สกึ และความหมายต่างๆ ไดแ้ ก่

 สแี ดง ให้ความรู้สกึ เรา่ ร้อน รนุ แรง อันตราย ต่ืนเตน้
 สเี หลือง ให้ความรสู้ ึก สว่าง อบอนุ่ แจ่มแจ้ง รา่ เริง ศรทั ธา มั่งคงั่
 สีเขยี ว ให้ความร้สู ึก สดใส สดชื่น เย็น ปลอดภยั สบายตา มุง่ หวัง
 สฟี า้ ให้ความร้สู ึก ปลอดโปล่ง แจม่ ใส กว้าง ปราดเปรอื่ ง
 สมี ่วง ใหค้ วามรู้สกึ เศรา้ หมน่ หมอง ลึกลับ
 สีดา ให้ความรู้สกึ มดื มิด เศร้า น่ากลัว หนกั แน่น
 สีขาว ให้ความรสู้ กึ บรสิ ทุ ธิ์ ผุดผ่อง วา่ งเปล่า จดื ชดื
 สีแสด ให้ความรู้สกึ สดใส ร้อนแรง เจิดจ้า มีพลัง อานาจ
 สเี ทา ให้ความรู้สึก เศร้า เงยี บขรึม สงบ แก่ชรา
 สีนา้ เงนิ ให้ความรสู้ กึ เงียบขรมึ สงบสขุ จรงิ จัง มีสมาธิ
 สนี ้าตาล ให้ความรู้สกึ แหง้ แล้ง ไม่สดชื่น น่าเบ่อื
 สีชมพู ให้ความรู้สกึ อ่อนหวาน เปน็ ผู้หญงิ ประณตี รา่ เริง
 สที อง ใหค้ วามรู้สึก ม่ังค่ัง อุดมสมบรู ณ์

6

แบบฝกึ ทกั ษะท่ี 1.2

คำชแ้ี จง ให้นกั เรยี นระบายสีทช่ี อบลงในภาพโดยแต่ละภาพทีร่ ะบายใชไ้ ม่ซ้ากันและบอกถึง
ความหมายของสที ่ีนกั เรยี นเลอื กระบาย (ไม่ตอ้ งคานงึ ถงึ หลกั ความเปน็ จรงิ )

สี........................... ส.ี .......................... สี...........................

ความหมาย ความหมาย ความหมาย
............................................... ............................................... ...............................................
.............................................. .............................................. ..............................................

ส.ี .......................... ส.ี ..........................

ความหมาย ความหมาย
............................................... ...............................................
.............................................. ..............................................

ใบควำมรทู้ ่ี 3 7
เรือ่ ง คณุ ลักษณะของสี (Characteristics of Colours)

ในงานศิลปะ สี นบั เป็นองค์ประกอบพ้ืนฐานท่มี คี วามสาคัญมาก โดยเฉพาะในงานจติ รกรรม สี
ถอื เป็นปัจจัยสาคัญ ที่ชว่ ยให้ศิลปนิ สามารถสรา้ งสรรค์ผลงานได้ตามเจตนารมณ์ ซึ่งคณุ ลักษณะของสี
ในงานศลิ ปะท่ตี ้องนามาพิจารณามอี ยู่ 3 ประการ คอื

1. สแี ท้ (Hue) หมายถึง ความเป็นสนี ้ันๆ ที่มิไดม้ กี ารผสมใหเ้ ขม้ ขึ้น หรือจางลง สีแท้เป็นสีใน
วงจรสี เชน่ สแี ดง น้าเงิน เหลอื ง ส้ม เขยี ว ม่วง ฯลฯ

2. นำ้ หนกั ของสี ( Value) หมายถึง ค่าความอ่อนแก่ หรอื ความสว่างและความมดื ของสี
โดยแบ่งเป็น 2 ลกั ษณะคอื

2.1 สีแทถ้ ูกทาให้ออ่ นลงโดยผสมสีขาว เรยี กว่า สีนวล (Tint)
2.2 สแี ทถ้ กู ทาให้เขม้ ขน้ึ โดยผสมสดี า เรียกว่า สีคล้า (Shade)
3. ควำมจดั หรือควำมเข้มของสี (Intensity) หมายถึง ความสดหรอื ความบริสุทธข์ิ องสๆี
หนงึ่ ท่ีมิไดถ้ ูกผสมใหส้ หี มน่ หรือออ่ นลง หากสีนน้ั อยทู่ า่ มกลางสที ีม่ ีน้าหนกั ต่างค่ากนั จะเหน็ สภาพสีแท้
สดใสมากข้ึน เช่น วงกลมสแี ดง บนพื้นสีนา้ เงินอมเทา
4. คำ่ ควำมเป็นสกี ลำง (Neutral) หมายถึง การทาให้สแี ทท้ มี่ ีความเขม้ ของสีน้ันหม่นลง โดย
การผสมสีตรงข้าม เรยี กวา่ การเบรกสี เช่น สีแดงผสมกับสีเขยี ว หรอื ผสมด้วยสที ี่เปน็ กลาง เช่น สีเทา
สีนา้ ตาลออ่ น สีครมี และขาว เพือ่ ลดความสดของสีแท้ลง

ท่มี าภาพ:
https://www.google.com/search?q=%E0%B8%A
A%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%
B8%A5%20(Tint)&tbm

ทม่ี าภาพ:
https://www.google.com/search?q=%E0%B
8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%
A7%E0%B8%A5%20(Tint)&tbm

8

แบบฝึกทกั ษะที่ 1.3

คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนตอบคำถำมตอ่ ไปนใ้ี ห้สมบูรณ์
1. สีแท้ (Hue) หมายถึง
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
2. สีนวล (Tint) มลี กั ษณะอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
3. ความสดหรอื ความบริสทุ ธิ์ของสีๆหนงึ่ ทีม่ ิได้ถกู ผสมใหส้ หี ม่นหรอื อ่อนลง เรียกวา่ อะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
4. การทาใหส้ แี ทท้ มี่ คี วามเข้มของสีนน้ั หมน่ ลง โดยการผสมสีตรงขา้ ม เรยี กว่า อะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………

9

ใบควำมร้ทู ่ี 4
เร่ือง วงจรสี (Colour Wheel)

วงจรสี คือ สีท่ีเกิดจากการผสมกันเป็นคู่ เร่ิม 3. สขี ัน้ ที่ 3 คอื สที เี่ กดิ จากการผสมกันเป็นค่ๆู
ตั้งแต่ แม่สี 3 สี แล้วเกดิ เป็นสีใหม่ขึน้ มา จนครบ ระหว่างแม่สี 3 สี กบั สีข้ันท่ี 2 จะไดส้ ีเพ่มิ ขึ้นอกี 6 สี
วงจร จะได้สีท้ังหมด 12 สี ซึ่งแบ่งสีเป็น 3 ข้ัน
คือ

1. สขี น้ั ที่ 1 คอื แม่สี 3 สี ได้แก่ สแี ดง
เหลอื ง และนา้ เงิน

ที่มาภาพ: www.google.com/search?q=แมส่ ี ที่มาภาพ: www.google.com/search?q=แม่สี

2. สขี ้นั ท่ี 2 คือ สที เ่ี กดิ จากการผสมกนั 4. สีกลาง คือ สีที่เกิดการผสมสีทุกสี ในวงจรสี หรือ
เป็นคู่ๆ ระหว่างแม่สี 3 สี จะไดส้ เี พ่ิมขน้ึ อีก 3สี แม่สี 3สี ผสมกนั จะได้สีเทาแก่สที ้งั 3 ข้นั เมอื่ นามา
จัดอยู่เป็นวงจรจะไดล้ ักษณะเปน็ วงลอ้ สี

ท่ีมาภาพ: https://www.google.com/search?q

ทม่ี าภาพ: www.google.com/search?q=แมส่ ี

10

แบบฝึกทกั ษะท่ี 1.4

คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนชื่อสีลงในช่องว่างท่ีกาหนดและระบายสี วงจรสี ทั้ง 3 ข้ันลงใน

แบบฝกึ ให้ถูกตอ้ ง

11

ใบควำมรู้ที่ 5
เรอ่ื ง วรรณะของสี (Tone of Colour)

วรรณะสี คือ ความแตกตา่ งของสแี ต่ละกล่มุ ในวงจรสีโดยแบง่ ตามความรู้สกึ ด้านอุณหภูมิ โดยแบ่ง
ออกเปน็ 2 วรรณะ คือ
2.1 สีวรรณะรอ้ น (Warm Tone) ประกอบด้วยสเี หลือง, ส้มเหลือง, ส้ม, ส้มแดง, แดง และมว่ งแดง
2.2 สีวรรณะเย็น (Cool Tone) ประกอบดว้ ยสมี ่วง, มว่ งนา้ เงิน, นา้ เงนิ , เขยี วน้าเงนิ , เขยี วและเขยี ว
เหลอื ง

ที่มาภาพ: https://www.google.com/search?q

ทมี่ าภาพ: https://www.google.com/search?q

12

แบบฝกึ ทกั ษะที่ 1.5

คำชี้แจง ให้นักเรียนสรา้ งสรรค์ภาพลงในช่องท่กี าหนดและระบายสีวรรณะร้อนและวรรณะเย็น
สวี รรณะรอ้ น

สวี รรณะเย็น

13

ใบควำมรูท้ ่ี 6
เรื่อง สตี รงข้ำม (Comprementary Colour)

สตี รงข้ำม หมายถึง สที ีอ่ ย่ใู นตาแหน่งตรงข้ามกันในวงจรสี และมีการตดั กันอยา่ งเด่นชัดซึง่ จะให้
ความรสู้ ึกท่ีขัดแย้งกนั หากนามาผสมกนั จะได้สีกลาง (เทา) ซงึ่ มีทั้งหมด 6คู่ ได้แก่

- สีเหลือง ตรงขา้ มกบั สมี ่วง
- สีแดง ตรงขา้ มกบั สีเขยี ว
- สีน้าเงิน ตรงข้ามกบั สีส้ม
- สีเขยี วเหลือง ตรงขา้ มกบั สีมว่ งแดง
- สีส้มแดง ตรงข้ามกับ สีเขียวน้าเงนิ
- สีม่วงนา้ เงนิ ตรงขา้ มกับ สีสม้ เหลือง

ท่ีมาภาพ: https:// http://naphat36.blogspot.com/2016/09/blog-post_84.html

ทมี่ าภาพ: https://www.google.com/search?q

14

แบบฝึกทกั ษะท่ี 1.6

คำชแ้ี จง ให้นกั เรยี นระบายสคี ูต่ รงข้ามในภาพท่ีกาหนดและวาดภาพพรอ้ มทั้งระบายสีคู่ตรงขา้ ม
ตามความคิดสร้างสรรค์

15

แบบทดสอบหลังเรยี น

คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคำตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพยี งขอ้ เดยี ว

1. สวี รรณะเยน็ ใหค้ วำมรสู้ กึ 6. แม่สีท่ใี ช้ในงำนวำดเขียน เรยี กว่ำ
ก. สดชน่ื เยอื กเยน็ อุดมสมบูรณ์ ก. แม่สีวตั ถุธำตุ
ข. สขุ มุ มเี สน่ห์ ข. แม่สชี ่ำงเขยี น
ค. ลกึ ลบั น่ำกลวั ค. แม่สอี ะครลิ ิค
ง. ต่นื เตน้ สวำ่ ง เรำ้ ใจ ง. แม่สีวทิ ยำศำสตร์

2. วงจรสธี รรมชำตมิ ที งั้ หมดกส่ี ี 7. ข้อใดคอื สขี นั้ ท่ี 1
ก. 3 สี ก. ส้ม-ม่วง-เขียว
ข. 6 สี ข. ส้ม-เหลอื ง-แดง
ค. 9 สี ค. แดง-เหลือง-เขยี ว
ง. 12 สี ง. แดง-เหลอื ง-น้ำเงิน

3. สใี นขอ้ ใดทเ่ี รยี งลำดบั ในวงจรสี 8. สี สมยั ก่อนได้จำก
ก. แดง สม้ แดง เหลอื ง ก. ดนิ สเี ลอื ด
ข. เขยี วเหลอื ง เขยี ว น้ำเงนิ ข. ดนิ ผสมน้ำ
ค. มว่ ง มว่ งแดง แดง ค. เลือดสตั ว์
ง. สม้ เหลอื ง เขยี วเหลอื ง เขยี ว ง. ดินผสมไขสตั ว์

4. สที ใ่ี หค้ วำมรสู้ กึ สว่ำง เกดิ ควำมเล่อื มใส คอื 9. สคี ่ปู ระกอบของสแี ดง คอื
ก. มว่ ง ก. มว่ ง
ข. เขยี ว ข. เขยี ว
ค. เหลอื ง ค. เหลอื ง
ง. แดง ง. แดง

5. สวี รรณะรอ้ นใหค้ วำมรสู้ กึ 10. สอี ะไร เป็นไดท้ งั้ 2 วรรณะ
ก. สดชน่ื เยอื กเยน็ อุดมสมบูรณ์ ก. สม้ เขยี ว
ข. สขุ มุ มเี สน่ห์ ข. เหลอื ง แดง
ค. ลกึ ลบั น่ำกลวั ค. มว่ ง แดง
ง. ต่นื เต้น สว่ำง เรำ้ ใจ ง. ม่วง เหลอื ง

16

แบบทดสอบกอ่ นเรียน

คาช้แี จง ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบทถ่ี ูกตอ้ งทส่ี ุดเพยี งขอ้ เดียว

1. สีวรรณะร้อนให้ความรู้สึก 6. สีในข้อใดทเี่ รียงลาดบั ในวงจรสี
ก. สดชื่น เยือกเย็น อุดมสมบูรณ์ ก. แดง สม้ แดง เหลือง
ข. สุขุม มีเสน่ห์ ข. เขียวเหลอื ง เขยี ว นา้ เงิน
ค. ลึกลับน่ากลัว ค. ม่วง ม่วงแดง แดง
ง. ต่ืนเต้น สว่าง เร้าใจ ง. ส้มเหลอื ง เขยี วเหลอื ง เขียว

2. สี สมัยก่อนได้จาก 7. ข้อใดคือสขี น้ั ท่ี 1
ก. ดินสีเลือด ก. สม้ -ม่วง-เขียว
ข. ดินผสมน้า ข. ส้ม-เหลือง-แดง
ค. เลือดสัตว์ ค. แดง-เหลอื ง-เขยี ว
ง. ดินผสมไขสัตว์ ง. แดง-เหลอื ง-น้าเงิน

3. แม่สีที่ใช้ในงานวาดเขียน เรียกว่า 8. วงจรสีธรรมชาตมิ ที ้ังหมดกีส่ ี
ก. แม่สีวัตถุธาตุ ก. 3 สี
ข. แม่สีช่างเขียน ข. 6 สี
ค. แม่สีอะคริลิก ค. 9 สี
ง. แม่สีวิทยาศาสตร์ ง. 12 สี

4. สีอะไร เป็นได้ท้ัง 2 วรรณะ 9. สีท่ีให้ความรู้สกึ สว่าง เกดิ ความเล่อื มใส คือ
ก. สม้ เขียว ก. มว่ ง
ข. เหลือง แดง ข. เขยี ว
ค. มว่ ง แดง ค. เหลอื ง
ง. ม่วง เหลือง ง. แดง

5. สีวรรณะเย็นใหค้ วามรู้สึก 10. สีคู่ประกอบของสีแดง คือ
ก. สดช่ืน เยือกเย็น อุดมสมบูรณ์ ก. ม่วง
ข. สุขมุ มเี สนห่ ์ ข. เขียว
ค. ลึกลบั นา่ กลัว ค. เหลือง
ง. ตื่นเต้น สว่าง เร้าใจ ง. แดง

17

แบบฝึกทกั ษะท่ี 1.1

คำชี้แจง ให้นักเรยี นตอบคำถำมต่อไปน้ใี ห้สมบรู ณ์
1. จงบอกควำมหมำยของสี
เป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่บนโลก ทุกๆสิ่งท่ีเรามองเห็นรอบๆตัวน้ัน ล้วนแต่มีสี โลกของเราถูก
จรรโลง และแตง่ แต้มด้วย สีสันหลายหลาก ทงั้ สีสันตามธรรมชาติ และสที มี่ นุษยร์ ังสรรค์ข้ึน
2. สีทป่ี รำกฏอยูใ่ นโลกสำมำรถแบง่ ออกได้เป็นกป่ี ระเภทอะไรบ้ำง
สที ่ีปรากฏอย่ใู นโลกสามารถแบง่ ออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คอื

 สที เ่ี กิดในธรรมชำติ มอี ยู่ 2 ชนิดคือ

 สที ี่มนษุ ยส์ ร้างขน้ึ
3. สที ีเ่ กดิ จำกกำรสงั เครำะหจ์ ำกวัสดธุ รรมชำติ และสำรเคมเี รียกวำ่ อะไร
สีวทิ ยาศาสตร์

18

แบบฝึกทกั ษะท่ี 1.2

คำช้แี จง ใหน้ กั เรียนระบายสีที่ชอบลงในภาพโดยแต่ละภาพท่ีระบายใช้ไม่ซา้ กันและบอกถึง
ความหมายของสที น่ี กั เรียนเลือกระบาย (ไมต่ ้องคานึงถึงหลักความเปน็ จรงิ )

สี........................... สี........................... ส.ี ..........................

ความหมาย ความหมาย ความหมาย
............................................... ............................................... ...............................................
.............................................. .............................................. ..............................................

ส.ี .......................... ส.ี ..........................

ความหมาย ความหมาย
............................................... ...............................................
.............................................. ..............................................

19

แบบฝกึ ทกั ษะท่ี 1.3

คำช้แี จง ให้นกั เรียนตอบคำถำมต่อไปนีใ้ หส้ มบูรณ์
1. สีแท้ (Hue) หมายถึง
ความเป็นสีน้ันๆ ที่มิได้มีการผสมให้เข้มขึ้น หรือจางลง สีแท้เป็นสีในวงจรสี เช่น สีแดง น้า
เงนิ เหลอื ง ส้ม เขยี ว ม่วง ฯลฯ
2. สนี วล (Tint) มีลกั ษณะอย่างไร
สีแทถ้ ูกทาให้อ่อนลงโดยผสมสขี าว
3. ความสดหรอื ความบรสิ ทุ ธข์ิ องสๆี หนงึ่ ที่มิไดถ้ ูกผสมให้สหี มน่ หรืออ่อนลง เรยี กวา่ อะไร
ความจัด หรอื ความเขม้ ของสี
4. การทาใหส้ ีแทท้ ่มี ีความเขม้ ของสีน้ันหม่นลง โดยการผสมสตี รงข้าม เรียกว่า อะไร
คา่ ความเป็นสีกลาง

20

แบบฝกึ ทกั ษะที่ 1.4

คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนช่ือสีลงในช่องว่างที่กาหนดและระบายสี วงจรสี ท้ัง 3 ขั้นลงใน

แบบฝึกให้ถูกต้อง

เหลือง

เขียวเหลอื ง สม้ เหลอื ง

เขยี ว สม้

เขยี วนา้ เงิน สม้ แดง

นา้ เงนิ แดง
มว่ งนา้ เงนิ มว่ งแดง
มว่ ง

21

แบบฝกึ ทกั ษะที่ 1.5

คำชี้แจง ให้นักเรียนสรา้ งสรรค์ภาพลงในช่องท่กี าหนดและระบายสีวรรณะร้อนและวรรณะเย็น
สวี รรณะรอ้ น

สวี รรณะเย็น

22

แบบฝึกทกั ษะท่ี 1.6

คำชแ้ี จง ให้นกั เรยี นระบายสคี ูต่ รงข้ามในภาพท่ีกาหนดและวาดภาพพรอ้ มทั้งระบายสีคู่ตรงขา้ ม
ตามความคิดสร้างสรรค์

23

แบบทดสอบหลังเรียน

คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคำตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพียงขอ้ เดียว

1. สวี รรณะเยน็ ใหค้ วำมรสู้ กึ 6. แม่สที ่ใี ช้ในงำนวำดเขยี น เรยี กว่ำ
ก. สดชน่ื เยอื กเยน็ อุดมสมบูรณ์ ก. แม่สวี ตั ถุธำตุ
ข. สขุ มุ มเี สน่ห์ ข. แม่สชี ่ำงเขยี น
ค. ลกึ ลบั น่ำกลวั ค. แม่สอี ะคริลิค
ง. ต่นื เตน้ สวำ่ ง เรำ้ ใจ ง. แม่สวี ิทยำศำสตร์

2. วงจรสธี รรมชำตมิ ที งั้ หมดกส่ี ี 7. ข้อใดคือสขี นั้ ท่ี 1
ก. 3 สี ก. ส้ม-ม่วง-เขียว
ข. 6 สี ข. ส้ม-เหลือง-แดง
ค. 9 สี ค. แดง-เหลอื ง-เขียว
ง. 12 สี ง. แดง-เหลือง-น้ำเงนิ

3. สใี นขอ้ ใดทเ่ี รยี งลำดบั ในวงจรสี 8. สี สมยั ก่อนได้จำก
ก. แดง สม้ แดง เหลอื ง ก. ดนิ สีเลอื ด
ข. เขยี วเหลอื ง เขยี ว น้ำเงนิ ข. ดนิ ผสมน้ำ
ค. มว่ ง มว่ งแดง แดง ค. เลือดสตั ว์
ง. สม้ เหลอื ง เขยี วเหลอื ง เขยี ว ง. ดนิ ผสมไขสตั ว์

4. สที ใ่ี หค้ วำมรสู้ กึ สว่ำง เกดิ ควำมเล่อื มใส คอื 9. สคี ่ปู ระกอบของสแี ดง คอื
ก. มว่ ง ก. ม่วง
ข. เขยี ว ข. เขยี ว
ค. เหลอื ง ค. เหลอื ง
ง. แดง ง. แดง

5. สวี รรณะรอ้ นใหค้ วำมรสู้ กึ 10. สอี ะไร เป็นไดท้ งั้ 2 วรรณะ
ก. สดชน่ื เยอื กเยน็ อุดมสมบรู ณ์ ก. สม้ เขยี ว
ข. สขุ มุ มเี สน่ห์ ข. เหลอื ง แดง
ค. ลกึ ลบั น่ำกลวั ค. มว่ ง แดง
ง. ต่นื เต้น สว่ำง เรำ้ ใจ ง. ม่วง เหลอื ง

24

บรรณำนุกรม

กระทรวงศึกษาธกิ าร. (2552). หลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขนั้ พืน้ ฐำน พุทธศักรำช 2551. กรุงเทพฯ : โรง
พิมพ์ชมุ นมุ สหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย.

จรี พนั ธ์ สมประสงค.์ (2552). หนงั สือเรยี นแมค็ ศิลปะ ชนั้ มธั ยมศกึ ษำปที ่ี 1. กรงุ เทพฯ : แม็ค.
ธดิ ารตั น์ ภกั ดีรักษ์.แหล่งเรยี นรสู้ ำระ ทศั นศลิ ป์ ดนตรีและ นำฏศลิ ป.์ เขา้ ถงึ จาก

http://dancespictures.blogspot.com/2010/11/blog-post_3744.html. (11
มถิ นุ ายน 2565)

ปยิ พชั ร์ จีโน.อำรต์ .อ้างองิ : https://kooper.co/10-thai-illustrators/(11 มิถนุ ายน 2565)
ผดุง พรมมูล และคณะ. (2545). กลุ่มสำระกำรเรียนรูศ้ ลิ ปะ ชว่ งชั้นท่ี 3 (ม.1-3). กรุงเทพฯ : ประสานมิตร.
พิชัย นิรนั ต์. “ศำสนำ ธรรมชำติ ศลิ ปะ เปน็ บอ่ เกดิ ของสุนทรยี ะในจิตใจ”อา้ งองิ :

https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/924612
วินเซนต์ แวน โกะ๊ . Starry Night – Vincent van Gogh.อ้างองิ :http://realmetro.com. (11 มถิ นุ ายน

2565)
สชุ าติ เถาทอง และคณะ. (ม.ป.ป.). หนงั สอื เรียนสำระกำรเรยี นรู้พน้ื ฐำน กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ศลิ ปะ

ทัศนศิลป์ ชน้ั มัธยมศึกษำปที ่ี 1. กรุงเทพฯ : อักษรเจรญิ ทศั น์.
https://www.dek-d.com/board/view/1468778/
https://www.finearts.cmu.ac.th/e_doc/56/07_texture-Volume.pdf

http:// www.google.com/search
http://www.google.com/search?q=วรรณะ+สี&h
https://www.google.com/search?q
http://www.ideazign.com/port/graphic/content0302_08.htm
https://quizizz.com/admin/quiz/5f9a42c8d107eb001b2b61a3/visual-art-
https://sites.google.com/a/chaikasemwit.ac.th/thasn-thatu/home/na-hnak-xxn---kae


Click to View FlipBook Version