พระธรรมยา
พระธรรมยา เป็ นเจา้ เมืองภูมิคนแรก เดิมชื่อ “ยา” เกิดที่บา้ นหนองบวั (อาเภอหนองบวั จงั หวดั
นครสวรรค)์ นายยาเป็นคนมีวชิ าความรู้ทางดา้ นไสยศาสตร์และวา่ นยา ประกอบอาชีพ เป็นพรานล่าสตั วป์ ่ า มี
ความชานาญป่ าในทอ้ งถ่ินหาใครเทียบยาก นอกจากน้ียงั มีวชิ าบงั ไพร ที่สามารถเขา้ ไปยงิ สตั วใ์ นระยะใกลไ้ ด้
โดยสตั วไ์ ม่เห็น ทา่ นมีชื่อเสียงเป็นท่ีรู้จกั อยา่ งกวา้ งขวางของผคู้ นในทอ้ งถ่ินเป็นอยา่ งดี
ในช่วงสมยั กรุงศรีอยธุ ยาตอนปลาย พระมหากษตั ริยไ์ ดอ้ อกไปคลอ้ งชา้ งและติดตามชา้ งสาคญั ตวั หน่ึง
เป็นชา้ งเผอื กงาเนียม โดยเดินทางผา่ นเมืองนครสวรรคท์ างฝั่งตะวนั ออกของแม่น้าเจา้ พระยา มาถึงเขตอาเภอ
บางมูลนาก จงั หวดั พจิ ิตร ซ่ึงสภาพพ้ืนท่ีในสมยั น้นั เป็นป่ าดง มีบา้ นเรือนราษฎรต้งั อยรู่ ิมคลองเป็ นหยอ่ ม ๆ
ขบวนติดตามรู้แน่ชดั วา่ ชา้ งเผอื กงาเนียมตอ้ งอยใู่ นป่ าเขตน้ี แตไ่ ม่ชานาญป่ า จึงตอ้ งการพรานทอ้ งถิ่นเป็ นผนู้ า
ทาง “พรานยา” รับอาสาพาพวกควาญชา้ งติดตามชา้ งสาคญั ซ่ึงชาวบา้ นแถวน้นั เรียกกนั วา่ “อา้ ยโพธ์ิหางกร่าง”
เพราะเป็นชา้ งพลายท่ีมีลกั ษณะงาม สูงใหญ่ หางยาวปลายหางแขง็ เป็นรูปใบโพธ์ิ เวลาเดินเขา้ ป่ าหางจะแกวง่
ไปโดนใบไมจ้ นมีเสียงดงั แกรกกรก จึงไดส้ มญานามดงั กล่าว
ขบวนติดตามชา้ งใชเ้ วลารอนแรมในป่ าหลายวนั จนกระทง่ั ถึงในบริเวณเมืองภูมิจึงจบั ชา้ ง ได้ เมื่อ
จบั ชา้ งไดพ้ รานยาไดต้ ามไปส่งเสดจ็ ท่ีบา้ นหนองกลบั (ปัจจุบนั อยใู่ นเขตอาเภอหนองบวั จงั หวดั นครสวรรค)์
เพ่ือนาชา้ งลงแพขนานขนาดใหญล่ ่องกลบั ไปยงั กรุงศรีอยธุ ยา ก่อนเสด็จกลบั พระมหากษตั ริยท์ รงถูกอธั ยาศยั
กบั พรานยาโดยมิไดแ้ สดงฐานะของ พระองค์ ประกอบกบั พอ พระราชหฤทยั ในความอุตสาหะติดตามชา้ ง จึง
ถอดพระธามรงคใ์ หเ้ ป็นรางวลั พร้อมท้งั พระราชทานยศเป็ นพระธรรมยา ตาแหน่งเจา้ เมืองภูมิพระราชทาน
และมีรับส่ังใหพ้ ระธรรมยาไปเขา้ เฝ้าพระองค์ ที่เมืองหลวงบา้ ง
เมืองภูมิพระราชทาน เม่ือสิ้นสมยั พระธรรมยาแลว้ กไ็ ม่มีการเก็บภาษีท่ีดินหรือส่วยอากรใด ๆ เพราะ
เป็นเมืองพระราชทานใหเ้ ป็ นพิเศษ ปัจจุบนั ผเู้ ฒ่าผูแ้ ก่ชาวตาบลภูมิก็เล่าสืบต่อถึงประวตั ิของท่านมิไดข้ าด และ
ไดร้ ่วมกนั สร้างศาลและรูปป้ันประดิษฐานเป็นอนุสรณ์ไวส้ กั การบูชาใกล้ ๆ กบั โบสถห์ ลงั เก่าของวดั หนอง
เต่า ตาบลภูมิ อาเภอบางมูลนาก จงั หวดั พิจิตร เรียกกนั วา่ “ศาลเจาพอ่ ตาพระธรรมยา” และมีประเพณี
บวงสรวง เป็นประจาทุกปี จนถึงปัจจุบนั
จ่านายสิบเจริญ พริ อด
จ่านายสิบเจริญ พิรอด เกิดที่จงั หวดั พิจิตร เป็ นทหารอาสาในมหาสงครามโลกคร้ังที่ ๑ ในเวลาน้นั จา่
นายสิบเจริญ พิรอด เป็ นทหารที่มีตาแหน่งแค่เพียงลูกแถว สงั กดั กองทหารจงั หวดั พษิ ณุโลก ไดอ้ าสาไปกบั
กองทพั สังกดั กองรถยนต์ เขา้ สู่สมรภูมิรบในประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๗ มหาสงครามโลกคร้ังที่ ๑
เกิดข้ึนในทวปี ยโุ รปเมื่อวนั ที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๕๗ แรกเริ่มไทยเราประกาศตวั เป็นกลาง แตก่ ็ดารง
ความเป็นกลางอยไู่ ดไ้ ม่นานตอ้ งหนั เขา้ เป็ นสมาชิกของฝ่ ายสมั พนั ธ มิตร เมื่อวนั ท่ี ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ.
๒๔๖๐ รัฐบาลไทยไดป้ ระกาศสงครามกบั ประเทศเยอรมนั และส่งทหารอาสาสมคั รไปร่วมกบั ฝ่ าย
สัมพนั ธมิตร เม่ือวนั ที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๑ จ่านายสิบเจริญ พริ อด คือ หน่ึงในกลุ่มอาสาสมคั รน้นั และ
ไดน้ าธงชยั เฉลิมพลไปปรากฏในประเทศฝรั่งเศส ประเทศเบลเยยี่ มและประเทศองั กฤษ ทาใหต้ า่ งชาติรู้จกั
ประเทศไทยมากข้ึน สมเกียรติศกั ด์ินกั รบไทย ต่อมาทา่ นไดเ้ สียชีวติ กลางสนามรบ
ในรัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั และรัชสมยั พระบาท สมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
เป็นเวลาที่ประเทศองั กฤษ และประเทศฝรั่งเศสเขา้ มาล่าอาณานิคม ในดินแดนแหลมทอง ทาใหผ้ นื แผน่ ดิน
ไทยบางส่วนตกไปเป็นของประเทศองั กฤษและประเทศฝรั่งเศสบา้ ง แลว้ ต่อมาในรัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระ
มงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ไทยเสียเปรียบเรื่องดุลการคา้ และเร่ืองสิทธิทางการศาลอยา่ งมาก ตามสนธิสญั ญาเบาวร์ ิง
และสญั ญาอ่ืน ๆ ที่ไทย ทาเอาไวก้ บั นานาประเทศ หลงั สงครามโลกคร้ังท่ี ๑ สิ้นสุดลงและในฐานะที่ประเทศ
ไทยเขา้ ร่วมรบกบั ฝ่ ายสัมพนั ธมิตร และเป็นฝ่ ายชนะสงครามจึงสามารถเจรจาลม้ เลิกสญั ญาดงั กล่าวได้
ท้งั หมด นบั วา่ จา่ นายสิบเจริญ พริ อด เป็นทหารกลา้ ที่มีส่วนทาคุณประโยชนแ์ ก่ชาติไทยเป็นอยา่ งมาก หลงั
สงครามจ่านายสิบเจริญ พิรอดไดร้ ับพระราชทานเล่ือนยศเป็นจา่ นายสิบ
ศาสตราจารย์เกยี รติคุณ นายแพทย์เกษม วฒั นชัย
ศาสตราจารยเ์ กียรติคุณ นายแพทยเ์ กษม วฒั นชยั เกิดเมื่อวนั ที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๔ ภูมิลาเนา
เดิมจงั หวดั พจิ ิตร เป็นบุตร ของนายประภาสน์ วฒั นชยั และนางพร วฒั นชยั มีพี่นอ้ ง ๔ คน สมรสกบั
คุณหญิงรัชนีวรรณ วฒั นชยั มีบุตร ๒ คน คือนางกฤติกา โฆวาสินธุ์ และนายแพทยณ์ วตั น์ วฒั นชยั
การศึกษา
พ.ศ. ๒๕๑๐ แพทยศาสตร์บญั ฑิต (เกียรตินิยมอนั ดบั หน่ึง) คณะแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั
เชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๕ วฒุ ิบตั รสาขาอายรุ ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ชิคาโก ทุนมูลนิธิอานนั ท
มหิดล พ.ศ. ๒๕๑๗ วฒุ ิบตั รสาขาอายรุ ศาสตร์โรคหวั ใจและหลอดเลือด มหาวทิ ยาลยั ชิคาโก ทุนมูลนิธิ
อานนั ทมหิดล พ.ศ. ๒๕๓๗ ปริญญาบตั รวทิ ยาลยั ป้องกนั ราชอาณาจกั ร รุ่นท่ี ๓๖ พ.ศ. ๒๕๓๘ –
๒๕๔๘ ไดร้ ับดุษฎีบณั ฑิตกิตติมศกั ด์ิหลายสาขาจากหลายสถาบนั การศึกษา
ประวตั กิ ารทางาน
ดารงตาแหน่งรองปลดั ทบวงมหาวทิ ยาลยั ปลดั ทบวงมหาวทิ ยาลยั รัฐมนตรีวา่ การ
กระทรวงศึกษาธิการ กรรมการขา้ ราชการพลเรือนในสถาบนั อุดมศึกษา นอกจากน้ียงั ดารงตาแหน่งเป็น
อธิการบดี กรรมการสภามหาวทิ ยาลยั ผทู้ รงคุณวฒุ ินายกสภามหาวทิ ยาลยั และกรรมการอานวยการโครงการ
วทิ ยาลยั บณั ฑิตศึกษาการจดั การ ของมหาวทิ ยาลยั ชื่อดงั หลายสถาบนั กรรมการและอนุกรรมการดา้ น
การศึกษา นอกจากน้ียงั ดารงตาแหน่งสมาชิกสภานิติบญั ญตั ิแห่งชาติ สมาชิกวฒุ ิสภา ปัจจุบนั ดารงตาแหน่ง
องคมนตรี พ.ศ. ๒๕๑๗ – ๒๕๔๖ ไดร้ ับพระราชทานเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ ๑๓ ช้นั ช้นั สูงสุด คือ ทุติย
จุลจอมเกลา้ วเิ ศษ (ท.จ.ว.)
นายประดษิ ฐ์ ภทั รประสิทธ์ิ
เกิดเม่ือวนั ท่ี ๒๕ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ ที่จงั หวดั พิจิตร สมรสแลว้ มีบุตร ๔ คน การศึกษาระดบั
ปริญญาตรี สาขาวชิ าบริหารเศรษฐศาสตร์จาก Franklin Pierce College New Hampshire USA
ประวตั ิการทางาน
พ.ศ. ๒๕๓๘-๒๕๔๓ ไดร้ ับเลือกต้งั เป็ นสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรจงั หวดั พิจิตร เขต ๑ (สมยั ท่ี
๒) ดารงตาแหน่งประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา และดารงตาแหน่งรัฐมนตรีช่วยวา่ การกระทรวง
คมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ไดร้ ับเลือกต้งั เป็ นสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรจงั หวดั พิจิตร เขต ๑ (สมยั ท่ี ๓) สงั กดั
พรรคประชาธิปัตย์ พ.ศ. ๒๕๔๖ - ๒๕๔๙ ดารงตาแหน่งเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากน้ียงั ดารง
ตาแหน่งในภาคเอกชน ดงั น้ี คือ พ.ศ. ๒๕๒๘ - ๒๕๓๕ ดารงตาแหน่งกรรมการผจู้ ดั การบริษทั ภทั รา
เซรามิค จากดั (มหาชน) พ.ศ. ๒๕๓๐ - ๒๕๓๘ ดารงตาแหน่ง ประธานกรรมการบริหารบริษทั ภทั ราพอร์
ซเลน จากดั พ.ศ. ๒๕๓๑ - ๒๕๓๘ กรรมการผจู้ ดั การบริษทั สยามเจา้ พระยาโฮลดิ้งส์ จากดั ผชู้ ่วย
กรรมการผอู้ านวยการบริษทั สุรามหาราษฎร์ จากดั (มหาชน) กรมการบริหารธนาคารเอเชีย จากดั
(มหาชน) และกลุ่มบริษทั สุราทิพย์ พ.ศ. ๒๕๔๔ ดารงตาแหน่งกรรมการผูจ้ ดั การกลุ่มบริษทั แสง
โสม นบั เป็นคนพิจิตรอีกคนหน่ึงท่ีนามาซ่ึงช่ือเสียงและความภูมิใจของคนจงั หวดั พิจิตร
พลตรีสน่ัน ขจรประศาสน์
เกิดเมื่อวนั ท่ี ๗ กนั ยายน พ.ศ. ๒๔๗๘ ที่จงั หวดั พจิ ิตร เป็ นบุตรของ ขนุ ขจรประศาสน์ และนางบว๊ ย
ขจรประศาสน์ มีพี่นอ้ ง ๖ คน สมรสกบั นางฉววี รรณ ขจรประศาสน์ มีบุตร ๔ คน ประวตั กิ ารศึกษา
ประวตั ิการศึกษา
สาเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกลา้ และโรงเรียนเสนาธิการทหารบก และศึกษาต่อ
ในระดบั ปริญญาตรีศิลปะศาสตร์บณั ฑิต สาขารัฐศาสตร์การปกครอง มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง ปริญญาโท
ศิลปศาสตร์มหาบณั ฑิตรัฐศาสตร์สาขาบริหาร มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง ปริญญาเอกศิลปศาสตร์ดุษฎีบณั ฑิต
กิตติมศกั ด์ิ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ สถาบนั ราชภฎั จนั ทรเกษม
ประวตั ิการทางาน
ทางาน พ.ศ. ๒๕๒๙ – ๒๕๓๑ ดารงตาแหน่งรัฐมนตรีช่วยวา่ การกระทรวงคมนาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ –
๒๕๓๓ ดารงตาแหน่งรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๓๓ ดารงตาแหน่งรองนายก
รัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๓๕ – ๒๕๓๗ ดารงตาแหน่งรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงอุตสาหกรรม พงศ. ๒๕๓๗ –
๒๕๓๘ ดารงตาแหน่งรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ – ๒๕๔๓ ดารงตาแหน่งรองนายก
รัฐมนตรีและรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๕๒๖ – ๒๕๔๓ ดารงตาแหน่งกรรมการ บริหาร
พรรคประชาธิปัตย์ รองหวั หนา้ พรรคประชาธิปัตย์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ดารงตาแหน่งหวั หนา้ พรรค
มหาชน ซ่ึงก่อต้งั เม่ือพ.ศ. ๒๕๔๙ และดารงตาแหน่งนายกสภามหาวทิ ยาลยั ราชภฎั จนั ทรเกษม ผลงานที่
สาคญั มีส่วนร่วมในการจดั ต้งั สภากลาโหม ปรับปรุงแกไ้ ขพระราชบญั ญตั ิสภากลาโหม ผลกั ดนั โครงการ
ก่อสร้างทา่ เรือแหลมฉบงั ออกพระราชกาหนดยกเลิกสมั ปทานป่ าไมท้ ว่ั ประเทศ จนไดร้ ับรางวลั แห่งเกียรติยศ
ใหเ้ ป็นนกั อนุรักษด์ ีเด่นของโลก ในปี พ.ศ. ๒๕๓๒ และเมื่อพ.ศ. ๒๕๔๑ ก่อต้งั ศูนยป์ ฏิบตั ิการยาเสพติด
แห่งชาติ โดยมีวตั ถุประสงคใ์ นการปราบปรามและแกไ้ ขปัญหายาเสพติดไดอ้ ยา่ งรวดเร็วและ จริงจงั
นาย โกเมศ แดงทองดี
เกิดเม่ือวนั ที่ ๒๘ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ ท่ีอาเภอตะพานหิน จงั หวดั พิจิตร เป็นบุตรของนายดุสิต นาง
มุย่ คร้ืน แดงทองดี มีพีน่ อ้ ง ๙ คน สมรสดบั นางประพศิ แดงทองดี มีบุตร ๒ คน
ประวตั กิ ารศึกษา
การศึกษา เขา้ รับการศึกษาระดบั ประถมศึกษาที่โรงเรียนจนั ทรวทิ ยา โรงเรียนประสิทธ์ิวทิ ยา โรงเรียน
พระวสิ ุทธิวงศ์ และโรงเรียนช่ืนนิยมวทิ ยา ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ ท่ีโรงเรียนตะพานหิน ระดบั มธั ยมศึกษา
ตอนปลายที่โรงเรียนสนั ติราษฎร์บารุงระดบั ปริญญาตรี นิติศาสตร์บณั ฑิต จากมหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ และ
ระดบั ปริญญาโท รัฐศาสตร์มหาบณั ฑิต จากมหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
ประวตั ิการทางาน
พ.ศ. ๒๕๑๔ – ๒๕๑๖ ตาแหน่งปลดั อาเภอตรี อาเภอหนองไผ่ จงั หวดั เพชรบูรณ์ พ.ศ. ๒๔๑๖ –
๒๔๒๒ ตาแหน่งปลดั อาเภอโท อาเภอภูเรือ อาเภอเมือง จงั หวดั เลย พ.ศ. ๒๕๒๒ – ๒๔๓๔ ตาแหน่ง
นายอาเภออีกหลายอาเภอ คือ นายอาเภอภูเรือ จงั หวดั เลย นายอาเภอพยคั ฆภูมิพสิ ัย จงั หวดั มหาสารคาม
นายอาเภอกุศุมาลย์ จงั หวดั สกลนคร นายอาเภอเมือง จงั หวดั เพชรบูรณ์ นายอาเภอชนแดน จงั หวดั เพชรบูรณ์
นายอาเภอพาน จงั หวดั เชียงราย พ.ศ. ๒๕๓๔ – ๒๕๓๗ ตาแหน่งปลดั จงั หวดั ราชบุรี พ.ศ. ๒๕๓๗ - ๒๕๔๑
ดารงตาแหน่งรองผวู้ า่ ราชการจงั หวดั พิจิตร พงศ. ๒๕๔๑ ดารงตาแหน่งผูว้ า่ ราชการจงั หวดั พจิ ิตร พ.ศ.
๒๕๔๒ ดารงตาแหน่งผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ราชบุรี พ.ศ. ๒๕๔๖ ดารงตาแหน่งผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ฉะเชิงเทรา
และเกษียณอายรุ าชการท่ีจงั หวดั ฉะเชิงเทรา นอกจากน้ียงั ดารงตาแหน่ง ท่ีปรึกษากฎหมาย มท.(ระดบั ๑๐)
กระทรวงมหาดไทย (มท.๑๐/๒๕๓๙) พ.ศ. ๒๕๒๗ ไดร้ ับรางวลั นายอาเภอดีเด่น พ.ศ. ๒๕๔๔ ไดร้ ับรางวลั
เกียรติยศ ผบู้ ริหารราชการพลเรือนดีเด่น “ครุฑทองคา” พ.ศ. ๒๕๔๘ ไดร้ ับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกลา้ ฯ
แตง่ ต้งั เป็นกรรมการสภามหาวทิ ยาลยั ผทู้ รงคุณวฒุ ิมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมูบ่ า้ นจอมบึง และรับพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ต้งั แต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๗ – ๒๕๔๓ รวม ๔ ช้นั ช้นั สูงสุด คือ มหาวชิรมงกุฎ
นายนิคม เกดิ ขันหมาก
เกิดเมื่อวนั ที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๙ ที่ตาบลวงั สาโรง อาเภอ บางมูลนาก จงั หวดั พิจิตร สมรสกบั
นาง ประยรู ศรี เกิดขนั หมาก มีบุตร ๒ คน
ประวตั กิ ารศึกษา
การศึกษา ระดบั ประถมศึกษาท่ีโรงเรียนวงั สาโรง “ราษฎร์บารุงวทิ ย์ ตาบลวงั สาโรง อาเภอ บางมูล
นาก จงั หวดั พิจิตร ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ ที่โรงเรียนบางมูลนากภูมิวทิ ยาคม อาเภอบางมูลนาก จงั หวดั
พิจิตร ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนอานวยศิลป์ กรุงเทพฯ โรงเรียนชลราษฎรอารุง จงั หวดั ชลบุรี
และโรงเรียนศรีสวสั ด์ิวทิ ยาคาร จงั หวดั น่าน ระดบั ปริญญาตรี รัฐศาสตร์บณั ฑิต มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
ระดบั ปริญญาโท รัฐศาสตร์มหาบณั ฑิต มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
ประวตั ิการทางาน
พ.ศ. ๒๕๑๔ – ๒๕๒๒ ดารงตาแหน่งปลดั อาเภอ รวม ๔ อาเภอ คือ ปลดั อาเภอหล่มสัก จงั หวดั
เพชรบูรณ์ ปลดั อาเภอเมือง จงั หวดั เลย ปลดั อาเภอผเู้ ป็นหวั หนา้ ประจากิ่งอาเภอนาดว้ ง จงั หวดั เลย พ.ศ.
๒๕๒๓ – ๒๕๓๕ จากตาแหน่งนายอาเภอรวม ๖ อาเภอ คือ อาเภอภูเรือ อาเภอนาแห้ อาเภอท่าลี่ จงั หวดั เลย
อาเภอสามง่าม จงั หวดั พิจิตร อาเภอแหลมงอบ จงั หวดั ตราด และอาเภอบางระกา จงั หวดั พษิ ณุโลก นอกจากน้ี
ยงั ดารงตาแหน่งปลดั จงั หวดั ลาพนู ปลดั จงั หวดั ลพบุรี ดารงตาแหน่งรองผวู้ า่ ราชการจงั หวดั พิจิตร รองผวู้ า่
ราชการจงั หวดั นครสวรรค์ รองผวู้ า่ ราชการจงั หวดั สมุทรปราการ และ พ.ศ. ๒๕๔๖ – ๒๕๔๙ ดารงตาแหน่ง
ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั นครพนม จนเกษียณอายรุ าชการ นายนิคม เกิดขนั หมาก ไดร้ ับพระราชทานเคร่ืองราช-
อิสริยาภรณ์ ท้งั หมด ๓ ช้นั ช้นั สูงสุด คือมหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)
นายปรีชา เรืองจันทร์
เกิดที่บา้ นหนองกอไผ่ หมูท่ ี่ ๖ ตาบลวงั สาโรง อาเภอบางมูลนาก จงั หวดั พิจิตร เป็นบุตรของนาย
จวน และนางบุญมา เรืองจนั ทร์ มีพ่นี อ้ ง ๗ คน สมรสกบั นางสาวปิ ยธิดา นรารักษ์ มีบุตร ๒ คน
ประวตั ิการศึกษา
เรียนระดบั ประถมศึกษา ๑ – ๔ ท่ีโรงเรียนวดั หนองกอไผ่ ตาบลวงั สาโรง อาเภอบางมูลนาก จงั หวดั
พิจิตร เรียนระดบั ประถมศึกษา ๕ – ๗ ท่ีโรงเรียนชุมแสงวทิ ยา อาเภอชุมแสง จงั หวดั นครสวรรค์ ระดบั
มธั ยมศึกษา ม.ศ. ๑ – ม.ศ. ๕ สอบเทียบกระทรวงศึกษาธิการ ระดบั ปริญญาตรี รัฐศาสตร์บณั ฑิต จากจุฬา -
ลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั นิติศาสตร์บณั ฑิต และรัฐประศาสนศาสตร์บณั ฑิต จากมหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิ-
ราช ระดบั ปริญญาโท รัฐศาสตร์มหาบณั ฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั และระดบั ปริญญาเอก Doctor of
Organization Development and Transformation (DODT) , CEBU DOCTORS,
UNIVERSITY,PHILIPPINES
ประวตั ิการทางาน
เริ่มทางานในตาแหน่งเจา้ หนา้ ท่ีวเิ คราะห์นโนบายและแผน และดารงตาแหน่งปลดั อาเภอหลาย
อาเภอ ของจงั หวดั นครสวรรค์ ดารงตาแหน่งนายอาเภอวงั ทรายพนู จงั หวดั พิจิตร และนายอาเภอ
เมือง จงั หวดั พจิ ิตร ดารงตาแหน่งปลดั จงั หวดั พจิ ิตร และตาแหน่งรองผูว้ า่ ราชการจงั หวดั ราชบุรี , จงั หวดั
เพชรบูรณ์ และจงั หวดั สมุทรสงคราม และปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ดารงตาแหน่งผูว้ า่ ราชการจงั หวดั
พจิ ิตร นอกจากน้ียงั เดินทางไปศึกษาดูงานดา้ นการเมืองการปกครองในหลายประเทศไดร้ ับ พระราชทาน
เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์และเหรียญสดุดี ๘ ช้นั ช้นั สูงสุด เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๖ ประถมาภรณ์ชา้ งเผอื ก และ
รางวลั เกียรติคุณพิเศษ ๑๑ รายการ
นอกจากงานทางราชการแลว้ นายปรีชา เรืองจนั ทร์ ยงั มคี วามสามารถทางดา้ นงานเขียนและ
ส่ิงพิมพ์ มีผลงานมากมาย เช่น วทิ ยานิพนธ์เร่ือง “การบริหารงานสานกั งานจงั หวดั : ศึกษาเฉพาะกรณี
จงั หวดั เพชรบูรณ์” , หนงั สือเสริมการอา่ น “แม่คา้ ขายผกั ”, เอกสารวจิ ารณ์หนงั สือ “เล่นกบั คน : ศิลปะการ
บริหารแบบไทย ๆ ” ของอาจารยส์ ุขมุ นวลสกุล และ “เทคนิคการบริหารเวลาสาหรับนกั บริหาร” ของชยั
รัตน์ บูรณะววิ ฒั น์ เป็นตน้ นอกจากน้ียงั มีงานเขียนรวมเล่ม เช่น “ฉากชนบท” “คนกินอุดมการณ์”
“ลูกล่อลูกชนคนทางาน” “กอ็ ดอาม่ีมณีลอยปลุกราชบุรีเขยา่ โลก” “ขวญั ใจชาวบา้ น” “ น้าฝนน้าฟ้า น้าตาน้า
กอ้ ” และ “คนแบกเสบียง” เป็นตน้ นามปากกาท่ีใชม้ ี “รุ่งทิวา” “กระทิงทุง่ ” “กานนั ฉะ” “ ป ปิ ยธิดา”
“ ป นนทนนั ทน์” “ ป ประภสั สนนั ท”์ “ มหานายนนทนนั ทน์” นบั เป็นบุคคลท่ีมีความสามารถอีกทา่ นหน่ึง
ท่ีควรยกยอ่ งใหเ้ ป็นบุคคลสาคญั ของ จงั หวดั พิจิตร
ขอ้ มูลและภาพจากสานกั งานวฒั นธรรมจงั หวดั พจิ ิตร
http://province.m-culture.go.th
นายไพฑูรย์ แก้วทอง
เกิดเมื่อวนั ที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๗๙ ท่ีบา้ นหนองปลาไหล หมู่ที่ ๑ ตาบลหนองปลาไหล อาเภอวงั
ทรายพูน จงั หวดั พจิ ิตร เป็ นบุตรของ นายคา นางเหรียญ แกว้ ทอง สมรสกบั นางอจั ฉราภรณ์ แกว้ ทอง มีบุตร ๓
คน ประวตั กิ ารศึกษา
นายไพฑูรย์ แกว้ ทอง เรียนจบช้นั ประถมศึกษาที่ โรงเรียนบา้ นหนองปลาไหล ตาบลหนอง ปลาไหล
อาเภอวงั ทรายพูน จงั หวดั พิจิตร จบช้นั มธั ยมศึกษาที่โรงเรียนพจิ ิตรพิทยาคม อาเภอเมือง จงั หวดั พิจิตร จบ
ระดบั ปริญญาตรี คณะวศิ วกรรมศาสตร์บณั ฑิต (โยธา) จากจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ประวตั กิ ารทางาน
ทางาน เคยรับราชการกรมทางหลวง และไดป้ ระกอบธุรกิจส่วนตวั เป็ นกรรมการผจู้ ดั การบริษทั สระ
หลวงก่อสร้าง จงั หวดั พจิ ิตร ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ไดร้ ับเลือกเป็ นสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรจงั หวดั พิจิตร (สมยั ที่ ๑)
ปี พ.ศ. ๒๕๒๒ ไดร้ ับเลือกเป็นสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรจงั หวดั พจิ ิตร (สมยั ที่ ๒) ปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ไดร้ ับเลือก
เป็นสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรจงั หวดั พิจิตร (สมยั ท่ี ๓) เริ่มมีบทบาท ทางการเมืองเป็นผูช้ ่วยเลขานุการ
รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทย และในปี พ.ศ. ๒๕๓๑ ไดร้ ับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ ป็น
รัฐมนตรีช่วยวา่ การกระทรวงอุตสาหกรรม ไดม้ าพฒั นาสาธารณูปโภค ของจงั หวดั พิจิตร เช่น การสร้างถนน
ไฟฟ้า ประปาหมู่บา้ น การศึกษา สาธารณสุขและอื่น ๆ ในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ - ๒๕๓๕ เป็ นสมาชิกสภาผแู้ ทน
ราษฎรจงั หวดั พจิ ิตร(สมยั ที่ ๕) และไดเ้ ป็นกรรมการบริหารพรรคความหวงั ใหม่ ในปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ไดเ้ ป็น
รองหวั หนา้ พรรคความหวงั ใหมแ่ ละไดร้ ับพระมหากรุณาคุณโปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ ป็นรัฐมนตรีช่วยวา่ การ
กระทรวงแรงงานและสวสั ดิการสังคม ตอ่ มาไดร้ ับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกลา้ ฯ ใหด้ ารงตาแหน่งรัฐมนตรี
วา่ การกระทรวงแรงงานและสวสั ดิการสังคม นอกจากน้ียงั ดารงตาแหน่งทางสงั คม คือ นายกสมาคมศิษยเ์ ก่า
โรงเรียนพิจิตรพิทยาคมและนายกสมาคมชาวพจิ ิตร เป็ นตน้ นายไพฑูรย์ แกว้ ทอง นบั เป็นอีกความภาคภูมิใจ
หน่ึงของคนจงั หวดั พิจิตร เป็นบุคคลตวั อยา่ ง ที่สมควรแก่การยกยอ่ งใหเ้ ป็นบุคคลสาคญั ของจงั หวดั สมาคม
ศิษยเ์ ก่าโรงเรียนพิจิตรพิทยาคมไดม้ อบ โล่เกียรติยศให้ นายไพฑูรย์ แกว้ ทอง เป็นนกั การเมืองท่ีมีคุณธรรม
นายวรี ะ โรจน์พจนรัตน์
เกิดท่ีอาเภอบางมูลนาก จงั หวดั พจิ ิตร เขา้ รับการศึกษาระดบั ประถมศึกษาท่ีโรงเรียนบางมูลนาก
ราษฎร์อุทิศ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ ท่ีโรงเรียนบางมูลนากภูมิวทิ ยาคม ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลายท่ี
โรงเรียนอานวยวทิ ยพ์ ระนคร และเขา้ ศึกษาต่อในสาขาสถาปัตยกรรมหลกั คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั หลงั จากน้นั ไดเ้ ขา้ ศึกษาต่อในสาขาบริหารรัฐกิจ คณะรัฐศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั
ธรรมศาสตร์ ดว้ ยความสามารถ ทาใหไ้ ดร้ ับการคดั เลือกใหเ้ ขา้ อบรมในหลกั สูตรการอนุรักษส์ ถาปัตยกรรม
(Architectural Conservation) ทุนยเู นสโก ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี และหลกั สูตรวฒั นธรรมสิ่งแวดลอ้ ม
และการจดั การ ทุน LATSS ณ ประเทศญ่ีป่ ุน ประวตั กิ ารทางาน
พ.ศ. ๒๕๒๑ เร่ิมทางานในตาแหน่งสถาปนิก ๓ ประจาโครงการอุทยานประวตั ิศาสตร์สุโขทยั กรม
ศิลปากร พ.ศ. ๒๕๓๕ กา้ วข้ึนเป็นผเู้ ช่ียวชาญดา้ นบูรณปฏิสงั ขรณ์(สถาปนิก ๘) พ.ศ. ๒๕๓๖ - ๒๕๔๒ ดารง
ตาแหน่งเลขานุการกรมศิลปากร พ.ศ. ๒๕๔๒ - ๒๕๔๖ ดารงตาแหน่งอธิบดีกรมศิลปากร พ.ศ. ๒๕๔๖ -
๒๕๔๙ ดารงตาแหน่งรองปลดั กระทรวงวฒั นธรรม เม่ือปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ดารงตาแหน่งปลดั กระทรวง
วฒั นธรรม นอกจากน้ียงั ดารงตาแหน่งกรรมการบริหารสภาสถาปัตยกรรมพ้นื ถ่ินระหวา่ งประเทศ (ICOMOS-
CIAV) และเป็นผมู้ ีสิทธ์ิออกเสียงในนามประเทศไทยรวมถึงเป็นผรู้ ิเริ่มและก่อต้งั กองทุน “แด่เพื่อนผพู้ ิการ
และดอ้ ยโอกาส” เพื่อสนบั สนุนการศึกษาและส่งเสริมศกั ยภาพดา้ นศิลปวฒั นธรรมสาหรับคนพกิ ารและ
ผดู้ อ้ ยโอกาส การไดร้ ับยกยอ่ งในสงั คม พ.ศ. ๒๕๓๖ ไดร้ ับประกาศเกียรติคุณจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ในฐานะเป็นนิสิตเก่าท่ีอุทิศตน ทาประโยชน์ และเป็นแบบอยา่ งที่ดีในวงวชิ าชีพ
สถาปัตยกรรม และการอนุรักษส์ ถาปัตยกรรม มีความคิดริเร่ิม บุกเบิก และสร้างสรรคผ์ ลงาน จนมีผลงานและ
เป็นท่ียอมรับในสังคม พ.ศ.๒๕๔๗ ไดร้ ับเลือกเป็นบุคคลดีเด่นท่ีไดร้ ับเลือกเป็นบุคคลดีเด่น ที่สนบั สนุนงาน
ดา้ นคนพกิ าร จากกระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมนั่ คงของมนุษย์
นายบรรพต หงส์ทอง
เกิดเม่ือวนั ท่ี ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๐ ที่จงั หวดั พจิ ิตร เขา้ รับการศึกษาระดบั อนุบาลที่โรงเรียนซานตา
ครูสคอนแวนต์ ระดบั ประถมศึกษาจนถึงระดบั มธั ยมศึกษาท่ีกรุงเทพ คริสเตียนวทิ ยาลยั THE ARMIDALE
SCHOOL, WOLLAROI COLLEGE ระดบั อุดมศึกษา B.A (ECONOMICS) จาก NORTHEASTERN
UNIVERSITY ประเทศสหรัฐอเมริกา และ M.A. (ECONOMIC DEVELOPMENT) จาก NORTHEASTERN
UNIVERSITY ประเทศสหรัฐอเมริกา
ประวตั ิการทางาน
ไดเ้ ขา้ สู่ตาแหน่งผบู้ ริหารระดบั สูงเม่ือปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ในตาแหน่งรองอธิบดีกรมพาณิชยส์ ัมพนั ธ์
พ.ศ. ๒๕๓๖ ดารงตาแหน่งรองอธิบดี (ฝ่ ายการพฒั นาการส่งออก) กรมส่งเสริมการส่งออก พ.ศ. ๒๕๓๗
ดารงตาแหน่งผูต้ รวจราชการกระทรวง สานกั ปลดั กระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๓๘ ดารงตาแหน่งอธิบดีกรม
ทรัพยส์ ินทางปัญญา พ.ศ. ๒๕๔๑ ดารงตาแหน่งอธิบดีกรม การประกนั ภยั พ.ศ. ๒๕๔๒ ดารงตาแหน่งอธิบดี
กรมส่งเสริมการส่งออก ในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ไดร้ ับตาแหน่งปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจากน้ียงั
ดารงตาแหน่งกรรมการการปิ โตรเลียมแห่งประเทศไทย ประธานองคก์ ารตลาดเพ่ือเกษตรกร ประธานองคก์ าร
ส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย รองประธานธนาคารเพ่อื การเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และ
กรรมการสานกั งานบริหารการแปลงสินทรัพยเ์ ป็นทุน เมื่อวนั ท่ี ๕ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ ไดร้ ับพระราชทาน
เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์มหาวชิรมงกฎุ วนั ท่ี ๕ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ ไดร้ ับ พระราชทานเคร่ืองราช-
อิสริยาภรณ์ มหาปรมาภรณ์ชา้ งเผอื ก และในวนั ท่ี ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ไดร้ ับพระราชทานเคร่ืองราช-
อิสริยาภรณ์ตติยจุลจอมเกลา้ วเิ ศษ