The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ข่าวประชาสัมพันธ์คณะครุสาสตร์ โปรแกรมวิชาภาษาจีน (2)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-11-05 11:29:17

ข่าวประชาสัมพันธ์คณะครุสาสตร์ โปรแกรมวิชาภาษาจีน (2)

ข่าวประชาสัมพันธ์คณะครุสาสตร์ โปรแกรมวิชาภาษาจีน (2)

汉字演变วิ วั ฒ น ก า ร อั ก ษ ร ภ า ษ า จี น

คำนำ

รายงานเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชาภาษาจีนวิวัฒนาการอักษรจีน
เพื่อให้ได้ศึกษาความรู้ในเรื่องราวของวิวัฒนาการอักษรจีนโดยได้ศึกษาผ่าน
แหล่งความรู้ต่างๆอาทิเช่นตำราหนังสือวารสารห้องสมุดและแหล่งความรู้จาก
เว็บไซต์ต่างๆโดยรายงานเล่มนี้โดยรายงานเล่มนี้ต้องมีเนื้อหาเกี่ยวกับ
วิวัฒนาการอักษรจีนประเภทของอักษรจีนแต่ละยุคและความสำคัญของ
วิวัฒนาการอักษรจีน

ผู้จัดทำคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะการจัดทำเอกสารฉบับนี้มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อ
ผู้ที่สนใจศึกษาเป็นอย่างดี

ผู้จัดทำ
นาย วรเมธ เกิดศรี 631121021
นาย อนุรักษ์ ร่างวิจิตร631121021

ส า ร บั ญ

เรื่อง หน้า

วิวัฒนาการอักษรจีน 1
2
อักษรภาพที่เก่าแก่ที่สุดในจีน 3
甲骨文อักษรจารบนกระดูกสัตว์ ( 4
小篆อักษรจ้วนเล็ก( ) ) 5
6
隶书อักษรลี่ซู( ) 7
楷书อักษรข่ายซู( ) 8
草书อักษรเฉ่าซู( ) 9
行书อักษรสิงซู( ) 10

อักขระโบราณและอักษรปัจจุบัน

บรรณานุกรม

汉字的演变与发展วิวัฒนาการของตัวอักษรจีน

นั บ แ ต่ โ บ ร า ณ ก า ล ม า ผู้ ค น รู้จั ก ใ ช้เ ส้น เ ชือ ก ภ า พ ว า ด แ ล ะ เ ค รื่ อ ง ห ม า ย เ พื่ อ ใ ช้ใ น ก า ร จ ด บัน ทึ ก สิ่ง ต่ า ง ๆ

เ มื่ อ ล่ ว ง เ ว ล า น า น เ ข้ า จึ ง เ กิ ด วิวัฒ น า ก า ร ก ล า ย เ ป็ น ตั ว อั ก ษ ร

สําหรับศิลปะในการเขียนตัวอักษรจีนนั้น
ได้ถือกําเนิดขึ้นมาพร้อมๆ กับตัวอักษรจีนเลยทีเดียว

ดังนั้น การจะศึกษาถึงศิลปะในการเขียนตัวอักษรจีน

จึงต้องทําความเข้าใจถึงต้นกําเนิด ของตัวอักษรควบคู่กันไป

การปรากฏของอักษรจีนที่เก่าแก่ที่สุดมาจากแหล่งโบราณคดีปั้ น ปอจาก

เมืองซีอันมณฑลส่านซีทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน

สามารถนับย้อนหลังกลับไปได้กว่า 5,000 ปี โดยอยู่ในรูปของอักษรภาพที่สลักเป็นรูป

วงกลม เสี้ยวพระจันทร์และภูเขาห้ายอดบนเครื่องปั้ นดินเผา

จวบจนถึงเมื่อ 3,000 ปีก่อนจึงก้าวเข้าสู่รูปแบบ ของอักษรจารบนกระดูกสัตว์

ซึ่งนับเป็นยุคต้นของศิลปะการเขียนอักษรจีน วิวัฒนาการของตัวอักษรจีนเกิดจากการฟูมฟักอย่างค่อยเป็นค่อยไป

มีการผสมผสานกันของอักษรชนิดที่แตกต่างกันในชั่วระยะเวลาหนึ่งผ่านการขัดเกลาจนเกิดเป็นตัวอักษรชนิดใหม่เข้า

แทนที่อักษรชนิดเดิมไม่ใช่การยกเลิกอักษรชนิดเก่าโดยสิ้นเชิงดังนั้นผู้คนในยุคต่อมาจึงยังคงมีการศึกษา

และใช้อักษรในยุคเก่าก่อนทั้งในเชิงศิลปะหรือในชีวิตประจําวันที่ยังคงพบเห็นได้อยู่เสมอ








































อักษรภาพที่เก่าแก่ที่สุดในจีน

เมื่อปี ค.ศ. 1899 ชาวบ้านจากหมู่บ้านเล็ก ๆแห่งหนึ่งทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอําเภออันหยางมณฑลเหอหนัน
ประเทศจีนได้ ค้นพบสิ่งที่เรียกกันว่า ‘กระดูกมังกร’

จึงนํามาใช้ทําเป็นตัวยารักษาโรค ต่อมาเนื่องจากพ่อค้าหวังอี้หรงเกิดความ สนใจต่อตัวอักษรบนกระดูก จึงสะสมไว้มีจํานว

นกว่า 5,000 ชิ้นและส่งให้ ผู้เชี่ยวชาญทําการศึกษาวิจัย จึงพบว่ากระดูกมังกรนั้นแท้ที่จริงคือกระดูกที่ จารึกอักขระ

โบราณของยุคสมัย ซาง ที่มีอายุเก่าแก่ถึง 1,300 ปีก่อน คริสตกาล “กระดูกมังกร” ที่ภายหลังพบว่าเป็นบันทึกอักขระ
甲骨文โบราณจากเจี๋ยกู่เหวินหรืออักษรจารบนกระดูกสัตว์ (
)เป็นต้น

(甲骨文)อักษรจารบนกระดูกสัตว์



















ที่มา https://www.sohu.com/


เป็นอักขระโบราณที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดของจีน เท่าที่มีการค้นพบในปัจจุบัน โดยมากอยู่ในรูป
ของบันทึกการทำนายที่ใช้มีดแกะสลักหรือจารลงบนกระดองเต่า หรือกระดูกสัตว์
เกิดขึ้นเมื่อ ปรากฏแพร่หลายในราชสำนักซางเมื่อ 1,300 – 1,100 ปีก่อนคริสตกาล
ลักษณะ ลักษณะของตัวอักขระบางส่วน ยังคงมีลักษณะของความเป็นอักษรภาพอยู่
โ ค ร ง ส ร้ า ง ตั ว อั ก ษ ร เ ป็ น รู ป ว ง รี
















ที่มา http://k.sina.com.cn


มีขนาดใหญ่เล็กแตกต่างกัน ที่ขนาดใหญ่บ้างสูงถึงนิ้วกว่า ขนาดเล็กเท่าเมล็ดข้าว บางครั้ง
ในอักขระตัวเดียวกันยังมีวิธีการเขียนที่แตกต่างกัน ตัวอักษรมีการพัฒนาการในแต่ละช่วง
เวลาโดยมีลักษณะพิเศษ กล่าวคือ ยุคต้น ตัวอักษรมีขนาดใหญ่ ยุคกลาง มีขนาดเล็กและ
ลายเส้นที่เรียบง่ายกว่า เมื่อถึงยุคปลายจะมีลักษณะใกล้เคียงกับอักษรจินเหวินหรืออักษร
โลหะที่มีความ เป็นระเบียบสำรวม

(金文)อักษรโลหะ

เกิดขึ้นเมื่อเป็นอักษรที่เริ่มใช้ในสมัยซางต่อเนื่องถึงราชวงศ์โจว(1,100 – 771ปีก่อนคริสต
( 钟 鼎 文 )ศักราช)มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ‘จงติ่งเหวิน’
หมายถึงอักษรที่หลอมลงบน

ภาชนะทองเหลืองหรือสำริด เ นื่ อ ง จ า ก ตั ว แ ท น ภ า ช น ะ สำ ริด ใ น ยุ ค นั้น ไ ด้ แ ก่ ‘ ติ่ ง ’ มีลั ก ษ ณ ะ เ ป็ น

ภาชนะคล้ายกระถางมีสามขาใช้แสดงสถานะทางสังคมของคนในสมัยนั้นและตัวแทนจากเครื่อง

ดนตรีที่ทำจากโลหะ คือ ‘จง’ หรือระฆัง ดังนั้นอักษรที่สลักหรือหลอมลงบนเครื่องใช้โลหะดัง

กล่าวจึงเรียกว่า ‘จงติ่งเหวิน’ มีลักษณะพิเศษ คือ มีลายเส้นที่หนาหนัก ร่องลายเส้นราบเรียบที่

ได้จากการหลอม ไม่ใช่การสลักลงบนเนื้อโลหะ

ที่มา https://m.yac8.com

อักษรโลหะในสมัยหลังรัชสมัยเฉิง หวังและคังหวังแห่งราชวงศ์โจว จะมีความสง่างาม สะท้อน
ภาพลักษณ์ที่สุขุมเยือกเย็นเนื้อหาที่บันทึกด้วยอักษรโลหะ โดยมากเป็น คำสั่งการของชนชั้นผู้นำ
พิธีการบูชาบรรพบุรุษ บันทึกการทำสงคราม เป็นต้น มีการบันทึกการค้นพบอักษรโลหะตั้งแต่รัช
สมัยฮั่นอู่ตี้ในราชวงศ์ฮั่น (116 ปีก่อนคริสตศักราช) บนภาชนะ ‘ติ่ง’ ที่ส่งเข้าวังหลวง ดังนั้น

จึงมีการศึกษาและการทำอรรถาธิบายจากปัญญาชนในยุคต่อมา

ที่มา https://baike.baidu.com

(小篆)อักษรจ้วนเล็ก

ที่มาhttp://suttida298.blogspot.com/

เกิดขึ้นเมื่อ สมัยชุนชิวจั้นกว๋อจนถึงยุคการก่อตั้งราชวงศ์ฉิน (770 – 202 ปีก่อนคริสตศักราช)
มีลักษณะ โครงสร้างของตัวอักษรจีนโดยมากยังคงรักษารูปแบบเดิมจากราชวงศ์โจวตะวันตก ซึ่ง
นอกจากอักษรโลหะแล้ว ยังมีอักษรรูปแบบต่าง ๆที่เหมาะกับการบันทึกลงในวัสดุแต่ละชนิด เช่น
อักษรที่ใช้ในการลงนามสัตยาบันร่วมระหว่างแว่นแคว้นที่สลักลงบนแผ่นหยกก็ เรียกว่า หนังสือ

พันธมิตร หากสลักลงบนไม้ก็เรียกสาส์นไม้ หากสลักลงบนหินก็เรียก ตัวหนังสือกลองหิน ฯลฯ
นอกจากนี้ ก่อนการรวมประเทศจีนบรรดาเจ้านครรัฐหรือแว่นแคว้นต่างก็มี
ตัวอักษรที่ใช้แตก ต่างกันไป ซึ่งส่วนหนึ่งได้แก่อักษรจ้วนใหญ่หรือต้าจ้วน

(大篆)ซึ่งเป็นต้นแบบของเสี่ยวจ้วนในเวลาต่อมา

ที่มาhttps://www.qqxiuzi.cn/

ภายหลังจากจิ๋นซีฮ่องเต้ได้รวมแผ่นดินจีนเข้าด้วยกันในปีค.ศ. 221 แล้ว ก็ทำการปฏิรูป

ระบบตัวอักษรครั้งใหญ่ โดยการสร้างมาตรฐานรูปแบบตัวอักษรที่เป็นหนึ่งเดียวกันทั่วประเทศ

กล่าวกันว่า ภายใต้การผลักดันของมหาเสนาบดีหลี่ซือ ได้มีการนำเอาตัวอักษรดั้งเดิมของรัฐ

ฉิน(อักษรจ้วน)มาปรับให้เรียบง่ายขึ้น จากนั้นเผยแพร่ออกไปทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน ก็ยกเลิก

(小篆)อักษรที่มีลักษณะเฉพาะจากแว่นแคว้นอื่น ๆในยุคสมัยเดียวกัน อักษรที่ผ่านการปฏิรูปนี้ รวมเรียก
ว่า อักษรเสี่ยวจ้วนหรือจ้วนเล็ก ถือเป็นอักษรที่ใช้ทั่วประเทศจีนเป็นครั้งแรก

(隶书)อักษรลี่ซู




เกิดขึ้นเมื่อ ในยุคสมัยฉินประกาศใช้อักษรจ้วนเล็กอย่างเป็นทางการ พร้อมกันนั้นก็ปรากฏว่ามี
(隶书)การใช้อักษรลี่ซู
ควบคู่กันไป




มีลักษณะ โดยมีการประยุกต์มาจากการเขียนอักษรจ้วนอย่างง่าย อักษรลี่ซูทำให้อักษรจีนก้าวเข้า

สู่ขอบเขตของอักษรสัญลักษณ์อย่างเต็มรูปแบบ อาจกล่าวได้ว่า เป็นกระบวนการของการเปลี่ยน

รูปจากอักษรโบราณที่ยังมีความเป็นอักษรภาพสู่ อักษรจีนที่ใช้ในปัจจุบัน








































ที่มาarsomsiam.com




สำหรับที่มาของอักษรลี่ซูนั้น กล่าวกันว่าสมัยฉินมีทาสที่เรียกว่าเฉิงเหมี่ยวผู้หนึ่ง เนื่องจากกระทำ
ความผิด จึงถูกสั่งจำคุก เฉิงเหมี่ยวที่อยู่ในคุกคุมขังจึงคิดปรับปรุงตัวอักษรจ้วนให้เขียนง่ายขึ้น
จากโครงสร้างกลมเปลี่ยนเป็นสี่เหลี่ยมกลายเป็นอักษรรูปแบบใหม่ จิ๋นซีฮ่องเต้ทอดพระเนตรเห็น
แล้วทรงโปรดอย่างมาก จึงทรงแต่งตั้งให้เฉิงเหมี่ยวทำหน้าที่อารักษ์ในวังหลวง ต่อมาตัวหนังสือ
ชนิดนี้แพร่หลายออกไป จึงมีการเรียกชื่อตัวหนังสือชนิดนี้ว่า อักษรลี่ซูหรืออักษรทาส (คำว่า ‘ลี่’

ในภาษาจีนหมายถึง ทาส)แต่ในเชิงโบราณคดีนั้น พบว่าอักษรลี่ซูเป็นอักษรที่ใช้เขียนบนวัสดุที่ทำ
จากไม้หรือไม้ไผ่มาตั้งแต่ ยุคจั้นกว๋อจนถึงสมัยฉิน และมีพัฒนาการมาเรื่อย ๆ จวบถึงสมัย
ราชวงศ์ฮั่นได้กลายเป็นอักษรที่ได้รับความนิยมสูงสุด

(楷书)อักษรข่ายซู




เกิดขึ้นเมื่อไร อักษรข่ายซูมีต้นกำเนิดในยุคปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ภายหลังราชวงศ์วุ่ย
จิ้น(สามก๊ก) (คริสตศักราช 220 – 316) ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย จากการก้าวเข้าสู่

ขอบเขตขั้นใหม่ของอักษรลี่ซู พัฒนาตามมาด้วย อักษรข่ายซู เฉ่าซู และสิงซู ก้าวพ้นจากข้อจำกัด
ของลายเส้นที่มาจากการแกะสลัก เมื่อถึงยุคถัง(คริสตศักราช 618 – 907) จึงก้าวสู่ยุคทอง

ของอักษรข่ายซูอย่างแท้จริง จวบจนปัจจุบัน อักษรข่ายซูยังเป็นอักษรมาตรฐานของจีน






































ที่มาarsomsiam.com

(楷书) (真书)ลักษณะ อักษรข่ายซู


หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอักษรจริง เป็นอักษรจีน
楷รูปแบบมาตรฐานใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน (คำว่า ‘ ’ อ่านว่า ข่าย มีความหมายว่าแบบ

ฉบับหรือตัวอย่าง) อักษรข่ายซูเป็นเส้นสัญลักษณ์ที่ประกอบกันขึ้น ภายใต้กรอบสี่เหลี่ยม หลุดพ้น

จากรูปแบบอักษรภาพของตัวอักขระยุคโบราณอย่างสิ้นเชิง

(草书)อักษรเฉ่าซู

เกิดขึ้นเมื่อไร ตั้งแต่กำเนิดมีตัวอักษรจีนเป็นต้นมา อักษรแต่ละรูปแบบล้วนมีวิธีการเขียนแบบตัว
หวัดทั้งสิ้น จวบจนถึงราชวงศ์ฮั่น อักษรหวัด


















ที่มา blockdit.com

(草书)จึงได้รับการเรียกขานว่า ‘อักษรเฉ่าซู’ อย่างเป็นทางการ

(คำว่า ‘เฉ่า’ ในภาษาจีนหมายถึง อย่างลวก ๆหรืออย่างหยาบ)

มีลักษณะอย่างไร อักษรเฉ่าซู เกิดจากการนำเอาลายเส้นที่มีแต่เดิมมาย่นย่อเหลือเพียงขีดเส้น

เดียว โดยฉีกออกจากรูปแบบอันจำเจของกรอบสี่เหลี่ยมในอักษรจีน หลุดพ้นจากข้อจำกัดของขั้น

ตอนวิธีการขีดเขียนอักษรในแบบมาตรฐานตัวคัดหรือ ข่ายซู ในขณะที่อักษรข่ายซูอาจประกอบขึ้น

จากลายเส้นสิบกว่าสาย แต่อักษรเฉ่าซูเพียงใช้ 2 – 3 ขีดก็สามารถประกอบเป็นสัญลักษณ์เช่น

เดียวกันได้


































ที่มา blockdit.com

(行书)อักษรสิงซู




เกิดขึ้นเมื่ออักษรสิงซูกำเนิดขึ้นในราวปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออก รวบรวมเอาปมเด่นของอักษร
ข่ายซูและเฉ่าซูเข้าด้วยกันอักขระโบราณและอักษรปัจจุบันตัวอักษรจีนสามารถแบ่งออกเป็น

อักขระที่ใช้ในสมัยโบราณกับอักษรที่ใช้ในปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น อักษรลี่ซูซึ่งเป็นรูปแบบของอักขระ
โบราณ อันเป็นต้นแบบของการปฏิรูปลักษณะตัวอักษรจีนครั้งใหญ่ กลายเป็นเส้นแบ่งระหว่าง

อักษรรุ่นเก่าและใหม่ ยุคสมัยที่ใช้อักษรลี่ซูและก่อนหน้านั้น ถือเป็นอักขระโบราณ ได้แก่ อักษรจาร
บนกระดูกสัตว์หรือเจี๋ยกู่เหวินจากสมัยซาง อักษรโลหะจากราชวงศ์โจวตะวันตก อักษรเสี่ยวจ้วน
จากยุคสมัยจั้นกว๋อและสมัยฉิน หลังจากกำเนิดอักษรลี่ซูให้ถือเป็นอักษรในยุคปัจจุบัน อันได้แก่
อักษรลี่ซู อักษรข่ายซู สำหรับอักษรเฉ่าซูและสิงซู อาจกล่าวได้ว่าเป็นเพียงพัฒนาการของรูปแบบ
ตัวอักษร ไม่ใช่วิวัฒนาการของตัวอักษรจีนโดยรวม

ที่มาpukanjeen56.wordpress.com























(行书)มีลักษณะอักษรสิงซู เป็นรูปแบบตัวอักษรที่อยู่กึ่งกลางระหว่างอักษรข่ายซูและอักษร

เฉ่าซู เกิดจากการเขียนอักษรตัวบรรจงที่เขียนอย่างหวัดหรืออักษรตัวหวัดที่เขียนอย่างบรรจง

อาจกล่าวได้ว่า เป็นตัวอักษรกึ่งตัวหวัดและกึ่งบรรจง

อักขระโบราณและอักษรปัจจุบัน

ตัวอักษรจีนสามารถแบ่งออกเป็นอักขระที่ใช้ในสมัยโบราณกับอักษรที่ใช้ใน ปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น
อักษรลี่ซูซึ่งเป็นรูปแบบของอักขระโบราณ อันเป็นต้นแบบของการปฏิรูปลักษณะตัวอักษรจีนครั้ง

ใหญ่ กลายเป็นเส้นแบ่งระหว่างอักษรรุ่นเก่าและใหม่

ยุคสมัยที่ใช้อักษรลี่ซูและก่อนหน้านั้น ถือเป็นอักขระโบราณ ได้แก่ อักษรจารบนกระดูกสัตว์หรือเจี๋
ยกู่เหวินจากสมัยซาง อักษรโลหะจากราชวงศ์โจวตะวันตก อักษรเสี่ยวจ้วนจากยุคสมัยจั้นกว๋อและ

สมัยฉิน หลังจากกำเนิดอักษรลี่ซูให้ถือเป็นอักษรในยุคปัจจุบัน อันได้แก่ อักษรลี่ซู อักษรข่ายซู
สำหรับอักษรเฉ่าซูและสิงซู

อาจกล่าวได้ว่าเป็นเพียงพัฒนาการของรูปแบบตัวอักษร ไม่ใช่วิวัฒนาการของตัวอักษรจีนโดย
รวม

บรรณานุกรม

อ.ดร.ภากร นพฤทธิ์,1/2565,การเขียนภาษาจีน

หลี่หมิงเสียน,กันยายน,2020,พัฒนาการของตัวอักษรจีน

ดร.นริศ วิศินานนท์หนังสือประมวลสาระรายวิชาภาษาจีน
พื้นฐานเพื่อการสื่อสาร 2 หน่วยที่ 8-9, กรุงเทพฯ : สำนัก

พิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัย ธรรมาธิราช พ.ศ. 2548


Click to View FlipBook Version