โรงเรียนวัดคุ้งยาง อำ เภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สุโขทัย เขต ๒ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูที่รูที่ปรึกรึษาโครงงาน นางสาวปรียรีาลัย นุตนุาลัย นางสาวเมธิกธิานต์ อยู่เยู่ชื้อชื้ อาหารว่างสร้างสรรค์ มัลเบอร์รี่สร้างใจ จัดจัทำ โดย เด็กด็ชายธนโชติ ไข่มุข่มุกข์ เด็กด็ชายธนาวุฒิ พลชะนะ เด็กด็ชายสิทสิธิพธิล เริงริเกษตร การแข่งขันศิลปหัตถกรรม ครั้งที่ 71 โครงงานแปรรูปอาหารจากมัลเบอร์รี่ โรงเรียนวัดคุ้งยาง ประจำ ปีการศึกษา 2566 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6
โครงงานอาชีพ เรื่อง อาหารว่างสร้างสรรค์มัลเบอร์รี่สร้างใจ จัดทำโดย เด็กชายธนาวุฒิ พลชะนะ เด็กชายธนโชติ ไข่มุกข์ เด็กชายสิทธิพล เริงเกษตร ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โครงงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการงานอาชีพ 4 (ง14101) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (การงานอาชีพฯ) โรงเรียนวัดคุ้งยาง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2
ก ชื่อโครงงาน อาหารว่างสร้างสรรค์มัลเบอร์รี่สร้างใจ ผู้ศึกษา เด็กชายธนาวุฒิ พลชะนะ เด็กชายธนโชติ ไข่มุกข์ เด็กชายสิทธิพล เริงเกษตร ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4-6 โรงเรียน วัดคุ้งยาง ปีการศึกษา 2566 ครูที่ปรึกษา นางสาวปรียาลัย นุตาลัย นางสาวเมธิกานต์ อยู่เชื้อ บทคัดย่อ โครงงานเรื่อง อาหารว่างสร้างสรรค์ มัลเบอร์รี่สร้างใจ มีวัตถุประสงค์คือ 1. เพื่อศึกษาและสร้าง ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ ได้แก่ แยมมัลเบอร์รี่, น้ำมัลเบอร์รี่ และคุกกี้มัลเบอร์รี่ 2. เพื่อนำ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ไปจัดจำหน่าย และเผยแพร่ผลงานให้กับนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และคนใน ชุมชน 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ของนักเรียน ครูและบุคลากร โรงเรียนวัดคุ้งยาง และ 4. เพื่อฝึกทักษะทางด้านการคิดคำนวณ โดยการคิดต้นทุน-กำไรที่ได้จากการจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ ผลการศึกษาพบว่า 1. สร้างผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ ได้แก่ แยมมัลเบอร์รี่, น้ำมัลเบอร์รี่ และคุกกี้มัลเบอร์รี่ได้2. นำผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ไปจำหน่าย และ เผยแพร่ผลงานให้กับนักเรียน ครู ผู้ปกครองและคนในชุมชนได้3. นักเรียน ครูและบุคลากรโรงเรียนวัดคุ้งยาง มี ระดับความพึงพอใจที่มีต่อผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ อยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด และ 4. ได้กำไร จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ 230.63 บาท
ข กิตติกรรมประกาศ โครงงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการงานอาชีพ การดำเนินการครั้งนี้จะไม่สามารถสำเร็จลุล่วงได้ หาก ปราศจากความช่วยเหลือจากครูที่ปรึกษาวิชาการงานอาชีพ ซึ่งประกอบด้วย ครูปรียาลัย นุตาลัย และ ครูเมธิ กานต์ อยู่เชื้อ ที่ได้กรุณาให้ข้อเสนอแนะช่วยเหลือ และให้คำปรึกษาตรวจแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆเป็นอย่างดี ตลอดจนครูท่านอื่นๆ ที่ได้ประสิทธิ์ประสาความรู้ให้แก่คณะผู้จัดทำ ทางคณะผู้จัดทำขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ตลอดระยะเวลาในการดำเนินโครงงาน คณะผู้จัดทำได้รับความช่วยเหลือต่างๆจากครูทุกๆท่าน จึงขอขอบพระคุณ มา ณ โอกาสนี้สุดท้ายนี้ คณะผู้จัดทำโครงงานขอขอบคุณ คุณค่าและประโยชน์ของรายงานผลการดำเนิน โครงงานฉบับนี้เป็นเครื่องบูชาพระคุณของคุณพ่อ คุณแม่ ตลอดจนครูอาจารย์และผู้มีพระคุณทุกท่านที่ได้อบรม สั่งสอน คอยให้กำลังใจ สนับสนุนให้คณะผู้จัดทำ ได้ศึกษาและดำเนินโครงงานสำเร็จตามความมุ่งหวัง ขอขอบพระคุณ คณะผู้จัดทำ โครงงานอาชีพ อาหารว่างสร้างสรรค์มัลเบอร์รีสร้างใจ
ค สารบัญ เรื่อง หน้า บทคัดย่อ ก กิตติกรรมประกาศ ข สารบัญ ค บทที่ 1 บทนำ 1 ที่มาและความสำคัญ 1 วัตถุประสงค์ 1 สมมติฐาน 1 ขอบเขตการศึกษา 2 นิยามศัพท์ 2 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 3 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 4 การแปรรูปอาหาร 4 มัลเบอร์รี่ 8 การแปรรูปมัลเบอร์รี่ 8 ประโยชน์ของมัลเบอร์รี่ 11 บทที่ 3 วิธีการดำเนินงานโครงงาน 14 ขั้นตอนดำเนินโครงงาน 14 วัสดุและอุปกรณ์ 14 วิธีการทำผลิตภัณฑ์จากมัลเบอร์รี่ 15 บทที่ 4 ผลการดำเนินงาน 23 บทที่ 5 สรุป อภิปรายและข้อเสนอแนะ 27 สรุป อภิปรายผลการดำเนินโครงงาน 27 ข้อเสนอแนะและแนวทางในการพัฒนา 27 บรรณานุกรรม 28 ภาคผนวก 29
1 บทที่ 1 บทนำ 1. ที่มาและความสำคัญ ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีการเพาะปลูกผลไม้มากมาย เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ สามารถปลูกผลไม้ได้หลากหลายชนิดในแต่ละพื้นที่ มีผลไม้หลายชนิดที่ถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของ ประเทศไทย และเมื่อพูดถึง มัลเบอร์รี่ หรือ หม่อน เป็นผลไม้หนึ่งในตระกูลเบอร์รี่ ที่นิยมปลูกในประเทศไทย เพราะมัลเบอร์รี่เป็นพืชที่ปลูกง่าย สามารถปลูกได้กับทุกสภาพพื้นที่ อีกทั้งยังสามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อ สุขภาพ สร้างมูลค่าได้หลากหลาย ซึ่งชุมชนในอำเภอสวรรคโลก ก็มีการปลูกมัลเบอร์รี่เช่นเดียวกัน มีทั้งการปลูก เพื่อทำเป็นอาชีพ หรือปลูกเพื่อเป็นผลไม้ประจำครัวเรือน ซึ่งได้ผลผลิตมากมาย สามารถนำมาแปรรูปผลิตผล ทางการเกษตร เพื่อเป็นการยืดระยะเวลาในการเก็บรักษาผลผลิตให้นานขึ้นได้ โดยไม่ปล่อยทิ้งไว้ให้เน่าเสียอย่าง เปล่าประโยชน์ จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้นนี้ คณะผู้จัดทำจึงได้คิดที่จะแปรรูปมัลเบอร์รี่ ซึ่งเป็นผลผลิตของคนในชุมชน โดยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ 3 ชนิด ได้แก่ แยมมัลเบอร์รี่, น้ำมัลเบอร์รี่ และคุกกี้มัลเบอร์รี่ นอกจากจะเป็นการ ถนอมอาหาร ยืดระยะเวลาในการเก็บรักษาผลผลิตแล้ว ยังเป็นการสร้างรายได้ให้คนในชุมชน และเป็นการ เสริมสร้างทักษะทางอาชีพให้กับนักเรียนโรงเรียนวัดคุ้งยางอีกด้วย 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อศึกษาและสร้างผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ ได้แก่ แยมมัลเบอร์รี่, น้ำมัลเบอร์รี่ และคุกกี้มัลเบอร์รี่ 2.2 เพื่อนำผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ไปจัดจำหน่าย และเผยแพร่ผลงานให้กับนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และคนในชุมชน 2.3 เพื่อศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ของนักเรียน ครูและบุคลากร โรงเรียนวัดคุ้งยาง 2.4 เพื่อฝึกทักษะทางด้านการคิดคำนวณ โดยการคิดต้นทุน-กำไรที่ได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้ จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ 3. สมมติฐาน 3.1 สร้างผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ ได้แก่ แยมมัลเบอร์รี่, น้ำมัลเบอร์รี่ และคุกกี้มัลเบอร์รี่ ได้
2 3.2 นำผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ไปจำหน่าย และเผยแพร่ผลงานให้กับนักเรียน ครู ผู้ปกครองและคนในชุมชนได้ 3.3 นักเรียน ครูและบุคลากรโรงเรียนวัดคุ้งยาง มีระดับความพึงพอใจที่มีต่อผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปร รูปมัลเบอร์รี่ ได้แก่ แยมมัลเบอร์รี่, น้ำมัลเบอร์รี่ และคุกกี้มัลเบอร์รี่อยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด ทั้ง 3 รายการ 3.4 ได้กำไรจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ 4. ขอบเขตการศึกษา 4.1 กลุ่มตัวอย่าง -นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนวัดคุ้งยาง โดยเป็น นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 5 คน, นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 2 คน และนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 8 คน รวมทั้งหมด 15 คน - ครูและบุคลากรโรงเรียนวัดคุ้งยาง จำนวน 7 คน 4.2 ตัวแปรที่ศึกษา - ตัวแปรต้น คือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ ได้แก่ แยมมัลเบอร์รี่, น้ำมัลเบอร์รี่, คุกกี้มัล เบอร์รี่ - ตัวแปรตาม คือ 1. ระดับความพึงพอใจ ที่มีต่อผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ 2. การคำนวณต้นทุน-กำไรที่ได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัล เบอร์รี่ 4.3 ระยะเวลา - ดำเนินการทำโครงงานในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 – เดือน มกราคม 2567 4.4 พื้นที่ - โรงเรียนวัดคุ้งยาง เลขที่ 99 หมู่ 1 ตำบลป่ากุมเกาะ อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย 64110 5. นิยามศัพท์ 5.1 การแปรรูปอาหาร หมายถึง การแปรรูปอาหารให้อยู่ในสภาพที่เก็บไว้ได้นานขึ้นโดยไม่บูด เน่าเสีย ช่วยยืดอายุการเก็บรักษา ชะลอการเปลี่ยนสี กลิ่น รส เนื้อสัมผัส และลักษณะที่ดีอื่นๆของอาหารไว้ นอกจากนี้ยังสามารถเก็บไว้บริโภคได้นานขึ้น และนำไปใช้บริโภคในพื้นที่ขาดแคลนได้อีกด้วย
3 5.2 การแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร หมายถึง กระบวนการนำผลผลิตทางการเกษตร เช่น พืช ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์มาผ่านกรรมวิธีต่างๆ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อยืดระยะเวลาในการเก็บรักษาผลผลิตให้นานขึ้น และไม่ให้เกิดการเสื่อมเสียก่อนถึงมือผู้บริโภค 5.3 มัลเบอร์รี่ (หม่อน) หมายถึง เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว สามารถเจริญได้ดี ตั้งแต่เขตอบอุ่นถึงเขตร้อน มีลักษณะเป็นผลรวม รูปทรงกระบอก เมื่อออกผลใหม่ ๆ จะมีสีเขียว เมื่อสุกจะมีสี ม่วงแดงเข้ม เกือบดำ ด้วยเป็นพืชอาหารตามธรรมชาติชนิดเดียวของหนอนไหม คนไทยจึงนิยมเรียกอีกอย่าง หนึ่งว่า ลูกหม่อน 5.4 การแปรรูปมัลเบอร์รี่ หมายถึง เป็นการนำผลผลิตทางการเกษตรมาแปรรูปโดยใช้ส่วนต่างๆจากมัล เบอร์รี่ เพื่อยืดระยะเวลาในการเก็บรักษา เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพได้มากมาย หรือเป็นวัตถุดิบใน อาหารต่างๆ 6. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 6.1 ยืดระยะเวลาในการเก็บรักษาพืชผลทางการเกษตรไม่ให้เน่าเสีย และสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน 6.2 ได้สำรวจและค้นพบความถนัด เป็นการสร้างทักษะทางอาชีพและสร้างรายได้ให้กับนักเรียน 6.3 ได้ฝึกให้รู้จักวางแผนอย่างมีระบบเป็นขั้นตอน มีความรับผิดชอบ สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ 6.4 ได้ฝึกทักษะการคิดคำนวณทางคณิตศาสตร์ จากการคิดต้นทุน-กำไรในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ 6.5 เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง ในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่
4 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษาโครงงานเรื่อง อาหารว่างสร้างสรรค์ มัลเบอร์รี่สร้างใจ คณะผู้จัดทำได้รวบรวมแนวคิดต่างๆ จากเอกสารที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ 1. การแปรรูปอาหาร 1.1 ความหมายและความสำคัญของการแปรรูปอาหาร 1.2 ประโยชน์ในการแปรรูปอาหาร 1.3 เทคนิคการแปรรูปอาหาร 1.4 การแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร 2. มัลเบอร์รี่ 3. การแปรรูปมัลเบอร์รี่ 3.1 ผลิตภัณฑ์แยมมัลเบอร์รี่ 3.2 ผลิตภัณฑ์น้ำมัลเบอร์รี่ 3.3 ผลิตภัณฑ์คุกกี้มัลเบอร์รี่ 4. ประโยชน์ของมัลเบอร์รี่ 1. การแปรรูปอาหาร ประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารนานาชนิด ทั้งอาหารประเภทผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ ซึ่งในบางฤดู ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์เหล่านี้มีมาก ทำให้ราคาผลผลิตตกต่ำ ปล่อยทิ้งเน่าเสีย ในขณะบางฤดู ผัก ผลไม้เหล่านี้มี ผลผลิตออกมาน้อย ทำให้มีราคาแพง วิธีการหนึ่งที่จะทำให้ผัก ผลไม้เนื้อสัตว์เหล่านี้มีรับประทานได้ตลอดทั้งปีใน ราคาที่เหมาะสม นั่นคือ การนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ยังคงคุณค่าทางอาหาร เก็บรักษาได้นานและมี มูลค่าเพิ่มสูงขึ้น 1.1 ความหมายและความสำคัญของการแปรรูปอาหาร การแปรรูปอาหาร หมายถึง กระบวนการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงรูปร่างและรสชาติของอาหารให้มีลักษณะ แปลกใหม่แตกต่างไปจากเดิม เพื่อเพิ่มมูลค่าและคุณภาพ สามารถเก็บไว้รับประทานได้เป็นระยะเวลานานและ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้น เช่น การทำกล้วยตาก กล้วยกวน การทำผลไม้แช่อิ่ม การดองผัก การเชื่อม ผลไม้ การทำน้ำผลไม้ การทำกะปิ กุ้งแห้ง ปลาเค็ม เป็นต้น การแปรรูปอาหารมีความสำคัญ ดังนี้ 1. ช่วยประหยัดงบประมาณในการจัดซื้ออาหารใหม่
5 2. ช่วยประหยัดทรัพยากร ไม่ทิ้งของเหลือโดยนำมาแปรรูปใหม่ 3. ทำให้อาหารมีลักษณะแตกต่างไปจากเดิม ได้รสชาติใหม่ ทำให้ผู้รับประทานอาหารไม่เบื่อ 4. ได้คุณค่าทางโภชนาการเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มเติมเนื้อสัตว์หรือผักสด 5. ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการแปรรูปอาหารให้ได้อาหารชนิดใหม่ 6. ช่วยถนอมอาหารบางประเภท เช่น ผัก ผลไม้ ที่มีมากตามฤดูกาล เป็นต้น 7. ช่วยเพิ่มมูลค่าและรายได้ เช่น การทำกล้วยกวน สับปะรดกระป๋อง เป็นต้น 1.2 ประโยชน์ในการแปรรูปอาหาร การแปรรูปและการถนอมผลผลิตมีประโยชน์ดังนี้ 1. ช่วยให้เก็บอาหารไว้บริโภคได้นาน ๆ เนื่องจากการถนอมอาหารเป็นการป้องกันและยับยั้งการทำงาน และการเข้าทำลายของเชื้อจุลินทรีย์บางชนิด เช่น เชื้อรา เชื้อแบคทีเรียและยีสต์ซึ่งเป็นตัวการทำให้ผลผลิตเกิดการ เน่าเสียและเสื่อมคุณภาพ 2. ช่วยให้มีอาหารรสชาติแปลกใหม่รับประทาน การแปรรูปผลผลิตโดยการถนอมอาหาร เป็นการ เปลี่ยนแปลงรสชาติของผลผลิตอย่างหนึ่ง เช่น ทุเรียน ซึ่งสามารถรับประทานสดๆ ในขณะที่ผลทุเรียนสุกได้ที่ แต่ ถ้าผลผลิตดังกล่าวมีมากจนเหลือจากการรับประทานก็สามารถจะแปรรูปเป็นทุเรียนกวน ซึ่งจะได้รสชาติที่แปลก ไปจากทุเรียนสด เป็นต้น 3. ช่วยให้มีอาหารที่ชอบไว้บริโภคตลอดเวลา เพราะการแปรรูปผลผลิตโดยการถนอมอาหารช่วยให้เก็บ รักษาอาหารไว้ได้นานโดยไม่เน่าเสียและไม่เสื่อมคุณภาพ 4. ช่วยประหยัดค่าอาหารให้กับครอบครัว กล่าวคือ การถนอมอาหารไว้รับประทานในครอบครัวเป็นการ ประหยัดค่าอาหารให้กับครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง 5. ช่วยให้ครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ้น ถ้าหากผลผลิตที่แปรรูปนั้นมีมากจนเหลือจากการรับประทานใน ครอบครัวก็สามารถนำไปจำหน่าย เพื่อเป็นการเสริมรายได้ให้กับครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง 6. ช่วยให้ผลผลิตทางการเกษตรมีค่ามากขึ้น เพราะบางครั้งผลผลิตบางชนิดเมื่อนำมาแปรรูปโดยการ ถนอมอาหารนั้น อาจจะขายได้ในราคาสูงกว่าผลผลิตที่ยังไม่ได้แปรรูป เป็นต้น 7. ช่วยให้สะดวกในการบริโภค เนื่องจากผลผลิตบางชนิดเมื่อนำมาแปรรูปแล้วจะช่วยให้น่ารับประทาน และสะดวกในการบริโภคมากขึ้น 1.3 เทคนิคการแปรรูปอาหาร โดยทั่วไปอาหารที่สามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารใหม่ได้ มีดังนี้ - วัตถุดิบที่เหลือใช้จากการประกอบอาหาร เป็นวัตถุดิบประเภทต่างๆ ที่มีมากเกินความจำเป็น หรือผู้ซื้อ คำนวณจำนวนที่ต้องการใช้ผิดพลาด เช่น ผักสด เนื้อสัตว์ อื่นๆ เป็นต้น
6 - ผลไม้ที่มีมากในฤดูกาล ผลไม้บางอย่างจะออกมามากจนล้นตลาด ทำให้ราคาถูกและไม่สามารถเก็บใน สภาพธรรมชาติได้ เพราะผลไม้จะสุกงอมและเน่าเสียต้องทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์การนำผลไม้มาแปรรูปสามารถทำ ได้หลายวิธี เช่น การกวน การเชื่อม การแช่อิ่ม เป็นต้น ปัจจุบันมีกรรมวิธีการถนอมและแปรรูปอาหารมีหลากหลายรูปแบบ สามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับ วัตถุดิบ ความต้องการของผู้บริโภค ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้ออาหารได้หลากหลายชนิดมากขึ้น โดยในการ เลือกซื้ออาหาร นอกจากจะพิจารณาจากรสชาติและราคาแล้ว ยังต้องคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ และความ ปลอดภัยด้วย ซึ่งกรรมวิธีการถนอมและแปรรูปอาหารที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน มีหลายวิธี ดังนี้ 1. การทำแห้ง การทำให้อาหารแห้งเป็นวิธีการถนอมอาหารที่เก่าแก่ที่สุดที่มนุษย์รู้จัก ทำได้ด้วยการใช้ ความร้อนดึงหรือกำจัดปริมาณน้ำในอาหารลง ซึ่งจะมีผลทำให้กระบวนการเมแทบอลิซึม และการเจริญของ จุลินทรีย์เกิดได้ช้าลง ทั้งยังเป็นการลดอัตราเร็วของปฏิกิริยาการหืนของไขมันเนื่องจากปฏิกิริยาไฮโดรไลซิส (hydrolysis) รวมทั้งลดกิจกรรมของเอนไซม์ด้วย ความร้อนที่ใช้จะไม่สูงเท่ากับที่ใช้ในการพาสเจอร์ไรส์หรือสเตอริ ไลส์ แต่จะใช้เวลานานกว่าและทำให้น้ำระเหยออกไปจากอาหาร มี 2 วิธีคือ การทำให้อาหารแห้งโดยอาศัย ธรรมชาติ และการทำให้อาหารแห้งโดยอาศัยวิธีกลเข้าช่วย 2. การหมักดอง เป็นการถนอมและแปรรูปอาหารที่อาศัยหลักการส่งเสริมกิจกรรมของจุลินทรีย์และ เอนไซม์ที่ต้องการ และจุลินทรีย์ที่ใช้ในการหมักจะผลิตสารบางชนิดออกมาซึ่งสามารถป้องกันการเน่าเสียของ อาหารได้ เช่น กรดแล็กติก แอลกอฮอล์ และกรดแอซีติก โดยอาจหมักได้ทั้งในสภาวะที่มีออกซิเจนหรือไม่มี ออกซิเจน 3. การใช้ความร้อน การถนอมและแปรรูปอาหารด้วยวิธีการนี้นับว่ามีความสำคัญมากในอุตสาหกรรม อาหารและเป็นที่นิยมค่อนข้างมาก เพราะอาหารทุกชนิดสามารถที่จะใช้ความร้อนในการถนอมรักษาได้ โดยความ ร้อนสามารถทำลายจุลินทรีย์และเอนไซม์ที่มีอยู่ในอาหารตามธรรมชาติได้ แต่ก็จะทำให้โปรตีนเปลี่ยนสภาพไปด้วย 4. การใช้อุณหภูมิต่ำ การแปรรูปโดยวิธีการนี้ทำให้อาหารมีคุณภาพใกล้เคียงกับของสดมากที่สุด มักใช้ กับวัตถุดิบที่เป็นพวกอาหารสด หรืออาหารที่ผ่านการให้ความร้อนระดับพาสเจอร์ไรส์แล้ว ด้วยการลดอุณหภูมิของ อาหารลงให้ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส เพื่อทำให้กระบวนการเมแทบอลิซึม (metabolism) ของจุลินทรีย์ รวมทั้ง กิจกรรมของเอนไซม์เกิดได้ช้าลง จึงเป็นวิธีการยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ ชะลอการเน่าเสีย และลดอัตราการ เปลี่ยนแปลงทางเคมี ทำให้สามารถยืดอายุการเก็บรักษาอาหารได้ระดับหนึ่ง 5. การฉายรังสีเป็นวิธีใช้รังสีแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเป็นรังสีที่แตกตัวได้และมีช่วงคลื่นสั้น มีอำนาจในการ ยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ การทำงานของเอนไซม์ และการเจริญเติบโตของไข่และตัวอ่อนของแมลงได้ รวมทั้ง ป้องกันการงอกของเมล็ดผักได้ รังสีที่ใช้ในการถนอมอาหารนั้นอาจใช้รังสีใดรังสีหนึ่ง ดังนี้รังสีแกมมา รังสีเอกซ์ และรังสีอิเล็กตรอน หลักการถนอมอาหารด้วยรังสีคือ เมื่อรังสีที่ฉายลงไปในอาหาร จะทำให้น้ำในอาหารและในตัว จุลินทรีย์กลายเป็นอนุมูลอิสระที่มีความว่องไวต่อปฏิกิริยามาก สามารถทำลายหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของ
7 จุลินทรีย์ซึ่งมีผลทำให้การเก็บรักษาอาหารนั้นมีอายุยาวนานโดยไม่เน่าเสีย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของอาหารและ ปริมาณรังสีที่อาหารได้รับ 6. การใช้สารเคมีการใช้สารเคมีในอาหาร จะใช้เมื่ออาหารนั้นไม่เหมาะสมกับการถนอมและแปรรูป อาหารด้วยวิธีอื่น ๆ หรืออาจใช้ร่วมกับการถนอมและการแปรรูปอาหารวิธีใดวิธีหนึ่งเพื่อรักษาคุณลักษณะทาง คุณภาพของอาหารนั้นไว้ให้ดีที่สุด เช่น การใช้สารกันหืนในน้ำมันที่ใช้ทอดเพื่อป้องกันการหืน เป็นต้น การใช้ สารเคมีในอาหารต้อง คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นหลัก เพราะสารเหล่านี้หากใช้ในปริมาณที่มากเกินกำหนด ก็จะทำให้เกิด อันตรายได้ 7. การถนอมและแปรรูปอาหารด้วยวิธีอื่น ๆ เป็นวิธีที่อาจต้องใช้ร่วมกับวิธีอื่นจึงจะมีประสิทธิภาพใน การถนอมอาหาร เช่น การดัดแปลงบรรยากาศ (modified atmosphere) การเคลือบไข (wax coating) เป็นต้น 1.4 การแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร การแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร หมายถึง การนำเอาผลผลิตทางการเกษตรมาผ่านกระบวนการที่ เปลี่ยนแปลงสภาพของผลผลิตทางการเกษตร ให้เป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่อยู่ในสภาพที่เหมาะสม สะดวกและ ปลอดภัย ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีความ หลากหลาย เพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค และเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตร การแปรรูปผลผลิตทาง การเกษตร สามารถลดปัญหาผลผลิตล้นตลาด ช่วยยกระดับราคาผลิตผลทางการเกษตรไม่ให้ตกต่ำ และช่วยให้เกิด อาชีพเสริมได้อีกด้วย ประโยชน์ของการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร 1. ช่วยให้ผลผลิตทางการเกษตรอยู่ในรูปแบบที่เหมาะสมกับการบริโภค เช่น การนำธัญพืชต่างๆมาปรุงรส และอัดแท่ง เป็นต้น 2. ช่วยเก็บรักษาผลผลิตทางการเกษตร ไว้บริโภคในครัวเรือนได้นานขึ้นโดยไม่เน่าเสีย 3. ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีรูปแบบและรสชาติแตกต่างไปจากเดิม ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้แก่ ผลผลิตทางการเกษตร เช่น แยมจากมัลเมอร์รี่ เป็นต้น 4. ช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรให้มีราคาสูงขึ้น และลดปัญหาผลผลิตล้นตลาด ส่งเสริมให้เกิด อาชีพเสริมและเพิ่มพูนรายได้ให้กับครอบครัว 5. การแปรรูปสามารถทำลายเอนไซม์ สารพิษ และพยาธิที่มีอยู่ในอาหาร และสามารถเติมสารอาหารที่ มีประโยชน์เข้าไปในอาหารได้
8 2. มัลเบอร์รี่ หม่อน หรือ มัลเบอร์รี่ (Mulberry) มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด ได้แก่ 1. หม่อนที่ปลูกเพื่อรับประทานผล (ชื่อสามัญ Black Mulberry, ชื่อวิทยาศาสตร์ Morus nigra L.) ชนิด นี้ผลจะโตเป็นช่อ เมื่อสุกผลจะเป็นสีดำ มีรสเปรี้ยวอมหวาน นิยมนำมารับประทาน ทำแยม หรือนำไปแปรรูปเป็น ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ 2. หม่อนที่ใช้ปลูกเพื่อการเลี้ยงไหมเป็นหลัก (ชื่อสามัญ White Mulberry, ชื่อวิทยาศาสตร์ Morus alba L.) ชนิดนี้จะมีใบใหญ่และออกใบมากใช้เป็นอาหารของไหมได้ดี ส่วนผลจะออกเป็นช่อเล็ก เมื่อสุกแล้วจะมีรส เปรี้ยว ใช้รับประทานได้ แต่ไม่เป็นที่นิยม ลักษณะของหม่อน ต้นหม่อนเป็นพืชพื้นเมืองของประเทศจีนตอนใต้ แถบเทือกเขาหิมาลัย แต่ภายหลัง ได้มีการนำเข้ามาปลูกในอินโดจีน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ไทย ฯลฯ โดยจัดเป็นไม้พุ่มขนาดกลางหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีลำต้นตั้งตรง สูงได้ประมาณ 2.5 เมตร บางพันธุ์สูงได้ประมาณ 3-7 เมตร แตกกิ่งก้านไม่มากนัก เปลือกลำต้น เรียบเป็นสีน้ำตาลแดง สีขาวปนสีน้ำตาล หรือสีเทาปนขาว ส่วนเปลือกรากเป็นสีน้ำตาลแดงหรือสีเหลือแดง มีเส้น ร้อยแตกที่เปลือกผิว พบได้ทั่วไปในป่าดิบ ในประเทศไทยปลูกกันมากทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยผลหม่อน เป็นผลที่เกิดจากช่อดอก เป็นผลรวมอยู่ในกระจุกเดียวกัน โดยจะออกตามซอกใบ ลักษณะของผล เป็นรูปทรงกระบอก ยาวประมาณ 1-2.5 เซนติเมตร ผลเป็นสีเขียว เมื่อผลสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงแดงเข้มหรือ สีม่วงดำ เกือบดำ เนื้อนิ่ม ฉ่ำน้ำ และมีรสหวานอมเปรี้ยว 3. การแปรรูปมัลเบอร์รี่ เป็นการนำผลผลิตทางการเกษตรมาแปรรูปโดยใช้ส่วนต่างๆจากมัลเบอร์รี่ เพื่อยืดระยะเวลาในการเก็บ รักษา เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพได้มากมาย หรือเป็นวัตถุดิบในอาหารต่างๆ ทั้งนี้คณะผู้จัดทำได้ศึกษาและ พัฒนาจนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ ได้แก่ แยมมัลเบอร์รี่, น้ำมัลเบอร์รี่ และคุกกี้มัลเบอร์รี่ รายละเอียด ดังนี้ 3.1 ผลิตภัณฑ์แยมมัลเบอร์รี่
9 วัตถุดิบ 1. มัลเบอร์รี่ 1 กิโลกรัม 2. น้ำตาลทราย 400 กรัม 3. แป้งมันสำปะหลัง 1+ ½ ช้อนโต๊ะ 4. เกลือ 2 ช้อนชา ขั้นตอนและวิธีการทำ 1. นำมัลเบอร์รี่ 1 กิโลกรัมมาล้างให้สะอาด 2. นำมัลเบอร์รี่มาปั่นในเครื่องปั่นให้ละเอียด เติมน้ำเปล่าเล็กน้อยเพื่อให้การปั่นง่ายขึ้น 3. จากนั้นนำมัลเบอร์รี่ที่ปั่นทั้งหมดมาใส่หม้อ ตั้งไฟกลาง กวนให้เนื้อเข้ากัน 4. เบาไฟแล้วใส่น้ำตาลทราย 400 กรัม และใส่เกลือลงไป 2 ช้อนชา กวนให้เข้ากัน 5. นำแป้งมันสำปะหลัง 1+1/2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำเล็กน้อย คนให้เข้ากันแล้วเทลงให้หม้อ 6. เคี่ยวมัลเบอร์รี่ต่อไปเรื่อยๆ จนน้ำงวด 7. ทิ้งไว้ให้เย็น ตักใส่ขวด ปิดฝาให้สนิท นำไปเก็บไว้ในตู้เย็น สามารถเก็บไว้ได้นาน 1 เดือน 3.2 ผลิตภัณฑ์น้ำมัลเบอร์รี่ วัตถุดิบ 1. มัลเบอร์รี่ 1 กิโลกรัม 2. น้ำสะอาด 1 ลิตร 3. น้ำตาลทราย 40 กรัม 4. เกลือ ¼ ช้อนชา
10 ขั้นตอนและวิธีการทำ 1. นำมัลเบอร์รี่ 1 กิโลกรัมมาล้างให้สะอาด 2. นำมัลเบอร์รี่มาปั่นในเครื่องปั่นให้ละเอียด โดยเติมน้ำเปล่าลงไป 1 ลิตร แยกปั่นทั้งหมด 2 ครั้ง (มัลเบอร์รี่ : น้ำเปล่า = 1:1) 3. จากนั้นนำน้ำมัลเบอร์รี่ที่ปั่นทั้งหมดมาใส่หม้อ ต้มด้วยไฟกลางให้เดือด แล้วปิดไฟ 4. นำน้ำต้มมัลเบอร์รี่ที่ได้ มากรองด้วยตะแกรง เพื่อเอาเฉพาะน้ำมัลเบอร์รี่ 5. นำน้ำมัลเบอร์รี่ที่กรองได้ เทกลับลงไปในหม้อต้ม เติมน้ำตาลทรายลงไป 40 กรัม 6. เติมเกลือ ¼ ช้อนชา ต้มต่อด้วยไฟกลาง คนให้น้ำตาลละลาย รอจนเดือดและปิดไฟ 7. นำน้ำมัลเบอร์รี่ที่ร้อนจัดใส่ลงไปในขวดแก้วให้เต็ม ปิดฝาให้สนิท แล้วนำขวดไปแช่ในน้ำเย็นหรือน้ำ อุณหภูมิปกติ เพื่อลดอุณภูมิน้ำมัลเบอร์รี่ให้เย็นลง 8. นำไปเก็บไว้ในตู้เย็น สามารถเก็บไว้ได้นาน 1 เดือน 3.3 ผลิตภัณฑ์คุกกี้มัลเบอร์รี่ วัตถุดิบ 1. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 250 กรัม 2. แป้งข้าวโพด 16 กรัม 3. เนยเทียม 115 กรัม 4. น้ำตาลทราย 80 กรัม 5. ไข่ไก่ 1ฟอง (เบอร์2) 6. แยมมัลเบอร์รี่
11 ขั้นตอนและวิธีการทำ 1. นำแป้งสาลีอเนกประสงค์ 250 กรัม และแป้งข้าวโพด 16 กรัม มาร่อนและผสม คนให้เข้ากัน พักไว้ 2. นำเนยเทียม 115 กรัม และน้ำตาลทราย 80 กรัม มาผสม ตีจนเข้ากันเป็นครีม 3. ใส่ไข่ไก่ลงไป 1 ฟอง ตีส่วนผสมให้พอเข้ากัน 4. นำแป้งที่ผสมเตรียมไว้ ใส่ลงไป โดยแบ่งใส่ 2 รอบ คนผสมให้เข้ากัน โดยใช้มือนวดในการผสม 5. นำแป้งไปแช่เย็น 20 นาที เพื่อให้แป้งอยู่ทรง 6. นำพิมพ์ดอกไม้ไปจุ่มในแป้งสาลีอเนกประสงค์ ให้แป้งเคลือบพิมพ์บางๆ 7. นำแป้งมาปั้นเป็นก้อนๆ ละ 11-12 กรัม เพื่อเตรียมใส่ในพิมพ์ดอกไม้ โดย 1 สูตรจะทำได้ประมาณ 43 ชิ้น 8. นำแยมมัลเบอร์รี่มาตักใส่ในคุกกี้ตรงกลาง 9. นำคุกกี้ไปแช่ตู้เย็น 20 นาทีก่อนอบ โดยระหว่างนี้ให้เตรียมวอร์มหม้ออบลมร้อน ไฟ 150 องศาไว้ 10. นำคุกกี้มาอบในหม้ออบลมร้อน ไฟ 160 องศา ประมาณ 15 นาที จากนั้นเปิดหม้อแล้วพลิกด้านคุกกี้ เพื่ออบอีกด้านต่อ ด้วยไฟ 130 องศา 10 นาที เมื่อสุกนำออกมาพักให้เย็น และบรรจุใส่ถุง 4. ประโยชน์ของมัลเบอร์รี่ มัลเบอร์รี่หรือลูกหม่อน เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว ส่วนต่างๆ ของต้นหม่อน สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก ประโยชน์ของมัลเบอร์รี่ ดังนี้ 1. ลดความเสี่ยงของมะเร็ง สารต้านอนุมูลอิสระ เป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายแข็งแรง ทั้งยังกระตุ้นการ ทำงานของเซลล์และป้องกันเซลล์ต่างๆ ในร่างกายไม่ให้ถูกทำร้ายจากอนุมูลอิสระที่ไม่ดี มากไปกว่านั้นสารต้าน อนุมูลอิสระยังมีส่วนช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์มะเร็งเจริญเติบโต หรือลดโอกาสในการเป็นมะเร็ง ลูกหม่อน หรือ มัลเบอร์รี่ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดทั้งสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มของฟ ลาโวนอยด์ (Flavonoids) อย่างแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ไซยานิดิน (Cyanidin) ไมริเซติน (Myricetin) กรดคลอโรจีนิก (Chlorogenic Acid) รูทิน (Rutin) การรับประทานลูกหม่อนอย่างสม่ำเสมอจึงสามารถช่วยลด ความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งได้ 2. ดีต่อการลดน้ำหนัก ลูกหม่อนมีไฟเบอร์สูงและให้แคลอรี่ต่ำ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนัก หรือควบคุมอาหาร โดยไฟเบอร์จะไปทำให้รู้สึกอิ่มท้องได้นานขึ้น ทำให้ไม่หิวบ่อยๆ และไม่ทำให้แคลอรี่พุ่งสูงเพราะมีแคลอรี่ต่ำ
12 3. ดีต่อสุขภาพตับ ตับเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อร่างกายของเรา โดยเฉพาะการทำหน้าที่สำคัญในเพื่อกรอง สารพิษต่างๆ ทำหน้าที่ในการสลายไขมัน รวมถึงป้องกันการแข็งตัวของเลือดด้วย ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระในลูก หม่อนถือว่าเป็นสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพตับอย่างมาก เนื่องจากมีส่วนช่วยในการล้างสารพิษที่ตับ และยังมีส่วน ช่วยป้องกันไม่ให้ไขมันสะสมไว้ที่ตับ อันเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคไขมันพอกตับ 4. ปรับระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ระดับน้ำตาลในเลือดที่พุ่งสูง สามารถเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ และโรคเบาหวานได้ ซึ่งเพื่อ ป้องกันความเสี่ยงของโรคเรื้อรังเหล่านั้น การให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะกับลูกหม่อนซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง และการกินไฟเบอร์เป็นประจำจะมีส่วนช่วยชะลอการดูด ซึมน้ำตาลในกระแสเลือด จึงช่วยป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงได้ 5. อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วธาตุเหล็กมักจะพบได้ในอาหารประเภทเนื้อสัตว์หรือเครื่องในสัตว์ แต่ในผลไม้ก็อุดมไป ด้วยธาตุเหล็กเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะลูกหม่อน ที่ให้ปริมาณของธาตุเหล็กสูงถึง 2.6 มิลลิกรัม (ต่อลูกหม่อนหนึ่ง ถ้วย) ซึ่งคิดเป็น 14 เปอร์เซ็นต์ต่อปริมาณของธาตุเหล็กที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน โดยธาตุเหล็กนี้มีประโยชน์ ในการช่วยจัดเก็บและขนส่งออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย ป้องกันไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะออกซิเจนต่ำ รวมถึงยังมีส่วนช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งดีต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และมีส่วน ป้องกันภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ด้วย 6. บำรุงความจำ ผลไม้ตระกูลเบอรี่นั้นขึ้นชื่อเรื่องการช่วยบำรุงและป้องกันการเสื่อมถอยของความจำ ซึ่งมัลเบอรี่ก็มักถูก กล่าวถึงคุณประโยชน์ด้านนี้ ทางวิทยาศาสตร์ได้หาคำตอบโดยทดลองให้หนูกินสารสกัดจากมัลเบอรี่ 2 กรัม 10 กรัม หรือ 50 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ในช่วงก่อนหน้าที่จะถูกทำให้เส้นเลือดในสมองบริเวณซีรีบรัล ส่วนกลางอุดตัน 7 วัน และหลังจากนั้นอีก 21 วัน ผลลัพธ์พบว่าหนูที่ได้รับมัลเบอรี่มีประสิทธิภาพการทำงานของ สมองดีขึ้น ที่เป็นเช่นนี้คาดว่ามัลเบอรี่อาจมีคุณสมบัติช่วยลดกระบวนการเกิดอนุมูลอิสระที่ทำให้เซลล์เสียหายและ ตายลง ส่งผลให้สมองส่วนการเรียนรู้และความจำทำงานได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งช่วยปกป้องเซลล์ประสาทจากการถูก ทำลาย 7. ลดอาการปวดประจำเดือน ช่วยบำรุงครรภ์ ลูกหม่อนมีวิตามิน บี 6 ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดประจำเดือน และลดการเกิดสิว เมื่ออยู่ในช่วงตั้งครรภ์ การทานลูกหม่อน ก็ยังช่วยให้ทารกในครรภ์แข็งแรงและเติบโตได้ดี เพราะมีกรดโฟลิค ซึ่งช่วยทำให้เซลล์เม็ดเลือด แดงเจริญได้เต็มที่ ทำให้เซลล์ประสาทไขสันหลังและเซลล์สมองเจริญเป็นปกติได้อีกด้วย สำคัญมาก ๆ ต่อการ เจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ช่วงเดือนแรก ๆ
13 8. บำรุงสายตา และผิวพรรณ ในผลลูกหม่อน 100 กรัม พบว่ามี วิตามินเอ สูงถึง 25 หน่วยเลย จึงช่วยในด้านการบำรุงสายตา ป้องกัน การเกิดต้อกระจก ช่วยบำรุงเหงือกและฟัน บำรุงผิวพรรณ และลดการอักเสบของสิวได้ดีเป็นอย่างมาก ข้อควรระวังในการรับประทาน ลูกหม่อน หรือ มัลเบอร์รี่ แม้จะให้คุณค่าทางโภชนาการสูง และมีส่วนช่วยป้องกันอาการทางสุขภาพต่างๆ แต่ก็ยังมีข้อควรระวังบางประการเกี่ยวกับลูกหม่อนที่ไม่ควรละเลย โดยเฉพาะถ้าหากมีอาการแพ้ลูกหม่อน หรือแพ้ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ซึ่งถึงแม้จะพบได้น้อย แต่ก็ควรระวัง และควรหลีกเลี่ยงการรับประทานลูกหม่อน เพื่อป้องกัน ไม่ให้อาการแพ้กำเริบ
14 บทที่ 3 วิธีการดำเนินงานโครงงาน ในการทำโครงงานแปรรูปอาหารจากมัลเบอร์รี่ “อาหารว่างสร้างสรรค์ มัลเบอร์รี่สร้างใจ” คณะผู้จัดทำได้ ดำเนินงาน ดังนี้ 1. ขั้นตอนดำเนินโครงงาน 1. ประชุมปรึกษาสมาชิกกลุ่ม ศึกษาและค้นคว้าข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่สนใจ เพื่อเลือกหัวข้อและ กิจกรรมในการทำโครงงาน 2. จัดทำโครงร่างโครงงานเรื่อง อาหารว่างสร้างสรรค์ มัลเบอร์รี่สร้างใจ เพื่อนำเสนอครูที่ปรึกษา 3. เมื่อครูที่ปรึกษาอนุมัติหัวข้อในการทำโครงงาน จึงศึกษาและพัฒนาเกี่ยวกับการแปรรูปอาหารจากมัล เบอร์รี่เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ ได้แก่ แยมมัลเบอร์รี่, น้ำมัลเบอร์รี่ และคุกกี้มัลเบอร์รี่ 4. ออกแบบโลโก้และบรรจุภัณฑ์ให้มีความน่าสนใจ และมีเอกลักษณ์เพื่อเตรียมจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้ จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ 5. จำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ ได้แก่ แยมมัลเบอร์รี่, น้ำมัลเบอร์รี่ และคุกกี้มัลเบอร์รี่ ให้กับครู นักเรียน ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่สนใจ จากนั้นคำนวณต้นทุน-กำไรที่ได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ 6. นำเสนอรายงานความก้าวหน้าเป็นระยะๆ โดยแจ้งให้ครูที่ปรึกษาโครงงานเข้าไปตรวจความก้าวหน้า ของโครงงาน ซึ่งครูที่ปรึกษาจะให้ข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อให้จัดทำเนื้อหาและการนำเสนอที่น่าสนใจต่อไป ทั้งนี้เมื่อ ได้รับคำแนะนำก็จะนำมาปรับปรุง แก้ไขให้เป็นที่สนใจยิ่งขึ้น 7. จัดทำเอกสารรายงานโครงงานการงานอาชีพ สรุปผลการดำเนินงานโดยนำเสนอในรูปแบบไฟล์ข้อมูล คอมพิวเตอร์ 8. ประเมินผลงาน โดยการนำเสนอที่ห้องเรียนวิชาชุมนุมนักประดิษฐ์ โรงเรียนวัดคุ้งยาง และให้คณะครู และนักเรียนกลุ่มตัวอย่างร่วมประเมินผลงาน 2. วัสดุและอุปกรณ์ 1. อุปกรณ์เครื่องครัวและอุปกรณ์เบเกอร์รี่ต่างๆ เช่น หม้ออบลมร้อน หม้อ เครื่องปั่น เตาแก๊ส มีด ช้อน ตวง ตะแกรง จานชาม เป็นต้น 2. ขวดแก้วขนาด 75 ml พร้อมฝา สำหรับบรรจุแยมมัลเบอร์รี่ 3. ขวดแก้วขนาด 180 ml พร้อมฝา สำหรับบรรจุน้ำมัลเบอร์รี่ 4. ถุงซิปล็อคสำหรับบรรจุคุกกี้มัลเบอร์รี่ 5. กระดาษสติ๊กเกอร์สำหรับติดโลโก้บนบรรจุภัณฑ์
15 3. วิธีการทำผลิตภัณฑ์จากมัลเบอร์รี่ 3.1 ผลิตภัณฑ์แยมมัลเบอร์รี่ วัตถุดิบ 1. มัลเบอร์รี่ 1 กิโลกรัม 2. น้ำตาลทราย 400 กรัม 3. แป้งมันสำปะหลัง 1+ ½ ช้อนโต๊ะ 4. เกลือ 2 ช้อนชา ขั้นตอนและวิธีการทำ 1. นำมัลเบอร์รี่ 1 กิโลกรัมมาล้างให้สะอาด 2. นำมัลเบอร์รี่มาปั่นในเครื่องปั่นให้ละเอียด เติมน้ำเปล่าเล็กน้อยเพื่อให้การปั่นง่ายขึ้น 3. จากนั้นนำมัลเบอร์รี่ที่ปั่นทั้งหมดมาใส่หม้อ ตั้งไฟกลาง กวนให้เนื้อเข้ากัน 4. เบาไฟแล้วใส่น้ำตาลทราย 400 กรัม และใส่เกลือลงไป 2 ช้อนชา กวนให้เข้ากัน
16 5. นำแป้งมันสำปะหลัง 1+1/2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำเล็กน้อย คนให้เข้ากันแล้วเทลงให้หม้อ 6. เคี่ยวมัลเบอร์รี่ต่อไปเรื่อยๆ จนน้ำงวด 7. ทิ้งไว้ให้เย็น ตักใส่ขวด ปิดฝาให้สนิท นำไปเก็บไว้ในตู้เย็น สามารถเก็บไว้ได้นาน 1 เดือน
17 3.2 ผลิตภัณฑ์น้ำมัลเบอร์รี่ วัตถุดิบ 1. มัลเบอร์รี่ 1 กิโลกรัม 2. น้ำสะอาด 1 ลิตร 3. น้ำตาลทราย 40 กรัม 4. เกลือ ¼ ช้อนชา ขั้นตอนและวิธีการทำ 1. นำมัลเบอร์รี่ 1 กิโลกรัมมาล้างให้สะอาด 2. นำมัลเบอร์รี่มาปั่นในเครื่องปั่นให้ละเอียด โดยเติมน้ำเปล่าลงไป 1 ลิตร แยกปั่นทั้งหมด 2 ครั้ง (มัลเบอร์รี่ : น้ำเปล่า = 1:1)
18 3. จากนั้นนำน้ำมัลเบอร์รี่ที่ปั่นทั้งหมดมาใส่หม้อ ต้มด้วยไฟกลางให้เดือด แล้วปิดไฟ 4. นำน้ำต้มมัลเบอร์รี่ที่ได้ มากรองด้วยตะแกรง เพื่อเอาเฉพาะน้ำมัลเบอร์รี่ 5. นำน้ำมัลเบอร์รี่ที่กรองได้ เทกลับลงไปในหม้อต้ม เติมน้ำตาลทรายลงไป 40 กรัม 6. เติมเกลือ ¼ ช้อนชา ต้มต่อด้วยไฟกลาง คนให้น้ำตาลละลาย รอจนเดือดและปิดไฟ
19 7. นำน้ำมัลเบอร์รี่ที่ร้อนจัดใส่ลงไปในขวดแก้วให้เต็ม ปิดฝาให้สนิท แล้วนำขวดไปแช่ในน้ำเย็นหรือน้ำ อุณหภูมิปกติ เพื่อลดอุณภูมิน้ำมัลเบอร์รี่ให้เย็นลง 8. นำไปเก็บไว้ในตู้เย็น สามารถเก็บไว้ได้นาน 1 เดือน 3.3 ผลิตภัณฑ์คุกกี้มัลเบอร์รี่ วัตถุดิบ 1. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 250 กรัม 2. แป้งข้าวโพด 16 กรัม 3. เนยเทียม 115 กรัม 4. น้ำตาลทราย 80 กรัม 5. ไข่ไก่ 1ฟอง (เบอร์2) 6. แยมมัลเบอร์รี่
20 ขั้นตอนและวิธีการทำ 1. นำแป้งสาลีอเนกประสงค์ 250 กรัม และแป้งข้าวโพด 16 กรัม มาร่อนและผสม คนให้เข้ากัน พักไว้ 2. นำเนยเทียม 115 กรัม และน้ำตาลทราย 80 กรัม มาผสม ตีจนเข้ากันเป็นครีม
21 3. ใส่ไข่ไก่ลงไป 1 ฟอง ตีส่วนผสมให้พอเข้ากัน 4. นำแป้งที่ผสมเตรียมไว้ ใส่ลงไป โดยแบ่งใส่ 2 รอบ คนผสมให้เข้ากัน โดยใช้มือนวดในการผสม 5. นำแป้งไปแช่เย็น 20 นาที เพื่อให้แป้งอยู่ทรง 6. นำพิมพ์ดอกไม้ไปจุ่มในแป้งสาลีอเนกประสงค์ ให้แป้งเคลือบพิมพ์บางๆ 7. นำแป้งมาปั้นเป็นก้อนๆ ละ 11-12 กรัม เพื่อเตรียมใส่ในพิมพ์ดอกไม้ โดย 1 สูตรจะทำได้ประมาณ 43 ชิ้น
22 8. นำแยมมัลเบอร์รี่มาตักใส่ในคุกกี้ตรงกลาง 9. นำคุกกี้ไปแช่ตู้เย็น 20 นาทีก่อนอบ โดยระหว่างนี้ให้เตรียมวอร์มหม้ออบลมร้อน ไฟ 150 องศาไว้ 10. นำคุกกี้มาอบในหม้ออบลมร้อน ไฟ 160 องศา ประมาณ 15 นาที จากนั้นเปิดหม้อแล้วพลิกด้านคุกกี้ เพื่ออบอีกด้านต่อ ด้วยไฟ 130 องศา 10 นาที เมื่อสุกนำออกมาพักให้เย็น และบรรจุใส่ถุง
23 บทที่ 4 ผลการดำเนินงาน ในการทำโครงงานแปรรูปอาหารจากมัลเบอร์รี่ “อาหารว่างสร้างสรรค์ มัลเบอร์รี่สร้างใจ” มีผลการ ดำเนินงาน ดังนี้ 1. สร้างผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ ได้แก่ แยมมัลเบอร์รี่, น้ำมัลเบอร์รี่, คุกกี้มัลเบอร์รี่ และ นำไปเผยแพร่ จัดจำหน่ายให้กับนักเรียน ครู ผู้ปกครองได้
24 2. ผลการศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ของนักเรียน ครูและ บุคลากรโรงเรียนวัดคุ้งยาง ดังนี้ 2.1 ผลการศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ : แยมมัลเบอร์รี่ 2.2 ผลการศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ : น้ำมัลเบอร์รี่ 2.3 ผลการศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ : คุกกี้มัลเบอร์รี่ เกณฑ์การประเมิน 4.50-5.00 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด 3.50-4.49 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก 2.50-3.49 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง รายการประเมิน ค่าเฉลี่ย ระดับ 1. รสชาติของแยมมัลเบอร์รี่ 4.59 มากที่สุด 2. บรรจุภัณฑ์สวย มีความน่าสนใจ 4.82 มากที่สุด 3. ปริมาณเหมาะสมกับราคา 4.05 มาก 4. คุณภาพของวัตถุดิบ 4.73 มากที่สุด รวม 4.55 มากที่สุด รายการประเมิน ค่าเฉลี่ย ระดับ 1. รสชาติของน้ำมัลเบอร์รี่ 4.64 มากที่สุด 2. บรรจุภัณฑ์สวย มีความน่าสนใจ 4.82 มากที่สุด 3. ปริมาณเหมาะสมกับราคา 4.45 มาก 4. คุณภาพของวัตถุดิบ 4.68 มากที่สุด รวม 4.65 มากที่สุด รายการประเมิน ค่าเฉลี่ย ระดับ 1. รสชาติของคุกกี้มัลเบอร์รี่ 4.41 มาก 2. บรรจุภัณฑ์สวย มีความน่าสนใจ 4.68 มากที่สุด 3. ปริมาณเหมาะสมกับราคา 4.55 มากที่สุด 4. คุณภาพของวัตถุดิบ 4.64 มากที่สุด รวม 4.57 มากที่สุด
25 1.50-2.49 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับน้อย 1.00-1.49 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับน้อยที่สุด 3. ผลการคำนวณ ต้นทุน-กำไรที่ได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ 3.1 แยมมัลเบอร์รี่ ต้นทุนแยมมัลเบอร์รี่ 1 สูตร ผลิตได้ 9 ขวด ขายราคาขวดละ 35 บาท รวมขายได้ 315 บาท กำไร 136.74 บาท 3.2 น้ำมัลเบอร์รี่ ต้นทุนน้ำมัลเบอร์รี่ 1 สูตร ผลิตได้ 8 ขวด ขายราคาขวดละ 25 บาท รวมขายได้ 200 บาท กำไร 42.68 บาท รายการ ราคา (บาท) 1. มัลเบอร์รี่ 1 กิโลกรัม 90 2. น้ำตาลทราย 400 กรัม 13.2 3. แป้งมันสำปะหลัง 1+ ½ ช้อนโต๊ะ 0.92 4. เกลือ 2 ช้อนชา 0.14 5. ขวดแก้วขนาด 75 ml พร้อมฝา 72 (ขวดละ 8 บาท) 6. กระดาษสติ๊กเกอร์โลโก้ 2 รวม 178.26 รายการ ราคา (บาท) 1. มัลเบอร์รี่ 1 กิโลกรัม 90 2. น้ำตาลทราย 40 กรัม 1.32 3. เกลือ ¼ ช้อนชา 0.0035 4. ขวดแก้วขนาด 180 ml พร้อมฝา 64 (ขวดละ 8 บาท) 5. กระดาษสติ๊กเกอร์โลโก้ 2 รวม 157.32
26 3.3 คุกกี้มัลเบอร์รี่ ต้นทุนวัตถุดิบคุกกี้มัลเบอร์รี่ 1 สูตร ผลิตได้ 7 ถุง (ถุงละ 6 ชิ้น) ขายราคาถุงละ 15 บาท รวมขายได้105 บาท กำไร 51.21 บาท รวมได้กำไรทั้งสิ้น 230.63 บาท รายการ ราคา (บาท) 1. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 250 กรัม 8.75 2. แป้งข้าวโพด 16 กรัม 2 3. เนยเทียม 115 กรัม 27.60 4. น้ำตาลทราย 80 กรัม 2.64 5. ไข่ไก่ 1ฟอง (เบอร์2) 3.80 6. แยมมัลเบอร์รี่ - 7. ถุงซิปล็อคสำหรับบรรจุคุกกี้มัลเบอร์รี่ 7 8. กระดาษสติ๊กเกอร์โลโก้ 2 รวม 53.79
27 บทที่ 5 สรุป อภิปรายและข้อเสนอแนะ ในการทำโครงงานแปรรูปอาหารจากมัลเบอร์รี่ “อาหารว่างสร้างสรรค์ มัลเบอร์รี่สร้างใจ” สามารถสรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1. สรุป อภิปรายผลการดำเนินโครงงาน 1.1 จากการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการแปรรูปอาหารจากผลผลิตมัลเบอร์รี่ ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ได้จาก การแปรรูปมัลเบอร์รี่ 3 ชนิด ได้แก่ แยมมัลเบอร์รี่, น้ำมัลเบอร์รี่ และคุกกี้มัลเบอร์รี่ 1.2 การนำผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ไปจัดจำหน่ายภายในโรงเรียน เป็นการสร้างรายได้ ให้กับนักเรียน ส่งเสริมให้เกิดทักษะทางด้านอาชีพ และนอกจากนี้ยังได้เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการแปรรูปอาหาร จากมัลเบอร์รี่ให้กับนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และบุคคลที่สนใจให้รู้จักการ ถนอมอาหาร เพื่อยืดระยะเวลาในการ เก็บรักษาผลผลิตทางเกษตรให้นานยิ่งขึ้น 1.3 ผลการศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ของนักเรียน ครูและ บุคลากรโรงเรียนวัดคุ้งยาง โดยแยมมัลเบอร์รี่ น้ำมัลเบอร์รี่ และคุกกี้มัลเบอร์รี่ มีรสชาติ,บรรจุภัณฑ์,ปริมาณ เหมาะสมกับราคา และคุณภาพของวัตถุดิบ รวมอยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด ทั้ง 3 รายการ 1.4 ได้กำไรจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่รวมทั้งสิ้น 230.63 บาท โดยได้กำไร จากผลิตภัณฑ์แยมมัลเบอร์รี่มากที่สุด นอกจากจะเป็นการหารายได้เสริมระหว่างเรียนแล้ว ยังเป็นการได้ฝึกทักษะ ทางด้านการคิดคำนวณ จากการคำนวณหาต้นทุน-กำไรในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ 2. ข้อเสนอแนะและแนวทางในการพัฒนา 2.1 แปรรูปผลิตภัณฑ์อื่นๆจากมัลเบอร์รี่เพิ่ม เช่น การอบแห้ง การหมักดอง 2.2 มีการโปรโมทผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปลงทางช่องทางออนไลน์ต่างๆ เช่น Facebook, Tiktok เพื่อเป็นการขยายตลาดในการขายและหารายได้เพิ่มเติม 2.3 แปรรูปจากผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆของคนในชุมชน เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้า
28 บรรณานุกรม กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. (2563). การแปรรูปผัก ผลไม้ เพื่อเพิ่มมูลค่า. จาก https://www.mof.or.th/public/files/centerKM/359/upload_file/1650360627-fileupload- 359-1.pdf ฐานการเรียนรู้การแปรรูปอาหาร โรงเรียนสวนป่าเขาชะอางค์. จาก https://www.thaischool1.in.th/_files_school/20103683/data/20103683_1_20201217- 152259.pdf หลักการแปรรูปอาหารเบื้องต้น. จาก https://old.elearning.yru.ac.th/pluginfile.php Medthai. (2563). หม่อน สรรพคุณและประโยชน์ของต้นหม่อน ใบหม่อน 50 ข้อ. จาก https://medthai.com/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/ Pobpad. (2565). มัลเบอรี่ คุณประโยชน์ดี ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม. จาก https://www.pobpad.com Sanook. (2566). ประโยชน์ของ "ลูกหม่อน-มัลเบอร์รี่" (Mulberry) เบอร์รี่จิ๋วแต่คุณประโยชน์สุดแจ๋ว. จาก https://www.sanook.com/health/25241/ Spring Green Evolution. (2566). ลูกหม่อน ผลไม้มหัศจรรย์. จาก https://www.sgethai.com/article/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0
29 ภาคผนวก
แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปมัลเบอร์รี่ ของโครงงานเรื่อง อาหารว่างสร้างสรรค์ มัลเบอร์รี่สร้างใจ โรงเรียนวัดคุ้งยาง คำชี้แจง : แบบสอบถามความพึงพอใจมีวัตถุประสงค์เพื่อสอบถามความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปร รูปมัลเบอร์รี่ โดยแบบประเมินความพึงพอใจ แบ่งออกเป็น 2 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 : ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม 1. เพศ ชาย หญิง 2. สถานะ นักเรียน ครูหรือบุคคลากร ตอนที่ 2 : การประเมินความพึงพอใจที่มีต่อผลิตภัณฑ์ โปรดแสดงความคิดเห็นโดยการทำเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับระดับความพึงพอใจ ดังนี้ ข้อที่ รายการประเมิน ระดับความพึงพอใจ มากที่สุด (5) มาก (4) ปานกลาง (3) น้อย (2) น้อยที่สุด (1) 1. รสชาติของแยมมัลเบอร์รี่ 2. บรรจุภัณฑ์สวย มีความน่าสนใจ 3. ปริมาณเหมาะสมกับราคา 4. คุณภาพของวัตถุดิบ ข้อที่ รายการประเมิน ระดับความพึงพอใจ มากที่สุด (5) มาก (4) ปานกลาง (3) น้อย (2) น้อยที่สุด (1) 1. รสชาติของน้ำมัลเบอร์รี่ 2. บรรจุภัณฑ์สวย มีความน่าสนใจ 3. ปริมาณเหมาะสมกับราคา 4. คุณภาพของวัตถุดิบ ข้อที่ รายการประเมิน ระดับความพึงพอใจ มากที่สุด (5) มาก (4) ปานกลาง (3) น้อย (2) น้อยที่สุด (1) 1. รสชาติของคุกกี้มัลเบอร์รี่ 2. บรรจุภัณฑ์สวย มีความน่าสนใจ 3. ปริมาณเหมาะสมกับราคา 4. คุณภาพของวัตถุดิบ • แยมมัลเบอร์รี่ • น้ำมัลเบอร์รี่ • คุกกี้มัลเบอร์รี่ ข้อเสนอแนะ……………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………… ……….……………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………………………………………………………….
มัลเบอร์รี่ รสชาติดีออกเปรี้ยวหวาน ลองมาทาน ลดน้ำ ตาลในเลือดได้ บำ รุงตา และนานาอีกมากมาย ดับร้อนได้ ผิวสดใส ชื่นใจนาน