The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Chansini Ksaiseng, 2022-12-20 11:46:38

แน้วโน้มการพัฒนาหลักสูตร

School and book

เ รื่อ ง

ก า ร ค้ น ค ว้ า

รายงาน แนวโน้มการพัฒนาหลักสูตร
เสนอ

อาจารย์ พัชรีภร บางเขียว

จัดทำโดย

นางสาวฉันท์สินี ไกรสังข์

6421113017 ค.บ.ชีววิทยา

สาขา วิชา พัฒนาหลักสูตร คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัย

ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

คำนำ

รายงานเล่มนี้ จัดทำขึ้นเป็น จัดทำขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา

พัฒนาหลักสูตร เพื่อเป็นแนวโน้มในการพัฒนาหลักหรือปรับปรุงหลักสูตร


ให้มีคุณภาพมากขึ้นและบางกรณียังมีการล่างหลักสูตรขึ้นมาใหม่โดยนำ

ปั ญ ห า ห รื อ จุ ด ด้ อ ย จ า ก ห ลั ก สู ต ร ก่ อ น ห น้ า ม า แ ก้ ไ ข้ พั ฒ น า ใ ห้ ดี ยิ่ ง ขึ้ น แ ล ะ นำ

หลักสูตรที่ได้มาปรับให้เหมาะสมกับเยาวชนและสังคมยุคใหม่ให้ได้ประโยชน์


จากการใช้หลักสูตรอย่าเต็มที่มากที่สุด

นางสาวฉันท์สินี ไกรสังข์

สารบัญ 5-10

ส ภ า พ ข อ ง ห ลั ก สู ต ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย ใ น ปั จ จุ บั น
หลักสูตรประถมวัยพุ ทธศักราช 2560
ได้แก่
โครงสร้างของหลักสูตร
คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ ที่ พึ ง ป ร ะ ส ง ค์
การอบรมเลี้ยงดู
พั ฒ น า ก า ร ข อ ง เ ด็ ก
ตัวบ่งชี้และเกณฑ์การประเมินตามช่วงวัย
เป้าหมายและ. มุ่งหมาย
ห ลั ก สู ต ร แ ก น ก ล า ง ก า ร ศึ ก ษ า ขั้ น พื้ น ฐ า น

พุ ทธศักราช 2551 ฉบับปรับปรุงพุ ทธศักราช
11-17
2560

โครงสร้างของหลักสูตร
วัตถุประสงค์
เกณฑ์ต่างๆของหลักสูตรที่สร้างขึ้นและมีการ

พั ฒ น า ต่ อ เ นื่ อ ง

จุดประสงค์ของหลักสูตร
มีคุณธรรมและมีจริยธรรม
มีความรู้ความสามารถในการสื่อสารมี
จิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรม

หลักสูตรประกาศษณียบัตรวิชาชีพปวช 18-24
พุ ทธศักราช 2562 / หลักสูตรประกาศษณีย
บัตรวิชาชีพชั้นสูง ปวส พุ ทธศักราช 2563/ 25-34
หลักสูตรปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือปฏิบัติ 35-39
การณ์พุ ทธศักราช 2562

โครงสร้างหลักสูตร
วัตถุประสงค์ที่สร้างขึ้น
. มุ่งหมาย
ผู้เรียนผู้สอนผู้อ
งค์ประกอบความรู้

สังคมและสิ่งที่จะนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้ใน
อนาคต

หลักสูตรอุดมศึกษาภายใต้มาตรฐานคุณวุฒิ
อุดมศึกษา

เกณฑ์การจบหลักสูตร
ข้อมูลหน่วยกิตและวิชาเรียน
ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนในแต่ละศาสแต่ละ
แขนง
โครงสร้างตารางเวลาเรียน
ปั ญ ห า แ ล ะ แ น ว โ น้ ม ใ น ก า ร พั ฒ น า ห ลั ก สู ต ร ใ น
ศตวรรษที่ 21
วิธีการแก้ไข

การทำงานร่วมกับเอไอและการใช้ชีวิตใน
ศตวรรษที่ 21 การทำงานร่วมกับเทคโนโลยี

สภาพปัจจุบันของหลักสูตรไทย

หลักสูตรประฐมวัยพุ ทธศักราช 2560

โครงสร้างของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย

เพื่อให้การจัดการศึกษาเป็นไปตามหลักการ จุดหมายที่กำหนดไว้ให้สถานศึกษา และผู้
เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงดูเด็กปฏิบัติ ในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาจึงกำหนด

โครงสร้างของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยที่พัฒขึ้นใหม่ หลักสูตรนี้เป็นเพียงตัวอย่าง
เท่านั้นอาจมีข้อบกพร่องหรือข้อปรับปรุงควรแก้ไข

โครงสร้างหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุ ทธศักราช ๒๕๖๐
ช่วงอายุ
อายุ ๓ - ๖ ปี
สาระการเรียนรู้
ประสบการณ์สำคัญ
สาระที่ควรเรียนรู้

- ด้านร่างกาย
- ด้านอารมณ์ จิตใจ
- ด้านสังคม
- ด้านสติปัญญา
- เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก
- เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก
- ธรรมชาติรอบตัว
- สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก
ระยะเวลาเรียน
จัดการศึกษา ๒ ภาคเรียน : ๑ ปีการศึกษา
ชั้นอนุบาลปีที่ ๑ อายุระหว่าง ๓-๔ ปี
ชั้นอนุบาลปีที่ ๒ อายุระหว่าง ๔-๕ ปี
ชั้นอนุบาลปีที่ ๓ อายุระหว่าง ๕-๖ ปี
ไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วัน : ๑ ปี ใช้เวลา ๕-๖ ชั่วโมง :๑ วัน
๒๕-๓๐ ชั่วโมง/สัปดาห์
หมายเหตุ ๓-๔ ปี มีความสนใจ ๘ - ๑๒ นาที

๔-๕ ปี มีความสนใจ ๑๒ - ๑๕ นาที
๕-๖ ปี มีความสนใจ ๑๕ - ๒๐ นาที
* กิจกรรมที่ต้องใช้ความคิดในกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ ไม่ควรใช้เวลาต่อเนื่องนานเกิน

กว่า ๒๐ นาที
* กิจกรรมที่เด็กมีอิสระเลือกเล่นเสรี เช่น การเล่นตามมุม การเล่นกลางแจ้ง ใช้เวลา
๔๐ – ๖๐ นาที

จุดหมาย

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย มุ่งให้เด็กมีพัฒนาการตามวัยเต็มตาม

ศักยภาพ และเพื่อให้มีความพร้อมในการเรียนรู้ต่อไป จึงกำหนด

จุดหมายเพื่อให้เกิดกับเด็กเมื่อเด็กจบการศึกษาระดับปฐมวัย ดังนี้
1. มีร่างกายเจริญเติบโตตามวัย แข็งแรง และมีสุขนิสัยที่ดี
2. มีสุขภาพจิตดี มีสุนทรียภาพ มีคุณธรรม จริยธรรมและจิตใจที่

ดีงาม
3. มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอ

เพียง มีวินัย และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
4. มีทักษะการคิด การใช้ภาษาสื่อสาร และการแสวงหาความรู้ได้

เหมาะสมกับวัย

1. พัฒนาการด้านร่างกายเป็นพัฒนาการที่เป็นผลมาจาก

การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของร่างกายในด้านโครงสร้าง

ของร่างกาย ด้านความสามารถในการเคลื่อนไหว และด้าน

การมีสุขภาพอนามัย ที่ดี รวมถึงการใช้สัมผัสรับรู้ การใช้ตา

และมือประสานกันในการทำกิจกรรมต่างๆ เด็กอายุ ๓-๕ ปีมี
การเจริญเติบโตรวดเร็วโดยเฉพาะในเรื่องน้ำหนักและส่วนสูง
กล้ามเนื้อใหญ่จะมีความก้าวหน้ามากกว่ากล้ามเนื้อเล็ก

สามารถบังคับการเคลื่อนไหวของร่างกายได้ดี มีความ

คล่องแคล่วว่องไวในการเดิน สามารถวิ่ง กระโดด ควบคุม

และบังคับการทรงตัวได้ดี จึงชอบเคลื่อนไหว ไม่

2 . พัฒนาการ ด้านอารมณ์ จิตใตเป็นความ

สามารถในการรู้สึกและแสดงความรู้สึกของเด็ก เช่น

พอใจ ไม่พอใจ รัก ชอบ สนใจ เกลียด ฯลฯ โดยที่

เด็กรู้จักควบคุมการแสดงออกอ ย่างเหมาะสมกับวัย

และสถานการณ์เผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆตลอดจน

การสร้างความรู้สึกที่ดีและการนับถือตนเองเด็กอายุ

๓-๕ ปีจะแสดงความรู้สึกอย่างเต็มที่ไม่ปิดบัง ช่อน

เร้น เช่น ดีใจ เสียใจ โกรธแต่จะเกิดเพียงชั่วครู่แล้ว

หายไปการที่เด็กเปลี่ยนแปลงอารมณ์ง่ายเพราะมีช่วง

ความสนใจระยะสั้นเมื่อมีสิ่งใดน่าสนใจก็จะเปลี่ยน

ความสนใจไปตามสิ่งนั้นเด็กวันนี้มักหวาดกลัวสิ่ง

ต่างๆ เช่น ความมืด หรือสัตว์ต่างๆ

3. พัฒนาการ ด้านสังคม เป็นความสามารถใน

ก า ร ส ร้ า ง ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ท า ง สั ง ค ม ค รั้ ง แ ร ก ใ น

ครอบครัว โดยมีปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่และพี่น้อง เมื่อ

โตขึ้นต้องไปสถานศึกษา เด็กเริ่มเรียนรู้การติดต่อ

และการมีสัมพันธ์กับบุคคลนอกครอบครัว โดยเฉพาะ

อย่างยิ่งเด็กในวัยเดียวกัน เด็กได้เรียนรู้การปรับตัว

ให้เข้าสังคมกับเด็กอื่น พร้อมๆกับรู้จักร่วมมือใน

การเล่นกับกลุ่มเพื่อน เจตคติและพฤติกรรมทางสัง

คมของเด็กจะก่อขึ้นในวัยนี้

4, ด้านสติปัญญา ความคิดของเด็กวัยนี้มีลักษณะยึด

ต น เ อ ง เ ป็ น ศู น ย์ ก ล า ง ยั ง ไ ม่ ส า ม า ร ถ เ ข้ า ใ จ ค ว า ม รู้ สึ ก ข อ ง ค น
อื่น เด็กมีความคิดเพียงแต่ว่าทุกคนมองสิ่งต่างๆรอบตัว

และรู้สึกต่อสิ่งต่างๆ เหมือนตนเองความคิดของตนเอง

เป็นใหญ่ที่สุดเมื่ออายุ ๔ - ๕ ปี เด็กสามารถโต้ตอบหรือมี
ปฏิสัมพันธ์กับวัตถุสิ่งของที่อยู่รอบตัวได้ สามารถจำสิ่ง

ต่างๆ ที่ได้กระทำซ้ำกันบ่อยๆได้ดีเรียนรู้สิ่งต่างๆได้ดีขึ้นแต่
ยังอาศัยการรับรู้เป็นส่วนใหญ่ แก้ปัญหาการลองผิดลอง

ถูกจากการรับรู้มากกว่าการใช้เหตุผลความคิดรวบยอด

เ กี่ ย ว กั บ สิ่ ง ต่ า ง ๆ ที่ อ ยู่ ร อ บ ตั ว พั ฒ น า อ ย่ า ง ร ว ด เ ร็ ว ต า ม อ า ยุ

ที่เพิ่มขึ้น ในส่วนของพัฒนาการทางภาษาเด็กวัยนี้เป็นระยะ
เวลาของการพัฒนาภาษาอย่างรวดเร็ว โดยมีการฝึกฝน

การใช้ภาษาจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ

ม า ต ร ฐ า น คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ ที่ พึ ง ป ร ะ ส ง ค์

ห ลั ก สู ต ร ก า ร ศึ ก ษ า ป ฐ ม วั ย กำ ห น ด ม า ต ร ฐ า น คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ ที่ พึ ง

ประสงค์ประกอบด้วยมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตัวบ่ง

ชี้ และสภาพที่พึงประสงค์ ดังนี้

๑.พัฒนาการด้านร่างกาย ประกอบด้วย ๒ มาตรฐานคือ
มาตรฐานที่ ๑ ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี

ตัวบ่งชี้ที่ ๑.๑ น้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์
ตัวบ่งชี้ที่ ๑.๒ มีสุขภาพอนามัย สุขนิสัยที่ดี
​ตัวบ่งชี้ที่ ๑.๓ รักษาความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น
มาตรฐานที่ ๒ กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรงใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและประสาน

สั ม พั น ธ์ กั น
ตัวบ่งชี้ที่ ๒.๑ เคลื่อนไหวร่างกายอย่างคล่องแคล่ว ประสานสัมพันธ์และทรงตัวได้

ตัวบ่งชี้ที่ ๒.๒ ใช้มือ-ตาประสานสัมพันธ์กัน
๒.พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ประกอบด้วย ๓ มาตรฐานคือ
มาตรฐานที่ ๓ มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข

ตัวบ่งชี้ที่ ๓.๑ แสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม

​ตัวบ่งชี้ที่ ๓.๒ มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น
มาตรฐานที่ ๔ ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว

ตัวบ่งชี้ที่ ๔.๑ สนใจ มีความสุขและแสดงออกผ่านงานศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว
มาตรฐานที่ ๕ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม

ตัวบ่งชี้ที่ ๕.๑ ซื่อสัตย์สุจริต

ตัวบ่งชี้ที่ ๕.๒ มีความเมตตากรุณา มีน้ำใจและช่วยเหลือแบ่งปัน

ตัวบ่งชี้ที่ ๕.๓ มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

ตัวบ่งชี้ที่ ๕.๕ มีความรับผิดชอบ
๓.พัฒนาการด้านสังคม ประกอบด้วย ๓ มาตรฐานคือ
มาตรฐานที่ ๖ มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ตัวบ่งชี้ที่ ๖.๑ช่วยเหลือตนเองในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน

ตัวบ่งชี้ที่ ๖.๒ มีวินัยในตนเอง

ตัวบ่งชี้ที่ ๖.๓ ประหยัดและพอเพียง
มาตรฐานที่ ๗ รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย

ตัวบ่งชี้ที่ ๗.๑ ดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ตัวบ่งชี้ที่ ๗.๒ มีมารยาทตามวัฒนธรรมไทย และรักความเป็นไทย

มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็น

สมาชิกที่ดีของสังคมในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์

ท ร ง เ ป็ น ป ร ะ มุ ข

ตัวบ่งชี้ที่ ๘.๑ ยอมรับความเหมือนและความแตกต่างระหว่าง

บุคคล

ตัวบ่งชี้ที่ ๘.๒ มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น

ตัวบ่งชี้ที่ ๘.๓ ปฏิบัติตนเบื้องต้นในการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม
๔.พัฒนาการด้านสติปัญญา ประกอบด้วย ๔ มาตรฐานคือ
มาตรฐานที่ ๙ ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย

ตัวบ่งชี้ที่ ๙.๑ สนทนาโต้ตอบและเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจ
​ตัวบ่งชี้ที่ ๙.๒ อ่าน เขียนภาพและสัญลักษณ์ได้
มาตรฐานที่ ๑๐ มีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานการเรียนรู้

ตัวบ่งชี้ที่ ๑๐.๑ มีความสามารถในการคิดรวบยอด

ตัวบ่งชี้ที่ ๑๐.๒ มีความสามารถในการคิดเชิงเหตุผล

ตัวบ่งชี้ที่ ๑๐.๓ มีความสามารถในการคิดแก้ปัญหาและตัดสินใจ
มาตรฐานที่ ๑๑ มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

ตัวบ่งชี้ที่ ๑๑.๑ ทำงานศิลปะตามจินตนาการและความคิด

สร้างสรรค์

ตัวบ่งชี้ที่ ๑๑.๒ แสดงท่าทางเคลื่อนไหวตามจินตนาการอย่าง

สร้างสรรค์
มาตรฐานที่ ๑๒ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และมีความสามารถใน

การแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับวัย

ตัวบ่งชี้ที่ ๑๒.๑ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้
ตัวบ่งชี้ที่ ๑๒.๒ มีความสามารถในการแสวงหาความรู้

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้ นฐานปี

พุ ทธศักราช 2551 ฉบับปรับปรุงพุ ทธศักราช 2560

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดระดับการศึกษาเป็น ๓ ระดับ

ดังนี้



๑. ระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๖) การศึกษาระดับนี้เป็น

ช่วงแรกของการศึกษาภาคบังคับ มุ่งเน้นทักษะพื้นฐานด้านการอ่าน การ


เขียน
การคิดคำนวณ ทักษะการคิดพื้นฐาน
การติดต่อสื่อสาร กระบวนการเรียนรู้ทางสังคม และพื้นฐานความเป็น

มนุษย์ การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างสมบูรณ์และสมดุลทั้งในด้านร่างกาย
สติปัญญา อารมณ์ สังคม และวัฒนธรรม โดยเน้น จัดการเรียนรู้แบบ


บูรณาการ
๒. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ – ๓) เป็นช่วงสุดท้าย


ของการศึกษาภาคบังคับ มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้สำรวจความถนัดและความ

สนใจ

ของตนเอง ส่งเสริมการพัฒนาบุคลิกภาพส่วนตน มีทักษะในการคิด

วิจารณญาณ คิดสร้างสรรค์ และคิดแก้ปัญหา มีทักษะในการดำเนินชีวิต มี

ทักษะการ
ใช้เทคโนโลยีเพื่อเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ มีความรับผิดชอบต่อสังคม มี

ความสมดุลทั้งด้านความรู้ ความคิด ความดีงาม และมีความภูมิใจในความ


เป็นไทย ตลอดจนใช้เป็นพื้นฐานในการประกอบอาชีพหรือการศึกษาต่อ

๓. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ – ๖) การศึกษา

ระดับนี้เน้นการเพิ่มพู นความรู้และทักษะเฉพาะด้าน สนองตอบความ

สามารถ

ความถนัด และความสนใจของผู้เรียนแต่ละคนทั้งด้านวิชาการและวิชาชีพ มี
ทักษะในการใช้วิทยาการและเทคโนโลยี ทักษะกระบวนการคิดขั้นสูง

สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการศึกษาต่อและการ

ประกอบอาชีพ มุ่งพัฒนาตนและประเทศตามบทบาทของตน สามารถเป็น


ผู้นำ และผู้ให้บริการชุมชนในด้านต่าง ๆ

โครงสร้างเวลาเรียน



ห ลั ก สู ต ร แ ก น ก ล า ง ก า ร ศึ ก ษ า ขั้ น พื้ น ฐ า น กำ ห น ด ก ร อ บ

โครงสร้างเวลาเรียน

การจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ
การจัดการศึกษาบางประเภทสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น
การศึกษาเฉพาะทาง การศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ

การศึกษาทางเลือก การศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส การ

ศึกษาตามอัธยาศัย สามารถนำหลักสูตรแกนกลางการศึกษา


ขั้นพื้นฐานไปปรับใช้ได้ตามความเหมาะสม กับสภาพ
และบริบทของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย โดยให้มีคุณภาพตาม

มาตรฐานที่กำหนด ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่


กระทรวงศึกษาธิการกำหนด
การจัดการเรียนรู้

ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น รู้ เ ป็ น ก ร ะ บ ว น ก า ร สำ คั ญ ใ น ก า ร นำ ห ลั ก สู ต ร สู่

การปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็น

หลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญและ


คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน เป็นเป้าหมายสำหรับ

พั ฒ น า เ ด็ ก แ ล ะ เ ย า ว ช น

๑. หลักการจัดการเรียนรู้
ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น รู้ เ พื่ อ ใ ห้ ผู้ เ รี ย น มี ค ว า ม รู้ ค ว า ม ส า ม า ร ถ ต า ม ม า ต ร ฐ า น ก า ร

เรียนรู้ สมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กำหนดไว้ใน
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยยึดหลักว่า ผู้เรียนมีความ

สำคัญที่สุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึด

ประโยชน์ที่เกิดกับผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน

สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ คำนึงถึงความแตกต่าง

ระหว่างบุคคล
แ ล ะ พั ฒ น า ก า ร ท า ง ส ม อ ง

๒. กระบวนการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการ

เรียนรู้ที่หลากหลาย เป็นเครื่องมือที่จะนำพาตนเองไปสู่เป้าหมายของ

หลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้เรียน อาทิ กระบวนการเรียนรู้

แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทาง

สังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้

๓. การออกแบบการจัดการเรียนรู้
ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้

วัด สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์
และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงพิจารณาออกแบบการ

จัดการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การ

วัดและประเมินผล เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพและบรรลุตามเป้า

หมายที่กำหนด
๔. บทบาทของผู้สอนและผู้เรียน
การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร ทั้งผู้

สอนและผู้เรียนควรมีบทบาท ดังนี้

๔.๑ บทบาทของผู้สอน
๑) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล
๒) กำหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน
๓) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนอง


ความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เพื่อนำ

ผู้เรียนไปสู่เป้าหมาย

๔) จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้
๕) จัดเตรียมและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม นำ

ภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการ

จัดการเรียนการสอน
๖) ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลาก

หลาย เหมาะสมกับธรรมชาติของวิชาและระดับพัฒนาการของ

ผู้เรียน
๗) วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและ

พัฒนาผู้เรียน รวมทั้งปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนของ

ตนเอง

๔.๒ บทบาทของผู้เรียน
๑) กำหนดเป้าหมาย วางแผน และรับผิดชอบการเรียนรู้

ของตนเอง
๒) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้


วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อความรู้
ตั้งคำถาม คิดหาคำตอบหรือหาแนวทางแก้ปัญหาด้วยวิธีการ

ต่าง ๆ ลงมือปฏิบัติจริง สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง และ

นำความรู้ไปประยุกต์ใช้
ในสถานการณ์ต่าง ๆ

๓) มีปฏิสัมพันธ์ ทำงาน ทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มและ

ครู

๔) ประเมินและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของตนเอง

อย่างต่อเนื่อง

จุดหมาย
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียน


ให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข
มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกำหนดเป็นจุด

หมายเพื่อให้เกิดกับผู้เรียน เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้
๑. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์เห็นคุณค่าของ
ตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุ ทธศาสนาหรือ
ศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๒. มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา

การใช้เทคโนโลยี และมีทักษะชีวิต
๓. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออก

กำลังกาย
๔. มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก

ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระ

ม ห า ก ษั ต ริ ย์ ท ร ง เ ป็ น ป ร ะ มุ ข
๕. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การ

อนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะที่มุ่งทำประโยชน์และ

สร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ใ น ก า ร พั ฒ น า ผู้ เ รี ย น ต า ม ห ลั ก สู ต ร แ ก น ก ล า ง ก า ร ศึ ก ษ า ขั้ น พื้ น ฐ า น

มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งจะช่วย
ใ ห้ ผู้ เ รี ย น เ กิ ด ส ม ร ร ถ น ะ สำ คั ญ แ ล ะ คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ อั น พึ ง ป ร ะ ส ง ค์

ดังนี้
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งให้ผู้เรียนเกิด

สมรรถนะสำคัญ ๕ ประการ ดังนี้

๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร
มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความ

รู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ

ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้ง

การเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ

๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การ

คิดสังเคราะห์ การคิด อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ

และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพื่อ

การตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหา

และอุปสรรคต่าง ๆที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลัก

เหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการ

เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์

ค ว า ม รู้ ม า ใ ช้ ใ น ก า ร ป้อ ง กั น แ ล ะ แ ก้ ไ ข ปั ญ ห า แ ล ะ มี ก า ร ตั ด สิ น ใ จ ที่ มี

ประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคมและสิ่ง

แวดล้อม

๔.ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำ

กระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ใน

การดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อ

เนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความ

สัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ

อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและ

สภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลก

ระทบต่อตนเองและผู้อื่น
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก

และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อ

การพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร
การทำงาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมี

คุณธรรม

คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ อั น พึ ง ป ร ะ ส ง ค์
ห ลั ก สู ต ร แ ก น ก ล า ง ก า ร ศึ ก ษ า ขั้ น พื้ น ฐ า น มุ่ ง พั ฒ น า ผู้ เ รี ย น ใ ห้ มี

คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ อั น พึ ง ป ร ะ ส ง ค์ เ พื่ อ ใ ห้ ส า ม า ร ถ อ ยู่ ร่ ว ม กั บ ผู้ อื่ น ใ น สั ง ค ม ไ ด้
อย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้
๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
๒. ซื่อสัตย์สุจริต
๓. มีวินัย
๔. ใฝ่เรียนรู้
๕. อยู่อย่างพอเพียง
๖. มุ่งมั่นในการทำงาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ

น อ ก จ า ก นี้ ส ถ า น ศึ ก ษ า ส า ม า ร ถ กำ ห น ด คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ อั น พึ ง ป ร ะ ส ง ค์
เ พิ่ ม เ ติ ม ใ ห้ ส อ ด ค ล้ อ ง ต า ม บ ริ บ ท แ ล ะ จุ ด เ น้ น ข อ ง ต น เ อ ง
มาตรฐานการเรียนรู้
ก า ร พั ฒ น า ผู้ เ รี ย น ใ ห้ เ กิ ด ค ว า ม ส ม ดุ ล ต้ อ ง คำ นึ ง ถึ ง ห ลั ก พั ฒ น า ก า ร
ทางสมองและพหุปัญญา หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
จึงกำหนดให้ผู้เรียนเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ดังนี้

1. ภาษาไทย
2. คณิตศาสตร์
3. วิทยาศาสตร์
4. สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
5. สุขศึกษาและพลศึกษา
6. ศิลปะ
7. การงานอาชีพและเทคโนโลยี
8. ภาษาต่างประเทศ
ใ น แ ต่ ล ะ ก ลุ่ ม ส า ร ะ ก า ร เ รี ย น รู้ ไ ด้ กำ ห น ด ม า ต ร ฐ า น ก า ร เ รี ย น รู้ เ ป็ น เ ป้า
หมายสำคัญของการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน มาตรฐานการเรียนรู้ระบุ
สิ่งที่ผู้เรียนพึงรู้ ปฏิบัติได้ มีคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยม

โครงสร้างหลักสูตรประกาศษณียบัตร

หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุ ทธศักราช

2563 (ปวส.63)
หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุ ทธศักราช

2563 เป็นหลักสูตรที่พัฒนาขึ้น เพื่อใช้ในการจัด
การศึกษาด้านวิชาชีพระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง

แ ล ะ เ พื่ อ ย ก ร ะ ดั บ ก า ร ศึ ก ษ า วิ ช า ชี พ ข อ ง บุ ค ค ล ใ ห้
สูงขึ้น สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

แห่งชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติ เป็นไปตามกรอบ

คุณวุฒิ
แห่งชาติ มาตรฐานการศึกษาของชาติ และกรอบ

คุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติตลอดจนยึดโยงกับ

มาตรฐาน
อาชีพ โดยเน้นการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ เพื่อพัฒนา

สมรรถนะกำลังคนระดับเทคนิค รวมทั้งคุณธรรม

จริยธรรม
จรรยาบรรณวิชาชีพ และกิจนิสัยที่เหมาะสมในการ

ทำงาน ให้สอดคล้องกับความต้องการกำลังคนของ
ตลาดแรงงาน ชุมชน สังคม และประกอบอาชีพอิสระได้

โ ด ย เ ปิ ด โ อ ก า ส ใ ห้ ผู้ เ รี ย น เ ลื อ ก ร ะ บ บ แ ล ะ วิ ธี ก า ร เ รี ย น ไ ด้
อย่างเหมาะสมตามศักยภาพ ตามความสนใจและโอกาส

ของตน ส่งเสริมให้มีการประสานความร่วมมือในการ
จั ด ก า ร ศึ ก ษ า แ ล ะ พั ฒ น า ห ลั ก สู ต ร ร่ ว ม กั น ร ะ ห ว่ า ง ส ถ า บั น

สถานศึกษา หน่วยงาน สถานประกอบการและ
องค์กรต่าง ๆ ทั้งในระดับชุมชน ระดับท้องถิ่นและระดับ

ชาติ ทั้งนี้หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
พุ ทธศักราช 2563 ประกาศใช้ตั้งแต่ วันที่ 6 มีนาคม

2563 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ มีหลักการและจุดมุ่งหมาย

ดังนี้

จุดมุ่งหมายของหลักสูตร
1) เพื่อให้มีความรู้ทางทฤษฎีและเทคนิคเชิงลึกภายใต้ขอบเขตของงานอาชีพ มี

ทักษะด้าน
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อใช้ในการด ารงชีวิตและงานอาชีพ

ส า ม า ร ถ ศึ ก ษ า ค้ น ค ว้ า เ พิ่ ม เ ติ ม ห รื อ
ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น
2) เพื่อให้มีทักษะและสมรรถนะในงานอาชีพตามมาตรฐานวิชาชีพ สามารถบูรณา

การความรู้
ทักษะจากศาสตร์ต่าง ๆ ประยุกต์ใช้ในงานอาชีพ สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง

ทางเทคโนโลยี
3) เพื่อให้มีปัญญา มีความคิดสร้างสรรค์ มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์

วางแผน
บริหารจัดการ ตัดสินใจ แก้ปัญหา ประสานงานและประเมินผลการปฏิบัติงาน

อาชีพ มีทักษะการเรียนรู้
แสวงหาความรู้และแนวทางใหม่ ๆ มาพัฒนาตนเองและประยุกต์ใช้ในการสร้าง

งานให้สอดคล้องกับวิชาชีพ
แ ล ะ ก า ร พั ฒ น า ง า น อ า ชี พ อ ย่ า ง ต่ อ เ นื่ อ ง
4) เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่ออาชีพ มีความมั่นใจและภาคภูมิใจในงานอาชีพ รักงาน

รักหน่วยงาน
สามารถท างานเป็นหมู่คณะได้ดี มีความภาคภูมิใจในตนเองต่อการเรียนวิชาชีพ
5) เพื่อให้มีบุคลิกภาพที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสัตย์ มีวินัย มีสุขภาพ

สมบูรณ์แข็งแรงทั้ง
ร่างกายและจิตใจ เหมาะสมกับการปฏิบัติงานในอาชีพนั้น ๆ
6) เพื่อให้เป็นผู้มีพฤติกรรมทางสังคมที่ดีงาม ต่อต้านความรุนแรงและสารเสพ

ติด ทั้งในการ
ท างาน การอยู่ร่วมกัน มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว องค์กร ท้องถิ่นและ

ประเทศชาติ อุทิศตนเพื่อสังคม
เข้าใจและเห็นคุณค่าของศิลปะวัฒนธรรมไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตระหนักใน

ปัญหาและความส าคัญของ
สิ่งแวดล้อม
7) เพื่อให้ตระหนักและมีส่วนร่วมในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของ

ประเทศ โดย
เป็นก าลังส าคัญในด้านการผลิตและให้บริการ
8) เพื่อให้เห็นคุณค่าและด ารงไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

ปฏิบัติตนใน
ฐานะพลเมืองดี ตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

โครงสร้างหลักสูตร



โครงสร้างของหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงพุ ทธศักราช2563
แบ่งเป็น 3

หมวดวิชา และกิจกรรมเสริมหลักสูตร ดังนี้
1) หมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง ไม่น้อยกว่า 21 หน่วยกิต

1.1) กลุ่มวิชาภาษาไทย
1.2) กลุ่มวิชาภาษาต่างประเทศ

1.3) กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์
1.4) กลุ่มวิชาคณิตศาสตร์
1.5) กลุ่มวิชาสังคมศาสตร์
1.6) กลุ่มวิชามนุษยศาสตร์
2) หมวดวิชาสมรรถนะวิชาชีพ ไม่น้อยกว่า 56 หน่วยกิต
2.1) กลุ่มสมรรถนะวิชาชีพพื้นฐาน
2.2) กลุ่มสมรรถนะวิชาชีพเฉพาะ
2.3) กลุ่มสมรรถนะวิชาชีพเลือก
2.4) ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพ
2.5) โครงงานพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพ
3) หมวดวิชาเลือกเสรี ไม่น้อยกว่า 6 หน่วยกิต
4) กิจกรรมเสริมหลักสูตร (2 ชั่วโมง/สัปดาห์) - หน่วยกิต

หมายเหตุ
1) จ านวนหน่วยกิต ของแต่ละหมวดวิชาและกลุ่มวิชาในหลักสูตร ให้เป็นไปตาม

ที่กำหนดไว้ ใน
โครงสร้างของแต่ละประเภทวิชาและสาขาวิชา
2) การพัฒนารายวิชาในกลุ่มสมรรถนะวิชาชีพพื้นฐานและกลุ่มสมรรถนะวิชาชีพ

เฉพาะ จะเป็น
รายวิชาบังคับที่สะท้อนความเป็นสาขาวิชาตามมาตรฐานการศึกษาวิชาชีพ ด้าน


สมรรถนะวิชาชีพของสาขาวิชา
ซึ่ ง ยึ ด โ ย ง กั บ ม า ต ร ฐ า น อ า ชี พ จึ ง ต้ อ ง พั ฒ น า ก ลุ่ ม ร า ย วิ ช า ใ ห้ ค ร บ จำ น ว น ห น่ ว ย กิ ต

ที่ก าหนด และผู้เรียนต้องเรียน
ทุกรายวิชา

3) สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันสามารถจัดรายวิชาเลือกตามที่กำหนดไว้

ในหลักสูตร และหรือ

พั ฒ น า เ พิ่ ม ต า ม ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร เ ฉ พ า ะ ด้ า น ข อ ง ส ถ า น ป ร ะ ก อ บ ก า ร ห รื อ ต า ม

ยุทธศาสตร์ภูมิภาค เพื่อเพิ่มขีด

ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ น ก า ร แ ข่ ง ขั น ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ต้ อ ง เ ป็ น ไ ป ต า ม เ งื่ อ น ไ ข แ ล ะ ม า ต ร ฐ า น

การศึกษาวิชาชีพ ที่

ประเภทวิชา สาขาวิชาและสาขางานกำหนด

จุดมุ่งหมายของหลักสูตร

1) เพื่อให้มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ในงานอาชีพสอดคล้อง

กบมาตรฐานวิชาชีพ
สามารถนาไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานอาชีพได้อยางมี

ประสิทธิภาพ เลือกวิถีการดารงชีวิต และการ ประกอบอาชีพได้อยาง

เหมาะสมกับตน สร้างสรรค์ความเจริญต่อชุมชน ท้องถิ่นและประเทศ

ชาติ
2) เพื่อให้เป็นผู้มีปัญญา มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ใฝ่เรียนรู้ เพื่อ

พัฒนาคุณภาพชีวิตและ การประกอบอาชีพ มีทักษะการสื่อสารและ

เทคโนโลยีสารสนเทศ ทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทักษะการคิด

วิเคราะห์และการแกปัญหา ทักษะด้านสุขภาวะและความปลอดภัย

ตลอดจนทักษะการจัดการ สามารถสร้าง อาชีพและพัฒนาอาชีพให้

กาวหน้าอยู่เสมอ
3) เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่ออาชีพ มีความมั่นใจและภาคภูมิใจในวิชาชีพ
ที่เรียน รักงาน รกั หน่วยงาน สามารถทางานเป็นหมู่คณะได้ดี โดย

มีความเคารพในสิทธิและหน้าที่ของตนเองและผู้อื่น
4) เพื่อให้เป็นผู้มีพฤติกรรมทางสังคมที่ดีงาม ทั้งในการทางาน กา

รอยูร่วมกัน การต่อต้าน ความรุนแรงและสารเสพติด มีความรับผิด

ชอบต่อครอบครัว หน่วยงาน ท้องถิ่นและประเทศชาติ ดารงตนตาม

หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เข้าใจและเห็นคุณค่าของการ

อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น มีจิตสาธารณะ และจิต

สานึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี
5) เพื่อให้มีบุคลิกภาพที่ดีมีมนุษยสัมพันธ์มีคุณธรรม จริยธรรม และ

วินัยในตนเอง มีสุขภาพ อนามัยที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจเหมาะ

สมกับงานอาชีพ
6) เพื่อให้ตระหนักและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม

การเมืองของประเทศ และโลกมีความรักชาติส านึกในความเป็นไทย

เสียสละเพื่อส่วนรวม ดารงรักษาไว้ซึ่งความมันคงของชาติ ศาสนา

พระมหากษัตริย์และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหา

ก ษั ต ริ ย์ ท ร ง เ ป็ น ป ร ะ มุ ข

หลักสูตรปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือปฏิบัติการณ์พุ ทธศักราช 2562

รูปแบบของหลักสูตร
5.1 รูปแบบ
หลักสูตรระดับปริญญาตรี(ต่อเนื่อง)
5.2 ประเภทของหลักสูตร
หลักสูตรปริญญาตรีปฏิบัติการ
6. สถานภาพของหลักสูตรและการพิจารณาอนุมัติ/เห็นชอบหลักสูตร
6.1 สถานภาพของหลักสูตร
6.1.1 หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2562 ปรับปรุงจากหลักสูตรเทคโนโลยี
บัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยี
ยานยนต์ (ต่อเนื่อง) พ.ศ. 2559
6.1.2 หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีเครื่องกล (ต่อเนื่อง)
หลักสูตรปรับปรุง
พ.ศ. 2562 เปิดด าเนินการ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562
6.2 การพิจารณาอนุมัติ/เห็นชอบหลักสูตร
6.2.1 ได้รับการพิจารณากลั่นกรองโดยคณะอนุกรรมการวิชาการสถาบัน
การอาชีวศึกษา ภาค
กลาง 5 ในการประชุมครั้งที่ 3/2561 เมื่อ วันที่ 26 เดือน ธันวาคม พ.ศ.
2561

6.2.2 ได้รับอนุมัติและความเห็นชอบหล
ักสูตรจากสภาสถาบันการ

อาชีวศึกษาภาคกลาง 5 ให้
นำเสนอหลักสูตร ในการประชุมครั้งที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 3 เดือน
มกราคม พ.ศ. 2562
6.2.3 ได้รับการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการการอาชีวศึกษาด้าน
หลักสูตรอาชีวศึกษาและ
มาตรฐานคุณภาพการอาชีวศึกษา ในการประชุมครั้งที่ 3 /2562 เมื่อวันที่
1 เดือน เมษายน พ.ศ.2562
6.2.4 ได้รับอนุมัติใช้หลักสูตรจากคณะกรรมการการอาชีวศึกษาในการ
ประชุมครั้งที่ 3 /2562
เมื่อวันที่ 29 เดือน เมษายน พ.ศ. 2562
7. ความพร้อมในการเผยแพร่หลักสูตรคุณภาพและมาตรฐาน
หลักสูตรมีความพร้อมเผยแพร่คุณภาพและมาตรฐานตามกรอบมาตรฐาน
คุณวุฒิระดับปริญญาตรี สาขา
เทคโนโลยีพ.ศ.2560 ในปีการศึกษา 2563

ข้อมูลเฉพาะของหลักสูตร
1. ปรัชญา ความส าคัญ และวัตถุประสงค์ของหลักสูตร
1.1 ปรัชญา
มุ่งผลิตบัณฑิตด้านอาชีวศึกษาที่มีความรอบรู้และมีสมรรถนะ
ในการปฏิบัติงานระดับเทคโนโลยี
เครื่องกล สามารถจัดการและควบคุมการท างาน มี
คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ มีจิตสาธารณะ
และ
กิจนิสัยที่เหมาะสมในการทำงาน สอดคล้องกับความต้องการ
ของสังคม ชุมชน และสถานประกอบการ สามารถ
ประกอบอาชีพอิสระ พัฒนาตนเองพัฒนาตนเองให้มีความ
ก้าวหน้าทางวิชาการและวิชาชีพ บูรณาการเพื่อพัฒนา
องค์ความรู้ให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ สังคม
เทคโนโลยีและค านึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
1.2 ความสำคัญ
ต า ม แ ผ น ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ช า ติ ใ น ก า ร เ พิ่ ม ค ว า ม เ ข้ ม แ ข็ ง แ ล ะ
เ พิ่ ม ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ น ก า ร แ ข่ ง ขั น กั บ
ต่างประเทศ รัฐบาลได้กำหนดให้อุตสาหกรรมการผลิตชิ้น
ส่วนเครื่องจักรกลเป็นอุตสาหกรรมหลักหนึ่ง ที่ได้
บรรจุอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ของชาติ โดยมีแนวทางที่จะ
พั ฒ น า ใ ห้ ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย เ ป็ น ฐ า น ก า ร ผ ลิ ต เ ค รื่ อ ง จั ก ร ก ล ที่
ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคทำให้ประเทศมีความต้องการนัก
เทคโนโลยีเครื่องกลที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีมากขึ้น แต่
ใ น ปั จ จุ บั น ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ยั ง ข า ด ท รั พ ย า ก ร บุ ค ค ล ท า ง ด้ า น
อุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรกล ดังนั้น
เพื่อที่จะท าให้ยุทธศาสตร์นี้เกิดผลในทางปฏิบัติจึงจำเป็น
ต้ อ ง ส ร้ า ง บุ ค ล า ก ร ด้ า น นี้ เ พิ่ ม เ ติ ม อ ย่ า ง เ ร่ ง ด่ ว น

จุดมุ่งหมาย
1.3.1 เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ มีทักษะการคิด

วิเคราะห์และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม
ในการปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยีเครื่องกล
1.3.2 เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีสมรรถนะในการบริหาร

จัดการ ควบคุมการทำงาน สามารถบูรณาการ

องค์
ความรู้เพื่อประกอบอาชีพอิสระ ประยุกต์ใช้ในการ

แ ก้ ไ ข ปั ญ ห า แ ล ะ พั ฒ น า ง า น ท า ง เ ท ค โ น โ ล ยี ใ น
ภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการได้
1.3.3 เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีคุณธรรม จริยธรรม

และจรรยาบรรณวิชาชีพ มีจิตสาธารณะ มีเจตคติ

ที่ดี
ต่องานอาชีพตระหนักถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ก า ร พั ฒ น า ค ว า ม รู้ ค ว า ม ส า ม า ร ถ ข อ ง ต น เ อ ง ทั้ ง ด้ า น

วิทยาการและ
เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
1.3.4 เพื่อผลิตบัณฑิตให้มีความพร้อมในการ

ศึ ก ษ า ค้ น ค ว้ า ส ร้ า ง สิ่ ง ป ร ะ ดิ ษ ฐิ์ แ ล ะ น วั ต ก ร ร ม ที่ เ ป็ น
ประโยชน์ต่องานอาชีพ โดยค านึงถึงผลกระทบ

ต่ อ สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม แ ล ะ มี ส่ ว น ร่ ว ม ใ น ก า ร แ ก้ ไ ข ปั ญ ห า

สังคมและ
เศรษฐกิจของประเทศ

หลักสูตรอุดมศึกษาภายใต้มาตรฐานคุณวุฒิอุดมศึกษา

โดยที่เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี พ.ศ.

๒๕๔๘ ได้ประกาศใช้มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว จึงมีความ

จ า เ ป็ น ต้ อ ง มี ก า ร ป รั บ ป รุ ง เ ก ณ ฑ์ ม า ต ร ฐ า น ดั ง ก ล่ า ว ส า ห รั บ

การผลิตบัณฑิตระดับอุดมศึกษา ที่เหมาะสมกับพลวัตของ

โลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยมีเจตนารมณ์ให้

เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร ระดับปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๕๘

รองรับการบริหารจัดการหลักสูตรที่มีลักษณะที่แตกต่าง

ตามจุดเน้นของ สาขาวิชาการและวิชาชีพต่างๆ ตอบสนอง
การผลิตบัณฑิตให้มีคุณภาพสอดคล้องกับกรอบมาตรฐาน

คุณวุฒิ ระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ ตลาดแรงงาน ความ

ก้าวหน้าของศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งบริบททางสังคม


ที่เปลี่ยนแปลงไป
ฉะนั้น อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๘ และ มาตรา ๑๖


แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการกระทรวง

ศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง


ศึกษาธิการโดยคาแนะนาของ คณะกรรมการการอุดมศึกษา
ในคราวประชุมครั้งที่ ๘/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม


พ.ศ. ๒๕๕๘ จึงออก ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง

“เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี พ.ศ.๒๕๕๘

สำหรับอาจารย์ประจาที่สถาบันอุดมศึกษารับเข้าใหม่

ตั้งแต่เกณฑ์มาตรฐานนี้เริ่มบังคับใช้ ต้องมีคะแนน

ทดสอบความสามารถภาษาอังกฤษได้ตามเกณฑ์ที่กา

หนดไว้ในประกาศคณะกรรมการ การอุดมศึกษา


เรื่อง มาตรฐานความสามารถภาษาอังกฤษของ

อาจารย์ประจา

“อาจารย์ประจาหลักสูตร” หมายถึง อาจารย์ประจาที่

มีคุณวุฒิตรงหรือสัมพันธ์กับ สาขาวิชาของหลักสูตร

ที่เปิดสอน ซึ่งมีหน้าที่สอนและค้นคว้าวิจัยในสาขาวิชา

ดังกล่าว ทั้งนี้ สามารถเป็น อาจารย์ประจาหลักสูตร


หลายหลักสูตรได้ในเวลาเดียวกัน แต่ต้องเป็น

หลักสูตรที่อาจารย์ผู้นั้นมีคุณวุฒิตรง หรือสัมพันธ์กับ


สาขาวิชาของหลักสูตร
“อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร” หมายถึง อาจารย์


ประจาหลักสูตรที่มีภาระหน้าที่ ในการบริหารและ

พัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน ตั้งแต่การ

วางแผน การควบคุมคุณภาพ การติดตาม ประเมิน

ผลและการพัฒนาหลักสูตร อาจารย์ผู้รับผิดชอบ

หลักสูตรต้องอยู่ประจาหลักสูตรนั้นตลอดระยะเวลา


ที่จัดการศึกษา โดยจะเป็นอาจารย์ผู้รับผิดชอบ

หลักสูตรเกินกว่า ๑ หลักสูตรในเวลาเดียวกันไม่ได้

ยกเว้น พหุวิทยาการหรือสหวิทยาการ ให้เป็นอาจารย์

ผู้รับผิดชอบหลักสูตรได้อีกหนึ่งหลักสูตรและอาจารย์

ผู้รับผิดชอบ หลักสูตรสามารถซ้าได้ไม่เกิน ๒ คน

“อาจารย์พิเศษ” หมายถึง ผู้สอนที่ไม่ใช่อาจารย์

ประจำ

จุดมุ่งหมาย



มุ่ ง ใ ห้ ก า ร ผ ลิ ต บั ณ ฑิ ต มี ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ แ ผ น พั ฒ น า ก า ร

ศึกษาระดับอุดมศึกษาของชาติ ปรัชญาของการอุดมศึกษา ปรัชญา

ของสถาบันอุดมศึกษา และมาตรฐานวิชาการและวิชาชีพที่เป็นสากล

ให้การผลิตบัณฑิตระดับอุดมศึกษาอยู่บนฐานความเชื่อว่ากาลังคนที่มี


คุณภาพต้องเป็นบุคคลที่มีจิตสานึกของ ความเป็นพลเมืองดีที่

สร้างสรรค์ประโยชน์ต่อสังคม และมีศักยภาพในการพึ่งพาตนเองบน

ฐานภูมิปัญญาไทย ภายใต้กรอบศีลธรรมจรรยาอันดีงาม เพื่อนาพา


ป ร ะ เ ท ศ สู่ ก า ร พั ฒ น า ที่ ยั่ ง ยื น แ ล ะ ทั ด เ ที ย ม ม า ต ร ฐ า น ส า ก ล
ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อกากับส่งเสริมกระบวนการผลิตบัณฑิตที่เน้น


การพัฒนาผู้เรียนให้มี ลักษณะของความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์

สามารถดารงตนอยู่ในสังคมพหุวัฒนธรรมภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์

ที่มีการสื่อสารแบบไร้พรมแดน มีศักยภาพในการเรียนรู้ตลอดชีวิต มี


ความสามารถในการปฏิบัติงานได้ ตามกรอบมาตรฐานและจรรยา

บรรณที่กาหนด สามารถสร้างสรรค์งานที่เกิดประโยชน์ต่อตนเองและ

สังคม ทั้งในระดับท้องถิ่นและสากล โดยแบ่งหลักสูตรเป็น ๒ กลุ่ม


ดังนี้
๕.๑ หลักสูตรปริญญาตรีทางวิชาการ แบ่งเป็น ๒ แบบ ได้แก่
๕.๑.๑ หลักสูตรปริญญาตรีทางวิชาการ ที่มุ่งผลิตบัณฑิตให้มีความ


รอบรู้ทั้งภาคทฤษฎี
และภาคปฏิบัติ เน้นความรู้และทักษะด้านวิชาการ สามารถนาความรู้ไป


ประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงได้ อย่างสร้างสรรค์
๕.๑.๒ หลักสูตรปริญญาตรีแบบก้าวหน้าทางวิชาการ ซึ่งเป็น

หลักสูตรปริญญาตรีสาหรับ ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ มุ่งเน้น

ผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ ความสามารถระดับสูง โดยใช้หลักสูตรปกติ ที่

เปิดสอนอยู่แล้ว ให้รองรับศักยภาพของผู้เรียน โดยกาหนดให้ผู้เรียน

ได้ศึกษาบางรายวิชาในระดับบัณฑิตศึกษา ที่เปิดสอนอยู่แล้ว และ


สนับสนุนให้ผู้เรียนได้ทาวิจัยที่ลุ่มลึกทางวิชาการ

๕.๒ หลักสูตรปริญญาตรีทางวิชาชีพหรือปฏิบัติการ แบ่งเป็น

๒ แบบ ได้แก่
๕.๒.๑ หลักสูตรปริญญาตรีทางวิชาชีพหรือปฏิบัติการ ที่มุ่ง

ผลิตบัณฑิตให้มีความรอบรู้ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เน้น

ความรู้ สมรรถนะและทักษะด้านวิชาชีพตามข้อกาหนดของ

มาตรฐาน วิชาชีพ หรือมีสมรรถนะและทักษะด้านการปฏิบัติเชิง

เทคนิคในศาสตร์สาขาวิชานั้นๆ โดยผ่านการฝึกงาน
ในสถานประกอบการ หรือสหกิจศึกษา
หลักสูตรแบบนี้เท่านั้นที่จัดหลักสูตรปริญญาตรี (ต่อเนื่อง) ได้

เพราะมุ่งผลิตบัณฑิต
ที่มีทักษะการปฏิบัติการอยู่แล้ว ให้มีความรู้ด้านวิชาการมากยิ่ง
ขึ้น รวมทั้งได้รับการฝึกปฏิบัติขั้นสูงเพิ่มเติม หลักสูตร

ปริญญาตรี (ต่อเนื่อง) ถือเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรปริญญา

ตรี และจะต้อง สะท้อนปรัชญาและเนื้อหาสาระของหลักสูตร

ปริญญาตรีนั้นๆ โดยครบถ้วน และให้ระบุคาว่า “ต่อเนื่อง”
ในวงเล็บต่อท้ายชื่อหลักสูตร
๕.๒.๒ หลักสูตรปริญญาตรีแบบก้าวหน้าทางวิชาชีพหรือปฏิบัติ

การ ซึ่งเป็นหลักสูตรสาหรับ
ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ มุ่งเน้นผลิตบัณฑิตที่มีความรู้

สมรรถนะทางวิชาชีพหรือปฏิบัติการขั้นสูง โดยใช้ หลักสูตร

ปกติที่เปิดสอนอยู่แล้ว ให้รองรับศักยภาพของผู้เรียน โดยกา

หนดให้ผู้เรียนได้ศึกษาบางรายวิชาในระดับ บัณฑิตศึกษาที่เปิด

สอนอยู่แล้ว และทาวิจัยที่ลุ่มลึกหรือได้รับการฝึกปฏิบัติขั้นสูง

ในหน่วยงาน องค์กร หรือ สถานประกอบการ
หลักสูตรปริญญาตรีแบบก้าวหน้าทางวิชาการหรือทางวิชาชีพ

หรือปฏิบัติการ ต้องมี การเรียนรายวิชาระดับบัณฑิตศึกษาไม่

น้อยกว่า ๑๒ หน่วยกิต

๖. ระบบการจัดการศึกษา ใช้ระบบทวิภาค โดย ๑ ปีการ
ศึกษาแบ่งออกเป็น ๒ ภาคการศึกษาปกติ ๑ ภาคการ
ศึกษาปกติมีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๕ สัปดาห์
สถาบันอุดมศึกษาที่เปิดการศึกษาภาคฤดูร้อน ให้กาหน
ดระยะเวลาและจานวนหน่วยกิตโดยมีสัดส่วนเทียบเคียง
กันได้กับการศึกษาภาคปกติ
สถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาในระบบไตรภาค หรือ
ระบบจตุรภาค ให้ถือแนวทางดังนี้ ระบบไตรภาค
๑ ปีการศึกษาแบ่งออกเป็น ๓ ภาคการศึกษาปกติ ๑
ภาคการศึกษาปกติมีระยะเวลา ศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๒
สัปดาห์
โดย ๑ หน่วยกิตระบบไตรภาค เทียบได้กับ ๑๒/๑๕
หน่วยกิตระบบทวิภาค หรือ ๔ หน่วยกิตระบบทวิภาค
เทียบได้กับ ๕ หน่วยกิตระบบไตรภาค
ระบบจตุรภาค
๑ ปีการศึกษาแบ่งออกเป็น ๔ ภาคการศึกษาปกติ ๑
ภาคการศึกษาปกติมีระยะเวลา
ศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๐ สัปดาห์
โดย ๑ หน่วยกิตระบบจตุรภาค เทียบได้กับ ๑๐/๑๕
หน่วยกิตระบบทวิภาค หรือ
๒ หน่วยกิตระบบทวิภาค เทียบได้กับ ๓ หน่วยกิตระบบ
จตุรภาค
สถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาระบบอื่น ให้แสดงราย
ละเอียดเกี่ยวกับระบบการศึกษานั้น

๗. การคิดหน่วยกิต
๗.๑ รายวิชาภาคทฤษฎี ที่ใช้เวลาบรรยายหรืออภิปรายปัญหา
ไม่น้อยกว่า ๑๕ ชั่วโมง
ต่อภาคการศึกษาปกติ ให้มีค่าเท่ากับ ๑ หน่วยกิตระบบทวิภาค
๗.๒ รายวิชาภาคปฏิบัติ ที่ใช้เวลาฝึกหรือทดลองไม่น้อยกว่า
๓๐ ชั่วโมงต่อภาคการศึกษาปกติ
ให้มีค่าเท่ากับ ๑ หน่วยกิตระบบทวิภาค
๗.๓ การฝึกงานหรือการฝึกภาคสนาม ที่ใช้เวลาฝึกไม่น้อย
กว่า ๔๕ ชั่วโมงต่อภาคการศึกษาปกติ
ให้มีค่าเท่ากับ ๑ หน่วยกิตระบบทวิภาค
๗.๔ การทาโครงงานหรือกิจกรรมการเรียนอื่นใดตามที่ได้รับ
มอบหมายที่ใช้เวลาทาโครงงานหรือ
กิจกรรมนั้นๆ ไม่น้อยกว่า ๔๕ ชั่วโมงต่อภาคการศึกษาปกติ
ให้มีค่าเท่ากับ ๑ หน่วยกิตระบบทวิภาค ๘. จานวนหน่วยกิต
รวมและระยะเวลาการศึกษา
๘.๑ หลักสูตรปริญญาตรี (๔ ปี) ให้มีจานวนหน่วยกิตรวมไม่
น้อยกว่า ๑๒๐ หน่วยกิต ใช้เวลา ศึกษาไม่เกิน ๘ ปีการศึกษา
สาหรับการลงทะเบียนเรียนเต็มเวลา และไม่เกิน ๑๒ ปีการ
ศึกษา สาหรับ การลงทะเบียนเรียนไม่เต็มเวลา
๘.๒ หลักสูตรปริญญาตรี (๕ ปี) ให้มีจานวนหน่วยกิตรวมไม่
น้อยกว่า ๑๕๐ หน่วยกิต ใช้เวลา ศึกษาไม่เกิน ๑๐ ปีการ
ศึกษา สาหรับการลงทะเบียนเรียนเต็มเวลา และไม่เกิน ๑๕ ปี
การศึกษา สาหรับ การลงทะเบียนเรียนไม่เต็มเวลา

๘.๓ หลักสูตรปริญญาตรี (ไม่น้อยกว่า ๖ ปี) ให้มีจานวน

หน่วยกิตรวมไม่น้อยกว่า ๑๘๐ หน่วยกิต ใช้เวลาศึกษาไม่เกิน

๑๒ ปีการศึกษา สาหรับการลงทะเบียนเรียนเต็มเวลา และไม่เกิน

๑๘ ปีการศึกษา สาหรับการลงทะเบียนเรียนไม่เต็มเวลา
๘.๔ หลักสูตรปริญญาตรี (ต่อเนื่อง) ให้มีจานวนหน่วยกิตรวม

ไม่น้อยกว่า ๗๒ หน่วยกิต ใช้เวลาศึกษา ไม่เกิน ๔ ปีการศึกษา

สาหรับการลงทะเบียนเรียนเต็มเวลา และไม่เกิน ๖ ปีการศึกษา

สาหรับการลงทะเบียน เรียนไม่เต็มเวลา ทั้งนี้ ให้นับเวลาศึกษา


จ า ก วั น ที่ เ ปิ ด ภ า ค ก า ร ศึ ก ษ า แ ร ก ที่ รั บ เ ข้ า ศึ ก ษ า ใ น ห ลั ก สู ต ร นั้ น
๙. โครงสร้างหลักสูตร ประกอบด้วยหมวดวิชาศึกษาทั่วไป

หมวดวิชาเฉพาะ และหมวดวิชาเลือกเสรี โดยมีสัดส่วนจานวน


หน่วยกิตของแต่ละหมวดวิชา ดังนี้
๙.๑ หมวดวิชาศึกษาทั่วไป หมายถึง หมวดวิชาที่เสริมสร้างความ

เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ให้มี ความรอบรู้อย่างกว้างขวาง เข้าใจ

และเห็นคุณค่าของตนเอง ผู้อื่น สังคม ศิลปวัฒนธรรม และ

ธรรมชาติ ใส่ใจต่อความเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่ง พัฒนา

ตนเองอย่างต่อเนื่อง ดาเนินชีวิตอย่างมีคุณธรรม พร้อมให้

ความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และเป็นพลเมืองที่มีคุณค่าของสังคม

ไทยและสังคมโลก
ส ถ า บั น อุ ด ม ศึ ก ษ า อ า จ จั ด วิ ช า ศึ ก ษ า ทั่ ว ไ ป ใ น ลั ก ษ ณ ะ จ า แ น ก เ ป็ น

รายวิชาหรือลักษณะ บูรณาการใดๆ ก็ได้ โดยผสมผสานเนื้อหา

วิชาที่ครอบคลุมสาระของกลุ่มวิชาสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์

ภาษาและกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์กับคณิตศาสตร์ ในสัดส่วนที่

เหมาะสม เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของ หมวดวิชาศึกษาทั่วไป

โดยให้มีจานวนหน่วยกิตรวมไม่น้อยกว่า ๓๐ หน่วยกิต

๙.๒ หมวดวิชาเฉพาะ หมายถึง วิชาแกน วิชาเฉพาะด้าน วิชา

พื้นฐานวิชาชีพและวิชาชีพ ที่มุ่งหมาย ให้ผู้เรียนมีความรู้ ความ


เข้าใจ และปฏิบัติงานได้ โดยให้มีจานวนหน่วยกิตรวม ดังนี้
๙.๒.๑ หลักสูตรปริญญาตรี (๔ ปี) ทางวิชาการ ให้มีจานวน


หน่วยกิตหมวดวิชาเฉพาะรวม ไม่น้อยกว่า ๗๒ หน่วยกิต
๙.๒.๒ หลักสูตรปริญญาตรี (๔ ปี) ทางวิชาชีพหรือปฏิบัติการ


ให้มีจานวนหน่วยกิต หมวดวิชาเฉพาะรวมไม่น้อยกว่า ๗๒

หน่วยกิต โดยต้องเรียนวิชาทางปฏิบัติการตามที่มาตรฐาน

วิชาชีพ กาหนด หากไม่มีมาตรฐานวิชาชีพกาหนดต้องเรียนวิชา

ทางปฏิบัติการไม่น้อยกว่า ๓๖ หน่วยกิต และ ทางทฤษฎีไม่น้อย


กว่า ๒๔ หน่วยกิต
หลักสูตร (ต่อเนื่อง) ให้มีจานวนหน่วยกิตหมวดวิชาเฉพาะรวม

ไม่น้อยกว่า ๔๒ หน่วยกิต ในจานวนนั้นต้องเป็นวิชาทางทฤษฏี


ไม่น้อยกว่า ๑๘ หน่วยกิต
๙.๒.๓ หลักสูตรปริญญาตรี (๕ ปี) ให้มีจานวนหน่วยกิตหมวด


วิชาเฉพาะรวมไม่น้อยกว่า ๙๐ หน่วยกิต
๙.๒.๔ หลักสูตรปริญญาตรี (ไม่น้อยกว่า ๖ ปี) ให้มีจานวน

หน่วยกิตหมวดวิชาเฉพาะรวม ไม่น้อยกว่า ๑๐๘ หน่วยกิต
สถาบันอุดมศึกษาอาจจัดหมวดวิชาเฉพาะในลักษณะวิชาเอก

เดี่ยว วิชาเอกคู่ หรือ วิชาเอกและวิชาโทก็ได้ โดยวิชาเอกต้องมี

จานวนหน่วยกิตไม่น้อยกว่า ๓๐ หน่วยกิต และวิชาโทต้องมีจาน

วน หน่วยกิตไม่น้อยกว่า ๑๕ หน่วยกิต ในกรณีที่จัดหลักสูตร

แบบวิชาเอกคู่ต้องเพิ่มจานวนหน่วยกิตของวิชาเอก อีกไม่น้อย

กว่า ๓๐ หน่วยกิต และให้มีจานวนหน่วยกิตรวมไม่น้อยกว่า


๑๕๐ หน่วยกิต
สาหรับหลักสูตรปริญญาตรีแบบก้าวหน้า ผู้เรียนต้องเรียนวิชา


ระดับบัณฑิตศึกษา ในหมวดวิชาเฉพาะไม่น้อยกว่า ๑๒

หน่วยกิต

๙.๓ หมวดวิชาเลือกเสรี หมายถึง วิชาที่มุ่งให้ผู้เรียนมีความรู้

ความเข้าใจ ตามที่ตนเองถนัดหรือสนใจ โดยเปิดโอกาสให้ผู้

เรียนเลือกเรียนรายวิชาใดๆ ในหลักสูตรระดับปริญญาตรีโดย


ให้มีจานวนหน่วยกิต รวมไม่น้อยกว่า ๖ หน่วยกิต
สถาบันอุดมศึกษาอาจยกเว้นหรือเทียบโอนหน่วยกิตรายวิชาใน

หมวดวิชาศึกษาทั่วไป หมวดวิชาเฉพาะ และหมวดวิชาเลือกเสรี

ให้กับนักศึกษาที่มีความรู้ความสามารถ ที่สามารถวัดมาตรฐาน

ได้ ทั้งนี้ นักศึกษาต้องศึกษาให้ครบตามจานวนหน่วยกิตที่กา

หนดไว้ในเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร และเป็นไป ตามหลักเกณฑ์

การเทียบโอนผลการเรียนระดับปริญญาเข้าสู่การศึกษาในระบบ

และแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับ การเทียบโอน ของสานักงานคณะ


กรรมการการอุดมศึกษา

๑๐. จานวน คุณวุฒิ และคุณสมบัติของอาจารย์
๑๐.๑ หลักสูตรปริญญาตรีทางวิชาการประกอบด้วย
๑๐.๑.๑ อาจารย์ประจาหลักสูตร มีคุณวุฒิขั้นต่าปริญญาโทหรือเทียบ
เท่า หรือมีตาแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และต้องมีผลงานทาง

วิชาการที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการศึกษาเพื่อรับปริญญา และเป็น ผล

งานทางวิชาการที่ได้รับการเผยแพร่ตามหลักเกณฑ์ที่กาหนดในการ

พิจารณาแต่งตั้งให้บุคคลดารงตาแหน่ง ทางวิชาการอย่างน้อย ๑


รายการ ในรอบ ๕ ปีย้อนหลัง
๑๐.๑.๒ อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร มีคุณวุฒิและคุณสมบัติเช่น


เดียวกับอาจารย์ ประจาหลักสูตร จานวนอย่างน้อย ๕ คน
กรณีที่หลักสูตรจัดให้มีวิชาเอกมากกว่า ๑ วิชาเอก ให้จัดอาจารย์

ผู้รับผิดชอบ หลักสูตรที่มีคุณวุฒิและคุณสมบัติตรงหรือสัมพันธ์กับ


สาขาวิชาที่เปิดสอนไม่น้อยกว่าวิชาเอกละ ๓ คน
ก ร ณี ที่ มี ค ว า ม จ า เ ป็ น อ ย่ า ง ยิ่ ง ส า ห รั บ ส า ข า วิ ช า ที่ ไ ม่ ส า ม า ร ถ ส ร ร ห า

อาจารย์ ผู้รับผิดชอบหลักสูตรครบตามจานวน ทางสถาบันอุดมศึกษา

ต้องเสนอจานวนและคุณวุฒิของอาจารย์
ผู้ รั บ ผิ ด ช อ บ ห ลั ก สู ต ร ที่ มี นั้ น ใ ห้ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก า ร อุ ด ม ศึ ก ษ า พิ จ า ร ณ า


เ ป็ น ร า ย ก ร ณี
ปริญญาโทหรือเทียบเท่า หรือมีตาแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ในสาขา

วิชานั้นหรือสาขาวิชาที่สัมพันธ์กัน หรือ ในสาขาวิชาของรายวิชาที่

ส อ


ในกรณีที่มีอาจารย์ประจาที่มีคุณวุฒิปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และทา
หน้าที่ อาจารย์ผู้สอนก่อนที่เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี

พ.ศ. ๒๕๕๘ จะประกาศใช้ ให้สามารถทาหน้าที่
อาจารย์ผู้สอนต่อไปได้

ในกรณีของอาจารย์พิเศษอาจได้รับการยกเว้นคุณวุฒิปริญญาโท แต่
ทั้งนี้ ต้องมีคุณวุฒิขั้นต่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และมี


ประสบการณ์การทางานที่เกี่ยวข้องกับวิชาที่สอนมาแล้ว ไม่น้อยกว่า

๖ ปี ทั้งนี้อาจารย์พิเศษต้องมีชั่วโมงสอนไม่เกินร้อยละ ๕๐ ของ

รายวิชา โดยมีอาจารย์ประจาเป็น
ผู้รับผิดชอบรายวิชานั้น

สภาพปัญหาหลักในประเทศไทย
-หลักสูตรประถมศึกษาพุ ทธศักราช2560/หลักสูตรแกน
ก ล า ง ก า ร ศึ ก ษ า ขั้ น พื้ น ฐ า น

ผู้เรียนไม่สามารถปฏิบัติตามการเรียนการสอนที่จัดขึ้นได้
หรือไม่สามารถปฏิบัติการณ์ให้ผ่านตามประเมินของหลักสูตร
ได้
วิธีแก้ไข

ครูผู้สอนจะต้องเข้าไปเจาะจงถึงปัญหาของตัวผู้เรียนว่ามี
ปัญหาในด้านใดหรือตามหัวข้อใดที่ไม่สามารถปฏิบัติตาม
เกณฑ์การสอนให้ผ่านการประเมินได้และนำปัญหาที่ได้นั้นมา
แก้ไขโดยใช้การวิเคราะห์หรือใช้หลักการตามหลักสูตรที่มี
เมื่อแก้ไขปัญหาได้แล้วจะนำปัญหา เมื่อแก้ไขปัญหาได้แล้วจะ
นำ ปัญ ห า นั้ น ม า พั ฒ น า ต่ อ เ พื่ อ ส ร้ า ง คุ ณ ภ า พ แ ก่ ห ลั ก สู ต ร ต่ อ ไ ป

วิธีแก้ไข

มีการจัดอบรมและให้ความรู้ใหม่ใหม่เกี่ยวกับครูผู้สอนและ

ทำความ มีการจัดอบรมและให้ความรู้ใหม่ใหม่เกี่ยวกับครูผู้สอน

แ ล ะ ทำ ค ว า ม เ ข้ า ใ จ กั บ ห ลั ก สู ต ร ใ ห ม่ ใ ห ม่ ที่ พั ฒ น า ขึ้ น เ พื่ อ นำ ไ ป ใ ช้ ใ น
การสอนหรือส่งต่อความรู้ให้กับผู้เรียนอย่างเต็มความสามารถ

และผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่ครูผู้สอนถ่ายทอดไปนั้นไปใช้

ป ร ะ โ ย ช น์ ใ น ก า ร ป ร ะ ก อ บ อ า ชี พ ห รื อ พั ฒ น า ต น เ อ ง ร ว ม ถึ ง ก า ร

พัฒนาประเทศอย่างเต็มกำลังในยุคของ 4.0 โดยมีเทคโนโลยี

เ ข้ า ม า เ กี่ ย ว ข้ อ ง เ ป็ น อ ย่ า ง ม า ก

แนวโน้มในการพัฒนาหลักสูตรในศตวรรษที่ 21
ความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ


และการสื่อสาร (Information and Communication

Technology : ICT) ทำให้ทักษะที่จำเป็นสำหรับคนใน ยุค

ศตวรรษที่ 21 มีความแตกต่างไปจากยุคศตวรรษที่ 20 เหตุ


เนื่องจากงานที่เคยใช้คนทำงานกับเครื่องจักรกำลัง

เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เพราะคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี

โทรคมนาคมได้ขยายขีดความสามารถจนสามารถทำงานแทนที่

คนได้ ทำให้สัดส่วนแรงงานลดลงเกิดขึ้นในงานที่ใช้สัมผัสรับรู้

อย่างจำเจและงานที่ใช้แรงงานแบบซ้ำๆซากๆ ซึ่งเป็นงานที่ป้อน

คำสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำแทน แต่สัดส่วนแรงงานระดับชาติบาง

ส่ ว น ที่ เ พิ่ ม ขึ้ น ใ น ง า น ที่ เ น้ น ก า ร คิ ด อ ย่ า ง ผู้ เ ชี่ ย ว ช า ญ แ ล ะ ต้ อ ง ใ ช้

ก า ร สื่ อ ส า ร ที่ ซั บ ซ้ อ น ซึ่ ง เ ป็ น ง า น ที่ ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ไ ม่ ส า ม า ร ถ ทำ แ ท น


ได้
องค์ประกอบของการคิดอย่างเชี่ยวชาญคือ การเชื่อม

โยงแบบแผนหรือระบบอย่างมีประสิทธิผลโดยใช้ความรู้อย่าง

ละเอียดและการรู้เท่าทันความคิด (metacognition) ซึ่งการ

ค้ น พ บ วิ ธี ก า ร แ ก้ ไ ข ปั ญ ห า ด้ ว ย ต น เ อ ง โ ด ย ที่ วิ ธี ก า ร ม า ต ร ฐ า น

ทั่วไปใช้ไม่ได้ผลคือทักษะที่สำคัญยิ่งของมนุษย์ในโลกยุค

เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่มีการสื่อสารอันซับซ้อน

โดยในแต่ละวินาทีมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลจำนวนมากมายทั้งแบบ

วัจนภาษา (verbal)และแบบอวัจนภาษา (nonverbal) โดยที่

ทิศทางของข้อมูลมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา เพราะการ

สื่อสารจะพัฒนาไปอย่างที่ไม่อาจคาดเดาได้ ดังนั้นคนจึงต้องมี

ความเชี่ยวชาญในการสื่อสารที่ซับซ้อนขึ้นจากยุคเดิม ต้องมีไหว

พริบในการตอบคำถามเฉพาะหน้าอย่างฉับพลัน และควบคุมการ

เจรจา ถกเถียง ที่ไม่เป็นระเบียบได้อย่างราบรื่น หรือถ้าเป็นครู

ก็ ต้ อ ง เ ป็ น ค รู ที่ เ ชี่ ย ว ช า ญ ใ น ก า ร สื่ อ ส า ร แ ล ะ มี ไ ห ว พ ริ บ ใ น ก า ร

จั ด ก า ร แ ล ะ ค ว บ คุ ม ห้ อ ง เ รี ย น ที่ วุ่ น ว า ย ใ ห้ เ ป็ น ห้ อ ง เ รี ย น ที่ มี ก า ร

เรียนรู้อย่างเป็นระบบ ราบรื่น และสามารถส่งเสริมให้ผู้เรียน


เกิดองค์ความรู้ที่ชัดเจน

ทั ก ษ ะ ก า ร ร่ ว ม มื อ ทำ ง า น นั บ ว่ า เ ป็ น อี ก ทั ก ษ ะ ห นึ่ ง ที่ มี ค ว า ม

สำคัญยิ่งต่อคนในศตวรรษที่ 21 มากเพราะความสำเร็จของ

ง า น ใ น ร ะ บ บ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ที่ ใ ช้ ค ว า ม รู้ ต้ อ ง อ า ศั ย ก า ร ทำ ง า น เ ป็ น

ทีมมากขึ้น โดยที่ความเชี่ยวชาญและบทบาทของสมาชิกใน

ทีมต่างช่วยเสริมซึ่งกันและกัน ซึ่งพนักงานในศตวรรษที่ 21

จ ะ ส า ม า ร ถ ทำ ง า น ใ ห้ ป ร ะ ส บ ค ว า ม สำ เ ร็ จ ไ ด้ โ ด ย ใ ช้ ป ฏิ สั ม พั น ธ์

ผ่านสื่อ (mediated interaction) กับเพื่อนร่วมงานในอีก

เมือง อีกประเทศ หรืออีกซีกโลกได้โดยไม่เคยพบปะกันเลย

ดั ง นั้ น ทั ก ษ ะ ใ น ก า ร มี ป ฏิ สั ม พั น ธ์ กั บ ผู้ อื่ น เ พื่ อ ร่ ว ม ทำ ง า น จึ ง มี

ความสำคัญอย่างยิ่งและทักษะนี้น่าจะมีความซับซ้อนมากขึ้น


ในความเจริญที่มีอย่างไม่หยุดยั้ง
จากความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทางด้าน

เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารนี้ทำให้เราได้รับข้อมูล

ข่าวสารมากมายที่ไหล่บ่าเข้ามาอย่างรวดเร็ว ซึ่งในศตวรรษ

ที่ 21 เราคงไม่ค้นหาข้อมูลจากหนังสือในห้องสมุดอย่างใน

ศตวรรษที่ 20 แต่เราสามารถค้นหาข้อมูลจากโปรแกรม

ค้นหาสมัยใหม่ซึ่งอาจได้ข้อมูลหลายหมื่นหลายแสนชิ้นภายใน

ไม่กี่วินาที แต่ข้อมูลเหล่านั้นคงมีจำนวนไม่น้อยที่ไม่ตรงกับ

ความต้องการของเราหรือไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้

หรืออาจพบข้อมูลที่ขัดแย้งกัน ดังนั้นความสามารถในการก

ร อ ง ข้ อ มู ล ข่ า ว ส า ร จึ ง เ ป็ น อี ก ทั ก ษ ะ ห นึ่ ง ที่ มี ค ว า ม จำ เ ป็ น อ ย่ า ง

ยิ่งที่ต้องได้รับการพัฒนาเพื่อให้คนสามารถเลือก แยกแยะ

และสกัดเฉพาะข้อมูลข่าวสารที่สำคัญต่อการตัดสินใจ เพื่อ

ดำเนินการเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เ มื่ อ พิ จ า ร ณ า ถึ ง ก า ร จั ด ก า ร ศึ ก ษ า ข อ ง ไ ท ย ใ น ปั จ จุ บั น ต า ม ห ลั ก สู ต ร

แกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุ ทธศักราช 2551 (กระทรวง

ศึกษาธิการ, 2552: 25) ที่ได้นำเสนอแนวทางการจัด การเรียนรู้

โดยเน้น “การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยผู้เรียนจะ

ต้ อ ง อ า ศั ย ก ร ะ บ ว น ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ ห ล า ก ห ล า ย เ ป็ น เ ค รื่ อ ง มื อ ที่ จ ะ นำ พ า

ตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร ซึ่งกระบวนการเรียนรู้ที่จำเป็น


สำหรับผู้เรียน ได้แก่ กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ

กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม

กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จาก

ประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลงมือทำจริง กระบวนการ


จัดการ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง และ

กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัย ซึ่งผู้สอนจำเป็นต้องศึกษาทำความ

เข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ในการจัด

กระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” เมื่อนำมาเทียบเคียงกับ

ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ที่ควรได้รับการพัฒนาแล้วนับว่าเป็น

ห ลั ก สู ต ร ที่ มี ค ว า ม พ ย า ย า ม ใ ห้ ค รู ผู้ ส อ น ไ ด้ พั ฒ น า ต น เ อ ง เ พื่ อ พั ฒ น า ผู้

เรียนให้เรียนรู้โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ของตนเองมากขึ้น แต่ยัง


ไม่เน้นย้ำที่ชัดเจนในเรื่องของทักษะสำคัญในการใช้เทคโนโลยีใน

ศตวรรษที่ 21 ซึ่งการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ

โรงเรียนในปัจจุบันนี้ยังถือว่าเป็นแนวทางเดิมแบบศตวรรษที่20 ซึ่ง

ใช้ไอซีทีเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิผลของการสอนแบบเก่า เช่น การ

ใช้โปรแกรมประมวลผลคำเพื่อเพิ่มผลงาน การใช้คอมพิวเตอร์พิมพ์

งาน การใช้โปรแกรมช่วยคำนวณข้อมูล ซึ่งเป็นการเพิ่มความสะดวก

ในการทำงาน แต่การใช้เทคโนโลยีดังกล่าวยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จาก


ไอซีทีได้อย่างเต็มที่ในการแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยน

ประสบการณ์ ตีความ ตัดสินใจ และใช้สารสนเทศในการสร้างสรรค์


ชิ้นงาน ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในการทำงานและการใช้ชีวิต

ของคนในศตวรรษที่ 21 ดังนั้นแนวโน้มการปรับปรุงแก้ไขหลักสูตร

การศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวทางการ


พั ฒ น า ค รู แ ล ะ ผู้ เ รี ย น ใ ห้ ทั น ต่ อ ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ข อ ง โ ล ก ใ น อ น า ค ต

อ้างอิง
ห ลั ก สู ต ร แ ก น ก ล า ง ก า ร ศึ ก ษ า ขั้ น พื้ น ฐ า น
ห ลั ก สู ต ร พั ฒ น า แ ล้ ว ก ลั บ ม ห า วิ ท ย า ลั ย บู ร พ า
• Certificate of Short Regular program
Exchange student , University of the Ryukyus,

JAPAN, (พ.ศ.2550)

หลักสูตรต้นฉบับประกาศษณียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
ตัวอย่างการพัฒนาหลักสูตร ประถมวัยประถมศึกษา

เกณฑ์การกำหนดโครงสร้างหลักสูตรอุดมศึกษา
https://academic.payap.ac.th/pyu/uploads/user
files/file/curiculum/Announce/Goverment/Defe


ndBachelor2558.pdf


Click to View FlipBook Version